ดอน แจงเหตุผู้นำต่างชาติไม่ร่วมอาเซียนซัมมิต-ยันความร่วมมือต่อเนื่อง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ดอน ปรมัตถ์วินัย ชี้แจงรายละเอียดการเข้าร่วมการประชุมอาเซียนซัมมิต โดยอธิบายเหตุผลที่ผู้นำบางประเทศ เช่น แคนาดาและสหรัฐฯ ไม่สามารถมาร่วมได้เนื่องจากภารกิจภายในประเทศและปัจจัยทางการเมืองภายในสหรัฐ พร้อมย้ำถึงความสำคัญของกระบวนการอาเซียนที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตลอด 52 ปี และการหารือกับผู้แทนสหรัฐฯ เกี่ยวกับประเด็นการค้า จีเอสพี และความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคงในภูมิภาค

นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทั้งหลาย ขอขอบคุณที่ได้ถามคำถามต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการประชุมซัมมิต (Summit) ซึ่งเพิ่งจบไปหมาด ๆ ได้ใช้เวลาเตรียมการกันจริงๆ ก็นานโข ทั้งปีที่เป็นประธานของอาเซียน (ASEAN) เรามีการประชุมสุดยอด ๒ ครั้ง ครั้งแรกเดือนมิถุนายน อันนี้เป็นครั้ง ๒ เป็นครั้งที่ ๓๕ ครั้งเดือนมิถุนายนคือครั้งที่ ๓๔ สำหรับก่อนที่จะไปสู่คำถามก็ขออนุญาต เรียนว่าตัวบุคคลที่ท่านสมาชิกผู้ได้ถามคำถามมานั้นมีสิ่งที่ต้องชี้แจง ท่านพูดถึง สี จิ้นผิง ท่านสี จิ้นผิง ท่านไม่เกี่ยวข้องกับการประชุมอาเซียน ซัมมิต (ASEAN Summit) สำหรับระบบของประเทศจีนมอบหมายให้เป็นนายกรัฐมนตรี หลี่ เค่อเฉียง ทุกครั้งไปตั้งแต่ การประชุมแรก ๆ เป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ก่อนหน้านั้นที่เป็นรัฐบาลก่อน ๆ ก็เป็น นายกรัฐมนตรีทุกราย สำหรับท่านสี จิ้นผิง จะเป็นผู้เข้าร่วมประจำการประชุมเอเปค (APEC) เท่านั้น ท่านวลาดิเมียร์ ปูตินก็เช่นกัน ท่านวลาดิเมียร์ ปูตินจะไม่เกี่ยวข้องกับการประชุม อาเซียน ซัมมิต (ASEAN Summit) และที่จะมีขึ้นในเดือน โนเวมเบอร์ (November) ยกเว้นแต่ปีที่แล้ว ปีที่แล้วมาเพราะว่าได้มีการในลักษณะเฉลิมฉลองการเป็นสแทรทีจิกพาร์ตเนอร์ (Strategic Partner) ของประเทศรัสเซียกับอาเซียน (ASEAN) ก็มาในฐานะนั้น แต่ว่าพอเข้าสู่ การประชุมที่ต้องถือว่าปกติก็เป็นท่านนายกรัฐมนตรี เมดเวเดฟ เช่นเดียวกับครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมา ส่วนประเทศแคนาดา นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ท่านเพิ่งผ่านการเลือกตั้ง แล้วก็อยู่ระหว่างที่จะต้องมาฟอร์ม (Form) รัฐบาล เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย แล้วก็ มีความยุ่งยากหลายเรื่อง ในใจตัวเองมีความอยากมากที่จะมา ก็ได้ขอท่านนายกรัฐมนตรีไว้ ที่คำว่าขอนี่เพราะว่าได้พูดเกริ่น ๆ ไว้ในโอกาสที่ได้พบปะกันก่อนหน้านี้ว่าอยากจะมา เพราะว่าเมื่ออายุ ๑๘-๑๙ ปี เคยแบ็กแพ็ก (Backpack) เป็นแบ็กแพ็กเกอร์ (Backpacker) มาเมืองไทย แล้วก็เลยอยากกลับมา ก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นจริง ๆ แต่ว่าเนื่องจากการเมืองภายใน ก็มาไม่ได้ แต่กระนั้นก็ดีนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ก็ขอโทรศัพท์มาหา ก็ได้ติดต่อผ่านทูตของเขา แล้วในที่สุดเรามีการพูดกันแล้วก็ขอโทษขอโพยที่มาไม่ได้ แล้วเขาหวังว่าโอกาสหน้าจะมา

