สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

สุรเชษฐ์ แวอาแซ หารือเรื่องงบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณให้กับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่ไว้วางใจของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบสวน

นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ นราธิวาส

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒๕ ผมได้ปรับลดเฉพาะของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ปรับลดไว้ ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด เหตุผลก็คือว่างบประมาณของสํานักงานตํารวจ แห่งชาติปีนี้ได้ขอไว้ ๘๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งมากกว่าปีที่แล้วโดยประมาณก็เกือบ ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่มาดูภารกิจของสํานักงานตํารวจแห่งชาติต้องถือว่าภารกิจที่รักษา ความสงบเรียบร้อยในประเทศซึ่งมีความสําคัญอย่างยิ่ง ผมไม่ทราบว่าทางคณะกรรมาธิการ ได้ให้ความสําคัญกับสํานักงานตํารวจแห่งชาติได้มากน้อยแค่ไหน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ภาพลักษณ์ของตํารวจไทย เราก็ได้ยินอย่างสม่ําเสมอว่าข้าราชการที่มีสินบนหรือว่า เงินรายทางต่าง ๆ นะครับ และจะเป็นว่าทุก ๆ โรงพักเขาจะต้องถามว่าเงินกองกลางมีไหม คือภาพลักษณ์ของตํารวจไทยในสายตาและความรู้สึกของคนไทยผมคิดว่าเป็นลบ อาจจะ เป็นไปได้เพราะว่าสํานักงานตํารวจแห่งชาติเวลาของบประมาณมา ผมคิดว่ามันน้อยกว่า ภารกิจที่จะต้องแบกรับ เพราะฉะนั้นผมถึงไม่แปลกว่ารัฐบาลจะสนับสนุนงบประมาณให้กับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติมากน้อยแค่ไหน ทางสํานักงานตํารวจแห่งชาติรับได้ เพราะถ้าหากว่าไม่มีงบเพียงพอก็สามารถที่จะหาเงินนอกงบประมาณไปใช้ได้ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับเราจะสังเกตเห็นได้ว่าคดีต่าง ๆ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนแทบจะหา ความมั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของตนเองได้ยากมาก เราจะสังเกตเช้า ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ของสรยุทธคดีจะมีเกือบทุกวันคดีปล้นจี้ ไม่ว่าจะปล้นธนาคาร ปล้นร้านทอง ปล้นร้านสะดวกซื้อหรือว่าจี้หรือแท็กซี่ถูกจี้หรือแท็กซี่จี้ เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมาเป็นรายวันหรือจะบอกได้ว่าทุกวันทุกคืนก็ว่าได้ อาจจะเป็น ตํารวจมีอัตรากําลังไม่เพียงพอหรืออย่างไร ผมคิดว่าในเรื่องของอัตรากําลังเราไม่สามารถ ที่จะอ้างได้ แต่ประสิทธิภาพในด้านของการสืบสวนสอบสวนตรงนี้เองเราก็จะถูกตําหนิว่า ตํารวจไทยนั้นวันนี้แทบจะเป็นเรื่องของผลประโยชน์จะเห็นความสําคัญมากกว่าคดี หรือความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ติดใจนะครับว่า งบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติซึ่งได้ขอไว้ ๘๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ และก็ถูกปรับลดไป ๕๐๐ กว่าล้านบาท แต่กรรมาธิการก็ได้แปรกลับเพิ่มให้กับตํารวจไปอีก ๒๖๔ ล้านบาท ซึ่งไปให้ความสําคัญกับการปราบปรามและป้องกันเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติด แต่ที่ผมติดใจก็คือภารกิจตํารวจที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอมาแค่ ๑,๘๐๐ ล้านบาท ซ้ํายังถูกตัดอีก ปีนี้ได้แค่ ๑,๗๐๐ ล้านบาทเศษ ท่านไม่ดูรายละเอียด บ้างเลยหรือว่าที่ขอมานี่มันเพียงพอกับภารกิจที่แบกรับอยู่ในขณะนี้ไหม ทั้ง ๆ ที่ว่าหน่วยงานอื่นโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กอ.รมน. ก็ดี หรือว่ากองทัพ ๓ เหล่าทัพก็ดี ได้รับงบประมาณเข้าไปในพื้นที่ตรงนั้นเป็นพันเป็นหมื่นล้าน หมื่นกว่าล้านบาท ถ้าหาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งของ กอ.