สามารถ ราชพลสิทธิ์ หารือเรื่องการปรับลดเงินงบประมาณรัฐวิสาหกิจ 2% และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน และให้การรถไฟแห่งประเทศไทยเงินกู้ 1.27 ล้านล้านบาท โดยกล่าวถึงปัญหาการบริหารเงินกู้และหนี้สินขององค์กรนี้ และเรียกร้องให้ผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทยตระหนักถึงโอกาสในการเปลี่ยนแปลงและหลุดพ้นจากหนี้สิน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สามารถ ราชพลสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอปรับลดงบประมาณรายจ่ายประจําปี ๒๕๕๗ ของรัฐวิสาหกิจลง ๒ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีบางหน่วยงานที่จะได้รับเงินจากเงินกู้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอพูดถึงองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ และการรถไฟ แห่งประเทศไทย ท่านประธานครับ เมื่อไม่นานมานี้ท่านประธานคงได้ดูข่าวที่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้ไปโหนรถเมล์สาย ๘ ซึ่งเป็นรถเมล์ที่มีผู้ร้องเรียน มากที่สุด ก่อนหน้านั้นท่านได้สั่งการไปที่ข้าราชการกระทรวงคมนาคมตั้งแต่ระดับ ๙ ขึ้นไป ให้ใช้รถเมล์สัปดาห์ละ ๑ วัน เป็นเวลา ๒ เดือน และเมื่อไม่นานมานี้ท่านได้ไปนั่งรถไฟชั้น ๓ ไปจังหวัดสุรินทร์ ผมขอชื่นชมกับการกระทําเหล่านั้น ถ้าท่านรัฐมนตรีต้องการที่จะสัมผัส ปัญหาที่แท้จริงในการให้บริการระบบขนส่งมวลชนของรัฐเพื่อนําไปสู่การแก้ปัญหา ในอนาคต บางปัญหานั้นสามารถแก้ได้ทันที แต่บางปัญหาต้องใช้เวลาในการแก้ไข แต่ถ้าทํา เพื่อให้เป็นข่าวเท่านั้นก็จะถูกครหาได้ว่าสร้างภาพซึ่งได้เกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในอดีต โดยผู้มีอํานาจ ท่านประธานครับ ผมขอท้วงติงท่านรัฐมนตรีที่ท่านไม่ได้ให้ความสนใจต่อ ปัญหาพื้นฐานของรถเมล์และรถไฟตั้งแต่เริ่มแรกที่ท่านเข้ามาบริหารกระทรวงคมนาคม เมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา ปัญหาพื้นฐานของรถเมล์ เช่น ขับรถเร็ว พนักงานไม่สุภาพ จอดรถ ไม่ตรงป้ายเป็นต้น ส่วนปัญหาพื้นฐานของรถไฟนั้น ยกตัวอย่างเช่นมาไม่ตรงเวลา ห้องน้ํา ไม่สะอาด มีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้น ถ้าท่านรัฐมนตรีให้ความสนใจ ตั้งแต่เริ่มแรกที่เข้ามาทํางานที่กระทรวง ผมมั่นใจว่าปัญหาพื้นฐานเหล่านี้หลายประการ จะสามารถแก้ไขได้นานแล้ว ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีไม่จําเป็นต้องลงทุนไปโหน รถเมล์หรือนั่งรถไฟชั้น ๓ หรอกครับ ผมก็เห็นด้วยว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องยกเครื่องรถเมล์และรถไฟไทยเป็นไปตามที่รัฐบาลกําลัง จะจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี (NGV) ๓,๑๘๓ คัน และเป็นไปตามที่รัฐบาลเตรียมที่จะจัดสรรเงินกู้ ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยถึง ๑.