สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

นาที รัชกิจประการ เสนอแนะการปรับลดงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ 3% พร้อมแนะนำการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรการศึกษาให้เหมาะสมกับภูมิภาค และขออนุมัติงบประมาณ 3% เพื่อสนับสนุนสถาบันอาชีวศึกษาในการจัดหลักสูตร

นางนาที รัชกิจประการ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ดอกเตอร์ นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยค่ะ ต้องขอบพระคุณท่านประธานมาก ๆ นะคะ วันนี้ดิฉันเองพยายามจะพูดตั้งแต่กระทรวงแรงงาน รวมถึงกระทรวงวัฒนธรรมด้วยนะคะ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้อภิปราย ก็ยังโชคดีที่ได้มีโอกาสอภิปรายในเรื่องของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งดิฉันได้เตรียมมา ตัวดิฉันเองเป็นคนหนึ่งที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ ในเกือบทุกมาตรา ส่วนในสัดส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ จํานวน ๔๘๑,๓๓๗ ล้านกว่าบาท ตัวดิฉันเอง ขอปรับลด ๓ เปอร์เซ็นต์ในภาพรวมนะคะ เนื่องจากเหตุผล ๒ ประการ ดังต่อไปนี้ค่ะ ท่านประธาน

ประการแรก ในส่วนของแผนงานขยายโอกาสและพัฒนาคุณภาพการศึกษา ซึ่งท่านประธานก็คงจะทราบว่า วันนี้การศึกษาเป็นส่วนที่มีความสําคัญที่สุด เพราะอะไร รู้ไหมคะ เพราะว่าหัวใจของการพัฒนาประเทศ ศักยภาพ รวมถึงความสามารถในการแข่งขัน กับต่างประเทศนี้ คนเป็นปัจจัยหลักที่จะสู้ได้หรือไม่ได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการศึกษา จึงมีความจําเป็นนะคะ ไม่ใช่เครื่องจักร เครื่องจักรจะเก่งอย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องอาศัย คนเป็นคนใช้ในเรื่องของเครื่องจักรหรือเทคโนโลยีทั้งหมด ดังนั้น ดิฉันคิดว่าเรื่องการศึกษา มีส่วนสําคัญ เพราะองค์ประกอบของการศึกษาค่ะท่านประธาน ประกอบด้วย ๓ ส่วน แค่นั้นเองนะคะ ก็คือ ครู นักเรียน รวมถึงหลักสูตร ท่านประธานจะเห็นว่า วันนี้ครูเอง มีหน้าที่แค่สอนอย่างเดียว แต่ครูเองไม่ได้เป็นโค้ช (Coach) หรือผู้แนะนํา ซึ่งในการปฏิรูป สมัยใหม่นี้ครูเองต้องเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่เป็นคนสอน ยกตัวอย่างนะคะท่านประธาน วันนี้ปัจจุบันนี้ครูแค่สอนบอก ๑ บวก ๑ ได้เท่าไร เท่ากับ ๒ ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงแล้ว ครูต้องสอนแนะนําเด็กให้มีความคิดสร้างสรรค์ด้วยคําถามเดียวกัน คําตอบเดียวกัน นะคะ ก็คืออย่าง ๒ นี่ค่ะ นักเรียนลองคิดสิคะว่า มันได้มาจากไหนบ้าง จะทําให้นักเรียน เขาได้มีความคิดสร้างสรรค์ว่าการที่จะได้ ๒ มานี่มันได้มาจากอะไรบ้าง ไม่ใช่เราสอนเขาว่า ๑ บวก ๑ เป็น ๒

ประการที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ก็คือนักเรียน วันนี้จะเห็นว่านักเรียนมีปัญหา มากมายซึ่งเราก็เห็นได้ในเรื่องของข่าวที่มันออกทุกวัน การมีวินัย นักเรียนปัจจุบันนี้ มีน้อยมาก การมีน้ําใจก็ไม่มี ซึ่งแตกต่างจากสมัยอดีต ดิฉันว่าท่านประธานเอง ตัวดิฉันเอง ก็เคยประสบมาตอนที่เราเป็นเด็ก ๆ เพื่อนคนไหนไม่เก่ง เด็กคนไหนเรียนไม่ดีเราก็จะช่วยกัน ช่วยกันติว ช่วยกันแนะ ช่วยกันบอก แต่เดี๋ยวไม่ใช่ค่ะ วันนี้ถ้าคุณอยากชนะคนอื่น คุณต้องไปเรียนเพิ่มเติม เรียนเสริม มีการแข่งขันซึ่งความมีน้ําใจตรงนี้จะทําให้มันขาดหายไป รวมถึงความมีวินัยด้วย เดี๋ยวนี้เด็กไม่รู้จักการมีวินัย เพราะเราไม่ได้ปลูกฝังกันตั้งแต่เด็ก

ประการที่ ๓ ในเรื่องของหลักสูตรที่เป็นองค์ประกอบของการศึกษา วันนี้ ถ้าท่านประธานสังเกตดู ในเรื่องของ สพฐ. หลักสูตรจะเป็นแบบเดียวกันหมดเลย ไม่ว่า จะเป็นหนังสือหรืออะไรนี้เหมือนกันหมด ทั้ง ๆ ที่รูปแบบการศึกษาของท้องถิ่นมันต่างกัน โดยสิ้นเชิง ท่านประธานจะเห็นว่าภาคเองเราก็มี ๔ ภาค รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพราะฉะนั้นในเรื่องของภูมิภาค ในเรื่องของภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์อย่างไรก็ไม่เหมือนกัน เด็กปัจจุบันนี้ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นใคร พื้นที่ของตัวเองเป็นอย่างไร สังคมตัวเองเป็นอย่างไร ภาคตัวเองเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิ่งที่ดิฉันคิดว่าวันนี้เราน่าจะให้โอกาสเขาในเรื่องของหลักสูตร นะคะ เขาสามารถที่จะจัดเองได้ รวมถึงไม่ต้องเรียนเยอะค่ะท่านประธาน แค่เรียนจากความเป็นจริง เดี๋ยวนี้เด็กสมัยใหม่เรื่องนา การทํานาหรือแม้แต่เรื่องสัตว์ เรื่องควายอะไรอย่างนี้เขาไม่รู้จักละค่ะ เพราะเห็นแต่ในภาพ แต่เห็นของจริงนี่น้อยมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องของรูปแบบการศึกษาควรจะเปลี่ยน รวมถึงเรื่องอาชีวะด้วยนะคะว่า วันนี้ในเรื่องของการยกระดับฝีมือแรงงาน หลายท่านทุกท่านดิฉันก็ทราบนะคะว่าวันนี้เราเอง กําลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน วันนี้ในกลุ่มอุตสาหกรรมนําร่องที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ ประเทศไทยใน ๖ กลุ่มอาชีพค่ะท่านประธาน ดิฉันขออนุญาตเสนอนิดหนึ่งนะคะว่า มีอะไรบ้าง ในกลุ่มแรกค่ะ คือกลุ่มอุตสาหกรรมเครื่องกล ๒. กลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ๓. กลุ่มอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ๔. กลุ่มอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ แล้วก็ผลิตภัณฑ์ พลาสติก กลุ่มที่ ๕ สิ่งทอแล้วก็เครื่องนุ่งห่ม กลุ่มอุตสาหกรรมที่ ๖ ก็คือ เรื่องอัญมณีและ เครื่องประดับ อยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการนะคะว่า เราเองเคยนํา ในอุตสาหกรรมเหล่านี้ให้สถาบันอาชีวศึกษามาเป็นส่วนหนึ่งในการจัดหลักสูตรหรือเปล่า เพราะว่ามันก็เป็นสิ่งที่สําคัญกับการขาดแรงงานในปัจจุบันนี้

ประเด็นที่ ๔ ที่อยากจะฝากค่ะ ก็คือในเรื่องของการกระจายอํานาจ ทางการศึกษาในสถานศึกษาน่าจะให้เป็นนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว วัด ชุมชน น่าจะจัดการศึกษาในทุกระดับได้โดยไม่จํากัดเฉพาะการศึกษาในระบบเท่านั้น เมื่อสักครู่ จากเหตุผลที่ดิฉันได้บอกแล้วว่าวันนี้การศึกษาในระบบอ่อนแอ เพราะว่าไม่สอดคล้อง แล้วก็ไม่ตรงเป้ากับความเป็นจริง ดิฉันก็เลยคิดว่าวันนี้พ่อแม่บางคนเป็นดอกเตอร์ทั้งคู่ ถึงไม่ดอกเตอร์แต่ถ้ามีความฉลาดเขาสามารถที่จะสอนลูกเขาให้สามารถไปสอบผ่านได้โดยที่ ไม่ต้องไปโรงเรียนในระบบ ดิฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ฝากท่านประธานไปยัง คณะกรรมาธิการนะคะ ให้นําประเด็นนี้ไปเป็นส่วนหนึ่งในข้อสังเกตด้วย แล้วก็จากเหตุผลที่ ดิฉันได้อภิปรายมาแล้ว ดิฉันก็เลยขอตัดงบประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ขอบพระคุณค่ะ