วราวุธ ศิลปอาชา ชี้แจงนโยบายการหยุดยั้งการทำลายและฟื้นฟูผืนป่าอย่างยั่งยืน โดยเน้นการบังคับใช้กฎหมายร่วมกับประชาชนและเทคโนโลยีสมัยใหม่ แทนแนวทางทวงคืนป่าที่อาจก่อความเข้าใจผิด พร้อมรายงานความคืบหน้าการดำเนินคดีบุกรุกป่าและการคืนพื้นที่ป่ากว่า 850,000 ไร่ในรอบ 5 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายชาติ
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกนะครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจง ตอบกระทู้ถาม เรื่องการดำเนินการตามนโยบายทวงคืนผืนป่า ขออนุญาตตอบคำถามข้อแรก ของท่านนริศ ขำนุรักษ์
ประเด็นเรื่องการใช้นโยบายทวงคืนผืนป่า ปัจจุบันนั้นต้องขออนุญาตเรียน ท่านนริศผ่านท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นให้ความสำคัญกับเรื่องว่า คำว่า นโยบายทวงคืนผืนป่าที่ผ่านมาอาจจะได้รับการตีความหมายไปหลายอย่าง มีกลุ่มคนบางกลุ่ม ทำให้เกิดปัญหากับกลุ่มคนบางกลุ่มได้ การบังคับใช้หลายสิ่งหลายอย่าง ดังนั้นในวันนี้ เราเน้นคำว่า การหยุดยั้งการทำลายและฟื้นฟูผืนป่ามากกว่า เพราะว่าที่ผ่านมานั้นคำว่า ทวงคืนผืนป่าอาจจะทำให้คนบางกลุ่มเข้าใจผิดในลักษณะของคำได้ ผมเชื่อว่าท่านประธาน คงทราบดีว่าสาเหตุของการลดลงของพื้นที่ป่านั้นเกิดจากปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุก เพื่อขยายพื้นที่ทางการเกษตรหรือโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการที่มีนายทุนเข้ามาจับจอง โดยมีเอกสารสิทธิที่ไม่ถูกต้อง ดังนั้นเราจึงได้มีแนวทางในการที่จะหยุดยั้งการทำลาย แล้วก็ฟื้นฟูผืนป่าให้สอดคล้องกับประเด็นแรกสอดคล้องกับแผนแม่บทการแก้ไขปัญหา การทำลายทรัพยากรป่าไม้ การบุกรุกที่ดินของรัฐและการบริหารจัดการทรัพยากรป่าไม้อย่างยั่งยืน ปี ๒๕๕๗ เป็นแผนแม่บท ประเด็นยุทธศาสตร์ที่เราผนึกกำลังป้องกันและปราบปรามนั้น จะประกอบไปด้วย ๔ กลยุทธ์
กลยุทธ์แรก จะเป็นการหยุดยั้งการบุกรุกการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ
กลยุทธ์ที่ ๒ จะเป็นการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ ทำลายป่า
กลยุทธ์ที่ ๓ จะเป็นการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปราม การตัดไม้ทำลายป่า
กลยุทธ์สุดท้าย จะเป็นการยึดคืนพื้นที่แล้วก็ยับยั้งการบุกรุกป่า แก้ไขปัญหา ป่าบุกรุกคน โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศเป็นหลักหรือใช้วิทยาศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
ประเด็นต่อมานโยบายเราต้องสอดคล้องการที่จะหยุดยั้งการทำลาย แล้วก็ฟื้นฟูผืนป่านั้นจะต้องสอดคล้องกับนโยบายป่าไม้แห่งชาติ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านประธาน และท่านสมาชิกคงจะทราบดีว่านโยบายป่าไม้แห่งชาตินั้น ปัจจุบันนั้นเรากำหนดให้มี ทั้งป่าอนุรักษ์และป่าเศรษฐกิจนั้นรวมกันต้องไม่น้อยกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ในประเทศไทย โดยที่มีป่าอนุรักษ์อยู่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ป่าเศรษฐกิจ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อสอดคล้องกับ นโยบายยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ในข้อย่อยที่ ๕ กำหนดว่าประเทศไทยนั้นจะต้องมีพื้นที่สีเขียว ไม่น้อยกว่า ๕๕ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ในประเทศโดยแบ่งเป็นผืนป่าธรรมชาติพื้นที่ป่าธรรมชาติ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ส่วนป่าใช้ประโยชน์ร้อยละ ๕ แล้วก็ส่วนสาธารณะอื่น ๆ อีก ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าปัจจุบันนั้นประเทศไทยเรามีป่าอยู่เพียงแค่ ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ที่ผ่านมาตลอด ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมาการบุกรุกป่าของเรานั้นเฉลี่ยเราหายไปเกือบปีละ ๑ ล้านไร่ เพราะว่า ๓๗ ปี ป่าเราหายไป ๓๖ ล้านไร่ ดังนั้นสาเหตุที่เราได้เกิดการหายไปปีละเกือบล้านไร่นั้นอย่างที่ผม ได้กล่าวไปเบื้องต้น ไม่ว่าจะเป็นการบุกรุกเพื่อการขยายพื้นที่ทางการเกษตรการบุกรุก ของนายทุนบ้าง การบริหารจัดการที่ขาดประสิทธิภาพ การเข้าไปบุกรุกการตัดไม้ทำลายป่า ต่าง ๆ เป็นเหตุให้รัฐบาลภายใต้การดำเนินการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้มีคำสั่งที่ ๖๔/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ และคำสั่งที่ ๖๖/๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๗ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านป้องกันและปราบปราม และหยุดยั้งการบุกรุกทำลายป่าต่อกลุ่มอิทธิพลและผู้มีอิทธิพลนั้น แล้วให้ผ่อนปรนกับ ชาวบ้านผู้ที่ยากไร้ไม่มีที่ทำกิน ปรากฏว่าในการดำเนินงาน ๕ ปี ช่วง ๕ ปีที่ผ่านมา เราดำเนินการไปแล้วทั้งหมด ๒๙,๓๕๐ คดี และได้พื้นที่มาทั้งหมด ๘๕๓,๖๐๓ ไร่ แต่ทั้งนี้ ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนริศคือว่าจาก ๘๐๐,๐๐๐ กว่าไร่นั้น เราฟื้นฟูป่า กลับมาได้แน่นอนเลย ฟื้นฟูมาแล้วได้ ๓๕๐,๐๐๐ ไร่ ส่วนที่ยังดำเนินคดีอยู่อีกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่ ตรงนี้เราคิดว่าเรามีโอกาสชนะมากพอสมควร ข้อมูลสถิติคดีตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงปี ๒๕๖๒ ในรายละเอียดมากกว่านี้คงต้องขออนุญาตท่านประธาน เดี๋ยวจะให้ข้อมูล รายละเอียดเพิ่มเติม แต่ว่าเท่าที่ข้อมูลที่ได้รับมาจากหน่วยงานนั้นก็คือว่าการดำเนินคดี บุกรุกพื้นที่ป่านั้นจาก ๒๙,๓๕๐ คดี อย่างที่ผมได้เรียนไปว่าเรายึดพื้นที่มาได้ ๘๕๓,๐๐๐ กว่าไร่ การดำเนินคดีการตัดไม้ทั้งหมด ๓๓,๐๐๐ กว่าคดี ได้ไม้ทั้งหมด ๑,๔๕๐,๐๐๐ ท่อน เกือบ ๑,๕๐๐,๐๐๐ ท่อน ปริมาตรรวมเกือบ ๗๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรที่เรายึดมาได้ตลอด ๕ ปีที่ผ่านมา แล้วก็มีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น ๓๐๐,๐๐๐ ไร่ ทั้งนี้การที่เราบอกว่าพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นมา เท่ำไรอย่างไรนั้ น เราได้ อาศั ยการแปลภาพถ่ายทางอากาศของคณะวนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันพบว่าพื้นที่ป่านั้น อย่างที่ผมได้กล่าวเบื้องต้นว่า เพิ่มมาประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ ในช่วงเวลา ๔ ปีที่ดำเนินการฟื้นฟู แล้วก็หยุดยั้ง การทำลายป่า ก็ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกในคำตอบเบื้องต้นก่อนครับ