รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๒๓ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
บัดนี้มีสมาชิกมาลงชื่อครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุมนะครับ ในคราวที่ผ่านมา ได้พิจารณาเสร็จสิ้นในมาตรา ๑๗ ต่อไปเป็นมาตรา ๑๘ กระทรวงยุติธรรม แล้วก็เดี๋ยว นะครับ ท่านเลขาธิการก็ได้อ่านมาตรา ๑๘ แล้วนะครับ ต่อไปก็จะเป็นท่านสมาชิกจะขอใช้ สิทธิในการอภิปรายในมาตรา ๑๘ ต่อไปนะครับ เชิญคุณหมอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะเข้า ประชุม ขอเรียนถามท่านประธานว่าวันนี้มีการถ่ายทอดทางช่อง ๑๑ ไหมครับ
ถ่ายทอดครับ จนจบนะครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ แต่อีกประเด็นหนึ่งครับ
เชิญครับ
ก็คือการทํางานร่วมกันของเรา ผมว่า ค่อนข้างจะราบรื่นนะครับ ระหว่างสมาชิกฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นผมก็อยากให้บรรยากาศแบบนี้ดําเนินไปเรื่อย ๆ แต่สิ่งหนึ่งก็คือความร่วมมือต่อกัน ผมว่ายังค่อนข้างจะขาดอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเอกสาร วันนี้ผมอยากจะขอ ถือโอกาสนี้ทวงเอกสารจากกรรมาธิการ อย่างเช่น อันแรกก็คืองบที่พรรคฝ่ายค้าน หลาย ๆ ท่านได้ขึ้นมาพูดถึงแล้วก็พูดทวงขอเอกสารมาเป็นเวลาหลาย ๆ ครั้งเลยนะครับ
อันแรกก็คืองบการเดินทางไปต่างประเทศของท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่าน เดินทางไปต่างประเทศในช่วง ๒ ปีนี้ ๓๗ ครั้ง ท่านประธานก็คงได้ยินนะครับว่าสมาชิก อภิปรายเรื่องนี้กันมากทีเดียว แล้วก็ผมเข้าใจว่าทางกรรมาธิการก็รับปากที่จะส่งเอกสาร ให้กับทางฝ่ายค้านหรือสมาชิกที่อภิปราย แต่จนบัดนี้เวลาผ่านมาหลายวันแล้วก็ยังไม่มี ยังไม่ ปรากฏว่าได้ส่งเอกสารอันนี้ อันนี้คืออันแรกนะครับ
อันต่อไปที่สมาชิกติดใจกันมากก็คืองบที่เกี่ยวกับการใช้ พ.ร.บ. การรักษา ความมั่นคง ใน ๒ กรณี กรณีแรกก็คือที่เรียกกันง่าย ๆ ว่าม็อบ (Mob) เสธ.อ้าย ซึ่งได้มี การใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง แล้วก็ได้มีการสกัดกั้นพี่น้องประชาชน สกัดการชุมนุม ของพี่น้องประชาชน มีการทําร้ายพี่น้องประชาชน ใช้แก๊สน้ําตา ก็อยากจะเรียนถาม ทางกรรมาธิการว่ากรณีนี้ใช้เงินงบประมาณไปเท่าไร อันนั้นอันหนึ่งนะครับเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง แต่ก็ยังมีอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของวันที่ร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เข้าสู่สภา วันนั้นก็อยู่ใน พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงครับ ได้มีการระดมกําลังเจ้าหน้าที่มา มากมาย ก็อยากจะเรียนถามด้วยว่าในวันนั้นใช้งบประมาณไปเท่าไร เพราะพวกเราเข้ามา ลําบากมากเลยครับ วันนั้นมีสิ่งกีดขวางมากมาย มีการตรวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เห็นเจ้าหน้าที่มากัน ระดมกันมามากมายทีเดียวครับ อยากจะขอเรื่องของ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงทั้ง ๒ อันนี้ด้วยนะครับ
อันที่ ๓ ก็คือที่หลายคนติดใจคืองบ ที่เรียกว่างบเออีซี (AEC) ซึ่งปรากฏว่า กระจัดกระจายอยู่ในหลายกระทรวง มีการแจ้งมาในเอกสารว่า ๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ว่า หลาย ๆ คนก็พูดว่าอาจจะถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยังอยู่ในความคลางแคลงใจ ของพวกผมนะครับ อยากจะขอรายละเอียดที่แท้จริงว่าจริง ๆ แล้วใช้ไปเท่าไร ท่านประธานครับ ทั้ง ๓ เรื่องนี้นะครับ
คุณหมอเดี๋ยวนะครับ งบเออีซีนี่ปี ๒๕๕๗ ใช่ไหม
ครับ ปี ๒๕๕๗ นี่ละครับ
โอเค เชิญต่อครับ
เพราะฉะนั้นก็สรุปรวมก็คือ ๓ เรื่องนะครับ งบทัวร์ (Tour) นอกของท่านนายกรัฐมนตรี งบที่เกี่ยวกับการใช้ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง แล้วก็งบเออีซีนะครับ อยากจะเรียนถามตรงนี้เลยว่าทางกรรมาธิการจะจัดให้ได้ตอนไหน ครับ เพราะว่าเรื่องนี้ใช้เวลาเป็นสัปดาห์แล้วนะครับที่เราขอไป
เดี๋ยวฟังกรรมาธิการท่านก่อนครับ เชิญครับ เชิญท่านวิทยา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมได้จดตามที่คุณหมอได้บอก เดี๋ยวผมจะขออนุญาตประสาน เบื้องต้นเราได้จัดตามท่านไว้ ที่จดตรงนี้นะครับ เดี๋ยวก็จะส่งประสานให้ครับ เข้าใจว่า บางประเด็น อย่างเช่น งบเออีซีก็คงจะไม่ใช่ปัญหา งบเรื่องของ พ.ร.บ. เรื่องความมั่นคง เดี๋ยวต้องตรวจสอบรายละเอียดดูนิดหนึ่ง แล้วงบที่ท่านกล่าวว่าการเดินทางไปต่างประเทศ ของท่านนายกรัฐมนตรี อยากจะได้รายละเอียด อันนี้เดี๋ยวผมขออนุญาต คิดว่ายังมีเวลา เดี๋ยวผมขออนุญาตรับไปท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ เป็นสัปดาห์แล้วครับที่สมาชิกได้ขอไป
เดี๋ยวให้ทางกรรมาธิการเขาเร่งรัดให้นะครับ
ก็ขอให้ภายในวันนี้นะครับ หรือว่า ก่อนเที่ยงนี้ก็ยิ่งดี จะได้เป็นข้อมูลให้พวกผมได้นํามาประกอบในการพิจารณางบต่อไปครับ
เดี๋ยวท่านบอกว่าภายในวันนี้ครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมได้รับการประสานงานวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่าย ขอให้ทางวิปได้ส่งชื่อ ขึ้นมาทั้ง ๒ ฝ่าย ท่านวัชระครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต หารือท่านประธานเรื่องเอกสาร ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องการขอเอกสารนี้ไม่ใช่เป็นสัปดาห์ครับ ผมกราบเรียนยืนยันว่า เป็นเดือน ๆ ยังไม่ได้เลยครับ ซึ่งท่านนายแพทย์สุกิจ อัถโถปกรณ์ ก็ได้ทวงถูกต้องแล้วครับ เราไม่ได้เอกสารจากสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี บังเอิญว่าผมเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ซึ่งได้พิจารณางบประมาณร่วมกับ ท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านวิทยาก็เป็นประธานที่ดีครับ ก็ได้ติดตามทวงถามให้ทุกครั้ง โดยเฉพาะจากสํานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี งบประมาณการเดินทางไปต่างประเทศของ ท่านนายกรัฐมนตรี ผมเข้าใจว่าใช้งบประมาณไปเป็นพันล้านบาท
และอีกประการหนึ่งครับ เรื่องงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านประธานวิทยาอีกครับ ก็ได้เร่งรัดเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรให้จัดส่งสัญญาจัดซื้อ จัดจ้างทั้งหมดให้กับกรรมาธิการงบประมาณและให้กรรมาธิการ ป.ป.ช. ก็ยังไม่ส่งครับ ซึ่งผม ก็แปลกใจมาก โดยเฉพาะวันจันทร์ที่ผ่านมามีการประชุมร่วมประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ มีท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เป็นประธาน ผมได้รับมอบให้เป็นตัวแทน ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของ ประชาชน โดยมีดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า เป็นประธาน มอบให้ผมเข้าประชุม ท่านประธานครับ ท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ก็ได้สั่งให้เลขาธิการได้ส่งสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ห้องประชุมงบประมาณ ๓๖ ล้านบาท ห้องยุทธศาสตร์ ๒๔ ล้านบาท ห้องนักข่าว ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท งบจัดซื้อนาฬิกา ๑๕ ล้านบาท และเอกสารอื่น ๆ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ทั้งหมดให้กับกรรมาธิการตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา วันนี้วันศุกร์แล้วท่านประธานครับ เขารับปากว่าจะส่งตั้งแต่วันจันทร์ ผมไม่เข้าใจว่าขนาดท่านประธานวิทยา บุรณศิริ นั่งเป็น ประธานกรรมาธิการงบประมาณ หรือแม้แต่ท่านประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ซึ่งเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรและเป็นประธานรัฐสภา สั่งการไปยังนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และได้รับปากในที่ประชุมแล้ว บัดนี้ก็ยังไม่ส่ง ผมไม่เข้าใจว่าข้าราชการซึ่งเป็นเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรใหญ่กว่าประธานรัฐสภา ได้อย่างไร ใหญ่กว่าประธานกรรมาธิการงบประมาณได้อย่างไร ใหญ่กว่าประธาน สภาผู้แทนราษฎรได้อย่างไร เมื่อท่านประธานสั่งแล้วให้ส่งเอกสารเพื่อเป็นไปด้วยความโปรงใส แต่จนบัดนี้ท่านประธานครับ จากวันจันทร์ถึงวันศุกร์ จากเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม ยังไม่ส่งแม้แต่ใบเดียว ผมจึงกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธานวิทยา บุรณศิริ ได้โปรดประสานไปยังนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย อีกครั้งหนึ่งครับ เพื่อได้ส่งเอกสารทั้งหมด ให้กับกรรมาธิการและให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยเป็นเพราะว่าพี่น้องประชาชน สงสัยเป็นอันมากว่าการใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวส่อไปในทางทุจริต ขอขอบคุณครับ
ขอความกรุณาวิปทั้ง ๒ ฝ่ายช่วยส่งชื่อผู้อภิปรายด้วยนะครับ ท่านจุรินทร์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมยินดีให้ความร่วมมือกับท่านประธานประการที่ท่านประธานเพิ่งร้องขอเมื่อสักครู่ว่าจะให้ ส่งรายชื่อผู้อภิปราย แต่ประการที่ ๒ ย้อนกลับไปที่คุณหมอสุกิจกับท่านวัชระได้กราบเรียน ท่านประธานเมื่อสักครู่ ผมคิดว่าเรื่องนี้มีความสําคัญต่อการพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจําปี ๒๕๕๗ ที่กําลังจะเดินหน้าต่อไป นั่นก็คือเรื่องเอกสาร เอกสาร ๓-๔-๕ ชิ้น ที่พวกกระผมร้องขอมาตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ยังไม่ได้รับการสนองตอบจากรัฐบาล และกรรมาธิการ คุณหมอสุกิจได้กราบเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ ๑. เอกสารทัวร์นอก ของนายกรัฐมนตรีที่ใช้ไปในปี ๒๕๕๖ ๔๐ กว่าทัวร์ ๓๗๐ ล้านบาท รายละเอียดคืออะไร พวกกระผมในฐานะตัวแทนประชาชนต้องอยู่ในฐานะมีสิทธิได้รับทราบ เพราะมันเป็น เงินงบประมาณแผ่นดิน ไม่ใช่เงินส่วนตัวของรัฐบาล ประการที่ ๒ ในปี ๒๕๕๗ ที่บอกว่าจะใช้ อีกประมาณ ๑๐ ทัวร์ ใช้ทําอะไร ไปทัวร์ไหน อย่างไร ท่านต้องมีคําตอบเป็นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ งบเออีซีที่ซ่อนอยู่เกือบจะทุกกรมใช้จํานวนเท่าไรกันแน่ ท่านประธานกรรมาธิการได้ลุกขึ้น ชี้แจงมาแล้วครั้งหนึ่งว่า ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่พวกกระผมตรวจสอบได้เป็นหมื่นล้านบาท รายละเอียดที่แท้จริงคืออะไรแน่ที่ปรากฏอยู่ ในงบประมาณปี ๒๕๕๗ พวกกระผมต้องมีสิทธิได้รับทราบ เพื่อให้ประชาชนเจ้าของเงิน เขาทราบว่าท่านเอาไปทําอะไร
ประการที่ ๓ งบประมาณที่ใช้จ่ายไปในการเกี่ยวข้องกับการควบคุมฝูงชน หรือการใช้ในเรื่องปราบม็อบพูดง่าย ๆ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ มา ม็อบเสธ.อ้าย ท่านใช้เงินไปเท่าไร รายละเอียดเป็นอย่างไร และวันที่ ๗ วันที่ ๘ ตอนพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมท่านใช้เงินไปอีกเท่าไร พวกผมต้องมีสิทธิ รับทราบในฐานะเจ้าของเงินภาษีอากร
ประการที่ ๔ งบปฏิรูปการเมือง ที่ท่านบอกท่านจะเดินหน้าทําต่อไป ท่านจะใช้เงินเท่าไร รายละเอียดเป็นอย่างไร
ประการสุดท้าย อย่างน้อยเอกสารการใช้จ่ายเงินงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎรที่อื้อฉาวอยู่เดี๋ยวนี้ครับ ผมคิดว่าพวกผมต้องมีสิทธิรับทราบ ท่านเอาไปใช้ ทําอะไร อย่างไรบ้าง รายละเอียดเป็นอย่างไรที่เพื่อนสมาชิกได้ทวงถามร้องขอ อย่างน้อย ๕ ชุดนี้ ท่านประธานต้องจัดให้พวกกระผมโดยเร็ว ไม่ใช่เพิ่งมาทวงเดี๋ยวนี้ ทวงมาตั้งแต่ ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ถ้าท่านจริงใจตั้งใจจะให้ ท่านเตรียมให้พวกผมเสร็จไปแล้วครับ แต่ไม่ใช่วันนี้ วันนี้เทียงคืน วันนี้ ๕ ทุ่ม ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ ผมคิดว่าควรจะได้แล้วเดี๋ยวนี้ แต่ถ้าเดี๋ยวนี้แข็งขืนหรือว่าท่านอาจจะเตรียมใจไม่ทัน หรือจะเตรียมตัวไม่ทันอย่างไร ก็สุดแล้ว แต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่เขาเตรียมแล้ว ขอความกรุณาจัดให้ พวกผมครับ อย่างน้อยถ้าสักเที่ยงก็ยังดี พวกกระผมจะได้ใช้เวลาถัดจากนี้ไปในการ ตรวจสอบแทนประชาชน ขอความกรุณาท่านประธานได้สั่งการให้กรรมาธิการดําเนินการ ด้วยครับ ขอบคุณครับมากครับ
ท่านวิทยาครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขออนุญาตนิดเดียวนะครับ เพื่อทําความเข้าใจ เนื่องจากเวลานี้เราก็ถ่ายทอดสด เดี๋ยวผู้ชมที่อยู่ทางบ้าน พี่น้อง หรือแม้กระทั่งผู้ที่มาเยี่ยม สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะตําหนิในการทําหน้าที่ของตัวกระผม แล้วก็คณะกรรมาธิการ กราบเรียนเบื้องต้นนะครับ ตอบท่านประธานวิปฝ่ายค้านนะครับ เรียนให้ทราบว่าสิ่งที่ ท่านกล่าวทั้ง ๕ เรื่องก็เป็นเรื่องที่สมาชิกเองได้ร้องขอนะครับ บางเรื่องนี้ผมเรียน ด้วยความเคารพนะครับ ว่าเราพิจารณาอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๕๗ เอกสาร ที่ท่านกรรมาธิการและท่านสมาชิกขอนี้ ส่วนอย่างไร ผมยกตัวอย่างนะครับ ในเรื่องของ สภาผู้แทนราษฎรก็จะเป็นงบประมาณปี ๒๕๕๕ นะครับ ต่อเนื่องปี ๒๕๕๖ อย่างนี้เป็นต้น นะครับ ทางเจ้าหน้าที่พูดง่าย ๆ ว่าก็อาจจะยังรวบรวมให้ได้ไม่ชัดเจน แต่อย่างไร ผมจดไว้แล้วนะครับ มันไม่ใช่งบปี ๒๕๕๗ อันนี้ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ แม้กระทั่ง เหตุการณ์ที่ท่านกล่าวอีก เป็นงบการเดินทางของท่านนายกรัฐมนตรี แล้วท่านเองก็บอกว่า เป็นงบของปี ๒๕๕๖ หรืองบปีไหนนั้นเดี๋ยวผมก็ขออนุญาตตรวจสอบให้ท่านอีก เพราะว่าถ้างบประมาณปี ๒๕๕๗ อยู่ในเล่มแน่นอนนะครับ อันนี้ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพ
เรื่องอื่น ๆ เรื่องเออีซีเป็นงบประมาณของปี ๒๕๕๗ นะครับ ผมได้กราบเรียน เบื้องต้นแล้วว่า ๘,๐๓๙ ล้านบาท เพราะฉะนั้นคําพูดที่ท่านบอกว่ารวมได้แล้ว ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เดี๋ยวผมเองต้องทําข้อเท็จให้ท่านแล้ว อันนี้ผมต้องรับ เพราะว่าผมเป็นคนตอบต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ทั้งหมดนี้เจ้าหน้าที่ได้รวมให้แล้ว ทุกหน่วยงาน ๘,๐๓๙ ล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตนะครับ ส่วนอีก ๒ เรื่อง เรื่องปฏิรูปการเมืองเป็นเรื่องใหม่ ซึ่งในอนาคตจะเกิดขึ้นอย่างไรนั้น เดี๋ยวผมต้องตรวจสอบ นะครับ แล้วก็งบของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็จะอยู่ในปี ๒๕๕๗ ที่สมาชิกเตรียมที่จะอภิปราย นะครับ ผมก็ขออนุญาต จดไว้นะครับ แต่ผมก็พยายามทําให้ไวที่สุดนะ เดี๋ยวได้อันไหนเสร็จก่อน ผมดําเนินการครับ
เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ พวกผมอยากได้คําตอบครับว่าถ้าจะได้ สักกี่โมง เพราะผมก็ทราบว่าท่านประสงค์อยากจะให้การพิจารณางบประมาณมันจบโดยเร็ว ถ้าจะจบโดยเร็ว อย่างน้อยที่สุดพวกกระผมควรจะได้รับเอกสารเพื่อประกอบการตรวจสอบ ที่เป็นประเด็นที่เป็นข้อข้องใจสําคัญ ถ้าท่านตอบได้พวกกระผมยินดีจะรอ ความจริง ท่านก็ตอบแบบนี้ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วนะครับ ว่ายินดีที่จะรีบรวบรวมให้ แต่ว่าสุดท้ายจนวันนี้ ก็ยังไม่ได้เอกสาร เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสําคัญ
ประการที่ ๒ ท่านบอกว่าเป็นงบประมาณย้อนไปปี ๒๕๕๖ เพราะฉะนั้น ต้องใช้เวลา ความจริงยิ่งปี ๒๕๕๖ ท่านยิ่งต้องมีเอกสาร เพราะเป็นเรื่องที่ท่านกําลังใช้อยู่ ยิ่งง่ายกว่างบปี ๒๕๕๗ เสียอีก อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนทําความเข้าใจ พวกผม อยากได้คําตอบ สักประมาณกี่โมง เพื่อจะได้ให้คณะทํางานเขามาดูเอกสารถัดจากนี้ไปครับ ขอบคุณครับ
ปรึกษาท่านวิทยา บอกช่วยเร่งรัดให้ทางท่านจุรินทร์หน่อยนะครับ บอกก่อนเที่ยงได้ไหม ท่านกําลังจะไปประสานให้นะครับ เดี๋ยวให้ท่านดอกเตอร์ศุภชัยก่อนครับ ท่านยกมือ ผมจะได้เข้าเนื้อเรื่องเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องของ เอกสารที่พวกเราร้องขอผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการมีความสําคัญมาก ประกอบการพิจารณาลงมติของพวกเรา และเชื่อว่าเอกสารเหล่านี้อยู่ในความสนใจของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ในการประชุมครั้งที่ผ่านมา ผมได้อภิปราย ในเรื่องของกรณีการสืบสวนสอบสวนการทุจริตการรับจํานําหอมแดงที่จังหวัดศรีสะเกษ วันนั้นท่านกรรมาธิการวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ตอบกระผม ผมได้ร้องขอขอรับเอกสารซึ่งเป็น ผลการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ผมจึงขออนุญาตกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการว่าเอกสารฉบับนี้ที่ท่านกรรมาธิการวิชาญ มีนชัยนันท์ รับปากจะให้กับผม วันนี้ได้หรือยังครับ ท่านประธานครับ
เดี๋ยวให้ผมสอบถามท่านวิชาญให้นะครับ
ครับ ถ้าเผื่อว่าจะมีคณะกรรมาธิการ ท่านใดช่วยชี้แจงว่าจะได้ตอนไหนก็จะเป็นพระคุณยิ่งครับท่านประธาน
ก็เดี๋ยวจะสอบถามท่านวิชาญให้นะครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน
เรื่องของเออีซี ทางกรรมาธิการได้ทําหนังสือถึงทางประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้รวบรวม ได้จัดส่ง แล้วก็ได้ประสานกับท่านเกียรติ สิทธีอมร แล้วใช่ไหมครับ รายละเอียดท่านพูด สักหน่อยหนึ่ง ท่านได้รับแล้วใช่ไหมครับ ยังไม่ได้รับหรือครับ นี่หนังสือเพิ่งมา เดี๋ยวผมจะ ประสานให้ เชิญท่านประเสริฐครับ เดี๋ยวท่านประเสริฐแล้วเดี๋ยวผมเข้าเนื้อเรื่องเลยนะครับ เนื้อหาสาระเลยครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต่อกรณีข้อหารือของท่านประธาน แล้วเมื่อสักครู่ท่านประธานและคณะกรรมาธิการคงได้ยินชัดเจนนะครับว่า ท่านประธานวิป ฝ่ายค้านคือท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ก็ตอบชัดเจนว่าจะให้ความร่วมมือในการอภิปราย งบประมาณปี ๒๕๕๗ ในวันนี้ แล้วก็ได้ทําตามที่ท่านประธานร้องขอ ก็คือจะมีการส่งชื่อ ผู้อภิปรายให้กับท่านประธานเท่านั้น แต่ต่อกรณีที่ท่านประธานตอบ แล้วท่านคณะกรรมาธิการ ได้ตอบเรื่องกรณีส่งมอบเอกสาร ๕ รายการ ผมทวนนะครับ
รายการที่ ๑ ก็คือเรื่องงบปราบม็อบทั้งหลาย ไม่ว่าจะม็อบอะไร ตั้งแต่ม็อบ เสธ. อ้าย ม็อบที่ในขณะที่เรากําลังพิจารณากันอยู่ในช่วงไม่กี่วันนี้
รายการที่ ๒ ก็งบเรื่องนายกรัฐมนตรีไปทัวร์ต่างประเทศ
รายการที่ ๓ งบเออีซี
รายการที่ ๔ งบปฏิรูปการเมือง
รายการที่ ๕ งบที่มีข่าวอื้อฉาวในสภาผู้แทนราษฎร
ผมคิดว่าทั้ง ๕ รายการนี้อยากให้ตอบให้ชัดเจนครับ เวลานี้ก็ ๑๐.๓๐ นาฬิกา ซึ่งได้ร้องขอไปตั้งสัปดาห์ที่แล้วนะครับ อยากให้ตอบให้ชัดเจนว่าอีกสักครึ่งชั่วโมง ๑๑.๐๐ นาฬิกา จะส่งมอบทั้ง ๕ รายการดังกล่าวนี้ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้จะขอเวลาเพิ่มอีก สักครึ่งชั่วโมงหรือ ๑ ชั่วโมง อย่างนี้ได้ไหมครับ แล้วผมคิดว่าเอกสารทั้งหมดนี้ท่านไม่ต้อง ไปส่งให้ใครครับ ขอความกรุณามาส่งให้กับทางประธานวิปฝ่ายค้านนะครับ เพื่อสะดวก ในการอภิปรายในวันนี้จะได้ราบรื่นกันทั้งวัน ช่วยตอบประเด็นนี้ให้ชัดเจนครับว่าจะส่งมอบ ทั้ง ๕ รายการนี้ได้ในเวลาเท่าไร
เข้าใจแล้วครับ ผมจดบันทึกไว้แล้วนะครับ ทางท่านวิทยารองประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญได้จัดส่งมาที่ท่านประธานสภาตั้งแต่วันที่ ๑๗ สิงหาคมนะครับ เรื่องที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้ขอ ก็คือรายการค่าใช้จ่ายงบเออีซีและค่าใช้จ่ายการส่งเสริมตลาด หนึ่งตําบล หนึ่งผลิตภัณฑ์นะครับ เดี๋ยวผมจะเกษียนหนังสือแล้วสําเนาให้ท่านเดี๋ยวเลยนะครับ เดี๋ยวผ่านท่านประธานวิปฝ่ายค้านก็แล้วกันนะครับ เอาทีละชุดก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในประเด็นของเออีซี มี ๒ คําถาม
คําถามแรก ก็คือว่าแต่ละโครงการมีรายละเอียดหรือไม่ เพราะถ้ามีการอนุมัติ งบประมาณไปโดยไม่มีรายละเอียดโครงการนั้นก็จะขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๖๗ แล้วก็ ในคําตอบของทางกรรมาธิการในวันนั้นก็ค่อนข้างที่จะไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรนะครับ บางครั้ง ก็บอกว่ามีการอนุมัติเป็นกรอบกว้าง แล้วไปดูรายละเอียดอีกที ซึ่งผมคิดว่าคงทําไม่ได้นะครับ ถ้าเป็นไปตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ ต้องมีรายละเอียดโครงการชัดเจน ก็เลย ขอรายละเอียดโครงการให้ชัดเจน
คําถามที่ ๒ ที่ผมถามไปก็คือว่า ทําไมบรรทัดฐานในการอนุมัติของแต่ละ กระทรวงมันต่างกัน บางกระทรวงคิดเป็นต่อหัว ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาทนี่สูงแล้ว จัดอบรมครับ แต่บางกระทรวงมันสูงไปถึงเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อหัวครับ ซึ่งบรรทัดฐานนี้ ในฐานะกรรมาธิการผู้เป็นคนที่อนุมัติงบประมาณ ใช้บรรทัดฐานอะไรในการพิจารณา งบประมาณในการอบรมเรื่องเออีซีของแต่ละกระทรวงที่ไม่เท่ากัน อันนี้ยังไม่ได้คําตอบเลย ครับท่านประธาน ก็หวังว่าในเอกสารจะมีรายละเอียดชี้แจงสิ่งเหล่านั้นทั้งหมดครับ
เดี๋ยวผมดําเนินการต่อไปเลยครับ แล้วประเด็นที่ท่านถามผมจดไว้แล้ว ลําดับแรกนะครับ ท่านกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ก็เขากําลังไปหาอยู่นะครับ ก็ชี้แจงไปแล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่ถามท่านประธานไม่ใช่ว่าจุดประสงค์ อะไรครับ จุดประสงค์คือต้องการให้การประชุมวันนี้ราบรื่น ถ้าทางคณะกรรมาธิการไม่ตอบ เวลานะครับ เดี๋ยวสักครู่ก็จะมีสมาชิกลุกขึ้นมาทวงเอกสาร อภิปรายไปได้ครึ่งชั่วโมงก็จะมีคน ลุกขึ้นมาทวงเอกสาร อภิปรายไปอีก ๑ ชั่วโมง ก็จะมีคนลุกขึ้นมาทวงเอกสาร อย่างนี้ ไม่ราบรื่นครับ ทีนี้ไม่ราบรื่นก็โทษฝ่ายค้านไม่ได้ เพราะท่านไม่ตอบนะครับ ท่านตอบเลยครับ ๕ รายการนี้ท่านจะส่ง ๑๑.๐๐ นาฬิกาได้หรือไม่ และผมขอความกรุณา เพื่อให้มีข้อยุติ ส่งให้กับประธานวิปฝ่ายค้านเท่านั้น จบเลยครับ ตอบเลยครับ ได้ไหมครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ บางคนก็บอกผมพูดนี่เสียงดังฟังชัด แต่ด้วย ความเคารพท่านประเสริฐนะครับ การร้องขอเอกสาร ผมเรียนให้ทราบ เมื่อสักครู่มันก็มี การร้องขอจากท่านประธานวิปฝ่ายค้าน แล้วท่านก็ยืนยันมาให้ผมส่งเอกสารให้กับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ก็เรียนให้ทราบในเท็จจริงก็คือการร้องขอเอกสารในที่ประชุมแห่งนี้ ผมเองได้จดบันทึกตามคําซักถามกรรมาธิการ แต่ไม่เป็นไรนะครับ ด้วยความเคารพ ท่านประเสริฐ โดยการส่วนตัวด้วย ก็จะจัดทําให้ ๒ ชุดก็แล้วกันนะครับ ชุดกับผู้ที่ร้องขอ เพราะว่าถ้าท่านวัชระไม่ได้เดี๋ยวก็จะมาทวงที่ผมอีก เพราะฉะนั้นก่อนการอภิปรายในมาตรา ๒๖ คือมาตราที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีเอกสารที่คุณวัชระร้องขอ ผมขออนุญาตนําส่งก่อนการอภิปราย มาตรา ๒๖ ส่วนเอกสารของท่านเกียรติ ผมเรียนให้ทราบด้วยความเคารพท่านอีก ผมส่งไป ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว พอเสร็จการทํางานนะครับ เลิกจากการประชุมผมนอนไม่หลับ ผมก็ จัดทําบันทึกนี้ให้ท่านประธานแล้ว เดี๋ยวท่านลองตรวจดู แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ก็ยืนยัน ว่าทุกเรื่องผมคิดว่าอยู่โปรเซสส์ (Process) ของการประสานงาน เบื้องต้นแสดงว่าเรื่องที่ ๑ ผมส่งไวกว่ากําหนดนะครับท่านประเสริฐ ส่งไปก่อนแล้วเออีซี เพราะฉะนั้นเหลืออีก ๔ เรื่อง อีก ๔ เรื่องนี่ของท่านวัชระก่อนมาตรา ๒๖ เพราะมาตราของ สภามันอยู่ในมาตรา ๒๖ ก่อนมาตรา ๒๖ สัก ๒ มาตรา วันนี้มาตรา ๑๘ อยู่ กว่าจะถึง ตรงนั้นคงใช้เวลาพอสมควร ก็คือคาดว่าทั้งหมดเบ็ดเสร็จไม่น่าจะเกินบ่ายสี่โมงนะครับ หมายถึงว่าจะให้ก่อนการอภิปรายหลักการนะครับ ๒. ก็คือให้ก่อนทั้งหมดที่ท่านขอทั้งหมดนี้ ตอนนี้มันก็จะ ๑๑ โมง ซึ่งผมคิดว่ามาตรา ๑๘ ท่านก็คงใช้เวลากันพอสมควรนะครับ เอกสารทั้งหมดนี้จะอยู่ในสิ่งที่ผมได้จดไว้แล้ว อย่างช้าที่สุดเลยทั้ง ๕ เรื่องที่ท่านขอนี่ก็คือ ก่อน ๑๖.๐๐ นาฬิกา แต่เบื้องต้นนี้ส่งมาให้แล้ว ๑ อันนี้มอบให้ท่านเกียรติ แต่ว่า ท่านประธานยังไม่ได้เกษียน เพราะฉะนั้นรับหลักการก็คือส่งให้ท่านประธานวิปฝ่ายค้าน ตามที่ท่านได้ร้องขอผมก็เสร็จไปก่อนแล้ว ๑ อย่างไรครับ เอาทั้ง ๕ เรื่องก่อน ๑๖.๐๐ นาฬิกา ท่านประธานครับ เพื่อให้การประชุมเดินไปได้ครับ ท่านครับ แล้วก็ยินดีให้ท่านประเสริฐ ประสานผมด้วยโดยตรงนะครับ ทวงได้ตลอดครับ เจอกันตรงไหนเสร็จหรือยัง
ผมจะเร่งรัดให้นะครับ แล้วก็จะประสานงานให้ถ้าไปส่งแบบทางราชการ เอกสารเพิ่งมาถึงผม เมื่อสักครู่นี้เองนะครับ ที่ท่านวิทยาส่งมาที่ทางสภานี่เอกสารทางสภาเพิ่งมาถึงผมเมื่อสักครู่นี้ ผมจึงสั่งอนุญาตไปนะครับ เชิญท่านแรกครับที่จะอภิปรายครับ เชิญท่านวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ในมาตรา ๑๘ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นโฆษกคณะกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธานครับ กระผมได้หารือท่านประธาน เมื่อการประชุมครั้งที่แล้วว่าผมขออนุญาตท่านประธานในการที่จะขออนุญาตอภิปราย เกี่ยวโยงไปถึงมาตรา ๑๗ คือกระทรวงมหาดไทยสักเล็กน้อย นั่นก็คือในงบประมาณ ของการสานเสวนาของกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งท่านประธานครับงบประมาณดังกล่าวนั้น ปรากฏว่าไม่ได้ใช้แค่ ๘๐ ล้านบาท ๙๐ ล้านบาทครับ แต่ใช้มากถึง ๑๖๐ ล้านบาท ใช้ในการจัดเวทีสานเสวนาไปทั้งสิ้น ๑๖๐ ล้านบาท ผมจึงอยากจะถามท่านประธาน ด้วยความเคารพนะครับว่า ขออนุญาตท่านประธานนะครับ เมื่อใช้ในการจัดงานดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่าท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ นี่ครับเป็นภาพที่ผมนํามาแสดง
เดี๋ยวนะครับ ขออนุญาตหรือยังครับ เอาตามข้อบังคับเราก่อน ยังไม่มีหนังสือขึ้นมาเลย ยังไม่อนุญาตละครับ เพราะว่าให้ส่งขึ้นมาก่อนและเดี๋ยวมีท่านรองประธานวิสุทธิ์ท่านเป็น ผู้ตรวจนะครับ ขอความร่วมมือนะครับ เอาตามข้อบังคับนะครับ เจ้าหน้าที่มารับแล้วให้ ท่านรองวิสุทธิ์ไปตรวจดูก่อนนะครับ ขอความร่วมมือทุกฝ่ายนะครับ เรื่องอะไรต่าง ๆ ที่ตาม ข้อบังคับขอให้เป็นแบบตามข้อบังคับ เชิญท่านวัชระต่อครับ
ท่านประธานครับ ที่จริงแล้วอนุญาต ได้ ๒ กรณี ในที่ประชุมหรือส่งล่วงหน้าก็ได้นะครับ เมื่อท่านประธานจะให้ส่งไปพิจารณา ผมก็ยินดีครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่เปิดเผยควรแก่การที่จะพิจารณาและพูดคุยในการที่จะ ใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดิน ผมก็จะเว้นเอาไว้นะครับท่านประธานเพื่อที่จะไปอภิปราย เรื่องนี้เมื่อท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้อนุญาตมาแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ในงบประมาณ ของกระทรวงยุติธรรมซึ่งได้ขอมาทั้งสิ้น ๑๙,๐๐๐ ล้านบาทเศษนั้น ท่านประธานครับ ผมได้ขอปรับลดไว้เพียงแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะผมเห็นว่ากระทรวงนี้ควรที่จะทํางาน เพื่อที่จะอํานวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศอย่างทั่วถึง ท่านประธานครับ ในกระทรวงยุติธรรมเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นอธิบดี ปีนี้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็ของบประมาณมาประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ แต่เมื่อไปดูการทํางานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ใน ๑ ปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ มีวิสัยทัศน์เป็นองค์กรชั้นนําด้านการสืบสวนสอบสวนที่มีมาตรฐานในระดับสากล และได้รับความเชื่อมั่นในการบังคับใช้กฎหมายด้วยความเป็นธรรม ท่านประธานครับ เพียงแค่ คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล ได้โพสต์ (Post) ภาพและเป็นภาพที่มีท่านนายกรัฐมนตรี ยืนอยู่ มีถ้อยคําว่า จุดชมเสือ สิงห์ กระทิง และท่านนายกรัฐมนตรี เพียงเท่านี้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็รับเป็นคดีพิเศษ ท่านประธานครับ ทั้ง ๆ ที่คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล ได้โพสต์ ต่อมาชัดเจนว่าภาพดังกล่าวนั้นเป็นภาพที่ไม่ถูกต้อง ภาพที่ถูกต้องคือจุดชมช้างป่า กระทิง แล้วก็เป็นภาพท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพครับ กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเรื่องอย่างนี้เป็นคดีพิเศษได้อย่างไร ผมไม่แปลกใจครับท่านประธาน ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ เพราะว่านี่เป็น หนังสือตอบมานะครับ ผมสามารถที่จะให้ท่านประธานได้ดู เป็นหนังสือที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้ตอบกระผมมาในกรรมาธิการงบประมาณและได้ส่งเอกสารชิ้นนี้มาให้ผม ผมขออนุญาต กล้องของสภาครับได้ฉายให้ชัดเจนถึงตัวอักษร เป็นเรื่องของการใช้เงินงบราชการลับ ท่านประธานครับ ทําไมเจ้าหน้าที่สภาไม่ฉายให้ชัดเจนครับ ซูม (Zoom) เข้ามาครับ
ลองซูมให้ท่านดูสิกล้องซูมได้ไหม เชิญ เอาเท่าที่ทําได้
คืออย่าได้สองมาตรฐานนะครับ เจ้าหน้าที่สภาควรจะมีมาตรฐานเดียวกัน ท่านประธานครับ ชัดเจนครับ การใช้งบราชการลับ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นปรากฏว่ามีลายเซ็นของ เธอไม่มาในสภาเลย แต่เธอส่งลายเซ็น มาครับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เห็นชอบ ท่านประธานครับ การใช้งบราชการลับ
เดี๋ยวครับมีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ใช้เอกสารมาอ่านแล้วก็ให้ที่ประชุมได้ดูโดยที่ไม่จําเป็น ท่านประธานตรวจสอบหรือยังเอกสารฉบับนี้ ข้อ ๒ เอกสารก็เขียนอยู่ว่าเป็นเอกสารลับ ที่เขาให้กับกรรมาธิการ แล้วก็เอานํามาโชว์ เนื้อหาจะพูดจะอภิปรายอะไรก็เป็นสิทธิของท่าน แต่เอกสารบางเอกสารถ้าเกิดเป็นเรื่องลักษณะที่เป็นงบราชการลับ ผมเชื่อว่าไม่มีใครให้เอามา เปิดเผยกันอย่างนี้หรอกครับ ท่านประธานโปรดวินิจฉัยนะครับ
เชิญอภิปรายต่อนะครับ ผมจะไม่ให้เสนอเอกสาร ท่านประสงค์จะใช้เอกสารไหนให้ส่งก่อน นะครับ มันจะเป็นปัญหาอย่างนี้ละครับ ส่วนท่านจะไปชี้แจงในกรรมาธิการ ส่งกันใน กรรมาธิการเป็นเรื่องของกรรมาธิการนะครับ อันนี้ท่านกําลังขอตัด ๕ เปอร์เซ็นต์อยู่ ท่านอธิบายเลยครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ การที่ผมนํา เอกสารที่กรมสอบสวนคดีพิเศษส่งให้กรรมาธิการ มาให้เพื่อนสมาชิกในห้องประชุม ถูกต้อง ตามข้อบังคับ และแท้ที่จริงแล้วในการชี้แจงกรณีอย่างนี้ ท่านวิทยา บุรณศิริ จะให้ผมไปชี้แจง บนบัลลังก์ของกรรมาธิการด้วยซ้ําไป เพราะว่ามีแต่ผมครับที่ขอเอกสารจากกรมสอบสวน คดีพิเศษ เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นความลับแต่ประการใด เมื่อกรรมาธิการงบประมาณรู้สิ่งใด เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ต้องรู้สิ่งนั้น และพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่นั่งอยู่หน้าจอ โทรทัศน์ ฟังวิทยุ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศซึ่งเป็นเจ้าของเงินภาษีอากรก็ย่อมจะต้องรับรู้ เหมือนกับกรรมาธิการงบประมาณที่ได้รับรู้ เพราะงบราชการลับนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ขอใช้จ่ายในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ เป็นเงินถึง ๓๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ๓๕ ล้านบาทนี่ครับชัดเจนลายเซ็น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เห็นชอบ ท่านครับเห็นชอบ แต่ผมไม่เคยเห็น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในที่นั่งนายกรัฐมนตรีเลย ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเป็นสิทธิของกรรมาธิการ โดยเฉพาะผมเป็นโฆษกกรรมาธิการสามารถที่จะชี้แจงได้
เดี๋ยวนะครับท่านวัชระ เดี๋ยวนิดหนึ่ง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายอีกครั้งนะครับในข้อ ๖๑ นําเอกสารที่ไม่ได้รับการตรวจสอบจาก สภาผู้แทนราษฎร จริงหรือเท็จเรายังไม่รู้เลย ผมก็อยู่ในกรรมาธิการผมยังไม่เคยเห็นเอกสาร ฉบับนั้น ท่านประธานโปรดวินิจฉัย แล้วท่านประธานวินิจฉัยแล้วว่าห้ามใช้เอกสาร ท่านก็ยังถือ พยายามที่จะนําเสนอต่อเพื่อนสมาชิกต่อสื่อมวลชน นี่ไม่ถูกต้องครับ ท่านประธานวินิจฉัย ไปแล้วครับ
เชิญท่านวัชระ ผมเตือนไว้แล้ว เอาตามกติกาหน่อยครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมยินดีให้ความ ร่วมมือกับท่านประธานและกรรมาธิการงบประมาณ ในการพิจารณางบประมาณที่จะให้ กระชับ เสร็จสิ้น รวดเร็ว แต่ขอความกรุณาเพื่อนฝ่ายรัฐบาลกรุณาอย่าประท้วงในเรื่องที่ ไม่เป็นสาระ ท่านประธานครับ เพราะสิ่งที่ผมได้นํามาให้ท่านประธานและพี่น้องประชาชน ได้ดูกันทั้งประเทศนั้น
เดี๋ยวนะครับท่านวัชระ จะให้เดินหน้าต่อไปได้ท่านถอนได้ไหม ไร้สาระ เดี๋ยวมีท่านก็ประท้วง อีกนะครับ ขอความร่วมมือเถอะครับ ท่านก็ตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุผลอะไรท่านก็ว่ากันไป นะครับ เพื่อนสมาชิกท่านก็ใช้สิทธิตามข้อบังคับนี่ละครับ ก็เป็นปกติ ประท้วงกันไป ประท้วงกันมา ได้ไหมครับ เช้า ๆ บรรยากาศก็ดี ขอความร่วมมือก็แล้วกันนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่ รอการอนุมัติ
ไม่ใช่ ๆเอาเรื่องนี้ก่อน เอาเรื่องที่ผมบอก ถอนได้ไหมครับ
ท่านประธานขออะไรผมก็ยินดี ให้หมดครับ
ขอบคุณครับ เชิญต่อครับ
แต่ยกเว้นความยุติธรรมต้องมอบ ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับผมกราบเรียนท่านประธานว่าเพื่อนสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลไม่ต้องกลัวครับ ท่านกลัวอะไรความจริง กลัวประชาชนจะรับรู้ ถ้าท่านยิ่งกลัว พี่น้องประชาชนก็ยิ่งสงสัย ยิ่งเห็นพิรุธ เพราะขนาดการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษเพียงแค่ ๓๕ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเซ็นเห็นชอบ แล้วผมก็ไม่แน่ใจว่างบ ๓๕ ล้านบาทนี้ จะถูกโยกไปราชการต่างประเทศด้วยหรือไม่ ท่านประธานครับ เพราะอะไรครับ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่กระทรวงยุติธรรมก็ดี กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ดีมาขอใช้จ่ายเงินงบประมาณนั้น เป็นเงินภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศเมื่อทํางานอย่างไม่มีเหตุผล และทํางานไม่ได้เป็นไปภายใต้หลักธรรมาภิบาล ภายใต้หลักนิติรัฐ เพราะขนาดคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล แค่โพสต์ภาพจุดชมเสือ สิงห์ กระทิง แล้วก็ภาพท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพียงเท่านี้ก็รับเป็นคดีพิเศษแล้ว ท่านประธานครับ แล้วเราจะมีกรมสอบสวนคดีพิเศษไว้ทําไม เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ยังนําเป็น คดีพิเศษและมิหนําซ้ํายังไปพูดต่อ โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ กล่าวว่า ดีเอสไอ (DSI) ไม่ได้รับใช้ การเมือง แต่ประมุขของประเทศในฐานะนายกรัฐมนตรีถูกกระทําเช่นนี้ และเป็นความผิดที่ ดีเอสไอต้องรับผิดชอบ ก็ต้องดําเนินการ ท่านประธานครับ ถึงขั้นที่ต้องใช้คําว่า ประมุขของ ประเทศเลยหรือครับ ประมุขของประเทศคือใคร คือพระมหากษัตริย์ครับ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ใช่ประมุขของประเทศอย่างแน่นอน ผมไม่แปลกใจเลยว่าทําไมนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ถึงใช้คําว่า ประมุขของประเทศ
เดี๋ยวนะครับ เชิญ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ เดี๋ยวจะเป็นการเข้าใจผิด บางทีประชาชนฟังอยู่ คําว่า ประมุข ที่พูดนี้ อย่างท่านฝ่ายนิติบัญญัติท่านก็เป็นประมุข ฝ่ายนิติบัญญัติ
ท่านประธานครับ เขาประท้วง ข้อไหนครับ ประทานโทษครับ
เดี๋ยว ๆผมกําลังจับประเด็นอยู่ครับ ให้ผมจับประเด็นก่อน ท่านเพิ่งเริ่มนะครับ
ท่านไม่ใช่ผู้อภิปรายครับ
คือเฉย ๆ ก่อนครับ เดี๋ยวให้ท่านอธิบายนิดหนึ่ง ผมกําลังบอกว่าข้อ ๖๑ ท่านกําลังจะ ประเด็นอะไรอยู่ เชิญต่อครับ
ที่กําลังจะกล่าวหาว่า ท่านธาริต ถือว่าเป็นบุคคลภายนอกไม่สมควรเอาชื่อเขามาพูดนี่มันผิดข้อบังคับอยู่แล้ว แล้วมาบอกว่าพูดว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประมุขของประเทศ อย่างนี้เดี๋ยวจะเป็นการ เข้าใจผิด ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประมุขของฝ่ายบริหารนะครับ ก็พูดได้
อย่างนี้ครับ ท่านกําลังอธิบายถึงคําพูดของท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ส่วนท่านสมาชิก จะเข้าใจตามที่ท่านวัชระพูดหรือไม่ เป็นเรื่องของท่านนะครับ อย่างเหมือนกับท่านเข้าใจ นี่ละครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็คือประมุขของฝ่ายบริหารท่านเข้าใจ ฉะนั้นความเห็น ของผู้อภิปรายก็เป็นเรื่องของท่าน ท่านกําลังโน้มน้าวท่านสมาชิกอยู่นะครับ ฉะนั้นความเห็น แตกต่างกันนี่ละคือเสน่ห์ของที่ประชุมของเรานะครับ อดทนหน่อยครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้วินิจฉัยไปแล้ว และผมเข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกก็กระทําการไม่สุภาพ
ไม่หรอกครับ เอาเข้าเนื้อหาเราดีกว่านะครับ เชิญครับ
ได้ครับ ท่านประธานครับ และท่านก็ไม่ควรที่จะลุกขึ้นประท้วงอีกนะครับ ท่านประธานครับ ที่ผมได้กราบเรียน ท่านประธานไปว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ถึงขั้นที่ใช้คําว่าเป็นประมุขของประเทศ ประมุข ของประเทศไม่มีเป็นสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากพระมหากษัตริย์ นายธาริตจะเยินยอสรรเสริญ หรือจะเชลียร์เอาใจนายกรัฐมนตรีอย่างไร
คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวมีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ ท่านอํานวย คลังผา ช่วยกรุณาด้วยนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ผมใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ คือการอภิปราย งบประมาณวันนี้ตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ตัดเพื่ออะไร วันนี้ไปอภิปรายถึงคุณธาริตใช้งบราชการลับ แล้วมาเกี่ยวโยงกับท่านนายกรัฐมนตรี การใช้งบราชการลับมันใช้อย่างไรก็ได้ในการดูแล เกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ มันไม่เกี่ยวกับคุณมัลลิกา ไม่เกี่ยวกับท่านนายกรัฐมนตรี เลยครับท่านประธาน
เอาอย่างนี้ครับ หมายความว่าท่านประท้วงว่าไม่เข้าประเด็นใช่ไหมครับ
ไม่อยู่ในประเด็นครับ ไม่ได้อยู่ ในประเด็นเลยครับ
ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ เชิญท่านวัชระครับ อยู่ในกรอบของพวกเราดีกว่า เดี๋ยวมี คนประท้วงจะไม่จบ เชิญครับ
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธานกรรมาธิการ และท่านวราเทพ รัตนากร ไปแล้วว่าฝ่ายค้านเราให้ความร่วมมือในการพิจารณางบประมาณ เมื่อฝ่ายค้านให้ความร่วมมือในการพิจารณางบประมาณ รัฐบาลโดยท่านวราเทพ รัตนากร ก็ต้องให้ความร่วมมือกับฝ่ายค้านเช่นเดียวกัน และรวมถึงประธานวิปฝ่ายรัฐบาล กรุณาช่วยควบคุมเพื่อนฝ่ายรัฐบาล เพราะถ้าประท้วงประชาชนก็ยิ่งเห็นพิรุธ
เชิญครับ อันนั้นเป็นเรื่องที่เราค่อยคุยกัน
ผมก็จะได้อภิปรายไปด้วย ความรวดเร็ว ท่านประธานครับ แล้วผมอภิปรายกระชับ ไม่เยิ่นเย้อ สั้น ได้ใจความ และแทง ทะลุหัวใจ ท่านประธานครับ ถ้าคนระดับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ท่านประธานอย่าหัวเราะสิครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ถ้าคนระดับ อธิบดีสามารถที่จะเยินยอนายกรัฐมนตรีได้ถึงขั้นนี้ นี่ละครับ ต้องตัด ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่ปรับลดมากครับ เพราะเห็นว่ากรมนี้โดยรวมแล้วมีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน แต่ไม่ใช่ว่ามีคดีอะไรก็ดีเอสไอ มีคดีอะไรดังขึ้นมาดีเอสไอก็เข้าไปดําเนินการ รวมทั้งเรื่องเณรคํา ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าทองคําของเณรคําอยู่ที่นายพลเอกคนหนึ่งในพรรค รัฐบาลนี่ละครับ แล้วนายธาริต เพ็งดิษฐ์ กล้าไปตามทองคําที่นายพลเอกคนนั้นในพรรค รัฐบาลคนนี้หรือไม่ ทองคํามีจริงครับ มีเป็นร้อยตันจริงแล้วฝากที่นายพลเอกคนหนึ่งในพรรค รัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานครับ และนี่ก็คือข้อพิรุธเหมือนกันว่าถ้าดีเอสไอไม่ดําเนินการ ผมก็ขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน ได้สะท้อนให้เห็นว่าพฤติกรรมของ บุคคลที่เป็นอธิบดีนั้นน่าสงสัยในความยุติธรรม แม้กระทั่งคุณเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ไปถ่ายภาพคู่กับคุณวัฒนา อัศวเหม ที่ต่างประเทศ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษบอกว่าจะออกหมายเรียกเจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ ซึ่งชาตินี้นายธาริตไม่เคยเจอ แต่จะอาศัยข้อกฎหมายเรียกเจนี่ไปเพื่อที่จะสอบสวนว่าคุณวัฒนา อัศวเหม ซึ่งเป็นนักโทษ หลบหนีคดีอาญาตามคําสั่งคําพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่ง ทางการเมือง ให้ไปรายงานตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ท่านประธานครับ ถ้าใช้มาตรฐาน เดียวกันนี้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็ต้องเรียก พลตํารวจโท คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ที่ไปพบ นักโทษชายที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตัดสินจําคุก ๒ ปี ที่ต่างประเทศ คือพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร มารายงานตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย และต้องเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครัฐบาลทุกท่านที่ไปพบนักโทษดังกล่าว ที่ต่างประเทศ ให้ไปรายงานตัวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษด้วย ใช่ไหมครับท่านประธาน เพราะการบังคับใช้กฎหมายต้องเป็นไปภายใต้มาตรฐานอันเดียวกัน แต่ถามว่าทําไม นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ถึงไม่ดําเนินการ เป็นเพราะอะไร ก็เพราะว่านายธาริต เพ็งดิษฐ์ ประกาศ ชัดเจนว่าตัวเองนั้นเป็นฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน มีการยอมรับในที่ประชุมกรรมาธิการ งบประมาณ เมื่อการพิจารณางบประมาณเมื่อปี ๒๕๕๖ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ยอมรับเช่นนั้น ท่านประธานครับ
(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยกมือขึ้นประท้วง)
ผู้ประท้วงยกรองเท้าขึ้นมาอีกแล้วครับ
คือท่านวัชระครับ คือในสภานี้เราต้องใช้คําพูดที่สุภาพครับ ท่านก็ยกมือ ท่านไม่ได้ยกอะไร ขอความกรุณาเถอะครับ
ผมก็คิดว่าท่านยกรองเท้าขึ้นมาอีก ผมก็กลัวครับเพราะอยู่ใกล้กัน
ไม่ใช่ครับ คืออันนี้ถ่ายทอดให้ประชาชนเขาได้รับทราบครับ เชิญท่านประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ กล่าวให้ร้ายรัฐบาลว่าทองคําของเณรคํา อยู่ในพลเอกคนหนึ่งที่อยู่ในรัฐบาลนี้ อย่างนี้กล่าวหาทําให้รัฐบาลเสียหาย ถ้าชัดจริง แน่จริง พูดชื่อออกมาเลยหรือลงไปแถลงข่าวเลยนะครับว่าใครครับ
อย่างนี้ครับ ท่านประท้วง ท่านก็ต้องบอกว่าเขาฝ่าฝืนอะไรนะครับ ส่วนถ้าใครเสียหายก็ให้ เขาใช้สิทธิพาดพิง ท่านไม่ได้ประท้วง ท่านบอกเสียหาย นั่งลงเถอะครับ เขาก็ไม่ได้เอ่ยว่า เป็นใครหรอกครับ ขอความกรุณาท่านวัชระ เอาเข้าประเด็น พวกเรามีภารกิจในวันพรุ่งนี้ เราก็รู้กันอยู่ทุกคน เอาเข้าท่านตัด ๕ เปอร์เซ็นต์เพราะอะไร แล้วก็ไม่ต้องไปถึงเขามาก เอาพอสมควรก็แล้วกัน
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ ก็เพราะด้วยเหตุนี้ผมถึงปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะผมเห็นถึง ความไม่มีประสิทธิภาพ ไร้จรรยาบรรณ ไร้คุณธรรม ท่านประธานครับ แล้วก็กรณีของ คุณเอกยุทธ อัญชันบุตร ท่านทนายสุวัฒน์ อภัยภักดิ์ มาให้การต่อกรรมาธิการการพัฒนา การเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ชัดเจนครับว่าคุณเอกยุทธ อัญชันบุตร ได้บอกกับทนายสุวัฒน์ก่อนถึงแก่ความตายว่า ตัวเขานั้นมีปัญหากับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เท่านั้น ท่านประธานครับ แล้วทําไมไม่รับเป็นคดีพิเศษ
คืออย่างนี้ครับท่านวัชระ การจะรับเป็นกรณีพิเศษหรือไม่ ตามกฎหมายที่ให้อํานาจ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นเป็นเรื่องที่สภาเราออกกฎหมายเองว่า อะไรบ้าง แล้วเขาก็ มีบอร์ด (Board) ของเขาอยู่ ฉะนั้นประเด็นที่ท่านพูดมันไม่ได้เกี่ยวกับตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอให้อยู่ประเด็นตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ บอร์ดเขาจะพิจารณารับไม่รับอันนั้นเป็นเรื่องของเขา เพราะกฎหมายให้อํานาจ ไม่ใช่คุณธาริตคนเดียว พวกเรานี่ละเป็นคนออกกฎหมายเอง หลายท่านก็อภิปรายอยู่ ในวันนั้นผมก็อยู่ประเด็นนี้นะครับ เอาประเด็นนี้ดีกว่า
ท่านประธานที่เคารพ ในกรณีของ คดีพิเศษ ท่านประธานบอกว่าสภาเราให้อํานาจไป จริงครับ แต่ท่านประธานครับ
ผมไม่ต่อล้อต่อเถียงหรอกครับ เชิญอยู่ในประเด็นเลยครับ
อยู่ในประเด็นอย่างแน่นอน เพราะเมื่อการวินิจฉัยของอธิบดี วินิจฉัยไม่เที่ยงธรรมอย่างนี้ ผมถึงได้ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ครับท่านประธาน เพราะขนาดคดีใหญ่ ๆ ซึ่งเป็นคดีฆาตกรรมอําพรางและเป็นฆาตกรรม ทางการเมืองอย่างคดีคุณเอกยุทธ อัญชันบุตร ยังไม่รับเป็นคดีพิเศษ แต่คดีคุณมัลลิกา บุญมีตระกูล แค่โพสต์ภาพจุดชม เสือ สิงห์ กระทิง แล้วก็ภาพท่านนายกรัฐมนตรี ไปรับเป็น คดีพิเศษ มันเป็นคดีพิเศษตรงไหนครับท่านประธาน มันไม่ได้เป็นคดีพิเศษเลย ไม่เข้าหลัก กฎหมาย ไม่เข้าหลักเกณฑ์ แต่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ต้องการที่จะเชลียร์ เลีย เอาใจ
ผมว่าอย่าไปกล่าวหาเขาอย่างนี้ เขาเสียหายนะครับ ท่านไม่เห็นด้วยก็ว่ากันไปนะครับ แต่การใช้สํานวนใช้ภาษา ข้อบังคับเขาห้ามไว้ แล้วก็ผมก็ได้บอกแล้วบอกว่าสภาแห่งนี้ก็เป็น ผู้ออกกฎหมายเพื่อให้บอร์ดเขาพิจารณานะครับ เอาเท่านี้ก็พอแล้วท่านวัชระครับ ผมขอความร่วมมือนะครับ ก็ผมเตือนแล้วนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ แม้นว่าจะมีสมาชิกรัฐบาลยืนประท้วงก็ตาม ผมกราบเรียนท่านประธานว่า เพราะอะไรครับ ก็เพราะว่างบบริหารที่เอาไป ไม่สามารถที่จะ ปฏิบัติตามพันธกิจ วิสัยทัศน์ ที่ดีเอสไอมาแถลงต่อกรรมาธิการงบประมาณ เกียรติศักดิ์ เชี่ยวชาญ ซื่อสัตย์ ซื่อสัตย์ต่อใคร ซื่อสัตย์ต่อประชาชนไหมครับ หรือจะเลือกซื่อสัตย์ แต่เฉพาะนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ครับ เพราะงบประมาณ ๑,๑๐๐ ล้านบาทเศษ ที่ดีเอสไอ จะนําไปใช้ในปีงบประมาณปี ๒๕๕๗ รวมงบราชการลับ ๓๕ ล้านบาท ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ลงนามเห็นชอบ มีลายเซ็นท่านนายกรัฐมนตรี มีแต่ลายเซ็น โผล่แต่ลายเซ็นมา แต่ตัวไม่มา ท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์อนุมัติเห็นชอบให้ใช้จ่ายเงินงบราชการลับ ๓๕ ล้านบาท ผมก็เกรงว่าเงินงบราชการลับดังกล่าวก็เอามาทําคดีคุณมัลลิมา บุญมีตระกูล จุดชมเสือ สิงห์ กระทิง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เป็นคดีที่ขี้หมูราขี้หมาแห้ง ไม่ควรจะเป็นคดีด้วยซ้ํา และถ้าเป็นคดี สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็สามารถดําเนินการ ได้ครับ ไม่ต้องถึงขั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ท่านประธานครับ มาในประเด็นที่สําคัญคือกรณีการที่เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ได้หักเงินเดือนของตนเองให้เข้าบัญชีพรรค ท่านประธานครับ ผมคนหนึ่งที่ถูกหักเงินเดือนบํารุงพรรค เดือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท เพราะ พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของทุกคน ประชาชนเป็นเจ้าของ ไม่ใช่เป็นพรรคของคนที่ ออกเงินเพียงคนเดียว แล้วไปสั่งลูกพรรคให้ทําอย่างนั้น สั่งลูกพรรคให้เซ็นชื่อลาออก ล่วงหน้า อย่างนี้ไม่มี ท่านประธานครับ แต่มีครับ มีพรรคที่สั่งให้ลูกพรรคเซ็นชื่อลาออก ล่วงหน้าทุกคน มีอยู่ในสภาแห่งนี้
คืออย่างนี้ครับ ท่านก็พูดของท่านไปเถอะครับ แต่อย่าไปกล่าวหาพรรคอื่นเขานะครับ อันนี้ เขาเรียกว่า ใส่ร้าย ขอให้พูดในประเด็นของท่านเถอะ บรรยากาศตรงนี้จะไปได้ดี
(นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอประท้วง ท่านผู้อภิปราย ด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ผมฟังท่านมาหลายรอบแล้วเรื่องนี้ ผมเกรงว่า ท่านจะกระทําผิดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ คือใช้ตําแหน่งหน้าที่มาอภิปรายในสภาเพื่อ ผลประโยชน์ของตัวเอง เพราะคดีนี้เป็นคดีที่ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเรื่องในเรื่อง การบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ และท่านจะมาใช้เวทีนี้อภิปรายว่ามันผิดมันถูกอย่างไร เรื่องมันอยู่ในขั้นตอนขบวนความของการสืบสวนสอบสวนนะครับ เราไม่อยากจะใช้ ตําแหน่งหน้าที่ไปบีบคั้นไปบีบบังคับไปข่มขู่ข้าราชการในลักษณะนี้ ก็อยากให้ท่าน ได้ระมัดระวัง แล้วก็ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอความร่วมมืออยู่ในประเด็น อย่าไปถึงคนอื่นเลยครับ เอาเฉพาะของท่าน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ผมก็ไม่ได้เอ่ยชื่อพรรคการเมืองใด
คือท่านพูดในสภาผู้แทนราษฎรนี้ คือเราก็ไม่อยากไปพูดเรื่องอื่น คือแต่ละพรรคก็ดูแลกันไป อย่าไปก้าวก่ายพรรคอื่นเขาเลยนะครับ โดยมารยาทของพวกเราที่อยู่สภากันมานาน แล้วก็ ตอนนี้ท่านขอตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็บอกมาสิครับว่ากระทรวงยุติธรรม ที่ท่านไปเป็น กรรมาธิการ ท่านดูในเรื่องของการบริหารในเรื่องอะไรท่านก็ว่ามา อย่าไปก้าวก่ายพรรคอื่น เขาเลยนะครับ โดยมารยาทพวกเราก็ยึดถืออันนี้กันมาโดยตลอดนะครับ
ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมรายงานความจริงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ และการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ต้องไม่อยู่ ภายใต้อาณัติการครอบงําของบุคคลใด ๆ ชัดเจนไหมครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นอย่างที่ ผมได้อภิปรายไปแล้ว ผมก็จะไม่อภิปรายซ้ํา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการปฏิบัติหน้าที่ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยเฉพาะการรับคดีที่ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ได้บริจาค ได้ส่ง เงินบํารุงพรรคคนละ ๒๐,๐๐๐ บาท เข้าพรรค โดยหักเงินเดือน และเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ได้สั่งให้สํานักการคลังและงบประมาณออกเป็นเช็ค (Cheque) ให้กับพรรคประจําทุกเดือนนั้น ท่านประธานครับ ไม่ได้เป็นคดีพิเศษใด ๆ เลย แต่ในการ ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ ครั้งที่ ๕/๒๕๕๕ เมื่อวันพุธที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุม ๑ ชั้น ๑ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานกรรมการ ทําหน้าที่แทน นายกรัฐมนตรี มีพลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขณะนั้น เป็นรองประธานกรรมการ ท่านประธานครับ มีกรรมการสอบสวนคดีพิเศษ ที่เพิ่งแต่งตั้งเข้าไปใหม่ ๙ คน ไปเป็นกรรมการและลงมติในครั้งแรก มี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นอธิบดี และเป็นเลขานุการคณะกรรมการคดีพิเศษ ท่านประธานครับ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดีเอสไอทั้ง ๙ คน ชุดแรกนี้ไม่ได้แต่งตั้งจากบุคคลที่เป็นกลางครับ ตั้งทนายความของคนเสื้อแดง นายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์
คืออย่างนี้ได้ไหมครับท่านวัชระ เราต้องเคารพในสิทธิที่เขาแต่งตั้งไปนะครับ ใครผู้ใดแต่งตั้ง พวกเราก็รู้อยู่นะครับ มันต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรอยู่แล้ว ฉะนั้นเมื่อเข้าไปกฎหมายให้ อํานาจเขา พวกเราก็ไปออกกฎหมายให้อํานาจเขา ให้บอร์ดของเขามีอํานาจในการพิจารณา ท่านไม่เห็นด้วยกับบอร์ดเขาประการใด หรือบอร์ดเขาทําไม่ถูกต้อง ท่านก็น่าจะไปใช้สิทธิ ตามกฎหมายอื่นนะครับ แต่อันนี้ท่านกําลังไปอภิปรายดุลยพินิจของการใช้อํานาจของเขา ซึ่งเขามีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว ผมจึงขอเตือนท่านว่าเอาอยู่ในประเด็นนะครับ ผมจะ ไม่อนุญาตให้ไปอภิปรายในดุลยพินิจของบอร์ดของเขานะครับ เขาจะให้เป็นคดีพิเศษหรือไม่ ก็สภาผู้แทนราษฎรนี้ละเป็นผู้ออกกฎหมายเขา ให้อํานาจเขา ฉะนั้นเมื่อเขาใช้ดุลยพินิจ ไปแล้วก็ต้องเคารพในหลักกฎหมายนะครับ ท่านก็ย้ํามาตั้งแต่ต้นว่ายึดถือในหลักการ อยู่แล้วนะครับ ต้องเคารพในหลักกฎหมายนะครับ ฉะนั้นเมื่อออกกฎหมายมามันก็ต้อง ให้เขาปฏิบัติ ท่านไม่ชอบอย่างไรก็สุดแล้วแต่ท่าน แต่ขอให้อยู่ในประเด็นว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ ของท่านมันคืออะไรนะครับ ขอความร่วมมือเถอะครับ
ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้ กรุณาฟังสมาชิกอภิปรายและไม่อภิปรายแทนกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็จะเป็นพระคุณยิ่ง ท่านประธานครับ ที่ผมจําเป็นต้องปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะอะไรครับ เพราะเงินจํานวนนี้ ไปจ่ายเป็นเบี้ยประชุมคณะกรรมการสอบสวนคดีพิเศษด้วย และสภาผู้แทนราษฎร ให้อํานาจรัฐบาลไปตั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของดีเอสไอ ก็แต่งตั้งจากบุคคลที่สุจริต เที่ยงธรรม เป็นกลาง เชื่อถือได้ แต่ทําไมครับไปตั้งทนายความคนเสื้อแดง ไปเป็นกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วการพิจารณาจะเที่ยงธรรมได้อย่างไรครับ ในเมื่อพวกผมไม่ได้มีความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกับคนเสื้อแดง นี่ละครับตรงนี้ครับ เป็นการใช้จ่ายเงินงบประมาณ และไม่สอดคล้องกับอํานาจที่สภาได้มอบให้กับรัฐบาลไป เพราะรัฐบาลไปแต่งตั้งพวกของตนเองที่มีทัศนคติในเชิงลบต่อระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ เมื่อไม่เป็นคดีพิเศษแล้วรับเป็นคดีพิเศษ ปรากฏว่าท่านประธานทราบไหมว่า เขาดําเนินคดีกับใครบ้าง กับพรรคประชาธิปัตย์และพรรคภูมิใจไทย พรรคภูมิใจไทยก็โดน ด้วยนะครับ แต่ตั้งแต่วันนั้น เดือนตุลาคม ปี ๒๕๕๕ จนถึงวันนี้ ไม่เคยมีจดหมายเรียกจาก ดีเอสไอถึงพรรคภูมิใจไทยเลยแม้แต่ฉบับเดียว ชี้ให้เห็นถึงอะไรครับ การเลือกปฏิบัติ ท่านประธานครับ ที่ผมบอกว่ามันเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเพราะอะไรครับ เพราะ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้ตอบคําตอบคําถามผมในกระทู้ถามเมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๕๕ ว่าดีเอสไอ ผมเร่งรัดได้ เพราะผมกํากับดูแล ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง นั่งเป็นประธาน กรรมการคดีพิเศษ บอกว่าสั่งดีเอสไอได้ เร่งรัดได้ เร่งรัดแล้วเป็นอย่างไรครับ ก็เร่งรัดให้เป็น คดีพิเศษแล้วมาดําเนินคดีกับ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านทั้งหมด ทั้ง ๆ ที่ไม่สมควรที่จะเป็น คดีพิเศษได้เลย ไม่ว่าโดยหลักการหรือหลักนิติธรรม ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้ยอมรับในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณในปีนี้ว่า อย่างไรครับ ผมจะอ่านให้ท่านประธานฟัง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ยอมรับต่อหน้าท่านวิทยา บุรณศิริ บอกว่าในที่สุดมันก็เกิดเป็นปัญหา เพราะว่าให้ฝ่ายการเมืองเป็นประธาน หมายถึง ประธานคณะกรรมการคดีพิเศษ นายธาริตโยนลูกไปให้ฝ่ายการเมืองครับ เป็นปัญหา เพราะฝ่ายการเมืองเป็นประธาน ให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมเป็นรองประธาน ท่านประธานครับ รายงานการประชุมงบประมาณชัดเจนว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ กล้ายอมรับในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณว่าที่มันมีปัญหา เรื่องเงินบริจาค ๒๐,๐๐๐ บาทนี้ เรื่องเงินบริจาคน้ําท่วมที่พรรคประชาธิปัตย์เพื่อช่วยเหลือ พี่น้องน้ําท่วมในปี ๒๕๕๔ ที่รับเป็นคดีพิเศษนี้เป็นเพราะว่าฝ่ายการเมืองมานั่ง เป็นประธานครับ แสดงว่านายธาริตบอกว่าเป็นเพราะ เฉลิมมานั่งเป็นประธานถึงเกิดปัญหา ขึ้นมา
เดี๋ยวนะครับ เชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการ งบประมาณปีนี้คนหนึ่ง ประเด็นที่ ๑ แต่ผมใช้สิทธิประท้วงครับท่านประธาน อันที่ ๒ ผมจะ คุยให้ฟังนิดหนึ่งว่าผมก็ตําแหน่งโฆษกกรรมาธิการ ก็ประชุมด้วยกันกับท่านวัชระ วันนี้ ท่านวัชระหล่อเป็นพิเศษใส่แว่นตาด้วย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปราย คือท่านวัชระว่าพูดจาเสียดสี ใส่ร้าย ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้ถ้าท่านประธานรีไวว์ (Revive) กลับไปดู ตอนมาตรา ๓ ท่านวัชระก็ได้อภิปรายไว้อย่างนี้ละครับ แล้วผมก็ลุกขึ้นมาประท้วงเพราะมัน ทําให้ดีเอสไอเขาเสียหาย วันนั้นเรานั่งฟังกันอยู่ทั้งหมด ดีเอสไอพูดในเชิงที่ท่านวัชระ แต่ท่านวัชระเอามาต่อความยาวสาวความยืดให้เขาเสียหาย ดีเอสไอเขาบอกอย่างนี้ ท่านประธาน เขาบอกว่าวันนี้ในเรื่องของกรมสอบสวนคดีพิเศษ มันต้องฝ่ายการเมืองมาเป็น คนกํากับเพราะโครงสร้างมันเขียนไว้อย่างนั้น แต่เขาไม่ได้มาพูดว่าคดีสอบสวนของผู้ใหญ่ ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใหญ่สั่ง เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับตรงนี้ครับ แล้วคดีต่าง ๆ ที่ดีเอสไอเขาจะ ดําเนินการได้ต้องเป็นมติของบอร์ด ผมก็เห็นใจท่านวัชระเมื่อสักครู่ที่ท่านบอกว่าบอร์ดของ ดีเอสไอคนหนึ่งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นทนายความของเสื้อแดง อีกนิดเดียวท่านประธาน จะจบแล้ว ผมกําลังจะลงแล้วท่านประธาน
เอาละผมว่าก็ลงเถอะครับ
ผมเห็นใจ ก็เช่นกันที่ คตส. ต่างคน ต่างก็เรียกร้องอย่างนี้ละครับ ผมก็เลยบอกว่าโครงสร้างวันนี้ ผมอยากให้ท่านวัชระอย่าเอา ความยาวสาวความยืดมาต่อกันทําให้เขาเสียหาย ผมเห็นใจท่านนายกรัฐมนตรีชวนมาก ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เพราะว่าท่านวัชระเอาเรื่อง
พอแล้วครับ พอแล้ว เดี๋ยวผมจะให้พูดต่อ แล้วก็คุณหมออย่าประท้วงเลยได้ไหมครับ เชิญครับ เชิญคุณหมอครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ เรื่องของการรักษาความเรียบร้อยในห้องประชุม อันนี้ละครับ ท่านประธานครับ ขอฟ้องไปยังพี่น้องประชาชนที่รับชมอยู่ด้วยว่า
ประท้วงอะไรก็ว่ามาครับ
คือสาเหตุที่ทําให้ช้าครับ สาเหตุที่ทําให้ การประชุมช้าเพราะว่าลุกขึ้นมาประท้วง แล้วก็มาอภิปราย มาชี้แจงแทนนะครับ ซึ่งอันนี้ เป็นการผิดข้อบังคับอยู่แล้ว แล้วก็ทําให้เสียเวลาโดยใช่เหตุครับ ในขณะที่วันนี้เราเร่งรัดกัน พวกผมก็พยายามให้ความร่วมมือครับ แต่ถ้าทางโน้นยังไม่ร่วมมือ พวกผมก็ไม่รับรองนะครับ
เอานิดเดียว พาดพิงกันทั้งวันดีไหมอย่างนี้
ท่านประธานที่เคารพ ผมจะไม่พูด ต่อครับ ท่านประธาน ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผมไม่ขออะไรจากท่านประธาน ผมขอให้ท่านประธานให้ความเป็นธรรมในการประชุม อันไหนที่มันถูกข้อบังคับท่านประธานตัด อันไหนไม่ถูกรัฐธรรมนูญท่านประธานตัด ผมก็ นั่งฟังอยู่ท่านประธานครับ ท่านประธานเอามาตรา ๑๒๙ มาว่า เอามาตรา ๖๑ มาว่า เอาข้อ ๘
เอาละครับ ผมควบคุมอยู่ ผมควบคุมอยู่ ใจเย็น ๆ ครับ มันอาจจะไม่ถูกใจท่านทั้งหมด ก็ขอให้นั่งฟังเถอะครับ อดทนนะครับ นั่งลงครับ ท่านวัชระเอาในประเด็นเราแล้วก็อย่าไป กระทบกระทั่งบุคคลอื่นเขามากเลยนะครับ เวลาพวกเราจํากัดนะครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สัจจังเว อมตะ วาจา
ไม่ต้องหรอกครับ เอาเข้าเนื้อหาเราเลยนะครับ
ท่านประธานครับ อันนี้ละครับเนื้อหา เพราะที่สภาแห่งนี้ต้องพูดความจริงครับ
คือท่านตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านก็ว่าของท่านไป อย่าไปใช้อะไรโต้ตอบกันเลยครับ
ใช่ครับท่านประธาน และผมกําลังรอ เอกสารจากท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ อยู่นะครับ ที่ท่านอนุมัติ ไม่ทราบว่าไปอนุมัตินานมากแล้ว
ไม่ละครับ เชิญท่านตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านใช้เวลามา ๔๕ นาทีแล้วนะครับ
มิได้ครับท่านประธาน ผมใช้เวลาแค่ ๒๐ นาทีครับ และกําลังจะจบครับ
เชิญ ๆ ท่านครับ ก็ขอตัดแล้วเราจะไม่อภิปรายกันเยิ่นเย้อกันมากมายครับ เชิญครับ
ถ้าท่านประธานและสมาชิก ฝ่ายรัฐบาลฟังก็จบไปแล้ว
เชิญเถอะครับ อย่าไปต่อล้อต่อเถียงกัน
และผมยืนยันท่านประธาน ผมไม่ได้ ใส่ร้าย ถ้าผมใส่ร้ายก็ไปฟ้องหมิ่นประมาท เท่านั้นละครับ เพราะเราต้องสู้กันด้วยความจริง ท่านประธานครับ สภาให้อํานาจดีเอสไอไป แต่ดีเอสไอไปบิดผันอํานาจ ไปรับใช้รัฐบาล ทําไมไม่รับใช้หลักนิติรัฐ นิติธรรมล่ะครับ ทําไมไม่เป็นธรรม ไม่เป็นกลางล่ะครับ แล้วไปรับใช้ รัฐบาลอย่างนี้ ท่านจะให้พวกผมฝ่ายค้านนั่งอมอะไรอยู่ในสภาครับ เราต้องบอกพี่น้องประชาชน ทั้งประเทศได้เห็นว่าขนาดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้รับความเป็นธรรม ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ใส่ร้ายอย่างที่ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้เอ่ยขึ้นอย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ในคดีนี้แม้แต่ท่านชวน หลีกภัย ก็ยังตกเป็นผู้ต้องหาครับ ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ทุกท่านตกเป็นผู้ต้องหาหมด มันเกิดอะไรขึ้น ถ้าฝ่ายการเมืองไม่สั่งการ และเฉลิมก็พูดชัดเจนว่าผมสั่งดีเอสไอได้ สั่งไปแล้ว ท่านประธานครับ ผมให้ท่านประธานดูระเบียบกรมสอบสวนคดีพิเศษว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการ และพนักงานกรมสอบสวนคดีพิเศษ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท่านประธานครับ ในประมวล จริยธรรมเขียนไว้ชัดเจนในข้อ ๓ บอกว่า ข้าราชการและพนักงานทุกคนมีหน้าที่ดําเนินการ ให้เป็นไปตามกฎหมายเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เป็นกลางทางการเมือง เป็นกลาง ทางการเมือง เขียนไว้ชัดเจนในหมวด ๒ ข้อ ๓ ว่า เป็นกลางทางการเมือง แล้วนายธาริต ไปพูดได้อย่างไรในที่ประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณว่า ผมเป็นฝ่ายรัฐบาลอย่างแน่นอน นี่หรือครับเป็นกลางทางการเมือง และมิหนําซ้ําในหมวด ๓ ข้อ ๖ ยังบอกว่า ตระหนักว่าตนมิได้มี หน้าที่เพียงดําเนินการเพื่อนําตัวผู้กระทําความผิดมารับโทษตามกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ จะต้องปกป้องช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์มิให้ต้องรับโทษด้วย แล้วนายชวน หลีกภัย เป็นผู้บริสุทธิ์ ทําไมนายธาริต เพ็งดิษฐ์ เพิกเฉย ส่งหมายเรียกผู้ต้องหามา ท่านประธานครับ และในข้อ ๘ ยังบอกไว้อย่างชัดเจนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษพึงปฏิบัติต่อผู้กล่าวหา ผู้ต้องหา พยาน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องอื่นตามกฎหมายและระเบียบปฏิบัติด้วยความระมัดระวัง รอบคอบ โดยคํานึงถึงความสงบสุข ปลอดภัยของประชาชน และสิทธิมนุษยชนที่มีตามรัฐธรรมนูญ ส.ส. ฝ่ายค้านไม่มีสิทธิมนุษยชนหรือครับ จะออกหนังสือเรียก หมายเรียกอย่างไรก็ได้ อย่างนั้นหรือครับ
ท่านวัชระครับ ขอเข้าประเด็นเถอะครับ อันนี้ท่านไปอภิปรายในเชิงกล่าวหาเขาแล้ว เอาที่ ท่านจะตัดดีกว่า อย่าไปไกลถึงการอภิปรายในเชิงการตัดสินใจการบริหารของเขาเลยครับ
นี่ละครับท่านประธาน ย่นย่อโดยสรุป แม้แต่ประมวลจริยธรรม กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ไม่ยึดถือปฏิบัติทําให้เกิดปัญหาอย่างไรครับ และท่านอรรถพล ใหญ่สว่าง มาชี้แจงในกรรมาธิการที่ผมเป็นประธานอนุกรรมาธิการ ท่านอรรถพล ใหญ่สว่าง เป็นกรรมการคดีพิเศษด้วย นั่งอยู่วันนั้นด้วยนะครับ ท่านบอกว่า ฟังข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วคดีดังกล่าวไม่ได้มีความสลับซับซ้อนตามที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ได้ระบุไว้ ท่านประธานครับ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง เป็นรองอัยการสูงสุดกําลังจะขึ้นเป็น อัยการสูงสุด ให้ความเห็นทางกฎหมายชัดเจนว่าไม่ใช่เป็นคดีสลับซับซ้อนตามที่ที่ประชุม คณะกรรมการคดีพิเศษได้เสนอขึ้นมา ชัดเจนไหมครับท่านประธาน นอกจากนี้ยังปรากฏว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านอาจารย์สดศรี สัตยธรรม ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ชัดเจนเมื่อวันที่ ๑๔ ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ โดยกล่าวว่าคดีที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ถูกฟ้องบริจาคเงิน เข้าพรรค โดยไม่ได้กระทําเป็นเช็คขีดคร่อมตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย พรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๐ กําหนดว่าคณะที่ปรึกษากฎหมายได้สรุปและเสนอความเห็น แล้วว่าการดําเนินการของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ไม่เป็นความผิด และในกรณีรับบริจาค กรณีน้ําท่วมก็ไม่เป็นความผิด ท่านอาจารย์อภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ในฐานะ นายทะเบียนพรรคการเมืองได้กล่าวถึงเหตุผลในการยุติกรณีพรรคประชาธิปัตย์รับบริจาค ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ว่าใช้ความเป็นผู้พิพากษาพิจารณา โดยในกรณีนี้ต้องดูว่ามีเจตนา หรือไม่ ซึ่งเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีเจตนาที่จะรับบริจาคเพื่อส่งผ่านไปให้ประชาชน ที่เดือดร้อน ซึ่งจึงถือว่าพรรคประชาธิปัตย์มีเจตนาที่ดีที่จะช่วยประชาชนที่ประสบภัยน้ําท่วม ในขณะนั้น ไม่ได้เอาเข้าพรรคของตัวเอง จึงไม่มีความผิดที่เป็นเหตุให้ต้องยุบพรรค ท่านประธานครับ และผมกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ ว่า แม้แต่ในการพิจารณาของ กรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ก็หลบเลี่ยงไม่ให้ความร่วมมือต่อกรรมาธิการ และแม้มาให้การก็ยอมรับว่า การชุมนุมของกลุ่ม นปช. นั้น เป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย มีการยิงจรวดอาร์พีจี (RPG) เข้าใส่คลังเก็บน้ํามัน วางระเบิดเสาไฟฟ้าแรงสูง วางระเบิดสถานที่ต่าง ๆ ถึง ๔๕ ครั้ง นี่คือคําอภิปรายของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ท่านประธานครับ และเมื่อกรรมาธิการจะขอให้ เปิดคลิป (Clip) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ที่แถลงในนาม ศอฉ. แต่ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ กลับสติแตก ลุกขึ้นออกจาก
คืออย่างนี้ท่านวัชระ ท่านธาริตจะเป็นประการใดในทัศนะของท่านก็สุดแล้วแต่นะครับ แต่อันนี้เรากําลังพูดถึงวาระที่สอง เรื่องการตัดงบประมาณนะครับ ขอความร่วมมือเถอะครับ เอาในเนื้อหาสาระของพวกเราดีกว่านะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่มีปัญหาครับ ท่านประธาน ท่านประธานตัดบท ผมก็ยังจําคําที่จะต้องพูดต่อได้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า นายธาริตระบุชัดเจนครับ ว่าความตายของพลเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม เกิดจากการกระทําของ
เดี๋ยวมีผู้ประท้วงครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ นะครับ แล้วก็ประท้วงท่านประธานตามข้อ ๕ ในการบังคับการประชุม ท่านผู้อภิปรายได้รับการตักเตือนในเรื่องของการพาดพิง บุคคลภายนอก ในเรื่องของการพูดนอกประเด็นหลายครั้งหลายหน ท่านประธานต้อง กํากับดูแล ท่านพูดถึงชื่อบุคคลภายนอกไม่ต่ํากว่า ๔-๕ คน ซ้ําไปซ้ํามาในทางที่เสียหาย เขาไม่มีสิทธิมาชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎรนะครับท่านประธาน ท่านประธานต้องกํากับไม่ให้ เขาเอ่ยนามบุคคลภายนอก แล้วผมประท้วงอีกครั้งหนึ่งตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ท่านกําลังใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรมาแก้ต่างในคดีความที่ท่านเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหานะครับ มันจะถูกจะผิด ศาลเขาตัดสินครับ ไม่ใช่หน้าที่ของเราในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะไปตัดสิน เรื่องของคดีความนะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ควรจะจบได้แล้วครับท่านประธาน ขอบคุณครับ
ขอเตือนอีกครั้งนะครับ เอาในประเด็นนะครับ ถ้าท่านออกนอกประเด็นผมจะไม่ให้อภิปราย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็รู้ข้อบังคับดี เหมือนกับผู้ประท้วงและท่านประธาน และผมกราบเรียนว่าเราไม่ได้ทําผิดกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๕ หรือ มาตรา ๒๖๖ แต่ประการใด แต่เราตรวจสอบการทําหน้าที่ ของหน่วยราชการที่ใช้จ่ายเงินงบประมาณ
คืออย่างนี้ครับ ท่านตรวจสอบนั่นถูกต้องแล้ว แต่อันนี้เรากําลังพูดในวาระที่สอง ท่านต้องใช้ อีกเวทีหนึ่ง ใช้อีกบรรยากาศหนึ่งนะครับ อันนี้เขาพูดถึงเรื่องงบประมาณนะครับ ท่านจะ พอใจ ไม่พอใจเป็นเรื่องของท่าน แต่นี่ท่านต้องอธิบายต่อสภาแห่งนี้ให้ได้ว่าที่ท่านตัด ๕ เปอร์เซ็นต์เพราะอะไร ท่านกําลังไปพูดถึงเรื่องดุลยพินิจเรื่องของอํานาจของเขา มันไม่ถูกต้องอย่างไรครับ ผมจึงเตือนท่าน ถ้าท่านยังฝ่าฝืนอีกผมก็จะไม่ให้ท่านพูดนะครับ มีท่านวิรัตน์ท่านรออยู่นะครับ เชิญครับ ผมต้องรักษาข้อบังคับ ถ้าท่านไม่ยึดข้อบังคับ มันจะไปไม่ได้นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านประธานไม่เอ่ยขึ้นมาผมอภิปรายจบไปแล้ว และผมกราบเรียนท่านประธานว่าการใช้อํานาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษนี้ไม่เป็นไป ตามวิสัยทัศน์และพันธกิจที่มาของบประมาณต่อกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นเราจึงมีสิทธิที่จะตรวจสอบและอภิปราย และชี้ให้เห็นว่านี่ต้องปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์เพราะเหตุนี้ ท่านประธานครับ ในประเด็นสุดท้ายปรากฏว่าทั้งในหน่วยราชการ ทุกหน่วยราชการ ทุกกระทรวง ทบวง กรม มีการเอื้ออํานวยในการใช้จ่ายเงินค่าโฆษณา ให้กับหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชนเป็นจํานวนมาก โดยเฉพาะในกระทรวง ยุติธรรม กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ท่านประธานครับ มีการล็อกสเปก (Lock spec) ให้โฆษณาในหนังสือพิมพ์ข่าวสด ๒ ครั้ง ครั้งละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท โฆษณาในหนังสือพิมพ์มติชน ๒ ครั้ง ครั้งละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท โฆษณาในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเงิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท หรือในกรมอื่น ๆ เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ท่านประธาน โฆษณาในมติชน เป็นเงิน ๑๙๖,๐๐๐ บาท หรือในองค์กรอื่น ๆ ท่านประธานครับ นี่ครับ ในนี้เป็นองค์การมหาชน แห่งหนึ่ง ก็โฆษณาในมติชน เป็นหลักแสนเช่นเดียวกัน โดยมีนายปิยชาติ มงคลไชยสิทธิ์ และนายฐากูร บุนปาน นายฐากูร บุนปาน เป็นผู้ลงนามแทนอํานาจบริษัท นี่ครับลายเซ็น นายฐากูร บุนปาน ชัดเจนท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานอย่าได้แปลกใจว่าทําไม สื่อมวลชน โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชน หรือหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ถึงได้โจมตีพรรคฝ่ายค้าน เพราะเขาได้เงินค่าโฆษณาจากรัฐบาล โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์มติชน
อย่าไปกล่าวหาสื่อมวลชนเลยนะครับ ผมดูข่าวเมื่อวานนี้เขาก็ไม่ได้ว่าฝ่ายค้าน เขายังมาต่อ ว่าประธานเลยนะครับ อันนี้ผมขอความกรุณา
ท่านประธาน ในปี ๒๕๕๔
คืออย่างนี้ครับ หน่วยงานราชการเขาจะมีการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อก็เป็นเรื่องของเขานะ ครับ แต่ท่านจะไปสรุปเองว่าผ่านแล้วจะต้องเข้าข้างรัฐบาล เป็นความเห็นของท่านที่เป็นการ ใส่ร้ายคนอื่น ไม่ได้ ผมไม่อนุญาตนะครับ เราใช้เวทีสภามาอภิปรายงบประมาณ อย่าไป กล่าวหาบุคคลภายนอกเขาเลย เชิญเถอะครับ เสร็จแล้วครับ เดี๋ยวอีกนิดเดียวก็จะจบแล้วครับ เห็นท่านบอกประเด็นสุดท้ายแล้ว เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมขอจบ การอภิปรายในการปรับลดงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม และกราบเรียนท่านประธานว่า ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ จนถึงปัจจุบัน มีงบประมาณโดยระบุให้ลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์มติชน หนังสือพิมพ์ข่าวสด รวมแล้วเป็น พันล้านบาท ยุติธรรมต่อหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นหรือไม่ ท่านประธานครับ นี่คือการใช้จ่าย เงินงบประมาณ และผมเห็นว่านี่จึงต้องปรับลดงบประมาณของกระทรวงยุติธรรมลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอขอบคุณ
เดี๋ยวท่านวิรัตน์นิดหนึ่ง ท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
ขออนุญาตท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องขออนุญาตชี้แจงนะครับ เพื่อไม่ให้มีการคลาดเคลื่อน เพราะว่าท่านกรรมาธิการวัชระ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจจะ กรุณาผมมากนะครับ เนื่องจากว่าผมทําหน้าที่เป็นประธาน ท่านสมาชิกก็แคลงใจนึกว่า ท่านวัชระเอ่ยถึงท่านวิทยาตลอด ท่านวิทยารู้ดี ท่านวิทยารับทราบนะครับ เนื่องจากว่า การทําหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ก็ต้องให้อนุญาตในบางเรื่องตามที่ท่านกรรมาธิการ ร้องขอ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งนะครับเพื่อไม่ให้คําอภิปรายของ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านวัชระ ซึ่งท่านได้ชี้แจงว่าผู้ชี้แจง ขออนุญาตเอ่ยนาม บุคคลภายนอกนะครับ ก็คือท่านธาริต ในฐานะเป็นหัวหน้าส่วนราชการ ได้ยอมรับว่า การเมืองเป็นฝ่ายสั่ง อันนี้เรียนให้ทราบนะครับว่า ผมได้อนุญาตให้กรรมาธิการวัชระ ได้บันทึกต่อกรณีที่ท่านวัชระได้มีการอภิปราย สืบเนื่องจากมีการดําเนินการในชั้นคดีต่อกรณี ของการบริจาคเงิน ซึ่งผมเป็นคนอนุญาตนะครับ ท่านจะขออนุญาตบันทึก ผมก็บอกอนุญาต ให้บันทึกไว้เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน หรือท่านผู้นําอะไรต่าง ๆ ที่ท่านขออนุญาตผม ผมไม่ขัดข้องนะครับ นั่นเป็นบันทึก ซึ่งสามารถกระทําได้ แต่กราบเรียน ต่อคําชี้แจงว่าฝ่ายการเมืองไปสั่งการ ท่านธาริตเป็นคนยืนยัน อันนี้ผมต้องขอปฏิเสธนะครับ ว่าคําชี้แจงในห้องประชุม ผมเป็นคนซักถามเพิ่มเติมให้เอง เพื่อให้การประชุมดําเนินไปได้ ก็คือมีคณะกรรมการ ตรงคณะกรรมการนี่หละที่ผมได้กล่าวต่อที่ประชุมว่า เมื่อเป็น คณะกรรมการ แล้วอย่างไรต่อ ก็คือถ้าคณะกรรมการรับว่าเป็นคดีพิเศษ คุณธาริตในฐานะ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องดําเนินการ อันนี้เห็นให้ตรงกันก่อนนะครับ เพราะว่าเดี๋ยวท่านจะบอกว่า ฝ่ายการเมืองเป็นคนสั่งการนะครับ เพราะฉะนั้นย้อนกลับไปว่า โครงสร้าง ที่ผมได้บอกว่า ถ้าคุณวัชระยังติดใจเฉกเช่นเดียวกับที่ท่านได้อภิปรายในสภาแห่งนี้ เราพูดตรงกันและมี ความเห็น ก็คือถ้าโครงสร้างจะเป็นอย่างนี้ก็ต้องแก้ไขกฎหมาย เพราะฉะนั้นเพื่อบันทึกไว้ นะครับว่ามิใช่ฝ่ายการเมืองสั่งการ แต่ว่ากรรมการหรือบอร์ดที่ท่านประธานกล่าวนี่นะครับ จะรับคดีใดเป็นคดีพิเศษ คณะกรรมการต้องพิจารณา อันนี้ขออนุญาตไปละลาบละล้วง ในส่วนของฝ่ายบริหารเขาสักนิดหนึ่ง แต่เพื่อตอบชี้แจงต่อสภาแห่งนี้ให้เข้าใจว่าคําว่า ฝ่ายการเมืองสั่งการ ผมขออนุญาตว่า ในฐานะผมเป็นประธานในที่ประชุมนั้นเสียหาย เพราะฉะนั้นรูปแบบของเขาก็คือมีคณะกรรมการ ก่อนที่จะสั่งเป็นคดีพิเศษเขามีกรรมการ เพราะฉะนั้นคุณธาริตจะรับเรื่องเองมิได้ อันนี้เป็นคําชี้แจงที่ผมได้รับและคิดว่ากรรมาธิการ ทุกคนก็รับทราบเพราะอยู่ในห้องประชุม จึงกราบเรียนเบื้องต้นนะครับ ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านอภิปราย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย หรือ ๕๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย เพราะท่านปรับลดจริง ๆ ๕ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่เกี่ยวข้องเรื่องการเงิน ส่วนที่เกี่ยวข้องการเงินนั้นกรรมาธิการขออนุญาต ยืนในการพิจารณานะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสนองครับ เดี๋ยวนะครับ ทีละท่าน เดี๋ยวนั่งลงก่อนครับ ท่านสนองก่อน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาต ที่ใช้สิทธิพาดพิงนะครับ ต่อกรณีของท่านผู้อภิปรายได้กรุณาให้เกียรติต่อพรรคภูมิใจไทย อย่างสูง บอกว่า ในกรณีของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้เรียกเกี่ยวกับการดําเนินการ เป็นคดีพิเศษในเรื่องของการบริจาคเงินเข้าพรรค เลือกปฏิบัติระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับ พรรคภูมิใจไทย บอกว่าปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันนะครับ ของพรรคภูมิใจไทยไม่มีหนังสือ
ผมอนุญาตนะครับ ขอสั้น ๆ หน่อยนะครับ
ครับ ผมขออนุญาตนําเรียนอย่างนี้ ผมได้สอบถามกับผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง ก็บอกว่าของพรรคภูมิใจไทยก็ไม่ได้ถูกละเว้น นะครับ เราได้ไปชี้แจงเช่นเดียวกัน แต่บังเอิญว่าของเรามีสมาชิกน้อย แล้วเงินการบริจาคนั้น ไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องรับเป็นคดีพิเศษ ก็ยกเลิกกันไปนะครับ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง ก็ขออนุญาตได้นําเรียนให้เข้าใจครับ ของเราไม่ใช่พรรคมีเส้นอะไร เราก็ถูกปฏิบัติ เช่นเดียวกันครับ ขอบพระคุณมากครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านชินวรณ์ก่อนครับ ทีละท่าน ท่านชินวรณ์ ประเด็นอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อสักครู่ ทางคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง ผมคิดว่าเป็นการพาดพิง ซึ่งอาจจะสร้างความเข้าใจผิด และเกิดความเสียหาย
ไม่มีชื่อท่านเลยนะครับ
มีสิครับ ผมจะเรียน ท่านประธานว่าผมเป็น
เอาประเด็นก่อนนะครับ เรื่องอะไรที่ท่านเสียหาย
ผมเป็นเหรัญญิก พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่กรรมาธิการบอกว่าท่านชวน หลีกภัย และท่านบัญญัติ เป็นผู้ต้องหา ซึ่งผมคิดว่าในเรื่องนี้ผมต้องกราบเรียน
ไม่ใช่นะครับ
เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ที่ถูกต้อง และผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ไปเป็นพยานแล้วก็ไปให้ปากคํากับดีเอสไอแล้ว ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ขอเวลานิดเดียวครับ
ขอสักนาทีแล้วกันนะครับ
คือท่านประธานครับ คือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญครับ แล้วก็มีข่าวที่จะต้องทําความเข้าใจ
คือเข้าใจพอสมควรแล้ว ขอเฉพาะประเด็นพาดพิงท่านนาทีเดียวก็พอครับ
ไม่พอสมควรครับ เพราะว่ากรรมาธิการมาพูดถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในพรรคแล้วก็ไม่ได้ชี้แจงให้เกิดความชัดเจน อาจจะเกิดความเข้าใจผิดได้ครับ ท่านประธานใจเย็นนะครับ ผมไม่ใช้เวลามากครับ
ใจเย็นอยู่แล้ว ผมก็อยากให้มันอยู่ในประเด็นเอาที่พวกเราหารือกัน เวลาพาดพิงมันไม่มีเวลา ที่จะต้อง ๕ นาที ๖ นาที เอาสัก ๒ นาทีก็พอ
ก็อยู่ในประเด็น ท่านประธานก็อยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนี้มานาน
ท่านก็สรุปเอาแล้วกันนะครับ ขอสรุปเอาไม่เกิน ๒ นาทีแล้วกันครับ เชิญครับ
ครับผม ผมขอสรุปอย่างนี้ ครับว่าต่อประเด็นนี้เป็นประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์นั้นซึ่งเป็นพรรคการเมืองของประชาชน พวกผมซึ่งเป็นสมาชิกพรรค เป็น ส.ส. ของพรรค เราก็ได้บริจาคเงินบํารุงพรรคมา ตั้งแต่ก่อนที่มีกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมืองด้วยซ้ําไป และการดําเนินการเมื่อมีพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้การบริจาคเงินนั้นต้องจ่ายเป็นเช็ค แล้วก็เพื่ออํานวยความสะดวกให้กับเพื่อนสมาชิก ทางสภาก็เป็นคนรวบรวมเงินแล้วก็จ่ายเป็นเช็คไปที่พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อจ่ายไปเป็นเช็ค ไปที่พรรคประชาธิปัตย์แล้วพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้มีการรับเงินบริจาคนี้ ผมในฐานะ เหรัญญิกพรรคก็ได้นําเงินเข้าสู่บัญชีของพรรคและออกใบเสร็จให้กับผู้บริจาค ซึ่งการดําเนินการนี้เป็นการดําเนินการที่ถูกต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย พรรคการเมืองทุกประการครับ ท่านประธานครับ และที่สําคัญก็คือว่าในเรื่องนี้ พรรคประชาธิปัตย์เองก็ได้มีการรายงานต่อ กกต. ในเรื่องงบดุล ในเรื่องของการดําเนินการ เกี่ยวกับการเงินอย่างเปิดเผยโปร่งใส เจตนารมณ์ของกฎหมายพรรคการเมืองในเรื่องนี้ ต้องการที่จะให้มีการตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินได้
เข้าใจแล้วครับ พอแล้วครับ
ไม่ได้ครับ กําลังจะสรุป แล้วท่านประธานมาปิดอย่างนี้ครับ ผมก็อาจจะต้องเริ่มต้นใหม่อีกแล้วครับ ท่านประธานต้อง ให้โอกาสที่จะให้ผู้ฟังเขาเข้าใจ เพราะความเสียหาย วันนี้มีการถ่ายทอดสดครับ
เชิญครับ
ท่านประธาน เดี๋ยวผมจะพาดพิงไปถึงท่านประธาน ท่านประธานก็อาจจะต้องใช้เวลาชี้แจง แต่ผมไม่ พาดพิงถึงท่านหรอกครับ ผมให้เกียรติ ไม่อยากใช้เวลา เมื่อมีพาดพิงมาถึงผมท่านประธาน ต้องให้เกียรติสิครับ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนว่าในกรณีดังกล่าวนี้ ที่เพื่อนอภิปราย มันเป็นเรื่องที่ชี้เจตนาให้เห็นว่าต้องการเอาประเด็นนี้เป็นประเด็น ทางการเมือง และวันนี้แม้แต่เพื่อนสมาชิกพรรคทั้งพรรคซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับ การบริจาคที่เป็นไปตามส่วนที่ ๒ คือเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านก็ยังเรียกไปเป็นพยาน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ชี้เจตนาว่าต้องการเอาเรื่องนี้มาเป็นประเด็นเกี่ยวข้องทางการเมือง และวันนี้ กกต. ก็ได้พิจารณาแล้วว่าในเรื่องเงินบริจาคของพรรคนั้นไม่เข้าข่าย ในการผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง แต่ว่าดีเอสไอยังกระทําการเช่นนี้อยู่ เพื่อนที่เป็นกรรมาธิการเขาก็ไปซักไซ้สิครับ พอไปซักไซ้ ทางกรรมาธิการก็ลุกขึ้นมาตอบแค่นี้มันจึงทําให้เกิดความเข้าใจผิด ผมจึงอยากจะกราบเรียน ว่าพรรคการเมืองที่ดีนั้นต้องเป็นพรรคการเมืองที่มีส่วนร่วมจากพี่น้องประชาชนได้รับเงิน จากการบริจาคของพี่น้องประชาชน และแน่นอนที่สุดครับ เมื่อการดําเนินการอย่างนี้ได้รับ การยอมรับจาก กกต. แล้ว มันไม่มีเหตุผลใดเลยที่ทางดีเอสไอจะได้เรียก ส.ส. ไปให้เป็น พยานอีก มันจึงเป็นเรื่องที่ผมอยากเรียกร้องผ่านไปยังประธานคณะกรรมการดีเอสไอนะครับ ผมไม่เรียกร้องไปที่คุณธาริตแล้วละครับ เพราะวันนี้ท่านถูกกล่าวหาว่าท่านเป็นเครื่องมือ ทางการเมืองไปแล้ว แต่ผมอยากเรียกร้องไปยังประธานคณะกรรมการดีเอสไอว่าท่านควรจะ ทําคดีที่มีความสลับซับซ้อน ที่เป็นอาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ใช่มารับใช้ทางการเมือง
เอานะครับ พอแล้วครับ ท่านได้ชี้แจงพอสมควรแล้วครับ
ขอบคุณครับ
เชิญท่านวัชระ ท่านจะใช้สิทธิพาดพิงอะไรเดี๋ยวท่านบอกหน่อย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานเพียงสั้น ๆ เพื่อกระชับเวลาของสภาแห่งนี้ ตามที่ท่านวิทยาได้ชี้แจงนั้นก็ยังคลาดเคลื่อนต่อความเป็นจริง เล็กน้อย นั่นก็คือในการพิจารณาคดีพิเศษในเรื่องนี้ถ้าอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ ไม่ร่วมมือด้วยก็จะไม่มีประเด็นนี้เกิดขึ้น และนายธาริตก็ได้ให้การต่อ กรรมาธิการงบประมาณเมื่อวันศุกร์ที่ ๑๙ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดยคุณดรุณีเป็นผู้บันทึก ชวเลข หน้า ๓/๖ บันทึกสุดท้าย บอกว่า ในที่สุดมันก็เกิดเป็นปัญหาเพราะว่า ให้ฝ่ายการเมืองเป็นประธาน นี่คือคําพูดของนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนได้รับทราบ
เชิญท่านวิทยาครับ ท่านวิทยา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ คือตอบกรณีของท่านชินวรณ์ ท่านคงฟังประเด็นไม่ชัด ขออนุญาตท่านสมาชิกนะครับ ขอเวลารบกวนอีกนิดเดียว ผมเป็นคนอนุญาตตามคําขอ ของท่านวัชระ ขออนุญาตบันทึกไว้ในที่ประชุม ว่าการถูกกระทําของบุคคลต่าง ๆ ในพรรค ของท่าน ดังต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ เดี๋ยวท่านจะได้ไม่ต้องลุกขึ้นมาสวนผมอีก มีชื่อใครบ้าง ผมก็ให้ ท่านไปทํา เสมือนกับมาฟ้องกับกรรมาธิการงบประมาณว่าได้ถูกกระทําดังต่อไปนี้ ท่านวัชระ ก็ได้อภิปรายในที่ประชุมซึ่งเป็นที่เกี่ยวกับในชั้นแปรญัตติแต่เป็นความรู้สึกว่าแปรญัตติ ปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะเหตุผลว่าเป็นการกระทํามิชอบ แล้วท่านก็อ่านให้ฟังตามนั้น ผมก็ให้ท่านพูดเลย ถ้าผมไม่ได้ให้บันทึกสิ อย่างนี้ผมไม่ให้ความเป็นธรรม จึงขออนุญาต กราบเรียนต่อที่ประชุมนะครับว่า ไม่ว่าจะเป็นท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านหัวหน้า ท่านชวนเป็นผู้อาวุโสในพรรค ก็เป็นถูกกระทํา คุณวัชระเป็นคนตอบในที่ประชุม ผมอนุญาต ให้บันทึกรายงานไว้ในที่ประชุม อันนี้ชอบแล้วครับท่านประธาน เพราะเป็นการให้เกียรติ เพราะฉะนั้นเพิ่มเติมการกระทําของนายธาริตที่เป็นการกระทํานอกเหนือจากอํานาจ เขาตอบในที่ประชุมชัดเจนครับ เขาพร้อม เขายอมรับ ฉะนั้นท่านจะไปฟ้องร้องอะไร ยื่นอะไรต่าง ๆ ได้ อันนั้นผมทําให้ท่านเสร็จครับแล้วผมคิดว่านั่นคือความชอบ ส่วนการ อนุญาตเรื่องใช้งบลับอะไร นั่นเป็นอํานาจและเป็นหน้าที่ ผมขออนุญาตไม่ก้าวล่วงนะครับ เพราะว่าผมทําหน้าที่ของกรรมาธิการ ส่วนอื่น ๆ พอดีท่าน ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านอาจจะใช้สิทธิ อันนั้นเป็นหน้าที่ทางฝ่ายบริหารที่ท่านอภิปรายไปพาดพิง ผมขออนุญาต จะชี้แจงเบื้องต้นไว้แค่นี้ครับท่านประธานครับ
เชิญท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิงประเด็นอะไรครับ เชิญครับ ขอประเด็นก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบบัญชีรายชื่อ ผมนี่พ้น ประธานกรรมการคดีพิเศษไปแล้ว กระผมไม่อยากให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแบบไร้สาระ ไม่มีแก่นสาร ที่ผมต้องพูดเช่นนี้
ขอประเด็นก่อนได้ไหมครับท่านครับ
เอาประเด็นผมเสียหายครับ
เดี๋ยวนะครับ ๆ เดี๋ยวผมขอทราบประเด็นก่อน
ฟังผมก่อนประเดี๋ยวคุณก็ประท้วงได้ ไร้สาระ ไม่ควรจะมาใช้ถ้อยคําอย่างนี้ในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานฟังผมต่อ คนเป็นประธานคดีพิเศษไม่สามารถจะตัดสินเรื่องหนึ่งเรื่องใด ได้ด้วยตัวประธาน เขาต้องมีที่มาที่ไป เขาต้องมีการสืบสวน เขาต้องมีการสอบสวน เขาต้องมี พยานหลักฐานฟังได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด เขาจึงเสนอมาที่คณะกรรมการคดีพิเศษ ผมเองทําหน้าที่ประธานมา ๒ ปี ครั้งแรกก็ด่าผม กรณี ๙๘ ศพ ก็หาว่าผมแกล้ง สุดท้าย ดีเอสไอฟ้อง อัยการฟ้อง เรื่องที่อยู่อัยการ ต้องไปศาล ไม่มีใครหรอกครับที่จะแกล้งใครได้ แล้วผมบอกท่านประธาน ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ไม่มีนักการเมืองคนไหนที่จะแกล้ง พรรคประชาธิปัตย์ได้ การเมืองไม่มีใครกลัวใครหรอกครับ ถ้าคุณมาพาดพิงเสียหาย เดี๋ยวผมก็ตอบโต้ ยังมีอีกหลายเรื่อง ผมก็เห็นว่าวันนี้ในกรรมาธิการ วาระที่สอง อ้ายที่พูดนี่ คือพวกไม่รู้ประสา มันผ่านมาแล้ว วาระที่หนึ่ง อย่ามาใช้อารมณ์ ทุกคนมีสิทธิมีอารมณ์ ด้วยกัน ที่บอกว่าผมกลั่นแกล้ง ผมไม่ได้กลั่นแกล้ง
เดี๋ยวมีผู้ประท้วงครับ ผมว่าพอแล้วครับ ท่านชี้แจงพอสมควรแล้วครับ
ฟังผมสิก็ผมเสียหาย
อย่างนั้นเดี๋ยวมีผู้ประท้วงต่อครับ
ประท้วงก็ประท้วงไป
ได้ครับ
ผมจะกล่าวหาเลยว่า
เดี๋ยวนะครับท่าน มีผู้ประท้วงก่อน
ท่านสุเทพหรือ อย่างนั้นหรือ ประท้วงได้
เชิญท่านสุเทพครับ
ท่านประธานครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่ ท่านกล่าวคําเท็จในสภา ที่ท่านบอกว่าคดี ๙๘ ศพ ดีเอสไอได้สั่งฟ้อง และอัยการ ก็ได้สั่งฟ้องแล้ว ท่านโกหกครับ อาจจะยังไม่ถึงเวลาเย็นท่านเลยฟั่นเฟือนไป แต่ผมอยากจะ เรียนว่าท่านพูดความไม่จริง ขณะนี้ดีเอสไอได้มีคําสั่งสั่งฟ้องจริง แต่กระบวนการในอัยการ ยังไม่ได้มีการสั่งฟ้องแต่อย่างใดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นผมขอให้ประธานได้ตักเตือน ให้เขาแก้คําพูดตรงนี้ด้วยครับ
เชิญท่านนั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานครับ
เดี๋ยวนะครับ คือท่านอย่างนี้ครับ
ท่านประธานฟังผมไม่ละเอียด อย่ามาเก็บประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ไร้สาระ
ท่านเฉลิมครับ คืออย่างนี้ครับ ประเด็นของท่านวัชระอภิปราย พาดพิงถึงท่านในฐานะ ท่านเป็นประธาน แล้วท่านก็ไปบอกว่าประธานมีส่วนในการที่จะกําหนดให้คดีอะไรเป็นพิเศษ ไม่เป็นพิเศษ ท่านก็ใช้สิทธิออกมาแล้วบอกว่าท่านคนเดียวท่านไม่สามารถชี้ได้หรอก มันเป็น รูปคณะกรรมการ แล้วก็ไม่มีใครสั่งคณะกรรมการนี้ได้ ท่านก็ชี้แจงประเด็นนี้ไปแล้ว มันน่าจะจบแล้วนะครับ ประเด็นต่อมาที่ท่านก็ยกตัวอย่าง ๙๐ กว่าศพที่ว่านี้
๙๘ ครับ
๙๘ ศพ ขณะนี้ประธานเองก็ไม่รู้หรอกว่าเรื่องมันอยู่ที่ไหน รู้แต่ว่าที่ศาลเขาชี้ขาดออกมาว่า เป็นคดีที่ตายจากการผิดปกติ ส่วนกระบวนการยุติธรรมจะดําเนินการไปแค่ไหน เพียงใด แล้วก็ท่านสุเทพก็ประท้วงขึ้นมาว่าเท็จไม่เท็จ ประธานไม่รู้ด้วยหรอกว่าอันไหนจริงไม่จริง ในขณะนี้นะครับ
รู้สิครับท่านประธาน ท่านรู้สิครับ
ฟังนิดหนึ่งครับ เพราะว่าจะเดินไปได้นะครับ
เดี๋ยวสิท่านประธานฟังผมให้ละเอียด
ก็ใช่ ผมก็จะให้ท่านพูด
ถ้าจะเกรงใจกันอย่างนี้ พรรคประชาธิปัตย์ก็อย่ามารุกล้ํา ก็พูดกรรมาธิการวาระที่สอง ไปสิ ทําไมผมจะไม่รู้
คืออย่างนี้ครับ ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ครับว่าพอท่านพูดไปท่านสุเทพก็ขอใช้สิทธิประท้วง
ก็ผมไม่ได้ห้ามนี่ครับ
พอประท้วงเสร็จท่านก็ไม่ได้ใช้สิทธิประท้วง ท่านก็บอกว่ากล่าวหาว่าท่านพูดไม่ตรงความจริง ผมก็จะให้ท่านได้พูดนะครับ ก็เท่านั้นเอง ท่านครับเอาเฉพาะประเด็นนี้ประเด็นเดียวนะครับ ประเด็นอื่นท่านชี้แจงหมดแล้วนะครับ
ประเด็นเดียวครับ ประเด็นเดียว
เชิญครับ เดี๋ยวท่านสุเทพนั่งก่อนครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านพูดต่อ
เมื่อผมมารับตําแหน่ง คดี ๙๘ ศพ ไม่มีการชันสูตรพลิกศพ สมัยนั้นรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ เอาสํานวนไปเก็บเฉย ๆ โดยเจ้าหน้าที่เก็บ ผมเป็นพนักงานสอบสวน ผมรู้สิครับ
คืออย่างนี้ มันจะไปยาวนะครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับว่าประเด็นมันก็อยู่ที่ว่า
ไม่ใช่หรอกประธาน เดี๋ยวผมจะสรุปให้ฟัง เอาเรื่องมาเก็บ
คือถ้าเรื่องเก็บเดี๋ยวท่านสุเทพก็ใช้สิทธิอีกเพราะท่านบริหารในขณะนั้น
ใช้ไปเลย
มันจะเสียเวลาครับ
แล้วผมตั้งพนักงานสอบสวนเพิ่ม ๕๔ คน ไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ไม่อย่างนั้นดีเอสไอ จะกล่าวหาไม่ได้
เอาเท่านี้ก็พอแล้วครับ
เดี๋ยวสิ ท่านประธานไม่ต้องไปเกรงใจกัน พอกล่าวหาเสร็จ ดีเอสไอก็ฟ้อง ขณะนี้เรื่องอยู่ที่ อัยการ ผมรู้มาภายในว่าเขาฟ้องแล้ว ส่วนพวกท่านนี่จะบอกไม่ฟ้องก็เรื่องของท่าน แล้วผม ผิดอะไรครับ
ไม่ผิดหรอกครับ พอแล้วครับ เชิญนั่งลงเถอะครับ
แล้วท่านประธานมาเดิมพันกัน คดีนี้เขาฟ้องแล้วครับ แต่เขายังเก็บเอาไว้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุเทพครับ ใจเย็น ๆ ครับ ทีละคน ผู้ใหญ่คุยกันก็ฟังท่านหน่อย
ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ผม สุเทพ เทือกสุบรรณ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัด สุราษฎร์ธานี ที่จริงผมขอให้ท่านประธานสั่งให้เขาแก้ไขคําพูดที่ไม่ถูกต้อง แต่ว่าเมื่อ ท่านประธานไม่สั่งก็เป็นอํานาจของท่านประธาน ผมเพียงแต่ต้องปกป้องความจริง ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้กล่าวคําโกหกในสภา คือพูดเรื่องที่ไม่จริง ไม่จริง ประการแรกก็คือว่า ที่มายืนยันซ้ําแล้วซ้ําอีกว่าอัยการสั่งฟ้องคดีผู้เสียชีวิต ซึ่งท่านอภิสิทธิ์ และผมเป็นผู้ต้องหา ไม่จริงครับ ไม่จริงแน่นอน เพราะว่าเมื่อกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มี ความเห็นสั่งฟ้องคดีนี้ไป เรื่องไปถึงอัยการ อัยการก็ยังไม่ได้มีคําสั่งให้ฟ้องคดีนี้แต่ประการใด อัยการนัดผมและท่านอภิสิทธิ์ครั้งแรก ก็ให้คําตอบว่ายังพิจารณาไม่เสร็จ และเลื่อนการนัด ไปเป็นวันที่ ๒๖ เดือนนี้ เพราะฉะนั้นจึงไม่มีการสั่งฟ้องโดยอัยการ การที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง มาบอกว่าท่านรู้ล่วงหน้า ท่านรู้เป็นการภายใน ยิ่งทําให้ผมเคลือบแคลงว่า ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ได้เข้าไปเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมโดยที่ตัวเองไม่มีหน้าที่ ได้อย่างไร หรือว่าไปแอบสั่งอัยการเอาไว้ ซึ่งผมจะได้ดําเนินคดีต่อ ท่านประธานที่เคารพครับ
หมดแล้วครับประเด็น
ไม่พอครับ เพราะว่าท่านประธาน ปล่อยให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม พูดมาก แล้วพูดเรื่องที่ไม่จริง ผมพูดเรื่องจริงต้องไม่มีวันพอ ผมต้องพูดให้จบ ผมจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าการดําเนินการของกรมสอบสวน คดีพิเศษที่ดําเนินการในการสั่งฟ้องท่านอภิสิทธิ์ และผมนั้นเป็นการกระทําที่ไม่ชอบด้วย กฎหมาย และผมจะไม่ลงรายละเอียด แต่ผมจะเรียนกับท่านประธานว่าทั้งหมดนี่คือเอกสาร หลักฐาน แล้วผมได้ยื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. และผมได้ดําเนินคดีกับนายธาริต เพ็งดิษฐ์ และพนักงานสอบสวนที่ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม ตั้งขึ้นสอบสวนคดีนี้ทุกคน ตอนนี้คดีนี้ศาลรับฟ้องแล้ว นะครับ กําลังดําเนินคดีกันอยู่ในศาลครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนให้ทราบว่าการใช้อํานาจ ที่ไม่ถูกต้อง ที่เป็นการลุแก่อํานาจนี้ในที่สุดก็จะต้องไปพิจารณากันที่ศาลสถิตยุติธรรมครับ
ต่อไปนะครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนั่งก่อนครับ เดี๋ยวเอาทีละฝ่ายก่อน คือเอาเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับท่าน ที่จริงผมฟังดูท่านก็บอกว่าดีเอสไอส่งไปที่อัยการ แล้วก็เท่านั้นเอง เชิญครับ
ถ้านักการเมืองคนไหน
ถ้าโต้เถียงกันผมจะไม่อนุญาตนะครับ
เดี๋ยวสิครับ ท่านประธานต้องฟัง ถ้านักการเมืองคนไหนไปสั่งให้ดีเอสไอสอบสวนคดีนี้ ให้นักการเมืองคนนั้น พรรคการเมืองคนนั้น จงวิบัติ เดี๋ยวสิท่านประธานอีกนิดหนึ่ง มันไม่ได้ ตั้งสมัยผม มันตั้งสมัยพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะจับเสื้อแดง แล้วมาต่อเนื่องสมัยผม ผมตั้ง พนักงานสอบสวน ผมไม่ได้ตั้งพนักงานไปสอบสวนคดี ๙๘ ศพ แต่มันเอาสํานวนไปเก็บไว้ มันอุบาทว์ครับ คนกลัวมันหมด
ครับ ๆ พอแล้วครับ
ท่านต้องพูดเรื่องจริง ทีนี้อีกประเด็นหนึ่ง
คําว่าอุบาทว์นี้ถอนหน่อยได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ผมเรียนนิดหนึ่ง ถ้าอย่างนั้นก็แปลว่าพรรคประชาธิปัตย์จะกระทืบใคร อะไรใครได้หมดหรือ ต้องเลือกคนกระทืบ ผมไม่ได้หรอก
เอาแล้วนะครับ ผมว่าพอแล้วครับ ผู้ประท้วงก่อนครับ
ท่านประธานปล่อยให้เขาพูด คําหยาบคายด่าว่าผมในสภาผู้แทนราษฎร ท่านต้องให้เขาถอนครับ ผมไม่อยากพูดออกจาก ปากผมอีก แต่ว่าท่านประธานได้ยินกับหู ท่านประธานต้องสั่งให้ถอน และต้องหยุดครับ พฤติกรรมอย่างนี้ต้องหยุด
เดี๋ยวครับ ผมไม่อนุญาตครับ ท่านเฉลิมครับเป็นคําพูดที่ไม่สุภาพ คําว่า อุบาทว์ ถอนออกครับ
คนทําไม่อุบาทว์หรือท่านประธาน
มันไม่ใช่ครับประเด็นของที่ท่านพูดนี้
ผมถอนได้
ถอนแล้วนะครับ
แต่คดีนี้ผมไม่เคยเป็นประธานสั่ง คนที่ตั้งให้ดีเอสไอสอบคือพรรคประชาธิปัตย์
เอาละครับ พอแล้วครับ
คุณสุเทพชอบดูหมิ่นดูแคลนผม
เดี๋ยวก็ต่อล้อต่อเถียงกันไม่จบ ขอความร่วมมือเถอะครับ คือพูดได้แต่อย่าไปกระทบกระทั่ง กันมากครับ
คุณสุเทพเคยอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร คุณสุเทพหมิ่นประมาทผม ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา ลงโทษ ลงหนังสือพิมพ์ขอโทษผม แต่ผมหมิ่นประมาทคุณสุเทพ ศาลยกฟ้อง
ผมว่าเรื่องเก่าไม่เอาแล้วครับ ไม่เอาแล้วครับ คือผมต้องควบคุมการประชุมนะครับ ขอความ ร่วมมือ ขอบคุณมากครับ ไม่เป็นไรครับ
(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประเสริฐประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วงท่านประธานครับ ที่ให้ผู้อภิปราย เมื่อสักครู่กล่าวคําหลายคํา เมื่อสักครู่คําว่า อุบาทว์ ที่ท่านสุเทพลุกขึ้นมาเป็นเพียงคําหนึ่ง ในหลายคําเท่านั้น ท่านยังพูดต่อว่าประชาธิปัตย์จะกระทืบใครก็ได้หมด พูดได้หรือครับ อย่างนี้ พูดได้ไหมครับ
ท่านจะประท้วงอะไรผมครับ
ถ้าพูดได้ผมก็จะพูดต่อครับ
ไม่เอาแล้วครับ
ถ้าไม่เอา ท่านก็ต้องสั่งให้เขา ถอนคําพูดครับ แล้วโดยเฉพาะเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในสภา
เอาละครับ นั่งลงก่อนครับ ท่านอภิสิทธิ์มีอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ กระผม นายอภิสิทธิ์
ให้ท่านอภิสิทธิ์ก่อน ท่านต้องบอกหัวหน้าพรรคท่านให้นั่งลงก่อนแล้วค่อยพูดครับ
ไม่เป็นไรครับ เขาใช้สิทธิตามข้อบังคับครับ ส่วนเรื่องเขาจะได้ลง ส.ส. หรือไม่ ผมพิจารณาเองครับ
เดี๋ยวนะครับ
ท่านประธานต้องให้เขาถอนครับ คําว่า ประชาธิปัตย์จะกระทืบใครก็ได้ อย่างนี้ต้องให้ถอนครับ ประชาธิปัตย์ไม่เคยกระทืบ ใครครับ
ท่านนั่งลงครับ ท่านนั่งลงสิครับ เชิญท่านเฉลิมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ไม่ใช่ต่อล้อต่อเถียง พฤติกรรมที่แสดงออกมา ๒ วัน ๓ วัน บุกประธานสภา
ท่านครับเดี๋ยวมันจะยาว คือ ๒ วัน ๓ วันนั้นเราคุยกันเรียบร้อยแล้วครับ
ถึงไม่กระทืบก็เกือบกระทืบ ผมไม่ถอนครับ
ท่านครับขอความกรุณาเถอะครับ ถ้าถอนไปมันก็จะเดินหน้าได้นะครับ กระทืบกัน ก็คือ เป็นคําไม่สุภาพครับ
เกือบกระทืบครับ ไม่ถอน อภิปรายไม่จบ ก็ ๑๖๒ งบประมาณก็ใช้ได้ อะไรกันนักกันหนา ยอมกันต้องมีเหตุผล ไม่ถอนหรอก ผมไม่ถอน
ถ้าผู้อภิปรายไม่ถอนนะครับ ผมก็ใช้อํานาจของประธานให้สั่งบันทึกไว้นะครับ ขอความ กรุณาอยู่ในความสงบเรียบร้อยครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรได้พูด เป็นอํานาจของประธานนะครับ อยู่ในความสงบเรียบร้อยครับ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้เราคงอภิปรายเรื่องงบประมาณ แต่ว่าผมไม่แน่ใจว่าขณะนี้ ทางฝ่ายรัฐบาลกําลังก่อกวนเรื่องของการอภิปราย ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธาน ให้คุณเฉลิมถอนคําว่า ประชาธิปัตย์กระทืบใครก็ได้ แต่ท่านไม่ถอน ท่านก็บอกว่าแค่บันทึกไว้ แต่กับคนอื่นครับท่านประธานต้องให้ออกจากห้องประชุม ท่านประธานต้องให้ออกจาก ห้องประชุม ถ้าวันนี้ถ้าเกิดผมบอกว่าเพื่อไทยเผาบ้านเผาเมือง
เอาละครับ เพื่อเดินหน้า เชิญท่านเฉลิมออกนอกห้องประชุมก่อนครับ แล้วก็บันทึกไว้ว่า ท่านไม่ถอนนะครับ
แต่เวลาผมออกแล้วอย่าพูดลับหลังนะ
ถ้าพาดพิง ผมก็จะให้สิทธิท่าน เชิญท่านออกไปก่อนครับ
ผมเรียนท่านประธาน พฤติกรรมอย่างนี้
เดี๋ยวมันไม่จบ ไม่เอานะครับ ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากครับ ใจเย็น ๆ ครับ เชิญก่อนครับ ท่านเชิญไปทานกาแฟที่ห้องผมก่อนก็ได้ครับ ใจเย็น ๆ ครับ ท่านอย่าตะโกนสิครับ ผมกําลัง พูดอยู่ อย่านั่นกันเลย นั่งลงใจเย็น ๆ ครับ ขอบคุณมากครับ เชิญไปก่อนครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้วินิจฉัยให้ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุ่ง ถอนคําพูด แต่เมื่อ ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุ่ง ไม่ถอน คําพูดตามคําวินิจฉัย ประธานจึงสั่งให้ออกจากห้องประชุม)
ท่านอภิสิทธิ์ เชิญครับ ตอนนี้ผมอนุญาตให้หัวหน้าพรรคท่านพูดแล้วนะครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมใช้สิทธิพาดพิงนะครับ
ขอประเด็นหน่อยครับ
แล้วก็ผม ไม่ไปตอบโต้ เหน็บแนมผู้ที่ถูกวินิจฉัยให้ออกจากห้องประชุมไป แต่ผมจําเป็นต้องใช้สิทธิ พาดพิงแล้วก็ประท้วงท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องที่มีการอภิปรายกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ประเด็นแรกที่พาดพิงผมเมื่อสักครู่ คือการพูดถึงคดี ๙๘ ศพ ผมกราบเรียน ท่านประธานเบื้องต้นก่อนนะครับว่า คดี ๙๘ ศพ ไม่มีครับ ไม่มีคดีไหนที่บอกว่ามีใคร ไปฆ่าคน ๙๘ คน กรมสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาไต่สวนหรือสอบสวนการเสียชีวิต ในช่วงเหตุการณ์การชุมนุม แล้วได้มีการจําแนกแจกแจงออกมาเป็นหลายกรณี อย่างน้อย ๆ ๑๒ กรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษวินิจฉัยว่าน่าจะเกิดขึ้นจากการกระทําของฝ่ายผู้ชุมนุม เพราะฉะนั้นเบื้องต้นสิ่งแรกการมากล่าวหาว่าผมหรือคุณสุเทพถูกฟ้องคดี ๙๘ ศพ จึงเป็นเท็จ ไม่มีครับคดีนี้ คดีที่ผมและคุณสุเทพถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษดําเนินคดี เป็นการเสียชีวิตของนายพัน คํากอง กับเด็กชายคุณากร ในกรณีที่มีรถตู้ฝ่าฝืนเข้าไป ในเขตหวงห้าม แล้วก็เกิดมีการยิงปะทะกัน เป็นเหตุให้บุคคลทั้งสอง ซึ่งไม่ใช่อยู่ในรถตู้นะครับ แต่อยู่ในบริเวณดังกล่าว เสียชีวิต โดยจะต้องมีการไปสืบสวนสอบสวนในรายละเอียดต่อไปว่า กระสุนที่ถูกบุคคลทั้งสองนั้นมาจากที่ไหน อย่างไร ในสภาวะแวดล้อมและเหตุการณ์เป็นอย่างไร เฉพาะผมกับคุณสุเทพมีเฉพาะกรณีนี้เท่านั้นครับในขณะนี้ เพราะฉะนั้นการมากล่าวอ้างว่า มีคดี ๙๘ ศพ เป็นฆาตกร อัยการฟ้องแล้ว เท็จทั้งสิ้นครับ นี่คือประเด็นที่ต้องชี้แจงให้ชัดเจน นะครับ
ผมว่าท่านใช้สิทธิพาดพิงพอสมควรแล้วนะครับ เอาประเด็นที่ประท้วงครับ
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานได้พยายามพูดในช่วงที่คุณวัชระ เพชรทอง อภิปราย บอกว่าคดีใดจะเป็น คดีพิเศษหรือไม่ พวกผมในฐานะ ส.ส. เป็นผู้เขียนเอาไว้ในกฎหมาย ถูกต้องครับ ว่าบทบัญญัติของกฎหมายกําหนดหลักเกณฑ์ไว้ แต่ไม่ได้หมายความว่า การมีกฎหมาย ท้ายบัญชีพระราชบัญญัติก็ดี จะเป็นการบอกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมีอํานาจในการ สอบสวนคดีนั้นเป็นคดีพิเศษครับ ต้องเข้าข่ายลักษณะของคดี เช่น เป็นกรณีที่มี ความซับซ้อน เช่น กรณีที่ผู้กระทําความผิดอาจจะมีอิทธิพล อย่างนี้เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้น ที่คุณวัชระอภิปรายเมื่อสักครู่ กรณีคุณมัลลิกานี่ครับ เสือ สิงห์ กระทิงอะไรนี้มันไม่ใช่เรื่อง ที่เป็นเรื่องมีความสลับซับซ้อนอะไร ก็เป็นเรื่องที่ผมยืนยันว่าผู้เขียนกฎหมายไม่ได้บอกเลยว่า คดีแบบนี้จะเป็นคดีพิเศษ
ประเด็นที่ ๓ คดีที่มีการดําเนินการกับพวกผมในฐานะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่ให้หักเงินเดือน กรรมการได้มีการพิจารณา กรรมการสอบสวนคดีพิเศษ นะครับ พิจารณาเรื่องนี้ ในการนําเสนอให้เป็นคดีพิเศษนี้ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน นะครับ เริ่มต้นจากประเด็นว่ามีผู้บริจาคเงินผ่านศูนย์อํานวยการที่ดูแลเรื่องน้ําท่วม แล้วก็ บอกว่าเป็นการบริจาคเงินเข้าพรรคการเมืองที่ผิดกฎหมาย เริ่มจากตรงนั้นนะครับ แล้วก็อ้าง เป็นคดีพิเศษ โดยอ้างว่า ๑ ในผู้บริจาคนี้เป็นนายตํารวจ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรเลยกับกรณี ที่มีการหักเงินเดือนจาก ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ ฉะนั้นคุณวัชระเขาจึงใช้สิทธิในการ อภิปรายครับว่าการทํางานเช่นนี้มันไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่พวกกระผม เขียนไว้ แล้วผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าในการอภิปรายงบประมาณวันนี้ ซึ่งพวกเรา ก็พยายามที่จะให้เสร็จสิ้นกันในวันนี้ ขอความชัดเจนนะครับ พวกกระผมทําหน้าที่ ในการตรวจสอบ การตรวจสอบก็ต้องตรวจสอบคนที่ใช้เงินครับ แล้วก็แสดงความไม่เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการว่า เหตุใดท่านจึงอนุมัติเงินงบประมาณหรือไปเพิ่ม หรือไปลด เงินงบประมาณให้กับหน่วยงาน โดยเราจะอาศัยข้อเท็จจริงของการตรวจสอบหน่วยงานนั้น ว่าสมควรหรือไม่สมควรได้รับงบประมาณก้อนนั้น เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่าน ประธานใช้สิทธิพาดพิง แล้วก็ประท้วงในการวินิจฉัยของท่านประธานก่อนหน้านี้ครับ
พอแล้วครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรอธิบายแล้ว เชิญครับนิดเดียวนะครับ
ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ผมเรียนท่านประธานเมื่อสักครู่ที่ท่านประธานวินิจฉัยเกี่ยวกับเรื่องของการที่ให้
พูดดัง ๆ หน่อยครับ
ผมประท้วงท่านประธานที่ท่านประธาน วินิจฉัยให้ท่านเฉลิมออกนอกห้องประชุม
พอสมควรแล้ว ท่านออกไปแล้วละครับ
แต่ถ้าท่านประธานบอกว่า
อย่ารื้อฟื้นกันเลยครับ
อีกนิดเดียวครับ ท่านประธานบอกว่า จะให้มีการบันทึกไว้ ผมก็สงสัยแล้วก็ประท้วงท่านประธานครับ
ก็ข้อบังคับเขาต้องให้บันทึกไว้ ถ้าท่านใดไม่ถอน ถ้าประธานสั่งแล้วไม่ถอนต้องบันทึกไว้ ประธานต้องสั่งไว้
แล้วท่านประธานเห็นว่าการบันทึกนี้ มันถูกต้องหรือครับ หมายความว่าจะให้บันทึกไว้ว่า
คือถ้ามาประท้วงดุลยพินิจของประธานนี้ไม่ได้นะครับ
ไม่ใช่ ท่านประธาน หมายความว่า ท่านประธานจะให้บันทึกว่าพรรคประชาธิปัตย์อยากจะกระทืบใครก็ได้หรือครับ
คือมันพอสมควรแล้วละครับ ผมว่าอย่าไปฟื้นฝอยกันเลย
ผมถามท่านประธานนิดเดียว ผมถาม ท่านประธานนิดเดียวครับ
ไม่แล้วครับ ท่านธนิตพล ไม่เอาแล้วครับ
พวกผมก็ไม่ยอม ผมเสียหายนะครับ ท่านประธาน
ไม่เอาแล้วครับ มันเป็นอํานาจของประธานนะครับ ท่านไปเปิดดูตามข้อบังคับ ผมไม่อยากไป อธิบายข้อบังคับนะ ผมจะให้การประชุมเดินหน้าต่อไปได้ ไม่อนุญาตแล้วครับ นั่งลงเถอะ เห็นไหมถ้าท่านพูด ทีนี้ฝั่งนี้ก็ประท้วงผม เชิญคุณหมอชลน่านประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตประท้วงท่านผู้ที่ลุกประท้วงท่านประธานครับ ฝ่าฝืนข้อบังคับ ข้อ ๖๓ และไม่ทําตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ ท่านประธานครับ ข้อ ๖๔ เขียนไว้ ชัดเจน ผมก็คิดว่าสมาชิกสามารถที่จะอ่านและเข้าใจได้ ว่ากรณีที่สมาชิกโดยข้อเท็จจริงนี้ นะครับ สมาชิกไม่ถอนเขาต้องเดินออกเองนะครับ การเดินออกนั่นแสดงว่าเขาฝ่าฝืนคําสั่ง ท่านประธาน ว่าไม่ถอนคําพูด ท่านประธานก็ให้บันทึกลักษณะและกิริยาที่กระทําไว้ ไม่ถอน แล้วก็เดินออกไปเองเพื่อเป็นหลักฐานว่าเป็นการขัดขืนท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๖๔ นั่นคือเจตนาชัดเจนเพื่อบันทึกเป็นหลักฐานไว้เท่านั้นเองนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าท่านสมาชิก ลุกขึ้นมานี้เพื่อจะอะไร อยากให้ท่านเข้าใจนะครับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
ขอวินิจฉัย เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวนะครับ ผมเรียนท่านประธานว่า จริง ๆ ท่านชลน่านพูดก็ถูก แต่ถูกส่วนเดียวก็คือว่าท่านประธาน ตัดสินว่าให้ถอนคําพูด ผู้ที่อภิปรายถ้าไม่ถอนคําพูดตามที่ท่านประธานบอก เขาเดินออกไป นั่นหมายถึงท่านประธานตัดสินไปแล้วว่าคําพูดนั้นไม่ควรบันทึกครับ แล้วท่านประธานจะมา บอกว่าบันทึกไว้ มันได้อย่างไรล่ะครับ
อย่างนี้ถ้าผมสั่งให้ถอนคําพูดถ้าไม่ถอนก็ต้องบันทึกไว้ว่า ผู้ที่ผมสั่งแล้วเขาไม่ถอน ก็ต้อง บันทึกไว้สิครับตามข้อ ๖๔ มันก็มีเท่านี้นะครับ ไม่มีอะไรมากหรอกครับ แล้วผมก็เชิญออกไป เพียงพอแล้วละครับ เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ อภิปรายต่อครับ เชิญครับ ท่านวิรัตน์ครับ ชี้แจงอีกหรือครับ เชิญผู้ชี้แจงก่อน ไม่อนุญาตแล้วครับ นั่งเถอะครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะกรรมาธิการ
ท่านไชยวัฒน์รอนิดหนึ่ง ท่านผู้ใหญ่แล้วนั่งรอก่อน เดี๋ยวให้กรรมาธิการเขาชี้แจงก่อนครับ
กรณีที่มีความคลาดเคลื่อนในสภา แห่งนี้ ผมขออนุญาตนะครับผมต้องปกป้องความจริง เพราะว่ามีส่วนหนึ่งซึ่งเพื่อนสมาชิกเอง ได้กล่าวถึงการใช้งบราชการลับซึ่งไปเกี่ยวข้องกับท่านนายกรัฐมนตรี ๓๕ ล้านบาท จริง ๆ แล้วในส่วนของการจัดทํางบราชการลับของดีเอสไอ
อย่างนั้นเดี๋ยวรอนิดหนึ่ง เดี๋ยวให้ผู้ประท้วงก่อน ท่านไชยวัฒน์เชิญครับ ท่านประท้วงก่อน เชิญประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเกรงว่าการวินิจฉัยจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปในวันข้างหน้า กรณีออกจากห้องประชุม เนื่องจากปฏิบัติผิดข้อบังคับ มี ๒ กรณี กรณีแรกคือตามข้อ ๖๔ ถ้าผู้อภิปรายปฏิบัติ ผิดข้อบังคับ ยอมเดินออกจากห้องประชุมเป็นอย่างที่ประธานได้กล่าว ว่าถ้าผู้อภิปราย ออกไปจากที่ประชุมโดยไม่ถอนคําพูดตามคําวินิจฉัยของประธาน ให้ประธานบันทึก การไม่ปฏิบัติตามคําวินิจฉัยไว้ในรายงานการประชุม แต่กรณีดังกล่าวเมื่อสักครู่นี้อยู่ใน ข้อ ๑๗๔ ท่านประธานกรุณาดูข้อ ๑๗๔ หมวดว่าด้วยการรักษาระเบียบและความเรียบร้อย บอกว่าถ้าผู้ใดฝ่าฝืนข้อบังคับนี้ ประธานมีอํานาจเตือน ห้ามปราม ให้ถอนคําพูด ห้ามพูด ในเรื่องที่กําลังปรึกษากันอยู่ ให้กล่าวขอขมาในที่ประชุมหรือสั่งให้ออกไปจากห้องประชุม โดยมีหรือไม่มีกําหนดเวลาในครั้งนั้นก็ได้ ท่านประธานครับ กรุณาวินิจฉัยครับว่ากรณี เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิก ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ปฏิบัติผิดข้อบังคับตามข้อ ๑๗๔ ไม่ใช่ข้อ ๖๔ ฉะนั้นจึงไม่จําเป็นต้องบันทึกไว้ครับ ผมเพียงแต่กราบเรียนท่านประธานไว้ ให้เป็นบรรทัดฐานครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงในเรื่องของกรณีที่ท่านวัชระ ได้มีคําถามเงิน ๓๕ ล้านบาทที่เป็นงบราชการลับนั้น ในส่วนหนึ่งนั้นท่านวัชระได้ชี้แจง ไปตามเอกสารซึ่งจริง ๆ แล้วเอกสารการของบราชการลับ ทางราชการก็มีระเบียบวิธีการ ก็จะต้องจัดทําแผนวิธีการขอแล้วก็นําเสนอในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๖ ด้าน ทีนี้ในรายละเอียดทั้งหมดเมื่อจัดทําบัญชีเรียบร้อยแล้ว คนที่จะเป็นคนพิจารณาสุดท้าย ตามหลักเกณฑ์ก็คือผู้ที่จะดําเนินการ เขามีระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีที่ตั้งไว้ว่า เกี่ยวข้องกับเรื่องการนําเงินราชการลับไปใช้ อันแรกนะครับคืองบประมาณเงินราชการลับ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตั้งเพื่อใช้ในภารกิจด้านความมั่นคง ด้านการข่าว ด้านการสืบสวน สอบสวนที่มีลักษณะปกปิดเพื่อประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง หรือโดยสภาพ แห่งเทคโนโลยี แล้วก็มีทั้งหมดไล่มาเข้ามาอันที่ ๓ ครับ ภารกิจและการสอบสวนกรม คดีพิเศษมีลักษณะเช่นเดียวกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่เป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ที่มีภารกิจเกี่ยวกับการสืบสวนคดีพิเศษ การข่าว และงานด้านความมั่นคงที่มีลักษณะปกปิด ตามเจตนารมณ์แห่งระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการใช้เงินราชการลับ ปี ๒๕๔๗ แต่สิ่งหนึ่งนี่นะครับ วิธีการจัดสรรต่าง ๆ เหล่านี้มันเกี่ยวข้องกับด้านการข่าวและด้าน รายละเอียดที่ผมได้อ่านมา แต่ข้อ ๕ การจัดสรรงบประมาณเงินราชการลับให้กระทําได้ ภายในวงเงินวัตถุประสงค์และวิธีการใช้จ่ายตามแผนการปฏิบัติที่นายกรัฐมนตรีต้องเห็นชอบ ขออนุญาตกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านวัชระพูดนี่เอา ๒ อันมาปนกันครับ คือระเบียบวิธีการ แล้วก็กล่าวไปว่ามีทั้งหมดใน ๖ ภารกิจ ๖ ด้าน ซึ่งจริง ๆ แล้วใน ๖ ด้านเป็นกรอบภารกิจ แต่วิธีการที่จะนํากรอบภารกิจที่เขียนของบประมาณ อันนี้เป็นรายจ่ายนะครับ เป็นรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับงบกลางหรืองบอะไรที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้อง ไปขอเป็นกรณีพิเศษ แต่วิธีการนั้น นั่นหมายถึงว่าเขียนกรอบเขียนอะไรเรียบร้อย วิธีต่าง ๆ เป็นแผน แล้วค่อยมาขอหลักการ พอขอหลักการแล้ว สุดท้ายพิจารณาเรียบร้อยแล้ว มีคณะกรรมการมีอะไรเรียบร้อยแล้วถึงมาขอความเห็นชอบในแผนนี้ต่อท่านนายกรัฐมนตรี ประการหนึ่งนะครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ไปกล่าวอ้างว่ากรณีที่กล่าวถึงคุณมัลลิกา ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ที่ไปใช้กรณีดังกล่าวนี้เข้าไปข้องเกี่ยว เพราะว่าความต่าง ๆ เหล่านี้ที่ปรากฏคําว่า เสือ สิงห์ กระทิง แล้วก็มีรูปท่านนายกรัฐมนตรี ตรงนี้มันเข้ากฎหมาย ที่ดีเอสไอได้รับคําร้อง มีตัวบุคคลที่ร้องนี่เข้ามา ผมไม่ขออนุญาตเอ่ยชื่อ เอ่ยนามผู้ร้อง เพราะเดี๋ยวจะเป็นการไปพาดพิงซึ่งตัวบุคคลที่สามที่ไม่ได้อยู่ในที่ประชุม
ท่านกรรมาธิการครับ อย่างนี้ได้ไหม คือ ๓๕ ล้านบาทที่ผู้อภิปรายเขาอภิปรายนี้เขากําลัง อภิปรายในเรื่องของเหตุผลในการที่เขาขอตัด
ถูกครับ ผมกําลังชี้แจงท่านประธาน
ส่วนในเรื่องของการบริหารในงบประมาณ เมื่อกรรมาธิการได้พิจารณาผ่านไปแล้วท่านก็ต้อง ไปซักถามกันเองว่า ๓๕ ล้านบาทนี้ไปอย่างไร
ท่านประธานครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ไม่ได้ยินหรือครับ มันเสียหายต่อกรรมาธิการนะครับที่เขาพูดนี่
เชิญครับเชิญ
เขาพูดเสมือนว่าการใช้จ่าย งบประมาณ ๓๕ ล้านบาทนี่เป็นการพิจารณาในด้านซึ่งใช้ประโยชน์ในเรื่องของการไป ฟ้องร้องคน จริง ๆ ไม่ใช่ แล้วไม่ได้เกี่ยวครับ
เชิญท่านชี้แจงครับ
แต่มันมีแผนรองรับเกี่ยวข้องกับ ในเรื่อง พ.ร.บ. ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๑๔ (๑) และ (๕) กรณีการนําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูล ต่าง ๆ อันเป็นเท็จ กรณีนี้น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลอื่นหรือประชาชนและการ เผยแพร่ในข้อมูลดังกล่าวของคอมพิวเตอร์ กล่าวโดยรู้หรือไม่รู้นี่เป็นข้อมูลทางความผิด ทีนี้ปรากฏออกมาชัดครับว่าขณะนี้สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทางตํารวจทําไม่ได้ มีกฎหมายที่กล่าว เพิ่มเติมเป็นกฎกระทรวง กําหนดให้เป็นกรณีพิเศษ เป็นคดีพิเศษที่อยู่ความรับผิดชอบ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อปี ๒๕๕๕ และคดีเหล่านี้ไม่ได้มีคดีเดียวครับ มี ๑๐ กว่าคดี ในขณะนี้ ตั้งแต่เริ่มรับทําคดีดังกล่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ผมขออนุญาต กล่าวนะครับว่าสิ่งที่ท่านวัชระได้นํามาเพื่อเป็นการแปรญัตติปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์นั้น ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่มันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ผมมีอีกกรณีหนึ่งนะครับที่คุณวัชระบอกว่ามีการ ใช้จ่ายเงินงบประมาณในการประชาสัมพันธ์เป็นพันล้านบาท ก็ไม่ทราบว่าตัวเลขมาอย่างไร แต่ขณะนี้ผมได้รับรายละเอียดจากหน่วยงานว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษได้รับเงินค่าวัสดุ โฆษณาและเผยแพร่เพื่อพิมพ์เอกสาร พ.ร.บ. และการติดต่อสอบสวน
ท่านสมบูรณ์ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่ท่านวัชระได้อภิปราย โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของดีเอสไอ กรณีของคุณมัลลิกา โดยเฉพาะเรื่องการโพสต์รูปของนายกรัฐมนตรีหนีสภาไปอยู่ที่ จังหวัดเพชรบุรีครับ แล้วมีรูปเสือ สิงห์ กระทิง แล้วก็รูปนายกรัฐมนตรีเหมือนที่ผมว่า
ท่านสมบูรณ์ประท้วงประเด็นไหน มาตราไหน
ท่านประธานครับ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่อง ที่เพิ่งเกิดเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการเลย แล้ววันนี้กรรมาธิการ เอาเรื่องนี้มาได้อย่างไร ชี้แจงมาเพราะอะไร ท่านทราบได้อย่างไร
คืออย่างนี้ท่านประท้วง อย่าได้ตอบโต้กันนะครับ ถ้าประท้วง เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัย เอาเป็นว่า ท่านประท้วงผมได้ ท่านไม่ต้องอภิปราย เดี๋ยวผมวินิจฉัย ท่านสมบูรณ์ ให้ผมวินิจฉัยสิ เชิญท่านนั่งลง ท่านกรรมาธิการครับ ผมว่าต้องสรุปแล้ว ถ้าตอบโต้ไปมาสภาผู้แทนราษฎร เดินหน้าไม่ได้ ก็เอาพอสมควร
(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประสิทธิ์ไม่ประท้วงอะไรนะครับ ผมเพิ่งมานั่ง คุณไม่ต้องตอบแทน ทุกคนเขารู้ นั่งลง ท่านประสิทธิ์ไม่เอาแล้วเสียเวลา ไม่ไปสักมาตรา ๒ อาทิตย์แล้วผมยังไม่ได้กลับบ้าน กรรมาธิการสรุปสั้น ๆ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการงบประมาณ ก็ขออนุญาต สิ่งที่ผมตอบนี้ คือสิ่งที่ท่านวัชระใช้อภิปรายในการปรับลด ๓๕ ล้านบาท แล้วก็โยงไปถึงตัว ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับกรรมาธิการ ถ้าไม่ตอบนี้แสดงว่า กรรมาธิการ ๓๕ ล้านบาทไปพิจารณาอย่างไร มันก็เสียหายครับ ผมจึงขออนุญาตตอบ แล้วก็ประเด็นสุดท้ายเมื่อสักครู่ท่านกล่าวถึงกรณีการเผยแพร่ข่าวต่าง ๆ ไปพูดถึงว่า หัวหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ที่ใช้ มีหนังสือพิมพ์ข่าวสด มีหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ จํานวนเงินที่จัดพิมพ์ และเอกสาร พ.ร.บ. และการเสนอในเรื่องของนิทรรศการต่าง ๆ รวมถึงการเผยแพร่ใช้เงิน ไปเพียงจํานวน ๕๔๐,๐๐๐ บาท ขออนุญาตกราบเรียนเพื่อที่จะบันทึกไว้ในสิ่งที่ผมได้นํา ชี้แจงให้ถูกต้อง ผมขออนุญาตครับ เป็นคําพูดที่ดี ผมชมท่านสุเทพนะครับ ผมต้องปกป้อง ความจริง ผมในฐานะกรรมาธิการก็ปกป้องความจริงที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ต้องรับรู้
ปกป้องแล้วครับ พอแล้ว นั่งลงครับ แต่มีท่านวัชระพาดพิง เอาสั้น ๆ ท่านวัชระเอาเฉพาะ ประเด็นเสียหาย เดี๋ยวผมจะเชิญท่านวิรัตน์แล้ว สั้น ๆ นะครับ ไม่ไปประเด็นอื่นอีก เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจว่า ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ท่านไม่ได้ฟังโดยตลอด ผมชี้แจงเรื่องงบประชาสัมพันธ์ ผมไม่ได้บอกว่ากรมสอบสวน คดีพิเศษใช้งบเป็นพันล้านบาท แต่ผมบอกว่านับตั้งแต่รัฐบาลยิ่งลักษณ์มาบริหาร ในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ จนถึงปัจจุบัน มีงบประชาสัมพันธ์ให้หนังสือพิมพ์ข่าวสดและ หนังสือพิมพ์มติชนรวมกันนับพันล้านบาท ผมพูดอย่างนี้ครับ หมายถึงรวมกันทุกกระทรวง ทบวง กรม ทั้งหมดเป็นพันล้านบาท และไม่เป็นธรรมต่อฉบับอื่น ๆ ผมจึงไม่ได้พูดเสียหาย ให้กับกรรมาธิการ ผมบอกความจริงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบทั้งประเทศว่าเป็นอย่างนี้
ท่านวัชระเพื่อให้การประชุมผ่านไป ท่านวัชระฟังผมสักครู่ ท่านเอาประเด็นที่ท่านเสียหาย ตรงไหน ท่านเสียหาย ชี้แจงใช้สิทธิพาดพิง แต่ว่าอภิปรายซ้ําไม่ได้นะครับ ขอร้องครับ
ท่านประธานที่เคารพ สั้น ๆ ครับ ไม่เกิน ๒ นาที ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ ผมกราบเรียนท่านประธานในเรื่องงบราชการลับ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ๓๕ ล้านบาท ปีที่แล้วก็ ๓๕ ล้านบาท ปีนี้ก็ ๓๕ ล้านบาท ปีกลาย ๓๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมเคยถามว่างบราชการลับนี้ท่านไม่เอาได้ไหม เพราะมีงบประมาณต่าง ๆ อยู่แล้ว ปรากฏว่ารองอธิบดีดีเอสไอท่านหนึ่งตอบว่า ไม่ได้ครับ มันไม่มีขวัญกําลังใจในการทํางาน รองอธิบดีตอบอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียน ว่างบราชการลับนี้เราตรวจสอบไม่ได้
ท่านวัชระเอาประเด็นที่ท่านเสียหายใช้สิทธิพาดพิง ผมไม่ให้ตอบโต้กัน ถ้าอภิปรายไม่ได้ ท่านก็รู้ข้อบังคับดี ท่านเป็นนักกฎหมาย อยู่กับนักกฎหมายทุกวัน เอาประเด็นที่ท่าน เสียหายพอ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในเรื่องของคุณมัลลิกาผมขออนุศึกษาชี้แจงสักเล็กน้อยว่า ที่ผมได้อภิปรายดังกล่าวไปนั้น ผมเห็นว่าการกระทําที่รับเป็นคดีพิเศษนั้น ไม่ชอบ และไม่ควรจะเป็นคดีพิเศษด้วยซ้ํา และนอกจากนี้ท่านประธานครับ ในกรณีของ ส.ส. พรรคภูมิใจไทยได้เสนอให้ดีเอสไอ รับกรณีการทุจริตจํานําข้าวให้เป็นคดีพิเศษ และผมก็เสนอให้อธิบดีดีเอสไอรับเรื่องการทุจริต จํานําข้าวเป็นแสนล้านเป็นคดีพิเศษ ปรากฏว่าก็ไม่รับเป็นคดีพิเศษ กลับรับคดีของ คุณมัลลิกา ผมจึงกราบเรียนให้ท่านวิชาญและพี่น้องประชาชนทั่วทั้งประเทศได้เข้าใจถึง การปฏิบัติหน้าที่ที่ไม่เป็นธรรมของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับ เวลาจากวิปฝ่ายค้านให้อภิปรายในกรณีวาระที่สองของกระทรวงยุติธรรมนะครับ ผมจะ พยายามอยู่ในเรื่อง ท่านประธานครับ โดยหยิบยกรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เล่มที่ ๑ ตอนที่ ๓ นะครับ ในหน้า ๑๒๓๔ กับหน้า ๑๒๓๕ แต่มีความจําเป็นที่จะต้อง หยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นมาประกอบคําอธิบาย เพื่อให้เห็นว่าเหตุผลที่ผมขอปรับลดงบของ กระทรวงยุติธรรมในวงเงิน ๑๙,๘๔๓.๓๙ บาท ขอปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และ งบประมาณของดีเอสไอ ขออนุญาตใช้ภาษาง่าย ๆ นะครับ ซึ่งตั้งไว้ ๑,๑๒๒.๕๔๒ บาท นี่นะครับ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑,๑๐๐ ล้านบาท ร้อยละ ๒๐ ผมมีเหตุผลเพื่อสนับสนุน เรื่องนี้ครับ แต่ขออนุญาตท่านประธานว่าการกระทําของดีเอสไอนะครับ ต้องเรียนว่าขัดต่อ หลักกฎหมายทุกประการ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขัดต่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ขัดต่อ จริยธรรมคุณธรรมมากมายหลายเรื่องนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า กรณีกฎหมายมหาชน ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีกฎหมายให้อํานาจ ไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะฉะนั้นกระทรวง ทบวง กรมใด ถ้ากฎหมายไปไม่ถึงไม่สามารถทําได้ ซึ่งต่างกับกฎหมายเอกชนนะครับ ถ้าไม่ห้าม ทําได้ สาระชัดเจนตรงนี้นะครับ ผมขึ้นหัวข้อไว้ เพราะเหตุว่าคณะกรรมาธิการนี้ได้ทําข้อสังเกตไว้ในหน้า ๑๒๓๔ หน้า ๑๒๓๕ ที่ผมดูแล้ว ต้องขอบคุณกรรมาธิการทุกฝ่ายทุกคนนะครับ ที่บอกว่ากระทรวงยุติธรรมควรให้ความรู้ ด้านกฎหมายแก่ประชาชน อันนี้ขอบคุณครับ ที่จริงแล้วในการให้ความรู้กฎหมายแก่ ประชาชนนี่นะครับ ต้องเรียนว่ารวมถึงการออกไปประชาสัมพันธ์ รวมถึงการทําให้ดู แต่สิ่งที่ ส่วนราชการกําลังทําให้เราดูนี่นะครับ ขัดขืน ผิดต่อหลักกฎหมายอย่างชัดเจน มาถึงดีเอสไอ ท่านประธานครับ ดีเอสไอ บอกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมีคําแนะนําเป็นข้อสังเกตของ กรรมาธิการนะครับว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษควรปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย โดยปราศจากการเมือง ชัดเจนครับ ขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านนะครับที่กรุณาบรรจุ ข้อสังเกตเรื่องนี้ไว้ อย่างที่กราบเรียนแล้วนะครับ เพราะว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษสามารถ จ่ายงบราชการลับ จ่ายเบี้ยประชุม จ่ายเงินประชาสัมพันธ์ จ่ายค่าพิมพ์เอกสาร จ่ายค่า เดินทาง ค่าส่งหมายทั้งหลาย เพราะฉะนั้นจะเริ่มตั้งแต่ว่าขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ เพราะ อะไรครับ เพราะว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐคือดีเอสไอต้องเป็นไปในหลัก นิติธรรม หลักแรกคือถ้ากฎหมายไม่ให้อํานาจท่านทําไม่ได้ หลักนี้มีความสําคัญเพราะอะไร เพราะว่า มาตรา ๒๕๐ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนครับว่า ให้เป็นอํานาจของ ป.ป.ช. ในการไต่สวนข้อเท็จจริง สรุปสํานวน พร้อมทําความเห็นเกี่ยวกับการดําเนินคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนะครับ ผมได้มีโอกาสตามท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ ท่านสุเทพ และหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม. ไปที่ดีเอสไอ ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่า ในการแจ้งข้อหาต่อนายอภิสิทธิ์ ต่อนายสุเทพ ต่อหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ เขาแจ้งนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และคุณสุขุมพันธุ์ ในฐานะส่วนตัว นายอภิสิทธิ์ไม่ได้แจ้งในฐานะนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นายสุเทพไม่ได้แจ้ง ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ก็ไม่ได้แจ้งในฐานะเป็น ผู้ว่า กทม. ในขณะนั้น หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ถามรองอธิบดีดีเอสไอนะครับว่าทําไม คุณแจ้งผมในฐานะส่วนตัว รองอธิบดีดีเอสไอเงียบ ตอบไม่ได้ครับ ท่านสุเทพก็ถาม ท่านอภิสิทธิ์ก็ถาม ไม่มีคําตอบใด ๆ จากดีเอสไอ เพราะอะไร เพราะว่าดีเอสไอทราบดีว่า ถ้าแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายอภิสิทธิ์ ต่อนายสุเทพ ต่อหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ ในฐานะเป็น นายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้ว่า กทม. จะต้องเป็นอํานาจ ของ ป.ป.ช. ดีเอสไอมาก้าวล่วงไม่ได้ เห็นหรือยังครับท่านประธานว่าเขาบิดเบือนกฎหมาย อย่างน่าละอาย มันเป็นเรื่องแปลกครับ ที่ถ้าทําอะไรผิดแล้ว ก็จะล้างผิดโดยการ ออกกฎหมายนิรโทษกรรม หากมีกฎหมาย หากมีรัฐธรรมนูญในส่วนใดไม่ตอบสนอง ต่อระบอบ เขาก็จะแก้ เราก็ทํามา ๓ วัน ๓ คืนมาแล้ว ท่านประธานครับ แต่หากอยู่ในชั้น หน่วยงานก็จะเอาหน่วยงานที่สามารถสั่งได้ ซ้ายหันได้ ขวาหันได้ ก็มาตะแบงนะครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็เพราะอะไรครับ เพราะว่าในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านทั้งสอง มีหน้าที่ ในการรักษาบ้านรักษาเมือง ท่านมีอํานาจตาม พ.ร.ก. ท่านมีอํานาจตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง นะครับ เพื่อที่จะให้เกิดความสงบ เพื่อที่จะไม่ให้มีการฆ่าคน ฆ่านายทหาร เพื่อที่จะไม่ให้มีการเผาศาลากลาง เพื่อจะไม่ให้มีการเผาบ้านเผาเมืองนะครับ ซึ่งทราบดี ไม่ว่าคุณธาริต อธิบดี ไม่ว่ารองอธิบดีที่ผมไม่อยากเอ่ยชื่อถึงนี่ ทราบดีครับว่า อํานาจดีเอสไอไปไม่ได้ แต่เขาก็อ้างว่าเป็นมติของคณะกรรมการคดีพิเศษดีเอสไอ ถามว่า คณะกรรมการคดีพิเศษคือใครครับ ก็คือนักการเมืองเป็นส่วนใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าผมจะกล่าวหาว่าดีเอสไอปัจจุบันนี้นักการเมืองบงการได้ สั่งการได้ ก็ดูจากหลายคดี เรื่องแรกที่ผมเอ่ยถึงแล้วก็คือกรณีที่เป็นอํานาจ ป.ป.ช. ดีเอสไอก็เอามาทํานะครับ
ประการต่อไปที่อยากจะหยิบยกตัวอย่างให้ท่านเห็นว่าอํานาจขององค์กรอื่น คืออํานาจของ กกต. ดีเอสไอก็เอามาทํา อํานาจ กกต. คืออะไรครับ ก็คือกรณีเงินที่เป็นเงิน บํารุงพรรค ท่านประธานคงทราบนะครับว่าพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ของพวกผมนี่นะครับอยู่ได้เพราะเงินบํารุงพรรคจากสมาชิก ไม่ว่าท่านชวน ไม่ว่าท่านอภิสิทธิ์ ท่านสุเทพ วิรัตน์ หรือใครก็แล้วแต่ต้องจ่ายเงินบํารุงพรรค กกต. ออกระเบียบว่าถ้าจ่ายเงิน ตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปต้องออกเช็คเช็คขีดคร่อมระบุผู้รับ แต่เผอิญว่าเงินจํานวนนี้ เป็นเงินเดือนของพวกผมที่มาจากสภาจ่ายให้ แทนที่จะสภาจะออกเช็ครายใบขีดคร่อม ซึ่งต้องออกเช็คประมาณ ๑๕๐-๑๖๐ ใบ สภาก็รวบจ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมเรียบร้อย ระบุยอดเต็ม แล้วทํารายการครับว่ามาจากการบริจาคของผู้ใดบ้าง จริง ๆ แล้วเจตจํานง ของเงินบริจาคหรือเงินบํารุงพรรคที่ผมกราบเรียนท่านประธานนี้ ก็เพื่อให้รู้ว่าไม่ได้เงิน มาจากบ่อนการพนัน ไม่ใช่เงินมาจากยาเสพติด ไม่ใช่เงินที่มาจากธุรกิจสีเทาทั้งหลาย อันนี้เงินเดือนพวกผมแท้ ๆ เลยครับ ท่านหัวหน้าก็มีหนังสือแจ้งมาที่เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเขาก็ทําตาม ออกเช็ครวม ขีดคร่อม สั่งจ่าย ให้พรรคประชาธิปัตย์ เงินนี้เช็กได้ครับ ตรวจสอบได้ครับ เพราะเงินมาจากเงินเดือนพวกผม กกต. ยืนยันแล้ว ชี้แจง แล้วว่าการกระทําของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความผิด ออกมายันโดยท่านประธานอภิชาต โดยคุณสดศรี โดยคณะทํางานฝ่ายกฎหมายของ กกต. ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องเงินบริจาค เรื่องเงินสนับสนุนพรรค บํารุงพรรคนี่นะครับ เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา ๑๐ ก็คือเป็นอํานาจของ คณะกรรมการการเลือกตั้งเท่านั้นคนอื่นมายุ่งมาเกี่ยวไม่ได้ สําคัญไปกว่านั้นก็คือ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันแล้วชี้แจงแล้วว่าไม่ผิด ถามว่า พันตํารวจเอก นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ซึ่งพยายามจะถีบตัวขึ้นมาเป็นรองอธิบดีให้ได้ หยุด พัก เลิกการดําเนินคดีที่ว่า หรือไม่ ไม่ครับ ยังเรียกพวกผมไปให้การนะครับ และสําคัญที่สุดนะครับยังได้เชิญ คุณสุวโรช พะลัง ท่านประธานก็รู้จักครับ ผมไม่รู้ว่าดีเอสไอจะส่งหมายเรียกท่านสุวโรช พะลัง ไปที่ สวรรค์ชั้นใด เพราะท่านสุวโรชเสียชีวิตไปนานแล้วอันนี้การออกหมายเรียกของท่านสุวโรช อยู่ในเงินของดีเอสไอ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ผมไม่อยากให้เงินกับดีเอสไอออกไปทํางานที่ไม่อยู่ ในอํานาจอย่างที่ว่า ผมจึงขอปรับลดไว้ร้อยละ ๒๐ ท่านประธานครับ นอกจากที่ว่านั้นต้อง เรียนท่านประธานว่านอกจากขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ มาตรา ๒๕๐ ขัดพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา ๑๙ มาตรา ๖๖ ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา ๑๐ นะครับ
ท่านวิรัตน์ครับ มีผู้ประท้วง สักครู่ครับ เชิญครับ
ผม พิชิต ชื่นบาน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทยครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้อาวุโส ท่านวิรัตน์นะครับ ผมขออนุญาต เสียเวลานิดเดียวก็คือว่าประท้วงท่าน ว่าท่านทําผิดข้อบังคับในข้อ ๖๑ แล้วก็ในวาระนี้ เป็นวาระรับหลักการ ข้อ ๑๒๙ ผมเห็นใจครับ แต่อย่างไรก็ดีเราก็ต้องเคารพรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญว่าด้วยสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ผมก็ทราบว่า ทางฝ่ายท่านก็ไปฟ้องที่ศาล ไปร้องที่ ป.ป.ช. ทางฝ่ายกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ไปร้องทุกข์ ที่กองปราบปราม มันควรจะเป็นเรื่องที่ว่ากล่าวในกระบวนการยุติธรรมครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่อง การที่จะมาตรวจสอบนะครับ
พอแล้วครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย ท่านวิรัตน์ก็ทราบดีอยู่แล้วนะครับ ท่านก็พูดไม่ได้เสียดสีใคร และท่านก็ให้ความร่วมมือดีนะครับ สรุปเดี๋ยวท่านช่วยผมหน่อย บริหารเวลานะครับ ขอความกรุณาท่านด้วยครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียนไปถึง ท่านพิชิตนะครับ ก็ชี้แจงว่าผมกําลังอภิปรายให้เห็นว่าผมปรับลดงบประมาณของ กระทรวงยุติธรรมผมปรับลดงบประมาณของดีเอสไอร้อยละ ๒๐ เพราะมีเหตุมีผลว่า เขาทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ เขาทําผิดประกอบกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. ทําผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนะครับ เหตุผลมันมีครับ เพราะว่าถ้าเราปล่อยให้ดีเอสไอ
ท่านพิชิตครับ มันไปด้วยดีแล้วครับ สถานการณ์ดีแล้วครับ ไม่ต้องพาดพิงกันแล้ว
นิดเดียวครับ ผม พิชิต ชื่นบาน แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย คือผมเองอยากกราบเรียนท่านประธานว่าเราต้องเคารพ มาตรา ๓๙ ของรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้มันอยู่ในกระบวนการยุติธรรม เราไปพูดอย่างนั้น ด้วยความเคารพครับท่านวิรัตน์ เหมือนกําลังกล่าวหาว่าเขาเป็นผู้กระทําผิดกฎหมาย
เอาละครับ พอแล้วครับ เป็นที่เข้าใจทั้งคู่ ท่านวิรัตน์เชิญครับ เอาเฉพาะเนื้อหา อยากขอความร่วมมือทั้ง ๒ ฝ่ายบริหารเวลานะครับ
ขอบคุณท่านประธานครับที่ท่านประธาน เข้าใจนะครับ ผมกราบเรียนนะครับว่ารายละเอียดที่คณะกรรมาธิการได้เขียนต่อไปก็คือ คดีตกค้างเป็นจํานวนมากนะครับ เกิดปัญหาความล่าช้าในการดําเนินการ นี่ละครับ ก็เพราะอะไรครับ เพราะว่าเฉพาะคดีเงินบํารุงพรรคของพวกผมนี่นะครับ เฉพาะพวกผม ก็ไม่รู้กี่ร้อยคดี ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ก็ ๑๖๐-๑๗๐ คนแล้วนะครับ เรียกเชิญเอกสาร เป็นกี่ลังแล้วผมไม่ทราบ ก็เพราะงานที่ดีเอสไอมีหน้าที่ต้องทํา ไม่ทํานะครับ มาทํางานซึ่งเป็น อํานาจของ ป.ป.ช. มาทํางานซึ่งเป็นอํานาจของ กกต. และสําคัญที่สุดผมเฉียดของ คุณมัลลิกานิดเดียวครับ กรณีเสือ สิงห์ กระทิง ยิ่งลักษณ์ เสือ สิงห์ กระทิง ปู เสือ สิงห์ กระทิง นายก ว่าอย่างไรก็แล้วแต่นะครับ กรณีนี้นะครับสิ่งที่พวกเราเห็นแล้วทนไม่ได้ อยากจะเห็นว่ากรณีที่มีบุคคลจาบจ้วง โดยมาตรา ๑๑๒ ดีเอสไอทําอะไรบ้างไหม หรือกรณี ขึ้นพระบรมรูปฉายาลักษณ์ผิดรัชกาล ๗ ชั่วโมง ๘ ชั่วโมง ๙ ชั่วโมง ดีเอสไอทําอะไรบ้าง เจาะลึกไปถึงว่าใครผิด ใครคิดชั่วใครคิดร้ายบ้างไหม ไม่ทํา คุณมัลลิกาขึ้นเว็บ (Web) ๒ ชั่วโมง พอรู้ว่าผิดขอโทษ ลบ ๆ เลย แต่กรณีขึ้นรูปรัชกาลผิดรัชกาลนี่นะครับ ๙ ชั่วโมง ๑๐ ชั่วโมง ท่านไม่ทําอะไรเลย ผมจึงมีความจําเป็นจะต้องเสนอปรับลดร้อยละ ๒๐ เพราะ ผมไม่อยากให้ดีเอสไอใช้เงินผิดประเภท ใช้เงินของพี่น้องประชาชนผิดหลักผิดเกณฑ์นะครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพครับว่าในระบอบปัจจุบันนี้นะครับการที่ทําผิดแล้วล้างผิด หรือรัฐธรรมนูญส่วนใดขัดขวางก็พยายามจะแก้ หรือใช้หน่วยงานที่แสดงอํานาจ บ้านเมือง จะไม่มีทางสงบแล้วการใช้งบก็ไม่ถูกต้อง ผมจึงขอปรับลดงบกระทรวงนี้ไว้ร้อยละ ๒๐ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้เสนอ ขอปรับลดงบประมาณในส่วนของกระทรวงยุติธรรมลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และปรับลด งบประมาณในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน ความจริงแล้ว ผมได้เสนอปรับลดงบประมาณในส่วนกระทรวงยุติธรรมนี้ในทุกกรมนะครับ แต่จากการ ตรวจสอบของผม และติดตามการทําหน้าที่ของคณะกรรมาธิการนั้น ผมเห็นว่าการปรับลด งบประมาณในส่วนกระทรวงยุติธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีการปรับลดลงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น กล่าวคือมีการขอเอาไว้ที่ ๑,๑๒๒ ล้านบาทเศษ แต่ท่านปรับลดไป ๑,๐๘๘ ล้านบาท ผมเห็นว่ายังปรับลดน้อยไป น้อยไปเพราะเหตุว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น เป็นหน่วยงานของรัฐที่มีความสําคัญ ท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดี พิเศษได้ไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการ มีบันทึกเอาไว้อย่างชัดเจนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น เป็นความยุติธรรมต้นทาง ความหมายก็คือว่าถ้าหากกระบวนการยุติธรรมต้นทาง ไม่รักษาความเป็นธรรม มีการประพฤติปฏิบัติที่หมิ่นเหม่ต่อการทําผิดกฎหมายเสียเอง แม้แต่กระทั่งการวินิจฉัยที่มีประเด็นปัญหาว่ากลับไปกลับมาในหลายครั้งนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการทําหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษเอง และถ้าย่อหย่อนประสิทธิภาพลง เงินงบประมาณของแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชน ซึ่งรอคอยความหวังจากการทําหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษย่อมถูกกระทบกระเทือน ไปด้วย เงินงบประมาณกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นมีงบอยู่จํานวนหนึ่ง ซึ่งในคณะกรรมาธิการ ท่านเองมีการซักถาม นั่นก็คืองบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการไปดําเนินการกับคดี ที่มีความล่าช้า ในเอกสารของกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ชี้แจงกรรมาธิการว่ามีคดีตกค้าง ในช่วงเวลา ๓ ปีอยู่ประมาณ ๔๔ คดี เป็นคดีที่ต้องแสวงหาพยานหลักฐานค่อนข้างเยอะ นอกจากนั้นยังมีการพูดถึงงบประมาณในส่วนของงบประมาณลับ ๓๕ ล้านบาท ซึ่งเกี่ยวข้อง กับอํานาจหน้าที่ที่กรรมาธิการก็ชี้แจงเองว่าเป็นอํานาจหน้าที่ที่มาก่อนการรับเป็นคดีพิเศษ เพราะฉะนั้นการตรวจสอบกรมสอบสวนคดีพิเศษของผมนั้นจึงจะคาบเกี่ยวกันระหว่าง งบประมาณกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเจ้ากระทรวงคือรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นผู้บังคับบัญชาของ กรมสอบสวนคดีพิเศษ การดําเนินการใด ๆ ของท่านที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย ต่อความรู้สึก ต่อความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน เป็นหน้าที่ของผมครับ แล้วผมสรุปว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นสมควรจะต้องถูกปรับลดงบประมาณลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ในเอกสารคําของบประมาณของกรสอบสวนคดีพิเศษ ในเอกสารเล่มขาว คาดแดงได้พูดถึงเอาไว้ในส่วนที่เป็นพันธกิจว่าป้องกันปราบปรามสืบสวนสอบสวนและ ดําเนินคดีพิเศษอย่างมีประสิทธิภาพด้วยความเป็นธรรม ความเป็นธรรมนี้สําคัญครับ ท่านประธาน ความเป็นธรรมหมายความถึง ข้อความที่มาจากรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๓ ซึ่งพูดถึงหน่วยงานของรัฐและองค์กรอื่น จะต้องปฏิบัติหน้าที่โดยถือหลักนิติธรรม หลักนิติธรรมคือหลักที่คุ้มครองผู้สุจริต ประชาชนผู้สุจริตย่อมต้องถูกคุ้มครอง แต่ผมเห็นว่า การใช้อํานาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษเท่าที่ได้ติดตามนั้น มิได้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ และพันธกิจ กล่าวคือไม่มีความเป็นธรรม
ในประการที่ ๑ ผมเห็นว่าการใช้อํานาจหน้าที่ของกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น มีการวินิจฉัยที่ส่อความไม่โปร่งใส กลับไปกลับมา เข้าลักษณะเข้าด้วยช่วยเหลือผู้มีอํานาจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีสําคัญที่กรมสอบสวนคดีพิเศษรับผิดชอบ เป็นการดําเนินการ ที่ขัดหลักนิติธรรม ในคดีแรกที่ผมเห็นว่าการดําเนินงานกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นตัวอย่างว่า มีการวินิจฉัยโดยไม่โปร่งใสนั้น คือคดีพิเศษที่มีการประชุมเป็นคดีพิเศษโดยกรรมการคดีพิเศษ ครั้งที่ ๔/๒๕๓๓ เมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๓ ซึ่งมีมติเอกฉันท์ให้รับคดีการกระทํา เป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งรัฐ โดยมุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เรียกว่า คดีขบวนการล้มเจ้า หรือ คดีผังล้มเจ้า ในคดีนี้นั้นกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยคณะกรรมการคดีพิเศษได้รับเป็น คดีพิเศษแล้ว ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าในห้วงระยะเวลาของการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนมาต่อเนื่องว่าคดีนี้มีการกระทํา เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ โดยมุ่งร้ายต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ มีการกระทําเชื่อมโยง เป็นขบวนการ มีกลุ่มทุนหนุนหลังเพื่อเปลี่ยนอุดมการณ์การปกครองประเทศ ซึ่งปรากฏ เป็นข่าวในกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ วันที่ ๘ กรกฎาคม ปี ๒๕๕๓ และได้ไปกล่าวในรายการ ทางโทรทัศน์ช่อง ๑๑ ยืนยันโดยท่านอธิบดีท่านนี้ว่าขบวนการล้มเจ้ามีจริง ประเด็นที่ผม กล่าวหาว่า ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่สําคัญและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกประชาชน และส่อสะท้อนถึงประสิทธิภาพการทํางานกรมสอบสวนคดีพิเศษก็เพราะว่า ในคดีนี้เป็นคดีที่ อยู่ในความสนใจของประชาชน สถาบันสูงสุดอันเป็นที่เคารพนั้นเป็นสิ่งซึ่งผู้ใดมิบังควร ที่จะไปกระทําให้เกิดความเสียหายไม่ว่าโดยประการใด เมื่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งต้องดําเนินการตามมติของกรรมการคดีพิเศษกล่าวอย่างหนักแน่นว่าคดีนี้มีการกระทํา อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐ มุ่งร้ายต่อสถาบัน กระทําเชื่อมโยงเป็นขบวนการ มีกลุ่มทุนหนุนหลัง แปลว่ามีพยานหลักฐานในชั้นสืบสวนสอบสวนเบื้องต้นชัดเจน แต่การกลับกลายเป็นว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลในวันที่ ๒๓ สิงหาคม ปี ๒๕๕๔ พรรคเพื่อไทยขึ้นมาเป็นแกนนําในการเป็นรัฐบาล บรรดาบุคคลที่อยู่ในข่ายที่ควรเป็น ผู้ต้องหาคดีนี้มีความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องเป็นฝ่ายเดียวกับพรรคการเมืองที่เป็นแกนนํารัฐบาล ปัจจุบัน ปรากฏว่าอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษกับพวก ซึ่งเป็นคณะกรรมการ สืบสวนสอบสวนคดีนี้ มีการแถลงกลับความคิดเห็นเบื้องต้น ๓๖๐ องศา เรียกว่า ขาวเป็นดํา ในวันที่ ๑๑ เมษายน ปี ๒๕๕๕ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีความเห็นสั่งไม่ฟ้องผู้ที่ อยู่ในข่ายเป็นผู้ต้องหาทุกคนในคดีนี้ โดยอ้างว่าคดีไม่มีมูลหรือพยานหลักฐานที่เพียงพอ จะดําเนินคดีต่อไปได้ กรณีเช่นนี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้สุจริต ซึ่งรอการดําเนินการต่อ คดีผังล้มเจ้าเพราะเป็นคดีสําคัญ การวินิจฉัยกลับไปกลับมาในครั้งนี้หลายฝ่ายได้ตั้งข้อสังเกต ว่า เป็นการดําเนินการวินิจฉัยคดีในอํานาจหน้าที่ของตน โดยมีปัญหาไม่เป็นการปฏิบัติหน้าที่ โดยชอบด้วยกฎหมาย เป็นการละเว้นไม่ทําการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐาน อย่างจริงจังทั้ง ๆ ที่กรรมการคดีพิเศษมอบหมายให้ปฏิบัติงานร่วมกับหน่วยงาน อีกหลายหน่วยที่มีศักยภาพสูงในการแสวงหาข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน นี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมเห็นว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษซึ่งต้องดําเนินการตามกฎหมายคดีพิเศษ ปี ๒๕๔๕ จะต้องดําเนินการ ประเด็นจึงอยู่ตรงที่กรมสอบสวนคดีพิเศษโดยอธิบดีที่เป็นผู้นํา สูงสุด
ท่านสาทิตย์สักครู่ครับ ท่านก่อแก้วประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ประท้วงครับ ผมขออนุญาตประท้วงผู้กําลังอภิปรายตามข้อ ๖๑ ท่านกําลังกล่าวเท็จ ต่อสภาแห่งนี้นะครับ เพราะว่าสิ่งที่ท่านได้กล่าวลงไปนั้นเมื่อวันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๕๔ พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด โฆษก ศอฉ. ได้
เอาอย่างนี้ ท่านบอกประท้วงข้อไหน แล้วก็เรื่องราวนิดหนึ่ง แต่ว่าไม่ต้องไปอธิบายแทน เดี๋ยวผมเป็นคนวินิจฉัยนะครับ ท่านไม่ต้องตอบแทนใครเลย แล้วก็ประท้วงอะไรผมก็พอจะรู้ แต่ว่าเรื่องรายละเอียดเดี๋ยวผมจะเป็นคนวินิจฉัยนะครับ
เมื่อกี้ผมบอกท่านประธานแล้วว่า ผมประท้วงผู้กําลังอภิปรายตามข้อ ๖๑ ผมเรียนว่าท่านกล่าวเท็จต่อสภาแห่งนี้ ท่านกล่าวว่า ดีเอสไอนั้นไม่ดําเนินคดีผู้ทําผิดต่าง ๆ ตามผังล้มเจ้า ท่านกล่าวอย่างนั้น แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า เมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๕๔ พันเอก สรรเสริญ แก้วกําเนิด อดีตโฆษก ศอฉ. ได้ไปประกาศที่ศาลเพื่อประนีประนอมคดีที่ถูกฟ้องหมิ่นประมาทเรื่องผังล้มเจ้า ที่ท่านดอกเตอร์สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ เป็นผู้ฟ้อง แล้วคุณสรรเสริญก็ได้บอกเลยครับว่า ผังล้มเจ้าเป็นผังลวงโลกครับ
เอาละ ๆ พอแล้ว ผมเป็นคนวินิจฉัย ท่านไม่ต้องอธิบาย คืออย่างนี้ เท็จจริงอะไรนี้ ผมไม่ทราบ ไม่ต้องมาเถียงกันในนี้ให้ผมตอบวินิจฉัย ผมตอบไม่ได้ว่าเท็จหรือจริง เพราะผมก็ไม่ได้ติดตามข่าว ก็ให้เขาพูดไปเถอะเขาจะตัดอย่างไร เดี๋ยวประชาชนบางคน วินิจฉัยเองว่าใครพูดผิดพูดถูก ไปพาดพิงคนข้างนอก ให้เขาถูกฟ้องร้องเอาเองนะครับ เพราะฉะนั้นก็อย่าไปตอบแทนเขา หรือใครจะต้องอะไร ผมไม่ทราบหรอกครับว่า ผิดถูกคือใคร พูดเท็จ ไม่เท็จผมไม่ทราบ
(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านจุติประท้วงท่านสาทิตย์หรือครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมประท้วงท่านประธานครับ ข้อ ๘ ครับ ว่าขอให้ดูแลการประชุมให้เรียบร้อย แล้วก็พวกผมได้ปวารณาตัวไว้ว่าร่วมมือ เต็มที่ อยากให้เสร็จเร็ว ๆ ท่านประธานก็กรุณาช่วยบอกทางวิปรัฐบาลด้วยครับว่า เมื่อร่วมมืออย่างนี้แล้วปรบมือข้างเดียวมันไม่สําเร็จหรอกครับ
ช่วยกัน ขอบคุณท่านจุติครับ ท่านสาทิตย์ผมว่าท่านก็รู้จะต้องสรุปประมาณเท่าไร ที่ผ่านมา ก็ดีกันหมดละครับ ขอให้รักษาบรรยากาศไว้นะครับ ขอความร่วมมือจากทุกฝ่าย ท่านวิชาญ ก็ไม่ต้องตอบแล้ว เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมได้อภิปราย ปรับลดงบประมาณกรมสอบสวนคดีพิเศษ ในกรณีที่ยกขึ้นมานี้ก็เพราะว่าประชาชนเอง ก็ยังมีความคับข้องใจว่าในเมื่อมีมติคณะกรรมการคดีพิเศษแล้ว ให้ดําเนินการ สืบสวนสอบสวนในเรื่องอันเป็นเรื่องที่กระทบต่อจิตใจของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เหตุไฉนเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงเปลี่ยนท่าทีจุดยืน และไม่ดําเนินการเรื่องนี้ต่อไป ส่วนกรณีที่ประท้วงเรื่องกล่าวหาเท็จนั้นไม่เป็นไรครับ ท่านก็เป็นผู้ต้องหาซึ่งถูกกล่าวหาในลําดับที่ ๕ ท่านก็มีสิทธิที่จะลุกขึ้น แต่ว่าท่านก็ไม่มีสิทธิ ชี้แจงในประเด็นนี้ครับ
ท่านสาทิตย์เอาไปข้างหน้าครับ เราไม่วนมาแล้ว เอาตามที่ท่านจุติว่า
(นายก่อแก้ว พิกุลทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญครับ เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหาย พาดพิง เสียหายท่านก็บอกตรงนั้นครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตประท้วงท่านผู้กําลังอภิปราย ตามข้อ ๖๑ ท่านกล่าวเท็จเหมือนกันนะครับ คือเรื่องนี้จริง ๆ แล้วผมเองถูกกลั่นแกล้ง ให้ถูกดําเนินคดี ข้อหา ๑๑๒ โดยตํารวจ ต่อมาตํารวจสั่งไม่ฟ้อง แต่คดีถูกโอนมาดีเอสไอ ล่าสุดดีเอสไอก็สั่งไม่ฟ้อง อัยการก็สั่งไม่ฟ้อง คดีก็จบแล้วครับ ผมเสียเวลาไป ๒ ปีกว่า
พอแล้วท่านบอกไม่ฟ้องก็จบแล้ว ไม่ต้องอภิปรายต่อ ท่านก็ใช้สิทธิที่เสียหายสิครับ
ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียนครับ นี่เป็นความเลวทรามของคน
ไม่เอา ๆ ท่านพูดอย่างนี้ไม่ได้ ไม่เอาครับ ท่านนั่งลง ผมไม่อนุญาต พูดคํานี้ไม่ได้ ต่อไปนี้ ไม่ว่าใครพูดคําไม่ค่อยดีในสภาผมไม่อนุญาตทั้งนั้น ไม่ว่าท่านก่อแก้วหรือว่าใครทั้งหมด ทุกฝ่าย นั่งลงไม่เอาแล้ว พอแล้วครับ ท่านสาทิตย์เชิญต่อ ฉะนั้นอย่าไปพาดพิงกันไปมาเลย เอาเป็นเรื่องเป็นราว เชิญครับต่อ
ท่านประธานครับ ผมก็เรียน ท่านประธานว่ากรณีที่ผมพูดถึงเป็นจําเลยลําดับ ๕ สักครู่นี้ ข้อเท็จจริงก็คือเป็นจําเลยในคดี ก่อการร้าย ซึ่งอันนี้เป็นข้อเท็จจริงนะครับ และผมก็เรียนว่าเรื่องพฤติกรรมเลวทราม เมื่อสักครู่นี้ก็คงไม่ต้องถอน เพราะผมก็เห็นว่าพฤติกรรมถ้าเป็นการก่อการร้ายจริง และเป็น ผังล้มเจ้าจริงก็เลวทรามครับ
ขอทั้ง ๒ ฝ่าย อย่าได้พูดคํานี้เลยนะครับ เลวทรามนั้นไม่เอา เพราะบางทีถ่ายทอดไป ประชาชนดูอยู่ท่านสาทิตย์ก็เป็นผู้ใหญ่ ทุกฝ่ายครับ ก็ขอให้เดินหน้าต่อครับ เชิญครับ
ในส่วนซึ่งเป็นประเด็นถัดไปครับ ที่เป็น ความค้างคาใจของพี่น้องประชาชน ผู้หวังที่จะเห็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษก็ดี กรมสอบสวนคดีพิเศษก็ดี ตลอดจนถึงกระทรวงยุติธรรมก็ดี ได้รักษากฎหมายและความ ศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมือง ให้สมกับที่รับเงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชน คนยากคนจน ทั้งประเทศ แต่กลับมีการดําเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษที่มีการกลับทิศเปลี่ยนทาง คําวินิจฉัย ที่กระทบต่อความรู้สึกของประชาชนอีกกรณีหนึ่ง นั่นคือกรณีของการปราศรัย ของแกนนําเสื้อแดงท่านหนึ่งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่มีการพูดถึงและรู้จักกันในกรณีของ คําว่า กระสุนพระราชทาน แกนนําคนนี้ไม่ได้อยู่ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ครับ แต่ประเด็น ข่าวนั้นได้ลงไปอย่างชัดเจนว่าแกนนําท่านนี้ได้ปราศรัยเอาไว้อย่างไร กรณีนี้มีความ กระทบกระเทือนต่อขวัญกําลังใจ ความรู้สึกของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษได้มีการออกมาให้สัมภาษณ์อย่างชัดเจนบอกว่า เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้ถอดเทปการปราศรัยการชุมนุมของกลุ่ม นปช. โดยเฉพาะคําปราศรัยของบุคคลดังกล่าว แล้วมีคําและกิริยาที่มีลักษณะการกระทําที่ผิดกฎหมายความมั่นคงแห่งรัฐ หมวดสถาบัน และพระมหากษัตริย์ และพบถ้อยคําที่ส่อไปในทางดูหมิ่นสถาบันเบื้องสูงอย่างรุนแรง นั่นเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล เหมือนกันกับ กรณีแรกเมื่อรัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้ามาเป็นรัฐบาล ในห้วงระยะเวลาเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๕๔ หลังจากนั้นครับ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ พันตํารวจเอก ประเวศน์ มูลประมุข รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ออกมาให้ความเห็นว่าไม่มีการดําเนินการ ที่มีการฟ้องร้องคดีดังกล่าว โดยให้เหตุผลถึงการยกฟ้องคดีดังกล่าวว่า หลังจากได้พิจารณา รายละเอียดคําพูด ตั้งแต่จุดจบทุกบริบทของบุคคลดังกล่าวที่เป็นแกนนํา นปช. โดย ผู้เชี่ยวชาญแล้ว พบว่าคําปราศรัยตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้กล่าวหมิ่นสถาบันเบื้องสูง
ท่านสาทิตย์ครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อ ๖๑ พูดเท็จ ใส่ร้ายผู้อื่น คําว่า ผู้อภิปราย ผู้ปราศรัยบนเวทีนั้น ผู้อภิปรายไม่ได้ยก คําปราศรัยบนเวทีมาพูดหมด ผู้ปราศรัยบนเวทีวันนั้นผมอยู่ด้วย เขาปราศรัยว่า ทําไม นายอภิสิทธิ์
ท่านไม่เอาครับ ท่านประท้วงข้อ ๖๑ เดี๋ยวผมวินิจฉัย ไม่ต้องไปเล่ารายละเอียดตอนนั้นครับ เดี๋ยวต่างคนต่างเล่า ไม่จบ เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ ท่านให้ผมวินิจฉัยก่อนครับ ท่านไม่ต้อง ไปเล่ารายละเอียดหรอกเดี๋ยวผมจะวินิจฉัยให้ ท่านนั่งลงครับ เชิญครับท่านชินวัฒน์ ขอความกรุณาให้ความร่วมมือด้วยครับ ผมวินิจฉัย ท่านนั่งลงก่อนครับ เชิญครับ ทีนี้ท่านจุติ ผมจะวินิจฉัยท่านใจเย็น ๆ เดี๋ยวให้ผมได้ว่าก่อนครับ ให้ผมได้วินิจฉัยก่อน ทีละคน ทีละท่าน ท่านนั่ง เดี๋ยวผมให้ท่านว่า ทีละท่าน คืออย่างนี้ ท่านสาทิตย์จะกล่าวอะไรผมก็ฟังอยู่ สุดท้ายก็บอกว่ายกฟ้อง คือยกฟ้องก็ถือว่าไม่มีความผิด ก็ว่าไปตามนั้นก็ฟังอยู่ แต่ว่า ไปพาดพิงใครเสียหายข้างนอก ท่านสาทิตย์ต้องรับผิดชอบข้อกฎหมายเองที่จะถูกฟ้องร้อง ก็ว่าไป แต่ว่าสภาผมไม่สามารถบอกอันไหนผิดถูก ผมไม่ได้ติดตามข่าวเรื่องนี้ ก็ขอความ ร่วมมือจากท่านรัฐมนตรีสาทิตย์นะครับ ท่านก็ช่วยผมบริหารเวลาด้วยครับ
(นายจุติ ไกรฤกษ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านจุติก็ใจร้อนแล้ว ยกมือแล้วครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านประธาน ในข้อ ๘ ผมขอตั้งข้อสังเกตในข้อ ๘ อย่างนี้ครับท่านประธานว่า บางครั้งการประท้วงมีเจตนาให้ผู้พูดเสียสมาธิ แล้วก็ต่อไม่ติด คนฟังเขาก็ไม่รู้เรื่อง ประการที่ ๒ ผมคิดว่าเวทีนี้ไม่ใช่เวทีที่มาแก้ตัว แล้วเป็นการอภิปราย เรื่องของงบประมาณอย่างเดียว ผมคิดว่าท่านสาทิตย์อยู่ในประเด็นหมด แต่ว่าการที่ขึ้นมา ขัดบ่อย ๆ ทําให้ ๑. เสียมารยาท และก็จะเจตนาให้ผู้พูดนั้นเสียสมาธิครับ เลยขอประท้วง ท่านประธาน
คืออย่างนี้ท่านจุติ ท่านนั่ง ผมวินิจฉัยนะครับ คือคนประท้วงผมไม่รู้ว่าเขาประท้วงเรื่องอะไร ประธานจําเป็นต้องให้สิทธิ ใครยกมือ อย่างท่านยกผมก็ไม่ทราบว่าท่านจะพูดอะไร ผมก็ต้อง ให้ฟังสักหน่อยหนึ่งว่าว่าอะไร พอว่าแล้วประธานก็วินิจฉัย ผมก็พยายามทําตามข้อบังคับ ผมก็พยายามทําตามข้อ ๘ ผมอยากให้จบจะตายครับท่าน ก็เชิญท่านสาทิตย์ครับ ทุกฝ่าย ก็ขอความกรุณา อันไหนที่มันจะไม่พาดพิงกันได้ จบไวยิ่งดีครับ ขอความกรุณาช่วยผมด้วย ก็แล้วกันนะครับ ในการทําหน้าที่ จะได้ไม่ถูกประท้วงบ่อย เชิญท่านสาทิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมได้อภิปราย ไปนั้นผมยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงซึ่งตรวจสอบได้ และประชาชนเองก็ได้รับทราบ ข้อเท็จจริงเหล่านี้ แต่ผมพูดแทนใจประชาชนว่า ไฉน ๒ เรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องกระทบต่อ สถาบันสูงสุด กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งควรที่จะมีบทบาทหน้าที่ในการดําเนินการสืบสวน สอบสวนตามอํานาจหน้าที่ที่มีอยู่ ด้วยเงินภาษีของพี่น้องประชาชนที่ไปจากงบประมาณ เอาคนผิดจาบจ้วงเหล่านั้นมาลงโทษ แต่เพียงแต่มีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล ความเห็น ของข้าราชการซึ่งรับเงินภาษีประชาชนในนามกรมสอบสวนคดีพิเศษกลับเปลี่ยนทิศทาง ไป ๓๖๐ องศา มันเกิดอะไรขึ้น นี่ต่างหากครับ ที่เป็นข้อสงสัยของผมที่ตั้งประเด็น ต่อการทํางานความโปร่งใสในข้อวินิจฉัย ว่ามันมีความโปร่งใสหรือไม่ หรือเป็นการเข้าด้วย ช่วยเหลือคนที่มีอํานาจ และเป็นการเข้าด้วยช่วยเหลือที่มีความหมิ่นเหม่ต่อเรื่องของ หลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม ประเด็นนี้ครับ ที่ในการทํางานกรรมาธิการผมได้ตรวจดูคําซักถาม ของกรรมาธิการโดยละเอียดทุกตัวอักษรจากที่มีกรรมาธิการท่านหนึ่งเปิดเผยไว้ ไม่มี ประเด็นเหล่านี้ในการทํางาน ในฐานะที่ไปรักษาเงินงบประมาณที่มาจากภาษีประชาชน ผมถึงบอกต้องปรับลด ๒ เรื่องนี้กระทบความรู้สึกมากนะครับ ประเด็นที่ผมจะยกถัดไปนั้น จะเป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของการทํางานในกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยเฉพาะ เช่นเดียวกัน เป็นประเด็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับกรณีมีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมของ นปช. เป็นคดีพิเศษ ที่ ๘/๒๕๕๔ ผู้ต้องหาชื่อ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประเด็นก็คือว่า เมื่อมีการ ดําเนินการสืบเนื่องจากกรณีผู้เสียชีวิตจากการชุมนุมแล้ว เมื่อพนักงานสอบสวนของ กองบัญชาตํารวจนครบาลทําสํานวนชันสูตรศพเสร็จ ก็จะส่งไปให้ดีเอสไอ หรือกรมสอบสวน คดีพิเศษเพื่อรวมไว้ในสํานวนคดีอาญา ต่อมาจากการสอบสวน ถ้าดีเอสไอเห็นว่ามีผู้ตาย บางรายที่น่าเชื่อว่าตายจากอาวุธปืนเจ้าหน้าที่ ก็ได้ส่งสํานวนชันสูตรของผู้ตายรายนั้น ๆ คืนไปยังกองบัญชาการตํารวจนครบาลเพื่อทําสํานวนชันสูตรให้ถูกต้องตามกฎหมายต่อไป แต่ปรากฏว่ามีเหตุเอกสารรั่วไหลครับ แล้วปรากฏข้อเท็จจริงตามข่าวว่าเอกสารดังกล่าว ได้รั่วไหลไปถึงนายจตุพร ในวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๓ นายจตุพร นําเอกสารดังกล่าวไปยื่นให้ผู้บัญชาการทหารบก โดยมีผู้แทนกองทัพบกรับเอาไว้ ปรากฏว่าเหตุมีการซักถามดีเอสไอกลับมาว่าปล่อยให้เอกสารซึ่งต้องเป็นเอกสารลับ ของทางราชการไปอยู่กับนายจตุพรได้อย่างไร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษจึงสั่งการให้ เจ้าหน้าที่คนหนึ่งชื่อ พันตํารวจโท ถวัลย์ รับคดีทําการสอบสวนเอาผิดต่อคนซึ่งได้เอกสารไป พันตํารวจโท ถวัลย์ ก็รับคําร้องทุกข์เป็นคดีพิเศษ ที่ ๘/๒๕๕๔ โดยมีอธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษเป็นผู้กล่าวหาด้วยตนเอง แล้วมีนายจตุพรตกเป็นผู้ต้องหา ต่อมา พันตํารวจโท ถวัลย์ นี่ละครับ ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษนี้รวบรวมหลักฐาน แล้วไปขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับนายจตุพร ข้อหาว่ากันไป แต่ต่อมาครับ พอเปลี่ยน รัฐบาลมาเป็นพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลกลับมีคําสั่งไม่ให้ฟ้องในคดีนี้ อธิบดีกรมสอบสวน คดีพิเศษสั่งให้ พันตํารวจโท ถวัลย์ คนเดิมที่ตัวเองสั่งให้ไปดําเนินคดี แล้วกลายเป็นคดีพิเศษ เพราะเอกสารลับทางราชการรั่วไหลไป แล้วเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่อง เป็นคดีพิเศษนั้น ทําสรุป สํานวน ทําความเห็น สั่งไม่ฟ้องให้กับอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วส่งต่อไปยังอัยการ เมื่อเดือนเมษายน ปี ๒๕๕๕ โดยไม่มีการจับกุมหรือเรียกมาแจ้งข้อหาแต่ประการใดเลย นี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ประสิทธิภาพการทํางานตามกฎหมาย ความรับผิดชอบต่อกฎหมาย และความศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองในกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นประเด็นที่ค้างคาใจประชาชน ที่จ่ายภาษีแน่นอนครับ เพียงแค่เปลี่ยนรัฐบาลเรื่องที่มีขั้นถึงออก ขอศาลอาญาออกหมายจับ แล้วไม่มีการดําเนินการแม้แต่กระทั่งเป็นการดําเนินการเรียกมาพบพนักงานสอบสวน หรือแจ้งข้อหา ไม่มีการดําเนินการเลยมันเกิดอะไรขึ้น ประชาชนมีสิทธิครับ ที่จะตั้งข้อสงสัย ต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษและกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะรับเงินภาษีจากประชาชน ต้องทําความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายให้เกิดขึ้นกับบ้านเมือง คดีที่มีผลกระทบยิ่งใหญ่ขนาดนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษใช้อํานาจอะไรที่ไม่ดําเนินการใด ๆ ในเรื่องเหล่านี้ครับ
มีประเด็นถัดมาอีกท่านประธานครับ จะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคน ซึ่งอยู่นอกสภาผู้แทนราษฎรนี้เช่นเดียวกัน แต่เป็นประเด็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง เป็นกรณี ที่เกี่ยวข้องกับนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของ นายอริสมันต์ที่ไปปราศรัยที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบก เมื่อเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๓ และที่จังหวัดขอนแก่น ถ้าท่านประธานจําได้ เรื่องนี้มีการเผยแพร่กันไปทั่ว คนรู้ไปหมดครับ นั่นก็คือเรื่องของแก้ว ๓ ประการ และเกี่ยวเนื่องกับเรื่องของคําว่า น้ํามัน เติมน้ํามันขวดละลิตร ล้านขวด ล้านลิตร แล้วกรุงเทพ ฯ จะเป็นทะเลเพลิง เรื่องนี้เป็นความผิดแน่นอนครับ ตามมาตรา ๑๑๖ ของประมวลกฎหมายอาญา เพราะเป็นเรื่องกระทําให้ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจาหนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทําตามความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เหตุการณ์นี้นะครับ มีคนไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อกองปราบ กองปราบก็รับเรื่องเห็นว่า เป็นความผิดจริงก็ไปออกหมายจับกับศาลอาญาทั้ง ๒ คดีมีหมายจับตามศาลอาญา ที่ ๖๑๒/๒๕๕๓ และ ที่ ๖๑๓/๒๕๕๓ ต่อมาก็เกิดเรื่องครึกโครมเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๕๓ ครับ พอสืบรู้ตัวว่าอริสมันต์หลบหนีไปอยู่ที่เอสซี พาร์ค (SC Park) ตํารวจยกกันไป แต่ต่อมา ก็มีกลุ่มเสื้อแดงยกกําลังไปขัดขวาง คดีนี้เป็นประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพราะต่อมากรรมการคดีพิเศษได้รับให้เป็นคดีพิเศษ กองปราบก็ส่งเรื่องสํานวนไปให้ดีเอสไอ ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ ที่ ๒๔๒/๒๕๕๓ และ ๒๔๓/๒๕๕๓ เป็นช่วงรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์เหตุการณ์เหมือนกันเลย ต่อมาเมื่อเปลี่ยนเป็นรัฐบาลพรรคเพื่อไทย นายอริสมันต์ซึ่งหลบหนีไปอยู่เขมรกลับมาเมืองไทยเข้ามอบตัวตามหมายจับ ๒ คดีนี้ เมื่อเดือนธันวาคมปี ๒๕๕๔ประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือต่อมามีการสรุปสํานวนสั่งไม่ฟ้องให้อธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษลงนามส่งไปให้อัยการ เมื่อเดือนพฤษภาคม ๒๕๕๕ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ออกหมายจับแล้วติดตามจับกุมกันมานาน จนนายอริสมันต์ต้องหนีไปอยู่เขมร แต่จู่ ๆ ก็กลับมาเป็นการสั่งไม่ฟ้อง ประชาชนที่เขาจ่ายเงินภาษีให้กรมสอบสวนคดีพิเศษมีสิทธิสงสัย ไหมครับว่าวินิจฉัยของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษวินิจฉัย โดยโปร่งใส ยึดหลักกฎหมายหรือไม่
ท่านสาทิตย์สักครู่มีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ขอประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ตอนนี้เป็นการประชุมในวาระที่จะต้องสอบถามต่อ คณะกรรมาธิการ สิ่งที่ท่านผู้อภิปรายกําลังอภิปรายอยู่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับคดีความ เป็นเรื่อง การใช้คําวินิจฉัยของตุลาการ ซึ่งกรรมาธิการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๕ นี้นะครับ กรรมาธิการไม่สิทธิถามหน่วยงานที่มาชี้แจงหรือผู้ใดเลยในเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้ ดุลยพินิจในการวินิจฉัยคดีความ กรรมาธิการไม่สามารถตอบได้นะครับ เป็นสิ่งที่กรรมาธิการ ถามไม่ได้ ท่านถามกรรมาธิการไปนี่เป็นคําถามที่ไม่สามารถมีคําตอบ
พอแล้วครับ ก็ถามไปกรรมาธิการก็ตอบไม่ได้อยู่ดีเรื่องนี้ ท่านสาทิตย์ก็ทราบ สรุปได้ก็ดีครับ ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว ช่วยกันหน่อย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่าง ๒-๓ ประเด็นนี้เรื่องกลับคําวินิจฉัย แล้วเป็นคดีที่กระทบกระเทือนต่อขวัญกําลังใจประชาชน เป็นเรื่องเงินงบประมาณ เป็นเรื่องข้าราชการซึ่งต้องทําตามกฎหมาย แล้วใช้เงินภาษี ประชาชนไปนี้เขามีสิทธิสงสัยในวินิจฉัยว่าเป็นไปโดยสุจริต และเข้าไปช่วยเหลือ คนมีอํานาจหรือไม่
ประเด็นถัดมา ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นประเด็นที่จะเกี่ยวเนื่อง กับกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยเฉพาะ และไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับตุลาการอย่างที่เพื่อนสมาชิก กล่าวอ้างว่าถามไม่ได้เลย ทั้ง ๔ ประเด็นที่ผมจะยก และที่ยกมาแล้ว ๓ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง ตุลาการเลยครับ เป็นเรื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยเฉพาะ
ประเด็นสุดท้าย ที่เป็นตัวอย่างที่ยกนั้นจะเป็นประเด็นที่สงสัยอย่างยิ่ง ในประสิทธิภาพ และสงสัยต่อไปด้วยว่าถ้าการปฏิบัติของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมสอบสวนคดีพิเศษมีการดําเนินการอย่างที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้จริง ถือเป็นการละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และยังเป็นประเด็นที่ค้างคาอยู่จนถึงปัจจุบัน งบประมาณมาจาก ภาษีประชาชน ขอให้ไปดําเนินการจับกุมดําเนินคดีสอบสวนผู้กระทําความผิดตามอํานาจ หน้าที่ที่กรรมการสอบสวนคดีพิเศษมอบหมาย ประเด็นเป็นอย่างนี้ท่านประธานครับ ในเหตุการณ์ของการชุมนุมเมื่อปี ๒๕๕๓ นั้น มีมติของคณะกรรมการคดีพิเศษ ในวันที่ ๑๐ เมษายน ปี ๒๕๕๓ ภายหลังจากเกิดเหตุที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ที่มีการใช้กําลังอาวุธสงคราม ดําเนินการกับกําลังของเจ้าหน้าที่ ทําให้เกิดบาดเจ็บล้มตายทั้งฝ่ายประชาชน และฝ่ายเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะฝ่ายทหารนั้น ให้มีการรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีพิเศษ และต่อมาคดีเหล่านี้ถูกยกขึ้นเป็นคดีก่อการร้ายตามมติของกรรมการคดีพิเศษในระยะเวลา ต่อมา มีประเด็นหนึ่งในกรรมการคดีพิเศษที่ทําไว้เป็นแนวปฏิบัติว่า ไม่ว่าคดีใดก็ตาม ที่เกิดขึ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งปฏิบัติตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินและประกาศที่ออก ตามกันมาหรือรวมถึงเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ตาม ให้นับรวมเป็นคดีพิเศษและให้กรมสอบสวน คดีพิเศษรับไปดําเนินการต่อ ดังนั้นไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตั้งด่านจับกุม จะเจออาวุธที่ตรวจยึดมาได้ เพราะอาวุธนั้นเป็นอาวุธสงครามของเจ้าหน้าที่ก็ดี เสื้อเกราะของตํารวจ ทหาร หรือหมวก ปราบจลาจล ซึ่งควรเป็นของเจ้าหน้าที่แต่ตกอยู่ในมือของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งไม่มี อํานาจหน้าที่ เขาจับหมด แล้วดําเนินคดีตามกฎหมาย มีประเด็นที่ตํารวจไปจับอยู่ ๒ กรณี ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นการจับกุมตามหมายจับ แล้วปรากฏว่าในการจับกุมที่จังหวัดขอนแก่นนั้นยอมรับว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมจริง และพบเสื้อเกราะทหารอยู่ในความครอบครอง ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ มีความผิดตามกฎหมาย ถูกรวมเข้ามาอยู่ในคดีพิเศษ มีการดําเนินการสืบสวนสอบสวนด้วย แต่มีอยู่กรณีหนึ่ง ท่านประธานครับ คดีนี้เหตุเกิด วันที่ ๒๒ เมษายน ปี ๒๕๕๓ เวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา สถานที่เกิดเหตุอยู่สะพานข้ามแยกตลาดปีนัง ถนนพระราม ๓ คลองเตย กรุงเทพฯ ขณะเจ้าหน้าที่ทหารตั้งด่านตรวจปฏิบัติตามอํานาจของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็พบกลุ่มคน ขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค (Honda civic) หมายเลขทะเบียน ฌฟ ๗๓๔๘ กทม โฉบไปมา ร้อยตรี คชธร เป็นทหารสังกัดกองพันทหารสารวัตร ๒๑ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่เข้าไป ทําการตรวจค้น พบเสื้อเกราะ ระบุว่าสังกัดทุ่งสง เข้าใจว่าเป็นค่ายที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อําเภอทุ่งสง และหมวกนิรภัยปราบจลาจล มีข้อความระบุว่า ทภ. ๑ คือกองทัพภาคที่ ๑ จึงทําการจับกุมตัวพร้อมยึดของกลางดังกล่าวส่ง ศอฉ. และ ศอฉ. ส่งไปดําเนินคดี ที่กองปราบ พนักงานกองปราบก็รับตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไว้และรับคําร้องทุกข์ไว้ ตามคดี ๑๐๖๕/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ปี ๒๕๕๓ แต่เมื่อได้แจ้งข้อหาแล้ว กองปราบก็ปล่อยตัวไปในระหว่างดําเนินคดี เพราะมีกลุ่มเสื้อแดงไปกดดันเจ้าหน้าที่ ให้มีการปล่อยตัว ซึ่งปรากฏตามข่าวที่ลงในกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ต่อมาสํานวนนี้ ถูกส่งไปให้ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ ที่ ๓๕๗/๒๕๕๓ คําถามที่ค้างคาใจก็คือว่า บัดนี้เวลาเลยมา ๓ ปีแล้วคดีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ดําเนินการอะไร ข้อสงสัยก็คือว่า ผู้ต้องหาในคดีนี้ตามใบขับขี่ซึ่งมีการจับกุมในวันนั้น ชื่อ สิบตํารวจเอก ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ผมเข้าใจว่าปัจจุบันคือ จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ประเด็นมีการจับกุมตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ คดีถูกส่งจากตํารวจไปยังดีเอชไอแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้ดําเนินการใด ๆ ในเรื่องนี้ แล้วปล่อยให้เรื่องค้างคาจนถึงปัจจุบัน มีเจตนาอะไร ประชาชนมีสิทธิสงสัยไหมครับในฐานะ เขาจ่ายภาษี ว่านี่คือการหมกคดี ซุกคดี ช่วยพวกที่เป็นพวกเดียวกับรัฐบาลซึ่งมีอํานาจ ยิ่งใหญ่คับฟ้าอยู่ในประเทศนี้ปัจจุบัน นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามโพสต์ (Post) เฟสบุ๊ก (Facebook) และยอมรับว่าแชร์มาผิด บอกเป็นคดีพิเศษ นี่คือคนซึ่งเกี่ยวเนื่องกับ รัฐบาลโดยตรง เป็นแกนนําของกลุ่มคนเสื้อแดง มีการจับกุม มีหมายจับกุมเรียบร้อย รับเป็นคดีพิเศษแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษใช้มาตรฐานวินิจฉัยอะไร ยิ่งใหญ่ขนาดไหน มาตัดสินว่าไม่ดําเนินการเรื่องนี้ต่อ นี่คือ ๔ ประเด็นที่ผมเห็นว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษนี่ ปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ยังน้อยไป ผมเปรียบเทียบประเด็นเหล่านี้ท่านประธานครับ ว่าถ้าเรื่องเกิดขึ้นกับคนอื่นซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลแล้วละก็กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่เคยรีรอที่จะไปดําเนินการ ทั้งที่บางเรื่องเป็นเรื่องซึ่งไม่อยู่ในกฎหมายท้ายพระราชบัญญัติ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ต้องอ้างเรื่องกรรมการคดีพิเศษ เพราะกรรมการคดีพิเศษ ที่ตั้งไปนั้นล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวเนื่องโยงใยกับบุคคลในรัฐบาลและแกนนําของกลุ่มเสื้อแดง ที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐบาลตามข้อกล่าวหาที่ปรากฏกันโดยทั่วไป หมายความว่าดีเอสไอ กําลังถูกประชาชนกล่าวหาว่าเป็นหน่วยงานของรัฐที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกําจัดนักการเมือง ฝ่ายตรงข้ามในปัจจุบัน ในฐานะชาวบ้านจ่ายภาษี มีสิทธิที่จะคิดอย่างนี้ไหมครับ มี เพราะข้อเท็จจริงนั้นปรากฏ คดีเรื่องบริจาคน้ําท่วมปลายปี ๒๕๕๓ ชาวบ้านเห็นคนทุกข์ยาก เดือดร้อนเพราะน้ําท่วม อยากบริจาคเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เขาตั้งศูนย์บริจาคให้ และรู้ว่าต้องรวบรวมส่งให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้นไปดําเนินการ เงินถูกแจกจ่ายไปถึงประชาชนผู้ทุกข์ยากหมดแล้ว วันดีคืนดีเปลี่ยนรัฐบาลมีคนร้องเรียน กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ ทั้ง ๆ ที่ในการร้องนั้นชัดเจนว่าเป็นคดีตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติพรรคการเมือง ซึ่งผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติก็คือ กกต. และไม่อยู่ในบัญชีท้ายบัญชีของพระราชบัญญัติกรมสอบสวนคดีพิเศษ นั่นก็เลวร้ายแล้วครับ ท่านประธาน แต่ที่เลวร้ายกว่าคือวิธีปฏิบัติ เรียกคนบริจาค ๑๐๐ บาทก็เรียกเขา ๔๐๐ บาท ก็เรียกเขา คุณยายอายุ ๘๐ ปี บริจาคเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นเศรษฐีเงินล้าน ถูกเรียกมา จนกระทั่งพรรคต้องเอารถไปรับที่บ้านไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถูกเจ้าหน้าที่สอบ และแถมเจ้าหน้าที่ยังถามอีกว่าเอาเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทมาจากไหน บางคนบริจาค ๕๐๐ บาท ต้องมาจากจังหวัดสงขลาครับ ใช้จ่ายด้วยเงินด้วยเอง เพียงเพราะว่าคนเหล่านี้บริจาคเงิน ช่วยผู้เดือดร้อนน้ําท่วม ผิดก็เพียงแต่บริจาคผ่านพรรค ซึ่งไม่ใช่พรรครัฐบาล แล้วเป็นพรรค ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งหน้าตั้งตาจะเอาผิดให้ได้เท่านั้น อย่างนี้คนที่เขามีสิทธิที่จะ วิพากษ์วิจารณ์เพราะเขาจ่ายภาษีมีสิทธิตั้งข้อสงสัยไหมครับว่า นี่คือการเลือกปฏิบัติที่ชัดเจน และเป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ตั้งใจว่าต่อไปถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะช่วยคนน้ําท่วมอีก ใครจะมากล้าบริจาคอย่างนั้นหรือครับ เปรียบเทียบสิครับ กับประเด็นที่ผมยกขึ้นมาให้เห็นว่า ถ้าเป็นนักการเมืองซีกรัฐบาล เป็นแกนนําเกี่ยวพันกับผู้มีอํานาจ ใหญ่โตในบ้านในเมือง กลับคําวินิจฉัยตัวเองที่เคยพูดเอาไว้ยังทํา
ท่านจุลพันธ์ประท้วงอะไรครับ ผมว่าท่านสาทิตย์จะจบแล้วนี้ จะสรุปแล้ว เชิญ ๆ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพี่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ การควบคุมการประชุม ผมได้ประท้วงมาตั้งแต่ ท่านผู้อภิปรายท่านก่อน นะครับ ท่านประธานยังไม่ได้นั่ง ว่าการอภิปรายลักษณะนี้ เป็นการสุ่มเสี่ยงกับการขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๖๖ ซึ่งเป็นการใช้ตําแหน่งหน้าที่ของ ตัวเองในฐานะ ส.ส. รวมถึงการอภิปรายในการถ่ายทอดสดไปกล่าวในลักษณะที่มีการให้ร้าย ข่มขู่กับเรื่องที่เป็นภารกิจหน้าที่ของหน่วยราชการ ซึ่งเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับพรรคท่านเอง อันนี้ผมเป็นห่วงนะครับ
ไม่ต้องเป็นห่วงเขาหรอก ให้เขาถูกฟ้องไปเอง ท่านสาทิตย์สรุปได้แล้วครับ พอแล้ว ท่านใช้เวลามา ๓๐ กว่านาที ไม่ต้องห่วงเขาหรอก สรุปได้แล้วครับ เดี๋ยวจะมีประท้วงอีก อยากให้ท่านอื่นได้พูดบ้าง เชิญครับ