รมน. รวมถึงกับกองทัพ แต่ตํารวจที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ได้แค่ ๑,๗๐๐ ล้านบาท ท่านดูรายละเอียดสิครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบดําเนินงาน งบดําเนินงานนี่ ๑,๔๐๐ ล้านบาทกว่านะครับ ส่วนงบในส่วนของงบค่าตอบแทน ใช้สอยและวัสดุส่วนใหญ่ก็จะไปอยู่ในเรื่องของเงินพิเศษหรือเงินเสี่ยงภัย เพราะฉะนั้น ตํารวจทุกนายที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ขณะนี้จะได้รับเบี้ยเลี้ยงหรือเงินเสี่ยงภัยต่อเดือนต่อคน ก็แค่ ๖,๓๖๐ บาทเท่านั้น เงินอื่น ๆ ไม่มีแล้ว มีอย่างเดียวก็คือเงินทําศพ ถ้าเกิดว่า มีการเสียชีวิตก็อาจจะได้เงินปลอบขวัญหรือเงินเยียวยาอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่าน ที่ได้พูดถึงก็คือ ๒,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท คุ้มไหม ไม่คุ้มครับ ท่านประธานครับ และโดยเฉพาะ ในเรื่องของงบสนับสนุนในเรื่องของน้ํามันเชื้อเพลิง ท่านทราบไหมว่าในโรงพัก เกือบทุกโรงพักในพื้นที่ ๓ จังหวัด ได้ค่าน้ํามันเชื้อเพลิงต่อโรงพักหนึ่ง ๆ แค่ ๓,๙๐๐ บาทเท่านั้น ๓,๙๐๐ บาท ไหนค่ารถ ค่าน้ํามันรถ ประเภทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถบรรทุก ๓,๙๐๐ บาท มันจะเพียงพอได้อย่างไร นี่ละมันทําให้ประสิทธิภาพของตํารวจในการที่จะไป สืบสวนหรือหาข่าวแทบจะไม่ต้องออกเลย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งยานพาหนะ ท่านลงไปดูสิ ผมอยากให้กรรมาธิการหรือว่ารัฐมนตรีที่รับผิดชอบลงไปดูสภาพข้อเท็จจริงในการ ปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจในพื้นที่ ๓ จังหวัดว่ามีสภาพของรถนี้มันดี ไม่ดีแค่ไหน ผมเรียนท่านประธานครับว่ารถยนต์นั้นส่วนใหญ่เป็นรถเก่าแล้วก็จอดเป็นขยะเศษเหล็ก อยู่ข้างโรงพัก ตามรั้วโรงพักมากมาย ที่ใช้ได้จริง ๆ มีอยู่ประมาณสัก ๕-๖ คัน เพราะฉะนั้น ไม่แปลกครับว่าเวลาไปสืบสวนหรือไปหาข่าว ถูกทางฝ่ายตรงข้ามทําร้ายได้ง่ายดายมาก ชนิดรถหุ้มเกราะขอมา เราก็ไม่อนุมัติ แต่ถ้าหากว่าฝ่าย กอ.รมน. ขอมาทุกเรื่อง ได้ นี่คือความแตกต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางโรงพักเท่าที่ผมไปตรวจเยี่ยม ไปให้กําลังใจ มักจะถูกสะท้อนมาว่าถ้าหากว่าทาง ส.ส. พอที่จะช่วยได้ ช่วยเจียดงบประมาณในการที่จะ ซื้อรถจักรยานยนต์เถอะ เพื่อในการที่จะออกไปหาข่าวหรือว่าติดต่อประสานงานในพื้นที่ ได้มากขึ้น ในขณะนี้รถจักรยานยนต์ส่วนใหญ่ตํารวจใช้รถของตนเองครับหรือไม่ก็ต้องยืม ของพรรคพวกออกไปหาข่าว แต่ก็ไม่ได้ทุกวันครับ ขยันอย่างไรก็แล้วแต่ เพราะน้ํามัน เราไปเจียดแค่เดือนละ ๓,๙๐๐ บาทเท่านั้น ผมแปลกใจว่าขณะนี้รองนายกรัฐมนตรี ดูแลความมั่นคง ก็คืออดีตผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก และคนที่เป็น ผบ.ตร. อยู่ในขณะนี้ก็คือ พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ซึ่งเคยเป็น ผู้บังคับบัญชาอยู่ในภาคนี้ ผมว่าท่านไม่ทราบ เป็นไปไม่ได้ แต่ผมแปลกใจว่าทําไม ถึงไม่สนับสนุนให้เกิดการคล่องตัว ความสะดวก อํานวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้นได้ปฏิบัติและรักษาความปลอดภัยให้กับตนเองได้บ้าง แล้วจึงจะไปรักษา ความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างทั่วถึง ซ้ําร้ายกว่านั้นท่านประธานครับ งบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะค่าไฟฟ้า ค่าน้ําประปา ทุกโรงพักไม่มีครับ ไม่ได้รับ การสนับสนุน บางโรงพักติดหนี้ ผมแปลกใจว่าทําไมทาง สตช. ถึงไม่ได้สนับสนุน โดยเฉพาะ อย่างยิ่งงบประมาณปีนี้ก็จะไปสนับสนุนค่าสาธารณูปโภคให้กับทาง ศอช.