สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๕ · ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๖

วิรัตน์ กัลยาศิริ หารือเรื่องงบประมาณที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอให้ปรับลดงบประมาณ 20% และเรียกร้องให้ดีเอสไอปฏิบัติตามกฎหมายและหลักนิติธรรม นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการให้เงินที่พรรคประชาธิปัตย์ และเรียกร้องให้ปรับลดการให้เงินแก่ดีเอสไอ

นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ กัลยาศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้รับ เวลาจากวิปฝ่ายค้านให้อภิปรายในกรณีวาระที่สองของกระทรวงยุติธรรมนะครับ ผมจะ พยายามอยู่ในเรื่อง ท่านประธานครับ โดยหยิบยกรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เล่มที่ ๑ ตอนที่ ๓ นะครับ ในหน้า ๑๒๓๔ กับหน้า ๑๒๓๕ แต่มีความจําเป็นที่จะต้อง หยิบยกข้อเท็จจริงขึ้นมาประกอบคําอธิบาย เพื่อให้เห็นว่าเหตุผลที่ผมขอปรับลดงบของ กระทรวงยุติธรรมในวงเงิน ๑๙,๘๔๓.๓๙ บาท ขอปรับลดไว้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และ งบประมาณของดีเอสไอ ขออนุญาตใช้ภาษาง่าย ๆ นะครับ ซึ่งตั้งไว้ ๑,๑๒๒.๕๔๒ บาท นี่นะครับ ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑,๑๐๐ ล้านบาท ร้อยละ ๒๐ ผมมีเหตุผลเพื่อสนับสนุน เรื่องนี้ครับ แต่ขออนุญาตท่านประธานว่าการกระทําของดีเอสไอนะครับ ต้องเรียนว่าขัดต่อ หลักกฎหมายทุกประการ ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ขัดต่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ขัดต่อ จริยธรรมคุณธรรมมากมายหลายเรื่องนะครับ ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่า กรณีกฎหมายมหาชน ท่านประธานครับ ถ้าไม่มีกฎหมายให้อํานาจ ไม่สามารถดําเนินการได้ เพราะฉะนั้นกระทรวง ทบวง กรมใด ถ้ากฎหมายไปไม่ถึงไม่สามารถทําได้ ซึ่งต่างกับกฎหมายเอกชนนะครับ ถ้าไม่ห้าม ทําได้ สาระชัดเจนตรงนี้นะครับ ผมขึ้นหัวข้อไว้ เพราะเหตุว่าคณะกรรมาธิการนี้ได้ทําข้อสังเกตไว้ในหน้า ๑๒๓๔ หน้า ๑๒๓๕ ที่ผมดูแล้ว ต้องขอบคุณกรรมาธิการทุกฝ่ายทุกคนนะครับ ที่บอกว่ากระทรวงยุติธรรมควรให้ความรู้ ด้านกฎหมายแก่ประชาชน อันนี้ขอบคุณครับ ที่จริงแล้วในการให้ความรู้กฎหมายแก่ ประชาชนนี่นะครับ ต้องเรียนว่ารวมถึงการออกไปประชาสัมพันธ์ รวมถึงการทําให้ดู แต่สิ่งที่ ส่วนราชการกําลังทําให้เราดูนี่นะครับ ขัดขืน ผิดต่อหลักกฎหมายอย่างชัดเจน มาถึงดีเอสไอ ท่านประธานครับ ดีเอสไอ บอกว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษมีคําแนะนําเป็นข้อสังเกตของ กรรมาธิการนะครับว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษควรปฏิบัติหน้าที่ตามกรอบของกฎหมาย โดยปราศจากการเมือง ชัดเจนครับ ขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านนะครับที่กรุณาบรรจุ ข้อสังเกตเรื่องนี้ไว้ อย่างที่กราบเรียนแล้วนะครับ เพราะว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษสามารถ จ่ายงบราชการลับ จ่ายเบี้ยประชุม จ่ายเงินประชาสัมพันธ์ จ่ายค่าพิมพ์เอกสาร จ่ายค่า เดินทาง ค่าส่งหมายทั้งหลาย เพราะฉะนั้นจะเริ่มตั้งแต่ว่าขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ เพราะ อะไรครับ เพราะว่าในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐคือดีเอสไอต้องเป็นไปในหลัก นิติธรรม หลักแรกคือถ้ากฎหมายไม่ให้อํานาจท่านทําไม่ได้ หลักนี้มีความสําคัญเพราะอะไร เพราะว่า มาตรา ๒๕๐ รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ชัดเจนครับว่า ให้เป็นอํานาจของ ป.