ฐิตินันท์ ชี้แผนปฏิรูปช้า ทบทวนการรับฟังประชาชน-เพิ่มคุ้มครองแรงงาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

ฐิตินันท์ แสงนาค หารือความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ โดยทบทวนกระบวนการรับฟังความคิดเห็นประชาชนและตั้งข้อสังเกตถึงการตัดประเด็นสำคัญบางด้านออกจากแผน พร้อมเรียกร้องให้รวมเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคและแรงงานอย่างเป็นทางการ เน้นย้ำความล่าช้าของกระบวนการปฏิรูป โดยเฉพาะด้านการเมืองท้องถิ่นและการจัดสรรทรัพยากรในพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่ประชาชนท้องถิ่นไม่ได้รับประโยชน์อย่างเป็นธรรม พร้อมเสนอให้เปลี่ยนแนวทางการสื่อสารจากใช้สื่อรัฐมาเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกผ่านวิทยากรในชุมชน และเรียกร้องให้รัฐบาลแสดงความจริงใจในการขับเคลื่อนการปฏิรูปเพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยแท้จริง

นายฐิตินันท์ แสงนาค ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑ ตัวแทนคนเมือง พรรคอนาคตใหม่ครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาอภิปรายเรื่องแผนปฏิรูป ความคืบหน้ารายงานในการดำเนินการแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ประจำเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๓ เดือน ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องเท้าความ นิดหนึ่งว่าการปฏิรูปประเทศในครั้งนี้เริ่มมาจากปี ๒๕๕๗ เกิดความขัดแย้งทางการเมืองขึ้น ๒ กลุ่มการเมืองใหญ่ ๆ ไม่สามารถตกลงกันได้ ทำให้เกิดรัฐประหารโดยคณะ คสช. ภายหลัง การรัฐประหาร มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา เรียกว่าแม่น้ำ ๕ สาย ๑ ใน ๕ สาย ก็คือ สภาปฏิรูปแห่งชาติหรือ สปช. ซึ่งผมเป็น ๑ ในคณะอนุกรรมาธิการ การมีส่วนร่วมรับฟัง ความคิดเห็นของประชาชน ท่านประธานครับ ทั้ง ๗๗ จังหวัด คณะอนุกรรมาธิการ ทั้ง ๑๕ คนแต่ละจังหวัด จะมีการรวมกลุ่มตั้งกรุ๊ปไลน์ (Group line) ขึ้นมาเพื่อออกเวที รับฟังความคิดเห็นประชาชนของทุกอำเภอใน ๗๗ จังหวัด การออกฟังความคิดเห็นประชาชนนั้นจะได้ข้อมูลดิบมาและคณะอนุกรรมาธิการทั้ง ๗๗ จังหวัด โดยเฉพาะของผมทำอยู่ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นสายวิชาการ เป็นผู้สกรีน (Screen) ข้อมูลทั้งหมด ที่ได้ข้อมูลดิบมา แล้วก็รวบรวมส่งให้สภาโดยส่งไปให้ที่ สนช. โดยตรง รายงานเล่มนี้ที่ผมถืออยู่ ส่วนหนึ่งก็คือมาจากรายงานที่ผมทำมา ท่านประธานครับ เริ่มแรกของการปฏิรูป จะมีแบบฟอร์มให้คณะทำงาน ๓ แบบฟอร์ม คือแบบฟอร์มเอ (A) แบบฟอร์มบี (B) และแบบฟอร์มซี (C) หัวข้อที่ให้มาในการฟังความคิดเห็น ๑๘ ประเด็นบวก ๑ พอส่งข้อมูลมาครบปรากฏว่า