สุรทิน ชี้ปัญหาจัดตั้งพรรคการเมืองเข้มงวด ขอทบทวนเพื่อเปิดโอกาสประชาชน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

สุรทิน พิจารณ์ ท้าทายความคืบหน้าการปฏิรูปการเมือง โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งที่สุจริตและตรวจสอบได้ พร้อมเรียกร้องให้เปิดเผยข้อมูลความโปร่งใสของคณะกรรมการปฏิรูปและผลสัมฤทธิ์อย่างชัดเจน พร้อมเสนอให้ศึกษาการใช้นวัตกรรมจากอินเดียเพื่อปรับปรุงระบบการนับคะแนนและแก้ปัญหาความล่าช้า ขณะเดียวกันยังชี้ประเด็นข้อกำหนดการจัดตั้งพรรคการเมืองที่เข้มงวดและต้นทุนสูง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน จึงเรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายและนโยบายเพื่อส่งเสริมพรรคการเมืองที่เข้มแข็ง เป็นธรรม และเข้าถึงได้ง่ายขึ้น

นายสุรทิน พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศนั้น มาตรา ๒๗๐ ผมจะพูดเฉพาะเรื่องการเมือง เรื่องการเมืองในการปฏิรูป ประเด็นที่ ๔ การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม มีอยู่ ๕ ประเด็น

ประเด็นที่ ๑ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปฏิรูปตั้งแต่ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับชาติ แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการปฏิรูปบอกว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ ที่จริงทำมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ แล้ว วันนี้ไม่มีคำตอบเลยท่านประธาน ควรจะบอกว่าใช้เงินไปเท่าไร ปฏิรูปได้กี่เปอร์เซ็นต์ ให้การศึกษาพี่น้องประชาชนไปเท่าไรแล้ว แม้ว่าจะยังไม่มีการเลือกตั้ง ระดับท้องถิ่น แต่ระดับชาติเราทำไปแล้วท่านประธานที่ครับ เราทำไปแล้วมันได้กี่เปอร์เซ็นต์ มันต้องออกมาอย่างนี้ แต่นี่บอกว่าอยู่ระหว่างดำเนินการ คราวที่แล้วผมก็อภิปราย ในประเด็นนี้ คราวนี้ก็มาอย่างเดิมครับ ฝากท่านประธานเรียนไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย

ประเด็นที่ ๒ การป้องกันทุจริตในการเลือกตั้งนี่ก็เหมือนกันอยู่ระหว่างดำเนินการ เรารู้ด้วยว่าการเลือกตั้งคราวที่แล้วมีการซื้อสิทธิขายเสียงอย่างไรบ้าง มีการจับผู้ทุจริต ในการเลือกตั้งได้กี่ราย คดีเป็นอย่างไรบ้าง มันควรจะออกมาในรูปนี้ ท่านประธานที่เคารพ ควรจะออกมาอย่างนี้

อีกประเด็นหนึ่ง คือประเด็นการตรวจสอบค่าใช้จ่ายของพรรคการเมือง ที่ใช้จ่ายในการเลือกตั้ง อันนี้ก็อยู่ระหว่างดำเนินการอยู่เหมือนกัน จริง ๆ แล้วการเลือกตั้งมา ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ อันนี้จะสิ้นปีแล้วท่านประธานที่เคารพครับ ฝากไปที่หน่วยงาน ที่รับผิดชอบด้วยควรจะออกมาแล้วเป็นตัวเลข ถ้าอย่างนั้นจะมารายงานอย่างไร รายงานตัวเลข อย่างนี้ว่ากำลังดำเนินการ คราวหน้าจะมีอีกไหม กำลังดำเนินการอีกไหม ใช่ไหมครับ จนหมดสมัยไหม อันนี้คือประเด็นคำถามที่ฝากไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ว่าอะไรท่าน ท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่คนที่มาจากการเลือกตั้งโดยเฉพาะพรรคประชาธิปไตยใหม่ กว่าจะได้เป็นผู้แทนราษฎรมาได้เกือบตาย ท่านประธานครับ

