คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช หารือเรื่องงบประมาณกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะการผลิตเครื่องวิทยุความถี่สูงและเครื่องจัดการแมลง สำหรับข้าว และส่งเสริมการใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ในการพัฒนาการเกษตร เธอยังวิพากษ์วิจารณ์กรรมาธิการที่ไม่สนับสนุนนโยบายของรัฐบาล และเสนอรายการงบประมาณเพิ่ม 689 ล้านบาท ให้กับสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเตรียมที่จะอภิปรายกระทรวงนี้มานานแล้ว แล้วก็วันนี้จะขอโอกาสฟ้อง ท่านประธาน แล้วก็ฟ้องประชาชนด้วยนะคะ ก็ขอพูดอย่างตรงไปตรงมา แล้วก็ดิฉันได้ตัด งบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไว้ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ทุกหน่วยงาน เพื่อที่จะได้มีโอกาสอภิปรายเท่านั้นเอง ดิฉันไม่มีความตั้งใจที่จะตัดงบของกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเลย แถมยังอยากจะเพิ่มให้ด้วยซ้ําไปนะคะ แล้วก็วันนี้ก็ไม่ใช่ วันที่ดิฉันจะมาเยินยอว่ากระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีผลงานอะไรบ้าง แต่ว่าก็จะ เรียนในเบื้องต้นว่างบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนี้นะคะ ลดลงจากปีที่แล้ว ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่ากรรมาธิการจะตัดงบกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีให้น้อยกว่าที่ขอมา ขอไว้ ๙,๒๔๖ ล้านบาทเศษ กรรมาธิการก็เลยตัดให้เหลือ ๘,๗๖๓ ล้านบาทเศษ อันนี้ก็ฟ้องไว้ก่อนเบื้องต้น ประชาชนที่ฟังอยู่นะคะ เรื่องวิทยาศาสตร์หลายคนคิดว่าเป็นเรื่อง ไกลตัวและเป็นเรื่องยาก แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เลยค่ะ แม้กระทั่งอาทิตย์ที่แล้ว กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีก็ได้มีโอกาสมาจัดนิทรรศการ ดิฉันคิดว่าท่านนายกรัฐมนตรีชอบแต่งตัวนี้ แล้วก็แต่งผ้าไทย ถ้าท่านได้มีโอกาสมาดูผลงานของกระทรวงวิทยาศาสตร์ก็จะเห็นว่าเขามี ผ้านาโน (Nano) ซึ่งท่านน่าจะลองแล้วก็เป็นตัวอย่าง เป็นพรีเซนเตอร์ (Presenter) ให้กับ ชาวไร่ชาวนาหรือโอทอปของประเทศที่จะใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ไปช่วยพัฒนาผ้า ไม่ให้ขึ้นรา ไม่ให้มีกลิ่นเหม็นแล้วก็เบา ดิฉันได้อภิปรายไปแล้วในกระทรวงกลาโหม เรื่องมุ้งนาโนที่จะช่วยทหารไปนอนในป่า จะได้ไม่ถูกไข้ป่าทําให้ป่วยแล้วก็ตายไปเสียก่อน ที่จะรบ แต่วันนี้ดิฉันคิดว่าดิฉันอยากจะยกตัวอย่างที่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีได้ช่วยแก้ปัญหา ใหญ่ ๆ ของประเทศสัก ๓-๔ ประเด็นค่ะ ประเด็นแรกเรื่องน้ํามันดิบรั่วที่เกาะเสม็ด