สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

เรวัติ อารีรอบ หารือเรื่องการศึกษาไทยที่มีคุณภาพต่ำ โดยระบุว่านักศึกษาจบปริญญาตรีไม่สามารถกรอกใบสมัครงานได้ 70% และเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการกระทรวงศึกษาธิการเข้าใจปัญหา นอกจากนี้ ยังหารือเรื่องการที่ครูออกข้อสอบแบบปรนัย แนะนำให้เปลี่ยนเป็นแบบอัตนัยเพื่อให้นักเรียนเข้าใจและแสดงความรู้ได้อย่างเต็มที่ และหารือเรื่องขนมที่ขายในโรงเรียนไทยที่นำเข้าจากประเทศจีน ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อสมองของเด็กไทย นอกจากนี้ยังหารือเรื่องโรงเรียนที่ไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ และขอให้กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญในการสร้างอาคารเรียนให้กับโรงเรียนทั่วประเทศ โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีลักษณะอาคารที่แออัดและไม่มีงบประมาณที่เพียงพอ เช่น โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต และขอให้ปรับหลักสูตรและอาคารเรียนเพื่อให้เด็กไทยมีที่เรียนที่ดี

นายเรวัติ อารีรอบ ภูเก็ต

ผมขอแล้วครับท่าน กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายเรวัต อารีรอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดภูเก็ต พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ในมาตรานี้ของกระทรวงศึกษาธิการนะครับ ผมได้ปรับลดเอาไว้ ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวท่านประธานตามผมมาดูว่าที่ผมปรับลด ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เป็นวงเงิน ๑,๙๒๕ ล้านบาทเศษนี้ไปทําอะไร ท่านประธานครับ ผมวันนี้ ในมาตรานี้ผมจะเอาเรื่องจริงทั้งหมดมาพูดต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้คณะกรรมาธิการ กระทรวงศึกษาธิการ คนที่ดูแลกระทรวงนี้ได้เข้าใจ

ข้อแรกนะครับ ผมได้ไปธนาคารแห่งหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยชื่อ ผู้จัดการคนนั้น ได้มาปรารภกับผมว่าเด็กเดี๋ยวนี้คุณภาพของการศึกษาแย่มาก ท่านประธานฟังผมมาเลยครับ ไปถึงกรรมาธิการ ผู้จัดการธนาคารแห่งหนึ่งในจังหวัดภูเก็ตบอกว่ามีนักศึกษาท่านหนึ่ง เป็นผู้หญิง จบการศึกษาปริญญาตรี แล้วผู้จัดการถามว่าจะมาสมัครอะไร เขาบอกว่า อยากจะมาทํางานที่ธนาคารแห่งนี้ การที่จะเข้าทํางาน ประการแรกคือทั่วประเทศจะต้อง กรอกใบสมัคร การกรอกใบสมัครมีอยู่ ๒ แผ่น ประมาณหน้าขนาดนี้ที่เรียกว่า เอ ๔ (A4) ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการเชื่อหรือไม่ว่าเด็กคนนี้กรอกใบสมัครได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ กรอกไม่ได้ครับ นี่มองถึงการศึกษาของไทยเราจะทํา อย่างไร จบถึงปริญญาตรี เอาง่าย ๆ ก็แล้วกันครับ ผมยกตัวอย่างข้อเท็จจริงให้ฟังเลยว่า ท่านกลับไปที่บ้าน กลับไปที่โรงเรียน กลับไปให้เด็กมัธยมศึกษาหรือเด็กประถมศึกษาเขียน คําง่าย ๆ สมมุติว่า จะไปจังหวัดนครสวรรค์ เด็กเดี๋ยวนี้เขียนไม่ถูกแล้วว่าจะมี ส. เสือ ว. แหวน ร. เรือ กี่ตัวแล้วมีตัวอะไรการันต์ เขียนไม่ได้ครับ

ประเด็นต่อมาครับ การทํารายงานของนักเรียนเดี๋ยวนี้ ส่วนใหญ่ ๘๐ ถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ คุณครูที่ให้ทํารายงานกลับมาส่งให้คุณครูนี้ ส่วนใหญ่ให้ไปพิมพ์มา ผมถามท่านประธานไปยังกรรมาธิการเลยว่าการพิมพ์รายงานแต่ละเรื่อง ๆ ผมบอก ข้อเท็จจริงเลยว่าส่วนใหญ่นักเรียนไม่ได้พิมพ์ครับ ไปจ้างหน้ามหาวิทยาลัย หรือไปจ้าง โรงพิมพ์ที่ถ่ายเอกสารพิมพ์เสียส่วนใหญ่แล้วมาส่ง แล้วผมถามต่อมาว่าความรู้อย่างนี้ จะได้ใคร ก็ได้กับคนพิมพ์เอกสาร ไปได้คนพิมพ์รายงานเท่านั้น สมัยผมเรียนนี่ครับ การเขียน รายงานต้องเขียนด้วยลายมือตัวเองเท่านั้น มาวันนี้กระทรวงศึกษาธิการต้องปรับยุทธศาสตร์ ในการเรียนการสอนแล้วครับ ผมบอกได้เลยปี ๒๕๕๘ ตอนนี้ประเทศไทยสู้อยู่ ๒ ประเทศ เท่านั้นเอง มีประเทศลาวกับประเทศพม่า บวกเขมรไปนิดหน่อย ไม่ต้องพูดถึงแล้วครับ ประเทศสิงคโปร์ ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม สู้ไม่ได้ครับ

ประเด็นต่อมาครับ การออกข้อสอบ ครูเดี๋ยวนี้ออกข้อสอบเสียส่วนใหญ่ แบบปรนัย ปรนัยในที่นี้ก็เขียนว่า ก ข ค ง ท่านประธานครับ ถ้ายอมรับความเป็นจริงว่า ในสมัยนักเรียนที่ท่านเรียน ท่านก็เคยเดา ผมยอมรับกลางสภาเช่นเดียวกันว่าการทําข้อสอบ ถ้าตอบไม่ถูก ผมก็เคยเดา ท่านต้องเปลี่ยนวิธีการออกข้อสอบ ต้องเป็นอัตนัย อัตนัยในที่นี้ ก็คือเขียนคําบรรยายมาเลย สมมุติว่าคําว่า ยุทธศาสตร์ คืออะไรให้เด็กเขียนมาเลย ท่านประธานครับ มีหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ท่านเห็นไหมครับ ท่านดูครับ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่เวลานั่งทําข้อสอบต้องเอากระดาษมาทํา แล้วก็เหมือนม้าลําปางอย่างนี้ ดูด้านซ้ายด้านขวา ไม่ได้ เดี่ยวนี้ถ้าการออกข้อสอบตามที่ผมว่านี้ ไม่ต้องไปทําพิธี ไม่ต้องไปตรวจสอบแล้วครับ ดูความเข้าใจของเด็ก แล้วต่อไปเด็กเหล่านี้การจบปริญญาตรีเหล่านี้ไปสมัครงานที่ไหน ก็มีโอกาสเขียนใบสมัครได้ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องมากรอกเหมือนที่ผมพูดว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่ผ่านมา

ท่านประธานครับ ต่อมาเรื่องขนมครับ ผมเล่าให้ฟังเลยว่าทําไมผมต้องพูด เรื่องขนม เด็กเดี๋ยวนี้ไอคิว (IQ) ต่ํามาก อีคิว (EQ) ก็ต่ํามาก ขนมที่ขายตามโรงเรียน ทั่วประเทศ ไปดูได้เลยว่ามาจากประเทศจีน ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ มีบริษัทอยู่บริษัทใกล้ ๆ กรุงเทพมหานครเดือนหนึ่งเขานําเข้ามา ๑๐ กว่าล้าน ๒๐ กว่าล้าน นี่บริษัทเดียว ถ้าหลาย บริษัทไม่รู้กี่ร้อยล้านกี่พันล้าน ฝรั่งเรียกขนมนี้ว่าจังฟู้ด (Jung Food) กินไปแล้วอิ่มท้อง แต่ไม่มีอะไรกับสมองเลยครับ กระทรวงศึกษาธิการต้องตามไปดู วันนี้ผมไม่ใช่มาพูดเพื่อให้ พ่อค้าแม่ค้าขายของให้เด็กไม่ได้ แต่หัวใจสําคัญก็คืออาหารที่เด็กเข้าไปกินมันสร้างอะไร ให้กับสมองบ้างวันนี้