๒๗ ล้านล้านบาท จากเงินกู้ทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขอพูดถึงเรื่องการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี ๓,๑๘๓ คันก่อน จากจํานวนทั้งหมดนี้แบ่งเป็น รถร้อน ๑,๖๕๙ คัน เป็นรถปรับอากาศ ๑,๕๒๔ คัน ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีครับว่า ขสมก. จําเป็นต้องมีรถใหม่ เพราะรถเดิมนั้นมีอายุการใช้งานนานหลายปีแล้ว มีสภาพชํารุด ทรุดโทรม ผมไม่ขัดข้องที่รัฐบาลจะซื้อหรือจะเช่า ขอให้ได้รถที่มีคุณภาพดี คงทน ประหยัด การใช้ก๊าซ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยราคาที่เหมาะสม ท่านประธานครับ ผมได้ตรวจสอบร่างทีโออาร์ของการจัดซื้อครั้งนี้ผมเป็นห่วงอย่างมากว่าจะเป็นการล็อกสเปค ให้กับผู้เสนอราคาหรือผู้เข้าร่วมประมูลรายใดรายหนึ่งหรือไม่ เหตุที่ผมพูดเช่นนี้ก็เพราะว่า ผมมีเหตุผลครับ ผมขออนุญาตใช้รูปประกอบ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชั่น)
ขอรูปที่ ๑ รูปที่ ๑ นั้นทีโออาร์ ข้อ ๓ กําหนดไว้ว่าเป็นเรื่องของคุณสมบัติของผู้ประสงค์จะเสนอราคา ข้อย่อยที่ ๓.๑๐ เขียนไว้ว่า ผู้ประสงค์จะเสนอราคาจะต้องมีผลงานการให้บริการซ่อมบํารุงรักษาเครื่องยนต์ ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติ (NGV) ที่จริงที่ถูกแล้วต้องเป็นซีเอ็นจี (CNG) ซีเอ็นจีหมายถึง ก๊าซธรรมชาติ เอ็นจีวีหมายถึงรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติที่นํามาประกอบเป็นรถโดยสาร ที่ยื่นเสนอราคาในครั้งนี้กับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจหรือภาคเอกชนภายในประเทศไทยมาแล้ว โดยมีระยะทางการวิ่งใช้งานต่อคันมาแล้วของเครื่องยนต์ไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กิโลเมตรครับ ท่านประธาน เขียนอย่างนี้รู้ได้ชัดเจนเลยว่าเป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ไม่ให้เข้า แข่งขัน เพราะเป็นไปไม่ได้เลยว่าเขาเหล่านั้น ผมหมายถึงผู้ประกอบการรายใหม่จะมีผลงาน ตามที่ทีโออาร์กําหนดไว้ เป็นการเปิดโอกาสให้เฉพาะผู้ประกอบการรายเดิมเท่านั้นที่เคย ขายรถหรือเคยให้เช่ารถกับ ขสมก. หรือหน่วยงานอื่นในประเทศไทยเท่านั้น นอกจากนี้ ทีโออาร์อย่างนี้ยังเป็นการปิดกั้นเทคโนโลยีสมัยใหม่หรือเครื่องยนต์สมัยใหม่ที่ได้รับ การปรับปรุงแก้ไขความบกพร่องของเครื่องยนต์เดิมให้มีความคงทนมากขึ้น แล้วก็มีการใช้ก๊าซ น้อยลง และซ่อมบํารุงรักษาง่ายกว่า มาดูรูปที่ ๒ ครับท่านประธาน เช่นเดียวกันครับ ลักษณะทีโออาร์เช่นนี้ลองอ่านดูนะครับว่าไม่ต่างกับข้อ ๓.