ป.ช. ในการไต่สวนข้อเท็จจริง สรุปสํานวน พร้อมทําความเห็นเกี่ยวกับการดําเนินคดีอาญาของ ผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนะครับ ผมได้มีโอกาสตามท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ ท่านสุเทพ และหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่า กทม. ไปที่ดีเอสไอ ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่า ในการแจ้งข้อหาต่อนายอภิสิทธิ์ ต่อนายสุเทพ ต่อหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ เขาแจ้งนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ และคุณสุขุมพันธุ์ ในฐานะส่วนตัว นายอภิสิทธิ์ไม่ได้แจ้งในฐานะนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นายสุเทพไม่ได้แจ้ง ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ก็ไม่ได้แจ้งในฐานะเป็น ผู้ว่า กทม. ในขณะนั้น หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ถามรองอธิบดีดีเอสไอนะครับว่าทําไม คุณแจ้งผมในฐานะส่วนตัว รองอธิบดีดีเอสไอเงียบ ตอบไม่ได้ครับ ท่านสุเทพก็ถาม ท่านอภิสิทธิ์ก็ถาม ไม่มีคําตอบใด ๆ จากดีเอสไอ เพราะอะไร เพราะว่าดีเอสไอทราบดีว่า ถ้าแจ้งข้อกล่าวหาต่อนายอภิสิทธิ์ ต่อนายสุเทพ ต่อหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ ในฐานะเป็น นายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นผู้ว่า กทม. จะต้องเป็นอํานาจ ของ ป.ป.ช. ดีเอสไอมาก้าวล่วงไม่ได้ เห็นหรือยังครับท่านประธานว่าเขาบิดเบือนกฎหมาย อย่างน่าละอาย มันเป็นเรื่องแปลกครับ ที่ถ้าทําอะไรผิดแล้ว ก็จะล้างผิดโดยการ ออกกฎหมายนิรโทษกรรม หากมีกฎหมาย หากมีรัฐธรรมนูญในส่วนใดไม่ตอบสนอง ต่อระบอบ เขาก็จะแก้ เราก็ทํามา ๓ วัน ๓ คืนมาแล้ว ท่านประธานครับ แต่หากอยู่ในชั้น หน่วยงานก็จะเอาหน่วยงานที่สามารถสั่งได้ ซ้ายหันได้ ขวาหันได้ ก็มาตะแบงนะครับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็เพราะอะไรครับ เพราะว่าในขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรองนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านทั้งสอง มีหน้าที่ ในการรักษาบ้านรักษาเมือง ท่านมีอํานาจตาม พ.ร.ก. ท่านมีอํานาจตาม พ.ร.บ. การรักษาความมั่นคง นะครับ เพื่อที่จะให้เกิดความสงบ เพื่อที่จะไม่ให้มีการฆ่าคน ฆ่านายทหาร เพื่อที่จะไม่ให้มีการเผาศาลากลาง เพื่อจะไม่ให้มีการเผาบ้านเผาเมืองนะครับ ซึ่งทราบดี ไม่ว่าคุณธาริต อธิบดี ไม่ว่ารองอธิบดีที่ผมไม่อยากเอ่ยชื่อถึงนี่ ทราบดีครับว่า อํานาจดีเอสไอไปไม่ได้ แต่เขาก็อ้างว่าเป็นมติของคณะกรรมการคดีพิเศษดีเอสไอ ถามว่า คณะกรรมการคดีพิเศษคือใครครับ ก็คือนักการเมืองเป็นส่วนใหญ่นะครับ เพราะฉะนั้น ถ้าผมจะกล่าวหาว่าดีเอสไอปัจจุบันนี้นักการเมืองบงการได้ สั่งการได้ ก็ดูจากหลายคดี เรื่องแรกที่ผมเอ่ยถึงแล้วก็คือกรณีที่เป็นอํานาจ ป.ป.ช. ดีเอสไอก็เอามาทํานะครับ

ประการต่อไปที่อยากจะหยิบยกตัวอย่างให้ท่านเห็นว่าอํานาจขององค์กรอื่น คืออํานาจของ กกต. ดีเอสไอก็เอามาทํา อํานาจ กกต. คืออะไรครับ ก็คือกรณีเงินที่เป็นเงิน บํารุงพรรค ท่านประธานคงทราบนะครับว่าพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ ของพวกผมนี่นะครับอยู่ได้เพราะเงินบํารุงพรรคจากสมาชิก ไม่ว่าท่านชวน ไม่ว่าท่านอภิสิทธิ์ ท่านสุเทพ วิรัตน์ หรือใครก็แล้วแต่ต้องจ่ายเงินบํารุงพรรค กกต. ออกระเบียบว่าถ้าจ่ายเงิน ตั้งแต่ ๒๐,๐๐๐ บาทขึ้นไปต้องออกเช็คเช็คขีดคร่อมระบุผู้รับ แต่เผอิญว่าเงินจํานวนนี้ เป็นเงินเดือนของพวกผมที่มาจากสภาจ่ายให้ แทนที่จะสภาจะออกเช็ครายใบขีดคร่อม ซึ่งต้องออกเช็คประมาณ ๑๕๐-๑๖๐ ใบ สภาก็รวบจ่ายเป็นเช็คขีดคร่อมเรียบร้อย ระบุยอดเต็ม แล้วทํารายการครับว่ามาจากการบริจาคของผู้ใดบ้าง จริง ๆ แล้วเจตจํานง ของเงินบริจาคหรือเงินบํารุงพรรคที่ผมกราบเรียนท่านประธานนี้ ก็เพื่อให้รู้ว่าไม่ได้เงิน มาจากบ่อนการพนัน ไม่ใช่เงินมาจากยาเสพติด ไม่ใช่เงินที่มาจากธุรกิจสีเทาทั้งหลาย อันนี้เงินเดือนพวกผมแท้ ๆ เลยครับ ท่านหัวหน้าก็มีหนังสือแจ้งมาที่เลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเขาก็ทําตาม ออกเช็ครวม ขีดคร่อม สั่งจ่าย ให้พรรคประชาธิปัตย์ เงินนี้เช็กได้ครับ ตรวจสอบได้ครับ เพราะเงินมาจากเงินเดือนพวกผม กกต. ยืนยันแล้ว ชี้แจง แล้วว่าการกระทําของพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความผิด ออกมายันโดยท่านประธานอภิชาต โดยคุณสดศรี โดยคณะทํางานฝ่ายกฎหมายของ กกต. ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องเงินบริจาค เรื่องเงินสนับสนุนพรรค บํารุงพรรคนี่นะครับ เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา ๑๐ ก็คือเป็นอํานาจของ คณะกรรมการการเลือกตั้งเท่านั้นคนอื่นมายุ่งมาเกี่ยวไม่ได้ สําคัญไปกว่านั้นก็คือ เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งยืนยันแล้วชี้แจงแล้วว่าไม่ผิด ถามว่า พันตํารวจเอก นิรันดร์ อดุลยาศักดิ์ ซึ่งพยายามจะถีบตัวขึ้นมาเป็นรองอธิบดีให้ได้ หยุด พัก เลิกการดําเนินคดีที่ว่า หรือไม่ ไม่ครับ ยังเรียกพวกผมไปให้การนะครับ และสําคัญที่สุดนะครับยังได้เชิญ คุณสุวโรช พะลัง ท่านประธานก็รู้จักครับ ผมไม่รู้ว่าดีเอสไอจะส่งหมายเรียกท่านสุวโรช พะลัง ไปที่ สวรรค์ชั้นใด เพราะท่านสุวโรชเสียชีวิตไปนานแล้วอันนี้การออกหมายเรียกของท่านสุวโรช อยู่ในเงินของดีเอสไอ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ผมไม่อยากให้เงินกับดีเอสไอออกไปทํางานที่ไม่อยู่ ในอํานาจอย่างที่ว่า ผมจึงขอปรับลดไว้ร้อยละ ๒๐ ท่านประธานครับ นอกจากที่ว่านั้นต้อง เรียนท่านประธานว่านอกจากขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ มาตรา ๒๕๐ ขัดพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา ๑๙ มาตรา ๖๖ ขัดต่อพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา ๑๐ นะครับ