คณะทำงานเกี่ยวกับการปฏิรูปตัดออกไป ๗ หัวข้อเหลือ ๑๑ บวก ๑ เป็น ๑๒ ผมจะอ่านให้ ท่านประธานดูว่าข้อมูลที่หายไปมีอะไรบ้างและข้อมูลเต็ม ๆ ของการทำงานในครั้งนั้น คือปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ มีอะไรบ้าง ประเด็นที่ ๑ ด้านการเมืองอันนี้ตรงกัน มีครับ ประเด็นที่ ๒ ด้านบริหารราชการแผ่นดินอันนี้ก็มีตรงกัน ประเด็นที่ ๓ กฎหมายด้านกระบวนการยุติธรรม ก็มีเป็นด้านกฎหมายเข้ามา ประเด็นที่ ๔ คือการปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ไม่มี ตัดออกไป ประเด็นที่ ๕ การศึกษาและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ อันนี้ก็ไม่มี ประเด็นที่ ๖ ด้านเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง ในแผนทั้งหมดมีเศรษฐกิจเข้ามาครับ ตามรูปที่ทำให้ดูนะครับท่านประธาน ประเด็นที่ ๗ คือด้านการเกษตร อุตสาหกรรมและพาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ ปรากฏว่าไม่มี ประเด็นที่ ๘ ด้านพลังงาน อันนี้มี ประเด็นที่ ๙ ด้านสาธารณสุข อันนี้มี ประเด็นที่ ๑๐ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็มีครับ ประเด็นที่ ๑๑ ด้านการสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ อันนี้มีครับ ประเด็นที่ ๑๒ ด้านสังคม ชุมชน เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส อันนี้ก็ไม่มี มีแค่ด้านสังคมอย่างเดียว ประเด็นที่ ๑๓ ด้านแรงงาน ผมเสียใจมากครับท่านประธานด้านแรงงาน เมื่อเช้านี้ เพื่อนสมาชิกของผมได้อภิปรายเรื่องนี้ไปโดยการกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ปรากฏว่าไม่ได้บรรจุอยู่ในแผนปฏิรูปเลย เกิดอะไรขึ้นครับ แรงงานประเทศไทยไม่มีคุณค่า หรืออย่างไร พวกท่านมองไม่เห็นความสำคัญของแรงงานหรืออย่างไร พวกท่านไม่รู้หรือว่า การสร้างชาติของเราต้องใช้แรงงาน ในนี้ไม่มี ผมจะผ่านไปนะครับ ประเด็นที่ ๑๔ ด้านการปราบปรามทุจริตประพฤติมิชอบ อันนี้มี ประเด็นที่ ๑๕ ด้านค่านิยม ศิลปวัฒนธรรม ศาสนา ข้อนี้ไม่มี ประเด็นที่ ๑๖ ด้านการศึกษา อันนี้มี ประเด็นที่ ๑๗ ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม อันนี้ก็ไม่มี ประเด็นที่ ๑๘ ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค อันนี้ก็ไม่มี และประเด็นที่ ๑๙ ด้านอื่น ๆ ด้านอื่น ๆ หมายถึงว่าคิดไม่ออก ไปเจออะไรมา ก็เอามาใส่ไว้ด้านนี้ ผมจะพูดเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งไม่มีอยู่ในนี้ คณะทำงาน ท่านรัฐมนตรีที่มารับฟังวันนี้ก็รับข้อเสนอนี้ไปพิจารณาด้วยนะครับ การคุ้มครองผู้บริโภค ปัจจุบันเป็นเรื่องสำคัญของมนุษย์ เป็นปัญหาหลักของมวลมนุษยชาติเลยนะครับ ไม่ใช่คุ้มครองผู้บริโภค คุ้มครองตัวท่านเองด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องเอามาใส่ในการปฏิรูป