ที่อ่าวพร้าว เรื่องที่ ๒ ที่เป็นเรื่องที่โจษขานกันมากแล้วก็มาจนกระทั่งเช้าวันนี้ก็มีคนพาดหัวว่า ข้าวไทยถูกตีกลับจากอเมริกา เรื่องจํานําข้าว เรื่องข้าวเน่า เรื่องข้าวปนเปื้อนสารเคมีที่ รมควัน เรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับเครื่องตรวจระเบิดจีที ๒๐๐ (GT200) ซึ่งดิฉันก็มีส่วน บ้างเล็กน้อยเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทั้ง ๓ ปัญหาที่กําลังเกิดขึ้นกับประเทศไทย กระทบคนไทย ในหลายระดับนั้น ดิฉันก็จะขอเรียนในเบื้องต้นว่า อย่างเช่น เรื่องน้ํามันดิบกระทรวง วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดยไบโอเทค (Biotech) ร่วมกับบริษัทเอกชนสามารถที่จะผลิต สารที่เป็นจุลินทรีย์ที่สามารถที่จะย่อยสลายไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) หรือกินน้ํามัน นั่นเองค่ะ แล้วก็ได้ผลแล้วเปรียบเทียบกับน้ํามันรั่วที่เม็กซิโก เขาพบว่ามีประมาณ ๑๖ ชนิด อยู่ใต้ทะเลลึกลงไปประมาณสัก ๑ กิโลเมตรจากผิวน้ํา ๑๖ ชนิดนี้สามารถที่จะมากินน้ํามัน แล้วก็ในที่สุดก็จะกลายเป็นน้ํากับคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbon Dioxide) ซึ่งจะไม่เป็น อันตรายต่อสิ่งแวดล้อมอีกต่อไป เท่าที่เราทราบข่าวขณะนี้คราบน้ํามันก็ยังเป็นปัญหาอยู่ที่ ไม่สามารถที่จะเปิดอ่าวพร้าวให้คนลงไปเล่นน้ําได้ แล้วก็น้ํามันต่าง ๆ ก็ยังถูกคลื่นพามาที่ฝั่ง ก็ยังปนเปื้อนอยู่ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าจะได้ใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ แทนที่จะใช้ สารเคมีก็ใช้ตัวจุลินทรีย์นี่ละค่ะที่เราค้นพบ แล้วก็ร่วมกับเอกชนจนผลิตเป็นทางเชิงพาณิชย์ แล้ว บริษัทพีทีที จีซี โกลบอล เคมีคอล (PTT GC Global Chemical) นี้ก็ควรจะใช้ผลวิจัย ต่อยอดจนเป็นพาณิชย์ เอามารักษา เอามาเก็บความสะอาดของคราบน้ํามัน
เรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับการจํานําข้าวก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เราน่าชื่นใจนะคะ คนไทยทําวิจัยมา ๑๓ ปี ดิฉันถึงได้เรียนกับท่านรัฐมนตรีบางท่านว่า จะพาใครต่อใครไปดูงานต่างประเทศ ไม่ใช่พาไปวันนี้แล้วพรุ่งนี้กลับมาก็จะทําได้ เขาใช้เวลา ๑๓ ปีนะคะท่านประธาน เขาสามารถผลิตเครื่องวิทยุความถี่สูง ลดความชื้น ของข้าวแล้วก็กําจัดแมลงไปได้พร้อม ๆ กัน อันนี้คือปัญหาของรัฐบาลใช่ไหมคะ ที่ขึ้นรา แล้วก็ต้องรมควัน ถ้าเราใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ที่คนไทยผลิตได้มาลดความชื้น ของข้าว แล้วก็กําจัดแมลงเสียก็จะทําให้คุณภาพไม่เสียหาย ไม่ปนเปื้อนสารเคมี แล้วก็ลดความชื้น นอกจากนี้ยังใช้กับผลิตผลเกษตรอื่น ๆ ได้อีกด้วย