ส่วนประเด็นเดียวเท่านั้นเองที่เกี่ยวข้องก็คือท่านโดนัลด์ ทรัมป์ อันที่จริง ก็มีความซับซ้อนกันอยู่หลายด้านด้วยกัน ท่านโดนัลด์ ทรัมป์ ที่มาไม่ได้ สาเหตุที่เคยให้มา ในครั้งหนึ่งก็คือช่วงเรื่องของการเมืองภายในค่อนข้างจะเป็นปัญหาใหญ่ มีอิมพีชเมนต์ (Impeachment) ในขณะเดียวกันในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนก็จะมีการเลือกตั้งในหลาย มลรัฐ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งผู้ว่าการมลรัฐ ประธานาธิบดีก็หมายมั่นปั้นมือนะครับว่ามลรัฐ ต่าง ๆ เหล่านั้นทางพรรคริพับลิกันจะต้องชนะให้ได้เพราะว่าผู้ว่าการจะต้องเป็นคนคุม การเลือกตั้ง อันนั้นเป็นเหตุหนึ่งที่จะไม่มา และรับรู้กันมาก่อนหน้านั้น อันนี้ก็เป็นเหตุหนึ่ง แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางสิ่งที่เป็นเรื่องซับซ้อนก็มามีผลที่ทำให้เกิดเป็นข่าวอย่างที่รับทราบ กันอยู่ว่าทางอาเซียน (ASEAN) ก็จัดรูปแบบของการพบปะกับผู้แทนของประธานาธิบดี ออกมาในลักษณะที่ถือว่าพิเศษ แต่ว่าไม่ใช่พิเศษจนเกินไป เพราะว่าเคยจัดในลักษณะนี้ มาก่อนในอดีตที่เรียกว่าทรอยกา (Troika) อันนั้นเป็นคำตอบที่ให้สำหรับการชี้แจง ให้กระจ่าง

สำหรับเรื่องของการประชุมสุดยอดอาเซียน (ASEAN) ทุกท่านคงรับทราบ หรือทราบกันดีว่าอาเซียน (ASEAN) ก็อยู่กับเรามา ๕๒ ปี ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่เป็น เสมือนหนึ่งสมาร์ต ฮับ (Smart Hub) สถาปนิกสำคัญ เพราะฉะนั้นการจัดตั้งอาเซียน (ASEAN) แล้วก็ดำเนินกันมาจนกระทั่งบัดนี้ ใน ๕๒ ปี สิ่งที่มีความชัดเจนที่สุดก็คือว่าอาเซียน (ASEAN) เป็นกระบวนการไม่ใช่การประชุมที่จะต้องมีผลลัพธ์ทันตาเห็นในทันที สำหรับคราว ใดก็ตาม ในเรื่องใดก็ตาม

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ได้รับเป็นคำถามมาคือเรื่องจีเอสพี (GSP) ก็อยากจะเรียนว่า มีการหารือกันระหว่างนายกรัฐมนตรีกับวิลเบอร์ รอสส์ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ วิลเบอร์ รอสส์ ก็มาร่วมในรายการหลักนั่นก็คือ อินโด-แปซิฟิก บิสิเนส ฟอรัม (Indo-Pacific Business Forum) ที่มีขึ้นในวันที่ ๔ รวมไปถึงนายกรัฐมนตรี แล้วก็คุยกับ ทางโรเบิร์ต ซี โอไบรอัน ซึ่งผู้แทนมาจากประธานาธิบดี ก็ได้กล่าว แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ มีการมาเจรจากันในช่วงเวลานั้น เพราะไม่ใช่เวทีที่จะมาเจรจากัน