สาธิต ปิตุเตชะ หารือเรื่องการขออนุญาตปรับลดงบประมาณของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในการใช้อํานาจรัฐ และเรียกร้องให้รัฐบาลอธิบายการใช้งบประมาณในการจ่ายเบี้ยเลี้ยงของตำรวจ และเรื่องการสอบสวนในคดีคุณเอกยุทธ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระยอง ผมขออนุญาตทําหน้าที่ ในการปรับลดงบประมาณหน่วยงานราชการที่ไม่สังกัดสํานักนายกรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง ในส่วนของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ปีนี้ของบมา ๘๗,๕๐๐ ล้านบาท ผมสงวนตัดไป ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมจะขอตําหนิการทําหน้าที่ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณครับ ด้วยความเคารพว่ากรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณนั้นมีมาจากทุกส่วนพรรคการเมือง แต่ว่าหน้าที่ที่สําคัญของกรรมาธิการก็คือ การพิจารณาการทําหน้าที่ของหน่วยงานต่าง ๆ ว่าสิ่งที่ผ่านมาในอดีตนั้นมีประสิทธิภาพ มากน้อยแค่ไหน ผมเรียนท่านประธานว่า ผมได้รับข้อมูลจากสํานักงานตํารวจแห่งชาติ โดยท่าน ผบ.ตร. ท่านอดุลย์ แสงสิงแก้ว นี้นะครับ เข้ามาชี้แจงคณะกรรมาธิการด้วยตัวเอง แล้วเขาก็พูดถึงภารกิจของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เขาพูดชี้แจงไว้ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ครับ แล้วก็เป็น ๓ เรื่อง ที่เป็นหัวใจสําคัญของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ข้อแรก เขาบอกว่าตํารวจต้องปกป้องเทิดทูนต่อสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ข้อ ๒ เขา บอกว่าตํารวจต้องเป็นตํารวจมืออาชีพยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล และข้อ ๓ บอกว่าตํารวจ ต้องเป็นตํารวจมืออาชีพที่มีความเชื่อมั่นศรัทธาต่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีที่เป็นประธานคณะกรรมาธิการครับ ท่านเชื่อท่านอดุลย์ไหมครับ ว่าเขาได้ทําหน้าที่ ตามที่ได้มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการท่านได้สอบถามท่านไหมครับ ว่าตํารวจมืออาชีพ เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชนจะต้องทําอย่างไร ถ้าท่านไม่ได้ถามผมจะไล่เรียงนะครับ ว่าพฤติกรรมของการใช้อํานาจรัฐผ่านสํานักงานตํารวจแห่งชาติของรัฐบาลชุดนี้ ซึ่งเป็นสิทธิ ของกรรมาธิการที่จะต้องตัดงบประมาณ ถ้าเทียบถึงประสิทธิภาพ ท่านประธานที่เคารพครับ สถาบันตํารวจเป็นสถาบันหลักในการให้ความยุติธรรม เป็นกระบวนการยุติธรรมชั้นต้นเลย ครับ มีความสําคัญอย่างยิ่งยวด เพราะว่าสถาบันตํารวจนั้นเป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริง เป็นผู้รวบรวมข้อมูลส่งต่อไปยังพนักงานอัยการ และไปสู่การพิจารณาคดีของศาล ถ้าข้อมูล เบื้องต้นมันมีการใช้ดุลยพินิจที่เลือกข้าง