รงค์ บุญสวยขวัญ หารือประเด็นการปฏิรูปการเมืองทั้งในด้านสถาบันและพลเมือง โดยเน้นการพัฒนาพรรคการเมือง ท้องถิ่น การมีส่วนร่วมของประชาชน และการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมเรียกร้องให้มีการส่งเสริมบทบาทภาคประชาสังคม การปลูกฝังจิตสำนึกพลเมืองผ่านการศึกษาและกลไกภาครัฐ รวมถึงการจัดสรรงบประมาณและแผนงานบูรณาการเพื่อสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
ท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ จากพรรค พลังประชารัฐ จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ๓ เดือนที่แล้วเราได้มีโอกาสแสดง ความเห็นต่อรายงานการปฏิรูปประเทศไทยนะครับ ผมคิดว่าวันนี้ผมเชื่อมั่นว่าประเทศไทย เราเดินไปได้ เพราะเรามียุทธศาสตร์ชาติ เรามีแผนปฏิรูป แล้วในการปฏิรูปนั้นยังยึดโยง อยู่กับสภา ๓ เดือน ผู้ที่เกี่ยวข้องก็นำรายงานว่าแต่ละหน่วยงานในการปฏิรูปได้ดำเนินการ อย่างไร มาเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้แสดงความคิด ได้แสดงความเห็น ได้ตั้ง ข้อสังเกต แม้ว่าสาระสำคัญที่เราอาจจะแสดงความคิดความเห็นอาจจะไม่อยู่ในห้วงเวลา ที่กำหนด เช่น ณ วันนี้เรากำลังรับรองหรือกำลังดูรายงานความคืบหน้าในการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญในเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ๒๕๖๒ ก็ตาม บางครั้งการ แสดงความคิดความเห็นข้อเสนอแนะของเราอาจจะไม่อยู่ในห้วงเวลา แต่ก็ถือว่าเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่มารายงานต่อสภานี้นะครับ ผมสนใจเรื่องเดียววันนี้ก็คือการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศด้านการเมืองนั้นถ้ามาดูสาระสำคัญตามหลักการแล้ว เราพบว่ามีหน่วยที่จะต้องปฏิรูปที่จะต้องขับเคลื่อนประเทศอยู่ ๒ การเมือง การเมืองอันแรก ก็คือการเมืองเชิงสถาบัน พบว่าในตัวชี้วัดการเมืองเชิงสถาบัน เช่น กกต. นี้เกี่ยวข้อง เราจะพัฒนาการเมืองอย่างไรผ่าน กกต. ท้องถิ่นซึ่งก็เป็นสถาบันของรัฐบาลจะทำอย่างไร ในการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่นการจัดสรรทรัพยากรเป็นอย่างไร การมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไรในการบริหารจัดการท้องถิ่น พรรคการเมืองก็เป็นอีกอันหนึ่ง เป็นคีย์เวิร์ด (Keyword) อีกตัวหนึ่งที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องในการพัฒนาทางการเมือง เขียนสาระสำคัญว่า ได้นำเสนอว่าจะทำอย่างไร นักการเมืองหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็มีอยู่ ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้ นี่คือการเมืองเชิงสถาบันใน ๕ ประเด็นปฏิรูป ใน ๑๘ ประเด็นย่อย ของการปฏิรูปท่านประธานครับ แต่มีใน ๑๘ ประเด็นย่อยปฏิรูปนั้นมีการเมือง อีกประการหนึ่งที่ผมคิดว่าวันนี้ผมจะต้องตั้งข้อสังเกตก็คือการเมืองภาคพลเมือง การเมือง ภาคประชาชน ซึ่งมีประเด็นย่อยอยู่ทั้งหมด ๘ ประเด็นย่อย ได้แก่
ประเด็นย่อยเรื่องการให้การศึกษาเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของพลเมือง อันนี้อันที่ ๑
ประเด็นย่อยที่ ๒ การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและเสริมสร้างสำนึกทักษะและ หน้าที่พลเมือง
