วราวุธ ศิลปอาชา หารือประเด็นการป้องกันการทุจริตในอุทยานแห่งชาติ โดยเสนอให้แก้ไขข้อบังคับเพื่อเอื้อต่อการจัดเก็บรายได้ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์และเทิร์นคีย์ พร้อมทั้งกำชับให้จัดทำคณะกรรมการตรวจสอบทั้งส่วนกลางและภูมิภาค กำหนดขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว (Carrying capacity) เพื่อป้องกันความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อม และพัฒนาระบบติดตามรายได้แบบเรียลไทม์
เรียนท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ถือว่าอุทยานแห่งชาติทั้งหลายและประเทศไทยเราโชคดีมีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่คอยเป็นห่วงเป็นใยแล้วก็เป็นหูเป็นตาให้กับพวกเรา ย้อนหลังกลับไปเมื่อช่วงปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ที่ท่านสมาชิกได้ให้ดูตัวเลขเมื่อสักครู่ผมเองตอนนั้นเรียนตรง ๆ ว่ายังตกงานอยู่เลย พวกเรายังตกงานกันอยู่ ดูตัวเลขแล้วก็ต้องขอชื่นชมผู้บริหารของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้วก็กรมอุทยานในขณะนั้นที่สามารถทำรายได้ เพิ่มขึ้นมา ผมเห็นด้วยกับเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกพูดประเด็นที่เป็นข้อเสนอของ ป.ป.ช. ไม่ว่า จะเป็นเรื่องอี-ทิกเก็ต (E-Ticket) ผมเองได้หารือกับทางกรมและทางกระทรวง การที่จะ จัดเก็บระบบอี-ทิกเก็ต (E-Ticket) นั้นไม่ว่าจะเป็นการซื้อผ่านแอป (App) ของทางกรม มีการชำระเงินเป็นเอกสารออกมา ไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จหรือจะเป็น คิวอาร์ โค้ด (QR Code) เสร็จแล้วนำหลักฐานนั้น พอถึงเวลาเข้าที่อุทยานก็จะได้มีการแสดงหลักฐานให้เห็น กับเจ้าหน้าที่ว่าได้มีการชำระเงินเรียบร้อยแล้วจะเป็นการซื้อผ่านทางช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ทางหนึ่ง จริง ๆ แล้วใจผมเห็นด้วยกับท่านสมาชิกต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า แล้วความเห็นของ ป.ป.ช. ก็คือการจัดเก็บตั๋วถ้าหากใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์เทิร์นคีย์ (Turnkey) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ คือจัดเหมาให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่ง รับผิดชอบในการที่จะดูแลทั้งระบบจะเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพแล้วก็มีประสิทธิผลมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเงื่อนไขและตัวบทกฎหมายของกรมอุทยานนั้นยังไม่เอื้อให้ทำระบบดังกล่าว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นวันนี้สิ่งที่ผมได้กำชับทางกรมในเบื้องต้นก่อนตั้งแต่เข้ามาทำงานช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา ได้กำชับให้ดำเนินการตามมติเบื้องต้นก่อนของคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ต้นปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับมาตรการป้องกันการทุจริตที่ทาง ป.ป.ช. เสนอมา ได้มีการจัดพัฒนาตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเป็นคณะกรรมการพิจารณากฎหมายที่จะแก้ไข ข้อบังคับเพื่อที่จะเอื้อให้ทางกรมอุทยานนั้น ไม่ว่าจะสามารถเก็บรายได้ด้วยตัวเอง หรือจะเทิร์นคีย์ (Turnkey) ให้กับภาคเอกชนหรือคนอื่นนั้นเข้ามาทำงานเพื่อให้ได้ มีประสิทธิภาพมากขึ้น มีการตรวจสอบเปลี่ยนแปลงเงินรายได้ของกรมอุทยานอย่างเข้มงวด ในทุก ๆ ที่ถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนแปลง ทุกเดือนแต่ละเดือนนั้นถ้าหากว่ามีการเปลี่ยนแปลง อย่างผิดปกติก็จะต้องให้รายงานกับผู้บังคับบัญชาโดยเร่งด่วน และที่สำคัญได้มีการจัดตั้ง คณะกรรมการตามที่ ป.ป.ช. ได้เสนอเมื่อสักครู่เป็นคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นทั้งในส่วนกลาง และในส่วนภูมิภาคโดยมีการเชิญบุคคลจากภายนอกองค์กรเข้ามาตรวจสอบติดตามการเก็บ เงินรายได้และให้มีการรายงานทุก ๆ ๓ เดือน ๖ เดือน แล้วก็ ๑๒ เดือนในรอบปีเพื่อเป็นการรายงานรายได้ในทุก ๆ ไตรมาส ในขณะนี้กำลังจัดทำ ระบบการมอนิเตอร์ (Monitor) นักท่องเที่ยวแบบเรียล ไทม์ (Real time) แบบที่ทาง ป.