สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

วัชระ เพชรทอง แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเตรียมเอกสารสัญญาจัดซื้อจัดจ้างและเช่าอาคารรัฐสภา และหารือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยวิพากษ์วิจารณ์ถึงการกระทำของพลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเสมอภาค

นายวัชระ เพชรทอง กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ จะอภิปรายปรับลดในมาตรานี้ ท่านประธานครับ ผมยังไม่ได้เอกสารสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ห้องนักข่าว ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ที่ท่านประธานวิทยาบอกว่าจะได้ในเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา และรวมทั้งสัญญาเช่าอาคารรัฐสภาที่จังหวัดอุบลราชธานี ปีละ ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ก็ยังไม่ได้ครับ จึงขอส่งเสียงนี้ไปยังท่านประธานเพื่อส่งต่อไปยังท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้โปรดส่ง เอกสารดังกล่าวให้ก่อนการอภิปรายในมาตราต่อไป

ท่านประธานครับ ในกรณีของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ในการพิจารณา งบประมาณเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ท่านพลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ท่านกรุณามาด้วยตนเอง และผมได้ถามคําถามในกรรมาธิการถึง ๓๐ คําถาม แต่ท่าน ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติได้ตอบเพียงแค่ ๒-๓ คําถาม และส่งเอกสารตอบกลับมาไม่ถึง ๑๐ คําถาม ท่านประธานครับ ในงบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติซึ่งขอมาถึง ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมจําเป็นต้องปรับลดงบประมาณลง ๕ เปอร์เซ็นต์ เนื่องด้วยอะไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ศรีบูรพาหรือกุหลาบสายประดิษฐ์เคยกล่าวไว้เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๐ ซึ่งในขณะนั้นผมก็ยังไม่เกิดครับ กุหลาบสายประดิษฐ์กล่าวไว้ว่าที่บ้านนอกนั้น ราษฎรปรารถนาจะให้มีใครสักคนหนึ่ง ซึ่งมีอํานาจจับตํารวจได้ หากว่าเป็นไปได้เช่นนั้น บางทีพวกตํารวจและอําเภอจะถูกจับมากกว่าราษฎรที่ถูกตํารวจและอําเภอจับไปเสียอีก เพราะว่าเจ้าหน้าที่ ๒ พวกนั้นมักจะกดขี่ข่มเหงราษฎรในทางฝ่าฝืนกฎหมายอยู่เสมอ นี่คือ กุหลาบสายประดิษฐ์เขียนเอาไว้เพื่อพุทธศักราช ๒๕๐๐ และในยุคปัจจุบันก็แทบจะ ไม่แตกต่างกันเท่าไรนัก ท่านประธานครับ ผมได้เห็นถึงประสิทธิภาพของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติในยุคนี้ ซึ่งมีการบังคับใช้กฎหมายที่ตกต่ําที่สุดในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ไม่มีไพร่พลที่เลว มีแต่แม่ทัพนายกองที่เลว คือคําพูดของผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติที่มักจะ ได้ยินเสมอ ๆ ท่านประธานครับ ประชาชนพี่น้องทั้งประเทศต้องการความอบอุ่นจากผู้พิทักษ์สันติราช ต้องการการดูแลบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกัน ไม่ใช่ว่าถ้าเป็นพวกเดียวกับรัฐบาล สามารถทําอะไรก็ได้ ข่มขู่คุกคามจะทําอะไรก็ได้ แต่ถ้ามีความคิดเห็นขัดแย้งกับรัฐบาล แล้วจะต้องบาดเจ็บ ล้มตาย หรือผิดกฎหมายเสมอไป ท่านประธานครับ ผมก็สงสัยในการ ทํางานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยเฉพาะในคดีวัดปทุมวนาราม ๖ ศพ ท่านประธานครับ ผมสงสัยว่า พลตํารวจตรี ปิยะ อุทาโย โฆษกผู้บัญชาการตํารวจนครบาลในขณะนั้น ซึ่งเข้าไปค้นและตรวจสอบในวัดปทุมวนารามได้ตรวจพบและยึดอาวุธของกลางต่าง ๆ ได้เป็นจํานวนมาก เช่น ปืนเอ็ม. ๑๖ จํานวน ๑ กระบอก ระเบิด ๖ ลูก เป็นต้น ท่านประธานครับ เหมือนกับภาพที่ลงในหนังสือพิมพ์มติชน ผมสงสัยครับว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้ส่ง พลตํารวจตรี ปิยะ อุทาโย เข้าไปเป็นพยานในคดีสังหาร ๖ ศพที่วัดปทุมวนารามหรือไม่ เพราะมีประจักษ์พยานและหลักฐานชัดเจนว่ามีการค้นพบอาวุธสงครามในวัดดังกล่าว ซึ่งเป็นที่หลบภัยและที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ท่านประธานครับ นั่นคือผมสงสัยเป็นอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากเจ้าหน้าที่ตํารวจได้ไปเป็นพยานต่อศาล ผมเชื่อว่าศาลท่านก็คงจะได้รับทราบ ข้อเท็จจริง เพราะว่าศาลไม่อาจที่จะพิพากษาเกินเลยไปกว่าคําที่นํามาสืบพยานทั้ง