ประเทศว่าเราจะคุ้มครองอย่างไรในแผนปฏิรูปของท่าน ท่านประธานครับ ผมจะไล่ดู ขอภาพด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ภาพที่ท่านรองนายกเอาขึ้นเมื่อกี้นี้ครับ ของผมทำมาให้ดู ประเด็นที่ปฏิรูปนี้มีทั้งหมด ๕ ประเด็นหลัก มีหัวข้อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผมจะพูดถึงประเด็นที่ ๓ ประเด็นที่ ๔ ประเด็นที่ ๕

ประเด็นที่ ๓ ประเด็นย่อยที่ ๑ในหนังสือที่สรุปมานี่นะครับ การกระจายอำนาจ และการพัฒนานักการเมืองท้องถิ่นอยู่ระหว่างดำเนินการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบตามแผน ท่านตอบทุกข้อ เปิดหนังสือนี้ดู ทุกประเด็นท่านจะใช้คำนี้หมด ใช้วิธีก๊อปปี (Copy) วางนะครับ ก๊อปปี (Copy) แล้วมาวาง ผมต่อนะครับ ตามแผนคืออะไร มีการรายงานผ่านผล การดำเนินงานตามสื่อต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ประเทศ ประเด็นกระจายอำนาจ ผมเขียนหัวข้อโต้แย้งไว้ว่าการอ้างอิง ท่านอ้างอิงด้วยว่าการกระจายอำนาจการพัฒนา นักการเมืองท้องถิ่นใช้สื่อของรัฐต่าง ๆ เพื่อปลุกเร้า สร้างกระแสให้ประชาชนตื่นตัว และพร้อมที่จะใช้สิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่น อย่างนี้จะได้ผลหรือครับท่านประธาน จะปฏิรูปการเมืองระดับท้องถิ่นโดยการใช้สื่อของรัฐสร้างกระแส ท่านคิดอะไรอยู่ครับ สื่อของรัฐถ้าจะให้ชัดกว่านั้น ท่านจำรายการเย็นวันศุกร์ได้ไหมครับ ท่านใช้มา ๕ ปี ปลุกกระแสได้ไหม สร้างความรำคาญเบื่อหน่ายด้วยซ้ำการปฏิรูปการเมืองท้องถิ่น ให้ประชาชนตื่นตัวไปเลือกตั้งไม่ใช่การสร้างกระแสนะครับมันต้องเป็นการปลูกฝังจิตสำนึก ให้เขารับรู้รับทราบว่าการเมืองท้องถิ่นสำคัญอย่างไรเป็นการเมืองใกล้ตัว ใกล้กว่าพวกเรา ๕๐๐ ท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ด้วยซ้ำ เพราะว่านักการเมืองท้องถิ่นอยู่ในพื้นที่ ใกล้ชิดประชาชนในพื้นที่ เพราะฉะนั้นท่านต้องมีวิธีการที่เข้มข้นกว่านี้ในการที่จะปลูกฝัง แล้วก็ปฏิรูปการเมืองท้องถิ่น นี่ผมยังไม่นับหัวข้อการเมืองท้องถิ่นที่ท่านไม่ได้บรรจุไว้เป็นหัวหลัก มาใส่หัวข้อย่อย แต่การเมืองท้องถิ่นก็เป็นนโยบายของทุกพรรคการเมืองที่หาเสียงเข้ามา แม้แต่รัฐบาลเองก็มีนโยบายที่จะทำการเมืองท้องถิ่นให้เข้มแข็ง อันนี้ตรงกัน แต่วิธีการที่ท่าน จะทำให้การเมืองท้องถิ่นให้ประชาชนรับรู้รับทราบความสำคัญ มีจิตสำนึกกระตือรือร้น ในการเลือกตั้งท้องถิ่น วิธีใช้สื่อของรัฐอย่างนี้ไม่ใช่นี่ผมถอดมาจากหนังสือของท่านนะครับ มันต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง เข้าใจบทบาทของการเมืองท้องถิ่น วิถีชีวิตชุมชนว่าเป็นอย่างไร แล้วเอาคนเหล่านั้นมาเป็นวิทยากร บรรยาย อบรม ชี้นำ ปฏิบัติให้ผู้คนได้รับรู้รับทราบถึงจะสามารถปฏิรูปการเมืองท้องถิ่นได้ผมจะไปหัวข้อต่อไปเลย ผมจะไปประเด็นที่ ๓ เมื่อกี้นี้หัวข้อย่อยที่ ๑ นะครับ