แต่ว่าได้มีการพูดถึง เรื่องของจีเอสพี (GSP) ได้มีการพูดถึงว่าเรื่องนี้ก็จะต้องคุยกันต่อไปในช่วงเวลาที่มีอยู่ ที่มีการกำหนดไว้ ๖ เดือน ทางวิลเบอร์ รอสส์ ก็ดี โรเบิร์ต ซี โอไบรอัน ก็ดี เขาก็รับเพราะว่า ก็เป็นตามนั้น ทางฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกาก็จะนำเรื่องที่รับทราบจากการคุยกับ นายกรัฐมนตรีประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน (ASEAN) ก็เอาไปคุยกันต่อกับ ที่บ้านตัวเองแล้วก็อย่างน้อยที่สุดได้นำไปคุยต่อกับยูเอสทีอาร์ (USTR) ซึ่งเป็นผู้แทนการค้าพิเศษ ของทางฝ่ายประเทศสหรัฐอเมริกา และเป็นเจ้าของเรื่องโดยตรง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ยัง ต้องมีเวลาที่จะคุยกันในรายการต่าง ๆ รวมไปถึงเรื่องที่ไปพาดพิงกับแรงงานและอื่น ๆ ก็ขอเรียนเป็นคำตอบ ก็อยากจะฟังคำถามอีกชุดหนึ่งเพื่อจะได้ตอบหรือไม่ก็อาจจะใช้โอกาสนี้ เมื่อสักครู่ได้กล่าวถึงเรื่องกระบวนการ ก็ขออนุญาตเพิ่มเติมเล็กน้อยว่ากระบวนการดังกล่าว โดยทั่วไปแล้วก็ครอบคลุมเกือบจะทุกเรื่องระหว่างทางอาเซียน (ASEAN) กับหุ้นส่วน เรียกว่า ไดอะล็อก พาร์ตเนอร์ (Dialogue Partner) ของเรา เกือบจะทุกเรื่องที่มีอยู่ หลายเรื่องก็เป็นเรื่องชัดเจนไปในตัวในแง่ของการเป็นอิชชู (Issue) ทางด้านการเมือง หรือเศรษฐกิจก็ดี หลายเรื่องก็คาบเกี่ยวกัน เป็นทั้งเศรษฐกิจการเมืองปะปนกัน แต่ที่อยากจะเกริ่นไว้ก็เพียงแต่เรียนว่าด้านการเมืองก็คุยกันในหลายเรื่องที่มีความสนใจ ร่วมกันนะครับ ก็จะเป็นเรื่องของทะเลจีนใต้ คาบสมุทรเกาหลี เรื่องยะไข่ รวมไปถึง เรื่องใกล้ ๆ ตัวของเราก็คือเรื่องของการบริหารจัดการชายแดนของเราในฐานะที่ประเทศไทย เป็นประเทศอาเซียนที่มีพรมแดนติดต่อกับเพื่อนของเราในทุกด้านยาวประมาณใกล้ ๕,๐๐๐ กิโลเมตร ๔,๘๐๐-๔,๙๐๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นก็มีเรื่องนี้เป็นพิเศษที่เรามัก จะยกขึ้นเวลาคุยกับอาเซียนด้วยกันหรือบอกกล่าวกับเพื่อนของเราว่าเรื่องเหล่านี้มันไปโยง กับเรื่องของการดูแลเรื่องของอาชญากรรมข้ามชาติและเรื่องของสิ่งที่เป็นสิ่งต้องห้าม ผิดกฎหมายต่าง ๆ ยาเสพติดและอื่น ๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความชัดเจนในตัว เรื่องของการเมือง แล้วทางด้านเศรษฐกิจก็มีเรื่องของอาร์เซ็ป (RCEP) เป็นต้น มีเรื่องของ คอนเน็คทิวิตี (Connectivity) การเชื่อมโยงอะไรต่าง ๆ แล้วก็มีเรื่องของอาเซียน เอาต์ลุก (ASEAN Outlook) ในแง่ของอินเตอร์แปซิฟิก (Inter-Pacific) ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ คาบเกี่ยวกับทางการเมืองอยู่ แต่ก็มีการพูดกันค่อนข้างมากแล้วก็เป็นเรื่องที่ทางประเทศไทย มีบทบาทสูงทีเดียวที่ทำให้มันเกิดขึ้น ผมเห็นยกมือคงจะมีคำถามชัดเจนในประเด็นที่เฉพาะ เชิญเลยครับ