สําหรับเรื่องต่อไป คือเรื่องจีที ๒๐๐ ดิฉันอยากให้รัฐบาลฟังนะคะว่า วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีช่วยท่านได้ เรื่องจีที ๒๐๐ ผ่านมาหลายปี ดิฉันอยู่ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ท่านไม่ได้เป็น นักวิทยาศาสตร์ แต่ท่านใช้วิทยาศาสตร์ให้เป็นประโยชน์ ๒ เรื่องด้วยกัน ให้ดิฉันทดสอบ จีที ๒๐๐ ผลก็ออกมาว่าใช้ไม่ได้ ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะว่าคนนําไปใช้ก็จะไม่เกิด ความปลอดภัย ขณะนี้ก็เห็นชัดแล้วว่าประเทศอังกฤษเขาจําคุกคนที่หลอกลวงขายเครื่องจีที ๒๐๐ ให้กับประเทศอื่น ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ถูกจําคุกไปแล้วเมื่อ ๒ วันนี้ และก็อีกคนหนึ่งเมื่อปีที่แล้ว
ส่วนเรื่องอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้ให้ดิฉันทําก็คือว่า ใช้ดาวเทียมที่เรามีอยู่สํารวจตรวจพื้นที่ปลูกข้าว ตอนที่เราทําโครงการประกันรายได้ชาวนา นี่จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมาก ให้ชาวนาไปจดทะเบียนว่าเขามีกี่ไร่ สมมุติเขามี ๕๐๐ ไร่ หรือ ๑,๐๐๐ ไร่ แต่ดาวเทียมก็จะมาตรวจสอบว่าเขารายงานถูกหรือผิด แล้วในที่สุด ก็พบว่ามีการรายงานคลาดเคลื่อนถึง ๓,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ จาก ๑๖ ล้านไร่ อย่างนี้เป็นต้น อันนี้ ก็เป็นผลงานที่ดิฉันอยากจะนําเสนอในเบื้องต้น ซึ่งจริง ๆ แล้วคงจะมีอีกมากมาย ซึ่งดิฉัน คงไม่นํามากล่าวในวันนี้
เรื่องต่อไปค่ะท่านประธานคะ ดิฉันสงสารแล้วก็ไม่เข้าใจว่ารัฐมนตรี ของรัฐบาลนี้ไม่เห็นใจนายกรัฐมนตรีเลย นาน ๆ นานปีทีครั้งที่นายกรัฐมนตรีจะเข้ามา ในสภาแล้วก็อ่านนโยบายของรัฐบาล วันที่ ๒๓ สิงหาคม ก่อนที่จะเข้ารับตําแหน่ง แล้วก็ ยุทธศาสตร์การจัดงบประมาณ ขอ ปี ๒๕๕๗ แล้วก็อีกกรณีหนึ่งนายกรัฐมนตรีไปพูด ในวันครบรอบ ๑๐๐ ปี ของบริษัท เครือปูนซีเมนต์ไทยเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ทั้ง ๓ กรณี ท่านนายกรัฐมนตรีก็เพียรพยายามอ่านให้ถูกกับคนที่เขียนมาให้เกี่ยวกับเรื่องวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และการวิจัย และการส่งเสริม ท่านนาน ๆ มาพูดที แม้ว่าคนจะว่า ท่านพูดผิดพูดถูกเรื่องประเทศซิดนีย์ จังหวัดหาดใหญ่ หรืออะไรก็ตาม หรือภาษาอังกฤษ ท่านไม่แข็งแรงก็ตาม แต่ดิฉันชื่นชมท่านว่าคนที่เขียนให้ท่านอ่านทั้งในสภา ๒ ครั้ง เมื่อปี ๒๕๕๔ และปี ๒๕๕๗ แล้วก็เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม นี้ไปพูดที่บริษัท ปูนซีเมนต์ไทย ครบรอบ ๑๐๐ ปี ท่านไม่ได้ลืมแล้วท่านก็อ่านถูกต้องทุกตัวหนังสือว่า รัฐบาลนี้ตัวท่านเอง