สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการเพิ่มเงินเดือนครูให้ถึง 15,000 บาท ตามนโยบายของรัฐบาล และเรียกร้องให้รัฐบาลจัดสรรเงินเพื่อช่วยเหลือครู นอกจากนี้ยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการปิดโรงเรียนและขาดแคลนครูและผู้บริหาร และเรียกร้องให้รัฐบาลปรับปรุงการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์กำหนดไว้

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

มาไม่ได้ไม่เป็นไรครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้ความสําคัญกับกระทรวงนี้ ที่จัดตั้งงบประมาณมากที่สุดถึง ๔๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านไม่มารับฟังผมก็ฟ้อง กับนักเรียนที่ผมจะพูดเป็นตัวแทน ๑๒ ล้านคน ผมจะฟ้องเพื่อนครูของผมอีก ๑ ล้านคน ทั่วประเทศ ผมจะฟ้องพี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ปกครองนักเรียนที่เดือดร้อน ในสิ่งที่ผมจะเป็นปากเสียงอีก ๓๐ ล้านคน ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่สนใจในปัญหาหลัก ของบ้านเมือง ผมไม่อยากพูดถึงแล้วว่าถ้าได้งบประมาณไปตั้งสํานักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) เพิ่มขึ้นไป ๗๐๐ ล้านบาท แล้วก็หมดภารกิจท่านแล้ว ท่านประธานครับ ประเด็นแรกที่ผมอยากจะเรียนถามและผมก็ยังเรียกร้องให้ท่านประธานกรรมาธิการมาตอบ โดยตรง นี่ผมได้รับจากเพื่อนครูที่ส่งมาทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ผมได้รับประเด็นนี้มาจาก ท่านกรณ์ จาติกวณิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เพื่อนครูอัตราจ้างได้ฝากมา ผมได้รับประเด็นจากท่านจุติ ไกรฤกษ์ ว่าวันนี้ต้องทวงถามและต้องได้คําตอบในเรื่องนี้ คือเรื่องการต่อสัญญาครูอัตราจ้างและการเพิ่มเงินเดือนตามค่าครองชีพตามนโยบายของ รัฐบาลให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาท ที่มาของโครงการนี้คืออะไรครับ ที่มาของ โครงการนี้ก็เริ่มต้นสมัยรัฐบาลของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ เพราะเราเห็นว่าต้องปฏิรูป การศึกษาต้องการที่จะให้เด็กมีคุณภาพทางการศึกษาที่ดีให้ครูที่ดีไปสอนเด็กให้ครูได้มีโอกาส เอาใจใส่ปลูกจิตวิญญาณให้กับเด็ก เราจึงทําโครงการคืนครูให้กับนักเรียนนะครับ คณะกรรมาธิการได้ถามไหมครับว่าโครงการคืนครูให้กับนักเรียนในขณะนี้ โดยเฉพาะครู กลุ่มแรกที่มีความสําคัญที่สุดคือ กลุ่มสาขาที่ขาดแคลน ก็คือเอกคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เหล่านี้ในโรงเรียนชนบทที่ห่างไกล เขาต้องการครูเหล่านี้ไปช่วยดูแลลูกหลานของเขา ๕,๒๙๐ คน เดิมทีเดียวท่านจะตัดเขาทิ้ง นะครับ แต่วันนี้ผมทราบข่าวว่า สพฐ. ก็ให้ไปรายงานและเตรียมการทําข้อมูลเพื่อต่อสัญญา และถ้าหากรวมกับเพื่อนครูและลูกจ้างชั่วคราวที่สังกัดสํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานทั่วประเทศในขณะนี้ ๖๕,๑๗๒ คน บุคคลเหล่านี้ต้องทํางานหนัก เต็มพื้นที่ เป็นนักรบแนวหน้าทางการศึกษา เป็นคนวัยหนุ่มสาวท่านประธาน ที่ต้องสร้างเนื้อสร้างตัว สร้างครอบครัว รัฐบาลมีนโยบายเองว่าปริญญาตรี จะให้ ๑๕,๐๐๐ บาท วันนี้ผ่านมา ๒ ปีแล้ว กลุ่มเหล่านี้ยังไม่ได้รับ ๑๕,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ที่ก็จบปริญญาตรี กรรมาธิการเอาหน้า มาตอบอย่างไรครับ ทําไมผมจึงเรียกร้องไปยังรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังที่ชื่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ต้องให้ตอบด้วยตัวท่านเอง เพราะว่าเรื่องนี้ได้มี การจัดตั้งชมรม และได้เรียกร้องต่อรัฐบาลมาอย่างต่อเนื่องแล้วก็มาเรียกร้องที่พวกผมด้วย ว่าให้ช่วยกันหน่อย ขับเคลื่อนกันหน่อย ลูกจ้างบริษัทเอกชน