รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ
วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖
ณ ตึกรัฐสภา
ข้อที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายได้นําปัญหาความขัดแย้ง เรื่องร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมมาพูดกันในสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีพูดทั้ง ในฐานะนายกรัฐมนตรีและมีอีกสถานะหนึ่งคือในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอสอบถามท่านประธานว่าที่นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเข้ามาพูดหารือกันในสภานั้น วันนี้นายกรัฐมนตรีมาประชุมหรือไม่ ถ้ามา ผมขอเรียกร้องนายกรัฐมนตรีทั้งในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นหนึ่งในองค์ประชุมของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะหัวหน้าฝ่ายบริหารที่มีหน้าที่ต้องรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ได้โปรดกรุณามาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนและท่าทีต่อสภาว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร มีจุดยืนท่าทีต่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่มีข้อครหาว่าเอื้อประโยชน์ให้กับ คนในครอบครัวของนายกรัฐมนตรีอย่างไร ถ้าไม่มา ขอทราบว่านายกรัฐมนตรีมีเหตุผลใด ที่ไปเรียกร้องคนอื่นให้มาสภาแล้วตัวเองไม่มา ถ้าจะอ้างเหตุว่ามีการประชุม ครม. สัญจร ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าวันนี้ไม่ได้มีการประชุม ครม. สัญจร นายกรัฐมนตรีไม่ได้มี ภารกิจนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานในที่ประชุม ทําไมนายกรัฐมนตรีถึงไม่มา ถ้าไม่มาและถ้ามา ขอความกรุณาได้อยู่ให้ตลอดการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เหมือนที่นายกรัฐมนตรี ไปเรียกร้องให้คนอื่นมาสภา
คําถามที่ ๓ เมื่อคืน มีข่าวว่ามีตํารวจปราบจลาจลเข้ามาในสภาประมาณ ๑๕๐ นาย ตอนเวลาประมาณ ๒-๓ ทุ่ม ขอสอบถามท่านประธานว่าข่าวนี้เป็นจริงหรือไม่ ถ้าจริง ใครเป็นคนสั่งมา มาทําไม มาคุกคามการปฏิบัติหน้าที่ของพวกกระผมหรือไม่ เหมือนกับที่เคยมีปรากฏมาก่อนหน้านี้ แล้วเป็นประเด็นใหญ่ในสภา ขอความกรุณา ท่านประธานได้ตอบคําถามทั้ง ๓ ข้อด้วยครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านประธานวิปฝ่ายค้านนะครับ
ประเด็นแรกเรื่องการถ่ายทอดสด เนื่องจากร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ ในครั้งที่มีการพิจารณาในวาระที่หนึ่งก็ไม่ได้มีการถ่ายทอดในช่อง ๑๑ นะครับ แต่ให้มี การถ่ายทอดในสถานีวิทยุและโทรทัศน์ของรัฐสภานะครับ แล้วก็ได้มีการอนุญาตให้มี การเกี่ยวสัญญาณไปในช่องสถานีอื่น ๆ ที่สนใจได้นะครับ เพราะฉะนั้นในวาระนี้ก็คงจะ ดําเนินการตามในวาระที่หนึ่ง ก็คืออนุญาตให้มีการเกี่ยวสัญญาณไปในช่องอื่น ๆ ได้นะครับ
ส่วนประเด็นของท่านนายกรัฐมนตรี ผมมีหนังสือเพิ่งยื่นมาถึงผมเมื่อสักครู่นี้ ลงนามโดยท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข ๒๗๓ เรื่อง ขอลาการประชุม กราบเรียน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ด้วยในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๖ ข้าพเจ้าขอลาการประชุม เนื่องจากมีภารกิจในการตรวจเยี่ยมพื้นที่ จังหวัดสิงห์บุรีและจังหวัดลพบุรี และเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ นอกสถานที่ ครั้งที่ ๕/๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๓๑ ตุลาคม ถึงวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุญาต ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หมายเลข ๒๗๓ ครับ
ประเด็นที่ ๓ เรื่องตํารวจ เรื่องนี้เรียนว่าผมไม่ทราบจริง ๆ แล้วก็เป็นเรื่องของ ฝ่ายความมั่นคง แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็จะประสานขอทราบข้อเท็จจริงนะครับ ท่านวรชัย มีอะไร เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ
ท่านวรชัย ท่านประธานวิปฝ่ายค้านขอต่อเนื่องได้ไหมครับ แล้วค่อยมาที่ท่าน หรือจะเอาก่อน
ท่านประธานสภาที่เคารพ เมื่อสักครู่ ท่านให้ประธานวิปฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นมาพูดครับ แล้วผมก็ยกมือนานแล้วครับท่านประธาน
เชิญครับ
ผมนิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานครับ ผมจะเรียน ท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ที่พวกผมในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติได้เสนอขึ้นมา เป็นเรื่องของ นิติบัญญัติครับ วันนั้นผมไม่ได้ปรึกษาท่านนายกรัฐมนตรีเลยครับในการที่จะเสนอกฎหมาย ฉบับนี้ ผมได้ปรึกษาพี่น้อง ส.ส. ที่ร่วมกันเสนอชื่อว่าเราจะต้องแก้ปัญหาความแตกแยกของ ประเทศไทย ลดความขัดแย้งของประเทศไทย เพราะฉะนั้นหน้าที่อันนี้เป็นหน้าที่ของ สภานิติบัญญัติครับ ซึ่งเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเลยครับท่านประธาน
ท่านประธานครับ แล้วเรื่องที่สําคัญอีกเรื่องหนึ่ง วันนี้มีการระดมคนจาก ทั่วประเทศมาเพื่อที่จะเข้ามา ได้ข่าวครับว่าวันนี้มีการที่จะมีการยึดสนามบิน ล้อมสภา ก็ขอให้ท่านช่วยดูแลสภาด้วยครับ ดูแลสถานที่ราชการอย่าให้มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอีกครับ เพราะจะกระทบต่อชื่อเสียงของประเทศครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ก็ยังเป็น แค่ข่าวนะครับ ทีนี้ฝ่ายความมั่นคงเขาดูแลกันอยู่ครับ เชิญท่านจุรินทร์ต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์
ประการที่ ๑ ของกระผมเรื่องการถ่ายทอดสดความจริงพวกกระผมได้ท้วง ตั้งแต่วาระที่หนึ่ง แล้วครับว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีผลกระทบกระเทือน ต่อหลักแห่งความถูกต้องและระบบนิติรัฐของประเทศอย่างกว้างขวาง ขอความกรุณา ท่านประธานได้ถ่ายทอดสด แต่ท่านประธานได้ให้คําตอบในวันนั้นตอนพิจารณาวาระที่หนึ่ง ว่าไม่ได้มีการถ่ายทอดสดเพราะเป็นกฎหมายธรรมดา ๆ ฉบับหนึ่ง พวกกระผมจําได้ครับ แต่วันนี้วาระที่ ๒ ท่านประธานก็ให้เหตุผลว่าเพราะวาระที่หนึ่ง ไม่ถ่ายทอด วาระที่สอง จึงจะไม่ถ่ายทอดด้วยก็คงเป็นเหตุผลเกี่ยวเนื่องว่าเพราะมันเป็นกฎหมายธรรมดา แต่กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าวาระที่สอง กับวาระที่หนึ่ง ต่างกันโดยสิ้นเชิงแล้วครับ เพราะวาระที่หนึ่งเป็นการพิจารณากฎหมายธรรมดาในความเห็นท่านประธาน เพราะ มันมาตามระเบียบวาระ แต่ปรากฏว่าวาระที่สองไม่ใช่แล้วครับ วันนี้ไม่ใช่การประชุม สภาผู้แทนราษฎรตามธรรมดา เพราะท่านประธานใช้อํานาจท่านประธานนัดประชุม เป็นกรณีพิเศษ ทําไมต้องเป็นกรณีพิเศษครับ เหตุผลคืออะไรครับ ท่านประธานกรุณา ให้คําตอบพวกผมหน่อยได้ไหมครับ เพราะมีข้อครหาว่ามีใบสั่งทางการเมืองให้เร่งรัด ดําเนินการ ถึงขนาดกฎหมายธรรมดากระโดดมากลายเป็นกฎหมายพิเศษ ประธาน สภาผู้แทนราษฎรต้องนัดประชุมเป็นกรณีพิเศษขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นกรณีพิเศษ ทําไมจะจัดให้มีการถ่ายทอดเปิดโอกาสให้คนทั้งประเทศได้รับรู้ไม่ได้ ต้องเก็บไว้เป็นความลับ มุบมิบกันเฉพาะสื่อปกติที่มีการถ่ายทอด อันนี้ท่านประธานจะต้องมีคําตอบที่ชัดเจน
ประการที่ ๒ เรื่องของท่านนายกรัฐมนตรี เมื่อสักครู่ผมก็เพิ่งรับทราบว่า ท่านนายกรัฐมนตรีขอลาการประชุมให้เหตุผลว่ามีการประชุม ครม. สัญจร วันที่ ๓๑ กับวันที่ ๑ แต่กระผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่าวันนี้ท่านนายกรัฐมนตรีที่เรียกร้อง ให้ทุกฝ่ายมาพูดกันในสภาเรื่องนี้นั้นไม่ได้มีภารกิจประชุม ครม. สัญจร แต่ภารกิจวันนี้ ของนายกรัฐมนตรีก็คือว่า เช้าวันที่ ๓๑ ตุลาคม คือวันนี้นายกรัฐมนตรีมีภารกิจสักการะ หลวงพ่อพระนอนจักรสีห์ แล้วก็รับฟังการบรรยายรายงานสรุปโครงการพลังแผ่นดิน เอาชนะยาเสพติด ที่จังหวัดสิงห์บุรีเป็นต้น เหตุผลลาการประชุมโดยการอ้างเพื่อที่จะ หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบที่ต้องมาแสดงจุดยืน ในขณะที่เรียกร้องให้ทุกฝ่ายมาสภาแล้ว นายกรัฐมนตรีไม่มาสภา ด้วยเหตุผลอย่างที่กราบเรียนเมื่อสักครู่ ผมคิดว่าไม่พอ และขอ อนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมกับท่านประธานครับว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของสภานิติบัญญัติ ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลแต่เพียงเท่านั้น เพราะนายกรัฐมนตรีในระบบรัฐสภาไม่ได้แยกอํานาจ เด็ดขาดระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ นายกรัฐมนตรีในระบบนี้ต้องบริหารราชการ แผ่นดินโดยความรับผิดชอบต่อสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีต้องมา สภาผู้แทนราษฎร และยิ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในสถานการณ์ล่อแหลมที่จะเกิดวิกฤติของ ประเทศอย่างวันนี้ เรียกร้องให้ทุกคนมาสภาผู้แทนราษฎร นายกรัฐมนตรีมีหน้าที่รักษา ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง นายกรัฐมนตรีไม่มา ไปไหว้พระ ผมไม่มีปัญหาหรอกครับ พวกผมก็ไหว้พระครับ แต่อ้างไหว้พระเพื่อไม่มาประชุมสภาผู้แทนราษฎร นี่คือการสะท้อน ถึงการหนีความรับผิดชอบต่อปัญหาบ้านเมืองเรื่องสําคัญที่กําลังจะเกิดวิกฤติกันอยู่เดี๋ยวนี้ นี่คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียน
สุดท้ายเรื่องหน่วยปราบจลาจล ถ้าท่านประธานบอกว่าท่านไม่ทราบ ใครจะ เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎรล้อมรอบบริเวณสภา ท่านประธานมีหน้าที่ในการดูแลรับผิดชอบ ขอความกรุณาตรวจสอบแล้วก็แจ้งให้พวกกระผมได้รับทราบด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านพายัพ มีอะไรครับ ประท้วงนะครับ
ขออนุญาตพาดพิงครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานวิปท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ขอประทานโทษที่เอ่ยชื่อ ได้เอ่ยชื่อ จังหวัดสิงห์บุรีและเป็นภารกิจที่นายกรัฐมนตรีที่ไปสิงห์บุรี เอ่ยชื่อหลายครั้งเหมือนกับว่า ไปจังหวัดพื้นที่ภาคกลางแล้วประชาชนไม่ได้ประโยชน์ แล้วไปเหมือนกับว่าไปไหว้ โดยที่ไม่มีกิจกรรมอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผมกราบเรียนท่านในฐานะที่ผมเป็น คนสิงห์บุรี แล้วก็อยู่ในสภาแห่งนี้ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรีมาหลายครั้ง พี่น้องชาวจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดลพบุรี จังหวัดอ่างทอง และพื้นที่ภาคกลางประสบปัญหา พื้นที่น้ําท่วมซ้ําซากติดต่อกันยาวนานเป็นความทุกข์ของประชาชนมายาวนานครับ รอว่า เมื่อไรนายกรัฐมนตรีจะไปสักที่หนึ่ง แต่ว่ารอมาหลายครั้งแล้วท่านก็เลื่อนมาโดยตลอด ประชาชนเหล่านี้มีความทุกข์เช่นเดียวกัน ถามว่านายกรัฐมนตรีไม่ไปรับผิดชอบต่อความทุกข์ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเหล่านี้หรือ เขารอน้ําท่วมซ้ําซากเมื่อไรจะแก้ไขปัญหาได้ รอมาทุกวันนี้ไม่มีใครไปดูแลครับ ปัญหาเรื่องพื้นที่เกษตรกรที่ทํานาล่าช้าเขาอยากได้ โครงการขยายโครงการรับจํานํารอมาทุกวันนี้ เรียกร้องนายกรัฐมนตรีให้ไป แล้วท่านก็มี โปรแกรม (Program) ให้ไปหลายครั้ง ท่านก็เลื่อนมาโดยตลอด พวกกระผมในพื้นที่ราบลุ่ม เจ้าพระยาอยากเห็นท่านผู้นําประเทศไทยที่ชื่อ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไปดูแลความทุกข์ สุขของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ราบลุ่มภาคกลางเหล่านี้ครับ นี่ชี้แจงให้ท่านประธานได้ทราบ ส่วนอํานาจในการบรรจุวาระนี้มันเป็นของท่านประธาน ท่านนายกรัฐมนตรีคงไม่มาเกี่ยวข้อง กระมังครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านสุเทพครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุเทพ เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอใช้สิทธิพาดพิงชี้แจงข้อเท็จจริง เมื่อสักครู่คุณวรชัย เหมะ ได้ลุกขึ้นพูดในสภาผู้แทนราษฎรนี้ บอกว่ามีข่าวว่าผู้ชุมนุมจะไปยึดสนามบิน จะมาล้อมสภา ซึ่งการเอามาพูดอย่างนี้จะทําให้ เกิดความเสียหายกับผู้ชุมนุม โดยเฉพาะเป็นการชุมนุมที่ผมจะเป็นผู้นําชุมนุมในคืนนี้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานสภาว่า คนที่จะมาชุมนุมคืนนี้ หกโมงเย็นที่สถานีรถไฟสามเสนนั้นเป็นคนดีทั้งสิ้น เป็นพลเมืองดีของประเทศไทยที่รักชาติ รักบ้านเมือง ไม่ต้องการให้ประเทศนี้มีกฎหมายล้างผิดให้คนชั่วคนโกงฆาตกร คนเหล่านั้น จะมาชุมนุมด้วยสิทธิที่รัฐธรรมนูญให้เอาไว้ คือมาชุมนุมด้วยความสงบปราศจากอาวุธ ไม่มีการกระทําใด ๆ ที่จะให้เกิดผิดกฎหมาย แม้แต่การเลือกสถานที่ชุมนุมก็ไปเลือกพื้นที่ นอกเขตที่รัฐบาลประกาศเป็นพื้นที่มั่นคง จึงได้ไปเลือกที่ที่บริเวณสถานีรถไฟสามเสน ไม่มีเจตนาไปยึดสนามบิน ไม่มีเจตนาไปล้อมสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีอาวุธจะมาฆ่าคน ไม่มีความตั้งใจมาเผาบ้านเผาเมือง จึงขออนุญาตชี้แจงให้ท่านประธานสภาได้ทราบ และบันทึกไว้ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ครับ
คุณหมอสุกิจ เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมรู้สึกผิดหวังกับคําตอบของ ท่านประธานที่มีต่อท่านประธานวิปจริง ๆ เลย โดยเฉพาะเรื่องของการถ่ายทอดสด ดูแล้ว ท่านประธานให้ความสําคัญกับการประชุมวันนี้มากทีเดียวถึงเรียกเป็นวาระพิเศษ ทําให้พวก ผมต้องเสียเวลา เหมือนกับถูกขโมยการเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพูด โดยเฉพาะเราได้ตั้งใจที่จะถามเรื่องกระทู้ถามสดเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน หลายเรื่อง แล้วก็มีกระทู้ถามทั่วไปอีกด้วย ท่านเอาเรื่องนี้เข้ามาแทรก แสดงว่าท่าน ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มาก และพวกผมก็ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้มากด้วยเพราะว่ามันจะ เกิดความแตกแยกทะเลาะเบาะแว้งกัน เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศตั้งใจรอคอย ที่จะฟัง ท่านประธานตอบแค่นี้เองหรือ ว่าวาระที่หนึ่งไม่ถ่ายทอด ฉะนั้นวาระที่สอง ก็ไม่ถ่ายทอด ท่านประธานควรที่จะดําเนินการให้มีการถ่ายทอดครับไม่ใช่มาตอบแบบนี้ แล้วก็ทําให้ได้สิครับ ท่านเป็นประมุขของพวกเรา ท่านเอาพวกเรามาประชุมได้ เอาตํารวจ ปราบจลาจลเข้ามาได้ แล้วทําไมเรื่องแค่นี้ท่านทําไม่ได้ นั่นมันยากกว่าเยอะแยะ ส่วนเรื่อง นายกรัฐมนตรีก็เหมือนกันครับ ตั้งใจหนีสภาชัดเจน ภารกิจไม่ได้มีความจําเป็นเร่งด่วนอะไร เลย อย่างเช่น นอกจากที่ท่านประธานวิปกล่าวถึงเมื่อสักครู่ครับ ไปสักการะพระนอน ใช่ครับ พวกเราก็เป็นพุทธศาสนิกชน แต่จําเป็นต้องวันนี้ด้วยหรือครับ ฟังการรายงานสรุป โครงการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจากผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี ต้องวันนี้หรือครับ ฟังวันไหนก็ได้ วันนี้เรื่องสําคัญของประเทศรออยู่ที่นี่อย่างไร รับฟังบรรยายสรุปโครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพโครงการบริหารจัดการประตูระบายบางโฉมศรีจากอธิบดีกรมชลประทาน ไปที่ กรมชลประทานก็ได้ อธิบดีก็อยู่ เรียกอธิบดีไปรายงานที่ทําเนียบรัฐบาลก็ยังได้เลยครับ เดินทางไปค่ายทหารที่จังหวัดลพบุรี รับฟังสรุปผลการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน เหตุผลที่อ้างมาก็คือหนีสภาทั้งนั้นครับ เพราะฉะนั้นผมขอประณามท่าน นายกรัฐมนตรี ที่ผมว่าท่านก่อเรื่องนะครับจะบอกว่าไม่รับรู้ ในฐานะที่ท่านเป็นสมาชิกของ พรรคเพื่อไทย ท่านรับรู้มาตลอด แล้วเรื่องนี้อย่าโยนให้เป็นเรื่องของสภาเลยครับ เรื่องอะไร ที่พวกเราไม่ใช่เด็ก พี่น้องประชาชนไม่ได้เป็นอย่างท่านนายกรัฐมนตรีครับ เขารู้เรื่องราว ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นอะไรที่ผ่านเข้ามาในสภา ไม่มีทางครับที่รัฐบาลไม่รับรู้ครับ แค่นี้ครับ
ประท้วง หลายคน เอาเชิญวิป ท่านปรีชาพล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น กระผมขอประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๘ และประท้วงเพื่อนสมาชิกที่ลุกขึ้นอภิปรายเมื่อสักครู่ ตามข้อ ๑๑ ท่านคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่าน ท่านใช้คําที่ผิดตาม ข้อบังคับครับ ท่านได้กล่าวหาท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าตั้งใจหนีสภา ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านประธานเอง และทางฝั่งเพื่อนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ก็ทราบ ถึงกําหนดการที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมีกําหนดการที่จะลงพื้นที่ในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อเตรียมการประชุมในการประชุม ครม. สัญจร ซึ่งมีกําหนดการมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว แล้วครับท่านประธานครับ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผมเองก็ได้รับทราบมา จากเพื่อนสมาชิกที่เป็น ส.ส. และดํารงตําแหน่งเป็นรัฐมนตรี เช่น ท่านรัฐมนตรีสรวงศ์ เทียนทอง ท่านรัฐมนตรี พ้อง ชีวานันท์ ถึงแม้ว่าจะเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ภาคกลางครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้กําชับครับว่าให้ท่านรัฐมนตรีมาร่วมประชุมสภา เพราะว่าวันนี้เป็น วันที่ท่านลงพื้นที่และได้นัดหมายกับพี่น้องประชาชน รัฐบาลพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านนกยกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เรามาจากประชาชนครับ ฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งที่หมอสุกิจพูดเมื่อสักครู่นี้ทําผิดข้อบังคับอย่างชัดเจนผมขอยืนยันขอให้ท่านประธาน ได้วินิจฉัยให้หมอสุกิจได้ถอนคําพูดว่านายกรัฐมนตรีตั้งใจหนีสภาครับ กราบขอบพระคุณครับ
ก็คงขออนุญาต เตือนนะครับคุณหมอครับ แล้วก็เมื่อสักครู่นี้ผมอนุญาตให้ท่านสุเทพ แล้วก็หลังจาก ท่านสุเทพจบผมอนุญาตให้หมอสุกิจ เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้ถูกตําหนินะครับ ผมขออนุญาต ไปที่ครูมานิตย์ครับ แล้วจะกลับมา เดี๋ยวจะอนุญาตให้ประท้วง ฝั่งนี้ก็มีประท้วงเหมือนกัน
ผมไม่ได้ประท้วงครับ ผมใช้สิทธิ แสดงเหตุผลครับ
ท่านประชา ประท้วงอยู่
ถ้าประท้วงผมต้องลุกยืนขึ้นครับ
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมให้ท่านครูมานิตย์แล้วก็ผมจะให้สิทธิประท้วง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม
ท่านครูมานิตย์ เดี๋ยวขอให้เขาใช้สิทธิประท้วงก่อน
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่ครับ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านปรีชาพล แล้วก็ประท้วงท่านประธานด้วยครับ เมื่อสักครูท่านใช้สิทธิประท้วง คุณหมอสุกิจ คุณหมอสุกิจไม่ได้ทําผิดข้อบังคับ แต่ผู้ประท้วงนั้นทําผิดข้อบังคับ ท่านอภิปรายชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี ท่านจะทราบได้อย่างไรครับ แล้วตัวท่านประธานเอง เมื่อสักครู่ผมใช้สิทธิประท้วง ฝ่ายรัฐบาลไม่ได้ใช้สิทธิประท้วง ท่านก็จะให้สิทธิก่อน เริ่มแรก ท่านก็ลําเอียงแล้ว เริ่มแรกท่านก็เลือกปฏิบัติแล้วครับ ท่านประธานครับ ขอให้ประธาน ได้ทําหน้าที่ให้เป็นกลาง และก็ให้ท่านผู้ประท้วงได้ประท้วงอยู่ในประเด็นครับ
ผมอธิบายซ้ํา อีกทีนะครับ ก่อนหน้านี้ผมอนุญาตให้ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ใช้สิทธิประท้วง แล้วผม ก็อนุญาตให้คุณหมอสุกิจใช้สิทธิต่อ แล้วในขณะเดียวกันท่านฉัตรพันธ์กล่าวหาว่าผม ทําหน้าที่ลําเอียง นี่ลําเอียงเข้าข้างท่านชัดเจนนะครับ ชัดเจนนะครับ ให้สามารถต่อกันได้ ๒ ท่าน แล้วก็มีท่านเป็นท่านที่ ๓ ใช้สิทธิประท้วงอีก ไม่เสียหายครับ เป็นข้อเท็จจริงก็เห็น ๆ กันอยู่ ท่านสุเทพใช้สิทธิประท้วงแล้วผมก็อนุญาตให้คุณหมอสุกิจต่อ อย่างนั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวขอมาที่ครูมานิตย์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมมี ๒ ประเด็นครับ ท่านประธานครับ ประเด็นแรก ผมเป็นห่วงท่านประธานจริง ๆ ครับ เมื่อคืน ฝันไม่ค่อยดี ฉะนั้นในเรื่องของการประชุมวันนี้แค่ตอนเช้าจะเข้าสู่วาระก็มีปัญหากันแล้ว
ประเด็นที่ ๒ ประธานครับ ในเรื่องของการถ่ายทอด ผมคิดว่า พ.ร.บ. นี้ก็เป็น พ.ร.บ. ฉบับหนึ่งเท่านั้นเองครับ ในวาระที่หนึ่ง เราก็ไม่ได้ถ่ายทอดสดแต่เราไปถ่ายทอด ช่องทีวีของสภา แล้วไปถ่ายทอดทางช่องวิทยุของสภา เพียงแต่ว่าผมเข้าใจว่าที่ท่านประธาน เอาเข้ามาสู่เราวาระพิเศษนั้นคิดเหมือนผมครับว่ามีเพื่อนพ้องน้องพี่ทุกสี ทุกกลุ่ม ทุกกระบวนการติดคุกอยู่ แล้วก็รอความเมตตาจากสภาแห่งนี้ก็เลยได้รีบเอามาบรรจุ ผมคิดว่าเรื่องการถ่ายทอด ประธานก็ตอบเคลียร์ (Clear) แล้วครับ ส่วนเรื่องของ ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมันเป็นเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรีแล้วมันเป็นวิธีคิดที่ต่างกับ ส่วนเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรีนั้นมันเป็นเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรี และมันเป็นวิธีคิด ที่ต่างจากทางอีกซีกหนึ่ง อีกซีกเขาบอกขอรับรายงานก็ได้ แต่อีกซีกหนึ่งเขาบอกว่าต้องไปฟัง เหตุผลจริงไปดูจริง ดูภาพปฏิบัติจริง เข้าสนามจริง นี่เขาเรียกชุดความคิดที่ต่างกัน ฉะนั้น การบริหารเรื่องนี้เป็นเรื่องของประชาชนเขาตัดสิน ผมคิดว่าน่าจะเข้าสู่ระเบียบวาระ ได้แล้วครับ เพราะผมเชื่อแน่ว่าต้องใช้เวลายาวนาน ส่วนเรื่องของการถ่ายทอดผมคิดว่า ประธานเคลียร์แล้ว แล้วเรื่องของท่านนายกรัฐมนตรีก็ไม่ใช่เรื่องของที่ท่านประธานจะตอบ มันเป็นวิธีการทํางานของฝ่ายบริหารของรัฐบาลเขาครับ
ส่วนเรื่องที่ ๓ เรื่องตํารวจ ผมคิดว่าก็ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าตํารวจจะเข้ามา เพราะทุกครั้งก็เข้ามา และเขาก็ไม่เห็นมี ตอนเช้าก็มีแต่ตํารวจสภา ผมคิดว่าน่าจะเข้า ระเบียบวาระได้แล้วครับท่านประธานครับ มันก็ไม่จบหรอกครับ ถ้าถามเรื่องที่เวียนอยู่ตรงนี้ ๓ เรื่อง ๓ ประเด็นครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ และก็เห็นใจท่านประธาน จริง ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ
ผมจะอนุญาต ให้ฝ่ายละท่าน แล้วผมจะขอเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ เชิญครับ ท่านใดก่อน ผมขออนุญาต ฝ่ายละท่าน ท่านประเสริฐเชิญครับ และท่านประชา
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความจริงใจนะครับว่า ท่านประธานวันนี้มีการบรรจุระเบียบวาระเป็นวาระพิเศษ ผมอยากเห็นวาระของท่านประธานที่ใช้คําว่า เป็นพิเศษ มีความศักดิ์สิทธิ์ และก็เป็นตัวอย่าง ให้กับสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งพวกเราไม่ใช่คงเป็นสภาชุดสุดท้าย สภาชุดหลังจากนี้ไปก็จะต้อง ปฏิบัติตาม เมื่อเป็นพิเศษต้องถือว่ามีสาระและมีความสําคัญกับบ้านเมืองกับประเทศชาติ อย่างยิ่ง เมื่อท่านเน้นคําว่า เป็นพิเศษ แบบที่ผมกราบเรียน มีความสําคัญกับประเทศชาติ และกับประชาชนกับบ้านเมืองเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานก็คงต้องประสานท่านนายกรัฐมนตรี แบบที่ท่านประธานวิปพูด บ้านเมืองนี้ไม่ได้แยกเด็ดขาด ระหว่างฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติ นายกรัฐมนตรีจะมองว่าวาระพิเศษของประธานไม่มีสาระสําคัญไม่ได้ นายกรัฐมนตรีต้อง เข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร ร่วมฟังสาระสําคัญ ปัญหาสําคัญของประเทศชาติ ร่วมกับ พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพร้อมกันทั้งประเทศ วันนี้นายกรัฐมนตรีคิดว่าเรื่องนี้ ไม่สําคัญคงไม่ได้ เพราะประชาชนคนทั้งแผ่นดินเขาตื่นตัว ม็อบ (Mob) ที่มีอยู่ทั้งอุรุพงษ์ ทั้งสวนลุมพินีเขาไม่ได้ยกเลิกไปไหน แต่จํานวนประชาชนที่จะรวมตัวกันมีแต่จะเพิ่มขึ้น ด้วยสาระของกฎหมายฉบับนี้ ด้วยวาระพิเศษที่ประธานสภาบรรจุอย่างนี้ แล้วพวกท่านก็ สับขาหลอกกันมาตลอด สัปดาห์ก่อนก็บอกจะบรรจุระเบียบวาระเป็นวันที่ ๖ สัปดาห์ ประชาชนคนทั้งประเทศเขาเตรียมตัวเคลื่อนพลกันวันที่ ๕ ท่านก็หลบหนีใช้วิธีการลักไก่ ชิงไก่ ขโมยไก่ เอาบรรจุระเบียบอย่างนี้ แล้วท่านประธานเขียนว่าเป็นวาระพิเศษ ท่านประธานอย่าใช้คําว่า วาระพิเศษพร่ําเพรื่อ นะครับ ท่านประธานต้องเห็นว่าวาระพิเศษ เป็นวาระพิเศษจริง ท่านนายกรัฐมนตรีไม่มา ท่านประธานวันนี้เลื่อนครับ เลื่อนประชุม สภาผู้แทนราษฎรครับ ให้สภาผู้แทนราษฎรศักดิ์สิทธิ์ครับ กฎหมายฉบับนี้ได้กับประชาชน กี่คนครับ ท่านประธานตอบหน่อยสิครับ กฎหมายฉบับนี้ประชาชนคนทั้งประเทศ ๖๔-๖๕ ล้านคน กฎหมายฉบับนี้ได้กี่คนครับ ถ้าได้กับอภิสิทธิ์ได้กับสุเทพ พวกผมไม่ยกมือ ให้แน่นอน ได้กี่คนครับ แม้แต่ซีกพวกผม ผมยังไม่ยกมือให้เลยครับ เพราะกฎหมายต้องเป็น ประโยชน์กับประชาชนคนทั้งประเทศ ผมนี้ป่วยนะครับ เมื่อวานอยู่โรงพยาบาลทั้งวันครับ แต่เมื่อเป็นสาระสําคัญผมก็ต้องมาประชุม นายกรัฐมนตรีป่วยหรือเปล่า เลื่อนได้ไหมครับ สาระอื่น วันนี้ถ้าเกิดมีม็อบมีการชุลมุนมีความวุ่นวายทั้งประเทศ นายกรัฐมนตรีจะรับผิดชอบ ไหมครับ หรือว่าไม่ต้องรับผิดชอบครับ แบบที่หลายท่านพูดไปเรื่อยครับ อย่างไรครับ ท่านประธานถามนายกรัฐมนตรีสิครับ ถ้าไม่มาเลื่อนเถอะครับ เพื่อให้บ้านเมืองเดินไป ข้างหน้าได้ครับ
เชิญท่านประชา เชิญครับ ขอเป็นท่านสุดท้ายนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องขอใช้สิทธิ ประท้วงฝ่ายค้านที่ท่านได้กล่าวว่าท่านนายกรัฐมนตรีจงใจที่จะหนีสภา สภาไม่ได้มีอะไร เลวร้ายที่น่าเกลียดน่ากลัวหรอกครับ ท่านไม่จําเป็นต้องหนี แต่ผมจะขอเรียนให้ท่านทราบว่า จะขอใช้สิทธิประท้วงให้สมาชิกได้ถอนคําพูดที่ไปกล่าวหา กล่าวร้ายท่านนายกรัฐมนตรี ว่าจงใจหนี ผมขอให้ข้อมูลว่า ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยขณะนี้ ปฏิบัติหน้าที่ราชการ รับเสด็จสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ท่านทรงเสด็จฯ ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ในขณะนี้ ไม่ได้ไปไหว้พระอะไรทั้งหลาย กําหนดการก็อย่างนั้น การรับเสด็จเป็นภารกิจ สําคัญที่สูงสุดของผู้ดํารงตําแหน่งผู้บริหารประเทศในขณะนี้ เพราะฉะนั้นที่ใช้คําว่า จงใจ ส่วนที่ท่านจะเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีมาเข้าประชุมอะไรทั้งหลาย ท่านว่าของท่านไป ท่านต้องถอนคําว่า จงใจหนีสภา ขอให้ท่านประธานสภาได้วินิจฉัย เพราะการกล่าวอย่างนี้ จะก่อให้เกิดความเสียหาย และผมยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้จงใจหนีสภาครับ ไปปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรี ท่านประธานวินิจฉัยครับ ต้องให้ถอน
เอาอย่างนี้ พอแล้วนะครับ พอแล้วผมจะได้วินิจฉัย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ประเสริฐ พงษ์สุวรรรศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ถ้านายกรัฐมนตรี ไปรับเสด็จฯ เอาเลยเต็มที่เลยครับ หลังจากรับเสด็จฯ แล้ว เรียนเชิญเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกันครับ
แต่ต้อง ถอนครับท่านประธาน คําว่า จงใจหนีสภา ต้องถอนครับท่านประธานครับ
เอาอย่างนี้ครับ นั่งก่อนครับ ท่านนั่งก่อนครับ จะได้วินิจฉัย ท่านประชานั่งก่อนครับ จะได้วินิจฉัย เอาละครับ ข้อเท็จจริงก็ทราบดีแล้วนะครับ ก็ถือว่าได้ชี้แจงกันไปแล้วนะครับ ก็คงไม่ถึงขั้นจะให้ถอน เพื่อให้การประชุมดําเนินไปด้วยความเรียบร้อย ผมขออนุญาตชี้แจงและวินิจฉัยเลยนะครับ ในประเด็นที่ท่านกล่าวไว้ ๓ ประเด็น ประเด็นของท่านนายกรัฐมนตรีก็ชัดเจนแล้วนะครับ ผมก็จะไม่กล่าวถึงอีก ส่วนกรณีการถ่ายทอดสดนะครับ จริง ๆ แล้ว
เชิญครับ
ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้นะครับเป็นเรื่องที่คําว่า จงใจหนี มันเป็นคําพูดข้อกล่าวหาที่ร้ายแรง อย่างน้อยท่านประธานต้องบันทึกไว้ในที่ประชุมว่า ท่านนายกรัฐมนตรีที่ชื่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ไม่ได้จงใจหลบหนีหรือไม่ให้ความสําคัญ ต่อสภาผู้แทนราษฎรในวาระแห่งนี้ ท่านต้องบันทึกเอาไว้ ในเมื่อท่านไม่วินิจฉัยให้ฝ่ายค้าน ถอน ท่านก็ต้องบันทึกนะครับ ไม่ได้หนีครับ ไปปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่บอกว่าเสร็จภารกิจแล้ว นั่นอีกเรื่องหนึ่ง เอาเรื่องจงใจหนีสภาก่อนครับ
ท่านประชา ได้ชี้แจงชัดเจนแล้วนะครับ และผมก็ได้เตือนท่านประเสริฐไปแล้วนะครับ ก็ไม่ถึงกับให้ถอน ก็เพื่อรักษาบรรยากาศเท่านั้นเอง ก็ชัดเจนในตัวนะครับ ก็พอสมควรแล้วครับ
ก็เอาละครับ ท่านประธานพูดอย่างนี้ก็ถือว่าบันทึกไว้แล้ว ก็สมควรครับ
ชัดเจนแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นเรื่องการถ่ายทอดสดนะครับ ผมได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่ว่าในวาระที่หนึ่งนั้น เราก็ไม่มีการถ่ายทอด แต่อนุญาตให้มีการเกี่ยวสัญญาณ เพราะฉะนั้นในวาระที่สอง ก็เดินตามรูปแบบเดิมคือไม่มีการถ่ายทอดช่อง ๑๑ แต่มีการถ่ายทอดทีวี วิทยุของรัฐสภา นะครับ แล้วก็อนุญาตให้มีการเกี่ยวสัญญาณ เหมือนกันกับในวาระที่หนึ่งนะครับ ส่วนที่ ท่านจุรินทร์ได้ถามว่าใช้ดุลยพินิจคราวก่อนนั้นบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดา และคราวนี้เป็นเรื่อง ด่วน ในเมื่อเป็นเรื่องด่วนพิเศษทําไมถึงไม่มีการถ่ายทอด ที่จริงผมเรียกประชุมเป็นวาระ พิเศษก็เพราะมีเสียงเรียกร้องมานะครับ อยากให้ดําเนินการเรื่องนี้ โดยเฉพาะผู้ที่เดือดร้อน นะครับ พวกที่ฟังก่อนสิครับ คนที่ติดอยู่ในคุกนะครับ เขาก็มีปัญหา แล้วก็ได้สะท้อนตรงนี้ มาโดยตลอด เพราะฉะนั้นผมก็เลยให้มีการเรียกประชุมเป็นพิเศษในวันนี้ด้วยเหตุผลเท่านี้ ส่วนเรื่องของตํารวจที่ท่านบอกว่ามีเข้ามาในบริเวณของรัฐสภาเมื่อคืนนะครับ ทางฝ่ายสํานัก รักษาความปลอดภัยมีหนังสือแจ้งมาที่ผม บอกว่าเมื่อคืนไม่มีตํารวจเข้ามาในบริเวณรัฐสภา แต่ประการใดครับ ก็แจ้งเพื่อทราบครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่ระเบียบวาระเลยนะครับ ขอเข้าระเบียบวาระเลยครับ
(นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่มีอะไร ประท้วงหรอกครับ เป็นเรื่องหารือเราชี้แจงจบแล้วครับ เชิญท่าน เป็นเรื่องการหารือแล้วก็ ไม่มีประเด็นประท้วงแล้วครับ ผมขออนุญาตเข้าระเบียบวาระเลยนะครับ ไม่เป็นไร เพื่อบรรยากาศผมอะลุ่มอล่วย เอาอีกสัก ๒ ท่าน แล้วก็จบนะครับ เชิญครับท่าน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอยืนยันตามคํารายงานการประชุม เมื่อวันพุธที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ นะครับ ซึ่งเราได้พูดกันเรื่องนี้ในหลักการวาระที่หนึ่ง ท่านประธานในขณะนั้นคือท่านสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อธิบายไว้ในหน้าที่ ๕ บอกว่า ท่านสมาชิกครับ ปกติเรื่องการถ่ายทอดทางทีวี (TV) วิทยุนี้นะครับ ถ้าเป็นวาระปกติเราก็มีการถ่ายทอดทุกครั้งอยู่แล้วตามรัฐธรรมนูญนะครับ ถ่ายทอดทางสถานีวิทยุของรัฐสภา แล้วก็ทีวีของรัฐสภา ซึ่งวันนี้ก็ดําเนินการตามปกติ ไม่มีอะไรผิดปกติครับ ยืนยันนะครับว่าวันนี้ท่านเรียกประชุมเป็นวาระพิเศษ ไม่เหมือนกับ วาระที่หนึ่ง อันนี้ชัดเจนนะครับ ประชาชนพี่น้องทุกคน สมาชิกทุกคนก็ได้รับการ เรียกประชุมวันนี้เป็นวาระพิเศษ ดังนั้นผมจึงเรียกร้องท่านตามข้อบังคับการประชุม ในส่วนที่ ๑ วิธีการประชุม ข้อ ๑๑ ครับ ผมเรียกร้องท่าน ๒ เรื่องนะครับ การประชุม เป็นที่เปิดเผย ให้บุคคลภายนอกเข้าฟังการประชุมได้ตามระเบียบที่ประธานสภากําหนด วันนี้มีไหมครับ มี มีผู้ที่ประชาชนถ้าจะเข้ามาฟังการประชุมในสภาต้องเข้าได้เหมือนกับที่ อยู่ข้างบนในขณะนี้ใช่ไหมครับ ถ้าเขาสนใจว่านิรโทษกรรมวันนี้มีรายละเอียดอย่างไร เขาต้องเข้าได้นะครับตามข้อบังคับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ ประธานสภาต้องจัดให้มีการถ่ายทอดสดการประชุม ทางวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ ที่ประชาชนทั่วไปสามารถรับได้อย่างทั่วถึง นี่ข้อบังคับ ที่เขียนไว้และบังคับทุกคนที่อยู่ในที่ประชุมนี้รวมทั้งประธานสภาด้วย ที่สามารถรับได้ อย่างทั่วถึงก็แปลว่าต้องเป็นช่องธรรมดาครับ โทรทัศน์รัฐสภาจนขณะนี้พี่น้องประชาชน รับไม่ได้อย่างทั่วถึงครับ ต้องเป็นกรณีการใส่กล่องเข้าไปหรือว่ามีช่องรับพิเศษหรือเป็นเคเบิ้ล (Cable) เท่านั้น ไม่ใช่อย่างทั่วถึงอย่างปกติธรรมดา ถ้าท่านประธานจะยังยอมรับอยู่นะครับ ว่านี่เป็นวาระพิเศษมีคนขอให้ท่าน เรียกร้องท่านจากในคุกนะครับ หรือนอกคุกก็ตาม เข้ามา ว่าขอให้ประชุมวันนี้เป็นพิเศษต้องถ่ายทอดสดให้พวกเขาได้ชมอย่างทั่วถึงครับ นั่นก็คือ ท่านประธานต้องใช้อํานาจของประธานทําตามข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด อย่างที่ ท่านสัญญาไว้ทุกครั้ง พูดทุกครั้ง ผมคิดว่าลูกผู้ชายอย่างท่านไม่กลืนคําพูดของตัวเองนะครับ ขอบพระคุณครับ
รัฐสภายินดี ต้อนรับคณะท่านอิหร่าน นาดีมี ประธานกลุ่มมิตรภาพสมาชิกรัฐสภาอิหร่าน-ไทย และคณะด้วยความยินดีนะครับ ก็เป็นเรื่องประท้วงเดิม ๆ ที่ผมได้วินิจฉัยไปแล้วนะครับ ผมขออนุญาตท่าน ก็จะมาท่านจิรายุ แล้วไปท่านสมบูรณ์ครับ เชิญครับ ขอ ๒ ท่านก็พอแล้ว กระมังครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในข้อบังคับ ข้อ ๑๑ วิธีการประชุมเราพูดกันมาเกือบ ๒ ปีแล้วนะครับ แล้วที่สําคัญผมเป็นคณะกรรมการสถานีโทรทัศน์รัฐสภาและวิทยุรัฐสภา เราพูดกันหลายครั้ง ว่าเมื่อไรเราจะแก้ข้อบังคับนี้ เพราะว่าบางทีเราก็ตีความเข้าข้างตัวเองบ้าง เข้าข้างคนอื่น ที่ได้ประโยชน์บ้าง เพราะฉะนั้นการถ่ายทอดสดตามข้องบังคับ ข้อ ๑๑ นี้ ท่านประธานครับ เขียนชัดเจนว่าจะให้มีการถ่ายทอดสดการประชุมวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์อย่างที่ ท่านผู้แทนราษฎรบุญยอดได้พูด ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ผมว่าต่อไปนี้รัฐสภาถ่ายทอดสด ผ่านดาวเทียม ทั่วโลกดูได้ วิทยุก็ดูได้ ช่อง ๑๑ บางทีไปไม่ถึงหลายที่นะครับท่านประธาน เอาอะไรไปวัดละครับว่าต้องถ่ายทอดช่อง ๑๑ ซึ่งผมไม่เคยเห็นด้วยเลย ทุกวันนี้ถ่ายทอด รัฐสภาดีที่สุดแล้ว เนื่องจากการรับชมโทรทัศน์บ้านเราทุกวันนี้มีใครใช้หนวดกุ้ง กี่เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ ใช้อยู่ประมาณ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ที่เหลือดูผ่านกล้องดาวเทียม มีทุกบ้านอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตประท้วงต่อท่านประธานในข้อบังคับ ข้อ ๘ นะครับ ท่านเข้าสู่วาระเถอะครับ เนื่องจากขณะนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเยอะแล้ว ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ
ก็ขอเป็น ท่านสุดท้ายก็แล้วกัน ขอท่านสุดท้ายท่านสมบูรณ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วเรื่องนายกรัฐมนตรีหนีสภานี่ต้องมีความชัดเจนครับ
ก็เป็นเรื่องเดิม ที่เขาชี้แจงแล้วชี้แจงอีก
ท่านประธานเป็นคนชี้แจงในสภาเองว่า วันนี้นางสาวยิ่งลักษณ์ขอลาสภา ด้วยเหตุผล ๑ ๒ ๓ ๔ สมาชิกของเราก็เลยสอบถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสําคัญกับสภาแค่ไหน วันนี้ภารกิจอะไรบ้างที่อยู่ในต่างจังหวัด เรื่องนี้ท่านประธานเป็นคนบอกเองครับ แล้วก็เป็นการแถลงของทางรัฐบาลด้วย แต่วันนี้ เมื่อมีสมาชิกท่านหนึ่งขึ้นมาชี้แจงว่าท่านไปรับเสด็จอยู่ ต้องมีใครสักคนครับที่โกหกในสภา ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องกฎหมายฉบับนี้ท่านบอกว่ามีคนเรียกร้องคนที่ติดอยู่ ในคุก ผมไม่แน่ใจครับว่าวันท่านมีใบสั่งหรือเปล่า หรือคนหนีคุกเป็นคนสั่งให้ท่าน ออกกฎหมายฉบับนี้ ท่านรีบขนาดนั้น
ท่านผมไม่ได้พูด ผมพูดว่าคนที่ติดอยู่ในคุก ผมไม่ได้พูดถึงคนหนีคุก
ผมเลยบอกว่าท่านมีใบสั่งหรือเปล่าว่า คนหนีคุกเป็นคนสั่งท่านให้รีบพิจารณาวันนี้หรือเปล่า
ยืนยันไม่มีครับ
ยืนยันว่าคนในคุกเรียกร้องท่านใช่ไหมครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านพูดเองนะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านบอกว่าคนติดคุกเรียกร้องท่าน เพราะฉะนั้น ท่านชี้แจงได้ไหมครับว่าเป็นใคร พี่น้องประชาชนจะได้ทราบว่าวันนี้
อย่างนี้ครับ ฟังก่อนครับ ผมเห็นแก่คนที่เขาเดือดร้อนติดคุก แล้วมีเสียงบ่นมาตลอด บ่นผ่านสมาชิก ส.ส. เราหลายท่าน ไม่ใช่เพิ่งมาบ่นนะครับ บ่นกันมาโดยตลอด เพราะฉะนั้นผมก็ใช้ดุลยพินิจของ ผม ในเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาในวาระที่หนึ่งเรียบร้อย แล้วก็เข้าสู่วาระที่สอง ส่งมาที่ผม ผมก็เห็นว่ามันน่าจะรีบบรรจุเพื่อแก้ความเดือดร้อนของคนที่เขาติดอยู่ในคุก ซึ่งร้องมาโดยตลอด ผมก็เลยตัดสินใจบรรจุเป็นกรณีพิเศษก็เท่านั้นเอง แล้วก็เป็นปัญหาที่ ประท้วงกันเรื่องเดิม ๆ ที่ประท้วงกันอยู่ อย่างกรณีท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวานตอนเย็นครับ ผมก็เข้าเฝ้านั่งคู่กันอยู่กับท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวานตอนเย็น แล้วก็ได้คุยกัน ท่านนายกรัฐมนตรีถามผมว่าพรุ่งนี้เช้าจะมาไหม มาไหมหมายถึงมีเข้าเฝ้าตอนเช้าวันนี้ด้วย ผมก็ตอบว่าผมติดภารกิจต้องมาทําหน้าที่ตรงนี้ นายกรัฐมนตรีก็เลยบอกว่าถ้าอย่างนั้นก็ต้อง มีแต่ท่านนายกรัฐมนตรีมาคนเดียว ที่คุยกันคือเนื้อหามีเท่านี้ครับ ผมก็เชื่อว่าตอนนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงอยู่ในระหว่างเข้าเฝ้า แล้วก็มีหนังสือมาถึงผมขอลาไปปฏิบัติภารกิจ อย่างที่ผมได้อ่านให้ฟัง ก็เสร็จจากเข้าเฝ้าก็อาจจะเลยไปปฏิบัติภารกิจก็ได้ เพราะฉะนั้น ผมก็รู้มาเท่านี้ ผมก็แจ้งสมาชิกเท่านี้ มันก็ควรจะจบนะครับ ผมขออนุญาตเข้าระเบียบวาระ เลยครับ พอสมควรแล้วครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม
(นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วงเรื่องอื่น ใช่ไหม ประท้วงใช่ไหม ประท้วงหรือหารือ หารือหรือประท้วง ถ้าประท้วงต้องมีคนผิด ข้อบังคับ ตกลงประท้วงหรือหารือครับ ประท้วงเรื่องอื่นนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ ผมยกมืออยู่นานแล้วนะครับ แล้วสิ่งที่ ผมจะเรียนกับท่านประธานไม่ซ้ํากับท่านอื่นนะครับ เป็นประโยชน์กับสภาเอง เป็นเรื่อง ภายใต้การควบคุมของท่านประธานเองครับ ท่านทําเรื่องถ่ายทอดสดแล้วท่านไม่ยอมให้ ถ่ายทอดนั้นทราบกันอยู่แล้วครับ แต่ปัญหาตอนนี้เว็บไซต์ (Web site) ของรัฐสภาเองตอนนี้ เข้าดูไม่ได้ มีประชาชนส่วนหนึ่งที่เขาติดตามดูการถ่ายทอดทางเว็บไซต์รัฐสภา ตอนนี้ เข้าไม่ได้ ท่านต้องรีบสั่งการโดยเร่งด่วนครับ ว่าไปสอบสวนแล้วเป็นเพราะเหตุอะไร ตั้งใจ ปิดหูปิดตาประชาชนอีกช่องทางหนึ่งหรือเปล่า นั่นคือเรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ผมประท้วงท่านประธานเพราะว่าวันนี้ด้วยเหตุที่ท่านนัดประชุม นัดพิเศษทําให้พวกกระผมเสียสิทธิ หมดโอกาสในการเข้าร่วมพระราชพิธีทรงบําเพ็ญ พระราชกุศล
ท่านจุฤทธิ์ครับ เมื่อกี้ผมถามว่าท่านจะใช้สิทธิประท้วงหรือหารือ ท่านบอกใช้สิทธิประท้วง แล้วก็อ้างข้อ ๘ ซึ่งไม่มีใครผิดข้อบังคับ เพราะฉะนั้นเอาอย่างนี้ เพื่ออนุโลมนะครับ ผมให้สิทธิท่านใช้สิทธิ ประท้วงแต่เป็นการหารือ ถือว่าผมให้เกียรติ แล้วขอเป็นท่านสุดท้าย ขออย่างนั้นนะครับ ท่านจิรายุพอแล้วกระมัง เดี๋ยวให้เป็นท่านสุดท้าย จบแล้วก็เข้าระเบียบวาระ เชิญท่านจุฤทธิ์ ต่อเลยครับ
ท่านประธานครับ เหตุที่ท่าน นัดประชุมเป็นกรณีพิเศษวันนี้ พร้อมกันนั้นทางเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นางจันทร์เพ็ญ อานามวัฒน์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติราชการแทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หมายกําหนดการพระราชพิธีทรงบําเพ็ญ พระราชกุศลสัตตมวารถวายพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก (เจริญ สุวฑฒโน) ซึ่งเป็นงานพระราชพิธีที่ท่านนายกรัฐมนตรี ไปร่วมอยู่ตอนนี้ ท่านประธานได้มีหนังสือดังกล่าวผ่านทางท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ให้พวกกระผมไปร่วมพระราชพิธีดังกล่าวด้วย แต่เมื่อท่านนัดประชุมนัดพิเศษวันนี้ ทําให้พวกกระผมซึ่งนับถือศาสนาพุทธไม่สามารถไปร่วมพระราชพิธีดังกล่าวได้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีไปได้ครับ ก็เลยถามเหตุผลว่าทําไมท่านถึงมานัดตรงกันอย่างนี้ เพราะท่านก็ทราบล่วงหน้าครับว่าต้องมีพระราชพิธีดังกล่าว ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ส่วนใหญ่ควรไปร่วมด้วย ไม่ใช่ท่านนายกรัฐมนตรีไปได้ท่านเดียวครับ
เรื่องสําคัญอีกเรื่องครับ เรื่องที่พวกกระผมหารือทั้งหมดเมื่อสักครู่นี้ นํามาจากการแถลงของโฆษกรัฐบาล ไม่ใช่พวกผมยกเมฆลอย ๆ ขึ้นมานะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อนายกรัฐมนตรีมีภารกิจใด ๆ ก็ตาม โฆษกก็จะมาแถลงก่อนว่าต้องไปปฏิบัติภารกิจใด ๆ เมื่อพวกผมนํามาพูดปรากฏว่าท่านประธานบอกว่าที่โฆษกแถลงนั้นไม่ใช่ ไปอีกงานหนึ่ง ไปอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อสักครู่ก็มีสมาชิกบางท่านมาบอกว่าไม่ใช่ไปที่จังหวัดสิงห์บุรี ไปที่งาน พระราชพิธีดังกล่าว ซึ่งพวกกระผมก็อยากไปร่วมด้วย ผมก็เลยบอกท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานนัดกรณีพิเศษอย่างนี้ทําให้พวกผมเสียสิทธิและเสียโอกาสไปร่วมพระราชพิธี ดังกล่าว ผมเลยคิดว่าท่านประธานจะต้องทบทวนการทํางานของท่าน รวมทั้งเรื่องเว็บไซต์ สภาที่ไม่สามารถเข้าไปดูได้เมื่อสักครู่นี้ด้วย ขอบพระคุณครับ
ท่านเลขาธิการ ช่วยตรวจสอบเว็บไซต์ด้วย ฝากช่วยดูหน่อย ดีแล้วท่านจุฤทธิ์ได้พูดถึงเรื่องงานพระศพ นะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ถือโอกาสประชาสัมพันธ์เชิญชวนเลยนะครับ
(นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ประท้วง ก็ฟังก่อนดีไหมครับ ฟังหน่อยได้ไหม ถือโอกาสเชิญชวนสมาชิกวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ รัฐสภาเป็นเจ้าภาพ ขอเชิญชวนสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับ ก็ขออนุญาตเข้าระเบียบวาระ เลยกระมังครับ พอแล้วครับ เอาละพอสมควรแล้ว ขอไประเบียบวาระครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว
- ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชน พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วนะครับ
ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจําที่ครับ เชิญครับ
(คณะกรรมาธิการเข้าประจําที่)
คงไม่อนุญาต ประท้วงแล้วครับ ไม่มีอะไรต้องประท้วงแล้วครับ เจ้าหน้าที่ยืนยันครับ เว็บไซต์ของสภา ดูได้มาโดยตลอดนะครับ การพิจารณาในวาระที่สองนี้จะพิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ และเรียงตามลําดับมาตรานะครับ และให้สมาชิกอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคําหรือข้อความที่มี การแก้ไขเพิ่มเติม หรือผู้แปรญัตติที่มีการสงวนคําแปรญัตติ หรือกรรมาธิการที่มี การสงวนความเห็นไว้ ทั้งนี้เว้นแต่ที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่นนะครับ
(นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่ประท้วงแล้ว จะอะไรครับ ถ้าจะอภิปรายก็เดี๋ยวผมจะอนุญาต ท่านใช้สิทธิอะไรละครับ ใช้สิทธิอะไรครับ ขออนุญาตใช้สิทธิอะไร
ผมเสนอญัตติครับ
จะเสนอญัตติครับท่านประธาน
เข้าระเบียบวาระ แล้วครับ จะมาเสนอญัตติซ้อนญัตติไม่ได้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ ท่านกรุณาฟังผมสักนิดหนึ่งครับ ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นะครับ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่าวันนี้ผมรู้สึกสลดใจจริง ๆ กับการกระทําครั้งนี้ ของทั้งท่านประธานสภาเอง แล้วก็รัฐบาล ท่านประธานก็ทราบดีนะครับว่าตอนนี้ประเทศเรา ทั้งประเทศกําลังอยู่ภายใต้บรรยากาศของความเศร้าสลด
ท่านครับ ผมไม่อนุญาตแล้วละครับ ประเด็นนี้จบไปแล้วครับ ไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านประธาน กรรมาธิการครับ เชิญครับ ท่านครับเรามีข้อบังคับของเราอยู่เพราะฉะนั้นผมดําเนินการ ตามข้อบังคับ ไม่ใช่อยากพูดก็ต้องได้พูดนะครับ ไม่เป็นไรผมฝืนข้อบังคับให้ท่าน ท่านบอกสั้น ๆ นิดเดียว ท่านครับ ผมจะอนุญาต แต่ที่นี้มีผู้ประท้วงเยอะแยะเต็มไปหมด ผมก็คงต้องยึดตามข้อบังคับนะครับ เพราะฉะนั้นเชิญท่านประธานกรรมาธิการเลยครับ เชิญครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สามารถ แก้วมีชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชุมชน พ.ศ. .... ขอกราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ดังนี้
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๔ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพุธที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ และครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญทั่วไป) วันพฤหัสบดีที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชุมชน พ.ศ. .... ซึ่ง นายวรชัย เหมะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ และตั้งกรรมาธิการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณา กําหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว ซึ่งมีจํานวน ๗ มาตรา คณะกรรมาธิการได้ประชุมพิจารณารวมทั้งสิ้น ๑๔ ครั้ง คณะกรรมาธิการ ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมต่างจากร่างเดิม ๓ มาตรา คือ มาตรา ๓ มาตรา ๔ และมาตรา ๕ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นจํานวน ๒๐ ท่าน และมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอ คําแปรญัตติและขอสงวนคําแปรญัตติ จํานวน ๑๙๗ ท่าน บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรด นําเสนอที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไป ดังปรากฏรายละเอียดตามรายงาน ที่ได้แจกให้ท่านสมาชิกทุกท่านแล้วครับ
ท่านสมาชิกครับ เราดําเนินการประชุมทุกอย่างตามข้อบังคับครับ ไม่มีอะไร แล้วไม่มีเหตุอะไรต้องประท้วง แล้วผมอนุญาตให้ได้ประท้วงแล้วหารือกันพอสมควรแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ดําเนินตามขั้นตอนของข้อบังคับเลยครับ คงไม่อนุญาตอีกแล้วครับ เชิญท่านเลขาธิการครับ
รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญจะเสนอ ญัตติอะไร เชิญคุณหมอสุกิจ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๕) ขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาเรื่องร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทํา ความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ออกไปก่อนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้เสนอญัตติ ให้เลื่อนออกไปก่อน เชิญ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ผมเห็นต่างครับ ผมไม่เห็นด้วยครับ ขออนุญาตเสนอไม่เลื่อนครับ ขอผู้รับรองครับ
ผมขออนุญาต ขอมติเลยนะครับ ประเด็นมันมีนิดเดียวนะครับ ผมจะอนุญาตให้อภิปรายประกอบสักฝ่ายละ ๑ ท่านก็พอนะครับ แล้วจะขอเหตุผลเลยครับ เชิญครับ ท่านใดจะใช้สิทธิ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วงคําวินิจฉัยของท่านประธานครับ เพราะว่าท่านประธานบอกเองว่าเป็นการประชุมวาระพิเศษ แล้วท่านประธานก็ให้สิทธิแสดง เหตุผลฝ่ายละ ๑ ท่าน มันไม่น้อยไปหรือครับ กฎหมายธรรมดาวาระปกติทั่วไปยังเสนอ เหตุผลได้ฝ่ายหนึ่งเป็น ๑๐ ท่าน แล้วกฎหมายอย่างนี้ทําไมถึงให้แสดงเหตุผลได้ฝ่ายละ ๑ ท่าน ผมก็อยากฟังครับ ผมเชื่อว่าประชาชนทางบ้านก็อยากฟังว่าเหตุผลในการขอเลื่อน คืออะไรนะครับ ท่านประธานอย่าได้จํากัดสิครับ ไหน ๆ ท่านประธานบอกว่าท่านประธาน ต้องการช่วยคนที่ติดคุกอยู่ไม่กี่คน ก็ให้ฟังกันให้มันทั่ว ๆ ใจเย็น ๆ ครับ วันนี้ไม่ผ่าน พรุ่งนี้ เอาอีกสักวัน พรุ่งนี้ไม่ผ่านก็เอาอีกสักวันครับ ใจเย็น ๆ ครับ
เชิญครูมานิตย์ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมลุกขึ้นมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ ครับท่านประธาน จริง ๆ ผมไม่อยากให้มันสิ้นเปลืองกับเวลา ของสภาแห่งนี้ แต่ผมจําเป็นต้องลุกขึ้นมาประท้วง
ประเด็นแรก ผมขอประท้วงท่านประธานครับ ข้อ ๘ แต่จริง ๆ แล้ว ด้วยความเคารพ ผมเห็นใจจริง ๆ ผมเห็นใจท่านประธาน ผมรู้ว่าวันนี้ท่านประธานทั้งหนัก แล้วก็เหนื่อยเพราะบรรยากาศตั้งแต่เช้าขึ้นมา มันต้องเป็นไปอย่างนั้นจริง ๆ แต่ผมจะ ประท้วงท่านประธานอย่างนี้ครับ คือข้อ ๖๓ ประท้วงข้อ ๘ แล้วก็ประท้วงข้อ ๖๓ ข้อบังคับ ว่าคําวินิจฉัยของท่านประธานเป็นที่สุดแล้ว เพราะว่าถ้าประธานวินิจฉัยยังไม่สิ้นสุด แล้วในสภาแห่งนี้จะให้ใครเป็นคนวินิจฉัยครับ ฉะนั้นเมื่อท่านประธานมีบัญชามาว่า ให้ฝ่ายละ ๑ คน ก็ต้องฝ่ายละ ๑ คนครับ จริง ๆ ผมอยากจะเสนอให้โหวต (Vote) เสียด้วยซ้ําไป เพราะว่าจริง ๆ กระบวนการนี้มันผ่านขั้นตอนมา แม้กระทั่งว่าท่านประธาน กรรมาธิการท่านสามารถ ขออภัยที่เอ่ยนาม ไม่เสียหาย ท่านได้ชี้แจงหลักการและเหตุผล แล้ว แล้วท่านเลขาธิการก็ได้อ่านมาตรา ลงในระเบียบการประชุมเรียบร้อยหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ แต่อยู่ ๆ ก็เสนอญัตติขึ้นมา ผมคิดว่ามันต้องมีเจตนาอยู่ ฉะนั้น เมื่อท่านประธานได้กรุณาให้เกียรติ ให้อภิปรายเสริมฝ่ายละ ๑ คน ซึ่งทั้ง ๒ ฝ่ายก็ได้เสนอ ญัตติแล้ว ผมเห็นด้วยครับ แต่ว่ามากกว่านี้ไม่ได้แล้วครับ ท่านประธานต้องเคารพข้อบังคับ ให้ชัดเจนนะครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ผมเห็นใจท่านประธาน ไม่อยากประท้วง แล้วเขาก็ เขียนไว้ชัดเจนว่าข้อ ๖๓ คําวินิจฉัยของท่านประธานเป็นที่สิ้นสุดครับ ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ก็คงไม่ถึงกับเป็นคําวินิจฉัยนะครับ เป็นขอความร่วมมือมากกว่า เอาตามความเหมาะสมครับ เชิญใครจะอภิปราย เชิญอภิปรายประกอบเชิญครับ คุณหมอใช่ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่ผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมพยายามจะใช้สิทธิแล้วก็ไม่ได้มีเจตนาอะไรแอบแฝง ท่านประธานครับ บังเอิญไมโครโฟน (Microphone) มันดับครับ ผมขอต่อนะครับ ผมรู้สึกสลดใจจริง ๆ ครับวันนี้ ในบรรยากาศแบบนี้ กับการกระทําของท่านประธาน แล้วก็รัฐบาลด้วย เพราะผมก็เรียนแล้วว่ารัฐบาลต้องรู้เห็น ท่านประธานก็ทราบดีว่า ตอนนี้ประเทศของเราทั้งประเทศ พี่น้องประชาชนทั้งประเทศกําลังอยู่ภายใต้บรรยากาศ ของความเศร้าสลดจากการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก แล้วแม้แต่สภาเองก็ให้ความสําคัญอย่างที่ท่านจุฤทธิ์ได้พูดไป เมื่อสักครู่นี้ว่าท่านก็ยังมีหนังสือให้พวกเราไปร่วมในพระราชพิธีทรงบําเพ็ญพระราชกุศล สัตตมวารถวายพระศพสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สิ้นพระชนม์บรรจบครบ ๗ วัน ซึ่งคนไทยของเราถือว่าเป็นเรื่องสําคัญมาก ดังนั้นผมจึงคิดว่า เราไม่บังควรที่จะนําเรื่องที่ก่อให้เกิดความแตกแยกและการทะเลาะเบาะแว้งเข้าสู่สภา ในตอนนี้ สําหรับท่านประธาน ผมเรียนแล้วว่าผมผิดหวังมากครับที่ผมดูก็รู้ว่าท่านไม่ได้เป็น ตัวของตัวเองสมกับที่เป็นประมุขของพวกเรา ท่านยอมให้คนอื่นมาสั่งการท่านได้ ส่วนนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลนั้น
ท่านครับ พูดไปใส่ร้ายไป พูดไปใส่ร้าย ผมว่ามันไม่ใช่นะครับ เอาอยู่ในข้อบังคับครับ พูดอย่าไปใส่ร้าย คนอื่นให้คนอื่นเสียหายครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมบอกแล้วว่า ผมขอแสดงความรู้สึกของผมครับ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานไม่ชอบใจท่านก็ตอบโต้ ผมได้เลยนะครับ ส่วนนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ผมไม่แปลกใจครับ เพราะว่าก็เป็นแบบนี้ อยู่แล้ว ไม่มีเรื่องอะไรที่สําคัญเท่ากับการช่วยพรรคพวก ช่วยพี่ชายของท่านอยู่แล้วครับ บ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ช่าง อย่างไรก็ตามผมคิดว่ามันยังไม่สายเกินไปครับ ท่านประธานครับ ที่เราจะกลับตัวกลับใจนะครับ ถ้าท่านประธานไม่อยากเห็นผู้คนในประเทศทะเลาะกัน ทําร้ายกันทั้ง ๆ ที่อยู่ในชุดไว้ทุกข์นะครับ
ท่านครับ ถ้าจะ ให้ดีนะครับ อย่าไปใช้ความรู้สึกของตัวเองใส่ร้ายกล่าวหาคนอื่นให้เสียหายนะครับ ไม่อย่างนั้นก็จะมีผู้ประท้วงอยู่อย่างนี้นะครับ
ผมจะจบแล้วครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เลยต้อง ถือโอกาสนี้เพื่อช่วยสภาของเรา ช่วยท่านประธานด้วยครับ ผมไม่อยากเห็นพี่น้องประชาชน ทะเลาะทําร้ายกัน ทั้ง ๆ ที่แต่งชุดไว้ทุกข์ครับ จึงขอเสนอให้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๕) ขอให้ เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาเรื่องนี้ไปก่อน ผมหวังว่าพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหลายคงเห็นด้วยกับผมครับ ขอบคุณครับ
เชิญปรีชาพล ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น กราบเรียนท่านประธานครับ ที่กระผมได้เสนอไม่ให้มีการเลื่อนระเบียบวาระตามที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตตินั้น มีเหตุผล ประกอบหลายประการด้วยกัน
ประการแรกนั้น กระผมเองได้ศึกษาแล้วก็ได้ดูรายงานของคณะกรรมาธิการ ซึ่งก็ประกอบไปด้วยเพื่อนสมาชิกจากทั้งหลายฝ่ายด้วยกันที่ได้เข้าร่วมประชุม แล้วก็เห็นถึง การแก้ไขการทํางานอย่างทุ่มเทของเพื่อนสมาชิก และได้เล็งเห็นถึงประโยชน์ของการที่ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จะได้พิจารณาในวาระที่สองและวาระต่อ ๆ ไป กราบเรียน ท่านประธานครับว่าเรื่องนี้พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ แล้วก็มีผู้ได้รับผลกระทบ เป็นจํานวนไม่น้อยเลยทีเดียว ฉะนั้นกระผมไม่เห็นด้วยครับที่จะมีการเลื่อนระเบียบวาระ เรื่องนี้ออกไปนะครับ แล้วสิ่งหนึ่งซึ่งอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าเมื่อสักครู่เพื่อน ได้พูดนะครับว่า วาระนี้ไม่น่าจะมาทําช่วงนี้น่าจะเลื่อนออกไป ผมเองก็คิดว่าการทํางานของ สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้นมีกระบวนการ ซึ่งจะต้องดําเนินการต่อ ซึ่งทุกคนก็มีความเห็น ตรงกันนะครับ แล้วก็ในส่วนของซีกกระผมนะครับ
อีกส่วนหนึ่งก็คืออยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่าท้ายที่สุดแล้ว ก็ขึ้นอยู่กับสมาชิกสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่าจะลงมติเป็นเช่นไร ก็ขอให้ท่านประธาน ได้ดําเนินการด้วยเหตุผลประกอบที่ผมได้นําเรียนเมื่อสักครู่สั้น ๆ ครับ กราบเรียน ท่านประธานครับ
ผมว่าประเด็น มันมีนิดเดียว ผมจะขอมติเลยดีไหมครับ ขออนุญาตให้อีกสักท่านหนึ่ง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช กระผม ขอสนับสนุนญัตติของเพื่อนสมาชิก ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ จากจังหวัดตรัง ที่จะให้มีการถอนร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ผมอยากจะกราบเรียนด้วยเหตุผลสั้น ๆ ๓ ประการ ท่านประธานครับ
ผมคิดว่าประการแรก ท่านประธานก็ต้องยอมรับความจริงว่าตั้งแต่ มีแนวความคิดในการนําเสนอกฎหมายพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมเข้ามาสู่สภา ก็ได้มีเสียง วิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องในหลายฝ่ายว่า ฝ่ายรัฐบาลกําลังที่จะมีการนําเสนอกฎหมาย ที่ขัดกับหลักนิติธรรม ขัดกับหลักนิติรัฐ และขัดกับรัฐธรรมนูญมาตลอด ท่านประธาน ต้องยอมรับว่าในระบอบประชาธิปไตยนั้น ท่านประธานจะอ้างแต่เพียงเสียงข้างมากคงไม่ได้ นะครับ ท่านประธานก็ต้องเคารพเสียงข้างน้อย เมื่อวันนี้เสียงข้างน้อยได้เสนอญัตติให้ถอน ร่างนี้ออกไป ด้วยเหตุผลของผู้เสนอร่างที่อาจจะเป็นความรู้สึกส่วนหนึ่งว่าการที่เสนอร่าง ที่สร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในสังคมในขณะนี้ ในบรรยากาศทุกฝ่ายที่ได้ให้ความร่วมมือ ในการที่จะไว้ทุกข์ต่อสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกนั้น ฝ่ายสภาของเราไม่มีจิตสํานึกในส่วนนี้บ้างหรือ ในฐานะที่พวกเราทั้งหลายกําลังไว้ทุกข์อยู่ นั่นก็เป็นส่วนของความรู้สึกของพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป แต่ว่าส่วนหลักที่เป็นเหตุผลแรก ก็คือว่า เป็นเหตุผลที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านประธานครับ ยังมีเวลาที่ท่านประธาน จะได้พิจารณาว่าการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรเริ่มต้นก็มีความขัดแย้ง และแน่นอนที่สุด โดยการขัดกับหลักนิติธรรมเหมือนท่านประธานกําลังจะยืนอยู่บนขาข้างเดียวนะครับ ท่านประธานจะยืนอยู่ไม่นาน ขอให้ท่านประธานได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งครับ
ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่าควรจะได้มีการถอนร่างนี้ออกไป เพราะวันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงครับว่า ปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ ปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ปัญหาสินค้าราคาแพง ปัญหาสินค้าราคาเกษตรตกต่ํา จนมีการชุมนุมอยู่ทั่วประเทศนะครับ ทําไมสภาผู้แทนราษฎรนี้ไม่มีจิตสํานึกที่จะยอมรับเอา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาพิจารณา หรือว่ากฎหมายฉบับนี้เพียงเพื่อประโยชน์ ของคนบางคน เพียงเพื่อประโยชน์ของคนที่มีอํานาจที่แท้จริงเหมือนที่ถูกข้อกล่าวหาหรือไม่ ท่านประธานควรดํารงอยู่ในความเป็นกลางในฐานะประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านไม่กล้า ที่จะสบตาผมนะครับ ท่านไม่กล้ามองมาทางผม แต่เวลาผมพูดท่านจะเตือนอยู่เสมอว่า ให้ผู้อภิปรายอภิปรายต่อท่านประธานสภา ผมกําลังอภิปรายต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และผมกําลังจับความรู้สึกของท่านอยู่ขณะนี้ว่าจริง ๆ แล้วสิ่งที่เพื่อนได้กล่าวหาว่าท่านได้รับ ข้อเรียกร้องจากเพื่อนที่ติดคุกอยู่จริงหรือไม่ หรือท่านกําลังได้รับใบสั่งจากคนที่หนีคุก อันนี้เป็นเรื่องที่น่าสงสัยครับท่านประธาน ท่านอย่าลืมนะครับ ทีวีรัฐสภาถ่ายทอดออกไป ทั่วประเทศ พี่น้องประชาชนกําลังมองผมกําลังพูดอภิปราย และกําลังมองตาท่านประธาน เช่นเดียวกัน ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานว่าถ้าวันนี้ท่านประธานจะได้สํานึกว่า การที่พวกกระผมลุกขึ้นมาเรียกร้องให้มีการเสนอญัตติดังกล่าวนี้ตั้งอยู่บนความปรารถนาดี แต่ถ้าหากท่านประธานไม่ยอมรับฟังคิดแต่เพียงเอาชนะคะคานคิดแต่เพียงใช้เสียงข้างมาก ท่านประธานครับ ท่านประธานคงได้ยินมาเหมือนกับผมว่า ไม่มีอํานาจใดในแหล่งหล้า หรือจะสู้แกร่งกล้าความศรัทธาของประชาชน ท่านประธานครับ เราก็จะได้เห็นต่อไปครับ
ประการที่ ๓ ซึ่งเป็นประเด็นสําคัญที่ประธานต้องตัดสินใจและท่านประธาน ต้องชี้แจงครับ เรื่องนี้ท่านประธานคงจําได้นะครับ ท่านประธานเป็นคนหยิบขึ้นมาอภิปราย ตอนท่านประธานเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านอภิปรายสนับสนุนหมอชลน่าน เรื่องนี้คือเรื่องที่ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าผมอยากจะให้ถอนหรือระงับญัตตินี้ ไปก่อนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ ได้มีบทบัญญัติไว้ว่าร่างพระราชบัญญัติใดที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอ และในขั้นรับหลักการไม่เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วย การเงิน แต่สภาผู้แทนราษฎรไปแก้ไขเพิ่มเติมและประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าการแก้ไข เพิ่มเติมนั้นทําให้มีลักษณะเป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน ให้ประธาน สภาผู้แทนราษฎรสั่งระงับการพิจารณาไว้ก่อน และภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่มีกรณีดังกล่าว ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งร่างพระราชบัญญัตินั้นไปให้ที่ประชุมร่วมกันของ ประธานสภาผู้แทนราษฎรและประธานคณะกรรมาธิการสามัญของสภาผู้แทนราษฎร ทุกคณะเป็นผู้วินิจฉัย ท่านประธานจําได้ไหม ท่านประธานเคยอ้างเหตุผลนี้ในสภาในช่วงที่ ผมเป็นประธานวิปรัฐบาล และในที่สุดประธานสภาในช่วงนั้นก็ยอมรับความคิดเห็นของท่าน แล้วก็ถอนร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุออกไป เพื่อให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรไปประชุม ร่วมกันกับประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประธานจะมากล่าวอ้างว่าบทบัญญัติบอกว่า ประธานสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าการแก้ไขเพิ่มเติม แต่วันนี้ท่านประธานยังไม่เห็นผมกําลัง ชี้ให้ท่านประธานเหมือนที่ท่านประธานเคยชี้ให้ท่านประธานชัย ชิดชอบ เป็นคนเห็นครับ วันนี้ท่านประธานไม่มีทางเลี่ยงกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา ๑๔๔ นี้ได้เลยครับ ทําไมผมจึง อ้างอย่างนั้นครับ ท่านประธานครับ มาดูบทบัญญัติร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่ง กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และการแสดงออกทางการเมืองของ ประชาชน พ.ศ. .... ท่านดูในมาตรา ๓ สิครับท่านประธาน ท่านดูในมาตรา ๓ ที่เป็นร่างเดิม ที่พวกเรารับหลักการไปครับ ได้มีบทบัญญัติไว้ชัดเจนครับท่านประธาน ให้บรรดาการกระทํา ใด ๆ ทั้งหลายทั้งสิ้นของบุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ว่าไปตามลําดับนะครับ จนถึง ให้ถือว่าการกระทําดังกล่าว หรือการแสดงออกดังกล่าวเป็นการสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออก ทางการเมือง แต่คณะกรรมาธิการไปเพิ่มเติมโดยความคิดเห็นของ ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไปว่าไปเพิ่มเติมให้สุดซอย เพื่อความเข้าใจครับท่านประธาน ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานอีกนิดหนึ่งครับ ไปเพิ่มเติมว่า หรือที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้กระทําความผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙ รวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่ดําเนินการในเรื่องดังกล่าวสืบเนื่อง ต่อมาที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ. ๒๕๔๗
ท่านครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านประสิทธิ์
ท่านประธานต้องเตือน ผู้ประท้วง
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ
ท่านประสิทธิ์ อย่างนี้ เขาบอกจะจบแล้ว เพราะฉะนั้นขออย่าประท้วงเลย ให้ท่านได้ใช้สิทธิของท่าน ได้พูดจบ จะจบอยู่แล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ได้ไปแก้ไขเพิ่มเติมว่า ไม่ว่าผู้กระทําจะกระทําในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทํา หรือผู้ถูกใช้ หากการกระทํานั้นผิดกฎหมาย ก็ให้ผู้กระทําพ้นจากความผิดและ ความรับผิดชอบโดยสิ้นเชิง ประเด็นนี้นะครับจึงเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งผมคิดเห็นว่า ท่านประธานควรจะได้รับพิจารณาว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้พระราชบัญญัตินี้ ไปเกี่ยวข้องด้วยการเงิน ซึ่งประธานต้องดําเนินการตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ เพราะได้ไปแก้ไขว่า ในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ให้กระทํา และผู้ที่ขู่ว่าอย่ากลับบ้านมือเปล่า ใช้ให้กระทําไหมครับท่านประธาน ใช้ให้กระทํา และถูกศาลลงโทษจําคุกไปแล้ว ๒ ปี และยังมีคดี
ท่านอย่าไป พาดพิงอย่างนั้นครับ เอาละครับ พอเถอะครับ ไม่เป็นอะไรเดี๋ยวผมวินิจฉัย
ท่านวินิจฉัย เชิญครับ
เดี๋ยวผมวินิจฉัย
ใช่ครับ ขอบคุณครับ เชิญ ผมจะฟังท่านวินิจฉัยครับ
จ่าประสิทธิ์เชิญ เขาใช้สิทธิประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วง ๒ ข้อบังคับ ข้อบังคับแรกผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ข้อที่ ๒ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ในส่วนของท่านประธาน ท่านประธานได้ทําผิด ข้อบังคับ ข้อ ๘ โดยท่านประธานพูดตั้งแต่แรกแล้ว ผมนั่งอยู่ตรงนี้ตลอดว่าคนนู้นสุดท้าย คนนี้สุดท้าย สุดท้ายก็ไม่สุดท้ายสักที แล้วก็เรียกประธานกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการ เข้ามานั่ง เสร็จแล้วเลขาธิการก็ดําเนินการและเข้าสู่วาระมาตรา ๑ แล้ว สุดท้ายก็มีการให้ คนโน้นลุกขึ้นประท้วง ไม่ดําเนินการตามที่วินิจฉัย
ข้อที่ ๒ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ อภิปรายนอกประเด็น ประกอบกับ มีผู้เสนอให้เปิดให้ปิด ท่านประธานต้องดําเนินการลงมติตามเขานั้นเอง ไม่มีเป็นอย่างอื่นครับ ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ ขอบคุณครับ
ประเด็นเรื่อง เกี่ยวกับที่ท่านสงสัยว่าเป็น พ.ร.บ. เกี่ยวกับการเงินนะครับ เอาไว้ให้จบวาระสอง แล้วถ้ายังมี ผู้สงสัยอยู่ เรายังมีการแปรบัญญัติยังไม่มีข้อสรุป พอทุกอย่างจบวาระสองแล้วถ้ามีผู้สงสัย เราค่อยไปว่ากันในตอนนั้น ไม่เสียเวลาในช่วงนี้นะครับ เอาว่าเรายังต้องมีการขอความเห็น ขั้นตอนยังไม่จบสิ้นนะครับ พอจบสิ้นในวาระสองแล้ว ถ้ามีผู้สงสัยเราค่อยมาว่ากันในตอนนั้น ผมไม่ขัดข้องหรอกครับ ถ้าจะมีการประชุม ๓๕ คณะ ก็ไม่ขัดข้องนะครับ เอาไว้ให้จบ วาระสองก่อน ที่จริงต้องสลับมาทางนี้ครับ ขอคุณหมอชลน่าน แล้วค่อยมาท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะให้เหตุผลประกอบกับ ญัตติของเพื่อนสมาชิกที่ขอให้คงระเบียบวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ท่านประธาน ได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในวันนี้ เหตุที่ผมจําเป็นต้องลุกยืนนี่ก็เกรงว่าท่านประธานจะไม่ให้ โอกาส ก็จะขอใช้สิทธิพาดพิง เพราะเพื่อนสมาชิกได้เอ่ยถึงชื่อกระผมในเรื่องของการพิจารณา เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ ที่ท่านประธานได้เป็นผู้วินิจฉัยไป ท่านประธานที่เคารพ ผมมีเหตุผล ๓ ประการที่เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องได้รับการพิจารณาในวันนี้เลย
ประการแรกสุด เป็นข้อความเห็นเกี่ยวกับที่เพื่อนสมาชิกได้ยกขึ้นว่า เห็นควร จะต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากว่ามีข้อสงสัยว่าการแก้ไขของกรรมาธิการจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การเงิน จริงอยู่ครับท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ ก็เขียนชัด เขาให้สิทธิด้วย เพราะร่างนี้เป็นร่างที่เพื่อนสมาชิกเป็นผู้เสนอ ส.ส. เป็นผู้เสนอ ในชั้นรับหลักการ แน่นอนครับ ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ว่าร่างนี้จะเป็นร่างเกี่ยวกับการเงิน หรือมีข้อสงสัยเราก็มีการทําความเข้าใจ เขาดูถ้อยคําดูสาระบัญญัติทั้งหมดแล้วไม่เกี่ยวกับ การเงินก็เข้าสู่การพิจารณา แต่ถ้าการพิจารณาในวาระที่สองมีการแก้ไข และมีสารบัญญัติ ที่บ่งเป็นลักษณะการเงิน ท่านประธานครับผมกราบขอบคุณท่านประธานที่กรุณาวินิจฉัย ได้ชัดเจนว่า การพิจารณาตรงนั้นไม่ใช่กรรมาธิการนะครับ ไม่ใช่กรรมาธิการไปแก้ไขแล้ว จะตีว่าเป็นการเงิน เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใช้คําว่า สภาผู้แทนราษฎรแก้ไขเพิ่มเติม นั่นหมายความว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ก่อนว่าสิ่งที่กรรมาธิการได้ไป แก้ไขมานี่ สภาผู้แทนราษฎรเราเห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประธาน ได้วินิจฉัยไว้ว่าต้องให้จบกระบวนการของการวินิจฉัยของสภาให้เรียบร้อยก่อน แต่ผมยัง ยืนยันนะครับ ท่านประธานครับ แม้ว่าสภาแห่งนี้จะเห็นชอบกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ถ้อยคําที่เพื่อนสมาชิก ได้ยกขึ้นมาแล้วไปกล่าวอ้างว่าเป็นการเงิน ในมุมของผมเองก็เห็นว่า ไม่เกี่ยวกับการเงิน แต่ถ้ามีข้อสงสัยก็ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไป ด้วยเหตุนี้ประเด็น นี้ไม่เป็นเหตุผลที่จะต้องเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปในวันนี้
ประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ได้ยกประเด็นเอาว่า ถ้าพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ ผมเองเคารพความเห็น ของเพื่อนสมาชิกครับ พวกเรามีความเห็นต่างกันได้ ในขณะที่ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะเป็นตัวแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองแห่งนี้ เราเห็นขาวกับดําครับ เมื่อมี ขาวกับดําแล้ว โดยหลักของประชาธิปไตยก็ต้องอาศัยเสียงข้างมากมาตัดสิน ท่านอย่า กล่าวหาเสียงข้างมากเป็นเผด็จการ มันเป็นหลักการในหลักประชาธิปไตยพื้นฐาน ๕ หลัก ต้องยอมรับครับ แล้วที่สําคัญเราได้รับอาณัติมาจากพี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศด้วย แล้วเรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งจะมาพูดกันตอนนี้ที่จําเป็นเร่งด่วน เราพูดตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ามาทํางาน กระบวนการก็มีความต่อเนื่องกันไป ถามว่าจําเป็นเร่งด่วนไหม ถามตั้งแต่ต้นแล้วครับ มาถึงปัจจุบันนี้ก็ถือว่าจําเป็นเร่งด่วนนั้นเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าการอ้างความขัดแย้ง เพื่อเลื่อนกฎหมายฉบับนี้ออกไปความเห็นของผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ถูกต้อง แล้วความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร ก็เกิดจากความเห็นต่างอย่างไรครับ พวกผมอยากให้สงบ แต่ท่านบอกว่าเกิดความขัดแย้ง พี่น้องประชาชนหลายฝ่ายเข้ามาสนับสนุนความเห็นท่าน พี่น้องหลายฝ่ายก็สนับสนุนความเห็นของพวกผมเช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญถ้าท่านตัดสิน โดยใช้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ละครับ ใช้สภาแห่งนี้
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้าย ท่านพยายามดึงเอาเหตุการณ์ สถานการณ์ซึ่งไม่บังควรอย่างยิ่งที่จะต้องพูดในสภาแห่งนี้เกี่ยวกับเรื่องของการไว้ทุกข์ให้ สมเด็จพระสังฆราช มิบังควรหรอกครับ ที่จะมากล่าวอ้างว่าเราต้องเลื่อนการทําหน้าที่ เพราะเป็นฤดูกาลไว้ทุกข์ มีหรือครับที่ประกาศขอให้เป็นทางการห้ามรื่นเริงครับ การทํา หน้าที่ การทํางานเพื่อบ้านเพื่อเมืองยิ่งต้องทําครับ เพื่อถวายแก่พระองค์ท่านให้บ้านเมืองนี้ สงบ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนอย่างนี้สมควร ท่านประธานครับ ที่ท่านจะ ขอมติสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ต่อไป กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ
เชิญท่านผู้นํา ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ท่านวิทยา บุรณศิริ ๒ ท่านก็คงพอแล้วนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ ที่จริงผมไม่ได้ ตั้งใจจะใช้สิทธิอภิปรายครับ แต่ว่าเมื่อสักครู่ท่านประธานวินิจฉัยเป็นแนวทางว่าประเด็นว่า กฎหมายนี้เกี่ยวข้องกับการเงินหรือไม่ ท่านบอกว่าให้รอพิจารณาโดยสภาก่อนถูกต้องใช้ไหม ครับ ที่ผมกราบเรียนอย่างนี้เพราะว่าไม่อยากไปตัดสิทธิเพื่อนสมาชิกที่ตั้งใจอภิปราย ผมไม่ได้ตั้งใจอภิปราย ผมจะเพียงแต่กราบเรียนท่านประธานว่าผมขอเป็นอย่างนี้ได้ไหมครับ ที่ท่านวินิจฉัยเมื่อสักครู่นี้ หมายความว่าเมื่อมีการแก้ไขถ้อยคําใดที่ทําให้สมาชิกสงสัยว่าเป็น กฎหมายการเงิน เช่น สมมุติว่ามีสมาชิกเห็นว่าการแก้ไขมาตรา ๓ ทําให้กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายทางการเงินเมื่อลงมติมาตรา ๓ เสร็จ ขออนุญาตพวกเราที่สงสัยได้แสดง ความคิดเห็นได้ไหมครับ เพราะผมเกรงว่าถึงเวลาแล้วท่านประธานก็พอครบทุกมาตราท่านก็ ขอมติวาระ ๓ แล้วมันก็จะสายเกินไป เท่านั้นเองครับ ผมขอหารือเท่านี้ครับ
ท่านครับ เมื่อสักครู่ท่านอาจจะเผลอพูดผิดไปนะครับ หมายถึงว่า จบการพิจารณาเรียงตามลําดับ มาตราแล้ว ก่อนที่จะลงมติวาระสาม ผมจะอนุญาตครับ ชัดเจนนะครับ ก่อนลงมติวาระสาม ผมจะอนุญาตถ้ายังสงสัย ตกลงนะครับ ชัดเจนนะครับ ตรงกันนะครับ อย่างนั้นท่านวิทยา ยังจะใช้สิทธิไหมครับ ผมว่าเข้าประเด็นเลยดีกว่าไหม
ท่านประธานจะเข้าประเด็น หรือเปล่าครับ ถ้าท่านไม่เข้าผมจะพูดครับ
ขออนุญาต เข้าประเด็นเลยครับ เพราะจบแล้วครับ
ถ้าเข้าผมไม่ต้องพูด
ผมขอมติครับ เชิญสมาชิกข้างนอกเพื่อลงมติครับ ท่านมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นเรื่องกฎหมายการเงินไม่ได้เกิดข้อโต้แย้งเฉพาะในชั้นกรรมาธิการเท่านั้นครับ และผม ได้ยืนอภิปรายในชั้นรับหลักการในวาระที่หนึ่งว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในส่วนที่เป็นร่าง ของคุณวรชัยโดยตรงที่ยังไม่ได้มีการปรับแต่งโดยคณะกรรมาธิการก็เป็นร่างพระราชบัญญัติ การเงินแล้วเพราะมีการคืนเงินให้กับกรณีการเผาศาลากลางซึ่งได้มีคําวินิจฉัยของศาลแล้ว ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกได้พูดไป ท่านประธานได้กําลังจะบอกว่าค่อยไป ว่ากันในชั้นที่จบวาระที่สอง นั่นเป็นเรื่องข้อที่กรรมาธิการได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมให้มี การนิรโทษกรรมในคดีเรื่องเกี่ยวข้องกับ คตส. แต่ของกระผมนั้นผมเป็นคนเดียวที่ยืนยัน ในการอภิปรายในวันนั้นและแสดงหลักฐานต่อท่านประธานว่าเฉพาะร่างของฉบับนายวรชัย เหมมะ ซึ่งเป็นร่างที่พวกเรารับหลักการในวาระหนึ่งก็เป็นร่างพระราชบัญญัติการเงินแล้ว ซึ่งเป็นการเข้าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้กระผมก่อนครับ ก็เป็นร่างพระราชบัญญัติการเงินแล้ว ซึ่งเป็นการเข้าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้กับผมก่อนครับ เฉพาะร่างของนายวรชัยในคราวนั้น ผมได้ ทักท้วงแล้ว และตามรัฐธรรมนูญจะต้องส่งให้ประธานคณะกรรมาธิการ ๓๕ คณะ ได้ทําการ วินิจฉัย ประเด็นนี้ยังไม่ได้มีการส่งตลอดทั้งการประชุมคณะกรรมาธิการ ซึ่งกระผมเอง เป็นเสียงข้างน้อยอยู่ในกรรมาธิการด้วย ท่านประธานเห็นอย่างไรครับ
ประเด็นนี้ เราหารือกันมาใช้เวลานานมาแล้วนะครับ แล้วได้ข้อสรุปไปแล้ว แล้วผมก็วินิจฉัยไปแล้ว นะครับ แล้วก็มีการบรรจุเข้าสู่การประชุม วินิจฉัยว่าไม่ใช่ร่างเกี่ยวกับการเงิน
ท่านประธานครับ กระผมมิได้ กล่าวถึงร่างของกรรมาธิการที่มีการปรับแต่งเรื่อง คตส. ครับ
เข้าใจครับ ได้มีการวินิจฉัยไปแล้ว
แล้วประธานอาศัยอํานาจใด ทําการวินิจฉัยละครับ เพราะกระผมใช้อํานาจในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๓ ในการสงสัยครับ ท่านประธานต้องส่งเรื่องของผมในขณะที่มีการประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ไปให้กรรมาธิการ ๓๕ คณะ วินิจฉัย
ไม่เป็นไร เอาไว้ จบวาระที่สองแล้วค่อยหารืออีกทีหนึ่งนะครับ แล้วประเด็นนี้ก็วินิจฉัยไปแล้ว แล้วคุยกันมา ใช้เวลามากแล้วนะครับ ผมขอมติเลยดีกว่าครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกครับ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ท่านที่อยู่แล้วใช้สิทธิแสดงตนได้เลยครับ เชิญครับ ท่านที่มาทีหลังแสดงตนได้เลยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
มีท่านใดยังไม่ใช้ สิทธิครับ ไม่มีนะครับ ส่งผลได้เลย ผู้เข้าประชุม ๓๑๗ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งครับ
ขอมติเลยนะครับ เห็นด้วยที่จะให้มีการเลื่อนออกไปก่อนหรือไม่ครับ เชิญครับ เห็นด้วยหรือไม่ครับที่จะให้เลื่อนออกไป เห็นด้วยที่จะให้เลื่อนกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มีท่านใดยังไม่ได้ ใช้สิทธิไหมครับ ถ้าไม่มี ปิดการลงคะแนนครับ ส่งผลได้เลยครับ มติเห็นด้วย ๑๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๐๘ ท่านครับ ถือว่าที่ประชุมไม่เห็นด้วยนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านใหม่ ชื่อร่างครับ
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ไม่เห็นมีอะไร ต้องประท้วงนี่ครับ เชิญครับ ท่านใช้สิทธิประท้วงนะครับ เชิญท่านบุญยอด
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ผมจําเป็นต้องลุกขึ้นมาทักท้วงต่อ ท่านประธานและประธานกรรมาธิการนะครับ ตามรายงานที่ส่งเข้ามาในที่ประชุมนี้ มีจุดที่ ผิดพลาดในการส่งรายงานในขณะนี้หลายจุดครับ ผมขออนุญาตร่วมกับเพื่อนที่เป็น กรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกที่ตรวจพบนะครับ จะได้รายงานต่อท่านประธาน และขอให้ ประธานกรรมาธิการถอนเรื่องนี้ออกไปปรึกษาหารือกันก่อนหน้าที่จะมีการพิจารณา เรียงมาตราต่อไป หน้าแรก หน้า ๒๔ ครับ ขอท่านเปิดตามเลยนะครับ หน้า ๒๔ เป็นการ ขอสงวนความเห็นของกรรมาธิการชาดา ไทยเศรษฐ์ ครับ ในการสงวนความเห็นนั้น มีการระบุชื่อบุคคลในตัวของการสงวนความเห็นเอาไว้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ประธานกรรมาธิการ และกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้มีการลงมติแล้วว่าไม่เห็นด้วยกับการเขียนในลักษณะที่ ไประบุชื่อบุคคลหรือเป็นคําเสียดสีต่าง ๆ เช่น กรณีของ นายสาธิต ปิตุเตชะ ก็ตัดทิ้ง ไม่ระบุ ในรายงานแต่อย่างใด แต่ในคําแปรญัตติของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ นั้นผมเชื่อว่าเป็น การเขียนกฎหมายที่ผิดต่อวิธีการในการบัญญัติบทบัญญัติในกฎหมาย โดยการระบุว่า กฎหมายฉบับนี้จะไปมีผลบังคับต่อบุคคล โดยการระบุชื่อลงไป อย่างนี้ผมเชื่อว่าไม่ถูกต้อง ตามวิธีการในการเขียนกฎหมายครับ นี่เป็นจุดที่ ๑ นะครับ
จุดที่ ๒ นะครับ จุดที่ ๒ ผมขออนุญาตท่านประธานและประธานกรรมาธิการ และกรรมาธิการเปิดไปหน้า ๘๐ และหน้า ๘๑ ครับ การขอสงวนคําแปรญัตตินั้นผมเชื่อว่า โดยหลักการก็คือ ๑ คนจะต้องมีการขอสงวนคําแปรญัตติได้เพียงแค่ ๑ คําแปรเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเราคงพิจารณาต่อไม่ได้ว่าตกลงว่าคน ๆ นั้นสงวนคําแปรอย่างไร ซึ่งในที่ประชุม กรรมาธิการก็ได้พูดถึงประเด็นนี้และพูดกันชัดเจนแล้วนะครับว่าจะให้แต่ละคนนั้นสามารถ สงวนคําแปรญัตติได้เพียง ๑ เสียงเท่านั้น เช่น กรณีของคุณหมอเชิดชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะว่าในขณะนั้นท่านกําลังจะสงวนคําแปรญัตติของหลายต่อหลายคน และมีคําแปรญัตติ ที่ซ้ํากัน ท่านก็บอกต่อที่ประชุมว่าท่านจะไปทําความตกลงกับบรรดาผู้ที่ขอสงวนคําแปรญัตติ ให้เหลือคําแปรญัตติเพียงคําแปรญัตติเดียว แต่ท่านประธานดูในรายงานหน้า ๘๐ นะครับ มีกลุ่มของ ขออนุญาตต้องเอ่ยนามนะครับ ไม่มีผลกระทบ เพราะมันเป็นรายงานจริงนะครับ หน้า ๘๐ มีกลุ่มของ พลเรือเอก สุรพล จันทร์แดง นายธวัชชัย สุทธิบงกช นายพหล วรปัญญา นายสุชาติ ภิญโญ นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย แก้ไขในมาตรา ๔ ครับที่แปรญัตติไว้ และผู้แปรญัตตินั้นขอสงวนนะครับ ผมไม่ต้องอ่าน คําแปรญัตติในหน้านี้ครับ ส่วนหน้า ๘๑ มาตรา ๔ เช่นเดียวกัน ตอนท้ายท่านเห็นไหมครับ ร่วมไปจนถึงหน้า ๘๒ เป็นคําแปรญัตติในมาตรา ๔ เช่นเดียวกัน ชื่อซ้ํากันคือ พลเรือเอก สุรพล จันทร์แดง นายธวัชชัย สุทธิบงกช นายพหล วรปัญญา นายสุชาติ ภิญโญ นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ และ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ คําแปรญัตติที่สงวนนี้ไม่ตรงกัน เป็น ๒ กลุ่มของการแปรญัตตินะครับ ดังนั้น ๒ จุดนี้ที่ผมนําเสนอต่อท่านประธานว่า กรรมาธิการต้องออกไปแก้รายงานนี้กันใหม่ก่อนจึงจะเป็นรายงานที่สมบูรณ์และไม่ผิดพลาด นะครับ จึงจะประชุมกันต่อได้ครับ อันนี้เป็นเรื่องของความผิดพลาดนะครับ ที่เกิดขึ้นจาก การเร่งร้อน รวบรัด และนอกจากนั้นครับท่านประธาน พวกผมก็สงวนความเห็นเอาไว้ นะครับ เพื่อที่จะให้กรรมาธิการนี้ได้ระบุไว้ในรายงานว่า อย่างเช่นผมนะครับ บอกว่าขอให้ บันทึกไว้เลยว่าผมเห็นว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน สุดท้ายแล้วนะครับ ท่านก็ไม่ระบุ ใด ๆ ในรายงานฉบับนี้ รวมทั้งข้อสังเกตของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งปกติก็จะมีข้อสังเกต กรรมาธิการ ท่านก็รวบรัดนะครับว่า ไม่มีข้อสังเกตใด ๆ ไม่ต้องเอาแล้ว ไม่ต้องฟังกันแล้ว นะครับ แล้วก็สรุปจบไปเลย โดยไม่ได้ขอมติด้วยซ้ํานะครับว่าจะไม่มีข้อสังเกตหรือไม่ นี่ผมรายงานตามข้อเท็จจริงจากห้องประชุมกรรมาธิการซึ่งประชุมกันเพียง ๑๔ ครั้ง ในลักษณะเร่งรัด รวบรัด ซึ่งจริง ๆ สัปดาห์นี้ควรจะเป็นแค่แปรญัตติเท่านั้นเองนะครับ กลับกลายเป็นว่าเข้าสู่วาระสองในสภาในวันนี้ครับ ก็รายงานต่อพี่น้องประชาชนให้ทราบ ข้อเท็จจริงครับ
เชิญท่านพิเชษฐ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ตั้งแต่ท่านประธาน เริ่มการประชุม ท่านประธานก็อะลุ่มอล่วยหย่อนยานข้อบังคับ ผมขอให้ท่านประธาน ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ อย่างเคร่งครัด แล้วเข้าสู่วาระให้ผู้สงวนคําแปรญัตติซึ่งเป็นกรรมาธิการ ได้ดําเนินการเป็นคนแรก วินิจฉัยด้วยครับ ท่านประธานครับ
ที่ท่านบุญยอด ได้ทักท้วงไว้มีความผิดพลาดในเอกสารเล่มหนาอย่างนี้ มันก็เป็นเรื่องปกติถ้าไม่มี ความผิดพลาดเลยก็ถือว่าผิดปกตินะครับ เพราะฉะนั้นแต่ไม่เป็นไรครับ ไม่เป็นไรครับก็จะได้ ดูรายละเอียดแล้วมีการแก้ไขใหม่ เชิญท่านประธานกรรมาธิการ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานกรรมาธิการ ก็ตอบกรณีท่านบุญยอดได้ตั้ง ข้อสังเกต แล้วก็ทักท้วงว่ารายงานนี้มีความผิดพลาด ผมไล่ตั้งแต่หน้า ๘๐ ที่ท่านยก หน้า ๘๐ หน้า ๘๑ คือเป็นความผิดพลาดด้านธุรการ ขณะนี้ได้พิมพ์แก้ไขเรียบร้อยนะครับ ก็รอจะขออนุญาตท่านประธานแจกเอกสาร ซึ่งไม่ใช่ว่าเราไม่ทราบนะครับ ก็ทราบก่อน ท่านบุญยอดจะพูด ก็เตรียมเอกสารที่จะแก้ไขแล้วนะครับ
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของท่านชาดา ไชยเศรษฐ ว่าทําไมกรรมาธิการถึงอนุญาต ให้มีการแปรญัตติในลักษณะไประบุชื่อบุคคลเข้ามานี้นะครับ ก็กราบเรียนว่าไม่ได้ ๒ มาตรฐาน ๓ มาตรฐานนะครับ มีบางท่านเวลาไประชื่อบุคคล ท่านก็ใช้ถ้อยคําที่เป็นการใส่ร้ายเสียดสี นะครับ ซึ่งกรรมาธิการเห็นว่าไม่น่าที่จะรับเป็นคําแปรญัตติก็มีมติไม่ให้รับเป็นคําแปรญัตติ แต่ของท่านชาดานี้ ถ้าได้ถึงเวลามาตรานั้น ท่านชาดาก็คงจะขึ้นมาแถลงเหตุผลไม่ได้มี ถ้อยคําอะไรที่จะเป็นการใส่ร้ายเสียดสีนะครับ ก็ท่านเพียงแต่ระบุชื่อบุคคลลงไปแค่นั้น กรรมาธิการก็เห็นว่าไม่ได้เป็นการผิดข้อบังคับก็อนุญาตนะครับ กราบเรียนท่านประธานครับ
ผมอนุญาต ให้เกินจําเป็นแล้วนะครับ อะลุ่มอล่วยเกินจําเป็น ทางนี้ทักท้วงบ่อยแล้วนะครับ ผมขอ ดําเนินการต่อเลยครับ เอาทีละนิดทีละนิดมันก็อย่างนี้ ผมว่ามันอะลุ่มอล่วยเกินจําเป็นแล้ว นะครับ เชิญท่านผู้สงวนความเห็นท่านแรก ท่านจิรายุ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ท่านประธานครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญ
พอแล้วนะครับ
ท่านประธาน ผมสมาธิดีครับ ผมพูด ได้เรื่อยถ้าท่านประธานให้ผมพูดครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม
ท่านจิรายุ ขออภัย ตกลงอย่างไร ที่จริงผมอะลุ่มอล่วยเกินจําเป็นแล้วนะครับ เราต้องดําเนินการตาม ข้อบังคับ ผมอนุญาตให้ ๒ ท่านนะครับ ท่านละไม่เกิน ๑ นาที ขออนุญาต ๒ ท่านนะครับ แล้วผมพอนะครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์
ขออย่าเกิน ๑ นาทีนะครับ
ไม่ได้ครับท่านประธาน ต้องฟังให้จบนะครับ มีเหตุผลอยู่ครับ เป็นสิทธิของผมที่จะใช้สิทธิพาดพิง แล้วผมจะชี้แจงว่าผมมีปัญหากับ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ เพราะผมสงวนคําแปรญัตติไว้ท่านไม่ได้ลงไว้ในรายงานในฉบับนี้
ท่านจะใช้สิทธิ พาดพิง ใครพาดพิง แล้วพาดพิงตรงไหน ผมจะได้วินิจฉัยว่าเสียหายหรือไม่
พาดพิง ๒ อย่างครับ ท่านบุญยอดพาดพิง ผมนะครับ แล้วผมก็ใช้สิทธิประท้วงเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ว่ามันไม่ถูกต้อง
ผมอนุญาต ให้ท่าน ๑ นาที แต่ถ้าจะใช้มากกว่านั้นผมต้องวินิจฉัยว่าพาดพิงตรงไหน เอาละครับ ผมอะลุ่มอล่วยสมควรแล้วครับ
ท่านต้องฟังครับ ท่านต้องฟังให้ดีครับ
ไม่อย่างนั้นฝั่งนี้ ก็ทักท้วง
ท่านต้องฟังสิครับ ผมมีเหตุผลอยู่แล้วครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ
ขอสัก ๑ นาทีครับ
ท่านประธานฟังก่อนครับ แล้วท่านประธาน จะเข้าใจว่าผมจะพูดเรื่องอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้แปรญัตติกับกรรมาธิการ ในมาตรา ๑ ข้อความที่ผมแปรญัตตินั้น สําหรับความคิดผมเป็นความคิดและผมเชื่อมั่นว่า ไม่ผิดข้อบังคับ เป็นไปตามข้อเท็จจริง ผมก็ได้มีโอกาสไปเสนอความเห็นในชั้นกรรมาธิการ ท่านประธานกรรมาธิการก็จะใช้สิทธิวินิจฉัยและลงมติอย่างไรผมก็ไม่ทราบ แต่ปรากฏว่า ขณะนี้สิ่งที่ผมแปรญัตติไม่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ ดังนั้นผมจะขออภิปรายเพื่อแสดง ความเห็นคัดค้านและ
ท่านครับ ท่านใช้ สิทธิพาดพิง ไม่มีการพาดพิงและไม่มีการเสียหาย ตรงนั้นท่านสามารถนําเสนอมาได้ครับ ก็เสนอเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้ครับ มีผิดพลาดตรงไหน เชิญครับ ใช้เวลาสัก ๑ นาที ชี้ประเด็นเท่านั้นเอง ไม่ต้องอภิปรายครับ
ผมจะชี้ให้ท่านเห็นอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ สิ่งที่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ทําไปไม่ได้เป็นการผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ อย่างเดียวนะครับ ผมมาดูข้อบังคับเกี่ยวกับการแปรญัตติตั้งแต่ข้อ ๙๒ ข้อ ๙๓ ข้อ ๙๔ ข้อ ๙๕ เขาไม่ได้มีข้อบังคับห้ามแปรญัตติไว้โดยเฉพาะ เขาเขียนรายละเอียดไว้ว่าต้องทําอะไรบ้าง ในชั้นแปรญัตติ มีสิทธิไปชี้แจง แต่ไม่ได้เขียนไว้โดยเฉพาะว่าห้ามแปรญัตติอย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนกับการอภิปรายในสภา แล้วก็ประกอบกับข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ ท่านประธานท่านดูนะครับ ข้อ ๑๒๕ เขาพูดชัดนะครับว่าคือเมื่อกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว กรรมาธิการต้องมีรายละเอียดว่ากรรมาธิการท่านไหนแปรญัตติไว้อย่างไร และมติของ กรรมาธิการเกี่ยวด้วยกับคําแปรญัตตินั้นประการใด หรือมีการสงวนคําแปรญัตติของผู้แปร ญัตติอย่างไร ต้องมีบันทึกไว้ ส่วนการวินิจฉัย ท่านประธานวินิจฉัยว่าเสียดสี ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะมันไม่ได้มีเขียนไว้เฉพาะนะครับ
อีกประการหนึ่งก็คือว่าท่านบอกว่าเสียดสี ใส่ร้าย อันนั้นเหตุผลหนึ่งนะครับ ที่ผมคิดว่าไม่ถูกต้องตามข้อบังคับหลายข้อด้วยกัน ทั้งข้อ ๑๒๕ ข้อ ๙๒ ข้อ ๙๓ ข้อ ๙๔ ในขณะเดียวกันกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็ให้ท่านจิรายุใส่ความเห็นในมาตรา ๑ ว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับคนไทยให้อภัยซึ่งกันและกันเพื่อพัฒนาชาติไทย และนี่ใส่ไว้ทําไมล่ะครับ ผมก็คิดได้ว่าถ้าอย่างนี้มันก็เสียดสีเหมือนกัน นี่ก็คือ ๒ มาตรฐาน อย่างไรครับ หลายท่านก็ยังเขียน ท่านวัชระ เพชรทอง เขียนยาวกว่านั้นอีกครับ การใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญโดยไม่ใช้อาวุธสงคราม ไม่ปล้น ไม่ฆ่า ไม่เผา ไม่โกง นี่การทํางานของ กรรมาธิการ ท่านประธานดูสิครับ และท่านประธานฟังของผมนะครับ มัน ๒ มาตรฐาน แล้วทําผิดข้อบังคับ ท่านประธานต้องให้สิทธิผมอภิปราย แล้วหลังจากนั้นค่อยมาว่ากัน ว่าใครถูก ท่านประธานต้องทําหน้าที่ให้ดีนะครับ เรื่องไม่เป็นกลางก็เรื่องหนึ่ง สังคมตัดสิน แต่ว่าการใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยข้อบังคับ ท่านมีปัญหามาก ท่านประธานครับ ผมสงวน ความเห็นแปรญัตติไว้ในมาตรา ๑ อย่างนี้ครับ
ท่านครับ เอาไว้ มาตรา ๑ ท่านค่อยว่าถึงตอนนั้นก่อน เอาไว้มาตรา ๑ เดี๋ยวค่อยหยิบขึ้นมาหารือครับ
ท่านประธานครับ ตกลงท่านประธาน จะวินิจฉัยอย่างไรครับ
ก็เอาไว้มาตรา ๑ แล้วค่อยมาหยิบประเด็นนี้มาหารืออีกที
ท่านจะอย่างนั้นใช่ไหมครับ
ขอท่านจิรายุ เลยครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้สงวน ความคิดเห็นในการแปรญัตตินี่ขออนุญาตพูดถึงพี่สาธิตนิดเดียวนะครับ ที่รักและเคารพ
ท่านครับ อย่าไป พูดถึงคนอื่นเลยครับ ไหนครับ
ท่านประธานครับ ผมใช้สิทธิพาดพิง
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวจะอนุญาต ขอท่านอย่าเกิน ๑ นาที เมื่อกี้ผมอนุญาตไว้แล้ว ขอท่านสุดท้าย พอแล้วครับ
ท่านประธานครับ เรื่องไหนไปเข้าในมาตราไหนท่านประธานควบคุมการประชุมหน่อยครับ ท่านประธาน ที่เคารพ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ประเด็นผมเป็นประเด็นสําคัญครับ ต้องพูดก่อนเข้ามาตราครับ เพราะรายงานฉบับนี้ มีสาระสําคัญที่ไม่ถูกต้องแล้วขัดกับหลักการ หลักกฎหมายอย่างยิ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ วินิจฉัยให้ผมที เอาแบบไหนครับ เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้มีความขัดแย้งกันเยอะ ในห้องกรรมาธิการ มันโหวตกันทุกมาตรา แต่สิ่งที่มันผิดอย่างเหลือเชื่อเลยก็คือว่า มาตรา ที่สําคัญที่สุดที่เป็นสาระสําคัญในรายงานฉบับนี้คือมาตรา ๓ ที่ท่านประยุทธ์เสนอ ในขณะนั้น มีกรรมาธิการโหวตให้คุณประยุทธ์ ๑๖ เสียง แต่ประเด็นสําคัญมันคือว่า นิดเดียวนะครับ ท่านประธานต้องวินิจฉัยให้ผมว่ารายงานนี้ผิดหรือคําสงวนผิดนะครับ นิดเดียวครับ มีคนสงวนคําแปรญัตติอยู่ ๘ ท่าน
เอาไว้ถึงมาตรา ๓ ท่านค่อยว่า
ท่านประธานฟังผมให้ดี อันนี้ เป็นสาระสําคัญครับ
ไม่เป็นไร ถ้าถึง มาตรา ๓
ท่านประธานฟังนิดเดียวครับ ท่านประธานวินิจฉัยอย่างไรเดินตามนั้น ผมไม่ประท้วงท่านประธานอีกเลยครับ ท่านประธานฟังให้ดีครับ ผมรบกวน ๑ นาทีครับ ท่านประธานที่เคารพ ในการโหวต ในคราวนั้นรายงานฉบับนี้ไม่ตรงกับความเป็นจริง ท่านคิดอย่างนี้สิครับ คุณประยุทธ์เสนอ มาตรานี้ขึ้นมา มีคนโหวตให้คุณประยุทธ์ ๑๖ ท่าน แล้วที่มาจากพรรคเพื่อไทย ๘ ท่าน โหวตให้คุณประยุทธ์ ปรากฏว่าคน ๘ คนนี้มาตั้งข้อสงวนอีก ผมถามท่านประธานว่ามันตั้งได้ หรือครับ ผมชื่นชม วรชัย เหมะ คนเดียว เขาทําอย่างไรครับ เขาไม่โหวตในมาตรานั้น ให้คุณประยุทธ์ ท่านประธานฟังให้จบนะครับ
ท่านอยู่ใน มาตรา ๓ ใช่ไหม
อย่างนั้นผมถามท่านประธาน เลยครับ
อยู่ในมาตรา ๓ ใช่ไหมครับ
ถามเลยครับ รายงานฉบับนี้ ชอบหรือไม่ เพราะมีการรายงานผิดมาในลักษณะนี้จะแก้ไหมครับ เหมือนเมื่อสักครู่ ท่านประธานกรรมาธิการบอกว่าเตรียมแก้แล้ว ผมก็ถามท่านประธานกรรมาธิการผ่านไปยัง ท่านประธานจะแก้ไหมครับ เพราะว่าในการโหวตคราวนั้นมี ๘ ท่านที่ทําข้อสงวนมา แล้วไปโหวต เห็นด้วยกับคุณประยุทธ์ อย่างนี้มันหน้าอย่างหลังอย่าง มันไม่ได้ มันพูดกันคนละเรื่องเลยครับ อย่างนี้รายงานผิดไหมครับ ท่านประธานครับ ขอช่วยดูรายงานหน้าที่ ๒๔ ครับ ท่านจะแก้ ไหมครับ มี ๘ คนที่โหวตให้คุณประยุทธ์เรียบร้อยแล้ว แล้วมาสงวนความเห็นของตัวเองไว้ ในมาตรานั้นอีก อย่างนี้ไม่ตรงกับความเป็นจริงเลยในการใช้สิทธิ ท่านประธานแก้ไหมครับ ถ้าแก้ผมจบเลย ท่านประธานเข้ามาตรา ๑ ได้เลย ก็แปลว่าคําสงวนไม่ถูกต้อง
เชิญครับ
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย ครับ คือรายงานนี้ถูกต้องทุกประการ จะมีประเด็น ที่ท่านสมาชิกได้ยกขึ้นมา ก็คือประเด็น มาตรา ๓ ที่กรรมาธิการได้มีการแก้ไข โดยเสียงข้างมากตามร่างของท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นี่นะครับ ก็จะมีกรรมาธิการบางท่าน อย่างเช่น ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านชวลิต ท่านได้ขอสงวนความเห็นเพราะท่านเห็นด้วย ในวรรคแรก แต่วรรคสองท่านเห็นต่าง ท่านก็ขอสงวนไว้ในวรรคสองนะครับ ถ้าท่านจะไป ไล่เลียงนับเสียงดูมันก็เป็นเสียงข้างมากที่เห็นชอบตามที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้แก้ไข ถ้อยคําในมาตรา ๓ ตามที่ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ท่านได้เสนอมาครับท่านประธาน
ผมว่าพอแล้ว กระมังครับ เอาให้จบ ท่านจิรายุขออภัย เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่พูดลงมาตรา ๓ เพราะผมรู้ว่าเดี๋ยวถึงมาตรา ๓ ผมก็ต้องหยิบยกอยู่แล้ว แต่ประเด็นนี้ ผมจะไม่หยิบยกอีกแล้วถ้าท่านประธานได้วินิจฉัยให้ถูกต้อง รัฐธรรมนูญก็ระบุชัดเจนครับ สมาชิก ๑ คนย่อมมี ๑ เสียงในการออกเสียงลงคะแนน ข้อ ๑๒๖ ท่านประธานครับ มันเป็นไปได้อย่างไร กรรมาธิการมี ๑ เสียง โหวตไปแล้วให้นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แล้วนายชวลิตมาตั้งข้อสงวนไว้ในการอภิปรายในสภา มันไม่มีหรอกครับ เพราะว่าถ้าคุณ โหวตให้กับนายประยุทธ์ไปเรียบร้อยแล้วเสียงคุณ ๑ เสียงก็ได้โหวตให้นายประยุทธ์ ถูกนับรวมเป็นเสียงข้างมาก ๑๖ เสียง รายงานของท่านประธานจะถูกได้อย่างไรครับ ท่านประธานวินิจฉัยสิครับว่า รายงานฉบับนี้เสียงข้างมากที่โหวตมามันผิด หรือผู้สงวน คําแปรญัตติสงวนผิดเพราะใช้เสียเกินไม่อย่างนั้นแล้วมันตลบตะแลงครับ มันตลบตะแลง อย่างไรครับ ท่านประธานครับ มี ๘ คนเห็นด้วยกับนายประยุทธ์ว่าคนฆ่านี้ยกโทษ ให้หมดเลย แล้วจะสงวนคําแปรญัตติมาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่าไม่เห็นด้วย กับให้คนฆาตกรรมลอยนวลไป มันเป็นไปได้อย่างไรที่ข้อบังและกฎหมายของเรารัฐสภา แห่งนี้ยอมรับวิธีการตลบตะแลงประชาชนแบบนี้ครับ ถ้าอย่างนั้นวินิจฉัยครับ รายงาน ไม่ชอบ หรือผู้สงวน สงวนผิดครับ ถ้าผู้สงวนสงวนผิดทําให้ถูกต้องเสีย ก็ตัดคําสงวนของ ๘ คนดังต่อไปนี้ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ คุณชวลิต วิชยสุทธิ์ คุณประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ คุณเชิดชัย ตันติศิรินทร์ คุณประสาน ตันประเสริฐ คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณสุชาติ ลายน้ําเงิน คุณสุนัย จุลพงศธร ๘ คนนี้ได้ทําการโหวตให้กับประยุทธ์ไปเรียบร้อยแล้วจะสงวนได้อย่างไร เพื่อเอามาอภิปราย ข้อเท็จจริงนี้ท่านประธานต้องวินิจฉัย ผมย้ําอีกครั้งครับ มีคน ๆ เดียว ที่มีสิทธิอภิปรายคือนายวรชัย เหมะ เพราะมาตรา ๓ นายวรชัยไม่ได้เห็นด้วยกับ นายประยุทธ์เขายืนหลักการของเขา เขาเลยต้องสงวนครับ แล้วในรายงานก็เขียนว่า นายวรชัยสงวนทั้งมาตรา แต่ขอถามเถอะครับ ๘ คนนี้สงวนผิด ท่านประธานวินิจฉัยสิครับ เอาแค่นี้ก่อนในเรื่องรายงานไม่ต้องลงรายมาตรา เขามีสิทธิไหมครับ รายงานผิดหรือที่ สงวนผิดครับท่านประธาน
เชิญท่านชวลิต
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ต่อข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิก ซึ่งเป็นกรรมาธิการด้วยกันอาจจะมีความเห็นต่างกันได้ แต่โดยข้อเท็จจริงในฐานะ ฝ่ายเลขานุการขอยืนยันว่ารายงานของกรรมาธิการนั้นถูกต้องแล้ว การสงวนความเห็น ก็ถูกต้อง ขอลําดับให้เพื่อนสมาชิกที่ไม่ได้อยู่ในกรรมาธิการได้รับทราบว่าในการประชุม คณะกรรมาธิการเมื่อท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เสนอขอแก้ไขมาตรา ๓ ในขณะนั้น กรรมาธิการเสียงข้างมากเห็นด้วย เห็นชอบกับข้อเสนอของท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ถูกต้อง แต่ข้อบังคับของการประชุมในส่วนของกรรมาธิการจะสงวนความเห็นในภายหลัง มาจนกระทั่งยังไม่จบนี้เมื่อไรก็ได้ อย่างไรก็ได้นะครับ เพราะ ณ ขณะนั้นกรรมาธิการเราได้ ลงความเห็นสอดคล้องกับท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ แต่การสงวนความเห็นในภายหลังนั้น ข้อบังคับเปิดโอกาสให้ครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ
เดี๋ยวสักครู่ครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานข้อเท็จจริงใน ๒ ประเด็นที่มี การทักท้วงรายงานฉบับนี้เพื่อวินิจฉัย แล้วก็อย่างน้อยที่สุดเพื่อบันทึกข้อเท็จจริงเอาไว้
ประเด็นแรกก่อนนะครับ คณะกรรมาธิการได้รับคําแปรญัตติของนายสาธิต ปิตุเตชะ แล้วก็ได้มีการเชิญนายสาธิต ปิตุเตชะ ไปชี้แจงคําแปรญัตติ เมื่อนายสาธิต จะเสนอคําแปรญัตติต่อที่ประชุมคณะกรรมาธิการมีท่านกรรมาธิการ แล้วก็ท่านประธาน ทักท้วงเห็นว่า คําแปรญัตติของนายสาธิตนั้นไม่เป็นไปตามข้อบังคับ โดยอ้างว่าคําแปรญัตติ ของนายสาธิตเป็นลักษณะของการเสียดสี ก็มีการถกเถียงกันในกรรมาธิการครับว่า ประการที่ ๑ มันเป็นการเสียดสีจริงหรือไม่ แล้วประการที่ ๒ ก็คือว่ามันเป็นอํานาจของ คณะกรรมาธิการหรือของประธานคณะกรรมาธิการหรือไม่ที่จะตัดสินใจบอกว่าไม่รับ คําแปรญัตติเมื่อมีการเสนอมาและมีผู้รับรองถูกต้อง ที่สุดมีการลงมติครับ ท่านประธานครับ ว่าคณะกรรมาธิการไม่รับคําแปรญัตติของคุณสาธิต โดยผมเองได้ขอให้บันทึกไว้ใน การประชุมชัดเจนครับว่า ผมไม่เห็นว่าเป็นอํานาจของกรรมาธิการในการที่จะบอกว่ารับ หรือไม่รับคําแปรญัตตินั้น กรรมาธิการมีหน้าที่พิจารณาคําแปรญัตติทุกคําแปรญัตติที่มี การเสนอเข้ามา สุดท้ายนี้เมื่อจะต้องมีการจัดทํารายงาน กระผมก็ได้ทักท้วงไว้ครับ ท่านประธาน ว่าในข้อ ๑๒๕ ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เขียนเอาไว้ชัดเจน ว่าเมื่อกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ให้เสนอร่างพระราชบัญญัตินั้น โดยแสดงร่างเดิมและการแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมทั้งรายงานต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร รายงานนั้นอย่างน้อยต้องระบุว่าได้มีหรือไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตราใดบ้าง และถ้ามี การแปรญัตติ มติของคณะกรรมาธิการเกี่ยวด้วยคําแปรญัตตินั้นเป็นประการใด ผมย้ํา ท่านประธานนะครับ อย่างน้อยต้องระบุว่าถ้ามีการแปรญัตติ มติของคณะกรรมาธิการ เกี่ยวด้วยคําแปรญัตตินั้นเป็นประการใด กระผมก็ได้เสนอต่อที่ประชุมกรรมาธิการว่า ดังนั้น รายงานฉบับนี้ต้องระบุครับว่า นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้เสนอคําแปรญัตติในมาตรา ๑ แล้วต้อง บันทึกเอาไว้ว่ากรรมาธิการมีมติเป็นประการใดต่อคําแปรญัตตินั้น แต่ปรากฏว่าไม่ได้ระบุ ในรายงานนะครับ นี่คือประเด็นแรกที่เพื่อนสมาชิกจึงเสนอให้ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัย ว่ารายงานฉบับนี้เป็นไปตามข้อบังคับหรือไม่ กระผมกราบเรียนว่า ท่านจะมีความเห็นต่อ คําแปรญัตติของนายสาธิตประการใดก็ตาม การวินิจฉัยอย่างนี้มันจะถูกอ้างอิงไปเป็น บรรทัดฐานต่อไปในอนาคตว่าต่อไปนี้อาจจะมีคําแปรญัตติของสมาชิกที่มีการเสนอ มีการรับรองแล้ว แต่กรรมาธิการมีสิทธิที่จะไม่ให้ปรากฏอยู่แม้แต่ในรายงานครับ ซึ่งผมเห็นว่า ถ้าไปวินิจฉัยเช่นนั้นเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตรายอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการลิดรอน สิทธิของสมาชิกที่เสนอคําแปรญัตติ นั่นประเด็นที่ ๑ ครับ
ประเด็นที่ ๒ ว่าไปแล้วยังมีปัญหานะครับ ซึ่งผมไม่ทราบท่านประธาน จะให้พูดตอนไหนว่า คําแปรญัตติที่ที่จริงแล้วขัดต่อข้อบังคับ คือแปรญัตติเกินหลักการ กลับกลายเป็นว่าคณะกรรมาธิการมีมติรับครับ รับไม่พอ เป็นเสียงข้างมากปรากฏอยู่ในรายงานนี้ ชัดเจนครับว่าเป็นคําแปรญัตติที่เกินหลักการ ผมไม่ทราบจะให้กราบเรียนท่านประธาน ตอนไหนนะครับ แต่ผมพูดสั้น ๆ เท่านั้นเองว่าผมมองไม่เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption) จะเป็นการชุมนุมทางการเมืองหรือเป็นการแสดงออกทางการเมือง แต่ประการใด ท่านประธานเข้าใจนะครับ ผมไม่อยากจะลงรายละเอียดมากเดี๋ยวจะ กลายเป็นเรื่องลงไปในเนื้อหาสาระ นี่ก็เป็นประเด็นที่ต้องสอบถาม
ประเด็นสุดท้ายครับ ที่ท่าน ส.ส. อรรถวิชช์ได้ทักท้วงนี้ ผมกราบเรียน ข้อเท็จจริงต่อท่านประธาน ในการพิจารณาในมาตรา ๓ นี้ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้ขอให้ที่ประชุมยุติการอภิปรายทั่วไปเกี่ยวกับมาตรา ๓ แล้วก็บอกว่ากรรมาธิการท่านใด มีข้อเสนอว่า มาตรา ๓ ควรมีบทบัญญัติอย่างไร ให้มีการเสนอ ท่านแรกที่มีการเสนอก็คือ ท่านรองประธานประยุทธ์ ศิริพานิชย์ หลังจากนั้นก็มีเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการ อีกหลายท่านเสนอคําแปรญัตติ เช่นตัวกระผมเอง เช่นอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ อย่างนี้ เป็นต้นครับ ไม่ปรากฏว่ามีเพื่อนสมาชิกกรรมาธิการที่ต่อมาอ้างว่าตนเป็นเสียงข้างมากนี้ เสนอคําแปรญัตติ ทีนี้เมื่อเป็นเช่นนั้นท่านประธานก็นึกออกนะครับ ว่าเมื่อถึงเวลาการลงมติ ทางเลือกต่อคณะกรรมาธิการจึงมีเฉพาะคําแปรญัตติ หรือข้อเสนอของกรรมาธิการที่ ท่านประธานขอให้ลงมติ ก็เป็นอย่างที่คุณอรรถวิชช์ได้พูด ก็คือว่าบรรดากรรมาธิการ ขอประทานโทษนะครับ จากพรรคเพื่อไทย ยกเว้นคุณวรชัย ก็ลง มติให้กับท่านรองประธานประยุทธ์ ศิริพานิชย์ จึงบอกว่าท่านเหล่านี้คือเสียงข้างมาก แต่เป็น เรื่องซึ่งผมมั่นใจว่าไม่เคยปรากฏมาก่อนครับ พอข้อเสนอของคุณประยุทธ์กลายเป็นเสียงข้าง มาก กลับปรากฏว่าคนที่บอกว่าเป็นเสียงข้างมากขอยกมือสงวนความเห็นครับ จึงกลายเป็น ว่ากรรมาธิการเหล่านี้มีสิทธิ ๒ ครั้งนะครับ จะให้ใครเป็นเสียงข้างมากก็ให้ไปแล้วและนับ ตัวเองเป็นเสียงข้างน้อยด้วยครับ มีกรรมาธิการที่แสดงเจตนาสงวนความเห็นหลังจากลงมติ ให้กับร่างของคุณประยุทธ์ ถ้าผมจําไม่ผิดนะครับถึง ๑๒-๑๓ ท่านครับ ถ้าท่านประธาน ไม่เชื่อผมมีบันทึกการประชุมที่เป็นเสียง นับตั้งแต่ที่ท่านประธานขอมติ แล้วหลังจากนั้นว่า มีใครบ้างขอสงวนความเห็น เพียงแต่ว่าตอนหลังนี้มีการมาขอถอนสงวนความเห็นของ บางท่าน แต่ประเด็นที่ท่านประธานยังต้องวินิจฉัยก็คือว่าการประชุมและรายงานของ กรรมาธิการชอบหรือไม่ครับ ที่จะมีกรรมาธิการเป็นได้ทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยครับ นี่คือประเด็นที่มีการทักท้วงทั้งหมดที่จะขอบันทึกไว้ว่าการทํางาน กระบวนการของการตรา พระราชบัญญัตินี้ถ้าไม่มีการแก้ไขในประเด็นเหล่านี้กระผมถือว่าไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ และไม่ชอบด้วยข้อบังคับครับ ท่านประธานกรุณาวินิจฉัยครับ
เดี๋ยวนะครับ ตามหลักก่อนนะครับ การแปรญัตติก็ต้องแปรญัตติกับคณะกรรมาธิการ อันนี้หลักพวกเราเหมือนกันนะครับ ในสภานี้ไม่ทราบหรอกนะครับ จะทราบเฉพาะ กรรมาธิการกับท่านสมาชิก ฉะนั้นท่านสมาชิกทั้งหลายที่จะต้องพิจารณาตามร่างที่เสนอมา ฉะนั้นประเด็นของท่านผู้นําฝ่ายค้านในข้อที่ ๓ ที่ท่านหารือเดี๋ยวทางกรรมาธิการจะต้อง ชี้แจงเป็นหน้าที่ของกรรมาธิการนะครับ แล้วก็ในประเด็นที่ ๑ เรื่องของการแปรญัตติ ก็เช่นเดียวกัน ส่วนข้อที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าแปรญัตติแล้วขัดหลักการนั้นมันจะต้องได้พิจารณา ให้ยุติไปก่อนในวาระที่สอง เพราะขณะนี้มีทั้งผู้ขอแปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติและ พิจารณาร่างเดิม ฉะนั้นตามข้อบังคับ เมื่อคณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จแล้วจะต้อง ให้กับสภานี้เป็นผู้พิจารณาอีกครั้งหนึ่งสุดท้าย ฉะนั้นในประเด็นที่ ๒ ยังไม่รู้หรอกครับ จะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จก่อนในวาระที่สอง เชิญท่านกรรมาธิการชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สามารถ แก้วมีชัย ในฐานะประธานกรรมาธิการ ขอเรียนชี้แจงต่อประเด็นที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านได้ตั้งข้อสังเกตการปฏิบัติงานของกรรมาธิการ เรื่องแรกพูดถึงเรื่องของที่กรรมาธิการได้มีมติเสียงข้างมาก ไม่รับเป็นคําแปรญัตติของ ท่านสมาชิก สาธิต ปิตุเตชะ ก็เนื่องจากกรรมาธิการได้พิจารณาถ้อยคําในคําแปรญัตติแล้ว เห็นว่าเป็นถ้อยคําที่ผิดกับข้อบังคับข้อ ๖๑ คือท่านเขียนแล้วนี่ จริงอยู่แม้เป็นข้อเขียน ของท่าน บอกว่าไม่ได้อภิปราย แต่โดยอนุโลมครับ เวลาเขียนแบบนี้ท่านเข้ามาในสภาแล้ว ท่านแค่อ่านนะครับ มันก็จะเข้าข่ายใส่ร้ายเสียดสีทันที ซึ่งกระผมก็ไม่อยากจะอ่าน ในที่ประชุมนะครับ แต่กรรมาธิการได้วินิจฉัยแล้วเห็นว่าน่าจะเป็นบรรทัดฐานที่เราน่าจะต้อง วางไว้ เพราะไม่เช่นนั้นแล้วต่อไปการทํากฎหมาย การพิจารณากฎหมาย การเปิดโอกาสให้ ท่านสมาชิกทั้งหลายแปรญัตติก็จะมีถ้อยคําในลักษณะนี้เข้าไปในชั้นกรรมาธิการ ถ้ากรรมาธิการไม่กลั่นกรองเลยปล่อยให้ทุกอย่างเข้ามาอยู่ในรายงาน เป็นแค่บุรุษไปรษณีย์ ไม่คําถึงถึงว่ามันจะผิดข้อบังคับหรือไม่ ท่านก็ลองนึกดูว่าบรรทัดฐานการทํางาน ในสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นอย่างไร หลายญัตติที่แม้อ่านแล้วหมิ่นเหม่ที่อาจจะเข้าข่าย กรรมาธิการก็ใจกว้างก็เปิดโอกาสให้บรรจุเข้ามา เดี๋ยวพอพิจารณาเอาแค่มาตรา ๑ ท่านก็จะเห็น กรรมาธิการเองก็ถูกต่อว่าต่อขานเหมือนกัน ทําไมปล่อยให้ถ้อยคําแบบนี้เข้ามา เราก็บอกว่าเราได้พิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบ อะไรที่มันจะเป็นการรอนสิทธิ์ท่านสมาชิก เราจะพยายามทําให้น้อยที่สุด แต่อันไหนที่เราปล่อยไปได้เราก็ยินดี ตรงนี้ก็คิดว่าเป็น บรรทัดฐานที่ต่อไปจําเป็นจะต้องไปปรับปรุงข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมว่า ก็น่าจะต้องทํา วันนี้เป็นวินิจฉัยของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ได้นํามาในรายงานว่าอะไร ที่เราเห็นว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับ แล้วสามารถกลั่นกรองได้ เราก็กลั่นกรองเป็นเบื้องต้นก่อน ไม่ให้มารกอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรนี้ ท่านประธานครับ
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องการแปรญัตติแตกต่างจากร่างเดิมของท่านกรรมาธิการ แล้วก็เสียงส่วนใหญ่ได้มีมติรับแก้ถ้อยคําตามนั้น ขณะเดียวกันก็มีกรรมาธิการบางท่าน หลังจากที่ลงมติรับไปแล้วท่านก็อาจจะไปขอสงวนความเห็นเพิ่มเติมเข้าไป ซึ่งผมก็ได้ กราบเรียนแล้วยกตัวอย่างของท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ คือในมาตรา ๓ ที่ท่านรองประธาน ประยุทธ์ท่านได้นําเสนอถ้อยคํา ท่านชวลิตเห็นชอบในมาตรา ๑ และในมาตรา ๒ ท่านเห็นหมด แต่ท่านขอเติม อย่างมาตรา ๓ วรรคสองของท่านประยุทธ์บอกว่า การนิรโทษกรรม ยกเว้นผู้กระทําผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ กรณี หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ และท่านก็หยุดไว้แค่นั้น แต่ท่านชวลิตท่านก็เห็นด้วยทั้ง วรรคหนึ่งและวรรคสองท่อนนี้ แต่ท่านขอเติมว่าท่านไม่เห็นด้วยที่จะนิรโทษกรรมผู้สั่งการ และแกนนํา ท่านไม่มีทางเลือกอื่นนะครับ ท่านก็ต้องขอสงวนเพื่อเติมตรงนี้ ฉะนั้นตอนโหวต กับท่านประยุทธ์ท่านก็เห็นด้วยหมดของท่านประยุทธ์ แต่ท่านขอเติมตรงนี้ และผม กราบเรียนท่านประธาน ไม่มีอะไรผิดหรอกครับ แม้กรรมาธิการทั้งหลายที่ขอสงวนจะไม่ถอน คําสงวนของท่านนะครับ หรือถ้าท่านคิดว่าท่านอยากถอนก็เรื่องของท่าน มติที่ลงวันนั้น ที่เห็นด้วยกับท่านประยุทธ์มีทั้งหมด ๑๗ ท่าน แต่มีผู้ที่สงวนไว้หลังจากนั้นอยู่ ๘ ท่าน ก็เท่ากับว่าเสียงส่วนใหญ่ ๙ เสียงที่เห็นด้วยกับท่านประยุทธ์ สมมุติท่านจะตีความเอามติ ในที่ประชุมกรรมาธิการนะครับ ท่านประธานครับ ก็ขอกราบเรียนชี้แจงดังนี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อบันทึกไว้อีกครั้งนะครับ ประเด็นแรก ก่อนคําแปรญัตติของคุณสาธิต ข้อทักท้วงของ กระผม ถ้ากรรมาธิการจะกลั่นกรอง กรรมาธิการก็ต้องรายงานสภาผู้แทนราษฎรครับ เพราะข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ บัญญัติไว้อย่างนั้นครับ ผมจึงทักท้วงว่ารายงานนี้ไม่ชอบด้วย ข้อบังคับ ท่านอยากจะกลั่นกรองท่านทําได้ ถ้าท่านบันทึกเป็นรายงานตามข้อบังคับ การประชุมครับ มิฉะนั้นต่อไปนี้หมายความว่าคําแปรญัตติของสมาชิกหายไปจากสาระบบได้ โดยการกลั่นกรองของกรรมาธิการ ซึ่งผมมั่นใจว่าไม่ใช่เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและ ข้อบังคับ ฉะนั้นแยกประเด็นให้ออกนะครับ ระหว่างที่ท่านเห็นสมควรหรือไม่สมควรกับ ประเด็นว่า ท่านต้องรายงานสภาหรือไม่ ผมไม่เห็นด้วยกับท่านว่าจะไม่รายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร เพราะผมเห็นว่าข้อบังคับ บังคับเอาไว้ว่าคําแปรญัตติเป็นอย่างไร กรรมาธิการมีมติเป็นประการใด ข้อบังคับระบุชัดเจนว่าอย่างน้อยต้องเขียนในรายงาน รายงานนี้จึงไม่ชอบครับ ผมว่าท่านประธานได้ยินเมื่อสักครู่นะครับ ท่านประธานกรรมาธิการ บอกสงสัยต้องแก้ข้อบังคับ ไม่ขัดข้องละครับถ้าจะแก้ แต่ถ้าข้อบังคับยังไม่แก้ท่านต้องปฏิบัติ ตามครับ เหมือนท่านอยากจะแก้กฎหมาย แต่กฎหมายยังอยู่ท่านต้องปฏิบัติตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นประเด็นแรก เพราะฉะนั้นประเด็นแรกที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ยืนยันว่าไม่ชอบ รายงานฉบับนี้ไม่ชอบ
ประการที่ ๒ ท่านประธานกรุณาบอกว่าแปรญัตติขัดหรือไม่ขัดกับหลักการ ให้ไปว่ากันในการพิจารณาในวาระที่สองใช่ไหมครับ ผมกราบเรียนท่านประธานกรุณาอ่าน ข้อ ๑๒๓ วรรคท้ายครับ การแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งพระราชบัญญัตินั้น แปลว่าข้อบังคับบอกว่าสมาชิกไม่มีสิทธิเสนอ ครับ กรณีอย่างนี้สิครับไม่มีสิทธิเสนอเลย ส่วนใครจะวินิจฉัยว่าไปแต่ว่าไม่ใช่เป็นประเด็นว่า เสนอมาก็ได้แล้วมาพิจารณากัน อันนี้กราบเรียนท่านประธาน ประเด็นที่ ๒
ส่วนประเด็นสุดท้ายนะครับ ผมย้ําข้อเท็จจริงเท่านั้นละครับเพื่อให้ ท่านประธาน ถ้าอยากจะตรวจสอบ ไปฟังการประชุมได้ ที่ท่านประธานกรรมาธิการบอกว่า ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็น ไม่มีทางเป็นอย่างอื่น ไม่จริงครับ พวกผมก็มีหลายคน นะครับที่เห็นด้วยกับบางข้อความของเพื่อนที่แปรญัตติ อาจจะเห็นด้วยบางประโยค บางวรรค แต่เมื่อเห็นแตกต่างก็ต้องเสนอมาเป็นทางเลือกต่างหาก เพราะท่านประธาน บังคับให้กรรมาธิการต้องลงมติระหว่างทางเลือกที่ทุกคนมองเห็นครับ ไม่อย่างนั้นต่อไปนี้ ก็ไม่ต้องทําอะไรครับ เสียงข้างมากก็เกาะกลุ่มกันทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เห็นด้วยกันละครับ เอาชนะ เสียงข้างน้อยไว้ก่อน ถ้าผมทําบ้างก็อาจจะไปรวมตัวกัน บอก ถึงแม้ผมไม่เห็นด้วยกับ คุณบุญยอด ผมลงมติให้คุณบุญยอดก่อน อาจารย์แก้วสรรมาลงมติให้คุณบุญยอดก่อน แล้วถึงเวลาก็มาแยกทางกัน ก็อย่างที่กราบเรียนครับ กลายเป็นมี ๒ เสียงครับ เป็นเสียง ข้างมากด้วย เป็นเสียงข้างน้อยด้วย วันนั้นท่านประธานกรรมาธิการก็ไม่ได้ลงมติ เป็นรายวรรค ท่านลงทั้งมาตราครับ เมื่อกรรมาธิการท่านใดไม่เห็นด้วยกับท่านประยุทธ์ ก็ต้องเสนอมาสิครับว่าไม่เห็นด้วยอย่างไร กรรมาธิการคนอื่นเขาจะได้เห็นเป็นทางเลือก แล้วก็ลงมติครับ มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นมี ๒ เสียงอย่างที่ว่า และเพื่อให้ตรงตามข้อเท็จจริง นะครับ ๑๖ เสียงที่ลง แจ้งกับท่านประธานว่าจะขอสงวนความเห็นประมาณ ๑๒-๑๓ ท่าน ไปเปิดเทปดู เพียงแต่มาขอถอนคําสงวนในภายหลัง แต่ความไม่ชอบด้วยการลงมติ และการทํางานของกรรมาธิการนั้นเหมือนเดิมครับ ขอบพระคุณครับ
อันนี้ผมให้บันทึกไว้นะครับ เชิญท่านจิรายุ ที่ท่านขอสงวนความเห็นไว้ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนจะอภิปราย
เดี๋ยวนะครับ จะให้เฉพาะอภิปรายที่ท่านสงวนความเห็นนะครับ ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ท่าน ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูด ต้องขอบคุณ เพราะว่าทางผมเคยสัมมนาเรื่องนี้อยู่ มันไม่มีในข้อบังคับนะครับ อันนี้เราคิดกันอยู่ เชิญท่านจิรายุ ให้เฉพาะที่ท่านสงวนความเห็น นะครับ ไม่ให้มีข้อโต้แย้ง เชิญครับ
หามิได้ท่านประธานครับ พอดี เมื่อสักครู่นี้มันต่อเนื่องกับของผม ผมมีความคิดเห็นตามร่างของท่านประยุทธ์จริง ผมเป็น กรรมาธิการคณะนี้นะครับ แต่ผมขอสงวนไว้
คืออย่างนี้ ท่านจิรายุ ครับ มันเข้ามาในเรื่องของชื่อร่างแล้ว ท่านอยู่ลําดับแรก แล้วก็มี ท่านสมาชิกท่านอื่นท่านขอสงวนความเห็นและขอแปรญัตติไว้นะครับ ก็จะให้ท่านได้พูด เชิญครับ
ผมเคารพท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้ เสียเวลา ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติแล้วก็มีการขอสงวนความเห็น
เดี๋ยวนะครับเดี๋ยวให้จบท่านนี้ก่อน
ท่านประธานครับ ผมมีสมาธิดีครับ ท่านประธานก็ว่าไปเรื่อย เดี๋ยวผมจะอภิปรายไปเรื่อย ๆ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ ที่มีการเสนอเข้าในวาระที่หนึ่งจนกระทั่งถึงในวาระที่สอง ชื่อร่างคือ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ผมได้มีความคิดเห็นแล้วก็ขอแปรญัตติ สงวนคําแปรญัตติไว้ดังนี้ ท่านประธานครับ ผมขอแก้ไขร่างเป็นร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรม ฉบับคนไทยให้อภัย
มีผู้ประท้วงครับ ท่านวิรัชประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธาน ปล่อยอย่างนี้ไม่ได้ครับ ฟังคําอภิปรายเหตุผลของผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการท่านหนึ่ง และฟังคําตอบของท่านสามารถ แก้วมีชัย ขอประทานอภัย ที่เอ่ยนาม ประธานกรรมาธิการคณะนี้นะครับ มันชัดเจนแล้วว่ามีการทําผิดในคณะกรรมาธิการ กรรมาธิการ ๑ เสียง ก็สามารถลงคะแนนได้ ๑ ครั้ง ทั้งข้อบังคับ ทั้งรัฐธรรมนูญก็เขียนไว้ และท่านประธานปล่อยอย่างนี้ได้อย่างไร ต้องตัดสินท่านประธานครับ ถ้าว่าไม่ถูกต้องจะทํา ประการใด ไม่ใช่ให้อภิปรายมาตรา ๑ ไปแล้วเสียเวลาท่านประธานไม่ใช่ ผมเรียน ท่านประธานตรง ๆ นะ ฟังแล้วชัดเจน ท่านก็นักกฎหมาย ผมก็เรียนกฎหมายมาบ้าง เพราะฉะนั้นเรื่องอย่างนี้ท่านประธานพูดเมื่อกี้ว่าเอาบันทึกไว้ ไม่ใช่บันทึกไว้
นั่งลงครับ
อย่างไร นั่งลงอย่างไร
เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟังนะครับ
ท่านจะอธิบายก็บอกมาเถอะ ท่านไม่ต้อง บอก ผมไม่ยืนอยู่ตลอดหรอกนะ
คือข้อบังคับนี้นะครับ เวลาเขาแปรญัตติเขาให้แปรกับกรรมาธิการนะครับ อันนี้เป็นหลัก ที่ได้อธิบายไป แต่เมื่อท่านโหวตเข้าไปแต่ละเรื่อง ๆ แต่ก็ไม่มีข้อบังคับห้ามในการที่จะสงวน ในเรื่องนั้นด้วยนะครับ มันเหมือนกับเป็นเหตุผลที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นในเรื่องเหล่านี้นะครับ และก็เป็นเรื่องที่เรากําลังศึกษาในเรื่องข้อบังคับนี้อยู่ ฉะนั้นเมื่อกี้ที่ผมอธิบายท่านผู้นํา ฝ่ายค้านท่านเข้าใจเรื่องอย่างนี้นะครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ขออนุญาตประท้วงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติผู้ลุกขึ้นอภิปราย เมื่อสักครู่ ในคําอภิปรายของท่านก็สรุปว่ามีความผิดชัดเจน ว่ามีความผิดในการทํารายงานนี้ ชัดเจน แล้วเรียกร้องให้ท่านประธานเป็นผู้วินิจฉัย ผมประท้วงท่านตามข้อบังคับข้อ ๑๒๙ และข้อ ๑๒๕ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานเอง ไม่มีสิทธิจะวินิจฉัยว่าร่างของกรรมาธิการที่เสนอมาผิดหรือไม่ผิด ถ้าจะเสนอเป็นญัตติ ให้สภาแห่งนี้วินิจฉัยทําได้ครับ ทําได้ แต่สิ่งหนึ่งที่กระผมเองในฐานะเป็นสมาชิกสภาแห่งนี้ ต้องประท้วงไปยังกรรมาธิการที่ลุกขึ้นมาแถลงหรือมาชี้แจงประเด็นต่าง ๆ ในรายงาน ต่อสภาแห่งนี้ผมถือว่าสภาแห่งนี้ได้มอบหมายให้ท่านไปทํางานแทนพวกเรา ไปทํางาน แทนพวกเรา สิ่งที่พวกเราในฐานะสมาชิกสภาแห่งนี้จะต้องรับรู้ก็คือตามข้อ ๑๒๕ มาพิจารณาตามข้อ ๑๒๙ เท่านั้นเอง ถ้าท่านสรุปรายงานนี้ด้วยกรรมาธิการเสียงข้างมาก และข้อบังคับก็บอกว่า ท่านใช้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎรโดยอนุโลมในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติในฐานะของกรรมาธิการ ทุกข้อบังคับใช้ได้หมดครับ เราก็ถือว่า รายงานนี้สมบูรณ์ เว้นแต่ท่านมีมติมาขอแก้ไข มีใบแทรกมีอะไรมาเรารับได้ เพราะฉะนั้น ท่านจะมาทึกทักว่ารายงานฉบับนี้ผิดแล้วเอารายงานนี้กลับไปท่านต้องได้รับอนุญาตจาก พวกผม ฐานะที่เป็นคนมอบอํานาจให้ท่านไปทํา ท่านจะไปทึกทักว่าผิดและขอคืนไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมประท้วงเลยครับ ทุกอย่างอยู่ในรายงานนี้ถ้าจะมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใด ๆ ต้องอาศัยมติสภาเท่านั้น ต้องอาศัยมติสภาเท่านั้น ที่บันทึกมาถือว่าถูกต้องครับ ถือว่าถูกต้อง
ก็ผมได้บอกแล้วว่า เมื่อท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายแล้วท่านก็ขอ บันทึกไว้ ก็บันทึกไว้ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ คือประเด็นว่ารายงาน ชอบไม่ชอบอยู่ที่ข้อเท็จจริงนะครับ ปรับกับข้อบังคับ จะมาใช้ตรรกะอะไรก็ตามแล้วบอกว่า เมื่อรายงานเสนอมาแล้วชอบ ไม่ได้ครับ ไม่อย่างนั้นในอดีตจะมีการถอนรายงานกลับไปทําไม นั่นประเด็นหนึ่ง
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมต้องประท้วงครับ สมาชิกเมื่อสักครู่บอกว่าใครแปรญัตติชื่อ แปลว่าจงใจทําผิดหลักการถ่วงเวลาต้องถอนครับ เพราะผมก็แปรญัตติครับ แล้วถ้าหากว่า แปรญัตติชื่อไม่ได้ ทําไมข้อบังคับเขียนให้เราพิจารณาชื่อร่างได้ล่ะครับ ท่านคิดสิครับ ถ้าท่าน บอกว่าการแปรญัตติชื่อร่างไม่ได้ข้อบังคับจะบัญญัติให้เราพิจารณาชื่อร่างทําไม การที่ท่าน กล่าวหาว่าใครแปรญัตติชื่อร่าง แปลว่าจงใจถ่วงเวลาท่านต้องถอนครับ เพราะผมเป็น ๑ คน ที่แปรญัตติชื่อร่างครับ และผมก็เรียกร้องให้กรรมาธิการทุกคนที่แปรญัตติชื่อร่างโดยไม่ได้มี เจตนาถ่วงเวลาขึ้นมาประท้วงให้ท่านถอนด้วยครับ
เดี๋ยวนะครับ ใจเย็น ๆ ครับหลายท่าน เดี๋ยว ๆ ใจเย็น ๆ สิครับ เดี๋ยวผมจะให้ทีละท่าน มันพร้อมกันไม่ได้หรอกนะครับ เดี๋ยวมาฝั่งนี้ก่อนที่เขาโดนกระทบว่าที่ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เชิญท่านคุณหมอชลน่าน นั่งก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องกราบขอบคุณท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ ที่ได้ทักท้วงและบอกให้ผมถอนคําว่า ถ่วงสภา ผมยินดีที่จะถอนคําว่าถ่วงสภา ถ่วงเวลา แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นการแปรญัตติชื่อเรื่องถ้าท่านอ่านข้อบังคับ ข้อ ๑๒๓ ผมถามนะครับว่าชื่อเรื่องเป็นมาตราหรือเปล่าครับ ยกเว้นถ้าชื่อเรื่องเป็นมาตราผมไม่ว่าครับ แต่รายมาตราได้ ผมไม่ว่า แต่ว่าแค่ชื่อเรื่องมาไม่รายมาตราแปรญัตตินี่ครับเป็นเรื่องที่ต้อง พิจารณากันครับ ผมยินดีถอนครับว่าถ่วงสภา แต่ว่าข้อสังเกตผมมันมีเขียนในข้อบังคับครับ กราบขอบพระคุณท่านประธาน
อันนั้นเป็นข้อสังเกตนะครับ ท่านวิรัชก่อนครับ เอาท่านวิรัชที่ติดพันก่อนครับ เชิญท่านวิรัชครับ
ท่านประธานที่เคารพ วิรัช ร่มเย็น พรรค ประชาธิปัตย์จากจังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ผมเรียนท่านประธาน เพราะผมเห็นว่าในคณะกรรมาธิการเวลาพิจารณามาตรานี้ แล้วเป็นดั่งที่ท่านผู้นําฝ่ายค้านใน สภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายไว้ทุกประการ มีการโหวตให้กับ ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ซึ่งชาวบ้านเขาเรียกว่าหัวเขียง หัวเขียง นี่ล่ะ
เอาชื่อท่านก็พอนะครับ อย่าไปถึงขั้นนั้นเลย
หนังสือพิมพ์เขาลงอย่างนั้นท่านประธาน เมื่อโหวตแล้วพวกผมก็โหวตในฐานะเสียงข้างน้อยแต่แพ้ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อชนะ แล้วแต่ละท่านก็ขึ้นมา ท่านประธานครับผมขอแปรเพิ่มเติม ท่านประธานครับผมขอตัด ของท่านประยุทธ์ตรงนั้นออกเอาตรงนี้ใส่ นี่ทําอย่างนี้ท่านประธาน ก็ทําให้เห็นว่าถ้าโหวตกัน จริง ๆ แต่ละร่าง แต่ละร่าง แต่ละร่าง เสียงข้างน้อยอาจจะเป็นเสียงข้างมากก็ได้ อาจจะชนะ ก็ได้ นี่อย่างไรที่ผมเห็นว่ามันชัดเจน ท่านประธานกรรมาธิการสามารถยอมรับนะครับ ยอมรับว่าเป็นอย่างนั้นจริง แล้วท่านประธานจะอยู่เฉยจะเอาเพียงแค่บันทึกไว้หรือ ท่านประธานเป็นนักกฎหมายนะครับ ท่านคิดดูให้ดีนะครับ ท่านเป็นหมอความเขาเรียก หมอความท่านประธาน แล้วจะให้หมอไข้มาสอนได้อย่างไร ท่านประธาน ผมขอให้ ท่านพิจารณาครับ
เชิญท่านสาธิตครับ ท่านประท้วงนะครับ เชิญครับ
ท่านถอน ๆ มันยุติแล้ว
ถ้าถอนแล้วจบกัน ประเด็นถัดไปครับ
เดี๋ยวทีละท่าน ใจเย็น ๆ ครับ เดี๋ยวบุญยอดใจเย็น ๆ ให้จบทีละท่าน ๆ ก่อน
ผมเพิ่มเติมกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ในส่วนของผมซึ่งยังไม่ใช้สิทธิในการอภิปรายเข้าไปสู่มาตรานะครับ ที่มีหลายท่านที่พาดพิง ผม ผมเรียนกับท่านประธานว่าท่านประธานสามารถได้ใช้คําพูดว่าการแปรญัตติของผมนี่ เสียดสี ผมก็เรียนท่านด้วยความเคารพว่าจริง ๆ ท่านก็ต้องถอน เพราะว่าผมมั่นใจว่า การดําเนินการของผมนั้นถูกต้องตามข้อบังคบ ท่านบอกว่าท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อบังคับฉบับนี้เป็นข้อบังคับสภาผู้แทนราษฎร หลายท่าน ลุกขึ้นมาพูด ยอมรับว่าข้อบังคับมีปัญหา และกําลังพูดถึงข้อบังคับฉบับที่กําลังใช้อยู่นี้ ท่านบอกว่าท่านใช้คําวินิจฉัยว่าผมเสียดสี ท่านดูให้ดีนะครับ ข้อ ๖๑ อยู่ในหมวดของ การอภิปราย ใช้สําหรับการวินิจฉัย การอภิปรายของสมาชิกในสภาแห่งนี้ เขียนไว้ชัดนะครับ ว่าการอภิปรายอย่างนั้นอย่างนี้ทําไม่ได้ และไม่ได้มีเขียนว่าไปใช้อนุโลมกับการแปรญัตติ การแปรญัตตินั้นเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตามข้อบังคับ หมวดที่ ๕ เริ่มตั้งแต่ มาตรา ๙๒ มาตรา ๙๓ มาถึงการเสนอการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สุดท้ายก็มาสู่ที่ผม เห็นตรงกับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร คือ ๑๒๕ นี้นะครับ ความจริง การแปรญัตติเขาก็ไม่ได้มีข้อกําหนดนะครับ
