สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ แสดงความคิดเห็นว่าควรล้างทิ้งหน่วยงานบางแห่งเพื่อความง่ายดาย และยังหารือเรื่องรถโรงเรียน จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ หารือเรื่องราคาแพงเกินจริงของรถโรงเรียน และเรียกร้องการการตรวจสอบและแก้ไข นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการล็อกสเปก (Lock spec) โดยพูดถึงการซื้อรถตู้ดีเซลที่มีหลังคาสูง 16 ที่นั่ง และขอให้กรรมาธิการตรวจสอบและไม่ซื้อรถตู้ที่มีขนาดเล็กและหลังคาต่ำ นอกจากนี้ยังอภิปรายเรื่องการยุบโรงเรียนและซื้อรถตู้แทน โดยอ้างว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบว่า ไม่ใช่การยุบโรงเรียน แต่เป็นการควบรวม และไม่ได้ซื้อรถตู้ 1,000 คัน แต่ 300 คัน ราคายังคงแพงเกินจริง และไม่ได้ตั้งหน้าจัดรถตู้ให้เด็กนักเรียน

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ บัญชีรายชื่อ

ครับผม นี่ละครับ ท่านประธาน ครับ ผมเลยเรียนท่านประธานว่าวิธีการนี้อยากได้งบง่าย ๆ นี่ก็คือต้องทําลายทิ้งครับ เช่น ศูนย์ราชการนี่ครับ ถ้าพังงาเผาศูนย์ราชการตั้งแต่วันโน้น วันนี้มาออก พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ให้ตัวผมเอง ผมได้ศูนย์ราชการไปนานแล้ว ไม่ต้องมาพูดให้เหนื่อยในวันนี้ ท่านประธานครับ ในวาระที่หนึ่งเรื่องรถโรงเรียนนี่ครับ ผมตั้งคําถามไป ๓ เรื่อง

เรื่องแรก คือเรื่องราคาครับ เรื่องราคาแพงเกินจริง กล่าวคือรถ ๑๒ ที่นั่ง ราคาจริงคันละ ๙๕๖,๐๐๐ บาท เอกสารงบประมาณเล่มขาวคาดแดงครับ พิมพ์ไว้คันละ ๒,๓๔๓,๗๒๔ บาท แพงกว่าความเป็นจริงคันละ ๑,๓๘๗,๗๒๔ บาท แพงกว่าคันละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เมื่อผมได้อภิปรายในวาระที่หนึ่งไป ท่านรัฐมนตรีเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช มาตอบว่าพิมพ์ผิด ก็กลายเป็นเรื่องโจ๊กในสภาไป ว่าเอกสารงบประมาณที่มาเสนอแก่ ส.ส. นี่ทําไมพิมพ์ผิดกันง่าย ๆ ขนาดนี้ และพิมพ์ผิดเป็นจํานวนมาก ประเด็นก็คือ ถ้าซื้อ ๑,๐๐๐ คัน งบผิดไป ๑,๓๘๗ ล้านบาทนะครับ ไม่ใช่ ๑,๓๘๗ บาทนะครับ ๑,๓๘๗ ล้านบาท สําคัญที่สุด ถ้าผมมองไม่เห็นละครับ ถ้ากรรมาธิการชุดนี้เข้าไปแล้วมองไม่เห็นละครับ เกิดอะไรขึ้นครับ อย่างที่ผมเรียนไว้ว่าหวานคอแร้งหรือเปล่านะครับ ท่านประธานครับ แม้นว่า จะอ้างว่าพิมพ์ผิดและมีการแก้ไขไปแล้ว ที่สุดครับ มีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ แต่รัฐมนตรีช่วยว่าการยังไม่เปลี่ยนครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยที่ดูแลโครงการ รถโรงเรียนคันนี้ครับ ยังไม่เปลี่ยนครับ ท่านก็แก้ไขตัวเลขครับ เป็นคันละ ๑,๒๓๒,๔๐๐ บาท ท่านไปซื้อรถตู้มีเศษ ๔๐๐ บาทด้วยนะครับ ๔๐๐ บาทนี้ค่าอะไรครับ กรรมาธิการถาม หรือเปล่าครับ รถเขาซื้อกันหลักหมื่นครับ หลักพันนี่แทบไม่มีนะครับ แต่นี่มีหลัก ๔๐๐ บาท กรรมาธิการถามหรือเปล่ามันคืออะไร ค่า ๔๐๐ บาทนี้ ค่าสติ๊กเกอร์คําว่า รถโรงเรียน หรือเปล่า กรรมาธิการถามหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ ประเด็นสําคัญก็คือ แม้นว่า จะเป็นคันละ ๑,๒๓๒,๔๐๐ บาทก็ตาม ราคาก็ยังแพงกว่าราคากลาง คือ ราคาจริงครับ คือคันละ ๒๗๖,๐๐๐ บาท ยังแพงกว่าคันละ ๒๗๖,๐๐๐ บาทนะครับ ถ้าซื้อ ๑,๐๐๐ คัน จะมีส่วนต่างอยู่ ๒๗๖ ล้านบาทครับ ไม่ใช่บาทเดียวนะครับ ๒๗๖ ล้านบาทครับ เข้ากระเป๋า ใครครับ ถ้าหากันไม่เจอ ถ้ามองกันไม่เห็น และถ้ายังไม่แก้กันจนบัดนี้ ในวาระที่หนึ่ง ผมตั้งคําถามไป ๓ คําถาม นี่คือคําถามที่ ๑ ครับ คือเรื่องราคาแพงเกินจริง

คําถามที่ ๒ เรื่องการล็อกสเปก (Lock spec) ผมบอกว่าทําไมต้องใส่ ๑๒ ที่นั่งดีเซล (Diesel) ทําไมต้องไปซื้อรุ่น ๑๒ ที่นั่งดีเซล ผมตั้งคําถามไปเพราะว่ารุ่นนี้ กําลังจะโละกันครับ ถ้าใส่ ๑๒ ที่นั่งเฉย ๆ นี่หมายถึงเป็นรถตู้ ๑๒ ที่นั่งหลังคาเตี้ย เขาจะโละกัน กรรมาธิการต้องไปดู แล้วอย่าไปซื้อ ผมเลยเสนอไปอย่างนี้ครับ ทําไมไม่ใส่ คําว่า รุ่น ๑๒-๑๖ ที่นั่ง และ/หรือใส่คําว่า หลังคาสูง ซึ่งเขานิยมใช้กัน ท่านประธานไปดูรถ ของสภาสิครับ ที่เวลาเราเลิกประชุมกันดึก ๆ เลยต้องพาเจ้าหน้าที่ไปส่งด้านนอกครับ เป็นรถตู้หลังคาสูง ๑๖ ที่นั่ง เจ้าหน้าที่นั่งกัน ก็ขนเอาไปส่งกัน นี่คือรถที่ผมพูดถึงครับ กระทั่งรถคันนี้ราคาก็ยังไม่ถึงคันละ ๑,๒๓๒,๔๐๐ บาทอยู่ดี นั่นคือคําถามที่ ๒ ครับ คือการล็อกสเปค

คําถามที่ ๓ ครับท่านประธาน ผมถามไปว่า ตกลงรัฐบาลจะยุบโรงเรียนจริง ใช่ไหม แล้วก็ที่สําคัญก็คือ ถ้าโรงเรียนไหนถูกยุบ โรงเรียนที่ยุบต้องกลายสภาพไปเป็นรถตู้ ทันที คือให้ซื้อรถตู้มาแทนโรงเรียนที่จะถูกยุบ นั่นคือคําถามที่ผมตั้งคําถามไปในวันนั้น ที่ผมสงสัยอย่างเดียวว่า ยุบโรงเรียนเสร็จซื้อรถตู้นี่ ตกลงจะให้เด็กนั่งเรียนในรถตู้หรือเปล่า ก็น่าจะพิสดารครับ รถตู้นั่งได้ ๑๒ คน ครูก็ไปยืนสอนในรถตู้ คราวนี้ก็ไม่ต้องเรียนกัน หรอกครับ ท่านประธานครับ ถ้าไม่ใช่ให้เด็กเรียนในรถตู้ก็แสดงว่าเอาไว้ขนเด็กนักเรียน จากโรงเรียนหนึ่งไปอีกโรงเรียนหนึ่ง ประเด็นก็คือมีรัฐมนตรีมาตอบว่า ไม่ใช่การยุบโรงเรียน