นริศา อดิเทพวรพันธุ์ พูดถึงการปรับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และผลกระทบต่อภาคเอกชน พร้อมหารือเรื่องมาตรการรองรับผู้ที่ตกงานและปัญหาแรงงานต่างด้าว นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการคุ้มครองแรงงานไทย และหนี้สินแรงงานที่กู้นอกระบบ
เหมือนกับตอนที่ท่าน ได้ประกาศไว้นะคะ ในการขึ้นค่าแรงขั้นต่ํานะคะ ครั้งสุดท้ายท่านได้เขียนไว้ว่า พบว่าการปรับ อัตราค่าแรงขั้นต่ําไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ไม่ส่งผลกระทบต่อการประกอบการหรือการลงทุนของภาคเอกชน ไม่ทําให้เกิดการว่างงาน เกิดการเลิกจ้างและปิดกิจการเพิ่มมากขึ้น แต่กลับทําให้แรงงานมีรายได้เพิ่มขึ้น มีคุณภาพ ชีวิตที่ดีขึ้น มีกําลังซื้อที่มากขึ้น มีขวัญกําลังใจในการทํางานและส่งผลิตภาพของแรงงาน ที่เพิ่มขึ้น ท่านประธานคะ หลังจากที่ท่านออกการปรับค่าแรงขั้นต่ําเป็น ๓๐๐ บาทแล้ว ดิฉันไม่เคยเห็นว่ากระทรวงแรงงานได้หันกลับมาทบทวนในเรื่องของการขึ้นค่าแรงเลย ดิฉันต้องเรียนกับท่านประธานนะคะว่าการขึ้นค่าแรงนี้ดิฉันเองเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งค่ะ เพราะค่าแรงเดิมของเรานั้นต่ําจริง ๆนะคะ แต่ว่าในการปรับก็อยากให้กระทรวงแรงงานนั้น ได้หันมาดูในเรื่องของผลกระทบ ซึ่งมีถึงในด้านของผู้ประกอบการอย่างไรนะคะ มีผลกระทบ ต่อนายจ้างอย่างไร และแน่นอนค่ะว่าถ้าเกิดมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการ มีผลกระทบต่อ นายจ้างและแน่นอนมันต้องมีผลกระทบถึงลูกจ้างนะคะ เพราะฉะนั้นวันนี้ดิฉันจะมา ขออนุญาตท่านประธานนําเสนอในปัญหาตรงนี้นะคะ ท่านประธานคะ การปรับค่าแรงขั้นต่ํา ดิฉันจะไม่ลงรายละเอียดนะคะว่า จังหวัดไหนปรับเท่าไร ปรับเมื่อไร แต่จะเรียนให้ที่ประชุม แห่งนี้ได้ทราบเป็นข้อมูลว่าเรามี การปรับค่าแรงนี้ ๒ ครั้งนะคะ ปรับครั้งแรกนี้ วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๕๕ อันนี้เราปรับ ๗ จังหวัดแรกเลยเป็นค่าแรง ๓๐๐ บาท ส่วนจังหวัดที่เหลือ เราทยอยปรับเป็นขั้น ๆ ในครั้งที่ ๒ นี้เรามีการปรับอีกครั้งหนึ่ง ในวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๕๖ ณ ขณะในวันที่ ๑ หลังจากนั้นทั้งประเทศค่ะ จะต้องจ่ายค่าแรง ๓๐๐ บาทเท่ากัน ทั้งประเทศ ท่านประธานคะ ถ้าเรามาดูถึงผลกระทบตรงนี้นะคะ ท่านประธานก็จะเห็นว่า จังหวัดที่จ่ายค่าแรงต่ําที่สุดก็คือจังหวัดพะเยา ซึ่งมีค่าแรงอยู่ที่วันละ ๑๕๙ บาท จะต้อง ปรับเป็น ๓๐๐ บาท นั่นก็คือจะต้องเพิ่มค่าแรงถึงวันละ ๑๔๑ บาท ถ้าเราคิดมาเป็นจํานวน ร้อยละ ท่านประธานก็จะเห็นว่าปรับขึ้นถึงเกือบ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๙๐ นั่นก็คือ เกือบ ๑ เท่าตัวนี่ละค่ะที่เป็นปัญหา แต่ว่าท่านประธานคะ ในการปรับตัวของภาคเอกชนนี้ เราไม่เหมือนการปรับเงินเดือนของในภาคราชการ ท่านปรับในภาคเอกชนแล้ว ในภาคราชการ ปรับง่าย