ประเด็นที่ ๔ ประเด็นการใช้นวัตกรรม นวัตกรรมในการเลือกตั้งไม่ว่าจะเป็น เครื่องนับคะแนน เครื่องลงคะแนน อันนี้เป็นปัญหาทั้งสิ้นในการเลือกตั้ง ในการปฏิรูป ควรจะมี อย่างเช่น ประเทศอินเดียเขามีประชากร ๑,๔๐๐ ล้านคน เขาใช้เครื่อง ในการลงคะแนน ท่านประธานครับ พอลงคะแนนเสร็จปั๊บ ๑๕.๐๐ นาฬิกา ออกมาเลยครับ ว่าใครได้เป็น ส.ส. ใครไม่ได้เป็น ส.ส. ของบ้านเรามีประชากรไม่ถึง ๑๐๐ ล้านคน ท่านประธานครับ นับคะแนนกี่วันครับ ๒ เดือน ๓ เดือน ก็ยังไม่ประกาศออกมานี่คือปัญหา ที่แท้จริง ไปร้องเรียนว่าคะแนนผิดพลาดไป มันหดไป กกต. ให้ไปร้องเรียนที่ไหน ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์โน่น คราวที่แล้วพรรคประชาธิปไตยใหม่คะแนนเดี๋ยวก็หดขึ้น แล้วก็ ยืดออก หดขึ้น ยืดออก เทียวไปร้องเรียนไม่รู้กี่รอบ กว่าจะลงตัวได้ผู้แทน ๑ คน ท่านประธานครับ ฝากไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย ผมว่าไปดูงานที่ประเทศอินเดียเสีย ประชากรเขามาก ๆ เขาเลือกตั้งทำไมเขาประกาศได้ไว ต้องยอมรับ อันนี้ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานครับที่จริงไม่น่าจะควรเขียนอย่างนี้ คนเขียนอย่างนี้แสดงว่าไม่ทำงาน ท่านประธานที่ครับ คราวที่แล้วก็ทักท้วงกันว่าต้องทำมาเป็นเปอร์เซ็นต์ เงินใช้ไปเท่าไร แต่ว่าอันนี้ก็มาเหมือนเดิมกำลังดำเนินการอยู่