ถ้าการใช้ดุลยพินิจมันเต็มไปด้วย ๒ มาตรฐาน มันก็ชัดเจนว่ากระบวนการยุติธรรมชั้นต้น และกระบวนการยุติธรรมระบบของกระบวนการยุติธรรมของประเทศนี้ก็ต้องถูกความเสื่อม ศรัทธาของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมเรียนท่านประธานว่าผมคิดว่าขณะนี้ บ้านเมืองใกล้สู่ภาวะรัฐตํารวจครับ แล้วก็ไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมของตํารวจเอง แต่เป็นการใช้อํานาจผ่านสํานักงานตํารวจแห่งชาติ เพื่อเป็นเครื่องมือในการที่จะขยายอํานาจ ทางการเมือง หรือเป็นการขยายอํานาจเพื่อทรงอิทธิพลทางการเมืองต่อไป ผมจะเรียนกับ ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการว่ามันมีพฤติกรรมหลายพฤติกรรมครับ ทั้งพฤติกรรม ใช้อํานาจ ใช้ดุลยพินิจ หรือพฤติกรรมที่เพื่อนสมาชิกได้พูดกันหลายท่านว่าเป็นการใช้ ๒ มาตรฐาน ผมยกตัวอย่างนะครับ เราพูดกันเยอะครับ ผมเปรียบเทียบให้เห็นท่านประธาน ที่เคารพ การทําหน้าที่หรือการแสดงบทบาททางการเมืองของพรรคการเมือง เวทีประชาชนพรรคประชาธิปัตย์ไปทําหน้าที่เกือบทั่วประเทศครับ ไปให้ความรู้กับพี่น้อง ประชาชนซึ่งเป็นสิทธิอันชอบธรรมของพรรคการเมือง แต่พวกเราถูกขัดขวาง ถูกก่อกวน ถูกคุกคามข่มขู่ ผมขออนุญาตแสดงภาพเคลื่อนไหวที่ขออนุญาตไว้แล้วในคลิปวิดีโอ (Clip VDO) นะครับ เป็นการกระทําของคนเสื้อแดงที่จังหวัดลําพูนครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดคลิปภาพ)
ท่านประธานดูตามไปนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ เมื่อเช้านี้ครับที่พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตให้ท่านประธานได้ดูคลิปครับ เมื่อเช้านี้นะครับท่านประธาน เหตุการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นวันนี้เป็นครั้งแรกนะครับ แทบจะ เกิดขึ้นที่พรรคประชาธิปัตย์เกือบทุกอาทิตย์ทุกเดือน เมื่อสักครู่ถ้าท่านประธานเห็น จะมี ชายวัยกลางคนคนหนึ่งซึ่งเป็นคนที่เดินผ่านไปผ่านมาเขาทนไม่ได้ครับ เขาเดินไปตําหนิพี่น้อง เสื้อแดงว่ามาทําอะไรกันทําไมส่งเสียงขนาดนี้ นี่มันพรรคการเมือง เขาไปทําอะไรผิด และท่านประธานเห็นภาพไหมครับที่ผมนําเสนอมีเจ้าหน้าที่ตํารวจกี่คนครับที่อยู่ที่นั่น ผมคง ไม่ถามถึง พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรนะครับ เพราะมันไม่ถึงขนาดที่ มีการชุมนุมของจํานวนประชากรมากถึงขนาดนั้น แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่ได้รับการปฏิบัติ ทุกครั้งที่เรามีการถูกคุกคามข่มขู่ ก็ต้องเรียนตรง ๆ นะครับว่าพี่น้องข้าราชการตํารวจไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง มีไปบ้าง ภาพเมื่อสักครู่ก็มีไปบ้างครับ แต่เหมือนกับเป็นกรณีที่ไปพูดคุย ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ อย่างชัดเจนว่าจะต้องไม่ให้เกิดสิ่งที่ทําผิดกฎหมายคุกคาม กรณีที่จังหวัดลําพูนชัดเจนครับ มีการยิงหนังสติ๊ก ลูกแก้ว ผมคนหนึ่งครับยืนปราศรัยอยู่ ใกล้บ้านประธานนิดเดียวครับ จังหวัดลําพูน ผมยืนปราศรัยอยู่ มีทั้งลูกหิน ลูกแก้ว โชคดีมันไม่ถูก โชคร้ายก็ไปถูก พี่น้องประชาชนที่เขามาฟังปราศรัยอยู่ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือว่ามีการจับกุมผู้กระทํา ความผิด ๔ คน แต่ได้รับคําตอบจากเจ้าหน้าที่ตํารวจว่าเป็นชาวต่างชาติ สุดท้ายชาวต่างชาติที่ว่านี้ ในสํานวนสอบสวนของตํารวจกลับกลายเป็นพวกหัวคะแนนพรรคประชาธิปัตย์ยิงเข้าใส่ คนเสื้อแดง ท่านประธานที่เคารพ นี่คือดุลยพินิจในการทําสํานวนสอบสวน กระบวนการ ยุติธรรมชั้นต้นอย่างไรครับ ผมอยากจะเปรียบเทียบให้ท่านประธานเห็นนะครับ อันนี้ ม็อบเสธ. อ้ายครับ ใช้ตํารวจเป็นหมื่นครับ ทําหน้าที่แข็งขัน ห้ามไม่ให้เข้าเขตพื้นที่ ทําหน้าที่ อย่างจริงจัง เพราะอะไร เพราะว่าม็อบพวกนี้เห็นไม่ตรงกับรัฐบาล เพียงแค่เหตุผลอันนั้นละครับ ผมเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้มีผู้บาดเจ็บหลายคนรวมทั้งสื่อมวลชนด้วย ผมไม่ทราบความคืบหน้า ของคดีว่าไปถึงไหนอย่างไรแล้ว ล่าสุดครับท่านประธาน พวกเราพรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วย กับกฎหมายล้างผิดคนโกง เราก็เดินมากับมวลชนเข้าสภา เราปฏิบัติตามคําร้องขอ ของเจ้าหน้าที่ที่ประกาศ พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เรามาไม่กี่คน ละครับ ประมาณ ๕,๐๐๐ - ๑๐,๐๐๐ คน แต่รัฐบาลนี้ท่านกรรมาธิการได้สอบถามไหมครับ เขาใช้งบประมาณเท่าไรในการจ่ายเบี้ยเลี้ยงของตํารวจทั่วประเทศ ๓๐,๐๐๐ คน มาทําอะไร กันครับ ก็พูดคุยกันสิครับ ก็พูดคุยกันว่ามีการชุมนุมแต่พวกเราไม่มีเจตนาที่จะไปล่วงละเมิด กฎหมาย พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร แต่ท่านเอาตํารวจมา ๓๐,๐๐๐ กว่านาย เสียเบี้ยเลี้ยงวันละ ๑๒ ล้านบาท ที่สําคัญก็คือว่าคณะกรรมาธิการถามหารายละเอียดการใช้ เงินจากการใช้เงินของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ท่านได้หรือยังครับ เขาให้รายละเอียดท่าน มาหรือยังครับ ผมเข้าใจว่าท่านยังไม่ได้รับรายละเอียดจากสํานักงานตํารวจแห่งชาตินะครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมมีตัวอย่างอีกหลายคดีที่เป็น ๒ มาตรฐานและเลือกปฏิบัติ อย่างชัดเจน คดีเอกยุทธผมคงไม่พูดถึง แต่ก็จะเรียนท่านประธานผ่านคณะกรรมาธิการ ไว้นิดหนึ่งว่าการใช้ดุลยพินิจในการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ดุลยพินิจมันหมายถึง เป็นความเห็น เป็นความรู้สึกส่วนตัว หมายความว่ามีอํานาจในการตัดสินใจว่าจะเลือกใช้ ดุลยพินิจในทางไหน คดีของคุณเอกยุทธมันมีความชัดเจนจากหน่วยงานที่อยู่ใน สํานักงานตํารวจแห่งชาติเหมือนกัน นั่นคือสถาบันนิติเวชวิทยาที่เขาผ่าชันสูตรพลิกศพแล้ว เขาบอกว่าสาเหตุจากการตายนั้นเป็นการตายแบบใช้ท่าล็อกจากข้างหลัง แต่พนักงาน สอบสวนของเจ้าหน้าที่ตํารวจนครบาลรับฟังเฉพาะคําให้การของจําเลยครับท่านประธาน รับฟังคําให้การของจําเลย ซึ่งในกระบวนการกฎหมายวิธีพิจารณาความผมเรียนท่านประธาน ว่าเขาไม่รับฟัง จะรับฟังก็ต่อเมื่อเป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน แต่คดีนี้ไม่รู้เป็นอะไรครับ พิเศษมาก เชื่อคําให้การของจําเลย ท่านวิทยาได้ถาม ท่าน ผบ.