เวลา ๓๐ นาทีนี้หักประท้วงหรือยังครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นสุดท้ายที่ผมจะชี้ให้กับท่านประธานเห็นว่าที่ผมพูดมานั้น เป็นการตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและตัวบทกฎหมาย ทุกประการ ไม่ต้องขู่นะครับ เพราะผมก็ถือว่าทํางานตามที่ประชาชนมอบหมาย ภายใต้ กฎหมายรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน
ประเด็นสุดท้าย เกี่ยวข้องกับเรื่องของการทํางานกรมสอบสวนคดีพิเศษ และอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่ผมกล่าวหาว่าหมิ่นเหม่ต่อการกระทําผิดกฎหมาย คราวนี้เรื่องใหญ่มากครับ เจ้าพนักงานปฏิบัติตามกฎหมาย กฎหมายให้อํานาจหน้าที่ แล้วปฏิบัติหน้าที่หมิ่นเหม่ต่อการกระทําผิดกฎหมายเสียเอง แล้วยังเป็นกระบวนการ ยุติธรรมต้นทาง อย่างที่อธิบดีไปให้ปากคําไว้กับคณะกรรมาธิการด้วย ประเด็นนี้เกี่ยวข้อง กับกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างชัดเจน และหมิ่นเหม่ก็เพราะว่า ในกฎหมายพระราชบัญญัติ การสอบสวนคดีพิเศษ (ฉบับที่ ๒) ปี ๒๕๕๑ ในมาตรา ๗ บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๑/๑ ซึ่งเป็น การแก้ไขเพิ่มเติมนี้บอกว่า ในกรณีผู้กระทําความผิดอันเป็นคดีพิเศษตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมิได้เป็นบุคคลตามมาตรา ๖๖ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ และอยู่ใน อํานาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. ให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติภายในสามสิบวัน นี่เป็นวรรคหนึ่ง ผมสรุปประเด็นนี้ ง่าย ๆ ครับว่าถ้าคนที่ทําความผิดตามคดีพิเศษที่มีการรับเป็นคดีพิเศษแล้ว เป็นบุคคล ซึ่งถูกระบุเอาไว้ โดยกฎหมายป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เช่น เป็นนักการเมืองผู้ดํารงตําแหน่งนั้น กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่มีอํานาจในการที่จะไปสอบสวนเขา ต้องส่งเรื่องไปยัง ป.ป.ช. ภายใน ๓๐ วัน ถามว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษทราบไหมครับ เป็นนักกฎหมายเกือบจะทั้งกรม โดยเฉพาะ ตัวอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษก็เป็นนักกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน ในยามเป็นกรรมการ ศอฉ. ที่พวกเราทํางานอยู่ เป็นรัฐบาลขณะนั้นพูดจาจ้อย ๆ อยู่ใน ศอฉ. หลายครั้ง มีการพูดจากันชัดว่าเป็นคนเสนอว่ามีการทําผิดกฎหมายอย่างนั้นอย่างนี้โดยกลุ่มผู้ชุมนุม เสื้อแดง แกนนําผิดอย่างนั้นอย่างนี้ มาวันนี้กลับทิศเปลี่ยนทาง ประเด็นที่ผมกล่าวหาว่า หมิ่นเหม่ต่อการทําผิดกฎหมายตัวนี้ก็คือว่า โดยที่รู้อยู่ว่าตัวเองไม่มีอํานาจที่จะไปสอบสวนเขา ต้องส่ง ป.ป.ช. ถามว่าก่อนหน้านี้ได้แสดงไหมว่าตัวเองรู้ว่าบทบัญญัติกฎหมายนี้ ตัวเองสอบผู้มีตําแหน่งตามที่กฎหมาย ป.ป.ช. ระบุไว้ไม่ได้ รู้ครับ มีถึง ๗ คดีก่อนหน้านี้ ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งไปยัง ป.ป.ช. ๑. คือคดีที่นางนงลักษณ์ ฉายแม้น กับพวก รวม ๑๓ คน ซึ่งเป็นญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์วันที่ ๑๐ เมษายน ปี ๒๕๕๓ ยื่นเรื่องร้องทุกข์ กรณีนี้ดีเอสไอรับเรื่องส่ง ป.ป.ช. กรณี พลตํารวจตรี ธวัช บุญเฟื่อง ร้องทุกข์กล่าวโทษ ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการกองปราบให้ดําเนินคดีกับนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ กรณีสลายการชุมนุม กรณีนี้ดีเอสไอรับเรื่องส่ง ป.ป.ช. กรณีที่ ๓ นายอดิศักดิ์ ศรีสม ทนายความผู้รับมอบอํานาจจากนายวีระ มุสิกพงศ์ แจ้งความกล่าวโทษพนักงานสอบสวน กองปราบดําเนินคดีกับท่านอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ กรณีนี้ก็ส่งไปยัง ป.ป.ช. หรือกรณีอื่นอีก ๒ กรณี อย่างกรณีนางติยะรัตน์ กับพวก กรณีนายพิชา วิจิตรศิลป์ ทั้ง ๕ เรื่องนี้มีพนักงานของดีเอสไอรับเรื่องไว้ในฐานะเลขานุการ คดีพิเศษ ที่ ๑๘/๒๕๕๓ และส่งมอบดําเนินการ ในที่สุดส่งไปยัง ป.ป.ช. กรณีหลังเกิดขึ้นอีก ๒ กรณี เมื่อ ๑๕ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ อีก ๑ คดี ๑๕ พฤศจิกายน ปี ๒๕๕๓ ในวันเดียวกันอีก ๑ คดี รวมเป็น ๗ คดี
ท่านสาทิตย์มีผู้ประท้วง ท่านวรชัยครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการครับ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๑๒๙ ครับ นอกประเด็นครับ ไม่ได้อยู่ในวาระสองครับท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ด้วย ท่านไม่ควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย ท่านประธานครับ ขอให้พิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ผมพยายามควบคุมเต็มที่ครับ เราก็อยากให้จบเร็ว ๆ แต่ถึงว่าต้องอดทนฟังกันนิดหนึ่ง ตอนนี้ท่านสาทิตย์ใช้เวลาไป ๓๖ นาที ท่านก็กรุณานะครับ ให้ความร่วมมือหน่อยครับ
ครับ ผมยังอยู่ในประเด็นงบประมาณ นะครับ
ก็บอกประเด็นสุดท้ายแล้วใช่ไหมครับ
อันนี้ตามพันธกิจ วิสัยทัศน์ของ กรมสอบสวนคดีพิเศษทุกประการครับ และเป็นการอภิปรายอํานาจหน้าที่กรมสอบสวน คดีพิเศษตามอํานาจของพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ ทั้ง ๒ ฉบับ ผมยกกฎหมาย มาอ้างด้วย และกรมสอบสวนคดีพิเศษรับเงินงบประมาณจากชาวบ้านไป ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท นะครับ ปี ๒๕๕๗ นี้ ผมย้อนกลับไปถามถึงประสิทธิภาพการทํางาน การตัดสินใจ และความน่าเชื่อถือในการทํางานของกรมสอบสวนคดีพิเศษในปีงบประมาณที่ผ่านมา รวมทั้งอ้างด้วยว่าในคําชี้แจงของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษเองก็ยอมรับว่าตนเอง เป็นกระบวนการยุติธรรมต้นทาง แล้วยังยอมรับด้วยว่ามีคดีค้างคาต้องของบไปสะสางคดี เพิ่มเติมอยู่ในงบประมาณทั้งสิ้น แต่ที่ผมยกให้เห็นครับว่าหมิ่นเหม่ เพราะกฎหมาย มาตรา ๗ ของกฎหมายสอบสวนคดีพิเศษบอกว่า ถ้าเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง พูดง่าย ๆ ตามกฎหมาย ป.ป.ช. ต้องส่งไปยัง ป.ป.ช. กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่มีอํานาจครับ ตนเองก็เคยส่งมาแล้ว ๗ คดี แปลว่า รู้ชัดเจน ต่อมาเปลี่ยนรัฐบาลอีกครับ พอเปลี่ยนเป็น รัฐบาลพรรคเพื่อไทย วันหนึ่งวันที่ ๑๗ กันยายน ปี ๒๕๕๕ พอศาลอาญามีคําสั่ง ในคดีของ นายพัน คํากอง และเด็กชายคุณากร อย่างที่พูดถึงนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษกลับแจ้ง ข้อกล่าวหาต่อนายอภิสิทธิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และมีการแจ้งข้อกล่าวหาว่า รวมทั้ง อดีตรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ ว่าร่วมกันก่อให้ผู้อื่นพยายามฆ่าคนตาย โดยเจตนาเล็งเห็นผล ประเด็นที่จะเกิดประเด็นคําถามต่อการทํางานกรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็คือว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประทานโทษเอ่ยนาม และท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ ในขณะนั้น เป็นบุคคลซึ่งอยู่ในกฎหมาย ป.ป.ช. หรือไม่ เป็นครับ เพราะเป็นผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง และถ้าไปแจ้งข้อหาว่าร่วมกันก่อให้ผู้อื่นฆ่าคนตายโดยเจตนา แปลว่าไปสั่งกําลังทหาร ตํารวจออกมาทั้งหลายนี้ ถ้าไม่เป็นนายกรัฐมนตรี ไม่เป็นรองนายกรัฐมนตรี หรือไม่มี อํานาจหน้าที่ใด ๆ ตามกฎหมายจะสามารถดําเนินการเช่นที่ว่าได้หรือไม่ ไม่ได้ครับ จึงเป็นที่มาของที่เพื่อนสมาชิกอภิปรายไปก่อนหน้าผม ประทานโทษเอ่ยนาม ท่านวิรัตน์ พอไปรับทราบข้อกล่าวหา มีการถามว่าที่แจ้งความดําเนินคดีข้อกล่าวหานี้แจ้งความในฐานะ เขาเป็นนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี ตําแหน่งหน้าที่หรือแจ้งความในฐานะอะไร
ท่านขจิตร ชัยนิคม เชิญครับ ประท้วง
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ พูดจาฟุ่มเฟือย อภิปรายซ้ํากับคนอีกหลายคน กระทําผิดตามข้อ ๖๔ มีคนประท้วง แล้วหลายครั้ง ประธานตักเตือนแล้วไม่เชื่อ การไม่เชื่อประธาน คําวินิจฉัยของประธาน ถือว่าผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๔ และการอภิปรายขณะนี้เป็นการอภิปรายทั่วไป ผู้อภิปราย อยู่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอตัด ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๑๕๕ ล้านบาทโดยประมาณ หลักวิธีการอภิปรายจะต้องบอกว่า ๑๕๕ ล้านบาทที่ตัดนี่ตัดออก จะเอาไปทําอะไร ไม่เชื่อ เรื่องอะไร แผนอะไร มันไม่ใช่หรอกครับ ท่านต้องยอมรับ เป็นเรื่องงบประมาณ แต่มันอยู่ใน วาระที่หนึ่ง
เอาละ ผมวินิจฉัยครับ ท่านขจิตรพอแล้วครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัย พอแล้วครับ ใช้เวลากัน มากเกินไปแล้ว ท่านสาทิตย์ก็ขอความร่วมมือท่านนะครับ เป็นผู้ใหญ่แล้วครับ ผมก็ ด้วยความเคารพท่าน เห็นท่านบอกจะจบแล้ว ท่านสาทิตย์ก็ไม่ต้องประท้วงแล้ว ท่านสาทิตย์ต่อ
ท่านประธานครับ ผมไม่มีอะไร นอกข้อบังคับเลยนะครับ ไม่มีเลยครับ ทุกอย่างอยู่ในประเด็นงบประมาณทั้งหมด แล้วผม ปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์นี่ ๒๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ คํานวณเลขให้ถูกเสียด้วย แต่ผมบอก กับท่านประธานในตอนสุดท้ายที่เป็นประเด็นที่ยกขึ้นมาว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษกับอธิบดี กรมสอบสวนคดีพิเศษนั้นมีสิทธิที่จะถูกประชาชนผู้จ่ายภาษีด้วยความเหนื่อยยาก ตั้งข้อสังเกตว่าท่านทําหน้าที่ไม่โปร่งใส ใช้วินิจฉัยไม่โปร่งใส และกระทบกระเทือนต่อผู้สุจริต ที่จ่ายเงินภาษี ที่หวังจะเห็นกรมสอบสวนคดีพิเศษและอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ ตามกฎหมายพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ ตามวิสัยทัศน์ พันธกิจที่ยื่นเอาไว้ในเอกสารของงบประมาณทุกประการ เป็นหน้าที่ผมครับ และเรื่องที่ผมกล่าวหาหลังสุดมันร้ายแรง เพราะหมิ่นเหม่ต่อการทําผิดกฎหมาย เพราะในเมื่อตนเองก็รู้ ๗ คดีก่อนหน้าว่าถ้าคนถูกกล่าวหามีตําแหน่งหน้าที่ทางราชการ ทางการเมือง กฎหมายของตัวเองก็บอกให้ส่งไป ป.ป.ช. ตัวเองส่งไป ๗ คดี แต่พอเปลี่ยน รัฐบาล มีกระแสกดดันทางกรมสอบสวนคดีพิเศษเท่านั้น ๑๗ กันยายน ปี ๒๕๕๕ กลับมา แจ้งข้อกล่าวหา ประเด็นก็คือ ในวันไปรับทราบข้อกล่าวหามีการซักถามว่าที่แจ้งความเขานั้น ในฐานะนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีหรือไม่ พนักงานเจ้าหน้าที่อึกอักครับ ใช้คํา อึกอัก มีพยานอยู่เยอะในห้องนั้นที่ไปรับทราบข้อกล่าวหา คําถามคืออึกอักเพราะอะไรครับ มีการสั่งอะไรมาหรืออย่างไร มีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ มีผู้ยิ่งใหญ่เหนือรัฐบาลสั่งมาไหม ว่าเช็คบิล (Check Bill) คนที่อยู่ก่อนหน้านี้ คําถามของผมคือ มโนธรรม สํานึก ความรับผิดชอบในฐานะข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการตัดสินใจ อยู่ตรงไหนครับ จนสุดท้ายตัวอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษถึงกลับมาตอบว่า แจ้งข้อกล่าวหา ในฐานะส่วนตัว ประเด็นนี้อย่างไรครับที่เป็นประเด็นข้อสงสัย ถ้าแจ้งความในข้อหาส่วนตัว ในฐานะส่วนตัว ไม่ว่าเป็นนายอภิสิทธิ์หรือนายสุเทพก็ตาม ใช้อํานาจไหนไปสั่งการ เจ้าหน้าที่ตํารวจ ทหารได้ ถ้าไม่มีอํานาจตามกฎหมายครับ กทม. ก็จะเจอสภาพเดียวกัน นี่คือคําถามใหญ่ที่เกิดคําถามต่ออธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมสอบสวนคดีพิเศษ เงินภาษีชาวบ้านทั้งนั้นครับ ที่ผมเปรียบเทียบให้เห็นก็คือว่า เป็นพรรคพวกรัฐบาลช่วยกัน จนเดี๋ยวนี้บางกรณีไม่ดําเนินการต่อ บางกรณีเปลี่ยนคําวินิจฉัย หลุดไปเยอะ ทั้งที่คดีนั้นสะเทือนขวัญกําลังใจประชาชน แต่ถ้าเป็นการเมืองฝ่ายตรงข้าม เล่นเต็มที่ครับ ผมก็จะจบลงอย่างนี้ว่าที่เล่นการเมืองฝ่ายตรงข้ามยังไม่จบมีอีกหลายกรณี คดีเงินบริจาคน้ําท่วมมีคนพูดไปแล้วผมสรุปให้ฟังบางเรื่อง คดีเงินบริจาคพรรคก็เช่นเดียวกัน ยังไม่จบจนเดี๋ยวนี้ คดีอื่นที่ประชาชนหวังละครับ ทุจริตจํานําข้าว ดีเอสไอให้ข่าวโครมคราม ส่งตํารวจดีเอสไอไปตรวจสอบร่วมกับตํารวจ สุดท้ายไม่รับเป็นคดีพิเศษ มันอะไรครับ ลูกอดีตนายกรัฐมนตรีนายพานทองแท้ ชินวัตร ประทานโทษเอ่ยนาม มีคนโพสต์เฟสบุ๊ค อยู่ทั่วไปว่ามีการตัดต่อรูปแล้วเกี่ยวกับพรรคผมด้วย ๒ ครั้ง ตัดต่อรูปในเฟสบุ๊คเช่นเดียวกับ คุณมัลลิกาครับ คุณมัลลิกาโดนคดีพิเศษ ลูกอดีตนายกรัฐมนตรีไม่โดนครับ อะไรครับ ดาราอย่างคุณเจนี่ไปถ่ายรูปคู่กับผู้ต้องหาที่หนีออกไปต่างประเทศ บอกว่าจะเรียกมาสอบ เพราะมีรูปชัดเจน แต่คนซึ่งไปถ่ายรูปกับอดีตนายกรัฐมนตรีที่หนีออกไปต่างประเทศเป็นลูก เป็นครอบครัวทําไมไม่สอบครับ นี่คือ ๒ มาตรฐานตัวจริง ความรู้สึกไม่เป็นธรรมนี้มันถึง อยู่ในใจคนอย่างไรครับ ความรู้สึกที่เขามีความรู้สึกว่าเงินภาษีที่เขาจ่ายไป อยากเห็น ข้าราชการเป็นธรรมมันถึงไม่เกิดอย่างไรครับ มันเป็นความกดดันที่ทําให้สังคมในขณะนี้รู้สึก ไม่ไว้วางใจทั้งรัฐบาล ผู้มีอํานาจและกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผมจึงต้องปรับลดงบประมาณ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษลง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ
ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ท่านให้ไปท่านอื่นแล้วครับ หลายชั่วโมงแล้วมาตรานี้ พอแล้ว ท่านพายัพให้ท่านสุทัศน์พูด ท่านสุทัศน์ขอพูด ผมเอาตามคิวตามที่วิปเสนอมา เดี๋ยวทางนี้หารือก็จะเสียเวลาไปอีกท่าน เอาไว้รอให้ท่านสุทัศน์จบก่อน นั่งลงท่านพอแล้ว ท่านพายัพ เชิญท่านสุทัศน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมและ ส.ส. อภิวัฒน์ เงินหมื่น ปรับลดงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะเดียวกันท่านคง สังเกตว่าพรรคผมได้ให้ความสนใจกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นพิเศษ กระผมเองก็เช่นเดียวกัน เราประสงค์ที่จะให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานกรมอื่น ๆ ในกระทรวงยุติธรรมรับใช้ ประชาชนและประเทศชาติ ไม่ประสงค์จะปรับลดเลยอยากจะเพิ่มงบประมาณให้ด้วยซ้ํา แต่ด้วยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษเหตุผลที่กระผมปรับลดนั้นเนื่องจากว่าไม่ไว้วางใจ และเห็นว่าพฤติกรรมการทํางานของท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คือ ท่านธาริต เพ็งดิษฐ์ มีหลายประการ หลายประเด็น หลายเรื่องซึ่งน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปกป้อง ผู้กระทําความผิดและกลั่นแกล้งฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล ดังเหตุผลที่ท่านสมาชิก ๒-๓ ท่าน อภิปรายมาเมื่อสักครู่นี้ นั่นเป็นเหตุผลประกอบ ในส่วนกระผมนั้นจะขออภิปรายในประเด็น ที่พฤติกรรมการทํางานของท่านนั้นน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคล หรือบุคคล ในลักษณะที่ทําให้ประชาชนเสียหาย โดยเฉพาะข้าราชการครู ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนในภาคอีสาน กระผมจะพูดเรื่องแชร์ล็อตเตอรี่ ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล ท่านประธานครับ กระผม ขออนุญาตท่านประธานยกเหตุผลและข้อเท็จจริงประกอบ ซึ่งจะใช้เวลาไม่มากและเชื่อว่า กระผมจะเป็นคนสุดท้ายที่อภิปรายในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ท่านประธานครับ การจัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ได้มีความคิดริเริ่มตั้งแต่สมัยท่านไสว พัฒโน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กระผมได้มีโอกาสรับผิดชอบในกระทรวงยุติธรรม ขอประทานโทษต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ร่วมกันที่จะจัดตั้งกรมมาในขณะนั้น เพราะมีความเห็นว่าเราน่าจะต้อง มีหน่วยงานสักหน่วยงานซึ่งมาดูแลเรื่องคดีพิเศษด้านเทคโนโลยี ด้านที่มีความซับซ้อน และคดีของผู้มีอิทธิพล จึงได้เชิญแพทย์หญิงพรทิพย์ ท่านกิตติพงษ์ ปลัดกระทรวงปัจจุบัน และท่าน พลตํารวจตรี วิเชียรโชติ มาร่วมกันทํางานจัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ เจตนาตอนนั้น ประสงค์ที่จะให้รับใช้ประชาชนและประเทศชาติ จริงอยู่หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยต้องเป็น กลไกและมือไม้ของรัฐบาล แต่ไม่ใช่เป็นมือไม้ของรัฐบาลแล้วไปกลั่นแกล้งบุคคลอื่น ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาล นี่คือเจตนาตรงกัน แต่ถ้ามาดูพฤติกรรมของท่านอธิบดี คนปัจจุบัน ความจริงรักชอบพอกันครับ การเปลี่ยนไม่เปลี่ยนของท่านผมไม่ได้สนใจหรอก แต่พฤติกรรมที่ทํามาอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายนั้น อยากจะฝากไปถึง ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีสมชาย สมควรยุบไหมครับกรมสอบสวนคดีพิเศษ นั่นคือ เจตนารมณ์ของการตั้งกรมนี้ ท่านประธานครับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับคดีอันเป็น ความผิดอาญาเกี่ยวกับกรณีการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือที่เข้าใจกันว่า แชร์ล็อตเตอรี่ ที่เกิดขึ้นที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษาจังหวัดเลย สหกรณ์ ออมทรัพย์ครูเลย จํากัด สหกรณ์การเกษตรวังสะพุง เป็นคดีพิเศษ ที่ ๘๖/๒๕๕๔ รวมทั้งคดี ที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับคดีพิเศษดังกล่าวอีกหลายคดี คือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ จํากัด สกลนคร ร้อยเอ็ด ยโสธร ปทุมธานี นนทบุรี ราชบุรี สงขลา เชียงราย กาฬสินธุ์ และจังหวัด อีกบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ได้รับความเสียหายในเรื่องนี้ คือข้าราชการครู และข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดสงขลา รวมแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานพูดถึงข้อเท็จจริงสั้น ๆ ข้อเท็จจริง คือมีบริษัท เทวาสิทธิพิฆเนศ บริษัท ศรีโสภา มาร์เก็ตติ้ง จํากัด โดยอดีตสมาชิกวุฒิสภา ท่านหนึ่งเป็นผู้มีอํานาจในการจัดการ และบริษัท จัมโบ้ซัพพลาย แอนด์เซอร์วิส จํากัด ได้ทํา สัญญาซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ดังที่ผมได้เรียนมาเมื่อสักครู่นี้ โดยที่บริษัทดังกล่าวนั้นได้หลอกลวงว่าเป็นผู้มีสิทธิรับสลากกินแบ่งของรัฐบาลไปจําหน่าย และอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเป็นความเท็จ ได้มีการชักชวนกรรมการ สหกรณ์ไปดูงาน สุดท้ายได้มีการทําสัญญากับสหกรณ์ดังที่ผมกล่าวนามมา ซึ่งแต่ละสหกรณ์นั้น ก็จะมีการประชุมกรรมการเพื่อลงมติให้จัดซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากบริษัทที่ผมกล่าวนามมา บางแห่งก็ประชุมแก้ไขข้อบังคับ บางแห่งก็ประชุมเปลี่ยนแปลงลงมติ และบางแห่ง ไม่มีการแก้ไขข้อบังคับ ซึ่งอํานาจการจัดจําหน่ายสลากกินแบ่งของสหกรณ์ไม่มี เสร็จแล้วก็มี การโอนเงินไปให้กับบริษัทดังที่ผมกราบเรียนมานั้น ขออนุญาตรบกวนบอกจํานวนตัวเลข สหกรณ์ออมทรัพย์วังสะพุง ๔๓ ล้านบาท สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลย จํากัด ๗๘๓ ล้านบาท สหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี จํากัด ๓๙๓ ล้านบาท สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยโสธร จํากัด ๔๒๙ ล้านบาท โดยเฉลี่ย ๔๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐๐ กว่าล้านบาท และ ๓๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๗,๕๕๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท เงินเหล่านี้คือเงินของสหกรณ์ทั้งหลายที่ผมเรียนมา เงินเหล่านี้คือเงินของสมาชิกสหกรณ์ที่เป็นข้าราชการครูจํานวนหลายแสนคน โดยเฉพาะ กรมสามัญศึกษาจังหวัดเลย ข้าราชการครูต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อมาร่วมลงทุนกับสหกรณ์ ถูกฟ้องร้องล้มละลาย ถูกติดตามหนี้สิน ไม่เป็นอันทํามาหากิน นี่คือข้อเท็จจริงเบื้องต้น ได้มีการโอนเงินจํานวนดังกล่าวนั้นเข้าบัญชีบริษัทที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้ ในวันที่มีการโอนเงิน เข้าบัญชีก็จะมีการโอนเงินออก ถอนเงินออกจากบัญชี ๔๘ ล้านบาทบ้าง ๕๐ ล้านบาทบ้าง ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่าเงินจํานวนที่ถอนออกมานั้นกลับไปหากรรมการสหกรณ์ที่ลงมติร่วมเป็น คู่สัญญากับบริษัททั้งหลายที่ผมเรียนมา โดยเหตุนี้ครับท่านประธาน ในช่วงดังกล่าวนั้น กรรมการสหกรณ์หลายจังหวัดที่ผมเรียนมานั้น
ท่านสุทัศน์ครับ สักครู่ครับ ท่านวรชัย เรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ครับ ผมประท้วงท่านประธานครับ ใช้ข้อบังคับที่ ๘ สิครับ เพราะว่าผู้อภิปรายทําผิดข้อบังคับที่ ๑๒๙ และข้อ ๖๑ ครับ ท่านพูดนอกประเด็น ทั้งนั้นเลย จริง ๆ ครับท่านประธานครับ
เอาละ ๆ ครับ ผมวินิจฉัย ผมฟังอยู่ คือท่านจะพูดถึงเรื่องที่มีการโกงเงินสหกรณ์ ดีเอสไอ เขาทําหน้าที่ เดี๋ยวคนนั้นจะบอกว่าตัดเพราะอะไร ท่านก็ไม่ได้พาดพิงใครนะครับ ฟังสักครู่ น่าจะจบแล้วใช้เวลาไม่นาน ปกตินาน ๆ ปีท่านจะขึ้นมาครั้งหนึ่งครับ พอแล้ว เชิญท่าน สุทัศน์ครับ
ท่านประธานครับ ไม่ใช่นาน ๆ ที นะครับ ขึ้นบ่อยอยู่แต่ก็ถูกประท้วง ไม่เป็นไรครับ จําเป็นจะต้องเท้าความ เพราะเรื่องนี้ กระทบกับผลประโยชน์ของครูเป็นแสน ๆ คน ซึ่งท่านจะประท้วงผมก็ไม่ได้ว่า ไม่เป็นไร หรอกครับ ท่านประธานครับโดยพฤติกรรมดังกล่าวนั้นจึงทําให้กรรมการสหกรณ์หลายคน หลายจังหวัดมีฐานะเปลี่ยนแปลงไป เป็นที่รู้กันครับ จังหวัดสกลนครเขาเรียกว่า บ้านกรรมการสหกรณ์คือน้ําตาครู เพราะคนได้เงินประมาณคนละ ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท ๔ ล้านบาท ที่เป็นกรรมการสหกรณ์ก็พากันไปซื้อบ้านใหม่ ซื้อรถใหม่ นี่คือพฤติกรรม ที่เกิดขึ้น ที่ผมเรียนว่าเกี่ยวข้องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างไร เพราะว่าทางกรมสอบสวน คดีพิเศษได้ตั้งท่านพันเอก ปิยวัฒก์ กิ่งเกตุ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในเรื่องนี้ ท่านพันเอก ปิยวัฒก์ กิ่งเกตุ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนได้ดําเนินการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและมีการตรวจสอบเส้นทางบัญชีของกรรมการสหกรณ์ทั้งหลาย ของบริษัทดังกล่าวนั้น ท่านประธานครับทําไมจึงเกี่ยวข้องกับท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อท่านปิยวัฒก์ กิ่งเกตุ ได้สรุปสํานวนเสนอท่านให้ดําเนินการฟ้องร้องกรรมการบริษัททั้งหลาย ที่เกี่ยวข้อง ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญาและกรรมการสหกรณ์ทุกสหกรณ์รวมแล้ว จํานวน ๘๗ คน ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ทําไมผมจึงกราบเรียนว่าพฤติกรรมของท่านอธิบดีเป็นที่น่าเคลือบแคลง สงสัย เพราะท่านได้เปลี่ยนตําแหน่งของ ท่านปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ จากตําแหน่งเดิมไปเป็นตําแหน่งอื่น ซึ่งมีความรับผิดชอบต่ํากว่า ท่านปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ได้ฟ้องร้องต่อคณะกรรมการ พิทักษ์คุณธรรม คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมได้ลงมติให้คืนตําแหน่งให้กับ ท่านปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ กรณีโยกย้ายไม่เป็นธรรมในกรมสอบสวนคดีพิเศษก็เช่นเดียวกัน มีข้าราชการอีก ๑๖ คน ถูกย้ายไม่เป็นธรรม จึงได้ร้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม คณะกรรมการ ได้ลงมติเห็นชอบว่าคําสั่งของท่านอธิบดีดังกล่าวนั้นไม่ชอบ ท่านประธาน ตรงนี้ละครับ คือพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ขณะเดียวกันท่านปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ได้อายัดทรัพย์ ของกรรมการสหกรณ์หลายสหกรณ์ ได้อายัดทรัพย์ของท่านอดีตสมาชิกวุฒิสภา แต่บุคคลเหล่านั้นยื่นคําร้องขอให้อธิบดีถอนการอายัด การถอนการอายัดดังกล่าวนั้น ทําให้ข้าราชการครูทั้งหลายไม่สามารถติดตามเอาหนี้สินที่กรรมการสหกรณ์และนิติบุคคล ดังกล่าวนั้นฉ้อโกงไปได้ จึงทําให้ข้าราชการครูทั้งหลายเกิดความเสียหาย ขณะนี้ เมื่อท่านอธิบดีได้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนแล้ว ท่านอธิบดีลงนามเสนอต่อสํานักงานอัยการสูงสุด ให้ฟ้องนิติบุคคลและกรรมการสหกรณ์ ลดจาก ๘๗ คน เหลือ ๑๗ คน ทางสํานักงานอัยการ สูงสุดก็ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการครูให้ทําการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อที่จะ ขอความเป็นธรรม วันนี้ครับก็พากันเดินขบวนไปที่สํานักงานอัยการสูงสุดเพื่อที่จะให้สั่งฟ้อง บุคคลผู้กระทําความผิด กรรมการสหกรณ์ทั้งหลายที่เป็นกรรมการชุดใหม่ก็กําลังดําเนินคดี ทั้งแพ่งและอาญาต่อผู้ที่ทําผิดในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ทําไมกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยท่านอธิบดีจึงไม่ใช้ดุลยพินิจในทางที่เป็นธรรมเป็นคุณต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นข้าราชการครู ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทําไมท่านจึงไปถอนอายัด ในเมื่อทรัพย์สินดังกล่าวนั้นเป็นทรัพย์สิน ที่ได้มาเพราะการกระทําความผิด ทําไมจึงใช้ดุลยพินิจในทางที่เป็นโทษต่อข้าราชการครู ทั้งหลาย ไม่ต้องตกใจครับ ข้าราชการครูและสหกรณ์ทั้งหลายเขาเตรียมจะฟ้องคดีอาญา ท่านอธิบดี และเตรียมจะเรียกค่าเสียหายจากท่านด้วย เพราะการกระทําทั้งหลายนั้น เป็นความผิดชัดเจน ซึ่งเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๑๒ มาตรา ๓๕ ของพระราชบัญญัติกําหนดการกู้เงิน ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกง ประชาชน และร่วมกันยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ มาตรา ๓๕๒ และมาตรา ๘๓ ท่านอธิบดีท่านขยันเรื่องที่เป็นข่าวดัง ๆ สมีคํา ผมรู้ว่าดําเนินการเรื่องนี้ อย่างเร่งรีบ เพราะจะต้องกลบข่าวอื่นซึ่งฉาวขึ้นมา และล่าสุดครับ ท่านยอมตัวออกมาพูดถึงว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประมุข ก็เถียงกันว่า ท่านพูดว่าประมุขของประเทศหรือประมุข ของรัฐบาล ผมไม่ทราบ ไม่ได้ฟัง แต่ที่แน่ ๆ ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญประมุข มีเพียงหนึ่งครับ ท่านประธานนิติบัญญัตินี้ไม่ใช่ประมุขครับ ใครจะบอกว่าประมุขสภา ผมไม่เรียกด้วย ผมเรียกว่าประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา ไม่ใช่ประมุขตุลาการครับ ประธานศาลฎีกาก็คือประธานศาลฎีกา
ท่านสุทัศน์ครับด้วยความเคารพท่านอย่างยิ่งครับ ท่านกรุณาได้กระชับให้ผมนิดหนึ่งนะครับ บ่ายสองโมงแล้วครับ ขอความกรุณาท่านนะ ขอความร่วมมือจากท่านครับ
ท่านประธานครับ ถ้ากระผมอภิปราย นอกประเด็นผมจะหยุดทันที ประธานของฝ่ายนิติบัญญัติเรียกนายกรัฐมนตรี โดยเหตุนี้ละครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านขยันจริงลองตรวจสอบสิครับ บัญชีของผู้กระทําความผิดคดีแชร์ ล็อตเตอรี่กับบัญชีสมีคําเกี่ยวเนื่องกันไหม ตรวจสอบแล้วแถลงหน่อย เพราะอะไร เพราะ เหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์เกิดขึ้นใกล้เคียงกัน ใครจะไปทําบุญกฐินทีละ ๕๐๐ ล้านบาท ทีละ ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ โดยเหตุนี้กระผมจึงขอปรับลดงบประมาณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมกับ ส.ส. อภิวัฒน์และร่วมกับผู้ลงชื่อเกี่ยวข้องอีกหลายท่าน ๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะไม่เชื่อว่าให้เงินงบประมาณไปแล้วท่านจะไปสามารถบริหารงานให้เป็น ประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ตัดแล้วเอาไปไหนครับ ตัดแล้วเอาไปเพิ่ม ในงบประมาณเกี่ยวกับการซื้อวัสดุครุภัณฑ์ เกี่ยวกับวิทยุสื่อสารให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ เอาไปเป็นเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ของพนักงาน ขอบคุณครับท่านประธาน
เอาอย่างนี้ก่อนที่ท่านวิทยาจะตอบ ท่านวิทยาเหมือนกัน ขอหารือนิดหนึ่ง ท่านวิทยาสักครู่ ผมขอกดออดแล้วก็ท่านหารือเลย
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านวิทยาครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมขึ้นมาพูดบางเรื่องบางราวที่เกิดขึ้น ในบ้านเมืองขณะนี้นะครับ และผมก็อยากจะเป็นการพูดที่ส่งสัญญาณไปถึงหัวหน้ารัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติครับ เพราะขณะที่ผม ขึ้นพูดในสภาขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตํารวจของเราได้ปะทะอยู่กับราษฎรชาวสวนยาง ที่อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณถนนสายนครศรีธรรมราช-พัทลุง สาเหตุ ก็เพราะว่ามีการชุมนุมของชาวสวนยางครับ และการชุมนุมครั้งนี้ก็ไม่ใช่ครั้งแรกครับ ผมได้เคยรายงานต่อสภาไว้ครั้งหนึ่งแล้วครับว่า เมื่อวันที่ ๒ สิงหาคมที่ผ่านมา เกษตรกร เขามีการชุมนุมปิดถนนที่จุดเดียวกันนี้นะครับ แล้วก็ทางจังหวัดก็เข้าไปเจรจา พวกผม ก็เข้าไปช่วยกันเจรจา สุดท้ายราษฎรเขาก็สลายตัวครับ แล้วก็ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาล เรื่องราคายางพารา ผมก็ให้ความเห็นครับว่าผมไม่เห็นด้วยกับการปิดถนน ถ้าราษฎร จะชุมนุมกันอีกก็น่าจะชุมนุมในที่ที่ได้ส่งสัญญาณถึงรัฐบาลจริง ๆ โดยไม่กระทําผิดกฎหมาย แต่ท่านประธานที่เคารพครับ หัวอกความเป็นผู้แทนราษฎรกับคนตัดยางหาเช้ากินค่ํา มันต่างกันครับ ชาวสวนยางวันนี้เขาเกินทุนครับ เพราะฉะนั้นข้อแนะนําของผมก็เป็น ข้อแนะนําที่ชาวบ้านฟังแต่เขาไม่อาจจะรอได้ ปัญหาว่าเมื่อเขาไปปิดถนน ท่าทีของรัฐ จะเอาอย่างไรครับ อยากเผชิญหน้ากับประชาชนหรือพูดคุยกับประชาชน ผมคิดว่า เป็นความผิดพลาดโดยสิ้นเชิงครับ ปิดถนน ๑๐ โมง ๑๑ โมง บ่ายโมงปะทะกันทันที อย่างนี้ผิดโดยสิ้นเชิงครับ ถามว่าปิดถนนเส้นนั้นแล้วภาคใต้เป็นอัมพาตไหมครับ ไม่ได้เป็นครับ ถามว่าปิดถนนเส้นนั้น นครศรีธรรมราช-พัทลุง ไปมากันได้ไหมครับ ไปมากันได้ครับ ถ้าคิดจะแก้ไข มาตรการของรัฐมันต้องดูแลประชาชนและต้องยอมรับความจริงครับว่า เรื่องราคายางเป็นความผิดพลาดของรัฐบาล ไม่เอาใจใส่แล้วก็ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน ทีนี้ผม อยากเรียนผ่านท่านประธานสภาครับ ผู้บัญชาการการตํารวจนครศรีธรรมราชที่ยืนประกาศ ไมโครโฟนสลายการชุมนุมอยู่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจะไปด้วยหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ท่านให้นโยบายไปให้ดีนะครับ เวลามีการชุมนุมของประชาชน จะปะทะกันหรือเปล่า แล้วผมเรียนท่านประธาน ท่านประธานเคยอยู่แถวนั้นท่านรู้จักดีครับ อําเภอชะอวด ต่อแดนระหว่างอําเภอร่อนพิบูลย์ อําเภอชะอวด และก็จังหวัดพัทลุง เป็นเขตติดต่อพื้นที่ ๓ จังหวัด ประชาชนไหลมาทั้งจังหวัด นครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่ มากันหมดครับ ผมเรียนไว้ ตั้งแต่คราวที่แล้วกับผู้ว่าราชการจังหวัดครับว่าถ้าท่านคิดสลายการชุมนุม ปัญหาจะไม่จบ เพราะฉะนั้นท่านประธานจะส่งสัญญาณไปถึงใคร ท่านประธานกรรมาธิการจะส่งสัญญาณ ไปถึงใคร ส่งเสียเดี๋ยวนี้ครับ เพราะถ้าท่านปล่อยถึงเย็น ผมคิดว่าท่านจะเป็นน้ําผึ้งหยดเดียว และแจ้งล่วงหน้าครับ จริง ๆ เกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่เขานัดปิดถนนกันแล้ว นัดวันกันแล้ว เกษตรกรจากอีสานก็นัดวันกันแล้ว ภาคกลางก็นัดกันแล้ว แต่ที่นี่ความเดือดร้อนที่เขา ทนไม่ได้ ใครก็ห้ามไม่ได้ครับ แต่สิ่งที่ต้องทําก็คือยุติการนองเลือดเสียครับ ไม่เช่นนั้นแล้ว เหตุการณ์จะไม่สงบ จะลามจาก ๓ จังหวัดภาคใต้ ขึ้นไปทีละจังหวัดครับ
ท่านวิทยา บุรณศิริ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อคําอภิปรายที่สมาชิกได้อภิปรายไปหลาย ๆ ท่านนั้น ผมเห็นว่า เป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดินนะครับ แล้วก็มีข้อติติง ซึ่งในส่วนต่าง ๆ นั้นผมคิดว่า ในส่วนของกรรมาธิการนั้นได้พิจารณา แล้วก็ยืนมติในสิ่งที่กรรมาธิการได้ดําเนินการไปไว้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ ขอเข้าห้องประชุมนะครับเพื่อจะขอมติ และได้กรุณา เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ท่านที่เข้ามาแล้วเสียบัตรแสดงตนครับ
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านวัชระมีอะไรครับ ประเด็นนี้ไม่เอาแล้วนะครับ เพราะเรา ๕ ชั่วโมงแล้ว เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเป็นโฆษกกรรมาธิการ และได้เสนอข้อสังเกตเอาไว้ และกรรมาธิการชุดใหญ่ โดยท่านประธานได้กรุณารับข้อสังเกตของผม และนําไปเขียนไว้ ในรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมขอกราบขอบพระคุณ คือผมได้ตั้งข้อสังเกตว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษควรปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมายโดยปราศจากการเมือง อันนี้ เป็นข้อเสนอของกระผม และได้บัญญัติเอาไว้ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน กรรมาธิการทั้งคณะไว้ ณ โอกาสนี้อีกครั้งหนึ่ง เพราะกรมสอบสวนคดีพิเศษมีการเมือง
พอแล้วท่านวัชระ ให้โอกาสท่านเยอะ เสียบบัตรแสดงตนนะครับ ใครยังไม่ได้เสียบบัตรแสดง ของความกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุม
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อย ส่งผลคะแนนให้ผมด้วยนะครับ มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๑๐ ท่าน ถือว่าครบ องค์ประชุม
ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ สมาชิกท่านใด เห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ ไม่เห็นด้วยขอกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ ใช้สิทธิหมดทุกคนแล้วนะครับ เดี๋ยวถ้าปิดแล้วใช้สิทธิไม่ได้ นะครับ เรียบร้อยนะครับ ถ้าเรียบร้อยขอส่งผลคะแนนให้ผมด้วยครับ ผู้เข้าห้องประชุม ๔๑๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๒ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่มีการสงวนความเห็นนะครับ
ต่อไปมาตรา ๑๙ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการครับ
มาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงาน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ท่านนริศา อดิเทพวรพันธุ์ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นริศา อดิเทพวรพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานค่ะ ในวันนี้ดิฉันได้อภิปราย งบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๗ ขอปรับลดงบประมาณของกระทรวงแรงงาน ในประเด็น ที่เมื่อกระทรวงแรงงานได้มีการปรับค่าแรงเป็นวันละ ๓๐๐ บาทต่อวัน ท่านคิดว่านโยบายนี้ ประสบความสําเร็จ ท่านคิดว่านโยบายนี้เป็นคําตอบสุดท้ายของผู้ใช้แรงงาน คิดว่านโยบายนี้ จะทําให้ผู้ใช้แรงงานได้มีความสุขตลอดไป
เดี๋ยวนะครับท่านนริศากรุณาเงียบหน่อยครับ จะฟังการอภิปรายครับ อย่าได้รบกวนสมาธิ ท่านอภิปราย เชิญครับ
เหมือนกับตอนที่ท่าน ได้ประกาศไว้นะคะ ในการขึ้นค่าแรงขั้นต่ํานะคะ ครั้งสุดท้ายท่านได้เขียนไว้ว่า พบว่าการปรับ อัตราค่าแรงขั้นต่ําไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ไม่ส่งผลกระทบต่อการประกอบการหรือการลงทุนของภาคเอกชน ไม่ทําให้เกิดการว่างงาน เกิดการเลิกจ้างและปิดกิจการเพิ่มมากขึ้น แต่กลับทําให้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น มีกําลังซื้อที่มากขึ้น มีขวัญกําลังใจในการทํางานและส่งผลิตภาพของแรงงาน ที่เพิ่มขึ้น ท่านประธานคะ หลังจากที่ท่านออกการปรับค่าแรงขั้นต่ําเป็น ๓๐๐ บาทแล้ว ดิฉันไม่เคยเห็นว่ากระทรวงแรงงานได้หันกลับมาทบทวนในเรื่องของการขึ้นค่าแรงเลย ดิฉันต้องเรียนกับท่านประธานนะคะว่าการขึ้นค่าแรงนี้ดิฉันเองเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะค่าแรงเดิมของเรานั้นต่ําจริง ๆนะคะ แต่ว่าในการปรับก็อยากให้กระทรวงแรงงานนั้น ได้หันมาดูในเรื่องของผลกระทบ ซึ่งมีถึงในด้านของผู้ประกอบการอย่างไรนะคะ มีผลกระทบ ต่อนายจ้างอย่างไร และแน่นอนค่ะว่าถ้าเกิดมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ มีผลกระทบต่อ นายจ้างและแน่นอนมันต้องมีผลกระทบถึงลูกจ้างนะคะ เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันจะมา ขออนุญาตท่านประธานนําเสนอในปัญหาตรงนี้นะคะ ท่านประธานคะ การปรับค่าแรงขั้นต่ํา ดิฉันจะไม่ลงรายละเอียดนะคะว่า จังหวัดไหนปรับเท่าไร ปรับเมื่อไร แต่จะเรียนให้ที่ประชุม แห่งนี้ได้ทราบเป็นข้อมูลว่าเรามี การปรับค่าแรงนี้ ๒ ครั้งนะคะ ปรับครั้งแรกนี้ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ อันนี้เราปรับ ๗ จังหวัดแรกเลยเป็นค่าแรง ๓๐๐ บาท ส่วนจังหวัดที่เหลือ เราทยอยปรับเป็นขั้น ๆ ในครั้งที่ ๒ นี้เรามีการปรับอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๕๖ ณ ขณะในวันที่ ๑ หลังจากนั้นทั้งประเทศค่ะ จะต้องจ่ายค่าแรง ๓๐๐ บาทเท่ากัน ทั้งประเทศ ท่านประธานคะ ถ้าเรามาดูถึงผลกระทบตรงนี้นะคะ ท่านประธานก็จะเห็นว่า จังหวัดที่จ่ายค่าแรงต่ําที่สุดก็คือจังหวัดพะเยา ซึ่งมีค่าแรงอยู่ที่วันละ ๑๕๙ บาท จะต้อง ปรับเป็น ๓๐๐ บาท นั่นก็คือจะต้องเพิ่มค่าแรงถึงวันละ ๑๔๑ บาท ถ้าเราคิดมาเป็นจํานวน ร้อยละ ท่านประธานก็จะเห็นว่าปรับขึ้นถึงเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๙๐ นั่นก็คือ เกือบ ๑ เท่าตัวนี่ละค่ะที่เป็นปัญหา แต่ว่าท่านประธานคะ ในการปรับตัวของภาคเอกชนนี้ เราไม่เหมือนการปรับเงินเดือนของในภาคราชการ ท่านปรับในภาคเอกชนแล้ว ในภาคราชการ ปรับง่าย ๆ ค่ะ ใครเงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ปรับให้เป็น ๑๕,๐๐๐ บาท ส่วนคนที่ เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทอยู่แล้ว ท่านก็ไม่ได้ไปปรับ แต่ในภาคเอกชนเราไม่ได้ปรับ ในลักษณะนี้นะคะท่านประธาน สมมุติว่าท่านไปจ้างแรงงานขั้นต่ํา เงินเดือน ๙,๐๐๐ บาท ถัดมาสมมุติว่าเป็นพนักงานธุรการที่เคยได้ ๙,๐๐๐ บาทนี้ ท่านก็จะต้องปรับเขาขึ้นไป อาจจะเป็น ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท เหนือกว่าธุรการ เป็นระดับผู้จัดการ เป็นระดับ ปฏิบัติการท่านก็จะต้องปรับ นี่ก็คือภาระของสถานประกอบการหรือผู้ประกอบการที่จะต้อง รองรับค่าใช้จ่ายตรงนี้ ท่านประธานคะ หลังจากที่เราปรับค่าแรงแล้วเราก็ต้องยอมรับนะคะ ว่าประเทศไทยนี้ก็เป็นหนึ่งที่อยู่ในโลก ประเทศไทยได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกับประเทศ อื่น ๆ ที่อยู่ในโลกนี้เช่นเดียวกัน การมีการประกาศปรับลดจีดีพี (GDP) ของประเทศไทย ลดลงอย่างต่อเนื่อง การส่งออกลดลง เพราะว่าประเทศคู่ค้าของเราค่ะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศสหภาพยุโรปก็ตาม มีปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นนี้เราก็ไม่สามารถส่งออกเท่าที่เราเคยส่งออกได้การบริโภคภายในประเทศ ก็เช่นเดียวกันค่ะท่านประธาน ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในประเทศก็ปรับตัวลดลง ถ้าท่านเปิดทีวีในวันนี้ท่านจะเห็นว่ามีรายการเศรษฐกิจต่าง ๆ นี้ มาบอกถึงตัวเลขเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นตัวเลขต่าง ๆ ลดลง รายได้ครัวเรือนของเราค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะคะท่านประธาน ตัวเลขจากภาคการเกษตร แล้วเมื่อกี้อย่างท่าน ส.ส. วิทยา แก้วภราดัย ได้บอกนะคะ ตัวเลขภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคใต้ และภาคเหนือ ดิฉันเองมาจากภาคใต้ค่ะท่านประธาน ก็จะต้องบอกว่าวันนี้รายได้ของ เกษตรกรที่มาจากยางพารา เมื่อสักครู่นี้ท่านวิทยาได้บอกกับท่านประธานแล้วนะคะ ณ ขณะนี้มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของ ราคายางกับตํารวจ ราคายางเราเคยได้กันถึงกิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท ๑๒๐ บาท ถอยลงมา เรื่อย ๆ ค่ะ ๑๐๐ บาทที่รัฐบาลบอกว่าจะให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้เกษตรกรขายยางได้ จริง ๆ เพียง ๖๐ บาทเท่านั้นเอง ราคาปาล์ม จากเดิม ๕-๖ บาท แต่วันนี้ราคาปาล์มก็ ปรับตัวลดลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๓ บาท หนี้สินครัวเรือนค่ะท่านประธาน กลับเพิ่มมากขึ้น จาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ วันนี้ไม่ว่าท่านประธาน ไปที่ไหนก็ตาม สิ่งที่คนพูดกันเป็นประเด็นหลักก็คือเรื่องของของแพง วันนี้มีเงินเท่าเดิม ซื้อของได้น้อยลง วันนี้มีเงินเท่าเดิมอยากจะซื้อของชิ้นเดิมต้องใช้เงินมากขึ้น นี่ก็คือเป็นปัญหา ท่านประธานคะ เราไม่ต้องดูถึงตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งมีการถกเถียงกันว่าใครเป็นคนที่ ให้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ถูกต้อง แต่วันนี้ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปเดินในตลาด ท่านจะเห็นว่าทุกคนเลยค่ะบ่นกันว่าวันนี้ของขายไม่ได้ วันนี้ของขายไม่ได้แล้วนะคะ อันนี้เราว่าเราไปเดินตลาด เราลองไปเดินห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นคนที่ระดับกลาง และระดับสูงไปเดินกัน วันนี้แต่ก่อนนาน ๆ จะมีมิดไนท์ เซล (Midnight Sale) สักคืนหนึ่ง ปีหนึ่งอาจจะมีแค่ ๒ หน แต่วันนี้ถ้าเกิดท่านไปเดินในห้างสรรพสินค้าทุกวันจะมีการประกาศ ลดราคา นั่นก็แสดงให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานคะ วันนี้การทําธุรกิจ เราคํานวณง่าย ๆ เลย เป็นสมการง่าย ๆ เลยเราไม่ต้อง ดูลึกลงไปนะคะ ธุรกิจต่าง ๆ จะอยู่ได้ ท่านมาดูในเรื่องของรายได้ค่ะ ถ้ารายได้มากกว่าต้นทุน ธุรกิจนั้นมีกําไร ธุรกิจนั้นสามารถดําเนินการต่อไปได้ ถ้าเกิดว่าเมื่อไรที่ต้นทุนสูงกว่ารายได้ บริษัทนั้นก็คือขาดทุนแล้วก็เจ๊ง แต่ท่านประธานคะ บริษัทมันจะไม่ยอมปิดตัวไปได้ง่าย ๆ หรอกค่ะ ถ้าเกิดท่านเคยลงทุนในธุรกิจใดก็ตาม เราพยายามอย่างยิ่งที่จะอยู่ในธุรกิจ เพราะฉะนั้นสมมุติว่ากําไรลดลง สิ่งที่ภาคธุรกิจจะทําก็คือมาดูในเรื่องของต้นทุนและแรงงานนี้ค่ะ เป็นต้นทุนที่สําคัญของธุรกิจ วันนี้ถ้าเกิดท่านไปดูในภาคของแรงงาน โอที (OT ) ที่เราเคย ได้รับกันในตอนที่เศรษฐกิจขยายตัว พี่น้องประชาชนที่อยู่ภาคแรงงานได้รับโอที วันนี้โอที ถูกตัดค่ะ สวัสดิการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ารถ ค่าอาหาร วันนี้ถือเป็นรายจ่ายของบริษัท ถูกตัดออกค่ะ วันนี้เคยทํางาน ๗ วัน ๖ วัน ลดวันทํางานลงได้หรือเปล่าเพื่อเป็นการ ลดค่าใช้จ่ายของบริษัท นี่ละค่ะปัญหาที่เกิดขึ้นกับแรงงานไทยของเรา วันนี้การปรับค่าแรง ของท่านบวกกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยลงไป ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาต ท่านประธานยกตัวอย่างสัก ๒ ๓ ตัวอย่างเพื่อให้เป็นตัวอย่างที่กระทรวงแรงงานจะได้ นําไปพิจารณานะคะ นายกสมาคมร้องเท้าไทยเปิดเผยว่าผู้ผลิตรองเท้าไทยในครึ่งปีหลังนี้ค่ะ จะประสบปัญหาขาดทุนและปิดกิจการเพิ่มขึ้นอีก หากเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ดีขึ้น ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาปิดไปแล้วกว่า ๒,๐๐๐ โรงงานจาก ๔,๐๐๐ โรงงาน และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านประธานมีโรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งดิฉันไม่ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ผลิตกระเป๋าและรองเท้า ได้เลิกจ้างลูกจ้างกว่า ๒,๐๐๐ อัตรา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น โรงงานผลิตไก่แช่แข็งอันดับ ๒ ของประเทศไทย วันนี้เกิดสภาวะขาดสภาพคล่องปิดกิจการลูกจ้างตกงาน ไม่นับเอสเอ็มอี (SME) ต่าง ๆ ค่ะ กว่า ๑๐๐,๐๐๐ เอสเอ็มอีของประเทศไทยได้ปิดกิจการไปแล้วในวันนี้ ท่านประธานคะ นี่เป็นเพียงตัวอย่างเพียงบางตัวอย่างที่อยากจะหยิบยกขึ้นมา ดิฉันคิดว่าวันนี้แรงงานของไทยจะถามอยู่ ๒-๓ คําถามเท่านั้นเองค่ะท่านประธาน ๑. เกิดความไม่มั่นใจแล้วว่าวันนี้เรายังได้รับการจ้างงานต่อไปอีกหรือไม่ ๒. ในเรื่องของ สภาวะของแพง เพราะอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทําให้เขาสามารถที่จะตอบได้ว่าเงินเดือนที่เขาได้รับนั้น เพียงพอหรือไม่ ๓. ปัญหาของเรื่องหนี้สินค่ะท่านประธาน วันนี้ต้องบอกว่าแรงงาน ประสบปัญหาหนี้ล้นพ้นตัว จะต้องกู้เงินนอกระบบ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานถามไปยัง ท่านกรรมาธิการว่า
๑. วันนี้กระทรวงแรงงานมีมาตรการรองรับผู้ที่ตกงานเหล่านี้แล้วหรือยัง ถ้าท่านมีแล้วขอให้ท่านบอกงบประมาณกับดิฉันได้ไหมคะว่าท่านจัดเตรียมงบประมาณไว้ เป็นจํานวนเท่าไร แล้วท่านคาดว่าจะมีแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ เป็นจํานวนกี่คน ถ้าเกิดว่าท่านมีงบแล้วให้ท่านช่วยบอกด้วยนะคะว่างบเหล่านี้อยู่ภายใต้งบ ที่ท่านใช้ชื่อว่าอะไร ท่านมีไหมคะว่าท่านจะมีโครงการที่จะช่วยแรงงานเหล่านี้อย่างไร ดิฉัน หวังว่าท่านคงไม่ตอบดิฉันง่าย ๆ ว่าแรงงานเหล่านี้ได้อยู่ในโครงการประกันสังคมแล้ว ขอให้ ไปใช้เงินของประกันสังคม เพราะดิฉันคิดว่าแรงงานหลายคนค่ะที่เพิ่งเข้ารับทํางาน อาจจะ บางคนมีอายุงานเพียงแค่ไม่ถึงปีหรือปีกว่า ๆ พวกนี้ก็อาจจะไม่ได้รับสิทธิจากประกันสังคม เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตรงหน่วยงานนี้กระทรวงแรงงานมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้อง รับผิดชอบค่ะ
อันที่ ๒ ที่อยากจะถามท่านประธานก็คือในเรื่องของปัญหาแรงงานต่างด้าว ดิฉันต้องยอมรับว่าในวันนี้เมื่อแรงงานไทยปรับในเรื่องของค่าจ้าง ค่าแรงขั้นต่ํา เจ้าของ กิจการค่ะท่านประธาน ก็จะต้องหาแรงงานที่มีต้นทุนที่ถูกกว่ามาใช้ในกิจการของเขา อันนี้ว่ากันไม่ได้ค่ะ เพื่อความอยู่รอดของกิจการ แต่วันนี้ท่านทราบไหมคะว่าแรงงานต่างด้าว ที่ประเทศไทยมีทั้งหมดจํานวนเท่ากับเท่าไร เป็นแรงงานที่ลงทะเบียนเท่ากับกี่คน และเป็น แรงงานนอกระบบที่ไม่ได้ลงทะเบียนอีกกี่คน ท่านประธานคะ ดิฉันก็จะต้องเรียน ท่านประธานว่าวันนี้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาในเมืองไทยก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ ของประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างที่ท่านเรวัต ส.ส. จากจังหวัดภูเก็ต ได้นําข้อมูลมาให้ ค่ารักษาพยาบาลเหล่านี้ของแรงงานต่างชาติ ดิฉันขอยกจังหวัดเดียวก็คือ ที่จังหวัดเชียงใหม่นะคะ วันนี้กว่า ๑๐๐ ล้านบาทที่จะต้องเอาไปดูแรงงานเหล่านี้ เตียงคลอด ที่โรงพยาบาลมีอยู่ทั้งหมดกว่าครึ่งหนึ่งของเตียงคลอด ใช้เป็นเตียงคลอดสําหรับแรงงาน ต่างด้าว นี่ก็แสดงให้ท่านประธานเห็นเป็นตัวอย่างสั้น ๆ ถึงผลกระทบที่เราชาวไทย ได้รับผลกระทบจากการที่มีแรงงานต่างด้าวในวันนี้
คําถามที่ ๓ ค่ะท่านประธาน กระทรวงแรงงานในวันนี้มีความพร้อมไหมคะ ในเรื่องของการที่จะคุ้มครองแรงงานไทย อย่างที่ท่านประธานบอกนะคะว่าประเทศไทย จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ วันนี้เรามีมาตรการต่าง ๆ รองรับไว้ ในเรื่องนี้แล้วหรืออย่างไร ท่านมีมาตรฐานขั้นต่ําไหมคะว่าแรงงานต่างชาติที่จะเข้ามาทํางาน ในเมืองไทยนั้นจะต้องมีคุณสมบัติ มีมาตรฐานอย่างไร เพราะแรงงานเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็คือ มาทดแทนแรงงานของไทยด้วยเช่นเดียวกัน
ท่านประธานคะ คําถามที่ ๔ ค่ะ วันนี้หลังจากที่รัฐบาลออกนโยบายในเรื่อง ของค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาทค่ะท่านประธาน แล้วก็มธงว่าปริญญาตรีจะเพิ่มมาเป็น ๑๕,๐๐๐ บาท เด็กนักเรียนในวันนี้ไม่ไปเรียนแล้วในระดับ ปวช. และในระดับ ปวส. แต่กลับ หันหน้าไปเรียนในระดับปริญญาตรีเพื่อที่จะได้รับเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ว่าแรงงาน ที่เราต้องการในประเทศไทยในวันนี้คือแรงงานในระดับ ปวช. และในระดับ ปวส. ท่านประธานคะ กระทรวงแรงงานมีแนวทางไหมคะว่าจะชดเชยแรงงานที่ขาดแคลนในด้านนี้ ได้อย่างไร และสําหรับแรงงานที่จบปริญญาตรีที่หวังว่าจะได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาท ในวันนี้ ไปสมัครงานค่ะ บางมหาวิทยาลัยนะคะ ดิฉันไม่ขอเอ่ยนาม วันนี้แค่ใบสมัคร หน่วยงานต่าง ๆ สถานประกอบการต่าง ๆ ยังไม่หันมามองเลยค่ะ เพราะเขาคิดว่าเป็นปริญญาตรีที่ไม่ได้ มีคุณภาพอย่างแท้จริง เป็นปริญญาตรีที่ได้มาเพียงแค่จ่ายครบจบแน่ เป็นปริญญาตรีที่ได้มา เพื่อที่จะมาอัพ (Up) มาขึ้นในเรื่องของค่าแรง ท่านมีมาตรการไหมคะ
สุดท้ายแล้วนะคะท่านประธาน ดิฉันก็อยากจะฝากท่านประธานว่าวันนี้ในเรื่องของ หนี้สินของแรงงาน วันนี้บางคนได้รับเงินเดือนขึ้น ๒๐,๐๐๐ บาทดีใจค่ะ ไปซื้อบ้าน ไปผ่อนรถ ไปซื้อสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ตนเอง เพราะนึกว่าเศรษฐกิจจะมั่นคงถาวร ตลอดไป แต่ ณ วันนี้เมื่อเศรษฐกิจถดถอย รถถูกยึด บ้านก็กําลังที่จะถูกยึด อาจจะมีคน ในครอบครัวตกงานและเสี่ยงกับภาวะตกงาน วันนี้มีเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทไปกู้ธนาคาร ธนาคารอาจจะปฏิเสธไม่ให้กู้ เพราะว่าวันนี้ถ้าเรามามองถึงค่าใช้จ่ายในครัวเรือนปรับตัวสูงขึ้น อย่างมาก วันนี้สิ่งที่แรงงานไทยทําก็คือไปกู้นอกระบบ อันนี้ก็เป็นปัญหาต่อเนื่องมาค่ะ วันนี้ร้อยละ ๕ ร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๑๕ ท่านประธานคะ ตรงนี้กระทรวงแรงงาน ได้มีนโยบายที่จะดูแลแรงงานเหล่านี้อย่างไร
ดิฉันขออนุญาตถามไว้ ๕ ประการค่ะ และหวังว่าท่านจะได้ให้คําตอบที่ชัดเจนนะคะ เพื่อคําตอบเหล่านี้จะได้ตอบไปถึงแรงงานเหล่านั้น ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออภิปรายปรับลด กระทรวงแรงงานในวันนี้ เพื่อให้ท่านได้นําเงินที่ดิฉันปรับลดนี้ไปช่วยเหลือแรงงานที่กําลังตก ทุกข์ได้ยากอยู่ในขณะนี้ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ก็กราบเรียนนะครับ ว่าสิ่งที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายซักถามนั้น ๕ ประเด็นที่ท่านถามนะครับ ส่วนใหญ่แล้วเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการ จริง ๆ ท่านก็ว่าวันนี้ แต่ผมพิจารณาวันนั้น งบประมาณที่ผ่านชั้นคณะกรรมาธิการก็เรียนให้ทราบว่า ได้มีการซักถาม แล้วก็มีคําตอบชี้แจง โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับเรื่องของการปฏิบัติ ตามนโยบายของรัฐ เรื่องค่าแรงขั้นต่ํา กระทรวงแรงงานก็บอกเขามีมาตรการ เราก็มีความสนใจอยู่ว่าจะเกิดปัญหาอุปสรรคเพียงใดหรือไม่นะครับ กระทรวงแรงงาน ก็ได้ชี้แจงว่ามีการจัดเตรียมความพร้อม โดยเฉพาะจัดตั้งศูนย์สนับสนุนให้ผู้ประกอบการ ในการพร้อมจ่ายอัตราค่าจ้างขั้นต่ํา ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค แต่สิ่งที่ท่านกล่าวว่า ห้ามกรรมาธิการตอบนะ ว่าจะใช้ในเรื่องของมีการประกันตนแล้วจะไปเกี่ยวข้อง กับเรื่องของประกันตนอย่างเดียวนะครับ ก็เนื่องจากว่าลูกจ้างก็มีกองทุนอยู่แล้ว อันนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่สิ่งที่กรรมาธิการได้ซักถามเพิ่มเติมนะครับ ก็คือได้รับคําชี้แจงว่า ได้มีการจัดตั้งหน่วยงานเพื่อรองรับในส่วนที่ท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนริศา เป็นห่วง ส่วนแรงงานต่างด้าวอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรี ที่นั่งอยู่นี่ก็คงรับฟังไปแล้ว เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานท่านอยู่ตรงนี้ อยู่ด้วย เป็นหน้าที่ของการบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งกรรมาธิการก็คงไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ เพราะฉะนั้นในหลักการของการพิจารณาก็ขออนุญาตท่านประธานเรียนต่อท่านสมาชิก ก็มีการปรับลดไปในหน่วยงานนี้พอสมควรแล้วนะครับ ก็ขออนุญาตยืนตามมติ ที่มีการพิจารณา ขอบคุณครับท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เชิญครับ เอาสั้น ๆ นะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ถึงจะมาอยู่สั้น ๆ แต่ผมก็ทํา การบ้าน เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ ท่านอภิปรายสร้างสรรค์ ผมลงให้เห็นรายละเอียดนิดเดียว ครับ ที่มีการกล่าวหากล่าวว่า มีคนงานเข้ามามากมายก่ายกอง จริง ๆ คนงานที่เข้ามา ลาว เขมร กัมพูชา มีทั้งหมด ๑,๙๐๐,๐๐๐ คน ก่อนนี้ไม่ถูกต้อง ตอนหลังเขามาขึ้นทะเบียนกับ กรมการจัดหางาน แล้วก็ทําพาสปอร์ต (Passport) ส่วนอีกประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คนเศษ ๆ พวกนี้คือแรงงานที่อื่น ไม่ใช่ ลาว เขมร แล้วก็พม่า มาตรงอื่นแต่ขึ้นทะเบียนไว้ ส่วนที่เหลือตอนนี้มีประมาณ ๒๑๐,๐๐๐ คน เป็นแรงงานที่เข้ามา ลาว เขมร พม่า และยังไม่พิสูจน์สัญชาติ ครบ ๑ ปี แล้วท่านไม่พิสูจน์สัญชาติ ไม่อนุญาต พวกที่อยู่ครบ ๔ ปี ส่งกลับไปชายแดน แล้วเริ่มต้นทําหนังสือเดินทางเข้ามาใหม่ ผมจะรับข้อเสนอ เอาไปปรับปรุงให้เรียบร้อย ขอบคุณครับ
ขอมตินะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ผมจะขอมติในมาตรา ๑๙ กระทรวงแรงงานนะครับ ก่อนที่จะขอมติว่าจะเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่แก้ไขหรือไม่นะครับ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนครับ เมื่อท่าน เข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนนะครับ ช่วยกรุณาแสดงตนเลยนะครับ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในมาตรา ๑๙ ก่อนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แสดงตนเรียบร้อยทุกท่านนะครับ เมื่อแสดงตนเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ส่งผล ๓๑๘ ท่าน
ผมขอถามมติว่า ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขนะครับ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น และท่านสมาชิก ที่ขอแปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตตินะครับ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ลงคะแนนมีไหมครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไขนะครับ ๒๘๗ ท่าน เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ ๑๑๐ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการ ต่อไปมาตรา ๒๐ นะครับ ไม่ต้องลุกหรอกครับ เดี๋ยวมี อยู่ท่านเดียวที่จะอภิปราย เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๒๐ กระทรวงวัฒนธรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญดอกเตอร์อภิชาต การิกาญจน์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายอภิชาต การิกาญจน์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ผมได้ช่วงเวลาที่มีการปะทะระหว่างม็อบชาวสวนยางกับเจ้าหน้าที่ตํารวจอยู่ที่อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ก็จะใช้เวลานี้ขอเพียงว่าอย่าให้มีการสูญเสีย อย่าให้มี การบาดเจ็บก็แล้วกันนะครับ ผมได้ขออภิปรายในมาตรา ๒๐ ของกระทรวงวัฒนธรรม ขอปรับลดร้อยละ ๘ นะครับ ที่จริงกระทรวงวัฒนธรรมเป็นกระทรวงเล็ก ๆ ที่เงินงบประมาณไม่มาก ผมคิดว่าคําถามของคณะกรรมาธิการงบประมาณก็คงจะไม่มากมาย แต่ในทรรศนะของผมนี้กลับเห็นว่ากระทรวงเล็กอันนี้ครับ เป็นกระทรวงที่ใหญ่ เป็นกระทรวงที่มีความสําคัญ เป็นกระทรวงที่ส่งเสริมความเป็นชาติ เราจะรู้ว่าชาติไทย เป็นอย่างไรนะครับ นี่ละคือกระทรวงเล็ก ๆ ที่ต้องเข้ามารับภาระหน้าที่ในการจัดการ เรื่องวัฒนธรรม ผมขอปรับลดด้วยเห็นว่าพันธกิจทั้งหมด ทั้ง ๕ ข้อของกระทรวงวัฒนธรรม จะเกี่ยวเนื่องแล้วก็อยู่ในกรอบที่เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมทั้งสิ้น ถามว่าการอยู่ในกรอบ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องศิลปวัฒนธรรมนั้นเป็นเรื่องที่สังคมหรือประเทศชาติน่าจะพอใจ แต่ขอปรับลดด้วยเห็นว่าไม่สอดคล้องกับวัน เวลาและสถานการณ์ที่จะต้องมีการพัฒนาไป มากกว่าที่เป็นอยู่ ผมคิดว่าพันธกิจของกระทรวงวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรมนั้นไม่สอดคล้องกับยุคสมัยและไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสังคม สิ่งที่เราอยากเห็นก็คือ วันนี้สังคมเปลี่ยนแปลงไปเร็วมาก ภารกิจนอกเหนือจากภารกิจทั้ง ๕ ประการที่เป็นพันธกิจ ของกระทรวงแล้ว จะทําอย่างไรให้กระทรวงวัฒนธรรมสามารถดําเนินกิจกรรมที่เรียกว่า วัฒนธรรมเชิงรุกที่สอดคล้องกับยุคสถานการณ์ของความเปลี่ยนแปลง ที่เราต้องการให้สังคม เป็นแบบนั้น ความก้าวหน้าของสังคม ความเปลี่ยนแปลงของโลก การเตรียมการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ในอีก ๒ ปีข้างหน้า สิ่งเหล่านี้เป็นความจําเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงวัฒนธรรมเองก็จําเป็น จะต้องปรับตัว ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นแนวทางที่ต้องดําเนินการแล้วคือการสร้างความเข้มแข็ง ของวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่ เมื่อเราก้าวสู่ประชาคมอาเซียน เราจะมีคนเข้ามา หลั่งไหลมา ในประเทศเรามากยิ่งขึ้น ต่อความจําเป็นในการที่จะสร้างมรรยาทสังคม ในการที่จะสร้าง วัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินชีวิตของผู้คนในการต้อนรับคนที่ก้าวมาสู่ประเทศของเรา ในความเปลี่ยนแปลงในวันข้างหน้า จากสังคมที่มีคน ๖๐ ล้านคน ไปสู่สังคมที่มีคนเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ เท่า เป็น ๖๐๐ ล้านคน ผมเชื่อว่าการเตรียมผู้คนให้รองรับโดยการสร้างความเข้มแข็ง ของวัฒนธรรมเป็นความจําเป็นที่จะต้องมีขึ้น สิ่งที่เป็นตัวอย่างของปรากฏการณ์ที่เรา ควรจะสร้าง เช่น เรื่องความมีวินัยของคนในชาติ ซึ่งผมคิดว่าทุกวันนี้ความมีวินัย ของคนในชาติเราอ่อนด้อยลงไป เราอ่อนล้าลงไป เราจึงจําเป็นจะต้องสร้างขึ้นมา เพื่อให้คน สามารถที่จะดําเนินชีวิตแล้วเป็นประโยชน์ต่อผู้คนที่จะหลั่งไหลเข้ามาในบ้านเมืองของเรา ในวันข้างหน้า การสร้างความเข้มแข็งของวัฒนธรรมหรือการสร้างวัฒนธรรมใหม่ เป็นความจําเป็นที่กระทรวงวัฒนธรรมจะต้องดําเนินการให้มีขึ้น ถามว่าเรามีอยู่แล้ว อ่อนล้าลงไป เราจะสร้างหรือจะทําให้เข้มแข็งขึ้นมาใหม่ได้อย่างไร ทําได้ครับ เราทําได้ ๒ แนว
แนวที่ ๑ ก็คือการกําหนดเป็นแนวคิดในสังคม แล้วก็ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปเร่งรัดในการปฏิบัติ ในการจัดการให้พี่น้องประชาชนได้ดําเนินการ ผมมีตัวอย่าง ของการกําหนดแนวทางที่เห็นได้ชัดก็คือเรื่องของการสร้างความมีวินัยในเรื่องการจราจร มันมีคําขวัญที่ตรงกับสถานการณ์มากเลยนะครับ เช่น วินัยจราจรสะท้อนวินัยชาติ ผมเห็นว่า เป็นการกําหนดที่เป็นประโยชน์ต่อการมีวินัยในการขับขี่ยวดยานของผู้คนในประเทศไทย ในเมืองใหญ่ ซึ่งเรามีปัญหาเหล่านี้มาก เช่น การขับรถสวนเลน การไม่หยุดไฟแดง การไม่ดู สัญญาณจราจร สิ่งเหล่านี้เป็นความจําเป็นที่เราต้องกลับมาเร่งรัดให้มีมากขึ้น วันนี้พอเรานั่ง ในรถนี่ครับ คนที่อยู่ในรถคันอื่นเรามองเป็นศัตรูหมดเลยนะครับ เราจะเบียด เราจะแซง เราจะปาดหน้า เราจะเจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยมาก แต่วันที่บ้านเมืองเปลี่ยนแปลง สังคม เปลี่ยนแปลง การเร่งรัดสิ่งเหล่านี้จําเป็นจะต้องกลับมา ส่วนหนึ่งก็คือการกําหนดแนวคิด จากด้านบนแล้วให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกํากับให้ปฏิบัติเป็นไปตามแนวทาง
แนวทางที่ ๒ ในทางกลับกันนะครับ กําหนดเป็นแนวปฏิบัติจากเบื้องล่าง เร่งรัดในเรื่องใดเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นปัญหา ซึ่งเป็นความจําเป็นที่ต้องได้รับการแก้ไข แล้วให้คน ปฏิบัติซ้ําแล้วซ้ําอีก จนเป็นแบบแผนปฏิบัติ แล้วยกระดับไปเป็นค่านิยมหรือเป็นแนวคิด วัฒนธรรมเป็นเรื่องที่ทําให้เข้มแข็งได้ วัฒนธรรมเป็นเรื่องที่เราสร้างได้ เราต้องการสังคม ของคนในยุคปัจจุบันในเรื่องใดบ้าง ผมคิดว่าเป็นภาระหน้าที่นอกเหนือจากงาน ศิลปวัฒนธรรมที่เราทําอยู่แล้ว และก็ทําได้ดีอยู่แล้ว มีเรื่องอื่นนะครับ เช่น การอยู่ อย่างมีเหตุมีผล การใช้ชีวิตอย่างมีคุณค่า การใช้ชีวิตอย่างสงบ ใช้ความสันติในการแก้ปัญหา หรือเรื่องละเอียดอ่อน เช่น การใช้ชีวิตอย่างมีศิลปะ ผมคิดว่าสังคมไทย กระทรวงวัฒนธรรม จะต้องเข้ามามีภาระในเรื่องเหล่านี้ที่จําเป็นจะต้องทําให้เกิดขึ้น
ภาระที่ ๒ ที่เห็นว่าเป็นเรื่องสําคัญที่กระทรวงวัฒนธรรมไม่เคยทํามาก่อน แล้วเป็นเรื่องที่กระทรวงเล็กจะเป็นกระทรวงที่ยิ่งใหญ่ได้ ก็คือภาระในการสร้างการเมืองดี ผมพูดเรื่องนี้ด้วยเห็นว่าการสร้างการเมืองดีเป็นความจําเป็น กระทรวงวัฒนธรรม จะรณรงค์อย่างไรที่จะส่งเสริมคนดีให้มาสร้างการเมืองดี ในการเมืองเราต้องการคนดี เข้าสู่สภา แต่เราไม่สามารถสกัดกั้นคนชั่วไม่ให้เข้าสู่สภานี่ไม่ได้ ด้วยจะดีหรือชั่วเขาบอกว่า ถ้ามีคุณสมบัติถูกต้อง เหมาะสม ครบถ้วน เขาสามารถที่จะสมัครได้ แล้วเมื่อสมัครแล้ว มีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วมีคนเลือกด้วยคะแนนที่รองรับมากกว่าคนอื่นเขาก็มีสิทธิ มาเป็นนักการเมืองได้ เพราะฉะนั้นการที่เราไม่สามารถหรือไม่สามารถแยกเฉพาะคนดี หรือคนที่ดีกว่ามาสู่การเมือง ผมคิดว่าการรณรงค์ของกระทรวงวัฒนธรรมในเรื่องการเมือง ดูจะเป็นเรื่องที่ต้องทํา
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องที่เป็นปัญหาของพวกเราในระยะเวลา ๒-๓ วันนี้ คือการเมืองในระบบรัฐสภาเราอยู่ในระบบรัฐสภาที่เป็นแบบรัฐสภาแบบมีการอภิปราย นะครับ มันมีหลักที่ศาสตราจารย์ดอกเตอร์หยุด แสงอุทัย จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์พูด ไว้เมื่อประมาณ ๔๐ ปีที่แล้วว่าการเมืองในระบบรัฐสภาแบบอภิปรายมันมีหลักอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องที่ ๑ ก็คือผู้อภิปรายจะต้องมีข้อมูล มีหลักฐาน มีในเรื่องที่สนใจ อย่างเพียงพอ
เรื่องที่ ๒ ก็คือการนําเสนอโดยการอภิปรายภายใต้ระเบียบข้อบังคับ ของการประชุมภายใต้รัฐธรรมนูญ และเนื่องจากเป็นระบบรัฐสภาแบบอภิปรายแน่นอนครับ การกระทบด้วยการทําหน้าที่เป็นเรื่องที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครชมผมชอบ ใครด่าผมไม่ชอบ มันเป็นอย่างนี้ เมื่อไม่ชอบ เมื่อมีการกระทบกระทั่ง เมื่อการอภิปรายเสียดสี มีการมาว่ากันมันก็เลยมีหลักข้อ ๓ ว่าเนื่องจากเป็นการทําหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาของ รัฐสภา
หลักข้อ ๓ ก็คือจําเป็นจะต้องทําให้ ก็คือการต้องให้อภัยกันว่าเป็นการทํา หน้าที่เราต้องให้อภัย สรุปแล้วหลักของรัฐสภาแบบอภิปราย ก็คือ
๑. เรื่องเสรีภาพ ทุกคนที่อยู่ในที่นี้ผ่านการเลือกตั้งเป็นสมาชิกรัฐสภา มีเสรีภาพที่จะลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นอภิปรายได้
๒. เป็นความเสมอภาค ไม่ว่าจะเป็นท่านหญิง ไม่ว่าจะเป็นผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล มีความเสมอภาคกันในการที่จะทําภาระหน้าที่ ในสภา
๓. ก็คือเรื่องภราดรภาพ ทําหน้าที่กันไปไม่มีการโกรธขึ้ง ไม่มีการโกรธแค้น ไม่มีการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา กระทรวงวัฒนธรรมจําเป็นจะต้องรับภาระหน้าที่ ในฐานะกระทรวงเล็กที่มีความยิ่งใหญ่และจําเป็นจะต้องดําเนินการนะครับ ผมพูดถึง การเมืองในระบบรัฐสภาด้วยเห็นว่าทัศนะของประธานคณะกรรมการประสานงาน พรรคร่วมรัฐบาลได้ให้ทัศนะไว้อย่างนี้นะครับ ส.ส. ควรมาร่วมกันทําเวทีสภาให้สร้างสรรค์ พรรคการเมืองต้องแก้นิสัยไม่ดีของนักการเมือง โดยเฉพาะเรื่องกิริยามารยาท การพูดหยาบคาย เราควรมาทบทวนนับหนึ่งเรื่องนี้กันใหม่ นี่เป็นทัศนะของประธานคณะกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล เป็นคําคมในมติชนในต้นสัปดาห์นะครับ ผมคิดว่าหน่วยงาน ที่มีภาระรับผิดชอบมีความจําเป็นที่สุดที่จะต้องดําเนินการให้เกิดประโยชน์ในการสร้างสรรค์ ในเรื่องเหล่านี้ ในเรื่องการเสริมสร้างวัฒนธรรม ในเรื่องการทําความเข้มแข็งของวัฒนธรรม ในเรื่องการเร่งรัดการทํางานสภาให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า ผมเห็นว่าภาระเหล่านี้ ไม่อยู่ในพันธกิจของกระทรวงวัฒนธรรม จึงจําเป็นต้องขอปรับร้อยละ ๘ ครับ
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ขอโทษครับ อย่างนั้นผมขอมติที่ประชุมครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อลงมตินะครับ ในมาตรา ๒๐ กระทรวงวัฒนธรรม ก่อนลงมติจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณาแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แสดงตนเรียบร้อยแล้วนะครับ ช่วยกรุณาส่งผลครับ ๓๐๘ ท่านนะครับ
ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไข ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติ ที่สงวนคําแปรญัตตินะครับให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่ขอแก้ไข ๒๘๒ ท่าน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ ๑๐๘ ท่านนะครับ งดออกเสียง ๑๓ ท่าน ที่ประชุมมีมติ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
ท่านจุรินทร์ เชิญครับ
ผมยกมือ ท่านประธาน มองไม่ทัน ผมลงมติ หมายเลข ๓ ครับ
เจ้าหน้าที่บันทึกไว้นะครับ ต่อไปมาตรา ๒๑ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๒๑ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเตรียมที่จะอภิปรายกระทรวงนี้มานานแล้ว แล้วก็วันนี้จะขอโอกาสฟ้อง ท่านประธาน แล้วก็ฟ้องประชาชนด้วยนะคะ ก็ขอพูดอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็ดิฉันได้ตัด งบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไว้ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ทุกหน่วยงาน เพื่อที่จะได้มีโอกาสอภิปรายเท่านั้นเอง ดิฉันไม่มีความตั้งใจที่จะตัดงบของกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเลย แถมยังอยากจะเพิ่มให้ด้วยซ้ําไปนะคะ แล้วก็วันนี้ก็ไม่ใช่ วันที่ดิฉันจะมาเยินยอว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีผลงานอะไรบ้าง แต่ว่าก็จะ เรียนในเบื้องต้นว่างบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนี้นะคะ ลดลงจากปีที่แล้ว ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่ากรรมาธิการจะตัดงบกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีให้น้อยกว่าที่ขอมา ขอไว้ ๙,๒๔๖ ล้านบาทเศษ กรรมาธิการก็เลยตัดให้เหลือ ๘,๗๖๓ ล้านบาทเศษ อันนี้ก็ฟ้องไว้ก่อนเบื้องต้น ประชาชนที่ฟังอยู่นะคะ เรื่องวิทยาศาสตร์หลายคนคิดว่าเป็นเรื่อง ไกลตัวและเป็นเรื่องยาก แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ แม้กระทั่งอาทิตย์ที่แล้ว กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีก็ได้มีโอกาสมาจัดนิทรรศการ ดิฉันคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีชอบแต่งตัวนี้ แล้วก็แต่งผ้าไทย ถ้าท่านได้มีโอกาสมาดูผลงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ก็จะเห็นว่าเขามี ผ้านาโน (Nano) ซึ่งท่านน่าจะลองแล้วก็เป็นตัวอย่าง เป็นพรีเซนเตอร์ (Presenter) ให้กับ ชาวไร่ชาวนาหรือโอทอปของประเทศที่จะใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ไปช่วยพัฒนาผ้า ไม่ให้ขึ้นรา ไม่ให้มีกลิ่นเหม็นแล้วก็เบา ดิฉันได้อภิปรายไปแล้วในกระทรวงกลาโหม เรื่องมุ้งนาโนที่จะช่วยทหารไปนอนในป่า จะได้ไม่ถูกไข้ป่าทําให้ป่วยแล้วก็ตายไปเสียก่อน ที่จะรบ แต่วันนี้ดิฉันคิดว่าดิฉันอยากจะยกตัวอย่างที่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีได้ช่วยแก้ปัญหา ใหญ่ ๆ ของประเทศสัก ๓-๔ ประเด็นค่ะ ประเด็นแรกเรื่องน้ํามันดิบรั่วที่เกาะเสม็ด ที่อ่าวพร้าว เรื่องที่ ๒ ที่เป็นเรื่องที่โจษขานกันมากแล้วก็มาจนกระทั่งเช้าวันนี้ก็มีคนพาดหัวว่า ข้าวไทยถูกตีกลับจากอเมริกา เรื่องจํานําข้าว เรื่องข้าวเน่า เรื่องข้าวปนเปื้อนสารเคมีที่ รมควัน เรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องตรวจระเบิดจีที ๒๐๐ (GT200) ซึ่งดิฉันก็มีส่วน บ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้ง ๓ ปัญหาที่กําลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย กระทบคนไทย ในหลายระดับนั้น ดิฉันก็จะขอเรียนในเบื้องต้นว่า อย่างเช่น เรื่องน้ํามันดิบกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยไบโอเทค (Biotech) ร่วมกับบริษัทเอกชนสามารถที่จะผลิต สารที่เป็นจุลินทรีย์ที่สามารถที่จะย่อยสลายไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) หรือกินน้ํามัน นั่นเองค่ะ แล้วก็ได้ผลแล้วเปรียบเทียบกับน้ํามันรั่วที่เม็กซิโก เขาพบว่ามีประมาณ ๑๖ ชนิด อยู่ใต้ทะเลลึกลงไปประมาณสัก ๑ กิโลเมตรจากผิวน้ํา ๑๖ ชนิดนี้สามารถที่จะมากินน้ํามัน แล้วก็ในที่สุดก็จะกลายเป็นน้ํากับคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide) ซึ่งจะไม่เป็น อันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป เท่าที่เราทราบข่าวขณะนี้คราบน้ํามันก็ยังเป็นปัญหาอยู่ที่ ไม่สามารถที่จะเปิดอ่าวพร้าวให้คนลงไปเล่นน้ําได้ แล้วก็น้ํามันต่าง ๆ ก็ยังถูกคลื่นพามาที่ฝั่ง ก็ยังปนเปื้อนอยู่ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าจะได้ใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ แทนที่จะใช้ สารเคมีก็ใช้ตัวจุลินทรีย์นี่ละค่ะที่เราค้นพบ แล้วก็ร่วมกับเอกชนจนผลิตเป็นทางเชิงพาณิชย์ แล้ว บริษัทพีทีที จีซี โกลบอล เคมีคอล (PTT GC Global Chemical) นี้ก็ควรจะใช้ผลวิจัย ต่อยอดจนเป็นพาณิชย์ เอามารักษา เอามาเก็บความสะอาดของคราบน้ํามัน
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับการจํานําข้าวก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เราน่าชื่นใจนะคะ คนไทยทําวิจัยมา ๑๓ ปี ดิฉันถึงได้เรียนกับท่านรัฐมนตรีบางท่านว่า จะพาใครต่อใครไปดูงานต่างประเทศ ไม่ใช่พาไปวันนี้แล้วพรุ่งนี้กลับมาก็จะทําได้ เขาใช้เวลา ๑๓ ปีนะคะท่านประธาน เขาสามารถผลิตเครื่องวิทยุความถี่สูง ลดความชื้น ของข้าวแล้วก็กําจัดแมลงไปได้พร้อม ๆ กัน อันนี้คือปัญหาของรัฐบาลใช่ไหมคะ ที่ขึ้นรา แล้วก็ต้องรมควัน ถ้าเราใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่คนไทยผลิตได้มาลดความชื้น ของข้าว แล้วก็กําจัดแมลงเสียก็จะทําให้คุณภาพไม่เสียหาย ไม่ปนเปื้อนสารเคมี แล้วก็ลดความชื้น นอกจากนี้ยังใช้กับผลิตผลเกษตรอื่น ๆ ได้อีกด้วย
สําหรับเรื่องต่อไป คือเรื่องจีที ๒๐๐ ดิฉันอยากให้รัฐบาลฟังนะคะว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีช่วยท่านได้ เรื่องจีที ๒๐๐ ผ่านมาหลายปี ดิฉันอยู่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านไม่ได้เป็น นักวิทยาศาสตร์ แต่ท่านใช้วิทยาศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ ๒ เรื่องด้วยกัน ให้ดิฉันทดสอบ จีที ๒๐๐ ผลก็ออกมาว่าใช้ไม่ได้ ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะว่าคนนําไปใช้ก็จะไม่เกิด ความปลอดภัย ขณะนี้ก็เห็นชัดแล้วว่าประเทศอังกฤษเขาจําคุกคนที่หลอกลวงขายเครื่องจีที ๒๐๐ ให้กับประเทศอื่น ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ถูกจําคุกไปแล้วเมื่อ ๒ วันนี้ และก็อีกคนหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว
ส่วนเรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ให้ดิฉันทําก็คือว่า ใช้ดาวเทียมที่เรามีอยู่สํารวจตรวจพื้นที่ปลูกข้าว ตอนที่เราทําโครงการประกันรายได้ชาวนา นี่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมาก ให้ชาวนาไปจดทะเบียนว่าเขามีกี่ไร่ สมมุติเขามี ๕๐๐ ไร่ หรือ ๑,๐๐๐ ไร่ แต่ดาวเทียมก็จะมาตรวจสอบว่าเขารายงานถูกหรือผิด แล้วในที่สุด ก็พบว่ามีการรายงานคลาดเคลื่อนถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ จาก ๑๖ ล้านไร่ อย่างนี้เป็นต้น อันนี้ ก็เป็นผลงานที่ดิฉันอยากจะนําเสนอในเบื้องต้น ซึ่งจริง ๆ แล้วคงจะมีอีกมากมาย ซึ่งดิฉัน คงไม่นํามากล่าวในวันนี้
เรื่องต่อไปค่ะท่านประธานคะ ดิฉันสงสารแล้วก็ไม่เข้าใจว่ารัฐมนตรี ของรัฐบาลนี้ไม่เห็นใจนายกรัฐมนตรีเลย นาน ๆ นานปีทีครั้งที่นายกรัฐมนตรีจะเข้ามา ในสภาแล้วก็อ่านนโยบายของรัฐบาล วันที่ ๒๓ สิงหาคม ก่อนที่จะเข้ารับตําแหน่ง แล้วก็ ยุทธศาสตร์การจัดงบประมาณ ขอ ปี ๒๕๕๗ แล้วก็อีกกรณีหนึ่งนายกรัฐมนตรีไปพูด ในวันครบรอบ ๑๐๐ ปี ของบริษัท เครือปูนซีเมนต์ไทยเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ทั้ง ๓ กรณี ท่านนายกรัฐมนตรีก็เพียรพยายามอ่านให้ถูกกับคนที่เขียนมาให้เกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิจัย และการส่งเสริม ท่านนาน ๆ มาพูดที แม้ว่าคนจะว่า ท่านพูดผิดพูดถูกเรื่องประเทศซิดนีย์ จังหวัดหาดใหญ่ หรืออะไรก็ตาม หรือภาษาอังกฤษ ท่านไม่แข็งแรงก็ตาม แต่ดิฉันชื่นชมท่านว่าคนที่เขียนให้ท่านอ่านทั้งในสภา ๒ ครั้ง เมื่อปี ๒๕๕๔ และปี ๒๕๕๗ แล้วก็เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม นี้ไปพูดที่บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย ครบรอบ ๑๐๐ ปี ท่านไม่ได้ลืมแล้วท่านก็อ่านถูกต้องทุกตัวหนังสือว่า รัฐบาลนี้ตัวท่านเอง จะส่งเสริมวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี แล้วก็ส่งเสริมเอกชนด้วย อันนี้ชัดเจน ดิฉันถึงคิดว่า ทําไมรัฐมนตรีของ ครม. ท่านจึงไม่เห็นใจท่าน แล้วไม่ทําตามที่ท่านพูดท่านอ่านเลย แล้วคณะกรรมาธิการละคะ เห็นไหมคะ ว่าไปตัดงบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีต่ํากว่าปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่นโยบายและยุทธศาสตร์ของการจัดงบประมาณนี้ก็บอก แล้วว่าจะสนับสนุนส่งเสริม แล้วก็เราจะเข้าสู่อาเซียนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย ก็เป็น หัวใจที่จะต้องสนับสนุนให้ชาวไร่ชาวนา เอสเอ็มอีให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะแข่งขัน กับประเทศเพื่อนบ้านได้ ท่านพูดของท่าน ๓ ครั้งเหมือนกัน ในทิศทางเดียวกัน แต่ดิฉัน จะเรียนกับท่านต่อไปว่า แนวทางความคิดที่สําคัญอย่างนี้ท่านพูดแล้วไม่มีใครฟังท่านแล้ว ท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีไปทําไมคะ ไม่มีใครฟังท่านเลย รัฐมนตรีของท่าน ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็สร้างมหกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในช่วง ๓๕ ปีของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือทะเลาะกับข้าราชการ จนกระทั่ง นักวิทยาศาสตร์ที่รัฐบาลลงทุนส่งให้เขาไปเรียนหนังสือที่ต่างประเทศ จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนํา ของโลกมาทํางานที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านก็ไปทะเลาะกับเขา แล้วก็จับพวกเขาเป็นตัวประกัน คือตอบโต้โดยวิธีนักวิทยาศาสตร์ก็แต่งชุดดํา ประท้วงท่าน ท่านมีอํานาจ ท่านมีสิทธิ ท่านก็ตัดงบประมาณเขาเสีย อย่างนี้ค่ะท่านประธาน ท่านผู้ฟังทางบ้านนะคะ ดิฉันต้องฟ้องค่ะ ดิฉันสงสารนายกรัฐมนตรีมากเลย รัฐมนตรีของ ท่านไม่เห็นใจท่านเลย ท่านพูดอะไรก็ไม่สนใจ ท่านจะพูดกี่ครั้งเหมือนกันเขาก็ไม่สนใจ สิ่งนี้ละค่ะที่ดิฉันต้องกราบเรียนรายละเอียดเพิ่มเติมว่าท่านนายกรัฐมนตรีทราบนะคะ เรื่องที่นักวิทยาศาสตร์แต่งชุดดําประท้วงรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ท่านในทางกลับกัน ท่านก็จับนักวิทยาศาสตร์และวงการวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย เป็นตัวประกันเพื่อสนองอารมณ์และความไม่ชอบ หรือไม่ถูกใจ โดยตัดงบประมาณ ของสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติให้ต่ําสุดในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมาค่ะ ท่านประธาน เคยไหมคะที่ผู้นําขององค์กรไม่ชอบลูกน้องแล้วก็ไปตัดงบประมาณเขาให้ต่ําสุด ในช่วง ๘ ปี ไม่เคยต่ําอย่างนี้มาก่อน แต่ว่ามีอีกทางหนึ่งนายกรัฐมนตรีก็ไปแสดงวิสัยทัศน์ ที่ต่าง ๆ แต่รัฐมนตรี คณะ ครม. ของท่านไม่สนใจ คณะกรรมาธิการก็เฉกเช่นเดียวกัน แล้วดิฉันก็จะเล่าต่อว่ามีมากกว่านี้อีกนะคะ ต่ําสุดใน ๘ ปีแล้วนี่นะคะ แล้วสิ่งที่น่าเจ็บใจ แล้วก็ต้องฟ้องประชาชนมากกว่าที่ดิฉันกล่าวมา ก็คือว่า ไปตัดงบประมาณของแผนงาน ของโครงการที่เกี่ยวกับผลิตผลเกษตรของประเทศไทยที่เป็นหัวใจหลักของประเทศไทย ท่านตัดงบประมาณหลายโครงการ เช่น มันสําปะหลัง งานวิจัยนะคะท่านประธาน งานวิจัยเกี่ยวกับมันสําปะหลัง ซึ่งก็เป็นพืชเกษตร ยางพาราซึ่งก็มีคนร้องเรียน ขณะนี้ กําลังทะเลาะกันปะทะกันอยู่ที่ปักษ์ใต้ ข้าวโพด น้ํามัน หมู ไก่ กุ้ง อ้อย แล้วก็ดิฉันพูดแค่นี้ก่อน ตัดจากที่เคยมีงบประมาณน้อยอยู่แล้ว ตัดเป็น ๐ ค่ะท่านประธาน มีทั้งหมด ๒๐ รายการ ที่ผู้บริหารของกระทรวงตัดเพราะว่าไม่ถูกใจ แล้วใครเสียหาย ประชาชน เกษตรกร ใช่ไหมคะ ก็ที่เล่าให้ฟังว่าสามารถที่จะใช้จุลินทรีย์กําจัดคราบน้ํามันนั้นเป็นผลงานของคนไทย เครื่องคลื่นวิทยุที่จะสร้างให้ข้าวมีคุณภาพดี ไม่ต้องใช้สารเคมี ใช้เวลา ๑๓ ปี กว่าจะวิจัย พัฒนาและต่อยอดที่มาใช้ได้นั้น ทั้งหลายทั้งแหล่นี้ก็เกี่ยวข้องกับชีวภาพหรือชีววิทยาทั้งนั้นเลย ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เราไม่ต้องเถียงนะคะว่าเป็นประเทศเกษตรกรรม งานวิจัยต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเน้นไปช่วยเกษตรกรว่าเขาจะพัฒนา ผลิตผลเขาให้ดีขึ้นได้อย่างไร จะเก็บไว้นานได้อย่างไร จะลดการใช้สารเคมีได้อย่างไร แต่หน่วยงานที่ตัดไปนี้นะคะส่วนใหญ่ก็เป็นงานชีวภาพ ท่านเห็นไหมคะ แล้วจะไม่ให้ดิฉัน ฟ้องได้อย่างไร เขาทําของเขาเงินน้อยนิด แต่ก็ตัดเป็น ๐ เลยนะคะท่านประธาน ไม่ได้ลดนะคะ ตัดเป็น ๐ เลยค่ะ๒๐ รายการอย่างน้อย แล้วท่านก็ไปเพิ่มส่วนที่ท่านสนใจ ในจังหวัดของท่าน เช่น ลําไย ดิฉันไม่ว่า ขอให้ชาวลําไยได้รับอานิสงส์จากงานวิจัย แล้วทําให้ผลผลิตของลําไยดีขึ้น ขายได้ดีขึ้น เก็บได้นานขึ้น มีโรงอะไรต่ออะไรดิฉันก็ไม่ว่า ดิฉันก็เข้าใจแล้วก็เห็นด้วยเช่นเดียวกัน ทีนี้ส่วนที่ท่านตัดลดที่น่าเสียดาย น่าเศร้าใจมากอีก ก็คือ ๔ งานค่ะท่านประธาน การยกระดับความสามารถผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย จาก ๗๐ ล้านบาท ก็ไม่ได้มากเลย เราผลิตรถยนต์ส่งออกก็จํานวนไม่น้อย ลดจาก ๗๐ ล้านบาท เหลือ ๓๐ ล้านบาท ยกระดับอุตสาหกรรมไทยที่รองรับการผลิตชิ้นส่วนรถไฟ และระบบราง อันนี้อยากร้องไห้ไหมคะ เพราะว่ารัฐบาลนี้สนใจที่จะสร้างระบบขนส่ง จากทางโดยทางรถยนต์ให้เป็นระบบราง และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งโฆษณาเสียเงินไป ค่อนข้างมาก แต่ก็ยังไม่ได้ศึกษา แต่อยากไรก็ตามก็ถือว่าเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลชุดนี้ ดิฉันจึงฝากทั้งท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการงบประมาณ ก็ตัดลงจาก ๖๔ ล้านบาท เหลือ ๓๐ ล้านบาท ท่านไม่สนใจหรือคะ พัฒนาสถาบันเทคโนโลยีระบบราง ซึ่งดิฉันได้ตั้งไว้แต่เดิมว่าต่อไปนี้เราใช้ระบบรางในการขนส่งคนและของ แล้วท่านก็ไปไกลกว่านั้น คือรถไฟความเร็วสูง ในขณะที่เขาจะยกระดับอุตสาหกรรมไทยเพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนรถไฟ และระบบราง ท่านก็ตัดของเขาไป อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะท่านประธาน ท่านผู้ฟังทางบ้าน จาก ๑๐๐ ล้านบาท เหลือ ๕๐ ล้านบาท เอสเอ็มอี อันนี้คนที่ อุตสาหกรรมเอสเอ็มอี ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าราย คงจะต้องร้องไห้ไปอีกนาน เพราะว่ารัฐบาล ไม่ให้ความสําคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เพื่อการเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน ท่านประธานคะ ดิฉันพูดมาทั้ง ๓-๔ รายการ ที่ท่านตัดลด ทั้งกระทรวงทั้งกรรมาธิการตัดลด เขาทําไมคะ แล้วท่านไม่ส่งเสริมรัฐบาลท่านเองหรือคะ ที่จะทําอ้ายโน่นที่จะทําอ้ายนี่ เขาทําวิจัยมา อยู่ดี ๆ จะให้เขาหยุดสะดุดลง การที่หยุดการวิจัยหรือสะดุด อีกนานค่ะท่านประธานที่จะฟื้น ขึ้นมาใหม่ได้ และท่านประธานต้องเข้าใจนะคะว่าเยาวชนของเรานี้จะเสียขวัญและกําลังใจมาก เขาเข้ามาใหม่ ๆ เขากําลังทําเรื่องข้าวเรื่องมันสําปะหลัง เรื่องยาง เรื่องอะไรต่าง ๆ ตัดเป็นศูนย์ ส่วนเรื่องที่เป็นนโยบายของรัฐบาลก็ตัดเขาครึ่งหนึ่ง ๆ แล้วอย่างนี้ปากว่าอย่าง แต่ ครม. ว่าอีกอย่าง กรรมาธิการว่าอีกอย่าง แล้วอย่างนี้ประเทศไทยจะเดินไปทางไหนคะ โกหกหรือเปล่าคะ พูดอย่างทําอย่าง แล้วลูกน้องท่านนี้ไม่สงเสริมท่านเลยนะคะท่านประธาน น่าสงสารและก็น่าเสียดาย ที่เรามีเงินแต่เราก็ไปตัดของเขา ตัวอย่างอื่น ๆ เช่น พัฒนา พันธุ์ข้าวต้านโรคต้านแมลง จาก ๑๓๕ ล้านบาท ตัดเหลือ ๓๕ ล้านบาท แล้วจะทําอะไรคะ แล้วจะให้นักวิจัยที่เขาอยู่ในห้องแล็ป (Lab) ทํางานหามรุ่งหามค่ํา นักวิทยาศาสตร์ เวลาเขาเริ่มทํางานแล้วเค้าทุ่มเทเขาตั้งใจ เขาเสียสละ แล้วรัฐบาลก็ลงทุนให้เขา ไปเรียนมาแล้ว แต่ว่าไม่ให้เงินงบประมาณเขาเลย เอางบประมาณไปทําอีลุ่ยฉุยแฉก ไปสุรุ่ยสุร่าย ทําอะไรมากมายที่ไม่มีประโยชน์กับส่วนรวมเลย ไม่มีประโยชน์กับชาวไร่ชาวนา หรืออุตสาหการเอสเอ็มอี ดิฉันฟ้องคนที่ทํางานเอสเอ็มอี ฟังไว้นะคะ ว่ารัฐบาลนี้เขาไม่อยาก ให้มีเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาเซียนเลย ท่านก็ต้องจําไว้ว่ารัฐบาลนี้ ปากอย่างทําอย่างค่ะ ดิฉันคงนอนไม่หลับ ถ้าดิฉันไม่ได้พูดต่อไปว่าดิฉันในฐานะ เป็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งในสภา เป็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งในวงการวิทยาศาสตร์ ดิฉันเข้าใจและก็เห็นใจเขา อีกมากมาย ถ้าจะพูดก็พูดได้อีกนาน
แต่อันสุดท้ายที่ดิฉันต้องขอท่านประธานเลยนะคะ ท่านกรรมาธิการช่วยฟัง ไว้ด้วยนะคะว่า นอกจากท่านไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีของท่านแล้ว ไม่สนับสนุนนโยบาย ของรัฐบาลของท่านแล้ว เมื่อกระทรวงวิทยาศาสตร์จะด้วยข้อมูลใหม่หรือด้วยความสํานึก บาปก็ไม่ทราบได้ ก็ขอแปรญัตติปรับเพิ่มขึ้นมา ๒ รายการ ให้กับ สวทช. หรือสํานักงานวิจัย พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ท่านประธานทราบไหมคะว่าเขาตัดไปประมาณ เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ขอกลับมาเพียง ๖๐๐ กว่าล้านบาท ๒ รายการค่ะ ให้กับ สวทช. หรือสํานักงานวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ๔๐๙ ล้านบาท กับ ๒๘๐ ล้านบาท รวมแล้วเป็น ๖๘๙ ล้านบาท ดิฉันก็ต้องขอบคุณคนที่มีน้ําใจที่ไม่ทราบ ท่านรัฐมนตรีคนไหนนะคะ หรือท่านได้รับข้อมูลใหม่หรือท่านจะไถ่บาป ดิฉันไม่ทราบ ก็ขอ แปรญัตติเพิ่มมา ๖๘๙ ล้านบาท ดิฉันขอถามกรรมาธิการเลยนะคะ ว่าท่านได้ศึกษาไหมว่า ท่านทําบาปต่อประเทศชาติแค่ไหน ท่านใจจืด ท่านใจดํา ตัดเขาไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐ กว่าล้านบาท ๙๐๐ ล้านบาท เขาขอกลับมา ๖๘๙ ล้านบาท กรรมาธิการไม่เคยแยแส ไม่เคยใส่ใจที่จะช่วยแก้ปัญหาเยียวยาความขัดแย้ง ไม่ช่วยให้กําลังใจกับนักวิจัยที่รัฐบาล ลงทุนส่งเข้าไปศึกษามาแล้ว แล้วเขาก็ทํางานมาจํานวนนับสิบ ๆ ปีแล้ว ให้เขาหยุดทําหรือให้ เขาต้องไปหาทุนจากที่อื่น ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็มีเงินมากมายที่ทําในสิ่งที่ไม่ควรจะทํามากมาย ที่สมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ผลกระทบนะคะ ท่านไม่ได้หยิบยกแม้กระทั่งขึ้นมาพิจารณาเลย ไม่ใช่พิจารณาแล้ว แล้วบอกไม่ให้ ไม่ใช่ ไม่หยิบยกขึ้นมาเลย เพียง ๖๘๙ ล้านบาทนะคะ ผลกระทบอันที่ ๑ คือขวัญกําลังใจของนักวิทยาศาสตร์กระเจิง ๒. วงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม คงไม่มีความสามารถที่จะพัฒนาศักยภาพเพื่อการแข่งขันกับ อาเซียนและประเทศอื่น ๆ แล้วท่านคิดว่าท่านจะช่วยอะไรได้บ้างในการที่ตัดงบประมาณ ที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้วข้างต้น กระทบใครคะ กระทบนักวิจัย กระทบเอสเอ็มอี กระทบ เกษตรกร กระทบข้าว คนทําปลูกข้าว คนส่งข้าวออกนอก คนทําระบบราง ระบบรถไฟ ไม่ต้องการที่จะสร้างขีดความสามารถภายในประเทศ ต้องการจะเทิร์นคีย์ (Turn key) ต้องการที่จะซื้อแล้วก็จะได้มีเงินทอนเท่านั้นเอง ดิฉันก็ไม่เข้าใจนะคะ ผลเสียที่มีต่อส่วนรวม ต่อประเทศชาติ ต่อการเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาเซียน กระทบต่อการพัฒนาระบบราง และผลิตผลทางเกษตรของประเทศในส่วนรวม ขอบคุณท่านประธานค่ะ
เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านผู้อภิปรายนะครับ ท่านคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ก็กราบเรียนนะครับว่า ท่านรู้สึกตําหนิกรรมาธิการนะครับ โหดร้าย ใจร้าย กราบเรียนนะครับ จริง ๆ คณะที่ตัดนี่ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตัดมากกว่าของพวกเรานะครับ อันนี้เรียนให้ท่านทราบนิดหนึ่งนะครับ แล้วก็เรียนให้ทราบว่า ได้มีการซักถามแล้วนะครับ ก็ยืนยันแล้วก็จํานวนที่ปรับลดนั้น กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ที่ประชุมนะครับว่าหน่วยงานสามารถปฏิบัติได้นะครับ ก็คือเรามีเกณฑ์ในการพิจารณา เมื่อมีอนุกรรมาธิการแต่ละคณะนี้ครับไปตรวจสอบเรื่องรายละเอียด แล้วก็มีการปรับลด ในส่วนของชั้นอนุกรรมาธิการ แล้วก็ในฟลอร์ (Floor) ใหญ่ กรรมาธิการทั้งคณะก็พิจารณา แล้วนะครับ แล้วก็ตรวจสอบกับหน่วยงานแล้วนะครับ ยังยืนยันแล้วก็เรียนท่านรัฐมนตรีด้วย นะครับ ท่านดอกเตอร์พีรพันธุ์ ถ้าเกิดมีการขัดข้องเรื่องหน่วยงานที่จะต้องปฏิบัติอีก ก็ขอให้ท่านได้ทําความเห็นต่อ ครม. เอาใหม่ก็แล้วกันนะครับ กรรมาธิการได้ แต่ว่าในส่วนที่ กรรมาธิการได้ดําเนินการนั้นขอยืนยันว่าได้พิจารณารอบคอบแล้ว ก็ขอกราบขอบพระคุณ ในความห่วงใยของท่านดอกเตอร์นะครับ ผมเองต้องขอประทานโทษด้วย ขอบคุณครับ
ท่านจะปรึกษาอะไรครับ ผมจะขอมติก่อนได้ไหมค่อยปรึกษา เชิญท่านประเสริฐก่อน ท่านจะ ปรึกษาเรื่องอะไร
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ต่อกรณีของที่ท่านกรรมาธิการกล่าวอ้างว่า ทางพรรคประชาธิปัตย์ตัดมากกว่า มันไม่เป็นความจริงครับ เพราะว่าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเสียงข้างน้อย แล้วก็ส่วนใหญ่เป็นข้อเสนอของทางซีกของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ซึ่งความเป็นจริงก็ทราบกันครับว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากคือซีกรัฐบาล แต่เมื่อในที่ประชุม เห็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้นนะครับ เพราะมันไม่ต้องโทษกันไปโทษกันมาว่าใครตัด ใครปรับ มากกว่านะครับ