ประเด็นที่ ๓ หัวข้อย่อยที่ ๔ การสร้างความเป็นธรรมในการจัดสรร ทรัพยากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากร การคุ้มครองดุลยภาพสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เพื่อนำไปสู่การกำหนด หาแนวทางร่วมกันในการจัดทำข้อเสนอในการสร้างความเป็นธรรมในพื้นที่ ท่านประธานครับ ที่เห็นอยู่ปัจจุบันนี้ เร็ว ๆ นี้ ผมยกตัวอย่างอีอีซี (EEC) เขตการค้าพิเศษที่ผ่านมา ในสภาแห่งนี้ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายว่าผู้ที่ได้ประโยชน์จริง ๆ ไม่ใช่ประชาชนในท้องถิ่น ทรัพยากรท้องถิ่นถูกแย่งโดยนายทุน แล้วท่านเขียนว่าเพื่อกระจายทรัพยากรดุลยภาพ ของท้องถิ่น ตัวอย่างเห็นมาชัด ๆ เลย แม้เราจะตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาก็ยังทำ ไม่สำเร็จ แล้วเราจะคุ้มครองสิทธิพื้นฐานทรัพยากรท้องถิ่นได้อย่างไร ผู้ได้ประโยชน์ในส่วนนี้ ไม่ใช่ประชาชนในพื้นที่เจ้าของทรัพยากรตัวจริง ท่านประธานครับ เป็นใครผมว่าทุกท่าน คงจะทราบกันดี เพราะฉะนั้นข้อนี้ข้อเดียวก็ไม่ผ่านแล้วในการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ ผมจะไปข้อต่อไปครับ

ประเด็นที่ ๔ ประเด็นย่อยที่ ๒ การป้องกันทุจริตการเลือกตั้ง การซื้อสิทธิ ขายเสียงอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบตามแผน อันนี้เขาก็ก็อบปี้มาวาง อีกแล้วครับ ก็อบปี้จากข้อ ๑ ๒ ๓ มาวางเลยครับ ประเด็นที่ผมจะโต้แย้งก็คือรัฐบาลไม่มี ความจริงใจในการปฏิรูปการเมือง ปฏิรูปการเมืองครั้งนี้ระยะเวลา ๕ ปี ณ วันนี้จะเข้า ๒ ปีแล้ว อีก ๓ ปีท่านทำได้แค่ถ้ามีภาพจะให้ขึ้นดู หรือท่านที่มีหนังสือเปิดดูได้นะครับ ยังเป็นศูนย์อยู่ ปฏิรูปการเมืองบรรทัดแรกเลย บรรทัดแรกในหนังสือการเมืองยังเป็นศูนย์อยู่เลยครับ ยังทำอะไรไม่ได้เลย ผมถึงต้องจะใช้คำว่ากล่าวหาก็จะแรงเกินไป ในชาร์ต (Chart) จะตัวเล็กหน่อย ก็ล้อมาจากของท่าน ถ้าจะปฏิรูปการเมืองจริง ๆ มันง่ายนิดเดียว ถ้ารัฐบาลจริงใจ แต่ผมขอพูดไว้ ณ ที่นี้ว่าถ้าปฏิรูปการเมืองจริง ๆ ใครเสียประโยชน์ ใครได้ประโยชน์ ถ้าปฏิรูปการเมืองจริง ๆ เป็นสากลบริสุทธิ์ยุติธรรมประชาชนได้ประโยชน์ แต่นักการเมือง หรือพรรคการเมืองที่ไม่บริสุทธิ์ยุติธรรมเสียประโยชน์ เพราะฉะนั้นจึงทำให้การปฏิรูปการเมือง ล่าช้ากว่ากำหนด ผมไม่ทราบว่าอีก ๓ ปี ท่านจะทำได้สักกี่ข้อเชียว อย่ากลับมาให้พวกผม ทำอีกนะครับ ให้ไปฟังเวทีประชาชนมาให้ท่านอีก มันเหนื่อย แล้วใช้ความสามารถ ความพยายามสูงในการหาข้อมูลมาให้พวกท่าน เพราะฉะนั้นผมหวังว่าอีก ๓ เดือนข้างหน้า คงจะได้คำตอบจากทุกท่านดีกว่าที่รายงานฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