ท่านก็ไปบังคับให้เขาได้เพิ่ม ๑๕,๐๐๐ บาท ลูกจ้างหน่วยงานทั่วไปที่จบปริญญาตรีก็ ๑๕,๐๐๐ บาท แล้วลูกจ้างที่อยู่ที่ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านทําไมใจไม้ไส้ระกําล่ะครับ ใช้เงินไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท น้อยกว่า สํานักงานพัฒนาพิงนคร (องค์การมหาชน) แต่ท่านก็ไม่หยิบยื่น วันนี้เรื่องดังกล่าวนี้ ท่านประธานครับ ผ่านกระบวนการจากกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านกระบวนการไปที่ กระทรวงการคลัง มาอยู่ที่คณะกรรมการกลั่นกรองที่มีรองนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ กิตติรัตน์ ณ ระนอง นี้นะครับ ท่านไม่เสนออนุมัติให้เข้า ครม. เพื่อจ่ายเงินค่าครองชีพให้ได้ ๑๕,๐๐๐ บาทดังกล่าว ท่านต้องตอบคําถามนี้ เพราะเขาเตรียมฟังผมอยู่ทั่วประเทศใน ขณะนี้ ว่าวันนี้ความหวังนี้จะเกิดจากหน้าที่ที่กรรมาธิการไปทําได้หรือไม่ ท่านต้องตอบครับ นี่คือเรื่องแรกที่ผมอยากจะทวงถามแทนเพื่อนครูอัตราจ้างทั่วประเทศครับ

เรื่องที่ ๒ ผมก็ต้องทวงแทนเพื่อนครูอีกครั้งหนึ่ง ถ้าท่านประธานจําได้ ปี ๒๕๕๓ ผมนําเสนอกฎหมายเข้ามาสู่สภาตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ที่จะบํารุง ขวัญและกําลังใจของเพื่อนครู ยกระดับโครงสร้างเงินเดือนของครูให้เท่ากับวิชาชีพแพทย์ และวิชาชีพตุลาการ และให้สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลในขณะนั้นที่จะเพิ่มเงินเดือนให้กับ เพื่อนข้าราชการทั่วประเทศร้อยละ ๕ ผมได้รับความร่วมมือจากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ครับ ท่านรัฐมนตรีก็เร่งรัดในการสั่งการ เพื่อนครูจึงได้ขึ้นเงินเดือนไปร้อยละ ๑๓ จําได้ไหมครับ และหลังจากนั้นผมก็ได้เสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อแก้ไขกฎ ก.ค.ศ. ให้เพื่อนครูของเราได้ปรับ โครงสร้างเป็นระบบเดียวกับตุลาการและแพทย์เป็นครั้งแรก คือเมื่อทดลองงานสัก ๒ ปีแล้ว ก็จะได้ปรับเงินเดือนขึ้นไปอีก ๕ ขั้น จาก ๙,๐๐๐ กว่าบาทก็จะเป็น ๑๓,๐๐๐ กว่าบาท และในขณะเดียวกันก็ไปปรับปรุงให้เพื่อนครูได้เลื่อนขั้นเงินเดือนโดยไม่ติดขั้นเพดาน นี่เป็นครั้งแรก ซึ่งวิชาชีพครูที่เป็นวิชาชีพชั้นสูงต้องทําอย่างนี้ กรรมาธิการเข้าใจไหม กรรมาธิการบางคนก็เป็นครู ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะกราบเรียนนะครับ เราก็ไปปรับปรุงการประเดิมวิทยฐานะ อันนี้เป็นความก้าวหน้าของครูอีกเส้นทางหนึ่ง ในวิชาชีพครูคือให้มีวิทยฐานะ การศึกษาขั้นพื้นฐานสามารถทําครูปฏิบัติการ ครูปฏิบัติการพิเศษ ครูชํานาญการพิเศษ ครูเชี่ยวชาญ ก็เหมือนกับมหาวิทยาลัยครับ ก็เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ เป็นศาสตราจารย์ ในระดับที่เป็นระดับเดียวกันและให้เขาวิทยฐานะเชิงประจักษ์ครับ ในปี ๒๕๕๓ ถึงปี ๒๕๕๔ ท่านรู้ไหมครับ ครูได้เลื่อนวิทยฐานะเพิ่มขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ครับ ๒๗ เปอร์เซ็นต์ ผมเป็น รัฐมนตรีในขณะนั้นขอคณะรัฐมนตรีไปหารือกับท่านนายกรัฐมนตรีว่านี่มีความจําเป็น ท่านอนุมัติงบกลางให้ทันที ๑,๔๐๐ ล้านบาท ให้ครูได้ปรับเงินวิทยฐานะ ท่านเข้ามาเป็น รัฐบาลปี ๒๕๕๔ ท่านเขียนว่าอย่างไรครับ ในวิสัยทัศน์ของกรรมาธิการ บอกว่าจะให้ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามีความก้าวหน้าในวิชาชีพสูงขึ้น ปี ๒๕๕๖ ร้อยละ ๕ จํานวน ๒๙๕ ล้านบาท ปี ๒๕๕๗ ร้อยละ ๗ จํานวน ๒๘๒ ล้านบาท ปี ๒๕๕๘ ร้อยละ ๙ จํานวน ๒๙๒ ล้านบาท แต่วันนี้เขาให้ผมมาทวงกรรมาธิการครับว่าคนที่เขาทํา ด้วยตัวเอง อุตส่าห์ที่เพื่อนบอกว่าต้องไปทําผลงานวิชาการเขาได้มา ๒ ปี อนุมัติเรียบร้อยแล้ว ผ่านคณะกรรมการ ก.ค.