อย่าไปโทษกันเลยครับ เป็นเรื่องของกรรมาธิการต้องร่วมกันครับ เชิญครับ
ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ถ้าท่านคิดว่าท่านไม่สบายใจผมก็ไม่เป็นไร ผมรับผิดชอบ ต้องขอประทานโทษ ก็ในที่ประชุม อันนี้การปรับลดอันนี้เป็นการปรับลดฟลอร์ใหญ่ ก็ไม่เป็นไรครับ แต่ว่าเรียนให้ทราบว่า มีการยกญัตติโดยท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แต่เราก็เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ตอบแล้ว ไม่ชัดเจน ก็คือมีการอนุญาตตรงนี้ไป ก็ขออนุญาตนําเรียนนะครับ ก็ขอรับไป ขอบคุณครับ ท่านประธาน
จะลงมติดีไหมครับ ขอปรึกษาท่านวรวัจน์หน่อย เชิญครับท่านจะปรึกษาอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผม วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดแพร่ พรรคเพื่อไทย จะขออนุญาต ท่านประธานครับ คือถ้าหากว่าไม่พูด คงมีประเด็นที่จะเกิดความเข้าใจผิดและเสียหาย และมีหลายประเด็นด้วย ก็มีสื่อเอาไปลงแล้วก็เกิดความเข้าใจผิด ผมเองต้องเรียนว่า ผมพยายามจะไม่พูด เพราะไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้ง แต่เนื่องจากว่ามีผู้อภิปราย ย้ําประเด็นนี้ ผมก็เกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิด ขออนุญาตท่านประธานชี้แจงพาดพิง ในส่วนที่ทําให้เกิดความเสียหายเท่านั้นเองนะครับ
ผมยังไม่ทราบพาดพิงท่านประเด็นอะไรครับ
ท่านประธานครับ ผมเป็นอดีต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ท่านครับ บอกก่อนว่าประเด็นอะไรเพราะว่าคุณหญิงเขาเป็นห่วงเป็นใย
เพราะว่าถ้าพูดถึงรัฐบาล ตัดงบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตัดงบประมาณงานวิจัย ซึ่งผมต้องเรียนว่าการปรับลดงบประมาณไม่ได้ปรับลดงบประมาณของงานวิจัยเลย ต้องเรียนว่างบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในปีนี้ตามที่รัฐบาลจัดสรร ให้ได้รับเพิ่มมากขึ้น ใน ๑๖ หน่วยงานนั้นมีเพียงหน่วยงานเดียวที่ได้รับงบประมาณน้อยลง คือ สวทช. หรือสํานักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งต้องเรียนว่า การจัดสรรงบประมาณนั้น ใน ๑๖ หน่วยงาน เราได้ดูแล้วว่าหน่วยงานไหนชี้แจง และมีความชัดเจนว่าโครงการที่ส่งมายังคณะกรรมาธิการนั้น ถ้าขนาดผมเองฟังแล้ว ยังไม่เข้าใจว่าดําเนินการอะไรมันก็อาจจะทําให้ถูกปรับลดงบประมาณในส่วนของ กรรมาธิการได้ งบประมาณในส่วนของ สวทช. มี ๓ ส่วน ๑. งบประมาณแผ่นดิน มีอยู่ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันที่ ๒ งบประมาณในส่วนของที่เรียกว่า เงินรายได้ มีอีกประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันที่ ๓ งบประมาณในส่วนของเงินกองทุน มีอีกประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท และในความเป็นจริงครับ ไม่ได้ใช้หมดทุกปีครับ จะมียอดเหลือแล้วตั้งยกยอดมาโดยตลอด ซึ่งในส่วนของงานวิจัยนั้นปกติแล้ว จะอยู่ในส่วนของเงินกองทุนหรือเงินรายได้ ไม่ได้อยู่ในส่วนของเม็ดเงินที่อยู่ในส่วนของ เงินงบประมาณ งบประมาณที่ถูกปรับลดอยู่ในส่วนของโครงการต่าง ๆ เท่านั้นเอง ซึ่งมีความ ไม่ชัดเจนว่าโครงการนั้นเอาไปแล้วดําเนินการอะไร แต่มีพูดออกไปบิดเบือนว่ามีการตัด งบประมาณของในส่วนนี้
อีกประเด็นหนึ่งขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านประธานตรงนี้ว่าในส่วนของความ ไม่เข้าใจระหว่างผมกับท่านผู้บริหารของ สวชท. นั้นเป็นประเด็นในเรื่องของที่มีการอ้างว่า เป็นการใส่ชุดดํานั้น
ท่านวรวัจน์ครับ ท่านก็ได้ชี้แจงแล้วนะครับว่าในประเด็นที่เขาไม่ได้ตั้งงบประมาณ ท่านก็ได้ชี้แจงเหตุผลว่าเพราะรายละเอียดโครงการมันไม่มี อันนี้ก็เป็นเหตุผล และความชอบธรรมที่สํานักงบประมาณเขาจะต้องพิจารณาอยู่แล้ว ผมว่าชี้แจงพอสมควร แล้วนะครับ ผมจะได้ขอมติเลย
ก็ขออีกประเด็นเดียวครับ ในเรื่องที่มี การแต่งชุดดํากันนะครับ จริง ๆ เป็นความเข้าใจ
ท่านจุฤทธิ์ประท้วงผมแล้ว ผมว่าพอเถอะครับ เพราะท่านได้ชี้แจงแล้วว่างบประมาณที่ไม่ สามารถที่จะตั้งได้อย่างที่ท่านดอกเตอร์คุณหญิงกัลยาพูดนั้นก็คือท่านชี้แจงแล้วว่า มันไม่มีรายละเอียดของโครงการมันก็น่าจะยุติประเด็นนั้นได้นะครับ
ท่านอาจจะไม่เข้าใจประเด็นของการตั้ง งบประมาณ ผมเรียนชี้แจงไว้ตรงนี้อีกครั้งหนึ่งครับ ไม่มีการตัดงบประมาณของงานวิจัย มีแต่โครงการเท่านั้นเอง เป็นความเข้าใจของท่านเอง
พอแล้วครับ ผมขอลงมติเลยครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะลงมติในมาตรา ๒๑ นะครับ ก่อนจะลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน ท่านเข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนนะครับ
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
มีอะไรไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง โฆษกคณะกรรมาธิการงบประมาณ ระหว่างที่รอเพื่อนสมาชิก ผมขอเวลาเพียงครึ่งนาที กราบเรียนท่านประธาน ที่ท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านประธาน กรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ ได้ชี้แจงในเรื่องของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ตัดงบประมาณนั้นผมเป็นคนเสนอตัดงบประมาณ เพราะว่างบประมาณส่วนใหญ่ ไปลงที่จังหวัดแพร่นะครับ
เอาละครับ ผมว่าเดี๋ยวมันจะเรื่องยาว เอาเท่านี้ก็พอแล้วครับลงมติ นั่งเถอะครับท่านวัชระ นิดเดียวก็เอา เอาละครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่หรอกครับ ท่านบุญยอดครับ เดี๋ยวผมจะขอลงมติก่อนนะครับ ขอความร่วมมือเถอะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เมื่อแสดงตนแล้วเจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๓๐๙ นะครับ
มาตรานี้มีการแก้ไขนะครับ ผมจะขอถามมติที่ประชุมว่า ท่านใดเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่ขอแก้ไขให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นและผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ ท่านใด งดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ออกเสียงมีไหมครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ผมขอเปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการขอแก้ไข ๒๘๕ เสียง เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและแปรญัตติ ๑๑๘ เสียง งดออกเสียง ๑๔ เสียง นะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอแก้ไขนะครับ
ต่อไปเป็นมาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการ
มาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติค่ะ
ท่านบุญยอดมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ต้องขออนุญาตหารือท่านด่วนนิดหนึ่งครับ ปลาคราฟตรงบ่อข้างหน้าอาคารรัฐสภาของเรา ตอนนี้มันตายไปประมาณ ๑๐ กว่าตัวแล้ว แล้วก็นอนหงายท้องอีกประมาณผมคิดว่านับสิบ ขอเรียนปรึกษาท่านว่าท่านจะได้สั่งการอย่างไรที่จะให้ดําเนินการช่วยเหลือชีวิต ของปลาคราฟครับ ซึ่งผมเข้าใจว่าจะมีจํานวนเท่ากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพอดี ไม่อย่างนั้นมันจะมีอาการและออกอาการมากกว่านี้ อยากขอให้ท่านปรึกษาเร่งด่วน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ
ได้ครับ คืออย่างนี้ครับท่านบุญยอด เมื่อวานนี้ผมถามเจ้าหน้าที่ตอนผมออกไปตอน ๕ ทุ่ม เจ้าหน้าที่ก็รายงานผมบอกว่าเราประชุมดึกดื่นหลายวันมันก็ไม่ได้หลับไม่ได้นอนเหมือนกัน มันก็เฉาตายเหมือนกันนะครับ เชิญท่านเรวัต ขอโทษนะครับ ท่านจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ เชิญครับ วันนี้ผมจะรีบปิด เพราะว่าจะได้รีบเสร็จ เพราะเจรจากันแล้ว เดี๋ยวปลาคราฟจะได้ รักษาสภาพจิตใจได้นะครับ เชิญต่อครับ เชิญท่านจุฤทธิ์ก่อนครับ เดี๋ยวมาท่าน ท่านมีอะไร ละครับ เชิญครับ เดี๋ยวนะครับท่านจุฤทธิ์ครับ
ผมเป็นกรรมาธิการสงวนความเห็นครับ ท่านประธานครับ
ท่านจุฤทธิ์ให้กรรมาธิการเขาสงวนความเห็นก่อนครับ เดี๋ยวพวกเราค่อยว่ากัน เชิญครับ
กรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งขอเสนอ ความเห็นไว้ มีอยู่ ๒ เรื่อง ในกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ผมสงวนความเห็นไว้ ในหมวดของมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ ขอปรับลดไป ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ สาเหตุ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ฟังแล้วก็เห็นด้วย แต่ไม่สามารถปรับตามได้ ก็ไปตั้งเป็นข้อสังเกต ผมก็ต้องขอขอบคุณ แต่ว่าจะต้องพูดไว้ในที่ประชุมนี้เพื่อให้เป็นความก้าวหน้าของ กระทรวงศึกษาธิการของประเทศไทย เพราะว่าอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการมา ๒๒ ปี เรื่องมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐ ของประเทศไทยนี้ มีงบประมาณมากขึ้น เพิ่มขึ้นแต่ละปีมากกว่ามหาวิทยาลัยของรัฐ และมหาวิทยาลัยราชภัฏ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยของคนยากคนจน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ สั้น ๆ อย่างนี้ครับ มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐแห่งเดียวนี้มีรายได้ปีละ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ยังของบประมาณจากรัฐบาลปีละ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ปีละ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาทเท่ากับ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั้งประเทศ ๔๐ แห่ง แล้วก็เท่ากับมหาวิทยาลัยของรัฐ ๑๔ แห่ง แห่งเดียวนะครับ เหตุผลที่ผมขอปรับลดเพื่อที่จะให้เป็นแนวโน้มของรัฐบาลฝากไว้ เป็นความคิดว่าต่อไปนี้มหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐเขาจะทยอยออกไปเรื่อย ๆ ถ้ายังไม่ปรับลดครับ ต้องมีแผนการพึ่งตัวเองตามเจตนาของมหาวิทยาลัยที่จะออกไปอยู่ในกํากับครับ ตอนนี้ไม่มีเลยครับ เพราะฉะนั้นอันนี้เสนอไว้
เรื่องที่ ๒ เป็นการสื่อไปยังโรงเรียนขนาดเล็ก ผมขอเสนอปรับลด ของกระทรวงศึกษาธิการไป หน้า ๕๕๕ นี้ครับ ตั้งงบซื้อรถตู้ไว้ ๑,๐๐๐ คัน สาเหตุที่ชี้แจง ในคณะกรรมาธิการสรุปว่าเกิดจากการมีโครงการที่จะพัฒนาคุณภาพการศึกษา สาเหตุมาจากการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ซึ่งผมไม่เห็นด้วยในทางการศึกษา เวลาผมเป็นครูมา ถึงวันนี้ ๔๔ ปี ชาวบ้านสร้างโรงเรียนมา พอถึงเวลานี้จะไปยุบของเขา ไม่เห็นด้วย เพราะมันเป็นการทําลายประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านด้วย การพัฒนาการศึกษาเวลานี้ ถ้าจะทําให้สอดคล้องกับกฎหมายการศึกษา ซึ่งมีระบบต่าง ๆ มีทั้งตามอัธยาศัย ในกํากับ อะไรต่าง ๆ นี้ กับในระบบนี้ สามารถทําได้ สื่อเทคโนโลยีก็เจริญแล้ว ไม่ใช่จะมาอ้างว่าเพื่อคุณภาพ แล้วจะยุบโรงเรียน ไม่เห็นด้วย ซึ่งกรรมาธิการส่วนใหญ่ ก็เห็นด้วยนะครับ ผมเสนอปรับลดไป ๘๐๐ คัน กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็ปรับลดไป ๗๐๐ คัน ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านปัจจุบัน ท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ที่เข้าใจเรื่องการพัฒนาคุณภาพ โดยไม่ต้องไปยุบโรงเรียนขนาดเล็ก ขออภิปรายไว้เพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ หลังจากท่านจุฤทธิ์แล้วก็จะเป็น ท่านเรวัต อารีรอบ นะครับ ท่านเตรียมตัว แล้วก็กลับมาที่ฝั่งนี้นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมได้ปรับลดในส่วนมาตรา ๒๒ กระทรวงศึกษาธิการ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เหตุเพราะว่ามีอย่างน้อย ๑ โครงการครับ ที่ยังสามารถ ปรับลดงบประมาณลงได้อีก แต่ยังไม่มีการปรับลดงบประมาณลงมา โครงการดังกล่าวคือ โครงการจัดซื้อรถตู้ ๑,๐๐๐ คัน ท่านประธานครับ ในการจัดทํางบประมาณนี้ บางครั้ง ก็แก้ไม่ถูกจุดเกาไม่ถูกที่คัน ผมยกตัวอย่าง ๑ โครงการครับ โครงการก่อสร้างศูนย์ราชการ แห่งใหม่จังหวัดพังงา ผมผลักดันติดตามมานานครับ เพราะรู้ว่าข้าราชการจังหวัดพังงา เดือดร้อนเรื่องศูนย์ราชการ ในส่วนข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการก็จะมาใช้ศูนย์ราชการ ส่วนนี้ด้วย ขอกันมาหลายปีครับไม่ได้ แต่จะเอาโครงการก่อสร้างเรือนจําจังหวัดพังงา มาให้แทน นี่ละครับ ผมบอกเกาไม่ถูกที่คัน แต่มาวันนี้ครับ จากการผลักดันนี่ครับ ติดตาม ชี้แจงปัญหาให้ทราบมาโดยตลอด วันนี้ศูนย์ราชการจังหวัดพังงาได้แล้ว แต่ประเด็นก็คือ เรือนจํายังไม่เอาออกไป ยังมีความพยายามจะสร้างเรือนจําตรงนี้อีกนะครับ ก็เลยเรียนว่า วิธีการเกาให้ถูกที่คัน ถ้าอยากได้ศูนย์ราชการต้องเอาศูนย์ราชการมาให้ครับ ไม่ใช่จะเอา ศูนย์ราชการ ขอศูนย์ราชการแต่มาให้เรือนจําแทน อันนี้ผมยกตัวอย่าง แล้วก็ขอบคุณ ทางกรรมาธิการที่ไม่ปรับลดในส่วนตรงนี้ด้วยครับ อย่างน้อยข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ จะได้มีโอกาสได้ใช้ในส่วนของศูนย์ราชการแห่งใหม่ ซึ่งจะได้งบถึง ๓๘๓ ล้านบาท ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมภูมิใจมากที่สุดก็คือ อย่างน้อยผมไม่ต้องมาออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมให้ตัวเอง เพราะอะไรครับ เพราะระหว่างที่ขอศูนย์ราชการแห่งใหม่นี่ครับ คนพังงาบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ความจริงถ้าอยากได้ศูนย์ราชการหรือว่าศาลากลางใหม่ เร็ว ๆ นี่ไม่ยากนะครับ เผามันเลยพี่น้อง ไม่ถึงปีครับ ได้งบครับ เพราะฉะนั้นผมเลยเรียน ท่านประธานว่า
เอาเข้าเนื้อหาเรานะครับ อย่าไปพูดนั้นเขา เดี๋ยวก็ประท้วงกันอีกนะครับ เชิญครับ
ครับผม นี่ละครับ ท่านประธาน ครับ ผมเลยเรียนท่านประธานว่าวิธีการนี้อยากได้งบง่าย ๆ นี่ก็คือต้องทําลายทิ้งครับ เช่น ศูนย์ราชการนี่ครับ ถ้าพังงาเผาศูนย์ราชการตั้งแต่วันโน้น วันนี้มาออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ให้ตัวผมเอง ผมได้ศูนย์ราชการไปนานแล้ว ไม่ต้องมาพูดให้เหนื่อยในวันนี้ ท่านประธานครับ ในวาระที่หนึ่งเรื่องรถโรงเรียนนี่ครับ ผมตั้งคําถามไป ๓ เรื่อง
เรื่องแรก คือเรื่องราคาครับ เรื่องราคาแพงเกินจริง กล่าวคือรถ ๑๒ ที่นั่ง ราคาจริงคันละ ๙๕๖,๐๐๐ บาท เอกสารงบประมาณเล่มขาวคาดแดงครับ พิมพ์ไว้คันละ ๒,๓๔๓,๗๒๔ บาท แพงกว่าความเป็นจริงคันละ ๑,๓๘๗,๗๒๔ บาท แพงกว่าคันละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เมื่อผมได้อภิปรายในวาระที่หนึ่งไป ท่านรัฐมนตรีเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช มาตอบว่าพิมพ์ผิด ก็กลายเป็นเรื่องโจ๊กในสภาไป ว่าเอกสารงบประมาณที่มาเสนอแก่ ส.ส. นี่ทําไมพิมพ์ผิดกันง่าย ๆ ขนาดนี้ และพิมพ์ผิดเป็นจํานวนมาก ประเด็นก็คือ ถ้าซื้อ ๑,๐๐๐ คัน งบผิดไป ๑,๓๘๗ ล้านบาทนะครับ ไม่ใช่ ๑,๓๘๗ บาทนะครับ ๑,๓๘๗ ล้านบาท สําคัญที่สุด ถ้าผมมองไม่เห็นละครับ ถ้ากรรมาธิการชุดนี้เข้าไปแล้วมองไม่เห็นละครับ เกิดอะไรขึ้นครับ อย่างที่ผมเรียนไว้ว่าหวานคอแร้งหรือเปล่านะครับ ท่านประธานครับ แม้นว่า จะอ้างว่าพิมพ์ผิดและมีการแก้ไขไปแล้ว ที่สุดครับ มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการยังไม่เปลี่ยนครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยที่ดูแลโครงการ รถโรงเรียนคันนี้ครับ ยังไม่เปลี่ยนครับ ท่านก็แก้ไขตัวเลขครับ เป็นคันละ ๑,๒๓๒,๔๐๐ บาท ท่านไปซื้อรถตู้มีเศษ ๔๐๐ บาทด้วยนะครับ ๔๐๐ บาทนี้ค่าอะไรครับ กรรมาธิการถาม หรือเปล่าครับ รถเขาซื้อกันหลักหมื่นครับ หลักพันนี่แทบไม่มีนะครับ แต่นี่มีหลัก ๔๐๐ บาท กรรมาธิการถามหรือเปล่ามันคืออะไร ค่า ๔๐๐ บาทนี้ ค่าสติ๊กเกอร์คําว่า รถโรงเรียน หรือเปล่า กรรมาธิการถามหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ ประเด็นสําคัญก็คือ แม้นว่า จะเป็นคันละ ๑,๒๓๒,๔๐๐ บาทก็ตาม ราคาก็ยังแพงกว่าราคากลาง คือ ราคาจริงครับ คือคันละ ๒๗๖,๐๐๐ บาท ยังแพงกว่าคันละ ๒๗๖,๐๐๐ บาทนะครับ ถ้าซื้อ ๑,๐๐๐ คัน จะมีส่วนต่างอยู่ ๒๗๖ ล้านบาทครับ ไม่ใช่บาทเดียวนะครับ ๒๗๖ ล้านบาทครับ เข้ากระเป๋า ใครครับ ถ้าหากันไม่เจอ ถ้ามองกันไม่เห็น และถ้ายังไม่แก้กันจนบัดนี้ ในวาระที่หนึ่ง ผมตั้งคําถามไป ๓ คําถาม นี่คือคําถามที่ ๑ ครับ คือเรื่องราคาแพงเกินจริง
คําถามที่ ๒ เรื่องการล็อกสเปก (Lock spec) ผมบอกว่าทําไมต้องใส่ ๑๒ ที่นั่งดีเซล (Diesel) ทําไมต้องไปซื้อรุ่น ๑๒ ที่นั่งดีเซล ผมตั้งคําถามไปเพราะว่ารุ่นนี้ กําลังจะโละกันครับ ถ้าใส่ ๑๒ ที่นั่งเฉย ๆ นี่หมายถึงเป็นรถตู้ ๑๒ ที่นั่งหลังคาเตี้ย เขาจะโละกัน กรรมาธิการต้องไปดู แล้วอย่าไปซื้อ ผมเลยเสนอไปอย่างนี้ครับ ทําไมไม่ใส่ คําว่า รุ่น ๑๒-๑๖ ที่นั่ง และ/หรือใส่คําว่า หลังคาสูง ซึ่งเขานิยมใช้กัน ท่านประธานไปดูรถ ของสภาสิครับ ที่เวลาเราเลิกประชุมกันดึก ๆ เลยต้องพาเจ้าหน้าที่ไปส่งด้านนอกครับ เป็นรถตู้หลังคาสูง ๑๖ ที่นั่ง เจ้าหน้าที่นั่งกัน ก็ขนเอาไปส่งกัน นี่คือรถที่ผมพูดถึงครับ กระทั่งรถคันนี้ราคาก็ยังไม่ถึงคันละ ๑,๒๓๒,๔๐๐ บาทอยู่ดี นั่นคือคําถามที่ ๒ ครับ คือการล็อกสเปค
คําถามที่ ๓ ครับท่านประธาน ผมถามไปว่า ตกลงรัฐบาลจะยุบโรงเรียนจริง ใช่ไหม แล้วก็ที่สําคัญก็คือ ถ้าโรงเรียนไหนถูกยุบ โรงเรียนที่ยุบต้องกลายสภาพไปเป็นรถตู้ ทันที คือให้ซื้อรถตู้มาแทนโรงเรียนที่จะถูกยุบ นั่นคือคําถามที่ผมตั้งคําถามไปในวันนั้น ที่ผมสงสัยอย่างเดียวว่า ยุบโรงเรียนเสร็จซื้อรถตู้นี่ ตกลงจะให้เด็กนั่งเรียนในรถตู้หรือเปล่า ก็น่าจะพิสดารครับ รถตู้นั่งได้ ๑๒ คน ครูก็ไปยืนสอนในรถตู้ คราวนี้ก็ไม่ต้องเรียนกัน หรอกครับ ท่านประธานครับ ถ้าไม่ใช่ให้เด็กเรียนในรถตู้ก็แสดงว่าเอาไว้ขนเด็กนักเรียน จากโรงเรียนหนึ่งไปอีกโรงเรียนหนึ่ง ประเด็นก็คือมีรัฐมนตรีมาตอบว่า ไม่ใช่การยุบโรงเรียน ผมเข้าใจผิด แต่รัฐมนตรีตอบว่าเขาเรียกว่า ควบรวม ครับ แสดงว่าอะไร เอาโรงเรียน ๑ กับโรงเรียน ๒ มารวมกันแล้วเอามาควบกันหรือครับ ท่านประธานครับ ใน ๓ คําถามที่ผม ถามไปนี่ครับ ๑. ราคาแพงเกินจริง ๒. มีการล็อกสเปค ๓. ยุบโรงเรียนเพื่อซื้อรถตู้ด้วยการ หาเหตุช่วยหาคําตอบอย่างไรครับ กรณียุบโรงเรียนครับ ผมเรียนถามรัฐมนตรีไปแล้ว ผมจะเรียนถามกรรมาธิการว่าเคยถามหรือเปล่าว่าถ้ายุบโรงเรียนแล้วโรงเรียนเก่าจะเอาไป ทําอะไร ที่เรียกว่า ควบรวม ครับ ยุบ ๑ จะเอาไว้กับ ๒ โรงเรียนไหนต้องอยู่อย่างไร ผมมี กรณีตัวอย่างครับ อันนี้ประชาชนฝากมา ประเด็นก็คือว่า กรณีโรงเรียนบ้านคลองห้าง หมู่ ๗ ตําบลลําภี อําเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โรงเรียนดังกล่าวมีที่ดิน ๔๐-๕๐ ไร่ ประเด็นก็คือ โรงเรียนนี้กําลังจะถูกยุบ สําคัญที่สุดก็คือ นายโสภณ กวดกิจการ และนายวิรัตน์ ดําอ่อน เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สร้างโรงเรียนแห่งนี้ ประเด็นก็คือว่า ถ้ายุบโรงเรียนแห่งนี้แล้ว นายโสภณกับนายวิรัตน์ถามว่าที่ดินต้องคืนเขาหรือเปล่า เพราะเขาบริจาคให้สร้างโรงเรียน ถ้าท่านยุบโรงเรียน ไม่ใช้ประโยชน์ในการบริหารในการเป็นโรงเรียนแล้วเขาขอคืนสิครับ กรรมาธิการเคยถามเรื่องนี้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นนี่เป็นแค่ ๑ ตัวอย่างของโรงเรียนที่จะ ถูกยุบทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นโรงเรียนที่จะถูกยุบทั่วประเทศมี ๑๔,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ที่ท่านบอกว่ามีเด็กต่ํากว่า ๑๒๐ คน แล้วอยู่ในเกณฑ์สมควรถูกควบรวม ๑๔,๐๐๐ กว่าโรงเรียนท่านจะทําอย่างไร กรรมาธิการเคยถามหรือเปล่า ท่านประธานครับ แล้วก็ ทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่ง โรงเรียนแห่งนี้แม้นว่าจะถูกยุบ มีเด็กนักเรียนไม่ถึง ๕๐ คน ตอนนี้นักกีฬา ทีมชาติ เยาวชนไทยเป็นเด็กที่จบจากโรงเรียนนี้ครับ ชื่อนางสาวยินดี ภาคภูมิ เป็นนักกีฬา เยาวชนทีมชาติประเทศไทย เพราะฉะนั้นโรงเรียนที่จะถูกยุบไม่ใช่ว่าไม่มีคุณภาพการเรียน การสอนนะครับ วันนี้กําลังผลิตตัวแทนนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยอยู่ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าท่านกรรมาธิการยังไม่ต้องตอบผมครับ เพราะว่าเมื่อวันที่ ๑๔ คือสัปดาห์ที่แล้ว ตอน ๑ ทุ่ม ๔๕ นาที ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ในฐานะ รองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๗ ได้ลุกขึ้นมา ตอบคําถามเรื่องรถโรงเรียน ตอนนั้นผมบอกว่าอย่าเพิ่งตอบเลยครับ รอให้ผมอภิปราย เสร็จก่อน ให้ท่านตอบทีเดียว แต่ท่านได้ชี้แจงอยู่ ๒ เรื่องครับ เรื่องแรกก็คือว่า ไม่ได้ตั้งหน้า ตั้งตาจะยุบโรงเรียน เข้าใจผิดไปเอง ผมจินตนาการไปเองครับ เรื่องที่ ๒ ไม่ได้ซื้อ ๑,๐๐๐ คันครับ ซื้อแค่ ๓๐๐ คัน กล่าวคือลดจํานวน แต่ราคายังไม่ลด ราคายังแพงเกินจริงเหมือนที่ผมอภิปราย นี่คือประเด็นปัญหาอย่างไรครับ เพราะฉะนั้น ท่านกรรมาธิการท่านต้องจับประเด็นให้ได้ครับ ประเด็นของผมไม่ใช่เรื่องจํานวนครับ คันเดียวถ้าทุจริตก็ทุจริตครับ ๑,๐๐๐ คัน ก็ทุจริตครับ ได้เพิ่มขึ้นอีก ๑,๐๐๐ เท่า ประเด็น มันอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ กรณียุบโรงเรียนก่อนครับ ผมตอบรัฐมนตรีก่อนท่าน หาผมจินตนาการไปเอง คิดเอาเองว่าเขาจะยุบโรงเรียน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้ก็ยังอยู่นะครับ ท่านเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ วันที่ ๕ มิถุนายน หลังจากผมอภิปรายเรื่องงบประมาณผ่านไป ๑ อาทิตย์ ท่านให้สัมภาษณ์ ว่าอย่างไรครับ กระทรวงศึกษาธิการดําเนินการตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วย การขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถรับจ้างรับส่งนักเรียน พ.ศ. ๒๕๔๗ กําหนดให้รถรับส่ง นักเรียนมีขนาดไม่เกิน ๑๒ ที่นั่ง ผมก็ไม่ทราบว่านี่เป็นเหตุผลที่รัฐมนตรีไปชี้แจง ในกรรมาธิการหรือเปล่า ที่บอกว่าต้องซื้อ ๑๒ ที่นั่งเท่านั้น เพราะต้องอ้างระเบียบอันนี้ กรมการขนส่งทางบก ผมไม่ทราบว่ากรรมาธิการไปขอดูระเบียบกรมการขนส่งบกหรือเปล่า ผมมีอยู่ในมือนะครับ ระเบียบนี้มีแค่ ๑๓ ข้อ ไม่มากครับ ข้อที่ ๔ เป็นหัวใจของมันครับ ข้อ ๔ ในระเบียบนี้การรับจ้างขนส่งนักเรียนหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า การรับส่งนักเรียนด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์เพื่อสินจ้าง เพื่อสินจ้าง รับส่งนักเรียนในเครื่องหมายคําพูด แสดงว่าอะไรครับ แสดงว่ารัฐมนตรีเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อ้างระเบียบนี้ ซึ่งเป็นระเบียบรถรับจ้างขนนักเรียนครับ ไม่ใช่ใช้รถประจําโรงเรียน ท่านกรรมาธิการถามหรือเปล่า และท่านกรรมาธิการเชื่อตามรัฐมนตรีอ้างหรือครับว่า ใช้ระเบียบนี้แล้วจะถูกต้องเลยต้องซื้อรถ ๑๒ ที่นั่ง ท่านประธานครับ รถรับส่งนักเรียน หมายความว่าอะไร ระเบียบนี้เขียนไว้ละเอียดครับ รถยนต์ส่วนบุคคลเกิน ๗ คน แต่ไม่เกิน ๑๒ คน นี่อย่างไรครับที่รัฐมนตรีอ้างว่าต้องซื้อ ๑๒ ที่นั่ง แต่จริง ๆ มันคือรถรับจ้างครับ ท่านประธานครับ อีกข้อหนึ่งครับ พวกข้ออื่นผมไม่อ่านนะครับ เช่น ข้อ ๖ รถโรงเรียนต้องมี ป้ายคําว่า รถรับส่ง ต้องมีป้ายพื้นสีส้ม ต้องมีสัญญาณไฟเหลืองอําพันสีแดงไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร ให้มองเห็น ต้องมีถังดับเพลิง ต้องมีค้อนไว้ทุบ เวลารถคว่ําออกมาจากกระจก ไม่ได้ หรือเด็กติดอยู่ในรถเอาค้อนทุบกระจก ผมไม่พูดถึงรายละเอียดตรงนั้น พูดถึงข้อ ๑๐ อีกข้อหนึ่งครับ ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้รถรับส่งนักเรียนต้องส่งนักเรียนส่งนักเรียนนะครับ ไม่ใช่ส่งครูนะครับ ที่ว่า ๑๒ ที่นั่ง เอาไว้ส่งนักเรียนอย่างเดียวนะครับ ให้ถึงโรงเรียน ให้ถึง ที่อยู่อาศัยหรือมอบให้แก่ผู้ปกครองโดยตรง ณ สถานที่ตกลงกันไว้ นี่คือระเบียบขนส่ง ทางบกที่รัฐมนตรีอ้างว่าต้องใช้ระเบียบนี้ในการซื้อรถ ๑๒ ที่นั่ง ขณะเดียวกันผมบอก ๑๖ ที่นั่ง ก็ได้ไม่ต้องอ้างระเบียบนี้หรอก เพราะถ้าท่านอ้างระเบียบนี้อ้างผิดระเบียบครับ กรรมาธิการ เคยถามหรือเปล่า เพราะนี่มันรถรับจ้างครับ นี่มันรถรับจ้างไม่ใช่รถโรงเรียนของโครงการ กระทรวงศึกษาธิการครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑ ครับท่านประธานครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีจาตุรนต์และรองประธานกรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณ บอกว่าผมจินตนาการไปเองเรื่องยุบโรงเรียน ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ก็ให้สัมภาษณ์ต่อ ผมอ่านต่อนะครับ รถตู้ที่จัดซื้อมา ๑,๐๐๐ คันนั้น ตอนแรก จัดซื้อ ๑,๐๐๐ คัน จัดสรรไปให้โรงเรียนในโครงการดีศรีตําบล จํานวน ๘๕๐ คัน ที่เหลืออีก ๑๕๐ คันนั้นใช้สําหรับนําร่องการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในปี ๒๕๕๗ จะนํารถตู้ไปใช้ รับส่งนักเรียน แสดงว่าอะไรครับ โรงเรียนดีศรีตําบล ๘๕๐ คัน อีก ๑๕๐ คันนั้น สําหรับ ยุบโรงเรียน สําคัญที่สุดครับท่านรัฐมนตรีจาตุรนต์บอกว่าให้ สพฐ. ไปศึกษาแล้วว่าจะเอา อย่างไรหลังจากจะปรับลดมาให้เหลือ ๓๐๐ คันนี่ครับ จาก ๑,๐๐๐ คัน สพฐ. บอกว่า อย่างไร ในคําสัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีนะครับ สพฐ. ศึกษาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม ปัจจุบันมีโรงเรียนขนาดเล็กนักเรียนต่ํากว่า ๑๒๐ คนลงมาถึง ๑๔,๘๑๖ โรงเรียน ที่ผมบอกนี่ครับ รัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าจะยุบถึง ๑๔,๘๑๖ โรงเรียน เพราะมีเด็กน้อยกว่า ๑๖๐ คน อันนี้เป็นคําสัมภาษณ์รัฐมนตรีนะครับ ที่สําคัญพอต่อจากนั้นครับ การจัดซื้อรถตู้ มาไว้รับส่งนักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กมาเรียนรวมกัน หรือไปเรียนในโครงการ โรงเรียนดีศรีตําบลนั้นเป็นแนวทางที่ สพฐ. ศึกษาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม สรุปแล้ว ยุบโรงเรียน ซื้อรถตู้มาขนเด็ก สพฐ. เห็นว่าเหมาะสม นี่คือคําให้สัมภาษณ์ของ ท่านรัฐมนตรี อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมก็สงสัยว่าแล้วซื้อรถโรงเรียนมารับเด็กขนไปอีกโรงเรียน มันจะดีอย่างไร ผมก็ไปได้คําตอบจากคําสัมภาษณ์ช่วงท้ายนี่ครับ ท่านให้สัมภาษณ์ต่อ ว่าเพื่อเพิ่มคุณภาพการยุบโรงเรียน นํานักเรียนมาเรียนรวมกันพร้อมจัดรถรับส่ง ซึ่งเป็น วิธีการหนึ่งที่สามารถเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนการสอนได้ นอกจากนั้นพบว่า โรงเรียนเอกชนมีเด็กมาเรียนจํานวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะมีรถรับส่งนักเรียน ท่านบอกว่า โรงเรียนเอกชนมีรถรับส่งครับ เด็กเลยเรียนเก่งครับ มาวันนี้กระทรวงศึกษาธิการเราจะซื้อ รถตู้ให้เด็กได้นั่งเด็กจะได้เรียนเก่ง กรรมาธิการได้ถามหรือเปล่าครับ ตกลงนั่งรถตู้แล้ว เรียนเก่งหรือครับ ฉะนั้นเด็กกรุงเทพมหานครนั่งรถเบนซ์นี่เรียนเก่งหมดสิครับ เด็กคนไหน นั่งรถมอเตอร์ไซค์เรียนไม่เก่งใช่ไหมครับ กรรมาธิการได้ถามหรือเปล่าครับ ประเด็นที่ผมได้ พูดย้ําแล้วย้ําอีกเพราะอย่างน้อย ๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณเอง ท่านบอกว่ายุบโรงเรียนเป็นเรื่องจินตนาการ เอาเอง แต่วันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังบอกว่าต้องยุบโรงเรียนอยู่เลย ท่านประธานครับ นอกเหนือจากเรื่องนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ก็คือเรื่องการจัดจ้างครูครับ เนื่องจากผมได้บอกไว้ว่างบประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ เอาไปจ้างครูสอนได้ถึง ๗๐,๐๐๐ คน ถ้าไม่ซื้อรถตู้นะครับ สามารถไปจ้างครูได้ถึง ๗๐,๐๐๐ อัตรา ท่านรัฐมนตรีได้ตอบทิ้งท้ายไว้ว่าส่วนการจัดจ้างครูเพิ่มนั้นถ้าจัดทําจริง จะต้องจ้างเพิ่มถึง ๗๐,๐๐๐ คนนั้นใช้งบประมาณถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีแพงกว่า การจัดซื้อรถตู้ซึ่งจัดซื้อทีเดียวใช้ได้เป็น ๑๐ ปี และเสียค่าน้ํามันและค่าคนขับแค่ปีละ ๑๕๐ ล้านบาทเท่านั้น เมื่อท่านพูดอย่างนี้ผมเลยฟ้องครูทั้งประเทศครับ ครูท่านใดที่เป็น อัตราจ้างยังไม่ได้บรรจุนี้ นโยบายรัฐมนตรีไม่บรรจุคุณแน่ครับ ทั้ง ๗๐,๐๐๐ อัตราครับหรือ ท่านใดที่ยังไม่ได้รับการบรรจุฟ้องไปเลยรัฐบาลชุดนี้ รัฐมนตรีชุดนี้ไม่ต้องการบรรจุท่านครับ เพราะกลัวเปลืองสตางค์ แต่จํานําข้าวปีละ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เป็นไรนะครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ เอาประเด็นวาระที่สองเรานะครับ ประเด็นที่รัฐบาลเขาจะบริหารอย่างไร อันนั้นเป็นเรื่องของท่าน เดี๋ยวไว้คอยกระทู้ถามแล้วกัน เอาที่ท่านตัดเพราะอะไร
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมบอกแล้วของผมกรณีพิเศษครับ เพราะกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธานกรรมาธิการวิสามัญด้วย เพราะฉะนั้นผมก็เรียนถึง กรรมาธิการ ท่านรองประธานโดยตรงใช่ไหมครับว่าท่านคิดอย่างไร เพราะฉะนั้นนโยบาย ตรงนี้ครับ เรื่องการที่ครูไม่ได้รับการบรรจุหรือไม่ได้รับการจ้างเพิ่มเติม ท่านเสียดายงบ พันล้านบาท แต่ถ้าซื้อรถตู้ไม่เป็นไม่เสียดายครับ นี่คือสิ่งที่ผมฟ้องครูทั้งประเทศ นะครับ แล้วก็โครงการจํานําข้าวใช้เงินตั้ง ๖๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาททําไมทําได้ครับ เจียดมาสักหน่อยได้ไหมครับ ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีครับ เลิกจํานําข้าวไม่ได้เริ่มนะครับ
เอากระทรวงศึกษาธิการก่อนนะครับ กระทรวงพาณิชย์มันผ่านมาแล้วนะครับ
แล้วก็เอามาจ้างครูแทนนะครับ ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ผมว่าได้ปีหนึ่ง ๗๐,๐๐๐ คน
ท่านต้องถามกรรมาธิการนะครับ เชิญครับ ขอความกรุณาเถอะ
ท่านประธานครับ ผมสรุปคําถาม อีกครั้งหนึ่งถ้าอย่างนั้น ก็คือ ๑. ถ้าไม่ยุบโรงเรียน เพราะท่านรัฐมนตรีจาตุรนต์ตอบผม ท่านรองประธานกรรมาธิการวิสามัญตอบผมว่า จะไม่มีการยุบโรงเรียนแล้ว ผมก็จะ ตั้งคําถามย้อนกลับไปว่าถ้าอย่างนั้นจะซื้อรถ ๑๒ ที่นั่งทําไม เพราะรถ ๑๒ ที่นั่ง ที่ผมอ่าน ระเบียบเมื่อสักครู่ ระเบียบกรมการขนส่งทางบกเป็นรถไว้ขนนักเรียน ไม่ใช่รถขนครู นะครับ ถ้ารถขนครู ๑๒ ที่นั่งก็ได้ ๑๖ ที่นั่งก็ได้ครับ เหมือนเจ้าหน้าที่สภาที่ใช้ ที่ผมเรียน ตอนต้นนะครับ ครูนั่ง ๑๖ ที่นั่งก็นั่งได้ครับ ทําไมยังต้องยืนยันว่าซื้อ ๑๒ ที่นั่งเหมือนเดิม นั่นคือคําถามที่ ๑ ครับ คําถามที่ ๒ ทําไมราคายังแพงเกินจริงอยู่อันนี้ต้องตอบผมให้ได้ นะครับ คือมีส่วนต่างคันละ ๒๗๖,๐๐๐ บาทอยู่ ถ้ารถซื้อ ๓๐๐ คันผมไม่ว่าครับ แต่ ๓๐๐ คันดังกล่าวยังมีส่วนต่างของ ๒๗๖,๐๐๐ บาท คูณ ๓๐๐ อยู่นะครับ เป็นเงิน ๘๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท
คืออย่างนี้ครับ ท่านก็อภิปรายเพื่อที่จะถามกรรมาธิการเรื่องราคา ความเห็นของท่านว่ามัน แพง เดี๋ยวให้กรรมาธิการเขาตอบ เวลาเขาไปพิจารณาเขาจะมีรายละเอียดมากกว่าเรานะ ครับ เชิญประท้วงอะไรก็ว่ามาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพนะครับ ผู้อภิปรายผิดข้อ ๖๑ กล่าวร้ายให้รัฐบาล บอกว่ารัฐบาลนี้ ไม่จ้างพวกท่านแล้ว อย่างนี้ให้ร้ายชัดเจนนะครับ ท่านประธานต้องให้ถอนครับ ไม่ได้ครับ เพราะว่าไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนะครับ คุณอภิปรายวาระที่สองแห่งงบประมาณ ท่านประธานจะอะลุ้มอะล่วยไม่ได้นะครับ ต้องถอนกล่าวร้ายรัฐบาลไม่จ้างพวกคุณแล้ว ต้องถอนครับท่านประธาน
นั่งลงครับ ผมจะได้วินิจฉัย คือท่านกําลังอภิปรายเรื่องราคารถ ส่วนท่านจะมีความเห็นว่ามัน แพงหรือไม่แพงนั้นเราต้องฟังนะครับ เดี๋ยวกรรมาธิการท่านชี้แจงเอง เพราะว่ารายการนี้เขา ไปดู ส่วนจ้างกับไม่จ้างมันเป็นข้อเท็จจริงซึ่งผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจ้างหรือไม่จ้างนะครับ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเขาชี้แจงเองแล้วกัน เชิญครับ ขออยู่ในประเด็นนะครับ เพราะท่านเรวัต ท่านมองผมหลายครั้งแล้วท่านเตรียมจะพูดแล้ว เชิญครับ
กราบเรียนประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ ๑ ทําไมถ้าไม่ยุบโรงเรียนแล้วทําไมจะต้องซื้อ ๑๒ ที่นั่ง ทําไมไม่ซื้อ ๑๖ ที่นั่งนะครับ เรื่องที่ ๒ คือราคายังแพงเกินจริงครับ แพงกว่าราคาตลาดคันละ ๒๗๖,๐๐๐ บาท แม้ว่าท่านจะลดจาก ๑,๐๐๐ คันมาซื้อ ๓๐๐ คันก็ตามก็ยังมีส่วนต่างคือ คันละ ๒๗๖,๐๐๐ บาท คูณ ๓๐๐ คันที่ท่านจะซื้อ เป็นเงิน ๘๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท
ประเด็นนี้มันซ้ําเดี๋ยววนไปวนมานะครับ เดี๋ยวให้กรรมาธิการชี้แล้วกัน
ผมต้องย้ําเพราะเขาประท้วงผม
ไม่เป็นไรครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับในส่วนต่าง เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีบอกว่าผมพูดลอย ๆ อีก ผมมีใบเสนอราคามา มีใบเสนอราคานะครับ ท่านประธานหรือท่านกรรมาธิการไปที่โชว์รูมรถตู้ได้เลยครับ ไปบอกเขาเลยว่าจะซื้อรถตู้ อย่างนี้ขอใบเสนอราคามาดูหน่อย เขาเสนอมาว่าอย่างไร ใบเสนอราคารถตู้ ๙๖๒,๐๐๐ บาท สูงกว่าที่ผมแจ้งเมื่อกี้นี้คันละ ๖,๐๐๐ บาท แต่อุปกรณ์เพิ่มเติม ตกแต่งเพิ่มเติมครับ ฟิล์มรอบคัน กรอบป้าย ผ้ายาง กันสาด พ่นกันสนิม เคลือบสีพร้อมส่วนลดอีกคันละ ๓๐,๐๐๐ บาท ถ้าผมซื้อ ๑๐ คัน ถ้าผมซื้อ ๓๐๐ คันล่ะครับ ส่วนลดเพิ่มอีกเท่าไรครับ กรรมาธิการได้คิดถามและพิจารณาหรือเปล่าในส่วนตรงนี้สิ่งที่สําคัญที่สุดมีอีก ๒ เรื่อง ในส่วนราคา เรื่องอะไรครับ กรรมาธิการต้องรู้ครับ ถ้าท่านซื้อสีบรอนซ์ รถตู้รุ่นนี้มี ๒ สีครับ สีบรอนซ์กับสีขาว ถ้าซื้อสีบรอนซ์ถูกกว่าสีขาวอีกคันละ ๕,๐๐๐ บาท สภาเราใช้แต่สีบรอนซ์ ครับ ซื้อสีบรอนซ์ไม่ซื้อสีขาวถูกกว่าอีกคันละ ๕,๐๐๐ บาทครับ รวมส่วนลดเมื่อสักครู่ เป็นคันละ ๓๕,๐๐๐ บาทครับ กรรมาธิการที่เข้าไปพิจารณางบประมาณได้ศึกษาละเอียด อย่างนี้หรือเปล่า ได้เข้าไปถามละเอียดหรือเปล่าเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องประเด็นใหญ่ครับ ท่านรัฐมนตรีวราเทพบอกนี่เป็นเรื่องสําคัญเป็นข่าวดังควรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ วันนี้ท่านพิจารณาอย่างรอบคอบหรือเปล่า นั่นคือเรื่องที่หนึ่งที่ผมบอกว่าน่าสงสัย
อันที่ ๒ ความจริงแล้วผมไว้ใจครับ ไว้ใจข้าราชการว่าจะช่วยทํางาน ให้ผม เพราะข้าราชการท่านก็มีส่วนเกี่ยวข้องในกรรมาธิการงบประมาณชุดนี้ด้วย แต่ผมกล่าวถึงไม่ทําให้ท่านเสียหายนะครับ คือท่านจรรยา อยู่โปร่ง เป็นผู้แทนจาก สํานักงบประมาณ ท่านได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในสื่อ ต่อเนื่องจากคําสัมภาษณ์ของ ท่านเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ท่านบอกว่าอย่างนี้ครับ ในเรื่องที่ผมเป็นห่วงทั้งหมดไม่ต้องห่วง หรอกครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่าท่านจะปรับปรุงราคากลางให้ ราคากลางปี ๒๕๕๖ อยู่ระหว่างการปรับปรุงจะนํามาใช้ในขั้นตอนการพิจารณาของกรรมาธิการงบประมาณ วิสามัญ ราคากลางที่ว่าก็คือคันละ ๑,๒๓๒,๔๐๐ บาท ตัวแทนจากสํานักงบประมาณรับปาก ว่าจะปรับปรุง แต่ผมถามว่าทําไมยังไม่ปรับปรุงราคาตรงนี้ แล้วท่านไม่ใช่ไม่มีเวลา นะครับ ท่านพิจารณางบประมาณทั้งหมด ๒ เดือนกว่าครับ ถ้าท่านตั้งใจจะปรับปรุงราคา ผมว่าทําได้ ผมเลยตั้งข้อสังเกตว่ามีอะไรบังตากันอยู่หรือเปล่า มีส่วนต่างอะไรบังตาอยู่ หรือเปล่าถึงไม่มีการปรับปรุงราคา
อันที่ ๓ เรื่องการล็อกสเปค เรื่องการล็อคสเปคผมก็เรียกร้องไป ๒ ข้อครับ ขอให้ใส่เป็น ๑๒ ถึง ๑๖ ที่นั่งได้ไหม หรือให้ใส่คําว่าหลังคาสูงไปด้วยได้ไหม กรรมาธิการ พิจารณาแล้วครับ ที่สุดท่านไม่ได้ใส่ไว้ในรายละเอียดโครงการ แต่ไปใส่ไว้ในข้อสังเกตครับ ต่อท้ายในข้อที่ ๒.๑.๑๙ เกี่ยวกับเรื่องรถโรงเรียนนี่ครับ แต่ผมเรียนให้กรรมาธิการทราบ นะครับ ข้อสังเกตที่ท่านใส่ไว้ ถ้าท่านได้ฟังผมพูดใบเสนอราคาเมื่อสักครู่แล้วเขาแถมอยู่แล้วครับ ไม่ว่าจะเป็นฟิล์มกันแดด เครื่องปรับอากาศ พ่นกันสนิม เขาแถมอยู่แล้ว ท่านไม่จําเป็นต้อง ระบุไว้ครับ แถมของแถมยังมากกว่าที่ท่านระบุไว้ในเอกสารงบประมาณนี้อีก เพราะเขาแถม มากกว่าที่ท่านขอ เคลือบสีเขาก็ให้ ภาษีมูลค่าเพิ่มเขาก็ให้อยู่แล้วครับ อย่างเดียวครับ ที่มากกว่าเป็นพิเศษในส่วนของข้อชี้แจงของกรรมาธิการคืออะไร ก็คือว่าท่านชี้แจงว่า ที่เป็นราคาตรงนี้ จากรถ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เป็นรถคันละ ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาทนี้ เพราะท่านจะปรับรถดังกล่าวเป็นรถวีไอพี (VIP) รถวีไอพีคืออะไรครับ ท่านซื้อรถตู้ ๑๖ ที่นั่ง มาคันเบ้อเริ่มเลยครับ ท่านถอดเบาะออกแถวหนึ่ง มาติคอนโซลหลังคนขับ เบาะหลัง จากนั้นไปปรับเอนได้นอนได้สบายเหมือนรถวีไอพี เหมือนรถที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายคนใช้กันอยู่ แต่เป็นรถโฟล์ค แต่นี่ท่านจะเอารถตู้ ๑๖ ที่นั่งมาปรับเป็นรถวีไอพีครับ นี่ที่ผมบอกแต่ต้นอย่างไรครับว่าเกาไม่ถูกที่คัน ตอบไม่ตรงคําถาม แทนที่ท่านจะปรับลด ราคามาเหลือคันละ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาทเหมือนที่ผมบอก ท่านไม่ยอมปรับครับ ท่านไม่ยอม ท่านกลับไปแก้ว่าเอาราคาเท่าเดิมแต่เพิ่มสเปคเข้าไป ท่านเพิ่มสเปคเข้าไปครับ ก่อนจะจบ ตรงนี้ผมขอเรียนว่าลักษณะนี้คล้าย ๆ นาฬิกาของสภาผู้แทนราษฎรครับ
เดี๋ยวถึงแล้วค่อยพูดครับ
คล้าย ๆ นาฬิกา สภาผู้แทนราษฎร บอกว่าทําไมไม่ซื้อเรือนละ ๑,๕๐๐ บาท ถ้าอยากได้อุณหภูมิท่านซื้อ ปรอทมาติดไว้อีกอันหนึ่งคู่ ๆ กัน ก็ได้ทั้งอุณหภูมิทั้งเวลาครับ แทนที่ท่านจะซื้อของถูกท่านไม่ ท่านบอก ๗๕,๐๐๐ บาท มันมีอุณหภูมิด้วย ถ้าซื้อปรอทเทอร์โมมิเตอร์มาติดนี่ติดได้รอบ นาฬิกาเลยนะครับ นี่ลักษณะเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่ากรรมาธิการทํางาน อย่างนี้ไม่ได้ ท่านต้องประหยัดเงินประชาชน ท่านต้องลดราคาลงมา ไม่ใช่เพิ่มสเปคเข้าไป เพื่อให้มันเต็มราคา แต่ที่สุดก็นําไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นได้ในอนาคต ผมเลยตั้งคําถาม ๓ คําถามนี้ขอให้กรรมาธิการตอบด้วย ขอบคุณครับ
ท่านเรวัตเชิญครับ ท่านขอใช้ภาพประกอบการอภิปรายนะครับ ท่านประธานอนุญาตนะครับ เชิญครับ
ผมขอแล้วครับท่าน กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ในมาตรานี้ของกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ผมได้ปรับลดเอาไว้ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวท่านประธานตามผมมาดูว่าที่ผมปรับลด ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เป็นวงเงิน ๑,๙๒๕ ล้านบาทเศษนี้ไปทําอะไร ท่านประธานครับ ผมวันนี้ ในมาตรานี้ผมจะเอาเรื่องจริงทั้งหมดมาพูดต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้คณะกรรมาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ คนที่ดูแลกระทรวงนี้ได้เข้าใจ
ข้อแรกนะครับ ผมได้ไปธนาคารแห่งหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยชื่อ ผู้จัดการคนนั้น ได้มาปรารภกับผมว่าเด็กเดี๋ยวนี้คุณภาพของการศึกษาแย่มาก ท่านประธานฟังผมมาเลยครับ ไปถึงกรรมาธิการ ผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตบอกว่ามีนักศึกษาท่านหนึ่ง เป็นผู้หญิง จบการศึกษาปริญญาตรี แล้วผู้จัดการถามว่าจะมาสมัครอะไร เขาบอกว่า อยากจะมาทํางานที่ธนาคารแห่งนี้ การที่จะเข้าทํางาน ประการแรกคือทั่วประเทศจะต้อง กรอกใบสมัคร การกรอกใบสมัครมีอยู่ ๒ แผ่น ประมาณหน้าขนาดนี้ที่เรียกว่า เอ ๔ (A4) ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการเชื่อหรือไม่ว่าเด็กคนนี้กรอกใบสมัครได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ กรอกไม่ได้ครับ นี่มองถึงการศึกษาของไทยเราจะทํา อย่างไร จบถึงปริญญาตรี เอาง่าย ๆ ก็แล้วกันครับ ผมยกตัวอย่างข้อเท็จจริงให้ฟังเลยว่า ท่านกลับไปที่บ้าน กลับไปที่โรงเรียน กลับไปให้เด็กมัธยมศึกษาหรือเด็กประถมศึกษาเขียน คําง่าย ๆ สมมุติว่า จะไปจังหวัดนครสวรรค์ เด็กเดี๋ยวนี้เขียนไม่ถูกแล้วว่าจะมี ส. เสือ ว. แหวน ร. เรือ กี่ตัวแล้วมีตัวอะไรการันต์ เขียนไม่ได้ครับ
ประเด็นต่อมาครับ การทํารายงานของนักเรียนเดี๋ยวนี้ ส่วนใหญ่ ๘๐ ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ คุณครูที่ให้ทํารายงานกลับมาส่งให้คุณครูนี้ ส่วนใหญ่ให้ไปพิมพ์มา ผมถามท่านประธานไปยังกรรมาธิการเลยว่าการพิมพ์รายงานแต่ละเรื่อง ๆ ผมบอก ข้อเท็จจริงเลยว่าส่วนใหญ่นักเรียนไม่ได้พิมพ์ครับ ไปจ้างหน้ามหาวิทยาลัย หรือไปจ้าง โรงพิมพ์ที่ถ่ายเอกสารพิมพ์เสียส่วนใหญ่แล้วมาส่ง แล้วผมถามต่อมาว่าความรู้อย่างนี้ จะได้ใคร ก็ได้กับคนพิมพ์เอกสาร ไปได้คนพิมพ์รายงานเท่านั้น สมัยผมเรียนนี่ครับ การเขียน รายงานต้องเขียนด้วยลายมือตัวเองเท่านั้น มาวันนี้กระทรวงศึกษาธิการต้องปรับยุทธศาสตร์ ในการเรียนการสอนแล้วครับ ผมบอกได้เลยปี ๒๕๕๘ ตอนนี้ประเทศไทยสู้อยู่ ๒ ประเทศ เท่านั้นเอง มีประเทศลาวกับประเทศพม่า บวกเขมรไปนิดหน่อย ไม่ต้องพูดถึงแล้วครับ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม สู้ไม่ได้ครับ
ประเด็นต่อมาครับ การออกข้อสอบ ครูเดี๋ยวนี้ออกข้อสอบเสียส่วนใหญ่ แบบปรนัย ปรนัยในที่นี้ก็เขียนว่า ก ข ค ง ท่านประธานครับ ถ้ายอมรับความเป็นจริงว่า ในสมัยนักเรียนที่ท่านเรียน ท่านก็เคยเดา ผมยอมรับกลางสภาเช่นเดียวกันว่าการทําข้อสอบ ถ้าตอบไม่ถูก ผมก็เคยเดา ท่านต้องเปลี่ยนวิธีการออกข้อสอบ ต้องเป็นอัตนัย อัตนัยในที่นี้ ก็คือเขียนคําบรรยายมาเลย สมมุติว่าคําว่า ยุทธศาสตร์ คืออะไรให้เด็กเขียนมาเลย ท่านประธานครับ มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ท่านเห็นไหมครับ ท่านดูครับ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่เวลานั่งทําข้อสอบต้องเอากระดาษมาทํา แล้วก็เหมือนม้าลําปางอย่างนี้ ดูด้านซ้ายด้านขวา ไม่ได้ เดี่ยวนี้ถ้าการออกข้อสอบตามที่ผมว่านี้ ไม่ต้องไปทําพิธี ไม่ต้องไปตรวจสอบแล้วครับ ดูความเข้าใจของเด็ก แล้วต่อไปเด็กเหล่านี้การจบปริญญาตรีเหล่านี้ไปสมัครงานที่ไหน ก็มีโอกาสเขียนใบสมัครได้ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องมากรอกเหมือนที่ผมพูดว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ผ่านมา
ท่านประธานครับ ต่อมาเรื่องขนมครับ ผมเล่าให้ฟังเลยว่าทําไมผมต้องพูด เรื่องขนม เด็กเดี๋ยวนี้ไอคิว (IQ) ต่ํามาก อีคิว (EQ) ก็ต่ํามาก ขนมที่ขายตามโรงเรียน ทั่วประเทศ ไปดูได้เลยว่ามาจากประเทศจีน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ มีบริษัทอยู่บริษัทใกล้ ๆ กรุงเทพมหานครเดือนหนึ่งเขานําเข้ามา ๑๐ กว่าล้าน ๒๐ กว่าล้าน นี่บริษัทเดียว ถ้าหลาย บริษัทไม่รู้กี่ร้อยล้านกี่พันล้าน ฝรั่งเรียกขนมนี้ว่าจังฟู้ด (Jung Food) กินไปแล้วอิ่มท้อง แต่ไม่มีอะไรกับสมองเลยครับ กระทรวงศึกษาธิการต้องตามไปดู วันนี้ผมไม่ใช่มาพูดเพื่อให้ พ่อค้าแม่ค้าขายของให้เด็กไม่ได้ แต่หัวใจสําคัญก็คืออาหารที่เด็กเข้าไปกินมันสร้างอะไร ให้กับสมองบ้างวันนี้
ประการต่อมา ผมเองจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟัง ท่านประธาน อยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ผมก็ไม่สามารถที่จะพูดบรรยากาศของโรงเรียนที่จังหวัดชัยภูมิได้ แต่ผมอยากจะให้ทางห้องโสตทัศนูปกรณ์เอาภาพมาดูว่าเวลาผมตัดงบประมาณอย่างนี้อยู่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปทําอะไรที่ไหน แต่ผมว่าโรงเรียนอย่างนี้มีเกือบทั่วประเทศ เป็นเหมือน ตัวอย่างเหมือนกับโรงเรียนบ้านผม โรงเรียนนี้โรงเรียนบ้านไม้ขาวที่อําเภอถลาง เห็นไหมครับ นั่นรูตึกอาคารนะครับ นี่เกิดพายุ แล้วโรงเรียนไม่มีงบไปสร้างเลยครับ ท่านเห็นไหมครับ สังกะสีที่โรงเรียนที่อยู่จังหวัดภูเก็ตมีอยู่จริงครับ เพราะว่าภาพเหล่านี้ผมเพิ่งเอามาจากเมื่อวาน ภาพสด ๆ ครับ ผมว่าบ้าน ส.ส. ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ก็มีลักษณะอาคารเหล่านี้ ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปี กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความสําคัญตามที่ผมบอกมา ๑ ๒ ๓ นี่คือห้องเรียนที่จังหวัดภูเก็ต ต่อมายังมีหลายโรงเรียนที่จะต้องของบประมาณจาก กรรมาธิการเพื่อจะเอามาสร้างโรงเรียนต่าง ๆ ให้กับจังหวัดภูเก็ต และโรงเรียนทั่วประเทศ ที่มีลักษณะอาคารอย่างนี้ นี่โรงเรียนบ้านกระทู้ ที่อําเภอกระทู้ ท่านเห็นแล้วท่านจะสลดใจครับ ด้านข้างพอจะดูได้ครับ ต่อมาท่านมาดูพื้นครับ ท่านดูครับ ท่านดูหลังคาครับ นี่เป็นภาพ มาสด ๆ จากเมื่อวานที่ผมเพิ่งถ่ายมา แล้วก็นํามาเสนอต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปยังกรรมาธิการ ผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ดูว่าการศึกษาไทยจะไปรอด ได้อย่างไรเมื่อห้องเรียนยังเป็นอย่างนี้ นอกเหนือจากที่ผมบอกท่านประธานไว้ว่า การแปรญัตติครั้งนี้ที่ผมตัดไป ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ ๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท ๑. ให้มาปรับ เรื่องหลักสูตร ๒. ให้มาปรับเรื่องอาคารเรียน แล้วก็โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต เด็กที่ในจังหวัดภูเก็ต ตรงนี้มีทั้งประชากรแฝงมีทั้งคนจังหวัดภูเก็ตนี้ครับ ท่านดูครับมาเข้าแถวเป็นพัน ๆ คน ห้องเรียนก็ยังไม่พอ ผมจึงบอกผ่านไปยังประธานไปยังกรรมาธิการว่า เที่ยวนี้ปี ๒๕๕๗ โรงเรียนอนุบาลต้องจัดงบประมาณลงไปแล้วครับ ไม่อย่างนั้นเด็กไม่มีที่เรียนท่านครับ ท่านดูความแออัดของโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต ท่านคิดว่าในอนาคตเด็กไทย เด็กภูเก็ต เราจะก้าวไปได้อย่างไร ในเมื่ออาคารยังเป็นอย่างนี้ อาคารยังไม่พอให้กับการศึกษา ท่านประธานครับ ผมขอฝากทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่งว่า ถ้าเราไม่สามารถเจียดเงินมาเพื่อการศึกษา ก็ไม่น่าจะสามารถเจียดเงินไปสร้างสําหรับเรื่องอื่น ๆ เพราะปัญหาอื่น ๆ นั้น เช่น ภัยอันธพาล อาชญากรรม วัยรุ่น การปกครอง ประชาธิปไตย หรือแม้แต่การเศรษฐกิจและ การผลผลิตตกต่ําเหล่านี้จะต้องป้องกันแก้ไขไม่ได้ ถ้าเราไม่ยอมลงทุนในเรื่องการศึกษาครับ ท่านครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ
เชิญท่านดอกเตอร์ สุรสาล ผาสุข ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ขอแปรญัตติตัดทอนรายจ่ายของกระทรวงศึกษาธิการลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ความจริงนั้น จะตัดทอนเท่าไรอาจจะไม่ใช่ประเด็นที่สําคัญนะครับ แต่ประเด็นที่สําคัญที่อยากจะ กราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจมากกว่านะครับ สาเหตุที่กระผมขออนุญาตปรับลดงบประมาณของกระทรวงแห่งนี้ลงทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง หลายหน่วยงานภายใต้กระทรวงแห่งนี้ควรจะได้รับงบประมาณเพิ่มขึ้นก็ตาม เหตุผลประการที่ ๑ ครับ กระทรวงศึกษาธิการนั้นไม่สามารถบริหารจัดการงวดงาน และงวดเงินของค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง โดยเฉพาะงบผูกพันเดิมที่ยังไม่มีการดําเนินการ หรือดําเนินการล่าช้า อันนี้เป็นเรื่องสําคัญมากนะครับ จากการที่เคยไปทําหน้าที่เป็นคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ปรับลดงบประมาณของกระทรวงแห่งนี้ พบว่ามีการสะสมเงินที่เป็นค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ของแต่ละหน่วยงานนั้น เป็นจํานวนมากพอสมควร ซึ่งถ้าดูตัวเลขแล้วน่าจะเป็นห่วง เป็นอย่างยิ่ง สําหรับการที่เงินจํานวนมากมายมหาศาลแห่งนี้ อย่างนี้จํานวนนี้ ต้องไปกองอยู่ใน ที่ใดที่หนึ่ง โดยที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แต่ประการใด เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นปัจจัยหนึ่ง เป็นเหตุหนึ่งที่ทําให้ตัดสินใจที่จะทําอย่างไรจึงจะให้กระทรวงศึกษานั้น มีวิธีการที่จะ ดําเนินการจัดบริหารจัดการงบประมาณตรงส่วนนี้ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
ประการที่ ๒ กระทรวงศึกษาธิการนั้น ไม่สามารถบริหารจัดการ ให้มีการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามความเหมาะสมได้ส่งผลให้มีการเบิกจ่าย งบประมาณต่ํา อันนี้จากการรายงานของหน่วยงานที่เข้าไปเกี่ยวข้องได้รายงานให้ทราบถึง การเบิกจ่ายงบประมาณของแต่ละหน่วยงานภายใต้กระทรวงแห่งนี้ หลายหน่วยงานนั้นมีผล การเบิกจ่ายต่ํากว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ควรจะเป็น ซึ่งถ้าปล่อยให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้น อาจจะนําไปสู่การเปลี่ยนแปลงรายการในช่วงปลายปีงบประมาณนะครับ นําไปจัดซื้อสิ่งอื่น ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้แผนงานและโครงการที่วางไว้แต่เดิม เช่น ไปซื้อครุภัณฑ์ ซื้อโต๊ะ เก้าอี้ ซื้อเครื่องปรับอากาศ ซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ของหน่วยงาน เป็นต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ เป็นอีกประเด็นหนึ่งนะครับ
ประการที่ ๓ นั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่า ในหลายหน่วยงานมีการใช้งบประมาณจ้างที่ปรึกษา ซึ่งกระผมมองว่าในสถานการณ์ ที่มีการจ้างที่ปรึกษานั้น ยังไม่มีความจําเป็น ยกตัวอย่างเช่น การจ้างที่ปรึกษา ที่จะนําไปสู่การเตรียมตัว เตรียมความพร้อมของหน่วยงานของมหาวิทยาลัยหรือ ของหน่วยงานต่าง ๆ ภายใต้กระทรวง ในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ถามว่ามีความจําเป็นมากไหมกับการที่จะต้องจ้างที่ปรึกษามาเพื่อการนี้ ผมว่าศักยภาพ ของคนไทยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้หน่วยงานนั้น มีศักยภาพเพียงพอที่จะเตรียม ตนเองเพื่อนําพาหน่วยงานออกไปสู่การรองรับการเปิดประตูสู่อาเซียนได้ โดยไม่มีความ จําเป็นต้องจ้างที่ปรึกษา อันนี้อาจจะหมายรวมถึงการตั้งงบประมาณในการไปศึกษาดูงาน ต่างประเทศชั่วคราวด้วย มีทุกหน่วยงานครับ ผมไม่ทราบว่านี่เป็นการตั้งงบประมาณ ล้อกันไปหรือทําไปนะครับ หน่วยงานโน้นทํา หน่วยงานนี้ก็ทําบ้าง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายงบประมาณเป็นอย่างยิ่งนะครับ
ประการที่ ๔ ประการนี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ ท่านขจิตร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้พูดถึงประเด็นนี้ไปแล้วนะครับ คือเรื่องของการบริหาร จัดการมหาวิทยาลัยในกํากับของรัฐให้เข้าใจบริบทของการของบประมาณจากรัฐบาล เพราะว่าถ้าเกิดว่ามหาวิทยาลัยไม่เข้าใจนั้น ผมตั้งคําถามว่าจะมีความแตกต่างกันอย่างไร ระหว่างมหาวิทยาลัยในกํากับ กับมหาวิทยาลัยของรัฐ ในการขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจําปี ต่างกันตรงไหน ในขณะที่มหาวิทยาลัยในกํากับนั้นมีอิสระในการที่จะบริหารจัดการ มหาวิทยาลัย โดยสภามหาวิทยาลัยด้วยตัวเองนะครับ งบประมาณเหลือจ่ายอาจจะ ไม่ต้องส่งคืนคลังนะครับ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นเรื่องที่กระทรวงศึกษาธิการ ถึงแม้จะไม่มีอํานาจที่จะไปบริหารจัดการโดยตรงกับมหาวิทยาลัย แต่ก็ควรจะมีวิธีการ ที่จะดําเนินการให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งนั้น ได้พยายามใช้งบประมาณของรัฐให้น้อยลง ในแต่ละปี
ประการที่ ๕ ซึ่งเป็นประการสุดท้ายก็ฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการว่า ได้มีการรายงานต่อคณะอนุกรรมาธิการทุกครั้งที่หน่วยงานหนึ่ง เข้าไปชี้แจงงบประมาณ เช่น รายงานเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณในปีที่ผ่านมา รวมถึงการรายงานผลการประเมินการปฏิบัติราชการตามคํารับรองการปฏิบัติราชการ ของสถาบันอุดมศึกษาว่ามีผลการปฏิบัติราชการเป็นอย่างไรบ้าง ได้คะแนนเท่าไร ในมิตินั้นมิตินี้ แต่ผมพิจารณาดูแล้ว ดูเหมือนว่าการรายงานของ หน่วยงานราชการ เช่น รายงานเรื่องการใช้งบประมาณของผู้แทนจากสํานักงบประมาณก็ดี หรือ กพร. ก็ดีเหล่านี้ ก็รายงานกันเป็นธรรมเนียมเท่านั้น แต่มิได้นําเอาผลที่เกิดขึ้นนั้น ไปพิจารณาประกอบการพิจารณาเพื่อที่จะเพิ่มงบประมาณหรือปรับลดงบประมาณ แต่ประการใด ผมว่าตรงนี้เป็นประเด็นที่อยากจะฝาก กราบเรียนท่านประธาน ผ่านยังกรรมาธิการว่าในปีต่อไปนั้นผลการประเมินการปฏิบัติราชการก็ดี เรื่องของ การใช้จ่ายงบประมาณในปีงบประมาณที่ผ่านมาก็ดี หรือเรื่องอื่นใดก็ดีนั้นควรจะได้ ถูกหยิบยกขึ้นมาประกอบการพิจารณาเรื่องการปรับลดงบประมาณอย่างจริงจัง มิใช่รายงาน เป็นเพียงธรรมเนียมปฏิบัติเท่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้จึงกราบเรียนผ่านท่านประธานว่า นี่เป็นสาเหตุ ๔-๕ ประการที่กระผมเห็นว่ากระทรวงศึกษาธิการนั้นงบประมาณที่ขอไปนั้น บางครั้งมันอาจจะมีบางสิ่ง บางส่วน บางจํานวนที่สมควรจะปรับลดลงมาเพื่อเอา งบประมาณจํานวนนี้ งบค้างท่อเหล่านี้ งบอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ไปให้กับหน่วยงานอื่น ที่ยังมีความจําเป็นอยู่ ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ในส่วนของ บางหน่วยงานนั้นก็ยังน่าสงสารอยู่นะครับ เช่น มหาวิทยาลัยบางแห่ง ซึ่งผมไม่ขอเอ่ยนามครับ มีประสิทธิภาพการทํางานไม่ต่างกับมหาวิทยาลัยดัง ๆ ของรัฐ หลายแห่ง แต่งบประมาณ ที่ได้รับนั้นค่อนข้างจะต่ําครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านแล้วก็ขออนุญาตปรับลด งบประมาณของกระทรวงแห่งนี้ลง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฏฐ์ บรรทัดฐาน กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในงบประมาณของ กระทรวงศึกษาธิการที่ตั้งไว้ ๔๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แม้ว่าจะมีส่วนในการปรับลดลงในชั้น กรรมาธิการแล้วก็ตาม แล้วก็มีการปรับเพิ่มเข้ามา แต่ว่าผมคงต้องเรียนเหตุผลให้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้รับทราบเหตุผลของตัวกระผมเอง แม้ว่าในชั้นกรรมาธิการ จะได้มีการพูดซักถามผู้เข้ามาชี้แจงแล้วก็ให้ความเห็นต่อชั้นกรรมาธิการไปแล้วก็ตาม
ประเด็นที่สําคัญประเด็นแรกของกระทรวงศึกษาธิการที่เราจะมองข้ามไม่ได้ ก็คือเรื่องของผู้บริหาร ในช่วงระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการมีการเปลี่ยนแปลง ตัวรัฐมนตรีไปแล้ว ๔ ครั้ง จากครั้งที่ ๑ จนมาถึงรัฐมนตรีท่านปัจจุบันนี้ เราปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้ว่าจะมาจากพรรคการเมืองเดิม จากนโยบายเดิม แต่ว่ามันมีผลกระทบให้เห็นอย่างชัดเจน ในเรื่องของการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรี ซึ่งก็มีผลต่อการบริหารงานอย่างชัดเจน กรณีที่ผมคิดว่า จะยกเป็นตัวอย่างได้เห็นภาพที่ชัดเจนที่สุดในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงตัวรัฐมนตรี แล้วทําให้มีผลกระทบ เมื่อสักครู่เพิ่งผ่านกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีก็เห็นชัดเจนว่า รัฐมนตรีท่านแรกที่เคยเป็นรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาพอย้ายไปอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์ ก็มีปัญหาเรื่องกรณีของการวิจัย ภายหลังกระบวนการที่เห็นภาพชัดเจนที่สุดในเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีและทําให้มีภาพปัญหาเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการก็คือ เรื่องของ การทุจริตสอบบรรจุครู ครูผู้ช่วย ปัญหาการทุจริตที่เกิดขึ้นอยู่ในชั้นของการสอบสวน แน่นอนครับว่า ด้วยความบริสุทธิ์ใจผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีไม่เกี่ยว แต่ว่าจะเห็นชัดเจนครับ ว่าด้วยนโยบายหลักเกณฑ์ในการสอบบรรจุครู บรรจุครูผู้ช่วย ก็เป็นตัวการสําคัญในการที่ ทําให้กระบวนการในการสอบนั้นมีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็เปิดช่องให้คนที่เขาตั้งใจจะทุจริต คนที่เขาอยากเข้ามาเป็นข้าราชการครูในลักษณะที่มิชอบ ในลักษณะที่ต้องการเข้ามา ในโอกาสที่ถือว่าได้เปรียบคนอื่นนั้นมันมีอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นกระบวนการในการที่เรา เปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหารอยู่บ่อย ๆ อย่างนี้ ก็เป็นปัญหาหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการที่ทําให้ การพัฒนาการศึกษาในบ้านเรานั้นไม่เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น หรือว่าไม่สามารถที่จะ ทําให้เต็มประสิทธิภาพของเงินงบประมาณที่ใช้จ่ายภายในแต่ละปี
ประเด็นที่ ๒ ถ้าเราไม่มองในส่วนของตัวผู้บริหาร เรามองไปดูถึงเรื่องของ สัดส่วนของการจัดสรรงบประมาณลงไปในแต่ละปี การอภิปรายงบประมาณแผ่นดิน ๓ ครั้ง ที่ผ่านมา กระผมเองให้ความสําคัญกับกระทรวงศึกษาธิการเป็นอย่างมาก แล้วก็บอกทุกครั้ง ว่าแท้ที่จริงแล้วนั้นกระบวนการในการจัดสรรงบประมาณลงไปนั้นไม่ได้ถือว่ามากเกินไป แต่ว่าผิดสัดส่วน ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน คงต้องย้ําให้เพื่อน ๆ สมาชิก ท่านประธานได้ทราบว่า ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่เราเห็นชัดเจนว่ากระบวนการในการจัดสรรงบประมาณลงไป ในกระทรวงศึกษาธิการนั้นผิดสัดส่วน ยิ่งโดยเฉพาะปีนี้ยุทธศาสตร์หลักของรัฐบาล พูดถึงเรื่องของการก้าวเข้าไปสู่ความเป็นประชาคมอาเซียนที่กําลังจะก้าวเข้ามาถึง ในปี ๒๕๕๘ จะยิ่งเห็นชัดเจนครับว่า สิ่งที่กระทรวงศึกษาธิการทํานั้นเป็นเรื่องที่ผิดหลัก ผิดยุทธศาสตร์จากที่ตั้งไว้ในยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเป็นอย่างมาก กระทรวงศึกษาธิการ มีงบประมาณรวมอยู่ ๔๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อยู่ที่สํานักปลัด ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็น ๑๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านปรับลดลงไปอีก ๕๐๐ กว่าล้านบาท ความสําคัญอยู่ตรงที่ว่า สํานักปลัดวันนี้ดูแลการศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัยด้วย สัดส่วนต่อมาครับ สพฐ. เป็นหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณมากที่สุดอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท หรือประมาณ ๖๓ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมดของกระทรวงศึกษาธิการ ทีนี้ถ้าไปดู ของอาชีวศึกษาและของอุดมศึกษานี้ อาชีวศึกษาได้รับอยู่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ อุดมศึกษาได้รับอยู่ ๗,๐๐๐ ล้านบาท ไม่นับรวมที่ไปอยู่ตามมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ กระบวนการในการขับเคลื่อนการก้าวเข้าไปสู่ความเป็น ประชาคมอาเซียนที่กําลังจะมาถึงในปี ๒๕๕๘ นั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศในอาเซียน เขาพูดกันมาในเรื่องของสภาพเศรษฐกิจ การแข่งขัน โดยเฉพาะการแข่งขันในเรื่องของ ตลาดแรงงานมีฝีมือ เราก็ทราบดีว่าพื้นฐานของกระบวนการในการผลักดันงบประมาณ ไปอยู่ที่ สพฐ. นั้นท้ายที่สุดเด็กที่อยู่ในการศึกษาขึ้นพื้นฐาน อยู่ในชั้นประถม มัธยมก็ก้าวเข้าไป สู่ระดับมหาวิทยาลัย แต่ว่าวันนี้ส่วนที่สําคัญที่สุดในเรื่องของอาชีวศึกษา หรือเรื่องของ การศึกษานอกโรงเรียนนั้นเป็นส่วนสําคัญเป็นอย่างยิ่งในการที่จะพยายามผลักดันพัฒนา ในเรื่องของฝีมือแรงงานให้สู้กับอีกหลาย ๆ ประเทศที่เขากําลังมีการพัฒนาในด้านนี้อยู่ได้ ท่านกลับจัดสรรงบประมาณไปอยู่ตรงนี้ ถ้าดูในอาชีวศึกษาคือประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ ดูในสํานักปลัดซึ่งดูแลตัว กศน. อยู่ด้วยคือ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ชัดเจนว่าสัดส่วนของ งบประมาณนั้นผิดรูปผิดรอยเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นประเด็นที่สําคัญมากที่สุด ที่ทําให้ผมมีความรู้สึกว่ากระบวนการในการนํางบประมาณที่ได้รับอยู่ ๔๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปใช้นั้นไม่น่าที่จะทําให้มันเกิดประสิทธิภาพในการทําตามยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลตั้งไว้ได้
ประเด็นที่ ๓ วิธีบริหารงานของกระทรวงศึกษาธิการเอง เพื่อนสมาชิกเมื่อ สักครู่ได้พูดชัดครับ เรื่องของคุณภาพที่ด้อยลงทางการศึกษาของนักเรียนไทย ซึ่งเรา ก็เห็นชัดเจนครับ ไม่ว่าจะผลการสํารวจหรือวิธีการในการวัดผล จะพิซ่า (PISA) ก็ตาม หรือแม้แต่ของเราเอง โอเนต (O-NET) เอเนต (A-NET) หรืออะไรก็ตามแต่ จะเห็นว่า กระบวนการในการวัดผลทางการศึกษาจะเห็นชัดเจนว่าเด็กไทยนั้นมีคุณภาพด้อยลงทุกกรณี ที่เป็นอย่างนั้นมันก็มองได้อยู่หลายปัญหา แต่ผมคิดว่ากระบวนการที่ชัดเจนที่สุดที่ทําให้ เด็กไทยนั้นมีการศึกษาด้อยลงก็คือวิธีการบริหารจัดการภายในกระทรวงศึกษาธิการเอง เช่น การวัดผลสําเร็จทางการศึกษาจากการประเมิน วันนี้แม้แต่ระดับอนุบาลก็ตามแต่ ครูต้องประเมินนักเรียนด้วยกลไกวิธีการประเมิน ด้วยวิธีการวัดผลที่กระทรวงตั้งมา ท้ายที่สุดทําให้ครูผู้สอนใช้เวลาเกือบทั้งหมดอยู่กับการประเมินมากกว่าอยู่กับเด็กนักเรียน อันนี้แหละครับเป็นปัญหาสําคัญในระดับของการเรียนการสอน นอกเหนือไปจากนั้น ตัวบุคลากรทางการศึกษาเองจะมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงานได้ สิ่งที่ต้องทําก็คือ ต้องถูกประเมินเหมือนกัน นอกเหนือไปจากการถูกประเมินเหมือนกันแล้ว สิ่งที่จะทําให้เขา มีรายได้พอเลี้ยงชีพได้ มีความก้าวหน้าทางอาชีพได้คือเรื่องวิทยฐานะ มันก็เลยตอบโจทย์ ครับท่านประธาน ว่ากรณีต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้ครูผู้สอนใช้เวลาเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไปกับ การประเมินนักเรียนและการทําวิทยฐานะให้ตัวเองได้เลื่อนขั้นเพื่อไปรับเงินเพิ่ม เงินพิเศษ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ได้อยู่กับเด็ก ไม่ได้อยู่กับนักเรียน ไม่ได้อยู่ในห้องเรียน เพราะฉะนั้น เราจะเห็นชัดเจนว่านี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของความเสียหายที่เกิดขึ้นในกระทรวง ศึกษาธิการ เพราะมีวธีการบริหารจัดการที่ผิดรูปผิดรอย
อีกประเด็นหนึ่งที่สําคัญ ก็คือเรื่องของกระบวนการบริหารที่ไม่โปร่งใส ในชั้นกรรมาธิการมีการพูดกันมาก โดยเฉพาะเมื่อถึงตอนที่ผู้ชี้แจงคือ สํานักงาน คณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา หรือ สกสค. เข้ามาชี้แจง เงินประกัน การทําประกันต่าง ๆ การกู้เงินในกรณีต่าง ๆ แม้แต่กู้เงินทําศพ ก็ตาม เงินต่าง ๆ ที่ถูกใช้ในกระบวนการเหล่านี้เพื่อสวัสดิการและสวัสดิภาพครู ถูกใช้ไป อย่างไม่โปร่งใส กรรมาธิการหลายท่านพูดกันว่าน่าจะตัดกันตั้งแต่อยู่ในชั้นกรรมาธิการใหญ่ ด้วยซ้ําไป แต่ปิดท้ายก็ปล่อยให้อนุกรรมาธิการไปจัดการบริหารในเรื่องของการดูแล การตัด หรือจัดสรรงบประมาณต่อ ในรายละเอียดมีเยอะมากครับ ผมคงจะไม่กล่าว ไปถึงตรงนั้น เพราะว่าจะเป็นการเสียเวลาในที่ประชุม แต่ผมเชื่อว่าทุกท่านทราบกันดีว่า กระบวนการในการที่จะหาเงินทุนมาให้ครูเพื่อกู้ในลักษณะต่าง ๆ การทําประกันสุขภาพ ประกันชีวิต ประกันเงินฝากของครูนี้มันมีที่มาที่ไป แล้วมีการพูดคุยกันก่อนที่จะเข้ามาถึง ชั้นการพิจารณาในกระทรวงก่อนหน้านั้นแล้วทั้งหมดครับ เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงกรณีรถตู้ เราพูดกันถึงเรื่องราคา พูดถึงเรื่องอะไรกันแล้วก็ตามแต่ จาก ๑,๐๐๐ คัน ถูกตัดมาเหลือ ๓๐๐ คันในการยุบหรือควบรวมโรงเรียน แต่ปิดท้าย ๓๐๐ คันนี้ไปอยู่ในโครงการ โรงเรียนดีศรีตําบล มีคําถามในชั้นกรรมาธิการว่าถ้าโครงการโรงเรียนดีศรีตําบล ต้องการรถตู้ตั้งแต่ทีแรกทําไมไม่ใส่มาให้ครบตามจํานวนที่ถูกตัดจากการยุบควบรวมโรงเรียน แล้วย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนดีศรีตําบล อันนี้ก็เป็นประเด็นที่เราเห็นชัดเจนมากในชั้นกรรมาธิการ
ท้ายที่สุดอีกประเด็นหนึ่งที่ผมต้องเรียนในเรื่องของความผิดพลาดการบริหาร ซึ่งมาจากนโยบายภาพใหญ่ของรัฐบาลก็คือ การให้เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท สําหรับปริญญาตรี เราดูแลกันแต่ในโรงเรียนของ สพฐ. แต่ขาดการดูแลโรงเรียนเอกชนที่เขามีปัญหาในเรื่อง การแบกรับภาระของค่าใช้จ่ายลูกจ้างที่เป็นบุคคลากรในการศึกษาในโรงเรียนเขา ตรงนี้เห็นชัดเจนครับว่าหลาย ๆ โรงเรียนนั้นมีข้อร้องเรียนมาถึงกรรมาธิการการศึกษาว่า เขาไม่สามารถแบบรับการเพิ่มเงินเดือน และวิธีบริหารจัดการมันเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ว่าวิธีบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการในการจ่ายเงินรายหัวให้กับโรงเรียน ของ สพฐ. เองกับโรงเรียนเอกชนนั้น แตกต่างกัน การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเป็นรายหัว ส่งไปถึงโรงเรียน สพฐ. เป็นรายปี ในขณะที่ส่งถึงโรงเรียนเอกชนเป็นรายเดือน เพราะอ้างว่ามีการนับจํานวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงในแต่ละเดือน ท้ายที่สุด ทําให้โรงเรียนเอกชนเหล่านั้นไม่สามารถที่จะบริหารจัดการภาระของเขาได้จากเงิน จํานวนที่จะเป็นก้อนใหญ่เป็นก้อนรวม กลายเป็นว่าได้เงินเป็นรายเดือนเป็นเบี้ยหัวแหลกหัวแตก ตรงนี้ก็ทําให้เป็นปัญหาที่โรงเรียนเอกชนซึ่งเข้ามาแบ่งเบาภาระของ สพฐ. ในกรณีที่ สพฐ ไม่สามารถดูแลโรงเรียนได้ทั้งหมด แต่ตัวเองไม่สามารถยืนได้ด้วยขาของตัวเอง แล้วจะไปช่วย สพฐ. ได้อย่างไร ๓-๔ ประเด็นที่ผมเรียนท่านประธานมาทั้งหมดนี้ ๑. ผู้บริหารมีการเปลี่ยนแปลง และไม่มีความชัดเจน เปลี่ยนแปลงนโยบายบ่อย ๒. เรื่องของสัดส่วนงบประมาณในการบริหารหน่วยงานในกระทรวงศึกษาธิการ ๓. วิธีการในการบริหารจัดการของกระทรวงศึกษาธิการ รวมถึง ๔. เรื่องของการทุจริต ในกระทรวงศึกษาธิการ ทําให้ผมมีความรู้สึกว่างบประมาณทั้งหมดจํานวน ๔๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น ไม่เหมาะสมจะให้กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมีปัญหาดังที่ผมได้กล่าวไปแล้วนั้น เอาไปบริหารจัดการจึงมีการตัดงบประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์ นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยค่ะ ต้องขอบพระคุณท่านประธานมาก ๆ นะคะ วันนี้ดิฉันเองพยายามจะพูดตั้งแต่กระทรวงแรงงาน รวมถึงกระทรวงวัฒนธรรมด้วยนะคะ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้อภิปราย ก็ยังโชคดีที่ได้มีโอกาสอภิปรายในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดิฉันได้เตรียมมา ตัวดิฉันเองเป็นคนหนึ่งที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ ในเกือบทุกมาตรา ส่วนในสัดส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ จํานวน ๔๘๑,๓๓๗ ล้านกว่าบาท ตัวดิฉันเอง ขอปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ในภาพรวมนะคะ เนื่องจากเหตุผล ๒ ประการ ดังต่อไปนี้ค่ะ ท่านประธาน
ประการแรก ในส่วนของแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งท่านประธานก็คงจะทราบว่า วันนี้การศึกษาเป็นส่วนที่มีความสําคัญที่สุด เพราะอะไร รู้ไหมคะ เพราะว่าหัวใจของการพัฒนาประเทศ ศักยภาพ รวมถึงความสามารถในการแข่งขัน กับต่างประเทศนี้ คนเป็นปัจจัยหลักที่จะสู้ได้หรือไม่ได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการศึกษา จึงมีความจําเป็นนะคะ ไม่ใช่เครื่องจักร เครื่องจักรจะเก่งอย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องอาศัย คนเป็นคนใช้ในเรื่องของเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีทั้งหมด ดังนั้น ดิฉันคิดว่าเรื่องการศึกษา มีส่วนสําคัญ เพราะองค์ประกอบของการศึกษาค่ะท่านประธาน ประกอบด้วย ๓ ส่วน แค่นั้นเองนะคะ ก็คือ ครู นักเรียน รวมถึงหลักสูตร ท่านประธานจะเห็นว่า วันนี้ครูเอง มีหน้าที่แค่สอนอย่างเดียว แต่ครูเองไม่ได้เป็นโค้ช (Coach) หรือผู้แนะนํา ซึ่งในการปฏิรูป สมัยใหม่นี้ครูเองต้องเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่เป็นคนสอน ยกตัวอย่างนะคะท่านประธาน วันนี้ปัจจุบันนี้ครูแค่สอนบอก ๑ บวก ๑ ได้เท่าไร เท่ากับ ๒ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว ครูต้องสอนแนะนําเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์ด้วยคําถามเดียวกัน คําตอบเดียวกัน นะคะ ก็คืออย่าง ๒ นี่ค่ะ นักเรียนลองคิดสิคะว่า มันได้มาจากไหนบ้าง จะทําให้นักเรียน เขาได้มีความคิดสร้างสรรค์ว่าการที่จะได้ ๒ มานี่มันได้มาจากอะไรบ้าง ไม่ใช่เราสอนเขาว่า ๑ บวก ๑ เป็น ๒
ประการที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ก็คือนักเรียน วันนี้จะเห็นว่านักเรียนมีปัญหา มากมายซึ่งเราก็เห็นได้ในเรื่องของข่าวที่มันออกทุกวัน การมีวินัย นักเรียนปัจจุบันนี้ มีน้อยมาก การมีน้ําใจก็ไม่มี ซึ่งแตกต่างจากสมัยอดีต ดิฉันว่าท่านประธานเอง ตัวดิฉันเอง ก็เคยประสบมาตอนที่เราเป็นเด็ก ๆ เพื่อนคนไหนไม่เก่ง เด็กคนไหนเรียนไม่ดีเราก็จะช่วยกัน ช่วยกันติว ช่วยกันแนะ ช่วยกันบอก แต่เดี๋ยวไม่ใช่ค่ะ วันนี้ถ้าคุณอยากชนะคนอื่น คุณต้องไปเรียนเพิ่มเติม เรียนเสริม มีการแข่งขันซึ่งความมีน้ําใจตรงนี้จะทําให้มันขาดหายไป รวมถึงความมีวินัยด้วย เดี๋ยวนี้เด็กไม่รู้จักการมีวินัย เพราะเราไม่ได้ปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก
ประการที่ ๓ ในเรื่องของหลักสูตรที่เป็นองค์ประกอบของการศึกษา วันนี้ ถ้าท่านประธานสังเกตดู ในเรื่องของ สพฐ. หลักสูตรจะเป็นแบบเดียวกันหมดเลย ไม่ว่า จะเป็นหนังสือหรืออะไรนี้เหมือนกันหมด ทั้ง ๆ ที่รูปแบบการศึกษาของท้องถิ่นมันต่างกัน โดยสิ้นเชิง ท่านประธานจะเห็นว่าภาคเองเราก็มี ๔ ภาค รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นในเรื่องของภูมิภาค ในเรื่องของภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์อย่างไรก็ไม่เหมือนกัน เด็กปัจจุบันนี้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร พื้นที่ของตัวเองเป็นอย่างไร สังคมตัวเองเป็นอย่างไร ภาคตัวเองเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันคิดว่าวันนี้เราน่าจะให้โอกาสเขาในเรื่องของหลักสูตร นะคะ เขาสามารถที่จะจัดเองได้ รวมถึงไม่ต้องเรียนเยอะค่ะท่านประธาน แค่เรียนจากความเป็นจริง เดี๋ยวนี้เด็กสมัยใหม่เรื่องนา การทํานาหรือแม้แต่เรื่องสัตว์ เรื่องควายอะไรอย่างนี้เขาไม่รู้จักละค่ะ เพราะเห็นแต่ในภาพ แต่เห็นของจริงนี่น้อยมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของรูปแบบการศึกษาควรจะเปลี่ยน รวมถึงเรื่องอาชีวะด้วยนะคะว่า วันนี้ในเรื่องของการยกระดับฝีมือแรงงาน หลายท่านทุกท่านดิฉันก็ทราบนะคะว่าวันนี้เราเอง กําลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน วันนี้ในกลุ่มอุตสาหกรรมนําร่องที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ ประเทศไทยใน ๖ กลุ่มอาชีพค่ะท่านประธาน ดิฉันขออนุญาตเสนอนิดหนึ่งนะคะว่า มีอะไรบ้าง ในกลุ่มแรกค่ะ คือกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องกล ๒. กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ๓. กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ๔. กลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ พลาสติก กลุ่มที่ ๕ สิ่งทอแล้วก็เครื่องนุ่งห่ม กลุ่มอุตสาหกรรมที่ ๖ ก็คือ เรื่องอัญมณีและ เครื่องประดับ อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการนะคะว่า เราเองเคยนํา ในอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้สถาบันอาชีวศึกษามาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดหลักสูตรหรือเปล่า เพราะว่ามันก็เป็นสิ่งที่สําคัญกับการขาดแรงงานในปัจจุบันนี้
ประเด็นที่ ๔ ที่อยากจะฝากค่ะ ก็คือในเรื่องของการกระจายอํานาจ ทางการศึกษาในสถานศึกษาน่าจะให้เป็นนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว วัด ชุมชน น่าจะจัดการศึกษาในทุกระดับได้โดยไม่จํากัดเฉพาะการศึกษาในระบบเท่านั้น เมื่อสักครู่ จากเหตุผลที่ดิฉันได้บอกแล้วว่าวันนี้การศึกษาในระบบอ่อนแอ เพราะว่าไม่สอดคล้อง แล้วก็ไม่ตรงเป้ากับความเป็นจริง ดิฉันก็เลยคิดว่าวันนี้พ่อแม่บางคนเป็นดอกเตอร์ทั้งคู่ ถึงไม่ดอกเตอร์แต่ถ้ามีความฉลาดเขาสามารถที่จะสอนลูกเขาให้สามารถไปสอบผ่านได้โดยที่ ไม่ต้องไปโรงเรียนในระบบ ดิฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ฝากท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการนะคะ ให้นําประเด็นนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งในข้อสังเกตด้วย แล้วก็จากเหตุผลที่ ดิฉันได้อภิปรายมาแล้ว ดิฉันก็เลยขอตัดงบประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านอาจารย์ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมคงเป็น คนสุดท้ายที่จะพูดในกลุ่มของกระทรวงศึกษาธิการ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า กระทรวงนี้มีความสําคัญที่สุดนะครับ เมื่อมาดูวิสัยทัศน์ที่ได้เขียนเอาไว้ในเอกสารประกอบ งบประมาณก็มีความชัดเจนว่าจะเป็นกระทรวงที่มุ่งเน้นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อความเป็นพลเมืองที่ดีที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และมีจริยธรรม และมีพันธกิจที่สําคัญ ที่ผมว่ากรรมาธิการก็คงถกเถียงกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับคุณภาพมาตรฐาน ให้ไปสู่ประชาคมอาเซียน การเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างเสมอภาค และการพัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล แต่ท่านประธานคงเห็นด้วยกับผม ว่าที่เราได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้สะท้อนต่อคณะกรรมาธิการ เห็นได้ชัดเจนเลยว่า ปัญหาทางด้านการศึกษาของชาติไทยเราเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อย มี ๕ เรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้สะท้อนไปแล้ว
เรื่องแรกคือ เรื่องคุณภาพการศึกษา หลายท่านมีตัวเลขมาให้เห็นที่ชัดเจน มีสภาพความเป็นจริงมาให้กรรมาธิการได้ดู แต่ผมก็แปลกครับ ในฐานะที่ท่านเป็นตัวแทน ของพวกผมไปนั่งเป็นกรรมาธิการ ท่านไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรืออย่างไร ที่เด็กไทยยังอ่านหนังสือ ภาษาไทยไม่ออก ตัวเลขผลสัมฤทธิ์ทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ตกต่ํา การสื่อสาร เป็นภาษาอังกฤษในระดับมัธยมปลาย ในระดับปริญญาตรีประสบปัญหาที่ผู้ประกอบการ ไม่ยอมรับ
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของคุณธรรมและความเป็นพลเมืองดี ผมว่าสะท้อนให้เห็น ชัดเจนครับ เด็กท้องก่อนวัยอันสมควร เด็กติดปัญหายาเสพติด เด็กทุพโภชนาการ ซึ่งเกิดขึ้น ที่มีตัวเลขชี้วัด จนมีตัวเลขให้เห็นเปรียบเทียบไอคิว (IQ) ของนักเรียนไทยในยุคปัจจุบัน กับประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน เราอยู่ในอันดับฐานล่างเลยครับ
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องความเสมอภาคก็ไม่มียุคใดที่นักเรียนต้องมาประท้วงรัฐบาล ที่ทําเนียบรัฐบาล เนื่องจากยังใช้ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา สมัยผมติดประกาศ ทุกหน้าโรงเรียนว่านักเรียนจะต้องได้รับโอกาส ได้รับความเสมอภาค ไม่มีการเรียกเก็บ ค่าแป๊ะเจี๊ยะ ผมกล้าประกาศทุกหน้าโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง แต่มาวันนี้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการใช้งบประมาณ ๔๘๑,๓๓๗ ล้านบาท ที่สําคัญครับ มีความล้มเหลว ขาดความเอาใจใส่ เมื่อสักครู่ท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้ตอกย้ํา ให้เห็นถึงการทุจริต แม้แต่การทุจริตการสอบบรรจุครูผู้ช่วย แล้ววันนี้ยังหาคนผิดไม่ได้เลยครับ เมื่อเริ่มต้นจากคนที่สร้างคนทุจริตเสียแล้ว เริ่มต้นจากคนที่สร้างคนทุจริตเสียแล้ว เราจะไปหวังอะไรกับรัฐบาลนี้ที่ไปฉายภาพแบบ ฉาบฉวยเรียกร้องให้คนอื่นป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผมคิดว่าถ้าไม่เริ่มต้นที่ กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่สามารถที่จะเริ่มต้นได้ อย่าไปหวังเลยที่เราจะสร้างเศรษฐกิจ องค์ความรู้ เราจะสร้างเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ที่อาศัยฐานการศึกษา ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงปรับลดงบประมาณร้อยละ ๘ ของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมด ซึ่งเป็น ยอดเงินทั้งหมด ๓๘,๖๐๗ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการทีละประเด็นครับ แต่ก่อนที่จะลงแต่ละประเด็นผมดูกรรมาธิการที่นั่งอยู่ข้างบน แล้วบางประเด็นไม่สามารถตอบคําถามผมได้โดยตรง เพราะผมได้รับการร้องเรียน จากวันนี้ทั้งของครู ทั้งของนักเรียน ทั้งของผู้บริหาร ทั้งของผู้ปกครอง คนแรกที่ผมอยากจะ ให้มานั่งแล้วต้องตอบเพราะเกี่ยวข้องกับท่านโดยตรงคือ ประธานคณะกรรมาธิการ รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ เพราะเรื่องที่ผมจะพูดต่อไปตอนนี้ขั้นตอนไปอยู่ในมือท่าน ท่านต้องตอบ ผมไม่เรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรีหรอกครับ ผมไม่เรียกร้อง ส.ส. ยิ่งลักษณ์ หรอกครับ เพราะวันนี้มันเป็นที่รับรู้กันแล้วว่าเป็นอย่างไร แต่ท่านประธานลองถามสิครับ ประธานกรรมาธิการจะเอาเงินงบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน ๒,๕๒๐,๐๐๐ กว่าล้าน ล้านบาทไปใช้นี้ ประธานคณะกรรมาธิการที่เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เคยมีสมัยไหน ยุคไหนครับท่านประธาน ที่ท่านประธานนั่งอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรนี้แล้ววันสุดท้ายของการพิจารณาท่านไม่มานั่ง ท่านไม่มาให้เกียรติ ท่านไม่ มารับฟังความเห็นท่านไป ครม. สัญจร ๑๐ ครั้ง ผมเชื่อว่าไม่เท่าครั้งเดียวที่ท่านมานั่งใน สภาผู้แทนราษฎรนี้ และรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีละเลยคนที่ท่านมอบหมายมาให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังละเลย ท่านประธานลองหันไปถามหน่อยสิครับว่า ประธานคณะกรรมาธิการจะมาได้ไหมวันนี้ มาไม่ได้
ท่านชินวรณ์ ท่านมานายกรัฐมนตรีมาฟังท่านอยู่ครับ ท่านพูดเถอะ นายกรัฐมนตรี ฟังท่านอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนี่ละครับ เชิญครับ
มาไม่ได้ไม่เป็นไรครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความสําคัญกับกระทรวงนี้ ที่จัดตั้งงบประมาณมากที่สุดถึง ๔๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านไม่มารับฟังผมก็ฟ้อง กับนักเรียนที่ผมจะพูดเป็นตัวแทน ๑๒ ล้านคน ผมจะฟ้องเพื่อนครูของผมอีก ๑ ล้านคน ทั่วประเทศ ผมจะฟ้องพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ปกครองนักเรียนที่เดือดร้อน ในสิ่งที่ผมจะเป็นปากเสียงอีก ๓๐ ล้านคน ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่สนใจในปัญหาหลัก ของบ้านเมือง ผมไม่อยากพูดถึงแล้วว่าถ้าได้งบประมาณไปตั้งสํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เพิ่มขึ้นไป ๗๐๐ ล้านบาท แล้วก็หมดภารกิจท่านแล้ว ท่านประธานครับ ประเด็นแรกที่ผมอยากจะเรียนถามและผมก็ยังเรียกร้องให้ท่านประธานกรรมาธิการมาตอบ โดยตรง นี่ผมได้รับจากเพื่อนครูที่ส่งมาทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ผมได้รับประเด็นนี้มาจาก ท่านกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เพื่อนครูอัตราจ้างได้ฝากมา ผมได้รับประเด็นจากท่านจุติ ไกรฤกษ์ ว่าวันนี้ต้องทวงถามและต้องได้คําตอบในเรื่องนี้ คือเรื่องการต่อสัญญาครูอัตราจ้างและการเพิ่มเงินเดือนตามค่าครองชีพตามนโยบายของ รัฐบาลให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ที่มาของโครงการนี้คืออะไรครับ ที่มาของ โครงการนี้ก็เริ่มต้นสมัยรัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ เพราะเราเห็นว่าต้องปฏิรูป การศึกษาต้องการที่จะให้เด็กมีคุณภาพทางการศึกษาที่ดีให้ครูที่ดีไปสอนเด็กให้ครูได้มีโอกาส เอาใจใส่ปลูกจิตวิญญาณให้กับเด็ก เราจึงทําโครงการคืนครูให้กับนักเรียนนะครับ คณะกรรมาธิการได้ถามไหมครับว่าโครงการคืนครูให้กับนักเรียนในขณะนี้ โดยเฉพาะครู กลุ่มแรกที่มีความสําคัญที่สุดคือ กลุ่มสาขาที่ขาดแคลน ก็คือเอกคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เหล่านี้ในโรงเรียนชนบทที่ห่างไกล เขาต้องการครูเหล่านี้ไปช่วยดูแลลูกหลานของเขา ๕,๒๙๐ คน เดิมทีเดียวท่านจะตัดเขาทิ้ง นะครับ แต่วันนี้ผมทราบข่าวว่า สพฐ. ก็ให้ไปรายงานและเตรียมการทําข้อมูลเพื่อต่อสัญญา และถ้าหากรวมกับเพื่อนครูและลูกจ้างชั่วคราวที่สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานทั่วประเทศในขณะนี้ ๖๕,๑๗๒ คน บุคคลเหล่านี้ต้องทํางานหนัก เต็มพื้นที่ เป็นนักรบแนวหน้าทางการศึกษา เป็นคนวัยหนุ่มสาวท่านประธาน ที่ต้องสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัว รัฐบาลมีนโยบายเองว่าปริญญาตรี จะให้ ๑๕,๐๐๐ บาท วันนี้ผ่านมา ๒ ปีแล้ว กลุ่มเหล่านี้ยังไม่ได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ก็จบปริญญาตรี กรรมาธิการเอาหน้า มาตอบอย่างไรครับ ทําไมผมจึงเรียกร้องไปยังรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่ชื่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ต้องให้ตอบด้วยตัวท่านเอง เพราะว่าเรื่องนี้ได้มี การจัดตั้งชมรม และได้เรียกร้องต่อรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็มาเรียกร้องที่พวกผมด้วย ว่าให้ช่วยกันหน่อย ขับเคลื่อนกันหน่อย ลูกจ้างบริษัทเอกชน ท่านก็ไปบังคับให้เขาได้เพิ่ม ๑๕,๐๐๐ บาท ลูกจ้างหน่วยงานทั่วไปที่จบปริญญาตรีก็ ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วลูกจ้างที่อยู่ที่ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านทําไมใจไม้ไส้ระกําล่ะครับ ใช้เงินไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท น้อยกว่า สํานักงานพัฒนาพิงนคร (องค์การมหาชน) แต่ท่านก็ไม่หยิบยื่น วันนี้เรื่องดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ ผ่านกระบวนการจากกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านกระบวนการไปที่ กระทรวงการคลัง มาอยู่ที่คณะกรรมการกลั่นกรองที่มีรองนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง นี้นะครับ ท่านไม่เสนออนุมัติให้เข้า ครม. เพื่อจ่ายเงินค่าครองชีพให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาทดังกล่าว ท่านต้องตอบคําถามนี้ เพราะเขาเตรียมฟังผมอยู่ทั่วประเทศใน ขณะนี้ ว่าวันนี้ความหวังนี้จะเกิดจากหน้าที่ที่กรรมาธิการไปทําได้หรือไม่ ท่านต้องตอบครับ นี่คือเรื่องแรกที่ผมอยากจะทวงถามแทนเพื่อนครูอัตราจ้างทั่วประเทศครับ
เรื่องที่ ๒ ผมก็ต้องทวงแทนเพื่อนครูอีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านประธานจําได้ ปี ๒๕๕๓ ผมนําเสนอกฎหมายเข้ามาสู่สภาตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ที่จะบํารุง ขวัญและกําลังใจของเพื่อนครู ยกระดับโครงสร้างเงินเดือนของครูให้เท่ากับวิชาชีพแพทย์ และวิชาชีพตุลาการ และให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้นที่จะเพิ่มเงินเดือนให้กับ เพื่อนข้าราชการทั่วประเทศร้อยละ ๕ ผมได้รับความร่วมมือจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีก็เร่งรัดในการสั่งการ เพื่อนครูจึงได้ขึ้นเงินเดือนไปร้อยละ ๑๓ จําได้ไหมครับ และหลังจากนั้นผมก็ได้เสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขกฎ ก.ค.ศ. ให้เพื่อนครูของเราได้ปรับ โครงสร้างเป็นระบบเดียวกับตุลาการและแพทย์เป็นครั้งแรก คือเมื่อทดลองงานสัก ๒ ปีแล้ว ก็จะได้ปรับเงินเดือนขึ้นไปอีก ๕ ขั้น จาก ๙,๐๐๐ กว่าบาทก็จะเป็น ๑๓,๐๐๐ กว่าบาท และในขณะเดียวกันก็ไปปรับปรุงให้เพื่อนครูได้เลื่อนขั้นเงินเดือนโดยไม่ติดขั้นเพดาน นี่เป็นครั้งแรก ซึ่งวิชาชีพครูที่เป็นวิชาชีพชั้นสูงต้องทําอย่างนี้ กรรมาธิการเข้าใจไหม กรรมาธิการบางคนก็เป็นครู ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนนะครับ เราก็ไปปรับปรุงการประเดิมวิทยฐานะ อันนี้เป็นความก้าวหน้าของครูอีกเส้นทางหนึ่ง ในวิชาชีพครูคือให้มีวิทยฐานะ การศึกษาขั้นพื้นฐานสามารถทําครูปฏิบัติการ ครูปฏิบัติการพิเศษ ครูชํานาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ ก็เหมือนกับมหาวิทยาลัยครับ ก็เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ เป็นศาสตราจารย์ ในระดับที่เป็นระดับเดียวกันและให้เขาวิทยฐานะเชิงประจักษ์ครับ ในปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๔ ท่านรู้ไหมครับ ครูได้เลื่อนวิทยฐานะเพิ่มขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ครับ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ผมเป็น รัฐมนตรีในขณะนั้นขอคณะรัฐมนตรีไปหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีว่านี่มีความจําเป็น ท่านอนุมัติงบกลางให้ทันที ๑,๔๐๐ ล้านบาท ให้ครูได้ปรับเงินวิทยฐานะ ท่านเข้ามาเป็น รัฐบาลปี ๒๕๕๔ ท่านเขียนว่าอย่างไรครับ ในวิสัยทัศน์ของกรรมาธิการ บอกว่าจะให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีความก้าวหน้าในวิชาชีพสูงขึ้น ปี ๒๕๕๖ ร้อยละ ๕ จํานวน ๒๙๕ ล้านบาท ปี ๒๕๕๗ ร้อยละ ๗ จํานวน ๒๘๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๘ ร้อยละ ๙ จํานวน ๒๙๒ ล้านบาท แต่วันนี้เขาให้ผมมาทวงกรรมาธิการครับว่าคนที่เขาทํา ด้วยตัวเอง อุตส่าห์ที่เพื่อนบอกว่าต้องไปทําผลงานวิชาการเขาได้มา ๒ ปี อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ผ่านคณะกรรมการ ก.ค.ศ. เรียบร้อยแล้ว แต่รัฐบาลยังค้างเงินเขาอยู่ทั้งหมด ๑๔,๘๖๔ คน ครับ เป็นเงินน้อยกว่าตั้งสํานักงานพิงคนคร (องค์การมหาชน) ครับ ทําไมถึงให้กับครู ไม่ได้ครับ ครูที่เป็นวิชาชีพชั้นสูง ครูที่เป็นผู้สร้างคน ทําไมกรรมาธิการไม่ดูแลในส่วนนี้ ท่านยังค้างเขาอยู่นะครับ แล้วเงินในส่วนนี้ผมก็ตามไปดูว่า ถ้าท่านมีความจริงใจ ท่านสามารถที่จะจัดเงินส่วนนี้ได้จากเงินงบกลางเลยครับ ผมไปดูในปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๖ ท่านไม่ให้ ท่านให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปต่างประเทศ ปี ๒๕๕๗ งบกลางในหมวดเงินเดือน เงินปรับวุฒิข้าราชการนี่เขาตั้งไว้ให้โดยเฉพาะแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ของเพื่อนครูเรา ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมท่านไม่ให้ครับ ผมก็ยังแปลกใจ หรือท่านกลัวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะมีทริปอีกสัก ๓๐-๔๐ ทริป ไปต่างประเทศ ท่านไม่ให้ ผ่านไปครับ เรื่องครู ท่านประธานครับ วันนี้ต้องมีการซักถามแล้วถ้าไม่ได้คําตอบก็จะทวงถามต่อไป ผมสงวนสิทธิที่จะลุกขึ้นทวงถามต่อไป