เดี๋ยวนะครับ ท่านสาธิตครับ ผมฟังท่าน ท่านต้องการประเด็นอะไรก่อนครับ
นี่อย่างไรครับ ผมแค่พูดถึงการแปรญัตติว่า การที่จะให้ท่านใช้คําว่า เสียดสี มันใช้ไม่ได้ เข้าใจยังหรือครับ
คืออย่างนี้ครับ การแปรญัตติเป็นเรื่องของท่านสมาชิกจะต้องแปรญัตติกับกรรมาธิการ โดยหลัก
คนละประเด็นท่านประธาน
คราวนี้พอสภาเขาจะพิจารณาเฉพาะในร่างที่กรรมาธิการเสนอมาที่สภา ของท่านมันไม่ ปรากฏ แล้วก็ได้มีการตอบชี้แจงไปแล้ว
นี่ละครับ ผมกําลังจะย้ําอีกประเด็นหนึ่งว่า มันผิด
ท่านพูดแล้วจะได้บันทึกไว้
ใช่ครับ
เผื่อจะเป็นข้อแนะนําในการจะไปปรับปรุงแก้ไขอะไรกันต่อไป เอาสั้น ณ ขณะนี้ครับ
อันนั้นแล้วแต่สภาแห่งนี้มีเสียงส่วนใหญ่
เพราะสภาเขาไม่รู้ด้วยเลยนะครับเรื่องนี้
ก็แล้วแต่นะครับ ส่วนประเด็นถัดไปก็คือว่า ข้อบังคับในการแปรญัตตินี้เขากําหนดขั้นตอนรายละเอียดว่าต้องทําอย่างไร สุดท้าย เขาไม่ได้มีเขียนเรื่องการแปรญัตติต้องห้ามว่าทําอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ ไม่มีนะครับ แล้วก็ไป สอดคล้องกับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเรื่องมาตรา ๑๒๕ ครับ มาตรา ๑๒๕ ก็หมายความว่ากรรมาธิการจะต้องรายงานสภา การรายงานนั้นต้องเป็นความเห็นกรรมาธิการ ว่าเห็นอย่างไร แต่ทั้งหมดนี้ต้องบันทึกว่าผมสงวนความเห็นอย่างไรไว้ด้วยครับตอนท้าย ไว้ด้วย หมายความว่าต้องทําเพราะฉะนั้น มาตรา ๑๒๕ ท่านยังไม่ได้ทํา ๒. ก็คือว่าท่านไม่มี สิทธิวินิจฉัยว่าเสียดสีเป็นสิทธิของสมาชิก ก็เรียนในส่วนที่ประท้วงแล้วก็พาดพิงครับ แล้วขอสงวนสิทธิ์ในการใช้สิทธิตามมาตรา ๑ อีกครั้งหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมาก
(นายธนา ชีรวินิจ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เดี๋ยวให้ท่านธนาก่อนครับ แล้วก็เดี๋ยวท่านบุญยอด ทีละท่านใจเย็น ๆ ท่านจุฤทธิ์ไม่ให้แล้ว นั่งรอไปมาตราอื่นแล้วกัน เชิญท่านธนาก่อนครับ ท่านประท้วงใช่ไหมท่านธนา
ประท้วงครับ
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมลุกขึ้นมาประท้วง ก็เพราะว่าคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้กล่าวหาทําให้ผมเสียหาย ความจริงตั้งแต่เช้าผมยัง ไม่ได้ใช้สิทธิในการที่จะลุกขึ้นมาทักท้วงท่านประธานเลย เพราะว่าผมก็เตรียมที่จะอภิปราย ในส่วนที่ผมแปรญัตติไว้ แต่จู่ ๆ ท่านก็ใช้คําอภิปรายท่านมากล่าวหาผม ว่ามีอย่างที่ไหน ตัดออกทุกมาตรา ทุกชื่อร่าง ทุกคําปรารภ ซึ่งคนที่ตัดออกทั้งหมดคือผมครับ เพราะฉะนั้น ผมต้องใช้สิทธิ
เดี๋ยวท่านไม่ประท้วง ผมฟังดูเหมือนท่านจะขอใช้สิทธิพาดพิงเสียหายใช่ไหม
ก็ประท้วง เพราะท่านประธานอนุญาตให้ เขากล่าวอย่างนี้ได้อย่างไร กล่าวหาเพื่อนสมาชิกที่ทําหน้าที่ได้อย่างไร
คืออย่างนี้ ท่านบอกตรงไปตรงมาเลยว่าท่านขอใช้สิทธิพาดพิง ผมก็จะให้นะครับ
ท่านประธานครับ ผมทั้งประท้วงและก็ พาดพิงครับ
เอาข้อประท้วงท่านก่อน ผมจะได้วินิจฉัยได้
ประท้วงท่านประธานก็คือ ท่านประธานต้องกํากับการอภิปรายของเพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่นี้ลุกขึ้นมากล่าวหา เพื่อนสมาชิกที่ทําหน้าที่ในการแปรญัตติได้อย่างไร ท่านประธานต้องทักท้วงว่า อย่าไปกล่าวหา คุณจะพิจารณาอย่างไรก็เป็นเรื่องของคุณ คุณจะมีความเห็นอย่างไรก็เป็น เรื่องของคุณ
เรื่องที่ ๒ เมื่อท่านประธานอนุญาตให้เขากล่าวหาผม ผมก็ต้องลุกขึ้นมา ใช้สิทธิพาดพิงตามข้อบังคับ
วินิจฉัยประเด็นเรื่องของประท้วงก่อนนะครับ ท่านใช้สิทธิในการประท้วง ท่านก็เสนอ ความคิดเห็นว่าตามข้อบังคับถ้าท่านอ่านให้ครบ เวลาการแปรญัตติต้องแปรญัตติไปตาม แต่ละมาตรา มาตราไป อันนี้ท่านก็บอกว่าเป็นความเห็นของท่านมันไม่น่าจะเกิดขึ้นว่า แปรญัตติตั้งแต่ตัดชื่อร่าง ไปตัดอย่างนั้นตัดอย่างนี้นี่นะครับ อันนั้นเป็นความเห็นของ ท่านสมาชิกได้นะครับ ท่านเถียงได้นะครับ แต่ประเด็นที่ท่านบอกว่า ไม่ได้ระบุชื่อท่าน ผมก็ เพิ่งมาทราบ ถ้าท่านยอมรับว่าท่านตัดทุกเรื่องนี่นะครับ ผมจะให้ท่านอภิปรายในประเด็นนี้ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ความจริง ผมก็ไม่สบายครับวันนี้ เจ็บคอ แล้วก็ภูมิแพ้ แต่ก็ต้องมาทําหน้าที่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในหลักประชาธิปไตยนั้น มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ผมยืนยันกับท่านประธานตั้งแต่ วันรับหลักการว่า ผมไม่เห็นด้วยกับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะไม่ได้สร้าง ความปรองดองที่แท้จริง แต่เป็นการใช้กฎหมายบังหน้าในการผลักดัน ซึ่งเมื่อผมอภิปราย ไม่รับหลักการในเรื่องนี้ สอดคล้องกับการทําหน้าที่ผมในกรรมาธิการวิสามัญ ยิ่งแสดงให้ ปรากฏชัดขึ้นว่า สิ่งที่ผมเชื่อนั้นเป็นจริง เพราะฉะนั้นผมจึงใช้สิทธิที่จะแสดงการคัดค้าน พระราชบัญญัติฉบับนี้ ส่วนที่ท่านประธานพูดว่า ปกติก็แปรญัตติตามมาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ นั้น ผมอยากให้ท่านประธานกลับไปดูข้อบังคับใหม่ครับ การพิจารณาของสภานั้น ให้พิจารณาจากชื่อร่าง คําปรารภ และพิจารณา
เอาอย่างนี้ครับท่านธนาครับ ท่านได้ชี้แจงประเด็นของท่านเรียบร้อยแล้วนะครับ เรื่องที่ท่าน ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่ต้น ส่วนประเด็นที่ผมได้วินิจฉัยไปแล้วก็ถือว่าเด็ดขาดนะครับ คือการ แปรญัตติกับการพิจารณาไม่เหมือนกันนะครับ ท่านไปดูข้อบังคับนะครับ ข้อบังคับ เขาบอกว่าเวลาพิจารณา เมื่อส่งเข้ามาที่สภาแล้วให้พิจารณาตั้งแต่ชื่อร่าง แต่เวลาแปรญัตติ ท่านไปเปิดดูในข้อบังคับ เขาให้แปรญัตติเรียงตามรายมาตรานะครับ ฉะนั้นประเด็นนี้ ผมถือว่าผมวินิจฉัยไปแล้ว เชิญนั่งลง เดี๋ยวท่านไปใช้สิทธิตอนท่านอภิปรายในเนื้อหา ก็แล้วกัน ผมได้วินิจฉัยไปแล้ว แล้วก็ถือว่าเป็น เชิญครับ เชิญ ๆ
ท่านประธานปล่อยให้คนอื่นใช้ความคิด ของเขา แล้วก็พาดพิงผม เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องใช้โอกาสผมชี้แจง ว่าผมก็เห็น ไม่เหมือนกับท่านประธาน เพราะผมเห็นว่าเมื่อข้อบังคับได้ใช้คําว่า พิจารณา ตั้งแต่ชื่อร่าง คําว่า พิจารณา หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าผมมีสิทธิที่จะเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วย ถ้าผมไม่เห็นด้วยผมก็แปรญัตติ และมันผิดตรงไหนละครับ มีไหมครับ ข้อบังคับที่เขียนว่า ห้ามแปรญัตติในชื่อร่างหรือคําปรารภ ก็ไม่มี แต่ว่าในชั้นกรรมาธิการนั้น เขาก็เขียนอย่างไรครับว่าการพิจารณานั้นพิจารณาอย่างไร ก็พิจารณาเรียงตามมาตรา ก็ถูกอย่างไรครับ แต่ว่ามันมีมาตราก่อนหน้านั้นต้องปฏิบัติด้วย ท่านประธานก็ต้องยืนยัน สิครับว่าเดี๋ยวพอเลขาธิการขึ้นมาก็ต้องอ่านจากชื่อร่างใช่หรือไม่ แล้วชื่อร่างผมก็แปรญัตติไว้ เพราะฉะนั้นท่านประธานผมจะไม่อภิปรายในส่วนนี้มาก เดี๋ยวตอนถึงชื่อร่างผมจะใช้สิทธิ อภิปราย
ขอบคุณมาก ให้ท่านสุดท้าย แล้วก็ท่านต่อ เชิญครับ ท่านบุญยอดท่านประท้วงใช่ไหมท่าน
ใช่ครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ก่อนที่ผม จะอภิปรายคําประท้วง ผมขออนุญาตหารือท่านนิดเดียวก็คือว่า
ประท้วงให้จบก่อนแล้วค่อยว่ากัน เดี๋ยวค่อยว่ากัน
โดยอํานาจประธาน นี่เป็น ความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนครับ
อันไหนครับ
ขณะนี้รถไฟนะครับ ไม่จอดที่ สถานีสามเสนครับ ไปจอดที่สถานีหัวลําโพงครับ ผมขอให้ท่านประธานสภานะครับ วันนี้ท่านบอกว่า ท่านและท่านสมศักดิ์บอกว่าวันนี้เป็นการประชุมตามปกติ ไม่มีอะไร
คืออย่างนี้ท่านบุญยอด ผมไม่มีปัญหาหรอกครับ แต่เดี๋ยวท่านสมาชิกประท้วงผมนะครับ ท่านต้องรักษาผมไว้ด้วยนะครับ เอาข้อประท้วงของท่านก่อน เชิญครับ
ผมเรียนท่านด้วยความปรารถนาดี นะครับ ผมเชื่อว่าคนชัยภูมิเดินทางมากรุงเทพฯ ก็หลายคน หลายคนน่าจะลงสถานีสามเสน เช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นอย่าแกล้งเขาเลยนะครับ ปรึกษาไปที่รัฐมนตรีชัชชาติ เถอะครับ เพื่อนของผมเองครับ ว่าให้เขาสั่งกํากับว่าให้รถไฟเดินตามปกติ ทุกอย่างมันปกติ เขายังไม่ได้ชุมนุมเลย เขาจะชุมนุมกัน ๑๘.๐๐ นาฬิกานะครับ ตอนนี้มันแค่เที่ยงกว่า ๆ ให้จอดสถานีสามเสนด้วยนะครับ
เชิญข้อประท้วงครับ เชิญข้อประท้วงครับ
เรื่องที่ผมจะประท้วงท่านก็คือว่า อย่างนี้ครับ ผมประท้วงท่านครับว่า สิ่งที่เราต้องทําความเข้าใจกันให้ชัดเจนนะครับ รวมทั้ง ท่านที่ลุกขึ้นประท้วงเมื่อสักครู่และมาพาดพิงพวกผม ต่อไปนี้เราจะต้องไม่พูดกันแล้วนะครับ เราสามารถแปรญัตติเรื่องของชื่อร่าง คําปรารภได้ และรายมาตราได้ เพราะเดี๋ยวมันจะมี คําปรารภตามมาอีก ซึ่งผมก็มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขคําปรารภด้วยเพื่อให้สอดคล้องกันกับ ทุกเรื่องที่ผมได้แปรญัตติไว้ ถูกไหมครับ ดังนั้นขอให้ชัดเจนนะครับ เราเข้าใจตรงกันแล้ว นะครับว่า ต่อไปนี้ชื่อร่าง คําปรารภ และรายมาตราต่าง ๆ นั้นจะมีการพิจารณากันต่อไป โดยไม่มีใครลุกขึ้นมาขัดอีกว่าทําไมคุณต้องมาแปรญัตติ ทําไมคุณต้องมาตัดหรืออะไรต่าง ๆ
ประเด็นสุดท้ายที่ผมต้องฝากไปยังท่านประธานกรรมาธิการครับก็คือว่า ผมประท้วงท่านนะครับ รายงานฉบับนี้นะครับ เริ่มต้นจากเรื่องแรก ในรายงานไม่มี คําวินิจฉัยของกรรมาธิการในเรื่องของกรณีคุณสาธิต ปิตุเตชะ ขออนุญาตเอ่ยนาม เมื่อไม่มี ถือว่าเป็นความบกพร่อง
ประเด็นที่ ๒ การลงมติของการรับร่างของท่านประยุทธ์มีความซ้ําซ้อน เมื่อสักครู่อภิปรายกันแล้ว ก็ผิดปกติอีกนะครับ แล้วก็ส่วนที่ผมอภิปรายไว้ก็คือมีคําแปรญัตติ ที่ซ้ําซ้อนกัน ยังไม่ได้รับการแก้ไขทั้งหมด ผมขอให้ท่านถอนร่างนี้ออกไปทําใหม่ เห็นแก่คน เชียงรายเถอะครับ เห็นแก่คนทั้งกรุงเทพฯ เถอะครับ เห็นแก่คนทั้งประเทศไทยเถอะครับ ขณะนี้เรามีเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องเศร้าสลดนะครับ ผมไม่ได้ขออนุญาตพูดซ้ํา เรามีเรื่องใหญ่ ที่ท่านต้องคํานึงถึงครับ ท่านประธานกรรมาธิการเป็นสมาชิกอาวุโส อยู่ที่นี่หลายปี ท่านทํางานอย่างหนักนะครับในแต่ละเรื่อง ผมคิดว่าท่านน่าจะมีวุฒิภาวะในการพิจารณาได้ และเป็นอํานาจของประธานกรรมาธิการ
เอาละครับ เดี๋ยวจะมีผู้ประท้วงผมนะครับ
ผมขอให้ท่านถอนเรื่องนี้ออกไป พิจารณาใหม่ ไม่มีอะไรต้องรีบร้อนครับ และทุกอย่างจะคลี่คลายลงครับ ผมฝากท่าน ได้กรุณาพิจารณาใคร่ครวญทุกนาทีที่ผ่านไปครับ ขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญครับ ท่านยืนนานแล้ว ยืนครึ่งชั่วโมงแล้ว เชิญครับ
ผมจะประท้วงตัวเองท่านประธานครับว่า ผมมายืนทําอะไรตั้งชั่วโมงครึ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ เนื้อหาที่เพื่อนสมาชิกที่ลุก ขึ้นมาก็เป็นกรรมาธิการนิรโทษกรรมพร้อมกับผมทุกท่านนะครับ ไม่เอ่ยพาดพิง แต่ก็รู้อยู่ ครับว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะขอแก้ไขนะครับทั้ง ๆ ที่เห็น ด้วยกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ เนื่องจากประเทศไทยตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เป็นต้นมา ท่านประธานครับ ปวดหัว ใส่เสื้อเหลืองออกมาก็โดนด่า ใส่เสื้อแดงออกมาเดิน ก็โดนตําหนิอีก พอจะใส่เสื้อสีหลากสีก็บอกมันเป็นพวกหลากสีอีก ทุกวันนี้เลยไม่แน่ใจ ท่านประธานครับว่าตกลงแล้วประเทศนี้จะให้ใส่เสื้อสีอะไรกันแน่ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้สื่อข่าวประจําทําเนียบรัฐบาล ประจํารัฐสภา ข่าวเหตุการณ์ หลากหลาย ไปยืนรายงานมาก็เกาหัวแกรก ๆ ท่านประธานครับ ผู้ใหญ่ทะเลาะอะไรกันนัก กันหนา นี่เป็นคําถามของคนในสังคมครับว่าเมื่อไรมันจะจบกันสักที เมื่อไรมันจะเลิกทะเลาะ กันสักที ๔ ปีเดี๋ยวก็เปลี่ยนกันเป็นรัฐบาล รอกันไม่ได้หรืออย่างไร
ท่านประธานครับ ที่ผมขออนุญาตแปรญัตติไว้นะครับ สงวนความเห็นไว้ ผมแก้ชื่อครับ เป็นอย่างนี้ครับ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับคนไทยให้อภัยซึ่งกัน และกัน และเพื่อพัฒนาชาติไทยให้แก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และการแสดงออกทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็นของประชาชน หลักการง่าย ๆ ท่านประธานครับ ที่แปรนะครับ ใช้คําพูดยืดยาวครับเนื่องจากมีความรู้สึกว่าตัวเองเข้าไปอยู่ ในวังวนเรื่องเหล่านี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ท่านประธานครับ กลุ่มประชาชนเพื่อชาติ ราชบัลลังก์ เริ่มชุมนุมกันมาจนกระทั่งปี ๒๕๔๘ เมืองไทยรายสัปดาห์ของท่านสนธิ ลิ้มทองกุล ไปจนถึง ปฏิวัติรัฐประหาร ๑๙ กันยายน มี คมช. มี คตส. คตส. นี่มาจาก คมช. นะครับ มาจาก การปฏิวัติรัฐประหาร พอปี ๒๕๕๑ ยึดทําเนียบรัฐบาล ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ๒๖ สิงหาคม ยึดเอ็นบีที (NBT) ไล่ทุบผม จําแม่นครับ แต่ไม่โกรธ ท่านประธานครับ ตอนนั้นยังไม่เป็น เหลือง ไม่เป็นแดง แต่เขาชี้หน้าผมบอกผมนี่พวกเสื้อแดง ท่านประธานครับ ผมกับ คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี เอ่ยนามท่าน ไม่เสียหายครับ ๖ โมงกว่า พันธมิตรบุกยึดเอ็นบีทีช่อง ๑๑ เป้าก็พวกผมนี่ละครับทั้ง ๆ ที่ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ จากนั้นท่านประธานครับ คงจะไม่ต้องเล่ายืดยาวครับ เกิดม็อบมากมายหลากหลาย ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวช จนกระทั่งเกิดกลุ่มพันธมิตรปลูกข้าว หน้าทําเนียบรัฐบาล ตื่นเต้นครับ ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นผู้ก่อการร้าย ติดคุกติดตาราง กันบ้างไหม นั่นไม่ใช่สาระสําคัญท่านประธานครับ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ผมเชื่อว่าไม่ใช่ระดับ แกนนําเพียงคน ๒ คน หรอกครับ หลายคนฟังแล้วมันมีอารมณ์ร่วม ไม่รู้ว่ารัฐบาล ในขณะนั้นเป็นอย่างไร แต่ฟังสื่อโทรทัศน์แล้วมันปวดตับ มันอยากจะไปยึดสนามบินร่วมกับ แกนนํา มันอยากจะไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์ด้วยกัน มันอยากจะบุกทําเนียบรัฐบาล อยากจะยึดดอนเมือง อยากจะยึดช่อง ๑๑ เหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่ผมนะครับ ท่านประธานครับ ไม่ได้มีเรื่องโกรธแค้นอะไรมาจากชาติปางก่อนเลยนะครับ แต่ฟังแล้วมันมีอารมณ์ร่วม มันเร้าใจ แกนนําบอกเราบุกเอ็นบีทีเจ็ดโมงเช้า ไปเลยเราไปบุก ๆ เข้าทําเนียบรัฐบาล ต่อต้านรัฐบาล สุดท้ายปลายทางเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานครับ ทั่วโลกถามมายังประเทศไทย มีผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินหรือ บินลาเดนมายึดหรือ อัลกออิดะห์มาเกี่ยวข้องไหม ไม่มี หน้าตาคุ้น ๆ ทั้งนั้น แฟนคลับ สมัยผมเป็นนักศึกษา สมัยผมมาเป็นนักข่าวใหม่ ๆ ทั้งนั้น ท่านสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นพิธีกรชื่อดัง เพื่อนผมอยู่หนังสือพิมพ์ผู้จัดการหลายคนเยอะแยะ มากมาย แต่สุดท้ายปลายทาง ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนผมหลายคนกลายเป็นศัตรู โดยไม่รู้สาเหตุมาก่อน ขออภัยท่านประธานครับ โทรศัพท์ไปหาเพื่อน บอกมึงไม่ต้องโทรมา ขออภัย ถอนคําพูดว่า มึง แต่อันนี้เป็นการพูดคุยระหว่างเพื่อนกัน เขาบอกผมนี่พวกเสื้อแดง ผมถาม อ้าวแล้วเสื้อแดงมันเป็นอย่างไร อ้ายพวกนี้พวกอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณบ้าง อย่างโน้น พวกท่านสมัคร สุนทรเวช พวกท่านนายกรัฐมนตรีสมชาย พวกท่านยิ่งลักษณ์บ้าง ผมเห็นว่าการแปรญัตติของผมนี่ ท่านประธานครับ ฉบับคนไทยให้อภัยซึ่งกันและกัน ถามว่า เจ็บปวดไหม วันที่ ๑๐ เมษายน ผมอยู่แยกราชประสงค์ ขอโทษครับ วันที่ ๑๐ เมษายน ผมอยู่สี่แยกคอกวัว ผมนั่งอยู่บนเวที ผมเห็นคนตาย ๒ คน นอนอยู่บนเวทีเหมือนกัน ท่านประธานครับ ผมเห็นหลายคนที่อยู่ในที่นั้นครับ ไม่มีใครคิดจิตเป็นโจร ท่านประธานครับ มาเพราะเรารู้สึกว่าประชาธิปไตยมันอยู่ที่ไหน เมื่อไรเราจะได้มาซึ่งประชาธิปไตย เราคิด แค่นั้นครับ ถ้าใครมาตามระบอบประชาธิปไตย แล้วพวกผมไปชุมนุมประท้วงขับไล่อันนี้ อย่างนี้ผมก็ไม่เอา ท่านประธานครับ อย่างเช่นวันนี้ครับ ถ้าเกิดรัฐบาลชื่อนาย ก นาย ข นาย ค นาย ง มาถูกต้องตามระบอบประชาธิปไตย วันที่ ๓ กรกฎาคม เมื่อปี ๒๕๕๔ เลือกตั้ง กันมาแล้ว ได้ ผมก็จะเคารพตามระบอบประชาธิปไตยครับ ส่วนที่ท่านจะไปบอกว่าทุจริต อย่างโน้นอย่างนี้แก้ไขปัญหาได้หรือไม่ได้ ยาว ๆ ครับ ท่านประธานครับ เรียนมหาวิทยาลัย ยังต้องมี ๔ ปี เด็กปี ๑ มันก็เต๊าะแต๊ะ เต๊าะแต๊ะไปเรื่อยครับ ปี ๒ มันค่อยยังชั่วขึ้นมาครับ ปี ๓ มันชักเริ่มแข็งแกร่ง ปี ๔ มันเริ่มเป็นมนุษย์ที่จะออกไปช่วยเหลือสังคมมากขึ้น พอจบ มหาวิทยาลัยทํางานต่อครับ ถ้าทํางานดีคนก็เลือกกลับเข้ามาใหม่ครับ ให้เวลากันเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ถามว่าเจ็บปวดไหม เจ็บปวด ผมก็ไม่แพ้กับคนอื่นหรอกครับ เวลา คนโทรศัพท์เข้ามาเฟซบุ๊ก (Facebook) เข้ามาไลน์ (Line) เข้ามา
ท่านจิรายุครับ ท่านแปรญัตติไว้นะครับ ว่าร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับคนไทย ให้อภัยซึ่งกันและกันเพื่อพัฒนาชาติไทยให้นะครับ แล้วก็ท่านก็บอกว่าแก่ผู้ซึ่งกระทํา ความผิดจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมือง และการแสดงความคิดเห็น ของประชาชน พ.ศ. .... เอาประเด็นนี้ก่อนนะครับ ท่านอย่าไปจินตนาการณ์ยาวไปไกล มันจะอยู่นอกประเด็นนะครับ แล้วก็มีท่านสมาชิกท่านขอใช้สิทธิสงวน แล้วก็แปรญัตติไว้ อีกเยอะ เอาเฉพาะประเด็นของท่านนะครับ ช่วยกระชับประเด็นของท่านนะครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ รับฟังท่านประธาน เคารพครับ ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติพูดอะไรมาต้องหัดฟังครับ เป็นเด็กดี แต่ที่พูดนี้ท่านประธานครับ มันไม่ได้ไปไกลเลยเพราะว่าผมแปรญัตติเอาไว้ คําว่า คนไทยให้อภัยซึ่งกันและกัน ผมกําลังจะพูดคําว่า เจ็บปวด ท่านประธานครับ อยู่ดี ๆ ท่านประธานจะบอกว่าหายแล้ว ตัวเองเขาตีเข่าตัวเองที ๒ ที เลิกกันนะ ก็ผมกําลังเล่าให้ ท่านประธานฟังว่าที่ผ่านมามันเกิดความเจ็บปวดอะไรขึ้นในสังคมจึงต้องแปรญัตติคําว่า คนไทยให้อภัยซึ่งกันและกัน ท่านประธานอดทนฟังนิดเดียวครับ ยืนมา ๑ ชั่วโมง ๔๒ นาที ได้พูดไป ๓-๔ นาทีท่านประธานตัดบทแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ฉบับคนไทยอภัย ซึ่งกันและกันที่ผมทบทวนมานี่ เพื่อจะบอกว่า ถามว่าผมมีความโกรธไหม ผมแค้นไหน ผมเสียใจไหม ผมอาฆาตไหม มีทุกอย่างท่านประธานครับ ในกรรมาธิการคณะเดียวกับผมนี่ ผมชอบนั่งตรงหน้าคนบางคนครับ ผมอยากจะรู้ว่าหน้ามันโหดไหม แต่ที่แน่ ๆ ผมต้องให้ อภัยซึ่งกันและกันท่านประธานครับ
เอาเนื้อหาสาระก่อนนะครับ อย่าเอาบรรยากาศมาพูดเลย เอาเนื้อหาสาระนะครับ เชิญครับ
ผมนี่ท่านประธานครับ ที่พูดอย่างนี้ เพื่อจะรู้สึกว่าเมื่อไรประเทศไทยมันจะให้อภัยซึ่งกันและกัน จึงได้แปรญัตติคํานี้ เข้าไปครับ ฉบับคนไทยให้อภัยซึ่งกันและกัน สยามเมืองยิ้มท่านประธานครับ สมัยก่อนมา เมืองไทยเพื่อนผมมีฝรั่งหลายคนท่านประธานครับ มาเมืองไทยเขาถามบอกยูเวลาไอจะไป ที่ไหนนี่ ไออยากพูดเรื่องการเมืองต้องพูดตรงไหน จังหวัดไหน จะพูดแบบไหน ผมบอกถ้าไป ภาคใต้ก็พูดเรื่องอีกเรื่องหนึ่งนะ ถ้าไปภาคเหนือพูดอีกเรื่องหนึ่งนะ อีกสานพูดอีกเรื่องหนึ่ง แต่ทางที่ดียูอย่าพูดเลย เขาก็ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย ผมก็ถามตกลงยูไปอยู่ ในถ้ําที่ไหนมานี่ เขาก็รู้กันทั่วโลกแล้วประเทศมันแบ่งฝ่ายกันแล้ว เพราะมันไม่รู้จักให้อภัย ซึ่งกันและกัน โกรธ เกลียด อาฆาต ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเด็กชายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ตั้งแต่เด็ก ๆ นี่นะครับ คุณแม่พาไปทําบุญที่วัดประจํา ท่านบอกคําหนึ่งครับ บอกว่า อโหสิกรรมเถอะลูก ยามที่ผมบวชนี่ท่านประธานครับ ยังต้องอโหสิกรรมในการ์ดเลย การใดที่ทําล่วงเลยให้กับใครก็แล้วแต่ที่อยู่ในแผ่นดินนี้ ขออโหสิกรรม นี่คือคนไทย ไทย-พุทธ แล้วไทยทุกประเภทในประเทศนี้ ไม่ว่าจะเป็นศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาฮินดู เหมือนกันต้องรู้จักให้อภัย ที่ผมแปรญัตติเข้าไปชัดเจนครับท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับคนไทยให้อภัยซึ่งกันและกัน ผมให้อภัยครับ เจ็บปวดไหม โอ้โห ใจจะขาด โทรศัพท์มากลางคืนดึก ๆ นี่ ๑,๐๐๐ กว่าสาย ท่านประธานเคยเห็นคนโทรศัพท์มิสคอล (Miss call) ๑,๐๐๐ สายไหม นี่ผมเจอผมเก็บบันทึกไว้ ก็พี่น้องพันธมิตรเอาเบอร์ โทรศัพท์มือถือผมไปประกาศตอนนั้นบนเวทีบอกช่วยไปชยันโตหน่อย แต่ไม่เป็นไร ท่านประธานครับ คนมันเห็นต่างทางการเมืองกันได้ แต่ถึงเวลามันผ่านมา ๗ ปีแล้วนี่ พ่อเจ้าประคุณเอ๋ย มันยังโกรธกันอยู่เลย บางคนแค่รู้อ้ายนี้อยู่พรรคเพื่อไทย ฉันอยู่พรรคตรงข้าม เดินเจอหน้ามันไม่อยากทัก ผมเดินเจอทุกคน สวัสดีครับพี่ เพราะอะไรครับ บางทีเราถูก ความโกรธครอบตัวเองจนเรารู้สึกว่ามันไม่ให้อภัยซึ่งกันแล้วกันแล้ว ไม่ชอบคน ๆ หนึ่ง พาลไปหมดทั้งห้อง เหมือนไปเรียนช่างกลโรงเรียน ป ไม่ชอบโรงเรียน ก ต้องตีมัน ทั้งโรงเรียน เขาเรียกว่า ตีฝาก นี่ครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นอภัยซึ่งกันและกัน มันเริ่มได้แล้ว
วรรคต่อมาท่านประธานครับ เพื่อพัฒนาชาติไทย ไม่พัฒนาชาติไทยแล้วจะ ไปพัฒนาชาติหน้าหรือครับ มันต้องพัฒนาชาตินี้ ผมถามว่าถ้าเกิดประเทศเราสงบ ไม่มี เหลือง ไม่มีแดง ไม่มีผู้ชุมนุมหลากสี เกิดอะไรขึ้นครับ ทุกคนก็พัฒนาประเทศไทยครับ นี่ท่านประธานสิ้นปีนี้หยุดยาว ๆ แล้วไปเที่ยวจังหวัดเชียงราย ไปเที่ยวจังหวัดชัยภูมิ กางเต็นท์ (Tent) พี่น้องจากภาคใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานีมาพักผ่อน เบื่อทะเลแล้วอยากมา เที่ยวเขา สัมผัสดอกกระเจียว ไปได้ครับ สมัยก่อนคนใต้ไปภาคเหนืออะไรเขาก็แหลงใต้กันได้ เดี๋ยวนี้ไปต้องพยายามหลบ ไม่อยากพูดครับ เดี๋ยวหาว่าแบ่งชนชั้นภาคเหนือภาคใต้กัน อภัย ให้กันได้หรือยังละครับ
(นายสาธิต ปิตุเตชะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประธานครับ ไม่ต้องประท้วง เดี๋ยวผมสรุปเลยก็ได้ครับพี่สาธิตครับ เพื่อให้พี่ได้ไม่เสียเวลาครับ นะพี่ ขอ ๒ นาทีนะพี่นะ
คือประธานก็เตือนแล้วบอกว่าให้อภิปราย อันนี้เป็นวาระที่สองนะครับ ท่านเพิ่มเติม เพราะอะไร ท่านก็อธิบายเหตุผลพอสมควร เพื่อจะโน้มนาวท่านสมาชิกให้ลงตามท่าน เชิญท่านสาธิตประท้วงก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงเพื่อนสมาชิกนะครับ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ท่านอภิปรายข้อความอันเป็นเท็จและก็เสียดสีนะครับ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ท่านพูดถึงว่าในสภาแห่งนี้ไม่ให้เกียรติกัน เกลียดคน ๆ เดียวแล้วต้องเกลียดคนอื่นด้วย เรื่องที่ ๑ นะครับ เรื่องที่ ๒ ท่านบอกว่าคนไปภาคใต้ไม่ได้ ไปภาคอีสานไม่ได้ ทั้ง ๒ เรื่อง ไม่ใช่เรื่องจริงครับ ประเทศนี้มีความสงบสุข ท่านประธานเป็นคนอีสานท่านไปภาคใต้ได้ครับ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไปจังหวัดทางภาคใต้ครับ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ไปจังหวัด ทางภาคใต้ไม่เคยมีม็อบใด ๆ มาขัดขวางการทําหน้าที่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จิรายุกับผม เจอกันคุยกันครับ ความเห็นแตกต่างไม่มีปัญหาครับ แต่ไม่มีพฤติการณ์หรือพฤติกรรมอย่างที่ คุณจิรายุพยายามที่จะให้สังคมเข้าใจเป็นไปตามนั้นครับ
เชิญต่อครับ สรุปได้นะครับ
ท่านประธานครับผมขออนุญาตถอน คําพูดที่ผมพูดให้พี่สาธิตไม่สบายใจนะครับ จริง ๆ เจตนาผมไม่ได้คิดไปแบ่งแยกอะไร นะครับ เจตนาผมเพียงแค่อยากจะนําเสนอว่า ถ้าเราให้อภัยซึ่งกันและกันมันก็รู้สึกดี เท่านั้นเองครับ ไม่มีอะไรมาก
ตั้งแต่เก้าโมงครึ่งแล้วนะครับ ขอให้เอาเนื้อหาเรานะครับ ท่านเป็นท่านแรกที่อภิปราย ขอสรุปเลยนะครับ
ท่านประธานครับ เหตุผลที่ ผมแก้ไขไว้นี้รวบรวมไปถึงการแสดงความคิดเห็นของประชาชนในวรรคท้าย เนื่องจาก ปัจจุบันมีเทคโนโลยีมากมายหลากหลาย หลายข้อไม่ได้เขียนครอบคลุมถึงเรื่องของการแสดง ความคิดเห็น เช่น สภากาแฟ ห้องแชตรูม (Chat room) ต่าง ๆ ในเว็บไซต์ต่าง ๆ เดี๋ยวนี้ เทคโนโลยีไลน์ (Line) เทคโนโลยีทวิตเตอร์ (Twitter) เพราะฉะนั้นผมจึงขอแปรญัตติไว้ ในส่วนนี้ครับ ที่เป็นส่วนเกี่ยวข้องของชื่อร่างเพื่อจะได้ยกโทษและให้อภัยซึ่งกันและกัน พัฒนาประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ถ้าท่านที่สงวนไว้และขอแปรญัตติไว้ช่วยกรุณายกมือนะครับ เพราะว่าถ้าไปเรียกตามนี้ เดี๋ยวท่านไม่อยู่ท่านจะเสียหาย เอาท่านธนานะครับ เพราะตามลําดับอยู่ แต่มาก็อยากให้ ยกมือ ท่านสาธิตไม่มีนะครับ เอาท่านธนาก่อน แล้วเดี๋ยวท่านมีอะไรท่านค่อยปรึกษา ก็แล้วกัน ท่านธนาตัดชื่อออกทั้งหมดนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมต้องลุกขึ้นมา ทําหน้าที่ในฐานะเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยอีกครั้งหนึ่ง แล้วในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ซึ่งได้ทําหน้าที่ตลอดการประชุม ๑๔ วันที่ผ่านมา และเป็นคนหนึ่งที่ไม่รับหลักการ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อเข้าสู่วาระที่หนึ่ง แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า ตลอดระยะเวลาการทําหน้าที่กรรมาธิการของผมตลอด ๑๔ ครั้งที่ผ่านมามันทําให้ความเชื่อ ของผมในการที่จะยกมือไม่สนับสนุนที่จะรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น เป็นเครื่องยืนยันว่าผมคิดถูก ในวันที่พระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภา สิ่งหนึ่งที่กรรมาธิการ หรือที่ประชุมแห่งนี้พูดจากัน แล้วก็เพื่อนสมาชิกท่านเมื่อสักครู่นี้ก็พูดครับว่าจะเป็นช่องทาง ที่จะเกิดความปรองดองของคนในชาติ คนที่มีความคิดเห็นต่างจะได้มีการพูดคุยกันได้ มีความเข้าใจกันได้ ท่านประธานที่เคารพครับ คําว่า ปรองดอง หมายถึงเห็นพ้องต้องกัน เมื่อไรก็ตามที่คนเห็นพ้องต้องกันแล้ว เมื่อนั้นความรู้สึกสมานฉันท์ปรองดองจะเกิดขึ้น วันนี้ ถ้าท่านคิดแต่เพียงว่าการออกกฎหมายฉบับหนึ่งโดยอาศัยเสียงข้างมากในฐานะผู้ชนะหรือ จะอะไรก็แล้วแต่ แล้วจะปิดปากให้คนที่ไม่เห็นด้วยต้องยอมรับข้อเสนอของท่านนั้น ผมเรียนเลยครับตั้งแต่วันแรกว่านั่นไม่ใช่การปรองดอง และสิ่งที่สนับสนุนความคิดของผมว่า นี่ไม่ใช่การปรองดองที่แท้จริง แต่เป็นชัยชนะของผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการทํางาน ทางการเมือง ที่ผมบอกว่าไม่ปรองดอง ท่านประธานปฏิเสธผมไม่ได้เลยครับ ตั้งแต่ พ.ร.บ. ปรองดองฉบับแรกเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ชื่อร่าง พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ขออนุญาต เอ่ยนามท่านอีกครั้งหนึ่ง ความจริงไม่ได้อยากเอ่ยนามชื่อนี้เลยครับท่านประธาน วันนั้น ท่านประธานก็เห็นว่าสังคมในสภาข้างนอกเกิดเหตุการณ์อะไร คนที่ไม่เห็นด้วยลุกขึ้นแสดง ความคิดเห็น แสดงออกทางการเมือง แสดงออกซึ่งความรู้สึกที่เขามีต่อกฎหมายฉบับนี้ และท้ายที่สุดกฎหมายฉบับนี้ก็ถูกพักเก็บเอาไว้ เพราะว่ารู้ว่าสถานการณ์ของสังคมนั้นมัน ไม่เอื้ออํานวย แต่แล้วจู่ ๆ วันหนึ่ง ท่านประธานครับ ก็ได้มีการหยิบยกร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่ง และสิ่งหนึ่งที่ร่างร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้ก็คือ วันนี้จะนิรโทษกรรมให้กับพี่น้องประชาชน ที่เขามาแสดงออกทางการเมือง มาชุมนุมทางการเมือง แต่ต้องถูกผลกระทบ คนเหล่านี้ มาด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ และในความผิดหลายความผิดที่ท่านจะเชื่อมโยงไปในความรู้สึก ของผมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม แต่เมื่อท่านพูดว่าประชาชนที่เขามาด้วยจิตใจ อันบริสุทธิ์จะมาแสดงออกทางการเมือง ผมก็พอจะรับได้ แต่ก็มีความรู้สึกอยู่นิด ๆ ครับว่า นี่คือเจตนาที่แท้จริงหรือไม่ เพราะวันที่ท่านเอาเข้ามา ผมลุกขึ้นถามท่านว่า ท่านต้องการ เยียวยาความเสียหายให้กับผู้เสียชีวิตและญาติผู้เสียชีวิตใช่หรือไม่ หรือคนที่ครอบครัวเขา ต้องติดคุกอย่างที่ท่านประธานบอกเมื่อสักครู่นี้ครับ ว่าที่ต้องเร่งเอาเข้าให้ก็เพราะว่า มีคนติดคุกรอไม่ได้ ซึ่งคําพูดของท่านประธาน ผมก็อยากให้ท่านประธานระมัดระวัง เพราะ ท่านประธานเอาเข้าสู่ระเบียบวาระในวันนี้ โดยอ้างว่าคนติดคุกเขาเดือดร้อน มันจะ กลายเป็นว่าท่านประธานนี้เลือกปฏิบัติที่จะเห็นความทุกข์ของคนติดคุกบางประเภท โดยเฉพาะในทางการเมือง ในสังคมไทยมีคนต้องติดคุกจากการไม่ได้รับความเป็นธรรม จากเจ้าหน้าที่รัฐ จากการหาเช้ากินค่ํา จากการต่อสู้ใช้ชีวิตในช่วงเศรษฐกิจที่ลําบากฝืดเคือง มีถิ่นที่อยู่ในพื้นที่ของรัฐที่ถูกทางการดําเนินคดีต่าง ๆ เป็นต้น คนเหล่านี้เขาเคยเรียกร้อง มายังประธานสภาผู้แทนราษฎรจํานวนมาก ท่านเคยใส่ใจเอาความทุกข์ร้อนของคนเหล่านี้ เข้ามาพิจารณาเหมือนกับที่ท่านทําวันนี้หรือไม่ อันนี้ผมเชื่อว่าสังคมตอบได้ ท่านประธาน ไม่ต้องตอบผม แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือว่า ท่านอ้างว่าท่านจะเยียวยาคนที่สูญเสีย ครอบครัวถูกติดคุกก็ดี จึงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ว่าในขณะเดียวกันครับ ญาติผู้เสียชีวิตและเขาสูญเสีย เขาก็ยื่นร่างพระราชบัญญัติมาประกบท่าน มาเสนอท่าน เหมือนกัน แต่ท่านไม่เอาร่างของผู้สูญเสียที่ท่านอ้างอยากจะทําให้เขามาเป็นร่างหลัก ในการพิจารณา นั่นคือประเด็นแรกที่ผมเริ่มรู้สึกไม่สบายใจว่าการเสนอกฎหมายของท่าน ในวันนั้น ท่านไม่ได้มีจุดประสงค์ที่แท้จริงสําหรับเยียวยาดูแลผู้สูญเสียชีวิตและผู้ถูกจําคุก ในการต่อสู้ทางการเมือง ในกรรมาธิการครับท่านประธาน ในฐานะผมเสียงข้างน้อย ผมก็อยากที่จะชี้แจงให้ที่ประชุมนี้ได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อเราเริ่มประชุมกัน ผมก็รู้สึก ถึงความปรารถนาที่ดีของที่ประชุมตั้งแต่เริ่มต้น เราได้พูดคุยกันครับว่าเราจะสนทนาธรรม ถ้าเห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาของชาติจริง ๆ แล้วอยากจะแก้ไขกัน โอเคเราเปิดใจกว้างแล้วมา พูดจากันว่าตั้งแต่สังคมเกิดความแตกแยกกันมีใครได้รับผลกระทบบ้าง เราจะรับฟัง ผลกระทบจากปากของผู้สูญเสียจากทุกฝ่าย ไม่ว่าจากเหลือง ไม่ว่าจากแดง ไม่ว่าจาก เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ไม่ว่าผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งทางด้านเรื่องกฎหมาย คดีความ ศาล อัยการ พนังงานสอบสวน เจ้าหน้าที่ของรัฐ เรามารับฟังความคิดเห็นของคนเหล่านี้กันให้หมด ซึ่งก็ดีใจครับท่านประธานในวันนั้น ท่านประธานกรรมาธิการท่านก็บอกว่าท่านจะรับฟัง ทุกอย่าง แล้ววันนั้นการประชุมกรรมาธิการก็เดินไปด้วยความเรียบร้อย เราตกลงที่จะเชิญ ผู้ที่มีผลกระทบ ก็คือญาติผู้เสียชีวิตมาชี้แจง กลุ่มเสื้อแดงมาชี้แจง ทนายของกลุ่มเสื้อแดง ทนายของกลุ่มเสื้อเหลือง เจ้าหน้าที่กฎหมาย คณะกรรมการ คอป. บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ การดําเนินการที่ก่อให้เกิดความสูญเสียในช่วงหลายปีที่ผ่านมาของสังคมไทย แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ ความรู้สึกผิดปกติเริ่มกลับเข้ามาสู่กรรมาธิการครับ เมื่อการชี้แจงของทนาย กลุ่มเสื้อแดงเสร็จสิ้นแล้วถึงการชี้แจงของทนายกลุ่มพันธมิตร ทนายกลุ่มพันธมิตรเขามี หนังสือตอบมายังประธานกรรมาธิการว่า เวลาที่ให้เขามาชี้แจงนั้นมันรวดเร็ว มันเร่งรัด เกินไป เขามีเอกสารจํานวนมากที่ต้องรวบรวม เขายังขอสงวนสิทธิที่อยากจะมาชี้แจง แต่ขอให้นัดหมายกันใหม่ ตั้งแต่วันนั้นละครับ ท่านประธาน วันนั้นก็มีกรรมาธิการเสียงข้างมากเสนอครับว่าไม่เอาแล้วครับ ไม่ฟังแล้วครับ ความคิดเห็นแตกต่างทั้งหมดที่เราจะมาร่วมกันแก้ไขไม่ต้องฟังแล้ว รับรู้กันหมดแล้ว ขอพิจารณาเข้าสู่ร่างพระราชบัญญัติเลย นี่คือความผิดปกติที่เริ่มเกิดขึ้น ก็ไหนละครับที่เรา บอกว่าเราจะรับฟังความคิดเห็นทุกฝ่าย ถ้าคิดว่าเราเป็นเสียงข้างมาก แล้วเสียงข้างน้อยไม่มี ความหมาย ถ้าคิดว่าการลงมติในวันนี้ชนะแน่นอน ไม่สนใจว่าเสียงข้างน้อยเขาจะรู้สึก อย่างไร ไม่สนใจว่าประชาชนอีกส่วนหนึ่งเขาจะรู้สึกอย่างไร นั่นหมายถึงท่านกําลังแบ่งแยก ประชาชน นั่นหมายถึงว่าท่านไม่ได้ต้องการให้สังคมไทยนี้มีความสงบสุขและปรองดอง อย่างที่ท่านพูดอย่างไรครับ ถ้าท่านต้องการปรองดองอย่างที่ท่านพูด ท่านต้องละความ เป็นตัวของท่าน แล้วลงมาพูดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร และท่านในฐานะเป็นรัฐบาล เป็นผู้ มีอํานาจ ท่านจะต้องแสดงซึ่งความเสียสละในการให้สังคมกลับเข้าสู่ความปกติสุขและ การลดความขัดแย้งที่เกิดขึ้น วันนี้สังคมที่เกิดขึ้นในการขัดแย้งมันมีอยู่หลายประเด็นครับ ท่านประธาน เราอาจจะไม่สามารถแก้ไขประเด็นต่าง ๆ ทั้งหมดได้ในคราวเดียว แต่เรา ต้องเริ่ม และรัฐบาลจะเป็นคนที่สามารถเดินหน้ากระบวนการนี้ได้ดีที่สุด แต่ท่านก็ไม่เลือกใช้ กระบวนการนี้อย่างไรครับวันนี้เป็นอย่างไรครับ กฎหมายฉบับนี้เข้ามา แม้กระทั่งกลุ่มคน มวลชนของท่านเองก็ออกมาคัดค้าน แทนที่จะเกิดความปรองดองที่แท้จริง ก็เกิดรอยปริแยก ของสังคมขึ้นอีกส่วนหนึ่งแล้ว แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นก็คือว่า สะท้อนให้เห็นว่าท่าน ในฐานะเสียงข้างมาก ท่านไม่ได้เปิดใจกว้างที่จะรับฟังเสียงข้างน้อยเลย แล้วท่านก็ใช้ เสียงข้างมากลากในที่ประชุมไป ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธาน เพราะนี่เป็นเรื่องสําคัญ กรรมาธิการตัดสิทธิกรรมาธิการเสียงข้างน้อยและผู้ขอ แปรญัตติ อยู่ ๆ ท่านเชิญให้มาแปรญัตติในวันที่ ๓๐ วันที่ ๓๑ ตกลงในกรรมาธิการ เรียบร้อย แล้วประธานก็ออกกฎหมายฉบับใหม่เร่งด่วน เสร็จประชุมวันศุกร์ ท่านก็ นัดประชุมเร่งด่วนขึ้นมาทันทีเป็นวันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ วันพฤหัสบดี วันศุกร์ที่เราปิด สมัยประชุม ที่เราปิดสภากันเพื่อไปดูแลพี่น้องที่เขาเดือดร้อนเรื่องปัญหาน้ําท่วมอย่างไรครับ แต่ประธานก็เรียกให้ผู้มาชี้แจง มาชี้แจงคําแปรญัตติ ท่านประธานครับ เกิดเรื่องไม่ปกติขึ้น ในกรรมาธิการ ซึ่งผมไม่อยากให้ที่ประชุมแห่งนี้เราละเลย ท่านประธานกําหนดวันแปรญัตติ ไว้วันที่ ๒๔ และวันที่ ๒๕ มีผู้ขอแปรญัตติ ๑๐๐ กว่าท่าน เข้ามาชี้แจงคําแปรญัตติ เป็นลําดับ ๆ แล้ววันนั้นก็พูดจากัน เราก็มีการสอบถามว่าในเมื่อมีผู้ขอแปรญัตติเยอะ เขาต้องได้รับสิทธิในการชี้แจงคําแปรญัตติของเขา เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะ กรรมาธิการวิสามัญนั้นคือผู้ที่ไปรวบรวมข้อเท็จจริงเพื่อที่จะพิจารณาให้มีความละเอียด รอบคอบและนําเสนอที่ประชุมสภา เวลาที่เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นซักถาม สอบถามว่าในประเด็นนี้ ประเด็นนั้น กรรมาธิการไปพิจารณาอย่างไร ถ้าเราไม่พิจารณาให้รอบคอบเราจะไม่สามารถ ตอบคําชี้แจงของเพื่อนสมาชิกได้ เพราะฉะนั้นคําแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกจึงมีความสําคัญ ที่จะต้องให้กรรมาธิการวิสามัญได้รับฟัง แต่ท่านประธานรู้ไหมครับ ท่านประธานสามารถ ผมนี่ละครับ ก็บอกว่าวันศุกร์นี้จะเอาถึงเช้ากี่โมงก็ได้ กรรมาธิการพร้อมที่จะอยู่ทํางาน เราก็ไม่ว่าครับ เมื่อเรามาแปรญัตติแล้ว หรือรับมอบแปรญัตติเราก็พร้อมจะทําหน้าที่ ที่จะชี้แจงคําแปรญัตติ เพื่อให้กรรมาธิการวิสามัญได้รับฟังเหตุและผล ไม่แน่อาจจะกลับมติ ของกรรมาธิการก็ได้ แต่เมื่อถึงเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกาเศษ ๆ ประมาณ ๕ นาที ท่านประธาน สามารถก็ลุกขึ้นและแจ้งต่อที่ประชุมว่า บัดนี้ครบกําหนดระยะเวลา ๒ วันที่ได้กําหนด แปรญัตติแล้ว จึงขอให้ผู้ที่เข้าชื่อขอแปรญัตติและผู้ที่รับมอบอํานาจมาทั้งหมดนั้น ได้สิทธิ ในการมาชี้แจงในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และขอปิดการประชุมให้มาดูรายงาน การประชุมในเช้าวันจันทร์ท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับท่านธนาครับ เอาประเด็นของท่านที่ขอตัดทั้งหมดก่อนนะครับ อันนี้เป็นเรื่อง ของการดําเนินการการประชุมของคณะกรรมาธิการครับ เอาเหตุผลของท่านก่อนได้ไหมครับ เดี๋ยวจะมีผู้ประท้วงผม ท่านจะประท้วงหรือ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับข้อ ๘ ครับ เมื่อสักครู่ผมทําตัวเป็นผู้แทนราษฎรที่ดีเชื่อฟัง ประธานไม่ออกนอกลู่นอกทาง
คืออย่างนี้ท่านประท้วงผมเรื่องอะไรก็ว่ากันไป
ผมประท้วงท่านประธานอย่างไรครับ ช่วยควบคุมการประชุมหน่อยครับว่านี่มันวาระ ๒ รายมาตรา ท่านไปบรรยากาศในห้องประชุม ท่านไปอย่างนี้อย่างนั้นผมว่ามันไม่เกี่ยวกับที่ท่านตัดออกรายมาตรานะครับ ท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยครับ
คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ ผมก็นั่งฟังของท่านลําดับข้อเท็จจริงของท่านอยู่นะครับว่า เริ่มตั้งแต่อะไรมาจนถึงสุดท้ายนี้ แต่ประเด็นตอนหลังซึ่งผมมองว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของ การจัดการในการประชุมนี้กับการที่จะตัดชื่อร่างทั้งหมดนี้ ผมก็ได้เตือนท่านแล้วนะครับ เชิญท่านธนาต่อครับ เอาประเด็นของท่านที่ตัดก่อนครับ ส่วนเรื่องภายในไม่เอานะครับ เป็นเรื่องที่พวกท่านดําเนินการกัน
ท่านประธานครับ ผมในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับท่านประธาน ผมมีสิทธิที่จะชี้แจงให้เพื่อนสมาชิกได้ รับทราบถึงการทํางานในคณะกรรมาธิการ เพราะว่าที่ประชุมแห่งนี้ไม่มีโอกาสที่จะไปนั่ง รับฟังการทํางาน เพราะฉะนั้นผมมีสิทธิที่จะชี้แจงว่าการดําเนินการของกรรมาธิการนั้น มีบางส่วนที่มันไม่สมบูรณ์ มันไม่ชอบ ที่ประชุมแห่งนี้ก็จะได้พิจารณาว่าการดําเนินการ ที่มันไม่ถูกต้องนั้นอาจจะมีความเห็นในการที่จะลงมติต่อไป แต่ท่านประธานครับ ผมจะไม่ใช้ เวลาเยอะวันนี้ผมก็ไม่สบายนะครับ ก็พยายามที่จะอภิปรายที่จะอยู่ในประเด็นแล้วก็ทําให้ เกิดประโยชน์สูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้ท่านประธานเขาเขียนไว้ว่า นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออก ทางการเมืองของประชาชน กรรมาธิการไปแก้อะไรครับท่านประธาน ไปแก้ให้คนที่ได้รับ ความผิดถูกกล่าวหาตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงปัจจุบัน วันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ หลุดพ้นจากความผิดทั้งหมด ผมจะไม่อภิปรายลึกในชั้นนี้แต่ขออนุญาตท่านประธาน ต้องเกริ่นให้ทราบแล้วผมจะไปใช้สิทธิในมาตรา ๓ ต่อไป รับหลักการพระราชบัญญัติฉบับนี้ บอกว่าจะนิรโทษกรรมความผิดให้กับประชาชนที่เขามาชุมนุมทางการเมืองและ การแสดงออกทางการเมือง ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชนรัฐธรรมนูญ ให้การรับรองไว้ แต่แน่นอนครับเมื่อมีการชุมนุมแล้วมันเกิดอาการเลยเถิดหรือภาวะของ อารมณ์มันพาไป แต่เขามาด้วยเจตนาที่สุจริตสมควรที่จะนิรโทษกรรมเขา อันนี้ผมเห็นด้วย แต่แปรญัตติไปแปรญัตติมาท่านประธานครับทําไมเอาคนทุจริตคอร์รัปชัน เอาคนที่ถูกคดี อื่น ๆ ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองของประชาชนเข้ามาได้รับอานิสงส์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยหมายความว่าอย่างไรครับ หมายความว่าประเด็นแรกกรรมาธิการไป แปรญัตติขัดกับหลักการพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างไรครับ เหมือนกับที่ท่านเคยลุกขึ้นมา ชี้แจงและกล่าวหาเพื่อนสมาชิกตอนที่พิจารณากฎหมายรัฐธรรมนูญว่าแปรญัตติขัดต่อ หลักการ วันนั้นข้อเท็จจริงไม่ปรากฏชัดอย่างนี้ครับ ท่านประธานสามารถตัดสิทธิผู้ของ แปรญัตติทั้งหมดอ้างว่าขัดต่อหลักการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ด้วยความเคารพวันนี้ ท่านประธานสามารถทําอีกแล้วครับ แต่ทําในสิ่งที่สวนทางกับสิ่งที่ตัวเองเคยทําไม่ต้องให้ นักเรียนกฎหมาย ไม่ต้องให้คนที่รู้กฎหมายหรือคนพิจารณากฎหมายก็ทราบได้ครับว่า หลักการแห่งการรับพระราชบัญญัติฉบับนี้คืออะไร ก็เขียนกันไว้ชัดเจนอย่างไรครับว่า สังคม เข้าสู่ความขัดแย้งทางการเมืองมีความเห็น ๒ ฝ่าย เกิดการชุมนุมต่อต้าน เกิดผู้สูญเสียชีวิต ทรัพย์สินสมควรที่จะนิรโทษกรรมบุคคลเหล่านั้นที่ใช้สิทธิในการชุมนุมทางการเมือง แล้วไป ทุจริตคอร์รัปชันโกงกิน มันไปเกี่ยวเนื่องกับทางการเมืองตรงไหนครับท่านประธาน ถ้าวันนี้ เสียงข้างมากที่หมายถึงรัฐบาลและพรรคร่วม เห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันไม่ใช่ปัญหาของ สังคมไทยอีกต่อไป นั่นหมายถึงว่าต่อไปท่านจะยกเลิก ป.ป.ช. อย่างนั้นใช่ไหมครับ ขบวนการที่ออกมาต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันของรัฐบาล นั่นก็คือการสร้างภาพเท่านั้น ใช่ไหมครับ แล้วต่อไปนี้ก็จะส่งเสริมให้คนทุจริตคอร์รัปชันได้รับการนิรโทษกรรม ยกเว้น ความผิด แล้วยังรวมไปถึงการได้รับทรัพย์สินที่ทางราชการยึดมา
ท่านธนาครับ ขอความร่วมมือนิดหนึ่ง อันนี้เราแปรญัตติเราตัดชื่อร่างนะครับ ประเด็นที่ ท่านกําลังเสนอต่อที่ประชุมเพื่อที่จะโน้มน้าวท่านสมาชิกทั้งหลาย อันนั้นจะอยู่ในมาตรา ๓ ท่านก็พูดว่าอันนี้มาตรา ๓ อยู่แล้ว ฉะนั้นเดี๋ยวถึงมาตรา ๓ เราพูดให้เต็มที่เลย เอาเฉพาะ ที่ท่านตัดเพราะอะไร เพราะว่าท่านสมาชิกหลายท่านนั่งฟังอยู่ เพราะว่าปกติมันจะมีชื่อร่าง ใช่ไหมครับ เหตุผลที่ท่านไม่มีชื่อร่างมันเพราะอะไรเท่านั้นเอง ขอความกรุณา มีอีกหลาย ท่านรออยู่นะครับ
(นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานและประท้วง เพื่อนสมาชิกที่กําลังอภิปรายอยู่ เนื่องจากว่าเราอยู่ในวาระที่สอง แล้วก็ท่านผู้อภิปรายพูด ออกไปนอกประเด็น เรื่องของการที่จะไปช่วยคนโกง ผมเรียนถามว่ากฎหมายฉบับนี้ไปช่วย คนโกงคนไหน
คือท่านประท้วงอะไรครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานฟังก่อนนะครับ
ไม่ได้ครับ ท่านต้องบอกว่าท่านประท้วงประธานหรือผู้อภิปรายฝ่าฝืนข้อบังคับเรื่องอะไรครับ แต่ถ้าประท้วงโดยแสดงความคิดเห็น ผมจะไม่อนุญาตให้ประท้วง
ข้อ ๖๑ ครับท่านประธาน พูดออกนอกประเด็น และที่สําคัญผมเรียนท่านประธานสั้น ๆ นิดเดียวครับว่าเรื่องโกง ไม่โกง
คือสั้นก็ไม่ได้ครับถ้าไม่อยู่ในประเด็นนะครับ
อยู่ในประเด็นครับท่านประธาน
คือผมจะวินิจฉัยว่าผมได้เตือนท่านผู้อภิปรายแล้วนะครับ ขอให้กลับเข้ามาสู่ในประเด็น
อย่างนั้นก็ให้ท่านประธาน ช่วยให้กระชับด้วยครับ อย่างนั้นจะได้เดินหน้าต่อไป
ก็ผมบอกท่านธนา ท่านธนาก็รับอยู่ว่าที่ท่านพูดก็อยู่ในมาตรา ๓ แต่ผมก็พยายามบอกว่า เอาละพูดมาตรา ๓ ให้เต็มที่แล้วกัน เอามาตรานี้เอาเหตุผลที่ท่านตัดเพราะเห็นใจท่านอยู่ ผมสั่งเลขาธิการสภาแล้วว่า บอกให้คุณหมอรอด้วยหลังจากท่านไปแล้ว ท่านจะไปหาหมออยู่ ของหมอสภานะครับ ท่านไม่สบาย เชิญท่านครับ
ขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกอยากจะทราบว่าผมไปบอกว่ากฎหมายนี้นิรโทษกรรมให้กับคนโกงคนไหน
คือเอาเข้าของเรานะครับ เหลืออีกหลายท่านอยู่นะครับผมวินิจฉัยไปแล้ว เชิญท่านธนา ต่อครับ
คือท่านประธานครับ ผมพูดนี่ผมไม่ได้ กล่าวหาลอย ๆ ผมเป็นกรรมาธิการ ถ้าท่านอยากจะฟังว่าไปนิรโทษกรรมให้คนโกงคนไหน ผมจะพูดให้ครับ
คืออย่างนี้ครับเดี๋ยวมาตรา ๓ ท่านค่อยไปพูดนะครับ อันนั้นเป็นเนื้อหามาตรา ๓ เอาเฉพาะที่ท่านตัดชื่อไป หลายท่านอยากฟัง ผมก็อยากฟังอยู่เหมือนกันว่าท่านพรรณนา มาทั้งหมด ตรงที่ท่านจะขอแรงสนับสนุนจากท่านสมาชิกอยู่ตรงไหน ผมยังหาไม่เจอ อยู่นะครับ ผมจึงเตือนท่าน เชิญครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมตัดชื่อร่าง ก็คือผมไม่เห็นด้วยที่จะให้มีร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ว่าที่ผมจะอภิปรายผมจะหยิบ บทนําในเรื่องที่ผมไม่เห็นด้วยมาแปะเป็นประเด็น ๆ ไว้ ส่วนรายละเอียดผมจะเข้าไป ในมาตรา ๓ อย่างที่ผมเรียนท่านประธาน แต่ว่าท่านประธานที่เคารพครับ เวลาเราพิจารณา กฎหมาย เราไม่ได้พูดคุยกันแค่นี้นะครับท่านประธาน มีพี่น้องประชาชนที่เขารับฟัง การอภิปรายของเรา เราก็ต้องอภิปรายให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่เขาสนใจปัญหา บ้านเมือง การทํางานของที่ประชุมสภาได้มีความเข้าใจด้วย นั่นคือสิ่งที่ผมต้องเริ่มมาก่อนว่า ทําไมผมถึงต้องตัดร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยเหตุผลหลักการกว้าง ๆ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้ถ้าท่านไม่ตัด ผมผ่านประเด็นนี้ แต่ว่าขอพูด เพื่อเชื่อมโยงไปประเด็นอื่น จู่ ๆ บอกว่าผู้มาร่วมการชุมนุมได้รับความเดือดร้อนถูกจําคุก หรือเสียชีวิต กฎหมายฉบับนี้จะไปบรรเทา
ท่านเอาไปมาตรา ๓
จะไปแล้วครับท่านประธาน ผมก็ต้อง เชื่อมโยงสิครับ เดี๋ยวคนเปิดวิทยุมาฟังแล้วผมจะเข้าใจอย่างไรละครับ เพราะฉะนั้นกฎหมาย ฉบับนี้ก็จะไปเยียวยารักษาผลกระทบให้กับเขา แต่ว่าท้ายที่สุดท่านก็ไม่ได้เอาร่างของพี่น้อง ประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้องเลย วันนี้พี่น้องประชาชนก็ลุกขึ้นออกมาทักท้วงสิทธิ ของเขา และพูดถึงขนาดว่าวันนี้ท่านปล่อยให้มีการฆ่าญาติพี่น้องเขาซ้ําสอง ท่านประธาน ที่เคารพครับ ออกกฎหมายใช้บังคับกับคนทั้งประเทศ แต่ทราบไหมครับว่ายังไม่รู้เลยว่า จะออกกฎหมายนี้ครอบคลุมแค่ไหน อย่างไร มันเป็นไปได้อย่างไรครับ รัฐสภาแห่งนี้ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ออกกฎหมาย เพื่อนสมาชิกซักถามว่าใครจะได้รับอานิสงส์ จากกฎหมายฉบับนี้บ้าง ตอบไม่ได้ ขออนุญาตท่านประยุทธ์ ด้วยความเคารพ ถามท่านประยุทธ์ ในฐานะที่ผู้แปรญัตติว่าที่ท่านแปรญัตติมานี่ท่านต้องการให้ใครได้อานิสงส์บ้าง ท่านยังตอบไม่ชัดเจนเลยครับ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่ชัดเจนกรรมาธิการก็สอบถามว่า ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันสิ ด้วยในฐานะนักกฎหมายที่จะออกกฎหมายนี่ ถ้าข้อความเป็นอย่างนี้ ใครจะได้รับอานิสงส์บ้างมี นาย ก นาย ข นาย ค มีคดีที่ไหนบ้าง เอามารวบรวมแล้วก็ มาทําบันทึก คดีไหนไม่ควรที่จะเกี่ยวข้องก็จะทําบันทึกเป็นข้อสังเกตของกรรมาธิการเพื่อให้ ตรงตามเจตนารมณ์ของการออกกฎหมาย ท่านประธานครับ กรรมาธิการไม่รับฟังครับ ไม่สนใจครับ บอกว่าออกกฎหมายไปแล้วจะครอบคลุมถึงใคร ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติตามกฎหมายไปดําเนินการเอง เป็นไปได้อย่างไรครับ แล้วปัญหาที่ตามมา อีกอย่างหนึ่งที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้นก็คือท่านบอกให้พระราชบัญญัติ ฉบับนี้มีผลใช้บังคับในวันถัดจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พวกเราลุกขึ้นซักถามว่า ถ้าอย่างนั้นคนที่มีความผิดตาม พ.ร.บ. และได้รับการนิรโทษนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ทันทีหลังจาก วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา นั่นหมายถึงอะไรครับ คนที่ถูกจําขัง จําคุก จองจํา เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ทันทีจากพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรครับว่าคนไหน ได้รับอานิสงส์จากพระราชบัญญัติฉบับนี้ เราก็ไม่รู้ แล้วถ้าเขาร้องขอว่าต้องปล่อยตัวเขาทันที ใครจะกล้าปล่อยตัวครับ ในทางปฏิบัติก็จะเกิดปัญหา และท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ก็อาจจะถูกฟ้องร้องดําเนินคดีได้ เพราะไม่มีอํานาจในการกักตัวเขา ซึ่งเขาอ้างว่า เขาได้รับอานิสงส์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้ว ปัญหาอย่างนี้ท่านประธาน ที่ประชุม ไม่ควรจะรับฟังหรือครับ ว่ามันออกไปแล้วมันจะเกิดปัญหาในทางปฏิบัติอย่างไร ไม่ฟังครับ ว่าต้องรีบออก ต้องรีบพิจารณา เรียกประชุมตรวจรายงานวันจันทร์ตอน ๑๐ โมง กว่าที่ประชุมจะเสนอรับคําแปรญัตติข้อทักท้วงทั้งหมดผมว่าก็ต้องใช้เวลาเย็นละครับ วันจันทร์ ผมทราบว่าวันอังคารท่านเอาเข้าสภาแล้วครับ ไปเสนอท่านประธาน เสนอท่านรองเจริญนี่ละ แล้วท่านรองเจริญกับท่านประธานสมศักดิ์ผมก็เห็นว่ามีความสําคัญ เพราะว่าคนคุกเขาร้องมา เขาเดือดร้อนมา ก็เลยรีบบรรจุให้ในวันนี้เป็นวาระพิเศษ อย่างไรครับ ผมถึงต้องกราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อมันมีขบวนการอย่างนี้เกิดขึ้น แล้วเป้าหมายหลักของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ท่านพูดอย่างไรครับว่า ให้อภัยเสียเถอะ ลืมเสียเถอะ คนไทยที่เสียชีวิตไปก็ให้อภัย ญาติพี่น้องที่ถูกฆ่าไปก็ให้ลืมเสียเถอะ แล้วมาเริ่มต้นใหม่ ขบวนการของการให้อภัยที่สังคมโลกเขาปฏิบัติ ที่เขารุนแรงกว่าประเทศไทยเยอะเลยครับ จะนิรโทษกรรมใครได้คนนั้นต้องยอมรับผิดในสิ่งที่ตัวเองกระทําเสียก่อน แล้วเข้าสู่ กระบวนการที่จะให้คํามั่นสัญญาต่อประชาคมว่าเขาจะไม่กลับมาทําความผิดนี้อีกแล้ว นี่คือขบวนการของการปรองดองที่จะเกิดขึ้น แต่วันนี้รู้หรือยังครับว่าใครไปฆ่าใคร ใครไปทําให้ญาติพี่น้องเขาเสียชีวิต แล้วจู่ ๆ เขาบอกว่าลืมเสียเถอะอย่าคิดถึง
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศีรษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงท่านประธานตาม ข้อ ๘ แล้วก็ประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ท่านประธานต้องควบคุมการอภิปรายให้อยู่ในประเด็น ๒. ผู้อภิปรายก็อภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นั้น นอกประเด็น และที่สําคัญที่สุดเป็นนักกฎหมาย แต่พูดไม่อิงกฎหมายเลยนะครับ ผิดข้อบังคับครับ
คือขอวินิจฉัยนะครับ ท่านกําลังอธิบายเหตุผลที่ไม่รับตัดร่างฉบับนี้ ก็คือ ๑. ความไม่ชัดเจน ๒. จะปฏิบัติอย่างไรนะครับ ท่านกําลังอธิบายเพื่อโน้มน้าวท่านสมาชิก เอากระชับหน่อยนะครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธานจริง ๆ ครับว่า เมื่อท่านบอกว่าออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ พี่น้องคนไทยได้หันหน้ามาพูดคุยกัน ได้ลืมเรื่องที่เกิดความขัดแย้งขึ้นมา แล้วจริง ๆ แล้ว มันทําได้อย่างนั้นหรือเปล่า วันนี้เกิดความรู้สึกต่อต้านรับไม่ได้กับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ทั่วทุกหัวระแหง แน่นอนครับ ท่านก็มีส่วนหนึ่งที่ท่านอาจจะไปฟังจากพี่น้องประชาชนในส่วนของท่านว่า เขาเห็นด้วยกับท่าน แต่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือในฐานะรัฐบาลท่านปล่อยให้ ภาพของคนไทยแตกแยกเป็น ๒ ทาง ๒ ความคิดอย่างนี้ได้อย่างไร มันไม่เกิดผลดี กับประเทศชาติเลยไม่ว่าในทิศทางไหน และไม่เกิดผลดีกับรัฐบาลด้วยซ้ําไปในการที่จะ เรียกร้องเอาความร่วมมือของคนในชาติเดินหน้าฝ่าฟันปัญหาเศรษฐกิจที่กําลังเจออยู่ ที่พี่น้องคนไทยทุกข์ยากมากมาย แทนที่จะได้ร่วมพลังร่วมกําลังใจกัน แต่ท่านเลือกมาใช้ และผลักดันกฎหมายที่พี่น้องประชาชนเกิดความเคลือบแคลงสงสัย มันมีอีกประเด็นหนึ่ง ครับว่า จากคําแปรญัตติของกรรมาธิการมันจะทําให้คนพ้นผิด และสังคมกําลังสงสัยและ ติดตามกันอย่างมากว่า แล้วเงินที่ไปยึดมาจากคนที่มีความผิด เมื่อเขาพ้นผิดแล้วต้องคืนเขาไหม กรรมาธิการตอบไม่ชัดหรอกครับ แต่ผมตอบให้ท่านประธานเลยครับ เมื่อใดก็ตามที่คนไทย คนหนึ่งพ้นผิดจากกฎหมายที่ออกโดยชอบด้วยกฎหมาย สิ่งใดก็ตามที่ไปดําเนินการกับเขา สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเขาก็มีสิทธิที่จะเรียกคืน พ้นคดีนี้เมื่อไรเรียกคืนเงินทันที ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท บวกกับดอกเบี้ยอีก ๗.๕ ต่อปี เป็น ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่คนไทยสมควรที่จะต้อง มาพิจารณาว่าจะยอมให้เงินของพวกเราออกกลับไปสู่คนที่ทุจริตคอร์รัปชันหรือไม่ แต่ว่าได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรมของกฎหมาย คนไทยทุกคนมีสิทธิที่จะรับรู้ ท่านประธาน แล้วผมเชื่อว่าวันนี้ที่เขาออกมาแสดงความรู้สึกของเขานี่ก็คือปัจจัยสําคัญ อีกส่วนหนึ่งที่เขาออกมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมบอกท่านประธานแล้วครับว่า ผมจะอภิปรายรายละเอียดเนื้อหาในมาตรา ๓ แต่ผมอยากให้คนที่ติดตามการพิจารณาของ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ได้ทราบว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้มันมีประเด็น มันมีความดําเนินการ ที่ถูกต้องไม่ถูกต้องอย่างไร
สรุปได้ไหมครับ เพราะมีผู้ประท้วงอยู่ เอานะครับท่านธนา เดี๋ยวรอไปพูดมาตรา ๓ แล้วกัน ขอท่านสรุปสักนาทีหนึ่งนะครับ ผมขอความกรุณาเถอะครับ เพราะมาตรา ๓ ท่านพูดถึง มาตรา ๓ อยู่ เชิญครับท่าน สรุปเลยนะครับ เชิญท่านธนาต่อครับ
นึกว่าประท้วง
ไม่ครับ ผมขอความร่วมมือทั้งสองฝ่าย ขอท่านสรุปเลยนะครับ เพราะท่านไปพูดมาตรา ๓
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็อยากให้ พี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ติดตามการอภิปรายพระราชบัญญัตินิร โทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทาง การเมืองของประชาชนที่กําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ และผมเรียนท่านอีกครั้งหนึ่งครับ ก่อนที่จะปิดท้ายในช่วงของคําแปรญัตติผมในเรื่องของชื่อร่าง การปรองดองจะเกิดขึ้นได้ ต่อเมื่อมีความเห็นพ้องของสังคม ถ้าเมื่อไรยังไม่มีความเห็นพ้องของสังคมความปรองดอง ไม่เกิด และเมื่อไรที่ท่านเลือกใช้เสียงข้างมากลากไปโดยไม่ฟังเสียงข้างน้อยนั่นหมายถึงท่าน กําลังทําให้เผด็จการรัฐสภาเกิดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และการต่อสู้กับเผด็จการรัฐสภาจะเป็น การต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ
สภาผู้แทนราษฎรขอต้อนรับคณะครู ผู้ปกครอง และนักศึกษาวิทยาลัยพาณิชยการบางนานะครับ จํานวน ๘๒ ท่าน เห็นท่านสาธิตมีอะไรปรึกษา เชิญครับ
ผมใช้สิทธิการอภิปรายครับ
อะไรนะครับ
ผมใช้สิทธิในการอภิปรายครับ
ท่านไม่ได้สงวนไว้นะครับ
ผมสงวนครับ แล้วก็ท่านประธานท่านที่แล้ว ให้สิทธิผมในการอภิปราย
ไม่มีครับ เดี๋ยวให้กรรมาธิการที่สงวนไว้พูดก่อน ของท่านไม่มีปรากฏอยู่ในชีท (Sheet) ครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานสมศักดิ์ ไม่อนุญาตให้ผมอภิปรายในวาระก่อนเข้ามาตรา ๑ และให้ผมอภิปรายในมาตราอื่น
เดี๋ยว ๆ ของท่านยังไม่มีนะครับ ขอให้กรรมาธิการก่อนได้ไหมครับ
ของผมมีสิครับ
ก็ปรากฏตามรายงานที่เสนอต่อที่ประชุมไม่มีชื่อท่านแล้วก็ไม่มีการแก้ไข อธิบายสิครับ
เข้าใจครับท่านประธาน ผมเรียนชี้แจง อย่างนี้ครับท่านประธาน คือประเด็นของผมได้แปรญัตติไว้ แต่กรรมาธิการได้ตัดออกนะครับ ผมจะอธิบายว่าผมไม่เห็นด้วยกับการตัดออกของกรรมาธิการอย่างไร แต่ท่านประธาน บอกว่าให้ผมอภิปรายตอนเข้ามาตรา ๑ ถ้าอย่างนั้นผมขออภิปราย
อันนี้ยังไม่มาตราเลยครับ เป็นชื่อร่างเฉย ๆ
ในชื่อร่างครับ
เดี๋ยวให้กรรมาธิการที่เขาสงวนความเห็นไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวผมจะใช้ดุลยพินิจอีกครั้งหนึ่ง เดี๋ยวสอบถามกับทางกรรมาธิการก่อน เอาเฉพาะกรรมาธิการที่เขาสงวนความเห็นไว้ก่อน
ผมสั้น ๆ ครับประธาน ผมไม่ใช้เวลานาน หรอกครับ
คือไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าเดี๋ยวท่านพูด เดี๋ยวท่านอื่นประท้วง เพราะว่าผมต้องปฏิบัติตาม ข้อบังคับอยู่แล้ว ท่านนั่งก่อนนะครับ เดี๋ยวผมให้กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ก่อน
ท่านต้องฟังผม เพราะว่าท่านประธาน สมศักดิ์พูดชัดและวินิจฉัยไว้ชัด
คือยังไม่อนุญาตในตอนนี้นะครับ ผมจะอนุญาตเฉพาะผู้สงวนความเห็นและผู้ขอแปรญัตติ ก่อนตามข้อบังคับ
ถ้าอย่างนั้นผมจะขออภิปรายประเด็น ที่ทําไมกรรมาธิการตัดสิทธิผม
ไม่ได้นะครับ ท่านพูดตั้งแต่ตอนเช้าแล้วครับ เดี๋ยวนั่งลงก่อน เดี๋ยวผมจะขอปรึกษาทาง กรรมาธิการก่อนนะครับ เพราะผมยังไม่ทราบข้อเท็จจริง
แล้วสัญญาที่ท่านประธานสมศักดิ์พูดไว้ คืออะไรครับ
เชิญนั่งก่อนครับ
ผมจะนั่งอยู่แล้วครับท่านประธาน แต่หมายความว่าแล้วคนที่เป็นประธาน ประมุข ประธานวินิจฉัยไปแล้ว ก็ลืมมันไปเลย
ผมยังไม่ทราบนะครับ เพราะผมต้องปฏิบัติตามข้อบังคับคือผู้ที่สงวนความเห็นและผู้ที่ แปรญัตติก่อนนะครับ ตามข้อบังคับ เมื่อไม่มีชื่อท่านปรากฏนี่นะครับ ท่านก็ต้องไปต่อคิวเขา
ตกลงประธานแต่ละคนวินิจฉัยไม่เหมือนกัน แล้วแต่ว่าใครจะคิดอย่างไร แล้วพูดไป
ไม่หรอกครับ ใจเย็น ๆ ครับ เดี๋ยวจะหาช่องทางให้กับท่าน เอากรรมาธิการที่สงวนความเห็น ก่อนนะครับ
ท่านประธานต้องพิจารณานะครับ
ท่านกรรมาธิการท่านอื่นครับ เชิญท่านบุญยอดครับ ของท่านบุญยอดครับ เป็นตัดออกนะครับ เชิญท่านครับ
ท่านประธานครับ แล้วผมละครับ
ตามลําดับอยู่แล้วครับ เพราะว่าผมบอกเมื่อสักครู่นี้ว่าผมจะไม่อ่านชื่อนะครับ เพราะว่า เดี๋ยวท่านไม่อยู่จะเสียหาย
อ่านเลยครับ
ของท่านคิวต่อจากคิวของท่านบุญยอด เชิญนั่งลงครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ ผมได้สงวน ความเห็นในชื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ซึ่งผมอยากจะพูดไปถึงน้อง ๆ จากวิทยาลัยพาณิชยการบางนาด้วยว่าน้อง ๆ ต้องตั้งใจฟังให้ดีแล้วก็ใช้การคิดวิเคราะห์ นะครับว่าวันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราแห่งนี้ กําลังทําอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อน้อง ๆ หรือเปล่า หรือจะเป็นประโยชน์ต่อใครคนใดคนหนึ่งเพียงเท่านั้น ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมอ่านชื่อเต็มก่อนนะครับ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองการแสดงออกทางการเมือง ของประชาชน พ.ศ. .... ก็หมายความถ้าจะออกปีไหนก็เต็มคําลงไปตรงนั้นนะครับ สิ่งที่ผม ต้องตัดก็คือ คําข้างหลังก็คือคําว่า การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน เหตุผลที่ ๑ ก็คือว่าเมื่อเรารับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในวาระที่หนึ่งไปแล้วเมื่อเดือนสิงหาคม เรารับไปเพียงแค่ว่า โดยหลักการที่ได้รับการอธิบายในขณะนั้นก็คือ เห็นใจต่อผู้ที่มาชุมนุม ประท้วงทางการเมือง ไม่ว่าจะช่วงเวลาใดก็ตามที่เขามาชุมนุมอย่างสุจริตใจตามรัฐธรรมนูญ ก็คือใช้สิทธิในการแสดงออกความคิดเห็นก็คือใช้สิทธิในการแสดงออกถึงความคิดเห็น ทางการเมืองที่แตกต่างกันโดยปราศจากอาวุธ แล้วก็ไปถูกจําคุกอยู่นะครับ คนเหล่านั้น น่าสงสาร เพราะว่าผิดแค่เล็ก ๆ น้อย ๆ รัฐน่าจะอภัยให้ได้ นั่นคือเจตนารมณ์ที่แท้จริง ที่เราพูดกันตั้งแต่ในวาระที่หนึ่งจนกระทั่งไปชั้นกรรมาธิการ ซึ่งเป็นตัวแทนของสภาแห่งนี้ ไปนั่งประชุมปรึกษาหารือกันในรายละเอียด เมื่อเราดูในรายละเอียดครับ ท่านประธานครับ ต้องสารภาพต่อท่านประธานไปจนน้อง ๆ พณิชยการบางนาด้วยนะครับว่ากรรมาธิการ หรือกรรมการชุดนี้ทํางานแบบลวก ๆ ทํางานแบบผ่านไปเร็ว ๆ ไม่พูดกันในเชิงรายละเอียด มากนัก คําว่า การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พูดกันหรือไม่ แทบไม่ได้พูดเลย แต่ประเด็นแรก คือการชุมนุมทางการเมือง ตรงนั้นพูดกันอยู่พอสมควรว่า การชุมนุม ทางการเมืองในปีนั้นในปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง นะครับ แล้วก็ไปเทียบเคียงกับพระราชบัญญัติ ที่เคยมีมาก่อนหน้านี้ พระราชบัญญัติเดียวนะครับที่พวกเราทุกคนยอมรับได้ก็คือ เป็นพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่นิรโทษกรรมให้กับนิสิตนักศึกษาในสมัยเดือนตุลาคม ปี ๒๕๑๙ ครับ ในฉบับนั้นฉบับเดียว เพราะคนที่ร่างคือรัฐบาลในขณะนั้นซึ่งมีอํานาจ ไม่ได้ เป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มคนที่ชุมนุมซึ่งเป็นนิสิตนักศึกษา แล้วนิสิตนักศึกษาก็ชุมนุมกันโดยสงบ ปราศจากอาวุธ นั่นเป็นฉบับเดียวครับที่เราหยิบยกกันขึ้นมาพูดกันอย่างบ่อยครั้ง แต่คําว่า การแสดงทางการเมืองครับท่านประธาน แทบไม่ได้มีโอกาสได้พูดคํานี้กันเลย และเมื่อดู เจตนารมณ์แล้วก็จะชัดเจนนะครับว่าการตีความมันไม่สามารถจะตีความไปในทางกว้างได้ สิ่งที่เราพูดกันในการพูดกันตั้งแต่วาระที่หนึ่งไปจนถึงชั้นกรรมาธิการในตอนเริ่มต้นนั้น พูดกันอยู่เพียงแค่เรื่องของการชุมนุมที่ประชาชนไปถูกจําคุก ผิดพระราชบัญญัติความมั่นคง บ้าง พระราชบัญญัติกรณีฉุกเฉิน การจัดการกับราชการในกรณีฉุกเฉินอะไรทํานองนั้น แต่ไม่ได้พูดอะไรที่เป็นนอกเหนือจากกรอบนั้นเลย ผมขออนุญาตที่จะหยกตัวอย่างนะครับ ท่านประธาน จากการใช้ไอแพด (Ipad) นะครับเพราะจะได้ไม่ต้องพิมพ์มา จะได้ประหยัด กระดาษ เป็นสิ่งที่ท่านนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ถามในกรรมาธิการ หลายต่อหลายครั้งว่ากรณีอย่างนี้จะยกเว้นนิรโทษกรรมให้เขาด้วยหรือไม่ เป็นกรณี ผมขออนุญาตอ่านตามในรายงานเลยครับ เพราะว่าเป็นเรื่องที่ศาลพิพากษาออกมาแล้วครับ ผมต้องอ่าน เพราะว่าเดี๋ยวคํามันจะผิดพลาด ศาลพิพากษาจําคุก จ่าสิบตํารวจ ปริญญา มณีโคตม์ อดีตผู้บังคับหมู่ป้องกันปราบปราม สถานีภูธรคูคด จังหวัดปทุมธานี ในความผิด ฐานมีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกไปใบอนุญาตให้ได้ไว้ในครอบครองโดยผิด กฎหมาย จากการที่จําเลยได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่บรรทุกเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด ๔๐ มิลลิเมตร ชนิดเอ็ม ๗๙ (M79) และชนวนแบบเอ็ม ๔๐๓ (M403) รวม ๖๒ นัด ฝ่าด่านความมั่นคงในช่วงระหว่างการชุมนุมของกลุ่ม นปช. บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๕๓ โดยศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานโจทย์ว่าเบิกความ ไปตามความจริงที่ระบุว่ามีผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์หรือดีเอ็นเอ (DNA) ของจําเลย ติดอยู่ที่หมวกกันน็อก ส่วนข้อนําสืบของจําเลยเป็นการกล่าวอ้างลอย ๆ ไม่มีหลักฐานหักล้าง พยานโจทย์ได้จึงพิพากษาจําคุก ๑๐ ปีครับ คําถามที่ท่านนิพิฏฐ์ถามอยู่หลายต่อหลายครั้ง นะครับ ยกกรณีนี้เป็นตัวอย่าง ก็คือว่ากรณีอย่างนี้เป็นการแสดงออกทางการเมืองหรือเปล่า ทางการเมือง มันครอบคลุมไปจนถึงเรื่องการขนอาวุธไหมที่จะเข้าร่วมกับการชุมนุม ในครั้งนั้น การขนอาวุธจะเอาไว้ป้องกันตัวเอง ร่างกายทรัพย์สินตนเองใช่หรือไม่ อย่างนี้ เป็นต้น ไม่มีคําตอบในชั้นกรรมาธิการครับ เช่นเดียวกันครับ ในร่างนี้ท่านจะเห็นนะครับ ไม่มีการให้คํานิยาม คําว่า การชุมนุมทางการเมือง จะนิยามอย่างไร จะนิยามคําว่า การแสดงออกทางการเมือง จะนิยามอย่างไร ท่านประธานเห็นนะครับในรายงานฉบับนี้ ไม่มีนะครับ โดยปกติแล้วในพระราชบัญญัติฉบับต่าง ๆ ถ้ามีคําที่จะตีความกันไปหลากหลาย ก็จําเป็นจะต้องมีคํานิยามเอาไว้ให้มันชัดเจน ท่านประธานต่อไปที่ผมจะต้องอภิปรายต่อ ในมาตราอื่น ๆ ก็จะเห็นนะครับว่าถ้าเราต้องยึดหลักว่าตัวของชื่อร่างพระราชบัญญัตินั้น จะเป็นตัวควบคุมหลักการและเหตุผล และไม่สามารถจะเขียนอะไรเกินกว่าหลักการได้ มันจะอยู่เพียงแค่ ถ้ายืนตามร่างของกรรมาธิการก็แค่ชุมนุมทางการเมืองและแสดงทาง การเมือง ๒ เรื่องเท่านั้น เรื่องความผิดในด้านของการทุจริตในเรื่องต่าง ๆ ต้องไม่ครอบคลุม ถามน้อง ๆ พณิชยการบางนาครับ ถ้ายังอยู่ ถ้าเราจะต้องคืนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทให้กับ คน ๆ หนึ่ง โดยที่จะต้องใช้นิติธรรมกํากับด้วย ก็คือให้ดอกเบี้ยเขาอีกปีละ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ปีละ ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาประมาณสัก ๓ ปี รวมแล้วเป็นเงินเท่าไร ดอกเบี้ยอย่างเดียว ๒๒.๕ เปอร์เซ็นต์ของ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ผมช่วยน้อง ๆ คิดนะครับ เดี๋ยวน้อง ๆ คิดในใจไม่เป็น เอาคูณกันเข้าไป บวกกันเข้าไปกับ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณนะครับ จริง ๆ มันมีเศษมากกว่านี้ คําตอบก็คือประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ครับ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท หารน้อง ๆ ไปด้วยครับ น้อง ๆ กรุณาเตรียมเงินไว้จ่ายนะครับ ในปีหน้า ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกมาได้ น้อง ๆ ไม่ว่าจะมีเงินเดือนหรือไม่ในวันนี้ อาจารย์ที่มาด้วยในวันนี้เตรียมเงินเอาไว้จ่ายคนละ ๑,๐๐๐ บาท เลี่ยงไม่ได้นะครับ อย่าร้องขอจากใครอีกนะครับ เพราะกรรมาธิการที่นั่งอยู่ข้างหน้านี้ครับ ท่านดูไว้เลยครับ มีหน้าตาเป็นอย่างไรบ้าง และไปดูรายชื่อว่าเขาเป็นคนมาจากจังหวัดไหน เป็น ส.ส. ด้วย หรือเปล่า หรือบางคนก็ไม่เป็น ส.ส. ครับ เขาพยายามจะร่างกฎหมายฉบับนี้ออกมา สุดท้าย ก็คือคืนเงินให้กับคนใดคนหนึ่ง เป็นเงิน ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วคนไทยทั้งประเทศนี้ ต้องรับผิดชอบร่วมกัน โดยการจ่ายมาเป็นภาษีอากรครับ ผมจึงไม่สามารถที่จะให้การเขียน กฎหมายฉบับนี้ล้ําไปในเรื่องอื่นได้ จากที่เคยขอมาในหลักการในวาระที่หนึ่ง ท่านประธานครับ จ่าสิบตํารวจคนหนึ่งซึ่งไม่ได้มีชื่อนี้ที่ผมอ่านเมื่อสักครู่ คนละชื่อนะครับ ผมอ่านจ่าสิบตํารวจ ปริญญานะครับ เขาไม่น่าจะมีผลกระทบใด ๆ และท่านประธานต้องระวังให้พวกผมด้วย นะครับ เพราะเขาประกาศในที่สาธารณะว่าเขาอยากจะยิงคนในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ถ้าเขายิงได้เขาจะยิงครับ เพราะเขาเป็นอดีตตํารวจด้วยนะครับ ท่านประธานต้องเรียก คอมมานโด (Commando) เข้ามาแล้วครับ และจับคน ๆ นี้
เอาเนื้อหาของเราครับ จบหรือยังครับ เขาประท้วงอยู่ครับ อย่างนั้นพอแล้วนะครับ ขอบคุณ มากครับ เชิญนั่งลงครับ
ท่านประธานถ้าคนหนึ่งลุกขึ้นมา ประท้วง ตกลงว่าตัดไมโครโฟน (Microphone) ผมเลยหรือครับ กําลังจะจบครับ ท่านประธาน ใจเย็น ๆ เรามาในวาระปกติ
คืออย่างนี้ มีผู้ประท้วงอยู่ ผมก็จะให้สิทธิ แต่ผมจะขอความร่วมมือเขา แต่ไม่เป็นไร
ให้ผมจบก่อน เพราะผมไม่สนใจ การประท้วงของเขาแน่นอน
ขอเชิญผู้ประท้วงก่อนครับ เดี๋ยวใจเย็น ๆ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ อภิปรายนอกประเด็นแล้วก็เสียดสี และก็ใส่ร้ายผู้อื่น ประเด็นที่สงวนไว้นิดเดียว ไม่เอาการแสดงออกทางการเมืองแค่นั้นเอง และวนไปถึงการคืนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ย ประกอบกับในร่างมาตรานี้ เกี่ยวกับร่างนิรโทษกรรม ในมาตรา ๕ ชัดเจนเลยครับ เขาก็เป็นกรรมาธิการด้วย เขาก็ผ่าน การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ๑๔ ครั้งแล้ว มันแปลไม่ออกหรืออย่างไร
อย่าตะโกนครับ เดี๋ยวผมจะวินิจฉัย เอาประเด็นฝ่าฝืนข้อบังคับก่อน เดี๋ยวอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวครับ นั่งลงก่อนครับ ผู้อภิปรายท่านกําลังแสดงเหตุผลของท่านที่ตัด คืออย่างนี้ครับ ใจเย็น ๆ ครับ นั่งลงก่อน ๆ เมื่อกี้เห็นท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง บันทึกมาบอกว่าให้ท่านประสิทธิ์ไปทานกาแฟข้างบนก่อนได้ไหมครับ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผม วินิจฉัยเป็นประเด็นก่อนนะครับ นั่งลงครับ ท่านบุญยอดกําลังอภิปรายเหตุผลในการ ขอตัดอยู่ นั่งลงเถอะครับ เดี๋ยวท่านบุญยอดจะได้อภิปรายต่อ ท่านประท้วงใช่ไหม เชิญครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วสักครู่
ท่านประธานคะ
เดี๋ยวทีละคน สวนไปสวนมา เดี๋ยวประเด็นของท่านใช้สิทธิพาดพิง เชิญบอกประเด็นก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานเอามือออกจากไมโครโฟนหน่อยเถอะครับ ผมไม่พูดอะไร เสียหายหรอก ผมใช้สิทธิในเรื่องของการพาดพิงว่าเขากล่าวหาว่าอดีตนายตํารวจ จ่านี่จะไป ยิงหัว ส.ส. ที่นี่ ผมจะไปยิงหัวใครครับ มันผิดกฎหมาย ปัดโถ ถ้าให้หอมแก้มบุญยอด นี่ผมอาจจะหอมได้ครับ ผมไม่ยิงหรอกครับ
เอาละครับ ท่านได้ชี้แจงแล้ว เชิญท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันประท้วงท่านประธานนะคะ ดิฉันนั่งมาตั้งแต่เช้า นั่งเซ็นชื่อ ๑,๐๐๐ กว่าชื่ออยู่ตรงนี้ ดิฉันหงุดหงิดมากเลย เริ่มของขึ้นแล้ว ท่านประธาน ไม่ต้องกด
ประท้วงอะไรก็ประท้วงนะครับ
ท่านประธานฟังก่อนสิ อย่าเพิ่งกด ท่านประธานปล่อยให้เขาประท้วง ท่านประธานทําหน้าที่ เวลาฝ่ายค้าน จะประท้วงท่านก็กด เอาอีกแล้ว ท่านประธานฟังดิฉันก่อนสิคะ
ท่านประท้วงก็ประท้วงนะครับ
ดิฉันประท้วง
ก็ท่านไม่ได้ประท้วง ท่านกําลังอธิบายข้อเท็จจริงเรื่องอื่นอยู่ เชิญประท้วง เอาเข้าประเด็น นะครับ ถ้าผมให้อธิบายทุกคนมันก็ควบคุมไม่ได้นะครับ ผมไม่รู้หรอกว่าท่านจะประท้วง เรื่องอะไร ท่านก็บอกประเด็นมาก่อนนะครับ เชิญ
ก็บอกประเด็นว่าท่านประธาน ผิดข้อบังคับ ข้อ ๘ ควรจะทําหน้าที่อย่างเคร่งครัดหน่อย ปล่อยให้คนบ้า ๆ อย่างนี้ลุกขึ้นมา ประท้วงตลอดเลย
นี่เห็นไหมครับ ที่จริงท่านรังสิมากับท่านประสิทธิ์นั้นสนิทสนมกันดีนะ
ไม่สนิทหรอกค่ะ
ไม่สนิทใช่ไหมครับ
คนบ้า ดิฉันไม่สนิทด้วยหรอกค่ะ
ถ้าอย่างนั้นถอนเถอะครับท่านรังสิมา
ดิฉันไม่ถอน
เขาเสียหายครับ
(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญท่านประสิทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมขอประท้วงผู้อภิปราย กล่าวหา เสียดสีผมว่าผมเป็นคนบ้า คุณสมบัติ ของ ส.ส. มันไม่มี ถ้าเป็นคนบ้าเป็น ส.ส. ไม่ได้หรอกครับ ทีนี้ท่านประธานต้องให้ถอน นะครับ ไม่ถอนไม่ได้ครับ
ได้ครับ
และอีกอันหนึ่ง ท่านประธาน อีกอันหนึ่งที่เขาพูด
เอาละครับ ท่านรังสิมา ท่านออกไปนะครับ ออกไปก่อนครับ ออกไปก่อน
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้วินิจฉัย ให้นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ถอนคําพูด แต่นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ไม่ถอนคําพูด ตามคําวินิจฉัย และได้เดินออกจากที่ประชุม)
ท่านไม่อยู่แล้วนะครับ ให้บันทึกไว้ว่าผมสั่งให้ถอน แต่ท่านได้ออกไปแล้วนะครับ พอแล้วครับ ก็ให้ถอนแล้ว ท่านออกไป ผมก็ให้บันทึกไว้ตามข้อบังคับนะครับ
มีอีกอันหนึ่งที่เขายัง ไม่ถอนครับท่านประธาน
ผมฟังแล้วนะครับ เขาบอกว่าบ้า ๆ คนบ้านะครับ ก็เขาไม่ถอนก็จบแล้วนะครับ
มีอีกอันหนึ่งท่านประธาน
ไม่อนุญาตแล้วครับ ผมกําลังฟังเหตุผลในการตัดอยู่ครับ ไม่แล้วครับ ขณะนี้กําลัง มีการถ่ายทอดของสภาอยู่ แล้วก็นักศึกษาท่านก็มาดูอยู่นะครับ เชิญท่านบุญยอดต่อครับ
เรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อครับ ผมต้องขอใช้สิทธิพาดพิงก่อน นะครับ ประเด็นแรกผมไม่ได้พูดว่าอดีตนายตํารวจนะครับ จ่าสิบตํารวจไม่ใช่นายตํารวจ ประเด็นที่ ๒ จ่าประสิทธิ์บอกว่าจะหอมแก้มผม ผมให้ท่านกลับไปหอมแก้มลูกที่ยังไม่ได้ รับรองก่อนดีกว่าครับ
เห็นไหมครับ ขอความกรุณาเถอะครับ เอาเรื่องที่เรากําลังหารือกันอยู่ เพราะเมื่อวานนี้ ผมเลิกจากประชุมแล้วก็นั่งคุยกับท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ อยู่เลยเรื่องนี้ เรื่องการพูด อย่างนี้อยู่นะครับ ขอความกรุณาเถอะครับ เชิญครับท่านบุญยอด ผมกําลังฟังเหตุผลของ ท่านอยู่นะครับ เหตุผลของท่านดีนะครับ เชิญครับ
ขอบพระคุณครับ ผมดูจากประวัติ ของท่านนะครับ ใคร ๆ ก็ไปดูได้ครับ อยู่ในตอนแสดงบัญชีทรัพย์สิน ท่านมีลูกที่ยัง ไม่รับรองอยู่ด้วย
ไม่ ๆ เอาเนื้อหานี้ก่อนนะครับ
ท่านประธานครับ สุดท้าย นะครับผมก็ต้องเรียนต่อท่านว่าสิ่งที่ต้องบอกถึงเรื่องของ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท เพราะมันจะ ไม่ถูกต้องตามชื่อร่างนี้ ชื่อร่างนี้มีเพียงแค่ การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออก ทางการเมือง ซึ่งผมขอตัดการแสดงออกทางการเมืองออกเพื่อให้มันชัดเจนตามจุดประสงค์ ตามหลักการของผู้ที่ร่างเข้ามาและเป็นเรื่องที่เราพอรับได้ เราจะพอรับได้ครับเพียงแค่เรื่อง ของการชุมนุมที่มาโดยปราศจากอาวุธนะครับ เป็นการแสดงออกทางการเมืองที่ถูกต้องและ มีรัฐธรรมนูญรับรองไว้ อย่างนี้เราพอรับได้ครับ เราให้อภัยกันตรงนั้นได้นะครับ มีบางคน อาจจะถูกจําคุก แต่สุดท้ายไม่มีเหลืออยู่ในขณะนี้แล้วนะครับ สิ่งที่มักจะอ้างว่ายังมีคน อีกเป็นพันเป็นหมื่นถูกจําคุกอยู่ ล้วนแล้วแต่เป็นคําโกหกทั้งสิ้น กรรมาธิการได้พิจารณา ดูแล้วครับ มีคนที่ถูกจําคุกด้วยเรื่องของการผิดต่อ พ.ร.บ. ความมั่นคงนี้ครับ ถูกปลดปล่อย ออกไปแล้วทั้งสิ้นครับ เพราะว่ามีโทษจําคุกอยู่เพียงแค่ ๒ ปีเศษ ๆ เท่านั้น เหตุการณ์นั้น มันเกิดขึ้นมานานแล้ว แล้วคําตัดสินเกิดขึ้นมานานแล้วนะครับ จนถึงขณะนี้ไม่มีใครที่จําคุก โดยคดีเดียวในเรื่องของการผิด พ.ร.บ. ความมั่นคงเท่านั้น คนที่ถูกจําคุกอยู่ในขณะนี้ที่ยังอยู่ ล้วนแล้วแต่มีโทษที่รุนแรงกว่านั้น เช่น การเผาศาลากลางอย่างนี้เป็นต้น แล้วเราดูเรื่อง การมีอาวุธนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอร้องต่อประธานกรรมาธิการเถอะครับว่าถ้าท่านยืน ที่เดิมก็ตามนี้นะครับ หรือท่านไม่ตัดของผม ถึงท่านจะตัดของผมนี้นะครับ ท่านตอบสังคมนี้ ไม่ได้หรอกครับว่าสิ่งที่ท่านเขียนมาในมาตราอื่น ๆ นั้น มันเกินกว่าหลักการทั้งสิ้น เกินกว่า หลักการอย่างที่ว่าทําต่อไม่ได้ ผมก็วิงวอนต่อประธานกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมไม่รู้ว่า ท่านจะทบทวนอย่างที่ผมได้เรียกร้องไปเมื่อรอบที่แล้วหรือเปล่า ผมเรียกร้องท่านว่าถอน เรื่องนี้ออกไป เราไปประชุมกันใหม่อย่างละเอียดรอบคอบและไม่มีปัญหาต่อสังคมนี้ ในขณะที่ สังคมนี้กําลังมีปัญหาอย่างอื่นอยู่มากแล้วรวมทั้งความเศร้าโศกสลดของชาวพุทธทั้งหลาย ทั่วประเทศ ท่านประธานกรรมาธิการผมเชื่อว่าท่านเป็นชาวพุทธครับ แล้วผมเชื่อว่าท่านจะ ฟังกระแสเสียงสังคมที่เกิดขึ้นหลังจากที่เราได้ทําไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พาดหัวข่าวในวันนี้ ทั้งหมดในวันนี้ พูดเรื่องของนิรโทษกรรมทั้งสิ้น และส่วนใหญ่ของสังคมนี้ได้แสดงออกแล้ว แม้แต่เสื้อแดงก็ตาม ก็บอกว่าไม่เห็นด้วยกับร่างที่ท่านยื่นเข้ามาในขณะนี้ อย่าวางระเบิด กับสังคมนี้เลยครับ ถอนระเบิดนี้ออกไปเถอะครับ ท่านจะได้รับเสียงสรรเสริญมากกว่า เสียงเยาะเย้ยถากถางต่อไปในอนาคต หรือเสียงก่นด่าของท่านต่อไปในอนาคตครับ ผมขอเตือนสติท่านอีกครั้งครับ ขอบพระคุณครับ
อย่างนี้นะครับ เอาตามลําดับก่อนนะครับ แต่เดี๋ยวผมขอปรึกษานิดหนึ่ง คือตามที่เอกสาร ที่คณะกรรมาธิการส่งมานี้นะครับ ชุดที่ ๔ จะเป็นของท่านวิรัช ร่มเย็น แล้วก็ชุดที่ ๕ จะเป็น ของท่านวัชระ เพชรทอง ชุดที่ ๖ จะเป็นของท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ตามลําดับอย่างนี้นะครับ แต่เมื่อสักครู่เห็นท่านวัชระทักท้วงมา แล้วก็ท่านวิรัชยังไม่เข้ามาในห้องนะครับ ขณะนี้ ท่านเข้ามาในห้องนี้นะครับ ผมขอเอาท่านวัชระก่อนได้ไหมครับ ท่านวิรัช หรือท่านวิรัช จะตามคิว เอาท่านก่อน เอาอย่างไรครับ ท่านวัชระก่อนก็แล้วกันนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ
เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวเอา
คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกําลังจะอภิปราย แต่ผมขออนุญาตให้ท่านวิรัช ร่มเย็น อภิปรายก่อน เดี๋ยวผมต่อจากท่านวิรัช เพราะว่าท่านวิรัชอาวุโส ถึงคิวที่จะเป็น รัฐมนตรีครับ
ได้ครับ ทีนี้เดี๋ยวท่านวิรัชนั่งก่อนนะครับ คราวนี้ท่านนิพิฏฐ์เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ในฐานะกรรมาธิการนะครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน อย่างนี้ว่าความจริงแล้วกระผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้หลายมาตรานะครับ ทีนี้ถ้าจะอภิปราย ทุกมาตราผมเกรงว่าจะเสียเวลาต่อที่ประชุมนี้ ถ้าท่านประธานจะอนุญาตนะครับ ผมจะ อภิปรายในมาตรานี้ แล้วก็เนื้อหาจะพาดพิงไปถึงมาตราอื่น แล้วผมอภิปรายครั้งเดียว แล้วแต่ท่านประธานจะพิจารณาครับ
คือเมื่อกี้ผมได้รับการประสานงานว่าท่านนิพิฏฐ์จะไม่ใช้สิทธิตามชื่อร่างนี้นะครับ แต่ถ้า ท่านประสงค์นะครับ เดี๋ยวให้ท่านวิรัชก่อน แล้วก็มาท่านวัชระ คือถ้าของท่านสงวนไว้ หลายมาตรา แล้วท่านพูดทีเดียวจบนะครับ แล้วก็ในการตอบ อาจจะยังไม่ตอบตอนนั้น แล้วไปตอบในมาตรา ๓ ทีเดียวเลยก็ได้ดีไหมครับ ฉะนั้นเอาอย่างนี้นะครับ เพื่อที่จะได้ เตรียมความเรียบร้อยได้ถูก คิวต่อไปจะเป็นของท่านวิรัช แล้วมาท่านนิพิฏฐ์ แล้วก็ท่านวัชระ เพชรทอง นะครับ เอาอย่างนี้นะครับ ขอความร่วมมือทางวิปด้วยนะครับ ขอส่งรายชื่อ อย่าง นั้นถ้าท่านไม่นั่งผมก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยชื่อท่านนะครับ เชิญท่านวิรัชครับ เชิญครับ
ประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย น้อยจริง ๆ ท่านประธาน ยกทีไรก็แพ้ทุกครั้ง ท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานเหมือนเช่นสมาชิกท่านอื่น ที่อย่างน้อยต้องตั้งข้อสังเกตไว้ การกระทําใดของคณะกรรมาธิการท่านใดที่ไม่เหมาะสม ประการใดนั้น บางครั้งก็ต้องพูดกันไว้ท่านประธาน เพราะสภานี้ยังอยู่อีกยาวนาน ท่านประธานครับ ผมนําเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ชื่อเต็ม ๆ ที่ผู้ร่างเขาได้นําเสนอ สภาผู้แทนราษฎรนี้ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ผมนําเรียน ท่านประธานครับ ว่าบรรยากาศนี้เมื่อแรกเริ่มเข้าไปเลือกประธานคณะกรรมาธิการ ผมเรียน ท่านประธานว่าบรรยากาศนี้สวยหรูมาก พวกเรามีความหวังว่าเมื่อคณะกรรมาธิการสมาชิก คือกรรมาธิการได้เลือกประธานแล้วเรามีความรู้สึกว่าประเทศมีความหวังครับ เพราะ ประธานคณะกรรมาธิการต้องเอ่ยชื่อท่านประธาน ท่านสามารถ แก้วมีชัย โดยหลักทั่วไป ก็ต้องบอกขอประทานอภัย ผมขอประทานอภัยครั้งเดียวพอ ครั้งต่อไปนี้ไม่ต้องอภัยแล้ว ขอครั้งแรก ท่านประธานครับ ท่านสามารถให้ความหวังกับคณะกรรมาธิการอย่างมาก ทุกท่านมีความรู้สึกว่าท่านสามารถมาเป็นประธานคิดอยู่ในใจว่าอย่าให้เหมือนกับ คณะกรรมาธิการซึ่งท่านเป็นประธานเหมือนกัน คือที่มาของสมาชิกวุฒิสภา มาตรา ๑๑๑ ที่เราพิจารณากันแล้วในกรณีร่างรัฐธรรมนูญ เพราะครั้งนั้นผมมองท่านประธานสามารถ ในแง่ลบ แต่เมื่อเข้ามาสู่คณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้ววันแรกที่มีการอารัมภบทหรือจะเรียกว่า ปรารภก็ได้ จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าประโยคแรก ๆ วันแรก ๆ คือวันแรกมีความรู้สึกว่า ประเทศเรามีโอกาสที่จะมีการแก้ไขปัญหาได้อย่างดี ทุกท่านในคณะกรรมาธิการไม่ว่า ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลต่างก็ให้กําลังใจ มีกําลังใจกัน ผมก็เคลิ้มไปเหมือนกัน แต่ท่านประธานครับ ผมนําเรียนท่านประธานว่าเรื่องแบบนี้ที่เกิดขึ้นในคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ปัญหาที่ เกิดขึ้นและก็มีปัญหามาจนกระทั่งวันอภิปรายนี้ก็คือการไม่พูดความจริง ผู้นําเสนอกฎหมาย ขอประทานอภัยครั้งแรก และครั้งต่อไปไม่ขอประทานอภัยแล้ว คือท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เสนอได้ เขียนได้ พิมพ์มาได้ เอ่ยปากพูดได้ว่าขอแปรญัตติมาตรานั้นอย่างนั้น ผมไม่บอกว่ามาตราไหน เพราะท่านประธานบอกเดี๋ยวไปพูดมาตรานั้นอีก เพราะว่า ท่านประยุทธ์เสนอท่านประธาน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือท่านอธิบายไม่ได้ พวกผมถามว่า ขอบเขตมันแค่ไหนที่ท่านเสนอมา ที่แปรญัตติมา ตอบไม่ได้ พยายามจะตอบครับท่าน พยายามจะตอบเพราะนั่งติดกัน รองประธานคนที่หนึ่ง กับท่านประธานสามารถนั่งติดกัน บรรยากาศผมเล่าให้ฟัง ท่านก็พยายามยกมือจะตอบ แต่ว่าบรรดากรรมาธิการหลายท่าน ไม่เอ่ยชื่อ หลายท่านพยายามโบกไม้โบกมืออย่าตอบ เสียงไม่ได้พูดมานะ แต่อ่านปากเอาว่า อย่าตอบ ไม่ให้ตอบครับ เราสงสัยมากว่าที่ท่านแปรญัตติมันขอบเขตแค่ไหน นี่ที่ผมจะ อภิปรายต่อไปว่าผมตัดขอสงวนชื่อร่างนี่เพราะอะไร ก็เพราะว่าการที่ท่านประยุทธ์ไม่ยอม ที่จะอธิบายเลย วันนี้ผมบอกเลยท่านประธาน ที่เขาส่งร่างให้ท่านประธาน และท่านประธาน ก็ลงนามขอบรรจุวาระนี้ด้วยความเร่งรีบ ผมเรียนเลยว่ามาแบบมึน ๆ มาแบบงง ๆ ทุกครั้ง ที่จะมีการตัดบทท่านประธานสามารถมีความสามารถในเรื่องนี้มาก มานั่งปั๊บ กดไมโครโฟน ไฟแดงขึ้นพูดทันที และจบ เรายังไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง ผมก็อาย อายบรรดาสมาชิกเพื่อน ทั้งหลายว่าถ้าเขาถามแล้วจะตอบอย่างไร ว่าคดีนั้นเกี่ยวไหม คดีนี้เกี่ยวไหม นี่ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ ไม่น่าเชื่อผมจริง ๆ กับทหารนี่ไม่ได้โกรธเคืองเลย แต่ขอ อนุญาตสักนิดเถอะ ท่านแสดงบทบาทจะเรียกว่าแสดงบทบาทบางทีก็เกินความจริง ท่านไม่ได้แสดงบทบาทเลย ท่านพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน นี่ขอประทานอภัยจริง ๆ ถ้าไม่เอ่ยคนก็จะไม่รู้ว่าท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นกรรมาธิการคนหนึ่งผมเลย ต้องเอ่ย เอ่ยแล้วก็บอกท่านตรง ๆ เลย ท่านไม่มีบทบาทจริง ๆ ทั้งหมดทั้งหลายที่เสนอ กฎหมายกันมาเพื่อจะขอนิรโทษกรรมเพื่ออะไร มูลเหตุมันมาจากไหน อย่างไร ให้แสดง ความเห็นหน่อย ไม่เลยครับ นี่เป็นที่น่าน้อยใจมากสําหรับกรรมาธิการชื่อวิรัช ร่มเย็น คนนี้ ให้ท่านรับรู้ไว้ด้วย ท่านประธานครับ เมื่อผมบอกว่าการที่แสดงความเห็นของกรรมาธิการนี้ ไม่ชัด ผมยืนยัน ใครจะเถียงก็เถียง ไม่ชัดเจน เรื่องพวกมากลากไปเป็นอยู่แล้ว แต่ว่าผม นําเรียนท่านประธานว่ากรณีที่ผมแปรญัตติในชื่อร่าง พ.ร.บ. มีผลเหมือนกัน ร่างเต็ม ๆ เมื่อสักครู่อ่านให้ฟังแล้ว ผมแปรญัตติอย่างนี้ครับ เอาอีกครั้งก็ได้ครับท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... การชุมนุมคือเจตนาครับ ผมรับได้ครับ คนไปชุมนุมนี่ไปด้วยหลายสาเหตุ หลายประการ เขาขอให้ไป แล้วเขาเชิญไป แล้วผู้ชุมนุม ก็เห็นใจ เห็นว่ามีการชุมนุม มีการอภิปรายกัน ไฮด์ปาร์ก (Hyde park) กันไปฟังหน่อย สรุปแล้วผู้มาชุมนุมนั่งหรือยืนก็ตาม หรือจะอยู่อากัปกิริยาใดก็ตาม หลายท่านเขาไม่มีเจตนา เขาอยากจะมาฟังการพูดจา ผมไม่พูดนะครับ เท็จบ้าง จริงบ้าง บางคณะก็เท็จมากกว่าจริง บางคณะไม่มีความจริง บางคณะก็มีความจริง แต่ผมนําเรียนว่าที่เขามานั่งฟังด้วยความสนใจ ถือว่าเป็นประโยชน์ในทางการเมือง คนที่สนใจการเมือง แล้วมาสนใจ มานั่งฟังนักการเมืองก็ดี ผู้ที่อภิปราย ผู้ที่ปราศรัย ซึ่งในทางการเมืองเขาเรียกไฮด์ปาร์ก ก็ถือว่ามีประโยชน์ เพราะฉะนั้น คนเหล่านี้ผมรับได้ถ้าจะต้องนิรโทษกรรมให้ รับได้ แต่ท่านประธานครับ มีคนอีกจําพวกหนึ่ง ประเภทหนึ่ง ประเภทไม่ได้มาชุมนุม มาได้แต่ไม่มา อาศัยสื่อต่าง ๆ อาศัยหนังสือพิมพ์ อาศัยสื่อมวลชน อาศัยเทคโนโลยีระบบไอที (IT) ท่านประธานคงเข้าใจนะครับ แปลว่าไม่ว่า จะอยู่ในตําบลไหน อําเภอใด จังหวัดใด ประเทศใด ก็สามารถแสดงความเห็นมาได้ แล้วผลจาก การแสดงความเห็นของคนบางคน ท่านประธานต้องเข้าใจ มันมีผลต่อการชุมนุม มีผลต่อ การยั่วยุให้ผู้ที่ชุมนุมดําเนินการกระทําผิดกฎหมาย ท่านประธาน บางคนไม่ได้อยู่ในประเทศ อยู่ต่างประเทศ ไม่ต้องบอกว่าอยู่ในประเทศไหน ก็ไม่ต้องบอกอีกว่าเป็นใคร แต่เป็นที่รู้ใจกัน ถามว่าใครไม่รู้บ้างในที่นี้ กรรมาธิการก็รู้ ท่านสมาชิกทุกท่านก็รู้ อย่างนี้ครับ มีอีกหลายท่าน
ท่านวิรัชครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตไม่ประท้วงท่านวิรัชหรอกครับ ท่านเป็นกรรมาธิการที่น่ารักมาก ในห้องประชุม ท่านก็พูดดีครับ แต่ประท้วงท่านประธานว่าอภิปรายเรื่องอะไร เรื่องชื่อก็ไม่ใช่ อะไรก็ ไม่ทราบ ท่านประธานก็นั่งฟังอยู่ได้ คือถ้าเป็นอย่างนี้เดี๋ยวพอกลางคืนก็หาว่าดึกอีกแล้ว ผมอยากให้ใช้เวลาให้มีคุณค่าครับท่านประธาน กรุณาเถอะครับ ถ้ามันไม่เข้าเรื่องผมว่า ท่านประธานปรามเถอะครับ ขอบพระคุณครับ
ผมวินิจฉัยก่อนนะครับ ท่านวิรัชท่านตัดคําว่า การแสดงออกทางการเมือง ออก แล้วก็ ท่านคงไว้คือร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิดการชุมนุมทางการเมือง ท่านกําลังอภิปรายเหตุผลว่าการมาชุมนุมท่านก็ได้อธิบายแล้ว แต่อันนี้ท่านกําลังอธิบายว่า การแสดงทางการเมืองที่ท่านไม่เห็นด้วยคือพฤติกรรมอย่างไร ท่านยังอยู่ในประเด็นอยู่ เชิญครับ
คําวินิจฉัยของท่านประธานนี้แปลว่า ผมถูก คุณสุนัยผิด ถูกต้องไหม
ยังอยู่ในประเด็นอยู่ครับ เชิญครับ
ผมถูกต้องนะ เพราะฉะนั้นคนประท้วงผิด
ไม่ใช่ครับ ท่านยังอยู่ในประเด็นอยู่ครับ เชิญครับ
อยู่ในประเด็นก็ถูกอย่างไรท่านประธาน อยู่ในประเด็นก็ถูก ไม่ใช่ผิด เพราะฉะนั้นคนประท้วงต้องระวังนะ เป็นผู้แทนราษฎร มายาวนานแล้วนะ
เชิญครับ
ก็เอาสักหน่อยสิ ไม่ใช่ขึ้นมาประท้วง แล้วนั่งเฉย ไม่ใช่ ใครตีหัวผมไม่ได้ ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน ท่านประธาน ผมนําเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่าการที่แสดงออกนี้ละสําคัญท่านประธาน อยู่ต่างประเทศแล้วที่เขาเรียก ภาษาคอมพิวเตอร์ ภาษาไอที (IT) ว่าสไกป์ (Skype) หรือว่าวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) หรือว่าโฟนอิน (Phone In) ก็แล้วแต่จะเรียกกันนะครับ เอาเป็นว่า อยู่ต่างประเทศแต่เอาคําพูดมายั่วยุให้ที่ชุมนุมนั้น เกิดดําเนินการในสิ่งที่ผิดกฎหมาย ผมบอกแล้วว่าผู้ที่มาชุมนุมมาด้วยหลายสาเหตุหลายประการ พอรับได้ พี่น้องประชาชน มาด้วยสนใจการเมือง มาเพราะมีผู้คนไปขอให้มา หรือมาเพราะเหตุผลประการใดก็ตามแต่ แต่คนที่ยุผมไม่ยอม เพราะฉะนั้นผมจึงมีความจําเป็นท่านประธาน ชื่อเรื่องนี้สําคัญ มันจะไปพันกับมาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ เพราะฉะนั้น ผมก็บอกว่า ผมแปรญัตติและขอสงวนไว้ เพราะว่าไปขอให้กรรมาธิการเสียงข้างมากเขาเห็นด้วยกับผม เขาบอกเขาไม่เห็นด้วย และเขาก็บอกว่าคุณวิรัชก็ไปพูดในสภาสิ ไปขอในสภาใหญ่สิ นี่พูดอย่างนี้ครับ ส่วนใหญ่ทุกมาตรากรรมาธิการเสียงข้างมากจะพูดอย่างนี้ พูดน้อย ไม่ต้องพูดอะไรมาก แม้กระทั่งคนที่ประท้วงผมเมื่อกี้ ไปพูดในสภาใหญ่ ไปพูด ในสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ไปพูด ผมก็มาพูดในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านประธานครับ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานเรียกร้องไปยังประธานคณะกรรมาธิการและกรรมาธิการทุกท่าน ที่ท่านเป็นเสียงข้างมากว่าเห็นด้วย ขอให้เห็นด้วยกับความเห็นของผมที่ได้สงวนไว้ นั่นก็คือขอให้กฎหมายฉบับนี้ใช้ชื่อว่า ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่ง กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง แค่นี้ครับท่านประธาน ประโยคหลังที่บอกว่า การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน คน ๆ เดียวก็ประชาชนครับ เพราะฉะนั้น คําหลังนี้ผมไม่เอาท่านประธาน ตามที่ปรากฏในเอกสาร มาตราอื่นผมได้อภิปรายต่อมาตรานี้ ขอเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวให้กรรมาธิการชี้แจงก่อนนะครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ กรรมาธิการ กระผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่า ผู้อภิปราย ที่เพิ่งนั่งลง คือขอประธานโทษ ท่านวิรัช ร่มเย็น ได้อภิปรายพาดพิงถึงตัวกระผมว่า การที่ผมแปรญัตติแล้วกระผมไม่มีคําตอบในข้อกฎหมายที่กระผมแปรญัตติมา แปลความว่า อย่างนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านวิรัชว่า ประวัติการทํางานของผมในเรื่องนี้ ท่านไปถามผู้ใหญ่ในพรรคประชาธิปัตย์ได้ทุกคน
ประการที่ ๒ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า โดยจิตวิญญาณที่กระผมต้องการ ที่จะแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าความในใจของผมคิดอย่างไร แต่กระผมสะท้อนความในใจของผมมาเป็นตัวบท ซึ่งในการแปรญัตติ ผมก็ได้อภิปราย ในช่วงเสนอว่า ถ้ากรรมาธิการท่านใดมีข้อแนะนํา ข้อที่จะท้วงติงขัดเกลาก็กรุณา แล้วเรามาถกกัน ผมกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมอีกครับว่า ผมได้ชี้แจงในสาระ ที่เป็นหน้าที่ที่ผมพึงจะชี้แจง แต่ส่วนที่ไม่น่าที่จะเป็นส่วนที่ผมชี้แจง ผมก็ทําหน้าที่ของผม ให้สมบูรณ์แบบ ให้ตรงกับข้อเท็จจริง ถ้ากระผมไม่มีโอกาสชี้แจงก็จะทําให้ท่านประธาน และท่านผู้มีเกียรติทั้งหลายดูเหมือนประหนึ่งว่า กระผมทํางานโดยที่ไม่รู้เรื่อง สาระบัญญัติ การทําหน้าที่นิติบัญญัติ ท่านวิรัชเองก็ไม่ได้เกินกว่าผมหรอกครับ อาจจะเก่งกว่าผมเล็กน้อย หรือเท่า ๆ กัน มันก็ไม่ใช่ข้อเสียหาย แต่การที่กล่าวว่ากระผมไม่ชี้แจงมันขัดกับข้อเท็จจริง ครับท่านประธาน ผมชี้แจงหลายรอบเรียกว่าพูดคําเก่าจนกระทั่งคนอื่นเขาเข้าใจ อาจจะ มีคนไม่เข้าใจอยู่บ้างเป็นเรื่องธรรมดาครับท่านประธาน
เดี๋ยวนะครับท่านนิพิฏฐ์ ท่านวิรัชเชิญครับ เอาให้จบท่านวิรัชก่อน
ท่านประธานที่เคารพ วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เมื่อกี้ท่านบอกว่า ให้ไปถามผู้ใหญ่ในพรรค ผมก็ถามหลายคนเหมือนกันว่าคุณประยุทธ์แกเป็นอย่างไร ผู้ใหญ่ ก็บอกว่าแกเป็นอย่างนี้แหละ ผมก็ไม่เข้าใจนะครับ แกบอกแกเป็นอย่างนี้แหละ แปลว่า เขารู้จักท่านมานานแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นคําถามแรกที่ท่านบอกให้ไปถาม ผมไปถาม ก่อนแล้วอย่างไร เพราะเห็นพฤติการณ์ของท่านเลยไปถามว่ากรรมาธิการท่านนี้ทําไม เป็นอย่างนี้ เขาบอกว่าเป็นอย่างนี้ เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ท่านประธานครับ คําที่ ๒ ที่ท่าน พูดมาว่าได้มีการชี้แจง ไม่ใช่ครับท่านประธาน ผมว่าคนที่นั่งอยู่ข้างบนนั้นตกใจมากที่ท่าน บอกว่าท่านได้ชี้แจงแล้ว แต่ไม่กล้าพูดหรอก แต่ละท่านไม่กล้าพูด แต่มีความรู้สึกว่าตกใจมาก เพราะฉะนั้นผมเรียนเลยครับ การประชุมคณะกรรมาธิการชุดนี้ต้องยอมรับว่าสื่อมวลชน ทุกประเภทไม่ว่าหนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ทุกช่อง เคเบิ้ลทีวีทุกช่องครับ สื่อทุกประเภทสามารถ เข้าไปนั่งฟังแล้วก็ถ่ายวิดีโอ เพราะฉะนั้นจะพิสูจน์กันในอนาคตว่าที่ผมบอกว่าท่านไม่ตอบ แม้กระทั่งท่านจะตอบ แล้วกรรมาธิการห้ามไว้ ทําท่า ทําทาง ยกไม้ ยกมือ อย่างนี้ผมพูดถูก หรือท่านประยุทธ์พูดถูก ผมพูดถูกหรือท่านประยุทธ์พูดผิด อนาคตอันใกล้นี้จะได้พิสูจน์ ขอบคุณครับ
ต่อไปเป็นท่านนิพิฏฐ์นะครับ ท่านนิพิฏฐ์จะขอใช้สิทธิอย่างนี้นะครับ เพื่อท่านสมาชิกจะได้ เข้าใจแนวทางเดียวกัน ท่านจะขออภิปรายครั้งเดียวจบตามที่ท่านขอสงวนความเห็นไว้ นะครับ เดี๋ยวท่านไปมาตรา ๓ มาตราอื่น ท่านสมาชิกที่ไม่เข้าใจก็จะประท้วงนะครับ เอาเป็นว่าผมอนุญาตให้อภิปรายเกี่ยวเนื่องหรือเกี่ยวข้องกันกับที่ท่านขอสงวนไว้ครั้งเดียว เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กระผมขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ได้ให้โอกาส กระผมได้อภิปรายคําสงวนคําแปรญัตติของกระผมในครั้งเดียว ซึ่งจะเป็นการประหยัดเวลา ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคําอภิปรายของกระผมมาตรานี้ แล้วก็เกี่ยวพันไปถึงมาตราท้าย ๆ มาตราหลัง ๆ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมาก ถ้าจะกรุณา ก็ได้กรุณาจดประเด็นไว้เพื่อที่จะตอบคําถามของกระผมเมื่อถึงเนื้อหาในมาตราเหล่านั้น ผมต้องกราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้นว่า ผมให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการ เสียงข้างมากซึ่งมาจากฝ่ายรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง และต้องกราบเรียนท่านประธานต่อไปว่า ผมใช้ความอดทนสูงมากในการนั่งร่วมพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่กระผม ไม่เห็นด้วยมาตั้งแต่แรกแล้ว แต่ผมก็ใช้ความอดทน ที่ต้องบอกกับท่านประธานว่าผมให้ความ ร่วมมือและใช้ความอดทนเป็นอย่างยิ่งเพราะว่าเรานั่งอยู่ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ ใจผมคิดตลอดเวลาว่าผมต้องการช่วยรัฐบาล ใจผมคิดอยู่ตลอดเวลาว่าผมต้องการช่วย คนเสื้อแดงหรือพรรคเพื่อไทย ที่ผมต้องเริ่มต้นพูดกับประธานอย่างนี้เพราะอะไรครับ เพราะว่ากฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้มิได้เกิดจากพรรคประชาธิปัตย์ที่เป็นฝ่ายค้าน และกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้มิได้เกิดขึ้นจากข้อเรียกร้องของพวกเราที่เป็นฝ่ายค้าน แต่เป็นความกระหายของรัฐบาล เป็นความกระหายของ ส.ส. พรรครัฐบาลที่ต้องการผลิต กฎหมายฉบับนี้ ผมให้ความร่วมมือด้วยความอดทนและอดกลั้นเป็นอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่กระผม ไม่เห็นด้วย หลายคนบอกว่าลืมเสียเถอะ ให้อภัยกันเถอะ ต้องยอมรับครับ ท่านประธานครับ คนที่พูดว่าให้อภัยเถอะ ลืมกันเสียเถอะ ไม่ใช่พวกผมครับ และต้องยอมรับความจริงต่อไปว่าคนที่บอกว่าลืมเสียเถอะ ให้อภัยเสียเถอะ มาจากเสียงของ คนที่กระทําความผิด ไม่ใช่เสียงพวกเรา พวกเราไม่เคยคิดคดทรยศ ไม่เคยทําร้ายแผ่นดินนี้ เลย แต่พวกท่านที่ลงนามในกฎหมายฉบับนี้คือคนที่ทําร้ายแผ่นดิน แล้ววันนี้ท่านมาบอกว่า กรุณาลืมเสียเถอะ ให้อภัยเสียเถอะ ท่านครับที่ท่านบอกว่าให้อภัยกันเถอะ คนไหนละครับที่ รับสารภาพว่าท่านเป็นคนกระทําความผิด ปกติแล้วเวลาเราบอกว่าให้อภัยผมเถอะแสดงว่า คนที่พูดว่าให้อภัยเถอะคนนั้นคือคนทําความผิดครับ ถ้าไม่ทําความผิดแล้วมาบอกว่าให้อภัย ทําไมล่ะครับ มาขออภัยทําไมล่ะครับ ท่านเป็นผู้ที่กระทําความผิด ผมเลยย้ําอีกครั้งหนึ่งว่า ผมใช้ความอดทนในการออกกฎหมายนี้ที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าหลายเดือนที่แล้วอาจจะเป็น ๑ ปีที่แล้ว ผมไปออกทีวีช่องหนึ่งร่วมกับรัฐมนตรีณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผมพาดพิงท่านถ้าท่านอยู่ ในที่ประชุมแห่งนี้ ตอนที่ท่านเริ่มต้นเป็นรัฐบาล สถานีโทรทัศน์ช่อง ๓ เชิญผมกับคุณณัฐวุฒิ ไปออกรายการ ผมทํานายทายทักไว้ตั้งแต่คุณยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรีวันแรก ๆ ว่า สักวันหนึ่งสถานีสุดท้ายของรัฐบาลนี้คือการออกกฎหมายล้างผิดให้กับคนเผาบ้านเผาเมือง วันนั้นที่สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง คุณณัฐวุฒิบอกผมว่าผมนี่มองในแง่ร้าย คุณณัฐวุฒิบอกว่า พรรคประชาธิปัตย์กําลังสร้างสถานีผีสิง แล้วบอกกับประชาชนว่าอย่าเดินร่วมไปกับรัฐบาล เพราะข้างหน้ามีสถานีผีสิง ผมบอกคุณณัฐวุฒิว่าสักวันหนึ่งคุณจะพาประเทศนี้ไปสู่สถานีผีสิง แน่นอน เราท้าทายกันอย่างนั้น ความจริงวันนั้นเราเอาตําแหน่งเป็นเดิมพันกันด้วย ผมท้าทายคุณณัฐวุฒิว่าสักวันหนึ่งรัฐบาลและเสียงข้างมากจะพาประเทศนี้ไปสู่สถานีผีสิง ณัฐวุฒิบอกว่าเขาเป็นลูกผู้ชาย ไม่มีทางที่พรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงจะยอมออกกฎหมาย อย่างนี้ ผมแอบกระซิบคุณณัฐวุฒิว่าผมมั่นใจว่าคุณจะพาประเทศไปสู่สถานีผีสิง แล้วผมบอก เขาว่าผมนี่ละเป็นนักปราบผี ผมบอกว่าผมนี่ละจะจับผีใส่หม้อและไปถ่วงน้ํา ผมยังจําคําพูด และผมจะทําท่านประธานครับ แล้ววันนี้เป็นอย่างไรครับ เสียงข้างมาก รัฐบาลก็นําประเทศ นี้ไปสู่สถานีผีสิงจริง ๆ ครับ ผมเลยบอกว่าแกนนําของคนเสื้อแดงมันเชื่อไม่ได้ ผมเลยบอกว่า คนเหล่านี้หลอกคนครึ่งแผ่นดินครึ่งประเทศนี้ วันนี้ผมดีใจครับว่ามีคนส่วนหนึ่งตาสว่างขึ้นมา
ท่านนิพิฏฐ์ครับ ท่านนิพิฏฐ์เดี๋ยวครับ เชิญท่านผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ขอประท้วง ท่านประธานครับ มิบังอาจที่จะกล้าประท้วงท่านนิพิฏฐ์หรอกครับ เพราะท่านเป็น ส.ส. อาวุโสอยู่ในกรรมาธิการด้วยกัน แต่ผมแปลกใจว่าท่านประธานวันนี้ท่านมีความสุข ในทางจิตใจมากนะครับ อภิปรายเรื่องชื่อก็เป็นเรื่องผีสิง ผีนั่น ผีนี่ แล้วมันเกี่ยวอย่างไร กับชื่อครับ ถ้าท่านประธานจะวิเคราะห์วินิจฉัยว่ายังอยู่ ผมก็ยินดีด้วยความเคารพครับ ก็ยังจะเคารพว่าคําวินิจฉัยท่านประธานอยู่ต่อไป ส่วนท่านเพื่อน ส.ส. ฝ่ายค้านจะกระแหนะ กระแหนผม ผมก็ไม่ว่าครับ เพราะใช้ความอดทนอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ ได้โปรด วินิจฉัยด้วยครับเกี่ยวกับประเด็นไหมครับที่อภิปรายอยู่
กําลังอารัมภบทอยู่นะครับ เชิญต่อครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมกราบเรียนขอบพระคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่งที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายครั้งเดียว นะครับ ถ้าผมอภิปรายทุกมาตราจะเสียเวลาของสภาแห่งนี้ ขอบพระคุณนะครับ
เดี๋ยวนะครับ ของท่านนิพิฏฐ์นะครับ ท่านขอสงวนไว้ในชื่อร่าง แล้วก็มาตรา ๑ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ นะครับ เชิญครับ
ทราบแล้วครับ ผมขออนุญาต ยกคํากล่าวของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ ๑๖ ของประเทศ สหรัฐอเมริกานะครับ ประธานาธิบดีลินคอล์นได้กล่าวไว้ว่า คุณอาจจะหลอกคนทุกคน ได้บางเวลา คุณอาจจะหลอกคนบางคนได้ตลอดเวลา แต่คุณไม่สามารถหลอกคนทุกคน ได้ตลอดเวลา ทําไมผมต้องยกคํากล่าวของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ขึ้นมาพูดครับ ก็เพราะผมบอกท่านประธานว่าต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งไม่ยอมรับ กฎหมายฉบับนี้ เมื่อเขาไม่ยอมรับกฎหมายฉบับนี้แสดงว่าวันนี้เขาไม่ยอมถูกหลอกแล้ว แสดงว่าวันนี้คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งดวงตามองเห็นธรรมแล้ว แต่ว่าในความเป็นจริงของ โลกมนุษย์ในโลกียะครับ คนที่มีดวงตาเห็นธรรมนั้นมันน้อยกว่าคนที่ไม่บรรลุธรรม ผมเชื่อว่า คนเสื้อแดงที่เป็นปัญญาชน คนเสื้อแดงที่ดวงตาเห็นธรรม แล้วมีความรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอกนั้น ยังมีจํานวนน้อยครับ แต่ว่ามีคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ที่พร้อมจะเดินให้เขาหลอกต่อไป ผมเรียน ท่านประธานว่าผมต้องพาดพิงนะครับ อ้อมค้อมไม่ได้ครับกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่มีความสําคัญ ท่านจําได้ไหมครับเวลาท่านเชิญเขามาชุมนุมปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ท่านบอกว่า มาเรียกร้องประชาธิปไตย มาโค่นอํามาตย์ ท่านบอกว่าท่านนี่ละเป็นประชาธิปไตย เป็นนักประชาธิปไตยมาชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เชิญชวนคนทั้งประเทศมาชุมนุม บอกว่าท่านเป็นนักประชาธิปไตย ในขณะที่ปากท่านบอกประชาชนว่าท่านเป็นนักประชาธิปไตย ท่านบอกประชาชนที่หน้าเวที ที่มานั่งมานอนหน้าเวทีว่าท่านทั้งหลายที่อยู่หน้าเวที พวกคุณ เป็นไพร่ แกนนําบอกประชาชนว่ามาชุมนุมเถอะพี่น้องโค่นอํามาตย์ พวกเรานี่เป็น นักประชาธิปไตย แต่บอกผู้อยู่ข้างเวทีว่าท่านทั้งหลายที่มานั่งอยู่ท่านเป็นพวกไพร่ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นทฤษฎีในทางการเมือง ไพร่กับประชาธิปไตยมันไปกันไม่ได้ เริ่มหลอกเขาตั้งแต่วันนั้นแล้วครับ บอกว่ามาโค่นอํามาตย์ ประชาชนก็บอกว่าต้นไม้ที่เป็น อํามาตย์มันต้นอะไร มันโค่นไม่ล้มสักทีหนึ่ง บอกครับว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย แล้วบอก คนข้างเวทีว่าพวกท่านเป็นไพร่ ไม่มีโลกไหนหรอกครับที่เป็นประชาธิปไตยแล้วมีไพร่ สังคมที่เป็นประชาธิปไตยมันต้องมีอิสระชนหรือเสรีชนไม่ใช่ไพร่ แต่บังเอิญคําว่า ไพร่ มันเป็นวาทะที่ก่อให้เกิดความสะเทือนใจ เหมือนกับความรักนี่ละครับ ความรักคืออารมณ์ สะเทือนใจในด้านบวก ความเศร้าโศกเสียใจ คือความสะเทือนใจในด้านลบ บังเอิญคําว่า ไพร่ มันสร้างความสะเทือนใจกับคนขึ้นมา คนก็เลยยอมเป็นไพร่ วันที่ท่านบอกประชาชน คนครึ่งแผ่นดินนี้ให้ร่วมกระบวนการไพร่ คนตื่นขึ้นมา ใส่เสื้อคอกลม เขียนคําว่า ไพร่ หน้าอก ตอนนั้นตํารวจกลัวไพร่ และผมเชื่อว่าวันนี้ตํารวจยังกลัวไพร่อยู่เลยครับ ใส่เสื้อคอกลม มีคําว่า ไพร่ หน้าอก ขับรถฝ่าไฟแดงตํารวจไม่กล้าจับ หลอกคนว่าประชาธิปไตยกับไพร่ มันไปด้วยกันได้ ซึ่งไม่จริง ผมเริ่มต้นบอกกับท่านประธานว่าท่านไม่สามารถหลอกคน ทุกคนได้ตลอดเวลา วันนี้คนบางส่วนเริ่มเห็นสัจธรรมแล้วแต่ยังไม่มากพอ ท่านนั่งสบาย ๆ เถอะครับ ผมไม่ชนะท่าน ท่านยังเป็นรัฐบาลอีกนาน คนที่มีจิตใจฝักใฝ่ผู้มีอํานาจ ใฝ่สูง โดยลืมจริยธรรมของนักกฎหมาย ท่านยังไปได้ ท่านยังอยู่ได้กับรัฐบาลนี้ ผมไม่ชนะ ท่านหรอก แต่นี่คือสัจจะในทางการเมือง ไม่มีทาง วิธีคิดของท่าน วิธีการทําของท่าน ต่อประเทศนี้ไม่มีทางที่ท่านจะชนะคนในแผ่นดินนี้ สักวันหนึ่งท่านจะพบกับหายนะ และผม จะสู้กับท่าน ท่านประธานครับ ผมกําลังบอกคนทั้งประเทศว่า ถ้าไม่ต้องการกฎหมายฉบับนี้ ให้ลุกขึ้นสู้ ผมกําลังบอกว่าให้ลุกขึ้นสู้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้สู้เหมือนท่าน ไม่มีการฆ่า ไม่มีการเผา โดยสงบและไม่มีอาวุธ คนลืมไป ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เรียนกฎหมาย ผมจะขออนุญาตท่านประธานอ่านสักนิดหนึ่งครับ คําประกาศอิสรภาพของประเทศ สหรัฐอเมริกา วันนี้ท่านประธานอาจจะสงสัยว่าผมยกคําพูดของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และยกคําประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ปี ค.ศ. ๑๗๗๖ หรือปี พ.ศ ๒๕๑๙ ขึ้นมาอีกทําไม เพราะอะไรครับ เพราะเรายึดถือสหรัฐอเมริกา เวลาพูดถึง ประชาธิปไตยต้องบอกดูประเทศสหรัฐอเมริกาสิ ดูประเทศอังกฤษสิ ดูประเทศฝรั่งเศสสิ แต่เอามาไม่หมดหรอกครับ เอามาไม่หมดแล้วมาพูดว่าให้ดูประเทศสหรัฐอเมริกา คําประกาศ อิสรภาพของประเทศอเมริกาเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ปี ค.ศ ๑๗๗๖ หรือ ปี พ.ศ.๒๕๑๙
ท่านนิพิฏฐ์ครับ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตประท้วงท่านประธานในข้อ ๕ นะครับ ผมอยากให้ท่านประธานพลิกดูหน้า ๖ ที่ท่านนิพิฏฐ์กําลังอภิปรายอยู่ ถ้าท่านประธานยังจะยืนยันว่ายังอยู่ในประเด็นผมไม่ว่า ขออนุญาตอ่านนะครับ ท่านนิพิฏฐ์แปลอย่างนี้ครับ ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่ง กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง แล้วก็ตัดข้อความไปครับ ดังนั้น ท่านประธานครับ
เดี๋ยวให้ท่านประท้วง ท่านก็อยู่เฉย ๆ ก่อนนะครับ เดี๋ยวให้ผมฟังก่อนครับ เชิญประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผมประท้วงว่า ผู้อภิปรายน่าจะไม่ได้อยู่ในประเด็นแล้วครับ ผมอ่านร่างชื่อนี้ ไม่มีสหรัฐอเมริกา ไม่มีอังกฤษ แล้วอังกฤษ สหรัฐอเมริกาเขาไม่มีรัฐประหารครับ ดังนั้นอธิบายผมก็เกรงว่าท่านจะเข้าใจว่า การอภิปรายมันไม่ได้เกี่ยวกับชื่อแล้วครับ ขอท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านประท้วงว่าผู้อภิปรายไม่อยู่ในประเด็นถูกต้องนะครับ ขอความกรุณาท่านนิพิฏฐ์ครับ เพราะว่าผมก็นั่งฟัง แล้วท่านก็แปรญัตติในมาตรา ๓ โดยมาตรา ๓ ที่ท่านแปรญัตตินะครับ ท่านไปบัญญัติไว้ถึงว่าพระราชกําหนด พ.ร.บ. ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ ถ้าใครทําผิดในเรื่องนี้ก็จะ ได้รับอานิสงส์จากท่านขอแปรญัตตินะครับ เอาใกล้เข้ามาหน่อยนะครับ อันนั้นมันไกล ไปครับ ผมก็นั่งฟังแต่ผมยังดูว่ามาตรา ๓ ของท่านท่านจะเข้าเมื่อไร เดี๋ยวจะมีผู้ประท้วง นะครับ ขอความกรุณาเข้ามาหน่อยก็แล้วกัน
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
เชิญประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานมีอํานาจ และหน้าที่ในการ ดําเนินการประชุม ท่านประธานก็ต้องพินิจและพิจารณา การที่มีสมาชิกคนหนึ่งคนใด ลุกขึ้นมาประท้วงและท่านประธานบอกผู้อภิปรายบอกว่าอภิปรายให้อยู่ในขอบเขตดังกล่าว นั้น ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วจะมีผู้ลุกขึ้นมาประท้วง ท่านประธานจะเอาผู้ที่ลุกขึ้นมาประท้วง มากําหนดขอบเขตการอภิปรายของผู้อภิปรายไม่ได้ครับ ขอความกรุณาให้ท่านประธาน ได้โปรดวินิจฉัย และเตือนคุณสุนัยไม่ควรประท้วงบ่อย เพราะจะได้เป็นรัฐมนตรีอยู่แล้วครับ
คือเราต้องอ่านข้อบังคับทั้งหมดครับ ผมก็พยายามจะยืดหยุ่น แล้วก็ให้การประชุมเดินไปได้ จะให้ถูกใจทุกฝ่ายเป็นไปไม่ได้ ผมจึงต้องอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๐๐ กว่า ผมจําไม่ได้นะครับ ผมไม่ได้นักแม่นอะไรมาก ผมก็พยายามที่จะให้ท่านพูดอยู่ในกรอบ เพราะว่าท่านขอสงวนไว้ คืออย่างนี้ครับ ผมเป็นคนอนุญาตให้ท่านนิพิฏฐ์อภิปราย ท่านขอว่าขออภิปรายครั้งเดียว แล้วก็ท่านสงวนไว้ก็คือมี ๔ เรื่อง คือ ๑. ชื่อ ๒. มาตรา ๑ แล้วก็มาตรา ๓ มาตรา ๔ ท่านขอ พูดครั้งเดียวแล้วจะจบนะครับ เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านประธาน ผมเองเพียงแต่อยากให้ท่านประธานได้ดูข้อบังคับ ข้อ ๘ ในการควบคุม ประเด็น แต่ท่านประธานจะได้อนุญาตให้ท่านนิพิฏฐ์ได้พูด ๓ มาตราควบ แล้วคุณนิพิฏฐ์ ไม่ขึ้นอีก ด้วยความเคารพท่านครับ แต่ผมคิดว่าอยากจะให้จบเป็นตอน ๆ แต่ว่าทั้งหมดนี้ ก็พยายามทําตามข้อบังคับครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ เพื่อไม่ให้มันมีปัญหาครับ เพราะว่าเดี๋ยวเวลามันจะน้อยลงไปเรื่อย ๆ ครับ
ก็ผมอนุญาตแล้วนะครับ ขอความร่วมมือครับ เราก็อะลุ่มอล่วยกันนะครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ ต่อครับ
ท่านประธานครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมให้ความร่วมมือกับคณะกรรมาธิการ ด้วยดีนะครับ ไม่เชื่อท่านประธานถามท่านประธานกรรมาธิการนะครับ แล้วผมก็ใช้ ความอดทนอย่างยิ่ง และท่านก็บอกว่าขอให้ลืมและขอให้ให้อภัยกันเสีย เมื่อท่านเป็นคน เอ่ยปากเองว่าขอให้พวกเราให้อภัย แล้วลืม ท่านก็ต้องอดทนนะครับ ท่านมาขอให้ผมให้อภัย และให้ผมลืมในสิ่งที่ท่านทํากับบ้านเมือง และท่านไม่อดทนหรือครับ ถ้าสิ่งที่ผมกําลังพูดนี้ มันไม่ใช่พฤติกรรมของท่าน ยืนขึ้นสิครับและเรามาโต้กัน ไม่ใช่ ท่านไม่ได้ทําสิ่งเหล่านั้น ท่านกําลังให้ผมลืมในสิ่งที่ท่านทํา ท่านก็ต้องอดทนสิครับ ผมไม่ได้ทําและผมไม่ได้ขอ ผมยังอดทนเลยครับ มันอาจจะจี้ใจดําท่านบ้างละครับ แต่ผมไม่มีทางเลือกเป็นอย่างอื่น ผมเรียนท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ และผมเรียกร้องประชาชน ว่าถ้าท่านไม่เห็นด้วยกับกฎหมายฉบับนี้ ท่านต้องมาร่วมมือกับกระผมล้มกฎหมายฉบับนี้ ผมขีดเส้นใต้นะครับ ผมไม่ได้บอกให้ล้มท่านนะ ผมไม่ได้บอกให้ล้มรัฐบาลนะ ผมเป็นกบฏ ผมพูดอย่างนั้น ผมบอกให้ล้มกฎหมายฉบับนี้ ทําไมผมมีสิทธิที่จะบอกอย่างนั้นละครับ เมื่อสักครู่ผมบอกท่านประธานว่า คําประกาศอิสรภาพของประเทศอเมริกา สิทธิขั้นพื้นฐาน ของคนประเทศอเมริกาหรือของคนเป็นประชาธิปไตย เขาบอกว่ามนุษย์ถูกสร้างขึ้นมา อย่างเท่าเทียม และพระเจ้าเป็นผู้สร้างและมอบสิทธิบางประการที่จะเพิกถอนไปได้ของ มนุษย์ เช่น สิทธิในชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข และในคําประกาศอิสรภาพของ ประเทศอเมริกาบอกต่อไปว่า สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย คือลุกขึ้นต่อต้านและล้มล้างรัฐบาลที่เป็นทรราช เขาให้สิทธิครับ ผมไม่ได้อ่านฉบับเต็ม ของเขาหรอกครับ ผมอ่านไม่ออกภาษาอังกฤษ นี่แปลมา ท่านที่ผ่านเมืองนอกเมืองนามา และเห็นว่าผมอ่าน แปลมาไม่ถูกก็ค้านสิครับ สิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ ขั้นพื้นฐานเลยครับ คือยืนขึ้นแล้วล้มล้างรัฐบาลที่เป็นทรราช ถ้าคิดว่ารัฐบาลนี้เป็นทรราชและทําผิดกฎหมาย ล้มล้างรัฐบาลนี้ครับ เป็นสิทธิของประชาชนและเป็นสิทธิของผมด้วย แล้วถามต่อไปว่า รัฐบาลทรราชคืออะไร เขายังอธิบายต่อไปครับ รัฐบาลที่เป็นทรราชคือรัฐบาลที่ทําผิด กฎหมายและทําผิดต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะยุติการกระทําความผิดกฎหมาย ตรงกับ นิยามของรัฐบาลนี้เป๊ะเลยครับ ผมกําลังบอก
ท่านนิพิฏฐ์สักครู่ครับ มีท่านประท้วงครับ เชิญครับท่านสุนัย
ท่านประธานครับ ผม สุนัย ครับ ก็ไม่น่าเชื่อครับ ผมขออนุญาตประท้วงท่านอีกสักครั้งเถอะครับ ด้วยความเคารพท่านนิพิฏฐ์ เมื่อสักครู่นี้ท่านอภิปรายไต่เส้นไปแล้ว ไม่ผิดข้อบังคับครับ สมมุติถ้า แต่สุดท้ายมาลง แล้วบอกว่ารัฐบาลนี้เป็นทรราช แต่รัฐบาลนี้ไม่ใช่รัฐบาลอภิสิทธิ์ที่สั่งฆ่าประชาชน ไม่มีนะครับ
เดี๋ยว ๆ ครับ ผมปิดไมโครโฟนอยู่ครับ อย่าเพิ่งประท้วงครับ ทีละท่านสิ ไม่ ๆ ผมปิด ไมโครโฟนอยู่ เดี๋ยวให้ผมได้วินิจฉัยก่อนท่านอย่าเพิ่งประท้วง ท่านสุนัยถอนนะครับ
ไม่ใช่ครับ ท่านนิพิฏฐ์ต้อง
เดี๋ยวสิครับ อย่าตะโกนครับ ไม่ครับ ให้ทีละท่าน ท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านอิสสระครับ ใจเย็น ๆ เดี๋ยวทีละท่าน ท่านวัชระก็ประท้วง ใจเย็น ๆ ครับ นั่งลงก่อนครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์พูดต่อ เมื่อสักครู่ท่านได้พูดถึงรัฐบาลไหนท่านต้องบอกด้วย
ท่านประธานครับ ผมกําลังจะเข้า ประเด็นมาตรา ๓ พอดี ผมกล่าวหารัฐบาลครับ ว่ารัฐบาลทําผิดกฎหมายและที่สําคัญรัฐบาล ทําผิดรัฐธรรมนูญในมาตรา ๓ ผมกําลังอธิบายท่านว่า ท่านผิดกฎหมาย ท่านประธานไม่ได้ อยู่ในที่ประชุม ผมท้วงคณะกรรมาธิการว่า ท่านทําผิดกฎหมายและทําผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙
เดี๋ยว ๆ ครับ ผมจะฟังเมื่อกี้ที่ท่านสุนัยประท้วงยังต่อเนื่องอยู่ คุณหมอนั่งลงก่อน ผมจะให้ ถามว่าท่านได้พูดจริงไหมว่ารัฐบาลนี้ทรราชอย่างนี้ ท่านนั่งลงก่อน เดี๋ยวให้ทีละรายครับ ยังคากันอยู่ตั้ง ๓-๔ ท่าน ต้องรอก่อน มี ๓-๔ คน เดี๋ยวผมจะไล่ไปทีละท่าน ท่านนั่งลงก่อน เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านนิพิฏฐ์ครับ ที่ท่านสุนัยว่านี่ ให้ท่านถอนเรื่องว่ารัฐบาลทรราชทางนี้ ท่านได้ พูดจริงอะไรไหม เอาประเด็นนี้ก่อนครับท่าน
ท่านประธานครับ อย่างนี้ท่านครับ ผมบอกว่า คํานิยาม คําประกาศอิสรภาพของประเทศสหรัฐอเมริกา เขาบอกว่า ผมอ่าน ให้ท่านฟังก็ได้นะครับ ประชาชนมีสิทธิที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้และล้มล้างรัฐบาลที่ทรราช คําประกาศอิสรภาพของประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ไหนท่านบอกว่า ท่านเป็นนักประชาธิปไตย อย่างไรครับ ท่านไม่รู้หรือ มานั่งใกล้ๆ ผมนี่ ผมจะสอนท่าน ท่านประธานครับ แล้วก็ผมบอก ต่อไปว่า รัฐบาลทรราชคืออะไร แต่อย่ามานั่งและกวนสมาธิผมนะ มือผมไวนะครับ ท่านประธานครับ แล้วรัฐบาลที่ทรราชคืออะไรครับ รัฐบาลที่ทรราช
อย่างนี้ครับ ท่านต้องพูดกับประธาน อย่าชี้หน้ากันไม่ได้ ท่านต้องพูดกับประธาน อย่าชี้กัน
รัฐบาลที่ทรราชและพรรคพวก ของรัฐบาลที่ทรราช
ประท้วงครับ ท่านประธานครับ
ผมไม่ได้ว่า
ท่านว่ามาประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมประท้วงครับ ท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผมประท้วงครับ
อย่าไปพูดอย่างนั้นครับ เดี๋ยวฟัง ๆ ครับ เดี๋ยวผมจะให้ฟัง ท่านสุนัย เอาอย่างนี้ครับ ท่านสุนัยครับไปนั่งที่ดีกว่าครับ เพื่อบรรยากาศ เอาละครับ เป็นผู้ใหญ่กันหมดแล้วครับ เชิญนั่งที่ กรุณาไปนั่งซีกนี้ ไม่เอาแล้วครับ เป็นผู้ใหญ่แล้วครับ ท่านวิทยา ท่านสุนัยไปนั่งที่ ดีกว่าครับ อย่าไปพูดอย่างนั้นครับ กรุณารักษาความสงบ ท่านสุนัยครับ นั่งที่ก็แล้วกันครับ นั่งประจําที่ ไม่ละครับ เชิญไปนั่งที่ ไม่เอา ๆ กรุณาอยู่ในความสงบ ท่านจุฤทธิ์ไม่ประท้วง ก็ผมให้ไปนั่งที่แล้วครับ ไม่เป็นไร เอาอย่างนี้ท่านนิพิฏฐ์อธิบายต่อ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธานวินิจฉัยประเด็นที่ คุณสุนัยพูดหรือยังครับ เพราะผมจะต้องใช้สิทธิประท้วงครับ
ท่านสุนัยเมื่อสักครู่นี้พูดประเด็นหลังใช่ไหมครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านสุนัย ท่านถอนได้ไหมครับ ที่เมื่อสักครู่นี้พูดคํานั้น จะได้เดินหน้าต่อครับ
ท่านประธานครับ จริง ๆ ผมกับ ท่านนิพิฏฐ์เป็นเพื่อนสนิทกัน
เอาเรื่องนี้ เรื่องที่ประชุมดีกว่า
แล้วผมก็อยากจะให้ท่านนิพิฏฐ์ ได้อภิปรายตามข้อบังคับตามที่ท่านพูดกล่าวหารัฐบาลเป็นทรราช ท่านไต่เส้น ท่านยังไม่ว่าครับ
ขอท่านอื่นอย่าประท้วง ท่านสุนัยก่อน ฟังทีละท่านครับ
ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านจะดูว่ามีพูดจริงไหม ถ้าท่านประธานจะให้มีการถอนก็เพียงแต่เอา ท่านนิพิฏฐ์ ก็พูดความจริงว่า ท่านกล่าวแล้ว แต่ถ้าท่านยืนยันว่าท่านไม่ได้กล่าว ก็เอาชวเลขมาดูครับ ดังนั้นการที่ท่านไต่เส้นไปแล้ว ท่านไม่ได้กล่าวหา แต่ท่านตลบท้ายยิงเข้าโกล์ (Goal)
ไม่ครับ คืออย่างนี้ คือผมฟังอย่างนี้ครับ ท่านสุนัยฟังครับ ท่านไม่ได้ว่ารัฐบาลไหน
ไม่ใช่ครับ ๆ บอกเลยครับ รัฐบาลนี้ละครับ มีพรรคเพื่อไทย
เอาอย่างนี้ชวเลขดูสิจริงหรือเปล่า รัฐบาลนี้ไหม ผมขอดูหน่อย ชวเลขเจ้าหน้าที่ เลขาธิการ เอามาดูสิ ท่านอื่นนั่งลงก่อนครับ ท่านอื่นนั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวเอาประเด็นนี้ก่อน เดี๋ยวเอา ประเด็นนี้ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมให้สิทธิท่านครับ ท่านจุฤทธิ์นั่งลง ก่อนครับ เดี๋ยวขอดูนิดหนึ่ง อย่าทะเลาะกันเป็นผู้ใหญ่แล้วครับ ท่านเกียรติไม่เอาครับ เป็นผู้ใหญ่แล้วครับ ไม่เป็นไรผมดูอยู่ กรุณาอยู่ในความสงบครับ นั่งอยู่กับที่ เอาอย่างนี้ อย่าเถียงกันสิครับ พูดกับประธานได้คนเดียวครับ ผมเอาตามข้อบังคับ ท่านสุนัยกรุณา เถอะครับ บรรยากาศกําลังเป็นไปได้ เดี๋ยวผมถามเจ้าหน้าที่อยู่ท่านอย่าเถียงกันสิครับ เดี๋ยวรอสักครู่ครับ ๆ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นกลางครับ อย่าได้ทะเลาะเบาะแว้งผมเห็น บรรยากาศแต่เช้ามาดีแล้วครับ เชิญครับ เดี๋ยวท่านอภิสิทธิ์ผมยังติดท่านอยู่นะครับ ท่านนิพิฏฐ์ท่านขอไปก่อน
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ คือไม่ว่ากรณีของ ท่านนิพิฏฐ์จะกล่าวว่าอะไรนี้ ก็ไม่ให้สิทธิท่านสุนัยมาพาดพิงคนอื่นในลักษณะที่ผิดข้อบังคับ เพราะฉะนั้นประเด็นที่ว่าท่านนิพิฏฐ์พูดหรือไม่พูดไม่เกี่ยวกับประเด็นที่ท่านสุนัยพาดพิงมาที่ ตัวผมครับ ผมขอความกรุณาท่านประธานให้ความเป็นธรรม แล้วก็ผมจะได้ใช้สิทธิของผม ก่อนครับ
ท่านสุนัยเพื่อให้บรรยากาศมันเดินหน้านะครับ เดี๋ยวอย่างนี้ครับ ฟังผมก่อนครับ เมื่อสักครู่ ประเด็นที่ท่านสุนัยพูดก็ถอนเสียนะครับ แล้วจะให้ท่านนิพิฏฐ์อภิปรายต่อได้ ถ้าท่านไม่ถอน เดี๋ยวท่านนิพิฏฐ์ผมให้ไปเอาชวเลขข้างล่างขึ้นมาดูในรายละเอียด ถ้าผิดผมก็จะให้ท่านนิพิฏฐ์ ถอน เอาอย่างนั้นไหมครับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร หลักการอย่างนี้นะครับ ท่านสุนัยนั่งลงก่อนครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่ติดประเด็น
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสุนัยพาดพิงรัฐบาลที่แล้วว่าสั่งฆ่าประชาชน ซึ่งกระผมก็ขอกราบเรียนยืนยันว่าไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริง แม้แต่ที่พยายามดําเนินคดีกับผมก็พูดแต่เพียงว่ารัฐบาล โดยเฉพาะตัวกระผม ออกคําสั่งตั้ง ศอฉ. ผมก็สุดแล้วแต่ท่านประธานว่าจะวินิจฉัยอย่างไร ผมเพียงแต่บอกว่า ใครสั่งฆ่าหรืออยากให้ประชาชนตายให้ดูตอนลงมติว่าใครนิรโทษกรรมให้ความผิดต่อชีวิตครับ
ท่านสุนัยว่าอย่างไรครับ เชิญครับ เพื่อบรรยากาศเดินหน้าได้ครับ
ท่านประธานครับ ผม นายสุนัย จุลพงศธร โดยส่วนตัวแล้ว
ไม่ส่วนตัวครับ เอาที่พูดที่ประเด็นนี้ เอาประเด็นที่ว่าเมื่อกี้นี้ เอาเรื่องนี้ก่อน ทีละเรื่องครับ
ท่านควบคุมคนที่ไม่มีมารยาทประท้วง ผมโดยไม่ลุกขึ้นหน่อยได้ไหมครับ
คือท่านอื่นนั่งลงก่อนครับ กรุณาอยู่ในความสงบให้ผมได้ใช้หน้าที่ก่อนครับ ท่านจุฤทธิ์นั่งลง กรุณาอยู่ในความสงบให้ผมได้วินิจฉัย ท่านสุนัยถอนประเด็นนี้เสีย เดี๋ยวผมจะให้ต่อแล้ว
ท่านครับ คําพูดของคุณนิพิฏฐ์ เกินขอบเขตไป
ขอบเขตนั้นประเด็นหนึ่งที่ท่านไปว่าเมื่อสักครู่นี้ เดี๋ยวผมสอบตรวจสอบแล้วผมจะให้ถอน ถ้าพูดผิดผมจะให้ถอน
ผมพูดก่อนสิครับ ทําไมทีคุณอภิสิทธิ์ ท่านพูดตลอดเลย ผมเป็น ส.ส. ที่มีคะแนนน้อยกว่าเขาหรือครับ ท่านต้องให้สิทธิเท่ากัน ผมกําลังบอกว่าถ้าเราอภิปรายอยู่ในขอบเขตหรือเกินนิดหน่อยนี่เราไม่ว่าครับ แต่ถ้าจะ กล่าวร้ายรัฐบาลผมว่าเป็นทรราช ผมถือว่าผมก็สามารถบอกได้ว่าการฆ่าประชาชน
ประเด็นนั้นอีกประเด็นหนึ่งครับ เดี๋ยวผมให้ถอดเทปว่าได้พูดจริงไหม ตอนนี้เจ้าหน้าที่ทําอยู่ แต่ประเด็นที่ท่านไปว่าเมื่อสักครู่ต้องถอนจะได้เดินหน้าได้
ท่านครับ ใจเขาใจเรา ถ้าเราว่าเขา เขาโกรธ อีกฝั่งหนึ่งว่าคุณคุณก็โกรธเหมือนกัน
คือตอนนี้ผมจะตรวจสอบประเด็นว่าท่านพูดจริงไหม ท่านสุนัยเชื่อผมนะครับ ผมให้เกียรติ แต่ว่าเอาคนละประเด็นกันก่อนไหมครับ
ทําตัวไม่เหมาะสมครับ ท่านครับ ผมกําลังดําเนินการเพื่อจะถอนตามที่ท่านว่า แต่ผมขอให้เราอยู่ในกติกาด้วยกัน เราอย่า ล้ําเส้นกันจนเกินไป ถ้าเป็นอย่างนี้เราเคารพซึ่งกันและกัน ถ้าเป็นเช่นนั้นผมยินดีถอน แต่ที่ผมต้องกราบเรียนก็เพื่อให้สภาทั้ง ๒ ฝ่ายนี้อยู่ในกติกาครับ ไม่ใช่ด่าเขาได้ฝ่ายเดียว อีกฝ่ายหนึ่งไม่ใช่เขาทําอะไรไม่เป็นนะครับ เขาทําเป็นเหมือนกันครับ เพียงแต่เขาอดทน แต่ถ้ามันเกินเลยผมว่ามันเกินไป ก็ขอความกรุณาครับ อย่าให้เกิดอย่างนี้ ท่านประธาน ช่วยควบคุมครับ ขอบคุณครับ
คือผมตรวจสอบอยู่ ผมตรวจสอบว่าได้พูดจริงไหม ถ้าพูดจริงผมก็จะให้ท่านนิพิฏฐ์ถอน ตอนนี้ท่านสุนัยก็ถอนเสีย มันคนละประเด็นกัน
ผมถอนแล้วครับท่านประธาน เพียงแต่ ขอให้เป็นบทเรียนซึ่งกันและกัน อย่าจาบจ้วงกันเกินขอบเขตครับ ขอบคุณครับ
เชิญนั่งครับ เอาอย่างนี้ของท่านนิพิฏฐ์ผมให้ชวเลขตรวจสอบอยู่ครับ ในขณะนี้ท่านอภิปรายได้ ก็ช่วยกันควบคุมหน่อยก็แล้วกัน เชิญครับ
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานต่ออีกนิดเถอะครับ ก่อนที่จะเข้าไปถึงคําแปรญัตติของผม ในมาตรา ๓ ผมยกคําประกาศอิสรภาพของประเทศสหรัฐอเมริกา วันที่เขาประกาศอิสรภาพ นะครับ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ปี ๑๗๗๖ เขาบอกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอเมริกา ในคําประกาศในรัฐธรรมนูญ คือยืนขึ้นล้มล้างรัฐบาลที่เป็นทรราช เขาเชิญคนอเมริกา ให้ล้มล้างรัฐบาลที่เป็นทรราช ผมเลยเชิญชวนว่าถ้าพี่น้องประชาชนเห็นว่ารัฐบาลไหน กลายเป็นรัฐบาลทรราช จงล้มล้างรัฐบาลนั้น ด้วยสิทธิอันชอบธรรม แล้วผมอธิบายต่อว่า รัฐบาลที่เป็นทรราชมีลักษณะอย่างไรบ้าง คือรัฐบาลที่กระทําความผิดกฎหมาย ทําผิด กฎหมายต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการกระทําความผิดกฎหมาย ผมกล่าวหารัฐบาล ว่ารัฐบาลทําผิดกฎหมาย ทําผิดกฎหมายต่อเนื่อง และไม่มีทีท่าว่าจะหยุดการกระทํา ผิดกฎหมาย ผมคิดว่ามีความชอบธรรมที่ประชาชนจะยืนขึ้นล้มรัฐบาล ผมเชื่อของผม อย่างนั้น แต่ว่าถ้าผมทําผิด จับผมไปสิ ผมเป็นกบฏก็เอาไปสิ แต่ผมเชื่อในหลักพื้นฐานของ มนุษย์ ว่าเมื่อไรก็ตามที่ผมเชื่อว่ารัฐบาลนี้เป็นทรราชหรือรัฐบาลไหนเป็นทรราช ผมมีสิทธิ ที่จะล้มรัฐบาลนั้น ท่านประธานครับ ทําไมผมบอกท่านประธานอย่างนั้นละครับ เพราะว่า ในมาตรา ๓ ไปแปรญัตติเพิ่มเติมไปถึงคดีทุจริต ผมบอกว่าการแปรญัตติไปล้มล้างการทุจริต มันทําไม่ได้ มันขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ มีนักกฎหมายบางคน บอกว่าพวกเราอย่าไป ตัดสินอะไรเราไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ ใช้ไม่ได้ ไม่มีจิตวิญญาณของนักกฎหมายที่แท้จริง รับใช้ ชาติและประชาชน รับใช้แผ่นดินไม่ได้ ใครก็ตามที่เห็นว่ากฎหมายนี้ไปล้มล้าง คตส. แล้ว ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดรัฐธรรมนูญ นักกฎหมายนั้นใช้ไม่ได้ ทรยศต่อวิชาชีพ คนอย่างผม คิดอย่างไรผมพูดอย่างนั้นครับ ผมเลยปลุกวิญญาณของนักกฎหมายที่มีวิชาชีพนักกฎหมาย รักความยุติธรรมรักความเป็นธรรม อธิบายให้ชัดสิ อย่าขายวิญญาณ วันที่นักกฎหมาย วันที่นักวิชาการขายวิญญาณ ประเทศนี้ไปไม่ได้ครับ รัฐธรรมนูญมันคุ้มครองอยู่ บอกสิครับ ว่าอย่าไปถึงขนาดล้มล้างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐๙ มันทําไม่ได้ แต่ท่านก็ตะแบงไปยกเว้น การทุจริตที่เกิดขึ้นจากการสอบสวนของ คตส. บางท่านอธิบายว่า คตส. ตั้งขึ้นจาก การรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เริ่มต้นไม่ชอบ มาจากรัฐประหาร ไม่ได้เป็นไปตาม ระบอบประชาธิปไตย ไม่ได้เป็นไปตามนิติรัฐ ผมเลยอธิบายโต้แย้งกับท่านว่า คตส. นี่เป็นกระบวนการสอบสวนเบื้องต้น เขาต้องส่งอัยการ แล้วคดีที่ คตส. เขาสอบสวน ท่านประธานครับ เวลาขึ้นศาลนี่ไม่ได้ขึ้นศาลชั้นต้น ไม่ได้ ขึ้นศาลอุทธรณ์ แต่เขาขึ้นศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองนี่มันเป็นศาลเตี้ยหรืออย่างไร มันไม่ให้ ความยุติธรรมคุณทักษิณหรืออย่างไร ไม่ให้ความยุติธรรมคุณประชา มาลีนนท์ หรืออย่างไร ศาลนี้มาตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญที่ท่านชอบนั่นละ ท่านเลือกชอบบางเรื่อง เลือกเกลียดบางเรื่อง ตรงไหนที่มันลงโทษท่านเวลาท่านทําผิด ท่านเกลียดมัน ท่านจะ ตัดมันออก แต่ตรงไหนที่มันแทรกแซงได้ ท่านแทรกแซงได้ท่านชอบมัน คดีของพวกท่าน ไม่ใช่หรือที่เอาเงิน ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาทไปยัดสินบนของผู้พิพากษา ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมแถมดอกเบี้ยไปล้านหนึ่ง ไม่ใช่พวกเรา ไม่มีในจิตวิญญาณของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วมาปรามาสพวกเรา ปรามาสพวกเราว่าเป็นอย่างนี้ เป็นฝ่ายค้านตลอด ผมไม่เคยกลัว การเป็นฝ่ายค้านเลย แต่เราเป็นฝ่ายค้านอย่างมีศักดิ์ศรี เราไม่กลัวครับ เราไม่ได้เป็นรัฐบาล แล้วไปติดสินบนผู้พิพากษา อย่างนั้นไม่เอาครับ ไม่ใช่พวกผมนะ พวกท่านนะที่ติดสินบน ผู้พิพากษา อย่างนี้ควรประณามไหม ลามไปถึงคดีทุจริตต่อ คตส. แล้วบอกว่า คตส. นั้น ตั้งมาไม่ชอบ ผมเลยบอกว่าศาลฎีกาเขาใช้กระบวนการไต่สวน ใช้ผู้พิพากษา ๙ คน ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองมีมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ แล้วผมต้องอธิบายท่านประธานต่อ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมากบอกว่าศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองเป็นศาลเดียว ขัดกับหลักสหประชาชาติ ขัดกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ผมไม่มีความรู้หรอกครับ อย่างนี้คุณเกียรติ สิทธีอมร ต้องอธิบายให้ผมแล้วครับ บอกว่าศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ศาลในประเทศนี้ไม่ยุติธรรม ประเทศอื่นไม่มี ขัดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ ผมว่าไม่ขัด มันมีตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วบอกว่าคุณทักษิณได้รับการพิจารณาในศาลฎีกาชั้นเดียว ไม่สามารถอุทธรณ์ฎีกาได้ โกหกครับ จะช่วยก็ต้องช่วยให้มีเหตุผล อย่าหลอกคนต่อไปเลย ครับท่านประธาน คุณทักษิณ ชินวัตร รวมทั้งท่านนายกรัฐมนตรีด้วย อันนี้ต้องพาดพิงเลย เพราะว่าไปยกเลิกการกระทําของ คตส. ซึ่งเกี่ยวกับคุณทักษิณ แล้วเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ทําไมเกี่ยวกับนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ละครับ เพราะว่านายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เป็นจําเลยที่สาม ในคดีที่คุณทักษิณเป็นจําเลยที่หนึ่ง วันนี้จําเลยที่สามหายไปไหนละครับ ไม่มา คุณยิ่งลักษณ์เป็นจําเลยในคดียึดทรัพย์ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเหตุนี้ไหมครับ ที่ไม่มาตอบคําถาม ไม่เฉียดหรอกครับ ผมพูดถึงนายกรัฐมนตรีโดยตรงนะครับ แล้วไปยกเลิก การยึดทรัพย์ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ แล้วไปอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม ตัดสินศาลเดียว อุทธรณ์ไม่ได้ ไม่จริงครับ ผมจะเล่าให้ท่านฟัง คุณทักษิณ ชินวัตร และพวก รวม ๒๒ คน รวมทั้งนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ด้วย ถูกตัดสินในคดีปกปิดบัญชีทรัพย์สิน แล้วร่ํารวยผิดปกติ ยึดทรัพย์เป็นของแผ่นดิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท คุณทักษิณบอกว่าไม่ได้ รับความเป็นธรรม ขออุทธรณ์ต่อศาลฎีกา อันนี้คนลืม จําไม่ได้หรือครับ คุณทักษิณอุทธรณ์ ต่อศาลฎีกาบอกว่ามีหลักฐานใหม่ ขอให้ศาลฎีกาพิจารณาคดีนี้ใหม่ ศาลตัดสินวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ยึดทรัพย์ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท รวมของนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้าไปด้วย อุทธรณ์ใหม่บอกว่ามีพยานหลักฐานขึ้นมาใหม่ตามกฎหมายเขารื้อฟื้นคดีได้ท่านประธาน เวลาเขารื้อฟื้นคดีใหม่นี้ เขาต้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา ท่านประธานครับ ในประเทศนี้นะครับ ก็ประชุมใหญ่ศาลฎีกาไม่กี่ครั้งหรอกครับ ผมว่าเผลอ ๆ ปีหนึ่งไม่ประชุมใหญ่สักครั้งเลย นะครับ เพราะว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาเวลาเขาให้ความยุติธรรมให้ความยุติธรรมเต็มที่แล้ว แต่เอาเถอะเมื่อนายกรัฐมนตรีทักษิณและนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์
ท่านนิพิฏฐ์สักครู่ครับ มีผู้ประท้วง
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น ขอประท้วงท่านประธานครับ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘ และประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ ท่านประธานครับ เป็นการอภิปรายที่ไม่ได้อยู่ในประเด็นประกอบกับมีการทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ซึ่งระบุชัดเจนในเรื่องของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ที่คณะกรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้ว ให้พิจารณาเรียงลําดับรายมาตราครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เรากําลังอยู่ ในการพิจารณาในเรื่องชื่อเรื่อง ผมไม่เข้าใจว่าท่านประธานปล่อยให้เพื่อนสมาชิกอภิปราย จะเป็นมาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ หรือมาตราใด ๆ ที่ท่านแปรญัตติไว้ก็ตาม แต่การกระทํา เช่นนี้เป็นการกระทําที่ผิดข้อบังคับ ซึ่งจะกระทําได้ก็ต่อเมื่อที่ประชุมจะลงมติเป็นอย่างอื่น ทําไมท่านประธานถึงปล่อยให้เพื่อนสมาชิกทําเช่นนี้ครับ เป็นการผิดข้อบังคับชัดเจน ขอให้ ท่านประธานได้วินิจฉัย เพราะเพื่อนสมาชิกพูดแล้วก็ผิดข้อบังคับและทําให้ผู้อื่นเสียหายครับ ท่านประธานครับ
คืออย่างนี้ก่อนผมขึ้นมา ท่านเจริญทําหน้าที่ประธานนะครับ ท่านได้ทําหน้าที่ ท่านได้วินิจฉัย ไว้ว่าให้ท่านนิพิฏฐ์จะขอพูดครั้งเดียวจะไม่พูดมาตราอื่นอีกแล้ว ก็เห็นว่าเป็นการอะลุ่มอล่วย แล้วจะจบภายในครั้งเดียว พอดีผมขึ้นมาผมจะไปยกเลิกในที่ท่านประธานเจริญได้วินิจฉัยไว้ ก็ไม่ควร ก็เลยเห็นว่าขอความร่วมมือกันนะครับ แล้วท่านจะไม่อภิปรายมาตราอื่นอีก ผมก็เห็นว่ามันต่อเนื่องก็ให้ท่านพูดไป แล้วท่านก็ใกล้จะจบอยู่แล้วครับ อดทนสักนิดนะครับ เชิญท่านนิพิฏฐ์ต่อครับ
ท่านประธานครับ มันเป็นอย่างนั้น ไม่ได้สิครับท่านประธาน คือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผู้ทําหน้าที่ท่านเจริญ จรรย์โกมล ใช้ข้อบังคับข้อไหนในการที่ให้เพื่อนสมาชิกใช้เอกสิทธิ์เหนือคนอื่นครับท่านประธาน ในการที่ อภิปรายไม่ได้เรียงไปตามลําดับมาตราซึ่งเป็นการผิดข้อบังคับ เดิมทีเดียวผมเข้าใจว่าท่านเจริญ มีความปรารถนาดีครับ เพราะทราบว่าเพื่อนสมาชิกจะไปเป่านกหวีดนอกสภา
คืออย่างนี้ท่าน คืออย่างนี้ก็ไม่เป็นไรท่านจะไม่พูดมาตราอื่นนะครับ ท่านจะไม่พูดแล้ว คืออย่างนี้ท่านเจริญได้วินิจฉัย ผมจะไปกลับคําวินิจฉัยท่านเจริญ เพราะผมขึ้นมาก็ได้ยินอยู่ คือเดี๋ยวท่านก็จะมาพูดมาตราอื่นต่อก็จะมาต่ออีก คือถ้าพูดกันครั้งนี้ท่านนิพิฏฐ์ไม่พูดอีกแล้ว อย่างไรก็แล้วแต่นะครับ คืออย่างนี้เมื่อสักครู่ขึ้นมา เพราะฉะนั้นท่านอย่าตะโกนครับ เอาทีละท่านครับ ผมฟังอยู่ ท่านสุนัยได้ประท้วงท่านเจริญ ท่านเจริญก็ได้วินิจฉัยไว้ว่า ผมขึ้นมาพอดี ตรงไปตรงมาท่านเจริญได้วินิจฉัยว่าท่านนิพิฏฐ์ขอมาว่าจะอภิปรายครั้งเดียว แล้วไม่อภิปรายอีกแล้ว ก็เห็นว่าเป็นการอะลุ่มอล่วย ผมก็ฟังอยู่นะเขาจะจบแล้ว ท่านนิพิฏฐ์ ก็พอแล้วนะครับ เดี๋ยวก็จะวนมาให้อภิปรายต่ออีกนะ ก็ให้จบไปทีเดียวก็จบไปเลยนะครับ ท่านอย่าเพิ่ง เดี๋ยวผมวินิจฉัยเรื่องนี้ให้จบก่อน ท่านวัชระนั่งลงก่อนครับ มันน่าจะเป็นไปได้ คืออย่างนี้ถ้าไม่ยอมท่านนิพิฏฐ์ ท่านก็โอเคไม่ให้พูดแล้ว แต่ว่าเดี๋ยวท่านไปพูดมาตราอื่นต่อ จะเอาอย่างนั้นหรือครับ ท่านนิพิฏฐ์จะเอาอย่างนั้น เขาจะเอาตามข้อบังคับก็เอาตามนั้น ท่านฉัตรพันธ์นั่งลงครับ จบแล้วมันไม่มีอะไรแล้ว เชิญครับ
ท่านประธานครับ เพื่อให้ การประชุมเดินไปได้ผมไม่ขัดข้องนะครับ ผมจะยุติมาตรานี้ไว้เพียงแค่นี้นะครับ แล้วไป อภิปรายในมาตรา ๓
โอเคครับ นั่งลงครับ อย่างนั้นพอแล้วครับ
ท่านประธานครับ เพียงแต่ว่า ถ้าท่านสมาชิกได้อดทนสักนิดหนึ่งนะครับ ผมว่าอีกสัก ๑๕ นาทีก็จบแล้ว ถ้าผมเริ่มต้นใหม่ มันจะยาว และในขณะนี้มันก็กําลังพูดถึงคุณยิ่งลักษณ์ที่ได้ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้พอดี ท่านประธานครับ แล้วท่านกลัวอะไรละครับ
ผมไม่ได้กลัวหรอกครับ คืออย่างนี้ ทางนั้นอยากให้ตามข้อบังคับก็จริง ผมอยากอะลุ่มอล่วย เดี๋ยวก็มาวนมาอีกรอบอยู่ดีครับ
(นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านฉัตรพันธ์นั่งลงครับ ผมจะเรียกท่านอื่นแล้ว จะไปข้างหน้าแล้ว ท่านฉัตรพันธ์ไม่เอาแล้ว เชิญท่านวัชระ ไปไหนแล้ว ท่านฉัตรพันธ์ประท้วงเรื่องอะไร เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องขอประท้วงท่านผู้ประท้วงเมื่อสักครู่นะครับ ท่านลุกขึ้นมาขึ้นประท้วงว่าท่านนิพิฏฐ์ ทําผิดข้อบังคับ แล้วตอนที่ท่านประธานเจริญ จรรย์โกมล ทําหน้าที่อยู่สภาแห่งนี้ ทําไมตอนนั้น ท่านไม่ประท้วงประธานเจริญครับ
คืออย่างนี้ท่านฉัตรพันธ์พอแล้วครับ ท่านนิพิฏฐ์ท่านก็โอเคแล้ว จะได้เป็นไปตามข้อบังคับ หมด ง่าย ท่านจะเอาอีกรอบหนึ่งก็ได้ พอแล้วครับ ท่านวัชระจะได้ต่อไปเลย ท่านนิพิฏฐ์ ท่านยินดีแล้วครับ ท่านไม่ต้องประท้วงแทนท่านหรอกครับ พอแล้วครับ ให้ท่านวัชระ ขึ้นเถอะ เชิญท่านวัชระ เอาละครับท่านฉัตรพันธ์พอแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ การกบฏ การล้มล้างรัฐบาลทรราชเป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน ฟร็องซัวส์ โนเอล บาเบิม ซึ่งเป็นนักปรัชญาเมธีชาวตะวันตก
ท่านวัชระ เชิญนายแพทย์เหวงเชิญประท้วง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตที่จะประท้วงท่านประธาน ขออนุญาตท่านนิพิฏฐ์นะครับท่านกรุณา อยู่สักนิดหนึ่งนะครับ เพราะว่าจะเกี่ยวข้องกับท่านนิดหน่อย ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้
ท่านนิพิฏฐ์จบไปแล้วครับ
มิได้ท่านประธาน ท่านจะให้จบไม่ได้ เพราะท่านบอกว่าท่านจะตรวจสอบชวเลข ผมอยากจะกราบเรียนถามท่านประธาน ว่าชวเลขที่ท่านตรวจแล้วเป็นอย่างไร ผมมิได้มีความอาฆาตแค้นพยาบาทใครทั้งสิ้นนะครับ และผมก็เคารพคุณวัชระ เพชรทอง เคารพจริง ๆ นะครับ เราคุยกันได้ ดังนั้นผมอยากจะรู้ ให้ชัดเจนนะครับว่าท่านนิพิฏฐ์ได้พูดหรือไม่ว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลทรราช หากได้พูดจริง ผมได้ขอความกรุณาท่านประธานเถอะครับ กรุณาถอนเถอะครับ เพราะว่าศัพท์พจนานุกรม
พอละครับ ผมทราบแล้ว กําลังมา ผมยังไม่ได้อ่าน เพิ่งส่งมาเดี๋ยวนี้
จบก่อนสิครับ คือท่านประธานครับ คือในรัฐสภานี้นะครับ เรามีสิทธิในการที่จะกล่าวอ้างถึงคําพูดของใครก็ตาม กระทั่งระดับ ประธานาธิบดีหรือนักปราชญ์ใด ๆ เราเคารพครับ เรามีสิทธิ แต่ว่าต้องถือเอาพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน นี่คือคําแปลที่เป็นหลัก เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าไปเปิดดู ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานปี ๒๕๒๕ ที่ท่านให้ความหมายของคําว่า ทรราช เขาหมายถึงผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้อํานาจตามอําเภอใจ ผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้ใช้อํานาจตามอําเภอใจ ดังนั้นท่านประธาน โปรดให้ความเป็นธรรมกับผมและรัฐบาลยิ่งลักษณ์ด้วยครับว่าท่านนิพิฏฐ์ได้พูดหรือไม่ หากท่านไม่พูด ผมไม่ว่ากระไร หากท่านได้พูดจริงได้โปรดถอนเถอะครับ ผมต้องการแค่นั้นครับ
คืออย่างนี้คุณหมอครับ เจ้าหน้าที่กําลังเอามาให้ผม ผมไม่ให้เสียเวลาที่จะรอ ก็ให้ท่านอื่น อภิปรายไปก่อน เดี๋ยวให้ผมได้ตรวจสอบ ผมก็บอกว่ายังคาอยู่ ท่านสุนัยก็ยังรอฟังอยู่ ให้ผม ได้ตรวจสอบก่อนครับ มันไม่จบหรอกครับ แต่ว่าที่ค้างไว้ เพิ่งเอามาให้ผมเป็นแผ่นนี่ผมกําลัง จะนั่งอ่าน จะให้ผมวินิจฉัยโดยยังไม่ได้อ่านผมยังไม่รู้
คือเจ้าตัวควรจะต้องอยู่ในที่ประชุม จนกว่าท่านประธานจะสามารถที่จะชี้ชัดว่าเจ้าตัวได้พูดหรือไม่ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ ผมมิได้บังคับเขานะครับ แต่ถ้าหากเจ้าตัวไปไหนเสียแล้ว แล้วท่านประธานมาตรวจสอบ พบว่ามีการใช้คําพูดดังกล่าวจริง ท่านประธานจะให้ความเป็นธรรมกับผมกับประเทศ และรัฐบาลชุดนี้อย่างไรครับท่านประธานครับ
ผมจะตามมา ไม่เป็นไรหรอกครับ เอาท่านวัชระต่อ เดี๋ยวจะตามมาให้ถอนถ้าจริง เดี๋ยวผม อ่านดูก่อน
ท่านประธานที่เคารพ การกบฏ การล้มล้างรัฐบาลทรราช เป็นสิทธิอันชอบธรรมของประชาชน ฟร็องซัวส์ โนเอล บาเบิม นักปรัชญาเมธีชาวตะวันตกเคยกล่าวเอาไว้ ส่วนลุงช้าง สภากาแฟที่คลองขวาง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร บอกว่าตัวเล็กกินไก่ ตัวใหญ่กินช้าง ท่านประธานครับ ศรีบูรพา กุหลาบ สายประดิษฐ์ เคยกล่าวไว้ในหนังสือการเมืองของประชาชน เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๙๙ ศรีบูรพาหรือกุหลาบ สายประดิษฐ์ กล่าวไว้ว่า พรรคการเมืองใดก็ตาม ถ้าดําเนินการเมืองโดยธรรม มีความละอายและเกรงกลัวต่อบาป มีความสุจริตจริงใจ ในการบริหารประเทศเพื่อผลประโยชน์และความผาสุกของประชาชนไทยแล้วก็จงอุ่นใจเถิดว่า ท่านจะได้รับความสนับสนุนด้วยความจริงใจจากประชาชน ท่านจะไม่พบศัตรูของท่าน ในหมู่ประชาชน พรย่อมมีแก่ท่านสาธุชน นักการเมืองผู้ตั้งใจรับใช้ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์ และด้วยการดําเนินการเมืองโดยธรรม ท่านประธานครับ ที่ผมได้หยิบยกคํากล่าวของ นักปรัชญาเมธีชาวตะวันตก หรือของศรีบูรพา หรือแม้กระทั่งลุงช้าง ซึ่งขายกาแฟอยู่ สี่แยกคลองขวาง เขตบางแค กรุงเทพมหานคร มากล่าวให้กับท่านประธานและท่านกรรมาธิการ ได้ฟังนั้นก็เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ผมในฐานะเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมมีภาพที่จะประกอบการอภิปราย ขอให้เจ้าหน้าที่สภามารับภาพของผมไปให้ท่านประธาน ได้ดู ได้วินิจฉัยว่าจะแสดงภาพดังกล่าวได้หรือไม่ครับ เจ้าหน้าที่สภาครับกรุณามารับไปครับ ผมมีภาพประกอบการอภิปรายนะครับท่านประธาน ให้ท่านประธานวินิจฉัยว่าผมจะเปิด ภาพเหล่านี้ได้หรือไม่ เจ้าหน้าที่สภาไปอยู่ไหนหมดครับ กรุณามารับภาพของผมไปให้ ท่านประธานวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ซึ่งท่านเป็นคนวินิจฉัยในการแสดงภาพ ภาพเหล่านี้เป็นภาพ ที่เกี่ยวข้องกับการอภิปรายในประเด็นที่ผมได้แปรญัตติไว้ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ในการ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมได้เข้าประชุมในนัดแรก ท่านประธานสามารถ แก้วมีชัย ก็ยืนยันบอกว่า เราจะดําเนินการด้วยความเป็นธรรม ด้วยความเป็นกลาง รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย แต่ท่านประธานครับ ท่านประธานสามารถ พูดอย่าง แต่ทําตรงกันข้าม ท่านไม่ได้รับฟังอย่างกว้างขวางครับ และท่านเร่งรีบ รวบรัด และลุกลี้ลุกลนจนกระทั่งสังเกตเห็นได้ว่าท่านไม่มีความเป็นตัวของตัวเองเหมือนกับสมัยที่ ท่านสังกัดพรรคพลังใหม่ กาลเวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน น่าเสียใจ ท่านประธานครับ แม้กระทั่ง ในวันที่มีการแปรญัตติวันสุดท้าย คืนสุดท้าย คืนวันศุกร์ ท่านประธานครับ วันนั้นเป็นวัน พระราชพิธีที่ต้องส่งพระศพสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ผมเสนอให้ ๕ พวกผม ๕ เสียงเป็นเสียงข้างน้อย ๑ ใน ๑๗ เสียง มี พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ด้วย แทนที่ท่านจะงดออกเสียง ไม่งดครับ โหวตให้ฝ่ายรัฐบาล ท่านประธานครับ ไม่ปิด การประชุมในภาคบ่ายยังไม่พอครับ ตอนหัวค่ําท่านหัวหน้าพรรคของกระผมพยายามเจรจา บอกท่านประธานกรรมาธิการบอกว่า เราจะมาตรวจรายงานการประชุมวันอังคารได้ไหม ท่านก็ไม่ยินยอม เพราะเห็นว่าท่านหัวหน้าพรรคผมไม่ว่างในวันจันทร์ ท่านก็ดันทุรัง เอาวันจันทร์ แต่ท่านก็บอกว่าสว่างก็สว่าง ท่านพูดคํานี้ไหมครับ ถ้าท่านพูดกรุณานั่งเงียบ ๆ แสดงว่าท่านพูดครับท่านประธาน ท่านบอกว่าสว่างก็สว่าง ผมนั่นรับผิดชอบเลยครับ อภิปรายถึงเที่ยงคืนเลยเที่ยงคืน บอกพี่บุญยอดไปนอนก่อน ท่านประธานผมอภิปรายตั้งแต่ ๒๒.๓๐ นาฬิกา จนเลยเที่ยงคืนครับ ผมแปรญัตติเอาไว้ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติในชื่อร่างกฎหมาย รวมทั้งเหตุผลที่ท่านจะประกาศใช้ กฎหมายนั้น ผมเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่มาตรา ๑ ถึงมาตรา ๗ นั้น ควรได้รับการพิจารณา ในที่ประชุม ท่านประธานปรากฏว่าสิ่งใดเกิดขึ้นครับ พอครบ ๒๔ นาฬิกา ผมยังอภิปราย แปรญัตติถึงมาตรา ๖ ยังอภิปรายไม่เสร็จสิ้น ผมอภิปรายมาตามลําดับตั้งแต่มาตรา ๑ ถึง มาตรา ๖ ท่านประธานในขณะนั้นคือท่านนายวิชาญ มีนชัยนันท์ นี่ครับนั่งอยู่ข้างบน พอเที่ยงคืน
ท่านวัชระมีผู้ประท้วง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ แล้วก็ข้อ ๑๒๙ เป็นการอภิปรายที่ไม่ได้อยู่ในเนื้อหาที่เรา กําลังพิจารณากันอยู่นะครับ ตอนนี้เราอยู่ในชื่อร่าง ท่านประธานโปรดใช้ข้อบังคับ การประชุม ข้อ ๘ ควบคุมการประชุมให้อภิปรายในเนื้อหาด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านวัชระขอความร่วมมือนะครับ เอาชื่อร่างตามที่ท่านขอแปรญัตติไว้หน่อย ท่านไป ตั้งแต่หลายวันแล้วผมก็ฟังอยู่
ท่านประธานที่เคารพ ไม่ต้องห่วงครับ
ท่านนายแพทย์เหวงประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ต้องขอประทานโทษท่านวัชระด้วยความเคารพอย่างยิ่งนะครับ ไม่ประสงค์ที่อยากจะขัด การอภิปรายของท่าน แต่ท่านประธานได้ให้คํามั่นสัญญากับที่ประชุมแห่งนี้นะครับ ว่าจะดูชวเลข ผมไม่ทราบว่าในมือท่านประธานมีชวเลขแล้วหรือยังนะครับ แต่ว่าเจ้าหน้าที่ เขาได้ให้ชวเลขกับผมแล้วนะครับ แล้วก็ปรากฏว่ามีเรื่องที่ผมกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง ปรากฏอยู่ในนั้นอย่างแท้จริง ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมอ่านตรงนี้ให้ท่านประธาน ฟังก่อนนะครับ ก็คือว่า
เดี๋ยวก่อนครับ เอาท่านวัชระให้จบก่อน ว่าไปเป็นราย ๆ มันคาเรื่องนี้อยู่ครับ ท่านนิพิฏฐ์ ก็ออกไปทานข้าวข้างนอกเดี๋ยวจะตามมา เดี๋ยวท่านจะต้องมาอภิปรายอีกหลายมาตรา เพราะเมื่อสักครู่ทางท่านเลขานุการวิปไม่ยอมให้จบเดี๋ยวจะเจอกันอยู่ครับ เชิญท่านวัชระต่อ
ท่านประธานที่เคารพ ถ้าขัดกัน อย่างนี้เย็นนี้ก็ต้องเจอกันที่สถานีสามเสน หรือไม่ก็ที่อุรุพงษ์ หรือไม่ก็ที่สวนลุมพินี หรือไม่ ก็ที่บางสะพานน้อย ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ใครอยู่ใกล้ที่ไหนไปที่นั่น ท่านประธานครับ ผมได้พยายามอภิปรายให้ท่านประธานเห็นและได้นําเสนอภาพให้ท่านประธานแล้ว ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยเรื่องภาพที่ผมจะแสดงด้วยนะครับว่าภาพใดแสดงไม่ได้ ท่านประธานก็ตัดสินไปเลย ผมเคารพท่านประธาน
คืออย่างนี้ท่านวัชระ ท่านต้องขออนุญาตก่อน แล้วเจ้าหน้าที่จะบันทึกมาถึงผม แต่เมื่อสักครู่ ท่านถือมาแล้วเอามายื่นให้ผม ผมทําหน้าที่ควบคุม ผมตรวจไม่ได้หรอกครับ ผมเคยบอก หลายครั้งแล้ว ทีนี้การอนุญาตภาพไหนนั้นเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร เป็นคนพิจารณา ผมก็เซ็นไปตามนั้นละครับ ท่านต่อเลยครับ ท่านเพิ่งถือมาเมื่อกี้ผมเห็นแล้ว เอามายื่นข้างหน้ายังไม่มีประเพณีปฏิบัตินะครับ เชิญต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ ของสภาผู้แทนราษฎรได้ดําเนินการด้วยความรวดเร็วนะครับ เพราะผมยังอภิปรายอยู่ ท่านประธานครับ ผมได้อภิปรายค้างไว้ว่าในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมอยากให้ พ่อแม่พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้เข้าใจเถอะครับว่า การที่จะออกฎหมายนิรโทษกรรม ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ชุมนุมทางการเมืองที่ฝ่าฝืนกฎหมายในขณะนั้น แล้วชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ พวกเราชาวพรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยครับ ท่านประธาน แต่ที่ไม่เห็นด้วยนั้นมีเหตุผลพิเศษเหมือนการประชุมนัดพิเศษในวันนี้ ซึ่งอยาก ให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่าเขากําลังจะออกกฎหมายอะไรกัน ท่านประธานครับ ท่านประธานสามารถ แก้วมีชัย เร่งรีบถึงขนาดมาให้ผมยุติการอภิปราย ทั้ง ๆ ที่ผม ยังอภิปรายไม่เสร็จสิ้น ซึ่งตามลําดับในการพิจารณากฎหมายแล้ว เมื่อผู้แปรญัตติได้แปรญัตติ ในแต่ละมาตรา ตั้งแต่มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ ท่านประธานครับ ต้องจบสิ้นไปถึงมาตรา ๗ จากนั้นผู้เป็นประธานก็จะถามที่ประชุมว่า เห็นด้วยกับผู้แปรญัตติหรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก
ท่านวัชระมีผู้ประท้วงแล้ว คงจะเข้าไปเรื่องคําปรารภครับท่าน ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ เดี๋ยวผมเตือนแล้ว ท่านวัชระเข้าคําปรารภ จะมีประท้วงเรื่องนี้ ประเด็นนี้ครับ เชิญครับ ท่านวัชระเอาชื่อร่าง แล้วค่อยมาคําปรารภ เอาชื่อร่างเลยนะครับ ท่านไป ๒ รอบแล้ว เดี๋ยวจะมีประท้วงว่าซ้ําไปเรื่องประเด็นเมื่อสักครู่ ผมเข้าใจที่ท่านบอกแล้ว ดึกดื่นเที่ยงคืน อะไรผมพอรู้แล้ว เอาชื่อร่างก่อน
ท่านประธานที่เคารพ ผมเข้าใจดีครับ ว่าใครทําอะไร เพื่ออะไร แต่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ไม่ทรยศต่อพี่น้องประชาชน ผมไม่อาจที่จะให้ใครมาปล้นเงินของประชาชนได้โดยง่ายครับ ท่านประธานครับ ที่ประชุม ต้องอดทนฟังสักหน่อยว่าในการพิจารณาในกรรมาธิการ ซึ่งท่านผู้ประท้วงก็ดี ไม่มีโอกาส ไปเป็นกรรมาธิการครับ จึงไม่ทราบ และกรรมาธิการเสียงข้างน้อยก็อยากจะบอกต่อ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และบอกพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าสิ่งที่ท่านสามารถ แก้วมีชัย บอกว่าสว่างก็สว่างนั้น ไม่จริง เป็นเท็จ พอถึงเที่ยงคืนครับ ก็ให้ผมยุติการอภิปราย แล้วให้โหวต
ท่านวัชระไม่ใช่ชื่อร่างแล้วครับ เชิญผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อรมวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๑๒๙ และประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ข้อ ๑๒๙ ผมขออนุญาต ท่านประธานได้อ่านนะครับ เพื่อเพื่อนสมาชิกจะได้รับทราบ การอภิปรายนี้จะอภิปรายได้ เฉพาะถ้อยคําที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม หรือท่านได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ ตอนนี้ไม่รู้ว่า ไปเรื่องอะไรก็ไม่ทราบ จะดึกดื่นเที่ยงคืนเป็นการทํางาน ผมเคยอยู่กรรมาธิการมาหลายชุด ก็ทํางานกันดึกดื่นหนักหนาสาหัสอย่างนี้เหมือนกันนะครับ เป็นเรื่องปกติครับ การมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ต้องเสียสละใช้เวลาทํางานอยู่แล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานว่า โปรดควบคุมการประชุม ถ้าเกิดไม่สามารถเข้าประเด็นได้ ท่านประธานใช้ข้อ ๔๒ เลยครับ ยุติการอภิปรายก็ได้ครับ
ท่านวัชระครับขอความร่วมมือ ปกติท่านให้ความร่วมมือผมดีมากนะครับ เอาชื่อร่างเลย ท่านวัชระ กลางคืนไม่เอาแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ทรยศต่อประชาชน ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ว่าผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าท่านสามารถ แก้วมีชัย นั้นได้กระทําการรวบรัดและผิดธรรมเนียม ประเพณีในการพิจารณากฎหมาย ผมยืนยันกับท่านประธานนะครับ ไม่มีกรรมาธิการชุดไหน เคยประชุมถึงเที่ยงคืน แม้แต่กรรมาธิการงบประมาณก็ไม่ถึงครับ ท่านประธานครับ แล้วประธานสามารถอยู่ ๆ ให้ผมหยุดการอภิปราย แล้วเดินหนีออกจากห้องประชุมไปเลย จริงหรือไม่จริงลองถามท่านสามารถดู ว่าทําไมถึงไม่อยู่ในห้องประชุมต่อ ท่านประธานครับ เพื่อให้ประเด็นนี้ให้จบ ผมจึงได้ทําหนังสือถึงประธานคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สอบจริยธรรมนายสามารถ แก้วมีชัย ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญในการเร่งรีบให้กฎหมายฉบับนี้ได้บรรจุในวันนี้ ท่านประธานครับ จะส่งมอบ ให้ท่านประธานในที่ประชุมแห่งนี้ ท่านประธานครับ ชื่อร่างที่เพื่อนสมาชิกอยากฟังหนักหนาผมจะอ่านให้ฟังครับ แต่ฟังแล้ว กรุณาอย่าประท้วงผม เพราะเป็นสิทธิของผม สิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่จะแปรญัตติเอาไว้ และผมเข้าใจว่าคนที่อยู่เมืองนอกก็คง ได้อ่านแล้ว ก็คงจะชอบใจ ท่านประธานครับ ผมแปรญัตติเอาไว้ในชื่อร่างกฎหมายฉบับนี้ และรวมทั้งเหตุผลผมก็ขอตัดด้วย แต่ผมก็ไม่ทราบว่าทําไมท่านประธานสามารถ แก้วมีชัย ถึงไม่พิจารณาในเหตุผลที่ผมขอตัดในเหตุผลบางประการที่ควรจะตัดทิ้ง เพราะอะไรครับ เพราะเป็นการเขียนเหตุผลอย่างนี้ ถ้าเขียนแล้วออกเหตุผลอย่างนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านสามารถ แก้วมีชัย และคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้เขียนกล่าวร้ายศาลยุติธรรม ศาลอาญา ที่ถนนรัชดาภิเษก ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ศาลจังหวัดอุดรธานี ศาลจังหวัด มุกดาหาร ศาลจังหวัดขอนแก่น โดยกล่าวร้ายศาลเหล่านั้นว่าไม่ให้ความยุติธรรม ผมจึง ขอตัด แล้วตัดแล้วถ้อยคําข้อความก็เหมือนเดิมไม่ได้เสียหาย แต่ท่านใส่ลงไปเป็นการ ประจานศาลยุติธรรม ประจานศาลอาญาที่ถนนรัชดาภิเษก ประจานศาลจังหวัดอุบลราชธานี ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลจังหวัดมุกดาหารและศาลจังหวัดอุดรธานี
ท่านวัชระ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ผมไม่ได้ประท้วง คุณวัชระนะครับ แต่ผมประท้วงท่านประธานครับ คือผมอ่านในร่างที่เสนอความเห็นของ ท่านวัชระ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมก็แปลกใจนะครับ เพราะท่านบอกว่าไม่ให้ประท้วงท่าน ท่านอ่านแล้ว ผมไม่ทราบ ต้องติติงทางคณะกรรมาธิการด้วยครับ ร่างฉบับนี้ผมไม่อ่านเลย เพราะมันเป็นไปไม่ได้ มันผิดหลักของการที่ต้องอภิปรายชื่อร่างครับ ผมอ่านแล้วไม่กล้าอ่าน ไม่มีหรอกครับ มันผิดเจตนารมณ์ มันผิดตั้งแต่ข้อ ๖๑ แล้วครับ แล้วท่านผิดจริยธรรมของ ส.ส. ในสภานี้ด้วย ท่านไปใส่อะไร ๔-๕ บรรทัดนี้ มันเป็นการตั้งชื่อร่างที่ใส่ร้ายป้ายสี อันนี้ กรรมาธิการต้องตอบด้วยว่ามันออกมาได้อย่างไร มันเป็นไปไม่ได้ครับ ผมดูแล้วผิดหลักของ จริยธรรมของ ส.ส. ในข้อ ๑๕ ท่านไปเปิดดูมันทําไม่ได้ครับ นี่ผมหารือท่านประธานนะว่า ผมไม่เข้าใจว่ากรรมาธิการปล่อยเรื่องนี้มาได้อย่างไร เป็นไปไม่ได้ครับ คนคดโกง ๔๐,๐๐๐- ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็นชื่อ ไม่ได้ครับ ผมประท้วงนะท่าน ผมให้ท่านประธานดูด้วย ท่านไม่ต้องอภิปรายรายชื่อหรอกครับท่านผู้แปรญัตติ มันเป็นไปไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ขอให้ท่านวินิจฉัยแล้วผมไม่อยากให้มีการอภิปรายด้วยซ้ําไปครับ
ท่านประธานมันเป็นไปแล้วครับ
คืออย่างนี้ครับ ท่านวัชระครับ นั่งลงก่อนครับ กรุณาอย่าเถียงนะครับ คืออย่างนี้นะครับ ต้องขอความร่วมมือ การอภิปรายเกี่ยวกับชื่อร่าง พ.ร.บ. นี้ครับ ต้องชี้ให้เห็นว่าชื่อที่ขอ แปรญัตติไว้นั้นตรงกับเนื้อหาที่เราร่างกฎหมายหรือไม่นะครับ ตรงหรือไม่ตรง
๒. เพื่อให้สื่อถึงสาระสําคัญของกฎหมายอย่างไรบ้าง แต่ในเหตุการณ์อื่น ๆ เอาประกอบนิดหน่อยผมไม่ว่านะ แต่ว่าถ้าเลยลึกไปมันจะเป็นปัญหา ฉะนั้นขอความร่วมมือ จากทุกท่านด้วยนะครับ เพราะเราผ่านเวลามาพอสมควร แต่ให้เกียรติกันนะครับ แต่เอา พอสมควรท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ ประชาธิปัตย์ มันเป็นไปแล้วครับ มันเป็นไปได้และเป็นไปแล้ว และบรรจุไว้ในร่างฉบับสมบูรณ์ที่นําเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะถึงชื่อร่าง อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่าที่ผมได้ขอตัดบางประโยค เท่านั้นเอง แต่ว่ากรรมาธิการไม่เห็นถึงความสําคัญ ผมขอเตือนกรรมาธิการเสียงข้างมาก นะครับว่าถ้าท่านประกาศเหตุผลดังกล่าวโดยไม่ตัดถ้อยคําที่ผมขอให้ตัด จะเป็นการ กล่าวร้ายใส่ร้ายต่อกระบวนการยุติธรรม และใส่ร้ายศาลอาญาที่ถนนรัชดาภิเษก ใส่ร้าย ศาลจังหวัดอุบลราชธานี ศาลจังหวัดอุดรธานี ศาลจังหวัดขอนแก่น ศาลจังหวัดมุกดาหาร เพราะอะไรครับ ท่านประธานดูครับ ในประโยคที่ผมขอตัดในญัตติที่ผมขอแปรญัตติ เพราะ อะไรครับ ท่านประธานดูครับ ในประโยคที่ผมขอตัดในญัตติที่ผมขอแปรญัตตินั้น ท่านประธานมีอยู่ในมืออยู่แล้ว ผมขอให้ตัดคําว่า ทําให้ถูกจํากัดสิทธิเสรีภาพและอิสรภาพ ในระหว่างการถูกกล่าวหาทางอาญา ท่านประธานครับ มีการกล่าวหาว่าศาลไม่ให้ประกัน
อย่างนี้ท่านวัชระมีผู้ประท้วงครับ เชิญท่านนิยมต่อ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผมประท้วง ท่านประธาน โดยชื่อร่างชื่อของที่ท่านวัชระ ขออนุญาตเอ่ยนาม
ผมยังไปไม่ถึงชื่อร่างเลยครับ
คือชื่อตัวนี้กับเนื้อหาของพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกัน ผมถามท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ ผมประท้วงว่าท่านจะให้ ทําอย่างไร ท่านอภิปรายตกไปหรือปล่อยแล้วแต่จะพูดกันครับ ผมไม่เข้าใจว่าสภาแห่งนี้ จะทําอะไรก็ได้ใช่ไหมครับ เพราะผมดูในร่างที่ท่านตัดแล้ว ท่านมาแปรญัตติไว้กับเนื้อหา มันคนละเรื่องกันครับท่านประธาน แล้วท่านจะปล่อยให้อภิปรายแล้วแต่ด่าใครก็ได้ ผมว่า มันไม่ถูกต้องนะครับ
ท่านประธานครับ
อย่าเถียงกันครับ ท่านวัชระรอสักครู่ ให้เขาจบ
ท่านวัชระประท้วง ท่านประธานครับ
ท่านนิยมว่าผม
คืออย่าไปเถียงกันครับ ฟังผมก่อน
ท่านวินิจฉัยด้วยครับว่าร่างที่ท่าน แปรญัตติจะดําเนินการอย่างไร ท่านประธาน เพราะผมอยากจะให้ท่านวินิจฉัยด้วยครับ
อย่างนี้เมื่อสักครู่ผมก็ได้วินิจฉัย ท่านวัชระก็ได้ฟังนะครับ ๑. การอภิปรายเกี่ยวกับชื่อต้อง ชี้ให้เห็นว่าร่างที่ขอแปรญัตตินั้นมันตรงกับเนื้อหาของกฎหมายหรือไม่เท่านั้นเองนะครับ ๒. สื่อถึงสาระสําคัญของกฎหมายอย่างไรบ้าง แต่ว่าถ้าไปออกเหตุการณ์อื่นมันอภิปรายไม่ได้ ท่านก็รู้อยู่ เพราะฉะนั้นผมก็ขอให้พอประมาณท่านวัชระ ไม่อย่างนั้นเขาก็ประท้วงประธาน อยู่อย่างนี้ครับ ผมขอความร่วมมือท่าน ไม่อย่างนั้นเขาก็ประท้วงประธานอยู่เรื่อย แต่ผมบอกท่านแล้วว่าผมได้วินิจฉัยอย่างนี้ มันได้ไปแค่ ๒ อย่าง ประเด็นอื่นไม่ได้ท่านวัชระ ก็น่าจะทราบดี ท่านเป็นนักกฎหมาย ท่านก็น่าจะรู้ว่าประธานต้องทําอย่างไรได้บ้าง จากเกินนั้นเขาก็ประท้วงประธานอยู่เรื่อย ขอความร่วมมือกันนะ
ท่านประธานที่เคารพยิ่งของกระผม ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในขณะนี้ต้อง ยอมรับความจริงนะครับว่า รัฐบาลกําลังออกกฎหมายนิรโทษกรรมและการออกกฎหมาย นิรโทษกรรมนี้ส่งผลให้ต้องคืนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทให้กับบางคน ผมไม่จําเป็นต้อง เอ่ยชื่อครับ และให้คนเหล่านั้นพ้นผิด ท่านประธานครับ แต่ในข่าวสั้นของโลกวันนี้เมื่อวันที่ ๒๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๔๓ เวลา ๑๓.๐๘ นาฬิกา ยิ่งลักษณ์ย้ําเพื่อไทยไร้นโยบาย นิรโทษกรรม เขาบอกว่าไม่มีนโยบายนิรโทษกรรมครับ แล้ววันนี้อันนี้คืออะไรครับ หรือเรด กอสซิพ (Red gossip) ข่าวของพี่น้องเสื้อแดงผมก็รับอ่านนะครับสนุกดี วันที่ ๒๖ เดือนหก ปี ๒๕๕๔ เวลา ๑๓.๒๗ นาฬิกา ณัฐวุฒิ
ท่านวัชระ ผมเตือนแล้วว่าท่านจะกล่าวได้เฉพาะเนื้อหาของกฎหมาย ชื่อร่างตรงกันไหม ไม่ตรงอะไรอย่างนี้ แต่ว่าไปออกประเด็นอื่นไม่ได้ครับ แล้วก็ต้องพิจารณาความสําคัญของ กฎหมายฉบับนี้อย่างไร แต่ว่าท่านไปออกประเด็นอื่น ท่านก็ดูครับมีประท้วงอีก ๓ ราย อภิปรายไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้นเป็นรอบที่ ๔ ที่มีการประท้วงครับ ท่านวัชระก็ต้องว่า ตามข้อบังคับ เดี๋ยวเขาก็ว่าประธานไม่ทําหน้าที่ เข้าใจ ต้องว่ากันตามข้อบังคับ ท่านวัชระ เอาเฉพาะเรื่อง ผมว่าท่านเข้าใจดีอยู่แล้วนะครับ ผมว่าท่านเข้าใจ ท่านต้องเข้าใจผมด้วยครับ ไม่อย่างนั้นผมก็ควบคุมไม่ได้ก็ประท้วงอย่างนี้ครับ แต่วันนี้ที่ผมปล่อยเลยไปบ้าง ท่านก็ต้อง เห็นใจว่าสิ่งที่ท่านอภิปรายได้ คําว่า ชื่อมันตรง ไม่ตรง ผมว่าท่านรู้ดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอย่า ให้ประท้วงเลยครับ ผมว่าท่านต้องพิจารณา ไม่อย่างนั้นก็ไม่ได้นะครับ ถ้าประท้วงอย่างนี้ เดี๋ยวประธานก็ผิดข้อบังคับเสียเอง ผมขอเตือนท่านเป็นครั้งสุดท้าย ท่านวัชระ ท่านอื่นนั่งลง ลองดูฟังอีกครั้งหนึ่ง นั่งลงก่อนพอแล้ว เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยแล้วท่านวัชระฟังเป็นรอบที่ ๓ แล้ว ถ้ารอบที่ ๔ ผมจําเป็นนะครับ ต้องขอความกรุณาขอความร่วมมือครับ
ท่านประธานครับ ผม นายวัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็จําเป็นครับ ผมกับท่านประธาน ด้วยความเคารพเสมอมา ผมให้ความร่วมมือทุกเรื่อง แต่เรื่องนี้ผมจําเป็นครับ เพราะผมเป็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในห้องกรรมาธิการจะอภิปรายก็ปิดอภิปรายแล้วเดินหนีออกจาก ห้องประชุม แล้วพอมาในห้องใหญ่คือห้องนี้ จะใช้วิธีการให้เพื่อนสมาชิกลุกขึ้นประท้วง
คืออย่างนี้ครับท่านวัชระ เดี๋ยวท่านไปวาระอื่นที่จะพูดได้ ท่านก็ไปพูด แต่อันนี้มันชื่อร่าง ชื่อร่างมันพูดได้นิดเดียวท่านก็รู้ มีอยู่ ๒ ข้อที่ผมได้เรียนท่านไว้เมื่อสักครู่นี้ คือ ๑. ตรงกับ เนื้อหาทางกฎหมายหรือไม่ ๒. ให้ทราบถึงสาระสําคัญของกฎหมายนั้น ก็ประเด็นสั้น ๆ ครับ ถ้าท่านออกไปไกลนี่เดี๋ยวท่านไปวาระอื่นนะครับ มาตรา ๓ มาตรา ๔ อะไรท่านก็ไปว่า ของท่านนะครับ แต่ตอนนี้ต้องเอาตรงนี้เสียก่อน ไม่อย่างนั้นมันควบคุมการประชุมไม่ได้ครับ ต้องขอความร่วมมือกัน ท่านยังมีแปรญัตติไว้ทุกมาตรา ผมเชื่อท่านแปรญัตติทุกมาตรา ท่านมีสิทธิได้พูด แต่ตรงนี้ต้องเอาเรื่องนี้นะครับ
ผมขออนุมัติภาพ ไปถึงท่านหรือยังครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พหล วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย สําหรับชื่อร่าง ผมก็ได้ฟังผู้อภิปรายมาหลายท่าน ซึ่งในขณะนี้เองผู้อภิปรายก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะแสดง ความคิดเห็นที่ชัดเจนต่อประเด็นนี้ ผมจึงขอเสนอปิดอภิปรายในมาตรานี้ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านประธานครับ เขาไม่มีสิทธิเสนอ ปิดอภิปรายครับท่านประธาน เขาไม่มีสิทธินะครับ เพราะเขาลุกขึ้นประท้วงท่านประธาน ท่านประธานครับแล้วผมอภิปรายค้างอยู่นะครับ ต้องให้ผมอภิปรายเสร็จก่อนครับ
ในประเด็นของชื่อร่างผมขอเสนอปิด อภิปรายครับท่านประธาน เพราะเมื่อสักครู่นี้ท่านวัชระเองก็พูดเองว่ากําลังสนุกเลย มันไม่ถูกครับท่าน สภาเรามาถกความคิดเห็นกัน แต่ท่านเห็นเป็นเรื่องเล่นอยู่ตลอดเวลา ผมไม่มีความสุขครับ ผมนั่งฟังมา ๖-๗ คน ผมมีความสุขทุกคน แต่ถ้าท่านจะพูดอย่างนี้ ผมยืนยันครับ ปิดอภิปรายครับท่านประธานครับ
ท่านประธานครับ ผมยังอภิปราย ไม่เสร็จครับ ปิดอภิปรายไม่ได้ครับ
เชิญท่านเลขาวิป
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ร้อยโท ปรีชาพล พงษ์พานิช สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น กระผมประท้วงท่านประธานครับ ผมชื่นชม ท่านประธานมาโดยตลอดนะครับ ตลอดจากการทําหน้าที่ของท่าน แต่วันนี้ท่านประธาน ดูเสมือนทําหน้าที่ไม่เป็นกลาง ท่านให้พวกกระผมได้อดทน ๔ ครั้ง ครั้งนี้ครั้งที่ ๕ ท่านก็บอกเอง จะเป็นครั้งสุดท้าย แต่เพื่อนสมาชิกก็ได้แสดงออกถึงเจตนารมณ์อันชัดเจน ในคําอภิปราย ในเรื่องของชื่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เมื่อเพื่อนสมาชิกมีพฤติกรรมที่ทําผิดข้อบังคับ ท่านประธานก็ต้องควบคุมครับ ถ้าท่านประธานวางตัวไม่เป็นกลางเพื่อนสมาชิกของ ฝั่งกระผมก็ต้องประท้วงท่านประธาน ผมเห็นว่าเพื่อนสมาชิกอภิปรายพอสมควรแล้วครับ ไปกันใหญ่แล้วครับท่านประธาน ท่านควรจะต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๖๒ ครับ ให้เพื่อนสมาชิก หยุดอภิปราย ขอให้ท่านประธานได้วินิจฉัยด้วยครับ เพื่อความเรียบร้อยของสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมยังอยู่ในประเด็นครับ
ท่านวัชระ ที่ผมได้เตือนท่าน ผมบอกท่านนะครับว่าผมต้องทําตามข้อบังคับ ผมไปอย่างอื่น ไม่ได้เลย ผมก็เตือนท่านตลอด ทีนี้มีผู้เสนอปิดอภิปรายก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้น ยังมีอีก หลายท่านที่ยังขอแปรญัตติหลายท่าน เพราะฉะนั้นท่านวัชระต้องให้ความร่วมมือ ผมจะได้ ขอร้องทางนี้ได้ถอนญัตติไปก่อน ได้ไหมครับ ถ้าไม่อย่างนั้นผมก็จําเป็นต้องทําตามข้อบังคับ ผมทําอย่างอื่นไม่ได้
ด้วยความยินดีครับท่านประธาน แต่ต้องเคารพซึ่งกันและกัน ท่านประธานครับ ในชื่อร่าง ผมได้แปรญัตติไว้และเพิ่มเติม
คืออย่างนี้ ยังไม่ได้ครับ ต้องถามท่านพหลก่อนว่าท่านจะถอนญัตติได้ไหม ท่านวัชระจะพูด เฉพาะ ๒ ประเด็นที่ผมเสนอไป คือ ๑. เรื่องของเนื้อหาสาระตรงกับกฎหมายหรือไม่ ๒. สาระสําคัญของกฎหมายฉบับนี้แค่นั้นเอง ท่านพูดประเด็นอื่นไม่ได้ ท่านพหล ว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม พหล วรปัญญา จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมคิดว่าสมควรแล้วครับท่านประธาน ขอปิดอภิปรายครับ ยืนยันครับ ในเฉพาะเรื่องชื่อร่างนี้ครับ ขอผู้รับรอง
ท่านประธานผมยังอภิปรายค้างอยู่ นะครับ
คืออย่างนี้ท่านวัชระ ที่ผมบอกท่าน คือประธานไปทําอย่างอื่นไม่ได้เลย ถ้ามีผู้เสนอปิด ผมก็ต้องทําตามหน้าที่นั่นละครับ ถ้าอย่างนั้นประธานก็ทําผิดข้อบังคับเสียเอง ผมเตือนท่าน เป็นรอบที่ ๔ แล้ว ก็ได้ขอทางผู้เสนอปิดแล้ว ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไรได้ ท่านจุฤทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ครับก่อนที่จะมีท่านสมาชิกลุกขึ้น ขอปิดอภิปราย ท่านประธานอ้างว่า ท่านวัชระ เพชรทอง ทําผิดข้อบังคับ ๔-๕ ครั้ง ความจริงแล้วผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ที่มีการลุกขึ้นประท้วงผมนั่งอยู่ด้วย ตลอดครับ ปัญหาก็คือเมื่อท่านวัชระพยายามจะอภิปรายมีผู้พยายามลุกขึ้นประท้วง และก็พยายามประท้วงซ้ําซากประเด็นเดิม อ้างว่าท่านวัชระไม่เข้าประเด็น ไม่เข้าประเด็น ก็ท่านกําลังจะเข้าและท่านก็ชิงประท้วงก่อน ได้พูด ๒ ประโยคก็ประท้วง พูด ๒ ประโยค ก็ประท้วง รวมแล้ว ๔-๕ ครั้งภายในเวลาไม่ถึง ๑๐ นาที เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลครับ ว่าทําไมถึงพยายามมีการประท้วงติดต่อกัน ๔-๕ ครั้ง แล้วที่สุดก็นํามาสู่การขอปิดอภิปราย ถามว่าท่านวัชระอ่านชื่อร่างหรือยังครับ เมื่อสักครู่ท่านบอกว่ากําลังจะอ่านแล้ว ก็ประท้วง ไม่ได้อ่านอีก พอจะอ่านชื่อร่างก็ประท้วงไม่ได้อ่านอีก แล้วอย่างนี้ท่านจะอภิปรายได้อย่างไร ผมคนหนึ่งครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานขอร้องให้ผมนั่งลง ๔ ครั้งเหมือนกันครับ ผมนั่ง ทุกครั้งครับ ในขณะเดียวกันฟากรัฐบาล ๔-๕ ครั้ง ขอให้นั่ง ไม่นั่งครับ แล้วก็ประท้วง ประเด็นเดิมตลอดครับ ผมเลยคิดว่าท่านประธานต้องขอความร่วมมือจากฟากนู้นครับ ไม่ได้ขอความร่วมมือจากท่านวัชระ เพชรทอง นี่คือประเด็นปัญหา และท่านจะต้องควบคุม การประชุมให้เป็นไปอย่างเรียบร้อย ถ้าท่านเปิดโอกาสให้เขาประท้วง ๔-๕ ครั้งติดต่อกัน ต่อไปมาตราอื่นก็ลักษณะนี้อีกครับ ท่านจะต้องควบคุมอย่างไรครับ ขอบพระคุณมากครับ
ท่านนิยมครับ สลับข้างครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงประธานตามข้อ ๘ นะครับ พูดแบบนี้ผมเสียหายครับ คล้าย ๆ ว่าประท้วงซ้ําซาก ก็ผู้อภิปรายอภิปรายซ้ําซาก เตือนแล้วก็ไม่ฟัง ถ้าไม่ประท้วงจะทําอย่างไรท่านประธาน เพราะชื่อร่างมันเป็นไปไม่ได้ครับ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ท่านนิยม
มันไม่ได้เกี่ยวกับเนื้อหาของ พระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ประท้วงไม่ใช่ผมไม่รู้เรื่องนะครับ การเรียนรู้ไม่เก่งกว่ากัน หรอกครับความรู้ เพียงแต่ว่าใครจะทําอย่างไรเท่านั้นครับ ผมประท้วงท่านประธานนะครับ เพราะพูดแล้วเสียหายครับท่านประธาน ต้องขอ ตอนนี้มันเป็นมติ ทางนี้เสนอไปแล้วครับ ท่านจะทําอย่างอื่นไม่ได้แล้วครับ
คืออย่างนี้ผมเชิญผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านอื่นนั่งลงครับ นั่งลงก่อนครับ ท่านวัชระก็นั่งลงครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการเสียงข้างน้อยนะครับ ผมขอประท้วงการดําเนินการ ของท่านประธานนะครับ
ประการแรก การจะเสนอญัตติปิดการอภิปรายไม่ใช่สามารถเสนอได้ ในระหว่างที่มีสมาชิกอภิปรายนะครับ ระหว่างที่สมาชิกกําลังอภิปรายอยู่ต้องให้เขาอภิปราย เสร็จก่อนครับจึงจะเสนอญัตติอื่นขึ้นมาได้ ไม่ใช่สามารถเสนอญัตติขึ้นมากลางคัน นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ สมมุติว่าคุณวัชระมีปัญหาในเรื่องการอภิปราย ท่านสมาชิก จะประท้วง ท่านประธานก็วินิจฉัยตามข้อบังคับครับ แต่สมาชิกก็ไม่มีสิทธิอ้างคําอภิปราย ของสมาชิกคนหนึ่ง แล้วมาตัดสิทธิสมาชิกหรือกรรมาธิการคนอื่นครับ ผมก็เป็นกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็น ผมก็ยังไม่ได้ใช้สิทธิผมครับ ผมก็ยืนยันว่าในการพิจารณาในวาระที่สอง ไม่สามารถเสนอปิดอภิปรายในลักษณะนี้ได้ เพราะผมยังไม่ได้เสนอญัตติของผมเลยครับ คุณอรรถวิชช์ก็ยังไม่ได้เสนอครับ แล้วถ้าจะทํากันอย่างนี้จะทําอย่างไรครับ ผม อ อ่าง ครับ วัชระ ว แหวน ผมก็เจออย่างนี้ทุกมาตราครับ ไม่มีสิทธิอะไรที่จะเสนอการปิดอภิปราย ในวาระที่สอง แต่ถ้าท่านประธานจะวินิจฉัยกรณีคุณวัชระก็ต้องวินิจฉัยไปเสนอการปิด อภิปรายในวาระที่สอง แต่ถ้าท่านประธานจะวินิจฉัยกรณีคุณวัชระก็ต้องวินิจฉัยไป ผมกราบเรียนท่านประธานเพิ่มเติมครับ แล้วผมก็ต้องทวงถามท่านประธานอีก ชื่อที่ คุณวัชระสงวนความเห็น ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากลั่นกรองมาแล้วนี่ครับ ไม่อย่างนั้น ผ่านมาได้อย่างไรครับ ของคุณสาธิตยังไม่ผ่านเลยครับ ผมถึงบอกว่ามาตรฐานจะเอาอย่างไร จะให้กรรมาธิการบอกว่าตรงนี้เสียดสี ก็แปลว่าตรงนี้ไม่เสียดสีสิครับ ผมทวงตั้งแต่เรื่องที่ วินิจฉัยนะครับ ตกลงจะเป็นอํานาจใครครับ จะรับหรือไม่รับคําแปรญัตติ นั่นประการที่ ๑ ประการที่ ๒ การเสนอปิดอภิปรายระหว่างที่สมาชิกอภิปรายก็ทําไม่ได้ และประการที่ ๓ ในการพิจารณาวาระที่สองถ้าผู้เสนอคําแปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติไว้ หรือกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นไว้ ยังไมได้เสนอญัตติของตนเอง จะเสนอปิดอภิปรายไม่ได้ครับ
คืออย่างนี้ครับ ในขณะนี้ยังมี ๒ ท่าน คือท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรกับท่านอรรถวิชช์ ที่ต่อจากท่านวัชระ แต่เมื่อผมพยายามขอความร่วมมือจากท่านวัชระ ต้องว่าตามข้อบังคับ เดี๋ยวท่านจุลพันธ์สักครู่ ให้ผมได้พูดจบก่อน ท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านวัชระท่านนั่งลงก่อน ใจเย็น ๆ ครับ ผมก็ดูอยู่ก็เหลือแค่ ๒ ท่าน ก็ขอความร่วมมือกับท่านวัชระ ผมก็บอกแล้วว่า ถ้าอย่างนี้จะมีคนเสนออย่างนี้ ผมก็บอกว่ายังอยากให้มีคนพูดต่อ แต่ก็ขอความร่วมมือ ท่านวัชระได้ไหม ผมก็บอกกลับไปกลับมาก็เหมือนเดิมอีก ผมก็เตือนไปรอบที่ ๔ รอบที่ ๕ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นอยู่ เตือนแล้วว่าจะเป็นอย่างนี้ แต่ก็ขอความ ร่วมมือว่าเอาอย่างนี้ไหม ท่านวัชระจบลงได้ไหม แล้วขอท่านอรรถวิชช์ แล้วท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร แล้วท่านอรรถวิชช์จะได้พูดต่อ ท่านสรุปสั้น ๆ ตอนนี้ท่านพหลก็ยัง ไม่จบ จริง ๆ ก็ยังไม่จบในการอภิปรายก็จะเสนอปิดยังคาครึ่งอยู่ ถ้าท่านวัชระจบก็เสนอ ปิดอภิปรายได้ ตอนนี้ก็ถือว่าขอให้ท่านถอนก่อน ท่านวัชระรับปากผมได้ไหมครับ รับปาก ได้ไหม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่เคยทรยศ ต่อประชาชน ท่านประธานครับ จะให้ผมรับปากเรื่องอะไร เมื่อผมยังไม่ได้อ่านชื่อร่างที่ผม ได้แปรญัตติเลย แล้วผมได้แปรญัตติไว้ชัดเจนกรรมาธิการเสียงข้างมากก็แสตมป์รับรองว่า ที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้นั้นถูกต้องทุกประการ และนํามาเสนอเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมมีสิทธิที่จะอภิปราย ผู้ที่ลุกขึ้นมาประท้วงและขอให้ปิด อภิปรายต่างหากครับที่ทําผิดข้อบังคับ
คืออย่างนี้ท่านวัชระขอความร่วมมือ ไม่อย่างนั้นก็มีคนประท้วงอย่างนี้แล้วมันไปไม่ได้ คืออย่างนี้ท่านอย่าพึ่งเถียงผมให้ผมได้วินิจฉัย คืออย่างนี้ท่านวัชระ ผมขอความร่วมมือท่าน ผมบอกตลอดเวลา ผมไม่ได้ห้ามท่านครับ ท่านฟังผมก่อนสิครับ ผมขอความร่วมมือท่าน ถ้าเป็นประเด็นอย่างนี้ก็มีประท้วง ประท้วงสุดท้าย ประท้วงหลาย ๆ ครั้ง เรื่องที่ประธาน ไม่ควบคุมตามข้อ ๘ สุดท้ายผมก็จะไปใช้อํานาจประธานห้ามไม่ให้ท่านอภิปรายก็จะ ทะเลาะกันไปใหญ่โต ผมก็ขอร้องท่าน ก็ขอให้ท่านให้ความร่วมมือ ผมจะได้ขอทางท่านพหล ถอนจะได้จบ ท่านจะได้อภิปรายต่อได้ แต่ว่าจะต้องไม่เป็นประเด็นอื่นนะครับ นอกจาก ๒ ข้อที่ผมได้วินิจฉัย อย่างนี้ท่านรับปากผมได้ไหมผมถามท่านอย่างนี้
สําหรับท่านประธานมากกว่านี้ก็ได้ครับ
ท่านจุลพันธ์ไม่ต้องประท้วง ท่านพหลผมว่าถอนก่อนครับ เหลืออีก ๒ ท่านเองครับ ท่านจุลพันธ์นั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พหล วรปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมเรียนท่านประธาน อย่างนี้ครับ ตั้งแต่ท่านวัชระเริ่ม เวลา ๑๕.๑๐ นาฬิกา แล้วจนถึงผมเสนอปิดอภิปราย ผ่านไปประมาณ ๒๕ นาที ยังไม่เข้าชื่อเรื่องเลย
ตอนนี้ผมได้คุยกันแล้ว ท่านได้ฟังอยู่ เป็นผู้ใหญ่ด้วยกันหมด ประชาชนเขาฟังทั้งประเทศ มีการถ่ายทอดทีวีของสภาด้วย ท่านพหลถอนก่อนครับ ขอ ๒ ท่านเองครับ เดี๋ยวผมควบคุมเอง
ท่านประธานผมขอเสนอปิดอภิปรายครับ ท่านประธานครับ
คือท่านพหลต้องให้ท่านวัชระจบก่อนถึงจะเสนอปิดอภิปรายได้ ท่านถอนก่อนครับ ท่านจุลพันธ์ว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ ตอนนี้ท่านประธานผมไม่ทราบว่าท่านประธานทําไมถึงต้องไป ขอความร่วมมือจากท่านวัชระ ทั้งที่ท่านแสดงเจตจํานงในการอภิปรายที่ไม่เข้าประเด็น ตั้งแต่ต้น ท่านประธานครับ ตอนนี้ท่านประธานต้องปรึกษากับท่านพหลคนเดียว เพราะ ท่านพหลได้เสนอปิดอภิปราย ถูกต้องตามข้อบังคับการประชุมทุกข้อ ข้อ ๔๗ วรรคหก ข้อ ๔๘ ชัดเจนครับ ไม่มีข้อบังคับการประชุมข้อใดที่ห้ามการเสนอปิดอภิปรายในขณะที่มี ผู้อื่นกําลังอภิปรายค้างอยู่ เพราะเมื่ออภิปรายไม่เข้าสู่ประเด็นก็เป็นสิทธิของเพื่อนสมาชิกเอง ที่จะเสนอตามข้อ ๔๗ วรรคห้า วรรคหก ท่านพหลทําถูกต้องแล้ว ตอนนี้ท่านประธาน มีทางเลือกทางเดียวคือถามว่ามีผู้เสนอให้อภิปรายต่อหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็เป็นอันว่าเรา ปิดอภิปรายในส่วนของชื่อร่าง ถ้ามีก็ต้องลงมติครับ ท่านประธานท่านไม่มีทางเลือกอื่นครับ
ท่านจุรินทร์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดว่าในส่วนของพวกกระผมมีผู้ประสงค์ที่จะอภิปรายอีกเพียง แค่ ๒ ท่าน ต้องการที่จะกราบเรียนกับท่านประธานไว้เป็นหลักฐานว่าความจริงสําหรับเฉพาะ ชื่อร่างนี้ในส่วนสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ได้สงวนความเห็นไว้ทั้งหมด ๗ ท่าน เฉพาะผู้ที่เป็น กรรมาธิการ แล้วก็ผู้สงวนคําแปรญัตติที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการมี ๖ ท่าน รวมทั้งหมดมีผู้สงวนไว้ ๑๓ ท่าน แล้วก็เพิ่งอภิปรายไปได้แค่ ๕ ท่าน จนถึงนาทีนี้ยังไม่มีผู้ประสงค์ที่จะสละสิทธิ ในการที่จะอภิปราย เพื่อกราบเรียนต่อท่านประธานไว้ให้ทราบเป็นหลักฐาน
ประการที่ ๒ ก็คือว่าการเสนอปิดอภิปรายขณะที่ยังมีผู้สงวนความเห็น และผู้สงวนคําแปรญัตติประสงค์จะใช้สิทธิอภิปรายทําไม่ได้ครับ ถ้าจะทําก็ผิดรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับเพราะถือว่าไปรอนสิทธิผู้ที่เขาได้สงวนความเห็นและสงวนคําแปรญัตติไว้ในชั้น ที่ประชุมกรรมาธิการ และเมื่อกรรมาธิการไม่เห็นด้วยกับเขา เขาก็สงวนสิทธิในการแสดง ความเห็นไว้ในที่ประชุมใหญ่เพื่อประกอบการตัดสินใจพิจารณา แต่ถ้าเขาถูกรอนสิทธิ ในที่ประชุมใหญ่ ก็คือการกระทําที่ขัดรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ กระทํามิได้ แล้วก็ผมคิดว่า การปิดอภิปรายทําไม่ได้ แต่ท่านจะทําก็คือการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ขอบคุณครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ ฟังอีกสักท่าน
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานจะใช้ดุลยพินิจอย่างไรสุดแล้วแต่ท่านประธานนะครับ แต่กระผมเองขอยืนขึ้นเพื่อแสดงความสงวนของผมเอาไว้ว่าท่านประธานครับ ชื่อผม อรรถวิชช์ ขึ้นต้นด้วย อ พ่อผมตั้ง แล้วก็อยู่หลังวัชระแน่นอน วัชระ คือ ว ถ้าเกิดมีการปิด อภิปรายกันแบบนี้ สิทธิและใช้ชื่อของผมที่พ่อตั้งมาก็จะเสียครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออธิบายท่านประธานนิดเดียวเท่านั้นเองว่าร่างของกระทําเป็นร่างที่เติมถ้อยคําออกมา จากร่างในมาตรา ท่านประธานครับ ท่านประธานฟังให้จบได้ไหมครับ ท่านประธานครับ กระผมสนับสนุนการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ ร่างของผมก็ระบุแบบนั้น แล้วผมจะได้อธิบาย ต่อไปว่าร่างของผมนั้นสอดรับอย่างไรกับของผู้สูญเสียของคนเสื้อแดง และผมจะบอกว่าร่างผม ปกป้องประโยชน์ของคนที่เขาสูญเสียอย่างไร และผมจะนําเสนอต่อที่สภาแห่งนี้ต่อไป ร่างอย่างไรที่เขาเรียกว่า ไม่เป็นคนตลบตะแลงครับ ร่างอย่างไรที่ปกป้องประโยชน์ของ คนสูญเสียกําลังจะนําเสนอครับ แต่ท่านประธานวินิจฉัยให้ผมไม่มีสิทธิอภิปรายเพราะชื่อที่ พ่อผมตั้งว่า อรรถวิชช์ นําหน้าว่า อ ผมคิดว่าไม่ชอบครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
ท่านไชยวัฒน์ยืนนานแล้วครับ อาจารย์รัชฎาภรณ์รอก่อนครับ ท่านไชยวัฒน์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่าเท่าที่ฟังการอภิปรายมาในชื่อร่าง ปรากฏว่ามีผู้อภิปรายแล้วอย่างเช่น ประธานวิปฝ่ายค้านได้กราบเรียนต่อท่านประธานไปแล้ว แล้วท่านประธานบอกว่ายังเหลือ อีก ๒ ท่าน เป็นเรื่องการเข้าใจผิดครับ เพราะนั่นเป็นเพียงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่สงวน คําแปรญัตติไว้ ผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ผมแปรญัตติและขอสงวนไว้ด้วยครับ ฉะนั้นถ้าผมไม่บันทึกไว้จะกลายเป็นว่าผมสละสิทธิไม่ติดใจที่จะอภิปราย ก็ขอยืนยัน ท่านประธานสั้น ๆ ครับว่า ผมยังติดใจที่จะอภิปรายในชื่อร่างครับ ขอขอบคุณครับ
อาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ
ท่านประธานคะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกาฬสินธุ์นะคะ จะใช้ ความเป็นผู้หญิงเจรจากับท่าน แต่ไม่อ้อนวอนและไม่ร้องขอนะคะ จะเรียนท่านว่าที่จริงแล้ว เรากําลังพูดกึ่งว่าตอนสมัยที่อยู่ในกรรมาธิการ มีลักษณะอย่างนี้ค่ะปิดอภิปรายเยอะ พอมาถึงสภาใหญ่ ต้องเรียนท่านว่าการที่จะเสนอปิดอภิปรายต้องไม่ใช่เพราะเหตุรําคาญ หรือเพราะบอกว่ามันเบื่อ แล้วก็เสนอ หลายครั้งนะคะตอนที่รัฐธรรมนูญก็เสนอปิด ด้วยความรําคาญ นั่งฟังจนเบื่อแล้ว สาระมันวกวน มันก็เรื่องของเขา เขาทนพูดได้ ทําไมท่านทนฟังไม่ได้ละคะ เพราะฉะนั้นมีหลายท่านที่ยังเสนออยู่ แค่กรรมาธิการก็ยัง ไม่หมดเลยนะคะ แล้วนับประสาอะไรกับคนอื่นซึ่งไม่ใช่คณะกรรมาธิการ ทําใจใหญ่ ๆ ทําใจ กว้าง ๆ หน่อย งานนี้ก็เป็นงานใหญ่ กฎหมายใหญ่ คนที่จะได้ประโยชน์ก็มากมาย ท่านประธานไม่ใช่บอกว่าขอร้องคนนั่นขอร้องคนนี้ ถ้าเขาทําผิดข้อบังคับ ท่านก็ใช้อํานาจ ประธานสิคะ ที่จะบอกว่าเสนอไม่ได้ เสนอปิดไม่ได้ แล้วก็ให้อภิปรายต่อ ไม่อย่างนั้นไม่จบ อยากจบเร็วไม่ใช่หรือ
ท่านครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ สมาชิกสภาและก็ในฐานะกรรมาธิการ จริง ๆ ผมก็เห็นใจผู้ที่กําลังอภิปรายครับ อย่างเช่น น้องคนสุดท้องแกอ้างถึงพ่อ ก็เห็นใจครับ คือคนเราถ้าอ้างกันถึงพ่อถึงแม่แล้วมันไปไกล เลยครับท่านประธาน แต่ว่าโดยความบังเอิญ คือน้องเขามีความสามารถครับ คุณอรรถวิชช์ ผมเชื่อแน่ว่าสักวันหนึ่งก็ได้เป็นใหญ่กว่านี้แน่ แต่ว่าผมเข้าใจว่าคุณพหลคิดไม่ต่างจากพวกผม หรอกครับ อภิปรายมันก็เวียนอยู่อย่างนี้ละครับ ผมยังชอบพี่นิพิฏฐ์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เป็นพี่ชายผม ที่ขออภิปรายทุกมาตราครั้งเดียวจบ มันก็มาม้วนเดิมละครับ เพราะมันมีจุดยืน อยู่อย่างนี้ ท่านประธานฟังผมให้จบนะก่อนที่ผมจะประท้วงประธาน มันมีจุดยืนออก เขาให้สัมภาษณ์มาทุกคนที่ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าต้องวีนประวิงต้องเอากันจนถึงที่สุด แล้วไม่ให้ผ่าน นั่นคือเจตนา บางคนก็เอ่ยถึงสามเสน บังเอิญผมมาจากจังหวัดสุรินทร์ก็มาลง สามเสน มาจากใต้ก็ลงสามเสน ผมจุดเดียวกันเหมือนกันครับที่สามเสน ฝ่ายเราก็บอกว่า ต้องจบ ทีนี้ก็ไม่ติดใจท่านประธาน แต่ว่าบังเอิญคุณพหลเสนอมาแล้ว ท่านประธานผมเห็นใจ เพราะใจประธานเดี๋ยวนี้ทําท่าจะเข้าข้างฝ่ายค้าน ผมรู้ ผมเข้าใจ แต่ว่าท่านประธานจะเลี่ยง ระเบียบไปได้หรือครับ ในสภาแห่งนี้ก็ใช้รัฐธรรมนูญ ถ้าผิดก็ไปว่าที่ศาลรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ ไม่มี ผมพูดตลอดว่าไม่มีใครสามารถที่มาบอกว่าผมผิดรัฐธรรมนูญ หรือฝ่ายค้านผิดรัฐธรรมนูญ หรือฝ่ายผมผิดรัฐธรรมนูญ ที่ ๆ เดียวที่จะตีความรัฐธรรมนูญคือศาลรัฐธรรมนูญ แต่ท่านประธานนี่มันมีข้อบังคับบังคับ เมื่อเขาเสนอเป็นญัตติขอปิดการอภิปราย ประธาน มีทางเดียว ท่านรักพรรคประชาธิปัตย์ขนาดไหนฝ่ายค้านขนาดไหนแต่ประธานทําไม่ได้
ท่านอย่าไปว่าอย่างนั้นนะครับ
จะจบแล้วท่านประธาน ต้องปฏิบัติ ตามขบวนการของข้อบังคับท่านประธานครับ ผมก็เลยยังยืนยันให้ประธานปฏิบัติตาม ข้อบังคับ เหมือนผม ผมก็เห็นใจเขามากครับ แต่ว่าต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ผมว่าประธาน ถ้าประธานยังไม่ใช้ข้อบังคับยิ่งไปไกล จะไปไกลมากกว่านี้ครับ ผมก็เลยอยากกราบเรียน อันนี้ไม่ได้โกรธประธานนะครับ แต่ก็ไม่ค่อยดีใจกับประธานเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้ผมต้องทําตามข้อบังคับท่านครูมานิตย์ แต่ว่าผมพยายามจะประนีประนอม เพื่อให้ การประชุมผ่านไปได้ แต่ว่าถ้าอย่างนี้ผมก็มีทางเดียวผมก็ลงมติ แต่ว่าก่อนจะลงมติผมก็ต้อง ฟังความเห็น ผมให้โอกาสทุกฝ่ายครับ แต่ว่าท่านจะไปกล่าวหาผมอย่างนี้ก็ไม่ค่อยถูก เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องเชิญเข้าห้องประชุม ท่านประวีณเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปวีณ แซ่จึง จังหวัดศรีษะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ผมจะประท้วงตั้งแต่ประธานเจริญอยู่ในห้องประชุม ท่านอย่าอะลุ่มอล่วย ท่านอย่าปฏิบัติหน้าที่เกินอํานาจ ข้อ ๘ อํานาจด้วยการกํากับดูแล บังคับการประชุมไม่ได้ให้อํานาจประธานในบางข้อ มีเพียง ๑๘๔ ข้อ ข้อบังคับการประชุม มาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๔ ที่ให้อํานาจ ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่าเราคิดว่าเราจะ อะลุ้มอล่วยกันและจะให้มันยุติ ไม่ยุติหรอก ผมเพียงแต่จะเรียนท่านว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ผมเคยพูดตลอดเวลาว่าการแปรญัตติต้องเรียงตามมาตรา เริ่มตั้งแต่ชื่อ คําปรารภ บันทึก หลักการและเหตุผล มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ ต้องเรียงตามมาตรา ถ้าสมมุติว่า มาตรา ๑ หรือคําปรารภ ชื่อไม่ผ่าน เขาเสนอให้ลบชื่อออก ไม่มีชื่อเลย ก็ยุติ กฎหมายฉบับนี้ ก็ตกไป เพราะไม่มีชื่อ แต่ถ้าที่ประชุมเห็นว่ามันควรอยู่ก็เขียนชื่อมันไว้ มันก็จะพิจารณา ต่อไปได้ มันเสียเวลาที่ประชุม ผมเสนอท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมไม่อยากพูดให้มัน เสียเวลาที่ประชุม ท่านจะให้มีการอภิปรายต่อไปท่านต้องกําหนดว่าจะให้อภิปรายได้ คนละกี่นาที ไม่อย่างนั้นจะพูดคนละ ๓๐ นาที เหลืออีก ๘ คนจะใช้เวลาอีกเท่าไร ทั้ง ๆ ที่ สาระสําคัญจริง ๆ ตั้งแต่ผมเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมืองผมไม่เห็นเขาแปรญัตติชื่อ สักครั้งเดียว มีครั้งนี้ ก็แสดงให้เห็นว่ามีเจตนาอะไรกันแน่ สาระสําคัญไม่ได้อยู่ที่ชื่อ ชื่อรับหลักการไปแล้ว สิ่งที่สําคัญที่สุดก็คือมาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ ให้เป็น สาระสําคัญที่จะเขียนควรจะแปรญัตติ ไม่ใช่แปรญัตติอย่างนี้ และมีบางท่านแปรญัตติ ลบชื่อออก ไม่ให้มีชื่อ แล้วจะพิจารณาอย่างไรต่อไปถ้าที่ประชุมแห่งนี้เกิดบังเอิญเห็นด้วยว่า ให้ลบชื่อออก ก็ยุติสิครับ กฎหมายฉบับนี้ไม่ต้องพิจารณาแล้ว ผมเสนอท่านประธานนะครับ ว่าให้มีการกําหนดลงไปด้วยว่าจะให้อภิปรายคนละกี่นาที เพื่อให้เป็นข้อยุติ แล้วเราก็จะไม่มี การประท้วงกันครับ
มีผู้เสนอปิดอภิปรายนะครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นบ้างครับ ท่านนิพนธ์เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมตลอดเวลานี่ชื่นชมการทําหน้าที่ของท่านประธาน และวันนี้ ท่านประธานก็ทําหน้าที่ได้อย่างดีนะครับ ไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเลย แต่ผมอยากจะ อย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านต้องสร้างความถูกต้องให้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ ทําไมถึงให้มี การแปรญัตติละครับ ทําไมต้องกําหนดแปรญัตติในสภาแห่งนี้ว่ากี่วัน ๗ วัน ๑๕ วัน มีความสําคัญอย่างไร เป็นกระบวนการในการพิจารณากฎหมาย เป็นขั้นตอนของ การพิจารณากฎหมาย และทําไมต้องนัดสมาชิกไปแปรญัตติกําหนดวันนั้นวันนี้ เขาเป็น เจ้าของญัตติสามารถที่จะอภิปรายได้ ไปตัดสิทธิไม่ได้เลยตามข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ที่ทํากันมานั้นเป็นปัญหาในศาลรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว แต่ผมคิดว่าท่านประธานวิสุทธิ์ท่านเป็น คนที่ตรงไปตรงมาในการทําหน้าที่ ท่านต้องพิจารณาประเด็นนี้นะครับว่าไปตัดสิทธิไม่ได้ อย่างเด็ดขาด ผู้ที่แปรญัตติ ผมก็แปรญัตติ ผมในฐานะตัวแทนประชาชนคนหนึ่งไม่มีสิทธิ ที่จะพูดในสภาแห่งนี้เลยหรือครับ และผมก็เสียใจครับกับตระกูลวรปัญญาที่สนิทสนมกันมาก ทําหน้าที่ได้เพียงแค่ปิดอภิปรายเท่านั้นเอง นี่เรียนตรง ๆ นะครับ ท่านประธานครับ ผมเป็น คนหนึ่งที่ทําอะไรตรงไปตรงมา และเป็นปัญหาแน่กฎหมายฉบับนี้ถ้าไปตัดสิทธิการอภิปราย ผมเป็นเจ้าของญัตตินะครับ ผู้แปรญัตติ ผมยังไม่ได้พูดอะไรเลย โดยเฉพาะ ส.ส. เขตเขาก็ เป็นตัวแทน ส.ส. ของประชาชน ๑๕๐,๐๐๐ คนเหมือนกัน ผมก็เป็นบัญชีรายชื่อ ก็เป็น ตัวแทนของประชาชน ผมไม่สามารถที่จะใช้สิทธิใช้เสียงของผมในการที่จะแสดงความเห็น กฎหมายลักษณะอย่างนี้หรือครับ กฎหมายฉบับนี้ไม่มีทางสร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้น ในชาติอย่างเด็ดขาด อย่างน้อยที่สุดกรรมาธิการบางคนที่ผมเคยชอบพอผมจะไม่พูดด้วยเลย การเสนอกฎหมายฉบับนี้ ผมเรียนอย่างนี้ครับ ท่านทําไม่ถูกนะครับ ว่าไปตัดสิทธิของ ส.ส. ตัวแทนประชาชนไม่ได้อย่างเด็ดขาดในฐานะเจ้าของญัตติ อันนี้ผมคิดว่าท่านไปปรึกษาดูอีกที ที่ผ่านมานั้นมีปัญหาแน่นอนในการพิจารณารัฐธรรมนูญ ผมต้องเรียนท่านอย่างตรงไปตรงมา ท่านทําหน้าที่ดีแล้ว ไม่มีหรอกครับ สภาทุกยุคทุกสมัย มียุคนี้เท่านั้นที่ตัดสิทธิของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในการไม่ให้ใช้สิทธิใช้เสียง ผมจะพูดอะไรรู้หรือครับ แล้วให้ผมไปแปรญัตติ ทําไม กําหนดให้ผมไปแปรญัตติทําไม แล้วในขั้นตอนของกฎหมายนี้ให้มีการแปรญัตติแม้แต่ วันพิจารณารัฐธรรมนูญครั้งแรกองค์ประชุมไม่ครบไม่สามารถแปรญัตติได้ ก็ยังมานัด วันประชุมอีกว่ากําหนดแปรญัตติ มันไม่มีความหมายเลยหรือ เพราะฉะนั้นมันทําไม่ถูก และอย่างสร้างประวัติศาสตร์ที่เลวร้ายขึ้นในสภาแห่งนี้ที่ไม่ถูกต้อง ผมเรียนอย่างนี้ครับ อย่างตรงไปตรงมาแล้วก็มีปัญหาแน่ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ถ้าท่านตัดสิทธิ ขอบคุณครับ
ท่านนายแพทย์สุกิจครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นผู้หนึ่ง ที่สงวนคําแปรญัตติไว้ แล้วก็มีความประสงค์จะอภิปราย แต่ว่าเมื่อทางโน้นเสนอญัตติ ปิดอภิปรายมา ซึ่งผมไม่เห็นด้วย ถือเป็นการเสนอญัตติที่อัปยศ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วย ผมขอเสนอให้เปิดอภิปราย ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญสมาชิกที่อยู่นอกห้องครับ ต้องลงมตินะครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เชิญท่านสมาชิกอยู่นอกห้องเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องเข้าห้องประชุม จะขอมติครับ ท่านที่มานั่งประจําที่แล้วเสียบบัตรแสดงตนนะครับ ท่านชํานิครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชํานิ ศักดิเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่ท่านประธานจะดําเนินการต่อไปอย่างไร ผมขออนุญาตปรึกษาท่านประธานสักนิดครับ เพราะว่านี่เป็นวิธีการพิจารณากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านประธานครับ และวันนี้มีผู้ที่พยายามที่จะท้วงติงในการสงวนคําแปรญัตติไว้เป็นจํานวนมาก มีทั้งสมาชิก เสียงข้างน้อย กรรมาธิการเสียงข้างน้อยสงวนความเห็น มีทั้งสมาชิกผู้ขอแปรญัตติและก็ ขอสงวนความเห็น และทุกคนก็รอคอยที่จะให้ความเห็นของตัวเองต่อสภา คนที่เขาเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยเขามีสิทธิ แต่ท่านประธานครับ เราไม่มีสิทธิที่จะไปวินิจฉัยตัดสิทธิ การดําเนินการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณากฎหมายฉบับนี้นะครับ ผมไม่ได้ ท้วงติงท่านประธานไปในกรณีอื่น ผมไม่ได้บอกท่านประธานว่าอนาคตมันจะเป็นอย่างไร แต่ท่านประธานลองวินิจฉัยใหม่อีกทีสิครับว่ากระบวนการพิจารณาของเราเป็นไปตาม ข้อบังคับการสงวนสิทธิของเพื่อนสมาชิกทุกคนก็เป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ตามข้อบัง และความเห็นเหล่านี้เขาได้ให้เป็นความเห็นต่อคณะกรรมาธิการแล้ว คณะกรรมาธิการ ไม่เห็นด้วยแล้วก็ให้สงวนความเห็นไว้เพื่อใช้ต่อการอภิปรายในที่ประชุมใหญ่ แต่พอกลับมา ที่ประชุมใหญ่เขาไม่มีสิทธิที่จะใช้สิทธิอย่างนั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้องและเป็นเรื่องที่ เป็นไปไม่ได้แน่นอน การวินิจฉัยของท่านประธานจะต้องไม่ก่อให้เกิดปัญหาในอนาคต ผมไม่เข้าใจว่าในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่วิธีการปิดปากเสียงข้างน้อยใช้เสียงข้างน้อย มากดดันเสียงข้างน้อยด้วยเสียงข้างมากไม่ให้พิจารณากฎหมายตามกระบวนการ ตามรัฐธรรมนูญ ตามข้อบังคับ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ทําไม่ได้ ท่านประธานลองวินิจฉัยใหม่ และลองหาวิธีใหม่ในการพิจารณาเรื่องนี้เถอะครับ
มีผู้เสนอเปิดและผู้เสนอปิดนะครับ เชิญเสียบแสดงตนครับ ผมต้องทําตามหน้าที่ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าถ้ามีการทําผิดรัฐธรรมนูญ ท่านประธานก็จะถูกยื่นถอดถอน ซึ่งผมไม่ประสงค์จะให้เป็นไปเช่นนั้น ฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่าขอความกรุณา เพื่อนฝั่งรัฐบาล ผมจะอภิปรายเพียง ๑๐ นาทีเท่านั้นครับท่านประธาน คือเพื่อให้ เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจว่าเหตุใดผมถึงแปรญัตติเช่นนี้ เพราะผมอภิปรายแล้วผมเชื่อว่า เพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่อาจจะเห็นด้วยกับผมก็ได้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นในเรื่อง การที่จะลงมติกัน ที่ผิดข้อบังคับและรัฐธรรมนูญนั้น อาจจะนําเป็นเหตุให้ถอดถอน ท่านประธาน ซึ่งผมไม่มีความประสงค์ครับ ผมขอความกรุณาท่านประธานขอเพื่อน ฝั่งรัฐบาลว่าให้ผมอภิปราย ๑๐ นาทีไม่ได้ เอาแค่ ๘ นาทีก็พอ ขอขอบคุณท่านประธานครับ
มีผู้เข้าประชุม ๓๐๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปจะถามมติว่าเห็นด้วยกับการเสนอให้ปิดอภิปรายหรือไม่ครับ เห็นด้วย โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ ผมขอลงคะแนนนิดหนึ่ง คืออย่างนี้ท่านใดเห็นด้วย กับการเสนอการปิดอภิปรายโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย นะครับ ท่านใดไม่เห็นด้วยโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ท่านใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง นะครับ เชิญลงคะแนนครับ เดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวให้ผมลงคะแนนสักครู่หนึ่งท่านครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผลคะแนนได้ครับ เดี๋ยวนะครับ รอท่านประเสริฐสักครู่หนึ่ง เรียบร้อย ส่งผลคะแนนด้วยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๔๑๖ ท่าน เห็นด้วยให้การปิด ๓๐๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๓ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๘ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมเห็นด้วยให้มีการปิดอภิปรายนะครับ
เชิญอาจารย์ครับ ยกมือก่อน เชิญครับ ท่านบุญยอดนั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมเห็น มีท่านสมาชิกอภิปรายไปหลายท่านแล้วครับ ท่านประธานยังไม่ได้วินิจฉัยนะครับ ที่มีคนอภิปรายว่าการดําเนินการปิดอภิปรายในญัตติที่กําลังขอแปรญัตตินั้นไม่อาจทําได้ เพราะขัดต่อข้อบังคับและรัฐธรรมนูญ ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่านครับ ท่านนิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ผมจึงไม่อยากจะกล่าวซ้ํา ถ้าท่านประธานยืนยันว่าผมนายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ แปรญัตติไว้ในหน้า ๗ บรรทัดวรรคสุดท้ายนะครับ เป็นเพียงคนเดียว ไม่มีผู้ร่วม ญัตติด้วย ก็ขอความเห็นว่าผู้เสนอญัตติในการแปรญัตติและกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผมขอ สงวนไว้ ไม่มีสิทธิอภิปรายในสภาในวาระที่สอง แล้วจึงมีการลงมติปิดอภิปราย ซึ่งผมขอ ประท้วงพูดก่อนจะลงมติ ท่านประธานบอกให้ผมรอก่อนลงมติแล้วค่อยพูด ก็ขอยืนยันว่า อยากฟังเสียงคําวินิจฉัยของท่านประธานว่าผู้แปรญัตติไม่มีสิทธิอภิปรายในวาระที่สอง ซึ่งเป็นการคัดข้อบังคับและรัฐธรรมนูญครับ เพื่อยืนยันบันทึกไว้ ผมจะได้ไปยื่นเรื่องราว ต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไปในวันพรุ่งนี้ครับ ขอบคุณครับ
ก็เป็นสิทธิของท่านนะครับ ผมไม่วินิจฉัยเรื่องนี้แล้วครับ ต่อไปผมจะถามญัตติแล้วนะครับ ท่านบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ผมเข้าใจว่าเมื่อสักครู่นี้ การลงมติก็คือตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๖) ขอให้ปิดอภิปรายนะครับ ท่านประธานครับ ผมต้องทักท้วงไว้นะครับ ตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัดที่ท่านประธานได้ดําเนินการไปแล้วนั้น ในข้อ ๔๗ ผมอ่านสั้น ๆ ให้ฟังนะครับ เมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ห้ามเสนอ ญัตติอื่นขึ้นพิจารณา เว้นแต่ญัตติต่อไปนี้ (๖) ขอให้ปิดอภิปราย ทําไปถูกแล้วนะครับ ข้างหลังครับ ญัตติตาม (๓) (๕) และ (๖) เมื่อที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่เสนอแล้ว ห้ามไม่ให้เสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก ดังนั้นตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เมื่อสักครู่นี้ทําไป เรียบร้อยแล้วนะครับ ญัตติที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ ก็คือร่างพระราชบัญญัติ ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วในเรื่องร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทํา ความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองของประเทศ พ.ศ. .... ดังนั้นผมอยากถามท่านประธานว่าเมื่อสักครู่ที่ทําไปแล้วต่อไปทําไม่ได้อีกแล้ว ใช่หรือไม่
ไม่เกี่ยวกันครับท่านบุญยอด ผมถามมติก่อนนะครับก่อนจะสับสน ต่อไปให้มีการลงมติในชื่อ ร่างพระราชบัญญัติซึ่งไม่มีการแก้ไข โดยกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตตินะครับ เชิญสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนนะครับ สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ ร่างของกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นหรือผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านใดเห็นงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ยังมีท่านใดไม่ได้ใช้สิทธิบ้างครับ ใช้สิทธิเรียบร้อยนะครับ ถ้าเรียบร้อยส่งผลคะแนนครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๔๑๗ ท่าน เห็นด้วยกับกรรมาธิการ ๓๐๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๐๙ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนไม่มีครับ
ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อ ท่านบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อครับ ข้อทักท้วงของผม เมื่อสักครู่ที่ถามท่านว่า ข้อ ๔๗ (๖) ได้ทําไปแล้วในการเสนอญัตติที่กําลังพิจารณา ญัตติขณะนี้อยู่ คือร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมจะกระทําไม่ได้อีกแล้วใช่ไหมครับ เพราะผมก็ดูต่อนะครับ เราก็ได้ขอไปแล้วว่า เช่น การขอให้เลื่อนการศึกษาหรือพิจารณา ใน (๕) ถ้าทําได้นะครับ ในทุกมาตรา มาตราต่อ ๆ ไปผมก็จะขอทําตาม (๓) (๕) (๖) (๗) เช่นเดียวกันในมาตราต่อ ๆ ไป เช่น มาตรา ๓ ขอให้ส่งปัญหาไปยังกรรมาธิการ มาตรา ๕ ขอให้เลื่อนการศึกษาหรือพิจารณา มาตรา ๗ (๗) นะครับ ขอให้ยกเรื่องอื่นขึ้นมาปรึกษา หรือพิจารณา ถ้าทําได้ในการปิดอภิปรายได้ทุกมาตราผมจะเสนอ (๓) (๕) และ (๗) ในทุกมาตราได้ใช่หรือไม่ครับ
ไม่ได้ครับ ผมไม่เข้าใจที่ท่านบุญยอดถาม มันคนละมาตราครับท่านบุญยอด คนละเรื่องครับ ผมทําตามข้อ ๖๒ เมื่อสักครู่สั่งปิด บอกแล้วท่านวัชระครับ ข้อ ๖๕ (๒) เมื่อกี้ที่ผมพูดไป เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
ไม่ใช่ครับท่านประธาน ท่านประธานยังไม่เข้าใจสิ่งที่ผมตั้งคําถาม เพราะว่าไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะมีคนขอขึ้นมา ปิดอภิปรายอีก ถูกไหมครับ เพราะเขาทําตาม ข้อ ๔๗ (๖) ในการขอปิดอภิปรายไปแล้ว เมื่อสักครู่ ทําความเข้าใจตรงกันนะครับ ต่อไปขอปิดอภิปรายในข้อนี้ไม่ได้แล้วตามช่วงท้าย ของข้อ ๔๗ วรรคท้ายครับ ทําไม่ได้แล้วนะครับ
ทําได้ ไม่เกี่ยวกันครับ คนละเรื่อง
ถ้าทําได้ ถ้าอย่างนั้นผมขอเสนอ ญัตติครับ ขอให้ส่งปัญหาไปยังกรรมาธิการเพื่อพิจารณาครับ ขอผู้รับรองครับ
เรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ ท่านบุญยอดผมยังไม่เข้าใจที่ท่านถาม เรื่องอะไรครับ เสนอญัตติอะไร ผมไม่เข้าใจ
คืออย่างนี้ครับ ผมกําลังทํา ความเข้าใจกับท่านว่าการลงมติไปเมื่อสักครู่ที่ปิดอภิปรายเป็นไปตาม ข้อ ๔๗ (๖) ตกลง ตามนี้ใช่ไหมครับ ใช่นะครับ เขาขออภิปรายตาม ข้อ ๔๗ (๖) ซึ่งช่วงท้ายบอกว่าญัตติตาม (๓) (๕) (๖) (๗) นี้จะทํากระทําได้เพียงครั้งเดียว พูดง่าย ๆ ห้ามไม่ให้เสนอญัตตินี้ขึ้นมาอีก ถ้าลงมติไปแล้ว ดังนั้นผมจึงเตือนท่านว่าเมื่อสักครู่นี้ทําไปแล้ว ในมาตราอื่น ๆ หรือว่า เรื่องคําปรารภอะไรต่าง ๆ นี้ท่านจะขอเสนอปิดอภิปรายอีกไม่ได้ ถ้าท่านตอบว่าได้ ผมทดลองให้ท่านดูครับ ผมขอทดลองนะครับ ผมขอให้เลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาตาม (๕) ครับ ขอผู้รับรองอีกครั้งครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ทําได้ไหมครับ
ผมไม่เข้าใจที่ท่านบุญยอดถาม ผมยังงง ผมไม่เข้าใจที่ท่านถามจริง ๆ ครับ เพราะไม่เคยมี การปฏิบัติมาก่อนครับ
เอาละ ท่านตอบผมทีละข้อ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย นะครับ ท่านตอบผมทีละข้อนะครับ เมื่อสักครู่ที่ปิดอภิปรายไป เนื่องจากท่านอะไรนามสกุล วรปัญญา ผมก็ไม่รู้จักท่านนะครับ ท่านขอเสนอปิดอภิปราย
ท่านบุญยอดครับ เดี๋ยวสักครู่มีผู้ประท้วง เชิญท่านจุลพันธ์ มีผู้ประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานครับ ต่อข้อหารือของ ท่านบุญยอด ผมเรียนต่อท่านประธานว่าตามข้อ ๔๗ (๓) (๕) (๖) (๗) นั้น เป็นการพิจารณา ในญัตติเมื่อสักครู่นี้ ก็คือมติเรื่องการลงมติเรื่องชื่อร่างของพระราชบัญญัติที่กําลังพิจารณาอยู่ ตอนนี้ก็เข้าสู่การพิจารณาเรื่องคําปรารภ ญัตติตามข้อ ๔๗ (๓) (๕) (๖) (๗) นั้นเสนอซ้ํา ได้อีกครับ เพราะเป็นญัตติใหม่ในเรื่องของคําปรารภแล้ว ท่านบุญยอดผมเรียนด้วยความ เคารพว่าสามารถเสนอได้ครับ วรรค ๕ ก็ได้ครับ แต่เมื่อแสดงเจตจํานงว่าจะไม่อภิปราย ผมก็เกรงว่าท่านพหลจะเข้าใจได้ว่าไม่มีการพิจารณาอภิปรายต่อก็จะมาเสนอปิดอภิปรายอีก ซึ่งเราไม่อยากจะเห็น เราอยากจะเห็นการพิจารณาอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ครับ ก็เรียน ท่านประธานครับ
คืออย่างนี้นะครับ ท่านบุญยอดเรื่องเมื่อกี้มันจบไปแล้วนะครับ ตอนนี้ผมขึ้นเรื่องใหม่แล้วครับ
ขอต่อเนื่องว่าถ้าท่านพิจารณาว่า ชื่อเรื่อง คําปรารภ มาตรา ๑ มาตรา ๒ เป็นที่ละญัตติใช่ไหมครับ ถ้าเป็นที่ละญัตติ ก็สามารถที่จะทําได้ทุกครั้งในทุกญัตติใช่ไหมครับ ถ้าจะเอาอย่างนั้นผมก็เรียนท่านว่า ท่านปิดไปแล้วเมื่อกี้ เดี๋ยวพอมาถึงมาตรา ๑ ท่านก็จะขอปิดอีก ถ้าท่านทําได้ ผมก็จะทําตาม มาตรา ๓ มาตรา ๕ และมาตรา ๖ และมาตรา ๗ หรือว่ามาตรา ๑ ต่าง ๆ มานี้ผมก็จะต้อง ทําได้ในทุกมาตราเช่นกัน เช่นในขณะนี้เมื่อกี้ท่านบอกท่านทําได้นะครับ ถูกไหมครับ ถ้าท่านทําได้ผมขอยกอย่างนี้ครับ (๗) ขอยกเรื่องอื่นขึ้นมาปรึกษาหรือพิจารณา ขอยกกรณี ม็อบที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ขึ้นมาพิจารณาในขณะนี้ครับ ขอผู้รับรองครับ ได้ไหมครับ
มันคนละเรื่องครับท่านบุญยอด ผมกําลังพิจารณาเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมอยู่ ท่านจะไป ทําอย่างนั้นไม่ได้
ก็ผมใช้ข้อ ๔๗ (๗) ครับ ทําไม ถึงทําไม่ได้ครับ ก็เมื่อสักครู่ตกลงว่าคําอธิบายของท่านคือให้ทําได้ในทุกญัตติใช่ไหมครับ ในทุกมาตรา ผมจะทําอย่างนี้ในทุกมาตรา ผมจะขอให้รวมระเบียบวาระ ผมจะแปรญัตติ เฉพาะในเรื่องพระราชบัญญัติ ผมจะขอให้รวมหรือแยกประเด็น ผมขอให้เรื่องการศึกษา พิจารณา ขอให้ปิดอภิปราย ขอให้ยกเรื่องอื่นมาพิจารณา ผมทําทุกมาตรานะครับ เห็นไหมครับว่ามันทําไม่ได้ ผมจะบอกว่ามันทําไม่ได้ โดยสามัญสํานึกนี้ในข้อนี้มันเขียน อยู่แล้วว่าทําได้ครั้งเดียว และจริง ๆ ไม่ควรมาทําวาระที่สองด้วย เพราะวาระที่สองมันเรียง มาตราอยู่ จะมาตัดกันทีละมาตราไม่ได้ครับ เราทําผิดพลาดกันมาตลอดตั้งแต่ร่างแก้ไข รัฐธรรมนูญครับ เพราะขณะนี้ผมยืนยันนะครับท่านได้ปิดอภิปรายไปแล้วตามข้อ ๔๗ (๖) ท่านจะขอปิดอภิปรายอีกไม่ได้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านจุลพันธ์ครับ
ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่นะครับ การเสนอญัตติตามข้อ ๔๗ (๗) ของเพื่อนสมาชิกท่านบุญยอด เมื่อสักครู่นี้ขัดต่อข้อบังคับการประชุมข้อ ๔๙ ครับ เพราะว่าข้อ ๔๙ เขาบอกว่าญัตติ ตามข้อ ๔๗ (๗) ห้ามเสนอในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งเรากําลังพิจารณากันอยู่ เพราะฉะนั้น ข้อ ๔๗ (๗) ไม่ได้นะครับ ข้อ ๔๗ (๕) ถ้าอยากเสนอเลื่อนจริง ๆ ได้เลยครับ แต่มันก็เป็นการแสดงเจตจํานง ที่ชัดเจนว่าเราไม่อยากจะนําเสนอในคําแปรญัตติ ไม่อยากจะอภิปรายกันต่อในเรื่องนี้แล้ว ผมก็เกรงว่าจะมีเพื่อนสมาชิกมาใช้ข้อ ๔๗ (๖) ปิดอภิปรายอีกนะครับ ยังไม่อยากเห็น อยากจะฟังครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านนิพธน์ครับ
ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ ผมประท้วงท่านประธานว่าท่านทําผิดข้อบังคับการประชุมนะครับ ที่ให้มีการปิดอภิปราย เมื่อสักครู่นี้แล้วลงมติ ผมอยากถามตรง ๆ นะครับท่านประธาน สภาแห่งนี้ต้องการ ที่จะตัดสิทธิตัดเสียง ผมในฐานะและสมาชิกอื่น ๆ ที่ในฐานะที่เป็นผู้แปรญัตติใช่หรือไม่ครับ ผมถามว่ากรรมาธิการเชิญผมไปทําไม ไปแปรญัตติทําไมครับ เชิญทําไมกรรมาธิการชุดนี้ แล้วก็มีการแปรญัตติที่เกินร่างหลักการด้วยซ้ําไปก็มี ผมต้องการถามแค่นี้ ถ้าอยากต้องการ ตัดสิทธิของผม และสมาชิกทั้งมวลที่แปรญัตติ คุณก็อ่านเลยสิครับ พออ่านร่างคุณก็เสนอ ปิดอภิปรายไปเลยไม่ต้องมีการอภิปรายทั้งสภานี้เลย ให้มันรู้ไปเอาสิครับ
กรุณาอยู่ในความสงบครับ อย่าไปส่งเสียงดังครับ ผมทําไปตามข้อบังคับแล้วครับ ท่านนั่งลง เถอะครับ พอแล้ว เรื่องผ่านไปแล้วครับ ท่านนิพนธ์ผมนับถือท่านนะครับ ท่านนั่งลงได้แล้ว พอแล้วพอสมควรแล้วครับ ไม่เป็นไรครับ ในเมื่อมีผู้เสนอให้ปิด เรื่องนั้นมันจบไปแล้วครับ ท่านนิพนธ์เดี๋ยวว่ามาตราใหม่ เชิญท่านครูมานิตย์ ทีละท่านครับ อย่าประท้วงทีละหลายท่าน ไม่ได้ เชิญท่านครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ จริง ๆ ผมเห็นใจ ท่านประธานทั้ง ๓ ท่านจริง ๆ ในเรื่องของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะว่ามีจุดยืนที่ต่างกัน ผมกราบเรียนกับท่านประธานอย่างนี้ว่าพวกผมนี่อยู่ซีกฝ่ายรัฐบาล แล้วแน่นอนที่สุดครับ พวกเราได้รับเลือกตั้งจากประชาชนทั้งประเทศมาจํานวนมาก เพราะซีกเรานี่มีผู้แทนราษฎร อยู่ ๒๖๐ กว่าท่าน รวมกับพรรคร่วมด้วยเกือบ ๓๐๐ ท่าน เพื่อนสมาชิกอีกซีกหนึ่งผมเห็นใจ เขาได้มา ๑๐๐ กว่าท่าน นี่คือกระบวนการประชาธิปไตยครับ เชิญโห่ก่อนก็ได้ครับ เพื่อความสบายใจ แล้วผมจะได้พูดต่อ แต่กระบวนการการอภิปรายในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ก็เขียนไว้ชัด ท่านประธานครับ ข้อบังคับก็เขียนไว้ชัด แล้วท่านประธานไม่ต้องกลัวนะครับ ท่านประธานไปเปิดดูกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๕ ในเรื่องการควบคุมร่างข้อบังคับ หรือการวินิจฉัยรัฐธรรมนูญ แล้วก็มาดูข้อบังคับ ข้อ ๑๗๗ ที่ประชุมแห่งนี้เป็นผู้วินิจฉัย ฉะนั้นท่านประธานไม่ต้องกลัวเรื่องคําว่าถอดถอน แล้วประการสุดท้ายท่านประธานครับ พวกผมไม่ได้ปิดปาก แต่ดูที่เจตนา ให้อภิปรายมาตั้งแต่เช้าจนขณะนี้ ยังไม่ผ่านแม้แต่ มาตราเดียว ท่านประธานคิดดูนี่บ่ายสี่โมง ๒๘ นาทีแล้วครับ เปิด ๑๐ โมงเช้า
พอแล้วครับ
จะจบแล้วท่านประธานที่มีหัวใจ ของพรรคฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ ผมจะจบแล้ว จะลงอยู่แล้วท่านประธาน พวกผม ไม่มีเจตนาจริง ๆ น้องพหลผมนี่เขาไม่ได้ตั้งใจหรอกครับที่จะเสนอหรอกครับ แต่ว่า ให้อภิปรายจนแล้วท่านประธานคอยดู มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ ก็จะเป็นหนังเวียน หนังซ้ํา นี่ผมยืนยัน ไม่เชื่อเปิดเทปดูกันก็ได้ หลังจากนี้ ผมยืนยันอย่างนั้นครับ แต่ถ้าประเด็นใหม่ เรื่องใหม่ ผมจะนั่งฟังครับ แล้วผมก็ อดทนอดกลั้นมาในกรรมาธิการผมก็นั่งฟัง ฟังมาตลอด ฟังมาทุกเรื่อง แถมบางตอนอัด เทปด้วย อัดไว้ในสมองนะครับ ไม่ได้เอาเทปจริงไปอัด เพราะมันเป็นความลับทางราชการ ผมก็ดูแล้วว่ามันพอประมาณแล้วนี่ขนาดว่าตัวชื่อคําร่าง คําปรารภ แล้วยังไม่เข้ามาตรา ผมยังยืนยัน ผมชอบพี่นิพิฏฐ์ผมจริง ๆ ครับ
พอแล้วครับ เดี๋ยวผมจะไปแล้ว เสียเวลาพอสมควรแล้ว เชิญท่านเทอดพงษ์ ท่านครูมานิตย์ พอแล้ว ก็ท่านบอกเสียเวลามาเยอะนี้ ผมจะดําเนินการต่อเลย เชิญท่านเทอดพงษ์ คนอื่น ไม่อนุญาตแล้วครับ เชิญท่านเทอดพงษ์ครับ ท่านนั่งลงก่อนครับ ท่านรังสิมา ให้ผู้อาวุโส ได้พูด ท่านนั่งลงครับ ท่านอื่นนั่งลงก่อนครับ ท่านเทอดพงษ์ท่านยกมือตั้งนานแล้ว ต้องให้เกียรติท่านผู้อาวุโสที่ยืนข้างหน้านี่ ท่านนั่งลงก่อนครับ คนอื่นนั่งลงก่อนครับ ทีละท่าน อย่างนี้ผมไม่อนุญาตหรอก ยืนทีละ ๕ ท่าน ผมไม่สามารถที่จะให้พูดได้ เชิญท่านเทอดพงษ์ครับ
ท่านประธานครับ เทอดพงษ์ ไชยนันท์ บัญชีรายชื่อ จากจังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ผมต้องเรียนว่าผมก็อยู่สภา มานานนะครับ รูปแบบอย่างนี้ไม่มีเลยนะครับ เพราะว่าการแปรญัตตินั้นต้องถือเป็นสิทธิของ แต่ละคนนะครับ อย่างที่ท่านนิพนธ์พูด จริง ๆ ข้อบังคับเขาก็เขียนไว้หมดนะครับ เพียงแต่ เราไปตีคนละเรื่องกันเท่านั้นเองครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่าจริง ๆ แล้ว ญัตติที่ได้โหวต ไปเมื่อกี้นี้มันเป็นเฉพาะของคุณวัชระนะครับ คนอื่นไม่เกี่ยวนะครับ เพราะญัตติผมยังอยู่ ผมจะให้ท่านประธานดูข้อ ๓๗ ครับ ข้อ ๓๗ ญัตติต้องเสนอล่วงหน้าเป็นหนังสือ พวกเรา เสนอหมดนะครับ เสนอญัตติ การแปรญัตติก็คือญัตติ เราเสนอเรียบร้อยครับ มีผู้รับรอง ๕ คน ครบครับ เราทําหมดทุกคนครับ เพราะฉะนั้นเราไปดูข้อ ๔๗ เขาก็เขียนไว้ครับ เขียนชัดเจนนะครับ เขาก็บอกว่าที่ประชุมกําลังมีญัตติ ห้ามเสนอญัตติอื่นมาพิจารณา มันมีข้อปิดอภิปรายญัตติที่เรากําลังพิจารณาคือญัตติของคุณวัชระ เขาแปรญัตติของเขาครับ เรื่องที่คนอื่นไม่เกี่ยวนะครับ อันที่ปิดไปนั้นปิดของคุณวัชระนะครับ เพราะฉะนั้นที่เขาทํา กันมาตลอดหลายสิบปีเขาถึงไม่มีปัญหาครับ ท่านประธานครับ แต่ทีนี้เราไปปิดปิดหมด คนอื่นก็โดนไปด้วย แล้วมันเรื่องอะไรโดนไปด้วยญัตติผมยังอยู่ครับ แต่ว่าผมเสียไปด้วยครับ ผมทําถูกต้องหมดเลยครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ที่ว่าดําเนินการไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้น ผมอยากจะให้พิจารณากันตรงนี้ว่าครั้งต่อไปไม่ใช่อย่างนี้นะครับ เรียนท่านประธานได้พิจารณา
เชิญท่านวิทยา บุรณศิริ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม วิทยา บุรณศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีการเสนอแนะให้ท่านประธาน จริง ๆ แล้วในการ พิจารณาในวาระ ๒ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ท่านประธานจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับอย่างเข้มข้น ผมได้ติดตามแล้วก็ฟังมาตั้งแต่เช้าครับท่านประธาน และที่ผ่านมาก็มีประเด็นของการ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ ซึ่งตรงนี้ผมต้องขออนุญาตเรียนต่อท่านประธานนะครับ ผมเข้าใจว่าท่านสมาชิกมีความรู้สึกอย่างไรต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่ข้อเท็จจริงแล้ว ถ้าท่านปฏิบัติตามข้อบังคับ ท่านประธานครับ การแปรญัตติในวาระที่สองนั้นเขียนไว้ชัด ผมพยายามอ่านทุกคนที่แปรญัตติ ขออนุญาตเอ่ยนาม อย่างท่านวัชระ เพชรทอง ถ้าท่านใช้ วิธีการนําเสนอต่อที่ประชุมโดยเงื่อนไขของการแปรญัตติที่ท่านเขียนไว้มีการเพิ่ม ผมขออนุญาตอ่านนะครับ การใช้สิทธิตามสิทธิแห่งรัฐธรรมนูญโดยไม่ให้มีอาวุธสงคราม ไม่ปล้น ไม่ฆ่า ไม่โกง ไม่เผา ไม่คืนเงินแผ่นดิน ผมยกตัวอย่างแค่นี้ท่านก็บอกเหตุผลมาสิครับ ว่าเหตุผลมันเป็นอย่างไร นี่คือเหตุผลหนึ่งครับที่ผมต้องเรียนท่านประธานว่าขอให้ท่านยึด ข้อบังคับเป็นหลัก เราพร้อมที่จะฟังครับ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นและทําให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ วุ่นวายไปหมดผมฟังมาตลอดครับ กี่ชั่วโมงท่านประธานตั้งแต่เปิดมา พยายามฟังอยู่ตลอด ถึงเหตุผลการแปรญัตติของแต่ละท่าน ก็ปรากฏว่าไม่มีการแสดงเหตุผลอย่างชัดเจน จนกระทั่งเกิดเป็นประเด็นอย่างท่านสมาชิกเสนอให้มีการปิดอภิปราย ถามว่าผมเห็นด้วย หรือไม่นะครับ ผมก็ไม่สบายใจ ผมอยากให้ท่านประธานว่าจากนี้ไปท่านปฏิบัติตามระเบียบ ท่านกรุณาใช้ข้อบังคับให้เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นผู้อภิปรายสงวนคําแปรญัตติอย่างไร เสนอมาเลยครับ และให้เหตุผลแค่นั้นละครับ กรุณาให้ตรงไปตรงมาแล้วผมคิดว่าเรื่องนี้จะ สําเร็จลุล่วงลงได้และทุกคนจะได้ไม่ต้องมาประท้วงกับท่านประธาน แล้วก็มีการอภิปรายกัน อย่างออกนอกลู่นอกทางครับ ท่านประธานครับ จํากัดเวลาแล้วก็ดูว่าวิธีการนําเสนอของเขา ให้เป็นไปตามข้อบังคับในวาระสอง ทําอย่างไร ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
คืออย่างนี้ ผมไม่อนุญาตใครแล้วครับ เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อ คือประเด็นอย่างนี้ เดี๋ยวจะขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายนะครับ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ขอความร่วมมือกัน เพื่อให้การประชุมผ่านไปได้ ผมไม่ให้ประท้วงแล้วครับทุกฝ่าย พอแล้ว ท่านเลขาธิการ ดําเนินการต่อครับ
คําปรารภ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
คืออย่างนี้ครับ ที่ส่งชื่อให้ผมท่านธนา ท่านบุญยอด ท่านวิรัตน์ ท่านสุชาติ ท่านอภิสิทธิ์ ท่านอรรถวิชช์ ตามที่รายชื่อที่ผมได้มานี้ท่านจิรายุจะพูดก่อนใช่ไหมครับ ตามรายชื่อนะครับ ทีนี้ขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายว่าเสียเวลามาพอสมควรแล้ว ทีนี้ท่านวัชระก็ขอความร่วมมือ ถ้าผมขอความร่วมมือมันจะมีเหตุการณ์ก็ช่วยกันครับท่าน เชิญท่านจิรายุ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวาครับ
ท่านจิรายุ เดี๋ยวสักครู่ท่านวัชระ
สามารถพูดได้เรื่อย ๆ ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่ท่านประธานได้กล่าวพาดพิงถึงกระผมนั้น ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าการที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอปิดอภิปรายนั้นเป็นเป้าประสงค์ของเขาอยู่แล้ว และสิ่งที่ผมอภิปรายท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าท่านไม่สามารถมา ปิดปากผมได้ เพราะในมาตรา ๑ ผมก็สงวนชื่อร่างพระราชบัญญัติเอาไว้เหมือนกับชื่อร่าง กฎหมายทุกประการ ขอให้พี่น้องประชาชนติดตามฟัง ขอขอบคุณ
ท่านจิรายุ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวาครับ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนความเห็นไว้ในคําปรารภเดิมผมว่ามันสั้นไป แล้วมันก็ไม่ได้ อธิบายอะไรมากมายนัก แต่ว่าผมเคารพท่านประธาน แล้วก็จะเคารพข้อบังคับ ผมเป็น ตัวอย่างที่ดีท่านประธานครับ จะอภิปรายอยู่ในกรอบ แต่ถ้าเกิดเพื่อนสมาชิกบางท่านจะมา กรุงเทพมหานครแต่เลี้ยวไปภาคอื่น ๆ ก่อนแล้วค่อยวกมา ท่านประธานต้องควบคุมนะครับ
เอาเนื้อเลยครับ
ท่านประธานผมเข้าเรื่องแล้วครับ คือเกริ่นไว้หน่อยท่านประธานครับ ไม่ใช่พวกผมพูดไม่ได้ ฝั่งโน้นพูดได้ ท่านประธานครับ เดิมเขาเขียนบอกว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทํา ความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ผมก็ไปเพิ่มเติมท่านประธานครับ โดยเพิ่มเติมคําว่า ด้วยนิรโทษกรรมฉบับคนไทยให้อภัย ซึ่งกันและกัน และเพื่อพัฒนาชาติไทย แล้วก็ไปเติมคําว่า และการแสดงความคิดเห็นของ ประชาชน สั้น ๆ ง่าย ๆ ท่านประธานครับ เนื่องจากไม่ต้องวกวนครับหลายมาตราเพื่อน สมาชิกหลายท่านก็แปรญัตติตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ จนกระทั่งมาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ แล้วผมเชื่อว่าการปิดอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ผมว่ามันสมบูรณ์แล้ว เพราะอยากจะไปฟังเพื่อนสมาชิกว่าในมาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ เสียมากกว่า เนื้อหาสําคัญที่มีการแก้ไขและสงวนความเห็นของผมไว้ท่านประธานครับ หลักการง่าย ๆ ครับ คนไทยให้อภัยซึ่งกันและกันไม่ใช่อาฆาตแค้น ชีวิตวนอยู่กับคุณทักษิณ ๆ เวียนวนกันอยู่อย่างนี้ก็ไม่รู้จักให้อภัยกันเสียที ๗ ปีที่ผ่านมาฝันร้ายกันมานานนมครับ กว่าประเทศจะเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยเลือกตั้ง ๓ กรกฎาคม ๒๕๕๔ จนมาถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับผมคงใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับ เพื่อจะบอกท่านว่าผมจะไปลง รายละเอียดในมาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มากกว่าครับ ที่เหตุผลกลใดเราจึงต้องยอมรับ ในการออกกฎหมายฉบับนี้เพื่อพี่น้องประชาชนทุกคน ผมขออภิปรายไว้เพียงเท่านี้ ท่านประธานขอบพระคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านธนาครับ ท่านธนาไม่อยู่นะ ท่านวิรัช ร่มเย็น อยู่ไหมครับ ท่านวิรัช เชิญครับ เอาตามลําดับท่านบุญยอด คืออย่างนี้ท่านบุญยอดตามลําดับที่ผมได้รับหนังสือมา ผมให้แค่นี้ตามลําดับก่อน ผมลืมไปท่านบุญยอดก่อน นั่งลงก่อน เชิญท่านบุญยอดก่อนครับ
ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ คําสงวนความเห็นของผมตรงกับ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และท่านก็ได้อยู่ในห้องประชุมแล้วนะครับ ผมจะขออนุญาต ท่านประธานและท่านอภิสิทธิ์ว่าให้ท่านอภิสิทธิ์ได้เป็นผู้ที่อภิปรายในประเด็นนี้ครับ ท่านประธานกรุณาอนุญาตไหมครับ
ท่านจะให้ท่านอภิสิทธิ์ก่อนใช่ไหมครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่สงวนความเห็นนะครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าความจริงคําสงวนในเรื่องชื่อร่าง คําปรารภกับ มาตรา ๑ จะสัมพันธ์กันนะครับ เพราะว่ามาตรา ๑ ก็จะเป็นเรื่อง
ท่านพิเชษฐ์ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผมนายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธาน ไม่ได้มองมาฝั่งนี้เลย ท่านประธานได้ให้ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านได้ลัดคิวได้อย่างไร ถ้าท่านให้ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรในมาตรานี้ มาตราต่อ ๆ ไปใครจะให้ใครได้ ละครับ มันได้หรือครับท่านประธาน อย่างนี้ไม่จบนะครับท่านประธาน มันต้องตามเอกสาร หลักฐานที่เขาแปรญัตติเข้ามาสิครับ ตามคิวสิครับ ถ้าคนที่อยู่ข้างหน้ายอมให้ท่านอภิสิทธิ์พูด ต้องสละสิทธิ ต้องไม่สามารถกลับมาพูดต่อจากท่านอภิสิทธิ์ได้ ต้องตามลําดับครับ แสดงว่า บุคคลที่อยู่ข้างหน้ายอมสละให้ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรได้พูด ท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ
คืออย่างนี้ ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านพูดในสภาผู้แทนราษฎรต่อเลยครับ ผมอนุญาต เชิญครับ
ผมขอชี้แจงนิดเดียวครับ คือคุณบุญยอดกับผมเสนอความเห็นที่เหมือนกันครับ มันเสมือนเป็นกลุ่มเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นลําดับในกลุ่มนี่มันไม่สําคัญครับ ผมไม่ได้ไปแซงกลุ่มอื่นครับ ท่านจะได้ทราบ คือผมก็ต่อจากท่านจิรายุ ใช่ไหมครับ แล้วก็ต่อจากท่านธนามา มาถึงท่านบุญยอดกับผม ก็เป็นญัตติเดียวกันครับ ผมจะขอใช้สิทธิต่อนะครับ ท่านประธานครับ ในการพิจารณาชื่อร่าง คําปรารภ และมาตรา ๑ ผมกราบเรียนว่า
ท่านพิเชษฐ์ ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรท่านพูด ไม่ต้อง ประท้วง ผมได้วินิจฉัยไปแล้วครับ มันกลุ่มเดียวกัน ถ้าพอจะอะลุ่มอล่วยได้ เพื่อให้ การประชุมเดินไปได้ ท่านพิเชษฐ์ไม่ครับ ผมได้วินิจฉัยแล้ว นั่งลงครับ ก็ไม่ใช่ตัวแทนท่าน ท่านนั่งลง ผมได้วินิจฉัยแล้วเพื่อให้การประชุมผ่านไปได้ก็ให้ความร่วมมือกัน ก็ให้ความ ร่วมมือดีแล้วครับ พอแล้วครับ พอสมควรประท้วงกันไปประท้วงกันมาเสียเวลา พอสมควร แล้วครับท่าน ท่านนั่งลงครับ ผมไม่อนุญาตให้ท่านพูดแล้ว นั่งลงครับ ๆ ไม่เอาแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ คําวินิจฉัยประธานเป็นเด็ดขาด ท่านอย่าเถียงนะครับ อย่าเสียงดัง ไม่เอาครับ เชิญครับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
ผมกําลังกราบเรียนท่านประธานว่า ชื่อร่างคําปรารภ มาตรา ๑ จะมีความสัมพันธ์กันนะครับ เพราะโดยปกติแล้วมาตรา ๑ ก็จะเป็นการระบุชื่อร่าง แล้วก็คําปรารภนั้นมักจะมีการเท้าความในลักษณะที่ว่า โดยที่ เป็นการสมควรให้มีกฎหมาย แล้วก็ว่าตามชื่อร่าง หรือตามมาตรา ๑ ก็ว่ากันไป สิ่งที่ผม อยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ที่จริงแล้วไม่ประสงค์จะใช้เวลามากครับ ในการที่จะ อภิปรายในส่วนนี้ แล้วก็เมื่อใช้สิทธิในส่วนนี้แล้ว มาตรา ๑ ผมก็จะไม่ใช้สิทธิ แต่อยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า บางครั้งทําไมการแปรญัตติ ชื่อร่างจึงมีความสําคัญ เราพิจารณา กฎหมายนี่ครับท่านประธาน เราจะเริ่มจากเรื่องของหลักการ เหตุผล แล้วก็มาชื่อร่าง คําปรารภ และเรียงตามลําดับมาตรา แต่ที่จริงแล้วการตรากฎหมายนี่ครับท่านประธาน มันเริ่มต้นด้วยเหตุผลครับ ว่าเรากําลังจะทํากฎหมายนี้เพื่ออะไร แล้วเมื่อเรามีเหตุผลแล้ว เราจึงมากําหนดว่าหลักการของกฎหมายจะเป็นอย่างไร แล้วชื่อร่าง คําปรารภ มันก็จะล้อ ตามนั้นครับ ผมได้แปรญัตติในเรื่องนี้เพราะว่าคําอธิบายในเรื่องของการตรากฎหมายฉบับนี้ มันสร้างความสับสนให้แก่สังคมมาโดยตลอด และทําให้เราไม่สามารถแยกแยะได้ครับ ที่เราถกเถียงกันอยู่ ว่าตกลงแล้วที่เราบอกว่าเรามานิรโทษกรรมให้กับคน เรานิรโทษกรรม ให้กับใคร เราก็หมายความว่าคน ๆ นั้นกระทําความผิด แล้วเราก็ต้องมาถกเถียงกันว่า ความผิดประเภทไหน สมควรหรือไม่สมควรได้รับการนิรโทษกรรม ในการพิจารณา ของกรรมาธิการนี่ครับ ที่จริงแล้วมันมีการพิจารณาเริ่มต้นจากเรื่องของหลักการและเหตุผล แต่ว่าหลักการนี่เราแก้ไขไม่ได้ นั่นเป็นบทบัญญัติที่ถูกกําหนดเอาไว้ในข้อบังคับว่าหลักการ สภาผู้แทนราษฎรรับไปอย่างไรเราต้องยึดถือตามนั้น แต่โดยปกติเหตุผลเราจะมีการถกเถียงกัน แล้วในที่สุดเหตุผลก็ต้องสอดรับกับร่างกฎหมายที่เราตราขึ้นมา บางครั้งคณะกรรมาธิการ ในบางชุดก็จะมีการเสนอถึงขั้นว่าเป็นข้อสังเกตว่าเหตุผลสมควรปรับเพื่อให้ตรงกับเจตนารมณ์ ของกฎหมายอย่างไร แต่ว่าในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการชุดนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่า เหตุผลที่ปรากฏอยู่ในบันทึกของกฎหมายฉบับนี้ค่อนข้างยาว ประกอบไปด้วย ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งเป็นความพยายามอธิบายข้อเท็จจริงถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาอันนํามาสู่ การกระทําความผิดต่าง ๆ และอีกส่วนหนึ่งคือการเขียนว่าเจตนาที่จะออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาอะไร ผมกราบเรียนเล่าให้ท่านประธานฟังว่า ในการประชุมกรรมาธิการ ในส่วนของข้อเท็จจริงมีการโต้แย้งค่อนข้างมากครับ และความจริงตอนที่กรรมาธิการเริ่มต้น พิจารณาอย่างเป็นหลักการว่า ความผิด เหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองมันเริ่มต้นมา ตั้งแต่เมื่อไร ในที่สุดก็มีการยอมรับว่าความจริงการขัดแย้งทางการเมืองเริ่มต้นมาตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ ในสมัยรัฐบาลของ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร และความขัดแย้งนั้นก็ขยายวง มาจนนํามาสู่การกระทําความผิดที่เราเรียกว่าเป็นความผิดทางการเมือง มีกรรมาธิการ จํานวนไม่น้อยเห็นว่าการบรรยายเหตุการณ์ในเหตุผลท่อนแรกมันไม่ตรงกับความเป็นจริง มันไม่เหมาะสม แต่เมื่อกรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันว่าไม่แก้ ก็ไม่แก้ครับ ผมก็คงไป โต้แย้งตอนนี้ไม่ได้ แต่สิ่งที่ตามมาคือท่อนหลังครับ ถึงท่านจะบรรยายข้อเท็จจริงที่มาของ ความขัดแย้งอย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ท่านบรรยายอยู่ในนี้บอกว่า ปรากฏการณ์ทั้งหลาย สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประเทศชาติทั้งทางด้านความมั่นคง การเมือง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมอันดีงามของสังคมไทย แล้วตรงนี้สําคัญครับต่อไป ทั้งนี้เมื่อได้คํานึงว่า บรรดาการกระทําต่าง ๆ ของประชาชนที่ได้กระทําไปเพื่อแสดงออกซึ่งความคิดเห็น ทางการเมืองของประชาชน ซึ่งมีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับ ความขัดแย้งทางการเมือง อันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชนตาม รัฐธรรมนูญ ท่านประธานฟังอีกครั้งนะครับ อันเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของ ประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ความหมายก็คือว่าความผิดทั้งหลายทั้งปวงที่กฎหมายฉบับนี้ ต้องการจะนิรโทษกรรมให้คือบรรดาความผิดทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพ ตามรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าด้วยเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ด้วยสถานการณ์ ลุกลามไปเป็นการกระทําผิดกฎหมาย ท่านประธานดูต่อไปครับ เหตุผลก็เลยบอกว่า จึงสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ประชาชนในกรณีดังกล่าว เพื่อเป็นการให้โอกาสแก่ ประชาชนซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศ และเป็นการรักษาคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทั้งเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิพลเมืองตามระบอบประชาธิปไตยโดยใช้หลักนิติธรรม อันจะเป็นรากฐานที่ดีต่อการลดความขัดแย้งและสร้างความปรองดองของคนในชาติ เพื่อจะ ให้สังคมไทยและประเทศชาติกลับมาสู่ความสงบสุขเรียบร้อย มีความสมัครสมานสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาประเทศให้มีความมั่นคงและเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อไป จึงจําเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงต้องแปรญัตติทั้งชื่อร่าง คําปรารภ และมาตรา ๑ ให้สอดคล้องกันว่า โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรม ให้แก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และการแสดงออกทางการเมืองของ ประชาชนอันเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ทําไมครับ เพราะเวลานี้มีความพยายามที่จะ พูดกันมาก ผมก็เสียดายท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาร่วมในการพิจารณา ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ก็พูดครับ บอกว่าที่พยายามจะให้สภาพิจารณากฎหมายฉบับนี้เพื่อให้ประเทศเดินหน้า คําถามคือการเดินหน้าของประเทศแปลว่าอะไร ก่อนที่สมาชิกจะเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามา ประเทศเดินหน้าไม่ได้จริงหรือ ประเทศเดินหน้าไม่ได้เพราะอะไร ถ้าจะบอกเพียงแค่ว่า เดินหน้าไม่ได้เพราะมีคนติดคุก หรือมีคนหนีคุก ผมก็กราบเรียนท่านประธานว่าเราจะ บอกว่าดังนั้นประเทศจะเดินหน้าได้ใครที่ติดคุก มีปัญหาเพราะต้องติดคุก ใครที่หนีคุก เพราะไม่อยากติดคุกก็ต้องปล่อยคนเหล่านั้นไป ผมถามว่าแล้วคนที่เขาติดคุกหรือคนที่เขา หนีคุก ในบรรดาความผิดทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทั่วประเทศในขณะนี้ เขาต้องได้รับความเห็นใจจากเราเหมือนกันหรือเปล่าประเทศถึงจะเดินหน้าได้ คนที่ฆ่าคน คนที่เผาทรัพย์สิน คนที่กระทําผิดกฎหมาย ฐานความผิดเดียวกันนี่ครับ เราบอกว่า ถ้าเขาติดคุกเราต้องเห็นใจเอาเขาออกมาหมดใช่หรือเปล่าครับ ไม่ใช่ครับ แต่ที่เรากําลังจะ บอกว่าจําเป็นต้องนิรโทษกรรมเพราะคนจํานวนหนึ่งที่ทําผิดกฎหมายเขาทําในลักษณะที่เป็น ความผิดทางการเมือง คําถามก็คือขอบเขตความผิดทางการเมืองมันคือแค่ไหน เหตุผล ที่เขียนไว้ตอนท้ายนี่ถูกต้องสวยหรูครับ แต่พอเราไม่เอามาใส่ในชื่อ ในคําปรารภ และให้มัน สอดรับกับหลักการที่แท้จริงมาตราอื่น ๆ มันถึงผิดเพี้ยนตามมา ผมแสดงจุดยืนร่วมกับ พรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอดว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้บอกว่ากฎหมายนิรโทษกรรม ออกไม่ได้ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้บอกว่าในเหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา ประมาณ ๑๐ ปี ไม่มีคนที่ทําผิดแล้วถือว่าเป็นความผิดทางการเมืองและนิรโทษกรรม ให้ไม่ได้ ไม่ใช่ครับ เราบอกว่ามี แต่การมีนั้นต้องมีเส้นแบ่ง มีเส้นแบ่งว่าความผิดที่สมควร ได้รับการนิรโทษกรรมที่บอกว่าเป็นความผิดทางการเมืองนั้นจะเอาอะไร หลักอะไรมาจับ มาวินิจฉัย ผมก็กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า การนิรโทษกรรมที่เป็นที่ยอมรับในระดับ สากลก็คือการนิรโทษกรรมแก่ความผิดที่เขาบอกว่ามันเกิดจากความคิดทางการเมือง ที่ต่อต้านรัฐ แล้วก็ไปแสดงออกในการต่อต้านรัฐ แข็งขืนต่อรัฐ เป็นความผิดต่อรัฐโดยตรง เมื่อเหตุการณ์สงบลง ความขัดแย้งยุติลง ต้องการที่จะไม่ให้ความขัดแย้งนั้นเป็นบาดแผล ต่อไปก็ไปบอกว่าบรรดาคนที่เคยมีความคิดต่อต้านรัฐ ขัดขืนต่อรัฐนั้นที่แสดงออกไม่เป็น ความผิด ไม่ต้องรับผิด หลายประเทศถ้าจะทําในลักษณะที่กว้างขวางมาก ๆ นี่มันต้องมี กระบวนการปรองดองอย่างที่กระผมแปรญัตติไว้ในมาตรา ๖/๑ มาตรา ๖/๒ มาตรา ๖/๓ คือต้องให้คนที่กระทําความผิดนี้ได้มาแสดงออกถึงความสํานึกผิดว่าได้มีการละเมิดกฎหมาย และแสดงเจตนาว่าต่อไปนี้ความขัดแย้งไม่มีแล้ว แต่กฎหมายนิรโทษกรรมอีกหลายฉบับ ทั้งในอดีตของประเทศไทย และในต่างประเทศที่ประชาคมโลกหรือองค์การสหประชาชาติ ไม่ยอมรับก็มีครับ พวกเรากันเองก็ต่อว่าเช่นใช้อํานาจกระทําการรัฐประหารแล้วนิรโทษกรรม ให้ตนเอง ก็มีการต่อว่าทําอย่างนี้ไม่ถูก หรือกระทําความผิด ตัวเองขึ้นไปมีอํานาจก็มาล้าง ความผิดให้กับพรรคพวกตัวเอง โดยไม่สนใจว่าความผิดนั้นเป็นความผิดอะไร คําแปรญัตติของผมที่บอกว่า อันเป็นสิทธิเสรีภาพการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญนี้ครับ มันจะ เป็นคําตอบให้กับท่านประธาน แล้วกฎหมายในอดีตก็เคยทําแบบนี้มาแล้ว อย่างเช่น กฎหมายที่นิรโทษกรรมพฤติกรรมของผู้ที่เข้าไปร่วมต่อสู้ในกระบวนการคอมมิวนิสต์ อย่างไรครับ ที่กฎหมายฉบับนั้นก็บอกชัดเจนว่าบรรดาผู้ที่เข้าไปต่อสู้ทั้งหลายเมื่อกลับมาเป็น ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยความผิดต่อรัฐ ความผิดต่อความมั่นคงนิรโทษกรรมให้หมดครับ แต่ถ้า การกระทําใด ๆ ตรงนั้นเป็นความผิดอาญา ไม่นิรโทษกรรมให้ ผมยึดถือหลักนี้ครับ เพราะว่า ผมเห็นสหประชาชาติ โดยโฆษกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เขาเตือนมาครับว่ากฎหมาย ตอนที่ท่านเสนอเข้ามาในวาระหนึ่ง และที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ไปแก้ไขในปัจจุบัน มันขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน เพราะเขาบอกว่ากฎหมายนิรโทษกรรมที่ใดก็ตามไม่พึงให้ นิรโทษกรรมแก่ผู้จงใจละเมิดสิทธิของคนอื่น สิทธิมนุษยชน สิทธิขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะเรื่อง ของชีวิตครับ ทําไมครับ เสรีภาพหรือสิทธิตามรัฐธรรมนูญ เวลาท่านไปต่อสู้ทางการเมือง รัฐธรรมนูญผมว่าเกือบทุกฉบับจะบอกว่าท่านทําได้ครับ แต่สงบปราศจากอาวุธ แต่การที่ ท่านไปเอาชีวิตคนอื่นนะครับโดยเจตนา มันไม่ใช่การแสดงออกทางการเมือง มันไม่ใช่ การชุมนุมทางการเมือง และมันไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และรัฐไม่ได้เป็นเจ้าของ ชีวิตของประชาชนนะครับ ที่จะมาบอกว่าชีวิตที่สูญเสียไปนี่ รัฐไม่ติดใจแล้ว กฎหมาย นิรโทษกรรมต้องให้เฉพาะที่เกิดขึ้นต่อรัฐและเป็นความผิดที่เกิดขึ้นด้วยเจตนาการใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ ยกตัวอย่างครับ ท่านประธานไปร่วมชุมนุม ตั้งใจไปชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เขาประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ห้ามท่านชุมนุม ท่านกลายเป็นผู้กระทําผิด กฎหมาย อย่างนี้เหตุการณ์สงบจบลง รัฐบอกว่าไม่เป็นไร ไม่ติดใจ ไม่เอาโทษ เพราะจริง ๆ ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติท่านประธานก็มีสิทธิไปชุมนุมอยู่แล้ว ท่านประธานเข้าร่วมชุมนุม ประกาศพื้นที่ความมั่นคง มีข้อกําหนดออกมา ห้ามสัญจรผ่านถนนเส้นนี้ ท่านประธาน บังเอิญสัญจรผ่านถนนเส้นนี้ นิรโทษกรรมได้ครับ เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ในจังหวะเวลาขณะนั้นกลายเป็นความผิดทางกฎหมาย หรือท่านประธานไปชุมนุม คนเยอะ สุดท้ายเกิดปัญหาผิด พ.ร.บ. จราจร ผิด พ.ร.บ. ทางหลวง ความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ครับ แต่ถ้าท่านประธานพกอาวุธออกมาจากบ้านเอาอาวุธนั้นไปยิงตํารวจ ทหาร ประชาชน ไม่ได้ครับ มันไม่ใช่เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และข้อเท็จจริงมันจึงอ้างไม่ได้ ว่าเป็นการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมือง พวกผมถึงบอกว่าต้องไม่ นิรโทษกรรมให้คนฆ่าครับ และคนฆ่าจะเป็นฝ่ายไหนก็ตาม เจ้าหน้าที่หรือประชาชน นิรโทษกรรมให้ ไม่ได้ครับ ต้องมีความรับผิดชอบ ถ้าท่านเห็นกับคําแปรญัตติของกระผม ตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ ไล่ไปนี้ครับ มันจะเป็นการกําหนดกรอบที่ชัดอย่างไรครับว่า กรณีอย่างนี้ไปเอาชีวิตคนอื่นขัดกับหลักสิทธิมนุษยชน ขัดกับหลักสากลนิรโทษกรรมไม่ได้ เผ่าได้ไหมครับท่านประธาน เหตุการณ์บางเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม พฤษภาคม ๒๕๓๕ เกิดไฟไหม้ขึ้น จริงครับ แต่ขณะนั้นก็เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปครับว่าไม่ได้มีการตระเตรียม วางแผน แต่ขณะนั้นก็เป็นที่รับรู้โดยทั่วไปว่าไม่ได้มีการตระเตรียมวางแผน เป็นส่วนหนึ่งของ การชุมนุม เหตุการณ์พาไป เหตุการณ์ผ่านพ้น ยังไม่ทราบด้วยซ้ําว่าใครเผา มีการตัดสินใจว่า นิรโทษกรรม แต่ถ้าท่านประธานตั้งใจว่าการชุมนุมครั้งนี้ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นไปเผา อย่างนี้ไม่ใช่ ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ อย่างนี้เป็นการจงใจวางแผนกระทําความผิดให้เกิดขึ้นเป็นอันตราย ต่อประชาชน ไม่ได้มุ่งต่อรัฐครับ มุ่งต่อประชาชน และผมยืนยันว่าเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ โดยเฉพาะในปี ๒๕๕๓ ถ้าไม่มีการเผาก็ไม่มีการเสียชีวิตหรือสูญเสียหลายชีวิตครับ ฆ่า เผา หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่จําเป็นต้องพูดเพิ่มเติมนะครับ เช่นเดียวกันครับ ไม่ได้ เกี่ยวข้องกับการชุมนุมก็ไม่สมควรที่จะทํา นี่ยังไม่นับ เดี๋ยวผมต้องไปอภิปรายในมาตรา ๓ ว่า คดีทุจริตไม่เกี่ยวเลยครับ
ท่านอภิสิทธิ์ครับ สักครู่ ประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ อภิปรายไม่เป็นตามข้อเท็จจริง การเผา และทําให้คนตายเป็นปัญหาหรือครับ เผาและต้องไปฆ่าคนหรือครับ และใครเผาใครครับ ศาลเขาก็สั่งไปแล้ว
นั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวผมวินิจฉัยก่อน ท่านวัชระอย่างเพิ่งประท้วงเลย นั่งลงก่อนครับ ท่านประสิทธิ์นั่งลงเดี๋ยวผมวินิจฉัย นั่งลงครับ ท่านประสิทธิ์นั่งลงก่อนครับ ท่านไม่ได้บอกว่า ใครเผา ท่านประสิทธิ์นั่งลง การอภิปรายกําลังเป็นไปด้วยดี ไม่ได้ว่าอะไรใคร นั่งลงครับ ผมวินิจฉัยผ่านไปแล้ว ท่านอื่นไม่ต้องประท้วงแล้ว ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ต่อเลยครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมไม่จําเป็นต้องตอบโต้ ผมเพียงแต่บอกว่าเดี๋ยวรอดูการลงมติ ใครลงมติให้นิรโทษกรรม คนฆ่า คนนั่นละครับวางแผนให้คนตาย ใครคัดค้านนั่นละแสดงให้เห็นว่าเราต้องการเอาจริง เอาจังว่าการนิรโทษกรรมครั้งนี้ต้องมีขอบเขต เป็นเรื่องการนิรโทษกรรมทางการเมืองเท่านั้น ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับ เมื่อพูดถึงประเด็นนี้แล้ว ผมว่าเราจําเป็นไหมครับ ประเทศต้องเดินหน้า ประชาธิปไตยไทยเรามาตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ ถึงวันนี้ ๘๐ กว่าปี เหตุการณ์ อย่าง ๑๔ ตุลา ผ่านมา ๔๐ กว่าปี ผมเดินหน้าครับ ผมไม่กลับไปที่ศูนย์ ถ้าท่านเอาตามที่ ผมพูดว่าเราจะนิรโทษกรรมเฉพาะการกระทําที่เป็นการตั้งใจใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ประเทศเดินหน้าจริง ๆ เดินหน้าอย่างไร ๑. ฝ่ายเจ้าหน้าที่ครับ การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นผู้ปฏิบัติหรือผู้สั่งการ ผู้มีอํานาจในการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเวลามีการชุมนุมหรือมี การกระทําในลักษณะที่เป็นการก่อการร้าย หรือการกบฏ แล้วแต่กรณี ต้องมีบรรทัดฐาน ที่ชัดเจน ประเทศไทยตกอยู่ในวังวนของการรัฐประหาร เพราะรัฐประหารแล้วนิรโทษกรรม รัฐประหารได้ ประเทศไทยตกอยู่ในวังวนว่ามีรัฐบาลที่เข็นฆ่าประชาชน เพราะถ้าเข็นฆ่า ประชาชนแล้วนิรโทษกรรมได้ก็จะเกิดขึ้นอีก ผมมีสิทธิพูดเรื่องนี้เต็มปากเต็มคํา เพราะวันนี้ กลไกทั้งหลายจะเอาผมขึ้นศาล ผมก็บอกว่าผมก็ต้องการให้มีบรรทัดฐานที่ชัดเจน ถ้ามี การชุมนุม มีอาวุธ ซึ่งผมจะต้องไปพิสูจน์ในศาล ศาลต้องบอกประเทศนี้ว่าจะให้ผู้มีอํานาจ ทําอย่างไร ถ้าศาลบอกว่าสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ทํา สิ่งที่นายสุเทพทํา เท่ากับเป็นฆาตกรรม ผมไม่หนีไปไหน ถ้าศาลบอกให้ประหาร เอาผมไปประหาร ถ้าศาลบอกให้ติดคุก เอาผมไป ติดคุก แต่ศาลตัดสินอย่างไร วันข้างหน้ามีใครเจตนาเอาคนมาเพื่อล้มล้างอํานาจรัฐ มีอาวุธ ห้ามทําอย่างที่ผมหรือคุณสุเทพทําอีกต่อไป บ้านเมืองต้องอยู่อย่างนี้ครับ เพราะในอดีต ที่ผ่านมาบาดแผลที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยเพราะเราไม่มีกติกาบรรทัดฐานครับ ทําเสร็จก็นิร โทษกรรม ทําเสร็จก็นิรโทษกรรม วันนี้เอากันให้ชัดครับ ผมบอกว่าผมกับคุณสุเทพแถลงข่าว ไปแล้ว เราจะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ แต่ถ้าประเทศนี้กระบวนการยุติธรรมของประเทศ บอกพวกผมผิด ผมก็จะเคารพกระบวนการยุติธรรม เพราะระบบต้องใหญ่กว่าตัวเรา ใครที่จะมากระแนะกระแหนว่าไม่จริงหรอก มีใครบ้างไม่กลัวถูกประหาร ไม่กลัวคุก ผมก็บอกท่านประธานครับ ผมก็เชื่อละไม่มีใครหรอกอยากอยู่ในสภาพที่ต้องตกเป็นจําเลย ในคดีแบบนี้ แต่ผมยืนยันนะครับ บ้านนี้เมืองนี้ต้องมีคนที่เอาประโยชน์ของส่วนรวม เหนือประโยชน์ส่วนตัว พิสูจน์กันไปสิครับ อะไรเกิดขึ้น บรรทัดฐานเป็นอย่างไร แต่ถ้าใครมี สันดานหรือมาจากตระกูลที่มีสันดานเอาผลประโยชน์ส่วนตนมาก่อนไม่เข้าใจหรอกครับ ผมก็พูดอย่างนี้ แต่นี่คือบรรทัดฐานที่จะต้องสร้างไว้เพื่อที่จะให้ไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ในทางกลับกันครับ ถ้าเราไม่เขียนว่าเป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ ผมก็บอกว่าเราก็ไปยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตราที่บอกว่าชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เสียดีกว่า เพราะถือว่าถ้ามีมูลเหตุจูงใจ มีความคิดเห็น มีความขัดแย้งทางการเมือง คุณจะใช้ วิธีการใด ๆ ก็ได้ ไม่เป็นความผิด
เดี๋ยวนะครับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ความจริงผมก็ตั้งใจฟังอยากจะรู้ว่าเขาจะ อภิปรายอย่างไร เคยเป็นนายกรัฐมนตรี จบเมืองนอก มีความรู้ แต่ใช้คําพูดไม่สุภาพ อย่างนี้ มันใช้ไม่ได้ครับ
เดี๋ยวนะครับ คืออย่างนี้ครับ เมื่อมีผู้ประท้วงผมก็กําลังฟัง ใจเย็น ๆ ก่อนครับ ผมกําลังฟังว่า จะประท้วงผมหรือจะประท้วงท่านผู้อภิปรายว่าฝ่าฝืนข้อบังคับข้ออะไร เชิญประท้วงครับ ถ้าไม่ประท้วงนั่งลงครับ จะได้ให้อภิปรายต่อ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ เนื่องจากผู้อภิปรายใช้คําพูดไม่สุภาพ ใช้คําว่า สันดาน ตระกูลสันดาน อย่างนี้มันใช้ได้หรือครับท่านประธาน ต้องถอน อย่างนี้ไม่ได้ ท่านประธานต้องวินิจฉัยครับ หน้าตาดี จบเมืองนอก
เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ใช้ ถ้อยคําที่ไม่สุภาพครับ ผมก็มีสันดานครับ จ่าประสิทธิ์ก็มีสันดานครับ เพียงแต่ไม่เหมือนกัน
ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ เดี๋ยวนิดหนึ่ง ท่านจะประท้วงอะไร เชิญครับ
ทีฝ่ายค้านไม่ให้ประท้วง ทีฝ่ายรัฐบาล ให้ประท้วง ต้องสลับสิครับ ประท้วงสลับฝ่ายละ ๑ คน
เชิญผู้ประท้วงก่อนครับ
ผมประท้วงก่อนนะครับท่านประธาน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในเบื้องต้น จริง ๆ ก็อยากจะให้อภิปรายจนจบนะครับ แต่เมื่อมีการประท้วงขึ้นมาผมก็ขออนุญาต ใช้เวลานี้ เพราะว่ากลัวว่าท่านผู้อภิปราย จะลืมสิ่งที่ท่านได้อภิปรายไปนะครับ ผมขอประท้วง ตามข้อ ๖๑ นะครับ ท่านใช้คําพูดว่า การที่เราจะมาดูว่าใครที่เป็นคนทําให้พี่น้องประชาชน เสียชีวิตจากการชุมนุมนี้นะครับ ให้ดูจากการลงมตินี้ผมถือว่ากระทบสิทธิเอกสิทธิ์ในการ ลงมติของผมอย่างมาก ผมยังไม่รู้นะครับว่าผมจะลงมติอย่างไร เพราะว่าอันนี้เป็นเอกสิทธิ์ ของผม แต่ว่าในการที่ท่านจะอภิปราย เช่นนั้นเป็นการใส่ร้ายว่าถ้าในที่สุดแล้วผมตัดสินใจว่า จะลงมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแล้วเป็นความผิดเป็นการที่ผมเป็นผู้สั่ง ให้พี่น้องประชาชนเสียชีวิตนี่เป็นการกล่าวหาอย่างร้ายแรงครับ
คือเดี๋ยวนะครับ ท่านประท้วงว่าผู้อภิปรายฝ่าฝืน ข้อ ๖๑ ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
ประเด็นครับ
ประเด็นคือท่านอภิปรายวบอกว่า ให้ไปดูกันว่าใครลงมติเรื่องนิรโทษกรรมนี้ ถ้าเห็นชอบแสดงว่าเป็นผู้ที่ทําให้พี่น้องประชาชน เสียชีวิต จุดนี้ไม่ถูกต้องครับ ต้องถอนครับ
เอาละครับ ผมจะวินิจฉัยครับ อันนั้นเป็นความเห็นของผู้อภิปราย แต่การใช้ดุลยพินิจ เป็นเรื่องของท่านนะครับ ท่านจะเชื่อผู้อภิปรายเพื่อจะลงมติตามผู้อภิปรายหรือไม่ก็เป็น เรื่องของท่านนะครับ ฉะนั้นผู้อภิปรายเขามีสิทธิที่จะอภิปรายเพื่อจะโน้มน้าวท่านสมาชิก ให้เห็นพ้องต้องกันกับผู้อภิปรายเพื่อที่จะลงมตินะครับ ฉะนั้นการอภิปรายนี้ไม่จําเป็นจะต้อง ให้สอดคล้องหรือถูกใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งนะครับ เป็นเพียงแต่ท่านจะโน้มน้าวของ เพื่อนสมาชิก ส่วนการจะใช้คําพูดสุภาพไม่สุภาพ เดี๋ยวประธานควบคุมเอง เชิญท่านประท้วง ผมวินิจฉัยแล้วครับ อันนั้นไม่ใช่หรอกครับ เป็นสิทธิของท่านตามรัฐธรรมนูญเลยครับ อันนั้น เป็นเรื่องของผู้ที่เขาอภิปรายไปนะครับ ท่านจะเชื่อไม่เชื่อ ท่านสมาชิกตัดสินใจได้นะครับ เชิญท่านวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจะกรุณา สังเกต เมื่อฝ่ายรัฐบาลได้ลุกขึ้นประท้วงก็จะได้อภิปรายทันที ประมาณ ๑-๒ นาที เสร็จแล้ว ท่านประธานก็จะถามซ้ําว่าประท้วงเรื่องอะไร ผิดข้อบังคับข้อไหน ท่านประธานครับ กรุณาอย่าได้เปิดโอกาสให้ฝ่ายรัฐบาลมากอย่างนั้นครับ ให้เหมือนกันกับฝ่ายค้านสิครับ
ก็เหมือนกับคุณนั่นละ กําลังอภิปรายอยู่เหมือนกัน
เพราะท่านประธานใช้เทคนิค มันเป็น เทคติกที่ผู้ฟังทางบ้านเขาจับได้แล้ว นั่นแหละท่านประธานควรยุติธรรม
คือท่านจะประท้วงผม ข้อ ๘ เรื่องอะไร ท่านก็ว่ามาครับ
ก็นี่ละครับท่านประธานครับ ผมว่าท่านประธานควรจะยุติธรรมในการที่เปิดไมค์ให้ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลในการประท้วง และอย่าเปิดโอกาสให้ฝ่ายรัฐบาลได้อภิปราย
เอาละครับพอแล้วครับ เดี๋ยวท่านนั่งลงครับ นั่งลงครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ต่อครับ สุดท้ายก็คือ ประธานคนเดียววันนี้นะครับ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ประธานคนเดียววันนี้ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมก็ดีใจ ที่มีเพื่อนสมาชิกที่บอกว่ายังไม่ทราบจะลงมติอย่างไร ผมก็ยิ่งเสนอให้ท่านไตร่ตรองนะครับ ว่ามันมีความผิดที่เกิดขึ้นที่เป็นความผิดต่อชีวิต ใครจะมีความขัดแย้ง มีความคิดเห็น ทางการเมืองอย่างไร ไม่ควรมีสิทธิที่จะไปเอาชีวิตคนอื่น แล้วก็ไม่เป็นสิทธิของรัฐไม่ว่าใคร จะมีอํานาจที่จะไปบอกว่าการที่มีคนถูกเอาชีวิตไปนั้น ลืมเสียเถอะ ไม่ต้องค้นหาความจริง ไม่ต้องเอาผิด ไม่ว่าผู้สูญเสียนั้นจะเป็นนายทหาร ไม่ว่าผู้สูญเสียนั้นจะเป็นผู้ชุมนุม ไม่ว่า ผู้สูญเสียนั้นจะเป็นอาสาสมัคร ผมก็เพียงแต่กราบเรียนท่านประธานว่าใครที่ลงมติให้กับ การนิรโทษกรรม กําลังจะบอกอย่างไรครับว่าความสูญเสียเหล่านั้นผู้สูญเสียไม่มีสิทธิจะได้รู้ ไม่มีสิทธิจะได้ความเป็นธรรมไม่ต้องรู้ความจริง ไม่ต้องรู้ว่าใครควรรับผิดชอบ ไม่ต้องรู้ว่า อะไรเกิดขึ้น ผมถือว่าการกระทําหรือความเห็นเช่นนั้นก็ไม่ต่างอะไรหรอกครับกับการที่ บอกว่าก็ให้เสียชีวิตไป แต่ผมเห็นว่าทําอย่างนั้นไม่ได้ ผมถึงบอกว่าจะนิรโทษกรรมอะไรต้อง กําหนดกรอบ และผมก็ได้กราบเรียนท่านประธานว่า ผมพูดในส่วนของฝ่ายรัฐไปแล้วว่า เราวางบรรทัดฐานกันครับ ถ้าชุมนุมโดยสงบทําอะไร ถ้าชุมนุมมีอาวุธทําอะไรได้ วันข้างหน้า เราจะได้ไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพอย่างนี้อีก เช่นเดียวกันครับ ฝ่ายผู้ชุมนุม ถ้าชุมนุมสงบปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญอย่างที่ผมเขียนนี่ แล้วเสร็จแล้วไปมีปัญหากฎหมายฉบับนั้นฉบับนี้เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นเหตุการณ์สืบเนื่อง ไม่เป็นไรครับ วันนี้สังคมไทยก็บอกว่าจบแล้ว ไม่เอาผิด ไม่เอาโทษ ให้อภัยกันสุดแล้วแต่ แต่ถ้าจงใจใช้อาวุธละเมิดสิทธิคนอื่นเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ทางการเมือง แล้วเราบอกว่า นิรโทษกรรมได้ ผมก็บอกว่าอย่างนั้นก็ต้องไปแก้รัฐธรรมนูญแล้วครับ ว่าไม่ต้องชุมนุม โดยสงบปราศจากอาวุธหรอกครับ เพราะสภาแห่งนี้รัฐไทยนี่ละบอกแล้วว่าคุณทําไปเถอะ มีอํานาจเมื่อไรคุณก็ไปลบล้างความผิดกันได้ ผมถามว่าวันนี้ที่บางสะพาน ที่อุรุพงษ์ ที่สวนลุม ที่สามเสน ท่านที่นั่งอยู่ซีกโน้น นายกรัฐมนตรีจะอยู่ที่ไหนก็แล้วแต่ตอนนี้ อยากให้เขา ใช้วิธีการแบบนั้นไหมครับ เขามีสิทธิใช้ไหมครับ ถ้าบอกเขาว่าไม่มีสิทธิ แล้วทําไมกําลังจะ ผ่านกฎหมายที่บอกว่าคนที่ทําในอดีตมีสิทธิทําได้ละครับ การแปรญัตติของผมจึงเป็นการ ขีดวงให้ชัดครับว่ากฎหมายนี้ไม่ใช่กฎหมายที่อยู่ดี ๆ ใครมีอํานาจก็มาบอกว่ายกเว้นความผิด ให้กับคนนั้นคนนี้ได้ แล้วยิ่งจะตอกย้ําให้เห็นว่าอ่านจากเหตุผลก็แล้ว ดูจากหลักการก็แล้ว ดูจากคําปรารภก็แล้ว ดูจากชื่อร่างก็แล้ว ดูอย่างไรก็ไม่ควรไปถึงคนโกงครับ ดูอย่างไรก็ ไปไม่ถึงคนโกงครับ การโกงเป็นการชุมนุมทางการเมืองไหมครับท่านประธาน การโกงเป็น การแสดงออกทางการเมืองไหมครับ ผมเคยบอกว่าไม่ใช่หรือครับ ถ้าแสดงออกทางการ กินเมือง ใช่ แต่ไม่ใช่แสดงออกทางการเมือง จะมารวมอยู่ในความผิดอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ผมถึงบอกว่าท่านต้องอ่านจากเหตุผลก่อน ท่านบอกเองว่าท่านจะนิรโทษกรรมให้กับ การกระทําอันเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แล้วที่จะนิรโทษกรรมเพื่อหวังผลไปสู่ความ ปรองดองให้ประเทศเดินหน้า ผมแปรญัตติให้มันชัดขึ้นว่าเรากําลังทํากฎหมายนิรโทษกรรม ในกรอบนี้เท่านั้น คนไปชุมนุมโดยสุจริตติดขัดไปผิดกฎหมายให้หมด แต่คนฆ่าไม่ให้ คนปล้น ไม่ให้ คนเผาไม่ให้ คนหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่ให้ และคนโกงไม่ให้ ประเทศเดินหน้าครับ เราเดินมาไกลครับ ไม่ต้องถอยหลังกลับไปศูนย์หรือ เซ็ตซีโร่ (Set Zero) หรอกครับ เราต้อง เดินหน้าอย่างนี้ไม่ใช่ไปสร้างบรรทัดฐานเดิม ๆ ใครมีอํานาจทําอะไรก็ได้ บ้านเมืองจะวุ่นวาย ไม่จบไม่สิ้น ผมต้องการกฎหมายครับ ผมไม่ต้องการผงซักฟอกยี่ห้อพิเศษ ขจัดคราบโกง ขจัดคราบเลือด ราคา ๕๗,๐๐๐ ล้านบาท ไม่เอาหรอกครับ ประเทศนี้ไม่ควรซื้อผงซักฟอก อย่างนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณหมอเหวงครับ ประเด็นของคุณหมอเหวงใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ผมไม่ได้ ลุกขึ้นประท้วงท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ แต่ผมขออนุญาตจะเรียกว่า ประท้วงก็ไม่เชิง แต่หากว่าไม่พูดว่าประท้วงท่านประธานคงไม่ให้ผมพูด ดังนั้นผมใช้คําว่า ประท้วงดีกว่า จริงผมดูจังหวะเวลาที่ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ยังอยู่ ปรากฏว่าท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ลุกไปแล้ว ใช้เวลาประมาณ ๓-๔ ชั่วโมง ผมถามหาชวเลขครับ ถามหาชวเลข ที่กล่าวหารัฐบาลผมว่าเป็นรัฐบาลทรราช ท่านก็บอกว่าตรวจดู ตรวจดู ตรวจดู จนท่านลุก ออกจากบัลลังก์ไปแล้วนะครับ ท่านต้องให้ความเป็นธรรมนะครับ เพราะในมือผมมีชวเลข อยู่ครับ ท่านประธานครับ ไม่ให้ความเป็นธรรมตอนนี้ไม่ได้นะครับ เพราะว่านิยามนี้ ผมเคารพนะครับ ท่านอาจจะเอานิยามมาจากฝรั่ง เอามาจากประธานาธิบดี ผมเคารพครับ และเป็นความคิดของประธานาธิบดี แต่ของเรานี่ต้องเอานิยามโดยพจนานุกรมของ ราชบัณฑิตยสถาน เพราะฉะนั้นนิยามของราชบัณฑิตยสถานไม่มีครับคําว่า ทรราช รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ไม่ได้เป็นทรราชครับ แต่ผู้พูดว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ รัฐบาลนี้เป็นทรราช ท่านประธาน ต้องให้ถอนครับ ผมคงไม่รออีกต่อไปแล้วครับ เพราะท่านประธานวิสุทธิ์บอกว่าขอให้รอ ๆ ขอให้ตรวจ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านฟังเลยนะครับ และถามต่อไปว่า
เดี๋ยวนะครับ ท่านคุณหมอครับ ให้เวลาผมสักนิดหนึ่ง เพราะว่าผมขึ้นมาแล้วท่านก็ส่งชวเลข ให้ผมอ่าน ที่ผมได้อ่านบรรทัด ๒ บรรทัดก็มีผู้ประท้วง ท่านต้องเห็นใจประธาน เพราะว่า ประธานเองก็หลายเรื่อง
ท่านประธาน ผมไม่ได้เป็นคนใจร้อน แล้วไม่ต้องการโต้เถียงกับประธาน ผมใจเย็น ๆ รอท่านวิสุทธิ์จน ๓-๔ ชั่วโมงแล้ว เรื่องนี้ มันชัดแล้ว ดังนั้นผมขออนุญาตกราบเรียน ให้ผมอ่านสักนิดแล้วท่านประธานค่อยตรอง ในระหว่างที่ฟังท่านสมาชิก
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมจะใช้เวลานี้นั่งอ่านแล้วก็เดี๋ยวจะให้ผู้ใช้สิทธิการอภิปราย
อย่างนี้ครับ ๓ บรรทัดเองครับ ผมอธิบายต่อไปว่ารัฐบาลที่เป็นทรราชคือรัฐบาล
คืออย่างนี้ครับคุณหมอเหวง การที่จะต้องอ่านได้ถ้อยคําทั้งหมดมันต้องดูเนื้อหาทั้งประโยค ทั้งหมด จะหยิบตอนใดตอนหนึ่งขึ้นมาแล้วมาวินิจฉัยไม่ได้ ฉะนั้นให้เวลาผมสักนิดหนึ่งก่อน
อย่างนั้นท่านประธานต้องตอบผม นะครับ ผมไม่ได้มาข่มขู่ท่านประธานนะครับ เพราะผมรอท่านประธานวิสุทธิ์นี้ ๓ ชั่วโมง ๔ ชั่วโมงนะครับ แต่ว่าถ้าท่านจะใช้วิธีอย่างนี้อีกต่อไปนี้ผมเห็นจะไม่ได้นะครับ ผมรักษา ความเป็นธรรมของประเทศนี้ ของรัฐบาลชุดนี้ เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่ใช่เป็นรัฐบาลทรราช แน่นอนเลยครับ
ท่านบุญยอดใช่ไหมคิวต่อไป ท่านบุญยอดท่านแปรญัตติอันเดียวกับท่านอภิสิทธิ์นะ
ถูกต้องครับ
ท่านจะใช้สิทธิใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมเป็นผู้ที่ขอสงวนความเห็นหรือขอให้แก้ไขเพิ่มเติมในคําปรารภไว้ ข้อความเช่นเดียวกับท่านอภิสิทธิ์ก็คือ โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองของ ประชาชนอันเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เป็นคําที่พวกผมเพิ่มเติมขึ้นมาครับ เหตุผล ที่ต้องขออนุญาตอธิบายเพิ่มเติมจากท่านอภิสิทธิ์เมื่อสักครู่นี้ก็คือว่าสิ่งที่เราต้องยืนยันตรงกัน ก็คือเราเห็นว่ามาตรา ๖๓ ตามรัฐธรรมนูญ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและ ปราศจากอาวุธ อันนั้นเป็นเสรีภาพจริง ๆ ของประชาชนนะครับ มีการชุมนุมและการสมาคม ซึ่งต้องรักษาไว้ ดังนั้นถ้าหากว่าเราจะเขียนกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับใครก็ตามซึ่งเป็นไปตาม หลักการที่ได้ผ่านวาระแรกครับ ผมต้องขอย้ํา วาระแรกมีหลักการเพียงแค่ว่าเป็นการชุมนุม ทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนเท่านั้นเอง ดังนั้นสิ่งที่จะต้อง เขียนในคําปรารภให้ชัดเจนก็คือว่าถ้าท่านได้ทําในสิ่งที่อยู่ในรัฐธรรมนูญแล้วท่านจะได้รับ การรักษาเสรีภาพของท่านไว้ เราไม่เห็นด้วยนะครับกับการที่ใครก็ตามที่ไปชุมนุมแล้วได้ใช้ ความรุนแรง มีอาวุธเข้ามาเกี่ยวข้องกับการชุมนุมหรือมีการส่งสัญญาณกัน อย่างเช่น มาตรการตกใจ ท่านเคยได้ยินเรื่องนี้ไหมครับ ตกใจ จองพารากอนนะ มันมีการเขียนไว้ครับ ตกใจไปศาลากลางนะ ตกใจ จู่ ๆ ก็จุดไฟแช็กขึ้นมา ตกใจก็ไปคว้าแบรนด์เนม (Brand name) ท่านเคยได้ยินคําประเภทนี้ไหมครับ นั่นคือการส่งเสริมให้คนที่ไปร่วมการชุมนุมประกอบ อาชญากรรมต่อมาต่อเนื่องจากการชุมนุม เป็นการฉกฉวยโอกาสและเป็นการสร้าง ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนโดยทั่วไปครับ ดังนั้นการออกกฎหมายฉบับนี้ต้องไม่ ส่งเสริมกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากนั้นครับท่านประธาน สิ่งที่ต้องมองอีกข้างหนึ่งก็คือว่า เมื่อประชาชนได้มีการใช้เสรีภาพอย่างถูกต้องแล้ว ในส่วนของคนเป็นรัฐหรือรัฐบาลนะครับ ไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็ตาม ในการควบคุมผู้ชุมนุมนั้นก็ต้องมีข้อกําหนดหรือว่ามีกฎหมาย ที่ประกอบอยู่ชัดเจนครับ การใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมที่ชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธนั้น ไม่สามารถใช้ความรุนแรงได้ กรณีอย่างเช่นวันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๕๑ ท่านประธานจําได้ไหมครับ ผมเชื่อว่าท่านก็อยู่ในสภาแห่งนี้นะครับในวันนั้น มีการมาชุมนุมของพี่น้องประชาชน ด้านนอกสภา หลังจากนั้นรัฐบาลและเจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ําตาที่เป็นระเบิดทําให้มีทั้งคนบาดเจ็บและเสียชีวิต การควบคุมแบบนั้นไม่เป็นการยอมรับของสังคมประชาธิปไตยหรอกครับ แล้วเราไม่ส่งเสริม ให้รัฐบาลไม่ว่าจะชุดใดใช้ความรุนแรงแบบนั้น และไม่ควรได้รับการนิรโทษกรรมไปด้วยตาม กฎหมายฉบับนี้เช่นเดียวกัน ผมขอยืนยันอีกครั้งครับว่าการเขียนกฎหมายในครั้งนี้ต้องเกิน หลักการและไม่ขัดรัฐธรรมนูญในข้ออื่น ๆ ด้วยครับ ขัดรัฐธรรมนูญอื่น ๆ เช่น กรณีของ ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งมาแล้วนะครับ อย่างเช่นกรณีเขาพระวิหารไปให้ประเทศเพื่อนบ้าน ขึ้นจดทะเบียนเป็นมรดกโลกเพียงประเทศเดียวนั้น ขัดต่อมาตรา ๑๙๐ รัฐมนตรีในขณะนั้น กําลังขึ้นศาลอยู่ การเขียนพระราชบัญญัติในฉบับนี้ย่อมต้องระมัดระวังให้สูงขึ้นนะครับ ทั้งเรื่องชื่อร่าง ทั้งเรื่องคําปรารภและมาตราต่าง ๆ ซึ่งต้องสอดคล้องกันจะต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ในข้ออื่นด้วยเช่นเดียวกัน ศาลรัฐธรรมนูญนั้นมีคําสั่งเป็นคําสั่งที่ผูกพันต่อรัฐสภา รัฐบาล หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องชัดเจนครับ นอกจากนั้นยังมีข้ออื่น ๆ นะครับข้อเสรีภาพของ พี่น้องประชาชนที่ต้องได้รับการปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน เราก็ไม่สามารถเขียนให้ขัดได้ ผมจึงขอให้กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ทบทวนอีกครั้ง แล้วก็ขอให้บรรดาสมาชิกอย่าเสี่ยงเลย ที่จะเดินหน้าต่อกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเราทุกคนจริง ๆ ก็เห็นแล้วทุกมาตรานั้น เขียนเกินหลักการที่ได้ขอไว้ แล้วก็เขียนไปในการเสี่ยงที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญในมาตราต่าง ๆ อีกมากมาย ไม่สามารถอธิบายต่อพี่น้องประชาชนได้ แม้แต่คนเสื้อแดงกลุ่มหนึ่งเขาก็ยอมรับ ไม่ได้ ถ้าคนเสื้อแดงรับไม่ได้แล้วมันไม่ต้องถามคนอื่นแล้วละครับ ว่าใครเขาจะรับพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ได้ ถ้าท่านยังดันทุรังต่อไปก็พาประเทศชาติไปตกเหวเท่านั้นเองครับ ดังนั้นผมจึง ขออนุญาตที่จะต้องสงวนความเห็นนี้ไว้ แล้วขอให้มีการลงมติกันต่อไปนะครับ เราจะได้รู้ว่า ใครฟังเสียงพี่น้องประชาชนบางครับ ขอบพระคุณครับ
เดี๋ยวเอาท่านวิรัชก่อนนะครับ แล้วท่านอรรถวิชช์ครับ เอากรรมาธิการก่อน
ท่านประธานที่เคารพ วิรัช ร่มเย็ม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ท่านประธานครับ ผมได้ขอสงวนไว้เช่นเดียวกันก็คือว่าในเรื่องของชื่อร่าง คําปรารภ และมาตรา ๑ นะครับ เรื่องชื่อร่างนั้นได้อภิปรายไปแล้ว แต่ว่าการสงวนของกระผมทั้ง ๓ เรื่องนี้ใช้ข้อความเดียวกัน เลยครับ แต่เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับก็ขออนุญาตอภิปรายต่อเติมจากชื่อร่างสักเล็กน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ คําปรารภนี้ จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก แต่จะสําคัญ แค่ไหนก็ตามกรรมาธิการที่ไปทํากฎหมายฉบับนี้ต้องคํานึงให้มาก และต้องเข้าใจในคําปรารภ ของกฎหมายในฉบับนี้ ผมเห็นว่าข้อความที่เขียนอยู่ในคําปรารภนี้ โดยที่เป็นการสมควร มีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ฟังดูดีครับ ถ้าคณะกรรมาธิการได้ดําเนิน การประชุม แล้วตีความคําปรารภนี้อย่างตรงไปตรงมาครับ กฎหมายฉบับนี้ก็จะไม่อัปลักษณ์ กฎหมายฉบับนี้ขณะนี้ถือว่าเป็นกฎหมายที่อัปลักษณ์ และอัปยศด้วยซ้ําไป เพราะอะไร เพราะคําปรารภเขาบอกชัดครับ โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่ง กระทําความผิดเนื่องจากภาษาไทยไม่ต้องแปลให้ยากเลยครับ เนื่องจากการชุมนุม ทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน แต่ไปดูเนื้อหาในมาตรา ๓ เถอะครับ ผมเพียงแต่เอ่ยอ้างแค่นั้นยังไม่ได้ลงลึกไปในมาตรา ๓ เพราะเดี๋ยวจะถึงเวลา มาตรา ๓ จะอภิปรายอีก ผมนําเรียนว่ากรณีที่บอกว่ามาตรา ๓ นั้นเขียนก้ําเกินคําปรารภ ไปมากที่เดียวท่านประธาน ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่ากรณีของมาตรา ๓ นี้อย่างที่ ผมพูดเมื่อก่อนหน้านี้ เป็นคณะกรรมาธิการไม่กี่คณะหรือจะเป็นคณะเดียวก็ได้ ที่เวลาแปรญัตติกฎหมายแล้ว แปรญัตติไม่ได้ แปรญัตติไม่เรียบร้อย กรรมาธิการถามต่อไม่ได้จริง ๆ ผมไม่ย้ํามากแล้ว จะไปพูดในมาตรา ๓ อีกครั้งหนึ่ง แต่บอกว่ามันหลายเรื่องครับที่ผู้แปรญัตติหรือคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากยอมรับแล้วรับเอาคําแปรญัตติของคุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นี้ มาเป็น คําแปรญัตติของคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมรับไม่ได้เลย ท่านประธานครับ หลาย ๆ เรื่องที่ ผมอภิปรายไปแล้ว ผมกราบเรียนเลยว่าหลักสําคัญเรื่องการเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งไม่ใช่เป็น คําที่แปลกประหลาด ไม่ใช่เป็นคําที่น่ากลัวเลย ฟังแล้วน่ากลัว แต่ไม่ใช่เป็นคําต้องห้ามว่า อย่างนั้นเถอะ เผาบ้านเผาเมือง ฆ่าประชาชน อันนี้ทําไม่ได้ครับ ตามคําปรารภนี้มันทําไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของการชุมนุมเท่านั้นนะครับ และชุมนุมนั้นโดยหลักท่านประธานทราบดี มันเป็นเรื่องของการที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เมื่อไม่มีอาวุธก็ไม่สามารถจะไปก่ออะไร ที่ทําให้บ้านเมืองเสียหายได้ ท่านประธานครับ คําปรารภที่ผมว่านี้ ผมก็ขออนุญาต ตัดเช่นเดียวกันกับชื่อร่าง คือในตอนท้ายของคําปรารภนี่ผมก็ตัดว่ากรณีที่ผมนําเรียนว่า ที่บอกว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง ผมเอาแค่นี้ครับ ส่วนการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ซึ่งผมย้ําเมื่อสักครู่ว่ามีความสําคัญครับ อยู่ที่ไหน ๆ ก็สามารถที่จะพูดผ่านระบบไอที (IT) ได้ แล้วทําให้ผู้ที่ชุมนุมนี้เกิดมีอารมณ์ แล้วก็สามารถจะทําผิดกฎหมายได้ แต่ทั้งหมดทั้งหลาย ท่านประธานครับ วันนี้ผมพูดด้วยความเห็นของผมส่วนตัวนะครับ กรรมาธิการชุดนี้ผม เอ่ยอ้างมาก เพราะผมนั่งประชุมอยู่มากที่สุดนะครับ ทุกครั้งผมพยายามที่จะรับฟังว่า แต่ละท่าน บางท่านก็เป็นนักกฎหมาย บางท่านไม่ได้เป็น แต่จะเป็นนักกฎหมายหรือไม่ก็ตาม วิญญูชนย่อมมีอยู่ในหัวใจของแต่ละท่าน ของทุกคน วิญญูชนคือความเห็นของผู้คนที่ ความเห็นนั้นเป็นความเห็นที่ถูกต้อง เขาเรียกว่าความเห็นวิญญูชน แต่คณะนี้ไม่แกล้ง ก็เหมือนแกล้ง หลายท่านแสดงออกชัดว่าไม่เข้าใจ ทําเป็นไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่หลายท่านนั้น ก็จบกฎหมาย เรียนกฎหมายมา ผมอยากจะนําเรียนว่าแต่ละมาตราที่ได้ผ่านการรับรองของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมต้องใช้คําว่าเสียงข้างมาก พวกผมไม่รับรอง ท่านประธานครับ มันบ่งบอกว่าต่อไปนี้ปัจจุบันและในอนาคตประเทศไทยนี้จะเป็นสวรรค์ของคนโกง จะเป็น สวรรค์ของนักฆ่า ใครโกง ใครฆ่า มาอยู่ประเทศไทยพ้นความผิดหมดเลย ท่านลองอ่านดูครับ นี่เป็นการแปรญัตติกฎหมายที่ขัดกับคําปรารภอย่างชัดเจน ผมจะพูดรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ในมาตรา ๓ สําหรับเรื่องคําปรารภผมขออนุญาตเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวครับ ท่านอรรถวิชช์ครับ ขอรบกวนนิดหนึ่ง เอาประเด็นของคุณหมอเหวงให้จบก่อน นะครับ เดี๋ยวท่านรอเสียเวลา หลังจากเรื่องนี้เสร็จแล้วก็เดี๋ยวมาท่านอรรถวิชช์ แล้วก็ ท่านสุชาติ ตามลําดับนะครับ เชิญคุณหมอเหวงครับ ที่ท่านบอกว่าประเด็นอะไรครับ ของท่านผมจะได้วินิจฉัย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เหวง โตจิราการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสภาผู้แทนราษฎรเราต้องมีข้อยุตินะครับว่า นิยามของศัพท์นี้จะ เอาอะไร ผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านคงจะเห็นด้วยกับผมนะครับ ก็คือว่าใช้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ดังนั้นคําว่าทรราชนี่นะครับ ในพจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๒๕ ระบุว่าเป็นคํานาม หมายถึงผู้ปกครองบ้านเมืองที่ใช้ อํานาจตามอําเภอใจ ทําความเดือดร้อนทารุณให้แก่ผู้อยู่ใต้การปกครองของตน ซึ่งรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ไม่มีลักษณะเช่นนี้เลยครับ เดี๋ยวนะครับ ท่านประธานอย่าเพิ่งตัดผมนะครับ ผมยังอภิปรายไม่สิ้นความ รัฐบาลยิ่งลักษณ์มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพี่น้องประชาชน ทั่วทั้งประเทศ มีการแถลงนโยบายแล้วก็บริหารประเทศชาติบ้านเมืองไปตามนโยบายที่ได้ แถลงต่อรัฐสภา ทีนี้ประเด็นอยู่ตรงนี้นะครับก็คือว่ามีท่านผู้อภิปรายท่านหนึ่งท่านไปเอามา จากที่ไหนไม่ทราบ ท่านอาจจะอ้างว่าท่านประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น
เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ จะได้วินิจฉัยได้ง่าย
ตรงนี้ครับ ผมเข้ามาแล้วครับ
คือท่านประท้วงเพื่อขออะไรครับ
คือท่านบอกอย่างนี้ครับ ท่านบอกว่า เขายังอธิบายต่อไปนะครับ กราบประทานโทษนะครับท่านประธาน ผมขออนุญาตยืนยันว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นเท็จครับ รัฐบาลที่เป็นทรราชคือรัฐบาลที่ทําผิดกฎหมายและทําผิดต่อเนื่อง และไม่มีท่าทีว่าจะยุติการกระทําความผิดกฎหมาย ตรงนี้นิยามของรัฐบาลนี้เป๊ะเลยครับ คําว่านิยามคือคําบรรยายครับ รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้เป็นอย่างนี้นะครับ
คืออย่างนี้ครับ ผมอยากจะถามท่านว่าท่านเอาเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วท่านประท้วงนี่ท่านมี วัตถุประสงค์อะไรให้ประธานวินิจฉัยอะไรครับ
ท่านอย่าเพิ่งปิดผมสิครับ ผมยังพูด ไม่จบ ผมประสงค์ที่อยากจะให้ผู้อภิปรายถอนคําพูดคํานี้หรือประโยคนี้ทั้งประโยคเลยครับ
เชิญท่านนิพิฏฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมเห็นด้วยที่ท่านประธานได้กรุณา เริ่มต้นกล่าวว่าเวลาวินิจฉัยว่าสมาชิกทําผิดข้อบังคับหรือไม่ต้องดูทั้งองค์รวม แล้วต้องเริ่มฟัง ตั้งแต่ผมเริ่มอภิปรายว่าผมอภิปรายเรื่องอะไร ท่านประธานครับ ไม่ใช่อยู่ ๆ ผมจะมาว่า รัฐบาลนะครับ ทั้งหมดนี้ผมเริ่มต้นพูดจากคําประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ผมอ่าน เนื้อหาคําประกาศอิสรภาพของอเมริกาก็ท่านบอกว่าอเมริกาเป็นประเทศประชาธิปไตย อย่างไรครับ ในคําประกาศอิสรภาพของอเมริกาเขาบอกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน มีสิทธิที่จะล้มล้างรัฐบาลที่เป็นทรราช แล้วเขาอธิบายต่อว่า ท่านประธานผมพูดต่อ
เดี๋ยวทั้ง ๒ ฝ่ายเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ผมฟังข้อเท็จจริงแล้วนะครับ คือไม่อนุญาตแล้วครับ ตอนนี้เป็นเรื่องที่ผมจะต้องวินิจฉัยแล้วละครับ คืออย่างนี้ครับ คือคุณหมอเหวงครับ เดี๋ยวฟัง ประธานวินิจฉัยก่อนใจเย็น ๆ อดทนนิดหนึ่ง เขาได้ถอดชวเลขออกมานะครับ ผมได้อ่าน ทั้งประโยคของท่านนิพิฏฐ์มีอยู่ ๓ ท่อนนะครับ ๓ ช่วง
ช่วงแรกท่านบรรยายถึงเรื่องข้อเท็จจริงในการประชุมของท่าน
ช่วงที่ ๒ ท่านก็พยายามอธิบายความถึงการประกาศอิสรภาพของอเมริกา แล้วท่านก็ไปใช้คําพูดขึ้นมา
แต่ในช่วงที่ ๓ ที่ผมอ่านจากชวเลขนี่นะครับ ท่านนิพิฏฐ์ท่านก็ไปกล่าวถึงว่า ถ้าคิดว่ารัฐบาลนี้เป็นทรราชและทําผิดกฎหมายล้มล้างรัฐบาลนี้เป็นสิทธิของประชาชน และเป็นสิทธิของผมด้วย และถามต่อไปว่ารัฐบาลทรราชคืออะไร เขายังอธิบายต่อไปครับ รัฐบาลที่เป็นทรราชคือรัฐบาลที่ทําผิดกฎหมายและทําผิดต่อเนื่องและไม่มีท่าทีจะยุติ การกระทําผิดกฎหมาย ตรงกับนิยามของรัฐบาลนี้เป๊ะเลยครับ ฉะนั้นท่านนิพิฏฐ์ท่านต้อง ถอนคําว่ารัฐบาลนี้เป็นทรราชนะครับ ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ
ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับ ผมมีความเชื่อ ท่านประธานใจเย็น ๆ ครับ ใจเย็น ๆ นะครับ ผมบอกว่าถ้าใครคิดว่า ท่านต้องดูประโยคแรกของผมนะครับ ถ้าใครคิดว่าก็มีสิทธิรัฐบาลนี้ เป็นอย่างไรก็มีสิทธิล้มล้างและผมอธิบายคําว่า ทรราช ผมไม่ได้คิดขึ้นเองนะครับ อยู่ในคําประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกา ท่านประธานครับ ผมเชื่อผมยืนยันอีกครั้งหนึ่ง
ก็ท่านเชื่อ แต่มันเป็นการใส่ร้ายอย่างไรครับ
ผมกล่าวหาเลยก็ได้ครับ
คืออย่างนี้ท่านนิพิฏฐ์ครับ ผมก็ต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริงนะครับ เมื่อท่านพูดอย่างนี้ ก็เป็นการใส่ร้ายนะครับ ฉะนั้นท่านก็ต้องถอนนะครับ ถอนในเรื่องของรัฐบาลนี้เป็นทรราช ตรงกับนิยามของรัฐบาลนี้ออกไปนะครับ ท่านก็ถอนไปเลยครับ มันจะได้จบ ผมวินิจฉัยแล้ว นะครับ ผมอ่าน ๒ ครั้งแล้ว ถอนเถอะครับ
ท่านเปิดไมค์สิครับ
เชิญครับ
ผมไม่เคยเกเรนะครับ แต่วันนี้ผม ต้องเกเรท่านประธาน จะให้ผมถอนความเชื่อผมไม่ได้ครับ ท่านประธานวางข้อกําหนด นะครับ ให้ผมออกจากสภาไปกี่นาที กี่ชั่วโมง วางข้อกําหนดมาครับ แต่จะให้ผมถอนสิ่งที่ ผมเชื่อ ผมไม่ถอนครับ
อย่างนั้นท่านไม่ถอนนะครับ
ไม่ถอนครับ
อย่างนั้นเชิญออกไปจากห้องประชุมนะครับ แล้วบันทึกไว้ว่าประธานสั่งให้ถอนว่ารัฐบาลนี้ เป็นทรราชนะครับ ทั้งประโยคออกไปจนถึงประโยคสุดท้ายทั้งหมดออกไป เชิญท่านนิพิฏฐ์ ออกจากห้องประชุมครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้วินิจฉัย ให้นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ถอนคําพูด แต่นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ไม่ถอนคําพูด ตามคําวินิจฉัย และได้เดินออกจากที่ประชุม)
ท่านอรรถวิชช์ต่อครับ พอท่านอรรถวิชช์แล้วก็มาท่านสุชาติครับ ท่านเชนมีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมคิดว่า ผมเป็นกรรมการร่างข้อบังคับฉบับนี้ด้วย แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่มีอยู่ระบุในข้อบังคับการกล่าวหา ใส่ร้ายเสียดสีผู้อื่นซึ่งการที่เป็นรัฐบาลผมเองผมพยายามรับฟังอยู่ ผมยังคิดว่าคุณหมอเหวง ผมไม่ทราบว่าท่านเสียหายตรงไหน ประการแรกที่ท่านประธานต้องพิจารณา ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ อย่างกรณีท่านประธานสั่งให้คุณนิพิฏฐ์ ซึ่งคุณนิพิฏฐ์ไม่ถอนคําพูดตามที่ ท่านประธานสั่ง ผมเคารพคําวินิจฉัยของท่านประธาน แต่ท่านประธานจะสั่งบอกว่า ท่านประธานให้ลบคําพูดของคุณนิพิฏฐ์ซึ่งเขาไม่ถอนคําพูดออกจากบันทึกการประชุม ผมคิดว่าไม่ใช่อํานาจของท่านประธาน
ผมบอกว่าผมสั่งแล้วท่านไม่ถอนก็บันทึกไว้ แล้วให้ท่านออกไปตามข้อบังคับมันทําได้เท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวท่านอรรถวิชช์ต่อ
ท่านประธานนิดเดียว ให้ผมจบ ประโยคของผมนะครับ เมื่อสักครู่ผมฟังท่านประธานต่อ ท่านไม่ได้เพียงบอกว่าให้คุณนิพิฏฐ์ ออกไป
เอาละครับ ผมสั่งอย่างนี้แล้วกันครับ
โอเค. ถ้าอย่างนั้นท่านประธาน ก็สั่งเพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมได้ขอสงวนในฐานะกรรมาธิการเสียงน้อยเอาไว้ในคําปรารภ ซึ่งคําปรารภสอดคล้องกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กระผมเองไม่ได้ใช้สิทธิในการอภิปรายในชื่อร่าง เพราะว่าท่าน ผู้เป็นประธานได้ตัดสิทธิของกระผมในฐานะเป็นผู้สงวน ซึ่งก็ไม่ชอบตามกฎหมาย แต่ก็ได้มี การดําเนินการต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีครับ ผมก็จะใช้สิทธิของผมในส่วนของคําปรารภที่มี ข้อความคล้ายคลึงกับตัวร่างพระราชบัญญัติดังต่อไปนี้ครับ ผมเสนอถ้อยคําว่า โดยที่เป็น การสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําผิดเนื่องจากการชุมนุมทาง การเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนและถ้อยคําต่อจากนี้ที่ขีดเส้นใต้ ผมเติม เข้ามาว่า โดยสงบและปราศจากอาวุธ นั่นหมายความว่ากระผมสนับสนุนการนิรโทษกรรม ให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมที่สงบและปราศจากอาวุธเท่านั้น ซึ่งก็เป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยให้บุคคลนั้นย่อมมีเสรีภาพในการชุมนุม โดยสงบและปราศจากอาวุธ ท่านประธานครับ ผมขอย้ําอีกครั้งว่าผมไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้กับคนฆ่าและ คนยิงประชาชน ผมยืนยันเหมือนที่ร่างของผู้สูญเสียคนเสื้อแดงเขายืนยัน ถ้าพรรคเพื่อไทย เป็นที่พึงพาไม่ได้ ผมเป็นที่พึงพาได้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย เขาคุ้มครองเอาไว้ชัดเจนในมาตรา ๓๒ ว่า บุคคลย่อมมีสิทธิ และเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ไม่มีบทบัญญัติไหนหรอกครับที่จะขัดต่อรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้ การนิรโทษกรรมกันแบบเคยตัวแบบในอดีตพวกปฏิวัติรัฐประหาร ปฏิวัติทุกครั้งคนตาย คนกลุ่มนี้นิรโทษกรรมให้ตัวเองประจํา การฆาตกรรมที่เกิดขึ้น การชุมนุมที่เกิดขึ้น ไปเบียดเบียนคนอื่นไม่ได้ก่อให้เกิดทําร้ายร่างกายคนอื่นไปฆ่าคนอื่นนิรโทษกรรมให้คนพวกนี้ ประจํา วัฏฏะแบบนี้ต้องสิ้นสุดลงสักทีครับ ผมเสนอร่างของผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วต้อง ทําภายใต้กรอบนี้เท่านั้น คือการไม่นิรโทษกรรมให้กับกลุ่มบุคคลที่มุ่งประสงค์ต่อชีวิต และร่างกาย ท่านประธานที่เคารพ ผมได้ระบุชี้ชัดแล้วว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ ระบุชัดว่า ชีวิตร่างกายครับ ไปแตะไม่ได้ เพราะฉะนั้นการชุมนุมผมเข้าใจครับ แล้วผมเป็นคนที่เห็นต่าง กับหลายคนว่า คดีเผาศาลากลาง ยอมรับเถอะครับว่า คนเสื้อแดงเผาศาลากลางและถูกศาล พิพากษาจําคุก และมีค่าปรับ สําหรับผม ผมนั่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย แล้วผมยัง ยืนยันวันนี้พูดเหมือนเดิม การเผาศาลากลางเป็นการมุ่งทําลายต่อตัวทรัพย์สินของรัฐ ถ้าพวกเรามีหัวใจที่จะนิรโทษกรรมให้กับคนกลุ่มคนเสื้อแดง ทําเลยครับ แล้วผมเห็นด้วยครับ ในประเด็นนี้
เดี๋ยวนะครับ ท่านอรรถวิชช์ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานครับ ผมจําเป็นต้องจบถ้อยกระบวนความผมนะครับ
ถ้าให้ท่านพูดต่อก็ประท้วงอีก เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน และท่านผู้อภิปราย และขอประทานโทษจริง ๆ ครับ ผมไม่ได้อยากมาขัดจังหวะ แต่ผมขอประท้วงในข้อ ๖๑ และข้อ ๘ คือถ้าเป็นไปได้การที่จะ มาพาดพิงเอ่ยชื่อพรรค เหมือนผมเอ่ยชื่อพรรคประชาธิปัตย์ท่านก็โกรธ ท่านก็มาเอ่ยชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านก็พยายามจะบอกเสื้อแดงเผา ผมไม่ใช่ผู้นําเสื้อแดงหรอกครับ แต่ผมเกรงว่า เดี๋ยวเขาก็จะบอก แล้วรัฐบาลคุณฆ่าประชาชน เอาอีกแล้ว ดังนั้นผมคิดว่าการที่เราจะ ให้พูดในลักษณะที่จาบจ้วงกันอย่างนี้ใช้ความระมัดระวังหน่อยเถอะครับ ใจเขาใจเรา เรื่องคุณนิพิฏฐ์ก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อเช้าก็กล่าวหาเรื่องทรราช ผมก็กล่าวหาทางโน้น ประธานวิสุทธิ์ก็ให้ผมถอนก่อน ผมก็ด้วยความเคารพก็ถอนก่อน พอถึงตอนนี้ไม่ยอมถอน อีกแล้วครับ ผมว่าท่านครับ ถ้าท่านประธานจะได้ใช้ข้อบังคับตามอํานาจหน้าที่ของท่านกด เสียบ้างเถอะครับ อะไรที่มันคาบเกี่ยว ละเมิดคนอื่นกดเสียบ้างเถอะครับท่านประธาน นี่เล่น ไม่กดเลย ก็ต้องให้ผมประท้วง ผมขอให้ท่านประธานช่วยกําชับ อย่าจาบจ้วงกัน เท่านั้นครับ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านอรรถวิชช์ เชิญต่อครับ ผมให้ความเห็นแล้วครับท่านบุญยอด ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
บุญยอด สุขถิ่นไทย ครับ ประท้วง สั้น ๆ ครับว่า ท่านก็บอกว่าท่านไม่ใช่เสื้อแดง แล้วท่านใช้สิทธิอะไรละครับ สิทธิอะไร ที่ลุกขึ้นมาอธิบายอะไรต่าง ๆ นี้ครับ
คืออย่างนี้ท่านบุญยอดครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประท้วงผมข้อ ๘ แล้วก็ผู้อภิปรายข้อ ๖๑ ผมก็นั่งฟังว่าข้อ ๖๑ คืออะไร ท่านก็อภิปรายไปประเด็นที่ท่านอรรถวิชช์ได้กล่าวถึงเรื่อง พรรคเพื่อไทย ถ้าพึ่งไม่ได้ให้มาพึ่งทางท่านแล้วก็มาประท้วงผม ผมก็ได้ฟังแล้วก็เอาละ จะขอกระชับท่านอรรถวิชช์หน่อย อย่าไปพาดพิงถึงพรรคอื่นเขาเลยนะครับ เชิญต่อครับ
ไม่เป็นไรครับ
ท่านประธานครับ ขอทําความเข้าใจ ว่าท่านต้องควบคุมการประท้วงด้วย เพราะว่ามันพร่ําเพรื่อมากในขณะนี้ และก็เป็นคํายืนยัน เสื้อแดงเขารู้นะครับ คุณสุนัยไม่ใช่เสื้อแดงนะครับ ขอบคุณครับ
มันก็ประท้วงทั้ง ๒ ฝ่าย เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร ประชาธิปัตย์ ผมขอพูดต่อ แล้วถ้าคุณสุนัยกังวลใจที่ผมพาดพิงถึงพรรคเพื่อไทย ผมจะถอนคําว่า เพื่อไทย ออกครับ แต่ผมจะบอกว่าถ้าพรรคการเมืองที่พี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงเลือกมาแล้วเป็นความหวัง ของประชาชนไม่ได้ ยืนหยัดไม่ได้ ปกป้องเขาไม่ได้ว่าคนที่ฆ่าเขา ญาติเขา แล้วยังยกมือผ่าน กฎหมายนิรโทษแบบนี้ไปได้ มาที่นี่ครับ เราพึ่งพาได้ครับ ผมไปต่อครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมไปต่อนะครับผมไม่พาดพิงครับ แล้วผมถอนเพื่อให้เกียรติท่านประธานแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่ากฎหมายฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ เพราะมาตรา ๓๒ นั้น ระบุชัดเจนครับว่า ชีวิตและร่างกายเป็นสิ่งที่ท่านละล่วงละเมิดไม่ได้ ผมขอเรียนว่าการชุมนุมที่ผมยอมรับได้ ในห้องกรรมาธิการถ้าไม่เกิดเหตุการณ์คําสั่งฟ้าผ่า คําพูดของคุณประยุทธ์ในวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ ถ้าไม่มีเหตุการณ์กลับยืนเข้าไปสู่มุมแดง หรือมุมน้ําเงิน ผมจะบอกว่าผมตกผลึกคิดเหมือนกันครับ ผมเข้าใจคนเสื้อแดงแล้วครับว่า การเผาศาลากลางทําไมต้องเผาถ้าเราตั้งโจทย์ว่าเราจะนิรโทษกรรมให้กันและกัน เราจะให้ อภัยกันใหม่ทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง สําหรับผมแล้วการเผาศาลากลางผมยกให้ครับ ร่างผม ก็เป็นอย่างนั้น ทําไมครับ เราเข้าใจถ้ามีการปลุกระดมท่านสามารถจะทําอะไรก็ได้แล้ว ละครับนาทีนั้น ท่านเห็นการที่ทหาร เสียงปืนดังสนั่นลั่น มีคนตายเกิดขึ้น ความโกรธแค้น ไม่เกิดหรือครับ ผมบอกเลยว่าเกิด การที่เขาเผาศาลากลางเป็นการยกระดับหนึ่งขึ้นไป นี่คุยกันแบบเปิดอกในวันนี้ ยอมรับความจริงกันสิครับ ว่าการทําให้เสียทรัพย์ในลักษณะ แบบนี้มันเกิดขึ้นได้ในม็อบ ผมเข้าใจคนเสื้อแดงแล้วครับท่านประธาน ผมขอไปต่อนะครับ
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ครับ ผมเป็นคนเสื้อแดงครับ ผมเป็นแกนนําเสื้อแดงครับ แล้วผมก็ไม่ได้เผา ศาลากลางครับ ดังนั้นจะมาเหมาว่าคนเสื้อแดงเผาศาลากลางทั้งหมดไม่ได้ครับ พูดอย่างนี้ มันผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานต้องเตือนนะครับ ไม่เช่นนั้นไม่ได้นะครับ ไม่ต้องมา ฉลาดพูดหรอกคนเสื้อแดงไม่ไปเลือกหรอกประชาธิปัตย์เชื่อผมเถอะ
อันนี้เขากําลังพูดในกรรมาธิการ ผมก็ไม่ได้นั่งในกรรมาธิการกับเขาด้วยหรอกครับ เขาก็พูด ถึงเรื่องคดีความกันอยู่ที่จะนําไปสู่การนิรโทษ เชิญต่อครับ
ขอบคุณครับ แล้วผมพูด เพื่อความสบายใจครับ จะเล่นกับผมแบบไหนก็ได้ครับ คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งก็ได้ครับ ไม่ใช่ คนเสื้อแดงทั้งหมดก็ได้ครับ แต่การเผาศาลากลางเกิดขึ้นจริง ศาลพิพากษาลงโทษจําคุก ผมกําลังจะบอกว่าพูดกับแบบคนเอื้ออาทรต่อกันแล้วกัน เราเข้าใจครับ เมื่อได้ยินเสียงปืน กลางเมืองกรุงเทพฯ ขนาดนั้น มีคนตายขนาดนั้น เขาโกรธแค้นเป็นเรื่องธรรมดาครั้ง เราเริ่ม เข้าใจแล้ว ผมเข้าใจแล้ว แต่พอท่านทําสุดซอยทะลุซอยไปครอบคลุมถึงเรื่องของชีวิตด้วย ผมไม่ยอมครับ ร่างของกระผมมีความคล้ายคลึงของร่างผู้เสียชีวิตอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในมาตรา ๓ ผมยอมทั้งหมดทุกเรื่องครับ เรื่องที่ผมไม่ยอมท่านแน่ ๆ มาตรา ๑๑๒ เรื่องการ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพไม่ได้เป็นเรื่องของการหมิ่นประมาท เป็นบทหนักนะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศผมไม่ยอมครับ แต่ลองไปดู สิครับในร่างของผมเรื่องหมวดความมั่นคงในราชอาณาจักรอื่น ๆ การก่อการร้าย ผมยกให้ หมดเลยครับ ผมเข้าใจครับ แต่เรื่องชีวิตผมไม่ยอม แล้วท่านทําไม่ได้มันขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๒ วันนี้วัดกันตรงไหนละครับ ว่าใครอยู่ฟากไหนของสังคม วัดกันตอนโหวต ดูหัวใจ กันตอนนั้น ไม่ว่าจะเป็นร่างของใครครับ ร่างของ วรชัย เหมะ ก็ยกความผิดให้คดีฆาตกรรม ร่างของกรรมาธิการชุดนี้ก็ยกความผิดให้คดีฆาตกรรม เหมือนกันหมด แล้วนี่คือสิ่งที่เราตอบ ประชาชนที่เขาเลือกท่านมาแบบไหนครับ ชนะกันมาท่วมท้นด้วยศพที่ก้าวข้ามมาหรือครับ ต้องเสียกี่ชีวิตคนที่เขารักระบอบประชาธิปไตยกี่ชีวิตให้มาเป็น ส.ส. ให้มาเป็นอํามาตย์ ให้มา เป็นรัฐมนตรี สํานึกมันอยู่ที่ไหน ถ้าเห็นเหมือนกันตรงกลางโหวตร่างผม แต่ถ้าจะเป็นคนที่ คิดว่าช่างมัน อะไรมันผ่านไปแล้วให้มันผ่านไป กี่ศพข้ามได้ข้ามไป โหวตแบบที่ใจคิด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอภิปรายในคําเบื้องต้นของผมเพียงเท่านี้ เดี๋ยวพอเข้าไป ในสาระมาตราผมจะบอกว่าร่างของกรรมาธิการชุดนี้มันบิดเบือนเจตนารมณ์ประชาชน ที่เขาเลือกกันมาขนาดไหน ขอบพระคุณครับ
ท่านสุชาติเชิญครับ กรรมาธิการ
ผมขอประท้วงผู้อภิปรายครับ
เดี๋ยวนะครับ เชิญครับ บางครั้งก็ควบคุมยากท่านบุญยอด ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ แล้วก็ประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ด้วย เมื่อกี้ท่านประธานบอกว่าบางท่านควบคุมยากยิ่งกว่าบุญยอดอีก แสดงว่าผมไม่ดีใช่ไหมครับ
ไม่ใช่ ผมบอกบางครั้งก็ควบคุมยากคุณบุญยอด เชิญท่านประท้วงครับ
ผมอธิบายให้ฟังว่า
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมประท้วงผู้อภิปราย ตามข้อ ๖๑ กรณีที่ถ้าจะมีสมาชิกลงมติเห็นตามร่างกฎหมายนิรโทษกรรมแค่ชื่อก็รู้แล้วว่า มันเป็นนิรโทษกรรม เป็นการยกโทษ เป็นการให้อภัย ไม่ใช่ว่าคนนั้นจะเห็นด้วยแล้วลงมติ ให้แล้ว แสดงว่าเขานี่ทําไม่ดีไม่ใช่นะครับ
เอาอย่างนี้ ที่ท่านบอกว่าท่านอรรถวิชช์ฝ่าฝืนข้อ ๖๑ ประเด็นครับ อันนั้นเป็นเรื่องของการที่ ท่านนําเสนอของท่าน ท่านจะโน้มน้าวท่านสมาชิกเป็นดุลยพินิจของท่าน ท่านจะลงตามท่าน หรือเปล่า
ไม่ใช่เขากําลังจะพูดว่า ถ้าสมมุติว่าผม
ผมวินิจฉัยแล้วนะครับ เอาประเด็นของผมก่อนข้อ ๘ ที่บอกประท้วงท่านประธานเรื่องอะไร เดี๋ยวครับ เอาประท้วงให้จบก่อนครับ ข้อ ๘ เรื่องประท้วงประธาน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ และประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ ในกรณีของท่านประธานนี่ท่านประธานไม่ได้ควบคุมการประชุมให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปล่อยให้ผู้อภิปรายเสียดสีบุคคลอื่นมันไม่ได้ ส่วนข้อ ๖๑ ของผู้อภิปรายนั้นก็เสียดสีผิด ข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กรณีที่กล่าวหาว่าสมมุติว่าสมาชิกในนี้ลงมติเห็นด้วยกับกฎหมายยกร่าง นิรโทษกรรมมันไม่ใช่ว่าเขาต้องมีความผิดนะครับ หรือเขาต้องข้ามศพคนอื่นไม่ใช่ เป็นการ ยกโทษก็ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นไม่ได้ฆ่าคนนะครับ ไม่ใช่นะครับ
เอาละครับ ผมวินิจฉัยนั่งลงครับ เดี๋ยวให้วินิจฉัยก่อนครับ ในประเด็นข้อ ๖๑ ผมวินิจฉัย ไปแล้ว ส่วนข้อ ๘ ที่ผมควบคุมปกติก็อภิปรายกันอยู่ด้วยความเรียบร้อยอยู่แล้ว ท่านลุกขึ้น ประท้วงก็ใช้สิทธิตามข้อบังคับ การใช้สิทธิประท้วงก็ไม่ใช่ถือว่าไม่สร้างความไม่เรียบร้อย นะครับ ก็เรียบร้อยอยู่แล้วนะครับ แต่ถ้าใครไม่ฟังประธานอันนั้นคือต้องรักษาตามข้อ ๘ คราวนี้มาท่านรังสิมาประท้วงก่อน ทีละท่านใจเย็นครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉัน เคยประท้วงท่านประธานเมื่อตอนเช้าครั้งหนึ่งแล้ว แล้วดิฉันก็ไม่ยอมถอน ท่านก็ได้ให้บันทึก เอาไว้ตามที่ดิฉันได้พูด ท่านจะให้คนที่บ้าประท้วง
ท่านก็เอาประท้วงท่านว่าไป อย่าไปกล่าวหากันอย่างนั้นเลยนะครับ มันจะไม่จบนะครับ อันนี้เป็นสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้ทรงเกียรตินะครับ การกล่าวหาใครบ้า ไม่บ้า อย่าไป กล่าวหากันในนี้เลยนะครับ ท่านจะประท้วงอะไรท่านก็ว่ามาดีกว่านะครับ อย่าไปกล่าวหา กันเลยขอความร่วมมือนะครับ
ท่านประธานคะ ดิฉันประท้วง ประธานข้อ ๘ ท่านทําหน้าที่ท่านต้องดูสิคนที่ประท้วงเขามีหลักมีเกณฑ์หน่อย ไม่ใช่อยากจะ ประท้วงอะไรก็ประท้วง แล้วประธานก็ปล่อยให้เขาพูด พูดก็ยังไม่รู้เลยว่าประท้วงอะไร แล้วมันเป็นความคิดของคนที่อภิปราย เขาไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องลงคะแนนตามเขาสิคะ มันผิด ตรงไหน ความคิดใครก็ความคิดของคนนั้น ถ้าความคิดเหมือนกันไม่ต้องเอามาเข้าหรอกสภา ลงมติไปเลย ไม่ต้องมานั่งอภิปราย แล้วประธานต้องควบคุม ไม่ใช่ปล่อยให้คนบ้าอภิปราย
ใจเย็น ๆ ครับ ประธานไม่ทราบหรอก อย่างท่านจุฤทธิ์จะลุกขึ้นมาแล้วใช้สิทธิ ผมจะไปรู้ ได้อย่างไรว่าท่านจุฤทธิ์จะพูดอะไร ก็ต้องให้ท่านจุฤทธิ์แสดงความคิดเห็นก่อนแล้วจึงวินิจฉัย อันนี้เป็นหลัก ระเบียบมันวางไว้อย่างนั้นนะครับ แต่ถ้าไม่ให้เลยจะมีปัญหา เชิญฝั่งนี้ก่อน ทีละท่าน ท่านจุฤทธิ์นั่งก่อนนะครับ ตั้งแต่เช้าแล้วท่านจุฤทธิ์ยังไม่ได้พูด เดี๋ยวท่านจะได้พูด เชิญท่านประท้วงก่อน
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตท่านประธานปิดการอภิปรายในส่วนของคําปรารภ ขอผู้รับรองครับ
เอานะครับ เดี๋ยวใจเย็น ๆ ครับ เอาอย่างนี้ได้ไหมครับ
ท่านประธานครับ ผม สุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่าเนื่องจากว่าการอภิปรายของฝ่ายค้านผมกําลังอยากติดตามรายละเอียด อยากให้เข้ามาตรา ๑ เสียที เพราะว่าปรมาจารย์ก็คือท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ท่านก็ได้พูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นส่วนที่เหลือผมอยากจะฟังมาตรา ๑ ถึงมาตรา ๗ ว่ารายละเอียดของ พรรคฝ่ายค้านว่าอย่างไรบ้างครับ จึงขออนุญาตท่านประธานปิดการอภิปรายครับ
คือเหลือผู้อภิปรายอยู่ ๒ ท่าน คือท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน กับคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ ใช่ไหมครับ ผมจะได้ขอว่าอีก ๒ ท่าน แล้วค่อยว่ากันได้ไหม เดี๋ยวผมถามทางคุณจุฤทธิ์ เหลืออยู่กี่ท่านของฝ่ายค้าน ผมจะต่อลอง เดี๋ยวให้เอาประเด็นนี้ก่อนครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เมื่อสักครู่ผมลุกขึ้นประท้วงท่านประธานตามข้อที่ ๘ แต่เมื่อท่านไม่ให้ ผมพูดก่อน ผมมองไปทางซ้ายมือผมก็พอเดาได้ว่าเขาจะทําอะไร เมื่อท่านชี้ไปทางโน้นก่อน ก็เกิดอย่างที่ท่านเห็นครับ ทั้ง ๆ ที่เมื่อสักครู่นี้ครับ สมาชิกท่านนั้นลุกขึ้นยืนยกมือลักษณะ ประท้วงเหมือนกันท่านจึงอนุญาตให้พูด แต่ปรากฏว่าเมื่อให้พูดกลายเป็นขอปิดอภิปราย อีกแล้ว เมื่อสักครู่ผมก็พอเดาได้ว่าจะขอปิดอภิปรายครับ ผมเลยพยายามลุกขึ้นประท้วง เสียก่อน ที่สุดเมื่อขอปิดอภิปรายแล้วโดยลุกขึ้นลักษณะประท้วงนี้ท่านประธานก็วินิจฉัย ได้เลยครับ ว่าลุกขึ้นขอประท้วงครับ ขอปิดอภิปรายผิดข้อบังคับท่านใช้สิทธิของท่านวินิจฉัย ได้เลย ส่วนเรื่องที่ ๒ ที่ว่าจะมีสมาชิกท่านใดอภิปรายอีกบ้างอันนั้นเป็นสิทธิครับ เมื่อสักครู่ เราได้คุยกันแล้วว่าเป็นสิทธิของผู้ที่สงวนคําแปรญัตติไว้ ท่านประธานครับ ท่านดูข้อบังคับสิครับ
คืออย่างนี้คุณจุฤทธิ์ครับ เหลือตามที่ขอแปรมีอยู่ ๒ คือคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ กับ ท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน ผมว่าอย่าเอาเยอะเลย เดี๋ยวผมจะขอต่อลองว่า ๒ ท่านก็น่าจะ จบนะครับ ถ้าเราเสียเวลา คุณหมอสุกิจท่านก็ตั้งใจจะพูดอยู่ครับ ขอความร่วมมือเถอะ
นิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมต่อเนื่องจากประเด็นนะครับ ผมไม่พูดถึงเรื่องปิดอภิปรายนะครับ
เอาอย่างนี้เดี๋ยวมันจะไม่จบเอาประเด็นนี้ก่อน เอาว่าเหลืออยู่ ๒ ท่าน ก็คือท่านสุชาติ ลายน้ําเงิน กับท่านคุณหมอสุกิจนะครับ แล้วก็ผมก็จะให้กรรมาธิการชี้แจงเราก็จะลงมติ ถ้าเป็นอย่างนี้ผมก็จะคุยกับฝั่งนี้เขานะครับ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมคิดว่าท่านประธานให้ปิดอภิปราย ตามข้อ ๔๗ (๖) ไม่ได้ครับ เพราะได้ทําไปแล้วในตอนของชื่อร่างครับ ในตอนท้ายบอกว่า ญัตติตาม (๓) (๕) (๖) คือการขอปิดอภิปรายนี้นะครับ เมื่อที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่ เสนอแล้วห้ามไม่ให้เสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก ห้ามเสนอซ้ํา เขาไม่มีสิทธิที่จะมาเสนอขอ ปิดอภิปรายอีกแล้ว เพราะได้เสนอไปแล้วเมื่อตอนชื่อร่างเรียบร้อยไปแล้วและลงมติไปแล้ว เรียบร้อยครับ ดังนั้นไม่มีการต่อรองครับ ไม่มีการต่อรองว่าจะอีก ๒ คนหรือไม่ เพราะฉะนั้น ท่านประธานต้องยึดข้อบังคับอย่างเคร่งครัดตามข้อสุดท้ายครับ จะห้ามไม่ให้เสนอญัตติอื่น ในข้อนี้อีกครับ ถ้าท่านไม่ทําท่านลงจากเวทีเดี๋ยวนี้เลยนะครับ
เขาก็มีสิทธิที่จะขอปิดการอภิปรายตามข้อ ๔๗ แล้วก็ข้อ ๖๕ ได้นะครับ ฉะนั้นเราอย่าไปนั้น ท่านดูข้อบังคับแล้วก็เอาอย่างนี้ว่าผมอยากจะให้ท่านสมาชิกได้สิทธิอีก ๒ ท่าน มันก็น่าจะ เดินไปได้นะครับ คุณหมอนะครับ เอาอย่างนั้นแล้วกันนะครับ เชิญท่านผู้เสนอญัตติที่ขอ ปิดการอภิปรายขอถอนได้ไหมครับ เหลืออีก ๒ ท่าน เดี๋ยวนะครับ ผมถามทางนี้ก่อน
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ภิญโญ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ผมขออนุญาตยืนยันนะครับ ขอปิด การอภิปราย
เหลืออีก ๒ ท่าน ให้ทางท่านสุชาติกับคุณหมอสุกิจก็น่าจะให้พูดเสร็จก่อน ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ ท่านก็ขอปิดการอภิปราย บรรยากาศก็ดีอยู่แล้ว เปิดให้สักอีก ๒ ท่าน ไม่เห็นเป็นไรเลย นะครับ ท่านก็ถอนไปก่อน
ท่านประธานครับ ผม สุชาติ ภิญโญ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา คือเนื่องจากว่าเราประชุมมานาน ตอนนี้หกโมงแล้ว เรายังไม่เข้ามาตรา ๑ ครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตนะครับ ไว้ในรายละเอียดของแต่ละ มาตราเปิดโอกาสให้พรรคฝ่ายค้านพูดเต็มที่ครับท่านประธาน และผมก็พร้อมที่จะรับฟัง แล้วก็จะนําประเด็นต่าง ๆ มาพิจารณานะครับ ขออนุญาตยืนตามคําเสนอครับท่านประธาน
เชิญท่านบุญยอดครับ
ท่านประธานครับ ผมยืนยัน นะครับว่าผู้เสนอปิดอภิปรายนี้ไม่ได้ เพราะได้ทําไปแล้ว ท่านจะมาใช้ข้อบังคับ ๖๕ อีกมันก็ ไม่ใช่แล้วครับ ผู้อภิปรายเป็นอันยุติเมื่อไม่มีผู้ใดอภิปราย ยังมีคนอภิปรายอยู่ ที่ประชุมมีมติ ไม่อภิปรายก็ตามข้อเมื่อกี้ ที่ประชุมมีมติให้ยกเรื่องอื่นขึ้นมาปรึกษา นี่ ๖๕ แต่เมื่อกี้คือ ๔๗ แล้วเขาใช้ (๖) ซึ่งใช้ซ้ํา แล้วประโยคสุดท้ายคือใช้ซ้ําไม่ได้ อ่านแล้วก็เข้าใจง่ายครับ เขาใช้กันไปแล้ว และเขาใช้ซ้ําไม่ได้ ท่านไม่มีอํานาจใด ๆ ที่จะให้เขายกมือขึ้นแล้วบอกว่า ขอปิดอภิปรายอีก เป็นมติขึ้นมาซ้อนมาไม่ได้อีกแล้วครับ เข้าใจนะครับ ตกลงตามนี้นะครับ ถ้าไม่ตกลงตามนี้ผมมีเรื่องกับท่านแน่ครับ ขอบคุณครับ
ใจเย็น ๆ ครับ คราวที่แล้วมีการขอปิดการอภิปรายตามข้อ ๔๗ (๖) เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ ชื่อร่าง คราวนี้เมื่อลงมติไปแล้ว คราวนี้เรากําลังพิจารณาเรื่องคําปรารภอยู่ มันก็คนละเรื่อง คนละตอนกันนะครับ ดังนั้นถือว่าดําเนินการได้ตามข้อ ๔๗ (๖) และก็เป็นไปตามข้อ ๖๕ ถ้าไม่มีท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่น เดี๋ยวให้คุณหมอสุกิจครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ต้องพูดกันสิครับ ผม ๒ มาตราแล้วนะครับ ขนาดผู้สงวนความเห็นยังพูดกันไม่ค่อยหมดเลย ยังไม่หมดเลย ยังเหลือคุณสุชาติ และจะทําอะไรกันครับสภานี้ จะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้หรือครับ ผมเสนอญัตตินะครับ เป็นญัตติของผมส่วนตัว ซึ่งทางกรรมาธิการก็รับไปแล้ว ผมย่อมมีสิทธิ ที่จะมาแสดงความคิดเห็น เพราะว่าผมสงวนความเห็นไว้ ผมว่าการวินิจฉัยของท่านเทิดพงษ์ เมื่อกี้ถูกต้องแล้วครับ เมื่อเสนอการปิดอภิปราย หมายถึงว่าปิดเฉพาะญัตติของคนใดคนหนึ่ง นะครับ ทุกคนมีญัตติของตัวเอง ผมแปรผมก็แปรไม่เหมือนคนอื่นเลยครับ ผมก็มีสิทธิที่จะ มาพูด ไม่ได้ซ้ําไม่ได้ซากคนอื่นเลยท่านประธาน เล่นกันอย่างนี้ได้หรือ
ท่านสุชาติเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ ลายน้ําเงิน อดีตผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เป็นกรรมาธิการที่สงวนญัตติไว้ ผมมา นั่งดูตั้งแต่เช้า และ ๒ ปี ที่ไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ ได้ติดตามสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดครับว่า นี่หรือคือที่พึ่งประชาชน ผมอยากจะให้ท่านประธานนะครับว่า อย่างน้อยใครที่ เป็นผู้แทนอย่าให้ลําบากเหมือนผม เวลาไม่ได้เป็นผู้แทนอึดอัด มีสภาไว้พี่น้องครับ ผู้แทนราษฎรทําหน้าที่ผู้แทนราษฎร ศาลทําหน้าที่ศาล ประชาชนทําหน้าที่ประชาชน แล้วบ้านเมืองจะเป็นสุขครับ ผมสละท่านประธานครับว่า เพื่อให้สภามีความสามัคคี ผมไม่ต้องพูดก็ได้ครับ ผมขอให้พรรคประชาธิปัตย์พูดอีกคนหนึ่ง แล้วก็ค่อยว่ากัน บ้านเมือง มันจะได้เดินได้ครับ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านสุนัยอีกท่านเดียว เดี๋ยวครับท่านจุฤทธิ์ เดี๋ยวจะให้ท่านพูด ท่านนั่งก่อนครับ
ท่านประธานครับ ผมเองอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่า การขอปิดอภิปรายนี้ไม่ใช่หมายความว่าต้องพูดหมดทุกคน ความหมายเป็นตามข้อบังคับในข้อ ๔๗
คืออย่างนี้ครับ อันนั้นเข้าใจเรื่องข้อบังคับ คราวนี้แต่ว่าเพื่อนสมาชิกอยากจะขอพูดอีกสัก ๑ ท่าน เราจะได้จบในเรื่องของคําปรารภนะครับ ก็เท่านั้นเองนะครับ ได้ไหมครับ
ท่านครับ ผมเองเห็นว่ามาตราสําคัญ ที่สุดอยู่มาตรา ๓ วันนี้มาตรา ๑ ก็ยังไม่ได้ขึ้น มาตรา ๑ ก็จะไปซ้ํากับชื่อเรื่องอีก ท่านก็จะ อภิปรายมาตรา ๑ ซึ่งไปซ้ํากับชื่อเรื่องอีก กระบวนการบริหารเวลา ท่านประธานครับ มันไม่ใช่เรื่องว่าเหลืออีกคน เหลืออีก ๒ คน แต่เราจะบริหารเวลาอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ
อีกประการหนึ่ง เรื่องคําปรารภ เรื่องเหตุผลนี้ก็ไม่มีการแก้ไข และได้ฟังกัน มาพอสมควรแล้วท่านประธานครับ ผมอยากให้เข้ามาตราสักทีเถอะครับ ถามประชาชน เถอะครับ เขาเบื่อหน่าย เพราะเราเล่นกันอย่างนี้
เอาละครับ ตกลงวิป ๒ ฝ่ายยังไม่คุยกันเลยจะให้เจรจากันอย่างไรครับ เชิญท่านจุฤทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่เมื่อสักครู่ที่ต่อเนื่องอยู่นะครับ เรื่องข้อบังคับ เรื่องขอเปิดอภิปรายนะครับ ประเด็นก็คือว่าในข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๕ ข้อ ๕๕ ในวรรคสอง ถ้าผู้เสนอญัตติหรือผู้แปรญัตติไม่ชี้แจงในที่ประชุม หรือผู้เสนอญัตติ หรือผู้แปรญัตติไม่อยู่ในที่ประชุม ประเด็นก็คือตอนนี้คุณหมอสุกิจอยู่ และมีความประสงค์ จะแสดงญัตติดังกล่าวตามข้อบังคับ ข้อที่ ๕๕ เมื่อท่านประธานไปเห็นว่าข้อ ๔๗ ใหญ่กว่า ทําให้สิทธิของท่านหมอสุกิจตามข้อ ๕๕ โดนลิดรอนไป ใครเป็นคนรับผิดชอบครับ ท่านประธานครับ ผมจึงบอกว่าท่านประธานจะต้องวินิจฉัยและใช้อํานาจตามข้อ ๘ ได้เลยครับ ให้สิทธิคุณหมอสุกิจได้อภิปราย ได้เสนอญัตติตามที่คุณหมอประสงค์ ส่วนที่ เมื่อสักครู่มีกรรมาธิการท่านได้สละสิทธิ์ไปแล้ว อันนั้นก็เป็นไปตามข้อ ๕๕ ที่ขอสละสิทธิ์ ไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรครับ เพราะฉะนั้น ณ ตอนนี้เหลือสมาชิกอีก ๑ ท่านที่มีการสงวนคําแปร ญัตติไว้ตามหน้าที่ ๙ ในรายงานดังกล่าว คือคุณหมอสุกิจ อัถโถปกรณ์ และเมื่อสักครู่ท่านก็ ได้แสดงความจํานงว่าต้องการอภิปรายแสดงความเห็นดังกล่าวแล้วด้วย ผมจึงคิดว่าถ้าที่สุด ท่านประธานทําตามข้อ ๔๗ ที่มีสมาชิกเสนอ ท่านก็จะผิดในข้อ ๕๕ ตามที่เป็นข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรอีก ผมจึงคิดว่าท่านควรใช้อํานาจของท่านตามข้อที่ ๘ ครับ ให้อํานาจหมอสุกิจได้อภิปราย จากนั้นจะเป็นอย่างไรก็แล้วแต่ท่านประธาน ขอบคุณครับ
เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมได้ยินคําวินิจฉัย ของท่านไปแล้ว ผมเสียใจอย่างยิ่งนะครับที่ท่านวินิจฉัยแบบนั้น แต่ผมถามต่อครับว่า ผู้ที่เสนอปิดอภิปรายเสนอปิดอภิปรายในญัตติของใคร เขาเสนอปิดอภิปรายญัตติใครครับ หรือเสนอปิดอภิปรายอย่างไรไม่เข้าใจ เพราะว่าถ้าบอกว่าเสนอกันแบบนี้ได้ในทุกขั้นตอน ถูกไหมครับ นี่คือคําวินิจฉัยของท่านนะครับ ผมก็จะเสนอตาม (๓) (๕) ต่าง ๆ ให้กรรมาธิการพิจารณาบ้าง ให้เลื่อนการพิจารณาออกไปบ้างในทุกมาตราต่าง ๆ ต่อไป ผมต้องทําได้นะครับ ถ้าฝั่งโน้นทําได้ผมก็ต้องทําได้ถูกไหมครับ และเราก็ต้องโหวตกันอยู่ ตลอดเวลา ถามสมาชิกส่วนใหญ่หรือยังครับว่าเขาจะเอาอย่างนั้นกันหรือเปล่า ส.ส. จากนครราชสีมานะครับจุดประเด็นนี้ขึ้นมาเองนะครับที่จะเรียกพวกท่านมาโหวต ถ้าท่านยังเดินหน้าต่อไปผมก็จะเสนอเปิดอภิปรายต่อ ท่านพิจารณาก่อนนะครับ ผมเชื่อว่า จริง ๆ ๑. ทําไม่ได้ เพราะการเสนอปิดอภิปรายทําได้ครั้งเดียวเท่านั้น นั่นคือในญัตติ รวมทั้งหมด รวมทั้งหมดก็คือร่างพระราชบัญญัติทั้งหมดครับ เมื่อท่านอภิปรายกันมาจนโอเค เต็มที่แล้วก็ปิดอภิปรายกันครั้งเดียว แล้วก็เสนอซ้ําไม่ได้ครับ เสนอแล้วถ้าหากว่าปิดอภิปราย แล้วก็จบกันไป ก็เลิกกันไป ก็แค่นั้นเอง ถูกไหมครับ ไม่ใช่มาเสนอปิดอภิปรายซ้ําซากแบบนี้ เราทําผิดกันมาโดยตลอดครับท่านประธาน ผมยืนยันนะครับว่าถ้าไม่อย่างนั้นมันจะ ไม่บัญญัติเอาไว้ในวรรคท้ายอย่างที่ว่านี้ แล้วก็ผมก็อยากจะให้ประชาชนเขาก็ได้ฟังครับ เมื่อสักครู่นั้น ส.ส. ท่านหนึ่งบอกประชาชนเบื่อหน่าย เขาเบื่อครับ เบื่อพวกท่านนะครับ เล่นเกมการเมืองมากเกินไปแล้วครับ ทําบ้านเมืองเสียหายขนาดนี้มากเกินไปแล้วครับ
เอาละครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย ต่อประเด็น ที่กําลังหารือกันอยู่นั้น ท่านประธานครับ ท่านประธานวินิจฉัยได้ถูกต้องแล้วนะครับ ข้อบังคับการประชุมผมต้องกราบเรียนครับ ในการปิดอภิปรายมันเป็นสิทธิ เป็นเอกสิทธิ์ของ เพื่อนสมาชิกที่จะเสนอได้และไม่ขัดต่อข้อบังคับนะครับ เพื่อนสมาชิกได้มีการเสนอ การปิดอภิปราย ตอนนี้ท่านประธานต้องเดินต่อ ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ข้อบังคับการประชุมนี้ชัดเจนครับ มีการอนุญาตตาม ข้อ ๔๗ วรรคหกนะครับ ข้อ ๖๖ เป็นเรื่องของการปิดอภิปรายโดยเฉพาะ หมายความว่าสิ่งที่เรากําลังอภิปรายกันอยู่นี่ คือคําปรารภเมื่อมีการอภิปรายถึงระดับหนึ่งได้ความได้เนื้อความใจความอย่างเพียงพอแล้ว ก็สามารถที่จะใช้สิทธิของท่านประธานหรือใช้สิทธิของเพื่อนสมาชิกในการเสนอให้ ปิดอภิปรายได้ และไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิใด ๆ ครับ ผมต้องกราบเรียนต่อท่านประธาน ว่าต้องชี้แจงทําความเข้าใจในเรื่องของการที่มีญัตติและการแปรญัตติ ญัตตินี้แน่นอนครับ ผู้เสนอญัตติมีสิทธิในการนําเสนอทุกคนนะครับ แต่สิ่งที่ท่านกําลังอภิปรายกันมาทั้งวัน เขาเรียกว่าการแปรญัตติไม่มีรัฐธรรมนูญข้อใดไม่มีข้อบังคับข้อใดกําหนดว่าทุกคนจะต้อง สิทธิ และที่สําคัญนี้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๒๕ กําหนดให้ทางกรรมาธิการได้ส่งเอกสาร ประกอบ ซึ่งพวกเรามีอยู่ในมือกันทุกคนนะครับ เอกสารประกอบนี้เป็นร้อยหน้านี้นะครับ ผมกราบเรียนว่ารายละเอียดที่ท่านได้แปรญัตติแล้วก็สงวนไว้ครับ ตอนนี้อยู่ที่มือแล้ว
คืออย่างนี้ท่านจุลพันธ์ครับ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าเขาเสนอขอปิดการอภิปราย เอาประเด็นนี้ก่อน แค่นี้เองนะครับ ก็คือว่าอย่างนี้ ขอความกรุณาทางซีกฝั่งนี้ก็เหลือคุณหมอสุกิจอยู่ท่านเดียว ก็ให้ท่านได้มีโอกาสได้พูดเถอะนะครับ แล้วเราค่อยลงมติในเรื่องนี้แล้วก็เดินหน้าต่อไป ประเด็นมีเท่านี้นะครับ มันก็เดินหน้าได้ ท่านลองปรึกษาหารือกันดูสิ ลองปรึกษาท่านจาก จังหวัดนนทบุรีดูสิ ท่านอะไรที่ปรึกษาวิปอยู่ที่จังหวัดนนทบุรี
ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อนสมาชิกผู้เสนอตาม ข้อ ๔๗ วรรคหก ยืนยันว่าจะให้มีการเสนอการปิดอภิปราย ตอนนี้ท่านประธานไม่มีทางเลือกนอกจากถามว่า มีผู้เห็นเป็นอื่นหรือไม่ ถ้าไม่มีก็ต้องเดินต่อลงมติครับ
ก็ใช่ ผมขอปฏิบัติตามข้อบังคับ แต่เพื่อที่จะให้การดําเนินการทั้ง ๒ ฝ่ายนี้ เป็นไปด้วยความ ราบรื่นได้ ก็อยากขอหารือนะครับ ขณะนี้ท่านประธานวิปท่านก็มาแล้วนะครับ ที่ปรึกษาวิป ก็มาแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็นั่งอยู่ด้วย ลองปรึกษาหารือท่านเดียว นะครับ มันจะเดินได้ เชิญท่านผู้อาวุโสครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัด เพชรบูรณ์ อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าเมื่อสักครู่นี้นะครับ ท่านสมาชิกบุญยอด สุขถิ่นไทย ได้อภิปรายถึงข้อบังคับ ข้อ ๔๗ แล้วมีวงเล็บทั้งหมด ๗ วงเล็บ ท่านประธานช่วย กรุณาอ่านเถอะครับ ถ้าท่านไม่อ่านท่านก็ไม่เข้าใจในปัญหาข้อนี้ครับ ในวรรคสุดท้ายของ ข้อ ๔๗ บอกว่าญัตติตาม (๓) (๕) (๖) หรือ (๗) ใน (๖) คือขอปิดอภิปราย เมื่อที่ประชุมลง มติเห็นชอบตามที่เสนอแล้วก็แปลว่าถ้าที่ประชุมเห็นด้วยที่จะปิดอภิปรายแล้ว ห้ามไม่ให้ เสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก ท่านเห็นไหมครับไม่ได้แปลว่าลงมติไม่ให้ปิดอภิปราย แล้วพอมี ผู้อภิปรายต่ออีกคน ๒ คน จะขอเสนอปิดอภิปรายอีกไม่ได้ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ แปลว่า ที่ประชุมลงมติปิดอภิปรายแล้ว ยังอยู่ในญัตติเดิมคือร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมตาม ข้อ ๔๗ เมื่อที่ประชุมกําลังพิจารณาญัตติใดอยู่ห้ามเสนอญัตติอื่นเว้นแต่ (๑) ถึง (๗) ชัดเจน นะครับ ถ้าท่านประธานยังไม่วินิจฉัยเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานวิสุทธิ์กําลังจะลงมติในปัญหา เดียวกันนี้ ผมสงวนคําแปรญัตติไว้ยังไม่ได้อภิปรายในชื่อร่าง แล้วปรากฏว่าที่ประชุมลงมติไป แล้วท่านประธานวิสุทธิ์บอกว่าลงมติไปแล้ววินิจฉัยไม่ได้ตอนนี้ยังไม่ได้ลงมติครับ ขอความกรุณาท่านประธานวินิจฉัยเสียก่อนว่าข้อบังคับ ข้อ ๔๗ วรรคท้ายญัตติตาม (๓) (๕) (๖) คือการขอปิดอภิปรายเมื่อลงมติปิดอภิปรายไปแล้วจะเสนอญัตติซ้ําอีกได้หรือไม่ ถ้าท่านวินิจฉัยว่าไม่ได้ก็ให้ผู้ดําเนินการอภิปรายต่อไป ถ้าท่านวินิจฉัยว่าได้ท่านก็ต้องให้ลงมติ แล้วจะได้มีหลักฐานว่าท่านวินิจฉัยข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ขัดกับถ้อยคําที่ปรากฏไว้ชัดเจนครับ มิฉะนั้นจะไม่มีผู้ใดรับผิดชอบ สักครู่นี้ผมก็เสียใจที่ท่านประธานไม่วินิจฉัย อ้างว่าลงมติไปแล้ว ไม่วินิจฉัย หวังว่าท่านประธานจะไม่อ้างว่ายังไม่ลงมติจึงไม่วินิจฉัยนะครับ ขอบคุณครับ
อย่างนี้นะครับ ถ้าท่านหยิบยกเมื่อสักครู่นี้ขึ้นมาท่านช่วยกรุณาดูข้อ ๔๙ เอาว่าประเด็นที่ ท่านขอปิดการอภิปรายท่านยังยืนยันใช่ไหมครับ ผมก็ต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ถ้าอย่างนั้น ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะให้มีการปิดการอภิปรายหรือไม่นะครับ เชิญท่านประเสริฐ ท่านจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ หรือท่านจุรินทร์ ท่านจุรินทร์นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธานเบื้องต้นก่อนนิดเดียวครับว่า พวกกระผมแปรญัตติไว้ ทั้งสิ้น ๖ ท่าน เพิ่งใช้สิทธิไปได้แค่ ๓ ท่าน ที่เหลือยังประสงค์ที่จะใช้สิทธิทุกท่าน การที่ สมาชิกท่านหนึ่งเสนอปิดอภิปราย พวกกระผมถือว่าเป็นการกระทําที่ขออภัยที่ต้องใช้คําว่า ขัดกับรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ เพราะถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิของผู้สงวนความเห็น และสงวนคําแปรญัตติไว้ ซึ่งยังประสงค์ที่จะใช้สิทธิ แต่อย่างไรก็ตามแม้กระผมจะไม่ยอมรับ การเสนอญัตติขอปิดอภิปราย แต่ก็ขอใช้สิทธิในการเสนอเปิดอภิปรายเพื่อยืนยันไว้ เป็นหลักฐานในสภาว่าพวกกระผมที่สงวนความเห็นและสงวนคําแปรญัตติไว้ที่ยังไม่ได้ อภิปรายนั้นยังมีความประสงค์ที่จะใช้สิทธิอยู่ จึงขอเสนอให้เปิดอภิปรายต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ผมขอร้องเขาแล้วก็ไม่ได้ ก็ต้องขอมติท่านเทอดพงษ์ เชิญท่านผู้อาวุโสครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมมาจากจังหวัดตาก ต้องเรียนท่านประธานว่า เมื่อสักครู่นี้ผมได้พยายามจะอธิบายได้เรื่องของข้อบังคับ เพราะว่าผมว่าท่านประธานอยู่สภา มานาน ท่านประธานไม่เคยเห็นอย่างนี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานไม่เคยเห็นอย่างนี้มาก่อน เพิงมาเห็นกันเมื่อเร็ว ๆ นี้เองว่ามีการขอไม่ให้ผู้แปรญัตติไม่ได้พูด ไม่เคยมีครับ ถามว่า ไม่เคยมีนั้นมันมาจากข้อบังคับเราหรือเปล่า ข้อบังคับนี่เขาเขียนไว้ชัดนะครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่นี้ผมอธิบายไปทีหนึ่งแล้วนะครับ พอดีท่านประธานวิสุทธิ์ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร นะครับ เพราะมันผ่านไปแล้วนะครับ ผมก็เพิ่งดู ข้อ ๓๗ เขาบอกว่าญัตติต้องเสนอล่วงหน้า เป็นหนังสือต่อประธานสภา มีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า ๕ คน ผมเสนออย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นอันนี้คือญัตติผมนะครับ ญัตติที่ผมแปรญัตติไว้นั้นคือญัตติ เพราะฉะนั้นเมื่อมี ญัตติแล้วเรากําลังพิจารณาอะไรกันครับ พิจารณาญัตติที่ว่านี้ เมื่อสักครู่นี้ที่พูดนั้นญัตติของ คุณวิรัช ร่มเย็น รู้สักจะเป็นคนสุดท้าย คุณวิรัชก็พูดญัตติของคุณวิรัชไป คําต่อไปก็จะเป็น ญัตติของคุณสุชาติ ลายน้ําเงิน มันญัตติของแต่ละคนครับ เพราะฉะนั้นเวลาจะปิดท่านจะปิด ญัตติของใครครับ ญัตติของที่จบไปแล้ว ญัตติใหม่ไปปิดเขาไม่ได้ครับ ไปปิดเขาไม่ได้นะครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องไปปิดของพวกนั้นเขา เพราะฉะนั้นของหมอสุกิจยังอยู่ นะครับ ท่านโหวตเสร็จหมอสุกิจยังอยู่นะครับ ท่านลองตีความให้ดีสิครับ เขียนเลยครับว่า ญัตติเขาเสนอถูกต้อง และยังไม่ได้พิจารณาเลยครับ และท่านไปปิดเขาได้อย่างไร เขาจะไป ปิดรวดเดียวถ้าทําอย่างนี้ได้วันไหนท่านเปิดสภามาครับ ระเบียบวาระทั้งหมดมีท่านบอกว่า ยกเลิกไม่เอา ระเบียบวาระที่ ๑ หมดเลยทั้งกระบิเลยก็ได้ มันไม่ใช่ ญัตติไหนเป็นญัตติหนึ่ง หนึ่งทั้งนั้นครับ ระเบียบวาระที่ ๑ ระเบียบวาระที่ ๒ ระเบียบวาระที่ ๓ มันเป็นหนึ่งทั้งหมด ญัตติ ๆ หมด เพราะฉะนั้นญัตติเหล่นั้นเขายังไม่ได้พูดนะครับเขายังไม่ได้แสดง เพราะฉะนั้น ท่านไปปิดญัตติเขาไม่ได้ เหมือนอย่างที่เมื่ออดีตผ่านมาท่านประธานอยู่สภามานาน ท่านไม่เคยเห็นหรอกครับ ท่านเพิ่งมาเห็นนี่ละครับ เพราะฉะนั้นที่มาเห็นอย่างนี้เพราะว่า เมื่อก่อนเขาก็ใช้วิธีอย่างนี้ว่าญัตติแต่ละคนนั้นต้องได้รับการยอมรับและด้วยการพูดจา เพราะฉะนั้นท่านจะลงมติก็ขอให้ลงมติของใครละครับ รายสุดท้ายที่ว่านั่นละคนที่อื่น เขายังอยู่นะครับ
เหมือนอย่างที่ท่านพูดละครับ ก็อยู่สภามานานก็เพิ่งมาเห็นในสมัยนี้ละครับ แต่ก่อนก็พูดกัน จนสว่าง ผมอยู่ฝ่ายค้าน ท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรีพูดกันจนสว่าง ท่านจําได้นะครับ คือเนื่องจากข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ที่ให้เราต้องพิจารณานี้มันก็ไปติ่งไว้หน่อยหนึ่ง เว้นแต่ ที่ประชุมจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่น อันนี้ที่ทําให้เราต้องปฏิบัติตามข้อ ๔๗ แล้วก็ข้อ ๖๕ เดี๋ยวผมจะขอถามมติ เพราะท่านจุรินทร์บอกว่าขอเปิดอภิปรายต่อนะครับ หลังจากนี้แล้ว ผมขอความกรุณาวิปทั้ง ๒ ฝ่ายช่วยกรุณาหารือกันเพื่อที่จะไม่เกิดข้อโต้แย้งแล้วก็ทักท้วงกัน ฉะนั้นก่อนจะลงมติว่าจะให้ปิดหรือเปิดขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้ว ช่วยกรุณาแสดงตนนะครับ
เรียบร้อยนะครับ ช่วยกรุณาแจ้งผลก่อนครับ ๓๐๓ นะครับ
ผมจะขอมติว่า ท่านใดเห็นควรปิดการอภิปรายให้กดปุ่ม เห็นด้วย หมายเลข ๒ ท่านเห็นควรเปิดการอภิปรายต่อให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ เชิญออกเสียงลงคะแนน ได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นควรให้ปิด ๓๐๗ เสียง เห็นควรเปิด ๘๘ เสียง งดออกเสียง ๑ เสียง ที่ประชุมมีมติให้ปิดการอภิปรายนะครับ
ต่อไปผมจะขอลงมติ เนื่องจากคําปรารภนี้ไม่มีการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ ผมก็จะถามมติว่าเห็นด้วยกับร่างเดิมหรือเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตตินะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับร่างเดิมให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติ ให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับร่างเดิม ๓๐๗ นะครับ เห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ ๙๑ งดออกเสียง ๑ ที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างเดิมนะครับ
เชิญเลขาธิการต่อในลําดับต่อไป
มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เดี๋ยวนะครับ ท่านบุญยอดให้วิปฝ่ายค้านช่วยส่งชื่อมาหน่อยได้ไหมครับ หรือจะให้อ่าน ตามรายชื่อนี้เดี๋ยวท่านไม่อยู่ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ผมขอเสนอ ตามข้อ ๔๗ (๕) ขอให้มีการเลื่อนการปรึกษาหรือพิจารณาเรื่องนี้ออกไปครับ ขอผู้รับรองครับ
เดี๋ยวนะครับ เสนอใหม่สิครับ เอาช้า ๆ ใจเย็น ๆ ครับ
ท่านประธานครับ คือเวลา ผมมีจํากัด ผมต้องไปเวทีที่สถานีสามเสนครับ ขอเสนอต่อที่ประชุมตามข้อ ๔๗ (๕) เนื่องจากว่าขณะนี้ไม่มีบรรยากาศของการปรึกษาพิจารณากันแล้วนะครับ ขอให้เลื่อน การปรึกษาเลื่อนพิจารณาเรื่องนี้ออกไปครับ มีผู้รับรองเมื่อกี้ถูกต้องเรียบร้อยแล้วครับ ไม่มี ใครเสนอเป็นอย่างอื่นนะครับ ขอให้เลื่อนได้เลยครับ ขอบพระคุณครับ
ผมฟังไม่ทัน
ท่านประธานครับอีกครั้งนะครับ หลังจากที่เมื่อสักครู่มีคนขอปิดอภิปรายซ้ําได้ตามข้อบังคับข้อ ๔๗ ผมจึงขอใช้ซ้ําบางเพื่อให้ ไม่มี ๒ มาตรฐานในสังคมนี้ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมขอเสนอตามข้อ ๔๗ (๕) คือขอ การเลื่อนการปรึกษาหรือการอภิปรายออกไป เพราะผมเห็นว่าบรรยากาศมันไม่ดีครับ มันไม่ มีบรรยากาศของการพูดคุยกันอย่างมีเหตุมีผล ขอให้มีการเลื่อนออกไปนะครับ แล้วเมื่อ สักครู่ผมมีผู้รับรองถูกต้อง ถ้าไม่มีใครเสนอเป็นอื่นก็ขอให้เป็นไปตามนี้ครับ เลื่อนออกไป เถอะครับ ผมจะได้ไปเวทีสถานีสามเสนได้สักทีครับ พี่น้องผมรออยู่เยอะเลยครับตอนนี้ แล้วก็กําลังทยอยอยู่ครับ ขอบพระคุณ
เอาละครับ เดี๋ยวนะครับ เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วง ท่านสมาชิกผู้ได้เสนอญัตติตามข้อ ๔๗ (๕) นะครับ เพราะท่านทําผิดข้อบังคับข้อ ๔๗ (๕) เสียเอง ทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ท่านประธานโปรดวินิจฉัยนะครับ การที่จะอาศัย (๕) มาเสนอญัตติในขณะนี้ ผมกราบเรียนท่านประธานดูว่าคล้ายครับ ญัตตินี้เรามีการลงมติแล้ว ว่าเราไม่เลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ลงมติไปแล้วนะครับ เพราะฉะนั้น การเสนอที่บอกจะเสนอซ้ําทําได้อีกหรือไม่ เรายังอยู่ในญัตติเดิมครับ ญัตติเดิมคือ ร่างพระราชบัญญัติเรื่องของการนิรโทษกรรรม ต้องแยกประเด็นนะครับ (๓) (๕) (๖) ความหมายในการที่วรรคท้ายเขียนบอกว่าเมื่อที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามเสนอแล้ว ห้ามไม่ให้เสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก ผมยกตัวอย่างครับ เมื่อสักครู่มีสมาชิกเสนอญัตติ ปิดอภิปรายเรื่องคําปรารภ คําปรารภถือเป็น ๑ ญัตติในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๑ ญัตติ นะครับ คําแปรญัตติทั้งหลายเป็นคําแปรญัตติใน ๑ ญัตติในคําปรารภเท่านั้น มิได้เป็นญัตติ เป็นคําแปรญัตติในคําปรารภ เมื่อมีสมาชิกเสนอญัตติให้ปิดอภิปราย การอภิปรายคําปรารภ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มีมติครับ ๓๐๗ ให้ปิดอภิปราย บอกว่าห้ามเสนอญัตติอื่นในเรื่องนี้อีก ห้ามเสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก คือ ข้อ ๖ ปิดอภิปราย เมื่อปิดแล้วท่านจะเสนอบอกว่า เมื่อมีมติแล้วนะครับ ขอเปิดอีกไม่ได้แล้วครับ นี่คือญัตติอื่น เอาข้อ ๔ ก็ได้ ขอให้รวมหรือ แยกประเด็นพิจารณาก็ไม่ได้ละครับ นี่คือเป็นญัตติอื่น เพราะว่าข้อ ๖ ข้อ ๕ ข้อ ๓ เขาห้าม เอาไว้ เมื่อมีมติต้องจบครับ ขยับเป็นอื่นไม่ได้ ในญัตตินี้นะครับ พอเราขึ้นญัตติต่อไปก็ถือ เสมือนกัน ญัตติต่อไปคือมาตรา ๑ ครับ มาตรา ๑ การเสนอปิดอภิปรายในแต่ละมาตรา ไม่ถือว่าเป็นญัตติที่ซ้ํากันครับ ถือเป็นญัตติที่แยกประเด็นกันไปอยู่แล้ว ท่านประธานโปรด วินิจฉัยครับ การที่เพื่อนสมาชิกได้ลุกขึ้นมาใช้ข้อ ๕ ผมก็เลยถือว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ข้อ ๔๗ เสนอไม่ได้ครับ