อีกประเด็นในการปฏิรูปการเมืองข้อสุดท้าย ข้อที่ ๕ คือประเด็นการปฏิรูป พรรคการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ การปฏิรูปพรรคการเมืองถ้าเปรียบเทียบระหว่าง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ กับรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ความยากง่ายชาวบ้านเข้าถึงการเมือง รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เข้าง่ายกว่า การจัดตั้งพรรคการเมืองง่ายกว่า การดำเนินการ พรรคการเมืองง่ายกว่า ผมตั้งพรรคกว่าจะมาถึงพรรคประชาธิปไตยใหม่ได้ ๑๐ พรรค ท่านประธานครับ กว่าจะมาถึงพรรคสุดท้ายเพราะอะไร ตั้งแล้วก็ล้ม ตั้งแล้วก็ล้ม แต่ว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ผมตั้งขึ้นในปี ๒๕๕๔ ตอนนั้นง่ายกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ต้องยอมรับ ประเด็นที่พรรคการเมืองปัจจุบันเข้าไม่ถึง ๑. การจัดตั้งพรรคการเมืองใช้เงินครับ ต้องมีเงินทุนประเดิมเป็นล้านบาท ปกติตั้งพรรคการเมืองถ้ารวมกันแต่ก่อน ๑๕ คน ไปขอจัดตั้งได้ เที่ยวนี้ต้องมี ๕๐๐ คน ฝากท่านประธานไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ถ้าปรับได้ก็จะดี ก็เป็นอานิสงส์แก่พี่น้องประชาชนคนไทย บางกลุ่มบางก้อนเขาอยากตั้ง พรรคตัวเอง ตั้งไม่ได้เพราะว่าขาดที่เงินทุน อันนี้ประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ เรื่องการจัดตั้งพรรคการเมืองที่มันยากคือสมาชิก สมาชิกทุกวันนี้ ต้องจ่ายสตางค์เสียค่าสมาชิก ที่จริงสมาชิกพรรคการเมืองควรจะเอาอุดมการณ์เป็นหลัก ท่านประธานที่เคารพ ฝากไปที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย แต่ว่าต้องมาจ่ายสตางค์ ต้องยอมรับว่าคราวที่แล้วผมเป็นกรรมาธิการยกร่าง พ.ร.บ. นี้ สปช. ก็เป็น สปท. ก็เป็น แต่ว่าเราเป็นเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ เราสู้เสียงข้างที่มาจากสีเขียวไม่ได้ ยกมือทีไร ก็แพ้ทุกที มันถึงออกมาเก็บเงินพี่น้องประชาชนที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองอย่างไร ปกติสมาชิกพรรคการเมืองเชิญเขามาทานอาหารก็ยากอยู่แล้ว ท่านประธานครับ อันนี้ให้เขา มาจ่ายสตางค์อีก ผมว่าลำบากมาก ปรับใหม่เถอะครับ ให้สมาชิกไม่ต้องจ่ายสตางค์ อันนี้จะจ่ายสตางค์ปีต่อปีนะครับ ปีละร้อย ปีหน้าสิ้นปีถ้าหากไม่จ่ายสตางค์ สิ้นสภาพ พรรคการเมืองอีก นี่คือปัญหาโดยแท้ในการจะพัฒนาอย่างไร จะปฏิรูปอย่างไรมันยากขึ้น ท่านประธานครับ อีกอย่างหนึ่งคือการบริหารพรรคการเมืองเน้นไปที่สาขาพรรคการเมือง ทั้ง ๆ ที่สำนักงานก็ไม่มีที่จะซุกหัวนอนอยู่แล้ว ยังไปเน้นที่สาขา ท่านประธานครับ เพราะอะไร เพราะว่าอยากให้ด้านพรรคการเมืองเข้มแข็ง มันจะเข้มแข็งได้อย่างไร ในเมื่อสำนักงานใหญ่ก็ไม่มีที่จะซุกหัวนอนอยู่แล้ว เพราะว่างบประมาณไม่ลงตรงนี้ ไปลงที่สาขาเป็นหลัก ส่วนสำนักงานใหญ่ให้หากินเอง หาเงินบริจาค กรรมการบริหารช่วยกัน ค่าน้ำ ค่าไฟ นี่คือปัญหาทั้งหมด ทำไมไม่อุ้มสำนักงานใหญ่ให้เข้มแข็งก่อนแล้วสาขามันจะเข้มแข็งทีหลัง ท่านประธาน ที่เคารพครับ อีกอย่างหนึ่งก็คือการตั้งสาขาพรรค การเลือกตั้งจะต้องมีสาขาพรรคทุกเขต คราวที่แล้วมันอนุโลมเพิ่งใช้รัฐธรรมนูญ แต่ต่อไปนี้จะต้องมีสาขาทุกเขต ถ้าอย่างนั้นท่านทำ ไพรมารี โหวต (Primary Vote) ไม่ได้นะครับ บังคับหมด ๓๕๐ เขต พรรคการเมืองต้องทำหมด แล้วพรรคการเมืองที่เงินไม่มีจะไปเอาที่ไหน ถ้าหากเราไปวิ่งหานายทุน คนมาช่วย บอกว่า พรรคการเมืองจะต้องไม่เป็นลูกน้องลูกแหล่งของนายทุน ไม่เป็นได้อย่างไร จะไปเอาสตางค์ ที่ไหนในเมื่อรัฐบาลก็ไม่ได้ช่วยใช่ไหมครับ ไพรมารี โหวต (Primary Vote) ไปเอามาจาก พวกฝรั่ง ฝรั่งเขาทำเป็นปี อันนี้ทำภายใน ๖๐ วัน มันจะทำทันหรือท่านประธานครับ ผมเพิ่งไปประเทศอเมริกากลับมา เดี๋ยวนี้เขากำลังทำไพรมารี โหวต (Primary Vote) ครึ่งหนึ่งของประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์ เขากำลังทำ แต่เมืองไทยพอดีมีการเลือกตั้ง ประกาศไป ๔๕ วันหรือ ๖๐ วัน มันจะไปทำทันหรือครับ ๓๕๐ เขตต้องทำไพรมารี โหวต (Primary Vote) ทั้งหมด นี่คือปัญหาทั้งหมด กราบเรียนท่านประธานฝากไป ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรองวิษณุด้วยว่าถ้าปรับได้ควรจะปรับ ผมว่าทำอย่างนี้ ไม่ใช่การปฏิรูป เพราะอะไร เพราะว่าพรรคการเมืองต้องวิ่งเข้าหานายทุนอีก พรรคการเมือง ต้องทิ้งคนส่วนใหญ่ของประเทศ พรรคการเมืองที่เป็นคนจ่ายเงินให้กับสมาชิกตัวเอง เพื่อไม่ให้ถูกปรับ กราบเรียนท่านประธานด้วย อีกอย่างหนึ่งคือปรับทางปกครอง ยกเลิกได้ไหม ปรับทางปกครอง ปกครองอะไรหนักหนามาปรับกัน โดยเฉพาะ กกต. เดือนที่แล้วผมถูกปรับไป ๙๑,๐๐๐ บาท นี่คือกราบเรียนท่านประธานไว้ว่าการปฏิรูปการเมืองควรจะมีตัวเลขชี้ชัด ควรปรับของจริง ไม่ใช่ปรับหลอก ๆ ปรับกระดาษไปอย่างนั้น ขอบคุณครับ