เรื่องที่ ๓ รัฐบาลนี้ได้แถลงนโยบายและได้ทํางบประมาณหลายส่วนว่าจะ แสดงออกซึ่งความจงรักภักดี แต่นี่มันเป็นความจงรักภักดีที่เกี่ยวกับครูโดยเฉพาะครับ ถ้าท่านประธานจําได้ปี ๒๕๕๔ เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษาครบรอบ ๘๔ พรรษา รัฐบาลในขณะนั้นก็ทําโครงการเฉลิมพระเกียรติ อย่างมากมาย กระทรวงศึกษาธิการได้ทําโครงการที่สําคัญคือถวายพระราชสมัญญา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดินและต้องใช้ต่อไปอย่างยาวนาน ชั่วกัลปาวสาน นี่เป็นการเสนอของกระทรวง ศึกษาธิการในยุคที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศเป็นสํานักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงในพระราชกิจจานุเบกษา พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน เพื่อนครูชาวมหาวิทยาลัย เพื่อนครูชาวอาชีวะ เพื่อนครูชาวการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนครู การศึกษานอกโรงเรียนพร้อมใจกันที่จะแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีจึงเป็นที่มาที่ผมได้ขอ เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ถวายพระราชสมัญญาครู แล้วขอจัดตั้ง กองทุนครูของแผ่นดิน ถ้อยคําเหล่านี้ตรวจสอบโดยสํานักราชบัณฑิตยสถาน ตรวจสอบโดย สํานักราชเลขาธิการพระราชวังเป็นที่เรียบร้อยผ่านเป็นมติคณะรัฐมนตรี และในวันครู วันที่ ๑๖ มกราคม ปี ๒๕๕๔ ได้เชิญชวนเพื่อนครูทั่วประเทศ ๕๐ ปี ของการศึกษาไทยครับ หม่อมหลวง ปิ่น มาลากุล ได้เชิญชวนครูทั่วประเทศระดมบริจาคเงินคนละ ๑ บาท สร้างสํานักงานคุรุสภา และที่เหลือไปตั้งโรงเรียนประชาบาล ผมคิดว่าคนรุ่นเก่าคงจําได้ ท่านประธาน มารัฐบาลสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๔ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปร่วมงานวันครู และรับเงินบริจาคจากเพื่อนครูและผู้ที่มีครู ได้เงินบริจาคทั้งหมด ๑๒๐ ล้านบาท กรรมาธิการได้ซักถามไหมครับว่าวันนี้ทําไมจึงไม่จัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดิน ซึ่งเป็นกองทุนที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา ๕๒ ท่านไม่ให้ความสําคัญกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ผมไม่ว่า เพราะท่านอาจจะคิดว่าสมัยนั้นทําโดยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ โดย ท่านชวน หลีกภัย แต่ท่านต้องเห็นว่าโอกาสสําคัญนี้คือโอกาสเป็นมหามงคลของคนไทยทั้งประเทศ ท่านปล่อยทิ้งไว้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรรมาธิการ นั่งอยู่ตรงไหนครับ นี่จริง ๆ เรื่องนี้ต้องเรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรี ว่าท่านได้มีจิตสํานึกไหมครับ ระหว่างการจัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดินเพื่อถวายเป็นพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว แล้วก็มีการรวมใจครูบริจาคกันมาแล้ว ๑๒๐ ล้านบาท ท่านเพิ่มให้หน่อย ได้ไหมครับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท จริง ๆ ถ้ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เป็นต่อ เราตั้งเป้าหมายว่าจะให้ปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ ปี ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนครูของแผ่นดินจะเป็นกองทุนที่ส่งเสริมให้ครูได้เป็นวิชาชีพชั้นสูง ให้ครูได้วิจัยให้ได้ ครูเก่ง ครูดี มาสอนนักเรียน ท่านประธานครับ วันนี้ท่านไม่ให้เลย แต่ยังดีใจหน่อยครับ ท่านยังไปให้เงินกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา อันนี้ก็อยู่ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษามีความสําคัญมากครับท่านประธาน เดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ ผมขอมติคณะรัฐมนตรีเพื่อขอจัดตั้งกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ครม. ในขณะนั้นอนุมัติให้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมได้ไปประสานกับ กสทช. คณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมได้มา ๑๐๐ ล้านบาท กลายเป็น ๑๐๕ ล้านบาท มาตั้งกองทุนเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา ดีปีนี้ท่านยังให้ความสําคัญครับ ให้มา ๒๐ ล้านบาท ก็ไม่เป็นอะไรครับ ยังชื่นใจหน่อยว่าท่านยังเห็นความสําคัญ ผมคิดว่าท่านจะตัดไปอีกกองทุนหนึ่ง โดยท่านคิดเพียงแต่ว่าเริ่มต้นจากสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ตามจริงท่านลงทุน เป็นหมื่นล้านบาทไปซื้อแท็บเล็ต (Tablet) รัฐมนตรีมายอมรับเองว่าปัญหาสําคัญ ไม่ได้อยู่ที่แท็บเล็ต แต่อยู่ที่คอนเทนท์ (Content) อยู่ที่เนื้อหาที่จะต้องบรรจุลงไปในแท็บเล็ต และอยู่ที่เครือข่ายที่จะต้องสร้างอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ไปถึงโรงเรียนในชนบท อย่างแท้จริง กองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษานั้นเราหวังผล ๓ ประการ ครับ อันแรกเรียกว่า เนดเน็ต (NEdNet) คือเครือข่ายเทคโนโลยีเหมือนถนน ๔ ช่องจราจรที่จะให้ไปถึงโรงเรียน แต่ท่านไม่ทําถนน ๔ ช่องจราจร ท่านแจกรถยนต์คันใหม่ ท่านแจกแท็บเล็ตไปก่อน ถนนยังไม่มี ปลั๊กไฟยังไม่มี แจกแท็บเล็ตไปก่อน คอนเทนท์ยังไม่มี ผมจึงอยากจะเรียนถาม ว่า ๒๐ ล้านบาทที่ท่านตั้งไว้ ท่านหวังว่าจะให้ทําอะไร ท่านไปให้ที่ปลายเหตุก่อน ส่วนต้นเหตุท่านไม่ให้ ๒๐ ล้านบาท นี่ท่านประธานครับ ผมจึงกราบเรียนว่าตามจริง นอกจากมีเนดเน็ตมีเครือข่ายแล้ว ก็จะเป็นศูนย์เอ็นอีไอเอส (NEIS) คือข้อมูลสารสนเทศ ทั้งหมดเกี่ยวกับการศึกษาต้องอยู่ในมือของกระทรวงศึกษาธิการ พวกเราสร้างคนนี่ครับ มันต้องมีแมน แม็ปปิ้ง (Man Mapping) ต้องมีการวางแผน ต้องมีการวางระบบ ต้องมีโครงสร้างในการทํางานที่ดี และประการสุดท้ายที่ขาดแคลนมากเลยกรรมาธิการ ทราบไหม เขาเรียกว่าเอ็นแอลซี (NLC) เนเชอรัล เลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์ (Natural Learning Center) ท่านไปดูที่เกาหลี ไปดูที่ญี่ปุ่น ไปดูที่เยอรมันสิครับ ถ้าเราต้องการจะให้ประเทศเรา เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้เราจะต้องสร้างศูนย์การเรียนรู้ให้คนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และสร้างคุณค่าในเรื่องคุณธรรมเข้าไป ความมีวินัย ความซื่อสัตย์ ความอดทน ความจงรักภักดี สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นจากกระบวนการทางการศึกษา ที่ไปหล่อหลอม แต่ท่านไม่ให้ความสําคัญ ท่านต้องตอบผมด้วยว่า ๒๐ ล้านบาท ที่ท่านตั้งไว้ ท่านไปทําอะไร ปีนี้ท่านเพิ่มได้ให้ ม. ๑ อีก ๘๐๐,๐๐๐ เครื่อง แท็บเล็ต ท่านมาตอบผมว่า หลังจากแจกแท็บเล็ตแล้ว ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น แต่ไปดูตัวเลขสิครับ ทุกตัว มันลดลงครับท่านประธาน นี่เป็นคําถามที่อยากจะเรียนถาม นี่แทนเพื่อนครูครับ ต่อไปนี้จะแทนนักเรียน พวกผม ท่านจุติบอกว่าให้เวลาผมทั้งหมด และพวกผมก็ไม่พูดไปถึง มาตราอื่นแล้ว แต่อยากเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญครับ นักเรียนทั่วประเทศ มันเกี่ยวโยงไปมาตราอื่นหน่อยนะครับ แต่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษา คือเรื่องเงินกองทุน กู้ยืมเพื่อการศึกษาครับท่านประธาน กองทุนกู้ยืมนี้เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๓๙ สมัยรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ๑ เพื่อให้นักเรียนได้มีเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา วันนี้ครบ ๑๕ ปี แล้วครับ มีเงินกองทุนกู้ยืมรวมทั้งหมด ๓๗๘,๘๓๖ ล้าน มีนักเรียนได้รับผลประโยชน์ไปแล้ว ๓,๑๑๔,๐๐๐ คนครับ ปี ๒๕๕๔ เป็นประวัติการณ์ครับ รัฐบาลในขณะนั้นได้ตั้งเงินกองทุน กู้ยืมให้มากที่สุด ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท นักเรียนในปีนั้นได้กู้ทั้งหมด ๑,๑๐๖,๕๗๘ คน พอท่านเข้ามาท่านก็ไปตั้ง กรอ. ครับ ปี ๒๕๕๔ ได้ ๕,๔๑๒ คน นั่นสําหรับปริญญาตรีขึ้นไป แต่เงินกองทุนกู้ยืมให้ตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย ปวช. จนถึงปริญญาตรี ลูกคนยากคนจน เรียนจบไปแล้ว ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีเงินทุนหมุนเวียน ๓๗๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ กรรมาธิการได้ไปดูตัวเลขไหมครับ ท่านจัดตั้งงบประมาณให้เงินกองทุนกู้ยืมเพียง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ผลคืออะไรครับ ผลคือนักเรียนที่จะได้กู้ยืมปีนี้ลดลงมาเหลือ ๖๗๐,๖๒๐ คน ลูกคนยากคนจนจะไม่มีโอกาสได้เงินกองทุนกู้ยืมไปยืมเรียน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน จะไม่ให้ผม ทวงถามแทนนักเรียนได้อย่างไรครับ ท่านจะสร้างรถไฟความเร็วสูง ท่านจะกู้เงินอนาคต มาใช้เป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่งบประมาณที่จะสร้างอนาคตที่แท้จริงให้กับลูกหลานของเรา ที่จะต้องสูญเสียโอกาสไป ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านไม่เพิ่มให้ ท่านไปปรับลดเหลือ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท จะไม่ให้ผมทวงถามอย่างไรครับ นี่ก่อนที่ผมจะพูด ท่านกรรมาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการ เพื่อนครูบอกว่าในห้องเรียนสมัยก่อนเคยได้ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ก็มีบางปี ปีนี้เหลือไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ได้แค่ ๑๗ คน เท่านั้นเอง ท่านลองไปดูสิครับว่ากระทบกับลูกคนยากคนจนมากมายขนาดไหนครับ แล้วก็ฝากไปอีกนิดสําหรับนักเรียนครับ สมัยรัฐบาลที่แล้วเพิ่มเงินรายหัวค่าอาหารกลางวัน จาก ๑๑ บาท เป็น ๑๓ บาท วันนี้ขอเป็น ๑๕ บาทได้ไหม เอาเงินที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเที่ยวมาเพิ่มหน่อยให้เป็น ๑๕ บาทได้ไหม ปี ๒๕๕๔ ให้ ๔๗๘ ล้านบาท มาปี ๒๕๕๗ ของก็แพง เหลือ ๑๕๐ ล้านบาท กรรมาธิการตอบด้วยครับ ท่านตัดไปได้อย่างไรครับ
ท่านประธานครับ ประเด็นต่อมาเป็นประเด็นที่สําคัญ คือเรื่องของการพัฒนา โรงเรียนดีใกล้บ้าน ผมไม่พูดซ้ําแล้ว เมื่อกี้เพื่อนทวงถามว่ารัฐบาลนี้ยังจะยุบโรงเรียน หรือเปล่า ตามจริงในขณะนั้นผมก็ได้ไปออกรายการกับอดีตรัฐมนตรี แล้วก็ได้แสดงชัดเจนว่า ท่านอย่ามองโรงเรียนเป็นโรงสอน เขาให้ท่านมองโรงเรียนว่านี่คือสมบัติของชุมชน นี่องค์กร แห่งการเรียนรู้ของประชาชน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องลงทุนเพราะเป็นการลงทุนเกี่ยวกับคน สาธารณูปโภคยังขาดทุนได้ รถไฟปีละเท่าไรครับ พอเรื่องการศึกษาท่านคิดจะยุบโรงเรียน ผมไม่พูดซ้ําแล้วครับเรื่องยุบโรงเรียน แต่ผมจะมาเรียกร้องสิ่งที่เพื่อนผู้บริหารโรงเรียน ถามผมมาครับ เรามีโครงการพัฒนาครูทั้งระบบ โครงการพัฒนาผู้บริหารเตรียมความพร้อม- วันนี้ผู้บริหารขาดแคลนไป ๕,๐๐๐ กว่าตําแหน่ง ท่านยังบรรจุไม่ได้ ครูก็ขาดแคลนไป ๑๐๐,๐๐๐ ตําแหน่ง ท่านก็ปล่อยให้มีการทุจริตการสอบบรรจุครู โรงเรียนดีประจําตําบล ปี ๒๕๕๓ ได้งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ได้รับงบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าปีนี้ท่านให้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะไม่มีภาพเหมือนท่านเรวัติ อารีรอบ ฉายให้ดูเมื่อกี้ และผมเชื่อว่าโรงเรียนในจังหวัดในของท่าน ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียกร้องไปยัง ท่านประธานนะครับ บางโรงเรียน ๓๐ ปี ก็ไม่ได้สร้างใหม่ ได้สร้างมากที่สุดในยุครัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายในโครงการไทยเข้มแข็ง และเมื่อมีเงินเหลือจ่ายปลายปีผมยังจัดสรร กลับไปยังเขตพื้นที่ให้สร้างโรงเรียนหมดเลยครับ แต่รัฐบาลนี้ปีที่แล้วจะทําอะไร ผมไม่พูดวันนี้เสียเวลา ไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ โรงเรียนดีประจําอําเภอ โรงเรียนในฝัน ผมอภิปรายภาพรวมไปแล้วครับท่านประธาน ปิดโรงเรียนไป ๕ วัน ให้ครูไปอบรม ๑๐,๐๐๐ คน นักเรียนล้านกว่าคนไม่ได้เรียนหนังสือ และบอกว่าเพื่อคุณภาพ อบรมเพื่อคุณธรรม ผมเห็นด้วยครับ ไม่ขัดข้องครับ แต่อบรมด้วยการบังคับมีเป้าหมายแอบแฝง และปิดให้นักเรียนอยู่บ้านฟรี ๆ ไป ๑ สัปดาห์ มันคุณภาพที่ตรงไหนครับ และที่สําคัญที่สุดครับ รัฐบาลนี้คุยตั้งงบประมาณ ท่านกรรมาธิการครับ ท่านไปรวมหน่อยครับ โครงการไปสู่ ประชาคมอาเซียนที่ท่านจัดตั้งเป็นมหกรรมไปลงทุกกระทรวง รวมกันแล้ว ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่โรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากลเป็นฐานราก ที่ให้เด็กของเราสามารถพูด ภาษาอังกฤษ ซึ่งข้อตกลงที่ชะอํา หัวหิน ว่าเราต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง ผมไปประชุมในสถานะรัฐมนตรีอาเซียน เอเปียสที่บรูไนไปลงนามด้วยกันว่าเราจะใช้ ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางปี ๒๕๕๘ ปีนี้ท่านขยายโรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น เท่าไร งบประมาณของโรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากลหรือโครงการเดิมที่ผมตั้งเขาเรียกว่า โรงเรียนไปสู่ความทันสมัย ปีละ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบก้อนนี้ท่านพาไปไว้ที่ไหนแล้วครับ อันสุดท้ายคือโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ถ้าท่านประธานคงจําได้ โรงเรียนนี้ได้ตั้งขึ้นสมัย ฯพณฯ ชวน หลักภัย โดยท่านสัมพันธ์ ทองสมัคร ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน เป็นเรื่องที่ ดีงาม ท่านตั้งโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย เพื่อให้เป็นโรงเรียนสายวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่มาวันนี้จากผลการวิจัยจากผลการศึกษาของสภาปฏิรูปการศึกษา จากผลการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา พบว่าประเทศไทยเราขาดแคลนบุคคล ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ที่จะต้องไปเป็น นักวิจัยนวัตกรรม ผมจึงขอคณะรัฐมนตรี ขอให้ยกฐานะโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ให้มีการบริหารจัดการระบบเดียวกับโรงเรียนมหิดลวิทยา นุสรณ์ ซึ่งเรามีอยู่โรงเรียนเดียว กรรมาธิการรู้ไหมว่าประเทศญี่ปุ่นมีกี่โรง ประเทศอเมริกา มีกี่โรง สิงคโปร์มีกี่โรง สัดส่วนต่อประชากรในการมีโรงเรียนวิทยาศาสตร์มีความจําเป็นต้อง มีกี่โรง วันนี้สมัยผมตั้งขึ้นมา ๑๒ โรง เพื่อสร้างนักเรียนที่เป็นครีมเป็นมันสมองต่อยอดให้เขา เพื่อให้มาเป็นมันสมองของประเทศ นี่ต้องลงทุนครับ ๘๔,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ได้เรียนฟรี มา ๓ ปี แล้ว ปีนี้ท่านเพิ่มหน่อยสิครับ มันจะต้องมีห้องสมุดที่ได้มาตรฐานระดับโลก มันต้อง มีห้องแล็ป (Lab) ที่มาตรฐานระดับโลก มันต้องมีเครือข่ายกับมหิดล สควค. และคณะวิทยาศาสตร์กับมหาวิทยาลัย มันต้องมีเทคโนโลยีที่เข้ามาเชื่อมต่อในการสอน แต่งบประมาณผมไปดูแล้วครับ ท่านจัดตั้งเท่าปีเดิมเลยครับ ท่านไม่เพิ่มขึ้นให้เลย ผมเลย ทวงถามว่าเวลาท่านประเทศโน้นประเทศนี้ ประเทศไทยจะต้องมีความก้าวหน้าภายใต้ ความทันสมัยของรัฐบาลนี้ ภายใต้ทักษิณคิดยิ่งลักษณ์ทํา ต้องดําเนินการให้ประเทศไทย เดินไปสู่ข้างหน้า แต่พอมาดูฐานรากจริง ๆ ที่จะทําให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ ท่านกลับตั้งงบประมาณให้เท่าเดิม นี่ผมทวงถาม ท่านประธานครับ ยังเหลือ ๓ เรื่อง สั้น ๆ
เรื่องการส่งเสริมการศึกษาระดับอาชีวศึกษา กระผมใช้เวลาแทนท่านจุติ ด้วยครับ ตั้งงบประมาณไว้ ๒๐,๗๑๕ ล้านบาท ผมถามคําถามเดียวครับ กรรมาธิการ ได้ไปดูไหม ว่าสัดส่วนที่ตั้งไว้ระหว่างสายสามัญกับสายอาชีพ คณะกรรมการปฏิรูปบอกว่า สายสามัญ ๔๐ สายอาชีพ ๖๐ แต่วันนี้ท่านมาเป็นรัฐบาล ท่านเก่งมากครับ ทําให้คนเรียน สายสามัญเป็น ๘๐ ให้เรียนสายอาชีพเหลือ ๒๐ ท่านไปปรับลดงบประมาณจาก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือ ๒๐,๗๑๕ ล้านบาท คุณภาพจากการศึกษาในเรื่องแรงงานชั้นกลางที่จะ ออกไปในเรื่องช่างฝีมือ ในเรื่องนักปฏิบัติการชั้นสูงไม่มี และผมไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการ ได้ซักถามไหมครับ มันมีเรื่องเกี่ยวโยงอยู่นิดหนึ่งครับ ท่านประธาน สั้น ๆ คือการจัดตั้ง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งผมก็ดีใจว่ารัฐบาลนี้ก็ตั้งงบประมาณให้ ๑๒๐ ล้านบาท แต่คําว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพนั้น ตามเป้าหมายที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้คิดเอาไว้ เป้าหมาย ในเรื่องนี้คืออะไร คือต้องการให้เป็นการรับรองตรวจสอบฝีมือคนที่จบจากอาชีวศึกษา เพื่อเทียบเคียงกับค่าแรงงานตามฝีมือที่แท้จริงครับ แล้วต้องมาวางแผนกําลังคนในการที่จะ ให้คนได้เรียนอาชีวะแล้วต้องมีงานทํา แต่ว่าท่านก็มาเอาปลายเหตุอีกครับ ท่านตั้งกองทุน เถ้าแก่น้อยผมก็ไม่ขัดข้องครับ ไม่วิจารณ์ตรงนั้น แต่ท่านต้องมาดูที่ฐานรากสิครับว่าท่านจะ จัดระบบการศึกษาอาชีวะอย่างไร สถาบันอาชีวะที่ตั้งขึ้นสอดรับสนองตอบต่อการพัฒนา กําลังคนหรือไม่ วันนี้ท่านกลับปรับลดงบประมาณครับ
ท่านประธานครับ สั้น ๆ อีกเรื่องหนึ่งคือ มหาวิทยาลัยไปสู่ความเป็นเลิศ คือ มหาวิทยาลัยวิจัย มหาวิทยาลัยรับใช้สังคม วันนี้ท่านอยู่ไหนครับ ท่านบอกว่าจะให้ไปสู่ ประชาคมอาเซียน ผมบอกแล้วเด็กจบปริญญาตรีพูดภาษาอังกฤษไม่ได้พรีเซ้นต์ (Present) ไม่ได้ นําเสนอบทคัดย่อไม่ได้ แล้วท่านจะไปหวังอย่างไรที่เราจะไปแข่งขัน ที่จะไปส่งเสริม ศักยภาพการแข่งขันกับประชาคมอาเซียน และพลเมืองโลก แต่ว่าสิ่งที่ผมจะถามกรรมาธิการ มีเรื่องเดียวครับ ตอนสมัยรัฐบาลที่แล้วจากโครงการไทยเข้มแข็งเราไปส่งเสริมสาขาวิชาชีพ ที่ขาดแคลนและให้เงินกู้ลงไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเรื่องคณะแพทย์ คณะวิศวกรรม คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ วันนี้ท่านได้ถามไหมครับ เมื่องบประมาณ ในส่วนนี้ถูกปรับลดลงงบวิจัยเหลือไม่ถึง ๑ สลึงนะครับ กรรมาธิการต้องตอบผมหน่อยตรงนี้ เหลือไม่ถึง ๑ สลึง แล้วจะไปเป็นบัณฑิตยุคใหม่ได้อย่างไรครับ บัณฑิตยุคใหม่ที่เท่าทันต่อ การเปลี่ยนแปลงของโลก เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจสังคมการเมือง ถ้าเราได้บัณฑิตยุคใหม่ ที่ต้องกลับไปเข้าโรงเรียน ให้ไปจัดตั้งโรงเรียนแข่งกันอีกไหมครับ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนเสื้อแดง โรงเรียนเสื้อฟ้า โรงเรียนเสื้อดําไหม แต่บัณฑิตยุคใหม่ จะต้องเป็นบัณฑิตยุคใหม่จะต้องเป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพ มีความเป็นพลเมืองเท่าทัน ต่อการเปลี่ยนแปลง นักการเมืองที่เลวไม่สามารถที่จะมาชี้นําได้ นักธุรกิจที่ฉ้อฉลไม่สามารถ ที่จะเอาเปรียบได้ ข้าราชการที่โกงกินจะไม่ได้รับการยอมรับ เขาก็จะเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ต่อไป
อันสุดท้ายท่านประธานครับ กรรมาธิการละเลยเลยคือเรื่องการศึกษาตลอด ชีวิตมีคนมาให้ผมถามพวก กศน. ว่า ๘ เดือนเรียนจบ ม.๖ หวังอะไร ใช้งบประมาณส่วนนี้ เท่าไร ท่านมองการศึกษาเป็นแค่ประกาศนียบัตรอีกแล้วครับ นี่คือเรื่องที่น่าเสียใจมาก ท่านประธาน มองการศึกษาเป็นแค่ประกาศนียบัตรว่า ๘ เดือน มาให้ ม.๖ ไป แต่การศึกษา เป็นเรื่องของกระบวนการกล่อมเกลากระบวนการสร้างจิตวิญญาณและกระบวนการ สร้างความรู้ กศน. สมัยผมต้องการที่จะให้เป็น กศน. เพื่อเป็นศูนย์อาชีพ ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์การสร้างความเป็นพลเมือง แต่วันนี้หน้า กศน. ทุกตําบล ทุกอําเภอ มีป้ายโฆษณารูป นายกรัฐมนตรี รูปรัฐมนตรี เรื่องรัฐธรรมนูญ ที่คนเดือดร้อนมากครับท่านกรรมาธิการ พอดีรัฐมนตรีเปลี่ยนไป ๔ คน เลยต้องเปลี่ยนป้ายไป ๔ ป้าย ป้ายหนึ่ง ๓๒,๐๐๐ บาท ๓๒,๐๐๐ บาทนี้ เงินรายหัวนักเรียนนะครับ ท่านไม่ได้จัดงบประมาณโดยเฉพาะไปให้อย่างนี้ ไม่ให้ผมทวงถามหรือครับ แทนที่นักเรียน กศน. ซึ่งเป็นเด็กยากจนอยู่แล้ว จะได้มีโอกาส ไปศึกษาดูงาน จะได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือ จะได้มีโอกาสไปทํากิจกรรม ท่านกลับเอาเงิน รายหัวนี้มาเปลี่ยนป้ายรูปนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เปลี่ยนแปลงไป ๔ ป้าย ท่านลองคิดดู เงินรายหัวหมดไปเท่าไร น่าเสียดายครับ ถ้ายังมองการศึกษาเป็นแบบนี้ ท่านประธานครับ ที่สําคัญที่สุดคือการศึกษาพิเศษ เด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบ เด็กชาติพันธุ์ สมัยท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ปี ๒๕๕๒ ต่อปี ๒๕๕๓ เราได้จัดตั้งกองทุนการศึกษาสําหรับคนพิการ ผมเองได้เสนอคณะรัฐมนตรีค้างไว้ใน ครม. ว่าให้ไปขอจากกองสลากได้ไหม ถ้างบประมาณ ไม่พอ กรรมาธิการได้ช่วยคิดหรือเปล่า มาตั้งให้กับเด็กคนพิการสักงวดหรือ ๒ งวดก็ได้ เอามาสัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม ให้คนพิการเขาได้มีโอกาสเรียนโรงเรียนที่ดี ให้เขาอยู่ใน สังคมที่มีความสุข ให้เขาสามารถปรับตัวตามความพิการของเขาเพื่อให้เขาอยู่รอดในสังคม และแน่นอนเรื่องสุดท้ายที่ทวงถามครับ คือ สสค. สํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพเยาวชน ไปอยู่ที่ไหนเสียแล้วล่ะครับ มี สสส. ท่านวิทยา คงทราบดี สสส. ได้เงินจากภาษีสรรพสามิต สสค. ก็เช่นเดียวกัน แต่วันนี้ท่านไม่ดูแลเรื่องงบประมาณ เพื่อให้มาขับเคลื่อนในการปฏิรูปการศึกษา ท่านไม่เรียกปฏิรูปการศึกษาไม่เป็นไรครับ ท่านจะเรียกวาระแห่งชาติ ท่านจะเรียกโรงเรียนดีศรีตําบล ชื่อผมไม่ติดใจ แต่สาระก็ยังคงอยู่ สุดท้ายท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน
ท่านชินวรณ์ครับ ด้วยความเคารพท่าน ท่านใช้เวลาไป ๔๐ กว่านาที ผมไม่ขัดข้องท่านเลย แต่ว่าช่วยสรุปนะครับ ท่านวิทยามีเรื่องสําคัญจะหารือ เชิญครับ
ขอบคุณครับท่านประธาน ก็กําลังจะสรุปพอดี กําลังจะสรุปพอดีว่างบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ ๔๘๑,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ไปจัดเป็นงบรายจ่ายประจําไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ งบลงทุน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และท่านก็ไม่มาดูแลในจุดที่ผมคิดว่าเป็นหัวใจ คือนักเรียน ครู โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย แต่ท่านกลับไปทําในสิ่งที่เป็นปลายเหตุมากกว่า และผมอยาก เรียกร้องครับถ้าเห็นกับนักเรียนตัวดํา ๆ เห็นกับเด็กพิการ เห็นกับเพื่อนครูทั่วประเทศ ท่านลดลงเถอะครับ งบที่ไปเที่ยว ท่านลดลงเถอะครับ งบที่จะกู้ไปสร้างรถไฟความเร็วสูง ผมขอมา ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาลงทุนเกี่ยวกับคน ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านพายัพรอสักครู่ เดี๋ยวให้โอกาสท่านวิทยาสักนิดหนึ่ง ขอให้ท่านสัก ๒ นาที ท่านมีเรื่องด่วนสําคัญ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์จากนครศรีธรรมราช ผมได้รับ ความกรุณาจากท่านเป็นครั้งที่ ๒ เมื่อ ๓ ชั่วโมงที่แล้วผมได้เรียนผ่านท่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรณีที่เกษตรกรชาวสวนยางพาราชุมนุมกันบริเวณสี่แยกควนหนองหงษ์ อําเภอชะอวด แล้วก็มีกําลังเจ้าหน้าที่ไปสลายการชุมนุม โดยการนําของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และท่าน ผู้การจังหวัดนครศรีธรรมราช มีการใช้กําลังเจ้าหน้าที่เกือบ ๓,๐๐๐ คน แล้วก็ตั้งแต่บ่ายโมง มาจนถึงเดี๋ยวนี้เหตุการณ์ยังไม่สงบครับ เลือดทั้ง ๒ ฝ่ายเริ่มหยดบนท้องถนนแล้วครับ ผมคิดว่าทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งเกษตรกร พ่อแม่ทุกคนก็กรีดยางพารามาทั้งนั้นนะครับ และถ้าปล่อยให้มันลามปามมากกว่านี้ผมคิดว่ากระบองตํารวจที่ถืออาจจะเปลี่ยนที่ตีครับ เพราะคนที่เขาตีก็คือพ่อแม่เขาที่เป็นเกษตรกรชาวสวนยางพารา วันนี้พวกผมก็พยายาม ทุกวิถีทางครับ เมื่อสักครู่ก็พยายามประสานท่านวิทยา บุรณศิริ ประสานท่านรัฐมนตรี วราเทพ แล้วก็ ส.ส. ภาคใต้ทั้งหมดก็เข้าชื่อกันทําบันทึกถึงท่านนายกรัฐมนตรี ผมต้องรีบ พูดก่อนเพราะมันใกล้จะค่ําแล้วครับ พื้นที่ที่ปะทะกันเป็นเขตชนบท ไม่มีบ้านเรือนใครให้เผา หรอกครับ เป็นบ้านเรือนราษฎรที่อยู่ใกล้ถนนแค่นั้นเอง ไม่มีที่ที่ชาวบ้านจะทําร้ายคนอื่น ได้มากกว่านั้นหรอกครับ แล้วก็การปิดถนนครั้งนี้ไม่ได้ตัดขาดการสัญจรภาคใต้ มันมี ทางออกครับ เว้นแต่อํานาจรัฐอยากท้าทายการใช้อํานาจ ถ้ารัฐบาลปล่อยให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดกับผู้การจังหวัดนครศรีธรรมราชตัดสินใจโดยผู้ใหญ่ไม่รับผิดชอบ ผมคิดว่าใคร ไม่อยากเห็นคนนองเลือดกันในแผ่นดินนะครับ กลางวันแค่ทุบไล่ตีกัน ผู้ว่าราชการจังหวัด ก็หนีกระเจิงกันไปรอบ ชาวบ้านก็บาดเจ็บหลายคน ตํารวจก็บาดเจ็บ โดนจับกุมก็หลายคน ท่านรอให้ค่ําหรือเปล่าครับ มีทางเดียวครับ พวกผมทําบันทึกฉบับนี้ถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่คุมสํานักงานตํารวจแห่งชาติ คําสั่งที่ท่านต้องออกเดี๋ยวนี้ก่อนหกโมงเย็นก็คือ ถอนกําลังทั้งหมดออกครับ ไม่มีอะไรเสียหายครับ ถอนกําลังตํารวจทั้งหมดออกทันที ทั้งตํารวจ ทั้งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่ระดมไป ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คนถอยออกครับ ถ้าท่านไม่ถอย ท่านจะต้องรับผิดชอบเหตุการณ์หลังหกโมงทั้งหมด ท่านก็รู้ใช่ไหมว่าไปเปิดศึกกับชาวบ้าน ในชนบทใครจะเสียหาย ชาวบ้านเขากินข้าวที่นั่นครับ ตํารวจ ๓,๐๐๐ คน เย็นนี้จะเอาข้าว ที่ไหนกิน เพราะฉะนั้นท่านนายกรัฐมนตรีครับ ผมรอท่านชั่วโมงกว่าแล้ว ท่านรัฐมนตรี วราเทพก็รับปากว่าจะให้พวกผมเข้าไปเจอท่านนายกรัฐมนตรี ได้คุยให้ฟัง พวกผมไม่ได้ อยากให้บ้านเมืองวุ่นวายอย่างนี้ครับ มีทางออกอย่างเดียวครับ ผมจะยื่นหนังสือ ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไป แล้วท่านเอาไปให้ท่านนายกรัฐมนตรี ทราบข่าวว่า ท่านอยู่ในสภาแต่คงมีภารกิจอย่างอื่น แล้วก็ผมเรียนเลยนะครับ บอกข่าวไปถึง พี่น้องประชาชนทั้งประเทศชาวสวนยางพารา วันนี้ไม่มีใครอยู่เบื้องหลังครับ เขาเดือดร้อน กันเต็มที่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ถ้ามันลามเมื่อไร จังหวัดพัทลุงก็มา จังหวัดสงขลาก็มา จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็มา มามากกว่ากําลังตํารวจ ผมบอกให้เลยอย่าค่ํานะครับ ตํารวจ ๓,๐๐๐ คน ชาวบ้านจะเยอะกว่านั้นมาก แล้วเสียหายแน่ เพราะฉะนั้นมีทางเดียวครับ สั่งถอนกําลังทั้งหมด หยุดเถอะครับ การใช้อํานาจ การใช้กําลังมีแต่เกิดความเสียหายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะยื่นจดหมายฉบับนี้ผ่านท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และรอฟังข่าวครับ เพราะหลังหกโมงเย็นผมไม่อยากจะให้น้ําตาของพวกผมหลั่งให้กับคนที่ เป็นลูกหลานเกษตรกรทั้งหมดครับ
เชิญท่านพายัพ
(นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประเสริฐพอแล้วครับ ท่านเดียวพอแล้ว ผมจะให้ไปพบท่านวิทยา นัดกันข้างหลังแล้ว ท่านประเสริฐครับ เรื่องนี้มีการประสานแล้วครับ เชิญครับ ผมให้ท่าน ๑ นาที
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ต่อกรณีเรื่องนี้ครับ ถึงแม้ท่านประธาน จะมีสมาชิกซีกพรรคประชาธิปัตย์หลายท่านลงชื่อและได้ยื่นหนังสือผ่านท่านประธาน เพื่อไปให้ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ผมคิดว่าสาระสําคัญถ้ามีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นนะครับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัด โดยผู้บังคับการจังหวัด ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ช่วยบอกหน่อยครับ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บังคับการจังหวัดมาช่วยราชการที่อื่นก่อนครับ มิฉะนั้นเหตุอย่างนี้มันไม่สามารถทุเลาลงได้ เพราะมันเกิดความเคียดแค้น เกิดความเจ็บปวด กันแล้วทั้ง ๒ ฝ่าย มันไม่ใช่มีมาตรการเพียงแต่ว่าระงับเหตุถอนกําลัง ปัญหาคาใจ ของเกษตรกรเขามาจากเรื่องราคา
ท่านประเสริฐครับ มีคําตอบให้ท่านแล้วครับ ท่านรอสักครู่ เดี๋ยวจบเรื่องนี้ให้ตอบเลยครับ เรื่องนี้
ท่านให้ผม ๑ นาที นี่เพียง ๓๐ กว่า วินาทีเอง ท่านประธานครับ ความเจ็บปวดของชาวบ้านมาจากเงินในกระเป๋าเขาไม่พอใช้ เพราะราคายางพาราตกต่ํา ถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดกินเงินเดือนเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ได้ เดือดร้อนครับ แต่ไปกระทํากับชาวบ้านที่เงินในกระเป๋าลดลง อย่างนี้ต้องเอาผู้ว่าราชการ จังหวัดมาช่วยราชการก่อนครับ เอาผู้บังคับการจังหวัดออกจากพื้นที่มาช่วยราชการก่อนครับ
เชิญ ๆ เอาท่านพายัพเลย ท่านพิเชษฐ์ไม่ประท้วงละครับ มันจะเสียเวลา ท่านพายัพ เชิญเลยครับ ท่านพิเชษฐ์ ขออภัยไม่ต้องประท้วงแล้ว
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธานที่กรุณาให้เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายในสภา เรื่องงบประมาณนี้เต็มที่ ผมต้องย้อนท่านประธานว่าในขณะนี้ท่านนายกรัฐมนตรีอยู่ในสภา นั่งฟังเพื่อนสมาชิกอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ฟังท่านรัฐมนตรีชินวรณ์เรียบร้อยไปแล้ว แล้วก็ ฟังพายัพ ปั้นเกตุ ต่อเลย ท่านประธานที่เคารพครับ ในประเด็นสําคัญที่อยากกราบเรียน ท่านประธานว่า งบประมาณ ๔๘๑,๓๓๗ ล้านบาทที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้ว เข้ามาสู่การพิจารณาในสภาแห่งนี้กระผมได้ปรับลดไว้ ๑.๘๙ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้ ไปไหนครับ เอากลับมาอยู่ในกรม กอง ในกระทรวงศึกษาธิการบางกรม กองที่มีความจําเป็น เท่านั้น เพราะฉะนั้นงบประมาณ ๔๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้เมื่อพิจารณาแล้ว ท่านประธานครับ เป็นเกือบ ๑ ใน ๔ ของงบประมาณแผ่นดิน ๒.๒ ล้านล้านบาท ๒,๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยนะครับ ซึ่งเยอะมากทีเดียว เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่จะมาบอกว่า รัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ไม่เห็นความสําคัญต่อการศึกษา เห็นทีจะไม่ใช่ เพราะให้ งบประมาณเยอะจริง ๆ แต่ว่ายังมีความจําเป็นอยู่ครับ เพราะการศึกษาเป็นการสร้างชาติ ครับท่านประธาน ประเด็นที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานตรงนี้ก็คือว่าในเวลาที่เรา พิจารณางบประมาณแผ่นดินทั้งหมดที่เราดูอยู่ตรงนี้ ในกระทรวงศึกษาธิการนั้น ทั้งเล่มท่านประธานจะเห็นได้ว่า ไม่ได้มีส่วนที่ระบุอย่างชัดเจน ผมใช้คํานี้นะครับ ไม่มีส่วนที่ ระบุอย่างชัดเจนในเรื่องของการป้องกันปัญหาอุทกภัยในสถานศึกษาไว้ ท่านดูนะครับ จัดงบครุภัณฑ์ งบการศึกษา งบอะไรไว้เต็มไปหมด แต่งบในเรื่องป้องกันอุทกภัย ในสถานศึกษาไม่ได้จัดไว้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ผมใช้คํานี้ อะไรเกิดขึ้นครับท่านประธานที่เคารพ ในเวลาที่น้ําท่วม ตอนนี้แม่น้ําเจ้าพระยาขึ้นแล้วครับ ทิศเหนือ ทิศตะวันตก น้ําท่วมบ้านประธานมาบ้านผม แล้วตอนนี้กําลังขึ้นแล้ว สถานศึกษาอยู่ริมแม่น้ํา น้ําท่วมเป็นประจํา แล้วซ้ําซาก งบในการที่จะเข้าไปดูแลขอดูรายละเอียดครุภัณฑ์ ขอดูเครื่องสูบน้ําสักเครื่องที่ป้องกันตนเองของสถานศึกษามีหรือไม่ ไม่มี ท่านประธานดูสิครับ ตั้งแต่จังหวัดนครสวรรค์ไล่ลงมา คุณวราภรณ์ กรรมาธิการนั่งอยู่บ้านตัวเอง วิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยีน้ําท่วมสูง ๗ เมตร เห็นไหมครับ วิทยาลัยอาชีวศึกษาตั้งอยู่ริมแม่น้ํา เจ้าพระยา จังหวัดนครสวรรค์ ไม่มีงบประมาณสักบาทหนึ่ง ปีก่อนน้ําท่วม ปีนี้ก็น้ําจะเข้า จังหวัดนครสวรรค์ท่วมเท่าไรครับ ท่วมถึงตึก ๓ ชั้น เคยเจอไหมครับ คุณวราภรณ์พาไปดู บ้างสิ เพราะฉะนั้นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในงบป้องกันอุทกภัยในเขตพื้นที่ สถานศึกษา โดยเฉพาะพื้นที่น้ําท่วมซ้ําซาก ไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน มีในกรมอาชีวศึกษา ที่ตั้งไว้ส่วนหนึ่ง แต่ผลที่สุดก็เอาลอยไปทําอย่างอื่น ไม่ได้เอามาพัฒนาในเรื่องของ การป้องกันอุทกภัย วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครสวรรค์ วิทยาลัยเกษตร และเทคโนโลยีสิงห์บุรี วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยนาท วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี อ่างทอง วิทยาลัยอาชีวศึกษาพระนครศรีอยุธยา ของ ท่านวิทยา บุรณศิริ จมน้ํา ไหนล่ะ งบประมาณ ระบุอยู่ไหม คุณวิทยาดูได้ไหมครับ เดี๋ยวตอบผมสิครับ หรือเชื่อแต่ครูมานิตย์ ไม่ได้ดูเรื่องนี้เลย นี่พาดพิง ท่านประธานที่เคารพ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องจําเป็นครับท่านประธานครับ ผมถึงต้อง กราบขอร้องท่านประธานฝากไปถึงท่านกรรมาธิการที่น่ารักทุกคนนี้ละครับ ช่วยกรุณาเข้าไป ดูรายละเอียดสิครับ ว่างบป้องกันอุทกภัยในสถานศึกษาเหล่านี้ มีหรือไม่ มันไม่มีครับ ท่านไปดูสิครับพื้นที่วิทยาลัยบางพื้นที่ ๘๐๐ ไร่ น้ําท่วม ๑๒ เมตร หมู เห็ด เป็ด ไก่ ไม่เหลือเลย ไก่เป็นหมื่นตัว วัวก็จมน้ํา ควายก็จมน้ํา ผอ. โรงเรียนอยู่บนหลังคา เรื่องจริงทั้งนั้นเลย ท่านประธานครับ เรื่องอย่างนี้ถ้าระบุพื้นที่ไปมันก็จะดูเสียเวลามากแต่ฝากท่านกรรมาธิการ ไว้เลย เพราะกรรมาธิการที่นั่งอยู่ในนี้บ้านน้ําท่วม โรงเรียนก็น้ําท่วม แต่เวลาขอจัดซื้อ งบประมาณ ขอทําอะไรครับ ขอทําทาสี ทําถนน ปลูกต้นไม้ แต่ไม่มีอะไรที่เป็นการบอกเหตุ ว่าป้องกันตนเองเลยแม้แต่อย่างเดียว โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ําสักเครื่องไม่มี ขอซื้อแม้กระทั่ง โต๊ะผู้อํานวยการ นะท่านประธาน ไม่มีครับ เพราะฉะนั้นท่านส่งรายละเอียด ผมไม่เชื่อว่า กรรมาธิการจะหลงลืมหรอกครับ แต่ผมกลัวว่าท่านจะดูไม่ลึกในรายละเอียด เกรงว่าจะทําให้ เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติงานตามนี้ เพราะเป็นข้อร้องเรียนที่พี่น้องประชาชนก็รู้อยู่ เห็นอยู่ เป็นประจําอยู่แล้ว นะครับ เพราะฉะนั้นฝากท่านด้วยเป็นประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ในเวลาที่มีการเปิดการศึกษาทุกครั้ง ท่านประธานครับ ไม่เป็นไร ๕ นาที ก็ ๕ นาที ท่านประธานครับ ฝากกรรมาธิการไปบอกด้วยว่า โครงการส่งเสริมโรงเรียนมัธยมต้นแบบระดับอําเภอ เราแก้ปัญหาเรื่องเวลาจะฝากเด็ก เข้าโรงเรียนประจําจังหวัดนี้ท่านประธานครับ เราเด็กบ้านนอก ท่านประธานก็หน้าตา เหมือนคนบ้านนอกมาอยู่กรุงเทพมหานครก็หน้าตาบ้านอยู่ เวลาเขาฝากเด็กท่านเรียน โรงเรียนวัดขี่ม้าอยู่ จะเข้าโรงเรียนประจําจังหวัดไม่มีสตางค์ครับ ไปไม่ได้ เวลาเขาจัดงบประมาณ เขาจัดงบประมาณตามรายหัวนะครับ จัดตามรายหัวงบประมาณโรงเรียนระดับอําเภอ ไม่ได้รับการพัฒนาเลย อาคารเรียนไม่มี สนามฟุตบอล (Football) ไม่มี สนามฟุตซอล (Futsal) ไม่มี เก่งวิทยาศาสตร์แทบเป็นแทบตาย โรงเรียนมาจันทร์วิทยา ได้ที่หนึ่งติดต่อกันหลายปี อาคารวิทยาศาสตร์สักหลังก็ไม่มี จัดงบประมาณไปช่วยเขาโรงเรียนมัธยมศึกษา ต้นแบบระดับอําเภอบ้างสิครับ จัดไปช่วยเขาหน่อย ฝากท่าน ๒ ประเด็นนี้ละครับ จะพูดตั้ง ๗ ประเด็น แต่ได้ ๒ ประเด็นนี้บุญทูนหัวแล้วท่านประธานครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์สุชาติ ธาดาธํารงเวช นะครับ เฉพาะประเด็นที่ท่านเสียหายนะครับ ไม่เสียหาย ไม่อนุญาต
ท่านประธานครับ กระผม ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธํารงเวช สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิพาดพิง แล้วอภิปรายเล็กน้อยนะครับ เนื่องจากงบประมาณมีการแก้ไข ความจริงแล้วปรัชญาของ รัฐบาลนี้เราดูแลนักเรียนเหมือนลูกหลานของเขา เราดูแลพี่น้องครูบาอาจารย์เหมือน ญาติพี่น้องของเรา ที่ท่านอดีตรัฐมนตรีชินวรณ์พูดอยู่หลายประเด็น บางประเด็นผมอยากจะ ขอชี้แจงเพื่ออาจจะสั้นไปนะครับ
ประการที่ ๑ เรื่องคืนครูให้นักเรียนนี้ กระทรวงศึกษาธิการได้ทําตั้งแต่สมัยผม เรียบร้อยหมดแล้ว คือจะให้เงินเดือนครูอัตราจ้าง ๑๕,๐๐๐ บาทนี่นะครับ ตอนนี้ก็เข้าใจว่า อยู่ระหว่างพิจารณาอยู่ ดังนั้นครูทั้ง ๖๐,๐๐๐ กว่าคนจะได้ไม่เข้าใจผิดว่าไม่ได้ทํา หรืออย่างไรนะครับ
ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องของการขึ้นเงินเดือนครูครับ พอเงินเดือนเต็มขั้น คศ. ๒ ขึ้นเต็มขั้นแล้ว แล้วยังไม่ได้วิทยฐานะต่อไป ตอนนี้ก็เลื่อนแล้วนะครับ พอ คศ. ๒ เต็มขั้นก็ไปรับเงินเดือน คศ. ๓ ทั้ง ๆ ที่วิทยฐานะ คศ. ๓ ยังไม่ได้นี่นะครับ แล้ว คศ. ๓ เต็มขั้น แต่ยังไม่ได้ คศ. ๔ รับเงินเดือน คศ. ๔ นะครับ อันนี้ก็เรียนเพื่อให้พี่น้องครู ได้สบายใจนะครับ
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการพูดภาษาอังกฤษนะครับ ความจริงก็ได้มี การทําแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมาแล้วก็คือ สํานักงาน สพฐ. ได้อุดหนุนโรงเรียนที่ไปจ้างครู ที่เป็นฝรั่งนี่ครับ ให้เพิ่มอีกคนละ ๑๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน ทีนี้ถ้าพี่น้องไปดูโรงเรียนต่าง ๆ ที่เรียก เวิลด์ คลาส (World class) หรือโรงเรียนในฝัน โรงเรียนดีประจําตําบล เราจะเห็นว่า เด็กนี้พูดภาษาอังกฤษได้เพิ่มขึ้นเยอะเลยนะครับ แล้วก็พูดดีกว่าที่เราพูดเสียอีกนะครับ นอกจากนั้นเราก็ยังไปติดต่อท่านปั้นนะครับ พูดภาษาจีนได้เพิ่มขึ้นมากมายครับ รัฐบาลจีน ส่งครูมาสอนภาษาจีน ๑๐,๐๐๐ กว่าคนทั่วโลก เราขอมาได้ ๑,๖๐๐ คนนี่มากที่สุดนะครับ
ท่านดอกเตอร์สุชาติครับ คืออย่างนี้ครับ ถ้าใช้สิทธิพาดพิงเอาเฉพาะที่เสียหาย เดี๋ยวจะเป็น การอภิปรายไปครับ
ก็พยายามไม่พูดให้ใครเสียหาย นะครับ เพราะว่าผมกับท่านชินวรณ์นี้ก็เห็นด้วยกันเกือบทุกเรื่องนะครับ แต่ว่าขอให้ขอขยาย เพื่อความเข้าใจ เรื่องของการศึกษาตลอดชีวิตนี่จบ ม. ๖ ได้ใน ๘ เดือน จริง ๆ แล้วอยากจะ กราบเรียนพี่น้องประชาชนช่วยกันสนับสนุนนะครับ ตอนนี้เรามีคนที่มีความรู้จาก ประสบการณ์ชีวิตมากมายมาเรียนด้วยค่าใช้จ่ายไม่เท่าไร ตอนนี้มี ๑๐๐,๐๐๐ คนแล้วครับ แล้วก็หลักสูตรนี่นะครับ
ท่านดอกเตอร์สุชาติครับ คืออย่างนี้ เมื่อกี้ท่านใช้สิทธิพาดพิง ผมก็ฟังท่านอยู่ว่า ถ้าพาดพิง ต้องเป็นเรื่องที่เสียหาย ถ้าอย่างนี้มันเป็นเรื่องอภิปราย ต้องขออภัยท่านจริง ๆ นะครับ มีผู้ประท้วงครับท่าน เชิญครับ ท่านจุฤทธิ์
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ และต้องขออภัยท่านที่กําลังชี้แจงอยู่จริง ๆ ครับ ท่านไม่ได้เสียหายนะครับ อย่างมาตรฐาน เมื่อตอนที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะมาชี้แจงครับ ถ้าท่านไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ท่านก็ไม่ต้องชี้แจง ผมเข้าใจว่า เดี๋ยวกรรมาธิการจะชี้แจงนะครับ แล้วก็พวกผมก็จะจับประเด็นอีกครั้งหนึ่ง แล้วคิดว่า ท่านไม่เสียหายนะครับ ที่สําคัญคือ ตอนเป็นรัฐมนตรีไม่ค่อยมาตอบละครับ พอไม่ได้เป็น นี่แย่งกันตอบ ขอบคุณครับ
ครับ ผมมีสิทธิอภิปรายอยู่แล้ว นะครับ ผมมีสิทธิอภิปรายอยู่แล้ว เพราะว่างบประมาณมีการเปลี่ยนแปลง ขออภิปรายต่อไป นะครับ
คืออย่างนี้ท่าน เมื่อกี้ท่านใช้สิทธิพาดพิง ท่านไม่ได้ขออภิปราย ถ้าพาดพิง พาดพิงนี่จะต้อง เรื่องเสียหายเท่านั้น ถ้าไม่ใช่เรื่องเสียหายชี้แจงไม่ได้ แต่เมื่อกี้ท่านไม่เสียหายอะไรเลย ท่านจะขออภิปรายสักรอบก็ต้องบอกว่าขออภิปราย ท่านต้องบอกตรง ๆ ไม่อย่างนั้น เดี๋ยวผมจะผิดข้อบังคับ ผมอนุญาตให้ท่านอีก ๑ นาทีสรุป ช่วยกันก็แล้วกัน
เมื่อสักครู่ก็ไปถามแล้ว เขาก็กลัวว่าจะช้าก็เลยพยายามพูดให้สั้น ๆ นะครับ คือขอให้ช่วยกันสนับสนุนคนที่จบ ม.๖ ได้ใน ๘ เดือน แม้นว่ามีคนตั้ง ๑๐ กว่าล้านคนที่เขามีความรู้ความสามารถ เพียงแต่ว่าเขา ไม่มีใบว่าเขาได้จบ ม.๖ แล้วตอนนี้ขอความกรุณาให้พระสามารถเรียนจบ ม.๖ ได้ใน ๘ เดือน แล้วหลักสูตรนี้เหมือนหลักสูตรของ กศน. ที่ว่า ๒ ปีเรามาร่นให้ใน ๘ เดือน ซึ่งทุกคนชอบหมดนะครับ ก็ขอให้ไปตรวจดูหลักสูตรจริง ๆ นะครับ เรื่องของแท็บเล็ต (Tablet) ก็มีการประเมินออกมาหมดแล้วว่าเด็กสนใจขึ้น เก่งขึ้น มีความรู้มากขึ้น คิดเลขเร็วขึ้น สามารถค้นหาวิชาการได้ด้วยตัวเอง ก็มีหลายประเทศ แม้กระทั่งยูเนสโก (UNESCO) เขาก็ยังส่งหนังสือมาถึงผมตอนนั้น บอกว่าการคิดเรื่องให้มีแท็บเล็ตสอนในโรงเรียน ป.๑ ตอนนี้ก็ ป.๒ แล้วนะครับ แล้วก็ ม.๑ ที่กําลังจะแจกนี่นะครับ เป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ อย่างมาก อันนี้ก็ไม่เกี่ยวกับว่าใครอยู่ในพรรคไหน แต่ว่าอยากจะขอความสนับสนุนอันนี้ เป็นเพราะว่าเราขาดครูอยู่นะครับ เพราะฉะนั้นส่วนนี้ถ้าเราไปตรวจสอบดูผู้ปกครอง พึงพอใจ
ท่านดอกเตอร์สุชาติครับ คืออย่างนี้ มันผิดข้อบังคับ ผมว่าท่านพอสมควรแล้วครับ ท่านประเสริฐประท้วงอีกแล้วครับ ที่พาดพิงท่านไม่เสียหายสักอย่าง พอสมควรแล้วครับ ขอความกรุณาครับเพื่อให้การประชุมผ่านไปด้วยดี วันนี้ดีมากแล้วครับ มันจะจบคืนนี้แล้ว พอเถอะ ท่านเอาไว้ชี้แจงครับ อันนี้มันเป็นการชี้แจงไม่ใช่พาดพิงตามที่ใช้สิทธิเมื่อสักครู่ ท่านประเสริฐจะยอมให้เขาอีก ๑ นาทีไหมครับ ต้องประท้วงครับ ไม่ได้ ผมต้องว่า ตามข้อบังคับ ท่านไม่ได้ท่านสุชาติ พอแล้วครับ พอสมควรแล้ว เดี๋ยวจะให้กรรมาธิการตอบ อาจารย์พอแล้วครับ เข้าใจดี อาจารย์เป็นรัฐมนตรีก็ทําคุณประโยชน์เพื่อชาติบ้านเมือง เยอะแยะแล้ว พอแล้วครับอาจารย์ นั่งลงครับ เชิญกรรมาธิการตอบ
ขออนุญาตท่านประธานครับ ก็เพื่อ ไม่ให้เสียเวลามาก เพราะเนื่องจากว่าผมได้ประสานท่านวราเทพเพื่อตอบชี้แจงต่อกรณี เหตุการณ์ของท่านวิทยา แก้วภราดัย ผมตอบสั้น ๆ นะครับท่านประธาน เพราะว่าส่วนใหญ่ ก็จะเป็นการอภิปรายบันทึก และของผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา ก็เห็นได้ชัดนะครับว่าเป็นความวิตกกังวลที่ท่านมีต่อการศึกษา แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ผมขอชี้แจงเพียงประเด็นนิดเดียว ต่อเรื่องของรถ ๑,๐๐๐ คัน กรรมาธิการได้มีการซักถาม กันอย่างหลากหลาย แล้วก็มีข้อสังเกตที่เรียนให้ทราบนะครับว่า แม้นกระทั่งมีการปรับลด ได้มีการแปรญัตติปรับเข้ามา ๓๐๐ คัน ก็เรียนให้ทราบนะครับว่าในส่วนของ ๓๐๐ คัน ก็ได้มีการซักถามไปอีกแล้วก็มีข้อสังเกต ต้องขอประทานโทษนะครับว่าที่ท่านอภิปรายแล้ว บอกว่ากรรมาธิการไปใส่ไว้ในแค่ข้อสังเกตนะครับ แต่ว่าทางปฏิบัติเรามีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ บังเอิญว่าท่านเป็นรองประธานกรรมาธิการอยู่ด้วย แล้วก็ท่านรับที่จะดู ข้อสังเกตเป็นกรณีพิเศษให้นะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ ๓๐๐ คันนั้นก็อยู่ในเงื่อนไขของ วัตถุประสงค์ เหมือนกับว่าหลายท่านได้มีการอภิปรายแล้วว่ามันไม่ตรง เรามีการทักท้วง ในวาระ ๑ ไป เราก็ได้ดูในชั้นกรรมาธิการให้แล้วว่าข้อสังเกตก็เป็นเรื่องที่ดีที่สุดนะครับ ก็เหลือ ๓๐๐ คัน ส่วนราคาที่ท่านบอกนั้นเราก็บันทึกไว้นะครับว่าในรายละเอียดมี ท่านกรรมาธิการหลายท่านได้แสดงความคิดเห็น เช่น ของพรรคภูมิใจไทย ก็ได้พูดไว้ชัดเจน ผมจึงได้บันทึกเป็นข้อสังเกตไว้ให้นะครับ ส่วนครูอัตราจ้างก็ดี ปริญญาตรี ๑๕,๐๐๐ บาท อนุปริญญานั้นผมคิดว่าเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร หรือสิ่งที่ท่านวิตกกังวลก็คงบันทึกไว้ ในที่ประชุมนะครับ ต่อข้อวิตกกังวลของท่านสมาชิกนะครับ โดยเฉพาะท่านพายัพ ปั้นเกตุ เรื่องน้ําท่วม เรื่องอะไรต่าง ๆ นั้นผมเรียนตามตรงนะครับว่ากรรมาธิการได้เป็นห่วงหรือไม่ เห็นมีแต่งบก่อสร้าง ไม่เห็นมีในงบซ่อมแซม งบดูแลเกี่ยวกับเรื่องน้ําท่วม แล้วถ้าเกิดภัยพิบัติ จะเป็นอย่างไร ส่วนนั้นก็เรียนให้ทราบว่า จังหวัดแต่ละจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดเขามี อํานาจใช้ โดยเฉพาะงบฉุกเฉิน ๒๐ ล้านบาทท่านใช้ได้ แต่ถ้ามากกว่านั้นเขามีงบกลาง เพราะฉะนั้นในกรณีที่กระทรวง ทบวง กรม ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ถ้าเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ หรือข้อวิตกกังวลที่ท่านได้ซักถามนั้น รัฐบาลก็สามารถใช้งบกลางได้นะครับ ผมก็ฝากไว้ เบื้องต้นแค่นี้ เนื่องจากไม่อยากรบกวนเวลาที่มีคุณค่านะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานไว้ ณ โอกาสนี้ครับ
จุฤทธิ์เดี๋ยว ๆ ให้ผมกดออดก่อน ท่านชินวรณ์นั่งก่อนครับอาจารย์ ใจเย็น ๆ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมครับ กรุณาเข้าห้องประชุมครับ ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมครับ กรุณาเข้ามาในห้องประชุมด่วนนะครับ เพื่อจะขอมติ ท่านที่มาแล้วก็เสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ท่านอาจารย์ชินวรณ์ครับ ข้างหลังลุกก่อน ท่านจุฤทธิ์รอนิดหนึ่ง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราชนะครับ ตามจริงมีหลายประเด็นแต่ว่าผมขอประเด็นที่สําคัญจริง ๆ ที่ผมคิดว่าผมเรียกร้อง ประธานกรรมาธิการต้องตอบครับ ก็คือประเด็นในเรื่องของครูอัตราจ้างนะครับ ๖๕,๑๗๒ คน ท่านทําไมไม่ปรับเงินเดือนให้เขาได้ ๑๕,๐๐๐ บาท เหมือนข้าราชการอื่น เรื่องค่าวิทยฐานะที่ยังคงค้างอยู่ ๑๔,๘๖๔ คนนะครับ แล้วก็เรื่องเงินกองทุนกู้ยืมที่ท่านปรับ ลดลงมาเหลือ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ทําให้เด็ก ๒๐๐,๐๐๐ คน ลูกคนยากคนจนไม่มีโอกาส ผมเอาเรื่องสําคัญเกี่ยวกับเด็กกับครูแค่นี้ครับ ถ้าท่านยังตอบไม่ได้ผมว่าในสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ไม่รู้เราจะมอบหมายให้คณะกรรมาธิการไปทํางานอย่างไรครับ กรรมาธิการต้องเข้าใจ ว่าเพื่อนสมาชิกในนี้เป็นตัวการเป็นอํานาจของปวงชนชาวไทยที่ให้ท่านไปพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณเมื่อท่านไปร่างแล้วเราถามไม่มีคําตอบไม่ให้ความสําคัญ เรียกร้องท่านประธานกรรมาธิการก็ไม่มา เรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่มา อันนี้เป็น ความเดือดร้อนของเด็กนักเรียนตาดํา ๆ เป็นความเดือดร้อนของเพื่อนครูทั้งประเทศ เพียงแค่ตอบกรรมาธิการก็ยังไม่ตอบ ผมคิดว่าถ้าอย่างนี้ก็ต้องขอเวลาท่านประธาน ให้เพื่อนสมาชิกที่ยังคงเหลือได้อภิปรายในประเด็นต่อไปครับ อย่าเพิ่งลงมติครับ
เดี๋ยว ๆ ให้เขาตอบท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านชินวรณ์ ท่านจุฤทธิ์ในขณะนี้ท่านสมาชิก อยู่ข้างนอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมเสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ผมขอตรวจสอบ องค์ประชุม เชิญท่านจุฤทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมี ๒ ประเด็นสั้น ๆ นะครับ ๑. เรื่อง ข้อสังเกตครับการที่ท่านกรรมาธิการไปใส่ไว้ในข้อสังเกตนี้มันไม่จําเป็นต้องปฏิบัติก็ได้ อย่างเคร่งครัดถูกไหมครับ มันเป็นแค่ข้อสังเกตที่ว่ารัฐมนตรีจะทําหรือไม่ทําก็ได้ กรณีท่านจาตุรนต์ ฉายแสง รับปากว่าจะทํานี่ ผมไม่รู้ว่าเดือนหน้าเปลี่ยนรัฐมนตรีแล้วจะทํา อยู่หรือเปล่า สําคัญที่สุดครับ งบนี้ผูกพันปี ๒๕๕๘ ถ้าปีหน้ารัฐมนตรีคนใหม่มาไม่ทําตามนี้ ที่สุดช่องว่างของราคาก็เกิดการทุจริตได้ และที่ผมย้ําอีกครั้งหนึ่งเรื่องส่วนต่างนี้ ซื้อ ๑๐ คันขึ้นไป ลดคันละ ๓๐,๐๐๐ บาท ซื้อสีบรอนซ์ถูกกว่าสีขาวคันละ ๕,๐๐๐ บาท เฉพาะเรื่องสีกับเรื่องส่วนลดซื้อ ๑๐ คันขึ้นไป ก็คันละ ๓๕,๐๐๐ บาทแล้วครับ ซื้อ ๓๐๐ คัน ๘๐ กว่าล้านบาทครับ ไม่ใช่บาท ๒ บาทนะครับ อันนี้คือข้อสังเกต ที่ผมอยากจะให้ย้ําไว้ ซื้อ ๓๐๐ คัน ๙ ล้านบาทครับ นะครับ นี่คือส่วนต่างครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านวิทยาครับ
ครับ จริง ๆ ก็กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพนะครับ ผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ผมได้ตอบเบื้องต้น แล้วว่า ผมก็เห็นความสําคัญและก็เห็นว่าคําถามที่รอคําตอบของท่านวิทยา แก้วภราดัย มันมี ความจําเป็น แต่อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ ให้ผมตอบก็ตอบนะครับ ครูอัตราจ้าง ๖๕,๐๐๐ คน ก็เรียนให้ทราบว่าปริญญาตรีคนละ ๑๕,๐๐๐ บาท อนุปริญญา ๙,๐๐๐ บาท ขณะนี้ คณะรัฐมนตรีเขากําลังพิจารณาอยู่ ผมตอบได้แค่นี้ครับในฐานะกรรมาธิการ เพราะว่าเราก็ได้ สอบถามในรายละเอียดนะครับ ในสิ่งที่ท่านได้วิตกกังวลอยู่ก็ได้รับคําตอบว่าอยู่ระหว่าง พิจารณาคณะรัฐมนตรีนะครับ เรื่องของวิทยฐานะนะครับเขายื่น ๒-๓ ครั้ง ไม่ผ่าน เพราะฉะนั้นอยู่หมื่นกว่าคน ก็กําลังให้ทํา ให้โอกาสนะครับให้ทําเข้ามา อันนี้ท่านรู้เรื่องดี ดีกว่าผมนะครับ ส่วนในเรื่องของทุนเด็ก ทุนกู้ยืม เด็ก ก็เรียนให้ทราบนะครับเนื่องจากว่า การส่งในเรื่องของเด็กและที่เอาเงินไป เราก็เรียนให้ทราบว่ามีอัตราการส่งที่ต่ํา ต่ํามาก นะครับ อันนี้ก็ได้รับคําชี้แจงว่าอยากให้มีต่อ เน้น มีความสําคัญ อันนี้กรรมาธิการ ผมเอง ก็มีการประสานโดยส่วนตัวอยู่นะครับว่าอยากให้ทําโครงการนี้ต่อ เพราะว่าเด็ก มีความจําเป็นต้องใช้นะครับ ก็ยืนยันว่าอันนี้จะต้องคัดกรอง ถึงอย่างไรก็รับไปปฏิบัตินะครับ ท่านคณะกรรมการที่ชี้แจง ก็บอกว่ารับไปปฏิบัตินะครับ แต่ว่ายืนยันว่ามีการส่งชําระ น้อยมาก อันนี้เราก็ได้รับคําตอบอย่างนั้นนะครับ
ส่วนของท่านจุฤทธิ์นะครับ ผมเรียนให้ทราบ ผมว่าข้อสังเกตของท่านก็ดี ของกรรมาธิการ มันมุ่งไปที่ประเด็นว่าราคากลางนี่มันชัดเจน ยิ่งท่านอภิปรายวันนี้ผมคิดว่า ท่านเลขาธิการ สพฐ. ได้ยินนะครับ เมื่อท่านรัฐมนตรีได้ยิน เขาไม่กล้าครับ ผมยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่กล้าแน่เพราะราคากลางมันชัดเจนครับเราเห็นตรงกันนะครับ ท่านกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านบุญจงก็บอกเช่นดียวกับท่าน ท่านชัย ชิดชอบ ก็บอก เช่นเดียวกับท่าน เพราะฉะนั้นมันเป็นหลักฐานอยู่ในชั้นการพิจารณานะครับว่าราคากลาง ของรถรุ่นนี้มันบอกไว้ชัดเลยครับว่าราคาเท่าไร แล้วยิ่งท่านไปกล่าวว่าสีบรอนซ์ยิ่งถูกกว่า เพราะฉะนั้นผมถือว่าการประชุมแห่งนี้ข้าราชการของกระทรวงศึกษาธิการท่านก็รับฟังอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าดําเนินการอย่างนี้ท่านใช้วิธีติดตามได้ ผมขออนุญาตท่านประธานตรงนี้ นะครับเพื่อไม่ให้เสียเวลา
ส่งผลคะแนนครับ ท่านชินวรณ์ติดใจอยู่ เอาสั้น ๆ ๑ วินาที เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช นิดเดียวเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ เดี๋ยวเพื่อนข้าราชการครูที่ได้ส่งข้อมูลมาเขาจะน้อยใจ เพราะ ท่านกรรมาธิการ นอกจากไม่ได้ถามให้แล้วก็ไม่มีความรู้ในเรื่องนี้จริง ๆ เพราะท่าน กลับตอบว่ายังทําผลงานไม่เสร็จ ยังค้างอยู่หมื่นกว่าคน ที่ผมถามไม่ใช่ประเด็นนี้ครับ คือประเด็นว่า ๒ ปีที่ผ่านมาหลังจากผมได้เปลี่ยนโครงสร้างและเปลี่ยนวิธีการไปเป็น วิทยฐานะแบบประจักษ์แล้ว ทําให้เพื่อนครูของเราส่งผลงานแล้วผ่านไปแล้ว ผ่านเรียบร้อยแล้วครับ อนุมัติไป ก.ค.ศ. ไปเรียบร้อยแล้ว ๑๔,๘๖๔ คน แต่ท่านยังไม่ได้ไปขอหมวดเงินงบกลาง มาให้เขาค่าวิทยฐานะที่ผมขึ้น ครูมานิตย์ช่วยตอบหน่อยสิครับ
ท่านครูมานิตย์ สนองท่านหน่อยครับ สั้น ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้รับเกียรติอย่างสูงยิ่งโดยจากท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ให้ครูบ้านนอกอย่างผมได้ตอบคําถามท่าน
ประเด็นแรกที่ท่านวิทยาได้ให้เกียรติตอบท่าน ก็คือเป็นประเด็นข้อเท็จจริง ที่ท่านถามเรื่องเกี่ยวกับวิทยฐานะที่ท่านเองก็ได้ทํามาในยุคของท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ก็คือเรื่องวิทยฐานะ ไม่ว่าจะเป็นครูชํานาญการ ครูชํานาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ ครูเชี่ยวชาญพิเศษ ก็ได้ทําร่วมกันมา ทีนี้เกิดจากวันนี้ก็มีครูส่วนหนึ่งที่ท่านวิทยาตอบไปก็คือ ครูที่ค้างอยู่ ๙,๐๐๐ กว่าคนถึงหมื่นคน วันนี้ท่านประกอบ ท่าน ส.ส. จากจังหวัด นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาท่านก็ได้หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ได้ร่วมกันทํา วันนี้ครูก็ได้ยื่น นี่ผมขอบพระคุณแทนครูด้วยนะครับที่ท่านประกอบ ประธาน คณะกรรมาธิการการศึกษาได้ทําเรื่องนี้ ส่วนเรื่องเงินตอนนี้ก็ได้ดําเนินการจัดทําอยู่ ของบประมาณที่เขาตั้งให้มา แต่ว่าจะให้เพียงพอกับครูที่ผ่านทั้งหมดมันเป็นไปไม่ได้ หรอกครับ เพราะว่ามันจํานวนเยอะ แล้วผมก็เข้าใจว่าในชั้นรัฐบาล ในชั้นของ กระทรวงศึกษาธิการก็ดูแลเรื่องนี้อยู่ ผมก็ได้กราบเรียนกับท่านรัฐมนตรีจาตุรนต์อยู่นะครับ ว่าให้รับเรื่องนี้ต่อจากช่วงของที่รัฐบาลของท่านได้ดําเนินการกันมาครับ เพราะฉะนั้น ท่านจาตุรนต์ก็ทราบปัญหาเรื่องนี้ดีอยู่ครับ ขอบพระคุณครับ
มีผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๐๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมครับ
ขอเชิญสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ ร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใด เห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิหมดทุกคนแล้วนะครับ เรียบร้อยนะครับ ผมจะได้ปิดการลงคะแนนครับ ช่วยส่งผล ลงคะแนนด้วยครับ มีผู้เข้าประชุม ๔๓๕ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่มีการแปรญัตติ ๒๘๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๒๘ ท่าน งดออกเสียง ๑๖ ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่านนะครับ
เชิญท่านวราเทพจะตอบท่านวิทยา แก้วภราดัย นะครับ เชิญครับ
ผม วราเทพ รัตนากร ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็ขออนุญาตตอบคําถามของท่านวิทยาในส่วนของรัฐบาลด้วย นะครับ ขออนุญาตยืนตรงนี้เลยก็แล้วกัน ประเด็นที่ท่านวิทยาได้กรุณาทําหนังสือ พร้อมท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถึงท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็ประสานงานให้ผม แล้วก็ท่านวิทยา บุรณศิริ แจ้งท่านนายกรัฐมนตรี อยากจะเรียนว่าตั้งแต่ท่านได้พบผมนั้น ได้แจ้งท่านนายกรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วนะครับ แล้วท่านก็มีบัญชาสั่งการให้ ท่านรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ท่านพลตํารวจตรี ธวัช บุญเฟื่อง ดําเนินการประสานกับ พื้นที่ ผมก็ได้มีการประสานด้วยตัวเองด้วย ได้คุยกับผู้ว่าราชการจังหวัดทางโทรศัพท์นะครับ เบื้องต้นขอรายงานอย่างนี้ครับว่า เหตุการณ์ที่อําเภอชะอวดที่มีการปิดถนนประท้วงนั้น ได้เกิดขึ้นจากการชุมนุมของเกษตรกรที่เรียกร้องในเรื่องของปัญหายางพาราตกต่ํา ทราบว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้มีการประสานมาโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ครั้งแรกคาดว่าจะไม่มีการปิดถนนแต่เมื่อมีการปิดถนนแล้วก็มีกําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจ พยายามที่จะไปเจรจาแล้วก็ขอให้เปิดถนน แต่ก็มีการเปิดถนนเพียงระยะเวลาหนึ่งเท่านั้นเอง หลังจากนั้นก็มีการกลับไปปิดถนนใหม่ เจ้าหน้าที่ตํารวจก็ถอยร่นออกมาเนื่องจากว่า มีการปะทะในเรื่องของการขว้างปาสิ่งของแล้วก็อาจจะใช้หนังสติ๊ก อันนี้เป็นการรายงาน จากพื้นที่เข้ามานะครับ ทําให้เจ้าหน้าที่ตํารวจได้รับบาดเจ็บประมาณ ๕ นาย โดยมีระดับ รองผู้บังคับการได้รับบาดเจ็บด้วยนะครับ ขณะนี้สถานการณ์ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งว่า กําลังเจ้าหน้าที่ตํารวจได้มีการถอยออกจากพื้นที่ที่มีการปะทะแล้วแต่ว่ามาดูแลสถานการณ์ อยู่ห่าง ๆ ในที่ตั้งนะครับ จะไม่มีการลงไปสลายการชุมนุมอย่างแน่นอน มีการแก้ไขปัญหา ในเรื่องของการจราจรให้มีทางเบี่ยง เลี่ยงไปใช้ทางเบี่ยงประมาณ ๑๐ กิโลเมตรนะครับ พี่น้องซึ่งจะเดินทางตรงนั้นก็ต้องใช้เวลาเดินทางอ้อมไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้สถานการณ์ก็ยังไม่มีอะไรที่จะเป็นปัญหาในขั้นรุนแรงที่มีความเป็นห่วงจะมีการสลาย การชุมนุม เรื่องนี้ ฯพณฯนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ผู้ที่รับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการ ตํารวจแห่งชาติ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งอยู่ที่ภาคเหนืออยู่ราชการ ก็ประสานงานทางโทรศัพท์ตลอดนะครับ เพราะฉะนั้นความเป็นห่วงของท่านในเรื่องของ ที่จะให้เจ้าหน้าที่ตํารวจถอนกําลังออกมาขณะนี้ได้ถอนในจุดที่จะเกิดการปะทะ แต่ต้องรักษากําลังตํารวจไว้อยู่ในระดับที่ดูแลเหตุการณ์ แล้วกําลังตํารวจที่ใช้ก็ไม่ได้ถึง ๓,๐๐๐ นาย ประมาณ ๕๐๐-๖๐๐ นาย เพราะว่าใช้กําลังในพื้นที่ซึ่งมีจํากัดอยู่เพียงเท่านั้น อย่างไรก็ตามผมยินดีนะครับที่ท่านวิทยาจะคอยประสานกับผมตลอดระยะเวลาที่เรากําลัง พิจารณาอยู่นะครับว่าถ้ามีเหตุการณ์อะไรจะได้ช่วยกันดูแลต่อไป ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวิทยาครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนะครับที่มาให้ข้อเท็จจริง แต่ผมอยากให้ท่านฟังข้อเท็จจริงจาก ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราชด้วยครับ นั่นเป็นรายงานของทางราชการ ข้อเท็จจริงที่ประชาชน เขาโทรศัพท์เข้ามา ส่งข้อความเข้ามาตลอดเวลาถึงผมก็คือ การชุมนุมของชาวบ้านวันนี้ ทางจังหวัดรู้ดีครับว่าจะมีการชุมนุม มีการเตรียมกําลังเจ้าหน้าที่เบื้องต้นประมาณ ๓-๔ กองร้อย หลังจากนั้นก็มีการประสานงานไปที่ภาคที่สุราษฎร์ธานี เสริมกําลังเป็น ๗ กองร้อย นั่นเฉพาะเจ้าหน้าที่ตํารวจนะครับ ได้มีการระดม อส. อาสาสมัครส่วนหนึ่ง ได้มีการระดม อป.พร. ส่วนหนึ่งและ ณ นาทีนี้กําลังมีคําสั่งระดมโรงพักต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ๒๓ โรงพักเข้ามาในที่ที่มีการชุมนุม
ประเด็นที่ ๒ ชาวบ้านตั้งใจปิดถนนครับ แต่ไม่ได้ตั้งใจมาจากบ้าน มาตั้ง เต็นท์อยู่ข้างถนนแต่กําลังเจ้าหน้าที่ไปรออยู่ก่อน พอชาวบ้านขยับเต็นท์เจ้าหน้าก็เข้ารวบ รวบเครื่องเสียงทั้งหมด พร้อมทั้งรวบกล่องรับบริจาคเงินที่เขาลงขันไปเรียบร้อย มีการปะทะกัน เป็นระยะ ที่บอกว่าถอยตอนนี้ถอยไปตั้งหลักครับ แต่ตะโกนกันได้ยินครับท่าน และก็ยังเขียวพรึบ ไปหมด ชาวบ้านถูกจับไป ๑๒ คน บาดเจ็บเช็กจํานวนชาวบ้านไม่ได้ ไม่เฉพาะรองผู้การครับ ผมเห็นภาพถ่ายเขาส่งมาแล้ว ท่านรองผู้การก็ไม่ใช่ใครครับ เป็นลูกเขยคนนครศรีธรรมราช พ่อตาแกก็ทําสวนยาพาราง ไม่ได้มาจากไหนครับ ที่เจ็บกันทั้งหมดลูกหลาน คนทําสวนยางพาราทั้งนั้น ตํารวจบาดเจ็บไปร่วม ๔๐ คน นะครับ ชาวบ้านบาดเจ็บ กระจัดกระจายกันไปทั้งหมด แต่บริเวณตรงนั้นครับมันไม่มีสถานีตํารวจให้เขาไปพัก บริเวณรอบ ๆ ตรงนั้นเป็นบ้านชาวบ้านทั้งหมดครับ ซึ่งพร้อมจะหุงหากินกันได้ เพราะฉะนั้น ท่านเตือนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเถอะครับ ผมเตือนไว้รอบหนึ่งแล้ว ท่านก็ทําท่าจะฟังผมดี นะครับ ท่านผู้การก็โยนใส่ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดสั่ง แต่ท่านเตือนไปทั้งคู่นะครับบอกว่า ยุติเถอะครับ ถามว่าไปตรึงกําลังเอาอะไร ไปตรึงเอาอะไรครับท่าน ชาวบ้านปิดถนน ก็มีถนนเบี่ยงให้เขาเรียบร้อย จัดระบบการจราจรเสียให้เรียบร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัด เขาไม่มีอํานาจเจรจาหรอกครับเรื่องราคายางพารา ผู้การก็ยิ่งไม่เกี่ยวใหญ่ รอวิ่งเป็น รองผู้บัญชาการเถอะ แต่คนที่ต้องเจรจาคือพวกเราครับ นักการเมืองที่เป็นรัฐบาล ต้องเจรจากับเขา ไม่ใช่ปล่อยเรื่องละเลย และผมเรียนท่านครับว่าที่บอกถอยแล้วไม่จริงครับ ฟังผมเถอะครับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้การฯ ไม่รู้จักคนที่นั่นดีเท่าผมหรอกครับ
เอาอย่างนี้ท่านพิเชษฐ์จะจบแล้ว ท่านวิทยาเอาอย่างนี้ไหมครับ ด้วยความเคารพท่านครับ ท่านกับท่านวราเทพลองประสานกันดีไหมครับ ท่านคุยกันจะได้แก้ปัญหาให้ชาวบ้านได้ ด้วยความห่วงใยของท่านครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตจบแล้วครับ ผมอภิปรายเสร็จผมขอไปหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีครับ ให้ท่านรู้เรื่องจริงครับ ผมกลัวว่าพวกลูกน้องเท็จทูลแล้วจะเสียหายกันทั้งบ้านเมืองครับ
ท่านประสานกับท่านวราเทพหลังบัลลังก์ได้ เชิญท่านวราเทพครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมคิดว่าเพื่อให้การดําเนินการประชุมอยู่ในระเบียบวาระต่อไปก็สั้น ๆ ว่า เราอยู่ตรงนี้ ข้อมูลที่ได้รับอาจจะไม่ตรงกัน แต่ผมเรียนยืนยันว่ารัฐบาลแน่นอนครับว่าเราจะไม่มีการ ไปสั่งการให้เกิดความเสียหายในการปะทะอย่างแน่นอน เดี๋ยวท่านวิทยามาข้างหลัง แล้วผมจะประสานกันดีกว่า แล้วก็ให้สภาได้เดินหน้าในระเบียบวาระต่อนะครับ ขอบคุณครับ
ดีครับ จะได้จบได้ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านพิเชษฐ์ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ไปแล้ว จะได้ไม่เสียเวลา ท่านพิเชษฐ์จะประท้วง ประธาน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๕ และข้อ ๘ ท่านประธานครับ เรื่องบางเรื่อง ที่นอกเหนือจากงบประมาณ ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ได้หารือกันพอสมควร เรื่องจริง ไม่จริงไม่ทราบนะครับ อาจจะจริงก็ได้ ไม่จริงก็ได้
พอแล้ว พอแล้ว ผมวินิจฉัยเป็นอํานาจผม ผมใช้อํานาจผม ผมใช้อํานาจผมถูกต้องแล้ว ท่านบุญยอดไม่เอาแล้ว ผมวินิจฉัยแล้ว ผมใช้อํานาจผมถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการ ผมรับผิดชอบครับ มาต่อว่าประธานถูกต้องแล้ว ผมวินิจฉัยผมอนุญาตเอง เชิญครับ
มาตรา ๒๓ กระทรวงสาธารณสุข มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านพิมพ์ภัทราครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนคําแปรญัตติค่ะ วันนี้ เรากําลังพิจารณาร่างงบประมาณประจําปี ๒๕๕๗ ซึ่งเงินทั้งหมดมาจากภาษีของ พี่น้องประชาชน และดิฉันเองก็เห็นว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมันก็มากพอ อยู่แล้ว ยังโดนเพื่อนสมาชิกมาซ้ําด้วยการที่จะไม่ให้เวลากับสภาแห่งนี้ในการหารือปัญหา ที่เกิดขึ้น ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษี และเรากําลังพิจารณาเงินทุกบาท ทุกสตางค์ที่พวกเขาเสียมา ดิฉันให้ความสําคัญเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข มาตรา ๒๓ ค่อนข้างมาก เพราะว่ามาตรานี้ท่านประธานคะ เมื่อไปดูพันธกิจที่ท่านได้เขียนเอาไว้ ท่านบอกว่าจะพัฒนาระบบบริหารการแพทย์ การสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านได้เขียนเอาไว้ชัดในนโยบายที่รัฐบาลได้แถลง แล้วก็ในวิสัยทัศน์ ที่กระทรวงสาธารณสุขได้นําเสนอกับกรรมาธิการ ว่าท่านต้องการผลักดันให้ประเทศไทย ได้กลายเป็นเมดิคอล ฮับ (Medical hub) ก็คือเป็นศูนย์กลางทางสุขภาพนานาชาติ แต่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาตินั้น ท่านประธานคะ มันได้ประโยชน์ แล้วก็ มีผลกระทบควบคู่กันไปค่ะ จริงอยู่วันนี้ประเทศไทยเราค่อนข้างพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลาง สุขภาพนานาชาติ เพราะว่าคนไทยมีเซอร์วิส มายด์ (Service mind) ค่ะ มีสุขลักษณะนิสัย ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ค่ารักษาพยาบาลของเราก็ค่อนข้างที่จะถูก และที่สําคัญท่านประธานคะ แพทย์ของเรามีความชํานาญ มีผู้เชี่ยวชาญ สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้หลากหลาย คุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงพยายามผลักดันให้ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือว่าเมดิคอล ฮับ แต่ผลกระทบที่กําลังจะตามมา นั่นก็คือว่าทันทีที่เราเป็นศูนย์กลางทางด้านการแพทย์และสุขภาพแห่งชาติ เราจะต้องมี การแย่งชิงบุคลากรทางการแพทย์ หรือที่เรียกกันว่าจะต้องมีเรื่องของสมองไหลแน่นอนค่ะ เพราะว่าวันนี้คนที่ได้เปรียบที่สุด สําหรับนโยบายนี้หนีไม่พ้นโรงพยาบาลของเอกชน โรงพยาบาลเอกชนจะมีรายได้ค่อนข้างมาก แล้วก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะดึงเอาอาจารย์ แพทย์ อาจารย์หมอ หรือว่าคนที่มีความชํานาญเข้ามาอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาล ทําให้ วันนี้บุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลนอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหมอ ทันตแพทย์ หรือแม้แต่พยาบาลที่เดิมไม่พออยู่ หลังจากมีนโยบายนี้ก็คงจะมีการแย่งชิง แล้วก็มีปัญหา ของสมองไหลค่ะ และที่สําคัญท่านประธานคะ หนีไม่พ้นเรื่องของค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ที่จะต้องแพงเพิ่มมากขึ้นและประการที่สําคัญที่สุด ท่านประธานคะ วันนี้เมดิคอล ฮับ พยายามไปถึงโรงพยาบาลรัฐ แล้วก็ยังไปดึงเอาโรงเรียนแพทย์เข้ามาอยู่ในโครงการนี้ด้วย ซึ่งถ้าเป็นโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลรัฐมันก็จะไปกระทบโดยตรงกับพี่น้องประชาชน คนในประเทศ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านจุรินทร์ได้พูดเอาไว้ชัดว่า โครงการเมดิคอล ฮับ เป็นโครงการที่ดีค่ะ ตราบเท่าที่ต้องไม่กระทบต่อสุขภาพ การดูแล สุขภาพ และการรักษาพยาบาลของคนไทย เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นประเด็นที่ดิฉันเองต้อง สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ เพราะว่าอะไร ท่านประธานคะ เพราะว่าวันนี้ถ้าเราไปดูถึงความ พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของระบบสาธารณสุขของประเทศไทยแล้ว ต้องบอกได้เลยว่า วันนี้เรายังไม่พร้อมเต็มที่แล้วก็เพียงพอ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธานคะ เราไปดูเฉพาะ โรงพยาบาลศูนย์ที่มีอยู่ในแต่ละภูมิภาค ดิฉันขอยกตัวอย่างโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องรองรับ พี่น้องประชาชนกว่า ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน ต้องดูแลพี่น้องประชาชนถึง ๒๓ อําเภอ ๑๖๕ ตําบล อีก ๑,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านค่ะ วันนี้เราก็รู้อยู่ว่าศักยภาพของโรงพยาบาลอําเภอมีไม่เพียงพอค่ะ เกิดอุบัติเหตุใด ๆ ก็ตาม เหมือนเมื่อสักครู่ท่านประธานคะ เกิดเหตุปะทะกันระหว่าง พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารากับตํารวจ เกิดอุบัติเหตุอย่างนี้นะคะ โรงพยาบาล ไม่สามารถดูแลได้ทันท่วงทีค่ะ ก็จะต้องรีเฟอร์ (Refer) เข้าโรงพยาบาลมหาราช แต่ปรากฏว่า วันนี้ศักยภาพของโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเทียบกับโรงพยาบาล มหาราชในภูมิภาคอื่น ๆ ถือว่าเป็นโรงพยาบาลมหาราชที่ล้าหลังที่สุด ทรุดโทรมที่สุด ขาดการดูแลมากที่สุด ที่ดิฉันพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าวันนี้โรงพยาบาลมหาราชบอกว่า ๑,๐๐๐ เตียงค่ะ แต่มีเตียงจริง ๆ อยู่แค่ ๘๐๐ เตียง แต่มีคนเข้าไปขอรับการรักษา อยู่มากกว่า ๑,๐๐๐ คน อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือยังเป็นอุปกรณ์แบบเก่า ล้าหลัง ทําไมดิฉันถึงให้ความสําคัญกับเรื่องของอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ท่านประธานคะ ก็เพราะว่าถ้าวันนี้เรามีอุปกรณ์ มีเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย แน่นอนค่ะ ความเจ็บของผู้ป่วยลดน้อยลง แน่นอนค่ะ เวลาที่ใช้แต่ละคนก็น้อยลง จํานวนผู้ป่วย ที่จะได้รับทําการรักษาก็เพิ่มมากขึ้น ที่สําคัญแพทย์ก็จะมีความเหนื่อยน้อยลง ก็จะป้องกัน ที่แพทย์ของโรงพยาบาลรัฐจะไหลไปอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน นี่คือความสําคัญของอุปกรณ์ค่ะ แล้ววันนี้เรื่องความพร้อมของอุปกรณ์ หลาย ๆ โรงพยาบาลก็ยังมีไม่พร้อมค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่างก็คือโรงพยาบาลวัดโบสถ์ที่จังหวัดพิษณุโลก วันนี้เขาก็ยังมีความต้องการ เรื่องของเครื่องเอ็กซเรย์เรื่องของอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ ส่วนสําหรับของ โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ดิฉันบอกว่ายังล้าหลังก็เพราะว่าอะไรคะ ตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๕ ท่านประธานคะ มาจนถึงวันนี้ เกือบจะได้รับการดูแลอยู่ช่วงหนึ่งค่ะ ช่วงสมัยที่เรามีเงินกู้ไทยเข้มแข็ง เงินกู้ไทยเข้มแข็งเราไปดูแลระบบสาธารณสุขทั้งระบบ ดูแล พี่น้อง อสม. มีค่าตอบแทนให้ ๖๐๐ บาท สมัยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ดูแลเรื่องของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจําตําบล ยกฐานะจากอนามัยให้เป็นโรงพยาบาล ดูแล โรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศค่ะ แต่บังเอิญโรงพยาบาลนครศรีธรรมราชไปอยู่จังหวัดเดียวกับ รัฐมนตรีค่ะ ตอนนั้นรัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย ก็เลยมีการตรวจสอบกัน พอตรวจสอบ แทนที่จะได้ตึกแทนที่จะได้อาคาร อาคารศูนย์การเรียนรู้แพทย์เวชศาสตร์ และอาคารอื่น ๆ อีก ๕ อาคาร โดนหยุดโดนระงับไป เพิ่งจะได้มาอาคารเดียว อาคารอุบัติเหตุ เมื่อสมัย ท่านรัฐมนตรีท่านที่แล้ว วิทยา บุรณศิริ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงพยาบาล ที่ต้องรองรับคนเป็นจํานวนมาก วันนี้ดิฉันก็เลยต้องมาบอกท่านประธานว่า ถ้าโครงสร้าง พื้นฐานของระบบสาธารณสุขในประเทศเรายังไม่พร้อม แต่เรากําลังพยายามผลักดันนโยบาย ที่จะไปดูแลชาวต่างชาติ ดูแลคนร่ํารวย ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นเขามีโอกาสอยู่แล้วท่านประธาน ค่ะ เขามีโอกาสที่จะเลือก มีโอกาสที่จะได้รับการดูแลรักษาที่ดี ๆ แต่วันนี้พี่น้องประชาชนคนไทย คนที่จะต้องได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในการดูแลสุขภาพได้อย่างทั่วถึงทั่วหน้า และที่สําคัญที่สุด ท่านประธานค่ะ ทุกบาททุกสตางค์วันนี้เขาต้องการเห็นคืนกลับสู่แผ่นดินของเขาที่เขาเสียไป เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันมาทวงถาม ดิฉันมาขอความเห็นใจท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ และไปยังท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขและท่านรัฐมนตรี ถึงการกระจายโอกาสไปยัง โรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศ สุดท้ายท่านประธานค่ะ ดิฉันเห็นว่าวันนี้เราต้องคํานึงถึงคนไทย ทั้งประเทศที่รอรับการรักษาพยาบาลจากรัฐอยู่ เราไม่ควรจะไปดูแลคนที่เขามีโอกาส เพราะว่าคนเหล่านั้นดูแลตัวเองได้ และคนเหล่านั้นก็มีโอกาสที่จะเลือกที่จะรักษาบริการในที่ ที่ดีได้ และก็ที่สําคัญที่สุดดิฉันยังเห็นว่านายกรัฐมนตรีหรือแม้แต่รัฐบาลก็ดี ท่านได้เขียนเอาไว้ในนโยบายที่ท่านแถลงเอาไว้ต่อรัฐสภาในวันแรกที่ท่านได้มาทํางาน ท่านบอกไว้ชัดว่านโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน ท่านต้องการเพิ่มขีด ความสามารถของโรงพยาบาลระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์ ความเป็นเลิศ ที่กระจายอยู่ในส่วนภูมิภาค ท่านเขียนอยู่ชัดค่ะ แต่เวลาท่านจัดสรรงบประมาณมา มันยัง ไม่กระจายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม วันนี้ดิฉันเองจึงต้องสงวนคําแปรญัตติปรับลดไว้ ร้อยละ ๕ เพื่อนําส่วนที่ปรับลดไว้นําเงินงบประมาณที่มีที่ปรับลดไปกระจายสู่โรงพยาบาล ศูนย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ขาดโอกาสมานาน ดิฉันไม่อยากให้ใครมาว่ารัฐบาลของท่านว่า ๒ มาตรฐาน และไม่เป็นธรรม ดังนั้นดิฉันจึงขอ ย้ําและขอเตือนบอกเอาไว้ว่าวันนี้จังหวัดของดิฉันเองยังคงมีปัญหาอยู่ และรอการแก้ไขจาก ท่านค่ะ
ท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้แปรญัตติปรับลดงบประมาณในส่วน ของกระทรวงสาธารณสุขไว้ ๑ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ สาเหตุที่ผมขอปรับลดนั้น ผมก็เรียนตรง ๆ ว่า วันนี้ก่อนผมจะเริ่มท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง ครึ่งนาที เอกสารกรรมาธิการที่ส่งให้กับวิปฝ่ายค้าน คําชี้แจงเกี่ยวกับงบประมาณค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปต่างประเทศชั่วคราวของท่านนายกรัฐมนตรี คือส่งมาให้ของสํานัก นายกรัฐมนตรีเท่านั้น มันมีในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน คณะผู้แทนการค้าไทย ซึ่งใช้งบประมาณไปเตรียมงานก่อน ท่านนายกรัฐมนตรีเดินทางไปต่างประเทศด้วย ก็ขอความกรุณาว่าท่านช่วยกรุณาส่งให้ผม ด้วยนะครับ เพราะผมเชื่อมั่นว่าท่านวิทยานั้นเป็นคนที่รักษาสัจจะเป็นอันมาก นอกจากนั้นแล้ว ผมก็อยากจะกราบเรียนครับว่า ในจํานวนรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขที่มีมานี้นะครับ ผมจําชื่อได้อยู่คนเดียวคือท่านรัฐมนตรีวิทยา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ถามว่าทําไม เพราะว่าตั้งแต่ท่านพ้นจากตําแหน่งแล้ว ผมรู้สึกว่าวันนี้คนจนไม่ค่อยมีที่ยืน สําหรับการบริการของกระทรวงสาธารณสุขเลย ถามว่าทําไมครับ ทําไมก็เพราะว่า วันนี้จากที่ท่านพยายามแก้ไขเรื่องปัญหาแพทย์ขาดแคลน พยาบาลขาดแคลน ๒ ปี ก็ยังแก้ไม่ตกนะครับ ใช้รัฐมนตรีเปลืองถึง ๓ ท่าน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านวันนี้ก็คือว่า กระทรวงสาธารณสุขนั้นได้มีวิสัยทัศน์ แล้วก็มีพันธกิจที่ชัดเจนครับ สํานักงานปลัดกระทรวง สาธารณสุขแจ้งว่าพันธกิจหนึ่งของกระทรวงสาธารณสุขนั้นคือการพัฒนาระบบบริการ ทางการแพทย์และสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตรฐาน
พันธกิจอีกอันหนึ่งก็คือว่าพัฒนาระบบการจัดการความรู้ทางการแพทย์และ สาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพ สําคัญนะครับคือคนที่คุมหัวใจบริหารทั้งหมดนั้นคือสํานักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข บอกว่าจะจัดองค์กรที่เป็นเลิศด้านการบริหารบริการและวิชาการ ทางการแพทย์และการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานครอบคลุมและเป็นธรรมเพื่อคนไทยสุขภาพดี วันนี้ครับท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่างบประมาณแสนกว่าล้านบาท ที่กระทรวงสาธารณสุขรับไปนั้น วันนี้กระทรวงสาธารณสุขนั้น หลังจากท่านรัฐมนตรี วิทยาแล้ว ได้เปลี่ยนไปครับ เปลี่ยนไปอย่างมากครับ ท่านประธานครับ วันนี้มีนโยบายมา จัดการเรื่องของเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) อย่างที่ท่านสมาชิกท่านพิมพ์ภัทราพูดนะครับ ว่าอยากได้รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากคนมาใช้บริการทางแพทย์ในประเทศไทย ถามว่าดีไหมครับ ดีครับ นําเงินรายได้เข้าประเทศดีไหมครับ ดีครับ แต่นโยบายนี้ผมเรียน ท่านตรง ๆ ว่า พ่อแม่รังแกฉันครับ เป็นนโยบายที่ทําร้ายคนจนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งคนจนในชนบทครับ ถามว่าทําไมวันนี้ท่านผลักดันศูนย์บริการทางการแพทย์ใช้ งบประมาณพุ่งไปทางนั้น แล้วสิ่งที่จะเกิดขึ้นคืออะไรครับ คนที่ได้ประโยชน์คือโรงพยาบาล เอกชนในการให้บริการ มีคนต่างชาติมาใช้เยอะครับ มีเงินเข้าประเทศจริงครับ แต่วันนี้ แพทย์ท่านไม่พอครับ ท่านก็ต้องหาแพทย์มาเพิ่มเพื่อมารักษาคนไข้ในต่างประเทศครับ เมื่อรักษาคนไข้ในต่างประเทศแล้ว ท่านก็ต้องดึงแพทย์ที่มีอยู่ในราชการนี้ครับ ออกมาครับ เขาได้เงินเดือนสูง ๆ แล้ววันนี้นโยบายของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ได้เปลี่ยนไปจากที่ แพทย์ชนบทเคยทํางานด้วยความรักชนบท ทํางานด้วยมีความรู้สึกว่าเขาได้รับการดูแล อย่างเป็นธรรม วันนี้เขาขมขื่นครับ ขมขื่นที่วันนี้ทําดีแล้วไม่ดีมันก็เลยเกิดนึกถึงคําสุภาษิต ที่ว่า ทําดีได้ดีมีที่ไหน ทําชั่วแล้วได้ดีมีถมไป ผมไม่ได้พูดถึงผู้ให้บริการสาธารณสุขของ กระทรวงสาธารณสุขนะครับ ผมกําลังพูดว่าการจัดสรรงบประมาณนี้มุ่งไปตรงนี้สร้างปัญหา ในขณะเดียวกันท่านอยากได้เงินเยอะ ๆ เข้าประเทศ อยากได้ธุรกิจเยอะ ๆ เข้าประเทศ โรงพยาบาลเอกชนรวยครับ มีรายได้เพิ่มขึ้น มีเงินปันผลเพิ่มขึ้น แต่ผมถามท่านประธานครับ คนจนจะมีที่ยืนไหมครับ ถามว่าทําไมคนจนจะไม่มีที่ยืน ผมถามท่านประธานครับว่า โรงพยาบาลเอกชนเมื่อต้องขยายตึก ขยายสถานที่รับบริการทางการแพทย์จากชาวต่างชาติ ลูกค้ารวย ๆ มากขึ้น เอาแพทย์จากไหน พยาบาลจากไหน ก็ต้องเอาคนไทยนี่แหละครับ เพราะว่ามีใบประกอบโรคศิลป์เป็นคนไทย พยาบาลไทย เอาจากไหนครับ ก็ต้องเอาจาก โรงพยาบาลของรัฐครับเพราะโรงพยาบาลเอกชนทุกคนเขารักษาของตัวเองไว้ แล้วโรงพยาบาลของรัฐมาจากไหนครับ ในกรุงเทพมหานครนี่อย่างไรครับ วันนี้เราบอกว่า แพทย์เรานั้นในกรุงเทพมหานครไม่ขาดแคลน แต่ความเพียงพออัตราส่วนแพทย์ต่อคนไข้ ต่างจังหวัดยังแย่อยู่นะครับ ในภาคอีสาน ภาคเหนือผมยังแย่ครับ ภาคใต้ผมยังแย่ครับ คนไข้ยัง ๑๐,๐๐๐ คนต่อนายแพทย์ ๑ คนครับ แล้ววันนี้ท่านกําลังจะให้ธุรกิจนั้นให้เงินเดือนสูง ๆ ให้โบนัสสูง ๆ ให้สวัสดิการดี ๆ แล้วดึงแพทย์ออกมาจากโรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลรัฐก็ต้องไปดึงแพทย์จากชนบท แพทย์จากจังหวัดก็ต้องเข้ากรุงเทพมหานคร แพทย์จากอําเภอก็ต้องเข้าตัวเมืองจังหวัด และผมถามว่าคนจนที่อยู่ในชนบทเขาจะไปพึ่งใคร วันนี้อัตราส่วนขาดแคลนมัน ๑๐,๐๐๐ คนต่อแพทย์ ๑ ท่าน คนไข้ ๑๐,๐๐๐ คน ประชากร ๑๐,๐๐๐ คนต่อแพทย์ ๑ ท่าน แล้ววันนี้ถ้าท่านเอาเข้ามาผมถามท่านนะครับ อําเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก จะมีแพทย์เหลือไหม อําเภอจุนของท่านจะมีแพทย์เหลือไหม รักษาคนจนตรงนั้น คนจนย้ายเข้ามาขอรับการรักษาพยาบาลในเมืองได้ไหมครับ ในกรุงเทพมหานครได้ไหมครับ ไม่มีสตางค์ครับ ไม่มีสตางค์แม้กระทั่งค่ารถ แล้ววันนี้สิ่งที่คนจนเหลืออยู่ในชนบท ท่านประธานครับ อะไรครับ หนี้ก็บานเต็มแล้วครับ ส่งลูกไปเรียนโรงเรียนจังหวัด บางทีก็เสียแป๊ะเจี๊ยะครับบางจังหวัด แล้ววันนี้สิ่งที่เขาเหลืออยู่คือครูประชาบาล ก็จะไปปิดโรงเรียนเล็ก ครูประชาบาลก็จะไม่เหลือแล้ว เหลือหมออนามัย เหลือแพทย์ อยู่ตามโรงพยาบาลอําเภอ ก็จะไม่เหลือแล้ว เพราะจะไปหางานทําที่มันมีเงินดี แล้วก็มีผลตอบแทนดี แล้วก็ต้องไม่ได้รับการข่มขู่ คุกคามหรือว่าได้รับความไม่เป็นธรรม จากการบริหารงานจากนโยบายรัฐบาล ท่านประธานได้ยินแล้วนะครับว่า พีฟอร์พี (P for P) ผลตอบแทนให้สอดคล้องกับผลงาน วันนี้แพทย์ชนบท ล้า ท้อ นะครับ ท่านประธานครับ ผมถามว่าวันนี้ถ้าเขาทิ้งเงินเดือนถูก ๆ และเขาเข้ากรุงหมด ไปโรงพยาบาลเอกชนหมด ผมถามว่าวันนี้กระทรวงสาธารณสุขจะแก้ปัญหาอย่างไร กรรมาธิการได้ถามปัญหานี้ไหมครับ ผมทราบว่ากรรมาธิการได้ถาม แต่ไม่มีคําตอบจากกระทรวงสาธารณสุข เพราะผมได้อ่านชวเลข ที่ท่านถามตอบกันแล้ว ผมยิ่งอยากจะรู้ครับว่าวันนี้ท่านจะแก้ปัญหาตรงนี้อย่างไร ในการจัดสรรงบประมาณ
นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่ผมเป็นห่วงมากกว่านั้นก็คือว่า สิ่งที่กําลังเกิดขึ้น ท่านประธานครับ วันนี้ผมถามว่าคนชนบททําผิดอะไรที่เขาจะต้องรับภาระแพทย์ พยาบาล ที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งขัดกับวิสัยทัศน์ ขัดกับพันธกิจของกระทรวงสาธารณสุขโดยชัดเจนครับ วิสัยทัศน์บอกว่า จะเป็นองค์กรที่เป็นเลิศด้านการบริหาร บริการ และวิชาการทางการแพทย์ และสาธารณสุขที่มีมาตรฐานครอบคลุมและเป็นธรรม ผมถามวันนี้เพราะผมกลัวคนชนบท ครับ ส.ส. ในสภานี้มาจากชนบททั้งนั้นครับท่านประธานครับ คนเราไม่มีใครทุกข์มากเท่ากับ ตอนป่วย ตอนเจ็บหรอกครับ แล้วเขาจะพึ่งใคร ถ้ารัฐบาลยังเดินหน้าอยู่อย่างนี้ แล้วก็บอก ว่าทําอย่างนี้แล้วประเทศไทยนั้นจะมีรายได้เข้า จะเกิดความคุ้มค่า ผมถามครับว่ากระทรวง สาธารณสุขนั้นได้ปรับเปลี่ยนนโยบายคิดหากําไรกับชีวิตคนตั้งแต่เมื่อไร คิดหากําไรจากชีวิต คนตั้งแต่เมื่อไร ผมเห็นนายแพทย์นั่งอยู่นี่ครับ ทุกอย่างพยายามที่จะให้คนไข้นั้นรอดก่อน จะต้องเสียสตางค์ เสียยาเท่าไร งบไม่พอ ให้คนไข้นั้นรอดก่อน นั่นคือจรรยาบรรณของ แพทย์ไทยที่มีคุณภาพสูง แต่วันนี้ครับ นโยบายของรัฐบาล งบประมาณของรัฐบาลนั้นกําลัง มัดมือชกแพทย์ชนบท มัดมือชกแพทย์ดี ๆ ที่ยังต้องการรักษาคนป่วยในชนบทอยู่ ผมจึง จําเป็นต้องปรับลดงบประมาณอันนี้ครับ เพื่อไม่ให้ท่านทําโครงการนี้สําเร็จ จนกว่าท่าน จะทําให้ชนบทนั้นเข้มแข็ง มีแพทย์ มีพยาบาลที่มีคุณภาพที่ครอบคุลมและเป็นธรรมกับ คนยากคนจนในชนบทครับ ผมถามนะครับ นั่งข้างบนนั้นก็มีครับ คุณหมอชลน่าน แพทย์ชนบทอยู่แล้ว อยู่จังหวัดน่านมาอยู่แล้ว ลองถามสิครับว่าถ้าไม่มีแพทย์ ไม่มีพยาบาล แล้วมีแต่อนามัย คุณหมอจะทําอย่างไร คนไข้จะไปหาใคร ที่ไหน เดินทางเป็นร้อยกิโลเมตร นะครับท่านประธานครับ บางอําเภอเข้าตัวจังหวัดนะครับ จังหวัดผมนี่ถ้าเผื่ออําเภอ ชาติตระการเกือบ ๒๐๐ กิโลเมตร แล้วเขาจะไปอย่างไรถ้าเผื่อแพทย์ในชนบทนั้นไม่มีเหลือ แล้ว นี่คือคําถามข้อที่ ๑ ซึ่งผมมีความเป็นห่วงอยู่ตรงนี้
คําถามข้อที่ ๒ ครับ ภารกิจของกระทรวงสาธารณสุข เรื่องอาหารและยา ท่านประธานครับ อาหารและยานี่คือวิสัยทัศน์บอกว่า สํานักงานคณะกรรมการอาหาร และยาจะเป็นองค์กรที่เป็นเลิศ ด้านการคุ้มครองและส่งเสริมการบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่มีคุณภาพ ปลอดภัยและสมประโยชน์ มุ่งสู่สังคมสุขภาพดี นี่คือวิสัยทัศน์ของ คณะกรรมการอาหารและยา ซึ่งปีนี้รับงบประมาณสูงถึง ๗๐๐ กว่าล้านบาท พันธกิจของ สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาบอกว่าอย่างไรครับ บอกว่าจะพัฒนา กํากับ ดูแล ส่งเสริมให้มีการนําเสนอผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน ท่านประธานครับ ท่านประธานเห็นใช่ไหมครับว่าวันนี้คนไทยตื่นเรื่องอะไรครับ ตื่นเรื่องข้าวสารปนเปื้อน วันนี้ประเทศญี่ปุ่นก็ตื่นนะครับ ประเทศญี่ปุ่นตื่นเรื่องน้ําปนเปื้อนจากกัมมันตภาพรังสี โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มันรั่วอยู่ แต่วันนี้คนไทยตื่นเรื่องอะไรครับ เรื่องข้าวสารปนเปื้อนสารพิษ ยาฆ่าแมลงหรือไม่ ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ ผมนั่งดูโทรทัศน์ ฟังวิทยุ คอยเงี่ยหูฟังครับว่า เมื่อไร อย. จะมาแถลงว่าข้าวสารนั้น อย. ได้ไปดูแล้วปลอดภัย ผมกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้ผมกังวลใจครับท่านประธานว่ารัฐบาลนั้นออกมาปฏิเสธเรื่องข้าวปนเปื้อนสารพิษ แล้วก็บอกว่าใครที่มาปูดเรื่องข้าวปนเปื้อนสารพิษจะต้องถูกดําเนินคดีหมิ่นประมาท ผมก็ตกใจครับว่ารัฐบาลปกติแล้วกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงพาณิชย์มีหน้าที่คุ้มครอง ผู้บริโภค แต่วันนี้กลับกลายไปคุ้มครองผู้ผลิต แต่จะลงโทษผู้บริโภคในฐานะหมิ่นประมาท แทน มันกลับกันเลยนะครับวันนี้เอาหัวเดินต่างตีนครับ ไม่เคยเห็นครับ ไม่เคยเห็นว่าจะมีใคร กล้าออกมาการันตี (Guarantee) เอกชนมากถึงขนาดว่าจะขู่ลงโทษผู้บริโภคถ้าผู้บริโภคนั้น แจ้งว่าจะถูกคดีหมิ่นประมาท สิ่งที่รัฐบาลทําคือพลิกจากประชาชนผู้เสียหายในฐานะ ผู้บริโภคให้กลายเป็นจําเลยคดีหมิ่นประมาทแทน มีประเทศเดียวครับ ประเทศไทยที่ทําได้ แล้วพอพวกผมเอามาพูดก็ตําหนิอีก บอกว่ามาทําลายตลาดข้าวไทย ทําลายความน่าเชื่อถือ ของข้าวไทย พวกผมพูดด้วยความสุจริตใจ ท่านประธานครับ ไม่ต้องการให้คนไทยตาย ด้วยโรคมะเร็ง ตายด้วยสารปนเปื้อนพิษ เรากําลังคอยอยู่ว่าสํานักงานคณะกรรมการอาหาร และยาซึ่งมีวิสัยทัศน์ มีพันธกิจต้องดูแลความคุ้มครองความปลอดภัยในอาหารและยาให้มี สุขภาพ สุขอนามัยนั้นทําหน้าที่ครบถ้วนหรือไม่ และวันนี้ครับ เมื่อบ่ายนี้ รองนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีดูแลกระทรวงพาณิชย์ออกมาโวยวายกันว่าใครก็ตาม มาเปิดเผยเรื่องข้าวสารปนเปื้อนพิษนั้นทําลายเครดิตข้าวไทย ตกใจครับว่าคิดอย่างนี้ ได้อย่างไร ทําไมไม่คิดบ้างละครับว่า ถ้าไม่พูดแล้ว ถ้าคนไทยกินเข้าไปแล้วเป็นมะเร็ง ไม่คิดถึงคนกินข้าวสารแล้วเป็นมะเร็งบ้างหรือครับ ช่วยผู้ผลิต ช่วยผู้ค้าบอกว่าพูดไม่ได้ จะต้องหมิ่นประมาท ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าเอกสารที่ผมมีอยู่นี้ เป็นเอกสารใบขนสินค้าซึ่งผมยังไม่ได้ขออนุญาตท่านประธานโชว์นะครับ เป็นเอกสาร ใบขนสินค้าเข้าพร้อมแสดงแบบรายการภาษีสรรพสามิตครับ เอกสารนี้เป็นเอกสารใบตีกลับ สินค้าส่งออกจากประเทศไทยครับ ที่พวกผมพูดว่าสินค้าส่งออกข้าวไทยแล้วสหรัฐอเมริกา เขาห้าม รัฐมนตรีก็มาบอกมีที่ไหน ๆ จะต้องไปตรวจสอบดู ยกมือปิดฟ้าเท่าไรก็ไม่มิดครับ อินเตอร์เน็ตมันมี ไลน์ (Line) มันมี เฟชบุ๊กมันมี ข่าวทั่วโลกเขามีหมดครับ ทุกคนรู้หมด ทั้งโลก ยกเว้นรองนายกรัฐมนตรีที่คุมกระทรวงพาณิชย์กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เท่านั้นที่ไม่รู้ว่าข้าวสารไทยนั้นปนเปื้อน ส.ส. ในสภาเกือบค่อนสภารู้ครับ แล้วไปอยู่กันที่ไหนมา สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาทําไมไม่มาแถลง ทําไมต้องปล่อยให้องค์กรคุ้มครอง ผู้บริโภคเอาข้าวไปตรวจสอบเอง แล้วก็มาแถลงบอกมีข้าวสารปนเปื้อน ทําไมต้องปล่อยให้องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคเอาข้าวไปตรวจสอบเอง แล้วก็มาแถลงบอก ข้าวมีสารปนเปื้อน เสร็จแล้วก็ไปด่าเขาขอดูสิ อ้ายนี้มันมาจากแล็ป (Lab) ห้องไหน เขาก็กลัวครับ ว่าจะไปทําลายความน่าเชื่อถือของแล็ปห้องทดลองอันนั้น เขาก็ไม่บอก สิ่งที่ผมกําลังพูด จะบอกว่าสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยานั้นต้องให้ปัญหานี้จบครับ จบโดย การสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาครับ แล้วสิ่งที่ผมให้ดูนี้ ท่านประธานครับ เป็นข้าวหอมมะลิ ๓ เอ (3A) ถุงนี้นะครับ แล้วถุงนี้ผมบอกท่านประธาน ได้เลยครับว่า เป็นถุงที่ถูกส่งตีกลับมาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งไปแล้ว ๔,๐๐๐ ถุงครับ ท่านรัฐมนตรีวิทยาครับ เขาตีกลับมา ๑,๒๐๐ ถุง ไม่ได้ตีกลับมาหมดนะครับ ๓,๒๐๐ ถุง มีสารปนเปื้อนครับ นี่คือใบเสร็จครับ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีดูเหลือเกิน อยากให้ รองนายกรัฐมนตรีดูเหลือเกิน อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ดูเหลือเกินว่า นี่คือใบเสร็จครับ ใบเสร็จนี้ไม่ใช่เป็นการประจานรัฐบาลครับ เป็นการนําไปสู่การแก้ไขครับ ว่าที่ไหนที่ส่งข้าวออกไปแล้วมีสารปนเปื้อนมาจากโกดังไหนเข้าไปดูทําความสะอาดเสีย แล้วออกใบประกันการันตี ครับ ว่าที่นี่ไม่มีสารปนเปื้อนอีกแล้ว ก็จะสร้างความน่าเชื่อถือได้ แต่วันนี้กลับมาด่าพวกผมเสีย ๆ หาย ๆ ครับ หาว่าเป็นคนเปิดโปงทําให้บ้านเมืองป่วน วุ่นวาย ลดเครดิต (Credit) ข้าวไทย ไม่ใช่ครับ สิ่งแรกผมต้องการทําคือ ไม่ให้คนตาย จากข้าวสารปนเปื้อนครับ ไม่อยากให้คนป่วยเป็นโรคมะเร็งจากข้าวสารปนเปื้อนพิษครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า คือสิ่งที่พวกผมนั้น ระมัดระวังเป็นอันมาก ทุกคนรักประเทศครับ ผมรักประเทศครับ แต่ผมรักชีวิตประชาชนมากกว่าเงินที่จะได้ครับ เราไม่เคยคิดครับ ท่านประธานอย่าเพิ่งเบรกผมครับ กําไรขาดทุนมาจากชีวิตคน มันไม่ใช่ครับ ถ้าเผื่อตายเงินร้อยบาท เงินล้านบาท เงินร้อยล้านบาทมันก็ไม่พอ ที่จะทดแทนชีวิตได้ครับท่านประธานครับ สิ่งที่ผมเสนอปรับงบประมาณอันนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า เป็นสิ่งที่ต้องทําครับ วันนี้คนจนไม่มีที่ยืนแล้วครับ ในนโยบายรัฐบาลครับ ไม่มีแล้วครับ ครูก็จะปิดโรงเรียนเขา แพทย์ก็จะหางานอื่นทําหมด ไม่มีใครที่มีคุณภาพ ดูแลคนชนบทแล้วครับ ท่านประธานอย่าปล่อยให้เขาลงโทษคนจน คนเกิดในชนบท โดยที่ไม่ใช่ความผิดเขานะครับ เกิดเป็นคนจนไม่ใช่ความผิดนะครับ เกิดในชนบท ไม่ใช่ความผิดของเขานะครับ เป็นหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข ครับท่านประธาน เป็นสิทธิของคนไข้ สิทธิของประชาชนได้รับการดูแลรักษา เป็นสิทธิของเขาครับ หน้าที่ อยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข รัฐบาลจัดหางบประมาณให้เขาครับ ดูแลให้ได้ตามวิสัยทัศน์ ตามพันธกิจ แต่ว่าวันนี้ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากระทรวงสาธารณสุขนั้น อาจจะไม่ใช่ กระทรวงที่ต้นเหตุครับ แต่เป็นกระทรวงที่ปลายเหตุ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ปลายเหตุอย่างไรก็ตาม ท่านต้องพูดกับคนในรัฐบาลให้ดีว่า คนไม่ใช่หมู ไม่ใช่หมา ไม่ใช่ผัก ไม่ใช่ปลา เอามาคิดเป็นเงินไม่ได้ กําไรขาดทุนไม่ได้ครับ ชีวิตคนไม่ใช่ขายของครับ ชีวิตคนนั้นมีค่าครับท่านประธานครับ ผมจึงขอปรับลดงบประมาณกระทรวงสาธารณสุขนั้น ๑ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นเครื่องเตือนสติว่าสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นทุกวันนี้รัฐบาลกําลังคิดชีวิตคน เป็นขาดทุนกําไร เป็นผักเป็นปลา เป็นหญ้าไม่ใช่ครับ คนคือคน คือมนุษย์ มีจิตมีวิญญาณครับ เพราะฉะนั้นต้องให้คนจนมีที่ยืน ให้คนจนนั้นได้รับสิทธิในการรักษา สิทธิในการบริโภคอาหาร อย่างมีคุณภาพสมกับงบประมาณที่ท่านเอาไปถึงแสนล้านบาทครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ
เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านจุติ ไกรฤกษ์ ต่อความห่วงใย แต่เรียนให้ทราบว่ากระผมนั้น ทํางานในฐานะกรรมาธิการ เป็นเรื่องของทางบริหารที่ท่านเห็นว่าควรที่จะต้องดําเนินการไป นําไปสู่การปฏิบัติตามที่ท่านได้กล่าวนั้น ก็เป็นข้อสังเกตที่ผมขออนุญาตนะครับ ผมจะนําเรียนท่านรัฐมนตรีผู้เกี่ยวข้องเรียนตามตรงนะครับแม้จะเปลี่ยนรัฐมนตรีกี่ท่าน ก็แล้วแต่ นโยบายของพรรคเราทํางานร่วมกัน ผมก็กราบเรียนท่านด้วยความห่วงใย ของท่านนั้น ผมคิดว่าในนามของพรรคเพื่อไทย ในนามของสมาชิกพรรคเพื่อไทย ผมยังเป็นส่วนหนึ่งของพรรคที่จะต้องช่วยกันรับผิดชอบ กราบเรียนต่อความห่วงใยของท่าน ที่กรณีท่านกล่าวนะครับ ว่าเราได้ตรวจสอบรายละเอียดอย่างไรหรือไม่ การปรับลดงบประมาณ ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุขครั้งนี้ กรรมาธิการขอเรียนตามตรงว่า มีการปรับลด แล้วก็เป็นงบที่ค้างท่อ เป็นการก่อสร้างที่ไม่ทันนะครับ โดยเฉพาะงบประมาณที่อยู่ในหมวดของการก่อสร้าง เราได้ตรวจสอบและอนุกรรมาธิการ ได้นําความเห็นและมีการปรับลด มิได้ไปปรับลดในสาระในการดูแลพี่น้องประชาชนนะครับ เพราะฉะนั้นในนโยบายยังเป็นองค์ประกอบที่สําคัญเรื่องของประสิทธิภาพและความเป็นเลิศ อันนั้นคงจะต้องดําเนินการ โดยเฉพาะนโยบายเรื่องของ ๓๐ บาท ต่อความห่วงใยของท่าน ในระบบนะครับ ก็คงเข้าใจว่าทําจริง จ่ายจริง หรือเรียก พี ฟอร์ พี นั้น ผมได้มีการหารือกับ ฯพณฯ รัฐมนตรีนะครับ ก็เพียงแต่ว่าต้องการให้มาตรฐานในการดูแลแล้วให้เกิดศักยภาพ ต่อความรับผิดชอบต่อผู้ป่วย ต่อพี่น้องคนไทยนะครับ แต่ก็ไม่ได้ไปห่วงเรื่องของชนบท ก็คือมีมาตรการที่จะดูแลเรื่องของชนบท อันนี้คือได้รับคําตอบจากท่านนะครับ เคยชี้แจง ให้ฟังนะครับ เรื่องของเมดิคอล ฮับ ก็เรียนให้ทราบนะครับว่า ปี ๒๕๕๘ เราจะเข้าสู่เออีซี เพราะฉะนั้นมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือราษฎร์นะครับ คือโรงพยาบาลรัฐหรือเอกชน ก็ตามต้องมีมาตรฐานนะครับ เรื่องแพทย์ เรื่องขาดแคลน อันนั้นผู้บริหารทราบดี อันนี้ผมได้ ซักถามให้นะครับ ท่านก็ทราบดีนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของการไหลนะครับ เรื่องของ บุคลากรทางการแพทย์ แพทย์ พยาบาลอะไรต่าง ๆ นี่เดี๋ยวจะให้คุณหมอชลน่านได้ชี้แจง ให้นิดเดียวนะครับ ก็คือขอตอบยืนยันว่ามาตรฐานของการรักษาพยาบาล เมดิคอล ฮับ ก็คือ เราต้องเป็นศูนย์รวมการรักษาพยาบาลและอย่างมีมาตรฐาน อันนั้นคือคอนเซพท์ (Concept) นะครับ และสําคัญที่สุดก็คือ เราต้องยอมรับว่าปัจจุบันนั้นไทยคือศูนย์รวม มีโรงพยาบาลหลายโรงพยาบาลครับ ที่ชาวต่างชาติมารับการรักษาพยาบาล แล้วเขาก็พูด ปากต่อปาก แต่ซีสเท็ม (System) มันต้องมี ระบบมันต้องมี อันนี้พูดในฐานะที่เคยเป็น ผู้บริหาร ถ้าพูดมากกว่านี้ก็เกินอํานาจของกรรมาธิการนะครับ ก็ขออนุญาตนําเรียนนะครับ เดี๋ยวจะบันทึกส่งไปให้นะครับ ทั้งท่านพิมพ์ภัทรานะครับ ต้องขอขอบพระคุณท่านต่อ ความห่วงใย และท่านจุติ ไกรฤกษ์ นะครับ ผมขออนุญาตทําบันทึกส่งให้กระทรวง สาธารณสุขนะครับ ให้รัฐมนตรี นายแพทย์ประดิษฐ์ท่านได้นําไปปฏิบัติต่อไป ทั้งเรื่อง อย. เรื่องอะไรนี่ครับ เดี๋ยวให้คุณหมอชลน่านนะครับ ล่าสุดนะครับ ได้อธิบายในทางการแพทย์ ให้ฟังนิดหนึ่ง ขอบคุณครับ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในฐานะกรรมาธิการ กระผมขออนุญาต ที่จะตอบคําถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ๒ ท่านนะครับ ในเรื่องงบประมาณของ กระทรวงสาธารณสุข ต้องขออนุญาตตอบในนามกรรมาธิการงบประมาณนะครับ ไม่ใช่ ในนามของฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหาร ท่านรัฐมนตรีวิทยา ได้กรุณาจะรับข้อเสนอท่านไปนําเสนอแล้วนะครับ
ประเด็นแรกนะครับ ท่านมีความห่วงใยเกี่ยวกับเรื่องนโยบายที่จะทําให้ไทย เป็นศูนย์กลางบริการทางการแพทย์นานาชาติหรือเมดิคอล ฮับนะครับ ประเด็นที่ห่วงใยที่สุด ก็คือว่าจะไม่ให้กระทบกับสิทธิการบริการภายในของประเทศอย่างไร ตรงนี้เป็นข้อห่วงใย เช่นกันนะครับ กรรมาธิการในการพิจารณาก็ได้สอบถามในประเด็นนี้ ถ้าจะนํานโยบายนี้ มาบังคับใช้ นําสู่การปฏิบัติจะมีหลักประกันอย่างไรว่า คนไทยเราจะไม่ถูกกระทบในเรื่องของ สิทธิการเข้าถึงการบริการ เพราะมีผลต่องบประมาณที่เราจัดให้ ๑๐๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษ นะครับ ประเด็นนี้คําตอบที่ชัดเจนครับ ก็เป็นที่น่าพอใจพอสมควรกับกรรมาธิการนะครับว่า การจัดนโยบายเมดิคอล ฮับ ทางผู้ได้นําคําถามตอบกับกรรมาธิการได้ให้ความมั่นใจว่า จะ เป็นการจัดบริการที่ป้องกันไม่ให้กระทบกับผู้บริการภายใน เพราะว่าขณะนี้กระแสไหลบ่า เข้ามารับบริการภายในของประเทศไทยเรา จากคนที่มาจากภายนอกประเทศมีเยอะมาก นะครับ มีเยอะมาก ไม่ว่าจะบินมาโดยตรง หรือมารักษาโดยตรง หรือไหลบ่าทะลักเข้ามา ตามขอบชายแดน เพราะฉะนั้นการที่เราจะมาดูแลเรื่องนี้ให้เป็นจริงเป็นจังนี่เขาบอกว่า จะเป็นการป้องกัน เหมือนกับเราเตรียมแก้วน้ําไว้ให้เขากินเป็นการเฉพาะ โดยที่ไม่ให้เขามา แย่งแก้วน้ําเรา เสมือนอย่างนั้นนี่นะครับ ความหมายตรงนี้ก็คือว่า เขาจะจัดสถานเครือข่าย บริการโดยวางเป็นจุดเป็นการเฉพาะไว้ เพราะว่าการทํานโยบายเรื่องนี้เขาแยกเป็น ๔ ส่วนครับ แยกเป็น ๔ ส่วนที่จะไม่ให้กระทบกับคนภายใน
ส่วนแรกเป็นการที่จะดูแลด้านการส่งเสริมสุขภาพที่เขาเรียก เวลเนส ฮับ (Wellness hub) ต้องขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ เรื่องนี้ก็จะเป็นส่งเสริมสุขภาพ การทําสปา (Spa) หรืออะไรต่าง ๆ นะครับ อันนั้นก็จะมีคนรับผิดชอบเฉพาะไป อันนี้ ไม่กระทบงานภายใน เพียงแต่ว่าคนภายนอกเข้ามาก็จะได้รับการบริการที่ดี
เรื่องที่ ๒ นี่เขาเรียกเป็น ศูนย์กลางบริการทางการแพทย์หรือเซอร์วิส ฮับ (Service hub) ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษนะครับ แยกเป็น ๒ ส่วนครับ ถ้าเป็นบริการที่เป็น เอค ซะเลินท์ (Excellent) หรือบริการแพทย์เฉพาะด้าน เฉพาะทาง ที่มีคนมารักษาเฉพาะ จะเป็นภาคเอกชนรองรับเป็นส่วนใหญ่ แต่ถ้าเป็นพื้นฐานทั่ว ๆ ไปที่พี่น้องเข้ามาตามชายขอบ นะครับ เราต้องเตรียมการรองรับในนามของกระทรวงสาธารณสุขและโรงพยาบาลที่เป็น โรงพยาบาลของรัฐ เพื่อแยกให้ชัดเจนนะครับว่าคนเหล่านี้เข้ามาเราจะมีระบบการจัดการ อย่างไรที่จะไม่เบียดบังเอางบประมาณของคนไทยเข้าไป ผมก็ถามต่อว่าแล้วงบประมาณ มาจากส่วนไหน เขาบอกประสานทุกฝ่ายครับที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายติดตามมา ไม่ว่าจะเป็น หลักประกันหรือซื้อประกัน เป็นการประกันสุขภาพนะครับ อันนี้ก็เป็นหลักประกันว่า จะไม่เบียดบัง
เรื่องที่ ๓ เรื่องมหาวิทยาลัย ตรงนี้หน้าที่หลักเขาบอกว่าจะเป็นเรื่องของการ ให้เป็นข้อมูลทั้งเชิงวิชาการ เป็นหน่วยงานที่เสมือนเชิงวิชาการ เป็น อะคาเดมิค ฮับ (Academic Hub) ผลิตบุคลากร ผลิตเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่สําคัญ จะไม่เกี่ยวข้องกับการบริการ มากนัก ยกเว้นที่เป็นการส่งต่อเพื่อองค์ความรู้นะครับ ตรงนั้นก็จะไม่กระทบกับการบริการ ภายในของเรา แล้วสุดท้ายนี้เป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ครับ เรื่องของเทคโนโลยี เรื่องสมุนไพร เรื่องยาไทยต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการแบ่งอย่างนี้เขาก็ให้ความมั่นใจว่าจะไม่กระทบกับการ บริการภายใน บนพื้นฐานตรงนี้นะครับ ข้อห่วงใยของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้อง ขออนุญาตนําเรียนด้วยความเคารพ เราก็เป็นห่วงครับ เพราะฉะนั้นงบประมาณที่จัดให้ ในสิ่งที่ท่านพยายามจะปรับลด กรรมาธิการยังเห็นว่ามีความจําเป็นและสําคัญอยู่นะครับ ที่จะช่วยกันผลักดันแล้วก็ทําให้มันเป็นจริง ต้องกราบเรียนเพิ่มเติมในประเด็นนี้ครับ กราบขอบคุณครับ
ผมขอมติเลยนะครับ ท่านสมาชิก ท่านเกียรติมีอะไรปรึกษาครับ
ระหว่างที่รอนะครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อนะครับ
เดี๋ยวให้ผมเชิญท่านสมาชิกก่อน
เรื่องเอกสารนะครับ
เชิญครับ
ที่ท่านประธานได้พูดถึงเมื่อเช้านี้ ตอนผมเข้ามาในสภา และผมได้รับและเห็นเอกสารแล้วนี่นะครับ ผมไม่ทราบท่านประธาน ได้มีโอกาสดูรายละเอียดในเอกสารหรือเปล่า แต่ที่ผมขอไปเป็นรายละเอียดของ แต่ละโครงการที่เกี่ยวกับเออีซี ท่านประธานทราบไหมครับ เอกสารที่ส่งมาให้คืออะไรครับ
คืออย่างนี้ครับ ในทางปฏิบัติก่อนนะครับ ทางท่านวิทยาทําหนังสือปะหน้ามาถึงผมว่า ได้ส่งเอกสาร ผมก็เกษียนหนังสือไปบอกว่า ให้ส่งสําเนาให้กับท่านที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ดูหรอกครับ เพราะว่าเวลาท่านขออะไรกันประธานจะไม่ทราบนะครับ
ผมก็เชื่อว่าประธานยังไม่ได้ดูครับ ทีนี้พอผมได้ดูแล้ว ประเด็นที่สําคัญก็คือว่าเขาถ่ายเอกสารงบประมาณที่มีอยู่แล้วในหนังสือ มาให้ผม ท่านประธานครับ แล้วรายละเอียดมันไม่มีครับ ผมยกตัวอย่างเอกสารที่ส่งมาให้นี้ กรมศุลกากร โครงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ๑๐ ล้านบาท ๑๒๕ ล้านบาท ๓๗ ล้านบาท ไม่มีรายละเอียดโครงการครับ แล้วที่ผมตั้งข้อสังเกตไป มี ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็นแรกก็คือว่า ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมาธิการเสียงข้างมาก ที่อนุมัติงบประมาณให้โดยไม่มีรายละเอียดโครงการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ ท่านอนุมัติได้อย่างไร แล้วผมถึงขอรายละเอียดโครงการไป ในเอกสารที่ท่านส่งมาให้ ไม่มีแม้แต่โครงการเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นผมยังถือว่าท่านยังไม่ได้ให้ อีกส่วนหนึ่งที่ผมถามไป ก็คือว่า มาตรฐานที่ท่านใช้ในการอนุมัติเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการฝึกอบรม เพราะบางกระทรวง ๑๐,๐๐๐ บาทต่อหัว แต่บางกระทรวง ๒๐๐,๐๐๐ บาทต่อหัว ผมก็ถาม ไม่มีคําตอบ ประการสุดท้ายครับท่านประธาน โอทอปครับ ผมถามว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท เอาโอทอป เข้าตลาดทําอะไร ท่านประธานครับ นี่ก็ถ่ายเอกสารหน้าเดียวครับ ๑,๕๐๐ ล้านบาท หน้าเดียว ไม่มีรายละเอียดโครงการเช่นเดิม เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมไม่ทราบกรรมาธิการกําลังทําอะไรครับ ถ้าสิ่งที่เราขอมันอยู่ในเอกสารอยู่แล้วท่านไม่ต้องให้ แล้วพวกเราก็ไม่ใช่หมู หมา กา ไก่ครับ พูดกันเข้าใจครับ แต่ไม่มีรายละเอียด ผมถามว่า ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากอนุมัติโครงการได้อย่างไร ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๖๗ ครับ ผมยังถือว่าสิ่งที่ผมร้องขอไปทั้งหมดยังไม่มีเอกสารส่งมาให้เลยนะครับ ขอบคุณครับ
ก่อนจะลงมติในมาตรา ๒๓ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณาแสดงตนก่อนนะครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม เชิญแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๓๐๙ คนนะครับ
ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไข ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียงบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ออกเสียงมีไหมครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไข ๒๘๖ คน เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตตินะครับ ๑๒๓ คน งดออกเสียง ๑๕ คน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอแก้ไขนะครับ
ต่อไปมาตรา ๒๔ กระทรวงอุตสาหกรรม เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการครับ เชิญท่านกรรมาธิการครับ
ก่อนเข้ามาตราต่อไปผมกราบเรียน ด้วยความเคารพนะครับท่านประธาน อยากให้ดูเพิ่มนิดหนึ่งในเอกสารเล่มคาดต่าง ๆ มันจะมีรายละเอียดอยู่ ผมก็เกรงใจท่าน แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยวก็จะพยายามทําต่อให้ ด้วยความเคารพ ท่านเกียรติครับ
เชิญท่านเลขาธิการครับ ตรงกันแล้วใช่ไหมครับ
นิดเดียวครับ กราบเรียนท่านประธาน ครับ เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ในฐานะ ส.ส. ที่ขอเอกสารไปแล้วยังไม่ได้รับนะครับ ที่ท่านบอกในขาวคาดแดงอะไร มันไม่มีรายละเอียด โครงการครับท่าน แล้วผมก็ถามพวกท่านอนุมัติโครงการเหล่านี้ไปโดยไม่มีรายละเอียด โครงการได้อย่างไร ขอรายละเอียดโครงการทุกโครงการ วงเงินมัน ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่ท่านเขียนมา แต่ผมไปถอดรหัสดูนับไปแล้วมันหลายหมื่นล้านบาท
ก็ท่านตอบแล้วกําลังดําเนินการอยู่
คือขอความชัดเจนครับว่า จะได้เมื่อไรครับ ท่านประธานครับ เพราะแต่เดิมสัญญาว่าจะได้ทุกอย่างภายใน ๑๖.๐๐ นาฬิกาวันนี้ใช่ไหมครับ แล้วเผอิญเรื่องที่ส่งมาก็คือสิ่งที่มันอยู่ในเอกสารอยู่แล้ว ท่านไม่ต้องส่งมาครับ ท่านครับ ของที่มีอยู่แล้วอ่านหมดทุกหน้าครับ
เชิญนะครับ
ขอความชัดเจนนะครับว่า จะให้เอกสารได้เมื่อไรครับ เพราะไม่เช่นนั้นผมคิดว่าสภาแห่งนี้อนุมัติงบเออีซี ไม่ได้เลยนะครับ ขัดรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน
เชิญท่านเลขาธิการครับ
มาตรา ๒๔ กระทรวงอุตสาหกรรม มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ผู้แปรญัตตินะครับ เชิญท่านพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ครับ เชิญครับ
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ พุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ เรียนท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติของผมไว้ในมาตรา ๒๔ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมได้ปรับลดไว้ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องฝากเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านกรรมาธิการนะครับว่า ผมก็พยายามไปดูนะครับว่าในส่วนของกระทรวง อุตสาหกรรมนั้นท่านได้ซักถามแล้วก็ลงรายละเอียดในรายละเอียดมากน้อยแค่ไหน แต่เดี๋ยว ผมจะขออนุญาตใช้เวลาจากนี้ผ่านท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการครับว่าความสําคัญ ที่มันเกิดขึ้นในกระทรวงอุตสาหกรรมแล้วท่านได้ละเลย รวมไปถึงการยื่นของบประมาณ ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นถึงรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ๒ ปีที่ผ่านมาว่าได้ทําอะไร ให้กับภาคอุตสาหกรรมมากน้อยแค่ไหน ผมเข้าใจดีว่านี่เป็นการอภิปรายงบประมาณ ในวาระที่สอง แต่มันจะสะท้อนให้เห็นครับ เพราะจะเห็นว่าตัวงบประมาณและเม็ดเงิน ที่ได้ขอมาจากรัฐบาลมันไม่ได้สอดคล้องกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสถานการณ์ปัจจุบันเลย
เรื่องแรกครับท่านประธาน เข้าไปดูในส่วนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งผมเชื่อว่าสมาชิกทุกท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้มาจากหลากหลายจังหวัด แล้วก็เกือบ ทุกจังหวัดครับ ต้องใช้คําว่า ทุกจังหวัด ก็มีโรงงานอุตสาหกรรมอยู่ในทุกจังหวัด ฉะนั้น ผมจําเป็นจริง ๆ ที่จะต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ รวมถึงพี่น้องประชาชน ที่อยู่ทางบ้านว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้มันเกิดอะไรขึ้น
เรื่องแรกครับ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ปฏิเสธไม่ได้ว่ากรมโรงงาน ก็เป็นส่วนหนึ่งในการให้ใบอนุญาตโรงงานต่าง ๆ ในทุก ๆ จังหวัด ทุก ๆ พื้นที่ทั่วประเทศไทย แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่างบประมาณที่ขอเข้ามาประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนของกรมโรงงานอุตสาหกรรมนั้น แทบไม่มีส่วนไหนเลยที่ลงไปดูความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่เขามีหมู่บ้านอยู่ติดกับโรงงาน โรงงานมาสร้างอยู่ข้าง ๆ ความเดือดร้อนที่เกิดจากปัญหาต่าง ๆ มลพิษ มลภาวะ ขยะอุตสาหกรรม ขยะที่เกี่ยวกับ ขยะอันตรายต่าง ๆ น้อยมาก ผมก็ไม่แน่ใจว่าแนวคิดของทางผู้บริหาร รวมไปถึงกรรมาธิการ ที่ได้สอบถามนี้ได้ไปขนาดไหน แต่ผมเรียนครับเมื่อลงไปดูในตัวเลข ดูในโครงการต่าง ๆ แล้ว น่าเสียใจเป็นอย่างมาก และผมเรียนว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนในห้องนี้ครับ ผมเชื่อว่าต้องกลับไปตอบคําถามกับพี่น้องประชาชนในทุก ๆ จังหวัด ทุก ๆ อําเภอว่า จะเอาอย่างไรกับโรงงานอุตสาหกรรมที่ไปสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ลองไปเปิดดูสิครับในรายละเอียดที่ทางกระทรวงได้ขอมา มีแต่การอบรมสัมมนา ทําความเข้าใจกับภาคอุตสาหกรรม แต่ไม่มีเลยแม้แต่โครงการเดียวที่เป็นโครงการที่เกี่ยวข้อง ต่อเนื่องเข้าไปเยียวยา เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชนที่อยู่ใกล้โรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ สารพิษต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น นั่นคือสิ่งที่ผมต้องมาถามครับว่าท่านได้มองในมิติด้านอื่น ๆ ของกรมโรงงานอุตสาหกรรมบ้างหรือไม่ ผมขอยกตัวอย่างเรื่องหนึ่งซึ่งจะทําให้เห็นครับว่า การบริหารจัดการของรัฐบาลชุดนี้มีปัญหาภายใต้การบริหารในเรื่องของภาคอุตสาหกรรม เมื่อประมาณ ๓ ปีกว่าที่แล้ว สมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ได้มีกลุ่มที่เราเรียกว่าเอ็นจีโอ (NGO) หรือท่านที่อาจจะมีความสนใจและเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องของกลุ่มพี่น้องประชาชน ในบริเวณจังหวัดระยอง บริเวณมาบตาพุด ได้ไปทําหนังสือร้องเรียนศาลปกครองให้ช่วย เข้ามาดูแลมลภาวะในส่วนของบริเวณมาบตาพุดซึ่งก็เป็นนิคมอุตสาหกรรมเสียเป็นส่วนใหญ่ ท่านประธานทราบไหมครับว่าในขณะนั้น ผมจําได้ว่าทุกคนตื่นตระหนกตกใจไปหมด เพราะว่าเมื่อศาลปกครองมีคําสั่งคุ้มครอง โรงงานเกือบ ๗๑ โรงงานต้องหยุดดําเนินการ ในขณะนั้น เพราะเนื่องจากว่าเห็นแล้วว่ามันมีความเดือดร้อนและกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ตามรัฐธรรมนูญที่เรากําลังจะแก้กันนี่ละครับ มาตรา ๖๗ วรรคสอง แล้ว ณ ขณะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ซึ่งตอนนั้นท่านก็ให้ความสําคัญมาก ก็ตั้งรองนายกรัฐมนตรี แล้วก็คณะทํางานลงไปในพื้นที่มาบตาพุดเพื่อไปแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ให้ งบประมาณเป็นงบกลางและงบอื่น ๆ ที่สนับสนุนได้ ลงไปอย่างเต็มกําลัง แต่เป็นที่น่าเสียใจ เหลือเกินว่าหลังจากที่เปลี่ยนรัฐบาลมาเป็นรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ไม่มีเลยครับ งบประมาณตั้งแต่ปีที่แล้วจนถึงปีนี้ไม่มีอะไรเลยที่ลงไปถึงพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในบริเวณ พื้นที่มาบตาพุด และผมเรียนยืนยันอีกอย่างหนึ่งว่าศาลปกครองขณะนั้นชัดเจนนะครับ ได้ประกาศพื้นที่มาบตาพุดให้เป็นเขตควบคุมมลพิษ แล้วโรงงานทั้งหมดก็ต้องกลับมาเข้าระบบ ในการผ่านกระบวนการทางสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ๒ ปีกว่าผ่านไป ดูจากงบประมาณ ไม่มีแม้แต่บาทเดียวที่ลงไปให้กับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในละแวกนั้นเลย มีแต่โครงการ ที่จะเอาไปสนับสนุน โครงการทําประชาสัมพันธ์ โครงการเรียกนักอุตสาหกรรมทั้งหลาย มาสัมมนา ผมถามว่านี่ก็คือแนวทางที่จะเดินไปในภาคอุตสาหกรรมในวันนี้และอนาคตหรือครับ แล้วลูกหลานเราจะอยู่กับมลพิษกับมลภาวะแบบนี้โดยที่ท่านไม่บริหารจัดการ จะเอาแบบนี้ หรือครับ แล้วเห็นข่าวไม่เว้นแต่ละวันที่มีการทิ้งขยะอุตสาหกรรม เอาไปทิ้งไว้ตามที่ต่าง ๆ หลายจังหวัด ผมเชื่อผมไม่แน่ใจจังหวัดท่านประธานจะมีหรือเปล่า เอาไปแอบทิ้งตามที่ว่าง ที่รกร้าง สารเคมีบ้าง ขยะอันตรายบ้าง ไหนล่ะครับงบประมาณที่เราจะไปดูแลในส่วนของ สิ่งที่เกิดขึ้น ผมถึงอยากจะเรียนท่านประธานไปถึงกรรมาธิการว่าดูเหมือนไม่สําคัญนะครับ มองเผิน ๆ อาจจะเห็นว่าก็เป็นแค่กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีหน้าที่อนุมัติ อนุญาตในการสร้างโรงงานต่าง ๆ กระทรวงอุตสาหกรรมก็เห็นพูดกันดีว่าภาคอุตสาหกรรมกําลังเฟื่องฟูหลังจากน้ําท่วม นี่คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ๆ และถูกละเลยจากรัฐบาลชุดนี้ครับ ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้เพราะผม สะท้อนมาจากโครงการและงบประมาณที่เขาได้ยื่นขอเข้ามา ผมจําเป็นเหลือเกินที่จะต้อง อธิบายและพยายามทําความเข้าใจให้พี่น้องประชาชนที่เขาเป็นเจ้าของภาษี เจ้าของเงิน ให้เห็นว่าเขาจะต้องอยู่กับมลภาวะ มลพิษ ของภาคอุตสาหกรรมอย่างนี้ต่อไปถ้าไม่มีการ บริหารจัดการ และผมเชื่อว่ามันเดือดร้อนไปทั่วทุกจังหวัดครับ
เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมมีอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ผมขออนุญาต ท่านประธานไล่ลงไปที่กระทรวงอุตสาหกรรมในส่วนของสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุนหรือบีโอไอ (BOI) ผมเรียนว่าเป็นที่น่าตกใจแล้วก็แปลกใจอีกเล็กน้อยนะครับว่า จริง ๆ ผมก็มีความคุ้นเคยหน่วยงานนี้นะครับ หน้าที่ของเขาก็คือว่าไปชักจูงนักลงทุนจาก ต่างประเทศให้มาลงทุนในประเทศไทยหลังจากวิกฤติน้ําท่วมเมื่อปี ๒๕๕๔ พวกเรากังวลมาก เพราะว่านิคมอุตสาหกรรมที่บอกว่าเอาอยู่ก็เอาไม่อยู่แล้วก็ท่วมหมด เราก็มีความกังวลว่าคน ที่เขามาลงทุนภาคอุตสาหกรรมในประเทศไทยก็จะเดือดร้อนกันหมด แล้วเขาก็จะย้ายฐาน การลงทุนไปประเทศเพื่อนบ้าน แต่ผมจําได้ครับว่าหลังจากนั้นไม่นานแม้กระทั่งต้นปีนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบก็บอกว่าไม่มีปัญหา เพราะว่า นักลงทุนให้ความเชื่อมั่นแล้วก็จะกลับมาลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง การทํางาน ในส่วนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอนั้นผมเรียนท่านประธานว่า แบ่งเป็น ๓ หลักใหญ่ ๆ เท่านั้นเองครับ หลักที่ ๑ คือ เชิญชวนนักลงทุนให้เขามาลงทุน ในประเทศไทยอันนั้นคือส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ ก็คือพยายามเชิญชวนให้นักลงทุนของคนไทย ที่แข็งแรงแล้วขยายออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ที่เราจะเข้าสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน และส่วนที่ ๓ ก็คือมาส่งเสริมคนไทยที่อยู่ในภูมิภาคก็คือ ในต่างจังหวัด ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคอีสานให้แข็งแรงเพื่อจะพร้อมรับกับการเข้ามาสู่ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ท่านประธานทราบไหมครับว่าในส่วนของการชักจูงการลงทุน จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทย ในงบประมาณในครั้งนี้ขอไว้ ๑๑๘ ล้านบาท เฉพาะค่าเดินทางแล้วก็ไปจัดนิทรรศการหรือว่าการชักจูงที่เราเรียกว่าโรดโชว์ (Roadshow) ๑๑๘ ล้านบาท การลงทุนในส่วนที่จะเชิญให้นักลงทุนไทยที่มีศักยภาพไปลงทุน ในต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ดีเพราะเรากําลังบอกว่าเรากําลังจะเป็นเออีซี ผมก็ไม่แน่ใจ ว่าทําไมหลุดสายตาท่านกรรมาธิการไปได้อย่างไร ท่านตั้งงบประมาณเอาไว้ให้เขา ๔.๕ ล้านบาทครับ ๔.๕ ล้านบาท คนไทยที่ไหนจะช่วยใครให้เขาไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านได้ นี่คือหลักความเป็นจริง เห็นตัวเลขแค่นี้ก็ทราบแล้วว่าท่านละเลยและท่านไม่ได้มีความใส่ใจ ในเรื่องของการให้ความจริงจังกับภาคอุตสาหกรรมเลย กับในอีกส่วนหนึ่งก็คือ สร้างความเข้มแข็งของนักลงทุนไทยในประเทศไทย เพื่อคอยถ้าเกิดเออีซีเกิดขึ้น มีต่างประเทศเข้ามาลงทุนในประเทศไทยจะได้แข็งแรงสู้เขาได้ ตั้งงบประมาณไว้ ๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไปเชิญชวนเขามา ๑๑๘ ล้านบาทนะครับ ภูมิภาคในพวกเรากันเอง ๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท สนับสนุนให้คนไทยไปลงทุนในต่างประเทศในเออีซี ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือรายละเอียดที่ผมได้มาจากกรรมาธิการนี่ละครับทีนี้ ผมไปดูในส่วนที่เป็น ๑๑๘ ล้านบาท ที่ไปชักจูงการลงทุนในต่างประเทศให้เขามาลงทุนในประเทศไทย สิ่งที่น่าตกใจเข้าไปอีกครับ ท่านประธาน ปกติเขาก็จะเลือกกลุ่มเป้าหมายของประเทศที่เขาจะไปจัดนิทรรศการ แล้วก็ไปเชิญชวนนักลงทุนให้มาลงทุนในประเทศไทย ปีหนึ่งไม่เกิน ๒๐-๓๐ ครั้ง เต็มที่ครับ คือไปเชิญชวน เชิญท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีไปให้ความมั่นใจในเรื่องของคุณภาพ มาตรฐาน นโยบาย แนวทางของรัฐบาล ปีหนึ่งไม่เกิน ๒๐ ครั้ง ท่านทราบไหมครับว่า ปี ๒๕๕๗ ที่ขอเข้ามาครั้งนี้กี่ครั้ง ๑๑๐ ครั้งครับ จากปกติก็ประมาณ ๒๐ กว่าครั้ง ผมก็ไม่แน่ใจว่านี่เป็นอีกอันหนึ่งหรือเปล่าที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเดินทางไป ถึงได้ตั้งไว้บ่อยขนาดนี้ ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ พวกเรามีปีหนึ่งมี ๓๖๕ วัน ถ้าเดินทางไป ๑๐๐ กว่าครั้ง ครั้งหนึ่งสัก ๕ วันนี้ผมว่ามันเกิน ๑ ปีครับ ผมก็ถึงไม่แน่ใจว่า กรรมาธิการท่านได้ถามหรือไม่ว่าการเฉลี่ยหรือความเป็นไปได้ของแนวทางการไปชักจูง การลงทุนนั้นมันสมเหตุสมผลหรือไม่ แล้วก็ที่อ้างกันเออีซี เออีซี นั้น เมื่อมาดูในงบประมาณ อันนี้แตกต่างกันลิบลับครับ คนไทยเชิญชวนเออีซี ๙,๕๐๐,๐๐๐ บาท ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไปเชิญชวนเขามาคณะผู้บริหารท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี รัฐมนตรีก็ดี อีก ๑๐๐ กว่าครั้ง ๑๑๘ ล้านบาท เฉพาะที่รับรองและไปทําโรดโชว์นะครับ ท่านกรรมาธิการต้องตอบครับว่า สัดส่วนตรงนี้มันเกิดอะไรขึ้น กับอีกเรื่องหนึ่งครับ ในส่วนนี้เหมือนกันครับ การที่ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดี ท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบได้ออกมาว่า ไม่ต้องห่วง ตัวเลขการลงทุนของประเทศไทยมากขึ้นทุกปี มากขึ้นกว่าปีที่แล้วด้วย ผมเรียน ครับนั่นเป็นภาพลวงตาที่พวกเราเข้าใจได้ ตัวเลขการลงทุนมันก็เพิ่มขึ้นเป็นลําดับอยู่แล้ว โดยปกติครับ ท่านอย่าไปอ้างแต่ตัวเลขที่มันเพิ่มขึ้นครับ วันนี้ถ้าให้ดีท่านต้องถามว่า เพื่อนบ้านเขาเพิ่มขึ้นมากกว่าเราหรือไม่ ไม่ใช่บอกปีที่แล้ว ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้อีก ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็บอกนี่อย่างไรตัวเลขการลงทุนมันเพิ่มขึ้น ท่านต้องไปเทียบเคียงกับ เพื่อนบ้านครับ ว่าประเทศเพื่อนบ้านเขาเพิ่มอีกเป็นร้อยเท่า นั่นคือสาเหตุและเหตุผลที่ท่าน ต้องไปดูว่าตัวเลขการลงทุนมันเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่ แต่ไม่ใช่บอกว่ามันเพิ่มขึ้นมากกว่าปีที่แล้ว วันนี้เราบอกอย่างไรครับว่าเราจะกําลังขยายประเทศเพื่อไปสู้กับประเทศเพื่อนบ้านต้อนรับ ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน แต่ท่านไม่ไปดูเพื่อนบ้านเลยว่าเขาทําอะไรกัน นั่นคือเหตุผล แล้วก็แนวทางครับ นี่ผมแค่ยกตัวอย่างนะจริง ๆ มันมีอีกมากมายโครงการเป็นเล่มนะครับ แล้วก็เป็นโครงการที่ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับแนวทางในการบริหารกระทรวงอุตสาหกรรมและ เป็นประโยชน์ในช่วงที่สถานการณ์แบบนี้เลย แต่เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาครับ ผมก็ พยายามยกตัวอย่างให้เห็นนะว่าการบริหารจัดการมันไม่ได้จริง ๆ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี บริหารแบบนี้ภาคลงทุนแล้วมันก็จะผูกพันไปอีกถึงภาคครัวเรือนด้วยก็จะเดือดร้อน เพราะฉะนั้นผมถึงมีความจําเป็นเป็นอย่างยิ่งครับที่จะต้องตัดลดงบประมาณ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ ตอบข้อสังเกตของท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ของกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านได้เสนอแนะไปหลายประเด็น โดยเฉพาะในเรื่องของ กรมโรงงานอุตสาหกรรม ในเรื่องของบริบทก็ดี ในเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็ดี ตลอดถึงบีโอไอ ผมเข้าใจว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรมคงจะนั่งฟังอยู่ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของ การฝากในเรื่องของการบริหารจัดการ ในส่วนของกรรมาธิการก็คงจะรับไว้นะครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมนะครับ เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะลงมติในมาตรา ๒๔ นะครับ เนื่องจากมีการแก้ไข กรรมาธิการสงวนความเห็น ผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตตินะครับ ก่อนจะลงมติจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญครับ ท่านที่อยู่ตึก ๒ ตึก ๓ เข้าห้องประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วนะครับ ช่วยกรุณาแสดงตนก่อน ก่อนจะลงมตินะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้วนะครับ ช่วยกรุณาแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๓๑๙ ท่านนะครับ
ผมจะถามมติว่าสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่แก้ไข ให้กดปุ่ม เห็นด้วย และท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติ ที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ออกเสียงลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ มีท่านใดยังไม่ออกเสียงมีไหมครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอแก้ไข ๒๘๘ ท่าน เห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ ๑๒๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๓ ท่าน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่แก้ไขนะครับ
ต่อไปเป็นมาตรา ๒๕ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการครับ
มาตรา ๒๕ ส่วนราชการไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติ
เชิญคุณวัชระ เพชรทอง ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้สงวนคําแปรญัตติขอปรับลดงบประมาณในส่วนราชการไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรีไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ รวมทั้งสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งของบประมาณมา ๘๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ เดิมทีผมจะได้อภิปรายเป็นเวลา ๓๐ นาที แต่ผมก็ขอคืนเวลาให้กับสภาไป ๑๕ นาที คงเหลือแค่ ๑๕ นาที เพราะเห็นใจ ทุกท่าน
เดี๋ยวนะครับคุณวัชระ ท่านขอใช้ภาพด้วยใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
แล้วก็ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งมาบอกว่าท่านประธานไม่อนุญาตนะครับ แจ้งให้ทราบ เชิญครับ
ครับ แต่ที่ไม่อนุญาตภาพเมื่อเช้า ก็ไม่เป็นไรครับ ภาพนี้อนุญาตก็กรุณานํามาให้ผมด้วย ท่านประธานครับ
ท่านมีอะไรปรึกษา
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ผมเรียนปรึกษา ท่านประธานสั้น ๆ อย่างนี้ครับ คือผมมีปัญหากรณีเดียวกับท่านวัชระ แล้วผมก็ได้คิว จะอภิปรายในลําดับที่ ๓ ในมาตรานี้ ผมได้เสนอเป็นคลิปภาพ เคลื่อนไหวนะครับ
ท่านจะถามว่าอย่างไรก่อนครับ
คือไม่ได้รับการอนุมัติจากท่านประธานครับ
ผมได้เอกสารมาแผ่นเดียว เฉพาะของท่านวัชระนะครับ ผมยังไม่ทราบของท่านเลย
ผมมีเอกสารอยู่ทีนี่ครับ ของท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ไม่อนุมัติให้ผมเสนอคลิปภาพอันนี้ครับ ซึ่งผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า คลิปอันนี้เป็นคลิปที่เจ้าหน้าที่ตํารวจไปให้คําชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการตํารวจ ไม่มีประเด็นอะไรเลยครับ ผมเลยอยากจะปรึกษาท่านประธานว่าขอให้อนุญาตให้ผม
คืออย่างนี้ของท่าน ผมเพิ่งได้รับเอกสารนะครับ เขามีทั้งอนุญาตและไม่อนุญาต
ใช่ครับ
ท่านทราบแล้วใช่ไหมอันไหนอนุญาต ไม่อนุญาต ท่านทราบแล้วใช่ไหม
ที่อนุญาตไม่พูดถึงครับ ผมกําลังพูดถึง เฉพาะที่ไม่อนุญาต คือคลิปภาพเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ตํารวจไปให้การกับคณะกรรมาธิการ การตํารวจ ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไรเลยครับ
ท่านประธานที่พิจารณาคือท่านรองประธานวิสุทธิ์ ท่านก็ได้พิจารณามาแล้ว เห็นเป็น อย่างอื่นไม่ได้
ท่านประธานช่วยประสานเพื่อพิจารณาด้วย ครับ
ไม่เป็นไร เดี๋ยวท่านไปปรึกษาท่านดู ยังไม่ถึงคิวท่าน คิวท่านอยู่ลําดับที่ ๓
ใช่ครับ ผมเรียนท่านประธานไว้ก่อน ท่านประธานช่วยดูให้ผมด้วยครับ
ก็เห็นเฉพาะเอกสารที่มานี้ อันไหนอนุญาต ไม่อนุญาต ก็อยู่ที่ผม
ผมพูดเฉพาะที่ไม่อนุญาตครับ
เดี๋ยวท่านประสานเลยนะครับ ท่านรออยู่ข้างบนนะครับ เชิญท่านวัชระครับ เอาเฉพาะที่ตัด นะครับ เห็นบอกว่าหลายนาที เพื่อนรออีกหลายคน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ จะอภิปรายปรับลดในมาตรานี้ ท่านประธานครับ ผมยังไม่ได้เอกสารสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ห้องนักข่าว ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ที่ท่านประธานวิทยาบอกว่าจะได้ในเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา และรวมทั้งสัญญาเช่าอาคารรัฐสภาที่จังหวัดอุบลราชธานี ปีละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่ได้ครับ จึงขอส่งเสียงนี้ไปยังท่านประธานเพื่อส่งต่อไปยังท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดส่ง เอกสารดังกล่าวให้ก่อนการอภิปรายในมาตราต่อไป
ท่านประธานครับ ในกรณีของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ในการพิจารณา งบประมาณเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ท่านพลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ท่านกรุณามาด้วยตนเอง และผมได้ถามคําถามในกรรมาธิการถึง ๓๐ คําถาม แต่ท่าน ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติได้ตอบเพียงแค่ ๒-๓ คําถาม และส่งเอกสารตอบกลับมาไม่ถึง ๑๐ คําถาม ท่านประธานครับ ในงบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติซึ่งขอมาถึง ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมจําเป็นต้องปรับลดงบประมาณลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เนื่องด้วยอะไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ศรีบูรพาหรือกุหลาบสายประดิษฐ์เคยกล่าวไว้เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๐ ซึ่งในขณะนั้นผมก็ยังไม่เกิดครับ กุหลาบสายประดิษฐ์กล่าวไว้ว่าที่บ้านนอกนั้น ราษฎรปรารถนาจะให้มีใครสักคนหนึ่ง ซึ่งมีอํานาจจับตํารวจได้ หากว่าเป็นไปได้เช่นนั้น บางทีพวกตํารวจและอําเภอจะถูกจับมากกว่าราษฎรที่ถูกตํารวจและอําเภอจับไปเสียอีก เพราะว่าเจ้าหน้าที่ ๒ พวกนั้นมักจะกดขี่ข่มเหงราษฎรในทางฝ่าฝืนกฎหมายอยู่เสมอ นี่คือ กุหลาบสายประดิษฐ์เขียนเอาไว้เพื่อพุทธศักราช ๒๕๐๐ และในยุคปัจจุบันก็แทบจะ ไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก ท่านประธานครับ ผมได้เห็นถึงประสิทธิภาพของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติในยุคนี้ ซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมายที่ตกต่ําที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ไม่มีไพร่พลที่เลว มีแต่แม่ทัพนายกองที่เลว คือคําพูดของผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติที่มักจะ ได้ยินเสมอ ๆ ท่านประธานครับ ประชาชนพี่น้องทั้งประเทศต้องการความอบอุ่นจากผู้พิทักษ์สันติราช ต้องการการดูแลบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกัน ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นพวกเดียวกับรัฐบาล สามารถทําอะไรก็ได้ ข่มขู่คุกคามจะทําอะไรก็ได้ แต่ถ้ามีความคิดเห็นขัดแย้งกับรัฐบาล แล้วจะต้องบาดเจ็บ ล้มตาย หรือผิดกฎหมายเสมอไป ท่านประธานครับ ผมก็สงสัยในการ ทํางานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยเฉพาะในคดีวัดปทุมวนาราม ๖ ศพ ท่านประธานครับ ผมสงสัยว่า พลตํารวจตรี ปิยะ อุทาโย โฆษกผู้บัญชาการตํารวจนครบาลในขณะนั้น ซึ่งเข้าไปค้นและตรวจสอบในวัดปทุมวนารามได้ตรวจพบและยึดอาวุธของกลางต่าง ๆ ได้เป็นจํานวนมาก เช่น ปืนเอ็ม. ๑๖ จํานวน ๑ กระบอก ระเบิด ๖ ลูก เป็นต้น ท่านประธานครับ เหมือนกับภาพที่ลงในหนังสือพิมพ์มติชน ผมสงสัยครับว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ส่ง พลตํารวจตรี ปิยะ อุทาโย เข้าไปเป็นพยานในคดีสังหาร ๖ ศพที่วัดปทุมวนารามหรือไม่ เพราะมีประจักษ์พยานและหลักฐานชัดเจนว่ามีการค้นพบอาวุธสงครามในวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นที่หลบภัยและที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ท่านประธานครับ นั่นคือผมสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ไปเป็นพยานต่อศาล ผมเชื่อว่าศาลท่านก็คงจะได้รับทราบ ข้อเท็จจริง เพราะว่าศาลไม่อาจที่จะพิพากษาเกินเลยไปกว่าคําที่นํามาสืบพยานทั้ง ฝ่ายอัยการและฝ่ายจําเลย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะกล่าวกับท่านประธานต่อไปก็คือว่า ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติท่านปัจจุบันท่านเดินทางไปพบ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่ต่างประเทศ ผมก็ถามคําถามนี้กับท่านว่าท่านไปพบ พันตํารวจโท ทักษิณ ที่ต่างประเทศ ทําไม แต่ท่านไม่ตอบครับ แล้วผมขอให้ตอบเป็นเอกสารท่านก็ไม่ตอบ แต่ผมก็ไม่แปลกใจ ครับว่าทําไม่ท่านไม่ตอบ เพราะท่านไม่ดําเนินการถอดยศ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ทั้ง ๆ ที่ท่านเป็นหัวหน้าหน่วยราชการที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายในการถอดยศผู้กระทํา ความผิด และในกรณีที่ศาล มีคําพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาลงโทษจําคุกเป็นเวลา ๒ ปีแก่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แต่จนถึงบัดนี้ท่านประธานครับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ไม่ดําเนินการ ถอดยศ ทั้ง ๆ ที่กฤษฎีกาได้ส่งหนังสือไปถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติถึง ๒ ครั้ง และผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดําเนินการในเรื่องนี้อยู่ แต่ก็ไม่ปรากฏว่า พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว จะดําเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกันแต่ประการใด ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในเรื่องของการคุกคาม ท่านผู้นําฝ่ายค้านและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เดินทาง ไปปราศรัยต่างจังหวัดทั่วประเทศ ในรายการเวทีผ่าความจริงหรือในการทําหน้าที่ของ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ถามท่าน พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าตั้งแต่ปีงบประมาณที่แล้วนะครับ ว่าท่านจะดูแลให้ความปลอดภัยท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างไร ท่านก็รับปากตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ปรากฏว่าตลอดระยะเวลา ๑ ปี ที่ผ่านมาท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไปที่จังหวัดไหน ในเขตอิทธิพลของกลุ่มคน เสื้อแดงก็จะมีการข่มขู่คุกคามประท้วงถึงท่านประทุษร้ายก็มี ท่านประธานครับ สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติได้ตอบคําถามผมมาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่ผมจะอภิปรายในเรื่องนี้ ภาพที่ผมขออนุญาตแสดงต่อที่ประชุมแห่งนี้ จํานวน ๒ ภาพ ท่านประธานที่เคารพ ผมยัง ไม่ได้ภาพดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างไรเลยครับ ท่านประธานครับ ได้โปรดสั่งให้เจ้าหน้าที่นําภาพนั้นมาให้กับกระผมเพื่อประกอบการอภิปรายด้วย ท่านประธานที่เคารพในรายงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่ได้ตอบคําถามของกระผม ในประเด็นคําถามกรณีผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติเดินทางไปพบ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่ต่างประเทศมีเหตุผลใด ไม่ตอบครับ แต่ตอบมาเป็นกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุม ประท้วงขับไล่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๓ ครั้ง ในรอบปีที่ผ่านมา แต่อีกฉบับหนึ่งบอกว่าทั้งหมด ๒๑ จังหวัด นี่เป็นรายงานจากกองบัญชาการตํารวจสันติบาล ท่านประธานครับ เป็นที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ว่า เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ กลุ่ม นปช. จากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ ๓๕๐ คน พร้อมรถปิกอัพติดเครื่องขยายเสียงนําโดย นายขวัญชัย สาราคํา หรือ นายขวัญชัย ไพรพนา ไปดําเนินการคุกคามท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ในเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา กลุ่ม นปช. จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดมหาสารคามประมาณ ๕๐๐ คน พร้อมรถปิกอัพติดเครื่องขยายเสียง นําโดย นายขวัญชัย สาราคํา หรือ นายขวัญชัย ไพรพนา นี่เป็นรายงานจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมต้องการภาพ นายขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งแต่งชุดตํารวจปราบจลาจลอยู่ที่หน้ารัฐสภา นํามาประกอบการอภิปราย ซึ่งท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้อนุญาตแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ภาพดังกล่าวเลยครับ ท่านประธานครับ
ท่านประธานวิสุทธิ์ท่านไม่ได้อนุญาตครับ ภาพนี้สอบถามเจ้าหน้าที่แล้ว
อนุญาตไหมครับ
ไม่อนุญาตครับ ท่านไม่อนุญาตครับ
ท่านประธานครับ ไม่อนุญาต ด้วยเหตุผลใดครับ
ก็เขาไม่อนุญาตจะให้ทําอย่างไรล่ะครับ
ท่านประธานครับ ท่านอนุญาต นะครับ เพระว่าเป็นภาพที่นายขวัญชัย ไพรพนา แต่งชุด
เดี๋ยวนะครับ ก็นี่เขาสั่งมานะครับ ได้ตรวจสอบแล้วภาพดังกล่าวเป็นภาพของบุคคลภายนอก แล้วก็บอกว่าภายนอกก็คือนายขวัญชัยแกนนําเสื้อแดงในชุดตํารวจ ซึ่งเป็นภาพ บุคคลภายนอกไม่สามารถนําเสนอประกอบการอภิปราย ซึ่งภาพดังกล่าว มี ส.ส. ขออนุญาต แต่ประธานไม่อนุญาตตามเอกสารที่แนบมานี้ จึงเรียนมาให้ประธาน สภาผู้แทนราษฎรทราบนะครับ ท่านไม่อนุญาต แล้วไม่อนุญาตก็คือไม่อนุญาตนะครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรากําลังจะพิจารณา งบประมาณแผ่นดิน และนายขวัญชัย ไพรพนา แต่งชุดตํารวจปราบจลาจลมายืนอยู่หน้าสภา ใช้งบประมาณของแผ่นดิน ผมไม่เข้าใจว่าท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ทําไมถึงไม่อนุญาต ในเมื่อเช้า ภาพหนึ่งที่ผมขอแสดงต่อที่ประชุมท่านไม่อนุญาตผมไม่ติดใจ แต่ภาพของ นายขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งแต่งชุดตํารวจปราบจลาจลมายืนอยู่หน้าสภาในวันที่มีการประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ท่านประธานครับ ต้องอนุญาตครับ ท่านวิสุทธิ์ต้องอนุญาต ไม่อนุญาตไม่ได้ครับ เพราะว่ามาโดยเงินราชการแผ่นดิน และมายืนอยู่หน้าสภาในขณะที่มีการประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ผู้กองปูเค็มจะเข้ามาถูกตํารวจจับ ประชาชนจะเดินเข้ามาจากหน้าเขาดินวนาถูกตํารวจจับ แต่ทําไมนายขวัญชัย ไพรพนา มีอภิสิทธิ์อันใดใส่ชุดตํารวจปราบจลาจลมายืนตรวจการณ์ อยู่หน้าสภาผู้แทนราษฎร เขาใช้เงินงบประมาณแผ่นดิน ท่านวิสุทธิ์ไม่อนุญาต ไม่ถูกต้องครับ ท่านต้องกลับคําวินิจฉัยใหม่ และอนุญาตภาพดังกล่าว เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ได้แลเห็นว่าการแต่งชุดตํารวจปราบจลาจลมายืนตรวจการณ์อยู่หน้าสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ที่ผ่านมานั้นเป็นการกระทําที่มิชอบโดยกฎหมาย ท่านประธานครับ ทําไมล่ะครับ ผู้กองปูเค็มจะเข้ามาก็ถูกตํารวจจับ ประชาชนจะเดินเข้ามาจากด้านเขาดินวนา ก็ถูกตํารวจจับ แต่นายขวัญชัย ไพรพนา มีอภิสิทธิ์อันใดใส่ชุดตํารวจปราบจลาจลมาเดิน ตรวจการณ์อยู่หน้าสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ต้องห้ามตามประกาศของพระราชบัญญัติ การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ท่านประธานครับ ผมขอส่งเสียงนี้ไปยังประธาน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ซึ่งนั่งอยู่บนชั้น ๓ ได้โปรดอนุญาตให้แสดงภาพเป็นการด่วน เพราะอะไร ครับท่านประธาน ก็เพราะว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วงท่านผู้อภิปราย ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ตามข้อ ๖๑ เพราะนอกประเด็นและวนเวียนซ้ําเรื่องเดิมที่เรา ได้มีการพูดจากันเมื่อสัปดาห์ก่อนที่มีมาแล้ว ประเด็นนี้ได้มีการพูดในสภาแห่งนี้แล้วครับ และผู้ตอบก็ตอบชัดเจนว่าชุดนั้นเป็นชุดตํารวจบ้านที่ได้รับการอนุญาต ในฐานะเขาเป็น ตํารวจบ้าน มีชี้แจงไปแล้วครับท่านประธานครับ ท่านประธานโปรดวินิจฉัยด้วยครับ
อย่างนี้คุณวัชระ เอาในประเด็นที่ท่านขอตัดจํานวนกี่เปอร์เซ็นต์ที่ท่านว่า เมื่อประธาน เขาวินิจฉัยแล้ว เขามีคณะกรรมการดู ก็ถือว่าเป็นที่ยุตินะครับ อย่าไปนั้นมากเลยนะครับ เมื่อกติกาหรือข้อบังคับว่าอย่างไรก็ให้มันจบไปนะครับ เชิญต่อครับ
(นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ ส.ส. ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีหลายเรื่องจําเป็นที่จะต้องทําความเข้าใจกัน วันนี้ถ้าเกิดท่านประธานไม่อนุญาตให้นําภาพ ของนายขวัญชัย ซึ่งแต่งชุดใดผมยังไม่ทราบนะครับ ยังไม่เห็น เพียงแต่อยากทราบว่า มีหลักเกณฑ์อย่างไรในการพิจารณาว่าภาพนี้สามารถที่จะเผยแพร่ในสภาได้ ภาพนี้เผยแพร่ ไม่ได้ เอาหลักเกณฑ์อะไรครับ เพื่อผมจะได้นําไปปฏิบัติต่อไป ทุกคนจะได้นําไปปฏิบัติ และโดยเฉพาะเมื่อสักครู่มีบางท่านบอกว่าเป็นชุดตํารวจบ้าน ผมก็จะได้เห็นครับ ท่านประธานครับ ให้ความเป็นธรรมและเพื่อสภาของเราจะได้เป็นสภาที่มีมาตรฐานครับ
ท่านสมบูรณ์ครับ ก่อนที่จะเอาเอกสารใด แล้วก็วัสดุใด ภาพใดมาประกอบการอภิปราย จะต้องขออนุญาตท่านประธาน แล้วเราก็วางแนวไว้ว่าให้ท่านรองวิสุทธิ์ แล้วก็จะมีเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องดูว่าภาพใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่กําลังจะประชุมปรึกษาหารือกันอยู่ในสภาหรือไม่ ส่วนมากก็จะอนุญาต พวกเราก็ทราบอยู่แล้ว อันนี้ไม่น่าจะมีปัญหา แล้วก็มีบางภาพ เท่านั้นเองที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง เขาก็บอกว่าไม่เกี่ยวข้องก็ไม่อนุญาตก็เท่านั้นเองนะครับ แล้วก็ ไม่ใช่ว่าท่านวิสุทธิ์ท่านเดียวนะครับ เขาจะมีเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ ๑๐ ระดับ ๙ เขาดูอยู่ ซึ่งเรื่องนี้ผมรับรองได้ว่าไม่มีที่จะต้องไปเข้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อันนี้เป็นแนวเราปฏิบัติ กันมา ผมจึงขอความร่วมมือ ส่วนมากจะไม่มีปัญหาในเรื่องพวกนี้ เชิญท่านวัชระต่อครับ ผมได้ชี้แจงไปแล้ว เชิญทางฝั่งโน้นก่อน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ทองดี มนิสสาร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี กราบเรียนด้วยความเคารพครับ คําวินิจฉัยของท่านประธานถือว่าเป็นเด็ดขาด การแต่งกายของนายขวัญชัย ไพรพนา นั้น เป็นชุดตํารวจบ้าน ไม่มีตราอะไร แล้วก็ใส่เสื้อมาธรรมดาปกติเท่านั้น
คืออย่างนี้ท่านทองดีครับ คือท่านสมาชิกท่านเพียงแต่ถามท่านประธานเองว่ามีแนวปฏิบัติ อย่างไรเท่านั้นเอง ส่วนข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรนั้นเรื่องนี้ไม่สมควรที่จะต้องเอามาพูดกัน นะครับ เมื่อประธานท่านไม่อนุญาตก็คือไม่อนุญาตนั่นละครับ
ก็ตรงนี้ละครับ กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่าท่านประธานวินิจฉัยถือว่าเป็นเด็ดขาดแล้ว พอท่านประธานอนุญาต เอ่ยนามท่าน ท่านประธานวิสุทธิ์ท่านได้ชี้แจงแจ้งให้แล้วว่าให้ไม่ได้ก็คือให้ไม่ได้ ขอบคุณมาก สวัสดีครับ
ท่านจุติครับ
ท่านประธานครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมขอประท้วงท่านประธานข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ ท่านประธาน เหตุผลของผมก็คือว่าผมไม่บังอาจท้าทายอํานาจท่านประธานและคําวินิจฉัยนะครับ แต่ผมคิดว่าท่านต้องทําด้วยความโปร่งใสแล้วก็มีธรรมาภิบาลว่ากรุณาแจ้งเหตุผลจริง ๆ ว่า เหตุผลที่ไม่ให้คืออะไร คือไม่อยากให้ผ่านไปเฉย ๆ
ประการที่ ๒ เหตุผลที่ผมประท้วงท่านคือผมไม่สบายใจครับท่านประธาน หลายครั้งแล้วที่ท่านประธานพูดว่าเจ้าหน้าที่ระดับ ๘ ระดับ ๙ ระดับ ๑๐ มาพิจารณาว่า อะไรควรจะแสดงได้ แสดงไม่ได้ ผมคิดว่าไม่ใช่หน้าที่เขาเลยครับ ถ้าเผื่อท่านประธาน ใช้อํานาจท่านประธานผมยอมรับนะครับ เพราะท่านประธานก็มาจากประชาชนเลือกมา แล้วก็พวกผมเลือกท่านมา ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ไม่เกี่ยวข้องเลยครับ และผมว่าไม่น่า จะต้องมามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเมืองเลย ฉะนั้นผมไม่รับคําวินิจฉัยเจ้าหน้าที่ครับ ผมรับ คําวินิจฉัยท่านประธานครับ ผมก็เลยแสดงเหตุผลขึ้นมาว่าผมประท้วงข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ
คืออย่างนี้ท่านจุติครับ เวลาพิจารณาเรื่องเอกสาร เอกสารมันเยอะ เรื่องนี้พวกเราก็ทราบมา ตลอดตั้งแต่การอภิปรายไม่ไว้วางใจเราก็มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่สุดท้ายผู้ที่จะต้องสั่งการก็ คือท่านวิสุทธิ์นั่นละครับ ฉะนั้นเดี๋ยวผมขอผ่านเรื่องนี้ไปเลยครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระยอง ผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ เราเคยเกิดปัญหาแบบนี้หลายครั้งนะครับ ผมอยากพูดไว้ในสภา เพื่อบันทึกว่าท่านประธานจะต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนแน่นอนนะครับ เช่น กรณียกตัวอย่างว่า ถ้าเอกสารที่มันจะนํามาใช้ประกอบการอภิปรายมันไปกระทบความเสียหายกับบุคคลภายนอก หรือมีหลักเกณฑ์ตามข้อบังคับอย่างไร ก็ต้องปฏิบัติอย่างนั้นครับ ทีนี้เพื่อความราบรื่น ในการทําหน้าที่นะครับ ผมได้ขึ้นไปพบท่านประธานวิสุทธิ์มา ท่านก็บอกว่าท่านจะอนุญาตภาพนี้ ก็คือ ภาพนายขวัญชัย ไพรพนา ให้ท่านวัชระ เพชรทอง ได้ดําเนินการนะครับ แต่ด้วยเหตุผล อย่างนี้ครับ ผมเรียนว่าไม่ใช่ว่าเราคิดว่าจะเดินหน้าไป แล้วก็ไม่ได้คํานึงถึงหลักเกณฑ์ที่ถูกต้อง ผมคิดว่าถ้าภาพนายขวัญชัย ไพรพนา ปรากฏตามสื่อมวลชนและเป็นที่ทราบทั่วกัน ทั้งประเทศครับ ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจริง และเมื่อนํามาแสดงก็เป็นการเอาภาพเก่ามานําแสดง ไม่ได้สร้างความเสียหายครับ และถึงแม้สร้างความเสียหายผู้อภิปรายเขาก็รับผิดชอบ กับบุคคลภายนอกอยู่แล้วครับ เพราะเป็นการถ่ายทอดสดนะครับ เพราะฉะนั้นยืนยันว่า ท่านประธานวิสุทธิ์ต้องอนุญาตตามหลักเกณฑ์นี้นะครับ ท่านประธานก็ต้องอนุญาต ตามหลักเกณฑ์นี้ แต่ไม่ใช่คิดพอใจอนุญาตก็อนุญาตอย่างนั้นไม่ใช่ครับ ผมยังมีค้าง กับท่านวิสุทธิ์อีกเป็นคลิปการชี้แจงของตํารวจในกรรมาธิการ แต่ไม่เป็นไรครับ เอาอันนี้ให้ผ่านไปก่อน ขอยืนยันหลักนี้นะครับ ท่านประธาน
เชิญนั่งลงครับ
ท่านฟังผมอยู่ไหมครับ
ท่านเชิญนั่งลงก่อนครับ เพราะข้างหลังมีผู้ที่ยกมืออยู่ เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าคงจะเป็นมาตรฐานของสภาผู้แทนราษฎรในโอกาสต่อไป ท่านประธานครับ ผมเคยอยู่สภาผู้แทนราษฎร ผมจําได้ว่ามีอยู่หนึ่งครั้ง มีการอภิปราย ไม่ไว้วางใจ มีภาพที่โจร ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ปาดคอทหาร วันนั้นสภาผู้แทนราษฎร ไม่อนุญาตให้เปิด ผมเห็นด้วยครับ บางภาพไม่ควรจะเปิด แต่ผมเชื่อว่าภาพของนายขวัญชัย เหมือนที่ทุกท่านได้กล่าวแล้ว เป็นภาพที่ออกตามสื่อทั่วไป ท่านประธานครับ มาตรา ๔๕ ท่านประธานฟังรัฐธรรมนูญนิดหนึ่งครับ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่น วันนี้แสดงว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรกําลังทําผิดรัฐธรรมนูญ วันนี้คุณวัชระกําลังจะแสดงความคิดเห็น โดยใช้ภาพถ่ายแค่นั้นเองครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประธาน มีสิทธิอนุญาตได้ ผมเชื่อว่าท่านประธานมีประชาธิปไตยพอสมควรครับ
คืออย่างนี้ท่านสมบูรณ์ครับ ผมก็ยังไม่เห็นภาพเลย
ท่านกลัวอะไรครับ กลัวเขาจะย้าย ตํารวจหรือ
ไม่ได้กลัวอะไรหรอก ตัวผมเองนั่งอยู่นี่ยังไม่เห็นภาพอะไรเลยนะครับ แต่ในทางปฏิบัติ เดี๋ยวจะได้ชี้แจงท่านสมาชิกทั้งหมดให้เข้าใจอย่างนี้นะครับ เพื่อที่จะได้เข้าใจกันทุกฝ่าย ที่ท่านบอกว่าหลักเกณฑ์ในการที่จะมีการพิจารณามันก็มีอยู่ประมาณ ๕ ข้อ ที่ใช้ปฏิบัติกันอยู่ เชิญท่านนั่งลงก่อนครับ ข้อ ๑ ก็คือต้องเป็นข้อมูลเชิงวิชาการ เช่น เอกสารทางวิชาการ แผนที่ แผนภาพพวกตารางต่าง ๆ ข้อ ๒ เป็นข้อมูลเกี่ยวข้องกับเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎร กําลังพิจารณาอยู่ ข้อ ๓ ต้องเป็นข้อมูลที่เหมาะสมนะครับ เช่นไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย และศีลธรรมอันดีนะครับ แล้วไม่เป็นข้อมูลที่ขัดต่อหลักศีลธรรมจริยธรรม อันนี้แนวที่เรา วางไว้นะครับ ต้องไม่เป็นภาพที่ไม่ลามก อุจาดหรือหวาดเสียวอย่างที่ท่านพูดนะถูกต้อง นะครับ แล้วต้องคํานึงถึงศีลธรรมอันดีของประชาชนด้วย เพราะอันนี้คือ สภาผู้แทนราษฎร นะครับ แล้วก็ข้อ ๔ ก่อนอภิปรายพวกเราก็วางแนวกันไว้ แต่อันนี้ก็ยืดหยุ่นกันมาตลอดก็คือ ต้องเสนอภาพก่อน ๓ ชั่วโมงนะครับ แต่อันนี้ก็เป็นแนวปฏิบัติกัน ทางผู้บริหารทาง สภาผู้แทนราษฎรเองก็พยายามที่จะให้ท่านได้มีโอกาส ข้อ ๕ ก็ต้องระบุแหล่งที่มาของวัสดุ หรือของภาพต่าง ๆ ด้วยก็เท่านั้นเอง แล้วเมื่อท่านประธานวิสุทธิ์ท่านวินิจฉัยแล้วก็พิจารณา กันอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวนะครับ
(นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ ขอฟังเหตุผลนิดเดียวท่านประธานครับ ที่ผ่านมาการยื่นเข้าไป ให้ท่านก็เป็นดุลยพินิจของท่าน ซึ่งภาพคุณวัชระอาจจะอภิปรายโดยไม่มีภาพเลย ผมเชื่อว่า ท่านอธิบายได้ และต้องเคารพประธานในการวินิจฉัย ซึ่งภาพมันอาจจะตัดต่อหรือไม่ หรืออะไร อย่างไร ก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่านประธาน เพราะฉะนั้นเราทํากันมาตั้งแต่อภิปราย ไม่ไว้วางใจนี่ครับ ไม่ว่าตอนท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาล ท่านก็ตั้งคณะกรรมการ เราก็เคารพครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องมีมาตรฐานนะครับ เมื่อท่านประธานวินิจฉัย ว่าไม่ได้แล้ว มันก็ต้องไม่ได้ มันต้องเคารพครับ ไม่อย่างนั้นอีกหน่อยก็ประท้วงกันหมดครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านวัชระต่อครับ เดี๋ยวผมประสานท่านวิสุทธิ์ไปเรื่อย ๆ ก่อนครับ เชิญท่าน คืออย่างนี้ครับ ของท่านสาธิตเท่าที่สอบถามท่านเลขาธิการ มันเป็นภาพเดียวกัน ถูกต้องไหมครับ เมื่อถูกต้อง เห็นท่านบอกว่าอนุญาตรูปขวัญชัย ที่ผมมาดูนะครับ อนุญาตภาพที่ ๑ ภาพที่ ๒ แต่ไม่อนุญาตภาพที่ ๓ ผมยังไม่รู้เลยภาพที่ ๑ ภาพที่ ๒ ของท่านเป็นอะไรนะครับ แล้วท่านก็ไปพูดในของท่านเลยได้ไหมครับ เชิญครับ ผมยังไม่เห็นภาพของท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิตนะครับ คือของผมนี่ใช้รูปเดียวกับท่านวัชระ แต่ว่าของผมมีอีกหลาย มีทั้งคลิปภาพเคลื่อนไหว แต่ว่า ที่รูปขวัญชัย ไพรพนา ที่พูดถึงกันนี่มันภาพเดียวกัน ผมก็ไปหารือกับท่านประธานวิสุทธิ์แล้ว ท่านประธานวิสุทธิ์อนุญาตให้ท่านวัชระได้แสดงภาพนี้แล้ว ด้วยเหตุผลที่ผมเรียนชี้แจงไป ครับว่า มันไม่น่าจะกระทบกับใครครับ
แล้วภาพของท่าน ภาพที่ ๑ ภาพอะไรเหมือนกันไหมครับ เป็นภาพเดียวกับท่านวัชระไหม
ภาพที่แล้วเหมือนกันครับ แต่ว่ายังติด อีกภาพไม่เป็นไรครับ อันนั้นเดี๋ยวค่อยว่ากันครับ
ถ้าเป็นภาพเดียวกันแน่นะครับ
ครับ ภาพเดียวกัน นี่ท่านวิสุทธิ์อนุญาตแล้ว
ถ้าเป็นภาพเดียวกันก็น่าจะดําเนินการได้นะครับ
อนุญาตแล้วครับ สําหรับภาพขวัญชัย
ท่านขึ้นไปคุยแล้วนะครับ
ครับ
โอเคครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เสรีภาพไม่เคยได้จากการร้องขอ
เอาเข้าเนื้อหาเราเลยครับ
เป็นคําที่ท่านประธานเคยสอนรุ่นน้อง ได้พูดในรามคําแหง
ท่านจะตัดเท่าไร อย่างไรว่ามาเลยครับ เชิญครับ เพราะหลายท่านรอ
ก็เพราะเหตุนี้ครับท่านประธาน ผมถึงปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นภาพนายขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งบังอาจใส่ชุดตํารวจปราบจลาจลมายืนตรวจการณ์อยู่หน้าสภาผู้แทนราษฎรในวันที่มีการ ประกาศพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ห้ามบุคคล ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาบริเวณหน้าสภา แม้แต่ผู้ช่วย ส.ส. ผู้เชี่ยวชาญประจําตัว ส.ส. คนขับรถของ ส.ส. ก็เข้ามาไม่ได้ แล้วนายขวัญชัย ไพรพนา หรือนายขวัญชัย สาราคํา มีอภิสิทธิ์เหนือพี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้อย่างไร หรือเป็นเพราะว่าเป็นแกนนําคนเสื้อแดง จึงมีอภิสิทธิ์แปลงร่างมา กลายเป็นตํารวจปราบจลาจล ท่านประธานครับ ในระเบียบ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมให้ประชาชน ชุมชน ท้องถิ่นและองค์กร มีส่วนร่วมในกิจการตํารวจ พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท่าน พลตํารวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติได้ประกาศใช้เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๕๑ ได้ให้นิยามคําว่า อาสาสมัครตํารวจบ้าน หมายความว่า แนวร่วมประชาชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในกิจการตํารวจ ลักษณะปฏิบัติการเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและป้องกันอาชญากรรม ท่านประธานครับ ปรากฏว่าในคุณสมบัติ เกณฑ์การคัดเลือกของคนที่จะมาเป็นสมาชิกอาสาสมัครในข้อ ๑๓ ระบุไว้ชัดเจนครับ ในข้อ ๑.๑.๕ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๒๕ ตอนพิเศษ ๔๕ ง หน้า ๒๖ วันที่ ๓ มีนาคม ๒๕๕๑ บรรทัดที่ ๒ ๓ และ ๔ ในข้อ ๑.๑.๕ ระบุว่า ไม่เป็น ผู้บกพร่องในทางศีลธรรมอันดี หรือมีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่าพัวพันเกี่ยวข้องกับการทําผิด กฎหมาย หรือมีอิทธิพลสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อ สังคมส่วนรวม ท่านประธานครับ แค่คุณสมบัติข้อนี้นายขวัญชัย สาราคํา ก็ไม่อาจที่จะเป็น อาสาสมัครตํารวจบ้านได้ เพราะอะไรครับ นายขวัญชัย สาราคํา ท่านประธานครับ เป็นแกนนํากลุ่มคนเสื้อแดง จังหวัดอุดรธานี ท่านจะมีความเลื่อมใสทางการเมืองอย่างไร เป็นสิทธิของท่านครับ ผมเคารพ แต่ท่านได้เข้าร่วมการชุมนุมและตกเป็นผู้ต้องหาในคดี ดังกล่าว รวมถึงที่ท้ายรถเบนซ์ของท่านก็มีเครื่องเพชรจากห้างสรรพสินค้าซุกซ่อนอยู่ รถเบนซ์ของนายขวัญชัย สาราคํา
คืออย่างนี้ท่านวัชระ เรื่องอย่างนี้มันเป็นการใส่ร้ายกันนะครับ ขอความกรุณาอย่าไปถึง ขนาดนั้นเลยนะครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานครับ ถ้านายขวัญชัย คิดว่าผมใส่ร้ายก็เชิญฟ้องได้ แต่ผมยืนยันว่าผมไม่ได้ใส่ร้าย
คือมันไม่ใช่ เรื่องที่ท่านพูดแล้วก็กระทบกับบุคคลภายนอกซึ่งเขาไม่มีโอกาสมาโต้ตอบกัน ในสภา ท่านก็เข้าใจว่าของท่านถูกต้องนะครับ แต่คนอื่นที่เขาไม่มีโอกาสนี่เขาเสียหาย ฉะนั้นผมบอกว่าเราไม่ได้ส่งเสริมสนับสนุนให้มีการพูดเพื่อไปกระทบกับสิทธิของบุคคลอื่น เขานะครับ ซึ่งข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างที่ท่านพูดหรือเปล่าไม่ทราบ และไม่ยุตินะครับ ฉะนั้น เอาประเด็นที่เรากําลังพิจารณากันอยู่นะครับ ท่านตัด ๕ เปอร์เซ็นต์ จะเป็นเรื่องของ การบริหารการจัดการของสํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นอย่างไร ท่านว่ามานะครับ อันนี้ถ้าไป กระทบถึงบุคคลภายนอกที่เสียหาย ผมจะไม่อนุญาตนะครับ เชิญต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภาพนายขวัญชัย สาราคํา ที่ใส่ชุดตํารวจปราบจลาจล ซึ่งท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้อนุญาต ผมยัง ไม่ได้รับเลยครับท่านประธาน ให้เจ้าหน้าที่สภารีบนํามาให้ผมครับ
คุณอภิปรายต่อ เดี๋ยวผมถามเลขาธิการให้ครับ
ท่านประธานครับ และสิ่งที่ผม อภิปรายนี่เป็นข้อเท็จจริง ที่ผมปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าเมื่อตํารวจได้ทําคดีดังกล่าวแล้ว ทําไมเงียบหายไป นั่นสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มีประสิทธิภาพ ทําไมไม่ทําคดีนี้ให้สิ้นสุดครับ เครื่องเพชรท้ายรถดังกล่าว และนอกจากนี้ท่านประธานครับ ศาลจังหวัดอุดรธานี ได้มีคําพิพากษาจําคุกนายขวัญชัย ไพรพนา เป็นเวลา ๔ ปี ลดโทษ ๑ ใน ๓ คงเหลือ ๒ ปี ๘ เดือน จากกรณีที่ออกอากาศปลุกระดมคนเสื้อแดงให้ไปทําร้ายพี่น้องพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตยที่หนองประจักษ์ จังหวัดอุดรธานี ศาลลงโทษจําคุก ๒ ปี ๘ เดือน ท่านประธานครับ คุณสมบัติอย่างนี้เป็นอาสาสมัครตํารวจบ้านได้หรือครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมได้อภิปราย ผมจึงสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ในการดําเนินคดีต่อกรณีดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อผมเห็นว่านายขวัญชัย สาราคํา ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นตํารวจบ้าน และการที่จะเรียกว่าฝ่ายไหนก็แล้วแต่นะครับ ท่านประธาน ได้จัดการให้นายขวัญชัย สาราคํา มาใส่ชุดตํารวจปราบจลาจล ท่านประธานครับ ผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณเว็บไซต์ (Web site) ดังกล่าวซึ่งได้เผยแพร่ไป ท่านประธานครับ นี่คือภาพที่ท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้อนุญาตนะครับ ซึ่งท่านประธานเจริญ ไม่ได้อนุญาต ขออนุญาตแสดงภาพที่ ๑ ครับ
คืออย่างนี้ ท่านก็พูดเรื่อยเปื่อยไปนะครับ ท่านประธานวิสุทธิ์อนุญาต ท่านประธานเจริญ ไม่อนุญาตนี่ ถอนเถอะครับ ก็นั่งกันอยู่ ก็พูดกันอยู่ ฟังกันอยู่นี่ละครับ ท่านถอนเถอะ แล้วท่านจะได้พูดต่อไปนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมให้ความ ร่วมมือ ท่านประธานให้ถอนผมก็ถอนครับ
ขอบคุณมากครับ
ขอบคุณท่านประธานที่อนุญาต
เอาพอสมควร พูดพอสมควร พอนั้นแล้วมันจะเลยไปนะครับ
ไม่เลยท่านประธานครับ ขอให้กล้อง ของสภาได้จับภาพนี้ครับ ท่านประธานครับนี่ไม่ใช่ภาพลามกนะครับ ไม่ได้เป็นข้อห้ามของสภา แล้วที่เจ้าหน้าที่สภาที่เสนอไปไม่อนุญาตตอนแรกผมไม่เห็นด้วย ผมจึงใช้สิทธิคัดค้าน กรุณาแช่ภาพนี้ไว้ครับ ท่านประธานครับ นี่ครับ นายขวัญชัย ไพรพนา ใส่ชุดตํารวจปราบจลาจล นะครับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ไม่ได้ใส่ชุดตํารวจบ้าน เพราะตํารวจบ้านตามประกาศของท่านเสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส นั้นไม่ได้มีการแต่งกายลักษณะ สีนี้และเป็นอย่างนี้ครับ นี่ครับกําลังเฮลโล เฮลโล (Hello Hello) กับใครที่ต่างประเทศผมก็ไม่ ทราบ นี่นะครับภาพที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เอ่ยชื่อใครครับท่านประธาน ภาพที่ ๒ ครับ อันนี้ชัดเจนครับ ผมก็ต้องขอขอบคุณหนังสือพิมพ์ไทยรัฐนะครับ ท่านประธานครับ นี่คือเชิดหน้าชูตาเขียนตรงนี้นะครับ ขวัญชัย สาราคํา นะครับ ท่านประธานครับ นี่ชุดตํารวจปราบจลาจล ไม่ได้ชุดตํารวจบ้าน แล้วนายขวัญชัย สาราคํา ถูกศาลพิพากษาลงโทษจําคุก ๒ ปี ๘ เดือน เป็นผู้ต้องหาในคดีต่าง ๆ และได้มีส่วนร่วม ในเหตุการณ์เผาบ้านเผาเมืองที่ผ่านมา แล้วตํารวจอุดรธานีไปตั้งเป็นตํารวจบ้านได้อย่างไร ผมต้องการที่จะให้ ป.ป.ช. ได้สอบในเรื่องนี้ สอบทั้งท่านผู้การอุดรธานี ท่าน พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว และท่านพลตํารวจโท คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ในกรณีที่อนุญาต หรือดําเนินการ
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานปล่อยอภิปรายแบบนี้ไม่ได้นะครับ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ที่ไปพูดเผาบ้านเผาเมืองมันเบื่อแล้วครับ คุณขวัญชัย ก็อยู่ในขณะนี้ที่มีฆาตกร สั่งฆ่าประชาชนเหมือนกันครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นพูดแบบนี้มันก็เข้าใจกันได้ เอาประเด็นเลยครับ ๕ เปอร์เซ็นต์ที่ท่านตัดนี่อะไร นี่จงใจไปที่บุคคลมันไม่ใช่จงใจไปที่ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ฝากให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ
คือผมกําลังจะฟังอีกนิดหนึ่งและก็เตือนผู้อภิปรายว่าการแต่งตั้งนั้นเป็นเรื่องของ ในทางบริหารนะครับ แต่ในเรื่องของงบประมาณท่านจะเอาอย่างไรนะครับ เอาอยู่ในกรอบ อยู่ในประเด็นนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก็ผมปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะผมเสียดายเงินแผ่นดินที่นําไปตัดเป็นชุดตํารวจปราบจลาจลให้ นายขวัญชัย ไพรพนา ท่านประธานครับ เขาเอาบุคคลที่ไม่น่าเชื่อถือจะติดคุกอยู่วัน ๒ วัน เอามาแปลงร่างเป็น ตํารวจปราบจลาจล แล้วมีอภิสิทธิ์นะครับ มีอภิสิทธิ์ในขณะที่ตํารวจประกาศพื้นที่
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านวัชระ ฟังพายัพประท้วงหน่อย นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าตามข้อบังคับ การประชุมสภานั้นได้ระบุไว้ชัดเจนตามข้อ ๕ นี่นะครับ แล้วก็ ข้อ ๘ ข้อ ๖๑ ข้อ ๖๓ อะไรไปนี่นะครับ แล้วก็รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒๖ ผมไม่ได้ติดใจที่ท่านวัชระพูดหรอกครับ เพราะว่ามันก็เพลินดีเหมือนกันเหมือนกับอภิปรายไม่ไว้วางใจ คุณขวัญชัย ไพรพนา เลยนะครับ ก็เป็นเรื่องที่ดีก็ฟังได้ แต่ว่ามันจะผิดข้อบังคับการประชุมสภา ผมอยากฟังเนื้อหาสาระ ของท่านวัชระว่าท่านพูดตัดลดอย่างไร มันไม่ดีอย่างไร มันน่าจะเพิ่มอย่างไร ลดอย่างไร เอาเนื้อหาสาระที่เป็นประเด็นสําคัญ ๆ ได้ไหมครับ อยากฟังท่านวัชระ เพราะท่านวัชระ เป็นคนมีความรู้ครับ ผมอยากฟังท่านจังเลยครับ
ขอเตือนท่านนะครับ ขอให้เข้าประเด็นมีท่านสมาชิกประท้วงผม ๒ ครั้งแล้วนะครับ ท่านก็บอกเกี่ยวเลยครับบอกว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าอย่างไรก็ว่ากันไปครับ ตัวบุคคลก็พอสมควรแล้วละครับ เอาเกี่ยวกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขอเตือนนะครับ ให้เข้าประเด็น เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยู่ในประเด็นตลอดครับท่านประธาน ผมจะอนุมัติงบประมาณแผ่นดินจํานวน ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท ให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติไป และผมขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะผมไม่ไว้วางใจก็ท่านดูสิครับเห็นชัด ๆ วันที่ ๗ สิงหาคม นําคนที่เป็นนักโทษมาใส่ชุดตํารวจปราบจลาจลตอนติดคุกก็ร้องไห้จะออกจากคุก ก็ลองไปถามดูเถอะครับว่าใครร้องไห้จะออกจากคุก ท่านประธานครับ ผมจบประเด็นนี้ ด้วยประโยคที่ว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติท่าน ๒ มาตรฐานครับ ท่านจับ ร้อยเอก ทรงกลด ชื่นชูผล หรือผู้กองปูเค็ม จับตํารวจ จับทหาร
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านอยู่ด้านหลังนะครับ ท่านบอกว่าจะใช้ ๒๕ นาที นี่ ๒๒ นาทีแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อบังคับข้อ ๖๑ เมื่อสักครู่บอกว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติได้อนุญาตให้นักโทษ คือนายขวัญชัย ไพรพนา จริง ๆ แล้วนี่นายขวัญชัย ไพรพนา คดีอยู่ที่ศาลอุทธรณ์ เป็นเพียงแต่เป็นผู้ต้องหานะครับ ไม่ใช่นักโทษ ถ้าหากจะถือว่าผู้ต้องหาเป็นนักโทษ ในซีกฝั่งขวามือของผมนี่มีนักโทษหลายคนครับ เพราะฉะนั้นให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
คืออย่างนี้ครับท่านวัชระครับ เมื่อสักครู่นี้ผมกําลังจะทักท้วงท่านแต่มันไม่ทัน ข้อเท็จจริง จะยังไม่ยุตินะครับว่าคดีที่ศาลได้ตัดสินและพิพากษาไปนั้น ยังไม่ยุติ ก็ยังมีการอุทธรณ์กันอยู่ นะครับ ฉะนั้นท่านเป็นนักกฎหมาย ทุกคนก็ต้องรู้กฎหมายนะครับ ทุกคนปฏิเสธว่าไม่รู้ กฎหมายไม่ได้ ทุกคนยังบริสุทธิ์อยู่จนกว่าศาลจะตัดสินให้เป็นที่ยุติ ถ้ายุติเมื่อไรจึงถือว่า เป็นนักโทษนะครับ ฉะนั้นให้ท่านถอนเถอะ
ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เคยเป็นนักโทษ ตรงไหมครับ
ไม่ใช่ ท่านบอกแล้ว ผมนั่งฟังอยู่
มิได้ครับ ผมพูดใหม่ครับว่าเคยเป็น นักโทษเพราะเคยติดคุกมาก่อน
ไม่ใช่ ๆ คืออย่างนี้ผมให้ถอนเถอะครับ ท่านก็อภิปรายไปในประเด็นของท่าน ท่านก็ดีอยู่แล้ว นะครับ ท่านก็อภิปรายไปเถอะ แต่ให้ขอถอน ประธานสั่งให้ถอนก็ต้องถอนนะครับ อันนี้มันเสียหายเขานะครับ ท่านจะถอนไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ เคยเป็นนักโทษ แต่เมื่อท่านประธาน
ท่านจะถอนไหมครับ ผมวินิจฉัยให้ท่านถอน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมให้ความร่วมมือ ท่านประธานให้ถอนผมก็ถอนไม่มีปัญหาครับ แต่ท่านประธานอย่าปิดไมค์ เพราะ ท่านประธานนี่ ถ้าเป็นฝ่ายค้านท่านชอบปิดไมค์
เขาถอนแล้วครับ เอาผู้ประท้วงก่อน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านดาวสภา ดาวรุ่งพุ่งแรงของพรรคประชาธิปัตย์ ท่านวัชระ เพชรทอง เมื่อสักครู่ ตามข้อ ๖๑ นะครับ นายขวัญชัย ไพรพนา ได้โทรศัพท์มาหาคนขับรถ ของผม บอกว่าขอให้นายวัชระได้อภิปรายต่อไปนะครับ ไม่ถือสาครับ ไม่ฟ้องร้องอะไรทั้งสิ้น ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ไม่ได้หรอกครับ เชิญครับท่านวัชระ
ผมไม่อภิปรายถึงนายขวัญชัยแล้วครับ แล้วถ้าฟ้องผมก็ไม่กลัวเพราะผมพร้อมสู้ทุกศาลครับ ท่านประธานที่เคารพ ที่ผมจําเป็นต้อง อภิปรายเพราะผมต้องการให้บังคับใช้กฎหมายโดยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่เลือกที่รักมักที่ชัง ถ้าคนของรัฐบาลมาเดินอยู่หน้าสภาได้ แล้วพี่น้องประชาชนมาเดินไม่ได้ หมายความว่า อย่างไรครับ ก็ต้องขอบคุณคุณพิเชษฐ์ ท่านประธานที่เคารพ ในประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธาน ก็คือว่าในประเด็นของท่าน พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ซึ่งเดินทางไปพบ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่ต่างประเทศ กรณีเดียวกันครับท่านประธาน นายธาริต เพ็งดิษฐ์ จะเรียกเจนี่มาสอบสวนกรณีไปถ่ายรูปกับคุณวัฒนา อัศวเหม แล้วกรณี อย่างนี้นายธาริต เพ็งดิษฐ์ จะกล้าเรียก
เดี๋ยวนะครับ เอาเรื่องตํารวจเราก่อนครับ เรื่องอย่างนั้นกระทรวงยุติธรรมมันผ่านไปแล้ว นะครับ มันนอกประเด็นแล้วครับ เชิญท่านจะเอาอย่างไรก็ว่ากันไปนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อเป็นไป ด้วยความรวดเร็ว ผมจึงบอกท่านประธานว่าเพราะบังคับใช้กฎหมายไม่มาตรฐานอันเดียวกัน เลือกที่จะปฏิบัติ
และในประการถัดมา ท่านประธานครับ ในคดีของคุณเอกยุทธ อัญชันบุตร ท่านประธานที่เคารพ ไม่มีใครเชื่อสํานักงานตํารวจแห่งชาติครับ ไม่มีใครเชื่อคําแถลงของ พลตํารวจโท คํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง ท่านประธานครับ ผมเป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ การพัฒนาการเมืองและการสื่อสารมวลชน ได้เชิญทนายสุวัตร อภัยภักดิ์ มาชี้แจงต่อกรณี ดังกล่าว มีบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ทนายสุวัตรได้กล่าวว่า คุณเอกยุทธนั้นได้แจ้งต่อ ทนายสุวัตรก่อนที่จะถึงแก่ความตายว่าแจ้งให้ผมทราบว่า พี่ ถ้าผมเป็นอะไรไปขอให้พี่รู้นะ มีเรื่องเดียวก็คือเรื่องที่ขัดแย้งกับท่านอดีตนายก กับท่านนายกปัจจุบันที่ ว ๕ โฟร์ซีซั่น เพราะถูกชกที่นั่นด้วย ท่านประธานครับมีบันทึก วันศุกร์ที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ คุณจีรภา หน้า ๒/๖
มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยครับ จริง ๆ ก็ไม่อยากขัดคอครับ เพราะว่าประชาชนเขาฟังพี่วัชระทีไรเขาก็รู้อยู่แล้วเดี๋ยวไปซ้ายที ขวาที
ท่านประท้วงอะไรครับ เอาที่ประท้วงดีกว่าครับ
ประเด็นที่จะประท้วง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับท่านประธาน ท่านกล่าวอ้างถึงบุคคลภายนอกโดยไม่มีมูล ความจริงครับ และนี่เป็นข้อกฎหมายที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีนะครับท่านประธาน ศาลก็จับผู้ต้องหาได้แล้วก็ยังไม่ได้มีคําพิพากษา ผลออกมาเป็นอย่างไรคุณวัชระไปร่วมลงมือ กับเขาด้วยหรืออย่างไรครับ เพราะฉะนั้นให้ท่านประธานช่วยวินิจฉัยตามข้อ ๘ และข้อ ๖๑ ด้วยครับ
คืออย่างนี้ท่านวัชระครับ การเอาคําพูดบุคคลอื่นมาพูดมาบอกเล่านะครับแล้วไปกระทบกับ บุคคลอื่นผมขอความร่วมมือนะครับ อันนี้ขอความร่วมมือนะครับ เพราะว่ามันก็ไม่เหมาะสม หรอกครับ พยานบอกเล่าท่านก็รู้อยู่นะครับใครก็พูดได้ แล้วก็เอาคําพูดนั้นมากล่าวหากัน ในสภานะครับ พวกเราเป็นสภานะครับเป็นสิ่งซึ่งออกกฎหมายจะต้องทําเป็นแบบอย่างนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นี่คือเอกสารประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ หมายเลข ๒๒๐ ชั้น ๒ อาคารรัฐสภา ๒ และผมรับผิดชอบทุกคําพูดที่ผมอภิปราย ท่านประธานครับ คดีของคุณเอกยุทธ อัญชันบุตร เป็นการฆาตกรรมทางการเมืองและเขามีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับรัฐบาลอย่างรุนแรง เมื่อมีการฆาตกรรมก็มีการกลบเกลื่อนต่าง ๆ นา ๆ และพี่น้องประชาชนก็ไม่เชื่อถือ การแถลงของผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ผมต้องการความเป็นธรรมให้กับผู้ตาย
เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ครับท่านวัชระครับ ในฐานะกรรมาธิการท่านก็มีอํานาจจะเรียก จะเชิญก็มีอํานาจนะครับ แต่มันไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยุตินะครับมันเป็นการนําเสนอฝ่ายเดียว ฉะนั้นข้อเท็จจริงนี้ยังไม่ยุติหรอก ใครจะมีความเห็นประการใดก็ว่ากันไปในกรรมาธิการ นะครับ แต่จะเอาข้อเท็จจริงนั้นมาเพื่อที่จะอธิบายให้มีผลกระทบกับบุคคลที่เขาไม่ได้ เกี่ยวข้องไม่ได้นะครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวท่านก็จะยืนประท้วงผมอยู่อย่างนี้นะครับ ท่านก็บอกว่า ผมผิด ข้อ ๘ ให้ควบคุม ผมก็เตือนท่านนะครับ ขอความร่วมมือเถอะเพราะว่าเหลืออีก หลายท่านนั่งรออยู่นะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับผมมาเรียกร้องความเป็นธรรม ให้กับผู้ตาย เพราะการทําคดีของสํานักงานตํารวจแห่งชาติอย่างที่พี่น้องประชาชนได้รู้ได้เห็นกัน ทั้งประเทศ เป็นเรื่องที่ต้องอภิปรายกันในสภาผู้แทนราษฎร เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะพี่น้องประชาชนไม่มีภูมิคุ้มกันใด ๆ ต่างเกรงกลัวอํานาจมืดและอิทธิพล แต่สําหรับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราต้องกล้าพูดความจริงกับพี่น้องประชาชน และกล้าพูดความจริง กับรัฐบาล ให้รัฐบาลได้รับรู้และนําไปแก้ไขปฏิบัติโดยเฉพาะหน่วยราชการอย่างสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานครับและในเรื่องนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ทํา เรื่องไปถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับเรื่องสุดท้ายที่ผม อยากกราบเรียนท่านประธานและให้ความร่วมมือกับท่านประธานในการอภิปราย ท่านประธานทราบไหมครับว่าพี่น้องตํารวจใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส เมื่อถึงแก่ความตายด้วยระเบิด ด้วยอาวุธสงคราม ได้เพียงศพละ ๒,๒๘๗,๐๐๐บาท ๒,๒๘๗,๐๐๐ บาทครับ ตํารวจที่ตาย ๑ นาย ได้ ๒,๒๘๗,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้โดยมติคณะรัฐมนตรีที่ไม่มีกฎหมายใด ๆ รองรับได้อนุมัติเงินให้กับพี่น้องคนเสื้อแดง ที่เสียชีวิตถึงรายละ ๗,๙๕๐,๐๐๐ บาทครับ เดิมทีเราเคยเข้าใจว่าได้แค่ ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท- ไม่ใช่ครับ ได้ถึง ๗,๙๕๐,๐๐๐ บาท ขาดไป ๕๐,๐๐๐ บาท ครบ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ทําไมตํารวจที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติใน ๓ จังหวัด ได้เพียงแค่ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท
เดี๋ยวนะครับ เชิญผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ อภิปรายนอกประเด็น ไม่อยู่ในวาระ ประกอบกับท่านประธานได้เตือนไปหลายครั้งแล้วก็ไม่ปฏิบัติตาม ผมอยากให้ท่านประธาน ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ให้ผู้อภิปรายหยุดการอภิปรายได้แล้วครับ ขอท่านวินิจฉัยด้วยครับ
สุดท้ายแล้วครับท่าน เมื่อกี้ท่านกําลังบอกว่าเรื่องสุดท้ายแล้ว เอาอยู่ในประเด็นเรา อย่าให้ เขาประท้วงนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ที่จริงท่านน่าจะกลับนาได้แล้ว ท่านประธานครับ ผมอภิปรายอยู่ในประเด็น
ท่านว่าอะไรนะครับ
ผมพูดว่าที่จริงท่านประสิทธิ์ น่าจะกลับเถียงนาได้แล้ว
เชิญท่านประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายนะครับ เนื่องจากพูดจาเสียดสีนะครับ ความจริง แล้วนายอุจจาระนี่พูดจาไม่รู้เรื่องนะครับ
เวลาประท้วงท่านก็ต้องเคารพกติกานะครับ อย่าเอาเรื่องสะใจมาพูดกัน ไม่ได้ ประชาชน เขาชมอยู่ เวลาโทษเขาก็โทษสภาทั้งสภา ผู้หลักผู้ใหญ่เราก็นั่งดูอยู่นะครับ ท่านถอนเถอะครับ นายอุจจาระนั่นถอน
ท่านประธาน ไม่ต้องถอนครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมลูกผู้ชายครับ ผมพูดผิดผมถอนครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านวัชระครับ เอาเฉพาะในสาระประเด็นพวกเรานะครับ ขอร้องอย่า ออกไปข้างนอกมาก ผมขอเตือนครั้งสุดท้ายนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นิติศาสตร์บัณฑิตจากรามคําแหง ท่านประธาน ครับ ที่ผมเปรียบเทียบให้ท่านประธานเห็นก็คือว่าทําไมชีวิตของเจ้าหน้าที่ตํารวจซึ่งปกป้อง อธิปไตยของชาติจึงมีค่าแค่ ๒,๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วทําไมชีวิตของพี่น้องเสื้อแดงถึงได้ถึง ๗,๙๕๐,๐๐๐ บาท ขาดไป ๕๐,๐๐๐ บาท ครบ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทําไมชีวิตคนไม่เท่ากัน ครับท่านประธาน ถ้าคณะรัฐมนตรีมีจิตใจที่เสมอภาคเที่ยงธรรมก็ต้องอนุมัติเงินงบประมาณ แผ่นดินให้กับพี่น้องที่เสียชีวิตใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่าเทียมกับพี่น้องคนเสื้อแดง ถึงจะยุติธรรม
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ครับ ประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ และก็ผู้อภิปราย ข้อ ๖๑ ขัดตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ท่านประธานครับ ผมก็พยายามนั่งฟังเพราะสีสันสภา แต่ว่าท่านประธานต้องดู ข้อ ๑๒๙ อย่างเคร่งครัดนะครับ ท่านแปรญัตติไว้ ท่านสงวนคําแปรญัตติ ท่านต้องอภิปรายในถ้อยคํา ที่ท่านมีการแก้ไขเท่านั้น เราก็อะลุ่มอล่วยมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมขอให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ และ ข้อ ๖๓ ให้พี่วัชระรูปหล่อดาวสภา คนใหม่ของผมยุติการอภิปรายได้แล้วครับ
พูดอีกนิดหนึ่งสรุปแล้วกันนะครับ เขาประท้วงมาผมก็ต้องตามข้อบังคับนะครับ ผมต้องยึด ข้อบังคับเป็นหลักนะครับ ผมเตือนไม่รู้กี่ครั้งแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ลูกพ่อขุนรามคําแหงมหาราช ท่านประธาน ผมอยู่ ในประเด็นและอยู่ภายใต้ข้อบังคับทุกประการครับ
คืออย่างนี้ครับคุณวัชระ คือการที่ฝ่ายบริหารเขาจะมีมติอย่างไรนั้นก็เป็นเรื่องของฝ่ายบริหาร แต่ท่านต้องถามกรรมาธิการและเหตุผลท่านตัด ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ เขาบอกว่า ถ้าสงวนอะไรท่านก็ต้องพูดอันนั้น ผมก็พยายามที่จะทําให้บรรยากาศมันเดินไปได้ เพราะว่า ผมได้คุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ของท่านไว้ว่าคืนนี้เราจะบริหารให้จบ อย่างที่พวกเรา มีความประสงค์สอดคล้องต้องกันนะครับ จึงต้องขอความร่วมมือกันอย่างนี้นะครับ บรรยากาศมันจะเดินไปด้วยดีนะครับ ขอความร่วมมือเถอะครับ พอแล้วกระมังท่านนิพนธ์
ผมต้องขออนุญาต ท่านประธานนิดหนึ่ง คือผมต้องทําความเข้าใจ กระผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คืออย่างนี้ครับ กรรมาธิการเป็น ตัวแทนของสมาชิกสภาไปทําหน้าที่ในการที่จะพิจารณารายละเอียดของงบประมาณ จาก หน่วยราชการทั้งหลาย แต่พวกผมทั้งหมดในสภานี้ไม่มีโอกาส เมื่อทําหน้าที่นี่เราเสียง ข้างน้อยไม่เห็นด้วย เราก็ต้องพูดถึง คนที่ใช้เงินนี้คือสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพราะฉะนั้น เขาต้องอธิบายซักถามถึงเหตุผลที่ว่าเขาตัดเพราะว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติบริหารงานเป็น อย่างไร เป็นไปตามงบประมาณไหม แล้วมีปัญหาอย่างไรไหม บกพร่องไหม เขาถึงต้องตัด นี่มันเกี่ยวข้องนะครับ ไม่ใช่พูดเฉพาะกรรมาธิการนะครับ ผมว่าเข้าใจผิดกันมานานแล้ว นี่ต้องเรียนอย่างนี้ครับ
ขอบคุณมากครับ
อันนี้ต้องเข้าใจนิดหนึ่ง กรรมาธิการเป็นตัวแทนของพวกเราไปพิจารณาในขั้นวาระที่สอง รายละเอียดพวกผมไม่รู้ หรอกครับว่าเขาไปพิจารณากับสํานักงาน หน่วยงานราชการต่าง ๆ อย่างไรบ้าง แล้วนี่ต้อง เรียนอย่างนี้ครับ งบประมาณนี่คนที่ใช้ไม่ใช่กรรมาธิการ หน่วยงานทั้งหลายที่
พอแล้วครับ เข้าใจแล้วครับ ท่านวัชระเชิญต่อครับ เอาสั้น ๆ เอาอยู่ในประเด็นนะครับ ขอความร่วมมือ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านประธานสังเกตนะครับ ผมให้ความร่วมมือ ท่านประธานโดยตลอด เพราะต้องการให้การพิจารณางบประมาณได้เสร็จสิ้นในวันนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าไม่มีสมาชิกประท้วง ผมอภิปรายจบไปนานแล้ว ท่านประธานครับ ผมจําเป็นต้องปรับลดงบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่า ไม่มีประสิทธิภาพในการทํางาน คดีปล้น ฆ่า ข่มขืน ฉก ชิง วิ่งราว มีมากเหลือเกิน และตํารวจไม่บันทึกเป็นคดีครับ เพื่อต้องการที่จะอะไรครับ ต้องการที่จะไม่บันทึกสถิติเอาไว้ แต่ความเป็นจริงนั้นชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่มีความปลอดภัย และโดยเฉพาะ เหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่ตํารวจไปปะทะกับพี่น้องชาวสวนยาง ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ขอความร่วมมือไปยังสถานีวิทยุ อสมท. ให้รายงานว่าเป็นกลุ่มต่อต้าน รัฐบาล เป็นกลุ่มหน้ากากขาว ท่านประธานครับ