จะส่งเสริมวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี แล้วก็ส่งเสริมเอกชนด้วย อันนี้ชัดเจน ดิฉันถึงคิดว่า ทําไมรัฐมนตรีของ ครม. ท่านจึงไม่เห็นใจท่าน แล้วไม่ทําตามที่ท่านพูดท่านอ่านเลย แล้วคณะกรรมาธิการละคะ เห็นไหมคะ ว่าไปตัดงบประมาณของกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีต่ํากว่าปีที่แล้ว ทั้ง ๆ ที่นโยบายและยุทธศาสตร์ของการจัดงบประมาณนี้ก็บอก แล้วว่าจะสนับสนุนส่งเสริม แล้วก็เราจะเข้าสู่อาเซียนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การวิจัย ก็เป็น หัวใจที่จะต้องสนับสนุนให้ชาวไร่ชาวนา เอสเอ็มอีให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อที่จะแข่งขัน กับประเทศเพื่อนบ้านได้ ท่านพูดของท่าน ๓ ครั้งเหมือนกัน ในทิศทางเดียวกัน แต่ดิฉัน จะเรียนกับท่านต่อไปว่า แนวทางความคิดที่สําคัญอย่างนี้ท่านพูดแล้วไม่มีใครฟังท่านแล้ว ท่านจะเป็นนายกรัฐมนตรีไปทําไมคะ ไม่มีใครฟังท่านเลย รัฐมนตรีของท่าน ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็สร้างมหกรรมที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในช่วง ๓๕ ปีของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี คือทะเลาะกับข้าราชการ จนกระทั่ง นักวิทยาศาสตร์ที่รัฐบาลลงทุนส่งให้เขาไปเรียนหนังสือที่ต่างประเทศ จบจากมหาวิทยาลัยชั้นนํา ของโลกมาทํางานที่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท่านก็ไปทะเลาะกับเขา แล้วก็จับพวกเขาเป็นตัวประกัน คือตอบโต้โดยวิธีนักวิทยาศาสตร์ก็แต่งชุดดํา ประท้วงท่าน ท่านมีอํานาจ ท่านมีสิทธิ ท่านก็ตัดงบประมาณเขาเสีย อย่างนี้ค่ะท่านประธาน ท่านผู้ฟังทางบ้านนะคะ ดิฉันต้องฟ้องค่ะ ดิฉันสงสารนายกรัฐมนตรีมากเลย รัฐมนตรีของ ท่านไม่เห็นใจท่านเลย ท่านพูดอะไรก็ไม่สนใจ ท่านจะพูดกี่ครั้งเหมือนกันเขาก็ไม่สนใจ สิ่งนี้ละค่ะที่ดิฉันต้องกราบเรียนรายละเอียดเพิ่มเติมว่าท่านนายกรัฐมนตรีทราบนะคะ เรื่องที่นักวิทยาศาสตร์แต่งชุดดําประท้วงรัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ท่านในทางกลับกัน ท่านก็จับนักวิทยาศาสตร์และวงการวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย เป็นตัวประกันเพื่อสนองอารมณ์และความไม่ชอบ หรือไม่ถูกใจ โดยตัดงบประมาณ ของสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติให้ต่ําสุดในช่วง ๘ ปีที่ผ่านมาค่ะ ท่านประธาน เคยไหมคะที่ผู้นําขององค์กรไม่ชอบลูกน้องแล้วก็ไปตัดงบประมาณเขาให้ต่ําสุด ในช่วง ๘ ปี ไม่เคยต่ําอย่างนี้มาก่อน แต่ว่ามีอีกทางหนึ่งนายกรัฐมนตรีก็ไปแสดงวิสัยทัศน์ ที่ต่าง ๆ แต่รัฐมนตรี คณะ ครม. ของท่านไม่สนใจ คณะกรรมาธิการก็เฉกเช่นเดียวกัน