มนูญ ศิริวรรณ ชี้แจงความคืบหน้าแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน โดยเน้นการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติ พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางการซื้อขายก๊าซแอลเอ็นจีเพื่อลดต้นทุนพลังงานและค่าไฟฟ้า รวมถึงส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพอย่างแก๊สโซฮอล์และไบโอดีเซลเพื่อสนับสนุนเกษตรกรและลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายมนูญ ศิริวรรณ รองประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ก่อนอื่นกระผม ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้คำแนะนำเกี่ยวกับเรื่องของพลังงาน ว่ามีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจ แล้วก็ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใย กระผมขอเรียนว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานก็มีความเป็นห่วงเช่นเดียวกับท่านสมาชิก และอยากจะเรียนว่าแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ได้มีการนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการ ปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานอยู่ในแผนปฏิรูปอยู่แล้ว แล้วก็ได้ดำเนินการมาเป็นระยะตั้งแต่ ได้มีการประกาศแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงานในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นมา ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ได้ร่วมกับทางกระทรวงพลังงานดำเนินการ ในเรื่องนี้มาโดยตลอด อย่างเช่น เรื่องของการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นก็ได้มี การดำเนินการปรับโครงสร้างไปบ้างแล้ว แต่แน่นอนก็ยังไม่ได้ผลอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็ยังจะต้องมี การดำเนินการต่อเนื่องไปอีกอย่างที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้แถลงไป หรือแม้กระทั่งราคาแอลพีจี (LPG) ที่ท่านสมาชิกได้หยิบยกขึ้นมาก็ตามนะครับ เรื่องของ ราคาแอลพีจี (LPG) นั้นก็เป็นประเด็นที่ได้มีการถกเถียงกันมาโดยตลอด ซึ่งเรื่องนี้ ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน ก็ได้นำเสนอโครงสร้างที่คิดว่าน่าจะเหมาะสม ต่อทางกระทรวงพลังงานไปแล้ว ซึ่งก็กำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการเพื่อที่จะศึกษา แล้วก็ปรับโครงสร้างราคาแอลพีจี (LPG) ให้มีความเหมาะสมต่อไป
ส่วนในประเด็นเรื่องของการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาตินั้น ก็เป็นอีก หนึ่งประเด็นปฏิรูปที่ทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานให้ความสนใจ แล้วก็ได้ นำเสนอว่าเราจะต้องให้ความสนใจเรื่องของการเปิดเสรีก๊าซธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) เพราะว่าต่อไปประเทศไทยจะต้องพึ่งพาการนำเข้า ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) ในปริมาณที่สูงมาก จากปัจจุบันนี้เราต้องพึ่งพาการนำเข้า ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) จากต่างประเทศปีหนึ่งประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ตัน แต่ต่อไปในอีก ๑๕ ปีข้างหน้า การนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) ของประเทศจะสูงถึง ๓๐ ล้านตันขึ้นไป ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่เราจะต้องวางแผนอย่างดีและจากการที่เราต้องนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) สูงขนาดนี้ มันก็จะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสที่จะเป็นฮับ (Hub) หรือเป็น รีเจอนัล เทรดดิง ฮับ (Regional Trading Hub) ทางด้านของแอลเอ็นจี (LNG) ได้
ส่วนคำถามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถามว่า ถ้าประเทศไทยเราเป็น ศูนย์กลางของทางด้านแอลเอ็นจี เทรดดิง ฮับ (LNG Trading Hub) แล้ว ประชาชนจะได้ อะไร ก็อยากจะเรียนว่าถ้าเราสามารถจะเป็น เทรดดิง ฮับ (Trading Hub) ได้โดยสภาพ ทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เราเป็นศูนย์กลางของการขนส่งแล้วก็การซื้อขายทางด้านของอาเซียน (ASEAN) เราสามารถที่จะเป็น เทรดดิง ฮับ (Trading Hub) ในการจัดส่งแล้วก็ซื้อขาย ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) ให้กับประเทศในภูมิภาคอินโดจีน หรือประเทศซีแอลเอ็มวีที (CLMVT) ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทยเป็นอย่างมาก ในการที่เราจะได้ต้นทุนก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) ในราคาที่ถูกลง ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อประชาชนคนไทยที่ใช้ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) และรวมทั้งประชาชนที่จะได้รับต้นทุนการ ใช้ไฟค่าไฟฟ้าที่ถูกลงด้วย เพราะประเทศไทยนั้นก็จะใช้ก๊าซแอลเอ็นจี (LNG) เป็นต้นทุนเป็น เชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า อันนั้นก็จะเป็นประโยชน์สำหรับประชาชนผู้ใช้ไฟและผู้ใช้พลังงาน โดยทั่วไป
ส่วนเรื่องการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาตินั้นก็แน่นอนว่าเราคงจะไม่ได้หวัง พึ่งพาบริษัท ปตท. แต่เพียงบริษัทเดียว เพราะว่าในแผนปฏิรูปประเทศเราเขียนไว้ชัดเจนว่า ต้องการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติ แล้วก็เปิดให้มีผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติมากกว่า ๑ ราย อาจจะเป็น ๒ รายหรือ ๓ รายทั้งนี้เพื่อให้มีการแข่งขันกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งการแข่งขันกันก็จะ นำมาซึ่งราคาต้นทุนการนำเข้าที่ถูกลง ส่วนในเรื่องของเชื้อเพลิงชีวภาพนั้นที่มีท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติแสดงความเป็นห่วง ทางด้านของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงานก็ได้ เสนอให้เราใช้เชื้อเพลิงชีวภาพเป็นเชื้อเพลิงหลัก ๒ ชนิด ก็คือแก๊สโซฮอล์ (Gasohol) อี ๒๐ (E20) กับไบโอดีเซล (Biodiesel) บี ๑๐ (B10) ซึ่งถ้าเราใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ ๒ ชนิดนี้ เป็นเชื้อเพลิงหลักของประเทศ คือเป็นเชื้อเพลิงบังคับแล้วก็เป็นเชื้อเพลิงหลักก็จะทำให้มีการ ใช้แก๊สเอทานอล (Ethanol) และไบโอดีเซล (Biodiesel) บี ๑๐๐ (B100) เพิ่มขึ้นมาก จนกระทั่งเราจะไม่ต้องเป็นกังวลเกี่ยวกับเรื่องของเกษตรกรที่ผลิตเรื่องของไบโอดีเซล (Biodiesel) แล้วก็เอทานอล (Ethanol) อีกต่อไป อันนี้ก็เป็นแผนปฏิรูปประเทศ ด้านพลังงานที่ผมอยากจะเรียนชี้แจงไว้ในขั้นนี้นะครับ เนื่องจากว่าเราก็มีเวลาจำกัดมาก ไม่อยากจะเสียเวลาสภาแห่งนี้มากจนเกินไปครับ ขอขอบพระคุณครับ