ท่านวัชระครับ อย่าไปกล่าวหาทั้ง ๒ ฝ่ายเลยครับ ไม่ว่าตํารวจ หรือประชาชนที่เขามาชุมนุม เรียกร้อง เขาก็มีจุดมุ่งหมาย จุดประสงค์เหมือนกันนะครับ อีกฝั่งหนึ่งเขาก็บอกว่าราคา พืชผลการเกษตรตกต่ํา อีกฝั่งหนึ่งเขาก็ต้องรักษาความสงบ ถ้าหากว่าเราเข้าใจทั้ง ๒ ฝ่าย บทบาททั้ง ๒ ฝ่าย บรรยากาศก็จะดีนะครับ อย่าใช้โอกาสนี้และเวลานี้ไปพูด แล้วก็ มันอาจจะกระทบกระทั่งกัน ไม่ดีนะครับ เรากําลังแก้ไขปัญหาของสังคมเราอยู่ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง ลูกพ่อขุนรามคําแหงมหาราช ท่านประธานครับ ผมต้องการให้บังคับใช้กฎหมาย โดยเท่าเทียมกัน และปกป้องดูแลพี่น้องประชาชนอย่าให้เลือดตกยางออก ผมปกป้อง ประชาชนครับ
สุดท้าย ท่านประธานครับ เขาบอกว่า เพราะหากคุณไม่ให้อภัย คุณย่อม ไม่สามารถสร้างความปรองดองในประเทศได้ คุณไม่สามารถเป็นประเทศเดียวกันได้อีกต่อไป ท่านประธานครับ เขาบอกว่าหากคุณไม่ให้อภัย คุณย่อมไม่สามารถสร้างความปรองดอง ในประเทศได้ คุณไม่สามารถเป็นประเทศเดียวกันได้อีกต่อไป นี่คือคําพูดของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร
ต่อไปท่านชื่นชอบ คงอุดม ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายชื่นชอบ คงอุดม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมก็มาขออนุญาตปรับลดในส่วนของส่วนราชการที่ไม่สํากัดสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง ทั้งหมด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกันนะครับ โดยเฉพาะในส่วนของ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ เนื่องด้วยท่านประธานครับ ผมคงต้องขอตําหนิเพื่อนกรรมาธิการ ที่เป็นตัวแทนของสภา แล้วก็ควรจะทํางานในฐานะที่ช่วยกันตรวจสอบหน่วยงานที่ทํางาน บกพร่อง วันนี้สิ่งที่ผมเห็นอย่างชัดเจน พันธกิจของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน ๖ ข้อ ด้วยกัน ข้อ ๒ บังคับใช้กฎหมาย อํานวยความยุติธรรม ให้บริการประชาชนด้วยความ เสมอภาค เป็นธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล และข้อ ๓ รักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และชุมชน และรักษาความมั่นคงของ ราชอาณาจักรให้เป็นที่เชื่อมั่นและศรัทรา แค่ ๒ ข้อนี้ ผมคิดว่าก็ชัดเจนอยู่แล้วว่าบกพร่อง และทําได้ไม่ดีจริง ๆ ครับ ทางคณะกรรมาธิการตัดงบประมาณลงไป ๕๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าไม่พอครับ จริง ๆ แล้วมาตรฐานของการทํางานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ พวกเราพูดถึง ๒ มาตรฐาน พรรคประชาธิปัตย์โดนโจมตีมาโดยตลอด ผมว่าอันนี้ชัดเจนครับ ๒ มาตรฐานอยู่ที่นี่ครับ ผมอยากจะเรียกร้องถามว่าให้เลือกเอาสักมาตรฐานหนึ่ง จะเอามาตรฐานไหน มาตรฐานที่ทําเพื่อประชาชนหรือมาตรฐานที่แดงทั้งแผ่นดิน จะเป็น อย่างนั้นหรือเปล่าครับ ทําไมผมถึงพูดเช่นนั้นครับท่านประธาน มีม็อบขับไล่นะครับ กดดันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคมปีนี้ เป็นอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ม็อบ กวป. กลุ่มวิทยุประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ท่านอดีตรองนายกรัฐมนตรี ร้อยตํารวจเอก เฉลิม อยู่บํารุง ท่านก็ให้เหตุผลว่าที่ไม่ประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร เพราะว่าท่านได้คุยแล้วกับม็อบ ท่านเห็นว่าไม่มีเหตุผลที่จะต้องประกาศ เพราะว่าไม่มีความรุนแรง ถึงแม้จะมีโอกาสที่จะมีคนมาแทรกแซงได้บ้างนะครับ เป็นมือที่สาม สร้างสถานการณ์ แต่สุดท้ายท่านเลือกว่าท่านจะไม่ประกาศ เพราะท่านเชื่อว่าม็อบเหล่านี้ คอนโทรล (Control) ได้ อยู่ในความควบคุมของพวกท่าน เพราะอะไรครับ เป็นม็อบที่ สนับสนุนรัฐบาลอย่างนั้นใช่ไหมครับ แต่ในขณะเดียวกันกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล อพส. ซึ่งท่าน ก็ได้ให้สัมภาษณ์ไว้เช่นกันว่าไม่มีความรุนแรง คิดว่าไม่มีความรุนแรง แต่ก็เป็นห่วงจะมี มือที่สามมาสร้างสถานการณ์ แต่ท่านกลับประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร แล้วท่านก็ปราบปรามอย่างชัดเจน เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างที่ท่านกังวล อย่างที่ท่านพยายามจะบอกว่าต้องมี และสุดท้าย อพส. ก็ถูกปราบปรามไป ผมคิดว่าตรงนี้ ครับ ท่านประธานครับ ชัดเจนนะครับว่ามันเป็น ๒ มาตรฐาน ๒ มาตรฐาน ที่จริง ๆ แล้ว ทําเพื่อคนกลุ่มเดียว กลุ่มที่สนับสนุนท่าน กลุ่มที่เห็นแตกต่างจากท่าน ท่านไม่ให้โอกาส อย่างล่าสุดนะครับ กลุ่มที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ กลุ่มที่สนับสนุนเห็นด้วยกับ การคัดค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรม เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคมที่ผ่านมานี้ เราชุมชนโดยสันติ อยู่ในพื้นที่ที่จํากัด เพราะว่ารัฐบาลจํากัดเราไว้แล้วครับ เพราะท่านประกาศ พ.ร.บ. การรักษา ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๑๐ สิงหาคม และแถมปิดถนนด้วย อีก ๑๒ เส้น ในขณะที่พวกเรายังไม่ได้ทําอะไรเลยครับ ยังไม่ได้สร้างสถานการณ์ ไม่มี ความรุนแรง เราแสดงออกตามสิ่งที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้อย่างสันติ ด้วยสิทธิเสรีภาพที่พึ่งมี แต่ท่านก็จํากัดสิทธิของพวกเรา ยังไม่ได้เกินขอบเขตกฎหมายตรงไหนเลย พฤติกรรมเหล่านี้ พฤติกรรมข่มขู่คุกคามยังมีอีกครับของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ที่สําหรับผู้ที่มีความเห็น แตกต่างจากรัฐบาล เช่น การที่ส่งคนไปสอดแนม ทําตัวลับ ๆ ล่อ ๆ มีพิรุธ อย่างกรณีของ คุณสนธิญาณ สํานักข่าวทีนิวส์ ก็มีคนไปพยายามสืบหาว่าคุณสนธิญาณมีเบอร์โทรศัพท์อะไร มาทํางาน สิ่งเหล่านี้เป็นการคุกคามคนที่เห็นแตกต่างจากรัฐบาลซึ่งผมคิดว่าไม่ถูกต้อง ผมคิดว่า ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ นะครับ ท่านประธาน เพราะว่าผมคิดว่าพวกเราก็ทํางานกันมา อย่างเต็มที่แล้ว ท่านประธานคงจะจําได้นะครับในสมัยผมเด็ก ๆ ผมจําได้ครับ ผมเคยเห็น อนุสาวรีย์รูปปั้นตํารวจที่อุ้มประชาชน มีเด็กตัวอ้วน ๆ คนหนึ่งเกาะขาตํารวจที่เป็นรูปปั้น อนุสาวรีย์นี้ แล้วก็มีหนังสือสลักไว้ข้างล่างว่า อนุสาวรีย์ผู้พิทักษ์รับใช้ประชาชน ท่านประธานคงจะจําได้ วันนี้ไปอยู่ที่ไหนแล้วครับท่านประธาน มีใครเคยเห็นอีกไหมครับ เมื่อก่อนนี้เคยอยู่หน้าสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แล้วก็ถูกย้ายออกไป ตอนนี้ไปอยู่ที่โรงเรียน นายร้อยตํารวจ ท่านอยากให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติเป็นเหมือนรูปปั้นอนุสาวรีย์แบบนี้ หรือครับ ค่อย ๆ เลือนหายไปจากใจประชาชน ผมคิดว่าวันนี้ผมมาวิงวอนเรียกร้องให้ กรรมาธิการที่นั่งอยู่บนนั้นนะครับ บนบัลลังก์แก้ไขข้อผิดพลาดของท่านครับ ปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ตามที่ผมได้เสนอขึ้นมานะครับ แล้วผมคิดว่าผมเป็นคนหนึ่งครับที่ไม่อยากเห็น ไม่อยากได้ยินนะครับ ประชาชนมาต่อว่าตํารวจว่า วันนี้ตํารวจผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ได้กลายมาเป็นตํารวจผู้พิทักษ์ทรราชแล้วครับ ท่านประธานครับ
ต่อไปท่านสาธิต ปิตุเตชะ นะครับ ภาพของท่านมีจํานวน ๓ ภาพนะครับ ไม่อนุญาตเฉพาะ ภาพที่ ๓ นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระยอง ผมขออนุญาตทําหน้าที่ ในการปรับลดงบประมาณหน่วยงานราชการที่ไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง ในส่วนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ปีนี้ของบมา ๘๗,๕๐๐ ล้านบาท ผมสงวนตัดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมจะขอตําหนิการทําหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณครับ ด้วยความเคารพว่ากรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณนั้นมีมาจากทุกส่วนพรรคการเมือง แต่ว่าหน้าที่ที่สําคัญของกรรมาธิการก็คือ การพิจารณาการทําหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ว่าสิ่งที่ผ่านมาในอดีตนั้นมีประสิทธิภาพ มากน้อยแค่ไหน ผมเรียนท่านประธานว่า ผมได้รับข้อมูลจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยท่าน ผบ.ตร. ท่านอดุลย์ แสงสิงแก้ว นี้นะครับ เข้ามาชี้แจงคณะกรรมาธิการด้วยตัวเอง แล้วเขาก็พูดถึงภารกิจของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เขาพูดชี้แจงไว้ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ครับ แล้วก็เป็น ๓ เรื่อง ที่เป็นหัวใจสําคัญของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ข้อแรก เขาบอกว่าตํารวจต้องปกป้องเทิดทูนต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้อ ๒ เขา บอกว่าตํารวจต้องเป็นตํารวจมืออาชีพยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และข้อ ๓ บอกว่าตํารวจ ต้องเป็นตํารวจมืออาชีพที่มีความเชื่อมั่นศรัทธาต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการครับ ท่านเชื่อท่านอดุลย์ไหมครับ ว่าเขาได้ทําหน้าที่ ตามที่ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการท่านได้สอบถามท่านไหมครับ ว่าตํารวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชนจะต้องทําอย่างไร ถ้าท่านไม่ได้ถามผมจะไล่เรียงนะครับ ว่าพฤติกรรมของการใช้อํานาจรัฐผ่านสํานักงานตํารวจแห่งชาติของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นสิทธิ ของกรรมาธิการที่จะต้องตัดงบประมาณ ถ้าเทียบถึงประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ สถาบันตํารวจเป็นสถาบันหลักในการให้ความยุติธรรม เป็นกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นเลย ครับ มีความสําคัญอย่างยิ่งยวด เพราะว่าสถาบันตํารวจนั้นเป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริง เป็นผู้รวบรวมข้อมูลส่งต่อไปยังพนักงานอัยการ และไปสู่การพิจารณาคดีของศาล ถ้าข้อมูล เบื้องต้นมันมีการใช้ดุลยพินิจที่เลือกข้าง ถ้าการใช้ดุลยพินิจมันเต็มไปด้วย ๒ มาตรฐาน มันก็ชัดเจนว่ากระบวนการยุติธรรมชั้นต้น และกระบวนการยุติธรรมระบบของกระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ก็ต้องถูกความเสื่อม ศรัทธาของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานว่าผมคิดว่าขณะนี้ บ้านเมืองใกล้สู่ภาวะรัฐตํารวจครับ แล้วก็ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมของตํารวจเอง แต่เป็นการใช้อํานาจผ่านสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อเป็นเครื่องมือในการที่จะขยายอํานาจ ทางการเมือง หรือเป็นการขยายอํานาจเพื่อทรงอิทธิพลทางการเมืองต่อไป ผมจะเรียนกับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่ามันมีพฤติกรรมหลายพฤติกรรมครับ ทั้งพฤติกรรม ใช้อํานาจ ใช้ดุลยพินิจ หรือพฤติกรรมที่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันหลายท่านว่าเป็นการใช้ ๒ มาตรฐาน ผมยกตัวอย่างนะครับ เราพูดกันเยอะครับ ผมเปรียบเทียบให้เห็นท่านประธาน ที่เคารพ การทําหน้าที่หรือการแสดงบทบาททางการเมืองของพรรคการเมือง เวทีประชาชนพรรคประชาธิปัตย์ไปทําหน้าที่เกือบทั่วประเทศครับ ไปให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชนซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของพรรคการเมือง แต่พวกเราถูกขัดขวาง ถูกก่อกวน ถูกคุกคามข่มขู่ ผมขออนุญาตแสดงภาพเคลื่อนไหวที่ขออนุญาตไว้แล้วในคลิปวิดีโอ (Clip VDO) นะครับ เป็นการกระทําของคนเสื้อแดงที่จังหวัดลําพูนครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานดูตามไปนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อเช้านี้ครับที่พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตให้ท่านประธานได้ดูคลิปครับ เมื่อเช้านี้นะครับท่านประธาน เหตุการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้เป็นครั้งแรกนะครับ แทบจะ เกิดขึ้นที่พรรคประชาธิปัตย์เกือบทุกอาทิตย์ทุกเดือน เมื่อสักครู่ถ้าท่านประธานเห็น จะมี ชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเขาทนไม่ได้ครับ เขาเดินไปตําหนิพี่น้อง เสื้อแดงว่ามาทําอะไรกันทําไมส่งเสียงขนาดนี้ นี่มันพรรคการเมือง เขาไปทําอะไรผิด และท่านประธานเห็นภาพไหมครับที่ผมนําเสนอมีเจ้าหน้าที่ตํารวจกี่คนครับที่อยู่ที่นั่น ผมคง ไม่ถามถึง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรนะครับ เพราะมันไม่ถึงขนาดที่ มีการชุมนุมของจํานวนประชากรมากถึงขนาดนั้น แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ได้รับการปฏิบัติ ทุกครั้งที่เรามีการถูกคุกคามข่มขู่ ก็ต้องเรียนตรง ๆ นะครับว่าพี่น้องข้าราชการตํารวจไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง มีไปบ้าง ภาพเมื่อสักครู่ก็มีไปบ้างครับ แต่เหมือนกับเป็นกรณีที่ไปพูดคุย ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ อย่างชัดเจนว่าจะต้องไม่ให้เกิดสิ่งที่ทําผิดกฎหมายคุกคาม กรณีที่จังหวัดลําพูนชัดเจนครับ มีการยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ผมคนหนึ่งครับยืนปราศรัยอยู่ ใกล้บ้านประธานนิดเดียวครับ จังหวัดลําพูน ผมยืนปราศรัยอยู่ มีทั้งลูกหิน ลูกแก้ว โชคดีมันไม่ถูก โชคร้ายก็ไปถูก พี่น้องประชาชนที่เขามาฟังปราศรัยอยู่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือว่ามีการจับกุมผู้กระทํา ความผิด ๔ คน แต่ได้รับคําตอบจากเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าเป็นชาวต่างชาติ สุดท้ายชาวต่างชาติที่ว่านี้ ในสํานวนสอบสวนของตํารวจกลับกลายเป็นพวกหัวคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ยิงเข้าใส่ คนเสื้อแดง ท่านประธานที่เคารพ นี่คือดุลยพินิจในการทําสํานวนสอบสวน กระบวนการ ยุติธรรมชั้นต้นอย่างไรครับ ผมอยากจะเปรียบเทียบให้ท่านประธานเห็นนะครับ อันนี้ ม็อบเสธ. อ้ายครับ ใช้ตํารวจเป็นหมื่นครับ ทําหน้าที่แข็งขัน ห้ามไม่ให้เข้าเขตพื้นที่ ทําหน้าที่ อย่างจริงจัง เพราะอะไร เพราะว่าม็อบพวกนี้เห็นไม่ตรงกับรัฐบาล เพียงแค่เหตุผลอันนั้นละครับ ผมเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บหลายคนรวมทั้งสื่อมวลชนด้วย ผมไม่ทราบความคืบหน้า ของคดีว่าไปถึงไหนอย่างไรแล้ว ล่าสุดครับท่านประธาน พวกเราพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย กับกฎหมายล้างผิดคนโกง เราก็เดินมากับมวลชนเข้าสภา เราปฏิบัติตามคําร้องขอ ของเจ้าหน้าที่ที่ประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เรามาไม่กี่คน ละครับ ประมาณ ๕,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ คน แต่รัฐบาลนี้ท่านกรรมาธิการได้สอบถามไหมครับ เขาใช้งบประมาณเท่าไรในการจ่ายเบี้ยเลี้ยงของตํารวจทั่วประเทศ ๓๐,๐๐๐ คน มาทําอะไร กันครับ ก็พูดคุยกันสิครับ ก็พูดคุยกันว่ามีการชุมนุมแต่พวกเราไม่มีเจตนาที่จะไปล่วงละเมิด กฎหมาย พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่ท่านเอาตํารวจมา ๓๐,๐๐๐ กว่านาย เสียเบี้ยเลี้ยงวันละ ๑๒ ล้านบาท ที่สําคัญก็คือว่าคณะกรรมาธิการถามหารายละเอียดการใช้ เงินจากการใช้เงินของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านได้หรือยังครับ เขาให้รายละเอียดท่าน มาหรือยังครับ ผมเข้าใจว่าท่านยังไม่ได้รับรายละเอียดจากสํานักงานตํารวจแห่งชาตินะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีตัวอย่างอีกหลายคดีที่เป็น ๒ มาตรฐานและเลือกปฏิบัติ อย่างชัดเจน คดีเอกยุทธผมคงไม่พูดถึง แต่ก็จะเรียนท่านประธานผ่านคณะกรรมาธิการ ไว้นิดหนึ่งว่าการใช้ดุลยพินิจในการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ดุลยพินิจมันหมายถึง เป็นความเห็น เป็นความรู้สึกส่วนตัว หมายความว่ามีอํานาจในการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ ดุลยพินิจในทางไหน คดีของคุณเอกยุทธมันมีความชัดเจนจากหน่วยงานที่อยู่ใน สํานักงานตํารวจแห่งชาติเหมือนกัน นั่นคือสถาบันนิติเวชวิทยาที่เขาผ่าชันสูตรพลิกศพแล้ว เขาบอกว่าสาเหตุจากการตายนั้นเป็นการตายแบบใช้ท่าล็อกจากข้างหลัง แต่พนักงาน สอบสวนของเจ้าหน้าที่ตํารวจนครบาลรับฟังเฉพาะคําให้การของจําเลยครับท่านประธาน รับฟังคําให้การของจําเลย ซึ่งในกระบวนการกฎหมายวิธีพิจารณาความผมเรียนท่านประธาน ว่าเขาไม่รับฟัง จะรับฟังก็ต่อเมื่อเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน แต่คดีนี้ไม่รู้เป็นอะไรครับ พิเศษมาก เชื่อคําให้การของจําเลย ท่านวิทยาได้ถาม ท่าน ผบ.ตร. อดุลย์ไหมครับ และทั้ง ๆ ที่ มีข้อมูลชัดเจนจากสถาบันนิติเวชวิทยาว่า มันไม่ใช่เป็นอย่างที่จําเลยในคดีนี้ให้การ แต่ปรากฏว่าคดีนี้รีบสั่งฟ้องไปที่อัยการเรียบร้อยแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผมเรียนว่า ผมได้บอกกับ ท่านผู้บัญชาการตํารวจนครบาลว่าอย่าเพิ่งปิดคดีนี้ครับ มันมีข้อมูลใหม่ ๆ ที่จะสามารถ รวบรวมแล้วใช้ดุลยพินิจในการสั่งฟ้อง หรือจะสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร นิดเดียวครับ ไม่ลงรายละเอียด รถตู้ที่เกิดเหตุ ถ้าจะขยายผลจริง ๆ เอาไปสอบสวนหาร่องรอย ลายพิมพ์นิ้วมือคนที่อยู่ในรถตู้ กรรมาธิการวิชาญได้ถามตํารวจไหมครับ ทําแล้วหรือยัง ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้ถาม มันละเอียดอ่อนครับ ว่าดุลยพินิจในการสอบสวนเพิ่มเติมในคดี ที่เป็นประโยชน์ก็จะรีบสรุปสํานวน ท่านประธานที่เคารพยังมีอีกหลายคดีครับ มีคดีคุณป้า หน้ากากขาวที่สวนลุมพินียืนชุมนุมกันริมถนนฟุตบาธ (Foothpath) ไม่ได้ออกไปที่ถนนครับ ปรากฏว่ามีชายวัยรุ่นขับมอเตอร์ไซค์อายุประมาณสัก ๒๐ ปีกว่า ๆ ขับมอเตอร์ไซค์มาแล้ว ใช้เข็มฉีดยา ในเข็มฉีดยาบรรจุเลือดทิ่มไปที่อกของคุณป้าอายุ ๖๐ กว่าปี เป็นที่ตกใจว่า พนักงานสอบสวนหลังจากเกิดเหตุเขาไปแจ้งความไม่ได้มีความคืบหน้าอะไรเลย ปรากฏว่า อาสาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นคนนําคุณป้าไปส่งโรงพยาบาล แล้วเอาหลอดฉีดยานั้น ไปตรวจเลือดที่อยู่ในหลอดฉีดยา ปรากฏว่ามีเชื้อเอชไอวี (HIV) ครับท่านประธาน โดยข้อหานั้น ก็หมายความว่ามีเจตนาพยายามฆ่า คุณป้าผู้เสียหายพร้อมญาติพยายามไปถามความคืบหน้าที่โรงพักสวนลุมพินี ไม่มี ความคืบหน้าครับ กล้องวงจรปิดที่อยู่ที่เกิดเหตุ มีครับ แต่ไม่ได้รับความขวนขวายที่จะ เอาข้อมูลในกล้องวงจรปิดเพื่อนําไปสู่การขยายผลในทางคดีว่าคนที่มันทําผิดเป็นใคร ผิดกับคดีนี้ครับ คุณทักษิณ ชินวัตร อยู่ต่างประเทศแอบฟังรายการผ่าความจริงที่พวกผม อภิปรายปราศรัยกัน ซึ่งผมรับผิดชอบครับ สิ่งที่พูดในเวที แต่แปลกใจนิดเดียวครับว่า คุณทักษิณเป็นนักโทษในคดีอาญาอยู่ต่างประเทศ มอบอํานาจให้คนมาแจ้งความดําเนินคดี กับผมหลักของมันก็คือว่าถ้าเป็นคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ถ้าเขามอบอํานาจให้ดําเนินคดี อาญาต้องไปที่สถานกงสุลครับ และสถานกงสุลก็ต้องรู้ว่านักโทษในคดีอาญาที่หนีคดีอยู่ที่ ประเทศอะไรต้องรีบส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ตํารวจประสานไปยังอัยการเพื่อขอตัวรับกลับมา ในประเทศ
มีผู้ประท้วง เชิญท่านจิรายุ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขออนุญาตประท้วง ท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ และให้ท่านประธานควบคุมตามข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ เนื่องจากผู้อภิปราย อภิปรายพาดพิงไปถึงกระบวนการยุติธรรม ใครจะอยู่ต่างแดน ใครจะมอบใครก็แล้วแต่ ถ้าศาลรับฟ้องก็เป็นดุลยพินิจของศาลนะครับ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับว่า ท่านจะอยู่ต่างประเทศหรือท่านจะอยู่ในประเทศ และที่สําคัญมันจะไปก้าวล่วงหลายองค์กร หลายหน่วยงาน ท่านประธานครับ ได้โปรดวินิจฉัยให้ท่านเข้าประเด็นในการแปรญัตติด้วยครับ
ท่านสาธิตถ้าอย่างนี้แล้วมันมีการพาดพิงก็จะมีการประท้วง ก็กรุณาช่วยประธานบริหารเวลา บริหารการทําหน้าที่ด้วยครับ จะได้เดินหน้าต่อไป หลายวันแล้ว ช่วย ๆ กันหน่อยครับ
ผมเรียนท่านประธานว่าผมยินดีให้ความ ร่วมมืออยู่แล้วครับท่านประธาน แต่ว่าผมเรียนเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ครับว่า สิ่งที่ผมอภิปรายนี่ ผมกําลังอภิปรายสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และผมอภิปรายว่าการปฏิบัติหน้าที่ของ สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐาน และเป็นการใช้ดุลยพินิจเพื่อประโยชน์ ไม่ทําตามหน้าที่ที่มี เลือกทําหน้าที่ให้กับการรับใช้ผู้มีอํานาจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเปรียบเทียบอีกคดีหนึ่งครับ ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ความเห็นเรื่องผู้บัญชาการตํารวจนครบาล ท่านคํารณวิทย์ ธูปกระจ่าง กรณีอื้อฉาว สํานักงานตรวจการแผ่นดินสรุปแล้วว่ามีความผิด ประมวลจริยธรรมของข้าราชการ คดีนี้ได้ถูกร้องเรียนทางวินัยไปที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติแล้ว สํานักงานตํารวจแห่งชาติทําอะไรอยู่ล่ะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมานานแล้ว หลายเดือนแล้ว เรื่องมันหายไปอยู่ที่ไหนล่ะครับ เขาบอกว่าผิดวินัยชัดเจน อันนี้ก็ช่วยกันอีกครับ แล้วท่าน ไม่ถามเขาหรือครับถ้าจะให้เงิน ๘๗,๐๐๐ ล้านบาทไป ผมกําลังจะพูดถึงเอกสาร ที่กรรมาธิการได้สอบถาม ยังติดขัดอยู่หลายเอกสารที่ยังไม่ส่งให้คณะกรรมาธิการ และสํานักงานตํารวจแห่งชาติกําลังจะซื้อเครื่องบิน ๑ ลํา งบประมาณ ๑,๑๕๐ ล้านบาท เริ่มต้นที่ปี ๒๕๕๗ ๑๗๒ ล้านบาท ท่านถามสํานักงานตํารวจแห่งชาติไหมครับว่าจะเอา เครื่องบินไปทําอะไร มีการถามถึงกรณีก่อสร้างโรงพักที่กล่าวอ้างว่ามีการอนุมัติรวมสัญญา แต่ก็มีความชัดเจนว่าขณะนี้การรวมสัญญาเป็นเรื่องปกติ แต่ความผิดปกติอยู่ที่ ทําไมสํานักงานตํารวจแห่งชาติอนุญาตให้เขาต่อสัญญาไปเรื่อย ๆ ไม่ยุติสัญญา ไม่ปรับ กรรมาธิการงบประมาณทําหน้าที่บ้างหรือเปล่าครับ ท่านทําหน้าที่ดีแล้วหรือครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สด ๆ ร้อน ๆ ครับ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช การทําหน้าที่ของข้าราชการ ตํารวจ ผ่านการใช้อํานาจมันจะมีปัญหาอย่างนี้ละครับ มันมีการเอาใจครับ เพื่อหวังจะได้ ก้าวหน้าในตําแหน่ง มีการรายงานมายังรัฐบาล แล้วก็มีการรายงานไปยังสถานีวิทยุ ว่าการ ชุมนุมนั้นเป็นการชุมนุมของม็อบหน้ากากขาว เป็นม็อบที่ต่อต้านรัฐบาล ท่านรัฐมนตรีอยู่ที่นี่แล้ว นะครับ การรายงานข้อมูลแบบนี้มันเป็นการปฏิบัติหน้าที่รับใช้เอาใจผู้มีอํานาจอย่างชัดเจน มันก็เลยเกิดเหตุบานปลายอย่างนี้ละครับ เพราะที่จริงแล้วม็อบที่เกิดขึ้นเป็นม็อบที่เขา เดือดร้อนเรื่องราคายางพารา เมื่อมีการรายงานอย่างนั้น รายงานข่าวจากสํานักข่าวไทย ก็กลายเป็นว่ามีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ คุณราเมศ รัตนะเชวง ถูกทําร้ายร่างกาย บาดเจ็บสาหัส ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้กี่ปีแล้วครับ กี่เดือนแล้วครับ คดียังเงียบอยู่ครับ กรณีหัวคะแนนคุณแทนคุณ จิตต์อิสระ เรื่องไปไหนล่ะครับ ผมเห็นบางเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ผู้มีอํานาจ ยกตัวอย่างให้ชัดนะครับจะได้เห็นชัด เรื่องที่ผมพูดไปนี่เงียบหายไม่มีการสืบสวน ไม่มีการสอบสวนเพิ่ม ไม่มีการทําอะไร แต่ดูคดีนี้สิครับ คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล โพสต์ภาพ ซึ่งไม่ทราบว่าจะผิดข้อหาอะไรนะครับ ฟังให้ชัดนะครับท่านประธาน ยังไม่ทราบว่าจะผิด ข้อหาอะไร เพราะคําว่าแรดนี่มันไม่ได้มีความเสียหาย หรือถ้าจะผิดก็ผิดคดีหมิ่นประมาท บุคคล บุคคลก็ไปแจ้งความสิครับ แต่วันนี้กลายเป็นว่าผู้ที่เล่นไลน์ (Line) หรือโพสต์ข้อความ มีความผิดความมั่นคงแห่งชาติ เพราะไปวิพากษ์วิจารณ์นายกรัฐมนตรี แค่นี้หรือครับ นี่คือการใช้อํานาจ ชะเลียผู้มีอํานาจอย่างไรครับ ในการใช้ดุลยพินิจ ในการตั้งสํานวนสอบสวน ทําทุกอย่างเพื่อเอาใจ เพื่อจะได้มีความก้าวหน้าในอาชีพ เพื่อจะมีความก้าวหน้าในตําแหน่ง ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนเนื่องจากเวลาเหลือจํากัดนะครับ มีอีกหลายตัวอย่าง ที่ผมเห็นว่าที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติมาของบประมาณจากท่านไป ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท มีการทํางานที่ยังเป็น ๒ มาตรฐาน แล้วก็มีการใช้อํานาจรัฐผ่านสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมือง จะใช้งบประมาณ จะใช้การบริหารอย่างอื่น ผมก็ถือว่าเป็นสิทธิเป็นหน้าที่ครับ แต่ถ้าใช้กลไกในกระบวนการยุติธรรมและเป็น กระบวนการยุติธรรมชั้นต้นนี่ผมคิดว่าเป็นปัญหาอย่างแน่นอนครับ เราจะไม่ได้รับ ความเชื่อถือจากพี่น้องประชาชนในสถาบันตํารวจอีกเลย สํานักงานตํารวจแห่งชาติ จะไม่ใช่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ก็จะทําหน้าที่พิทักษ์ผู้มีอํานาจทางการเมือง และท่านคิดดูสิครับท่านประธาน ถ้าเกิดมีอํานาจเปลี่ยนแปลงไปการจะฟื้น ความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อพี่น้องข้าราชการตํารวจจะทําอย่างไรล่ะครับ ถ้าเราทําให้ สถาบันข้าราชการตํารวจพังไปกับมือของผู้ใช้อํานาจในรัฐบาลชุดนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมได้ทําหน้าที่ในการวิพากษ์วิจารณ์และการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณางบประมาณในหน่วยงานสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ผมก็เลยขอแปรญัตติ ตัดงบลงจาก ๘๗,๐๕๑ ล้านบาท ไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านจุติครับ ท่านสุรเชษฐ์ขอก่อน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๕ ผมได้ปรับลดเฉพาะของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ปรับลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด เหตุผลก็คือว่างบประมาณของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติปีนี้ได้ขอไว้ ๘๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วโดยประมาณก็เกือบ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่มาดูภารกิจของสํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องถือว่าภารกิจที่รักษา ความสงบเรียบร้อยในประเทศซึ่งมีความสําคัญอย่างยิ่ง ผมไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการ ได้ให้ความสําคัญกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้มากน้อยแค่ไหน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพลักษณ์ของตํารวจไทย เราก็ได้ยินอย่างสม่ําเสมอว่าข้าราชการที่มีสินบนหรือว่า เงินรายทางต่าง ๆ นะครับ และจะเป็นว่าทุก ๆ โรงพักเขาจะต้องถามว่าเงินกองกลางมีไหม คือภาพลักษณ์ของตํารวจไทยในสายตาและความรู้สึกของคนไทยผมคิดว่าเป็นลบ อาจจะ เป็นไปได้เพราะว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติเวลาของบประมาณมา ผมคิดว่ามันน้อยกว่า ภารกิจที่จะต้องแบกรับ เพราะฉะนั้นผมถึงไม่แปลกว่ารัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณให้กับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติมากน้อยแค่ไหน ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติรับได้ เพราะถ้าหากว่าไม่มีงบเพียงพอก็สามารถที่จะหาเงินนอกงบประมาณไปใช้ได้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับเราจะสังเกตเห็นได้ว่าคดีต่าง ๆ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนแทบจะหา ความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองได้ยากมาก เราจะสังเกตเช้า ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ของสรยุทธคดีจะมีเกือบทุกวันคดีปล้นจี้ ไม่ว่าจะปล้นธนาคาร ปล้นร้านทอง ปล้นร้านสะดวกซื้อหรือว่าจี้หรือแท็กซี่ถูกจี้หรือแท็กซี่จี้ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาเป็นรายวันหรือจะบอกได้ว่าทุกวันทุกคืนก็ว่าได้ อาจจะเป็น ตํารวจมีอัตรากําลังไม่เพียงพอหรืออย่างไร ผมคิดว่าในเรื่องของอัตรากําลังเราไม่สามารถ ที่จะอ้างได้ แต่ประสิทธิภาพในด้านของการสืบสวนสอบสวนตรงนี้เองเราก็จะถูกตําหนิว่า ตํารวจไทยนั้นวันนี้แทบจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์จะเห็นความสําคัญมากกว่าคดี หรือความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ติดใจนะครับว่า งบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติซึ่งได้ขอไว้ ๘๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ และก็ถูกปรับลดไป ๕๐๐ กว่าล้านบาท แต่กรรมาธิการก็ได้แปรกลับเพิ่มให้กับตํารวจไปอีก ๒๖๔ ล้านบาท ซึ่งไปให้ความสําคัญกับการปราบปรามและป้องกันเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติด แต่ที่ผมติดใจก็คือภารกิจตํารวจที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอมาแค่ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ซ้ํายังถูกตัดอีก ปีนี้ได้แค่ ๑,๗๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านไม่ดูรายละเอียด บ้างเลยหรือว่าที่ขอมานี่มันเพียงพอกับภารกิจที่แบกรับอยู่ในขณะนี้ไหม ทั้ง ๆ ที่ว่าหน่วยงานอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กอ.รมน. ก็ดี หรือว่ากองทัพ ๓ เหล่าทัพก็ดี ได้รับงบประมาณเข้าไปในพื้นที่ตรงนั้นเป็นพันเป็นหมื่นล้าน หมื่นกว่าล้านบาท ถ้าหาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งของ กอ.รมน. รวมถึงกับกองทัพ แต่ตํารวจที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ได้แค่ ๑,๗๐๐ ล้านบาท ท่านดูรายละเอียดสิครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบดําเนินงาน งบดําเนินงานนี่ ๑,๔๐๐ ล้านบาทกว่านะครับ ส่วนงบในส่วนของงบค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่ในเรื่องของเงินพิเศษหรือเงินเสี่ยงภัย เพราะฉะนั้น ตํารวจทุกนายที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ขณะนี้จะได้รับเบี้ยเลี้ยงหรือเงินเสี่ยงภัยต่อเดือนต่อคน ก็แค่ ๖,๓๖๐ บาทเท่านั้น เงินอื่น ๆ ไม่มีแล้ว มีอย่างเดียวก็คือเงินทําศพ ถ้าเกิดว่า มีการเสียชีวิตก็อาจจะได้เงินปลอบขวัญหรือเงินเยียวยาอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ที่ได้พูดถึงก็คือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท คุ้มไหม ไม่คุ้มครับ ท่านประธานครับ และโดยเฉพาะ ในเรื่องของงบสนับสนุนในเรื่องของน้ํามันเชื้อเพลิง ท่านทราบไหมว่าในโรงพัก เกือบทุกโรงพักในพื้นที่ ๓ จังหวัด ได้ค่าน้ํามันเชื้อเพลิงต่อโรงพักหนึ่ง ๆ แค่ ๓,๙๐๐ บาทเท่านั้น ๓,๙๐๐ บาท ไหนค่ารถ ค่าน้ํามันรถ ประเภทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถบรรทุก ๓,๙๐๐ บาท มันจะเพียงพอได้อย่างไร นี่ละมันทําให้ประสิทธิภาพของตํารวจในการที่จะไป สืบสวนหรือหาข่าวแทบจะไม่ต้องออกเลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยานพาหนะ ท่านลงไปดูสิ ผมอยากให้กรรมาธิการหรือว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบลงไปดูสภาพข้อเท็จจริงในการ ปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจในพื้นที่ ๓ จังหวัดว่ามีสภาพของรถนี้มันดี ไม่ดีแค่ไหน ผมเรียนท่านประธานครับว่ารถยนต์นั้นส่วนใหญ่เป็นรถเก่าแล้วก็จอดเป็นขยะเศษเหล็ก อยู่ข้างโรงพัก ตามรั้วโรงพักมากมาย ที่ใช้ได้จริง ๆ มีอยู่ประมาณสัก ๕-๖ คัน เพราะฉะนั้น ไม่แปลกครับว่าเวลาไปสืบสวนหรือไปหาข่าว ถูกทางฝ่ายตรงข้ามทําร้ายได้ง่ายดายมาก ชนิดรถหุ้มเกราะขอมา เราก็ไม่อนุมัติ แต่ถ้าหากว่าฝ่าย กอ.รมน. ขอมาทุกเรื่อง ได้ นี่คือความแตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางโรงพักเท่าที่ผมไปตรวจเยี่ยม ไปให้กําลังใจ มักจะถูกสะท้อนมาว่าถ้าหากว่าทาง ส.ส. พอที่จะช่วยได้ ช่วยเจียดงบประมาณในการที่จะ ซื้อรถจักรยานยนต์เถอะ เพื่อในการที่จะออกไปหาข่าวหรือว่าติดต่อประสานงานในพื้นที่ ได้มากขึ้น ในขณะนี้รถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ตํารวจใช้รถของตนเองครับหรือไม่ก็ต้องยืม ของพรรคพวกออกไปหาข่าว แต่ก็ไม่ได้ทุกวันครับ ขยันอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะน้ํามัน เราไปเจียดแค่เดือนละ ๓,๙๐๐ บาทเท่านั้น ผมแปลกใจว่าขณะนี้รองนายกรัฐมนตรี ดูแลความมั่นคง ก็คืออดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก และคนที่เป็น ผบ.ตร. อยู่ในขณะนี้ก็คือ พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ซึ่งเคยเป็น ผู้บังคับบัญชาอยู่ในภาคนี้ ผมว่าท่านไม่ทราบ เป็นไปไม่ได้ แต่ผมแปลกใจว่าทําไม ถึงไม่สนับสนุนให้เกิดการคล่องตัว ความสะดวก อํานวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นได้ปฏิบัติและรักษาความปลอดภัยให้กับตนเองได้บ้าง แล้วจึงจะไปรักษา ความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซ้ําร้ายกว่านั้นท่านประธานครับ งบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ค่าน้ําประปา ทุกโรงพักไม่มีครับ ไม่ได้รับ การสนับสนุน บางโรงพักติดหนี้ ผมแปลกใจว่าทําไมทาง สตช. ถึงไม่ได้สนับสนุน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งงบประมาณปีนี้ก็จะไปสนับสนุนค่าสาธารณูปโภคให้กับทาง ศอช.ต. เป็นเงิน ๔,๔๐๐,๐๐๐ บาท แค่นี้เป็นงบสาธารณูปโภคให้กับโรงพักทุกแห่งในพื้นที่ ๓ จังหวัด คนที่ท้อและท้อบ่นให้ผมฟัง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้กํากับที่อยู่อําเภอนอก ๆ หรือตามชนบท แต่ถ้าอําเภอที่อยู่ในเขตเมืองผมคิดว่าก็คงจะไม่มีปัญหา ก็อย่างที่ผมเรียนครับว่าทุกโรงพัก ในขณะนี้เราก็ต้องยอมรับความจริงว่าในเรื่องของเก็บส่วยต่าง ๆ ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้น การบริหารงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายในโรงพักบางแห่งอาจจะไม่จําเป็นที่จะของบประมาณ จากส่วนกลาง เพราะในการแก้ปัญหาก็คือว่าใช้งบประมาณ ใช้เงินนอกงบประมาณ โดยอาจจะเป็นเงินที่มาจากของผิดกฎหมายหรือได้มาจาก ก็สุดแล้วแต่ อาจจะสุจริต หรือไม่สุจริตแต่เป็นเงินนอกงบประมาณ ท่านประธานครับผมอยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก และท่าน ผบ. ตร. พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ถ้าหากว่าท่านได้ยินจากการอภิปรายของผมในวันนี้นั่นคือ สะท้อนให้ถึงความรู้สึก ความลําบากใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตํารวจไม่ใช่ว่าด้อยประสิทธิภาพหรือไม่มีความสามารถ แต่ต้องยอมรับว่าตํารวจดี ๆ ก็ยอมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตรงนั้น แต่ว่าตํารวจ ที่ไปบังคับบัญชา ผมคิดว่าถ้าหากว่าทาง สตช. ให้ความสําคัญการพิจารณาผู้บังคับบัญชาที่ จะไปประจําในพื้นที่ตรงนั้นควรที่จะได้คนที่มีความตั้งใจและเต็มใจที่จะไปปฏิบัติ ไม่ใช่มีแต่คําสั่งย้าย ย้ายแต่ชื่อตัวไม่ไป วันนี้อัตรากําลังตํารวจในพื้นที่ไม่ว่าจะชั้นสัญญาบัตร หรือว่าชั้นประทวนขาดเป็นจํานวนมาก อันนี้เองผมคิดว่าทําให้การปฏิบัติหน้าที่ ของตํารวจในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้น ณ วันนี้ต้องยอมรับว่ามีอุปสรรคและปัญหาค่อนข้าง ที่จะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติภายใต้การบังคับใช้พระราชกําหนดฉุกเฉิน ผมถึงได้เรียกร้องว่า การที่จะให้ยกเลิกพระราชกําหนดฉุกเฉินเนื่องจากว่าขณะนี้ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของฝ่ายทหารหรือ กอ.รมน. ตํารวจเลยไม่มีบทบาทในการที่จะ เข้าไปดําเนินการไม่ว่าในคดีใด ๆ ก็สุดแล้วแต่จะต้องได้รับการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน. หรือว่าฝ่ายทหารเสียก่อน จะเป็นจุดตรวจก็ดีหรือว่าการสืบสวนด้านการข่าวก็ดี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการข่าวท่านดูสิครับว่างบประมาณที่ให้สนับสนุนให้กับตํารวจ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ปีนี้ทั้งปีแค่ ๓๘ ล้านบาท มันจะเพียงพอได้อย่างไร แค่เดินออกไป ๑ ตําบล ๒ ตําบล ผมคิดว่าทั้ง ๓ จังหวัดกี่ตําบลล่ะ แค่นี้ก็หมดแล้ว วันนี้ถ้าท่านเชื่อผม วันนี้ตํารวจไม่ออกไปชุมชนหรือไม่ออกไปหมู่บ้านตําบลก็เพราะอะไรล่ะ ๑. ไม่มีเงินข่าว ๒. ไม่มียานพาหนะ ๓. ไม่มีน้ํามันเชื้อเพลิงที่จะใส่ในยานพาหนะ เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่เขาจะไปแบกรับภาระเขาจะต้องเป็นหนี้เพื่อให้นายได้ดี เพื่อให้นาย ได้หน้า ตรงนี้เองท่านประธานครับผมถึงอยากจะถามกรรมาธิการว่า ในการพิจารณางบประมาณ พื้นที่ที่มีปัญหาท่านพิจารณาในรายละเอียดอย่างไร ทําไมจึงไม่ดูแลความสําคัญของบุคคล ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ตรงนี้ การที่จะมอบขวัญกําลังใจให้เขาก็คืองบประมาณเท่านั้น วันนี้เราได้ยินว่าสถานการณ์ไม่สงบเพราะงบประมาณ แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ประจําในพื้นที่ตรงนั้นคือเจ้าหน้าที่ตํารวจ วันนี้ไม่สามารถที่จะดําเนินการและภารกิจ ได้อย่างเต็มที่เพราะขาดงบประมาณ ท่านประธานครับก็อยากจะฟังคําตอบ คําชี้แจงของ กรรมาธิการว่า เหตุใดที่ท่านได้ปรับลดงบของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตํารวจในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และทําไมท่านจึงไม่แปรญัตติเพิ่มแล้วท่านได้พิจารณาหรือให้ความสําคัญ เกี่ยวกับปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ขอบคุณครับ
ท่านจุติครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมได้ขอสงวนคําแปรญัตติปรับลด งบประมาณในส่วนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งอยู่หน่วยงานที่ไม่มีสังกัดนะครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๒๕ ลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ในวิสัยทัศน์และพันธกิจของสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานครับ ระบุว่า เป็นตํารวจมืออาชีพเพื่อความผาสุกของประชาชน นั่นคือวิสัยทัศน์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และทุกครั้งที่ผมนึกถึงตํารวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของประชาชน ผมจะนึกถึงความเสียสละ ความทุ่มเท ตํารวจอย่างจ่าเพียร หรือ พันตํารวจเอก สมเพียร เอกสมญา และนายตํารวจท่านอื่น ๆ ที่มีอุดมการณ์เช่นนั้น ผมจะนึกถึงคนเหล่านี้ครับ แต่ไม่ใช่ตํารวจการเมืองแบบจูดี้นะครับ สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานคือว่า ผมอยากจะถามคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณปีนี้ครับ ว่าท่านได้ มีการประเมิน มีการตรวจสอบผลงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติอย่างละเอียดรอบคอบ หรือไม่ ท่านได้มีการประเมินพันธกิจของสํานักงานตํารวจแห่งชาติซึ่งมีถึง ๖ ข้อว่า สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติได้ปฏิบัติภารกิจครบถ้วนสมบูรณ์ตามพันธกิจทั้ง ๖ ข้อหรือไม่ นอกจากนั้น แล้วคณะกรรมาธิการไม่ได้ปรับลดแล้วยังแปรญัตติเพิ่มเติมให้อีก ๒๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ ผมก็อยากจะถามว่า ๒๐๐ กว่าล้านบาทนั้นมาจากเหตุผลอะไร เหตุผลที่ให้นั้นเป็นเรื่องของ การป้องกันม็อบไม่ให้มารัฐสภาประสบผลสําเร็จใช่หรือไม่ หรือให้รางวัลที่จัดม็อบไปประท้วง ที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์โดยตํารวจในเครื่องแบบใช่หรือไม่ อยากจะทราบเหตุผลจริง ๆ ที่แปรญัตติเพิ่มเติม ๒๐๐ กว่าล้านบาท เพราะว่าสิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานคือว่า วันนี้ถ้าประเมินผลสัมฤทธิ์ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ซึ่งผู้บริหารสํานักงานตํารวจ แห่งชาติท่านหนึ่งได้แถลงนะครับท่านประธาน แถลงว่าขณะนี้ยังมีหมายจับผู้ต้องหาค้าง ๑๕๐,๐๐๐ คดี ๑๕๐,๐๐๐ คดีนะครับนั่นคือคําแถลง คืองานที่ค้างที่ทําไม่สําเร็จ แต่กรรมาธิการนั้นได้อนุมัติงบประมาณไปให้ และแถมแปรญัตติเพิ่มเติมให้อีก ผมก็อยากจะ ถามว่าเพราะอะไร
ประการต่อมาครับท่านประธาน สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นท่านประธาน จะทราบดีครับว่าเป็นหน่วยงานเดียวที่มีอภิสิทธิ์ อภิสิทธิ์ที่นี้หมายความว่าอย่างไร เป็นหน่วยงานเดียวที่สามารถใช้ตราแผ่นดินที่ได้รับพระราชทานจากรัชกาลที่ ๔ ให้ใช้ ตราแผ่นดินเป็นตราของสํานักงาน ซึ่งเริ่มต้นมาจากตํารวจวังครับท่านประธาน ฉะนั้นวันนี้ ผมกําลังสงสัยครับ สงสัยในภารกิจที่คณะกรรมาธิการนั้นได้ประเมินและอนุมัติงบผ่าน ให้สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นว่า ภารกิจที่สํานักงานตํารวจแห่งชาติทํานั้นเขาได้รักษา ความมั่นคงแห่งรัฐหรือรักษาความมั่นคงของรัฐบาลครับ ผมถามกรรมาธิการ เพราะว่า สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานคือว่า ผมก็เพิ่งเคยเห็นนะครับว่าม็อบตํารวจไปที่ พรรคประชาธิปัตย์ แต่งเครื่องแบบเต็มไปหมดเลย ผมไม่ว่าละครับ ประชาชนทุกคนมีสิทธิ ชุมนุมภายใต้รัฐธรรมนูญ ภายใต้กฎหมาย แต่ผมว่าถ้าไปชุมนุมแล้วในฐานะประชาชนแล้ว จําเป็นต้องแต่งเครื่องแบบหรือไม่ การแต่งเครื่องแบบนั้นเป็นการส่งสัญญาณข่มขู่คุกคาม หรือเปล่า เพราะว่าหนึ่งในพันธกิจของสํานักงานตํารวจแห่งชาติคือบอกว่าจะรักษาความสงบ เรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและชุมชน และจะรักษา ความมั่นคงของราชอาณาจักรให้เป็นที่เชื่อมั่นศรัทธา ผมถามท่านประธานนะครับ ม็อบตํารวจวันนั้นที่ไป ไปเพราะว่าไปประท้วงเรื่องว่ามีวันนี้เพราะพี่ให้ แต่ไม่เคยคิดนะครับ มีวันนี้เพราะพี่ให้ ๑๐ ครั้ง ไม่เท่ากับว่ามีวันนี้เพราะพ่อแผ่นดินให้สักครั้งเดียว สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นตั้งขึ้นมาบนงบประมาณของแผ่นดินจากภาษีของประชาชน แต่ว่าวันนี้อยากจะถามคณะกรรมาธิการว่าได้ถามในเรื่องของม็อบตํารวจที่ไปหรือไม่ และมี การลงโทษสอบสวนอะไรบ้างหรือเปล่า สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปก็คือว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นมีคณะกรรมการที่เขาเรียกว่าคณะกรรมการนโยบาย ตํารวจแห่งชาติ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานโดยตําแหน่ง และคณะกรรมการนี้ก็ได้ ใช้งบนี้นี่นะครับ งบที่ท่านอนุมัติ ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท กําหนดนโยบายบริหารราชการตํารวจ กํากับ ดูแล แล้วก็ตรวจสอบ ถ้าท่านประธานจะเห็นนะครับว่าสิ่งที่กําลังเกิดขึ้นในสํานักงาน ตํารวจแห่งชาตินั้นคืออะไรครับ ถ้าท่านประธานมีญาติพี่น้องเป็นตํารวจ เวลาเขารับใบ ที่เมื่อจบโรงเรียนนายร้อยตํารวจแล้วเขาจะมีเขียนคําขวัญนะครับ ท่านประธานครับ พึงเว้นการควรเว้น ประพฤติการควรประพฤติ วันนี้ผมมีคําถามกับคณะกรรมาธิการ ว่าได้ซักถามสํานักงานตํารวจแห่งชาติหรือไม่ ที่มารับงบประมาณปีนี้ ๘๗,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ท่านได้ถามไหมครับว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นได้รับผู้บริหารนายตํารวจกลับเข้ารับ ราชการท่านหนึ่ง เป็นพลตํารวจเอก ลาออกจากราชการแล้ว มาสมัครผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร ในนามพรรครัฐบาล และท่านนายกรัฐมนตรีเดินหาเสียงให้ด้วย นั่นคือ สถานะของนักการเมืองแล้วครับท่านประธานครับ สถานะของนักการเมืองแล้ว เสร็จแล้ว เมื่อไม่สําเร็จ ใส่เสื้อพรรคไม่สําเร็จ ก็กลับไปรับราชการแต่งชุดตํารวจใหม่ ผมถาม ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ตรงนี้เกิดขึ้นจะสร้างความเชื่อมั่นศรัทธาให้กับประชาชน ได้หรือไม่ สําหรับผมไม่ละครับ รถชนกัน เฉี่ยวกัน คนหนึ่งมีบัตรเป็นพรรคพวก พรรคการเมืองของรัฐบาล ผมไม่ใช่ หรือประชาชนธรรมดาไม่มีพวกเลย ผมถามว่าผมจะถาม หาความเป็นธรรมจากที่ไหน นี่คือความเชื่อมั่นศรัทธาไม่เกิด แล้วถามว่าคณะกรรมการ สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ตาม คณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติก็ตาม ปล่อยให้ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร มันทําลายความเชื่อมั่นศรัทธาของสํานักงานตํารวจ แห่งชาตินะครับ ผมคิดว่าตกต่ําที่สุดแล้วยุคนี้ ที่ไม่กลั่นกรองคนเข้ารับตําแหน่ง แถมเวลา แต่งตั้งทีท่านประธานจะเห็นนะครับ เครื่องบินบินไปฮ่องกงเต็มลําเลยครับ เต็มลํา คือท่านประธานจะเห็นว่า นายตํารวจไปต่างประเทศเพื่อไปคารวะนายใหญ่ เพื่อการเข้าสู่ ตําแหน่ง ใครไม่มีตั๋วไม่ต้องโผล่มา ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งเหล่านี้ คือผมตั้งคําถามว่า พันธกิจที่ท่านได้ประเมินสํานักงานตํารวจแห่งชาติทั้ง ๖ ข้อนั้น ท่านได้ ทําตามพันธกิจสักกี่ข้อ นอกจากนั้นแล้วพันธกิจข้อที่ ๒ ที่ใช้เงิน ๘๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นจะบังคับใช้กฎหมายอํานวยความยุติธรรม ให้บริการประชาชน ด้วยความเสมอภาค เป็นธรรมตามหลักธรรมาภิบาล ถ้านายตํารวจใหญ่อย่างจ่าเพียร พันตํารวจเอก สมเพียร เอกสมญา มาพูดกับผม ผมจะเชื่อครับ ผมนึกถึง ตชด. ตํารวจ ตระเวนชายแดนปกป้องแผ่นดิน ลําบาก อดอยาก อัตคัด ขัดสน มีเงินเดือนกับเบี้ยเลี้ยง เท่านั้น ไม่มีโอกาสได้เติบโต นี่คือตํารวจมืออาชีพครับ ซึ่งพวกผมนั้นต้องคารวะด้วยใจจริง แต่อีกเสี้ยวหนึ่งของสํานักงานตํารวจแห่งชาติเต็มไปด้วยความอู้ฟู่ ฟุ่มเฟือย เรียนลัด โตได้ จากเส้นสายการมีอภิสิทธิ์ในการที่เข้าสู่ตําแหน่งโดยไม่มีผลงาน ผมถามว่าตรงนี้นะครับ กรรมาธิการได้พิจารณาหรือไม่ว่าในการพิจารณาคนเข้าสู่ตําแหน่งนั้น สํานักงานตํารวจ แห่งชาตินั้นได้ทําตามหลักธรรมาภิบาลหรือไม่
ประการต่อมาครับ ผมว่าวันนี้ระหว่างตํารวจมืออาชีพ กับตํารวจโจร ผมพูด ตํารวจโจรเพราะว่าตํารวจโจรอาจจะมีจํานวนน้อยในสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แต่เป็นหน้าที่ โดยตรงของผู้บริหารสูงสุด และเป็นหน้าที่โดยตรงของคณะกรรมการนโยบายตํารวจแห่งชาติ ต้องกําจัดเหลือบเหล่านี้ออกไปจากวงการตํารวจครับ ผมมีคําถามถามกรรมาธิการครับ ว่าท่านเพิ่งพิจารณางบประมาณเสร็จเมื่อเดือนสิงหาคมนี้เอง มีจดหมายฉบับหนึ่งครับ ซึ่งเป็นจดหมายที่แถลงข่าวรู้กันไปทั่วประเทศ ลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๖ โดย ส.ส. จังหวัดสงขลา นายศิริโชค โสภา ทําจดหมายร้องเรียน พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติครับท่านประธาน ถามว่าเมื่อวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ปีนี้เอง มีการจับตํารวจใช้รถตํารวจขนยาเสพติที่หาดใหญ่ แล้วก็ใช้รถตํารวจติดตราสถานีตํารวจภูธร หาดใหญ่ ปรากฏว่าตํารวจดีอีกชุดหนึ่งไปซุ่มจับครับ ท่านประธานครับ ซุ่มจับแล้วก็ไล่กวด แล้วรถที่หนีก็เปิดไซเรน (Siren) รถตํารวจหนีครับ ตํารวจที่จับก็ต้องเปิดไซเรนตํารวจจับ ชาวบ้านงงครับ ท่านประธานครับ อะไรว่ะตํารวจคนหนึ่งหนีอีกคนหนึ่งจับ แต่ในที่สุดความดี ชนะความชั่วครับท่านประธานครับ ตํารวจดีจับตํารวจชั่วได้ครับ จับได้ครับ เจอยาบ้า เจอยา เสพติด แต่ตํารวจดีในที่สุดแพ้ครับ เพราะในบันทึกการจับกุมไม่บันทึกว่าใช้รถตํารวจ ไปขนยาครับ ท่านศิริโชคก็เลยทําจดหมายนี้ถึงผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ แล้วก็ทวงว่า วันนี้ยังไม่ได้รับคําตอบ ไม่มีความคืบหน้าในคดีนี้เลย นอกจากนั้นแล้วเราจะเห็นนะครับ ท่านประธาน ในโทรทัศน์ ในหนังสือพิมพ์ว่าตํารวจนี่ใช้รถตํารวจขนงาช้างเป็นข่าวไปทั่วโลก เพราะทั่วโลกนั้นเขาต่อต้านการขายงาช้างครับ แต่ตํารวจไทยนั้นขึ้นเว็บทั่วโลกครับ เพราะว่าใช้รถตํารวจขนงาช้าง มูลค่า ๒๐ ล้านบาท แล้วก็มีตํารวจอีกท่านหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่ง อีก สภ. หนึ่งรับจ้างขนยาครั้งละ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่ถูกตํารวจดีจับได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากจะถามคณะกรรมาธิการครับว่า เรื่องเหล่านี้ท่านได้ถามผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ หรือไม่ที่มาของบประมาณจากท่าน ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าคดีเหล่านี้มีความเป็นมา อย่างไร และทําให้ตํารวจนั้นมีความเชื่อมันศรัทธาตามพันธกิจที่แถลงไว้หรือไม่ นอกจากนั้นแล้ว คดีที่ผมจะต้องพูดให้รับทราบ รับรู้ และประชาชนนั้นกังขาครับท่านประธาน เพราะว่าการ รักษาความสงบเรียบร้อยในความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและชุมชน และ รักษาความมั่นคงของราชอาณาจักรให้เชื่อมั่นศรัทธา วันนี้ครับท่านประธาน คดีที่สื่อ ถูกคุกคาม แต่เป็นคดีที่ไม่ได้รับความสนใจจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติครับ ผมไม่ได้พูดถึง ตํารวจที่ไปทําร้ายจับกุมสื่อช่างภาพทําข่าวม็อบพิทักษ์สยามนะครับ เรื่องนั้นทางสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติชี้แจงต่อสมาคมผู้สื่อข่าวมาแล้ว สมาคมช่างภาพมาแล้ว นักข่าวถูกทําร้าย เพราะว่าตํารวจไม่ทราบว่าเป็นนักข่าว ผมก็เลยงงเลยครับว่าถ้าเผื่อเป็นนักข่าวแล้วโดนทําร้าย ถ้าเป็นประชาชนจะเป็นอย่างไร นี่คือคําถามที่ผมอยากจะถามคณะกรรมาธิการครับว่า ในการบริหารงานสํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้นเขามีกี่มาตรฐานกัน อันหนึ่งสําหรับพวก อันหนึ่งสําหรับญาติ อันหนึ่งสําหรับสื่อ อันหนึ่งสําหรับคนจบ ป. ๔ ไม่มีเส้น ร้อยเปอร์เซ็นต์ ราษฎรเต็มขั้นใช่หรือไม่ มีกี่มาตรฐานครับอยากจะทราบ เอาเงิน ๘๗,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไป นอกจากนั้นแล้วสิ่งที่เราจะต้องทราบก็คือว่าคดีคุกคามสื่อส่งข้อความข่มขู่ ชัย ราชวัตร คดีปาระเบิดยักษ์ที่หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ยิงขู่แขวนระเบิดหน้าบ้านบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ ทําร้ายคอลัมนิสต์ (Columnist) ที่เขียนเรื่องโหรภิญโญ พงศ์เจริญ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานได้ว่าเราฟังคําตอบอยู่
สุดท้ายครับท่านประธาน ทั้งหมดทั้งปวงที่ทํามานี้ตํารวจจะทําอย่างไรก็ตาม แต่ผมเสียใจกับเรื่องนี้ครับท่านประธานครับ พันธกิจข้อที่ ๑ ของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ คือถวายความปลอดภัยสําหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท และพระบรม วงศานุวงศ์ ให้บังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ท่านประธานครับ ผมมีในมือผมนี้นะครับ ท่านประธาน ซึ่งผมโชว์ (Show) ไม่ได้ เพราะจะเป็นการเผยแพร่เว็บหมิ่นครับท่านประธาน ผมทําเรื่องนี้กับท่าน ส.ส.พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๐ แล้ววันนี้ก็ไม่หยุดทํา จนกว่าผมจะสู้กับเว็บหมิ่นนี่ใครจะตายกันไปข้างหนึ่ง วันนี้ท่านประธานครับ บทความหมิ่น แดงเดนมาร์ก แดงสวีเดน ตัดต่อรูป อัปโหลด (Upload) โดยแจ๋ว จุด จุด จุด ผมไม่พูด นะครับ ๑๒๘ วิดีโอ (Video) อัปโหลดโดย จุด จุด จุด ประชาชน ๔๕๑ วิดีโอ แล้วก็มีเรื่อง ของมาตรา ๑๑๒ หมิ่นสถาบันอีก ๕๖ วิดีโอ หมิ่นหมด แล้วที่ผมพูดนี้คือยังเปิดอยู่นะครับ ไม่นับแดงสยามโซเชียล ลิสท์ อีกนะครับท่านประธานครับ ที่ผมพูดนี้ผมถามว่าสํานักงาน ตํารวจแห่งชาติถือเป็นพันธกิจข้อแรกของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ แล้วปล่อยให้เหตุการณ์ เหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ทําไมไม่จัดการ ทีสื่อใครไปโพสต์ด่านายกรัฐมนตรีออกมาจับเลย ใครไปแฮกเว็บ (Hack Web) นายกรัฐมนตรีออกมาจับเลยภายใน ๒ วัน แต่นี่ครับ ๒ ปี ที่ผมตรวจสอบสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่มีท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เป็นประธาน ยังไม่สามารถจับกุมเว็บ วิดีโอ หมิ่นสถาบันให้หายไปจากแผ่นดินไทยได้เลย ผมถามว่า ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท แล้วท่านยังอนุมัติแปรงบให้เพิ่มอีก ๒๐๐ กว่าล้านบาท เป็นไปได้อย่างไร ในพันธกิจทั้งหมดที่ผมกล่าวกับท่านประธานวันนี้ ผมเสียใจที่สุดคือข้อนี้ครับท่านประธาน ครับ ถ้าท่านประธานเป็นเด็ก ๆ ใครด่าแม่กระโดดชกเลยนะครับ ถ้าด่าบุพการีด่าแบบ หมิ่นประมาทแทงกันในวงเหล้านะครับ แต่นี่ด่าพ่อของแผ่นดินแล้วด่ามา ๒ ปี ผมถามว่า สํานักงานตํารวจแห่งชาติไม่เดือดเนื้อร้อนใจบ้างเลยหรือ แต่ถึงเวลามาประชาชนกดแชท (Chat) กดไลค์ (Like) กดไลน์ (Line) จะไปจับเขาครับ ผมถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ บ้านนี้ เมืองนี้ ภารกิจหลักข้อแรกเลยคือปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์แต่ประชาชน ไปกดไลค์ กดแชร์ (Share) กลับจะถูกจับ ผมถึงได้ตั้งคําถามว่ากรรมาธิการอนุมัติงบไปให้ ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท สํานักงานตํารวจแห่งชาตินั้น ได้ทําหน้าที่ปกป้องเพื่อความมั่นคง ของราชอาณาจักรหรือความมั่นคงของรัฐบาลเท่านั้นครับ ดังนั้นผมประเมินแล้วผมต้องขอ ปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ที่ผมเสนอไว้ เพราะว่าไม่สามารถทําตามพันธกิจที่สัญญาไว้กับ รัฐสภาได้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ
เชิญกรรมาธิการตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ ฐานะรองประธาน กรรมาธิการ ขออนุญาตตอบข้อเท็จจริงต่อคําอภิปรายของท่านสมาชิกนะครับ ต่อการแปรญัตติปรับลดงบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติในมาตรานี้ ขอเรียนให้ ทราบนะครับ ในข้อเท็จจริงก็ส่วนใหญ่จะเป็นการตําหนิหรือว่าการพูดคุยในเรื่องของการ อภิปรายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานนะครับ ก็เรียนให้ทราบนะครับว่า ต่อการซักถามของกรรมาธิการในงบประมาณของตํารวจ ก็เรียนให้ทราบว่าเป็นงบรายจ่าย ประจําเสียส่วนใหญ่ งบพัฒนามีน้อยครับ ยกเว้นงบที่ต่อเนื่องจากผลกระทบของการก่อสร้าง ที่เกิดขึ้นในอดีต อันนี้เราก็มีการตรวจสอบซักถาม ก็มีกรรมาธิการซักถามทั้ง ๒ ฝ่ายก็คือว่า ในส่วนที่ไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จจะทําอย่างไร กับมีงบเพิ่มเติมที่จะต้องดําเนินการ โดยเฉพาะงบเร่งด่วน แล้วกรรมาธิการก็มีการซักถามว่าในการก่อสร้างที่ไม่แล้วเสร็จ มีการบังคับคดีอย่างไรนี้ ก็ดําเนินการในขั้นตอนของกฎหมาย อันนี้ผมเรียนให้ทราบ ในการซักถาม แต่สิ่งที่สมาชิกได้อภิปราย ๒-๓ ท่านนะครับ ก็เป็นสิ่งที่ขณะผมได้ดําเนินการ ทําหน้าที่เป็นประธาน กรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็เปิดโอกาสให้ท่านเป็นคนซักถามเสียส่วนใหญ่ แล้วก็เรียนให้ทราบว่าข้อมูลตัวนี้ท่านมีหมดนะครับ ผมคิดว่าการบันทึกต่อคําอภิปรายของ ท่านสมาชิกส่วนใหญ่นั้นก็จะเป็นการบันทึกไว้นะครับ เรียนเพิ่มเติมต่องบประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านบาท เรามีการปรับลดในเบื้องต้นของตํารวจ เราปรับลดไปประมาณ ๕๐๐ กว่าล้านบาท แล้วการแปรญัตติโดยเฉพาะงบที่มีความสําคัญ ต่อเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ๒๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้เป็นงบเรื่องอื่นที่ท่านเข้าใจ และมีการอภิปราย ซึ่งผมจะไม่ขออนุญาตกล่าวอ้าง ก็เรียนให้ทราบว่าโดยภาพรวม ก็ขออนุญาตให้ไปบันทึกไว้ แต่ว่าในชั้นของกรรมาธิการ คําตอบอีกคําตอบหนึ่งเรื่องของ ซื้อเครื่องบิน อันนั้นก็เป็นการซื้อทดแทนเนื่องจากว่ามีภารกิจแล้วก็ไม่สามารถดําเนินการได้ สําหรับลํานั้นก็มีการซื้อทดแทน แล้วก็มีส่วนที่เพิ่มเติมทางภาคใต้เดี๋ยวจะขออนุญาต ท่านกรรมาธิการวิชาญได้อธิบายรายละเอียดเพียงนิดเดียวครับท่านประธาน จะไม่รบกวน เวลา ขออนุญาตขอบคุณครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการครับ ขออนุญาตตอบเพื่อนสมาชิก ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ ซึ่งได้มีคําถามถามมาถึงทางใต้เกี่ยวกับเรื่องกรณีงบของตํารวจ ได้มี การตั้งงบประมาณไว้ ๑,๘๘๑ ล้านบาท แล้วก็มีการปรับลดงบประมาณไป ๑๔๖ ล้านบาท ตัวเลขที่เราได้มีการปรับลด ในหมวดมีปรับลดจริง ๗,๗๐๐,๐๐๐ บาทเกี่ยวกับเรื่องของ การข่าว จึงขออนุญาตกราบเรียนว่าส่วนนี้ได้มีการสอบถามแล้ว เพราะว่าในหน่วยข่าวกรอง ทั้ง กอ.รมน. ทั้ง ศอ.บต. ทั้งส่วนของตํารวจ แล้วก็หน่วยอื่นของทหาร รวมแล้วงบในเรื่อง การข่าวเกือบ ๔๐๐ ล้านบาทครับในทางใต้ ก็เลยบอกว่าให้มีการแชร์ (Share) ข่าวกันได้ไหม แล้วส่วนที่ปรับลดลงไปมันเป็นแค่เบี้ยเลี้ยงส่วนหนึ่งซึ่งไม่ได้เยอะมาก เพราะว่าสอบถามแล้ว เขาก็ยินดีครับในส่วนนี้
ส่วนที่ ๒ นั้นก็คือในเรื่องของที่ปรับลดเรื่องครุภัณฑ์สิ่งก่อสร้าง ก็มีในเรื่อง ของเสื้อกันกระสุนต่าง ๆ ซึ่งมีราคาที่สูง ซึ่งบอกตรง ๆ ว่าในส่วนนี้เกราะของตํารวจเป็น เกราะอ่อน เกราะแข็งปนกัน ตัวหนึ่งประมาณ ๓๕,๐๐๐ บาท แต่เกราะที่ซื้อทั่วไป ในกรมการปกครองก็ชนิดเหมือนกัน แต่เป็นเกราะแข็งและป้องกันอาวุธปืนสงครามได้ ซื้อในราคา ๒๓,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ํากว่า ฉะนั้นเราก็มีการปรับลดให้ได้เกณฑ์ ซึ่งก็ไม่ได้มีผลกระทบอะไร แล้วก็มีการปรับลดในเรื่องของการก่อสร้างท่อระบายน้ําต่าง ๆ ซึ่งมันเกินงบประมาณ แล้วก็มีส่วนอื่น ๆ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ได้มีการปรับลดไป ทั้งหมดก็ได้ สอบถามแล้วก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ ขออนุญาตกราบเรียน เดี๋ยวคงจะมอบหนังสือ ที่พี่บอกว่าต้องการหนังสือเล่มนี้ซึ่งมีการปรับลดนะครับ ขอบคุณครับ
สมาชิกที่อยู่นอกห้องกรุณาเข้าห้องประชุมครับ ท่านสุรเชษฐ์ แวอาแซ มีอะไรครับ ผมอนุญาตท่าน ๑ นาที ในขณะที่เดินมาเชิญครับ ท่านถามเรื่องอะไร
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ส.ส. จากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ก็ชัดเจนนะครับว่า ด้านการข่าวของเรานั้นไร้ประสิทธิภาพจริง ๆ จากที่ว่าข่าวรวมที่ว่าแชร์กัน อันนี้แชร์บนโต๊ะ เมก (Make) ข่าวขึ้นมา เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าข่าวของเรามันด้อยประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาถึงไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นที่สําคัญที่สุดก็คือตํารวจเป็นข้าราชการประจําที่อยู่ ในพื้นที่ดูแลด้านความมั่นคงโดยเฉพาะ แต่กลับไม่ให้ความสําคัญหรือให้ได้รับความสําคัญ จากด้านการข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมแปลกใจตรงนี้นิดหนึ่ง ทราบว่าทาง ศชต. ทําของบ ขอรถหุ้มเกราะ รถกันกระสุน ปรากฏว่าไม่ทราบว่าทางกรรมาธิการได้ปรับตัดลดใช่ไหมครับ ซึ่งมีความจําเป็นอย่างยิ่งเพราะรถตํารวจจะต้องออกไปสืบสวน จะต้องออกไปสอบสวนคดีต่าง ๆ ในพื้นที่ เห็นไหมครับตัวอย่างที่ถูกถล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อําเภอรือเสาะ เพราะฉะนั้น มีความจําเป็น ทําไมเราไม่สนับสนุน ตรงนี้เองผมอยากจะฝากท่านประธานไปถึง ทางกรรมาธิการ ไปถึงรัฐบาลด้วยว่าถ้าหากสามารถเจียดได้ในงบกลางไปสนับสนุนกิจกรรม หรือภารกิจตํารวจ ๓ จังหวัดนี้ อะไรที่มีความจําเป็นโปรดสนับสนุนเถอะครับ ขอบคุณครับ
ฝากครับ ไม่ได้ถาม สมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมครับ ระหว่างที่คนเดินมา อนุญาตให้ท่านเทพไท ๒ นาที เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม เสียบบัตร แสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เชิญท่านเทพไท ๒ นาที
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เทพไท เสนพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับ ผมจะใช้เวลาเพียงน้อยนิดที่จะพูดถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะกรณีการชุมนุมของเกษตรกรยางพารา ที่ตําบลควนหนองหงษ์ครับท่านประธาน ผมอยากจะพูดเรื่องนี้ไปยังท่านประธานฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ ต้องเรียนว่าในขณะนี้พี่น้องประชาชน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่อําเภอชะอวดรู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งพวกผมเองในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทน ของพี่น้องประชาชนก็อยู่กรุงเทพฯ ปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นภายใต้การนําของ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดและท่านผู้การตํารวจของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้เป็นผู้นํากําลัง ไปสลายการชุมนุมด้วยตัวท่านเอง ซึ่งปรากฏภาพดังที่เห็นครับท่านประธาน ซึ่งทั้งท่านผู้ว่าราชการ และท่านผู้การได้ยืนอยู่บนรถของตํารวจไปบัญชาการการสลายการชุมนุม ซึ่งผมคิดว่า การสลายการชุมนุมไม่น่าจะถูกต้องตามหลักวิธีการหรือตามหลักวิชาการที่ปฏิบัติต่อผู้ชุมนุม ซึ่งก็อยากจะให้ท่านผู้ว่าราชการและท่านผู้การได้ชะลอเรื่องนี้ไว้ รอให้พวกผมในฐานะ เป็นผู้แทนราษฎรได้เข้าไปร่วมในการเจรจาด้วย ก็อยากจะเรียนว่าปรากฏการณ์ทั้งหมดนี้ พวกผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้สึกห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง ท่านวิทยา แก้วภราดัย ได้ทําหนังสือลงนามด้วย ส.ส. ภาคใต้เกือบทั้งหมดยื่นไปยังท่านรัฐมนตรี ซึ่งผมทราบว่า ท่านรัฐมนตรีวราเทพได้รับเรื่องนี้แล้ว ก็อยากจะให้มีคําบัญชาไปยังผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติโดยเร็ว เพราะว่าผมไม่อยากจะให้สถานการณ์ลุกลามไปยิ่งกว่านี้ เพราะฉะนั้น ด้วยความห่วงใยจากพวกผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งไม่ได้มีใครอยู่ในพื้นที่เลยนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ชะลอเรื่องนี้ไว้สักระยะหนึ่ง แล้วพวกผมจะได้มีส่วนร่วมในการที่จะไปช่วยกันเจรจาและแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ
ท่านเทพไทไปไฟลท์ (Flight) เช้าเลยนะ ขอส่งผลคะแนนด้วยครับ ท่านวิทยาครับ ส่งผล คะแนนละครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ เมื่อสักครู่ผมได้ยื่นหนังสือที่จะยื่นกับท่านนายกรัฐมนตรีให้กับท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร และผมก็ทราบว่าขณะที่ผมอภิปรายอยู่ในห้องประชุมท่านนายกรัฐมนตรี ท่านก็อยู่ที่สภา ก็ตั้งใจว่ายื่นหนังสือกับท่านเสร็จผมก็จะเดินออกไปเพื่อหารือกับ ท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อหาทางจะคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ แต่ท่านประธานครับ ผมออกจากห้องไปท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วครับ ผมไม่สบายใจเลยครับ เพราะเรื่องที่ผม จะหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีเป็นเรื่องผลประโยชน์ของประชาชนและผลประโยชน์ ของรัฐบาลที่จะแก้ปัญหา มันทําให้ผมเกิดความรู้สึกว่าวันนี้ประเทศเราดูท่าจะ ไม่มีนายกรัฐมนตรีแล้ว แล้วก็ขอบคุณท่านวราเทพที่ได้รับหน้าแทนไว้ทุกอย่าง และพยายาม เข้าคลี่คลายปัญหา แต่เสียใจจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมรู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีอยู่และท่านไม่ยอม พบกับพวกผม ผมเป็นผู้แทนราษฎรครับ แล้วเราก็มาจากที่นี่ครับ เรื่องจังหวัดไหนผมเชื่อครับ ว่าผู้แทนราษฎรจังหวัดนั้นทราบดี เรื่องจังหวัดพะเยาไม่มีใครเกินท่านประธานครับ แต่ถ้าเรื่องที่จังหวัดนครศรีธรรมราชถามผมครับ พวกผมตอบได้ ท่านไม่ยอมรับคําหารือ ของพวกผม ผมรู้สึกจริง ๆ ครับว่าประเทศนี้ไม่มีนายกรัฐมนตรีครับ
ท่านวราเทพ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ วราเทพ รัตนากร ในฐานะกรรมาธิการ แล้วก็ในฐานะฝ่ายรัฐบาล ขออนุญาตตอบท่านวิทยานะครับว่าท่านก็คงได้ทราบว่าหลังจากที่เราได้ไปพูดคุยกับ ท่านผู้ว่าราชการร่วมกันโดยผ่านทางโทรศัพท์ หลังจากนั้นท่านก็มีข้อเสนอว่าให้ยุติ ในเรื่องของการเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้ชุมนุมประท้วงนะครับ ผมได้รายงาน ท่านนายกรัฐมนตรี และท่านก็ได้สั่งการให้ผมประสานงานกับผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ และผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ทันทีครับ หลังจากนั้นไม่กี่นาทีได้โทรคุยกับผู้บัญชาการตํารวจ แห่งชาติและผู้ว่าราชการจังหวัดให้ถอนกําลังเจ้าหน้าที่ออกไปพื้นที่อยู่ในระยะห่างที่ไม่ให้ เกิดการปะทะ แล้วก็เกิดการเผชิญหน้า แม้กระทั่ง อส. ของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ก็ถอนออกมาด้วยครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติมว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นใหม่ เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีความเป็นห่วง แล้วก็สั่งการทันที ถึงแม้ท่านจะไม่ได้พบ ท่านก็รับทราบเรื่องตลอดนะครับ ไม่ได้มีเจตนาว่าจะไม่พบท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่จังหวะไม่ให้ แต่เรียนตามตรงว่าได้สั่งการด้วยตัวท่านเองแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ที่จะแลกเปลี่ยนนิดหนึ่ง เป็นความรู้สึกผมจริง ๆ ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ยอมเจอหน้า กับ ส.ส. แล้วรู้สึกจริง ๆ ครับว่า ผมไม่มีนายกรัฐมนตรีแล้วครับ
ปิดการลงคะแนนครับ มีสมาชิกในที่ประชุม ๓๑๓ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามมตินะครับ สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการ ที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวน ความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นควร งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ยังมีท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิ มีไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลลงคะแนนด้วยครับ ผู้เข้าประชุม ๔๓๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่านนะครับ
เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออภัยที่ต้องใช้เวลาสั้น ๆ ตรงนี้กราบเรียนท่านประธานครับ เป็นเรื่องสืบเนื่อง จากท่านวิทยา แก้วภราดัย แล้วก็ท่านเทพไท เสนพงศ์ ที่ได้หารือกราบเรียนท่านประธานถึง สถานการณ์ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานว่า สาเหตุมาจากปัญหาเรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ํา โดยเฉพาะราคายางพารา ราคาปาล์ม แล้วก็มีผลกระทบกระเทือนกับชีวิตอนาคตของพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะ ราคายางพารา ไม่กระทบเฉพาะชาวสวนยางพาราภาคใต้ กระทบทั้งชาวสวนยางพารา ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แล้วก็ทุกภาคที่มีการปลูกยางพารา ขออนุญาต กราบเรียนกับท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พวกเราตระหนักกันมา ในระยะเวลาที่ยาวนานพอสมควร สภาผู้แทนราษฎรคืออีกหนึ่งเวทีที่จะสามารถ ใช้แก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ นายกรัฐมนตรีก็เรียกร้องพวกเราทุกคนให้มาที่สภาผู้แทนราษฎร มาแก้ปัญหาเรื่องนี้ แต่ว่าเนื่องจากสภาผู้แทนราษฎรยังไม่เปิดโอกาสให้พวกเราได้ทําหน้าที่ นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง เราขอพบนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้พบ เกษตรกรชุมนุม ประท้วง เรียกร้อง ไม่ได้เรียกร้องสิ่งที่เกินเลย เรียกร้องสิทธิในฐานะประชาชนให้รัฐบาล ลงมาแก้ปัญหาชีวิตอนาคตของเขาเพราะเขาต้องการชีวิตที่ดีขึ้น ราคายางพาราจาก ๑๒๐ บาท ลงเหลือกิโลกรัมละ ๖๐ กว่าบาท แต่ปรากฏว่าได้รับการสนองตอบ ในลักษณะที่สุดท้ายชาวบ้านได้รับบาดเจ็บ พวกผมในฐานะผู้แทนราษฎรต้องการ เรียกร้องสิทธิในการทําหน้าที่แทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎร เปิดสภาผู้แทนราษฎรมา กี่สัปดาห์แล้วครับ พวกผมยังไม่มีโอกาสทําหน้าที่นี้เพราะเหตุว่ามีการประชุมรัฐสภา โดยต่อเนื่อง แล้วก็ประเด็นสําคัญก็คือการแก้รัฐธรรมนูญถูกบรรจุญัตติมาติดต่อกัน สัปดาห์สองสัปดาห์ แล้วเกือบจะกลายเป็นว่าท่านประธานรัฐสภาจะนัดประชุมเรื่อง แก้รัฐธรรมนูญโดยต่อเนื่อง สัปดาห์หน้าเอาอีกแล้วครับ ประธานรัฐสภามีคําสั่งนัดประชุม ร่วมกันของรัฐสภาวันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี เพื่ออะไรครับ เพื่อแก้รัฐธรรมนูญ แก้ให้ใครครับ ผมคงไม่ต้องตอบครับ ประโยชน์ใครครับ ผมคงไม่ต้องตอบ แต่ปัญหาประชาชนละครับ สภานี้ให้เวลาในการแก้ปัญหาประชาชนมากน้อยแค่ไหน วันพุธ วันพฤหัสบดีที่เป็นวันของสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะวันพฤหัสบดีที่พวกผมควรได้รับสิทธิ ในการตั้งกระทู้ถามปัญหาความเดือดร้อนประชาชนและหยิบยกญัตติที่ประชาชนเดือดร้อน ขณะนี้พวกผมยื่นญัตติสู่สภาผู้แทนราษฎร เรื่องพืชผลการเกษตรตกต่ํา ทั้งยางพารา ทั้งปาล์ม และพืชเกษตรตัวอื่นบรรจุอยู่ในระเบียบวาระการประชุมสภา ถ้าท่านประธาน ปล่อยให้ท่านประธานรัฐสภานัดประชุมแก้รัฐธรรมนูญ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี อีก เมื่อไรปัญหาประชาชนจะเข้าสภา นี่คือสิ่งที่อยากกราบเรียนกับท่านประธานครับ ท่านประธานไม่ได้มีสถานะเป็นประธานรัฐสภา ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านรองประธานวิสุทธิ์ไม่อยู่ในฐานะรองประธานรัฐสภาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนัดประชุม แต่ท่านคือผู้ทําหน้าที่รองประธานสภาผู้แทนราษฎรของพวกกระผม ผมขอความกรุณา ท่านช่วยประสานงานครับ ขอความกรุณาท่านประธานรัฐสภางดการประชุมร่วมกัน ของรัฐสภาที่จะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และเปิดโอกาสให้พวกผมผู้แทนราษฎรได้นํา ปัญหาความเดือดร้อนมาพูดกันที่นี่ และเชิญนายกรัฐมนตรีมาด้วยครับ มารับฟังปัญหา อย่างน้อยที่สุดมันจะช่วยคลี่คลายสถานการณ์นอกสภา ลดความรุนแรง แล้วก็ความกดดัน ในเรื่องชีวิตอนาคตของพวกเขาลงไปครับ ขอความกรุณาท่านประธานด้วยครับ ผมกราบเรียนทางผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วว่าวันพฤหัสบดีอย่างน้อยให้พวกผมได้ทําหน้าที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรครับ อย่าไปแก้รัฐธรรมนูญ แก้ปัญหาให้ประชาชนเสียทีครับ ขอบคุณครับ
ผมรับไปประสานให้นะครับ เป็นผลอย่างไรจะแจ้งให้ท่านทางโทรศัพท์ครับ ไม่ต้องหรอก ท่านพิเชษฐ์ ประธานวิปยกมือ เชิญท่านอํานวย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอํานวย คลังผา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย เนื่องจากตามที่ ประธานวิปฝ่ายค้านได้สอบถามเรื่องกระทู้ถาม ได้ประสานกับผมมาตลอด และวันนี้ผมก็ได้ ประชุมวิปที่จะขอความเห็น ก็ได้ตกลงที่จะให้กระทู้ถามในวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งก็ได้เรียนให้ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านได้ทราบมาตลอด จึงนําเรียนให้ท่านประธานได้รับทราบในที่เรา ได้ประชุมหารือกันเรียบร้อยแล้วครับ วันพฤหัสบดีจะมีกระทู้ถามสดครับ
เชิญท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมหารือกับท่านประธานวิปรัฐบาลมาโดยลําดับ แต่ว่าไม่ประสงค์จะพาดพิงท่านนะครับ เพราะผมรู้ว่าท่านก็ไม่ได้มีอํานาจครบถ้วนทั้งหมดในการดําเนินการใด ๆ ด้วยความเห็นใจ ท่านอย่างยิ่ง พวกกระผมไม่ประสงค์จะเฉพาะตั้งกระทู้ถามสด แต่พวกกระผมประสงค์จะให้ ญัตติการแก้ปัญหาพืชผลการเกษตรตกต่ําที่กระทบชีวิตเกษตรกรอยู่เดี๋ยวนี้ โดยเฉพาะ เรื่องราคายางราคาได้เข้าสู่การพิจารณาในวันพฤหัสบดี กระทู้ถามสดทําได้เฉพาะตัวต่อตัว แต่ญัตติเปิดโอกาสให้ผู้แทนราษฎรของพวกกระผมในหลายจังหวัดได้มีโอกาสแสดงความเห็น และต้องการกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีมาร่วมรับฟังปัญหาและมาแก้ปัญหาให้ พวกกระผมด้วย ที่กระผมต้องพูดอย่างนี้เพราะเหตุว่าแนวโน้มที่จะออกมาก็คือวันพฤหัสบดี เขาจะเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรเฉพาะช่วงเช้า พอหมดกระทู้ถามสด กําลังจะเข้าญัตติ เขาจะปิดอีกแล้ว แล้วก็จะแก้รัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายอีกแล้วครับ
ผมรับไปประสานให้ครับ
ตรงนี้จึงเป็นประเด็นที่กระผม ขออนุญาตกราบเรียนให้พวกผมได้ทําหน้าที่ของพวกผมให้ครบวัน ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ นะครับ ขอบคุณครับ
ผมรับไปประสานให้ครับ ผมรับไปประสานแล้วจะโทรไปประสานท่านอีกครั้งหนึ่งในช่วง วันสองวันนี้ครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๒๖ หน่วยงานของรัฐสภา มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ท่านวัชระครับ ๑๐ นาทีครับ ขอบคุณที่ฝ่ายค้านได้กําหนดเวลามาให้ ตั้งเวลานะ ๑๐ นาที เชิญท่านวัชระ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ งบประมาณของหน่วยงานรัฐสภาในมาตรา ๒๖ ที่เสนอขอมาทั้งสิ้น ๘,๙๕๘ ล้านบาทเศษนั้นผมขอปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานที่เคารพครับ สภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นจุดเริ่มต้นของความซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งผมคาดหวังไว้ตั้งแต่สมัย เป็นนักศึกษา แต่มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเป็นในวันนี้ ผมได้เห็นถึงการใช้จ่ายเงิน งบประมาณด้วยความที่ส่อไปในทางทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) อย่างไม่น่าเชื่อ ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมขออนุญาตปรับลดลง ๕ เปอร์เซ็นต์ ขออนุญาตท่านประธาน ได้ดูนาฬิกาเรือนนี้ครับ เป็นนาฬิกายี่ห้อไซโกของมิตรประเทศคือประเทศญี่ปุ่น ซึ่งติดอยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณจํานวน ๔ เรือน ยังใช้ได้ดีอยู่นะครับ ยังเดินตรง ยังใช้ได้ดีทุกเรือน นาฬิกาทุกเรือนในสภาผู้แทนราษฎรยังใช้ได้ แต่ปรากฏว่า มีการแปรญัตติงบประมาณไปจัดซื้อนาฬิกาถึง ๑๕ ล้านบาท ผมได้สอบถามในที่ประชุม กรรมาธิการงบประมาณต่อนายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย ท่านประธานครับ วันนี้ท่านดู หน้าบัลลังก์ท่านครับ ไม่มาทําหน้าที่เลยครับ รวมทั้งท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ไม่มา ทําหน้าที่เช่นเดียวกัน ปล่อยให้เป็นภาระของท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่าน เป็นการเอาเปรียบกัน หรือไม่ ท่านประธานครับ ในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณ นายสุวิจักขณ์ชี้แจงว่าไม่มีงบ จัดซื้อนาฬิกา แต่เมื่อกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จสิ้น หมดการประชุมกรรมาธิการ งบประมาณ นาฬิกาดิจิตอล (Digital) กลับติดไปทั่วทั้งตึกรัฐสภาและตึกสภาผู้แทนราษฎร ไปติดในห้องประมาณถึง ๖ เรือน ท่านประธานครับ ไม่มีความจําเป็นเลย เรือนหนึ่ง ตกประมาณ ๗๕,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ ตรงนี้สะท้อนให้เห็นว่าการใช้จ่ายเงิน งบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นไปด้วยความฟุ่มเฟือย และนาฬิกาเดิมก็ยังใช้ได้ดีอยู่ ผมเกรงว่าถ้าประเทศญี่ปุ่นรู้ว่าเราปลดนาฬิกายี่ห้อไซโกลงจากสภาผู้แทนราษฎรของไทย เกรงว่าจะกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ท่านประธานครับ และนอกจากนี้ ด้วยความที่ทุจริตคอร์รัปชันมากมาย แม้กระทั่งปลาคราป ปลาคราปตัวใหญ่ ๆ ในบ่อที่เลี้ยง อยู่หน้าสภาต่างพากันลาตายกันเป็นแถวเพราะทนไม่ได้กับการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านประธานครับ ที่ลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ ๗ ไปปูหินอ่อนใหม่เป็นเงินถึง ๑๕ ล้านบาท ๒ รายการ ผมไม่ทราบว่าหินอ่อนอะไรแพงขนาดนั้น แล้วหินอ่อนเก่าเอาไปไว้ที่ไหน ห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณที่เรานั่งพิจารณางบประมาณในปีที่แล้ว ทั้งไมโครโฟน และพรมยังใช้ได้ดีอยู่ มาเปลี่ยนในปีนี้เป็นเงินถึง ๓๖ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมจะตัด งบประมาณของกระทรวงกลาโหมต่อหน้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมไม่กล้าตัด เพราะผมอาย ผมอายตรงที่ว่าแม้กระทั่งห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎรยังใช้จ่ายเงินในการตกแต่งเป็นเงินถึง ๓๖ ล้านบาท ผมจึงไม่กล้าตัด งบประมาณของกระทรวงกลาโหม เพราะเหตุนี้ครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ นอกจากห้องประชุมงบประมาณ ๓๖ ล้านบาท ห้องประชุม ยุทธศาสตร์เพื่อการตัดสินใจของรัฐสภา สร้างตรงไหนครับ ไปไล่ที่จอดรถตู้ออก ด้านหลัง หน้าสโมสรเล็กครับ ไล่ที่จอดรถตู้ ๒ คันออก แล้วสร้างด้วยเงินเท่าไรครับท่านประธาน ห้องแคบ ๆ ขนาดนั้นเป็นเงินถึง ๒๔ ล้านบาท รวมแล้ว ๒ รายการ ๖๐ ล้านบาท ท่านประธาน ๒ รายการ ๖๐ ล้านบาท ปรากฏว่าผู้รับเหมาบริษัทเดียวกันครับ เป็นผู้รับเหมาบริษัทเดียวกันคือ บริษัท อินสแตนท์ เซอร์วิสเซส จํากัด ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนามท่าน เพราะท่านเอาเงินภาษีของพวกเราไปเยอะ ท่านประธานครับ ผมด้วยความ เคารพครับ ถ้าสมเหตุสมผลผมไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่มันเกินไปครับ ห้องประชุมงบประมาณ พี่น้องประชาชนทั่วประเทศจะไม่ทราบว่ามันใหญ่ขนาดไหน ผมให้ท่านอุปมาว่าขนาดเท่ากับ สนามตะกร้อ ๒ สนามต่อกัน ไม่ใหญ่เลยครับ ห้องประชุมกรรมาธิการงบประมาณไม่ได้ ตอกเสาเข็ม ไม่ได้มุงหลังคา ฝาผนังก็ใช้ของเดิม แต่ตกแต่งใหม่เขาขออนุมัติจาก สํานักงบประมาณบอกว่าต้องใช้เฟอร์นิเจอร์ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษไม่มีขายในท้องตลาด เฉพาะโต๊ะเฟอร์นิเจอร์ท่านประธานครับเป็นเงินถึง ๑๒ ล้านบาท และการขอเอกสาร เป็นไปด้วยความยากเย็นครับ รับปากต่อท่านประธานวิทยา บุรณศิริ ว่าจะให้ในเที่ยง วันพรุ่งนี้ จนกระทั่งกรรมาธิการพิจารณาเสร็จสิ้นก็ยังไม่ให้ และประธานสมศักดิ์เป็นประธาน ในการพิจารณาการประชุมของคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา รับปากว่า จะให้วันจันทร์ที่ผ่านมาก็ไม่ให้ เพิ่งมาให้ก่อนการประชุมไม่กี่นาทีเพื่อจะให้ผมดูเอกสารไม่ทัน และให้ไม่ครบ ท่านประธานครับ สิ่งที่ขาดไปคืออะไร สัญญาจัดซื้อจัดจ้างห้องนักข่าว ๕ ล้านบาท ไม่ยอมให้ครับ ห้องเล็ก ๆ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทข้างล่างครับ ไม่มีเสาเข็ม ไม่ได้ มุงหลังคา ห้องเล็ก ๆ แคบ ๆ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท มิหนําซ้ําสัญญาเช่าอาคารรัฐสภาที่จังหวัด อุบลราชธานี ตึกเก่า ๆ เป็นที่ทําการของพรรคเพื่อไทย ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านประธานครับ เช่ากันถึงในราคาปีละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทําสัญญาล่วงหน้า ๓ ปี ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ตึกหลังนั้นซื้อมาด้วยราคาใหม่ ๆ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ และเดิมคณะกรรมการตกลงกันแล้วว่าจะไปใช้อาคารขององค์การบริหารส่วนจังหวัด อุบลราชธานี แต่ทําไมต้องไปเช่าครับ และที่สําคัญทําไมต้องไปเช่าของ ส.ส. รัฐบาล ท่านประธานครับ ตรงนี้ชัดเจนครับว่าสภาใช้เงินอย่างไม่สมเหตุสมผล และโดยเฉพาะในเรื่อง ของการจัดตั้งห้องประชุมยุทธศาสตร์เพื่อการตัดสินใจของรัฐสภานั้น นางปิยรัตน์ สุมงคล ครับได้ทําหนังสือถึงผู้อํานวยการสํานักการคลังและงบประมาณ เขียนชัดเจนครับบอกว่า ห้องประชุมยุทธศาสตร์เพื่อการตัดสินใจของรัฐสภาควรเป็นห้องประชุมที่มีความสง่างาม ไม่ใช่ไปเอาโรงรถตู้นะครับ และสมเกียรติ พื้นที่สําหรับการก่อสร้างบริเวณดังกล่าวอาจไม่มี ความเหมาะสมทั้งในด้านสถานที่และวงเงินงบประมาณในการจัดหา ข้อ ๓ สํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้ดําเนินการโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้ ขั้นตอนเตรียมดําเนินการเผยแพร่กําหนดร่างขอบเขตของงานทีโออาร์ (TOR) และร่าง เอกสารประกวดราคาและมีกําหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จภายในพุทธศักราช ๒๕๕๘ ซึ่งตามแบบก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้กําหนดให้มีห้องประชุมยุทธศาสตร์รวมอยู่ด้วย ดังนั้นเมื่อพิจารณาระยะเวลาการใช้ประโยชน์ของห้องประชุมยุทธศาสตร์ซึ่งใช้งานจริง ประมาณ ๒ ปี คืองบ ๒๔ ล้านบาทนี้ โครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ก็จะดําเนินการ แล้วเสร็จจึงอาจไม่คุ้มค่าเพียงพอ นางปิยรัตน์ สุมงคล ได้เสนอไปแล้ว แต่ทําไม เขายังดันทุรังสร้าง ท่านประธานครับ การที่จะสร้างรัฐสภาประจําจังหวัดเราได้มีการ แบ่งส่วนราชการแล้วหรือยัง เป็นไปตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ เป็นเพียงความคิดเห็น ตามนโยบายของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อน กรรมาธิการในกรรมาธิการส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยในการขยายขอบเขตงานไปเป็นรัฐสภา ประจําจังหวัด เพราะอะไรครับท่านประธาน ก็เพราะว่าไม่มีอํานาจจริง ไม่สามารถทําได้จริง แม้นรองเลขาธิการมาชี้แจงบอกว่าจะใหญ่กว่าฝ่ายบริหารก็เป็นเพียงคําโม้ เชื่อถือไม่ได้ เพราะจะไปใหญ่กว่าฝ่ายบริหาร ฝ่ายข้าราชการประจําที่อยู่ในท้องที่ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมถึงกราบเรียนว่าในงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎรนั้นควรได้รับการตรวจสอบ และโดยเฉพาะค่าแรงของพนักงานเสิร์ฟ ท่านประธานทราบไหมครับว่าได้เพียงวันละ ๒๐๔ บาท ไม่เป็นไปตามกฎหมายแรงงาน กําลังตํารวจสภาซึ่งไม่พอก็มีการขึ้นบัญชีไว้ แต่ทําไมไม่รับตํารวจสภาเหล่านั้นละครับ ที่ขึ้นบัญชีไว้มาเป็นตํารวจสภา หรือว่าจะไปเอาตํารวจปราบจลาจลมาเป็นตํารวจสภา ท่านประธานครับ ยังมีระบบควบคุมไฟฟ้าเพื่อการประหยัดพลังงานในอาคารนี้ ๑๐ ล้านบาท อุปกรณ์ประหยัดไฟสําหรับแอร์ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ปรับปรุงห้องสมุดอีก ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เครื่องทําน้ําดื่มอัตโนมัติ ๖๒ เครื่องเป็นเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท และเครื่องฆ่าเชื้อโรคในอาคารแห่งนี้ครับ ๒๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ เงินงบประมาณ ใช้จ่ายกันอย่างนี้หรือครับ ในห้องประชุมแห่งนี้ติดเครื่องฆ่าเชื้อโรคเป็นเงินถึง ๒๕ ล้านบาท และนอกจากนี้ท่านประธานครับยังมีโครงการคอนเสิร์ต (Concert) รัฐสภาประจําจังหวัด ๒๔ จังหวัด เป็นเงิน ๒๗ ล้านบาท ค่ากําจัดขยะ เดิมนั้นของ กทม. เก็บเพียงหมื่นเดียว แต่ในยุคเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรคนนี้ ๒,๓๕๙,๓๕๐ บาท กําจัดปลวกสมัยที่แล้ว แค่ ๖๐๐,๐๐๐ บาท พอมาสมัยนี้ ๖,๒๙๒,๕๒๒ บาท ๑๕ สตางค์ ท่านประธานครับ ผมจึง ชี้ให้ท่านประธานได้เห็นว่าการใช้จ่ายเงินของสํานักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นไปในทาง ส่อทุจริต ผมจึงขอปรับลดงบประมาณลง และผมขอชมเชยสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งเสนองบประมาณมาเป็นไปได้อย่างสมเหตุสมผล และสํานักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้ดูแล บุคลากรเป็นอย่างดี ขอขอบคุณท่านประธาน
ท่านบุญยอดก่อน เชิญครับ ๑๐ นาที
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ หน่วยงานรัฐสภาขอเงิน ๓ หมวด วุฒิสภาขอตั้งเรื่องมา ๑,๕๔๒ ล้านบาท สรุปได้ไป ๑,๕๘๘ ล้านบาท เพิ่มขึ้นนะครับ สภาผู้แทนราษฎร ๗,๐๐๖ ล้านบาท ได้ไป ๗,๔๒๕ ล้านบาท สถาบันพระปกเกล้าขอมา ๔๐๙ ล้านบาท ได้ไป ๔๐๘ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องที่เราจะต้องมาพูดกันกับ ท่านกรรมาธิการและท่านประธานก็คือว่า ไม่ใช่ว่าดูกันแค่เรื่องตัวเงินนะครับว่าไปซื้ออะไร ไปทําอะไร เท่าไร ผมคิดว่าเราน่าจะต้องสนใจการทําหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรเป็นอย่างดี ว่าเราได้ทําหน้าที่สมศักดิ์ศรีหรือไม่ เราปรึกษากับท่านประธานหลายครั้งว่าท่านประธาน เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ไม่ใช่ประมุขประเทศ ผมพูดไม่ผิดนะครับ ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ เท่าเทียมกับประมุขฝ่ายบริหาร ประมุขฝ่ายตุลาการ เราเคยถามนะครับว่าทางฝ่ายบริหาร ให้ความสําคัญกับสภามากน้อยขนาดไหน สิ่งที่เราถามมาตลอด ๒ ปีที่ผ่านมา ก็คือนายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสนใจกับสภาแห่งนี้ นอกจากนั้นครับ ท่านประธานครับ ประธานกรรมาธิการงบประมาณยังไม่ให้ความสนใจกับเรื่องงบประมาณเลยครับ ผมเชื่อว่า ในการประชุมของท่าน ประธานของท่านนั่งไม่กี่ครั้งครับ ในการประชุมห้องใหญ่วันนี้ ประธานกรรมาธิการก็ไม่เข้า มันก็แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สนใจสภา สภาเป็นเพียงแค่ เครื่องมืออย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้นในการผลิตกฎหมายออกไป สภานี้เหมือนโรงงาน ใช่หรือเปล่าครับ ผมไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้นนะครับ ผมคิดว่าเราต้องมีศักดิ์ศรีมากกว่านี้ เรามีศักดิ์ศรีไหมครับ ตอนที่เรามีตํารวจจากข้างนอกต้องเข้ามา เรียกร้องให้เขาเข้ามาดูแล ความเรียบร้อยในนี้ เรื่องในสภาเราคุยกันเองได้ครับ และผมยืนยันไม่มีสมาชิกคนไหนจะไป ทําร้ายประธานสภา สภาถูกวิพากษ์วิจารณ์มันก็เกิดขึ้นจากทั้งสองฝ่ายครับท่านประธาน กฎของนิวตันบอกว่าแรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยาครับ ผมยืนยันครับ ถ้าประธานทําหน้าที่ เป็นกลาง ทําหน้าที่ชัดเจน พวกผมก็อยู่ในกฎในระเบียบชัดเจนเหมือนกัน ท่านประธานครับ เวลาที่เราพูดถึงความเป็นกลางนะครับ ท่านคงจะจําได้ว่าท่านสมศักดิ์เคยมีกรณี มีเสียง คล้าย ๆ ท่าน ผมจําไม่ได้ว่าท่านยอมรับแล้วหรือยัง กล่าวถึงการประชุมกรรมการยุทธศาสตร์ พรรคการเมืองตนเอง ขอให้พวกที่เก็บกดมา ๕ ปีอดทนต่อไป ๓ เดือน ๖ เดือนเสียก่อน ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ยุทธศาสตร์การเมืองไทยเดินมาตามสิ่งที่ผมพูดมาตลอด ทนมาได้ตั้ง ๖ ปี จะทนต่ออีกสักนิดไม่ได้หรือ
ท่านบุญยอด เอาเรื่องงบประมาณดีกว่า