ๆ ค่ะ ใครเงินเดือนไม่ถึง ๑๕,๐๐๐ บาท ปรับให้เป็น ๑๕,๐๐๐ บาท ส่วนคนที่ เงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาทอยู่แล้ว ท่านก็ไม่ได้ไปปรับ แต่ในภาคเอกชนเราไม่ได้ปรับ ในลักษณะนี้นะคะท่านประธาน สมมุติว่าท่านไปจ้างแรงงานขั้นต่ํา เงินเดือน ๙,๐๐๐ บาท ถัดมาสมมุติว่าเป็นพนักงานธุรการที่เคยได้ ๙,๐๐๐ บาทนี้ ท่านก็จะต้องปรับเขาขึ้นไป อาจจะเป็น ๑๒,๐๐๐-๑๓,๐๐๐ บาท เหนือกว่าธุรการ เป็นระดับผู้จัดการ เป็นระดับ ปฏิบัติการท่านก็จะต้องปรับ นี่ก็คือภาระของสถานประกอบการหรือผู้ประกอบการที่จะต้อง รองรับค่าใช้จ่ายตรงนี้ ท่านประธานคะ หลังจากที่เราปรับค่าแรงแล้วเราก็ต้องยอมรับนะคะ ว่าประเทศไทยนี้ก็เป็นหนึ่งที่อยู่ในโลก ประเทศไทยได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกับประเทศ อื่น ๆ ที่อยู่ในโลกนี้เช่นเดียวกัน การมีการประกาศปรับลดจีดีพี (GDP) ของประเทศไทย ลดลงอย่างต่อเนื่อง การส่งออกลดลง เพราะว่าประเทศคู่ค้าของเราค่ะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน ไม่ว่าจะเป็นประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศสหภาพยุโรปก็ตาม มีปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นนี้เราก็ไม่สามารถส่งออกเท่าที่เราเคยส่งออกได้การบริโภคภายในประเทศ ก็เช่นเดียวกันค่ะท่านประธาน ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ในประเทศก็ปรับตัวลดลง ถ้าท่านเปิดทีวีในวันนี้ท่านจะเห็นว่ามีรายการเศรษฐกิจต่าง ๆ นี้ มาบอกถึงตัวเลขเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นตัวเลขต่าง ๆ ลดลง รายได้ครัวเรือนของเราค่ะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะคะท่านประธาน ตัวเลขจากภาคการเกษตร แล้วเมื่อกี้อย่างท่าน ส.ส. วิทยา แก้วภราดัย ได้บอกนะคะ ตัวเลขภาคการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคใต้ และภาคเหนือ ดิฉันเองมาจากภาคใต้ค่ะท่านประธาน ก็จะต้องบอกว่าวันนี้รายได้ของ เกษตรกรที่มาจากยางพารา เมื่อสักครู่นี้ท่านวิทยาได้บอกกับท่านประธานแล้วนะคะ ณ ขณะนี้มีการกระทบกระทั่งกันระหว่างพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบในเรื่องของ ราคายางกับตํารวจ ราคายางเราเคยได้กันถึงกิโลกรัมละ ๑๘๐ บาท ๑๒๐ บาท ถอยลงมา เรื่อย ๆ ค่ะ ๑๐๐ บาทที่รัฐบาลบอกว่าจะให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้เกษตรกรขายยางได้ จริง ๆ เพียง ๖๐ บาทเท่านั้นเอง ราคาปาล์ม จากเดิม ๕-๖ บาท แต่วันนี้ราคาปาล์มก็ ปรับตัวลดลงเหลือเพียงกิโลกรัมละ ๓ บาท หนี้สินครัวเรือนค่ะท่านประธาน กลับเพิ่มมากขึ้น จาก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ค่าใช้จ่าย ค่าครองชีพ วันนี้ไม่ว่าท่านประธาน ไปที่ไหนก็ตาม สิ่งที่คนพูดกันเป็นประเด็นหลักก็คือเรื่องของของแพง วันนี้มีเงินเท่าเดิม ซื้อของได้น้อยลง วันนี้มีเงินเท่าเดิมอยากจะซื้อของชิ้นเดิมต้องใช้เงินมากขึ้น นี่ก็คือเป็นปัญหา ท่านประธานคะ เราไม่ต้องดูถึงตัวเลขเศรษฐกิจซึ่งมีการถกเถียงกันว่าใครเป็นคนที่ ให้ตัวเลขเศรษฐกิจที่ถูกต้อง แต่วันนี้ถ้าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปเดินในตลาด ท่านจะเห็นว่าทุกคนเลยค่ะบ่นกันว่าวันนี้ของขายไม่ได้ วันนี้ของขายไม่ได้แล้วนะคะ อันนี้เราว่าเราไปเดินตลาด เราลองไปเดินห้างสรรพสินค้า ซึ่งเป็นคนที่ระดับกลาง และระดับสูงไปเดินกัน วันนี้แต่ก่อนนาน ๆ จะมีมิดไนท์ เซล (Midnight Sale) สักคืนหนึ่ง ปีหนึ่งอาจจะมีแค่ ๒ หน แต่วันนี้ถ้าเกิดท่านไปเดินในห้างสรรพสินค้าทุกวันจะมีการประกาศ ลดราคา นั่นก็แสดงให้เห็นถึงสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ ท่านประธานคะ วันนี้การทําธุรกิจ เราคํานวณง่าย ๆ เลย เป็นสมการง่าย ๆ เลยเราไม่ต้อง ดูลึกลงไปนะคะ ธุรกิจต่าง ๆ จะอยู่ได้ ท่านมาดูในเรื่องของรายได้ค่ะ ถ้ารายได้มากกว่าต้นทุน ธุรกิจนั้นมีกําไร ธุรกิจนั้นสามารถดําเนินการต่อไปได้ ถ้าเกิดว่าเมื่อไรที่ต้นทุนสูงกว่ารายได้ บริษัทนั้นก็คือขาดทุนแล้วก็เจ๊ง แต่ท่านประธานคะ บริษัทมันจะไม่ยอมปิดตัวไปได้ง่าย ๆ หรอกค่ะ ถ้าเกิดท่านเคยลงทุนในธุรกิจใดก็ตาม เราพยายามอย่างยิ่งที่จะอยู่ในธุรกิจ เพราะฉะนั้นสมมุติว่ากําไรลดลง สิ่งที่ภาคธุรกิจจะทําก็คือมาดูในเรื่องของต้นทุนและแรงงานนี้ค่ะ เป็นต้นทุนที่สําคัญของธุรกิจ วันนี้ถ้าเกิดท่านไปดูในภาคของแรงงาน โอที (OT ) ที่เราเคย ได้รับกันในตอนที่เศรษฐกิจขยายตัว พี่น้องประชาชนที่อยู่ภาคแรงงานได้รับโอที วันนี้โอที ถูกตัดค่ะ สวัสดิการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ารถ ค่าอาหาร วันนี้ถือเป็นรายจ่ายของบริษัท ถูกตัดออกค่ะ วันนี้เคยทํางาน ๗ วัน ๖ วัน ลดวันทํางานลงได้หรือเปล่าเพื่อเป็นการ ลดค่าใช้จ่ายของบริษัท นี่ละค่ะปัญหาที่เกิดขึ้นกับแรงงานไทยของเรา วันนี้การปรับค่าแรง ของท่านบวกกับสภาวะเศรษฐกิจโลกที่ถดถอยลงไป ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาต ท่านประธานยกตัวอย่างสัก ๒ ๓ ตัวอย่างเพื่อให้เป็นตัวอย่างที่กระทรวงแรงงานจะได้ นําไปพิจารณานะคะ นายกสมาคมร้องเท้าไทยเปิดเผยว่าผู้ผลิตรองเท้าไทยในครึ่งปีหลังนี้ค่ะ จะประสบปัญหาขาดทุนและปิดกิจการเพิ่มขึ้นอีก หากเศรษฐกิจของประเทศไทยไม่ดีขึ้น ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาปิดไปแล้วกว่า ๒,๐๐๐ โรงงานจาก ๔,๐๐๐ โรงงาน และเมื่อเร็ว ๆ นี้ ท่านประธานมีโรงงานขนาดใหญ่ ซึ่งดิฉันไม่ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้ผลิตกระเป๋าและรองเท้า ได้เลิกจ้างลูกจ้างกว่า ๒,๐๐๐ อัตรา นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น โรงงานผลิตไก่แช่แข็งอันดับ ๒ ของประเทศไทย วันนี้เกิดสภาวะขาดสภาพคล่องปิดกิจการลูกจ้างตกงาน ไม่นับเอสเอ็มอี (SME) ต่าง ๆ ค่ะ กว่า ๑๐๐,๐๐๐ เอสเอ็มอีของประเทศไทยได้ปิดกิจการไปแล้วในวันนี้ ท่านประธานคะ นี่เป็นเพียงตัวอย่างเพียงบางตัวอย่างที่อยากจะหยิบยกขึ้นมา ดิฉันคิดว่าวันนี้แรงงานของไทยจะถามอยู่ ๒-๓ คําถามเท่านั้นเองค่ะท่านประธาน ๑. เกิดความไม่มั่นใจแล้วว่าวันนี้เรายังได้รับการจ้างงานต่อไปอีกหรือไม่ ๒. ในเรื่องของ สภาวะของแพง เพราะอันนี้ก็เป็นสิ่งที่ทําให้เขาสามารถที่จะตอบได้ว่าเงินเดือนที่เขาได้รับนั้น เพียงพอหรือไม่ ๓. ปัญหาของเรื่องหนี้สินค่ะท่านประธาน วันนี้ต้องบอกว่าแรงงาน ประสบปัญหาหนี้ล้นพ้นตัว จะต้องกู้เงินนอกระบบ ดิฉันขออนุญาตท่านประธานถามไปยัง ท่านกรรมาธิการว่า
๑. วันนี้กระทรวงแรงงานมีมาตรการรองรับผู้ที่ตกงานเหล่านี้แล้วหรือยัง ถ้าท่านมีแล้วขอให้ท่านบอกงบประมาณกับดิฉันได้ไหมคะว่าท่านจัดเตรียมงบประมาณไว้ เป็นจํานวนเท่าไร แล้วท่านคาดว่าจะมีแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ เป็นจํานวนกี่คน ถ้าเกิดว่าท่านมีงบแล้วให้ท่านช่วยบอกด้วยนะคะว่างบเหล่านี้อยู่ภายใต้งบ ที่ท่านใช้ชื่อว่าอะไร ท่านมีไหมคะว่าท่านจะมีโครงการที่จะช่วยแรงงานเหล่านี้อย่างไร ดิฉัน หวังว่าท่านคงไม่ตอบดิฉันง่าย ๆ ว่าแรงงานเหล่านี้ได้อยู่ในโครงการประกันสังคมแล้ว ขอให้ ไปใช้เงินของประกันสังคม เพราะดิฉันคิดว่าแรงงานหลายคนค่ะที่เพิ่งเข้ารับทํางาน อาจจะ บางคนมีอายุงานเพียงแค่ไม่ถึงปีหรือปีกว่า ๆ พวกนี้ก็อาจจะไม่ได้รับสิทธิจากประกันสังคม เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าตรงหน่วยงานนี้กระทรวงแรงงานมีหน้าที่โดยตรงที่จะต้อง รับผิดชอบค่ะ
อันที่ ๒ ที่อยากจะถามท่านประธานก็คือในเรื่องของปัญหาแรงงานต่างด้าว ดิฉันต้องยอมรับว่าในวันนี้เมื่อแรงงานไทยปรับในเรื่องของค่าจ้าง ค่าแรงขั้นต่ํา เจ้าของ กิจการค่ะท่านประธาน ก็จะต้องหาแรงงานที่มีต้นทุนที่ถูกกว่ามาใช้ในกิจการของเขา อันนี้ว่ากันไม่ได้ค่ะ เพื่อความอยู่รอดของกิจการ แต่วันนี้ท่านทราบไหมคะว่าแรงงานต่างด้าว ที่ประเทศไทยมีทั้งหมดจํานวนเท่ากับเท่าไร เป็นแรงงานที่ลงทะเบียนเท่ากับกี่คน และเป็น แรงงานนอกระบบที่ไม่ได้ลงทะเบียนอีกกี่คน ท่านประธานคะ ดิฉันก็จะต้องเรียน ท่านประธานว่าวันนี้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาในเมืองไทยก็มีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ ของประเทศไทยด้วยเช่นเดียวกัน ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างที่ท่านเรวัต ส.ส. จากจังหวัดภูเก็ต ได้นําข้อมูลมาให้ ค่ารักษาพยาบาลเหล่านี้ของแรงงานต่างชาติ ดิฉันขอยกจังหวัดเดียวก็คือ ที่จังหวัดเชียงใหม่นะคะ วันนี้กว่า ๑๐๐ ล้านบาทที่จะต้องเอาไปดูแรงงานเหล่านี้ เตียงคลอด ที่โรงพยาบาลมีอยู่ทั้งหมดกว่าครึ่งหนึ่งของเตียงคลอด ใช้เป็นเตียงคลอดสําหรับแรงงาน ต่างด้าว นี่ก็แสดงให้ท่านประธานเห็นเป็นตัวอย่างสั้น ๆ ถึงผลกระทบที่เราชาวไทย ได้รับผลกระทบจากการที่มีแรงงานต่างด้าวในวันนี้