๑๐ ครับ เป็นการปิดโอกาส ให้ผู้สนใจรายใหม่เช่นเดียวกัน ไม่ว่าเขาจะมีประสบการณ์มาจากหลายประเทศก็ตาม ไม่มีโอกาสเข้ายื่นแข่งขัน ขอรูปต่อไปครับ รูปที่ ๓ เป็นเกณฑ์การประเมินข้อเสนอ ด้านเทคนิค เขียนไว้ว่า ผลงานจําหน่ายเครื่องยนต์ที่นํามาใช้ประกอบเป็นรถโดยสาร ต้องเป็นเครื่องยนต์ที่เคยใช้งานกับก๊าซธรรมชาติที่จําหน่ายในประเทศไทยและมีระยะทาง วิ่งใช้งานต่อคันมาแล้วไม่น้อยกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กิโลเมตร และเครื่องยนต์สามารถใช้งานได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เช่นเดียวกันครับ เป็นการปิดกั้นผู้สนใจรายใหม่ครับ เปิดโอกาสเฉพาะ ผู้ประกอบการรายเดิมที่เคยมีงานกับ ขสมก. เท่านั้น ดูข้อต่อไปครับ ข้อ ๕ ก็เป็นเกณฑ์ การประเมินข้อเสนอด้านเทคนิคเช่นเดียวกัน ข้อ ๕.๙ เขียนไว้ว่า ผู้ประสงค์จะเสนอราคา จะต้องส่งเอกสารงบการเงิน งบดุล และบัญชีกําไรขาดทุน ของผู้ประสงค์จะเสนอราคา ในรอบบัญชี พ.ศ. ๒๕๕๓ พ.ศ. ๒๕๕๔ และ พ.ศ. ๒๕๕๕ ดูผิวเผินก็ดูว่าไม่มีปัญหา แต่ถ้า ดูให้ลึกซึ้งจะพบว่าเป็นการกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ที่จะรวมกลุ่มกันตั้งเป็นกิจการ ร่วมค้าที่เรียกว่าจอยท์ เวนเจอร์ (Joint Venture) หรือตั้งเป็นนิติบุคคลร่วมทํางานที่เรียกว่า คอนซอร์เตียม (Consortium) นิติบุคคลเหล่านี้อาจจะประกอบขึ้นด้วยบริษัทที่มีประสบการณ์ในงานเหล่านี้ แต่อาจจะ จดทะเบียนไม่เกิน ๓ ปี เขาก็ไม่มีเอกสารเหล่านี้ครับ ดูข้อต่อไปครับ ในรูปที่ ๕ เป็นเงื่อนไข อื่น ๆ เขียนไว้ว่าผู้ประสงค์จะเสนอราคาที่ชนะการประกวดราคาจะต้องรับจ้างซ่อมบํารุง รักษารถโดยสารในระยะเวลา ๓ ปี ไม่เกินกว่าอัตราค่าจ้างซ่อมบํารุงรักษารถโดยสาร ใช้ก๊าซธรรมชาติที่องค์การกําหนด ท่านประธานครับ ในช่วง ๓ ปีแรกนั้นค่าซ่อมบํารุงรักษา น้อยมากครับ เพราะรถยังใหม่อยู่ และการซ่อมบํารุงรักษานั้นเป็นการซ่อมปกติ ขึ้นอยู่กับ กําหนดระยะเวลาหรือระยะทางเท่านั้น เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ํามันเครื่อง น้ํามันเบรก เป็นต้น การเขียนทีโออาร์เช่นนี้จะทําให้ได้รถยนต์ รถเมล์ ที่สามารถใช้งานได้ดีแค่เพียง ๓ ปีเท่านั้น แต่หลังจากนั้นต้องซ่อมแซมกันอย่างหนักครับท่านประธาน เหล่านี้เป็นข้อสังเกต บางประการเท่านั้น ประกอบกับผมได้รับข้อมูลที่เชื่อได้ว่ามีการล็อกสเปค ให้กับผู้ที่จะ เสนอราคาหรือผู้ประกอบการรายเดิม ๑-๒ ราย ท่านประธานครับ วงเงินการซื้อรถเมล์ครั้งนี้ มีถึง ๑๓,๑๖๒.๒ ล้านบาท รัฐบาลสามารถซื้อรถเมล์ที่มีคุณภาพดีได้ แต่ถ้าใช้ทีโออาร์นี้ ผมไม่มั่นใจว่าจะได้รถเมล์ที่ดีคุ้มราคาหรือไม่ ถ้ารัฐบาลมีเจตนาดี ต้องการรถที่มีคุณภาพ ในราคาที่เหมาะสม ผ่านการประมูลที่เป็นธรรมและโปร่งใส ทีโออาร์ลักษณะนี้จะต้องไม่ใช้ ผมหมายความว่าจะต้องไม่ใช้ทีโออาร์ที่มีการกีดกันผู้สนใจรายใหม่ และเปิดโอกาสให้เฉพาะ ผู้ประกอบการรายเดิมเท่านั้น