ก็คนที่จะดูแลงบประมาณเป็นใคร ครับท่านประธาน ก็ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ๒ ท่าน รวมทั้งตัวท่านด้วยครับ ทัศนคติของเสียงคล้ายสมศักดิ์บอกว่าเราอย่าประกาศสงคราม ให้พวกเขาประกาศสงคราม พวกเรายึดอํานาจรัฐได้แล้วก็ใช้เวลานี้ ใช้อํานาจรัฐกระทืบ กระทืบ กระทืบ สุดท้ายพวกเขาก็เกลี้ยง อย่างนี้หรือครับที่จะให้ได้รับความไว้วางใจว่าจะทํา หน้าที่เป็นกลางตามรัฐธรรมนูญซึ่งสูงกว่าข้อบังคับการประชุมแน่นอนครับ ท่านประธานครับ ตัวท่านประธานเองก็ได้ให้เจ้าหน้าที่เอาจดหมายของการบินไทยมาให้ผมกรณีที่เราแถลงข่าว กัน ๒ วัน วันนี้ผมแถลงข่าวซ้ําแล้ว ถ้าท่านไปอ่านดูท่านจะรู้ว่าข้อเท็จจริงของการแถลงข่าว เป็นอย่างไร ท่านไม่ต้องห่วงครับ ผมทําหน้าที่ในกรรมาธิการกิจการสภา ผมทําหน้าที่ อย่างยุติธรรมและข้อมูลที่ท่านให้มาก็เป็นประโยชน์ที่จะได้พิจารณากันต่อไป ผมเรียนกับ ท่านประธานต่อไปว่าสิ่งที่เราต้องดูครับ สภาพทั้งภายนอก ภายใน ขับรถมาสภาทุกคน สบายใจหรือครับ มีเต็นท์เสื้อแดงอยู่ข้างนอกวันแล้ววันเล่า วันนี้ยังมีเลยครับ ปรึกษาท่าน ท่านก็พูดทํานองว่าไม่ใช่เกี่ยวข้องกับเรื่องสภา ผมว่าเกี่ยวครับ ภาพพจน์เดินทางมาถึงตรงนี้ อยู่ ๆ มีเต็นท์ตั้งได้สบายใจฝั่งตรงข้ามสภา ผมยังเชื่อว่าเป็นหน้าที่ประธานสภาผู้แทนราษฎร และเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรครับ ต้องออกไปจัดการกับเรื่องนี้ เต็นท์นี้พวกท่านรู้จักดีว่า เป็นของใคร ผมไม่เชื่อว่าแตะไม่ได้ ผมไม่เชื่อว่าจะใหญ่มาจากไหนก็ตามต้องจัดการกับเต็นท์ ตรงนี้ได้ นอกจากนั้นท่านประธานครับ เดินทางเข้ามาในสภานะครับ มีใครบ้างที่จะสบายใจ ได้ว่ามีการตรวจอาวุธเรียบร้อยแล้ว ท่านเห็นเครื่องตรวจไหมครับ เคยใช้กันไหมครับ เครื่องที่ให้หมุนตัว ผมถามเจ้าหน้าที่ทางตํารวจสภาเขาก็บอกว่าต้องให้ทําอย่างนั้นอย่างนี้ ถ้าเจอ แต่ผมไม่เคยเห็นได้ใช้ครับ ผมไม่ค่อยได้เห็นด้วยซ้ําว่าจะมีการเคร่งครัดในการดูแล ผมเป็นคนหนึ่งที่ผมวางกระเป๋าทุกครั้งบนสายพาน ตํารวจจะยืนยันได้ว่าผมทําอย่างนั้นจริง ๆ ผมอยากให้ที่นี่ปลอดภัย บังคับใช้อย่างดี อย่างถูกต้อง เดินเข้ามาท่านเห็นสภาพวันนี้ ไหมครับ ผู้สื่อข่าวนั่งกันอย่างไรครับ ผู้สื่อข่าวเขาเรียกกันเองว่าพวกเขาเป็นชุมชนแออัด ในสภาครับ สภาพมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ทําไมเลขาธิการหรือประธานสภาไม่ดูแลทั้ง การก่อสร้าง การปรับปรุงตกแต่งต่าง ๆ ให้มันเรียบร้อยไปก่อนหน้านี้ ทําไมล่ะครับ มีเวลา ปิดสภาไป ๓ เดือน ทําอะไรใหญ่ ๆ ก็ต้องทําให้ได้บ้าง แล้วก็ต้องมีแผนที่ดี ไม่ใช่ปล่อย สภาเละอย่างนี้ครับ ข้างล่างมีจัดกิจกรรมอะไรต่าง ๆ มากมาย คณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรก็บอกไปนะครับว่าไม่ควรจะจัดพร่ําเพรื่อหรือไม่ควรจะจัดมากเกินไป จัดเฉพาะกิจกรรมที่เหมาะสมก็เพียงพอ แต่วันนี้มีแทบทุกสัปดาห์ ผมคิดว่าเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ต้องไปปรับปรุงครับ รัฐสภาแห่งใหม่ผมยังไม่แน่ใจนะครับ สมาชิกสภาเองรู้หรือเปล่า ว่าเราจะสร้างสภากันที่เกียกกายจริง ๆ แล้วนะ หลายคนยังถามนะครับว่าจริงหรือเปล่าที่จะ ไปสร้างที่นั่น ข้อมูลที่น่าตกใจครับจากกรรมาธิการ ๓๕ คณะ จนถึงปัจจุบันได้ผู้ก่อสร้างแล้ว มีเวลาก่อสร้าง ๙๐๐ วัน นับถึง ๑๕ สิงหาคม และเซ็นสัญญากันมา ทํางานไปแล้ว ๖๙ วัน ได้งานมาแล้ว ๐.๑๗ เปอร์เซ็นต์ สภาใหม่ครับท่านประธาน ติดปัญหาต้องขุดดิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ คิวไม่รู้จะไปไว้ไหน ปัญหาต้นไม้อีก ๑๙๐ ต้น ยังจัดการไม่ได้ ไปจนถึงการ ส่งมอบพื้นที่ครับ ทีโออาร์ ครั้งที่ ๑ บอกว่าต้องส่งมอบกัน ๙๐ ไร่ วันนี้ส่งมอบไปแล้ว ๔๗ ไร่ ได้แค่นั้นครับ เรื่องสภาใหม่เริ่มต้นมาตั้งแต่ท่านสมัคร สุนทรเวช ท่านประธานชัย ชิดชอบ ขออนุญาตเอ่ยนาม เดินทางมาจนถึงวันนี้ ได้ไปแล้ว ๐.๑๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เรื่องจังหวัดอุบลราชธานีเมื่อสักครู่ท่านวัชระก็พูดไปเกริ่น ๆ นะครับ จังหวัดอุบลราชธานี มีหนังสือสัญญาว่าทํารัฐสภาจังหวัดอุบลราชธานีมีสัญญา ๓ เดือนครับ เดือนละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท มี ๔ ชั้น รวมชั้นใต้ดินแล้วก็มีชั้นดาดฟ้าด้วย เดือนละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท ไปเข้ากระเป๋าอดีต ส.ส. พรรคท่านครับ ๗๕๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องยกเลิกนะครับ มาเรื่องนาฬิกา ผมให้ดูภาพนี้ครับ ผมขออนุญาตภาพไว้เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งจริง ๆ ผมก็ไม่เห็นด้วยนะครับว่าเจ้าหน้าที่ของสภาจะมาตรวจสอบว่า ส.ส. จะใช้ภาพอะไร ผมคิดว่าเราไม่มีเอกสิทธิ์ในการอภิปรายเลยครับ แต่ภาพนี้ไม่มีปัญหาหรอกครับ เชิญครับ
(เจ้าหน้าที่ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ภาพนี้มาจากเฟซบุ๊กของจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ ภาพอาจจะไม่ชัดนัก นาฬิกาเรือนนี้ถ้าหารกัน ๗๕,๐๐๐ บาท แต่ถ้ามีระบบด้วยเรือนนี้เหลือประมาณ ๔๐,๐๐๐ บาท ตัวเรือนนะครับ แต่ท่านจุรินทร์ ตั้งคําถามง่าย ๆ ว่ามีสตางค์ซื้อนาฬิการาคาแพงแต่ทําไมสภาไม่มีเงินซ่อมรูโหว่ข้างบน เห็นรูโหว่ดํา ๆ ไหมครับ มันมีรูโหว่อยู่ ยังอยู่เลยครับ จุดนี้อยู่ตรงไหนครับ อยู่ในห้องอาหารครับ อยู่ในห้องอาหารตรงนี้ครับ ไม่จัดการซ่อมรูโหว่ ไม่จัดการซ่อมรอยรั่วในที่ต่าง ๆ แต่มีเงิน ไปซื้อนาฬิกา ๑๕ ล้านบาท ในระบบนะครับ ติดแม้กระทั่งหลังบัลลังก์ท่านยังติดอยู่ เรือนหนึ่ง ติดกันทุกที่ครับ ติดแจกไปเรื่อยทุกห้อง ในห้องนี้มี ๔ เรือน หลายคนงง นาฬิกากลม ๆ มีเข็มอยู่นี่ทําไมมันยังอยู่ เขาอธิบายครับว่าระบบข้างในเป็นดิจิตอลแล้วครับ แต่ทําโครงข้างนอกให้มีเข็มไว้มันจะได้ดูคลาสสิค (Classic) ดี ในห้องประชุมมีอยู่ ๔ เรือน การเสนอของบริษัทซื้อแบบกัน ๖ บริษัท สุดท้ายเสนออยู่แค่ ๒ บริษัท พวกท่านบอกว่า เป็นไปตามระเบียบราชการว่าด้วยเรื่องพัสดุ เรื่องการจัดซื้อ ก็ขอให้พิจารณาเถอะครับว่า มี ๒ บริษัท แล้วสุดท้ายมาได้ราคาไป ๑๔,๘๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนะครับ จากที่ตั้งไว้ ๑๕ ล้านบาท เหมาะสมจริงหรือไม่ เรามีเงินมากพอที่จะไปซื้อนาฬิกามาติดแล้วบอกว่าหวังว่า มันจะเดินตรงกันหมด ไม่ต้องไปเปลี่ยนถ่าน ไม่ต้องเปลี่ยนแบตเตอรี (Battery) คําถามคือ แล้วคนในสภาของเราตรงเวลากันหรือเปล่า ประชาชนเขาก็ถามอย่างนั้นนะครับ
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องยกให้ท่านได้ดูก็คือเรื่องเฟซบุ๊กรัฐสภาไทย ซึ่งท่านศิริโชค โสภา เคยถามมาแล้ว เฟซบุ๊กนี้ยังอยู่เลยนะครับ ถามเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรในวันก่อน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยังตอบไม่ได้นะครับ ว่าใครทําเฟซบุ๊ครัฐสภาไทย ถ้ามีคนแอบอ้างเป็นหน้าที่ของท่านต้องแจ้งความครับ เพราะในนี้ พูดถึงเรื่องประธานใช้กฎข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ข้างล่างวิจารณ์กันเละเลยครับ คอมเมนท์ (Comment) ไม่มีภาพบวกเลยกับท่านประธานครับ ปล่อยให้เฟซบุ๊กอย่างนี้อยู่ได้อย่างไร นอกจากนั้นโฆษกของท่านประธาน ท่านประธานต้องเป็นกลาง ผมว่าโฆษกซึ่งเป็นตัวแทน ก็ต้องเป็นกลาง ผมต้องขอติงโฆษกของท่านจริง ๆ ครับว่าโฆษกของท่านเล่นการเมือง มากเกินไป ขอให้เอาโฆษกท่านนี้กลับไปพรรคของท่านเถอะครับ ส่งคนอื่นมาใหม่ ส่งคนที่มี วุฒิภาวะมากกว่านี้ เป็นกลางกว่านี้ เข้ามายังสภาผู้แทนราษฎร
ตํารวจสภาครับ ตํารวจสภามีทั้งหมด ๑๑๔ นาย บอกว่ามีการสอบไว้แล้ว ขึ้นบัญชีเอาไว้ ๙๖ เรียกมาแล้ว ๑๗ เหลือ ๗๙ วันนี้จะไม่เอาแล้วครับ บอกว่าวุฒิการศึกษา ต่ําไป จะสอบใหม่อีก ๑๕๐ ขอ ก.ร. เรียบร้อยแล้ว มันมีข้อครหาครับว่าอาจมีการเรียกเงิน ใต้โต๊ะในการสอบเข้าตําแหน่งตํารวจก็ได้ ผมไม่อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นครับ ไม่อยากให้เกิดขึ้น จริง ๆ เขาว่ากันว่าจะวิ่งเต้นกันถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อ ๑ ที่นั่ง เพื่อที่จะเตรียมตํารวจนี้ไว้ สําหรับรัฐสภาแห่งใหม่ ผมหวังว่าเรื่องนี้จะไม่เกิดขึ้นครับ
มีจดหมายจากท่านหนึ่งเข้ามานะครับเป็นจดหมายน้อย ผมขออนุญาต อ่านสั้น ๆ ไม่กระทบใคร จากหมวดยานพาหนะครับ เขาบอกว่ามีการแต่งตั้งคน ๆ หนึ่ง เข้ามา เพิ่งหัดขับรถบัส (Bus) ได้ ๕ เดือน ทําใบขับขี่มา ๓ เดือน ขับรถบัสต่อใหม่วีไอพี (VIP) เอารถไปชนมาแล้วครับ เขาบอกว่าหวังว่ากรรมาธิการจะไม่ขึ้นรถคันนี้นะครับ เขาขอมาอย่างนี้ครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องติงเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า ท่านไม่เคยมาทําหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎรในที่ประชุมเลยครับ เฟซบุ๊กรัฐสภาไทยอีกครั้ง ลงภาพของการประชุมวันแรกครับ มีท่านประธานยืนคู่กับท่านประธานสมศักดิ์ เจ้าหน้าที่ ข้างหน้ายืนขึ้นเวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกาเศษ ๆ บอกเป็นการประชุมวันแรก การประชุมวันแรก เริ่มต้นจากการอ่านพระบรมราชโองการครับ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรสุวิจักขณ์ ไม่เคยมาอ่านพระบรมราชโองการเลย ผมคิดว่าอาจจะอ่านบ้างก็น้อยครั้ง แต่ในวันเปิด ในสมัยครั้งนี้ไม่ใช่ท่านที่อ่านพระบรมราชโองการ คําถามคือท่านรังเกียจอะไรกับห้องประชุม นี้ครับ ท่านต้องการทํางานนอกอย่างเดียวหรือครับ งานประชุมสภาท่านเองยังต้องมาเอง พวกผมก็ต้องมาเอง พวกผมให้ผู้ช่วยผมมาทําหน้าที่แทนได้บ้างไหมครับ ไม่ได้ ท่านประธานขึ้นมาเป็นประธานท่านก็มานั่งเองทุกครั้ง ต้องตั้งใจทํางานในห้องประชุม ทําไมเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีปัญหาอะไรกับห้องประชุมนี้ ผมเรียกร้องนะครับ รวมทั้ง การนั่งในการประชุมร่วมรัฐสภาด้วย ท่านเป็นเลขาธิการรัฐสภานะครับโดยตําแหน่ง ไม่มี สิทธิที่จะให้คนอื่นมานั่งแทนเลยครับ เลขาธิการวุฒิสภาท่านทําหน้าที่อย่างเต็มที่เข้มแข็ง แล้วท่านไปไหนครับ มีข้อครหาอีกด้วยว่าจัดดอกไม้เดี๋ยวนี้นะครับ แต่ก่อนจัดกันไม่กี่หมื่น เดี๋ยวนี้จัดแต่ละงานเป็นแสนบาท คนจัดดอกไม้เป็นผู้หญิง ผมไม่เอ่ยชื่อนะครับ เขาครหา ซุบซิบว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมมาเรื่องทัวร์อังกฤษท่านประธานสมศักดิ์ครับ ทัวร์อังกฤษเกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกันยายน ปี ๒๕๕๕ ทางคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎรสอบมาตลอดครับเรื่องนี้ มีคนไปทั้งหมด ๒๒ คน ใช้งบประมาณ หลายล้านบาท ตั้งไว้ประมาณ ๗,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมไม่แน่ใจว่าใช้หมดหรือเปล่า ไปกัน ๒๒ คนครับ ผมสรุปคร่าว ๆ ให้ฟังเลยเพราะท่านให้เวลาผมน้อย เงินก้อนหนึ่งครับคือ เรื่องของการเช่ารถในลอนดอน ท่านประธานไปเองไม่กี่วันครับ เพราะหลังจากนั้น ท่านกลับมา เดินทางไปประเทศจีนต่อ ท่านอยู่ประมาณ ๔-๕ วันเท่านั้นเอง คณะอยู่ประมาณ ๙ วันหรือ ๑๐ วันเท่านั้นเองครับ ค่ายานพาหนะที่เช่าในนั้นมีค่าลีมูซีน (Limousine) ค่ารถบัส และค่ารถไฟ ให้กับนักข่าวที่ไปในตรงนั้น ท่านเชื่อไหมครับ ค่าเดินทางตรงนั้น ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไม่มีใบเสร็จครับ ผมทวงถามใบเสร็จจากทางฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง ท่านยืนยันในที่ประชุมว่ามีเพียงใบเสร็จของบริษัททัวร์ที่ให้มา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เท่านั้น รถลีมูซีนเขาเช่ากัน ผมเปิดในเว็บไซต์ เช่าเป็นชั่วโมงก็ ๑๐๐ ปอนด์ครับ ประมาณนั้น ๑๐๐ ปอนด์คูณ ๕๐ บาท ชั่วโมงหนึ่ง ๕,๐๐๐ บาทเองครับ ใช้อยู่ ๓-๔ ครั้งเท่านั้น ละครับ เชื่อว่าไม่นาน ผมให้ท่านวันละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทเลยครับ ๔ วันก็ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ผมให้ค่ารถบัสอีกวันละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ วันก็ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท อย่างไรก็ ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาทครับ นี่ให้แบบโหด ๆ มั่ว ๆ เลยนะครับ มีหรือครับค่าเดินทางในลอนดอน ไม่กี่วัน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วใบเสร็จเป็นใบเสร็จของบริษัททัวร์ที่ทําไป ผมขอแจ้งเรื่องนี้ กับ ป.ป.ช. นะครับต้องตรวจสอบเรื่องนี้ และเป็นเรื่องที่ฝ่ายประจําไม่กล้าส่งตัวใบเสร็จมาให้ ผมทวงถามมาเป็นปี ๆ ครับ แอบไปทวงถามเอาเองด้วยส่วนตัวก็มี แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผม เชื่อว่านี่คือการส่อการทุจริตอย่างชัดเจนว่าเอาเงิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ไปแจกจ่ายให้กับ คณะทัวร์ที่เกิดขึ้น
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมขออนุญาตฝากไปยังสถาบันพระปกเกล้าครับ สถาบันพระปกเกล้าบอกว่ามีรายงานในการที่ไปทําวิจัยมาให้เรื่องปรองดอง จําได้ไหมครับ ถ้าสภาแห่งนี้ไม่ทําตามขั้นตอนเขาจะเอารายงานนั้นคืน วันนี้สภาแห่งนี้ไม่ได้ทําตามขั้นตอน แล้วครับ ชัดเจน ไม่มีการทําตามขั้นตอนนั้น สถาบันพระปกเกล้า อาจารย์วุฒิสาร ตันไชย ถ้าไม่ผิด กรุณามาเอาคืนไปนะครับ เพราะสภาแห่งนี้ไม่เชื่อมั่นในสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งเป็นหน่วยงานของตัวเองครับ ขอบพระคุณครับ
ผมไม่มีโฆษกนะครับท่านบุญยอด ผมกําลังจะตั้งท่านรังสิมา เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก ผมก็ให้ความร่วมมือ ท่านประธานครับ ผมกําลังสละเวลาส่วนนี้เอาไว้อภิปรายในมาตราอื่นครับ จะได้ไม่มีปัญหา ขอบคุณครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการ ทั้ง ๒ ท่าน ที่ให้ความสําคัญกับงานขององค์กรของเราคือสํานักงานของฝ่ายนิติบัญญัติ สภาเป็นองค์กรของฝ่ายนิติบัญญัติ สํานักงานเป็นสํานักงานของฝ่ายนิติบัญญัติ เป็น ๑ ใน ๓ ของอํานาจอธิปไตย ทุกประเทศในโลกล้วนให้ความสําคัญเพราะถือเป็นหน้าเป็นตา ของประเทศ การปรับปรุงสํานักงานก็ดี การจัดซื้อวัสดุครุภัณฑ์ก็ดี การต้อนรับประมุข ต่างประเทศก็ดี ทุกฝ่ายคงเห็นพ้องต้องกันว่าทุกอย่างที่กระผมกล่าวมานั้นต้องชั้นดี มีคุณภาพ เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ และเป็นหน้าเป็นตาของฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตาม ในกระบวนการจัดทําโครงการเริ่มตั้งแต่เหตุผลความจําเป็นของโครงการ การจัดทีโออาร์ วัสดุครุภัณฑ์ตามโครงการแพงเกินไปหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่ และที่สําคัญกระบวนการ จัดซื้อจัดจ้างเป็นไปตามระเบียบกฎหมายหรือไม่ เป็นหน้าที่ของพวกเราและสาธารณชน สามารถตรวจสอบได้ จากการติดตามและตรวจสอบข้อมูล มีท่านสมาชิกได้ยื่นตรวจสอบ เรื่องนี้ต่อคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎรถึง ๒ คณะด้วยกัน คือคณะกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎร ทราบว่า คณะกรรมาธิการทั้ง ๒ คณะดังกล่าวมีตัวแทนของทุกพรรคการเมืองทําการตรวจสอบ อย่างเข้มข้น การดําเนินการในคณะกรรมาธิการสามารถตรวจสอบได้อย่างละเอียด และที่สําคัญมีเวลามากกว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขณะนี้ก็ทราบว่ากําลังดําเนินการ ตรวจสอบอยู่ แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณ ปี ๒๕๕๗ ก็ได้ให้ความสนใจตรวจสอบในเรื่องนี้ในชั้นกรรมาธิการ และในวาระที่สองขณะนี้ สิ่งที่กรรมาธิการให้ความสําคัญก็คือ กระบวนการในการจัดทําโครงการถูกต้องหรือไม่ การพิจารณาความเหมาะสมในการตั้งงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สํานักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง ให้ความเห็นชอบตามกระบวนการหรือไม่ การจัดซื้อ จัดจ้างดําเนินการถูกต้องหรือไม่ กรรมาธิการได้ตรวจสอบตามกระบวนการดังกล่าวแล้ว พบว่าการจัดตั้งงบประมาณตามโครงการดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎรได้ดําเนินการ พิจารณาความเหมาะสมในการตั้งงบประมาณตามกระบวนการจัดตั้งงบประมาณ อย่างถูกต้อง และการจัดซื้อจัดจ้างก็ได้ดําเนินการถูกต้องตามระเบียบกฎหมายเช่นกัน จึงขออนุญาตชี้แจงให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ และสิ่งที่ท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่านได้ให้ข้อคิดเห็น ที่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายประจําของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กระผมคิดว่าเขา คงจะได้จดข้อคิดเห็น ข้อสังเกตที่เป็นประโยชน์ไปดําเนินการปรับปรุงการทํางานให้เป็น ประโยชน์ต่องานของพวกเรามากยิ่งขึ้น กระผมก็สงสัยในสิ่งที่ท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่าน ได้ยกตัวอย่างโครงการต่าง ๆ ขึ้นมา ก็พยายามติดตามตรวจสอบเช่นกัน เห็นว่า การดําเนินการนั้นเป็นสิ่งที่ดําเนินการถูกต้องตามระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องแล้ว
สําหรับท่านสมาชิกที่สอบถามหรือให้ความคิดเห็นในเรื่องสถาบัน พระปกเกล้า กระผมอยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจของสมาชิกว่า สถาบัน พระปกเกล้าได้ขอให้รัฐบาลได้ไปจัดเวทีสานเสวนา หรือไปพูดคุยหาทางออกให้กับบ้านเมือง ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้ ปคอป. ไปดําเนินการ แล้วกระผมก็ได้อภิปรายใน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ไป ๒ ครั้งแล้วว่าได้มีการจัดดําเนินการตามข้อเสนอแนะของสถาบัน พระปกเกล้า ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทั้ง ๒ ท่านที่ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อ การปรับปรุงการทํางานขององค์กรของเราก็คือบ้านของเรานี้เอง ในอันที่จะทําให้สํานักงาน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นเกียรติยศ เป็นศักดิ์ศรีของพวกเราสืบไป ขอขอบคุณครับ
๑ นาที ห้ามเกิน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง ในฐานโฆษกคณะกรรมาธิการงบประมาณ ท่านประธานครับ ในกรรมาธิการงบประมาณไม่เคยยืนยันว่าการทํางานของเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนั้น ถูกต้อง แม้แต่สัญญาก็ยังไม่ส่งให้กรรมาธิการงบประมาณเลยครับ สัญญาจัดซื้อนาฬิกา ๑๕ ล้านบาทก็ไม่เคยส่ง แล้วท่านชวลิตจะไปยืนยันว่าถูกต้องได้อย่างไร ผมยืนยันว่า ในกรรมาธิการงบประมาณสงสัยในการใช้จ่ายเงินงบประมาณของสํานักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ถ้าท่านไม่เชื่อถามท่านประธานวิทยา บุรณศิริ ซึ่งท่านนั่งเป็นประธาน ด้วยความเที่ยงธรรมและควรจะเป็นประธานรัฐสภาต่อไปในอนาคต ขอขอบคุณครับ
เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมนะครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องกรุณาเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านเข้ามากรุณานั่งประจําที่ เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ที่มาแล้วเสียบบัตรแสดงตน ด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยขอผลคะแนนด้วยครับ มีผู้เข้าประชุม ๓๑๑ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะถามสมาชิกนะครับ ขอให้ท่านได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย อะไรครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตใช้สิทธิแสดงตนครับ เครื่องขัดข้องบัตรผมใช้ไม่ได้ครับ
แสดงตน สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวน คําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเรียบร้อยนะครับ ถ้าเรียบร้อยผมขอปิดการลงคะแนน ส่งผลด้วยครับ ในห้องประชุมมี ๔๓๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๓๐ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างของกรรมาธิการที่มีการแก้ไขนะครับ
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อ มาตรา ๒๗ ครับ
มาตรา ๒๗ หน่วยงานของศาล มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
มีสมาชิกท่านใดติดใจหรือไม่ครับ มีท่านใดจะอภิปรายไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ไม่ติดใจนะครับ ผมขอผ่านมาตรานี้ครับ
มาตรา ๒๘ หน่วยงานขององค์กรตามรัฐธรรมนูญและ หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ
มีท่านใดจะขออภิปราย
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ไม่ติดใจ ขอผ่านนะครับ
มาตรา ๒๙ จังหวัดและกลุ่มจังหวัด ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ไม่มีใครติดใจนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีใครอภิปราย ไม่มีใครติดใจขอผ่านนะครับ เชิญมาตราต่อไปครับ
มาตรา ๓๐ รัฐวิสาหกิจ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวน ความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ท่านสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๑๕ นาทีครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๗ ของรัฐวิสาหกิจลง ๒ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีบางหน่วยงานที่จะได้รับเงินจากเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอพูดถึงองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และการรถไฟ แห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ เมื่อไม่นานมานี้ท่านประธานคงได้ดูข่าวที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ไปโหนรถเมล์สาย ๘ ซึ่งเป็นรถเมล์ที่มีผู้ร้องเรียน มากที่สุด ก่อนหน้านั้นท่านได้สั่งการไปที่ข้าราชการกระทรวงคมนาคมตั้งแต่ระดับ ๙ ขึ้นไป ให้ใช้รถเมล์สัปดาห์ละ ๑ วัน เป็นเวลา ๒ เดือน และเมื่อไม่นานมานี้ท่านได้ไปนั่งรถไฟชั้น ๓ ไปจังหวัดสุรินทร์ ผมขอชื่นชมกับการกระทําเหล่านั้น ถ้าท่านรัฐมนตรีต้องการที่จะสัมผัส ปัญหาที่แท้จริงในการให้บริการระบบขนส่งมวลชนของรัฐเพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหา ในอนาคต บางปัญหานั้นสามารถแก้ได้ทันที แต่บางปัญหาต้องใช้เวลาในการแก้ไข แต่ถ้าทํา เพื่อให้เป็นข่าวเท่านั้นก็จะถูกครหาได้ว่าสร้างภาพซึ่งได้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีต โดยผู้มีอํานาจ ท่านประธานครับ ผมขอท้วงติงท่านรัฐมนตรีที่ท่านไม่ได้ให้ความสนใจต่อ ปัญหาพื้นฐานของรถเมล์และรถไฟตั้งแต่เริ่มแรกที่ท่านเข้ามาบริหารกระทรวงคมนาคม เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ปัญหาพื้นฐานของรถเมล์ เช่น ขับรถเร็ว พนักงานไม่สุภาพ จอดรถ ไม่ตรงป้ายเป็นต้น ส่วนปัญหาพื้นฐานของรถไฟนั้น ยกตัวอย่างเช่นมาไม่ตรงเวลา ห้องน้ํา ไม่สะอาด มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ถ้าท่านรัฐมนตรีให้ความสนใจ ตั้งแต่เริ่มแรกที่เข้ามาทํางานที่กระทรวง ผมมั่นใจว่าปัญหาพื้นฐานเหล่านี้หลายประการ จะสามารถแก้ไขได้นานแล้ว ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีไม่จําเป็นต้องลงทุนไปโหน รถเมล์หรือนั่งรถไฟชั้น ๓ หรอกครับ ผมก็เห็นด้วยว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องยกเครื่องรถเมล์และรถไฟไทยเป็นไปตามที่รัฐบาลกําลัง จะจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี (NGV) ๓,๑๘๓ คัน และเป็นไปตามที่รัฐบาลเตรียมที่จะจัดสรรเงินกู้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยถึง ๑.๒๗ ล้านล้านบาท จากเงินกู้ทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอพูดถึงเรื่องการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ๓,๑๘๓ คันก่อน จากจํานวนทั้งหมดนี้แบ่งเป็น รถร้อน ๑,๖๕๙ คัน เป็นรถปรับอากาศ ๑,๕๒๔ คัน ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีครับว่า ขสมก. จําเป็นต้องมีรถใหม่ เพราะรถเดิมนั้นมีอายุการใช้งานนานหลายปีแล้ว มีสภาพชํารุด ทรุดโทรม ผมไม่ขัดข้องที่รัฐบาลจะซื้อหรือจะเช่า ขอให้ได้รถที่มีคุณภาพดี คงทน ประหยัด การใช้ก๊าซ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยราคาที่เหมาะสม ท่านประธานครับ ผมได้ตรวจสอบร่างทีโออาร์ของการจัดซื้อครั้งนี้ผมเป็นห่วงอย่างมากว่าจะเป็นการล็อกสเปค ให้กับผู้เสนอราคาหรือผู้เข้าร่วมประมูลรายใดรายหนึ่งหรือไม่ เหตุที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่า ผมมีเหตุผลครับ ผมขออนุญาตใช้รูปประกอบ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชั่น)
ขอรูปที่ ๑ รูปที่ ๑ นั้นทีโออาร์ ข้อ ๓ กําหนดไว้ว่าเป็นเรื่องของคุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคา ข้อย่อยที่ ๓.๑๐ เขียนไว้ว่า ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะต้องมีผลงานการให้บริการซ่อมบํารุงรักษาเครื่องยนต์ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) ที่จริงที่ถูกแล้วต้องเป็นซีเอ็นจี (CNG) ซีเอ็นจีหมายถึง ก๊าซธรรมชาติ เอ็นจีวีหมายถึงรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติที่นํามาประกอบเป็นรถโดยสาร ที่ยื่นเสนอราคาในครั้งนี้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือภาคเอกชนภายในประเทศไทยมาแล้ว โดยมีระยะทางการวิ่งใช้งานต่อคันมาแล้วของเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรครับ ท่านประธาน เขียนอย่างนี้รู้ได้ชัดเจนเลยว่าเป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ไม่ให้เข้า แข่งขัน เพราะเป็นไปไม่ได้เลยว่าเขาเหล่านั้น ผมหมายถึงผู้ประกอบการรายใหม่จะมีผลงาน ตามที่ทีโออาร์กําหนดไว้ เป็นการเปิดโอกาสให้เฉพาะผู้ประกอบการรายเดิมเท่านั้นที่เคย ขายรถหรือเคยให้เช่ารถกับ ขสมก. หรือหน่วยงานอื่นในประเทศไทยเท่านั้น นอกจากนี้ ทีโออาร์อย่างนี้ยังเป็นการปิดกั้นเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือเครื่องยนต์สมัยใหม่ที่ได้รับ การปรับปรุงแก้ไขความบกพร่องของเครื่องยนต์เดิมให้มีความคงทนมากขึ้น แล้วก็มีการใช้ก๊าซ น้อยลง และซ่อมบํารุงรักษาง่ายกว่า มาดูรูปที่ ๒ ครับท่านประธาน เช่นเดียวกันครับ ลักษณะทีโออาร์เช่นนี้ลองอ่านดูนะครับว่าไม่ต่างกับข้อ ๓.๑๐ ครับ เป็นการปิดโอกาส ให้ผู้สนใจรายใหม่เช่นเดียวกัน ไม่ว่าเขาจะมีประสบการณ์มาจากหลายประเทศก็ตาม ไม่มีโอกาสเข้ายื่นแข่งขัน ขอรูปต่อไปครับ รูปที่ ๓ เป็นเกณฑ์การประเมินข้อเสนอ ด้านเทคนิค เขียนไว้ว่า ผลงานจําหน่ายเครื่องยนต์ที่นํามาใช้ประกอบเป็นรถโดยสาร ต้องเป็นเครื่องยนต์ที่เคยใช้งานกับก๊าซธรรมชาติที่จําหน่ายในประเทศไทยและมีระยะทาง วิ่งใช้งานต่อคันมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร และเครื่องยนต์สามารถใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกันครับ เป็นการปิดกั้นผู้สนใจรายใหม่ครับ เปิดโอกาสเฉพาะ ผู้ประกอบการรายเดิมที่เคยมีงานกับ ขสมก. เท่านั้น ดูข้อต่อไปครับ ข้อ ๕ ก็เป็นเกณฑ์ การประเมินข้อเสนอด้านเทคนิคเช่นเดียวกัน ข้อ ๕.๙ เขียนไว้ว่า ผู้ประสงค์จะเสนอราคา จะต้องส่งเอกสารงบการเงิน งบดุล และบัญชีกําไรขาดทุน ของผู้ประสงค์จะเสนอราคา ในรอบบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๓ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ พ.ศ. ๒๕๕๕ ดูผิวเผินก็ดูว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้า ดูให้ลึกซึ้งจะพบว่าเป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะรวมกลุ่มกันตั้งเป็นกิจการ ร่วมค้าที่เรียกว่าจอยท์ เวนเจอร์ (Joint Venture) หรือตั้งเป็นนิติบุคคลร่วมทํางานที่เรียกว่า คอนซอร์เตียม (Consortium) นิติบุคคลเหล่านี้อาจจะประกอบขึ้นด้วยบริษัทที่มีประสบการณ์ในงานเหล่านี้ แต่อาจจะ จดทะเบียนไม่เกิน ๓ ปี เขาก็ไม่มีเอกสารเหล่านี้ครับ ดูข้อต่อไปครับ ในรูปที่ ๕ เป็นเงื่อนไข อื่น ๆ เขียนไว้ว่าผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่ชนะการประกวดราคาจะต้องรับจ้างซ่อมบํารุง รักษารถโดยสารในระยะเวลา ๓ ปี ไม่เกินกว่าอัตราค่าจ้างซ่อมบํารุงรักษารถโดยสาร ใช้ก๊าซธรรมชาติที่องค์การกําหนด ท่านประธานครับ ในช่วง ๓ ปีแรกนั้นค่าซ่อมบํารุงรักษา น้อยมากครับ เพราะรถยังใหม่อยู่ และการซ่อมบํารุงรักษานั้นเป็นการซ่อมปกติ ขึ้นอยู่กับ กําหนดระยะเวลาหรือระยะทางเท่านั้น เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ํามันเครื่อง น้ํามันเบรก เป็นต้น การเขียนทีโออาร์เช่นนี้จะทําให้ได้รถยนต์ รถเมล์ ที่สามารถใช้งานได้ดีแค่เพียง ๓ ปีเท่านั้น แต่หลังจากนั้นต้องซ่อมแซมกันอย่างหนักครับท่านประธาน เหล่านี้เป็นข้อสังเกต บางประการเท่านั้น ประกอบกับผมได้รับข้อมูลที่เชื่อได้ว่ามีการล็อกสเปค ให้กับผู้ที่จะ เสนอราคาหรือผู้ประกอบการรายเดิม ๑-๒ ราย ท่านประธานครับ วงเงินการซื้อรถเมล์ครั้งนี้ มีถึง ๑๓,๑๖๒.๒ ล้านบาท รัฐบาลสามารถซื้อรถเมล์ที่มีคุณภาพดีได้ แต่ถ้าใช้ทีโออาร์นี้ ผมไม่มั่นใจว่าจะได้รถเมล์ที่ดีคุ้มราคาหรือไม่ ถ้ารัฐบาลมีเจตนาดี ต้องการรถที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม ผ่านการประมูลที่เป็นธรรมและโปร่งใส ทีโออาร์ลักษณะนี้จะต้องไม่ใช้ ผมหมายความว่าจะต้องไม่ใช้ทีโออาร์ที่มีการกีดกันผู้สนใจรายใหม่ และเปิดโอกาสให้เฉพาะ ผู้ประกอบการรายเดิมเท่านั้น
ท่านประธานครับ ผมนําท่านประธานไปที่รถไฟไทย ในขณะที่รัฐบาลกําลังจะ จัดสรรเงินกู้จํานวนมากถึง ๑.๒๗ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น ๖๘.๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้ ทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อใช้ในการยกเครื่อง รถไฟไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้การรถไฟรับผิดชอบโครงการขนาดใหญ่ นั่นก็คือโครงการ รถไฟความเร็วสูง แต่พอหันไปที่งบประมาณการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วไม่พบว่า มีการจัดเตรียมงบประมาณรองรับการเพิ่มบุคคลากรเพื่อผลักดันโครงการต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ เงินจํานวนมหาศาลถึง ๑.๒๗ ล้านล้านบาทเลย ผมจึงเป็นห่วงว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย จะสามารถบริหารเงินกู้ก้อนใหญ่นี้ให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ในขณะที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นมีหนี้สะสมถึงประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ได้ดูถูก ดูหมิ่นพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย อันที่จริงแล้วการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น มีพนักงานที่เก่ง มีความสามารถหลายคน แต่ไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือ ผมอยากถือโอกาสนี้ ให้กําลังใจแก่พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยขอให้ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทาง การพัฒนาที่ถือว่าเป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงให้ได้ผมอยากให้ใช้รถไฟอินเดีย เป็นกรณีศึกษา ในอดีตนั้นรถไฟอินเดียไม่สะอาด ไม่ตรงเวลา แต่มาวันหนึ่งมีเรื่องเล่าขานกันว่า รถไฟอินเดียมาตรงเวลาพอดี สร้างความประหลาดใจให้กับผู้โดยสารไปตาม ๆ กัน จึงหันไป ถามนายสถานีว่าเหตุใดรถไฟจึงมาตรงเวลา นายสถานีตอบว่า เป็นรถไฟของขบวนเมื่อวาน แต่ถึงวันนี้รถไฟอินเดียสามารถพลิกโฉมให้กลับมามีกําไรได้ จากการที่มีหนี้สะสมถึงเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็จะ สามารถกระทําเช่นนั้นได้ ผมอยากให้ผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทยตระหนักไว้ว่า ๒ ข้างทางรถไฟสามารถสร้างโอกาสให้การรถไฟแห่งประเทศไทยหลุดพ้นจากหนี้สินได้ แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนความคิดเก่า ๆ ที่ว่ารัฐบาลจะเลี้ยงดูเรา เป็นเราต้องเลี้ยงตัวเอง เหล่านี้ครับท่านประธานเป็นตัวอย่างที่ผมจําเป็นต้องปรับลด งบประมาณของรัฐวิสาหกิจลง ๒ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณครับ
กรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ ไม่ชี้แจงนะครับ ขอมตินะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จริง ๆ ผมไม่มี เจตนาที่จะอภิปรายที่ผมแปรญัตติรัฐวิสาหกิจเรื่ององค์การสวนยางและกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยางไว้นะครับ แต่ว่าบังเอิญเมื่อสักครู่ยังไม่ได้รับคําตอบที่ท่านประธานวิป ฝ่ายค้านบอกว่าถ้าท่านประธานจะได้ให้เวลาสําหรับในการที่จะได้อภิปรายญัตติ เพราะฉะนั้นเพื่อให้การพูดถึงเรื่องนี้ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่กําลังเกิดขึ้นนะครับ ผมก็ขอ ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยสําหรับแปรญัตติสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง และองค์การสวนยางครับท่านประธาน
อย่างนี้ได้ไหมครับท่านชินวรณ์ครับ
ที่เป็นอย่างนี้ที่ผมแปรญัตติไว้ ๑๐ เปอร์เซ็นต์
ท่านชินวรณ์ครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เมื่อกี้ผมเชิญประธานวิปทั้ง ๒ ฝ่ายมาปรึกษาหารือแล้ว วันอังคารกับวันพุธจะประชุมร่วมกันของรัฐสภา วันพฤหัสบดีก็จะประชุมสภาผู้แทนราษฎร เอาปัญหาเรื่องของเกษตรกรมาพูดกันนะครับ ประเด็นนี้ท่านไปพูดวันพฤหัสบดีได้ไหมครับ
มีประเด็นนิดเดียวครับ ท่านประธาน เนื่องจากว่าช่วงวันพุธที่ผ่านมาได้มีการประชุมร่วมกันของคณะกรรมาธิการ การเกษตรและสหกรณ์ คณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าตกต่ํา และได้เชิญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มารับฟังความคิดเห็น ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานว่ามันจึงมีความจําเป็นที่ ๒ หน่วยงานนี้จะต้องเข้าไปแก้ไขปัญหา เหตุที่ผม ต้องกราบเรียนท่านประธานก็เพราะว่าผมเห็นการชุมนุมที่อําเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ มีความชัดเจนว่าเริ่มต้นนั้นทางฝ่ายปกครองพยายามทําให้เกิด ความเข้าใจผิด โดยการมองพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราผู้ชุมนุมว่าเป็นกลุ่มหน้ากากขาว และเป็นกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล ผมคิดว่าถ้าเริ่มต้นแบบนี้ก็จะทําให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมา จริง ๆ ผมอยากจะให้มองพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางที่ได้ออกมาชุมนุมนั้นออกมาชุมนุม ด้วยความเดือดร้อน ถ้าออกมาชุมนุมด้วยความเดือดร้อน องค์การสวนยางนี้เป็นหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจที่อยู่ในพื้นที่ครับ แล้วก็สํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางก็มีหน่วยงาน ระดับจังหวัดในพื้นที่สามารถที่จะเข้าไปดําเนินการในการที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาเบื้องต้น ทีนี้ข้อเรียกร้องเบื้องต้น ท่านประธานครับ ที่มีความเป็นไปได้เรามีการเสนอแนะต่อรัฐบาล ไปแล้ว
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมว่าเราพูดกันวันพฤหัสบดีครับ
วันนี้ผมอยากเรียนสั้น ๆ นิดเดียว ท่านประธานครับ ข้อเสนอแนะที่ได้เสนอแนะไปนี้ผมอยากจะเรียนว่า ให้ประธานกรรมาธิการก็ดี หรือรัฐมนตรีที่อยู่ในกรรมาธิการก็ดีไปแก้ไขปัญหา ไม่ใช่แก้ไขปัญหาชุมนุม แต่แก้ไขปัญหาที่สาเหตุ ถ้าสามารถยกระดับราคาตามข้อเรียกร้อง ของเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางได้ ได้ราคายางแผ่นรมควันกิโลกรัมละ ๑๐๑ บาท ให้ดําเนินการชดเชยถ้าหากมีการหยุดกรีดยางที่กิโลกรัมละ ๘๐ บาท และให้มีการประกาศ ที่ชัดเจนว่าจะไม่นํายางในสต็อก ๒๑๐,๐๐๐ ตัน ออกมาจําหน่ายให้แปรรูปเพื่อใช้ ในประเทศไทย และรัฐบาลได้ดําเนินการในการที่จะให้ภาคีเครือข่ายของภาคเกษตรกร และกลุ่มชุมนุมสหกรณ์ได้มีการมาประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อน ในการแก้ไขปัญหาทั้งระยะสั้นและระยะยาวโดยเร่งด่วนต่อไป ผมคิดว่าวันนี้ ถ้าตัวแทนรัฐบาลลุกขึ้นตอบในที่ประชุมนี้ อย่างน้อยปัญหาที่จะเกิดความวุ่นวาย และปัญหาที่อาจจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรนี้คงหมดไป ผมไม่อยากให้ มองปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรเป็นทางการเมือง
ผมว่าพอแล้วนะครับ เดี๋ยวเราพูดกันวันพฤหัสบดีนะครับ
สรุปแล้วครับท่านประธาน ผมไม่อยากให้มองปัญหาเกษตรกรเป็นทางการเมือง และมีหน่วยงานองค์การสวนยางที่อยู่ใน พื้นที่แล้วครับ เพียงแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สั่งองค์การสวนยางและ ผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าไปสู่การแก้ไขปัญหา ไม่ใช่ไปใช้วิธีการในการที่จะปราบม็อบแต่เพียง อย่างเดียว เขามีปัญหาเขาออกมาครับ แก้ปัญหาให้ตรงจุด ผมคิดว่าสามารถที่จะแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนได้ครับ ขอบคุณครับ
เอาละครับ ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวนะครับ คือท่านเป็นห่วงเป็นใยนะครับ ไม่รู้ใครจะไป เกี่ยวข้อง ไปชี้แจงผมก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ วันพฤหัสบดีเราค่อยมาคุยกันนะครับ นั่งลงเถอะครับ มันจะเดินหน้าแล้ว ขอให้ท่านสมาชิกนะครับ จะตรวจสอบองค์ประชุมก่อน นะครับ ช่วยแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แสดงตนเรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล ๓๑๓ ท่านนะครับ
ผมขอถามมติที่ประชุมว่า ท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ที่สงวนคําแปรญัตติ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่แก้ไข ๒๘๘ คน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ ๑๓๐ คน งดออกเสียง ๑๔ คน ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่แก้ไข
เชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๓๑ ครับ ท่านมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันนั่งสังเกตคะแนน ท่านประธานคะ จะอยู่ที่ ๒๘๘ สเทเบิล (Stable) มาตลอดเลย แต่ว่าดิฉันนั่งดูมาตั้งแต่เช้านะคะ คนจะมากกว่านี้ก็ ๒๘๘ คนจะน้อย กว่านี้ก็ ๒๘๘ อย่าให้มันน่าเกลียดมากกว่านี้นะคะท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวนั่งลงครับ
คือให้มันเป็นไปตาม ความเป็นจริงมันชนะอยู่แล้วค่ะ แต่ดิฉันไม่อยากจะพูด แต่ถ้ามันยังเป็นอย่างนี้อีก เดี๋ยวดิฉันจะให้นับรายหัวเลย ขอบคุณค่ะ จะได้บันทึกเอาไว้ค่ะ
เชิญท่านเลขาธิการ มาตรา ๓๑ สภากาชาดไทย เชิญ
มาตรา ๓๑ สภากาชาดไทย ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๒ กองทุนและเงินทุนหมุนเวียน มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ
ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ๑๐ นาทีนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดพิษณุโลก กระผมขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณ ในส่วนของกองทุนนี้ไว้นะครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วมีหลายกองทุน ผมมีเวลาน้อย ผมกราบเรียนท่านประธานเลยว่าผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคณะกรรมาธิการงบประมาณนะครับ ที่ท่านอนุมัติเงินกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐครับ ท่านอนุมัติให้ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นที่ผมไม่เห็นด้วยก็เพราะว่า ๑. กระทรวงการคลังเป็นคนจัดสรรงบประมาณเอง หารายได้เอง กําหนดรายจ่ายเอง แล้ววันนี้กระทรวงการคลังนั้นไม่จําเป็นต้องมาแย่งงบอันนี้จากเด็กยากจน ในชนบท จากคนยากคนจนในชนบทครับ กระทรวงการคลังต้องการตั้งกองทุนพัฒนา อสังหาริมทรัพย์ของรัฐนี้เพื่อมาค้าขายที่ดิน ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องของการฟุ่มเฟือย ไม่รีบด่วน แล้วก็เป็นการค้ากําไรในขณะที่วันนี้กระทรวงการคลังนั้นมีรัฐวิสาหกิจที่อยู่ในความดูแลเกือบ ๖๐ แห่ง ท่านประธานครับ แล้วก็มูลค่าสินทรัพย์ถึง ๖,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ ให้ผลตอบแทนไม่ถึง ๗ เปอร์เซ็นต์ ฉะนั้นอยากจะให้กระทรวงการคลังนั้นไปดูแลผลตอบแทน ในการบริหารรัฐวิสาหกิจให้ดีกว่านี้เพื่อที่รัฐบาลนั้นจะไม่ต้องกู้หนี้ยืมสินมาโปะงบดุล ที่ขาดทุนนะครับ
ประการต่อมาครับ กระทรวงการคลังนั้นมีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของกรมธนารักษ์อยู่แล้วที่ราชพัสดุ ศูนย์ราชการ และผมไม่ทราบว่ากรรมาธิการ ได้ถามไหมครับว่าอะไรก็ตามที่รัฐบาลบริหาร รัฐบริหารนะครับเจ๊งหมด แล้ววันนี้ ท่านประธานไปดูนะครับธนาคารของรัฐเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) คือธนาคาร พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยนะครับ แล้วก็อิสลามแบงก์นั้น มีหนี้เน่ารวมกัน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ และวันนี้กองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงก็ติดลบ ฉะนั้น เอาเวลาไปแก้ปัญหาตรงนั้น ไม่ต้องมาพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ นอกจากนั้นแล้ว กระทรวงการคลังมีบทเรียนที่ผ่านมานะครับ วันนี้ปัญหาในอดีตคือสินเชื่อธนาคารกรุงไทย หนี้เน่าหลายพันล้าน มีเงินปากถุงให้กับอดีตรองนายกรัฐมนตรีเรื่องอยู่ที่ ป.ป.ช. นะครับ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เอสเอ็มอีแบงก์นั้น แก้หนี้เน่ามาหลายรอบแล้วนะครับ เพิ่มทุนจากภาษีประชาชนเกือบหมื่นล้านบาทแล้ว แล้วก็มีเรื่องทุจริตซื้อขายที่ดินรัชดาก็มาแล้ว ปล่อยเงินกู้ให้กับรัฐบาลพม่าก็มีอยู่ใน ป.ป.ช. แล้ว และวันนี้จะเอาเงินนั้นไปตั้งกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐอีกพันล้านบาท ผมไม่เห็นด้วยครับ นอกจากนั้นแล้วผมกราบเรียนท่านประธานว่าเงินอันนี้เอาไปใช้นะครับ ยังไม่มีการกําหนดเป้าหมายที่แน่นอนว่าจะไปซื้อที่ดินอะไร ซื้อที่ไหน ผลตอบแทน เป็นอย่างไร เพียงแต่เอาเงินนั้นไปกองในกองทุนก่อนแล้วค่อยมาศึกษาซื้อที่ทีหลัง มันผิดวิสัย ของคนใช้เงินนักการเงินอย่างกระทรวงการคลังครับ ท่านประธาน เป็นการเสียโอกาสอย่างยิ่ง ถ้าเผื่อท่านประธานจะดูนะครับ วันนี้กองทุนการออมแห่งชาติซึ่งต้องการให้รัฐบาลนั้น เติมเงินเข้าไป รัฐบาลก็ไม่เติมเงิน แต่กลับบอกว่ามีเงินนี้มาเพิ่มให้พันล้านบาทสําหรับ กองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐพันล้านบาทท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าวันนี้กระทรวงการคลังนั้นกรรมาธิการก็ทราบนะครับว่ามีเงิน นอกงบประมาณซึ่งเป็นรายได้ของหน่วยงานจัดเก็บของกระทรวงการคลังนั้นพันกว่าล้านบาท ไม่จําเป็นต้องมาเอาเงินส่วนนี้ครับ ไม่จําเป็นต้องเอาจากเงินงบประมาณเลย เอาเงินรายได้ ของกระทรวงการคลังเองไปพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของกระทรวงการคลังเองครับ อย่ามาเอาเงินส่วนนี้ เพราะว่าผมกําลังจะบอกกับคณะกรรมาธิการงบประมาณว่า วันนี้ท่านไม่ได้ดูแลเด็กนักเรียนยากจนในชนบทนะครับ วันนี้เด็กนักเรียนยากจนในชนบทนั้น ต้องการงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ดูแลอาหารกลางวันนักเรียนนะครับ วันนี้ผมกราบเรียน ท่านประธานว่ามีข้อศึกษามาแล้วนะครับ ผลสํารวจพบเด็กไทยขาดสารอาหาร เด็กก่อนวัยเรียนมีปัญหาขาดสารอาหารร้อยละ ๒๕ เด็กในวัยเรียนมีปัญหาขาดสารอาหาร ร้อยละ ๒๐ ท่านประธานครับ ประชาชนยังยากจนอยู่แล้ววันนี้ทุกคนก็ทราบครับ ทราบว่าวันนี้คนยากคนจนนั้นรอเงินค่าทําศพที่รัฐบาลจะช่วยรายละ ๒,๐๐๐ บาท อีก ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ฉะนั้นถ้าเผื่อเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไม่จําเป็นต้องเอาไป นี่จะเอาไปช่วยให้คนอีกเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คน ไม่ต้องรอเงิน ๒,๐๐๐ บาทต่อรายในค่าทําศพ รัฐบาลสามารถเอาเงินนี้จ่ายให้ได้เลย เด็กนักเรียนก่อนวัยเรียนและเด็กนักเรียนในวัยเรียน อีก ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท สามารถใช้เงินในพันล้านบาทนี้ไปเพิ่มคุณภาพอาหารกลางวันเขา ใน อบต. ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นผมวิงวอนท่านกรรมาธิการงบประมาณว่า ท่านมองข้ามตรงนี้ไปว่าคนยากคนจนยังรอเงินอยู่ พันล้านบาทนี้ใช้ประโยชน์ให้กับ คนยากคนจนได้ครับ ฉะนั้นไม่อยากให้กรรมาธิการนั้นได้ไปแย่งงบของคนจนในส่วนนี้ เพียงเพื่อมาตั้งกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐครับ ผมบอกท่านได้เลยว่า มันเป็นเรื่องของความเชื่อว่าวันนี้ท่านคิดจะค้าขายในขณะที่เราไม่มีเงิน แต่ในขณะเดียวกัน ลูกหลานเรายังอด ยังขาดสารอาหาร ยังไม่มีเงินอุดหนุนคนยากคนจน แม้กระทั่งค่าทําศพ ผมถามว่าท่านทําได้ลงคอหรือครับ ผมจึงขอแปรญัตติปรับลดงบประมาณในส่วนนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ
เชิญคณะกรรมาธิการครับ
๑๕๒/๑
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผมคิดว่าในส่วนนี้ในชั้นกรรมาธิการก็มีการซักถามและ มีการอภิปรายต่อความห่วงใย ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านจุติ ไกรฤกษ์ เช่นเดียวกันกับ ที่ท่านอภิปราย และผมคิดว่าในตอนท้ายนี้ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านจะมาตอบชี้แจงบางประเด็นท่านก็คงรับฟังเรื่องนี้อยู่นะครับ อาจจะมีการชี้แจงให้บ้าง ผมคิดว่าในส่วนนี้ผมคิดว่าท่านคงไม่ขัดข้องที่จะตอบชี้แจงบางประเด็น เนื่องจากว่าเกี่ยวข้อง กับกระทรวงการคลัง ท่านคิดว่าน่าจะเป็นทางปฏิบัติในส่วนของการบริหารงานแผ่นดิน นะครับ ผมคิดว่าน่าจะเหมาะสม กรรมาธิการรับเป็นข้อสังเกตไว้ครับท่านประธาน
จะขอลงมติในมาตรานี้นะครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่าน เข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนนะครับ ท่านอลงกรณ์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๓๒ กองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ขอตัด ๘ เปอร์เซ็นต์
เข้าใจครับ ทางวิปว่าอย่างไรครับ
เพราะความจริงผมได้เแปรญัตติไว้ ทุกมาตรานะครับแต่ไม่ได้พูดเลย แต่ว่าเป็นมาตราสุดท้ายแล้ว ใช้เวลาสั้น ๆ เท่านั้นครับ
เชิญครับ
เพราะกระผมเห็นว่ากองทุนส่งเสริม เศรษฐกิจสร้างสรรค์นั้นซึ่งกําหนดไว้ในการของบประมาณประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ จํานวน ๗๐๐ ล้านบาทนั้น ที่ผมได้เสนอแปรญัตติปรับลด เพราะต้องการที่จะถาม คณะกรรมาธิการว่าได้มีการตรวจสอบซักถามถึงผลดําเนินการอย่างไรหรือไม่ เพราะว่า ตลอด ๒ ปีที่ผ่านมานั้นการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์โดยมีกลไกกองทุน เศรษฐกิจสร้างสรรค์ไม่ได้เดินหน้าเลย นับแต่เราได้มีการประกาศนโยบายเศรษฐกิจสร้างสรรค์ โดยประกาศเป็นพันธสัญญา ๑๒ ข้อ ที่ทําเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๕๒ โดย ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ด้วยความมุ่งหวังว่าเราจะเปลี่ยน โมเดล (Model) การพัฒนาประเทศสู่แนวทางใหม่ นั่นก็คือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม เปลี่ยนจากประเทศที่เป็นโออีเอ็ม (OEM) มาสู่ประเทศที่เป็นโอดีเอ็ม (ODM) และโอบีเอ็ม (OBM) ก็คือเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือเปลี่ยน จากการรับจ้างทําของมาสู่การมีการออกแบบ สร้างมูลค่าเพิ่ม แล้วก็ไปสู่การมีแบรนด์ (Brand) ของตัวเอง นั่นคือแนวทางเดียวที่จะก้าวพ้นความยากจนของประเทศนี้ เนื่องจากว่า ในงบประมาณแผ่นดินที่เราขอมาแต่ละปีนั้น โดยเฉพาะปีนี้ก็ขอมาถึง ๒.๕๒๕ ล้านล้านบาท แต่เราไม่สามารถก้าวพ้นความยากจน เราไม่สามารถที่จะทําให้เรามีสินค้าบริการ แทนที่จะ ขายแต่วัตถุดิบหรือการแปรรูปเบื้องต้นจึงทําให้รายได้ของประชาชนยังไม่ถึง ๕,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ถูกประเทศมาเลเซียซึ่งใน ๑๐ ปีเศษเท่านั้นเองเขาได้ปรับโมเดล ของการพัฒนาเศรษฐกิจมาสู่แนวทางการสร้างมูลค่าเพิ่ม จนประชากรของเขามีรายได้ต่อหัว เกือบ ๑๐,๐๐๐ ดอลลาร์สหรัฐต่อปี มากกว่าเรา ๑ เท่าตัวแล้ว นั่นเป็นเพราะยุทธศาสตร์ และนโยบายในการขับเคลื่อนเปลี่ยนแปลงประเทศนี้ จะเรียกว่าเป็นการปฏิรูปประเทศ ด้วยแนวทางของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ก็ว่าได้ แต่กระผมไม่เห็น ๒ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะ ปีที่ผ่านมานั้นว่าได้มีการดําเนินนโยบายในกิจกรรมแผนงานต่าง ๆ ตามงบประมาณที่ขอมานั้น อย่างสัมฤทธิ์ผล ไม่ว่าจะเป็นสํานักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์แห่งชาติที่รัฐบาลที่แล้ว ได้ตั้งขึ้นเรียบร้อย อยู่ในสังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี มีแต่เรื่องของการไปขอแก้ไขระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรี แล้วก็ยังไม่ได้ดําเนินการอะไร รวมไปถึงกองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ก็ไม่ดําเนินการใด ๆ ก็ไปแก้ไข ออกแก้ไขระเบียบใหม่ ยกเลิกระเบียบเก่า แล้วก็เขียน ระเบียบใหม่ เพียงแค่เปลี่ยนชื่อจากสํานักงานกองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์มาสู่กองทุน ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ แล้วก็ย้ายจากที่ให้สภาพัฒน์มาอยู่ในสํานักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นอกจากนั้นไม่ว่าจะเป็น โครงการในเรื่องของสถาบันพัฒนาเศรษฐกิจสร้างสรรค์หรือว่าครีเอทีฟอะคาเดมี (Creative Academe) ซึ่งเราได้ร่วมมือกับ ๑๐๐ กว่ามหาวิทยาลัยทั้งภาครัฐและเอกชน ในการที่จะให้เป็นศูนย์อบรมบ่มเพาะ ศูนย์วิจัยและพัฒนาสินค้าและบริการร่วมกับ ผู้ประกอบการภาคเอกชนใน ๑๕ กลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ ก็แทบจะลืมเลือนหายไปหลังจากที่ เรามีกระแสขับเคลื่อนเรื่องนี้จนกระทั่งออกไปสู่อาเซียนในช่วงปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ แม้แต่ตํารับตําราวิชาเรียนวิชาสอนที่ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนการเรียนการสอน เปลี่ยนวิธีการเรียนรู้ของเด็กไทย นักศึกษาไทยไปสู่แนวทางของการคิดเป็นทําเป็น จากการท่องจํา และได้มอบให้ตํารับตําราวิชาเรียนให้กับ ๕ กระทรวงซึ่งมีสถาบันการศึกษา ในสังกัดก็กลับปรากฏว่าหายเงียบไป รวมไปถึงโครงการการจัดประชุมนานาชาติ ว่าด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์เพื่อให้ประเทศไทยนั้นเป็นศูนย์กลางของแนวทางเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ในภูมิภาคนี้ซึ่งก็ทํามาอย่างต่อเนื่อง มีหลายสิบประเทศมาร่วมและองค์การ ระหว่างประเทศ เช่น อังค์ถัด (UNCTAD) ก็ดี หรือว่าดับเบิลยูทีโอ (WTO) ก็ดี หรือว่า ไวโป (WIPO) ก็ดี ได้มีส่วนร่วมอย่างสําคัญในการที่จะขับเคลื่อนเพื่อให้ประเทศไทย เป็นศูนย์กลางขององค์ความรู้ แล้วก็ขยายแนวทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ให้สามารถที่จะ เปลี่ยนประเทศนี้ให้ก้าวพ้นความยากจนจากประเทศที่รับจ้างทําของเหมือนช่างเย็บเสื้อผ้า โหลนั้นไปสู่การผลิตเสื้อผ้าที่มีแฟชั่นและมีแบรนด์ ดังนั้นกองทุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งได้ตั้งงบประมาณมาติดต่อกัน ๒-๓ ปีงบประมาณแล้วครับ ปีนี้ ๗๐๐ ล้านบาท กรรมาธิการได้มีการซักถามหรือไม่ครับว่าผลงานที่ผ่านมาเป็นอย่างไรเพราะไม่ปรากฏเลยว่า ได้มีโครงการใด ๆ ของภาคเอกชนที่ต้องการได้รับการสนับสนุนหรือว่าเมืองเศรษฐกิจ สร้างสรรค์ต้นแบบ ๑๐ เมืองที่เราดําเนินการเสร็จเรียบร้อย หรือว่า ๑๕ สถาบันพัฒนา เศรษฐกิจสร้างสรรค์ในความร่วมมือ ๑๔๒ มหาวิทยาลัยทั่วทั้งประเทศ และรวมถึงโครงการ รางวัลนายกรัฐมนตรีที่เรียกว่า พีเอ็ม ครีเอทีฟ อวอร์ด (PM Creative Award) เพื่อเป็น แรงบันดาลใจ ล้วนแล้วแต่หายเป็นกลีบเมฆจึงต้องการความใส่ใจ เพราะนี่อาจจะเป็นเพียง กุญแจดอกเล็ก ๆ แต่มันจะเป็นกุญแจไขประเทศนี้ไปสู่การพ้นความยากจน ไม่ต้องขายข้าว เป็นตัน แต่ขายข้าวเป็นกิโลกรัม เป็นกรัมให้มากขึ้นด้วยการแปรรูปสร้างมูลค่า ด้วยการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมที่เป็นมรดกของเรามา ด้วยทักษะความรู้ความสามารถ เกาหลีสามารถส่งออกสินค้าดนตรี ภาพยนตร์ ละคร หรือการออกแบบในเรื่องของ แอนนิเมชัน (Animation) ประสบความสําเร็จ เราก้าวเดินไม่ได้ห่างกันเท่าไรนัก เพียงแต่ ขาดตอนใน ๒ ปีนี้ จึงขอให้ท่านคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงหน่อยครับ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่ เรื่องเล็ก ๆ แต่มันหมายถึงโฉมหน้าใหม่และทิศทางใหม่ในการขับเคลื่อนประเทศครับ
ท่านวิทยา กรรมาธิการ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ รองประธานกรรมาธิการนะครับ ขออนุญาต ชี้แจง ต้องขออนุญาตเอ่ยนามในความห่วงใยของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คุณอลงกรณ์ พลบุตร ก็เรียนให้ทราบว่าท่านก็ได้อภิปรายไว้ชัดนะครับก็คือมีการเปลี่ยนแปลงหน่วยงาน หลังจากจัดตั้งมาได้ ๒ ปี ก็คือในสมัยรัฐบาลที่ท่านได้กล่าวถูกต้องครับ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้วก็ปัจจุบันได้มีการปรับองค์กรแล้วก็มีการเปลี่ยนชื่อเป็นกองทุนส่งเสริม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ แล้วก็เปลี่ยนสถานะความรับผิดชอบขึ้นกับสํานักงานเลขาธิการ นายกรัฐมนตรี แต่เดิมสังกัดอยู่ที่ สช. อันนี้ผมได้รับคําตอบตรงนี้แล้วก็จะเริ่มขับเคลื่อน นะครับ ตอนนี้มีงบประมาณยอดยกมาก็ ๓๐๐ ล้านบาทนะครับ ตั้งเพิ่มอีก ๗๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๑,๐๐๐ ล้านบาท เข้าใจว่าเสร็จสิ้นตรงนี้ก็คงจะดําเนินการได้ในปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ขออนุญาตนําเรียนชี้แจงเบื้องต้นครับ
เดี๋ยวท่านประธานจะขอชี้แจงนิดหนึ่งครับ
ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตรบกวนเวลาสักเล็กน้อยนะครับ ถ้าไม่ชี้แจงเลยก็อาจจะทําให้เกิด ความเสียหาย เกี่ยวกรณีเรื่องการบริหารจัดการเรื่องงบการจัดซื้อจัดจ้างของ สภาผู้แทนราษฎรนะครับ ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณท่านบุญยอดและท่านวัชระที่ได้ให้ ความห่วงใย แล้วก็ช่วยเป็นหูเป็นตา ก็ต้องขอขอบคุณจริง ๆ นะครับ แต่ประเด็น อย่างไรก็แล้วแต่ ข้อมูลบางอย่างก็อาจจะไม่ตรงนะครับ อย่างกรณีเช่น เรื่องของเว็บไซต์ของ รัฐสภาเท่าที่ผมทราบนะครับ อย่างที่เมื่อกี้ที่ท่านพูดบอกว่ามีงบ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วคราวหลังเบิกไปแล้วอีก ๑๐ ล้านบาท แล้วกําลังจะเบิกอีก ๒๕ ล้านบาทอะไรทํานองนี้ แต่เท่าที่ผมทราบและเป็นข้อเท็จจริงมันมีงบอยู่แค่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทเท่านั้นครับ ไม่ได้มีอย่างที่ท่านอาจจะเข้าใจผิดนะครับ แต่ถึงอย่างไรก็แล้วแต่ในส่วนของเว็บไซต์ ผมมีนโยบายว่าจะต้องทําหน้าที่อย่างเป็นกลาง แล้วหน้าที่โดยตรงก็คือส่งเสริมประชาธิปไตย แล้วก็ช่วยประชาสัมพันธ์งานของรัฐสภา ซึ่งเว็บไซต์ตัวนี้เปิดดําเนินการมาก็เกือบจะร่วมปี แล้วก็ไม่เคยมีปัญหา ก็เพิ่งมีปัญหาเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้วนี้เท่านั้นละครับ หลังจาก ที่ท่านศิริโชค โสภา ได้ทักท้วง ผมลงจากบัลลังก์ผมก็เรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบถาม แล้วก็มา ดูก็เห็นว่ามันมีภาพที่เกี่ยวกับการเมืองซึ่งไม่ใช่เจตนาหรือเป้าวัตถุประสงค์ของการทําเว็บไซต์ ของรัฐสภา ผมก็ได้ตําหนิผู้ที่รับผิดชอบนะครับ หมายถึงไซม่อนที่ท่านได้เอ่ยชื่อถึงนั่นละ แล้วนอกจากตําหนิแล้วผมก็ได้ให้ไซม่อนเขาพ้นจากหน้าที่ในความรับผิดชอบเรื่องนี้นะครับ แล้วก็เน้นย้ําว่าเว็บไซต์ของรัฐสภาจะต้องทําหน้าที่อย่างเป็นกลาง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ส่งเสริมประชาธิปไตย และประชาสัมพันธ์งานของรัฐสภา แล้วก่อนหน้านั้นในส่วนของวิทยุ และทีวีของรัฐสภาผมได้มอบนโยบายให้กับข้าราชการชัดเจนครับ แล้วผมใช้คําพูดค่อนข้าง จะไม่ต้องแปลนะครับ อาจจะใช้คําพูดแรง ๆ ตรง ๆ เพื่อที่อยากเห็นผลในทางปฏิบัติ มันเป็นรูปธรรมจริง ๆ ผมได้มอบนโยบายให้กับข้าราชการเกี่ยวกับทีวีและวิทยุ ผมใช้คําพูด อย่างนี้ครับในที่ประชุม ถ้าทีวี วิทยุของรัฐสภาถ้าผมได้ยินแดงด่าเหลือง เหลืองด่าแดง ผมเอาตายแน่ ผมใช้คําพูดอย่างนี้ครับ เป็นนโยบายที่ผมอยากเห็น เพราะฉะนั้นให้สบายใจครับ ไม่มีเจตนาจริง ๆ แล้วเมื่อวานผมก็ยังได้โทรศัพท์ไปหาท่านศิริโชค แล้วผมได้ขอโทษ ท่านศิริโชคด้วยนะครับ แล้วผมได้สอบถามคนที่ส่งข้อความเข้ามา เจตนาเขาก็ไม่มีอะไรหรอกครับ ก็เป็นความเห็นส่วนตัวแต่ส่งเข้ามาผิดที่เท่านั้นเองซึ่งมันไม่ใช่นโยบาย เพราะฉะนั้นก็ต้องขออภัย และในส่วนของข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงนะครับ ที่เป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ และก็มีการพูดจากันในที่ประชุมแห่งนี้ อย่างกรณีซื้อไมโครโฟน ๘๐ ล้านบาท ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างนี้ ซึ่งจริง ๆ มันทําให้คนเข้าใจผิดนะครับ ไมโครโฟนที่ไหน ๘๐ ล้านบาท ตัวเดียวให้ประธานสภาฟังแล้วมันน่าหมั่นไส้ครับ ซึ่งข้อเท็จจริงมันเป็นงบ ปี ๒๕๕๗ งบที่กําลังพิจารณาอยู่นี่ครับ ตั้งงบไว้สําหรับไมโครโฟนของพวกเราทั้งหมดในห้อง ประชุมของเรา ๗๐๐ ตัว และในห้องกรรมาธิการอีก ๒๘ ห้อง ไมโครโฟนทั้งหมดตั้งงบไว้ ๖๕ ล้านบาท ไว้สําหรับซ่อมแซมปรับปรุง ถ้ามันไม่เสียไม่มีปัญหาก็ไม่ได้ใช้ครับ แต่เอาไว้ก่อน เกิดไมโครโฟนของเราใช้ไม่ได้จะเอาเงินที่ไหนมาทํา มันก็ต้องตั้งเอาไว้นะครับ เพราะฉะนั้น ไม่ได้หมายความว่าตั้งงบ ๘๐ ล้านบาทไปซื้อไมโครโฟนให้ผมนะครับ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่ข้อมูลบางอย่างก็ตรงนะครับ อย่างเช่นไปเช่าที่ทําสํานักงานรัฐสภาประจําจังหวัด ที่อุบลราชธานีปีละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเมื่อวันก่อนผมได้เข้าร่วมประชุมกับกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ซึ่งก็ได้พูดกันเรื่องนี้ครับ แล้วผมก็ได้ถามกับทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก็ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งผมมีนโยบายอย่างนี้นะครับ ก็ให้นโยบายกับรัฐสภาจังหวัดนําร่องทั้ง ๖ จังหวัด เรื่องสถานที่ ถ้าเป็นไปได้นะครับ อย่าให้มีค่าใช้จ่าย ไปขอความร่วมมืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ต้องเสียสตางค์ ซึ่งทั้งหมด ๖ จังหวัด ก็ปรากฏว่า ๕ จังหวัด ไม่ได้เสียสตางค์เลยนะครับ ของฟรีทั้งนั้นนะครับ แต่บังเอิญ มีจังหวัดเดียวที่จังหวัดอุบลราชธานี เห็นบอกก่อนหน้านั้นเคยไปขอสถานที่อีกแห่งหนึ่ง ผมจํารายละเอียดไม่ได้ ไม่ต้องเสียสตางค์เหมือนกัน แต่พอถึงวันที่จะเปิดทําการปรากฏว่า เขาเปลี่ยนใจไม่ให้ มันก็เลยฉุกละหุก แล้วก็ปรากฏว่าหลังจากนั้นมาผมเพิ่งมาทราบทีหลังว่า ไปเช่าแบบฉุกละหุก ซึ่งท่านได้พูดก็ข้อมูลตรงครับ ปีละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท วันก่อน ในที่ประชุมกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ผมก็เลยสั่งเป็นนโยบายว่าให้นํานโยบายที่ผมได้กําชับ มอบหมายไปปฏิบัติ เพราะฉะนั้นเช่าแล้วไม่เป็นไร แต่ถ้าหมดสัญญาเช่าแล้ว ต่อไป เราพอมีเวลาไปหาสถานที่ใหม่ที่ไม่ต้องเสียค่าเช่า ผมมอบให้เป็นนโยบายในที่ประชุม กรรมาธิการ ๓๕ คณะ เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่อยากเรียนท่านสมาชิกนะครับ ที่ผ่านมา เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างผมพยายามระมัดระวังตัวเป็นที่สุด ผมไม่เคยไปล้วงลูกหรือไปยุ่ง เกี่ยวกับเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างของสภาของเราเลย ข้าราชการทุกส่วน ผอ. สํานัก ทุกสํานัก ผมคิดว่าทราบเรื่องนี้ดี แม้แต่ท่านประธานคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎร ท่านไพจิต ผมก็เชื่อว่าท่านรู้และเข้าใจเรื่องนี้ดี ผมพยายามที่จะ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว แต่พอมีปัญหา สุดท้ายมันก็ไม่พ้นผมอยู่ดี แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ก็ต้องขอขอบคุณ แล้วผมจะพยายามเข้าไปดูแล ผมจะมีหนังสือเป็นเอกสารเรียนไปถึง ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรว่าตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก่อนที่จะดําเนินกิจการอะไรก็แล้วแต่ ที่ใช้งบประมาณเกินกว่า ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ต้องรายงานให้ผมทราบก่อน เพื่อความรอบคอบครับ จะได้ช่วยกันดู เป็นหูเป็นตา ช่วยกัน แล้วก็ฝากท่านบุญยอด ท่านวัชระช่วยเป็นหูเป็นตาช่วยกันครับ สภาของเราครับ ผมก็อยู่ที่นี่มานาน อยู่นี่เกินกว่า ครึ่งหนึ่งของชีวิตครับ ผมเคยพูด ที่นี่เป็นบ้านหลังแรกของผมครับ เพราะผมอยู่นานกว่า บ้านที่ผมเกิด ฉะนั้นผมรักที่นี่เหมือนพวกเรารัก ก็ต้องช่วยกัน ก็ต้องขอขอบคุณจริง ๆ แต่ที่พูดนี้ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านเลขาธิการท่านผิดนะครับ เพราะผมก็เชิญท่านมา ท่านก็ชี้แจงกับผมว่าทุกอย่างท่านสามารถชี้แจงได้ ทุกอย่างดําเนินการไปโดยโปร่งใส แต่ผมก็เรียนกับท่านเลขาธิการว่าบางอย่างถึงแม้จะโปร่งใส มันก็ต้องดูว่ามันเหมาะสม หรือไม่ด้วย อย่างเช่นนาฬิกา จะอย่างไรก็แล้วแต่ผมเองก็มีความรู้สึกไม่สบายใจครับ พูดขึ้นมาเมื่อไรมันก็ขัดความรู้สึกตัวเองทุกที ไม่ต่างกับท่านสมาชิก รู้สึกไม่ต่างกันหรอกครับ เพราะฉะนั้นถึงจะอย่างไรก็แล้วแต่ มันก็ไม่น่าจะต้องใช้มาตรฐานถึงขนาดนั้นกระมังครับ ที่นาฬิกาเป็นระดับมาตรฐานโลก เพราะฉะนั้นโดยส่วนตัวผม ผมก็ยังมองว่า มันยังไม่จําเป็นต้องถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณมันมีความ พอเหมาะพอสม แล้วเกิดประโยชน์กับสภาเรามากที่สุด ผมก็จะมีหนังสือถึงท่านเลขาธิการ นะครับ งบประมาณที่จะจัดซื้อจัดจ้างตั้งแต่ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทขึ้นไป ต้องรายงาน ก่อนดําเนินการครับ ต้องรายงานให้ผมทราบก่อน จะได้ช่วยกันดูแลเป็นหูเป็นตาครับ แต่อย่างไรก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใยครับ ขอบคุณครับ
ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวจะขอลงมติเลยนะครับ ท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ หลาย ๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรผมต้องเรียนว่ามันควรจะต้องมี การปรับปรุงเป็นครั้งใหญ่ ทั้งระบบงานของสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ที่ผ่านมานั้น ถ้าเราเทียบกันจริง ๆ แล้ว เทียบกับทางวุฒิสภาเขาไม่ได้ สํานักงานเลขาธิการวุฒิสภา เขาทํางานเป็นระบบ แม้แต่การที่จะให้ความช่วยเหลือหรือบริการสมาชิก หลาย ๆ อย่าง นะครับ แล้วสําคัญที่สุดก็คือว่าในเรื่องถ้ามีพฤติกรรมส่อในทางทุจริตท่านจะปล่อยเฉย อย่างนี้ไมได้ ต้องสอบสวนเอาความจริงมาให้ได้ครับว่ามีการทุจริตจริงหรือไม่ เพราะถ้าหากว่า ในสภาเรามีพฤติกรรมอย่างนี้ผมว่าเป็นการเสียหายแก่สภาอย่างยิ่ง เรื่องนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ต้องมีการสอบสวนให้ได้ว่ามีการทุจริตจริงหรือไม่ ถ้ามีการทุจริตจริงก็ต้องลงโทษอย่างหนัก ไม่ไว้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมถือว่ามีความสําคัญที่สุด
แล้วอีกประการหนึ่งคือเรื่องอาหารในสภานี้ ไม่ใช่ผมเป็นคนช่างรับประทาน นะครับ ผมลงไปทานที่ข้างล่างไปซื้อแทบทุกวันที่มีการประชุม แต่ทราบมารายการอาหาร ต่อหัวผมไม่แน่ใจว่าเท่าไร แต่อาหารที่ทานนี่เรียนตรง ๆ มันไร้มาตรฐานถ้าเทียบกับ ทางวุฒิสภา ทุกท่านผมเชื่อว่าที่รับประทานก็เพราะว่าไม่มีทางที่จะไป แล้วเราก็ไม่อยากจะออกไป ข้างนอก เสียเวลาในการประชุม เพราะฉะนั้นอยากจะฝากว่าทางท่านประธานจะมอบให้ใครก็ได้ ครับ ท่านรองประธานท่านใดท่านหนึ่งมาดูแลเรื่องอย่างนี้ด้วย แล้วก็เป็นที่ครหาครับ ว่ามีหัวคิวมีอะไรอยู่ในการที่ใครจะเข้าทําอาหารในนี้ อันนี้เป็นเรื่องที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น ในสภาแห่งนี้เลย สภาแห่งนี้ควรจะโปร่งใสที่สุด เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดของหน่วยงานอื่น ๆ ของประเทศไทย ขอบคุณครับ
ขออนุญาต ต้องขอบคุณท่านนิพนธ์นะครับที่ช่วยชี้แนะ ก็ฝากท่านสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับ ช่วยเป็นหู เป็นตาด้วย มีอะไรก็ช่วยแจ้งผม บางทีก็ดูแลกันไม่ทั่วถึง แล้วส่วนของการตั้งกรรมการสอบ ซึ่งท่านเป็นกังวลอยู่ ก็ต้องขอชี้แจงนะครับว่าผมก็คิดจะตั้งกรรมการสอบเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริง ผมก็อยากรู้เหมือนกัน แต่บังเอิญว่ามีคณะกรรมาธิการ ๒ คณะที่กําลังสอบเรื่องนี้อยู่ ก็คือคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แล้วคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาเรา กําลังสอบเรื่องนี้อยู่ แล้วก็ทราบว่าท่านยื่นเรื่องไปที่ ป.ป.ช. ด้วยแล้ว เพราะฉะนั้นก็เห็นว่า ไม่จําเป็นต้องตั้งกรรมการแล้ว เพราะว่ามีการสอบหลาย กรรมาธิการ ๒ คณะ แล้วก็ ป.ป.ช. ด้วย ก็คงต้องให้ความเป็นธรรมกับท่านเลขาธิการนะครับ ท่านก็ชี้แจงว่าทุกอย่างโปร่งใส สามารถชี้แจงได้ก็ปล่อยให้ท่านได้พิสูจน์ตัวเอง เพราะเราก็ต้องให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย อย่าเพิ่งไปกล่าวหาอะไรต่าง ๆ ซึ่งบางทีพูดมากเกินเลยความเป็นจริงไปฟังแล้วไม่ค่อยสบายใจ สรุปแล้วสภาของเรามีอะไรก็ช่วยบอกด้วยครับ สมควรนะครับ
ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เชิญแสดงตนครับ ท่านชี้แจงไปแล้วก็น่าจะยุติ เดี๋ยวเราขอลงมติเลยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งผลก่อนนะครับ ๓๒๖ ท่านนะครับ
ผมขอมติที่ประชุมนะครับ มาตรา ๓๒ นี้ผมขอถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับ ร่างของคณะกรรมาธิการที่มีการแก้ไข ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนความแปรญัตติ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอแก้ไข ๒๘๘ ท่าน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ๑๓๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๖ ท่านนะครับ ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ขอแก้ไขนะครับ
ท่านรังสิมา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันพูดประเด็นที่ ๑ ก่อนนะคะ ๒๘๘ งวดนี้ออกแน่ ประการที่ ๒ เมื่อกี้นี้ดิฉันยกมือก่อนที่ประธานจะลงบัลลังก์ ท่านประธานก็ไม่ให้ดิฉันพูด ประธานหนีไปแล้วเห็นไหม ท่านประธานคะ ดิฉันจะเรียนท่านประธานว่า
คืออย่างนี้ท่านรังสิมาครับ ท่านมีอะไรก็พูดมานะครับ เราก็อยู่สภาเราก็เห็นกัน
ไม่ใช่ ท่านอยู่ตรงนั้นท่านจะได้ ฟังแล้วก็ได้ตอบอย่างไร ประการที่ ๑ นะคะ ว่าประธานให้อํานาจเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เวลาเขาตั้ง เขาก็ตั้ง ๔,๙๙๙,๐๐๐ บาท ไม่ถึงอํานาจประธานอีก ให้ไปทําไมตั้ง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ล้านเดียวก็เหลือหลายแล้ว ล้านเดียว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ได้เท่าไรแล้ว ๓๐๐,๐๐๐ บาท
คืออย่างนี้ ท่านรังสิมาครับ คือสภาของเรานี้นะครับ มันมีกฎหมายว่าด้วยระเบียบ การบริหารราชการอยู่ ท่านต้องไปดูกฎหมายนะครับ อันนี้เป็นนโยบายของท่านประธาน ที่พูดนะครับ แต่ในทางกฎหมายนี้ท่านไปดูแล้วกัน สภาเราก็เหมือนหน่วยงานอิสระ เหมือนศาล เหมือนอะไรนี้ละครับ เชิญครับ
ท่านประธานฟังดิฉันก่อนสิคะ ท่านประธานก็เคยอยู่ด้วยกัน ท่านประธานก็รู้อยู่แล้วถูกไหม อยู่ในกรรมาธิการนะคะ
เดี๋ยว ๆ อย่าเพิ่งบอกว่าอยู่ด้วยนะครับ เดี๋ยวคนเข้าใจผิด
อยู่คณะกรรมาธิการติดตาม การบริหารงบประมาณสภาผู้แทนราษฎร คือดิฉันต่อสู้เรื่องเกี่ยวกับของสภาผู้แทนราษฎรมานี้ ๔ สมัยแล้ว ดิฉันดีใจมากเลยที่มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ทุกคนจะได้ตาสว่าง เพราะมันเป็นที่ ออกกฎหมาย เป็นที่อนุมัติงบประมาณ แต่ของเรามันไม่โปร่งใส มันทําให้ประชาชน เสื่อมศรัทธาระบบรัฐสภาของเรา เพราะฉะนั้นดิฉันไม่เห็นด้วยเลยที่ประธานจะให้อํานาจ ถึง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เราก็สามารถที่จะเปลี่ยนแก้ไขอะไรได้หลาย ๆ อย่าง เพราะมัน เกิดเหตุการณ์แบบนี้ แล้วประธานบอกว่าตั้งกรรมการสอบ ดิฉันก็ว่ามันไม่ผิดอีก เพราะท่าน ก็ต้องช่วยอยู่ดี พอผิดมามันก็โยงมาถึงท่านประธานถูกไหมคะ ทานพยักหน้าท่านยอมรับ ใช่ไหม
ผมว่าเหลืออยู่ ๒-๓ มาตรานะครับ ให้จบเสียก่อน
เดี๋ยวสิคะ ใจเย็น ๆ จะหนีไปล่ะ ต้องเอาเรื่องจริงให้ประชาชนรับรู้รับทราบก่อน เพราะเขาแคลงใจสงสัยนะคะท่าน นี่ที่พูดมา ทั้งหมดนี้มันเป็นจริง เราอย่ารีบปิดหนี ถ้าปิดหนีนี้ประชาชนยิ่งสงสัยมากใหญ่เลย ดิฉันมาเคลียร์ให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบไปเลย อย่างเช่นเมื่อสักครู่นี้ท่านวัชระ ดิฉันนั่งฟัง บอกว่าทําสัญญา ๓ ปี วางมัดจําไป ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทที่จังหวัดอุบลราชธานี ท่านประธานอย่าเพิ่งตอบค่ะ ฟังดิฉันก่อน เพราะดิฉันมองว่าท่านประธานตอบเมื่อกี้นี้ มันน่าผิดสังเกตมากเลย ท่านบอกว่า ๖ จังหวัดนําร่อง ๕ จังหวัดไม่เสียสตางค์เลย เสียสตางค์อยู่จังหวัดเดียว แล้วทําไมท่านประธานไม่หยุดไว้ก่อน ไปหาที่มันไม่ต้องเสียสตางค์สิ เอาสตางค์ไปใช้อย่างอื่น ประชาชนไม่มีจะกินนี้เขาเดือดร้อน แต่ท่านไปวางมัดจํา ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทนี้ ซื้อตึกใหม่ได้เลยนะคะ ดิฉันสร้าง ๔ ชั้น ๓,๙๐๐,๐๐๐ บาทเอง แต่อันนี้เช่า ๓ ปี ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ท่านลองคิดดูสิประชาชนเขาฟัง นี้เขาจะคิดอย่างไร เพราะฉะนั้นต้องยกเลิก แล้วก็ไปหาที่ที่ไม่เสียเงินเหมือนกับ ๕ จังหวัด เหมือนเดิม แล้วที่ท่านอนุมัติใหม่ปีนี้อีกกี่จังหวัดก็แล้วแต่ ถ้าเสียเงินท่านก็ต้องยกเลิก ต้องไม่เสียเงินค่ะ เพราะไม่อย่างนั้นท่านประธานจะมีส่วนได้ส่วนเสีย
ท่านวัชระมีอะไรไหมครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาต รวบกวนเพื่อนสมาชิกด้วยเวลาเพียง ๑ นาที เรื่องการเช่าอาคารรัฐสภาประจําจังหวัด อุบลราชธานีนั้น ๑ ปี ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรยอมรับในที่ประชุม เมื่อวันจันทร์จริง แต่ ๓ ปี ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท นั่นคือสิ่งที่กําลังจะทํา และผมไม่ได้พูด คําว่า วางมัดจํา ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่ท่านเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรบอกว่าชี้แจงได้ทุกอย่างโปร่งใส ถ้าชี้แจงได้ทุกอย่างโปร่งใสทําไมไม่ส่ง สัญญาจัดซื้อจัดจ้างห้องนักข่าวข้างล่าง ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทให้กับกรรมาธิการ และสัญญาเช่า อาคารที่จังหวัดอุบลราชธานี ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทก็ไม่ส่ง รวมทั้งสัญญาการซื้อนาฬิกา ๑๕ ล้านบาทก็ไม่ส่ง แม้นว่าท่านประธานสมศักดิ์จะได้บอกให้เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และท่านประธานสมศักดิ์ได้ย้ําเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อีกว่าให้ส่งภายในวันจันทร์ บัดนี้วันศุกร์แล้ว ผมก็ไม่ทราบว่าทําไมถึงไม่ปฏิบัติตามคําสั่งของ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรยังไม่ได้รับสัญญาเลยครับ ขอขอบคุณครับ
คุณบุญยอดสั้น ๆ นะครับ
กราบเรียนท่านประธาน นะครับว่าผมอยากทวงถามคณะกรรมการร่วมกดบัตรแทนกัน ขาดประธานไปนานมากแล้วครับ อยู่ที่ความจริงใจของท่านว่าท่านจะตั้งประธานเป็นคณะกรรมการร่วมของทั้ง ๒ สภา คณะกรรมการยังมีอยู่ แต่ว่าท่านนิคมไปเป็นประธานวุฒิสภา ท่านก็เลยขอลาออกถูกไหมครับ แล้วผมทวงถามท่านมาหลายครั้งว่าทําไมไม่ตั้งประธานกรรมการกลับเข้ามาใหม่ ขอให้ท่าน ได้กรุณาตั้งประธานกรรมการด้วยครับ
ท่านลาออกจากอะไรครับ
คือท่านประธานนิคมท่านไปเป็น ประธานวุฒิสภา ท่านก็เลยต้องออกจากการเป็นประธานคณะกรรมการร่วมกดบัตรแทนกัน การตรวจสอบครับ จําได้ไหมครับ เพราะว่าเนื่องจากว่าท่านตั้งรองประธานวุฒิสภามานั่ง ผมทวงถามไปว่าทําไมไม่ตั้งให้มันจบ ๆ ไปครับ
ขออนุญาต เอาอย่างนี้ ประเด็นแรกของท่าน
เชิญท่านประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องขออนุญาตท่านสมาชิกทุกท่านนิดเดียว เมื่อพูดถึงเรื่องสภา แล้วมีเจ้าหน้าที่ตํารวจกับเจ้าหน้าที่สภาเขาทํางานนอกเวลา บางทีเราประชุมกันถึงตีหนึ่ง ตีสอง วันก่อนถึง ๑๐ โมงเช้า เขาไม่ได้โอที (OT) ครับ ช่วยดูแลเขาด้วย
เอาละครับ เดี๋ยวท่านประธานพูดแล้วก็จะไปมาตรา ๓๓
ขออนุญาต ชี้แจงนะครับ ขออนุญาตตอบที่ถามเมื่อสักครู่นี้ครับ ตอบสั้น ๆ นิดเดียวครับ กรณีของ ท่านบุญยอด ผมจะได้ไปกําชับฝากท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรช่วยดําเนินการเรื่องนี้ ให้ด้วย
ส่วนกรณีที่เช่ารัฐสภาจังหวัดที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสักครู่ฟังท่านรังสิมาพูด แค่ฟังผมก็จะช็อก (Shock) แล้วนะครับ บอกว่าวางมัดจํา ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท อะไรต่าง ๆ พอดีท่านวัชระได้มาชี้แจงผมก็เลยฟังแล้วก็ชื่นใจหน่อย แต่ข้อเท็จจริงนะครับ เราได้ทํา สัญญาเช่าแค่ ๓ เดือน เดือนละ ๒๕๐,๐๐๐ บาท เท่านั้นละครับ ไม่มีมากไปกว่านี้ครับ แล้วผมก็ให้นโยบายสั่งในที่ประชุมกรรมาธิการ ๓๕ คณะ บอกว่าพ้น ๓ เดือนแล้วห้ามเช่าต่ออีก ให้ไปหาที่ใหม่ที่ไม่ต้องเสียค่าเช่าเหมือนกับ ๕ จังหวัด สั่งอย่างนี้ครับในที่ประชุมกรรมาธิการ ๓๕ คณะ สบายใจนะครับ ในส่วนที่ท่านรังสิมาได้บอกว่าผมให้อํานาจทางเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎรฝ่ายประจําเขาไป ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาทมันมากเกินไป จริง ๆ ไม่ใช่ผมให้อํานาจ นะครับ ผมต่างหากไม่มีอํานาจครับ เป็นอํานาจของฝ่ายประจําเขาทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้น ในเมื่อผมไม่มีอํานาจอะไรผมก็จะทําหนังสือขอเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะดําเนินการจัดซื้อจัดจ้างรายการอะไรก็แล้วแต่ ก่อนดําเนินการครับ ให้รายงาน ให้ผมทราบก่อน แค่รายงานให้ทราบนะครับ จะได้ช่วยเป็นหูเป็นตาดูแลให้มันรอบคอบขึ้น เท่านั้นละครับ คงทําได้เท่านั้น ขอบคุณครับ
ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เชิญมาตรา ๓๓ ต่อเลยครับ ผมว่าพอแล้ว จบแล้ว ค่อยปรึกษากันครับ
มาตรา ๓๓ งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินคงคลัง ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓๔ ให้กระทรวงการคลังมีอํานาจสั่งจ่ายเงินแผ่นดิน ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ผู้แปรญัตติ ดอกเตอร์ประกอบ จิรกิติ ๕ นาทีนะครับ เชิญดอกเตอร์ประกอบครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ จิรกิติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมชี้แจงคําแปรญัตติของผมในมาตรา ๓๔ นี้ โดยที่มาตรา ๓๔ ได้บัญญัติให้กระทรวงการคลังมีอํานาจสั่งจ่ายเงินแผ่นดินตามรายการและจํานวนเงิน ที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้ หรือตามที่สํานักงบประมาณจะได้จัดสรร หรือตามที่จะได้ มีการโอนเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงตามกฎหมาย กระผมได้แปรญัตติเพิ่มเติมถ้อยคําเป็นวรรคสอง ดังนี้ ในกรณีสํานักงบประมาณได้จัดสรรหรือได้มีการโอนเปลี่ยนแปลงตามวรรคหนึ่งเกินร้อยละ สิบห้าของวงเงินงบประมาณรายจ่ายของแต่ละหน่วยงานตามจํานวนเงินที่กําหนดไว้ ในพระราชบัญญัตินี้จะต้องขอความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน ท่านประธานครับ จะเห็นได้ว่า การเบิกเงินแผ่นดินตามรายการและจํานวนเงินที่กําหนดไว้ในพระราชบัญญัตินี้หมายความว่า เป็นไปตามที่สภาผู้แทนราษฎรเราและวุฒิสภาได้ให้ความเห็นชอบ หรือการที่มีการโอน เปลี่ยนแปลงตามกฎหมายนั้นก็เป็นเรื่องที่ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครขัดข้อง แต่กรณีที่เป็นการ สั่งจ่ายตามที่สํานักงบประมาณจะได้จัดสรรนั้น หมายความว่าสํานักงบประมาณมีการ โอนย้ายเปลี่ยนแปลงหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาให้ความเห็นชอบไปแล้ว ซึ่งหลาย ๆ ครั้งเราก็จะพบเห็นว่าทางสํานักงบประมาณเองก็จะต้องดําเนินการแจ้งวงเงิน รายการที่มีการเปลี่ยนแปลงจากงบประมาณที่ได้รับการอนุมัติไป ซึ่งการที่สํานักงบประมาณ มาแจ้งต่อสภาเพื่อทราบต่อสภาเพื่อทราบในภายหลังนั้น สิ่งที่ได้ดําเนินการเปลี่ยนแปลง โอนย้ายไปหลาย ๆ โครงการเราก็จะพบว่าเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน หรือฉ้อฉลประพฤติมิชอบ ซึ่งหลาย ๆ เรื่อง หลาย ๆ โครงการก็อยู่ในระหว่างการดําเนินการ ของสํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดังนั้นท่านประธานครับ ผมจึงได้กําหนดกรอบวงเงินไว้ว่าในกรณีที่มีการโอนย้ายเปลี่ยนแปลงงบประมาณเกินกว่า ร้อยละ ๑๕ ของงบประมาณรายจ่ายของแต่ละหน่วยงานที่ได้รับความเห็นชอบตามที่ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาจะได้ให้ความเห็นไปนั้นก็ควรที่จะให้สํานักงบประมาณหรือว่า หน่วยงานนั้นได้กลับมาขอความเห็นชอบจากสภาก่อนเพื่อให้ทางสภาได้แล้วมีโอกาสในการ ที่จะทบทวน ดีกว่าการที่จะให้ดําเนินการโอนย้ายเปลี่ยนแปลงไปได้นํากลับมารายงาน สภาเพื่อทราบ ซึ่งหลาย ๆ กรณีสภาเองก็ได้ให้ความเห็นไป แต่ไม่สามารถกลับไปโยกย้าย หรือเปลี่ยนแปลงไปได้เพราะได้มีการดําเนินการไป ด้วยเหตุผลดังกล่าวผมจึงหวังว่า ทางคณะกรรมาธิการจะได้กรุณาทบทวนและเห็นชอบกับคําแปรญัตติของกระผม ขอบคุณครับ
เชิญกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้อขอขอบคุณท่านผู้ซักถามนะครับ และผมคิดว่ามีหลาย ประเด็นที่เป็นข้อสังเกตแล้วก็จะต้องนําไปสู่กระบวนการแก้ไข ผมขออนุญาตกราบเรียน ผู้บริหารต่อไป มิใช่เฉพาะเรื่องที่ท่านกล่าวอย่างเดียว เมื่อตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นพระราชบัญญัติบังคับใช้นั่นก็คือกฎหมาย เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงภายหลัง กรรมาธิการก็มีการพูดคุยกัน ผมคิดว่าในระยะต่อไปก็คงจะต้องมีการหารือในชั้นสมาชิก หรือกรรมาธิการสามัญที่จะดําเนินการต่อไป อันนี้ผมรับเป็นข้อสังเกตไว้ครับท่านประธาน
อย่างนั้นผมขอมติเลยนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนก่อนนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเชิญ เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในมาตรา ๓๔
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แสดงตนแล้วนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ๓๑๑ ท่านนะครับ
ในมาตรา ๓๔ ไม่มีการแก้ไขนะครับ ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับ ร่างเดิมให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนน ได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผล เห็นด้วยกับร่างเดิม ๒๙๓ เสียง เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ ๑๒๕ ท่าน งดออกเสียง ๑๔ ท่าน ที่ประชุม เห็นด้วยกับร่างเดิมนะครับ
ท่านเลขาธิการมาตรา ๓๕ ครับ
มาตรา ๓๕ ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ไม่มีการแก้ไข
เมื่อไม่มีการแก้ไขจบการพิจารณาเรียงตามมาตรานะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะใช้สิทธิตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ ไหมครับ แก้ไขถ้อยคําเท่านั้นเอง ถ้าไม่มีผมจะขอมติในวาระที่สาม ต่อไปนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ก่อนจะลงมติรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ หรือไม่ จะขอตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เชิญส่งผล ๓๕๔ ท่านนะครับ
ผมจะถามมตินะครับ เชิญรัฐบาลประจําที่ด้วยนะครับ เชิญคุณหมอครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานรู้สึก ว่าวันนี้มันขาดอะไรไปสักอย่างไหมครับ
กําลังตามอยู่ครับ ผมรู้อยู่ครับ
ไม่ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีไปไหนครับ อยู่ไหมครับ
เชิญรัฐบาลฝั่งนี้ในทางปฏิบัติของเรา เดี๋ยวผมขอมติไปก่อนนะครับ
ปกติแล้วนะครับ ท่านประธานครับ จะเป็นประเพณีที่ทํากันมายาวนานที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องมาอยู่ในช่วงที่ลงมติ วาระที่สาม แล้วก็อาจจะถือโอกาสพูดอะไรกับสมาชิก แต่วันนี้
ใช่ กําลังตามอยู่ครับ เดี๋ยวยังมีลงมติอีก ๒-๓ รายการอยู่นะครับ
เป็นที่น่าเสียดายที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านไม่ให้ความสําคัญเลย ตลอดเวลาที่เราประชุมกันหามรุ่งหามค่ําท่านก็ไม่เคยมา เพราะฉะนั้นผมก็ชักจะเชื่อเหมือนท่านวิทยา แก้วภราดัย แล้วละครับ ว่าสงสัยประเทศนี้ ไม่มีนายกรัฐมนตรีเสียแล้ว
นั่งก่อนครับ คุณหมอ ผมขอถามมติก่อนนะครับ
ไม่ครับท่านประธาน คือนอกจากว่า ท่านเป็น ส.ส. ที่หนีสภาผู้แทนราษฎรยังเป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่ให้เกียรติ
เอาละครับ ไม่เป็นไรครับ ผมถามมตินะครับ ท่านใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจําปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดไม่เห็นชอบให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ไม่มีบัตรเสียนะครับ ขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่ส่งผล ปิดการลงคะแนนครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๔๔๗ ท่าน เห็นชอบ ๒๙๐ ท่าน ไม่เห็นชอบ ๑๓๖ ท่าน งดออกเสียง ๑๙ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๒ ท่าน ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ๒๙๐ ท่าน
เนื่องจากร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ คณะกรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกต ไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สภาผู้แทนราษฎร จะต้องพิจารณาและลงมติว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย โดยไม่มีการอภิปรายนะครับ ซึ่งถ้าเห็นด้วยผมก็จะแจ้งไปที่คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ เพราะฉะนั้น ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตคณะกรรมาธิการวิสามัญหรือไม่นะครับ ถ้าท่านใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตคณะกรรมาธิการวิสามัญให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใด ไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียง ลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ ท่านอย่าเพิ่งกลับนะครับ มีเรื่อง ตั้งกรรมาธิการทั้ง ๒ ฝั่งนะครับ ผู้เข้าร่วมประชุม ๔๔๓ ท่าน เห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ ๔๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ถือว่าที่ประชุมเห็น ด้วยกับข้อสังเกตคณะกรรมาธิการ
ท่านรองนายกรัฐมนตรีมีอะไรชี้แจงไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในนามของรัฐบาล ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านคณะกรรมาธิการ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านที่ได้ร่วมกันพิจารณาและให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ ซึ่งเป็นเครื่องมือสําคัญในการขับเคลื่อนนโยบายของ รัฐบาลและยุทธศาสตร์ของประเทศ ผมขอให้ความมั่นใจว่างบประมาณที่ได้รับอนุมัติ จะนําไปใช้จ่ายในครั้งนี้ตามวัตถุประสงค์และแผนงานที่กําหนด โดยรัฐบาลจะกํากับดูแล เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณดังกล่าวมีความโปร่งใสและดําเนินการบรรลุผลสําเร็จ ตามนโยบายที่ได้กําหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อประชาชนและประเทศชาติตามความมุ่งหมายของรัฐบาลและท่านสมาชิกสภาแห่งนี้ ทุกท่านต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ในเรื่องอื่น ๆ ผมขอปรึกษาหารือนะครับ เนื่องจากมีคณะกรรมาธิการ ทั้งสามัญและวิสามัญที่เรามีความจําเป็นจะต้องแต่งตั้งกันขึ้นมานะครับ ถ้าที่ประชุมไม่เห็น เป็นอย่างอื่น ผมขอความกรุณาจะหยิบยกเรื่องอื่น ๆ ขึ้นมา คือการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่มีการลาออก แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการคณะสามัญขึ้นมาพิจารณา
(ไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มีเห็นเป็นอย่างอื่น ผมขอดําเนินการเลยนะครับ ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ในเรื่องของกรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ เชิญครับ จะเสนอใครครับที่แจ้งมา พร้อมไหมครับ ถ้าไม่พร้อมเดี๋ยวผมเอาฝั่งนี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมขอฝั่งนี้ก่อนนะครับ เนื่องจากคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... มีการลาออก ๒ ท่านนะครับ สัดส่วนของพรรคเพื่อไทย เชิญพรรคเพื่อไทยเสนอครับ ท่านดอกเตอร์ธีรรัตน์ครับ
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพคะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... แทนกรรมาธิการที่ลาออกนะคะ ท่านที่ ๑ ท่านประเสริฐ จันทรรวงทอง แทน พันตํารวจเอก ณรัชต์ เศวตนันทน์ ท่านที่ ๒ นายพีระเพชร ศิริกุล แทน นายสุทิน คลังแสง ที่ลาออก ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์มีไหมครับ ถ้าไม่มีก็เอาวันพฤหัสบดีหน้า เชิญครับ
กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอแต่งตั้งคุณแทนคุณ จิตต์อิสระ ในส่วนของคณะกรรมาธิการการทหาร กรรมาธิการสามัญนะครับ ขอบคุณครับ
ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับ มีอีกไหมครับ เชิญท่านเลขาวิปครับ เหลือคณะกรรมาธิการ ติดตามการบริหารงบประมาณ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ธนิตพล ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดตาก ในส่วนของคณะกรรมาธิการสามัญติดตาม การบริหารงบประมาณ ขอเสนอ นายโกวิทย์ ธารณา ครับ ขอผู้รับรองครับ
ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ท่านสมาชิกครับ ผมขอนัดประชุมอย่างนี้นะครับ แจ้งให้ทราบ ในวันอังคารที่จะถึงนี้ และวันพุธที่จะถึงนี้จะเป็นการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญต่อนะครับ ส่วนในวันพฤหัสบดีจะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรตามปกติ ส่วนระเบียบวาระ จะแจ้งให้ทราบในภายหลัง ผมต้องขอขอบพระคุณทุกท่านที่ให้ความร่วมมือนะครับ วันนี้ขอบคุณมาก ขอปิดประชุมครับ