คําถามที่ ๓ ค่ะท่านประธาน กระทรวงแรงงานในวันนี้มีความพร้อมไหมคะ ในเรื่องของการที่จะคุ้มครองแรงงานไทย อย่างที่ท่านประธานบอกนะคะว่าประเทศไทย จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี ๒๕๕๘ วันนี้เรามีมาตรการต่าง ๆ รองรับไว้ ในเรื่องนี้แล้วหรืออย่างไร ท่านมีมาตรฐานขั้นต่ําไหมคะว่าแรงงานต่างชาติที่จะเข้ามาทํางาน ในเมืองไทยนั้นจะต้องมีคุณสมบัติ มีมาตรฐานอย่างไร เพราะแรงงานเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็คือ มาทดแทนแรงงานของไทยด้วยเช่นเดียวกัน
ท่านประธานคะ คําถามที่ ๔ ค่ะ วันนี้หลังจากที่รัฐบาลออกนโยบายในเรื่อง ของค่าแรงขั้นต่ํา ๓๐๐ บาทค่ะท่านประธาน แล้วก็มธงว่าปริญญาตรีจะเพิ่มมาเป็น ๑๕,๐๐๐ บาท เด็กนักเรียนในวันนี้ไม่ไปเรียนแล้วในระดับ ปวช. และในระดับ ปวส. แต่กลับ หันหน้าไปเรียนในระดับปริญญาตรีเพื่อที่จะได้รับเงินเดือน ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ว่าแรงงาน ที่เราต้องการในประเทศไทยในวันนี้คือแรงงานในระดับ ปวช. และในระดับ ปวส. ท่านประธานคะ กระทรวงแรงงานมีแนวทางไหมคะว่าจะชดเชยแรงงานที่ขาดแคลนในด้านนี้ ได้อย่างไร และสําหรับแรงงานที่จบปริญญาตรีที่หวังว่าจะได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาท ในวันนี้ ไปสมัครงานค่ะ บางมหาวิทยาลัยนะคะ ดิฉันไม่ขอเอ่ยนาม วันนี้แค่ใบสมัคร หน่วยงานต่าง ๆ สถานประกอบการต่าง ๆ ยังไม่หันมามองเลยค่ะ เพราะเขาคิดว่าเป็นปริญญาตรีที่ไม่ได้ มีคุณภาพอย่างแท้จริง เป็นปริญญาตรีที่ได้มาเพียงแค่จ่ายครบจบแน่ เป็นปริญญาตรีที่ได้มา เพื่อที่จะมาอัพ (Up) มาขึ้นในเรื่องของค่าแรง ท่านมีมาตรการไหมคะ
สุดท้ายแล้วนะคะท่านประธาน ดิฉันก็อยากจะฝากท่านประธานว่าวันนี้ในเรื่องของ หนี้สินของแรงงาน วันนี้บางคนได้รับเงินเดือนขึ้น ๒๐,๐๐๐ บาทดีใจค่ะ ไปซื้อบ้าน ไปผ่อนรถ ไปซื้อสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ให้แก่ตนเอง เพราะนึกว่าเศรษฐกิจจะมั่นคงถาวร ตลอดไป แต่ ณ วันนี้เมื่อเศรษฐกิจถดถอย รถถูกยึด บ้านก็กําลังที่จะถูกยึด อาจจะมีคน ในครอบครัวตกงานและเสี่ยงกับภาวะตกงาน วันนี้มีเงิน ๒๐,๐๐๐ บาทไปกู้ธนาคาร ธนาคารอาจจะปฏิเสธไม่ให้กู้ เพราะว่าวันนี้ถ้าเรามามองถึงค่าใช้จ่ายในครัวเรือนปรับตัวสูงขึ้น อย่างมาก วันนี้สิ่งที่แรงงานไทยทําก็คือไปกู้นอกระบบ อันนี้ก็เป็นปัญหาต่อเนื่องมาค่ะ วันนี้ร้อยละ ๕ ร้อยละ ๑๐ ร้อยละ ๒๐ ร้อยละ ๑๕ ท่านประธานคะ ตรงนี้กระทรวงแรงงาน ได้มีนโยบายที่จะดูแลแรงงานเหล่านี้อย่างไร
ดิฉันขออนุญาตถามไว้ ๕ ประการค่ะ และหวังว่าท่านจะได้ให้คําตอบที่ชัดเจนนะคะ เพื่อคําตอบเหล่านี้จะได้ตอบไปถึงแรงงานเหล่านั้น ท่านประธานคะ ดิฉันต้องขออภิปรายปรับลด กระทรวงแรงงานในวันนี้ เพื่อให้ท่านได้นําเงินที่ดิฉันปรับลดนี้ไปช่วยเหลือแรงงานที่กําลังตก ทุกข์ได้ยากอยู่ในขณะนี้ กราบขอบพระคุณค่ะ