ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องความสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาคุณภาพการศึกษาและคุณธรรมของเด็กไทย พร้อมเรียกร้องความเสมอภาคในการบริหารจัดการงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อป้องกันการทุจริตและขาดความเสมอภาคในการจัดสรรงบประมาณ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมคงเป็น คนสุดท้ายที่จะพูดในกลุ่มของกระทรวงศึกษาธิการ ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า กระทรวงนี้มีความสําคัญที่สุดนะครับ เมื่อมาดูวิสัยทัศน์ที่ได้เขียนเอาไว้ในเอกสารประกอบ งบประมาณก็มีความชัดเจนว่าจะเป็นกระทรวงที่มุ่งเน้นในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสให้คนไทยได้เรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน เพื่อความเป็นพลเมืองที่ดีที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และมีจริยธรรม และมีพันธกิจที่สําคัญ ที่ผมว่ากรรมาธิการก็คงถกเถียงกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับคุณภาพมาตรฐาน ให้ไปสู่ประชาคมอาเซียน การเสริมสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่ประชาชนอย่างเสมอภาค และการพัฒนาระบบบริหารจัดการตามหลักธรรมาภิบาล แต่ท่านประธานคงเห็นด้วยกับผม ว่าที่เราได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้สะท้อนต่อคณะกรรมาธิการ เห็นได้ชัดเจนเลยว่า ปัญหาทางด้านการศึกษาของชาติไทยเราเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง อย่างน้อย มี ๕ เรื่องที่เพื่อนสมาชิกได้สะท้อนไปแล้ว
เรื่องแรกคือ เรื่องคุณภาพการศึกษา หลายท่านมีตัวเลขมาให้เห็นที่ชัดเจน มีสภาพความเป็นจริงมาให้กรรมาธิการได้ดู แต่ผมก็แปลกครับ ในฐานะที่ท่านเป็นตัวแทน ของพวกผมไปนั่งเป็นกรรมาธิการ ท่านไม่รู้ร้อนรู้หนาวหรืออย่างไร ที่เด็กไทยยังอ่านหนังสือ ภาษาไทยไม่ออก ตัวเลขผลสัมฤทธิ์ทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ตกต่ํา การสื่อสาร เป็นภาษาอังกฤษในระดับมัธยมปลาย ในระดับปริญญาตรีประสบปัญหาที่ผู้ประกอบการ ไม่ยอมรับ
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของคุณธรรมและความเป็นพลเมืองดี ผมว่าสะท้อนให้เห็น ชัดเจนครับ เด็กท้องก่อนวัยอันสมควร เด็กติดปัญหายาเสพติด เด็กทุพโภชนาการ ซึ่งเกิดขึ้น ที่มีตัวเลขชี้วัด จนมีตัวเลขให้เห็นเปรียบเทียบไอคิว (IQ) ของนักเรียนไทยในยุคปัจจุบัน กับประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน เราอยู่ในอันดับฐานล่างเลยครับ
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องความเสมอภาคก็ไม่มียุคใดที่นักเรียนต้องมาประท้วงรัฐบาล ที่ทําเนียบรัฐบาล เนื่องจากยังใช้ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา สมัยผมติดประกาศ ทุกหน้าโรงเรียนว่านักเรียนจะต้องได้รับโอกาส ได้รับความเสมอภาค ไม่มีการเรียกเก็บ ค่าแป๊ะเจี๊ยะ ผมกล้าประกาศทุกหน้าโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง แต่มาวันนี้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการใช้งบประมาณ ๔๘๑,๓๓๗ ล้านบาท ที่สําคัญครับ มีความล้มเหลว ขาดความเอาใจใส่ เมื่อสักครู่ท่านณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้ตอกย้ํา ให้เห็นถึงการทุจริต แม้แต่การทุจริตการสอบบรรจุครูผู้ช่วย แล้ววันนี้ยังหาคนผิดไม่ได้เลยครับ เมื่อเริ่มต้นจากคนที่สร้างคนทุจริตเสียแล้ว เริ่มต้นจากคนที่สร้างคนทุจริตเสียแล้ว เราจะไปหวังอะไรกับรัฐบาลนี้ที่ไปฉายภาพแบบ ฉาบฉวยเรียกร้องให้คนอื่นป้องกันและปราบปรามการทุจริต ผมคิดว่าถ้าไม่เริ่มต้นที่ กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่สามารถที่จะเริ่มต้นได้ อย่าไปหวังเลยที่เราจะสร้างเศรษฐกิจ องค์ความรู้ เราจะสร้างเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ที่อาศัยฐานการศึกษา ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงปรับลดงบประมาณร้อยละ ๘ ของกระทรวงศึกษาธิการทั้งหมด ซึ่งเป็น ยอดเงินทั้งหมด ๓๘,๖๐๗ ล้านบาท เดี๋ยวผมจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรรมาธิการทีละประเด็นครับ แต่ก่อนที่จะลงแต่ละประเด็นผมดูกรรมาธิการที่นั่งอยู่ข้างบน แล้วบางประเด็นไม่สามารถตอบคําถามผมได้โดยตรง เพราะผมได้รับการร้องเรียน จากวันนี้ทั้งของครู ทั้งของนักเรียน ทั้งของผู้บริหาร ทั้งของผู้ปกครอง คนแรกที่ผมอยากจะ ให้มานั่งแล้วต้องตอบเพราะเกี่ยวข้องกับท่านโดยตรงคือ ประธานคณะกรรมาธิการ รองนายกรัฐมนตรีกิตติรัตน์ เพราะเรื่องที่ผมจะพูดต่อไปตอนนี้ขั้นตอนไปอยู่ในมือท่าน ท่านต้องตอบ ผมไม่เรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรีหรอกครับ ผมไม่เรียกร้อง ส.ส. ยิ่งลักษณ์ หรอกครับ เพราะวันนี้มันเป็นที่รับรู้กันแล้วว่าเป็นอย่างไร แต่ท่านประธานลองถามสิครับ ประธานกรรมาธิการจะเอาเงินงบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน ๒,๕๒๐,๐๐๐ กว่าล้าน ล้านบาทไปใช้นี้ ประธานคณะกรรมาธิการที่เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง เคยมีสมัยไหน ยุคไหนครับท่านประธาน ที่ท่านประธานนั่งอยู่ใน สภาผู้แทนราษฎรนี้แล้ววันสุดท้ายของการพิจารณาท่านไม่มานั่ง ท่านไม่มาให้เกียรติ ท่านไม่ มารับฟังความเห็นท่านไป ครม. สัญจร ๑๐ ครั้ง ผมเชื่อว่าไม่เท่าครั้งเดียวที่ท่านมานั่งใน สภาผู้แทนราษฎรนี้ และรับฟังความคิดเห็นของตัวแทนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีละเลยคนที่ท่านมอบหมายมาให้เป็นประธานคณะกรรมาธิการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังละเลย ท่านประธานลองหันไปถามหน่อยสิครับว่า ประธานคณะกรรมาธิการจะมาได้ไหมวันนี้ มาไม่ได้