แล้วดิฉันก็จะเล่าต่อว่ามีมากกว่านี้อีกนะคะ ต่ําสุดใน ๘ ปีแล้วนี่นะคะ แล้วสิ่งที่น่าเจ็บใจ แล้วก็ต้องฟ้องประชาชนมากกว่าที่ดิฉันกล่าวมา ก็คือว่า ไปตัดงบประมาณของแผนงาน ของโครงการที่เกี่ยวกับผลิตผลเกษตรของประเทศไทยที่เป็นหัวใจหลักของประเทศไทย ท่านตัดงบประมาณหลายโครงการ เช่น มันสําปะหลัง งานวิจัยนะคะท่านประธาน งานวิจัยเกี่ยวกับมันสําปะหลัง ซึ่งก็เป็นพืชเกษตร ยางพาราซึ่งก็มีคนร้องเรียน ขณะนี้ กําลังทะเลาะกันปะทะกันอยู่ที่ปักษ์ใต้ ข้าวโพด น้ํามัน หมู ไก่ กุ้ง อ้อย แล้วก็ดิฉันพูดแค่นี้ก่อน ตัดจากที่เคยมีงบประมาณน้อยอยู่แล้ว ตัดเป็น ๐ ค่ะท่านประธาน มีทั้งหมด ๒๐ รายการ ที่ผู้บริหารของกระทรวงตัดเพราะว่าไม่ถูกใจ แล้วใครเสียหาย ประชาชน เกษตรกร ใช่ไหมคะ ก็ที่เล่าให้ฟังว่าสามารถที่จะใช้จุลินทรีย์กําจัดคราบน้ํามันนั้นเป็นผลงานของคนไทย เครื่องคลื่นวิทยุที่จะสร้างให้ข้าวมีคุณภาพดี ไม่ต้องใช้สารเคมี ใช้เวลา ๑๓ ปี กว่าจะวิจัย พัฒนาและต่อยอดที่มาใช้ได้นั้น ทั้งหลายทั้งแหล่นี้ก็เกี่ยวข้องกับชีวภาพหรือชีววิทยาทั้งนั้นเลย ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เราไม่ต้องเถียงนะคะว่าเป็นประเทศเกษตรกรรม งานวิจัยต่าง ๆ ของหน่วยงานของรัฐส่วนใหญ่ก็จะมุ่งเน้นไปช่วยเกษตรกรว่าเขาจะพัฒนา ผลิตผลเขาให้ดีขึ้นได้อย่างไร จะเก็บไว้นานได้อย่างไร จะลดการใช้สารเคมีได้อย่างไร แต่หน่วยงานที่ตัดไปนี้นะคะส่วนใหญ่ก็เป็นงานชีวภาพ ท่านเห็นไหมคะ แล้วจะไม่ให้ดิฉัน ฟ้องได้อย่างไร เขาทําของเขาเงินน้อยนิด แต่ก็ตัดเป็น ๐ เลยนะคะท่านประธาน ไม่ได้ลดนะคะ ตัดเป็น ๐ เลยค่ะ๒๐ รายการอย่างน้อย แล้วท่านก็ไปเพิ่มส่วนที่ท่านสนใจ ในจังหวัดของท่าน เช่น ลําไย ดิฉันไม่ว่า ขอให้ชาวลําไยได้รับอานิสงส์จากงานวิจัย แล้วทําให้ผลผลิตของลําไยดีขึ้น ขายได้ดีขึ้น เก็บได้นานขึ้น มีโรงอะไรต่ออะไรดิฉันก็ไม่ว่า ดิฉันก็เข้าใจแล้วก็เห็นด้วยเช่นเดียวกัน ทีนี้ส่วนที่ท่านตัดลดที่น่าเสียดาย น่าเศร้าใจมากอีก ก็คือ ๔ งานค่ะท่านประธาน การยกระดับความสามารถผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย จาก ๗๐ ล้านบาท ก็ไม่ได้มากเลย เราผลิตรถยนต์ส่งออกก็จํานวนไม่น้อย ลดจาก ๗๐ ล้านบาท เหลือ ๓๐ ล้านบาท ยกระดับอุตสาหกรรมไทยที่รองรับการผลิตชิ้นส่วนรถไฟ และระบบราง อันนี้อยากร้องไห้ไหมคะ เพราะว่ารัฐบาลนี้สนใจที่จะสร้างระบบขนส่ง จากทางโดยทางรถยนต์ให้เป็นระบบราง และรถไฟความเร็วสูง ซึ่งโฆษณาเสียเงินไป ค่อนข้างมาก แต่ก็ยังไม่ได้ศึกษา แต่อยากไรก็ตามก็ถือว่าเป็นนโยบายหลักของรัฐบาลชุดนี้ ดิฉันจึงฝากทั้งท่านประธานไปถึงคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการงบประมาณ ก็ตัดลงจาก ๖๔ ล้านบาท เหลือ ๓๐ ล้านบาท ท่านไม่สนใจหรือคะ พัฒนาสถาบันเทคโนโลยีระบบราง ซึ่งดิฉันได้ตั้งไว้แต่เดิมว่าต่อไปนี้เราใช้ระบบรางในการขนส่งคนและของ แล้วท่านก็ไปไกลกว่านั้น คือรถไฟความเร็วสูง ในขณะที่เขาจะยกระดับอุตสาหกรรมไทยเพื่อรองรับการผลิตชิ้นส่วนรถไฟ และระบบราง ท่านก็ตัดของเขาไป อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะท่านประธาน ท่านผู้ฟังทางบ้าน จาก ๑๐๐ ล้านบาท เหลือ ๕๐ ล้านบาท เอสเอ็มอี อันนี้คนที่ อุตสาหกรรมเอสเอ็มอี ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าราย คงจะต้องร้องไห้ไปอีกนาน เพราะว่ารัฐบาล ไม่ให้ความสําคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิต เพื่อการเตรียมความพร้อมสู่อาเซียน ท่านประธานคะ ดิฉันพูดมาทั้ง ๓-๔ รายการ ที่ท่านตัดลด ทั้งกระทรวงทั้งกรรมาธิการตัดลด เขาทําไมคะ แล้วท่านไม่ส่งเสริมรัฐบาลท่านเองหรือคะ ที่จะทําอ้ายโน่นที่จะทําอ้ายนี่ เขาทําวิจัยมา อยู่ดี ๆ จะให้เขาหยุดสะดุดลง การที่หยุดการวิจัยหรือสะดุด อีกนานค่ะท่านประธานที่จะฟื้น ขึ้นมาใหม่ได้ และท่านประธานต้องเข้าใจนะคะว่าเยาวชนของเรานี้จะเสียขวัญและกําลังใจมาก เขาเข้ามาใหม่ ๆ เขากําลังทําเรื่องข้าวเรื่องมันสําปะหลัง เรื่องยาง เรื่องอะไรต่าง ๆ ตัดเป็นศูนย์ ส่วนเรื่องที่เป็นนโยบายของรัฐบาลก็ตัดเขาครึ่งหนึ่ง ๆ แล้วอย่างนี้ปากว่าอย่าง แต่ ครม. ว่าอีกอย่าง กรรมาธิการว่าอีกอย่าง แล้วอย่างนี้ประเทศไทยจะเดินไปทางไหนคะ โกหกหรือเปล่าคะ พูดอย่างทําอย่าง แล้วลูกน้องท่านนี้ไม่สงเสริมท่านเลยนะคะท่านประธาน น่าสงสารและก็น่าเสียดาย ที่เรามีเงินแต่เราก็ไปตัดของเขา ตัวอย่างอื่น ๆ เช่น พัฒนา พันธุ์ข้าวต้านโรคต้านแมลง จาก ๑๓๕ ล้านบาท ตัดเหลือ ๓๕ ล้านบาท แล้วจะทําอะไรคะ แล้วจะให้นักวิจัยที่เขาอยู่ในห้องแล็ป (Lab) ทํางานหามรุ่งหามค่ํา นักวิทยาศาสตร์ เวลาเขาเริ่มทํางานแล้วเค้าทุ่มเทเขาตั้งใจ เขาเสียสละ แล้วรัฐบาลก็ลงทุนให้เขา ไปเรียนมาแล้ว แต่ว่าไม่ให้เงินงบประมาณเขาเลย เอางบประมาณไปทําอีลุ่ยฉุยแฉก ไปสุรุ่ยสุร่าย ทําอะไรมากมายที่ไม่มีประโยชน์กับส่วนรวมเลย ไม่มีประโยชน์กับชาวไร่ชาวนา หรืออุตสาหการเอสเอ็มอี ดิฉันฟ้องคนที่ทํางานเอสเอ็มอี ฟังไว้นะคะ ว่ารัฐบาลนี้เขาไม่อยาก ให้มีเทคโนโลยีการผลิตเพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาเซียนเลย ท่านก็ต้องจําไว้ว่ารัฐบาลนี้ ปากอย่างทําอย่างค่ะ ดิฉันคงนอนไม่หลับ ถ้าดิฉันไม่ได้พูดต่อไปว่าดิฉันในฐานะ เป็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งในสภา เป็นนักวิทยาศาสตร์คนหนึ่งในวงการวิทยาศาสตร์ ดิฉันเข้าใจและก็เห็นใจเขา อีกมากมาย ถ้าจะพูดก็พูดได้อีกนาน
