สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล หารือเรื่องงบประมาณปี 2557 และสงวนคำแปรญัตติเกี่ยวกับกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากเห็นว่าประเทศไทยยังไม่พร้อมที่จะกลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และอาจกระทบต่อสุขภาพและการดูแลของคนไทย

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผู้สงวนคําแปรญัตติค่ะ วันนี้ เรากําลังพิจารณาร่างงบประมาณประจําปี ๒๕๕๗ ซึ่งเงินทั้งหมดมาจากภาษีของ พี่น้องประชาชน และดิฉันเองก็เห็นว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมันก็มากพอ อยู่แล้ว ยังโดนเพื่อนสมาชิกมาซ้ําด้วยการที่จะไม่ให้เวลากับสภาแห่งนี้ในการหารือปัญหา ที่เกิดขึ้น ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้ไม่เป็นธรรมกับผู้เสียภาษี และเรากําลังพิจารณาเงินทุกบาท ทุกสตางค์ที่พวกเขาเสียมา ดิฉันให้ความสําคัญเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข มาตรา ๒๓ ค่อนข้างมาก เพราะว่ามาตรานี้ท่านประธานคะ เมื่อไปดูพันธกิจที่ท่านได้เขียนเอาไว้ ท่านบอกว่าจะพัฒนาระบบบริหารการแพทย์ การสาธารณสุขให้มีคุณภาพและมาตรฐาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านได้เขียนเอาไว้ชัดในนโยบายที่รัฐบาลได้แถลง แล้วก็ในวิสัยทัศน์ ที่กระทรวงสาธารณสุขได้นําเสนอกับกรรมาธิการ ว่าท่านต้องการผลักดันให้ประเทศไทย ได้กลายเป็นเมดิคอล ฮับ (Medical hub) ก็คือเป็นศูนย์กลางทางสุขภาพนานาชาติ แต่การเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาตินั้น ท่านประธานคะ มันได้ประโยชน์ แล้วก็ มีผลกระทบควบคู่กันไปค่ะ จริงอยู่วันนี้ประเทศไทยเราค่อนข้างพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลาง สุขภาพนานาชาติ เพราะว่าคนไทยมีเซอร์วิส มายด์ (Service mind) ค่ะ มีสุขลักษณะนิสัย ที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ค่ารักษาพยาบาลของเราก็ค่อนข้างที่จะถูก และที่สําคัญท่านประธานคะ แพทย์ของเรามีความชํานาญ มีผู้เชี่ยวชาญ สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้หลากหลาย คุณสมบัติต่าง ๆ เหล่านี้ทางกระทรวงสาธารณสุขจึงพยายามผลักดันให้ประเทศไทย กลายเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ หรือว่าเมดิคอล ฮับ แต่ผลกระทบที่กําลังจะตามมา นั่นก็คือว่าทันทีที่เราเป็นศูนย์กลางทางด้านการแพทย์และสุขภาพแห่งชาติ เราจะต้องมี การแย่งชิงบุคลากรทางการแพทย์ หรือที่เรียกกันว่าจะต้องมีเรื่องของสมองไหลแน่นอนค่ะ เพราะว่าวันนี้คนที่ได้เปรียบที่สุด สําหรับนโยบายนี้หนีไม่พ้นโรงพยาบาลของเอกชน โรงพยาบาลเอกชนจะมีรายได้ค่อนข้างมาก แล้วก็มีศักยภาพเพียงพอที่จะดึงเอาอาจารย์ แพทย์ อาจารย์หมอ หรือว่าคนที่มีความชํานาญเข้ามาอยู่ในการดูแลของโรงพยาบาล ทําให้ วันนี้บุคลากรทางการแพทย์ที่ขาดแคลนอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นหมอ ทันตแพทย์ หรือแม้แต่พยาบาลที่เดิมไม่พออยู่ หลังจากมีนโยบายนี้ก็คงจะมีการแย่งชิง แล้วก็มีปัญหา ของสมองไหลค่ะ และที่สําคัญท่านประธานคะ หนีไม่พ้นเรื่องของค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาล ที่จะต้องแพงเพิ่มมากขึ้นและประการที่สําคัญที่สุด