ตร. อดุลย์ไหมครับ และทั้ง ๆ ที่ มีข้อมูลชัดเจนจากสถาบันนิติเวชวิทยาว่า มันไม่ใช่เป็นอย่างที่จําเลยในคดีนี้ให้การ แต่ปรากฏว่าคดีนี้รีบสั่งฟ้องไปที่อัยการเรียบร้อยแล้ว ทั้ง ๆ ที่ผมเรียนว่า ผมได้บอกกับ ท่านผู้บัญชาการตํารวจนครบาลว่าอย่าเพิ่งปิดคดีนี้ครับ มันมีข้อมูลใหม่ ๆ ที่จะสามารถ รวบรวมแล้วใช้ดุลยพินิจในการสั่งฟ้อง หรือจะสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่ อย่างไร นิดเดียวครับ ไม่ลงรายละเอียด รถตู้ที่เกิดเหตุ ถ้าจะขยายผลจริง ๆ เอาไปสอบสวนหาร่องรอย ลายพิมพ์นิ้วมือคนที่อยู่ในรถตู้ กรรมาธิการวิชาญได้ถามตํารวจไหมครับ ทําแล้วหรือยัง ผมเชื่อว่าท่านไม่ได้ถาม มันละเอียดอ่อนครับ ว่าดุลยพินิจในการสอบสวนเพิ่มเติมในคดี ที่เป็นประโยชน์ก็จะรีบสรุปสํานวน ท่านประธานที่เคารพยังมีอีกหลายคดีครับ มีคดีคุณป้า หน้ากากขาวที่สวนลุมพินียืนชุมนุมกันริมถนนฟุตบาธ (Foothpath) ไม่ได้ออกไปที่ถนนครับ ปรากฏว่ามีชายวัยรุ่นขับมอเตอร์ไซค์อายุประมาณสัก ๒๐ ปีกว่า ๆ ขับมอเตอร์ไซค์มาแล้ว ใช้เข็มฉีดยา ในเข็มฉีดยาบรรจุเลือดทิ่มไปที่อกของคุณป้าอายุ ๖๐ กว่าปี เป็นที่ตกใจว่า พนักงานสอบสวนหลังจากเกิดเหตุเขาไปแจ้งความไม่ได้มีความคืบหน้าอะไรเลย ปรากฏว่า อาสาของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์เป็นคนนําคุณป้าไปส่งโรงพยาบาล แล้วเอาหลอดฉีดยานั้น ไปตรวจเลือดที่อยู่ในหลอดฉีดยา ปรากฏว่ามีเชื้อเอชไอวี (HIV) ครับท่านประธาน โดยข้อหานั้น ก็หมายความว่ามีเจตนาพยายามฆ่า คุณป้าผู้เสียหายพร้อมญาติพยายามไปถามความคืบหน้าที่โรงพักสวนลุมพินี ไม่มี ความคืบหน้าครับ กล้องวงจรปิดที่อยู่ที่เกิดเหตุ มีครับ แต่ไม่ได้รับความขวนขวายที่จะ เอาข้อมูลในกล้องวงจรปิดเพื่อนําไปสู่การขยายผลในทางคดีว่าคนที่มันทําผิดเป็นใคร ผิดกับคดีนี้ครับ คุณทักษิณ ชินวัตร อยู่ต่างประเทศแอบฟังรายการผ่าความจริงที่พวกผม อภิปรายปราศรัยกัน ซึ่งผมรับผิดชอบครับ สิ่งที่พูดในเวที แต่แปลกใจนิดเดียวครับว่า คุณทักษิณเป็นนักโทษในคดีอาญาอยู่ต่างประเทศ มอบอํานาจให้คนมาแจ้งความดําเนินคดี กับผมหลักของมันก็คือว่าถ้าเป็นคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศ ถ้าเขามอบอํานาจให้ดําเนินคดี อาญาต้องไปที่สถานกงสุลครับ และสถานกงสุลก็ต้องรู้ว่านักโทษในคดีอาญาที่หนีคดีอยู่ที่ ประเทศอะไรต้องรีบส่งข้อมูลไปให้เจ้าหน้าที่ตํารวจประสานไปยังอัยการเพื่อขอตัวรับกลับมา ในประเทศ