ประการต่อมา ผมเองจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานฟัง ท่านประธาน อยู่ที่จังหวัดชัยภูมิ ผมก็ไม่สามารถที่จะพูดบรรยากาศของโรงเรียนที่จังหวัดชัยภูมิได้ แต่ผมอยากจะให้ทางห้องโสตทัศนูปกรณ์เอาภาพมาดูว่าเวลาผมตัดงบประมาณอย่างนี้อยู่ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปทําอะไรที่ไหน แต่ผมว่าโรงเรียนอย่างนี้มีเกือบทั่วประเทศ เป็นเหมือน ตัวอย่างเหมือนกับโรงเรียนบ้านผม โรงเรียนนี้โรงเรียนบ้านไม้ขาวที่อําเภอถลาง เห็นไหมครับ นั่นรูตึกอาคารนะครับ นี่เกิดพายุ แล้วโรงเรียนไม่มีงบไปสร้างเลยครับ ท่านเห็นไหมครับ สังกะสีที่โรงเรียนที่อยู่จังหวัดภูเก็ตมีอยู่จริงครับ เพราะว่าภาพเหล่านี้ผมเพิ่งเอามาจากเมื่อวาน ภาพสด ๆ ครับ ผมว่าบ้าน ส.ส. ทุกคนที่อยู่ในห้องประชุมแห่งนี้ก็มีลักษณะอาคารเหล่านี้ ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปี กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความสําคัญตามที่ผมบอกมา ๑ ๒ ๓ นี่คือห้องเรียนที่จังหวัดภูเก็ต ต่อมายังมีหลายโรงเรียนที่จะต้องของบประมาณจาก กรรมาธิการเพื่อจะเอามาสร้างโรงเรียนต่าง ๆ ให้กับจังหวัดภูเก็ต และโรงเรียนทั่วประเทศ ที่มีลักษณะอาคารอย่างนี้ นี่โรงเรียนบ้านกระทู้ ที่อําเภอกระทู้ ท่านเห็นแล้วท่านจะสลดใจครับ ด้านข้างพอจะดูได้ครับ ต่อมาท่านมาดูพื้นครับ ท่านดูครับ ท่านดูหลังคาครับ นี่เป็นภาพ มาสด ๆ จากเมื่อวานที่ผมเพิ่งถ่ายมา แล้วก็นํามาเสนอต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านไปยังกรรมาธิการ ผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ดูว่าการศึกษาไทยจะไปรอด ได้อย่างไรเมื่อห้องเรียนยังเป็นอย่างนี้ นอกเหนือจากที่ผมบอกท่านประธานไว้ว่า การแปรญัตติครั้งนี้ที่ผมตัดไป ๐.๔ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับ ๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท ๑. ให้มาปรับ เรื่องหลักสูตร ๒. ให้มาปรับเรื่องอาคารเรียน แล้วก็โรงเรียนอนุบาลภูเก็ต เด็กที่ในจังหวัดภูเก็ต ตรงนี้มีทั้งประชากรแฝงมีทั้งคนจังหวัดภูเก็ตนี้ครับ ท่านดูครับมาเข้าแถวเป็นพัน ๆ คน ห้องเรียนก็ยังไม่พอ ผมจึงบอกผ่านไปยังประธานไปยังกรรมาธิการว่า เที่ยวนี้ปี ๒๕๕๗ โรงเรียนอนุบาลต้องจัดงบประมาณลงไปแล้วครับ ไม่อย่างนั้นเด็กไม่มีที่เรียนท่านครับ ท่านดูความแออัดของโรงเรียนอนุบาลภูเก็ต ท่านคิดว่าในอนาคตเด็กไทย เด็กภูเก็ต เราจะก้าวไปได้อย่างไร ในเมื่ออาคารยังเป็นอย่างนี้ อาคารยังไม่พอให้กับการศึกษา ท่านประธานครับ ผมขอฝากทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่งว่า ถ้าเราไม่สามารถเจียดเงินมาเพื่อการศึกษา ก็ไม่น่าจะสามารถเจียดเงินไปสร้างสําหรับเรื่องอื่น ๆ เพราะปัญหาอื่น ๆ นั้น เช่น ภัยอันธพาล อาชญากรรม วัยรุ่น การปกครอง ประชาธิปไตย หรือแม้แต่การเศรษฐกิจและ การผลผลิตตกต่ําเหล่านี้จะต้องป้องกันแก้ไขไม่ได้ ถ้าเราไม่ยอมลงทุนในเรื่องการศึกษาครับ ท่านครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