ต. เป็นเงิน ๔,๔๐๐,๐๐๐ บาท แค่นี้เป็นงบสาธารณูปโภคให้กับโรงพักทุกแห่งในพื้นที่ ๓ จังหวัด คนที่ท้อและท้อบ่นให้ผมฟัง ส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้กํากับที่อยู่อําเภอนอก ๆ หรือตามชนบท แต่ถ้าอําเภอที่อยู่ในเขตเมืองผมคิดว่าก็คงจะไม่มีปัญหา ก็อย่างที่ผมเรียนครับว่าทุกโรงพัก ในขณะนี้เราก็ต้องยอมรับความจริงว่าในเรื่องของเก็บส่วยต่าง ๆ ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้น การบริหารงบประมาณหรือค่าใช้จ่ายในโรงพักบางแห่งอาจจะไม่จําเป็นที่จะของบประมาณ จากส่วนกลาง เพราะในการแก้ปัญหาก็คือว่าใช้งบประมาณ ใช้เงินนอกงบประมาณ โดยอาจจะเป็นเงินที่มาจากของผิดกฎหมายหรือได้มาจาก ก็สุดแล้วแต่ อาจจะสุจริต หรือไม่สุจริตแต่เป็นเงินนอกงบประมาณ ท่านประธานครับผมอยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก และท่าน ผบ. ตร. พลตํารวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว ถ้าหากว่าท่านได้ยินจากการอภิปรายของผมในวันนี้นั่นคือ สะท้อนให้ถึงความรู้สึก ความลําบากใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตํารวจในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตํารวจไม่ใช่ว่าด้อยประสิทธิภาพหรือไม่มีความสามารถ แต่ต้องยอมรับว่าตํารวจดี ๆ ก็ยอมที่จะปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ตรงนั้น แต่ว่าตํารวจ ที่ไปบังคับบัญชา ผมคิดว่าถ้าหากว่าทาง สตช. ให้ความสําคัญการพิจารณาผู้บังคับบัญชาที่ จะไปประจําในพื้นที่ตรงนั้นควรที่จะได้คนที่มีความตั้งใจและเต็มใจที่จะไปปฏิบัติ ไม่ใช่มีแต่คําสั่งย้าย ย้ายแต่ชื่อตัวไม่ไป วันนี้อัตรากําลังตํารวจในพื้นที่ไม่ว่าจะชั้นสัญญาบัตร หรือว่าชั้นประทวนขาดเป็นจํานวนมาก อันนี้เองผมคิดว่าทําให้การปฏิบัติหน้าที่ ของตํารวจในพื้นที่ ๓ จังหวัดนั้น ณ วันนี้ต้องยอมรับว่ามีอุปสรรคและปัญหาค่อนข้าง ที่จะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิบัติภายใต้การบังคับใช้พระราชกําหนดฉุกเฉิน ผมถึงได้เรียกร้องว่า การที่จะให้ยกเลิกพระราชกําหนดฉุกเฉินเนื่องจากว่าขณะนี้ อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของฝ่ายทหารหรือ กอ.รมน. ตํารวจเลยไม่มีบทบาทในการที่จะ เข้าไปดําเนินการไม่ว่าในคดีใด ๆ ก็สุดแล้วแต่จะต้องได้รับการพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน. หรือว่าฝ่ายทหารเสียก่อน จะเป็นจุดตรวจก็ดีหรือว่าการสืบสวนด้านการข่าวก็ดี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการข่าวท่านดูสิครับว่างบประมาณที่ให้สนับสนุนให้กับตํารวจ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ปีนี้ทั้งปีแค่ ๓๘ ล้านบาท มันจะเพียงพอได้อย่างไร แค่เดินออกไป ๑ ตําบล ๒ ตําบล ผมคิดว่าทั้ง ๓ จังหวัดกี่ตําบลล่ะ แค่นี้ก็หมดแล้ว วันนี้ถ้าท่านเชื่อผม วันนี้ตํารวจไม่ออกไปชุมชนหรือไม่ออกไปหมู่บ้านตําบลก็เพราะอะไรล่ะ ๑. ไม่มีเงินข่าว ๒. ไม่มียานพาหนะ ๓. ไม่มีน้ํามันเชื้อเพลิงที่จะใส่ในยานพาหนะ เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรที่เขาจะไปแบกรับภาระเขาจะต้องเป็นหนี้เพื่อให้นายได้ดี เพื่อให้นาย ได้หน้า ตรงนี้เองท่านประธานครับผมถึงอยากจะถามกรรมาธิการว่า ในการพิจารณางบประมาณ พื้นที่ที่มีปัญหาท่านพิจารณาในรายละเอียดอย่างไร ทําไมจึงไม่ดูแลความสําคัญของบุคคล ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ตรงนี้ การที่จะมอบขวัญกําลังใจให้เขาก็คืองบประมาณเท่านั้น วันนี้เราได้ยินว่าสถานการณ์ไม่สงบเพราะงบประมาณ แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ประจําในพื้นที่ตรงนั้นคือเจ้าหน้าที่ตํารวจ วันนี้ไม่สามารถที่จะดําเนินการและภารกิจ ได้อย่างเต็มที่เพราะขาดงบประมาณ ท่านประธานครับก็อยากจะฟังคําตอบ คําชี้แจงของ กรรมาธิการว่า เหตุใดที่ท่านได้ปรับลดงบของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตํารวจในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และทําไมท่านจึงไม่แปรญัตติเพิ่มแล้วท่านได้พิจารณาหรือให้ความสําคัญ เกี่ยวกับปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ขอบคุณครับ