ฝ่ายอัยการและฝ่ายจําเลย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะกล่าวกับท่านประธานต่อไปก็คือว่า ผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติท่านปัจจุบันท่านเดินทางไปพบ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่ต่างประเทศ ผมก็ถามคําถามนี้กับท่านว่าท่านไปพบ พันตํารวจโท ทักษิณ ที่ต่างประเทศ ทําไม แต่ท่านไม่ตอบครับ แล้วผมขอให้ตอบเป็นเอกสารท่านก็ไม่ตอบ แต่ผมก็ไม่แปลกใจ ครับว่าทําไม่ท่านไม่ตอบ เพราะท่านไม่ดําเนินการถอดยศ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ทั้ง ๆ ที่ท่านเป็นหัวหน้าหน่วยราชการที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายในการถอดยศผู้กระทํา ความผิด และในกรณีที่ศาล มีคําพิพากษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คือศาลฎีกาแผนกคดีอาญา ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองได้พิพากษาลงโทษจําคุกเป็นเวลา ๒ ปีแก่ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แต่จนถึงบัดนี้ท่านประธานครับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติก็ไม่ดําเนินการ ถอดยศ ทั้ง ๆ ที่กฤษฎีกาได้ส่งหนังสือไปถึงสํานักงานตํารวจแห่งชาติถึง ๒ ครั้ง และผู้ตรวจการแผ่นดินก็ดําเนินการในเรื่องนี้อยู่ แต่ก็ไม่ปรากฏว่า พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว จะดําเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกันแต่ประการใด ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในเรื่องของการคุกคาม ท่านผู้นําฝ่ายค้านและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่เดินทาง ไปปราศรัยต่างจังหวัดทั่วประเทศ ในรายการเวทีผ่าความจริงหรือในการทําหน้าที่ของ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมก็ถามท่าน พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ว่าตั้งแต่ปีงบประมาณที่แล้วนะครับ ว่าท่านจะดูแลให้ความปลอดภัยท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรอย่างไร ท่านก็รับปากตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่ปรากฏว่าตลอดระยะเวลา ๑ ปี ที่ผ่านมาท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรไปที่จังหวัดไหน ในเขตอิทธิพลของกลุ่มคน เสื้อแดงก็จะมีการข่มขู่คุกคามประท้วงถึงท่านประทุษร้ายก็มี ท่านประธานครับ สํานักงาน ตํารวจแห่งชาติได้ตอบคําถามผมมาเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนที่ผมจะอภิปรายในเรื่องนี้ ภาพที่ผมขออนุญาตแสดงต่อที่ประชุมแห่งนี้ จํานวน ๒ ภาพ ท่านประธานที่เคารพ ผมยัง ไม่ได้ภาพดังกล่าวจากเจ้าหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรแต่อย่างไรเลยครับ ท่านประธานครับ ได้โปรดสั่งให้เจ้าหน้าที่นําภาพนั้นมาให้กับกระผมเพื่อประกอบการอภิปรายด้วย ท่านประธานที่เคารพในรายงานของสํานักงานตํารวจแห่งชาติที่ได้ตอบคําถามของกระผม ในประเด็นคําถามกรณีผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติเดินทางไปพบ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ที่ต่างประเทศมีเหตุผลใด ไม่ตอบครับ แต่ตอบมาเป็นกรณีที่กลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุม ประท้วงขับไล่ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จํานวน ๑๓ ครั้ง ในรอบปีที่ผ่านมา แต่อีกฉบับหนึ่งบอกว่าทั้งหมด ๒๑ จังหวัด นี่เป็นรายงานจากกองบัญชาการตํารวจสันติบาล ท่านประธานครับ เป็นที่น่าสนใจอยู่ตรงที่ว่า เมื่อวันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ กลุ่ม นปช. จากจังหวัดกาฬสินธุ์ประมาณ ๓๕๐ คน พร้อมรถปิกอัพติดเครื่องขยายเสียงนําโดย นายขวัญชัย สาราคํา หรือ นายขวัญชัย ไพรพนา ไปดําเนินการคุกคามท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และในวันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๕๖ ในเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา กลุ่ม นปช. จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดมหาสารคามประมาณ ๕๐๐ คน พร้อมรถปิกอัพติดเครื่องขยายเสียง นําโดย นายขวัญชัย สาราคํา หรือ นายขวัญชัย ไพรพนา นี่เป็นรายงานจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมต้องการภาพ นายขวัญชัย ไพรพนา ซึ่งแต่งชุดตํารวจปราบจลาจลอยู่ที่หน้ารัฐสภา นํามาประกอบการอภิปราย ซึ่งท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้อนุญาตแล้ว แต่ผมยังไม่ได้ภาพดังกล่าวเลยครับ ท่านประธานครับ