ผมเข้าใจผิด แต่รัฐมนตรีตอบว่าเขาเรียกว่า ควบรวม ครับ แสดงว่าอะไร เอาโรงเรียน ๑ กับโรงเรียน ๒ มารวมกันแล้วเอามาควบกันหรือครับ ท่านประธานครับ ใน ๓ คําถามที่ผม ถามไปนี่ครับ ๑. ราคาแพงเกินจริง ๒. มีการล็อกสเปค ๓. ยุบโรงเรียนเพื่อซื้อรถตู้ด้วยการ หาเหตุช่วยหาคําตอบอย่างไรครับ กรณียุบโรงเรียนครับ ผมเรียนถามรัฐมนตรีไปแล้ว ผมจะเรียนถามกรรมาธิการว่าเคยถามหรือเปล่าว่าถ้ายุบโรงเรียนแล้วโรงเรียนเก่าจะเอาไป ทําอะไร ที่เรียกว่า ควบรวม ครับ ยุบ ๑ จะเอาไว้กับ ๒ โรงเรียนไหนต้องอยู่อย่างไร ผมมี กรณีตัวอย่างครับ อันนี้ประชาชนฝากมา ประเด็นก็คือว่า กรณีโรงเรียนบ้านคลองห้าง หมู่ ๗ ตําบลลําภี อําเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา โรงเรียนดังกล่าวมีที่ดิน ๔๐-๕๐ ไร่ ประเด็นก็คือ โรงเรียนนี้กําลังจะถูกยุบ สําคัญที่สุดก็คือ นายโสภณ กวดกิจการ และนายวิรัตน์ ดําอ่อน เป็นผู้บริจาคที่ดินให้สร้างโรงเรียนแห่งนี้ ประเด็นก็คือว่า ถ้ายุบโรงเรียนแห่งนี้แล้ว นายโสภณกับนายวิรัตน์ถามว่าที่ดินต้องคืนเขาหรือเปล่า เพราะเขาบริจาคให้สร้างโรงเรียน ถ้าท่านยุบโรงเรียน ไม่ใช้ประโยชน์ในการบริหารในการเป็นโรงเรียนแล้วเขาขอคืนสิครับ กรรมาธิการเคยถามเรื่องนี้หรือเปล่า เพราะฉะนั้นนี่เป็นแค่ ๑ ตัวอย่างของโรงเรียนที่จะ ถูกยุบทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นโรงเรียนที่จะถูกยุบทั่วประเทศมี ๑๔,๐๐๐ กว่าโรงเรียน ที่ท่านบอกว่ามีเด็กต่ํากว่า ๑๒๐ คน แล้วอยู่ในเกณฑ์สมควรถูกควบรวม ๑๔,๐๐๐ กว่าโรงเรียนท่านจะทําอย่างไร กรรมาธิการเคยถามหรือเปล่า ท่านประธานครับ แล้วก็ ทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่ง โรงเรียนแห่งนี้แม้นว่าจะถูกยุบ มีเด็กนักเรียนไม่ถึง ๕๐ คน ตอนนี้นักกีฬา ทีมชาติ เยาวชนไทยเป็นเด็กที่จบจากโรงเรียนนี้ครับ ชื่อนางสาวยินดี ภาคภูมิ เป็นนักกีฬา เยาวชนทีมชาติประเทศไทย เพราะฉะนั้นโรงเรียนที่จะถูกยุบไม่ใช่ว่าไม่มีคุณภาพการเรียน การสอนนะครับ วันนี้กําลังผลิตตัวแทนนักกีฬาเยาวชนทีมชาติไทยอยู่ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าท่านกรรมาธิการยังไม่ต้องตอบผมครับ เพราะว่าเมื่อวันที่ ๑๔ คือสัปดาห์ที่แล้ว ตอน ๑ ทุ่ม ๔๕ นาที ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน ในฐานะ รองประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๗ ได้ลุกขึ้นมา ตอบคําถามเรื่องรถโรงเรียน ตอนนั้นผมบอกว่าอย่าเพิ่งตอบเลยครับ รอให้ผมอภิปราย เสร็จก่อน ให้ท่านตอบทีเดียว