ศ. เรียบร้อยแล้ว แต่รัฐบาลยังค้างเงินเขาอยู่ทั้งหมด ๑๔,๘๖๔ คน ครับ เป็นเงินน้อยกว่าตั้งสํานักงานพิงคนคร (องค์การมหาชน) ครับ ทําไมถึงให้กับครู ไม่ได้ครับ ครูที่เป็นวิชาชีพชั้นสูง ครูที่เป็นผู้สร้างคน ทําไมกรรมาธิการไม่ดูแลในส่วนนี้ ท่านยังค้างเขาอยู่นะครับ แล้วเงินในส่วนนี้ผมก็ตามไปดูว่า ถ้าท่านมีความจริงใจ ท่านสามารถที่จะจัดเงินส่วนนี้ได้จากเงินงบกลางเลยครับ ผมไปดูในปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๖ ท่านไม่ให้ ท่านให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปต่างประเทศ ปี ๒๕๕๗ งบกลางในหมวดเงินเดือน เงินปรับวุฒิข้าราชการนี่เขาตั้งไว้ให้โดยเฉพาะแล้ว ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ของเพื่อนครูเรา ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทําไมท่านไม่ให้ครับ ผมก็ยังแปลกใจ หรือท่านกลัวว่า ท่านนายกรัฐมนตรีจะมีทริปอีกสัก ๓๐-๔๐ ทริป ไปต่างประเทศ ท่านไม่ให้ ผ่านไปครับ เรื่องครู ท่านประธานครับ วันนี้ต้องมีการซักถามแล้วถ้าไม่ได้คําตอบก็จะทวงถามต่อไป ผมสงวนสิทธิที่จะลุกขึ้นทวงถามต่อไป

เรื่องที่ ๓ รัฐบาลนี้ได้แถลงนโยบายและได้ทํางบประมาณหลายส่วนว่าจะ แสดงออกซึ่งความจงรักภักดี แต่นี่มันเป็นความจงรักภักดีที่เกี่ยวกับครูโดยเฉพาะครับ ถ้าท่านประธานจําได้ปี ๒๕๕๔ เป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญ พระชนมพรรษาครบรอบ ๘๔ พรรษา รัฐบาลในขณะนั้นก็ทําโครงการเฉลิมพระเกียรติ อย่างมากมาย กระทรวงศึกษาธิการได้ทําโครงการที่สําคัญคือถวายพระราชสมัญญา แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดินและต้องใช้ต่อไปอย่างยาวนาน ชั่วกัลปาวสาน นี่เป็นการเสนอของกระทรวง ศึกษาธิการในยุคที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศเป็นสํานักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้นเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงในพระราชกิจจานุเบกษา พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน เพื่อนครูชาวมหาวิทยาลัย เพื่อนครูชาวอาชีวะ เพื่อนครูชาวการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อนครู การศึกษานอกโรงเรียนพร้อมใจกันที่จะแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีจึงเป็นที่มาที่ผมได้ขอ เสนอคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ถวายพระราชสมัญญาครู แล้วขอจัดตั้ง กองทุนครูของแผ่นดิน ถ้อยคําเหล่านี้ตรวจสอบโดยสํานักราชบัณฑิตยสถาน ตรวจสอบโดย สํานักราชเลขาธิการพระราชวังเป็นที่เรียบร้อยผ่านเป็นมติคณะรัฐมนตรี และในวันครู วันที่ ๑๖ มกราคม ปี ๒๕๕๔ ได้เชิญชวนเพื่อนครูทั่วประเทศ ๕๐ ปี ของการศึกษาไทยครับ หม่อมหลวง ปิ่น มาลากุล ได้เชิญชวนครูทั่วประเทศระดมบริจาคเงินคนละ ๑ บาท สร้างสํานักงานคุรุสภา และที่เหลือไปตั้งโรงเรียนประชาบาล ผมคิดว่าคนรุ่นเก่าคงจําได้ ท่านประธาน มารัฐบาลสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ วันที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๕๔ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปร่วมงานวันครู และรับเงินบริจาคจากเพื่อนครูและผู้ที่มีครู ได้เงินบริจาคทั้งหมด ๑๒๐ ล้านบาท กรรมาธิการได้ซักถามไหมครับว่าวันนี้ทําไมจึงไม่จัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดิน ซึ่งเป็นกองทุนที่เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ มาตรา ๕๒ ท่านไม่ให้ความสําคัญกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ ผมไม่ว่า เพราะท่านอาจจะคิดว่าสมัยนั้นทําโดยรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ โดย ท่านชวน หลีกภัย แต่ท่านต้องเห็นว่าโอกาสสําคัญนี้คือโอกาสเป็นมหามงคลของคนไทยทั้งประเทศ ท่านปล่อยทิ้งไว้ ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านกรรมาธิการ นั่งอยู่ตรงไหนครับ นี่จริง ๆ เรื่องนี้ต้องเรียกร้องท่านนายกรัฐมนตรี ว่าท่านได้มีจิตสํานึกไหมครับ ระหว่างการจัดตั้งกองทุนครูของแผ่นดินเพื่อถวายเป็นพระเกียรติแด่พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว แล้วก็มีการรวมใจครูบริจาคกันมาแล้ว ๑๒๐ ล้านบาท ท่านเพิ่มให้หน่อย ได้ไหมครับ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ล้านบาท จริง ๆ ถ้ารัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เป็นต่อ เราตั้งเป้าหมายว่าจะให้ปีละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ ปี ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนครูของแผ่นดินจะเป็นกองทุนที่ส่งเสริมให้ครูได้เป็นวิชาชีพชั้นสูง ให้ครูได้วิจัยให้ได้ ครูเก่ง ครูดี มาสอนนักเรียน ท่านประธานครับ วันนี้ท่านไม่ให้เลย แต่ยังดีใจหน่อยครับ ท่านยังไปให้เงินกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา อันนี้ก็อยู่ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ กองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษามีความสําคัญมากครับท่านประธาน เดือนกันยายน ปี ๒๕๕๔ ผมขอมติคณะรัฐมนตรีเพื่อขอจัดตั้งกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ครม. ในขณะนั้นอนุมัติให้ ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมได้ไปประสานกับ กสทช. คณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมได้มา ๑๐๐ ล้านบาท กลายเป็น ๑๐๕ ล้านบาท มาตั้งกองทุนเทคโนโลยี เพื่อการศึกษา ดีปีนี้ท่านยังให้ความสําคัญครับ ให้มา ๒๐ ล้านบาท ก็ไม่เป็นอะไรครับ ยังชื่นใจหน่อยว่าท่านยังเห็นความสําคัญ ผมคิดว่าท่านจะตัดไปอีกกองทุนหนึ่ง โดยท่านคิดเพียงแต่ว่าเริ่มต้นจากสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ตามจริงท่านลงทุน เป็นหมื่นล้านบาทไปซื้อแท็บเล็ต (Tablet) รัฐมนตรีมายอมรับเองว่าปัญหาสําคัญ ไม่ได้อยู่ที่แท็บเล็ต แต่อยู่ที่คอนเทนท์ (Content) อยู่ที่เนื้อหาที่จะต้องบรรจุลงไปในแท็บเล็ต และอยู่ที่เครือข่ายที่จะต้องสร้างอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ไปถึงโรงเรียนในชนบท อย่างแท้จริง กองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษานั้นเราหวังผล ๓ ประการ ครับ อันแรกเรียกว่า เนดเน็ต (NEdNet) คือเครือข่ายเทคโนโลยีเหมือนถนน ๔ ช่องจราจรที่จะให้ไปถึงโรงเรียน แต่ท่านไม่ทําถนน ๔ ช่องจราจร ท่านแจกรถยนต์คันใหม่ ท่านแจกแท็บเล็ตไปก่อน ถนนยังไม่มี ปลั๊กไฟยังไม่มี แจกแท็บเล็ตไปก่อน คอนเทนท์ยังไม่มี ผมจึงอยากจะเรียนถาม ว่า ๒๐ ล้านบาทที่ท่านตั้งไว้ ท่านหวังว่าจะให้ทําอะไร ท่านไปให้ที่ปลายเหตุก่อน ส่วนต้นเหตุท่านไม่ให้ ๒๐ ล้านบาท นี่ท่านประธานครับ ผมจึงกราบเรียนว่าตามจริง นอกจากมีเนดเน็ตมีเครือข่ายแล้ว ก็จะเป็นศูนย์เอ็นอีไอเอส (NEIS) คือข้อมูลสารสนเทศ ทั้งหมดเกี่ยวกับการศึกษาต้องอยู่ในมือของกระทรวงศึกษาธิการ พวกเราสร้างคนนี่ครับ มันต้องมีแมน แม็ปปิ้ง (Man Mapping) ต้องมีการวางแผน ต้องมีการวางระบบ ต้องมีโครงสร้างในการทํางานที่ดี และประการสุดท้ายที่ขาดแคลนมากเลยกรรมาธิการ ทราบไหม เขาเรียกว่าเอ็นแอลซี (NLC) เนเชอรัล เลิร์นนิ่ง เซ็นเตอร์ (Natural Learning Center) ท่านไปดูที่เกาหลี ไปดูที่ญี่ปุ่น ไปดูที่เยอรมันสิครับ ถ้าเราต้องการจะให้ประเทศเรา เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้เราจะต้องสร้างศูนย์การเรียนรู้ให้คนสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ ได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และสร้างคุณค่าในเรื่องคุณธรรมเข้าไป