สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

สุทัศน์ เงินหมื่น หารือเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกล่าวหาว่าท่านอธิบดีปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นธรรม และมีพฤติกรรมที่น่าเชื่อถือไม่ มีการโยกย้ายข้าราชการไม่เป็นธรรม และมีการอายัดทรัพย์ของกรรมการสหกรณ์และนิติบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงประชาชน

นายสุทัศน์ เงินหมื่น บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ไม่ใช่นาน ๆ ที นะครับ ขึ้นบ่อยอยู่แต่ก็ถูกประท้วง ไม่เป็นไรครับ จําเป็นจะต้องเท้าความ เพราะเรื่องนี้ กระทบกับผลประโยชน์ของครูเป็นแสน ๆ คน ซึ่งท่านจะประท้วงผมก็ไม่ได้ว่า ไม่เป็นไร หรอกครับ ท่านประธานครับโดยพฤติกรรมดังกล่าวนั้นจึงทําให้กรรมการสหกรณ์หลายคน หลายจังหวัดมีฐานะเปลี่ยนแปลงไป เป็นที่รู้กันครับ จังหวัดสกลนครเขาเรียกว่า บ้านกรรมการสหกรณ์คือน้ําตาครู เพราะคนได้เงินประมาณคนละ ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท ๔ ล้านบาท ที่เป็นกรรมการสหกรณ์ก็พากันไปซื้อบ้านใหม่ ซื้อรถใหม่ นี่คือพฤติกรรม ที่เกิดขึ้น ที่ผมเรียนว่าเกี่ยวข้องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างไร เพราะว่าทางกรมสอบสวน คดีพิเศษได้ตั้งท่านพันเอก ปิยวัฒก์ กิ่งเกตุ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนในเรื่องนี้ ท่านพันเอก ปิยวัฒก์ กิ่งเกตุ เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนได้ดําเนินการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและมีการตรวจสอบเส้นทางบัญชีของกรรมการสหกรณ์ทั้งหลาย ของบริษัทดังกล่าวนั้น ท่านประธานครับทําไมจึงเกี่ยวข้องกับท่านอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เมื่อท่านปิยวัฒก์ กิ่งเกตุ ได้สรุปสํานวนเสนอท่านให้ดําเนินการฟ้องร้องกรรมการบริษัททั้งหลาย ที่เกี่ยวข้อง ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญาและกรรมการสหกรณ์ทุกสหกรณ์รวมแล้ว จํานวน ๘๗ คน ที่ตกเป็นผู้ต้องหา ทําไมผมจึงกราบเรียนว่าพฤติกรรมของท่านอธิบดีเป็นที่น่าเคลือบแคลง สงสัย เพราะท่านได้เปลี่ยนตําแหน่งของ ท่านปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ จากตําแหน่งเดิมไปเป็นตําแหน่งอื่น ซึ่งมีความรับผิดชอบต่ํากว่า ท่านปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ได้ฟ้องร้องต่อคณะกรรมการ พิทักษ์คุณธรรม คณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรมได้ลงมติให้คืนตําแหน่งให้กับ ท่านปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ กรณีโยกย้ายไม่เป็นธรรมในกรมสอบสวนคดีพิเศษก็เช่นเดียวกัน มีข้าราชการอีก ๑๖ คน ถูกย้ายไม่เป็นธรรม จึงได้ร้องต่อคณะกรรมการพิทักษ์คุณธรรม คณะกรรมการ ได้ลงมติเห็นชอบว่าคําสั่งของท่านอธิบดีดังกล่าวนั้นไม่ชอบ ท่านประธาน ตรงนี้ละครับ คือพฤติกรรมการปฏิบัติหน้าที่ของท่าน ขณะเดียวกันท่านปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ได้อายัดทรัพย์ ของกรรมการสหกรณ์หลายสหกรณ์ ได้อายัดทรัพย์ของท่านอดีตสมาชิกวุฒิสภา แต่บุคคลเหล่านั้นยื่นคําร้องขอให้อธิบดีถอนการอายัด การถอนการอายัดดังกล่าวนั้น ทําให้ข้าราชการครูทั้งหลายไม่สามารถติดตามเอาหนี้สินที่กรรมการสหกรณ์และนิติบุคคล ดังกล่าวนั้นฉ้อโกงไปได้ จึงทําให้ข้าราชการครูทั้งหลายเกิดความเสียหาย ขณะนี้ เมื่อท่านอธิบดีได้เปลี่ยนพนักงานสอบสวนแล้ว ท่านอธิบดีลงนามเสนอต่อสํานักงานอัยการสูงสุด ให้ฟ้องนิติบุคคลและกรรมการสหกรณ์ ลดจาก ๘๗ คน เหลือ ๑๗ คน ทางสํานักงานอัยการ สูงสุดก็ได้รับการร้องเรียนจากข้าราชการครูให้ทําการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อที่จะ ขอความเป็นธรรม วันนี้ครับก็พากันเดินขบวนไปที่สํานักงานอัยการสูงสุดเพื่อที่จะให้สั่งฟ้อง บุคคลผู้กระทําความผิด กรรมการสหกรณ์ทั้งหลายที่เป็นกรรมการชุดใหม่ก็กําลังดําเนินคดี ทั้งแพ่งและอาญาต่อผู้ที่ทําผิดในเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ทําไมกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยท่านอธิบดีจึงไม่ใช้ดุลยพินิจในทางที่เป็นธรรมเป็นคุณต่อผู้เสียหายซึ่งเป็นข้าราชการครู ๑๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทําไมท่านจึงไปถอนอายัด ในเมื่อทรัพย์สินดังกล่าวนั้นเป็นทรัพย์สิน ที่ได้มาเพราะการกระทําความผิด ทําไมจึงใช้ดุลยพินิจในทางที่เป็นโทษต่อข้าราชการครู ทั้งหลาย ไม่ต้องตกใจครับ ข้าราชการครูและสหกรณ์ทั้งหลายเขาเตรียมจะฟ้องคดีอาญา ท่านอธิบดี และเตรียมจะเรียกค่าเสียหายจากท่านด้วย เพราะการกระทําทั้งหลายนั้น เป็นความผิดชัดเจน ซึ่งเป็นความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๑๒ มาตรา ๓๕ ของพระราชบัญญัติกําหนดการกู้เงิน ยืมเงิน ที่เป็นการฉ้อโกง ประชาชน และร่วมกันยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๓ มาตรา ๓๕๒ และมาตรา ๘๓ ท่านอธิบดีท่านขยันเรื่องที่เป็นข่าวดัง ๆ สมีคํา ผมรู้ว่าดําเนินการเรื่องนี้ อย่างเร่งรีบ เพราะจะต้องกลบข่าวอื่นซึ่งฉาวขึ้นมา และล่าสุดครับ ท่านยอมตัวออกมาพูดถึงว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประมุข ก็เถียงกันว่า ท่านพูดว่าประมุขของประเทศหรือประมุข ของรัฐบาล ผมไม่ทราบ ไม่ได้ฟัง แต่ที่แน่ ๆ ท่านประธานครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญประมุข มีเพียงหนึ่งครับ ท่านประธานนิติบัญญัตินี้ไม่ใช่ประมุขครับ ใครจะบอกว่าประมุขสภา ผมไม่เรียกด้วย ผมเรียกว่าประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานศาลฎีกา ไม่ใช่ประมุขตุลาการครับ ประธานศาลฎีกาก็คือประธานศาลฎีกา