แต่ท่านได้ชี้แจงอยู่ ๒ เรื่องครับ เรื่องแรกก็คือว่า ไม่ได้ตั้งหน้า ตั้งตาจะยุบโรงเรียน เข้าใจผิดไปเอง ผมจินตนาการไปเองครับ เรื่องที่ ๒ ไม่ได้ซื้อ ๑,๐๐๐ คันครับ ซื้อแค่ ๓๐๐ คัน กล่าวคือลดจํานวน แต่ราคายังไม่ลด ราคายังแพงเกินจริงเหมือนที่ผมอภิปราย นี่คือประเด็นปัญหาอย่างไรครับ เพราะฉะนั้น ท่านกรรมาธิการท่านต้องจับประเด็นให้ได้ครับ ประเด็นของผมไม่ใช่เรื่องจํานวนครับ คันเดียวถ้าทุจริตก็ทุจริตครับ ๑,๐๐๐ คัน ก็ทุจริตครับ ได้เพิ่มขึ้นอีก ๑,๐๐๐ เท่า ประเด็น มันอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธานครับ กรณียุบโรงเรียนก่อนครับ ผมตอบรัฐมนตรีก่อนท่าน หาผมจินตนาการไปเอง คิดเอาเองว่าเขาจะยุบโรงเรียน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้ก็ยังอยู่นะครับ ท่านเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อ วันที่ ๕ มิถุนายน หลังจากผมอภิปรายเรื่องงบประมาณผ่านไป ๑ อาทิตย์ ท่านให้สัมภาษณ์ ว่าอย่างไรครับ กระทรวงศึกษาธิการดําเนินการตามระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วย การขออนุญาตและการอนุญาตให้ใช้รถรับจ้างรับส่งนักเรียน พ.ศ. ๒๕๔๗ กําหนดให้รถรับส่ง นักเรียนมีขนาดไม่เกิน ๑๒ ที่นั่ง ผมก็ไม่ทราบว่านี่เป็นเหตุผลที่รัฐมนตรีไปชี้แจง ในกรรมาธิการหรือเปล่า ที่บอกว่าต้องซื้อ ๑๒ ที่นั่งเท่านั้น เพราะต้องอ้างระเบียบอันนี้ กรมการขนส่งทางบก ผมไม่ทราบว่ากรรมาธิการไปขอดูระเบียบกรมการขนส่งบกหรือเปล่า ผมมีอยู่ในมือนะครับ ระเบียบนี้มีแค่ ๑๓ ข้อ ไม่มากครับ ข้อที่ ๔ เป็นหัวใจของมันครับ ข้อ ๔ ในระเบียบนี้การรับจ้างขนส่งนักเรียนหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่า การรับส่งนักเรียนด้วยรถยนต์ส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์เพื่อสินจ้าง เพื่อสินจ้าง รับส่งนักเรียนในเครื่องหมายคําพูด แสดงว่าอะไรครับ แสดงว่ารัฐมนตรีเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อ้างระเบียบนี้ ซึ่งเป็นระเบียบรถรับจ้างขนนักเรียนครับ ไม่ใช่ใช้รถประจําโรงเรียน ท่านกรรมาธิการถามหรือเปล่า และท่านกรรมาธิการเชื่อตามรัฐมนตรีอ้างหรือครับว่า ใช้ระเบียบนี้แล้วจะถูกต้องเลยต้องซื้อรถ ๑๒ ที่นั่ง ท่านประธานครับ รถรับส่งนักเรียน หมายความว่าอะไร ระเบียบนี้เขียนไว้ละเอียดครับ รถยนต์ส่วนบุคคลเกิน ๗ คน แต่ไม่เกิน ๑๒ คน นี่อย่างไรครับที่รัฐมนตรีอ้างว่าต้องซื้อ ๑๒ ที่นั่ง แต่จริง ๆ มันคือรถรับจ้างครับ ท่านประธานครับ อีกข้อหนึ่งครับ พวกข้ออื่นผมไม่อ่านนะครับ เช่น ข้อ ๖ รถโรงเรียนต้องมี ป้ายคําว่า รถรับส่ง ต้องมีป้ายพื้นสีส้ม ต้องมีสัญญาณไฟเหลืองอําพันสีแดงไม่น้อยกว่า ๑๕๐ เมตร ให้มองเห็น ต้องมีถังดับเพลิง ต้องมีค้อนไว้ทุบ เวลารถคว่ําออกมาจากกระจก ไม่ได้ หรือเด็กติดอยู่ในรถเอาค้อนทุบกระจก ผมไม่พูดถึงรายละเอียดตรงนั้น พูดถึงข้อ ๑๐ อีกข้อหนึ่งครับ ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้รถรับส่งนักเรียนต้องส่งนักเรียนส่งนักเรียนนะครับ ไม่ใช่ส่งครูนะครับ ที่ว่า ๑๒ ที่นั่ง เอาไว้ส่งนักเรียนอย่างเดียวนะครับ ให้ถึงโรงเรียน ให้ถึง ที่อยู่อาศัยหรือมอบให้แก่ผู้ปกครองโดยตรง ณ สถานที่ตกลงกันไว้ นี่คือระเบียบขนส่ง ทางบกที่รัฐมนตรีอ้างว่าต้องใช้ระเบียบนี้ในการซื้อรถ ๑๒ ที่นั่ง ขณะเดียวกันผมบอก ๑๖ ที่นั่ง ก็ได้ไม่ต้องอ้างระเบียบนี้หรอก เพราะถ้าท่านอ้างระเบียบนี้อ้างผิดระเบียบครับ กรรมาธิการ เคยถามหรือเปล่า เพราะนี่มันรถรับจ้างครับ นี่มันรถรับจ้างไม่ใช่รถโรงเรียนของโครงการ กระทรวงศึกษาธิการครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑ ครับท่านประธานครับ

เรื่องที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีจาตุรนต์และรองประธานกรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณ บอกว่าผมจินตนาการไปเองเรื่องยุบโรงเรียน ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช ก็ให้สัมภาษณ์ต่อ ผมอ่านต่อนะครับ รถตู้ที่จัดซื้อมา ๑,๐๐๐ คันนั้น ตอนแรก จัดซื้อ ๑,๐๐๐ คัน จัดสรรไปให้โรงเรียนในโครงการดีศรีตําบล จํานวน ๘๕๐ คัน ที่เหลืออีก ๑๕๐ คันนั้นใช้สําหรับนําร่องการควบรวมโรงเรียนขนาดเล็กในปี ๒๕๕๗ จะนํารถตู้ไปใช้ รับส่งนักเรียน แสดงว่าอะไรครับ โรงเรียนดีศรีตําบล ๘๕๐ คัน อีก ๑๕๐ คันนั้น สําหรับ ยุบโรงเรียน สําคัญที่สุดครับท่านรัฐมนตรีจาตุรนต์บอกว่าให้ สพฐ. ไปศึกษาแล้วว่าจะเอา อย่างไรหลังจากจะปรับลดมาให้เหลือ ๓๐๐ คันนี่ครับ จาก ๑,๐๐๐ คัน สพฐ. บอกว่า อย่างไร ในคําสัมภาษณ์ของท่านรัฐมนตรีนะครับ สพฐ. ศึกษาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม ปัจจุบันมีโรงเรียนขนาดเล็กนักเรียนต่ํากว่า ๑๒๐ คนลงมาถึง ๑๔,๘๑๖ โรงเรียน ที่ผมบอกนี่ครับ รัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าจะยุบถึง ๑๔,๘๑๖ โรงเรียน เพราะมีเด็กน้อยกว่า ๑๖๐ คน อันนี้เป็นคําสัมภาษณ์รัฐมนตรีนะครับ ที่สําคัญพอต่อจากนั้นครับ การจัดซื้อรถตู้ มาไว้รับส่งนักเรียนจากโรงเรียนขนาดเล็กมาเรียนรวมกัน หรือไปเรียนในโครงการ โรงเรียนดีศรีตําบลนั้นเป็นแนวทางที่ สพฐ. ศึกษาแล้วเห็นว่ามีความเหมาะสม สรุปแล้ว ยุบโรงเรียน ซื้อรถตู้มาขนเด็ก สพฐ. เห็นว่าเหมาะสม นี่คือคําให้สัมภาษณ์ของ ท่านรัฐมนตรี อีกเรื่องหนึ่งครับ ผมก็สงสัยว่าแล้วซื้อรถโรงเรียนมารับเด็กขนไปอีกโรงเรียน มันจะดีอย่างไร ผมก็ไปได้คําตอบจากคําสัมภาษณ์ช่วงท้ายนี่ครับ ท่านให้สัมภาษณ์ต่อ ว่าเพื่อเพิ่มคุณภาพการยุบโรงเรียน นํานักเรียนมาเรียนรวมกันพร้อมจัดรถรับส่ง ซึ่งเป็น วิธีการหนึ่งที่สามารถเพิ่มคุณภาพการจัดการเรียนการสอนได้ นอกจากนั้นพบว่า โรงเรียนเอกชนมีเด็กมาเรียนจํานวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะมีรถรับส่งนักเรียน ท่านบอกว่า โรงเรียนเอกชนมีรถรับส่งครับ เด็กเลยเรียนเก่งครับ มาวันนี้กระทรวงศึกษาธิการเราจะซื้อ รถตู้ให้เด็กได้นั่งเด็กจะได้เรียนเก่ง กรรมาธิการได้ถามหรือเปล่าครับ ตกลงนั่งรถตู้แล้ว เรียนเก่งหรือครับ ฉะนั้นเด็กกรุงเทพมหานครนั่งรถเบนซ์นี่เรียนเก่งหมดสิครับ เด็กคนไหน นั่งรถมอเตอร์ไซค์เรียนไม่เก่งใช่ไหมครับ กรรมาธิการได้ถามหรือเปล่าครับ ประเด็นที่ผมได้ พูดย้ําแล้วย้ําอีกเพราะอย่างน้อย ๆ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณเอง ท่านบอกว่ายุบโรงเรียนเป็นเรื่องจินตนาการ เอาเอง แต่วันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการยังบอกว่าต้องยุบโรงเรียนอยู่เลย ท่านประธานครับ นอกเหนือจากเรื่องนี้สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุดในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ ก็คือเรื่องการจัดจ้างครูครับ เนื่องจากผมได้บอกไว้ว่างบประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ เอาไปจ้างครูสอนได้ถึง ๗๐,๐๐๐ คน ถ้าไม่ซื้อรถตู้นะครับ สามารถไปจ้างครูได้ถึง ๗๐,๐๐๐ อัตรา ท่านรัฐมนตรีได้ตอบทิ้งท้ายไว้ว่าส่วนการจัดจ้างครูเพิ่มนั้นถ้าจัดทําจริง จะต้องจ้างเพิ่มถึง ๗๐,๐๐๐ คนนั้นใช้งบประมาณถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีแพงกว่า การจัดซื้อรถตู้ซึ่งจัดซื้อทีเดียวใช้ได้เป็น ๑๐ ปี และเสียค่าน้ํามันและค่าคนขับแค่ปีละ ๑๕๐ ล้านบาทเท่านั้น เมื่อท่านพูดอย่างนี้ผมเลยฟ้องครูทั้งประเทศครับ ครูท่านใดที่เป็น อัตราจ้างยังไม่ได้บรรจุนี้ นโยบายรัฐมนตรีไม่บรรจุคุณแน่ครับ ทั้ง ๗๐,๐๐๐ อัตราครับหรือ ท่านใดที่ยังไม่ได้รับการบรรจุฟ้องไปเลยรัฐบาลชุดนี้ รัฐมนตรีชุดนี้ไม่ต้องการบรรจุท่านครับ เพราะกลัวเปลืองสตางค์ แต่จํานําข้าวปีละ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เป็นไรนะครับ