ป.ช. ได้เสนอขึ้นมา รวมทั้งให้มีการจัดทำข้อมูลขีดความสามารถหรือว่าแคริอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) ซึ่งเมื่อสักครู่นั้นท่านสมาชิกได้กล่าวว่า ๔๐ คน ๔๐ เต็นท์เต็ม แต่พอเข้าไปดูแล้วมี ๑๐๐ เต็นท์ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วนะครับที่อุทยานแต่ละจุดนั้นจะต้องมี การกำหนดแคริอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) หรือที่เรียกว่าเป็นขีดความสามารถ ในการรองรับได้ของแต่ละอุทยานแห่งชาติ เพราะว่าอย่างเช่นล่าสุดที่ถ้ำหลวงเปิดแล้ว นักท่องเที่ยวกรูเข้าไปมากมาย ผมเชื่อว่าเวลาเราไปดูถ้ำหลวงเราก็อยากจะดูถ้ำ เวลาเราไปดู ทะเลแหวกก็อยากจะดูทะเลแหวก ไม่ได้อยากจะไปดูคนแหวก ไม่ได้อยากจะไปดูคนในถ้ำ ดังนั้นจุดอิ่มตัวหรือแคริอิง คาพาซิตี (Carrying capacity) ของสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละแห่งนั้น ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญ เพราะมิฉะนั้นแล้วสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างที่ผ่านมา ถูกทำลายไป ไม่ว่าจะเป็นยกตัวอย่างอ่าวมาหยา เปิดไปแล้วนักท่องเที่ยวมามากมาย พอมีภาพยนตร์มาถ่ายทำ คนมาท่องเที่ยวจนสิ่งแวดล้อมนั้นทรุดโทรมไป เราต้องปิด อ่าวมาหยามาจนถึงทุกวันนี้ เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลย ดังนั้นจำนวนคนที่เข้าใน อุทยานแห่งชาติแต่ละที่จะต้องได้รับการมอนิเตอร์ (Monitor) รายได้จะต้องผ่าน ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งในขณะนี้ทางกรมกำลังดำเนินการอยู่ รวมทั้งมีการประสานงาน อันนั้นในส่วนของทางบก ในทางน้ำนั้นเราจะมีการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในการจัดทำพัฒนาระบบติดตามเรือเป็นวีฮิเคิล โพซิชันนิง ซิสเต็ม (Vehicle Positioning System) ดำเนินการในการเข้ามาในโซน (Zone) ของอุทยานแห่งชาติ พร้อมทั้ง ให้มีการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในเรือแต่ละลำ ทั้งนี้ทั้งนั้น ในการจัดเก็บเงินรายได้ ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกนะครับว่า ตัวผมเองโดยส่วนตัวแล้วปริมาณเงินในแต่ละปีที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เก็บได้นั้นผมไม่ถือว่าเป็นตัวชี้วัด การที่ได้เงินเข้ามามาก โดยส่วนตัวแล้วผมไม่เชื่อว่า เป็นการแสดงว่าเป็นสิ่งที่ดีกับอุทยานเรา เงินมากแปลว่าคนเข้ามามาก คนเข้ามามาก สิ่งที่ตามมาจะเป็นขยะ จะเป็นความเสื่อมโทรมของอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ ดังนั้นในวันนี้ สิ่งที่ผมให้ความสำคัญมากกว่ารายได้ของอุทยานก็คือตัวชี้วัดนั้นไม่ใช่รายได้อย่างเดียว แต่เป็นความอุดมสมบูรณ์ ความหลากหลายทางชีวภาพของอุทยานแต่ละแห่ง ไม่ว่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติทางทะเล ไม่ว่าจะเป็นอุทยานแห่งชาติทางบก ไม่ว่าจะเป็นป่าเขาลำเนาไพร ทั้งหลาย ความอุดมสมบูรณ์ของแต่ละอุทยานนั้นเมื่อตอนจบของแต่ฤดูท่องเที่ยวแล้ว มีความอุดมสมบูรณ์มากน้อยเพียงใด เพราะว่าความอุดมสมบูรณ์เหล่านั้นไม่สามารถที่จะซื้อ กลับมาได้ด้วยเงินไม่ว่าจะกี่พันล้านบาทก็ตามนะครับ ดังนั้นวันนี้ต้องขอขอบคุณ ทางท่านสมาชิกผ่านท่านประธานที่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดเก็บเงินแต่ละบาท ผมเองให้ความสำคัญไม่แพ้กัน แล้วก็จะคอยดูแลการบริหารจัดการเงินรายได้ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแต่ละบาท แต่ละเม็ดเงินนั้นกว่าจะได้มานั้น ยากลำบากเหลือเกิน ดังนั้นเราจะต้องใช้ให้มีค่า ต้องขอขอบคุณที่ท่านแสดงความเป็นห่วง แล้วก็ที่สำคัญเราจะต้องคอยดูแลจำนวนนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกันครับ ขอบคุณครับ