ความมีวินัย ความซื่อสัตย์ ความอดทน ความจงรักภักดี สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นจากกระบวนการทางการศึกษา ที่ไปหล่อหลอม แต่ท่านไม่ให้ความสําคัญ ท่านต้องตอบผมด้วยว่า ๒๐ ล้านบาท ที่ท่านตั้งไว้ ท่านไปทําอะไร ปีนี้ท่านเพิ่มได้ให้ ม. ๑ อีก ๘๐๐,๐๐๐ เครื่อง แท็บเล็ต ท่านมาตอบผมว่า หลังจากแจกแท็บเล็ตแล้ว ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น แต่ไปดูตัวเลขสิครับ ทุกตัว มันลดลงครับท่านประธาน นี่เป็นคําถามที่อยากจะเรียนถาม นี่แทนเพื่อนครูครับ ต่อไปนี้จะแทนนักเรียน พวกผม ท่านจุติบอกว่าให้เวลาผมทั้งหมด และพวกผมก็ไม่พูดไปถึง มาตราอื่นแล้ว แต่อยากเรียนท่านประธานว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญครับ นักเรียนทั่วประเทศ มันเกี่ยวโยงไปมาตราอื่นหน่อยนะครับ แต่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องการศึกษา คือเรื่องเงินกองทุน กู้ยืมเพื่อการศึกษาครับท่านประธาน กองทุนกู้ยืมนี้เริ่มต้นเมื่อปี ๒๕๓๙ สมัยรัฐบาล ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ๑ เพื่อให้นักเรียนได้มีเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา วันนี้ครบ ๑๕ ปี แล้วครับ มีเงินกองทุนกู้ยืมรวมทั้งหมด ๓๗๘,๘๓๖ ล้าน มีนักเรียนได้รับผลประโยชน์ไปแล้ว ๓,๑๑๔,๐๐๐ คนครับ ปี ๒๕๕๔ เป็นประวัติการณ์ครับ รัฐบาลในขณะนั้นได้ตั้งเงินกองทุน กู้ยืมให้มากที่สุด ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท นักเรียนในปีนั้นได้กู้ทั้งหมด ๑,๑๐๖,๕๗๘ คน พอท่านเข้ามาท่านก็ไปตั้ง กรอ. ครับ ปี ๒๕๕๔ ได้ ๕,๔๑๒ คน นั่นสําหรับปริญญาตรีขึ้นไป แต่เงินกองทุนกู้ยืมให้ตั้งแต่ระดับมัธยมปลาย ปวช. จนถึงปริญญาตรี ลูกคนยากคนจน เรียนจบไปแล้ว ๓,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีเงินทุนหมุนเวียน ๓๗๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนี้ กรรมาธิการได้ไปดูตัวเลขไหมครับ ท่านจัดตั้งงบประมาณให้เงินกองทุนกู้ยืมเพียง ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท ผลคืออะไรครับ ผลคือนักเรียนที่จะได้กู้ยืมปีนี้ลดลงมาเหลือ ๖๗๐,๖๒๐ คน ลูกคนยากคนจนจะไม่มีโอกาสได้เงินกองทุนกู้ยืมไปยืมเรียน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน จะไม่ให้ผม ทวงถามแทนนักเรียนได้อย่างไรครับ ท่านจะสร้างรถไฟความเร็วสูง ท่านจะกู้เงินอนาคต มาใช้เป็น ๒,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่งบประมาณที่จะสร้างอนาคตที่แท้จริงให้กับลูกหลานของเรา ที่จะต้องสูญเสียโอกาสไป ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านไม่เพิ่มให้ ท่านไปปรับลดเหลือ ๑๘,๐๐๐ ล้านบาท จะไม่ให้ผมทวงถามอย่างไรครับ นี่ก่อนที่ผมจะพูด ท่านกรรมาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการ เพื่อนครูบอกว่าในห้องเรียนสมัยก่อนเคยได้ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ก็มีบางปี ปีนี้เหลือไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ได้แค่ ๑๗ คน เท่านั้นเอง ท่านลองไปดูสิครับว่ากระทบกับลูกคนยากคนจนมากมายขนาดไหนครับ แล้วก็ฝากไปอีกนิดสําหรับนักเรียนครับ สมัยรัฐบาลที่แล้วเพิ่มเงินรายหัวค่าอาหารกลางวัน จาก ๑๑ บาท เป็น ๑๓ บาท วันนี้ขอเป็น ๑๕ บาทได้ไหม เอาเงินที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปเที่ยวมาเพิ่มหน่อยให้เป็น ๑๕ บาทได้ไหม ปี ๒๕๕๔ ให้ ๔๗๘ ล้านบาท มาปี ๒๕๕๗ ของก็แพง เหลือ ๑๕๐ ล้านบาท กรรมาธิการตอบด้วยครับ ท่านตัดไปได้อย่างไรครับ