ท่านประธานครับ ผมนําท่านประธานไปที่รถไฟไทย ในขณะที่รัฐบาลกําลังจะ จัดสรรเงินกู้จํานวนมากถึง ๑.๒๗ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น ๖๘.๓ เปอร์เซ็นต์ของเงินกู้ ทั้งหมด ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาทให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทยเพื่อใช้ในการยกเครื่อง รถไฟไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้การรถไฟรับผิดชอบโครงการขนาดใหญ่ นั่นก็คือโครงการ รถไฟความเร็วสูง แต่พอหันไปที่งบประมาณการรถไฟแห่งประเทศไทยแล้วไม่พบว่า มีการจัดเตรียมงบประมาณรองรับการเพิ่มบุคคลากรเพื่อผลักดันโครงการต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ เงินจํานวนมหาศาลถึง ๑.๒๗ ล้านล้านบาทเลย ผมจึงเป็นห่วงว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย จะสามารถบริหารเงินกู้ก้อนใหญ่นี้ให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ ในขณะที่ การรถไฟแห่งประเทศไทยนั้นมีหนี้สะสมถึงประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ได้ดูถูก ดูหมิ่นพนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทย อันที่จริงแล้วการรถไฟแห่งประเทศไทยนั้น มีพนักงานที่เก่ง มีความสามารถหลายคน แต่ไม่มีโอกาสได้แสดงฝีมือ ผมอยากถือโอกาสนี้ ให้กําลังใจแก่พนักงานการรถไฟแห่งประเทศไทยขอให้ร่วมกันฝ่าฟันอุปสรรคบนเส้นทาง การพัฒนาที่ถือว่าเป็นความท้าทายอันใหญ่หลวงให้ได้ผมอยากให้ใช้รถไฟอินเดีย เป็นกรณีศึกษา ในอดีตนั้นรถไฟอินเดียไม่สะอาด ไม่ตรงเวลา แต่มาวันหนึ่งมีเรื่องเล่าขานกันว่า รถไฟอินเดียมาตรงเวลาพอดี สร้างความประหลาดใจให้กับผู้โดยสารไปตาม ๆ กัน จึงหันไป ถามนายสถานีว่าเหตุใดรถไฟจึงมาตรงเวลา นายสถานีตอบว่า เป็นรถไฟของขบวนเมื่อวาน แต่ถึงวันนี้รถไฟอินเดียสามารถพลิกโฉมให้กลับมามีกําไรได้ จากการที่มีหนี้สะสมถึงเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพนักงานของการรถไฟแห่งประเทศไทยก็จะ สามารถกระทําเช่นนั้นได้ ผมอยากให้ผู้บริหารของการรถไฟแห่งประเทศไทยตระหนักไว้ว่า ๒ ข้างทางรถไฟสามารถสร้างโอกาสให้การรถไฟแห่งประเทศไทยหลุดพ้นจากหนี้สินได้ แต่การรถไฟแห่งประเทศไทยจะต้องเปลี่ยนความคิดเก่า ๆ ที่ว่ารัฐบาลจะเลี้ยงดูเรา เป็นเราต้องเลี้ยงตัวเอง เหล่านี้ครับท่านประธานเป็นตัวอย่างที่ผมจําเป็นต้องปรับลด งบประมาณของรัฐวิสาหกิจลง ๒ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณครับ