สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

สุทัศน์ เงินหมื่น หารือเรื่องการปรับลดงบประมาณกระทรวงยุติธรรม 7% เนื่องจากไม่ไว้วางใจพฤติกรรมของอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษที่มีหลายประเด็นที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเห็นว่าได้เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคลที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายสุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมและ ส.ส. อภิวัฒน์ เงินหมื่น ปรับลดงบประมาณของกระทรวงยุติธรรม ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่ขณะเดียวกันท่านคง สังเกตว่าพรรคผมได้ให้ความสนใจกรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นพิเศษ กระผมเองก็เช่นเดียวกัน เราประสงค์ที่จะให้กระทรวงยุติธรรมและหน่วยงานกรมอื่น ๆ ในกระทรวงยุติธรรมรับใช้ ประชาชนและประเทศชาติ ไม่ประสงค์จะปรับลดเลยอยากจะเพิ่มงบประมาณให้ด้วยซ้ํา แต่ด้วยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษเหตุผลที่กระผมปรับลดนั้นเนื่องจากว่าไม่ไว้วางใจ และเห็นว่าพฤติกรรมการทํางานของท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ คือ ท่านธาริต เพ็งดิษฐ์ มีหลายประการ หลายประเด็น หลายเรื่องซึ่งน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย ปกป้อง ผู้กระทําความผิดและกลั่นแกล้งฝ่ายตรงกันข้ามกับรัฐบาล ดังเหตุผลที่ท่านสมาชิก ๒-๓ ท่าน อภิปรายมาเมื่อสักครู่นี้ นั่นเป็นเหตุผลประกอบ ในส่วนกระผมนั้นจะขออภิปรายในประเด็น ที่พฤติกรรมการทํางานของท่านนั้นน่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มบุคคล หรือบุคคล ในลักษณะที่ทําให้ประชาชนเสียหาย โดยเฉพาะข้าราชการครู ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคนในภาคอีสาน กระผมจะพูดเรื่องแชร์ล็อตเตอรี่ ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษมีพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล ท่านประธานครับ กระผม ขออนุญาตท่านประธานยกเหตุผลและข้อเท็จจริงประกอบ ซึ่งจะใช้เวลาไม่มากและเชื่อว่า กระผมจะเป็นคนสุดท้ายที่อภิปรายในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ท่านประธานครับ การจัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษนั้น ได้มีความคิดริเริ่มตั้งแต่สมัยท่านไสว พัฒโน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กระผมได้มีโอกาสรับผิดชอบในกระทรวงยุติธรรม ขอประทานโทษต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ซึ่งไม่ใช่เรื่องเสียหาย ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้ร่วมกันที่จะจัดตั้งกรมมาในขณะนั้น เพราะมีความเห็นว่าเราน่าจะต้อง มีหน่วยงานสักหน่วยงานซึ่งมาดูแลเรื่องคดีพิเศษด้านเทคโนโลยี ด้านที่มีความซับซ้อน และคดีของผู้มีอิทธิพล จึงได้เชิญแพทย์หญิงพรทิพย์ ท่านกิตติพงษ์ ปลัดกระทรวงปัจจุบัน และท่าน พลตํารวจตรี วิเชียรโชติ มาร่วมกันทํางานจัดตั้งกรมสอบสวนคดีพิเศษ เจตนาตอนนั้น ประสงค์ที่จะให้รับใช้ประชาชนและประเทศชาติ จริงอยู่หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยต้องเป็น กลไกและมือไม้ของรัฐบาล แต่ไม่ใช่เป็นมือไม้ของรัฐบาลแล้วไปกลั่นแกล้งบุคคลอื่น ซึ่งเป็นฝ่ายตรงข้ามของรัฐบาล นี่คือเจตนาตรงกัน แต่ถ้ามาดูพฤติกรรมของท่านอธิบดี คนปัจจุบัน ความจริงรักชอบพอกันครับ การเปลี่ยนไม่เปลี่ยนของท่านผมไม่ได้สนใจหรอก แต่พฤติกรรมที่ทํามาอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายนั้น อยากจะฝากไปถึง ฯพณฯ อดีตนายกรัฐมนตรีสมชาย สมควรยุบไหมครับกรมสอบสวนคดีพิเศษ นั่นคือ เจตนารมณ์ของการตั้งกรมนี้ ท่านประธานครับ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับคดีอันเป็น ความผิดอาญาเกี่ยวกับกรณีการกู้ยืมที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน หรือที่เข้าใจกันว่า แชร์ล็อตเตอรี่ ที่เกิดขึ้นที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกรมสามัญศึกษาจังหวัดเลย สหกรณ์ ออมทรัพย์ครูเลย จํากัด สหกรณ์การเกษตรวังสะพุง เป็นคดีพิเศษ ที่ ๘๖/๒๕๕๔ รวมทั้งคดี ที่ต่อเนื่องเกี่ยวพันกับคดีพิเศษดังกล่าวอีกหลายคดี คือสหกรณ์ออมทรัพย์ครูชัยภูมิ จํากัด สกลนคร ร้อยเอ็ด ยโสธร ปทุมธานี นนทบุรี ราชบุรี สงขลา เชียงราย กาฬสินธุ์ และจังหวัด อีกบางจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ผู้ได้รับความเสียหายในเรื่องนี้ คือข้าราชการครู และข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขในจังหวัดสงขลา รวมแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านประธานครับ กระผมต้องขออนุญาตท่านประธานพูดถึงข้อเท็จจริงสั้น ๆ ข้อเท็จจริง คือมีบริษัท เทวาสิทธิพิฆเนศ บริษัท ศรีโสภา มาร์เก็ตติ้ง จํากัด โดยอดีตสมาชิกวุฒิสภา ท่านหนึ่งเป็นผู้มีอํานาจในการจัดการ และบริษัท จัมโบ้ซัพพลาย แอนด์เซอร์วิส จํากัด ได้ทํา สัญญาซื้อขายสลากกินแบ่งรัฐบาลกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ดังที่ผมได้เรียนมาเมื่อสักครู่นี้ โดยที่บริษัทดังกล่าวนั้นได้หลอกลวงว่าเป็นผู้มีสิทธิรับสลากกินแบ่งของรัฐบาลไปจําหน่าย และอ้างว่าเป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งเป็นความเท็จ ได้มีการชักชวนกรรมการ สหกรณ์ไปดูงาน สุดท้ายได้มีการทําสัญญากับสหกรณ์ดังที่ผมกล่าวนามมา ซึ่งแต่ละสหกรณ์นั้น ก็จะมีการประชุมกรรมการเพื่อลงมติให้จัดซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลจากบริษัทที่ผมกล่าวนามมา บางแห่งก็ประชุมแก้ไขข้อบังคับ บางแห่งก็ประชุมเปลี่ยนแปลงลงมติ และบางแห่ง ไม่มีการแก้ไขข้อบังคับ ซึ่งอํานาจการจัดจําหน่ายสลากกินแบ่งของสหกรณ์ไม่มี เสร็จแล้วก็มี การโอนเงินไปให้กับบริษัทดังที่ผมกราบเรียนมานั้น ขออนุญาตรบกวนบอกจํานวนตัวเลข สหกรณ์ออมทรัพย์วังสะพุง ๔๓ ล้านบาท สหกรณ์ออมทรัพย์ครูเลย จํากัด ๗๘๓ ล้านบาท สหกรณ์ออมทรัพย์ครูปทุมธานี จํากัด ๓๙๓ ล้านบาท สหกรณ์ออมทรัพย์ครูยโสธร จํากัด ๔๒๙ ล้านบาท โดยเฉลี่ย ๔๐๐ กว่าล้านบาท ๒๐๐ กว่าล้านบาท และ ๓๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งสิ้น ๗,๕๕๖,๘๐๐,๐๐๐ บาท เงินเหล่านี้คือเงินของสหกรณ์ทั้งหลายที่ผมเรียนมา เงินเหล่านี้คือเงินของสมาชิกสหกรณ์ที่เป็นข้าราชการครูจํานวนหลายแสนคน โดยเฉพาะ กรมสามัญศึกษาจังหวัดเลย ข้าราชการครูต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อมาร่วมลงทุนกับสหกรณ์ ถูกฟ้องร้องล้มละลาย ถูกติดตามหนี้สิน ไม่เป็นอันทํามาหากิน นี่คือข้อเท็จจริงเบื้องต้น ได้มีการโอนเงินจํานวนดังกล่าวนั้นเข้าบัญชีบริษัทที่ผมเรียนเมื่อสักครู่นี้ ในวันที่มีการโอนเงิน เข้าบัญชีก็จะมีการโอนเงินออก ถอนเงินออกจากบัญชี ๔๘ ล้านบาทบ้าง ๕๐ ล้านบาทบ้าง ซึ่งเป็นที่เชื่อกันว่าเงินจํานวนที่ถอนออกมานั้นกลับไปหากรรมการสหกรณ์ที่ลงมติร่วมเป็น คู่สัญญากับบริษัททั้งหลายที่ผมเรียนมา โดยเหตุนี้ครับท่านประธาน ในช่วงดังกล่าวนั้น กรรมการสหกรณ์หลายจังหวัดที่ผมเรียนมานั้น