ท่านประธานครับ ประเด็นต่อมาเป็นประเด็นที่สําคัญ คือเรื่องของการพัฒนา โรงเรียนดีใกล้บ้าน ผมไม่พูดซ้ําแล้ว เมื่อกี้เพื่อนทวงถามว่ารัฐบาลนี้ยังจะยุบโรงเรียน หรือเปล่า ตามจริงในขณะนั้นผมก็ได้ไปออกรายการกับอดีตรัฐมนตรี แล้วก็ได้แสดงชัดเจนว่า ท่านอย่ามองโรงเรียนเป็นโรงสอน เขาให้ท่านมองโรงเรียนว่านี่คือสมบัติของชุมชน นี่องค์กร แห่งการเรียนรู้ของประชาชน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องลงทุนเพราะเป็นการลงทุนเกี่ยวกับคน สาธารณูปโภคยังขาดทุนได้ รถไฟปีละเท่าไรครับ พอเรื่องการศึกษาท่านคิดจะยุบโรงเรียน ผมไม่พูดซ้ําแล้วครับเรื่องยุบโรงเรียน แต่ผมจะมาเรียกร้องสิ่งที่เพื่อนผู้บริหารโรงเรียน ถามผมมาครับ เรามีโครงการพัฒนาครูทั้งระบบ โครงการพัฒนาผู้บริหารเตรียมความพร้อม- วันนี้ผู้บริหารขาดแคลนไป ๕,๐๐๐ กว่าตําแหน่ง ท่านยังบรรจุไม่ได้ ครูก็ขาดแคลนไป ๑๐๐,๐๐๐ ตําแหน่ง ท่านก็ปล่อยให้มีการทุจริตการสอบบรรจุครู โรงเรียนดีประจําตําบล ปี ๒๕๕๓ ได้งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๕๔ ได้รับงบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าปีนี้ท่านให้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะไม่มีภาพเหมือนท่านเรวัติ อารีรอบ ฉายให้ดูเมื่อกี้ และผมเชื่อว่าโรงเรียนในจังหวัดในของท่าน ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียกร้องไปยัง ท่านประธานนะครับ บางโรงเรียน ๓๐ ปี ก็ไม่ได้สร้างใหม่ ได้สร้างมากที่สุดในยุครัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายในโครงการไทยเข้มแข็ง และเมื่อมีเงินเหลือจ่ายปลายปีผมยังจัดสรร กลับไปยังเขตพื้นที่ให้สร้างโรงเรียนหมดเลยครับ แต่รัฐบาลนี้ปีที่แล้วจะทําอะไร ผมไม่พูดวันนี้เสียเวลา ไว้อภิปรายไม่ไว้วางใจ โรงเรียนดีประจําอําเภอ โรงเรียนในฝัน ผมอภิปรายภาพรวมไปแล้วครับท่านประธาน ปิดโรงเรียนไป ๕ วัน ให้ครูไปอบรม ๑๐,๐๐๐ คน นักเรียนล้านกว่าคนไม่ได้เรียนหนังสือ และบอกว่าเพื่อคุณภาพ อบรมเพื่อคุณธรรม ผมเห็นด้วยครับ ไม่ขัดข้องครับ แต่อบรมด้วยการบังคับมีเป้าหมายแอบแฝง และปิดให้นักเรียนอยู่บ้านฟรี ๆ ไป ๑ สัปดาห์ มันคุณภาพที่ตรงไหนครับ และที่สําคัญที่สุดครับ รัฐบาลนี้คุยตั้งงบประมาณ ท่านกรรมาธิการครับ ท่านไปรวมหน่อยครับ โครงการไปสู่ ประชาคมอาเซียนที่ท่านจัดตั้งเป็นมหกรรมไปลงทุกกระทรวง รวมกันแล้ว ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่โรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากลเป็นฐานราก ที่ให้เด็กของเราสามารถพูด ภาษาอังกฤษ ซึ่งข้อตกลงที่ชะอํา หัวหิน ว่าเราต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง ผมไปประชุมในสถานะรัฐมนตรีอาเซียน เอเปียสที่บรูไนไปลงนามด้วยกันว่าเราจะใช้ ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางปี ๒๕๕๘ ปีนี้ท่านขยายโรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากลเพิ่มขึ้น เท่าไร งบประมาณของโรงเรียนไปสู่มาตรฐานสากลหรือโครงการเดิมที่ผมตั้งเขาเรียกว่า โรงเรียนไปสู่ความทันสมัย ปีละ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท งบก้อนนี้ท่านพาไปไว้ที่ไหนแล้วครับ อันสุดท้ายคือโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ถ้าท่านประธานคงจําได้ โรงเรียนนี้ได้ตั้งขึ้นสมัย ฯพณฯ ชวน หลักภัย โดยท่านสัมพันธ์ ทองสมัคร ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน เป็นเรื่องที่ ดีงาม ท่านตั้งโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย เพื่อให้เป็นโรงเรียนสายวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ แต่มาวันนี้จากผลการวิจัยจากผลการศึกษาของสภาปฏิรูปการศึกษา จากผลการศึกษาของคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษา พบว่าประเทศไทยเราขาดแคลนบุคคล ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะวิทยาศาสตร์ที่จะต้องไปเป็น นักวิจัยนวัตกรรม ผมจึงขอคณะรัฐมนตรี ขอให้ยกฐานะโรงเรียนจุฬาภรณ์ราชวิทยาลัย เป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ให้มีการบริหารจัดการระบบเดียวกับโรงเรียนมหิดลวิทยา นุสรณ์ ซึ่งเรามีอยู่โรงเรียนเดียว กรรมาธิการรู้ไหมว่าประเทศญี่ปุ่นมีกี่โรง ประเทศอเมริกา มีกี่โรง สิงคโปร์มีกี่โรง สัดส่วนต่อประชากรในการมีโรงเรียนวิทยาศาสตร์มีความจําเป็นต้อง มีกี่โรง วันนี้สมัยผมตั้งขึ้นมา ๑๒ โรง เพื่อสร้างนักเรียนที่เป็นครีมเป็นมันสมองต่อยอดให้เขา เพื่อให้มาเป็นมันสมองของประเทศ นี่ต้องลงทุนครับ ๘๔,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ได้เรียนฟรี มา ๓ ปี แล้ว ปีนี้ท่านเพิ่มหน่อยสิครับ มันจะต้องมีห้องสมุดที่ได้มาตรฐานระดับโลก มันต้อง มีห้องแล็ป (Lab) ที่มาตรฐานระดับโลก มันต้องมีเครือข่ายกับมหิดล สควค. และคณะวิทยาศาสตร์กับมหาวิทยาลัย มันต้องมีเทคโนโลยีที่เข้ามาเชื่อมต่อในการสอน แต่งบประมาณผมไปดูแล้วครับ ท่านจัดตั้งเท่าปีเดิมเลยครับ ท่านไม่เพิ่มขึ้นให้เลย ผมเลย ทวงถามว่าเวลาท่านประเทศโน้นประเทศนี้ ประเทศไทยจะต้องมีความก้าวหน้าภายใต้ ความทันสมัยของรัฐบาลนี้ ภายใต้ทักษิณคิดยิ่งลักษณ์ทํา ต้องดําเนินการให้ประเทศไทย เดินไปสู่ข้างหน้า แต่พอมาดูฐานรากจริง ๆ ที่จะทําให้โรงเรียนเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ ท่านกลับตั้งงบประมาณให้เท่าเดิม นี่ผมทวงถาม ท่านประธานครับ ยังเหลือ ๓ เรื่อง สั้น ๆ

เรื่องการส่งเสริมการศึกษาระดับอาชีวศึกษา กระผมใช้เวลาแทนท่านจุติ ด้วยครับ ตั้งงบประมาณไว้ ๒๐,๗๑๕ ล้านบาท ผมถามคําถามเดียวครับ กรรมาธิการ ได้ไปดูไหม ว่าสัดส่วนที่ตั้งไว้ระหว่างสายสามัญกับสายอาชีพ คณะกรรมการปฏิรูปบอกว่า สายสามัญ ๔๐ สายอาชีพ ๖๐ แต่วันนี้ท่านมาเป็นรัฐบาล ท่านเก่งมากครับ ทําให้คนเรียน สายสามัญเป็น ๘๐ ให้เรียนสายอาชีพเหลือ ๒๐ ท่านไปปรับลดงบประมาณจาก ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือ ๒๐,๗๑๕ ล้านบาท คุณภาพจากการศึกษาในเรื่องแรงงานชั้นกลางที่จะ ออกไปในเรื่องช่างฝีมือ ในเรื่องนักปฏิบัติการชั้นสูงไม่มี และผมไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการ ได้ซักถามไหมครับ มันมีเรื่องเกี่ยวโยงอยู่นิดหนึ่งครับ ท่านประธาน สั้น ๆ คือการจัดตั้ง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งผมก็ดีใจว่ารัฐบาลนี้ก็ตั้งงบประมาณให้ ๑๒๐ ล้านบาท แต่คําว่า สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพนั้น ตามเป้าหมายที่ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้คิดเอาไว้ เป้าหมาย ในเรื่องนี้คืออะไร คือต้องการให้เป็นการรับรองตรวจสอบฝีมือคนที่จบจากอาชีวศึกษา เพื่อเทียบเคียงกับค่าแรงงานตามฝีมือที่แท้จริงครับ แล้วต้องมาวางแผนกําลังคนในการที่จะ ให้คนได้เรียนอาชีวะแล้วต้องมีงานทํา แต่ว่าท่านก็มาเอาปลายเหตุอีกครับ ท่านตั้งกองทุน เถ้าแก่น้อยผมก็ไม่ขัดข้องครับ ไม่วิจารณ์ตรงนั้น แต่ท่านต้องมาดูที่ฐานรากสิครับว่าท่านจะ จัดระบบการศึกษาอาชีวะอย่างไร สถาบันอาชีวะที่ตั้งขึ้นสอดรับสนองตอบต่อการพัฒนา กําลังคนหรือไม่ วันนี้ท่านกลับปรับลดงบประมาณครับ

ท่านประธานครับ สั้น ๆ อีกเรื่องหนึ่งคือ มหาวิทยาลัยไปสู่ความเป็นเลิศ คือ มหาวิทยาลัยวิจัย มหาวิทยาลัยรับใช้สังคม วันนี้ท่านอยู่ไหนครับ ท่านบอกว่าจะให้ไปสู่ ประชาคมอาเซียน ผมบอกแล้วเด็กจบปริญญาตรีพูดภาษาอังกฤษไม่ได้พรีเซ้นต์ (Present) ไม่ได้ นําเสนอบทคัดย่อไม่ได้ แล้วท่านจะไปหวังอย่างไรที่เราจะไปแข่งขัน ที่จะไปส่งเสริม ศักยภาพการแข่งขันกับประชาคมอาเซียน และพลเมืองโลก แต่ว่าสิ่งที่ผมจะถามกรรมาธิการ มีเรื่องเดียวครับ ตอนสมัยรัฐบาลที่แล้วจากโครงการไทยเข้มแข็งเราไปส่งเสริมสาขาวิชาชีพ ที่ขาดแคลนและให้เงินกู้ลงไปยังมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเรื่องคณะแพทย์ คณะวิศวกรรม คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ วันนี้ท่านได้ถามไหมครับ เมื่องบประมาณ ในส่วนนี้ถูกปรับลดลงงบวิจัยเหลือไม่ถึง ๑ สลึงนะครับ กรรมาธิการต้องตอบผมหน่อยตรงนี้ เหลือไม่ถึง ๑ สลึง แล้วจะไปเป็นบัณฑิตยุคใหม่ได้อย่างไรครับ บัณฑิตยุคใหม่ที่เท่าทันต่อ การเปลี่ยนแปลงของโลก เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจสังคมการเมือง ถ้าเราได้บัณฑิตยุคใหม่ ที่ต้องกลับไปเข้าโรงเรียน ให้ไปจัดตั้งโรงเรียนแข่งกันอีกไหมครับ โรงเรียนกวดวิชา โรงเรียนเสื้อแดง โรงเรียนเสื้อฟ้า โรงเรียนเสื้อดําไหม แต่บัณฑิตยุคใหม่ จะต้องเป็นบัณฑิตยุคใหม่จะต้องเป็นบัณฑิตที่มีศักยภาพ มีความเป็นพลเมืองเท่าทัน ต่อการเปลี่ยนแปลง นักการเมืองที่เลวไม่สามารถที่จะมาชี้นําได้ นักธุรกิจที่ฉ้อฉลไม่สามารถ ที่จะเอาเปรียบได้ ข้าราชการที่โกงกินจะไม่ได้รับการยอมรับ เขาก็จะเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง ต่อไป

อันสุดท้ายท่านประธานครับ กรรมาธิการละเลยเลยคือเรื่องการศึกษาตลอด ชีวิตมีคนมาให้ผมถามพวก กศน. ว่า ๘ เดือนเรียนจบ ม.๖ หวังอะไร ใช้งบประมาณส่วนนี้ เท่าไร ท่านมองการศึกษาเป็นแค่ประกาศนียบัตรอีกแล้วครับ นี่คือเรื่องที่น่าเสียใจมาก ท่านประธาน มองการศึกษาเป็นแค่ประกาศนียบัตรว่า ๘ เดือน มาให้ ม.๖ ไป แต่การศึกษา เป็นเรื่องของกระบวนการกล่อมเกลากระบวนการสร้างจิตวิญญาณและกระบวนการ สร้างความรู้ กศน. สมัยผมต้องการที่จะให้เป็น กศน. เพื่อเป็นศูนย์อาชีพ ศูนย์การเรียนรู้ ศูนย์การสร้างความเป็นพลเมือง แต่วันนี้หน้า กศน. ทุกตําบล ทุกอําเภอ มีป้ายโฆษณารูป นายกรัฐมนตรี รูปรัฐมนตรี เรื่องรัฐธรรมนูญ ที่คนเดือดร้อนมากครับท่านกรรมาธิการ พอดีรัฐมนตรีเปลี่ยนไป ๔ คน เลยต้องเปลี่ยนป้ายไป ๔ ป้าย ป้ายหนึ่ง ๓๒,๐๐๐ บาท ๓๒,๐๐๐ บาทนี้ เงินรายหัวนักเรียนนะครับ ท่านไม่ได้จัดงบประมาณโดยเฉพาะไปให้อย่างนี้ ไม่ให้ผมทวงถามหรือครับ แทนที่นักเรียน กศน. ซึ่งเป็นเด็กยากจนอยู่แล้ว จะได้มีโอกาส ไปศึกษาดูงาน จะได้มีโอกาสไปเรียนหนังสือ จะได้มีโอกาสไปทํากิจกรรม ท่านกลับเอาเงิน รายหัวนี้มาเปลี่ยนป้ายรูปนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เปลี่ยนแปลงไป ๔ ป้าย ท่านลองคิดดู เงินรายหัวหมดไปเท่าไร น่าเสียดายครับ ถ้ายังมองการศึกษาเป็นแบบนี้ ท่านประธานครับ ที่สําคัญที่สุดคือการศึกษาพิเศษ เด็กด้อยโอกาส เด็กชายขอบ เด็กชาติพันธุ์ สมัยท่าน นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ปี ๒๕๕๒ ต่อปี ๒๕๕๓ เราได้จัดตั้งกองทุนการศึกษาสําหรับคนพิการ ผมเองได้เสนอคณะรัฐมนตรีค้างไว้ใน ครม. ว่าให้ไปขอจากกองสลากได้ไหม ถ้างบประมาณ ไม่พอ กรรมาธิการได้ช่วยคิดหรือเปล่า มาตั้งให้กับเด็กคนพิการสักงวดหรือ ๒ งวดก็ได้ เอามาสัก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทได้ไหม ให้คนพิการเขาได้มีโอกาสเรียนโรงเรียนที่ดี ให้เขาอยู่ใน สังคมที่มีความสุข ให้เขาสามารถปรับตัวตามความพิการของเขาเพื่อให้เขาอยู่รอดในสังคม และแน่นอนเรื่องสุดท้ายที่ทวงถามครับ คือ สสค. สํานักงานส่งเสริมการเรียนรู้ และพัฒนาคุณภาพเยาวชน ไปอยู่ที่ไหนเสียแล้วล่ะครับ มี สสส. ท่านวิทยา คงทราบดี สสส. ได้เงินจากภาษีสรรพสามิต สสค. ก็เช่นเดียวกัน แต่วันนี้ท่านไม่ดูแลเรื่องงบประมาณ เพื่อให้มาขับเคลื่อนในการปฏิรูปการศึกษา ท่านไม่เรียกปฏิรูปการศึกษาไม่เป็นไรครับ ท่านจะเรียกวาระแห่งชาติ ท่านจะเรียกโรงเรียนดีศรีตําบล ชื่อผมไม่ติดใจ แต่สาระก็ยังคงอยู่ สุดท้ายท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียน