สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

สาทิตย์ วงศ์หนองเตย หารือเรื่องการวินิจฉัยคดีและเงินงบประมาณ รวมถึงการทำงานของกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยหารือเรื่องคดีประท้วงเมื่อปี 2553 และเรียกร้องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการสอบสวนและจับกุมผู้ก่อการร้าย

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่าง ๒-๓ ประเด็นนี้เรื่องกลับคําวินิจฉัย แล้วเป็นคดีที่กระทบกระเทือนต่อขวัญกําลังใจประชาชน เป็นเรื่องเงินงบประมาณ เป็นเรื่องข้าราชการซึ่งต้องทําตามกฎหมาย แล้วใช้เงินภาษี ประชาชนไปนี้เขามีสิทธิสงสัยในวินิจฉัยว่าเป็นไปโดยสุจริต และเข้าไปช่วยเหลือ คนมีอํานาจหรือไม่

ประเด็นถัดมา ท่านประธานที่เคารพครับ เป็นประเด็นที่จะเกี่ยวเนื่อง กับกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยเฉพาะ และไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับตุลาการอย่างที่เพื่อนสมาชิก กล่าวอ้างว่าถามไม่ได้เลย ทั้ง ๔ ประเด็นที่ผมจะยก และที่ยกมาแล้ว ๓ ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง ตุลาการเลยครับ เป็นเรื่องกรมสอบสวนคดีพิเศษโดยเฉพาะ

ประเด็นสุดท้าย ที่เป็นตัวอย่างที่ยกนั้นจะเป็นประเด็นที่สงสัยอย่างยิ่ง ในประสิทธิภาพ และสงสัยต่อไปด้วยว่าถ้าการปฏิบัติของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และกรมสอบสวนคดีพิเศษมีการดําเนินการอย่างที่ผมจะพูดถึงต่อไปนี้จริง ถือเป็นการละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และยังเป็นประเด็นที่ค้างคาอยู่จนถึงปัจจุบัน งบประมาณมาจาก ภาษีประชาชน ขอให้ไปดําเนินการจับกุมดําเนินคดีสอบสวนผู้กระทําความผิดตามอํานาจ หน้าที่ที่กรรมการสอบสวนคดีพิเศษมอบหมาย ประเด็นเป็นอย่างนี้ท่านประธานครับ ในเหตุการณ์ของการชุมนุมเมื่อปี ๒๕๕๓ นั้น มีมติของคณะกรรมการคดีพิเศษ ในวันที่ ๑๐ เมษายน ปี ๒๕๕๓ ภายหลังจากเกิดเหตุที่บริเวณสี่แยกคอกวัว ที่มีการใช้กําลังอาวุธสงคราม ดําเนินการกับกําลังของเจ้าหน้าที่ ทําให้เกิดบาดเจ็บล้มตายทั้งฝ่ายประชาชน และฝ่ายเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะฝ่ายทหารนั้น ให้มีการรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีพิเศษ และต่อมาคดีเหล่านี้ถูกยกขึ้นเป็นคดีก่อการร้ายตามมติของกรรมการคดีพิเศษในระยะเวลา ต่อมา มีประเด็นหนึ่งในกรรมการคดีพิเศษที่ทําไว้เป็นแนวปฏิบัติว่า ไม่ว่าคดีใดก็ตาม ที่เกิดขึ้นจากการจับกุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งปฏิบัติตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินและประกาศที่ออก ตามกันมาหรือรวมถึงเจ้าหน้าที่ตํารวจก็ตาม ให้นับรวมเป็นคดีพิเศษและให้กรมสอบสวน คดีพิเศษรับไปดําเนินการต่อ ดังนั้นไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตั้งด่านจับกุม จะเจออาวุธที่ตรวจยึดมาได้ เพราะอาวุธนั้นเป็นอาวุธสงครามของเจ้าหน้าที่ก็ดี เสื้อเกราะของตํารวจ ทหาร หรือหมวก ปราบจลาจล ซึ่งควรเป็นของเจ้าหน้าที่แต่ตกอยู่ในมือของใครคนใดคนหนึ่ง ซึ่งไม่มี อํานาจหน้าที่ เขาจับหมด แล้วดําเนินคดีตามกฎหมาย มีประเด็นที่ตํารวจไปจับอยู่ ๒ กรณี ที่จังหวัดขอนแก่น เป็นการจับกุมตามหมายจับ แล้วปรากฏว่าในการจับกุมที่จังหวัดขอนแก่นนั้นยอมรับว่าเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมจริง และพบเสื้อเกราะทหารอยู่ในความครอบครอง ซึ่งเป็นยุทธภัณฑ์ มีความผิดตามกฎหมาย ถูกรวมเข้ามาอยู่ในคดีพิเศษ มีการดําเนินการสืบสวนสอบสวนด้วย แต่มีอยู่กรณีหนึ่ง ท่านประธานครับ คดีนี้เหตุเกิด วันที่ ๒๒ เมษายน ปี ๒๕๕๓ เวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา สถานที่เกิดเหตุอยู่สะพานข้ามแยกตลาดปีนัง ถนนพระราม ๓ คลองเตย กรุงเทพฯ ขณะเจ้าหน้าที่ทหารตั้งด่านตรวจปฏิบัติตามอํานาจของ พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็พบกลุ่มคน ขับรถยนต์เก๋งฮอนด้า ซีวิค (Honda civic) หมายเลขทะเบียน ฌฟ ๗๓๔๘ กทม โฉบไปมา ร้อยตรี คชธร เป็นทหารสังกัดกองพันทหารสารวัตร ๒๑ ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่เข้าไป ทําการตรวจค้น พบเสื้อเกราะ ระบุว่าสังกัดทุ่งสง เข้าใจว่าเป็นค่ายที่จังหวัดนครศรีธรรมราช อําเภอทุ่งสง และหมวกนิรภัยปราบจลาจล มีข้อความระบุว่า ทภ. ๑ คือกองทัพภาคที่ ๑ จึงทําการจับกุมตัวพร้อมยึดของกลางดังกล่าวส่ง ศอฉ. และ ศอฉ. ส่งไปดําเนินคดี ที่กองปราบ พนักงานกองปราบก็รับตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางไว้และรับคําร้องทุกข์ไว้ ตามคดี ๑๐๖๕/๒๕๕๓ เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน ปี ๒๕๕๓ แต่เมื่อได้แจ้งข้อหาแล้ว กองปราบก็ปล่อยตัวไปในระหว่างดําเนินคดี เพราะมีกลุ่มเสื้อแดงไปกดดันเจ้าหน้าที่ ให้มีการปล่อยตัว ซึ่งปรากฏตามข่าวที่ลงในกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ ต่อมาสํานวนนี้ ถูกส่งไปให้ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษ ที่ ๓๕๗/๒๕๕๓ คําถามที่ค้างคาใจก็คือว่า บัดนี้เวลาเลยมา ๓ ปีแล้วคดีนี้กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ดําเนินการอะไร ข้อสงสัยก็คือว่า ผู้ต้องหาในคดีนี้ตามใบขับขี่ซึ่งมีการจับกุมในวันนั้น ชื่อ สิบตํารวจเอก ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ผมเข้าใจว่าปัจจุบันคือ จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ประเด็นมีการจับกุมตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ คดีถูกส่งจากตํารวจไปยังดีเอชไอแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษไม่ได้ดําเนินการใด ๆ ในเรื่องนี้ แล้วปล่อยให้เรื่องค้างคาจนถึงปัจจุบัน มีเจตนาอะไร ประชาชนมีสิทธิสงสัยไหมครับในฐานะ เขาจ่ายภาษี ว่านี่คือการหมกคดี ซุกคดี ช่วยพวกที่เป็นพวกเดียวกับรัฐบาลซึ่งมีอํานาจ ยิ่งใหญ่คับฟ้าอยู่ในประเทศนี้ปัจจุบัน นักการเมืองฝ่ายตรงข้ามโพสต์ (Post) เฟสบุ๊ก (Facebook) และยอมรับว่าแชร์มาผิด บอกเป็นคดีพิเศษ นี่คือคนซึ่งเกี่ยวเนื่องกับ รัฐบาลโดยตรง เป็นแกนนําของกลุ่มคนเสื้อแดง มีการจับกุม มีหมายจับกุมเรียบร้อย รับเป็นคดีพิเศษแล้ว กรมสอบสวนคดีพิเศษใช้มาตรฐานวินิจฉัยอะไร ยิ่งใหญ่ขนาดไหน มาตัดสินว่าไม่ดําเนินการเรื่องนี้ต่อ นี่คือ ๔ ประเด็นที่ผมเห็นว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษนี่ ปรับลด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ยังน้อยไป ผมเปรียบเทียบประเด็นเหล่านี้ท่านประธานครับ ว่าถ้าเรื่องเกิดขึ้นกับคนอื่นซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลแล้วละก็กรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่เคยรีรอที่จะไปดําเนินการ ทั้งที่บางเรื่องเป็นเรื่องซึ่งไม่อยู่ในกฎหมายท้ายพระราชบัญญัติ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ต้องอ้างเรื่องกรรมการคดีพิเศษ เพราะกรรมการคดีพิเศษ ที่ตั้งไปนั้นล้วนแล้วแต่มีความเกี่ยวเนื่องโยงใยกับบุคคลในรัฐบาลและแกนนําของกลุ่มเสื้อแดง ที่เกี่ยวเนื่องกับรัฐบาลตามข้อกล่าวหาที่ปรากฏกันโดยทั่วไป หมายความว่าดีเอสไอ กําลังถูกประชาชนกล่าวหาว่าเป็นหน่วยงานของรัฐที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือกําจัดนักการเมือง ฝ่ายตรงข้ามในปัจจุบัน ในฐานะชาวบ้านจ่ายภาษี มีสิทธิที่จะคิดอย่างนี้ไหมครับ มี เพราะข้อเท็จจริงนั้นปรากฏ คดีเรื่องบริจาคน้ําท่วมปลายปี ๒๕๕๓ ชาวบ้านเห็นคนทุกข์ยาก เดือดร้อนเพราะน้ําท่วม อยากบริจาคเงินให้กับพรรคประชาธิปัตย์ เขาตั้งศูนย์บริจาคให้ และรู้ว่าต้องรวบรวมส่งให้รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ขณะนั้นไปดําเนินการ เงินถูกแจกจ่ายไปถึงประชาชนผู้ทุกข์ยากหมดแล้ว วันดีคืนดีเปลี่ยนรัฐบาลมีคนร้องเรียน กรมสอบสวนคดีพิเศษรับเป็นคดีพิเศษ ทั้ง ๆ ที่ในการร้องนั้นชัดเจนว่าเป็นคดีตามกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติพรรคการเมือง ซึ่งผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติก็คือ กกต. และไม่อยู่ในบัญชีท้ายบัญชีของพระราชบัญญัติกรมสอบสวนคดีพิเศษ นั่นก็เลวร้ายแล้วครับ ท่านประธาน แต่ที่เลวร้ายกว่าคือวิธีปฏิบัติ เรียกคนบริจาค ๑๐๐ บาทก็เรียกเขา ๔๐๐ บาท ก็เรียกเขา คุณยายอายุ ๘๐ ปี บริจาคเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท เป็นเศรษฐีเงินล้าน ถูกเรียกมา จนกระทั่งพรรคต้องเอารถไปรับที่บ้านไปที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ถูกเจ้าหน้าที่สอบ และแถมเจ้าหน้าที่ยังถามอีกว่าเอาเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทมาจากไหน บางคนบริจาค ๕๐๐ บาท ต้องมาจากจังหวัดสงขลาครับ ใช้จ่ายด้วยเงินด้วยเอง เพียงเพราะว่าคนเหล่านี้บริจาคเงิน ช่วยผู้เดือดร้อนน้ําท่วม ผิดก็เพียงแต่บริจาคผ่านพรรค ซึ่งไม่ใช่พรรครัฐบาล แล้วเป็นพรรค ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษตั้งหน้าตั้งตาจะเอาผิดให้ได้เท่านั้น อย่างนี้คนที่เขามีสิทธิที่จะ วิพากษ์วิจารณ์เพราะเขาจ่ายภาษีมีสิทธิตั้งข้อสงสัยไหมครับว่า นี่คือการเลือกปฏิบัติที่ชัดเจน และเป็นเครื่องมือเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ตั้งใจว่าต่อไปถ้าพรรคประชาธิปัตย์จะช่วยคนน้ําท่วมอีก ใครจะมากล้าบริจาคอย่างนั้นหรือครับ เปรียบเทียบสิครับ กับประเด็นที่ผมยกขึ้นมาให้เห็นว่า ถ้าเป็นนักการเมืองซีกรัฐบาล เป็นแกนนําเกี่ยวพันกับผู้มีอํานาจ ใหญ่โตในบ้านในเมือง กลับคําวินิจฉัยตัวเองที่เคยพูดเอาไว้ยังทํา