ประเด็นย่อยที่ ๓ การเสริมสร้างประชาธิปไตยแบบปรึกษาหารือและกลไก การดูแลเสียงข้างน้อย อันที่ ๓
ประเด็นย่อยที่ ๔ การพัฒนาและเสริมสร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม ของประชาชน
ประเด็นย่อยที่ ๕ การส่งเสริมการมีการรวมกลุ่มและยกระดับบทบาทของ ภาคประชาสังคมให้มีความเข้มแข็ง มีทั้งหมด ๘ ประเด็นย่อย แต่ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง เพียงเท่านี้ อันนี้ ๘ ประเด็นย่อยถือว่าเป็นหัวใจของการพัฒนาการเมืองภาคพลเมือง เพื่อที่จะให้ภาคพลเมืองหรือประชาชนเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือให้ประชาชนเป็นหน่วยสำคัญในการได้รับการพัฒนาเปลี่ยนมายด์เซ็ต (Mindset) จากเชิงลบมาเป็นมายด์เซ็ต (Mindset) แบบเชิงบวกต่อการพัฒนาประเทศ ทำอย่างไรที่จะ ให้ประชาชนพลเมืองมีความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความเป็น ราชอาณาจักรซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่อยู่ในสาระสำคัญของรัฐธรรมนูญ ทำอย่างไรที่จะให้ ภาคพลเมือง ภาคประชาชน มีความจงรักภักดีต่อชุมชน ต่อท้องถิ่นที่เขาอยู่ ที่เขาเกิด อันนี้ ผมคิดว่าเป็นหลักการสำคัญของการเมืองภาคพลเมือง ภาคพลเมืองมีหลักการที่จะต้อง ตระหนักต่อคุณค่าของตัวเอง ภาคพลเมืองจะต้องตระหนักต่อหลักการที่เราจะต้องทำเอง ภาคพลเมืองจะต้องตระหนักต่อหลักการแห่งความหลากหลาย ภาคพลเมืองจะต้องตระหนัก ถึงผลประโยชน์ต่อส่วนรวม ประเทศชาติ ๓-๔ ประการนี้เป็นหลักสำคัญที่วันนี้สังคมไทย พลเมืองของเราตื่นตัวมาก ท่านประธานที่เคารพ แต่เวลาผมมาดูสาระสำคัญในช่วงเวลา ห้วงเวลาที่กำหนดพบว่ากลไกที่จะดำเนินการเพื่อการปฏิรูปประเทศของการเมือง (ภาคพลเมือง) ในความหมายของผมมีน้อยมาก ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตว่ากลไกของรัฐมีหลายกลไก กลไกสร้างอุดมการณ์ กลไกในการวางแผน กลไก ในการรักษาความสงบเรียบร้อย กลไกในการบริการสาธารณะ อันนี้ก็ยกตัวอย่างอีก ซึ่งมีอยู่ หลายกลไก แต่กลไกที่จะพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองก็คือกลไกทางด้านอุดมการณ์ เช่น กระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยทำอะไร มีแผนงาน มีโครงการ มีงบประมาณที่ชัดเจนไหม กระทรวงวัฒนธรรม ท่านประธานที่เคารพ พอตรวจสอบรายละเอียดในเล่มนี้ เราไม่พบว่า กระทรวงวัฒนธรรมเข้ามาเกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองทั้ง ๆ ที่กระทรวง วัฒนธรรมก็มีบทบาทสำคัญ สำนักงานพระพุทธศาสนาหรือหน่วยงานทางศาสนาก็สำคัญ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทยเกี่ยวข้องกับพัฒนา ชุมชน เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์กรชุมชนท้องถิ่น ไม่มี หรือตกบกพร่องอยู่อย่างไร ประเด็นนี้ผมคิดว่าอันนี้คือกลไกที่เป็นกลไกทางด้านอุดมการณ์ ที่จะไปเสริมเติมแต่งให้พลเมืองหรือประชาชนมีทัศนคติเชิงบวกต่อความเป็นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์และชุมชนท้องถิ่น ท่านประธานครับ วันนี้พอมาตรวจสอบดูรายงานฉบับนี้ เราพบเห็นอยู่นะครับว่ากำลังร่างพระราชบัญญัติการเสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย เป็นร่างนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ถือโอกาสตรงนี้บอกไปผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องในอนาคตว่าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยจำเป็นจะต้องบัญญัติถึงกลไกเหล่านั้นให้เข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ ตรงนี้จะเป็นเรื่องหลักที่ขาดไปไม่ได้
อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ผมคิดนะครับว่าเราจะต้องมีงบประมาณ ที่เกี่ยวข้อง วันนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ผมตั้งข้อสังเกตว่าวัฒนธรรมในการสร้างความเป็นพลเมืองตกไป เรามีวัฒนธรรม เพื่อขาย ประเทศชาติเราเน้นเรื่องความเติบโตทางเศรษฐกิจ เน้นความเข้มแข็ง แน่นอนละครับ เราขายวัฒนธรรม แต่วัฒนธรรมมีบทบาทอีกอันหนึ่งนะครับ ที่บ้านเราเมืองเราละเลย ก็คือ วัฒนธรรมในการสร้างความเป็นพลเมือง แล้วเราก็ไม่เห็นงบประมาณหรือรายการ งบประมาณเหล่านั้น หรือแม้กระทั่งแผนงานบูรณาการที่ควรจะใช้แผนงานบูรณาการที่เอา วัฒนธรรมเป็นตัวตั้งในการเสริมสร้างความเป็นพลเมือง เพราะฉะนั้นความเป็นพลเมือง ในบริบทของการปฏิรูปประเทศในทางการเมืองหรือการปฏิรูปประเทศทางด้านการเมือง ที่เน้นความเป็นพลเมืองเราจึงลดคุณค่าหรือให้ความสำคัญต่อภาคพลเมือง จึงไม่แปลกเลยครับ ท่านประธาน วันนี้เราเห็นการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนจำนวนเยอะ แล้วเราก็เห็น พี่น้องประชาชนนักเคลื่อนไหวไม่ว่าจะอยู่ในเมืองอยู่ในชนบท นักการเคลื่อนไหวที่เน้น ประเด็นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มชายขอบหรือว่าอะไรก็แล้วแต่นะครับจะมีการเคลื่อนไหว ที่ไปท้าทายต่อรัฐ ไปท้าทายต่ออำนาจรัฐ สิ่งเหล่านี้เราควรจะไปเสริมเติมแต่งเพื่อจะปรับ ทัศนคติหรือเปลี่ยนแปลง ผมเชื่อว่ากรมประชาสัมพันธ์เกี่ยวข้อง พวกเหล่านี้มีส่วนร่วม อย่างยิ่งในการที่จะปฏิรูปประเทศทางด้านการเมืองเน้นภาคพลเมือง ท่านประธานครับ บ้านเมืองของเรานะครับเวลาจะพัฒนาการเมือง เวลาจะปฏิรูปการเมืองนะครับ เราเน้นเฉพาะเรื่องการเมืองเชิงสารบัญอย่างเดียวไม่พอ วันนี้การเมืองภาคพลเมือง พ.ร.บ. เสริมสร้างวัฒนธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยหรือที่จะเกิดขึ้นต้องเน้น สิ่งเหล่านี้ เน้นทั้งกลไก เน้นทั้งกระบวนการ เน้นทั้งแผนงานที่จะมารองรับนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการเมืองภาคพลเมืองมีความจำเป็นมากที่จะสร้างให้ประเทศเรามั่งคั่ง แล้วก็เดินไปได้ใน ๒๐ ปีข้างหน้า กลไกรัฐเพียงอย่างเดียวน่าจะเอาไม่อยู่ รัฐหรือการใช้ อำนาจรัฐอย่างเดียวน่าจะไม่เพียงพอ หากไม่มีส่วนร่วมจากภาคประชาชน ประชาธิปไตย แบบปรึกษาหารือก็ดี หรือกลไกอื่น ๆ ก็ดีที่เราหวังไว้ที่จะให้ขับเคลื่อน สิ่งเหล่านี้มันจะต้อง มาจากกลไกของรัฐ มาจากงบประมาณ แล้วก็มาจากกระบวนการเรียนรู้ หน่วยงานต่าง ๆ องค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องดังที่ผมนำเรียนแล้วจะต้องเข้ามาแบกภาระ เข้ามามีบทบาท รวมไปถึงแผนงานในการจัดสรรงบประมาณหรือตั้งงบประมาณที่จะเกิดขึ้นใหม่เพื่อที่จะ นำไปสู่การปฏิรูปการเมืองโดยใช้ภาคพลเมืองเป็นหนึ่งในกระบวนการขับเคลื่อนครับ ท่านประธานครับ