แต่อันสุดท้ายที่ดิฉันต้องขอท่านประธานเลยนะคะ ท่านกรรมาธิการช่วยฟัง ไว้ด้วยนะคะว่า นอกจากท่านไม่สนับสนุนนายกรัฐมนตรีของท่านแล้ว ไม่สนับสนุนนโยบาย ของรัฐบาลของท่านแล้ว เมื่อกระทรวงวิทยาศาสตร์จะด้วยข้อมูลใหม่หรือด้วยความสํานึก บาปก็ไม่ทราบได้ ก็ขอแปรญัตติปรับเพิ่มขึ้นมา ๒ รายการ ให้กับ สวทช. หรือสํานักงานวิจัย พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ท่านประธานทราบไหมคะว่าเขาตัดไปประมาณ เกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ขอกลับมาเพียง ๖๐๐ กว่าล้านบาท ๒ รายการค่ะ ให้กับ สวทช. หรือสํานักงานวิจัยพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ๔๐๙ ล้านบาท กับ ๒๘๐ ล้านบาท รวมแล้วเป็น ๖๘๙ ล้านบาท ดิฉันก็ต้องขอบคุณคนที่มีน้ําใจที่ไม่ทราบ ท่านรัฐมนตรีคนไหนนะคะ หรือท่านได้รับข้อมูลใหม่หรือท่านจะไถ่บาป ดิฉันไม่ทราบ ก็ขอ แปรญัตติเพิ่มมา ๖๘๙ ล้านบาท ดิฉันขอถามกรรมาธิการเลยนะคะ ว่าท่านได้ศึกษาไหมว่า ท่านทําบาปต่อประเทศชาติแค่ไหน ท่านใจจืด ท่านใจดํา ตัดเขาไปเกือบ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐๐ กว่าล้านบาท ๙๐๐ ล้านบาท เขาขอกลับมา ๖๘๙ ล้านบาท กรรมาธิการไม่เคยแยแส ไม่เคยใส่ใจที่จะช่วยแก้ปัญหาเยียวยาความขัดแย้ง ไม่ช่วยให้กําลังใจกับนักวิจัยที่รัฐบาล ลงทุนส่งเข้าไปศึกษามาแล้ว แล้วเขาก็ทํางานมาจํานวนนับสิบ ๆ ปีแล้ว ให้เขาหยุดทําหรือให้ เขาต้องไปหาทุนจากที่อื่น ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็มีเงินมากมายที่ทําในสิ่งที่ไม่ควรจะทํามากมาย ที่สมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ผลกระทบนะคะ ท่านไม่ได้หยิบยกแม้กระทั่งขึ้นมาพิจารณาเลย ไม่ใช่พิจารณาแล้ว แล้วบอกไม่ให้ ไม่ใช่ ไม่หยิบยกขึ้นมาเลย เพียง ๖๘๙ ล้านบาทนะคะ ผลกระทบอันที่ ๑ คือขวัญกําลังใจของนักวิทยาศาสตร์กระเจิง ๒. วงการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม คงไม่มีความสามารถที่จะพัฒนาศักยภาพเพื่อการแข่งขันกับ อาเซียนและประเทศอื่น ๆ แล้วท่านคิดว่าท่านจะช่วยอะไรได้บ้างในการที่ตัดงบประมาณ ที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้วข้างต้น กระทบใครคะ กระทบนักวิจัย กระทบเอสเอ็มอี กระทบ เกษตรกร กระทบข้าว คนทําปลูกข้าว คนส่งข้าวออกนอก คนทําระบบราง ระบบรถไฟ ไม่ต้องการที่จะสร้างขีดความสามารถภายในประเทศ ต้องการจะเทิร์นคีย์ (Turn key) ต้องการที่จะซื้อแล้วก็จะได้มีเงินทอนเท่านั้นเอง ดิฉันก็ไม่เข้าใจนะคะ ผลเสียที่มีต่อส่วนรวม ต่อประเทศชาติ ต่อการเตรียมความพร้อมเข้าสู่อาเซียน กระทบต่อการพัฒนาระบบราง และผลิตผลทางเกษตรของประเทศในส่วนรวม ขอบคุณท่านประธานค่ะ