ท่านประธานคะ วันนี้เมดิคอล ฮับ พยายามไปถึงโรงพยาบาลรัฐ แล้วก็ยังไปดึงเอาโรงเรียนแพทย์เข้ามาอยู่ในโครงการนี้ด้วย ซึ่งถ้าเป็นโรงเรียนแพทย์และโรงพยาบาลรัฐมันก็จะไปกระทบโดยตรงกับพี่น้องประชาชน คนในประเทศ ท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านจุรินทร์ได้พูดเอาไว้ชัดว่า โครงการเมดิคอล ฮับ เป็นโครงการที่ดีค่ะ ตราบเท่าที่ต้องไม่กระทบต่อสุขภาพ การดูแล สุขภาพ และการรักษาพยาบาลของคนไทย เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นประเด็นที่ดิฉันเองต้อง สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ เพราะว่าอะไร ท่านประธานคะ เพราะว่าวันนี้ถ้าเราไปดูถึงความ พร้อมของโครงสร้างพื้นฐานของระบบสาธารณสุขของประเทศไทยแล้ว ต้องบอกได้เลยว่า วันนี้เรายังไม่พร้อมเต็มที่แล้วก็เพียงพอ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท่านประธานคะ เราไปดูเฉพาะ โรงพยาบาลศูนย์ที่มีอยู่ในแต่ละภูมิภาค ดิฉันขอยกตัวอย่างโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ต้องรองรับ พี่น้องประชาชนกว่า ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน ต้องดูแลพี่น้องประชาชนถึง ๒๓ อําเภอ ๑๖๕ ตําบล อีก ๑,๐๐๐ กว่าหมู่บ้านค่ะ วันนี้เราก็รู้อยู่ว่าศักยภาพของโรงพยาบาลอําเภอมีไม่เพียงพอค่ะ เกิดอุบัติเหตุใด ๆ ก็ตาม เหมือนเมื่อสักครู่ท่านประธานคะ เกิดเหตุปะทะกันระหว่าง พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารากับตํารวจ เกิดอุบัติเหตุอย่างนี้นะคะ โรงพยาบาล ไม่สามารถดูแลได้ทันท่วงทีค่ะ ก็จะต้องรีเฟอร์ (Refer) เข้าโรงพยาบาลมหาราช แต่ปรากฏว่า วันนี้ศักยภาพของโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อเทียบกับโรงพยาบาล มหาราชในภูมิภาคอื่น ๆ ถือว่าเป็นโรงพยาบาลมหาราชที่ล้าหลังที่สุด ทรุดโทรมที่สุด ขาดการดูแลมากที่สุด ที่ดิฉันพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าวันนี้โรงพยาบาลมหาราชบอกว่า ๑,๐๐๐ เตียงค่ะ แต่มีเตียงจริง ๆ อยู่แค่ ๘๐๐ เตียง แต่มีคนเข้าไปขอรับการรักษา อยู่มากกว่า ๑,๐๐๐ คน อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือยังเป็นอุปกรณ์แบบเก่า ล้าหลัง ทําไมดิฉันถึงให้ความสําคัญกับเรื่องของอุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ท่านประธานคะ ก็เพราะว่าถ้าวันนี้เรามีอุปกรณ์ มีเครื่องไม้เครื่องมืออุปกรณ์การแพทย์ที่ทันสมัย แน่นอนค่ะ ความเจ็บของผู้ป่วยลดน้อยลง แน่นอนค่ะ เวลาที่ใช้แต่ละคนก็น้อยลง จํานวนผู้ป่วย ที่จะได้รับทําการรักษาก็เพิ่มมากขึ้น ที่สําคัญแพทย์ก็จะมีความเหนื่อยน้อยลง ก็จะป้องกัน ที่แพทย์ของโรงพยาบาลรัฐจะไหลไปอยู่ที่โรงพยาบาลเอกชน นี่คือความสําคัญของอุปกรณ์ค่ะ แล้ววันนี้เรื่องความพร้อมของอุปกรณ์ หลาย ๆ โรงพยาบาลก็ยังมีไม่พร้อมค่ะ ดิฉันขอยกตัวอย่างก็คือโรงพยาบาลวัดโบสถ์ที่จังหวัดพิษณุโลก วันนี้เขาก็ยังมีความต้องการ เรื่องของเครื่องเอ็กซเรย์เรื่องของอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ ส่วนสําหรับของ โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ดิฉันบอกว่ายังล้าหลังก็เพราะว่าอะไรคะ ตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๕ ท่านประธานคะ มาจนถึงวันนี้ เกือบจะได้รับการดูแลอยู่ช่วงหนึ่งค่ะ ช่วงสมัยที่เรามีเงินกู้ไทยเข้มแข็ง เงินกู้ไทยเข้มแข็งเราไปดูแลระบบสาธารณสุขทั้งระบบ ดูแล พี่น้อง อสม. มีค่าตอบแทนให้ ๖๐๐ บาท สมัยนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ดูแลเรื่องของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจําตําบล ยกฐานะจากอนามัยให้เป็นโรงพยาบาล ดูแล โรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศค่ะ แต่บังเอิญโรงพยาบาลนครศรีธรรมราชไปอยู่จังหวัดเดียวกับ รัฐมนตรีค่ะ ตอนนั้นรัฐมนตรีวิทยา แก้วภราดัย ก็เลยมีการตรวจสอบกัน พอตรวจสอบ แทนที่จะได้ตึกแทนที่จะได้อาคาร อาคารศูนย์การเรียนรู้แพทย์เวชศาสตร์ และอาคารอื่น ๆ อีก ๕ อาคาร โดนหยุดโดนระงับไป เพิ่งจะได้มาอาคารเดียว อาคารอุบัติเหตุ เมื่อสมัย ท่านรัฐมนตรีท่านที่แล้ว วิทยา บุรณศิริ แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของโรงพยาบาล ที่ต้องรองรับคนเป็นจํานวนมาก วันนี้ดิฉันก็เลยต้องมาบอกท่านประธานว่า ถ้าโครงสร้าง พื้นฐานของระบบสาธารณสุขในประเทศเรายังไม่พร้อม แต่เรากําลังพยายามผลักดันนโยบาย ที่จะไปดูแลชาวต่างชาติ ดูแลคนร่ํารวย ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นเขามีโอกาสอยู่แล้วท่านประธาน ค่ะ เขามีโอกาสที่จะเลือก มีโอกาสที่จะได้รับการดูแลรักษาที่ดี ๆ แต่วันนี้พี่น้องประชาชนคนไทย คนที่จะต้องได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานในการดูแลสุขภาพได้อย่างทั่วถึงทั่วหน้า และที่สําคัญที่สุด ท่านประธานค่ะ ทุกบาททุกสตางค์วันนี้เขาต้องการเห็นคืนกลับสู่แผ่นดินของเขาที่เขาเสียไป เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันมาทวงถาม ดิฉันมาขอความเห็นใจท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ และไปยังท่านปลัดกระทรวงสาธารณสุขและท่านรัฐมนตรี ถึงการกระจายโอกาสไปยัง โรงพยาบาลศูนย์ทั่วประเทศ สุดท้ายท่านประธานค่ะ ดิฉันเห็นว่าวันนี้เราต้องคํานึงถึงคนไทย ทั้งประเทศที่รอรับการรักษาพยาบาลจากรัฐอยู่ เราไม่ควรจะไปดูแลคนที่เขามีโอกาส เพราะว่าคนเหล่านั้นดูแลตัวเองได้ และคนเหล่านั้นก็มีโอกาสที่จะเลือกที่จะรักษาบริการในที่ ที่ดีได้ และก็ที่สําคัญที่สุดดิฉันยังเห็นว่านายกรัฐมนตรีหรือแม้แต่รัฐบาลก็ดี ท่านได้เขียนเอาไว้ในนโยบายที่ท่านแถลงเอาไว้ต่อรัฐสภาในวันแรกที่ท่านได้มาทํางาน ท่านบอกไว้ชัดว่านโยบายการพัฒนาสุขภาพของประชาชน ท่านต้องการเพิ่มขีด ความสามารถของโรงพยาบาลระดับต่าง ๆ โดยเฉพาะโรงพยาบาลศูนย์ ความเป็นเลิศ ที่กระจายอยู่ในส่วนภูมิภาค ท่านเขียนอยู่ชัดค่ะ แต่เวลาท่านจัดสรรงบประมาณมา มันยัง ไม่กระจายอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม วันนี้ดิฉันเองจึงต้องสงวนคําแปรญัตติปรับลดไว้ ร้อยละ ๕ เพื่อนําส่วนที่ปรับลดไว้นําเงินงบประมาณที่มีที่ปรับลดไปกระจายสู่โรงพยาบาล ศูนย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ขาดโอกาสมานาน ดิฉันไม่อยากให้ใครมาว่ารัฐบาลของท่านว่า ๒ มาตรฐาน และไม่เป็นธรรม ดังนั้นดิฉันจึงขอ ย้ําและขอเตือนบอกเอาไว้ว่าวันนี้จังหวัดของดิฉันเองยังคงมีปัญหาอยู่ และรอการแก้ไขจาก ท่านค่ะ