เชิญท่านเทอดพงษ์ครับ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต นิดเดียวครับ เมื่อกี้เห็นท่านผู้อภิปรายลุกขึ้นมาบอกว่าการแปรญัตติไม่ใช่ญัตติ นั่นคือญัตติ ยืนยันว่าคือญัตติ เพราะอะไรครับ ที่ว่าเป็นญัตตินี้ เพราะว่าถ้าแปรญัตติไม่เป็นญัตติมันจะ ป่วนเลยครับ ญัตติคือข้อเสนอ คําว่าญัตติ คือแปลว่าข้อเสนอเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้น ข้อเสนอนั้น ข้อเสนอที่จะมาดําเนินการได้ทั้งหมดนี้จะมีผู้รับรอง ๕ คนครับ สภาเขาเขียน เพราะฉะนั้นแปรญัตติคือญัตติครับ ญัตติก็เป็นญัตติ แปรญัตติก็คือญัตติครับ เพราะฉะนั้น จะไปตีความอย่างอื่นไม่ได้ เพราะฉะนั้นข้อบังคับที่เขียนไว้นี้ผมถึงได้อธิบายท่านประธานว่า สมัยก่อนท่านไม่เคยเห็นนะครับ เพิ่งจะมาเป็นอย่างนี้กันหรอกครับ เพราะว่าในข้อบังคับ เขาเขียนไว้นั้น ญัตติแต่ละอันจะต้องได้รับการพิจารณาครับ ญัตติแต่ละคนที่แปรญัตตินี้ เป็นญัตติจะต้องได้รับการพิจารณาครับ เพราะฉะนั้นตัวญัตติใหญ่นั้นก็ว่ากันไปนะครับ แต่ว่า การแปรญัตตินี้เป็นเรื่องของแต่ละคน เพราะฉะนั้นแปรญัตตินี้ใช่นะครับ เป็นญัตติครับ ผมก็ได้อธิบายไปแล้วว่าจริง ๆ แล้ว การลงมติแต่ละครั้งนี้เป็นเรื่องของการลงมติของผู้แปรญัตติ แต่ละคนเท่านั้น คนอื่นเขายังมีสิทธิครับ
เอาประเด็นของท่านบุญยอดก่อน ส่วนประเด็นอื่นอย่าเพิ่งไปนะครับ เชิญครูมานิตย์ครับ ข้างหลังเดี๋ยวครับ ท่านบุญยอดนั่งลงก่อนครับ ทีละท่านใจเย็น ๆ ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ ผมคุยต่อ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าท่านประธานครับมันจะเริ่มไปกันใหญ่แล้ว ผมก็เห็นใจพวกเขา เห็นใจหลายท่านที่บอกว่าจะไปที่สามเสน เพราะคนก็ไม่เยอะ ก็อยากให้ไปร่วมเยอะ ๆ
เอาเรื่องของเราดีกว่านะครับ
ผมกําลังประท้วงท่านประธาน วันนี้ประธานค่อนข้างที่จะตรงกันข้ามกับผมอยู่เรื่อยเลย ท่านประธานวิสุทธิ์ผมก็ตําหนิ ไปแล้ว ผมเลือกท่านประธานขึ้นมานะครับ ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ ท่านประธานต้องวินิจฉัยแล้วครับ เพราะว่าอํานาจของท่านประธานนี่เขาไว้ให้เต็มเลย มันมีอํานาจอยู่แล้วครับ ถ้าเป็นอย่างนี้บรรยากาศมันก็จะอยู่อย่างนี้ละครับเพราะเจตนารมณ์ ผมบอกแล้ว
ท่านนั่งลงครับ ผมจะวินิจฉัย
ยังไม่จบเลยครับท่านประธาน
นั่งลงครับ ผมจะวินิจฉัยครับ ท่านก็สอนประธานมาเยอะแล้ว นั่งลงครับ ท่านสมาชิกครับ เดี๋ยวท่านบุญยอดก่อนแล้วจะได้วินิจฉัยทีเดียว
ขอบคุณครับ ผมพูดเติม อีกนิดเดียวนะครับว่า กรณีคุณหมอชลน่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม บอกว่าสําหรับเรื่องของ ปิดอภิปรายนี้ทําทีละมาตราได้ ท่านลองอ่านสิครับ มันคือคําว่าญัตติเรื่องเดียวกันนะครับ ข้อ ๔๗ เขาพูดเรื่องญัตติกันต่าง ๆ ว่ามา แล้วก็บอกว่าญัตติตาม (๓) (๕) (๖) หรือ (๗) มันไม่ได้บอกนะครับว่า (๖) ปิดอภิปรายให้เป็นย่อยได้ แต่ว่าถ้า (๕) ขอเลื่อนการปรึกษา อภิปราย ไม่ได้ ต้องเป็นใหญ่ ๆ เป็นญัตติรวม เขาพูดไหมล่ะครับ ถ้าตามที่คุณหมอชลน่าน อธิบายเมื่อกี้มันต้องเขียนให้ชัดขนาดนั้นนะครับ แต่เขาเขียนมันเท่ากันหมดครับ ถ้าท่าน ปิดอภิปรายได้ทุกมาตรา พวกผมทํา (๓) (๕) (๖) (๗) ได้ทุกมาตราเช่นเดียวกัน (๗) อาจจะ ไม่ได้ เพราะมีข้อบังคับหนึ่งบอกว่าร่างพระราชบัญญัติทําไม่ได้ โอเค แต่ผมก็จะทํา (๓) กับ (๕) ทุกมาตราเช่นเดียวกัน จะได้เท่ากันอย่างไรครับ ผมถึงเรียนจริง ๆ ว่าผมตีความข้อนี้ นะครับว่าจริง ๆ มันทําไม่ได้หรอกครับท่านประธาน ท่านจะมาปิดอภิปรายทุกมาตราอย่างนี้ ไม่ได้ เพราะว่าถ้าท่านจะใช้สิทธิมันก็ใช้ได้ครั้งเดียว อย่างนี้อ่านข้อสุดท้าย
เมื่อกี้ท่านบุญยอดขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๔๐ ข้อ ๔๗ วรรคห้า ใช่ไหมครับ
ใช่ครับ
เอาประเด็นนี้ก่อนนะครับ อย่าไปประเด็นอื่น เดี๋ยวให้ผมวินิจฉัยก่อน เพราะเมื่อกี้ท่าน สมาชิกได้ทักท้วงผม ประท้วงผม สอนผมไว้นะครับ
ไม่เป็นไรครับท่านประธาน คืออย่างนี้ครับ คือผมเรียนต่อท่านประธานว่า ผมได้ใช้สิทธิตามที่เหมือนกับเพื่อนสมาชิก จากจังหวัดนครราชสีมาได้ใช้สิทธิไปแล้วเมื่อสักครู่ ผมใช้สิทธิเช่นเดียวกับเขา ผมเชื่อว่า ผมยังใช้สิทธิอย่างนั้นได้ แล้วไม่ผิดข้อบังคับ ถ้าท่านวินิจฉัยว่ามันไม่ผิดตั้งแต่เมื่อกี้ เพราะฉะนั้นกรณีผมจึงไม่ผิด แล้วก็ทําต่อไปได้ และถ้าผมเสนอญัตตินี้เพียงคนเดียวว่าขอให้ เลื่อนไป แล้วไม่มีใครเสนอเป็นอื่น ท่านประธานก็ไม่ต้องมีการลงมติแล้วนะครับ ก็กรุณา เลื่อนได้แล้ว สั่งเลื่อนได้เลยครับ เพราะไม่มีใครคัดค้านนะครับ ในห้องนี้เห็นด้วยกับผม หมดแล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมาชิกครับ ท่านบุญยอดขอใช้สิทธิตามข้อบังคับข้อ ๔๗ วรรคห้า ขอให้เลื่อน การพิจารณาเรื่องนี้ไปก่อนนะครับ แต่เมื่อเช้าผมให้ฝ่ายเลขาได้ตรวจสอบเห็นท่านคุณหมอ สุกิจขอเลื่อนเรื่องนี้ขึ้นมาครั้งหนึ่ง แล้วที่ประชุมมีมติไม่ให้เลื่อนนะครับ จึงต้องด้วยกับ ข้อบังคับวรรคท้ายในข้อ ๔๗ ห้ามนําเรื่องนี้ขึ้นมาอีกนะครับ ฉะนั้นผมจะต้องพิจารณาต่อไป นะครับ เชิญคุณหมอสุกิจครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ใช่แล้วครับ เมื่อเช้านี้ ผมเสนอเลื่อนทั้งฉบับครับ แต่กรณีนี้คุณบุญยอดเสนอเลื่อนมาตรา ๑ แล้วก็ท่านประธาน อ่านให้ดีครับ ข้อ ๔๗ วรรคท้าย เขาบอกว่าญัตติตาม (๓) (๕) (๖) หรือ (๗) ซึ่งที่คุณบุญยอด เสนอก็คือ (๕) นะครับ ถ้าที่ประชุมลงมติหมายถึงว่าต้องลงมติก่อน ถ้าที่ประชุมลงมติ เห็นชอบตามที่เสนอแล้วไม่ให้เสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก ท่านประธานเข้าใจใช่ไหมครับ ไม่ใช่ว่าเสนอซ้ําคุณบุญยอดจะเสนอซ้ํากับผมเมื่อเช้าไม่ได้ ไม่ใช่อย่างนั้นครับ อ่านให้ดี ตีความหมายให้ดีครับตีความกฎหมายให้ถูกต้องข้อบังคับนี้มันเขียนไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลย เขาบอกว่า ถ้าที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่เสนอแล้วห้ามไม่ให้เสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก หมายถึงว่าถ้าเลื่อนไปแล้วก็ไม่ต้องมาเสนอให้ปิดอภิปรายแล้วใช่ไหมครับ เพราะปิดอภิปราย อะไรหรือครับ ในเมื่อเลื่อนไปแล้วท่านประธานเข้าใจใช่ไหม
เชิญท่านปวีณนะครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ปวีณ แซ่จึง เพื่อไทย ศรีสะเกษ ต้องพิจารณาเป็น ๒ เรื่องนะครับ เมื่อเช้าผู้เสนอ เสนอญัตติเพื่อเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทั้งฉบับออกไปไม่ต้องพิจารณา ในวันนี้ ญัตตินี้จะเสนอขึ้นมาอีกไม่ได้เพราะว่าได้ผ่านการพิจารณาไปแล้วว่าไม่ให้เลื่อน เพราะฉะนั้นญัตติที่ท่านอ้างข้อ ๔๗ ก็กระทําไม่ได้ เพราะว่าจะเป็นญัตติที่ท่านเสนอ ซ้อนญัตติแล้วลงมติไปแล้วผูกพันแล้วว่าต้องพิจารณาต่อไป แต่ถ้าเป็นเรื่องของญัตติทั่วไป ไม่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สามารถเสนอได้ ผมยังยืนยันนะครับจะอ่านอย่างไร ก็เสนอไม่ได้ในการเลื่อนเรื่องขึ้นพิจารณา ไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ท่านต้องดูนะครับ มันเป็น ๒ สาระนะครับ ครั้งแรกนี่ผ่านไปแล้วเสนออีกไม่ได้หลักการเดียวกันด้วย คือเลื่อนการพิจารณาทั้งฉบับออกไปที่ประชุมไม่เอาด้วยแล้วต้องพิจารณาต่อไป จะมาเสนอลักษณะเดียวกันไม่ได้ เฉพาะอย่างยิ่งญัตตินี้เป็นญัตติที่เกี่ยวข้องกับ ร่างพระราชบัญญัติไม่ใช่ญัตติธรรมดา ทําไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ
ท่านบุญยอดมีอะไรครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ อ่านช่วงท้ายกันอีกทีนะครับ ญัตติตาม ๓ ๕ ๖ หรือ ๗ หรือนะครับก็แสดงว่าแต่ละอันนี้ เมื่อที่ประชุมลงมติเห็นชอบตามที่เสนอแล้วห้ามไม่ให้เสนอญัตติอื่นในข้อนี้อีก ของคุณหมอสุกิจนี่ลงมติไม่เห็นชอบ แต่ของ ส.ส. นครราชสีมาลงมติเห็นชอบ ก่อนหน้านั้น ก็ลงมติเห็นชอบ ของเขาต่างหากครับที่ขัดข้อนี้ แต่ของผมนี่ไม่ขัดเลย เพราะว่ายังไม่มีใคร เห็นชอบกับการเลื่อนครับ ที่ประชุมนี้ยังไม่มีการเห็นชอบครับ เพราะฉะนั้นผมไม่ขัด ต่อข้างล่างเลยนะครับ ด้านล่างสุดท้ายวรรคสุดท้าย เพราะยังไม่มีการเห็นชอบให้เลื่อน การพิจารณา ผมจึงเสนอซ้ําอีกครั้งและยืนยันเป็นครั้งที่ ๓ ว่าไม่มีใครเสนอเป็นอื่น ท่านต้อง กรุณาสรุปได้แล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ เสนอไม่ได้นะครับ ต่อไปผมจะให้ผู้อภิปรายก็ข้อ ๔๗ วรรคท้าย ก็อธิบายแล้ว ก็ผมวินิจฉัยแล้วจบแล้วนะครับ เชิญท่านจิรายุขอสงวนคําแปรญัตติครับ ผมวินิจฉัยไปแล้วนะครับ
ท่านประธานให้พี่บุญยอดไปสามเสน ได้เลย ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา ผมได้สงวนความคิดเห็นไว้ในมาตรา ๑ ท่านประธานครับ ถ้าดูจาก ชื่อร่างจนกระทั่งมาถึงคําปรารภนะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ที่มีความเห็นต่างต่อ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ก็จะแปรญัตติในลักษณะเดียวกันเพื่อเป็นการสอดรับ ประธานครับ ผมมีสมาธิผมสามารถไปได้เรื่อย ๆ ครับ
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เชิญท่านอาวุโสครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์แบบบัญชีรายชื่อจาก จังหวัดเพชรบูรณ์ครับ ผมขอเสนอญัตติปิดอภิปรายคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขอผู้รับรองครับ
ให้เพื่อนได้พูดสักหน่อยก่อนได้ไหม เพียงแต่เอ่ยชื่อมาก็ปิดแล้วนะครับ
มีผู้รับรองครับ ถ้าไม่มีท่านผู้ใด เสนอเป็นอย่างอื่น ขอท่านประธานสั่งให้คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ หยุดอภิปรายครับ
เดี๋ยวผมได้ถามมติก่อนครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่จากพรรคเพื่อไทย การเสนอ ปิดอภิปรายของเพื่อนสมาชิกนะครับ ปิดการอภิปรายของคําแปรญัตติผมเข้าใจว่าขัดต่อ ข้อบังคับการประชุมครับ ผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกต้องการให้มีการปิดอภิปรายในมาตรา ๑ ครับ
เอาอย่างนี้ครับ เพื่อสร้างบรรยากาศนะครับ ผมขอพักการประชุมสัก ๑๐ นาทีครับ
พักการประชุมเวลา ๑๘.๔๘ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๙.๒๗ นาฬิกา
เชิญท่านไชยวัฒน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ เมื่อสักครู่ผมเสนอญัตติให้ปิดอภิปรายท่านสมาชิกจิรายุ ห่วงทรัพย์ แต่เพียงผู้เดียวครับ ขอผู้รับรองครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
มีผู้รับรองครบถ้วนแล้วครับ เมื่อไม่มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอย่างอื่นขอประธานวินิจฉัยครับ
เดี๋ยวนะครับ ผมถามเองครับ ใจเย็น ๆ ครับ ท่านมีอะไรหรือครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมอภิปรายไป ก็สมบูรณ์มากแล้วครับ เพราะว่ามาตรา ๑ คําปรารภกับชื่อร่างส่วนใหญ่กรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นก็จะเขียนล้อกัน ผมก็อภิปรายเรียบร้อยสมบูรณ์ดีครับ แต่สุดแท้พี่ไชยวัฒน์ ของผมจะเสนอเป็นเช่นไรก็อยู่ที่ดุลยพินิจของท่านประธานครับ ฝากท่านประธานพิจารณาครับ
ท่านไชยวัฒน์ครับ ถามนิดหนึ่งท่านขอปิดอภิปรายท่านอ้างข้อบังคับข้อไหนครับ ผมเปิด ข้อบังคับไม่เจอ ต้องไปหาข้อบังคับเมื่อสักครู่นี้
เชิญครูมานิตย์ เดี๋ยวผมจะได้วินิจฉัยครับ ครูมานิตย์เดี๋ยวนะครับ ท่านจิรายุนั่งลงก่อนครับ
ท่านประธานวันนี้กระผมไม่รู้ จะอย่างไร พอจะอภิปรายทุกทีก็ต้องสะดุดจนผมลืมหมด ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จริง ๆ อาไชยวัฒน์ผมก็เพิ่งเห็น เป็นนักกฎหมายผมขอคําชี้แนะท่านเรื่อย เพราะว่าท่านเป็นนักกฎหมายและเป็นผู้แทน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ถ้าผมจําไม่ผิด ท่านได้ให้ความรู้กับผมเยอะ แต่ในข้อบังคับท่านประธาน ขอปิดผู้อภิปรายผมไม่เคยเจอ ถึงแม้ผมอยู่ในสภานี้มาปี ๒๕๔๔ นี้เอง แล้วมาตรา ๑ คําปรารภ ชื่อร่าง มันก็มาเหมือนกัน ผมมีแต่เขาเห็นปิดเป็นรายมาตรา ถ้าอย่างนี้ผมเข้าใจว่า อาไชยวัฒน์ไม่ประสงค์ที่จะอภิปราย ซีกของอาไชยวัฒน์ไม่ประสงค์อภิปราย ฉะนั้นผมก็ อยากได้ข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ผมอยากให้ที่ประชุมวินิจฉัย แล้วผมขอเสนอปิดมาตรา ๑ เลยครับถ้าอย่างนั้นท่านประธานครับ ผมถือว่าไม่ประสงค์จะอภิปราย ขอผู้รับรองครับ
เชิญท่านไชยวัฒน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ผมเสนอญัตติไว้ท่านประธานยังไม่ได้วินิจฉัย จะเสนอญัตติซ้อนญัตติ ไม่ได้ครับ วินิจฉัยญัตติผมให้เสร็จสิ้นก่อนครับ แล้วจะเสนออันนั้นผมอาจจะสนับสนุน ก็ได้ครับ ถ้าจะใช้อํานาจอย่างนั้นกันในสภาแห่งนี้ครับ ขอให้วินิจฉัยญัตติที่ผมเสนอก่อนครับ
เชิญคุณหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว เพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประธานตามข้อคําถามของท่านประธานถาม ผู้เสนอญัตตินะครับว่า ท่านได้เสนอปิดอภิปรายถึงแม้จะมีเจตนาระบุเป็นรายสมาชิกนะครับ ท่านประธานครับถามว่าท่านได้ใช้ข้อบังคับข้อใดในการเสนอปิดอภิปราย ท่านผู้เสนอญัตติ ได้พูดชัดเจนครับบอกว่าอาศัยข้อ ๔๗ (๖) ท่านประธานครับ ถ้าผู้เสนญัตติยืนยันอย่างนั้น ท่านประธานก็สามารถวินิจฉัยได้ครับว่าญัตตินี้สมควรจะรับหรือไม่รับ และผลญัตติจะ เป็นอย่างไร ผมเองกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ ผมไม่คัดค้านครับ ที่ผู้เสนอญัตติเสนอตามข้อ ๔๗ (๖) เพราะในนัยของข้อ ๔๗ เป็นการพิจารณาญัตติครับ ญัตติใดอยู่ จะเสนอปิดอภิปรายใน (๖) ก็คือปิดญัตตินั้น ความหมายมันเป็นอย่างนั้นครับ เราอ่านตรงข้อบังคับครับ จริงอยู่ครับคําขอแก้ไขญัตติที่เราเรียกคําแปรญัตตินะครับ ข้อเสนอทั้งหมดนี่เป็นญัตติอันนี้ผมไม่เถียงครับ ที่ผมได้นําเรียนบอกว่าเฉพาะถ้อยคํา แปรญัตติ แต่ถ้อยคํานั้นเราไม่ได้เรียกว่าเป็นญัตติ เพราะเราสามารถจะถอนเมื่อไรก็ได้ ท่านไปดูข้อ ๕๔ สิครับ ถอนคําแปรญัตติตรงนั้นถอนเมื่อไรก็ได้ครับ แต่ถ้าเป็นญัตติชัดเจน ท่านต้องอาศัยมติสภา เฉพาะถ้อยคํานะครับ แต่คําขอทั้งหมดเพื่อไปขอแก้ไขในญัตติหลัก ถือเป็นญัตติรองที่ไปขอแก้ไขญัตติหลัก แต่เวลาพิจารณาเราก็พิจารณาญัตติหลักบวก ญัตติรองว่าจะเปลี่ยนไปตามที่ญัตติรองเสนอหรือไม่ อันนี้ผมไม่เถียงครับ แต่ว่านัยของ การเสนอตามข้อ ๔๗ ถ้าตาม (๖) เป็นการปิดประเด็นหรือปิดญัตติที่เรากําลังปรึกษาหารือ กันอยู่ทั้งหมดนะครับ ถ้าผู้เสนอเห็นอย่างนั้นแล้วยังมีเวลาครับที่ท่านจะถอนญัตติท่านได้ เพราะว่ามันเป็นการปิดไปทั้งหมดนะครับ การเสนอปิดเฉพาะบุคคลไม่มีข้อบังคับข้อใด ครับท่านประธาน การเสนอปิดเฉพาะบุคคลไม่มีข้อบังคับข้อใดครับท่านประธาน แม้แต่ การยุติการอภิปรายของบุคคล ถ้าเราปิดญัตติทั้งหมดจบก็เป็นผลพวงให้คน ๆ นั้นเขายุติ การอภิปรายไปโดยปริยายอยู่แล้วประเด็นที่ ๑ นะครับ
ประเด็นที่ ๒ ถ้าเขาอภิปรายแล้ว ถ้าท่านประธานเองวินิจฉัยว่าเขาอภิปราย สมควรต้องยุติท่านสั่งให้หยุดได้เลย เป็นอํานาจประธานครับ ไม่จําเป็นต้องให้สภาวินิจฉัยครับ ญัตติต้องให้สภาวินิจฉัยครับ เพราะฉะนั้นข้อเสนอที่เป็นคําอภิปรายก็เสมือนคําแปรเฉพาะ ถ้อยคํานะครับ ไม่ใช่ข้อเสนอโดยรวมที่จะต้องมีลายอักษรต่าง ๆ สามารถที่จะถอนได้ ท่านประธานสามารถสั่งยุติได้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมไม่ขัดข้องถ้าท่านคิดว่าการเสนอตามข้อ ๔๗ (๖) จะเป็นการปิดในญัตติทั้งหมดก็คือ มาตรา ๑ ถ้าเป็นอย่างนี้พวกผมยินดีสนับสนุนเลยครับไม่ได้เห็นขัดข้องเลยครับ แต่ถ้า ท่านคิดว่าเสนออย่างนั้นจะมีผลให้อีกหลายท่านเสียสิทธิไปผมก็คิดว่าท่านถอนได้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านไชยวัฒน์ครับ เอาให้ชัดเจนก่อน เอาให้สบายใจครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ สุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผมยืนยันท่านประธานอย่างนี้ว่า ญัตติที่ผมเสนอไม่ได้แตกต่างกับญัตติ ที่ท่านสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเสนอมาก่อนหน้านี้เลย ระหว่างคุณวัชระ เพชรทอง อภิปรายอยู่ ก็มีผู้เสนอญัตติขอปิดอภิปราย แล้วก็ลงมติ คุณวัชระ เพชรทอง ก็ไม่ได้พูดต่อ มันไม่ได้ แตกต่างอะไรกันเลยครับ ส่วนที่ท่านสมาชิกบางท่านวินิจฉัยตามความรู้สึกของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะรู้สึกอย่างนั้น แต่ข้อบังคับไม่ได้เขียนบอกไว้เลยว่าจะเสนอไม่ได้ตามข้อ ๔๗ (๖) ขอปิดอภิปราย เพราะบอกว่าถ้าลงมติไปแล้วท่านบอกว่าเสนออีกได้ ผมก็เสนอให้ พิจารณาแล้วมันจะแปลกอะไรที่ผมเสนอญัตติเหมือนกับที่ฝ่ายรัฐบาลเสนอ แล้วลงมติ ขอผมเล็กว่า คือขอปิดอภิปรายเฉพาะบางคน ญัตติที่ท่านเทิดพงษ์ ไชยนันท์ ผู้แทนราษฎร จากจังหวัดตาก ได้พูดไปแล้วว่าข้อบังคับ ข้อ ๓๗ คําแปรญัตติคือญัตติ เพราะมีผู้รับรอง ๕ คน ญัตติของท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ก็เป็นญัตติ ญัตติของผมที่แปรญัตติไว้ในชื่อร่าง ก็เป็นญัตติ ซึ่งไม่มีผู้ร่วมเสนอกับผม ผมก็เป็นเจ้าของญัตติแต่เพียงผู้เดียว มีผู้รับรอง ๕ คนครับ ตอนผม ไปยื่นแปรญัตติกรรมาธิการ ผมได้ชี้แจงในคณะกรรมาธิการ แล้วกรรมาธิการไม่เห็นด้วย ผมก็ขอสงวน เมื่อผมขอสงวนแล้วตามข้อบังคับ ผมก็มีสิทธิมาชี้แจงในสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอความเห็นชอบจากสมาชิก ผมเป็นเจ้าของญัตติแต่เพียงผู้เดียว ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๗ มีผู้รับรองญัตติคําแปรญัตติของผม ในชื่อร่างครบ ๕ คน พอผมจะมาอภิปรายในสภา ก็มีเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลปิดอภิปรายในขณะที่คุณวัชระ เพชรทอง สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ กําลังอภิปรายอยู่ในชื่อร่าง ผมไม่ได้รับผลอะไรจากการอภิปรายของคุณวัชระ แต่ผมกลับถูก ปิดอภิปรายไปด้วย ทั้ง ๆ ที่ญัตติของผมเป็นญัตติที่แยกต่างหากจากของท่าน ส.ส. วัชระ เพชรทอง ไม่เกี่ยวอะไรเลยครับ ผมให้ท่านประธานในขณะนั้น ขอประทานโทษที่ต้อง เอ่ยนามท่าน คือ ท่านวิสุทธิ์ วินิจฉัยเรื่องนี้ก่อนจะลงมติผมยืนขึ้นประท้วงท่านบอกว่าเดี๋ยว ลงมติก่อนแล้วค่อยพูดกัน ผมก็ให้เกียรติท่านครับ เพราะท่านถือว่าผมเป็นสมาชิกอาวุโส ผมเชื่อฟังท่านตลอด พอลงมติเสร็จผมก็ยืนยันว่าขอให้วินิจฉัยว่า ข้อเสนอของผมว่า ผมเจ้าของญัตติที่แปรญัตติในชื่อร่างไว้ ชี้แจงแล้วกรรมาธิการไม่ยอม ไม่เห็นชอบกับผมลงมติ ผมแพ้ญัตติมติในที่ประชุมกรรมาธิการ ผมขอสงวนความเห็นมาพูดในสภา ผมยังยืนยันว่า ผมเป็นเจ้าของญัตติแต่เพียงผู้เดียวในการแปรญัตติชื่อร่าง พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ผมย่อมมีสิทธิที่จะอภิปรายในญัตติของผม เมื่อเป็นอย่างนี้แล้ว ผมยืนยันว่าถ้าท่านประธานเห็นว่าการเสนอญัตติปิดอภิปรายเป็นการไม่ชอบมาแต่ต้น ท่านมีสิทธิสั่งย้อนการพิจารณาไปได้ ผมจะได้ใช้สิทธิอภิปรายในชื่อร่างของผมตามที่ผม ได้แปรญัตติไว้ แล้วถ้าท่านกลับตัวทําความถูกต้องให้เกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ ผมไม่ติดใจ เอาความครับ ผมขอใช้สิทธิตามสิทธิของผมครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสงวนครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่ได้ประท้วง นะครับท่านประธาน ขอแสดงความคิดในเรื่องนี้เพื่อจะได้ตัดสินใจว่าเราจะเดินอย่างไร ข้อบังคับโดยชื่อก็คือบังคับทุกคนที่อยู่ในนี้รวมทั้งท่านประธานด้วย สิทธิในการเสนอญัตติ ของทุกท่านก็มีครับ แต่ถ้าท่านละเมิดข้อบังคับวาระสองท่านไปทําเป็นอย่างอื่น การละเมิด ข้อบังคับก็คือการละเมิดสิทธิสมาชิกอื่น เป็นคู่ขัดแย้งซึ่งต้องจัดการโดยกระบวนการของสภา ถ้าอย่างที่อภิปรายกันมันหมายความว่าเราจะใช้โอกาสเล่นคําเล่นข้อบังคับมันก็จะเกิดว่า คุณตัดญัตติของคุณ เสนอคุณจิรายุคุณพูดไม่จบผมก็เสนอปิดคุณ ปิดไปปิดมาเดี๋ยวก็จบ ทุกคนก็จะเป็นอย่างนี้ หมวดใหญ่ของทั้งหมดคือรัฐธรรมนูญ บอกให้เราว่าทุกคนอยู่ในนี้ต้อง สังกัดพรรคการเมือง เพราะอะไรครับ อยากให้ระบบพรรคกล่อมเกลาพวกเราว่าจะตัดสิน อย่างไรต่อการเสนอญัตติตามสิทธิที่รัฐธรรมนูญให้ ผมทําไมใช้ภาษาว่ารัฐธรรมนูญให้ เพราะว่าข้อบังคับมาจากรัฐธรรมนูญ วันนี้ผมฟังทั้งวันแล้วหาที่จบไม่ได้ ผมเสนอ ท่านประธานอย่างนี้ถ้าบอกว่าทุกคนที่มาอยู่ในนี้ต้องพูดทุกคนคนละกี่นาที การปิดประชุม เสนอปิดนี้ถ้าซ้ําก็เสนอได้ ครบถ้วนแล้วก็เสนอได้เพราะไม่อย่างนั้นมันจะวกวน ผมพูด ทั้งหมดนี้ผมเพียงตั้งคําถามท่านประธานว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ถ้าเล่นแบบนี้ผมก็จะ เล่นแบบนี้ด้วยสนุกครับผม เดี๋ยวท่านพูดผมก็เสนอปิด มันก็กลับไปกลับมาเดี๋ยวก็จบ ๑ มาตรา เดี๋ยวก็จบ ๑ มาตรา เดี๋ยวก็จบแล้วถ้าเป็นอย่างนี้ เอาอย่างไรครับ ท่านประธาน ครับ ขอบคุณครับ
คุณธนามีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากให้ ท่านประธานปล่อยวางทุกเรื่องแล้วท่านประธานก็พิจารณาดูนะครับว่าการทําหน้าที่ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในที่นี้เรายอมรับเสียงข้างมากเสียงข้างน้อยอยู่แล้ว แต่สิ่งหนึ่ง และหลักประกันอย่างหนึ่งของการทํางานในสภาก็คือ เสียงข้างมากต้องไม่ทําลายสิทธิ เสียงข้างน้อยอันนี้เป็นหลักการปกติครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในการพิจารณารัฐธรรมนูญก็ดีจนถึง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมวันนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วครับว่าเสียงข้างมากรังแกเสียงข้างน้อย และปิดปากเสียงข้างน้อย และสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็คือหลักการง่าย ๆ ในระบอบประชาธิปไตยเสียงข้างมากเป็นเสียงที่จะกําหนดทิศทางในการทํางานยอมรับครับ แต่ต้องปล่อยให้เสียงข้างน้อยนั้นได้มีโอกาสแสดงออก นี่คือหลักการง่าย ๆ ในระบอบ ประชาธิปไตย อะไรก็ตามที่ละเมิดสิทธิของเสียงข้างน้อยแล้วเขามีสิทธิตามรัฐธรรมนูญ และข้อบังคับ ท่านประธานต้องเป็นหลักให้พวกผมในฐานะเสียงข้างน้อย ผมไม่ปฏิเสธครับ ว่าท่านประธานมาจากเสียงข้างมากเหมือนกันแต่สถานะของคนเป็นประธานสภามันมี ความสําคัญและมันมีความศักดิ์สิทธิ์ที่ในอดีตหลายคนเขาประพฤติปฏิบัติมาเป็นที่น่ายกย่อง การที่ท่านประธานปล่อยให้มีการละเมิดเสียงข้างน้อยได้ตลอดเวลา นั่นเป็นการร่วมกัน ทําลายหลักการประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ผมขอให้ท่านประธานกลับมาเริ่มต้นใหม่เถอะครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญของบ้านเมือง พี่น้องประชาชนเขาก็ติดตามกันอยู่ ท่านปิดปากพวกผม อย่างไรท่านทําได้ท่านเสียงข้างมาก แต่ท่านปิดปากข้อเท็จจริงที่ประชาชนจะรับรู้ไม่ได้ ผมไม่มีโอกาสพูดในสภาแห่งนี้ผมก็ต้องออกไปพูดข้างนอกแล้วทําไมเราไม่ทําตรงนี้มันให้ ปรากฏชัดเจน ทําตามหน้าที่ของแต่ละคนที่จะพึงมีพึงได้ แต่ถ้าใช้เสียงข้างมากปิดปากพวกผม พวกผมแปรญัตติ ๑๐๐ กว่าคนรออภิปราย แล้วท่านไม่ให้ผมอภิปราย ระบบหลักการ ประชาธิปไตยจะอยู่ตรงไหนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าท่านประธานมีใจเป็นกลางไปนิดหนึ่ง การเสนอปิดอภิปรายในขณะที่เพื่อนสมาชิก กําลังอภิปรายอยู่เหมาะสมหรือไม่ ถ้าเขาอภิปรายซ้ําซากวกวนท่านประธานใช้อํานาจ ท่านประธาน จะตัดการอภิปรายในบางส่วนก็ทําได้ แต่ท่านประธานปล่อยให้เสียงข้างมาก ใช้เรียกมติ ปิดปากเสียงข้างน้อย ท่านประธานรู้อยู่แก่ใจว่า สิ่งเหล่านั้นชอบหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ เพราะว่าพวกผมเจียมตัวครับในการเป็นเสียงข้างน้อย วันนี้ถูกปิดกั้นทุกอย่าง ขนาดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยังถูกปิดกั้น ไม่ต้องนับถึงพี่น้อง ประชาชนคนไทยทุกคนหรอกครับว่าจะถูกปิดกั้นอย่างไร
เอาละครับคุณธนา คือบอกว่าให้ผมปล่อยวาง ผมก็ทําตามหน้าที่อยู่แล้ว
ท่านประธาน เดี๋ยวให้ผมพูดให้เสร็จ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานกล่าวเมื่อสักครู่นี้นะครับ ผมต้องขอ ยืนยันว่าไม่ตรงกับที่ผมได้อภิปราย ผมไม่ได้บอกว่าไม่มีข้อบังคับในเรื่องที่ผมเสนอญัตติ ผมยืนยันว่ามีข้อบังคับ ข้อ ๔๗ (๖) ให้ผมเสนอญัตติปิดอภิปรายได้ และผมยืนยันกับ ท่านประธานว่าข้อ ๓๗ ญัตติคืออะไร ที่ผมปิดของคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ เพราะคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นเจ้าของญัตติและมีผู้รับรอง ๕ คน ต่างจากญัตติของท่านผู้อื่นที่ขอสงวน คําแปรญัตติไว้ เพราะทั้งผู้ยื่นญัตติและผู้รับรองคนละคนกัน ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลย ซึ่งตรงกันข้ามของคุณวัชระ เพชรทอง ซึ่งกําลังอภิปรายชื่อร่างอยู่ ผมไม่ได้ไปเซ็นรับรอง ให้คุณวัชระ แล้วคุณวัชระก็ไม่ได้มีชื่อผมร่วมเป็นผู้เสนอญัตติด้วย ผมเองเสนอญัตติในการ อภิปรายชื่อร่างไว้ แล้วมีผู้รับรอง ๕ คน โดยไม่มีคุณวัชระ เพชรทอง เกี่ยวข้องเลย เมื่อมีการปิดอภิปราย คุณวัชระ เพชรทอง ทําไมผมต้องรับเคราะห์กรรมไปด้วย เพราะญัตติ ของคุณวัชระ เพชรทอง ตามข้อ ๓๗ ก็เป็นของคุณวัชระ เพชรทอง มติของผม นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ตามข้อ ๓๗ ก็เป็นญัตติของนายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ที่แปรญัตติไว้มีความ แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ผมจะขออนุญาตท่านประธานครึ่งนาทีครับที่จะพูดตัวอย่างให้เห็นว่า ผมแปรญัตติชื่อร่างเอาไว้ ยกตัวอย่างเช่นพระราชบัญญัติรถยนต์ เขียนชื่อร่างอย่างนี้แล้ว จะเอาเรื่องอาวุธปืนไปใส่ด้วยได้หรือไม่ มันมีความสําคัญครับชื่อร่าง ไม่ใช่ว่าชื่อร่างหนังบู๊ แล้วมาให้เป็นหนังชีวิตทําได้อันนั้นเป็นเรื่องของละคร เรื่องของสมมุติ เรื่องของความไม่จริง แต่สภาแห่งนี้ต้องมีแต่ความจริง ชื่อร่างนิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมืองก็ต้องนิรโทษกรรม เฉพาะผู้ชุมนุมทางการเมือง ไม่ใช่เอานิรโทษกรรมของผู้ที่โกงบ้านโกงเมืองเข้าไปรวมอยู่ด้วย ฉะนั้นชื่อร่างจึงมีความสําคัญที่แสดงให้เห็นว่าเราจะพิจารณาเรื่องใดได้บ้าง ท่านประธานครับ นักกฎหมายจะรู้ว่าพระราชบัญญัติอาวุธปืนยังมีเครื่องกระสุน วัตถุระเบิด และดอกไม้ไฟ ทําไมเขาต้องใส่เข้าไปให้ครบอย่างนั้น เพราะถ้าพูดเรื่องอาวุธปืน แล้วไม่พูดวัตถุระเบิด ไม่พูดเรื่องเครื่องกระสุน ไม่พูดเรื่องดอกไม้ไฟ ก็จะเขียนข้อความเกี่ยวข้องในกฎหมาย ฉบับเดียวกันไม่ได้ พระราชบัญญัติไพ่ทําไมไม่พูดถึงเรื่องสุรา ทําไมไม่พูดถึงเรื่องยาสูบ ยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ผมเสียใจที่ไม่ได้อภิปรายชื่อร่าง ผมยังติดใจจะอภิปรายอยู่ ถ้าท่านประธานเห็นว่าการเสนอญัตติอย่างนี้ไม่ชอบ ผมยืนยันกับท่านประธานว่าท่าน ย้อนกลับไปสั่งได้เพราะอํานาจเป็นของท่าน ให้โอกาสพวกผมที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ ตั้งแต่ชื่อร่างกลับมาพิจารณากันใหม่ ทุกอย่างจะราบรื่น ผมไม่เคยตีรวนสภาแห่งนี้ครับ ประวัติศาสตร์ผมไม่เคยมีครับ ผมทําด้วยความบริสุทธิ์ใจทั้งสิ้น ขอบคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านชวนก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเล็กน้อย สิ่งแรกก็คือเห็นใจท่านประธานทั้ง ๒ ท่าน เพราะว่าท่านก็อาจจะไม่เคยพบกระบวนการบางอย่าง ที่เราประชุมสภากันมาหลายสมัย แต่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งที่เราผิดพลาด ซึ่งผมเชื่อว่า ท่านประธานก็มองเห็น คือเราไปตัดสิทธิคนแปรญัตติ แต่เรื่องนี้ต้องขออนุญาตท่านประธาน ที่จะทําความเข้าใจก่อนว่ากฎหมายแต่ละฉบับนั้นผู้แปรญัตติจะมีไม่เท่ากัน อย่าไปกังวลว่า ทําไมผู้แปรญัตติมากมันจะต้องพิจารณาใช้เวลาหลายวัน ความจริงแล้วกระผมเองไม่ค่อย แปรญัตติ แต่กฎหมายฉบับนี้กระผมก็ขอแปรญัตติเพราะว่าเป็นกฎหมายพิเศษที่มีความสําคัญ ดังนั้นไม่ได้แปลกอะไรที่ผู้แปรญัตติเป็นร้อย ซึ่งถ้ากรณีเช่นนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า คงจะใช้เวลามากกว่ากฎหมายธรรมดา กฎหมายบางฉบับท่านประธานจะเห็นว่ามีผู้แปรญัตติ ไม่กี่คนครับ ๔-๕ คน พิจารณารวดเดียว ๑๐ มาตราก็บางทีไม่ถึงชั่วโมงก็จบไปแล้ว แต่กฎหมายบางฉบับ ๑ มาตราใช้เวลากันเป็นวัน อันนี้คือสิ่งแรกที่ต้องทําความเข้าใจว่า มันไม่เหมือนกันแต่ละฉบับ แล้วแต่เราจะให้ความสําคัญ ฉบับนี้ประธานก็เห็นได้ชัดว่ารัฐบาล และสภาก็ให้ความสําคัญถึงขนาดนัดประชุมเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นสมาชิกก็แปรญัตติมาก สมาชิกเหล่านั้นถ้าเขาติดใจเขาต้องมีสิทธิครับ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องอภิปราย ในวาระที่หนึ่ง กรณีเช่นนั้นอย่างที่ท่านประธานเคยพูดว่าไม่ใช่หมายความว่าทุกคนจะได้พูด ถูกต้องครับ ยกมือ ๑๐๐ คนอาจจะได้พูดสัก ๓๐ คน ๔๐ คนก็เป็นไปได้ ปิดอภิปรายก็เป็น สิทธิ แต่กรณีที่เป็นการแปรญัตติเราตัดเขาไม่ได้นะครับท่านประธานครับ เราตัดเขาไม่ได้ ถ้าเขาติดใจ เพราะเขาเป็นผู้แปรญัตติ และกรรมาธิการไม่เห็นด้วย และบอกให้เขาสงวนไว้ สงวนเพื่ออะไร สงวนมาเพื่อไม่ให้พูด ไม่ใช่วัตถุประสงค์อันนั้น สงวนเพื่อเขาจะได้มีสิทธิ กลับมาชี้แจงว่าคําแปรญัตติของเขามีน้ําหนักอย่างนี้ครับ ขอที่ประชุมสภาส่วนใหญ่พิจารณาว่าคําแปรญัตติเขามีเหตุผลพอไหมที่สภาจะเปลี่ยนจาก ความคิดกรรมาธิการมาเป็นของสภาที่แท้จริง เพราะฉะนั้นหลักอันนี้เป็นสิ่งแรกที่ผมต้อง กราบเรียนย้อนกลับว่า เราพลาดเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ความจริงผมฟังเสียงท่านประธาน ทั้ง ๒ ท่าน ผมก็รู้ว่าท่านรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมือนที่เราเคยเห็นมา อันนั้นสิ่งแรกคือสิ่งที่เรา ผิดพลาด เพราะฉะนั้นกระผมขอเสนอแนะว่า
๑. ผู้แปรญัตติต้องมีสิทธิได้พูดครับ ถึงมันจะเสียเวลาไปบ้างแต่นั่นเป็นสิทธิ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือตามข้อบังคับ เขาไม่ติดใจกระผมเชื่อบางคนเขาไม่ติดใจ เช่น มีผู้แปรญัตติ ๑๐ คน อาจจะมีคนพูด ๕ คน ที่เหลืออาจจะได้คิดว่าประเด็นตัวเองซ้ําแล้ว เขาไม่อยากพูดก็เป็นได้ อย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา แต่เขายังติดใจยังไม่ได้พูดเขาต้องมีสิทธิได้พูด คุณไชยวัฒน์เขาเสียสิทธิไปโดยการปิดอภิปราย เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนว่านอกจาก ประเด็นนี้แล้ว ประเด็นต่อไปที่แนวทางปฏิบัติของเราเราจะไม่ทําก็คือระหว่างที่เพื่อน อภิปรายเรายกมือขึ้นขอปิดการอภิปราย อันนี้ไม่มี ทําไม่ได้ครับ อย่างที่ท่านประธานวิสุทธิ์ พูดถูกต้องแล้วว่าทําไม่ได้ เพราะระหว่างที่อภิปรายอยู่แล้วยกมือขึ้นปิด เพื่อนยังอภิปราย ไม่เสร็จ ไม่ได้ครับ หรือยกมือประท้วง แล้วปิดอภิปรายก็ไม่ได้ครับ จะปิดอภิปรายได้ต่อเมื่อ ประธานชี้ให้ลุกขึ้นมาเพื่อเสนอญัตติ ไม่ใช่เขาประท้วงแล้วปิดอภิปรายจะเป็นคนละเรื่องกัน อันนั้นกระผมคิดว่าลําดับประมาณ ๓-๔ เรื่องนี้ครับ ถ้าเราทบทวนยึดแนวหลักที่ถูกต้อง ปัญหามันก็จะจบลง แต่ว่าถ้าเราไม่ยุติในแนวทางที่ถูกต้องปัญหาก็จะติดตามมาตลอดเวลา แล้วในที่สุดก็จะไม่จบสิ้นจะมีผู้แปรญัตติ แล้วทําไมคนอื่นอภิปรายแล้วมีผู้ปิดอภิปรายทําได้ คนอื่นก็เอาบ้าง เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่าแนวที่เราจะทําให้การประชุมของเราเป็นไปโดย ราบรื่นก็คือยึดหลักการที่ถูกต้อง แล้วให้สิทธิที่ถูกต้อง อาจจะรู้สึกว่าพูดซ้ํา อันนี้เป็นอํานาจ ประธานแล้วครับท่านครับ ถ้าเห็นว่าบางท่านพูดซ้ําประเด็นมากเกินไปประธานจะตัดอันนี้ ก็เป็นสิทธิท่านประธานที่จะวินิจฉัย อันนี้ไม่ใครไปล่วงละเมิดท่านได้แต่ว่ากรณีที่เขามีสิทธิ แล้วประธานเกรงใจ แล้วไปตัดสิทธิเขาโดยเกรงใจอีกฝ่ายหนึ่งว่าเขาขอเสนอปิด ความจริง กระผมเห็นว่าท่านประธานมีความเห็นและถูกต้องว่ามันไม่ควรจะทําได้ แต่อาจจะด้วยว่า เกรงใจว่าเมื่อมีผู้เสนอปิดแล้วก็ต้องปิดก็เลยทําให้สิทธิอันนั้นเสียไปแล้วก็จะมีปัญหาต่อ กฎหมายฉบับนั้นว่ากระบวนการพิจารณากฎหมายฉบับนั้นถูกต้องหรือไม่ อันนี้เป็น อีกประเด็นที่อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อทําความเข้าใจ กระผมคิดว่ามีเวลาที่จะ ทบทวนเพื่อให้เกิดความราบรื่นในการประชุม อย่าไปกังวลเรื่องเวลาครับท่าน กระผมคิดว่า เวลานั้นเราสามารถที่จะให้ได้กับกฎหมายที่มีความสําคัญฉบับนี้ เพียงแต่เรายึดหลักการ ที่ถูกต้องก็แล้วกัน แล้วประธานจะต้องไม่มาติดกับอยู่กับสิ่งที่ไปสักพักหนึ่งก็ย้อนกลับมา ที่เดิม ไปสักช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ย้อนกลับมาที่เดิม เพราะมันไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นอยากจะให้กลับไปทําสิ่งที่ถูกต้อง กระผมเห็นใจท่านประธานทั้ง ๒ ที่พยายาม ทําหน้าที่ครับ ขอบพระคุณครับ
อย่างนี้ได้ไหมครับ ให้ท่านผู้เสนอญัตติทั้ง ๒ ฝ่ายนี้ ถอนไป แล้วก็ให้พิจารณาตามปกติไป เดี๋ยวผมเชิญวิปทั้ง ๒ ฝ่ายประชุมปรึกษาหารือกันว่าเราจะเดินกันอย่างไร แต่ถ้ามาทะเลาะ แล้วก็มาถกเถียงกันไม่ที่สิ้นสุดนี้นะครับ มันก็ไม่ราบรื่นนะ เอาอย่างที่ท่านชวนแนะนํา แล้วกันนะครับ ได้ไหมครับ ท่านไชยวัฒน์ครับ ผมจะให้ถอนแล้วก็ให้อภิปรายไป แล้วก็เชิญ วิป ๒ ฝ่าย ประชุมปรึกษาหารือกันว่าเราจะเอาประชุมกันอย่างไรต่อไปนะครับ ดีไหมครับ
ท่านประธานครับ ผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัด เพชรบูรณ์ ด้วยความเคารพท่านประธาน ความเคารพความคิดเห็นของท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเห็นของท่านชวน หลีกภัย ผมยินดีถอนครับ
ครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ กระผมนั่งมา ๒ ปีแล้ว ท่านประธานครับ ผมไม่เคยเสนอปิดอภิปราย ขออนุญาตนิดเดียวครับ แต่ด้วยความบังเอิญ
อย่างนั้นถอนนะครับ ถอนแล้วก็จะได้เดินหน้าต่อ
ผมยินดีอยู่แล้วครับ ผมเป็นคน ที่อยากฟังมากการอภิปรายนะครับ ผมเป็นคนที่อยากฟังมาก อยากฟังเนื้อหา แต่ว่า เมื่อลักษณะมันเกิดขึ้นอย่างนี้ผมก็อยากทําเป็นบรรทัดฐานไว้วันข้างหน้า เช่น อยู่ ๆ เกิดว่า ท่านหัวหน้าแต่ละฝ่าย หัวหน้าอะไรก็แล้วแต่ลุกขึ้นอภิปราย แล้วมีคนเสนอขอปิดนี้มันจะ เสียบรรยากาศของสภาท่านประธาน
ถ้าได้บรรยากาศอย่างนี้ก็ดีต่างฝ่ายต่างสนุกสนาน
ถ้าเป็นลักษณะที่ท่านประธานขอ ผมก็ไม่ใช่คนดื้อครับ ถ้าท่านประธานบอกว่าแล้วก็ฟังท่านผู้อาวุโสท่านอดีตนายกรัฐมนตรี พูดอย่างนี้ผมก็ยินดีถอนครับ ถ้าท่านประธานขอ ผมอยากเห็นบรรยากาศมันราบรื่นเหมือนที่ ประธานอยากเห็นจริง ๆ ในสภาแห่งนี้ แล้วเราก็จะมีความสุขไปด้วยกัน อยากเห็นคุยกัน ในสาระ คุยกันในคําแปรญัตติในเนื้อหาให้มันเป็นเรื่อง ๆ ไม่ใช่คุยไปมามาตรา ๑ กลับไป คําปรารภ อย่างนี้มันก็ไปไม่รอดครับท่านประธาน
ถ้าทุกฝ่ายรักษากติกาก็ไม่เป็นอย่างนี้นะครับ เชิญนั่งลงนะครับ ท่านถอนนะครับ
ผมฝากท่านประธานไว้ให้ควบคุม ดี ๆ ก็แล้วกันนะครับ ทั้ง ๒ ท่านนะครับ ขอบพระคุณครับ ผมยินดีถอนครับ
เดี๋ยวผมขอนัดวิป ๒ ฝ่ายหารือสัก ๒ ทุ่มครึ่ง ห้อง ๓๓๐๑ นะครับ เชิญท่านจิรายุต่อครับ เชิญท่านจิรายุอภิปรายในประเด็นมาตรา ๑ ของท่านที่สงวนไว้นะครับ
ท่านประธาน พี่วัชระหารือครับ
ท่านจุรินทร์หรือครับ เชิญครับ ท่านจบแล้วใช่ไหมครับ
ยัง ๆ ท่านประธานครับ เพิ่งยืน ท่านประธานยังไม่ได้พูดอะไรเลยครับ
วันนี้เห็นท่านยืนตั้งแต่เช้าจนถึง ๒ ทุ่มแล้ว เชิญครับ ท่านจุรินทร์ครับ
ขอบคุณท่านประธาน ขออภัย ท่านจิรายุด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงการหารือของวิปจะหารืออย่างไรก็ตาม ก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ มันมีความชัดเจนอยู่แล้วอย่างที่ท่านชวน หลีกภัย ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านได้ให้ความเห็น ไปเมื่อสักครู่ว่าถ้าผู้สงวนคําแปรญัตติสงวนความเห็นเขาประสงค์ที่จะใช้สิทธิย่อมได้รับสิทธินั้น ตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ และผมเข้าใจว่าท่านประธานได้รับฟังเมื่อสักครู่ก็คงจะเห็นด้วย เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ซึ่งนั้นหมายความว่าถัดจากนี้ไปจะไม่มีการกระทําใด ๆ เช่นเสนอปิดอภิปรายเพื่อรอนสิทธิผู้สงวนคําแปรญัตติและสงวนความเห็นที่เขาประสงค์จะใช้ สิทธิอยู่ใช่หรือไม่ และถ้ามีการเสนอปิดอภิปรายแปลว่ากระทําไม่ได้ถูกต้องใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
คือไม่ใช่อย่างที่ท่านพูด เพียงแต่ผมอยากจะให้บรรยากาศการประชุมเดินหน้าไปได้ แล้วผมจะ เชิญวิปทั้ง ๒ ฝ่ายประชุมปรึกษาหารือกันเท่านั้นเอง เชิญท่านจิรายุครับ
ท่านธนาเชิญครับ
ท่านประธานครับ ท่านวัชระท่านจะขอ อภิปรายก่อนท่านประธานจะอนุญาตไหมครับ
ท่านธนาว่าไปเลยสั้น ๆ เดี๋ยวจะได้ต่อไป ท่านวัชระ เดี๋ยวมีคนประท้วงเมื่อสักครู่ ท่านจะ อภิปรายก่อนหรือ ท่านแปรญัตติมาตรานี้ด้วยหรือ
ผมแปรญัตติไว้ครับท่านประธาน กรรมาธิการครับท่านประธาน
ให้ท่านธนาจบแล้วท่านค่อยต่อก็แล้วกัน เชิญนั่งลงก่อน
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้แก่ประชาชนซึ่งได้กระทําความผิด อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรกําลัง พิจารณาในวาระที่สองอยู่ในขณะนี้ ผมได้กราบเรียนท่านประธานในเบื้องต้นในชั้นชื่อร่าง แล้วก็คําปรารภว่าผมเองได้เห็นชัดว่า การเสนอพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ที่มีการอ้างว่า จะสามารถสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคมไทยขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งนั้นไม่เป็นความจริง เป็นเพียงรูปแบบในการที่จะพยายามผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร และลด แรงเสียดทานจากคนที่ไม่เห็นด้วยเท่านั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจําเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องอภิปรายให้ท่านประธานได้เห็นว่าการเกิด พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้เริ่มต้นจาก แนวความคิดของพี่น้องประชาชนที่เขามาร่วมชุมนุมกับแกนนําตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ แล้วก็เกิดความเสียหายอย่างที่พวกเราทราบกันดี พี่น้องประชาชนเหล่านี้เขามีความรู้สึกว่า เขามาเพราะถูกชักจูงให้มา เพราะเห็นว่าบ้านเมืองไม่เป็นประชาธิปไตย เขามาร่วมต่อสู้ เพื่อให้บ้านเมืองที่เขารักได้ประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์แท้จริง อย่างที่แกนนําการชุมนุม ได้พยายามที่จะชี้นํา ชักชวน และในการต่อสู้ทางการเมืองที่เขาถือว่าเป็นภารกิจสําคัญแล้วก็ ยิ่งใหญ่สําหรับคนไทยทุกคน ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรที่จะภาคภูมิใจไปยิ่งกว่า คําว่า การที่ได้ ออกมาต่อสู้เพื่อได้มาซึ่งการปกครองที่ดีที่สุดของคนไทยทุกคน เพราะฉะนั้นวาทกรรมใน เรื่องของการต่อสู้เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยเกิดขึ้นทุกยุคทุกสมัย และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อปี ๒๕๕๐ กว่าก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ได้ชักนําพี่น้องประชาชนเข้าสู่เหตุการณ์ และท้ายที่สุด ก็ได้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สิน ร่างกาย มีการทําลายสถานที่ทั้งทางราชการและ ภาคเอกชน มีพี่น้องประชาชนถูกจําคุกจํานวนมาก และนั่นคือสาเหตุที่มาของการหยิบยก การที่จะพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรมที่แท้จริง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่เห็นอยู่ ในมือผมนั้นคือร่างของนายวรชัย เหมะ ที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้รับหลักการให้เป็นร่าง ในการพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมจําได้ครับว่าคุณวรชัย เหมะ ลุกขึ้นมา และชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าพี่น้องที่มาร่วมชุมนุมนั้นได้รับความ เดือดร้อน หลายคนสูญเสียชีวิต หลายคน พี่น้องครอบครัวต้องเสียชีวิตลง หลายคน ต้องบาดเจ็บ หลายคนต้องถูกจําคุกในเรือนจํา เพราะฉะนั้นมีความจําเป็นอย่างยิ่งที่ สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะได้พิจารณาออกกฎหมายเพื่อนิรโทษกรรมให้กับประชาชนที่เขา ได้รับทุกข์ ได้รับโทษจากการชุมนุมทางการเมืองที่เขามาโดยสุจริต แต่ว่าประเด็นสําคัญ ในวันนั้น ท่านประธานที่เคารพ มันมีความรู้สึกเกิดขึ้นว่าการเสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้น จะมีนักการเมืองซึ่งเป็นแกนนําในการชักชวนพี่น้องประชาชนอาศัยการนิรโทษกรรมของ ประชาชนเอาตัวเองเข้ามารับผลประโยชน์ในส่วนนี้ด้วย จึงเกิดกระแสต่อต้านมากมาย จากกลุ่มพี่น้องประชาชนทุกภาคส่วน ทุกสี ทุกภาคส่วนของสังคมมีความรู้สึกว่าถ้าจะมี การนิรโทษกรรมจริง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนที่เข้ามาโดยสุจริต หลายคนรับได้ แต่ถ้า นักการเมืองหรือแกนนําทางการเมืองคนใดจะไปอิงแอบโดยอาศัย พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อให้ตน ได้ประโยชน์ สังคมมีความเคลือบแคลงสงสัย และวันนั้นร่าง พ.ร.บ. ที่เสนอโดย พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน จึงเกิดปัญหาขึ้นในสภาผู้แทนราษฎร จึงเกิดปัญหาขึ้นในมวลหมู่พี่น้อง ประชาชนที่เขารับไม่ได้ เพราะเวลาต่อสู้ทางการเมืองท้ายที่สุดคนที่ได้ผลประโยชน์จากการต่อสู้คือแกนนําและ พรรคการเมือง วันนี้ได้รับตําแหน่งสถาปนาทุกคนมียศถาบรรดาศักดิ์กันครบถ้วน แต่พี่น้อง ประชาชนที่เขาออกมามือเปล่า ออกมาด้วยจิตใจบริสุทธิ์ที่อยากจะต่อสู้เพื่อให้ประเทศนี้ เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่ไปว่านล้อมเขานั้น วันนี้เขาไม่ได้รับอะไรเลย มิหนําซ้ํา เขายังสูญเสียญาติมิตร ต้องเสียชีวิต ต้องถูกจับกุมคุมขังอย่างที่ท่านประธานได้พูดเมื่อตอน เข้าสู่วาระการประชุมในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ และด้วยเหตุผลที่ คุณวรชัย เหมะ ลุกขึ้นเสนอต่อที่ประชุมว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้จะไม่นิรโทษกรรมให้กับผู้สั่งการหรือผู้นํา ทางการเมืองที่นําให้ก่อให้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวาย และก่อให้เกิดความเสียหายเพื่อแสดง ความรับผิดชอบในฐานะแกนนํา
ท่านนิยม เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปราย แล้วก็ประท้วงท่านประธานด้วยครับ ประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ เนื่องจากในมาตรา ๑ ผู้อภิปรายตัดออกทั้งมาตราท่านประธาน ผมไม่เข้าใจนะว่า การตัดกฎหมายออกทั้งมาตราแล้วจะอภิปราย อภิปรายได้อย่างไร กฎหมายที่ไม่มีชื่อ ของพระราชบัญญัตินี้มันหมายความว่าอะไรครับ มาตรา ๑ นี้ แล้วมาอภิปราย เป็นคุ้งเป็นแควอยู่นี้ ท่านประธานครับ ผมดูแล้วไม่เข้าใจครับว่าอภิปรายได้อย่างไร ทั้งมาตรา ๑ ไม่มีชื่อเลย แต่ก็อภิปรายบอกอย่างโน้นอย่างนี้ ท่านประธานดูหน่อย ท่านวินิจฉัยเลยว่าทําได้ไหม
ท่านธนาครับ ก็ขอความร่วมมือกันเหมือนท่านอาวุโสของพรรคท่านแนะนําครับ เพื่อให้ การอภิปรายมันผ่านไปได้ ขอเวลาท่านช่วยดูเรื่องเวลาด้วยครับ เพราะมาตรานี้ก็หลายสิบท่าน ก็ช่วยกันบริหารเวลาก็ถือว่าให้เกียรตินะครับ ท่านเองก็เป็นนักกฎหมายท่านรู้ว่าควรจะ อภิปรายได้แค่ไหนนะครับ ขอท่านได้ช่วยกระชับเวลาให้ผมสักนิดหนึ่ง ผมว่าท่านใช้เวลา พอสมควร ผมก็จะขอใช้อํานาจประธานว่าถ้านานเกินไปผมก็จะขอนะครับ ไม่ให้เกินนั้น พอแล้วครับให้ท่านอภิปรายต่อสักพัก เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ท่านประธานต้องวินิจฉัยนะว่าการอภิปรายกฎหมายไม่มีชื่อนี้ ผมก็เรียนกฎหมาย มาก็ยังไม่เคยเห็นว่าอ่านกฎหมายแล้วกฎหมายไม่มีชื่อเลย แต่ยังมาอภิปรายได้เป็นคุ้งเป็นแคว ผมไม่เข้าใจครับท่านประธาน ผมก็เรียนมา ๔ ปีนะ ปริญญาตรีนี้ ยังไม่เข้าใจจริง ๆ ท่านดูสิ นี่ของท่านธนา ชีรวินิจ กรรมาธิการขอบสงวนความเห็น โดยขอตัดมาตรา ๑ ออกทั้งมาตรา แล้วจะทําอย่างไรมาตรา ๑ ไม่มีชื่ออะไรเลย แต่ท่านก็บอกของท่านไปเป็นคุ้งเป็นแควแล้วนะ ผมนั่งฟังอยู่นี้
ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวท่านคงจะจบแล้วครับ ฟังสักครู่ท่านก็รู้ดีอยู่แล้วครับ ช่วยกันบริหารเวลา เพื่อให้การประชุมไปได้ ก็จะใช้สิทธิประธานครับท่านธนา น่าจะจบได้สักพักนะครับ พอแล้ว พอสมควรนะครับ เชิญครับ ผมอนุญาตให้เขาสักพักหนึ่งนะครับ เดี๋ยวผมจะควบคุมเวลา นะครับ ท่านธนาเชิญ ถือว่าให้เกียรติกันนะครับท่าน
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตทําความเข้าใจกับท่านประธาน ก่อนนะครับ ที่ผมเสนอตัดออกทั้งมาตรานั้นคือการแสดงว่าผมไม่เห็นด้วยที่จะให้กฎหมาย ฉบับนี้ใช้บังคับ เพราะฉะนั้นขออนุญาตทําความเข้าใจนะครับ ถ้าผมเห็นด้วยผมอาจจะเสนอ ตัดต่อเพิ่มเติม แต่ว่าผมไม่เห็นด้วย เพราะ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนารมณ์ที่จะก่อให้เกิด ความปรองดองอย่างแท้จริง ผมถึงจะอภิปรายต่อไป ท่านประธานที่เคารพครับ วันที่เข้ามา ผมได้กราบเรียนท่านประธานว่า ผมก็สงสัยว่าท่านได้ต่อสู้ร่วมกับมวลชนกลุ่มเสื้อแดง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ต่อสู้กันมามีความรักใคร่ สมัครสมาน สามัคคี แต่ว่าวันที่ท่านเสนอ พ.ร.บ. ปรองดอง หรือ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ท่านกลับไม่หยิบยกเอาร่างของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เขาสูญเสีย และเขาเป็นคนที่เข้าใจและรู้สถานการณ์ของความสูญเสียได้ดีที่สุด แต่ท่าน ไม่สนใจเลือกที่จะใช้ร่างของพรรคการเมืองที่ท่านนําเสนออยู่ในขณะนี้ นั่นเป็นข้อสังเกต อันแรกว่าผมมีความรู้สึกเริ่มไม่สบายใจว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อการปรองดอง และนิรโทษกรรมพี่น้องประชาชนอย่างเดียวเท่านั้น และสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตก็เป็นจริงขึ้นมาครับท่านประธาน เมื่อกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณา โดยเสียงข้างมาก ท้ายที่สุดก็แปรเปลี่ยนร่างฉบับนี้กลายเป็นฉบับกลายพันธุ์ แต่ว่าผมยังไม่พูด ในประเด็นนั้นครับท่านประธาน เดี๋ยวในมาตรา ๓ ผมจะมาพูดต่อ ผมจะรักษากติกา อย่างเคร่งครัดให้ท่านประธานได้เห็นว่า การอภิปรายที่มีเนื้อหาสาระนั้นมันต้องทําการบ้าน และเราพูดกันด้วยเหตุด้วยผลจริง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ตอนที่ผมเป็นกรรมาธิการวิสามัญ ผมเป็นเสียงข้างน้อย เราก็ได้เชิญกลุ่มญาติผู้สูญเสีย และท่านประธานรู้ไหมว่าท้ายที่สุด ได้มีการกลับมติของร่างจากคุณวรชัยมาเป็นร่างที่นําเสนอสภาในวันนี้ละครับ เอาคน ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาสู่ร่างแหของนิรโทษกรรมฉบับนี้ เลยเถิดไปถึงการนิรโทษกรรมให้กับ นักการเมือง อดีตนักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชัน มีคดีมากมายหลายสิบคดีจะได้รับอานิสงส์ จากการออกกฎหมายนิรโทษฉบับนี้ ผมจะไม่พูดรายละเอียด แต่ผมจะพูดให้ท่านประธานว่า นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็น ที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า แทนคําอภิปรายของผมเป็นล้าน ๆ คํา ที่จะอภิปราย ผมขออนุญาตท่านประธานดูแถลงการณ์กลุ่มญาติผู้สูญเสีย กลุ่มเสื้อแดง ของท่านที่เขามายื่นต่อคณะกรรมาธิการ กลุ่มญาติผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ทางการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๓ มีความเห็นว่าการแก้ไขข้อความในร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมดังกล่าว เป็นที่ชัดเจนว่าพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างมาก มีเจตนาที่จะเอื้อประโยชน์ ให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แลกเปลี่ยนกับการนิรโทษกรรม
ท่านธนามีผู้ประท้วง เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านประธานครับ เสียดสีใส่ร้าย แล้วใส่ร้าย พรรคเพื่อไทยว่าเอื้อประโยชน์ต่อท่านทักษิณ ชินวัตร กฎหมายฉบับนี้ไปไม่ถึงท่านทักษิณ หรอกครับ ท่านประธานครับ ถ้าใส่ร้ายแบบนี้นะครับ มีเจตนาไม่อยากจะอภิปรายต่อ ตัดทั้งมาตราแล้วก็อภิปรายยาวนานมาก ตกลงท่านประธานจะให้ผู้อภิปราย อภิปราย กี่ชั่วโมง มีเวลาหยุดไหม มีที่สิ้นสุดไหมครับ พูดได้ทั้งหมดเลย ตัดทั้งมาตราแล้วพูดได้ ทุกอย่างเลยหรือครับท่านประธาน ท่านประธานปล่อยให้เสียดสีใส่ร้ายบุคคลอื่นซึ่งไม่มี โอกาสมาตอบโต้อย่างนี้ได้หรือครับ
พอแล้วนั่งลง ผมวินิจฉัย ท่านธนาผมจะวินิจฉัย ท่านประท้วงก็พอแล้ว ไม่ต้องอภิปรายต่อ ก็จะใช้เวลาผมจะควบคุมเวลา นั่งลงครับ คืออย่างนี้ท่านธนาครับ ท่านจะเอาเอกสารมา ท่านต้องเอามาให้ประธานดูก่อน โดยมารยาท โดยปกติที่เป็นหลักปฏิบัติในสภา แต่ท่าน เอามาอ่านเลยก็ไม่เหมาะสม อันนี้ต้องตักเตือนท่านนะครับ การที่เอามาอ่านในสภาท่านต้อง ขออนุญาตประธานว่าให้ผมได้ตรวจสอบ ผมก็ไม่ทราบว่าเอกสารท่านจริงหรือเท็จอย่างไร อันนี้ต้องขอความร่วมมือครับ ท่านพูดได้แต่ขอช่วยกระชับเวลา ท่านบุญยอดไม่ประท้วงแล้ว ผมจะให้ท่านธนา เสียเวลาครับ ไม่เอาแล้วครับ ประท้วงไปมามันใช้เวลามาเยอะแล้ว วันนี้ทั้งวัน ผมไม่อนุญาตท่านบุญยอดแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้วท่านบุญยอด เชิญท่านธนา ต่อเลยครับ ไม่ครับ ผมวินิจฉัยแล้วนั่งลงทั้งคู่ ไม่อนุญาตทั้งคู่นั่งลงครับ นั่งลงทั้งคู่ครับ ยังไม่ต้องถอนผมขอบอกไม่ให้อ่านเอกสาร เชิญท่านธนา ท่านบุญยอดไม่เอาแล้วครับ ถ้าประท้วงทั้งคู่เดี๋ยวก็ไม่ไปไหนก็เป็นอย่างเก่าอีกแล้วครับ พอแล้ว ไม่แล้ว ไม่ฟังทั้งคู่แล้ว นั่งลงทั้งคู่ ท่านพิเชษฐ์นั่งลง เอกสารผมไม่ให้อ่านแล้ว ผมวินิจฉัยแล้วจบ ก็พอแล้ว ท่านก็คุย กันในกรรมาธิการเยอะ ท่านบุญยอดก็พอแล้ว ไม่ต้องประท้วงแล้ว คืออย่างนี้ท่านอย่าเถียง ประธานวินิจฉัยแล้วครับ ผมวินิจฉัยประเด็นท่านไม่ต้องประท้วงต่อ ไม่ ๆ ผมวินิจฉัยแล้ว ก็ผมบอกแล้วว่าไม่ต้องประท้วงผมเป็นคนวินิจฉัยแล้วอย่างไร ท่านบุญยอดครับ อย่าเถียง ประธานสิครับ ท่านนั่งลงครับ นั่งลงทั้งคู่ไม่อย่างนั้นผมเชิญออกห้องทั้งคู่ เชิญท่านธนาครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผมนี่จะทําอะไรผมพิจารณาความถูกต้องทุกอย่างนะครับ ท่านประธาน เอกสารที่อยู่ในมือผมทั้งหมดที่ผมใช้อภิปรายเป็นเอกสารที่กลุ่มญาติผู้สูญเสีย ได้ยื่นต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ ผมได้รับจากกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นไม่ใช่เอกสารภายนอกครับ แต่เป็นเอกสารที่รับรู้แล้วในสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานถ้ามีข้อความใดที่ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงจาก เอกสารทั้งหมดผมรับผิดชอบ
คืออย่างนี้ในหลักการนี่ครับ ท่านธนาก็อยู่ท่านเป็นประธานสภา กทม. ท่านก็รู้ว่าจะเอา มาอ่านต้องขออนุญาตประธานได้ดูตรวจสอบก่อน มันเป็นหลักปฏิบัติตามข้อบังคับแค่นั้นเอง ท่านก็ไม่ควรอ่านนะครับ สรุปไปเลยครับ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ เขาบอกเจตนา ฉบับของการยื่นเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบุคคลบางคนผมพูดอย่างนี้ก็แล้วกันเพื่อที่ ท่านประธานจะได้สบายใจ แลกเปลี่ยนกับการนิรโทษกรรมทหารที่กระทําความผิดในการ สังหารหมู่ประชาชน ตลอดจนนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในหัวหน้ารัฐบาล และประธานศูนย์อํานวยการเยียวยาสถานการณ์ฉุกเฉินในขณะนั้น การแก้ไขดังกล่าวแสดง ให้เห็นว่าพรรคการเมืองหนึ่ง ผมไม่พูดแล้วกันจะได้ไม่ต้องมาพาดพิงด้วยความเคารพ ท่านประธานจริง ๆ ไม่เคยฟังเสียงประชาชนโดยเฉพาะญาติผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้เสีย โดยตรงที่ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าเพื่อพิสูจน์ทราบความจริงและนํา ความจริงนั้นกลับคืนสู่สังคม เพราะมีแต่ความจริงเท่านั้นที่จะนําพาสังคมโดยรวมกลับสู่ ความสมานฉันท์เข้าอกเข้าใจกันได้อย่างแท้จริง การแก้ไขข้อความดังกล่าวเน้นย้ําความสงสัย ของสังคมต่อพรรคการเมืองหนึ่งอีกครั้ง ต่อข้อครหาเรื่องการดําเนินการตามใบสั่งความ มุ่งหวังที่จะนําบุคคลคน ๆ หนึ่งกลับบ้าน
ท่านธนาครับ ประท้วง ๒ ท่านแล้ว ผมบอกท่านแล้วอย่างไร เชิญท่านประเสริฐครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วงผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานได้บอกว่าการนําเอกสาร เข้ามาอ่านในที่ประชุมมีความจําเป็นต้องขออนุญาตท่านประธานก่อน แต่ท่านสมาชิก ท่านผู้นี้ก็ยังดันทุรังอ่านต่อโดยไม่ได้ขออนุญาตจากที่ประชุมเลย ขอให้ท่านประธาน ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ สั่งการให้การนําเอกสารมาต้องขออนุญาตท่านประธานก่อน ขอบคุณครับ ท่านประธาน
เมื่อสักครู่ผมได้ตักเตือนแล้ว ท่านธนาเขาไม่อ่านหรอกครับ เชิญสรุปเลยครับ
ท่านประธานครับ ข้อบังคับนี้ให้อ่าน ข้อความได้นะครับตามจําเป็น ไม่อย่างนั้นการประชุมในสภานี้ก็ไม่ต้องอ่านข้อความเอกสาร กันสิครับท่านประธาน อ่านได้เฉพาะที่จําเป็น แล้วสิ่งที่ผมอภิปรายนี้เป็นข้อความสําคัญ และจําเป็นต่อการอภิปรายของผม แต่ท่านประธานก็จะเห็นว่าผมหลีกเลี่ยงไม่ให้กระทบกับใคร เพื่อให้ที่ประชุมนี้ได้เกิดความสบายใจ แต่ว่านี่คือข้อเท็จจริงที่เราควรจะต้องรับรู้ด้วยกัน
ประท้วงอะไรครับท่านพิเชษฐ์
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ และประท้วงผู้อภิปรายเอาเอกสารมาอ่านแล้วเสียดสี ใส่ร้ายผู้อื่นทําได้หรือครับ แล้วเอกสารอะไรครับ แล้วคําต่อไปจะพูดคําว่าอะไร ท่านประธาน ต้องเอาไปดูก่อน ก่อนที่จะให้เขาอภิปรายต่อ มีข้อบังคับอยู่แล้วทําไมไม่ทําครับ ทั้งประธาน ทั้งผู้อภิปราย ทําไมไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร คําต่อไปจะอ่านว่าอะไร เมื่อพูดออกอากาศไปแล้วรับผิดชอบได้ไหม เสียหายไปแล้ว ท่านประธานครับ เราก็ อะลุ้มอล่วยนะครับเราก็เห็นใจให้ท่านอภิปราย อภิปรายเป็นร้อยท่านมาพูดแบบนี้นะครับ คนอื่นยังไม่ได้พูดนะครับท่านประธาน
พอแล้ว พอสมควรแล้วนั่งลงครับ ผมจะวินิจฉัยท่านพิเชษฐ์อย่ามาชี้หน้าผม คุยไม่ต้องชี้หน้า นั่งลงครับเดี๋ยวผมวินิจฉัย ต้องนั่งลงก่อนไม่อย่างนั้นผมไม่วินิจฉัย ท่านจะยืนก็ยืนต่อไป ผมไม่วินิจฉัย นั่งลงครับ อย่าเพิ่งทีละรายท่านอรรถวิชช์ ทางนี้ก็หนักหัวพอสมควรแล้วครับ ท่านพิเชษฐ์ผมก็เตือนแล้ว ท่านก็ไม่อ่านแล้ว ก็ไม่พาดพิงใคร ท่านธนาขอความร่วมมือครับ จะได้เดินหน้าต่อ แล้วก็ใช้เวลาพอสมควรก็แล้วกัน เอาท่านธนาต่อจะได้จบ ท่านประท้วง หรือครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตประท้วงความเห็นท่านประธานครับ คืออย่างนี้ครับเอกสารในฐานะผมเป็น กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมก็ได้รับเอกสารในการประชุม คราวนี้เอกสารในการประชุม ท่านธนาก็พยายามจะพูดถึงแถลงการณ์ญาติผู้สูญเสีย เพราะกําลังจะปกป้องญาติผู้สูญเสีย คราวนี้ประเด็นปัญหาคือว่าเอกสารที่ส่งในห้องประชุมกรรมาธิการแบบนี้ กระผมจะนํามา ชี้แจง ท่านธนาจะนํามาชี้แจงจะต้องขออนุญาตท่านประธานอีกหรือครับ เพราะเอกสาร ชุดแบบนี้เป็นเอกสารที่แจกในห้องกรรมาธิการอยู่แล้ว ท่านประธานโปรดใช้ดุลยพินิจครับ กําลังปกป้องผลประโยชน์ของญาติผู้สูญเสียอยู่จะทําอย่างไรท่านประธาน ช่วยวินิจฉัยครับ
คืออย่างนี้ท่านอรรถวิชช์ ผมก็ไม่ได้เป็นกรรมาธิการกับท่าน คืออย่างนี้ท่านนั่งลงให้ผม วินิจฉัยก่อนครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เป็นกรรมาธิการเหมือนกับผม เหมือนท่านธนา ได้รับเอกสารชุดนี้ เหมือนกัน ได้รับแถลงการณ์ของกลุ่มญาติผู้เสียชีวิตเหมือนกัน ท่านทําไมไม่รู้เรื่องครับ
เอาละครับ ท่านว่าผมประท้วงผม นั่งลงทั้งคู่ ผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการกับท่าน ผมไม่ทราบ ในทางปฏิบัติที่ผ่านมา ในสภาในธรรมเนียมการปฏิบัติที่ผ่านมา เขาห้ามเอาเอกสารมาอ่าน ถ้าจะมาอ่านในนี้ต้องให้ประธานดู ผมก็ไม่ได้เป็นกรรมาธิการ ผมก็ไม่ทราบเอกสารอะไร ที่ท่านเอามาพูดกัน เพราะฉะนั้นท่านธนาก็เข้าใจแล้วก็เป็นไปได้แล้ว ท่านก็เข้าใจ ในทางปฏิบัติแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กระผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ธนา ชีรวินิจ เป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ผมเอาเอกสารอยู่ในห้องกรรมาธิการ ผมชี้แจงต่อสภา คุณธนาชี้แจงต่อสภาจะต้องขออนุญาตอีกหรือครับ ท่านประธานเราจะไปกันไกลแล้วนะครับ เมื่อก่อนตอนที่ต้องเสนอท่านประธานเพราะเหตุการณ์ชุมนุมมันรุนแรง มันมีภาพที่ไม่ควรจะ เผยแพร่เลยตั้งกรรมการขึ้นมาสมัยท่านประธานชัย ชิดชอบ ผมเป็นกรรมการตรวจคลิป ครั้งแรกเลยครับ แต่วันนี้มันเลยเถิดแล้วนะครับ นี่เป็นเอกสารญาติผู้เสียชีวิตเขาส่งมาที่ กรรมาธิการ ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่ากรรมาธิการทุกคน
ท่านอรรถวิชช์ผมเข้าใจแล้ว ท่านนั่งลงครับ ไม่ต้องประท้วงแล้วทั้ง ๓-๔ ท่านทางนี้ ผมวินิจฉัยแล้ว ผมไม่เห็นจะเป็นหนังสืออะไรในกรรมาธิการ ผมไม่ได้เป็นกรรมาธิการด้วย ผมไม่เห็นมีใครหยิบมาอ่าน โดยทางปฏิบัติในสภาที่ผ่านมาเขาจะให้ประธานดูก่อน ผมก็ไม่รู้ว่า เอกสารนั้นมันจริงหรือไม่ ผมไม่ทราบ ผมก็ตักเตือนตามที่มีคนประท้วง ผมก็บอกว่าไม่ควร เอามาอ่าน ถ้าเอามาอ่านต้องให้ประธานได้ทราบก่อน ในทางปฏิบัติ ในข้อบังคับเขียนไว้ อย่างนั้น ผมไม่ทราบว่าเอกสารของกรรมาธิการหรือไม่ ผมไม่รู้ ผมจะไปรู้ว่าท่านประชุม เรื่องอะไรกันผมไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วยตั้งแต่เบื้องต้น ไม่ประท้วงแล้วครับ เชิญต่อครับ ประเด็นนี้จบแล้ว ท่านรู้กัน ๓ คน ท่านเป็นกรรมาธิการผมไม่ได้เป็น ท่านพิเชษฐ์ ผมไม่ให้ พูดแล้วครับ พอแล้วครับ เถียงไปเถียงมาตั้งนานแล้วครับ เสียเวลาไป ๒๐ นาที ท่านธนา ไม่เกิน ๕ นาที เชิญท่านธนาต่อครับ ไม่อ่านแล้วครับ
ท่านประธานครับ ผมยังเข้าประเด็นเลย เอกสารทั้งหมดของกรรมาธิการ ถ้าต้องขออนุญาตท่านประธานกรรมาธิการกับเสียงข้างมาก ต้องไปขออนุญาตท่านประธานด้วยครับ มันไม่มีที่ไหนครับกรรมาธิการต้องมาขออนุญาต ผมก็ต้องมาใช้ดูเพื่อมาชี้แจงประกอบคําอภิปรายของผม ถ้าเอกสารที่ผมพูดไม่ถูกต้อง ประธานกรรมาธิการนั่งอยู่ตรงนี้สามารถทักท้วงได้ทันทีครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียน ท่านประธานครับว่าการดําเนินการตามใบสั่ง
มีผู้ประท้วงเชิญครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ประท้วงผู้อภิปรายด้วย ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ท่านประธานครับ ความจริงผู้อภิปรายผมบอกตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่มีสิทธิอภิปรายด้วยเพราะตัดออกทั้งหมด ส่วนท่านจะบอกว่าไม่รับหลักการอันนั้นท่านพูดถึงวาระที่หนึ่งเลยครับ ท่านไปดูข้อ ๑๒๙ ไปดูว่าเข้าประเด็นไหน ผมนั่งฟังตลอด ท่านเปิดดูข้อ ๑๒๙ ผมไม่อ่านหรอกท่านประธานรู้อยู่ ข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ กรรมาธิการสงวนคําแปรญัตติ ท่านสงวนไว้ตรงไหน ท่านวินิจฉัยด้วย ท่านปล่อยตลอดครับ ไม่ได้อยู่ในข้อบังคับ ผมฟังแล้ว ท่านดูด้วยครับ
ผมดูอยู่ ผมพยายามควบคุมอยู่ครับ ท่านธนาพอสมควรครับ เมื่อสักครู่นี้ก็ได้คุยกับผู้ใหญ่ ของท่านแล้วก็บอกว่าประธานใช้อํานาจในการตัดบางประเด็นได้ ผมอยากให้การประชุม ผ่านไปได้ เดี๋ยวก็เอาไปตัดสิทธิ์ เดี๋ยวก็มีการยื่นญัตติปิดอภิปราย ก็อยากให้การประชุมไปได้ ก็ขอความร่วมมือท่าน พอสมควรแล้วครับ ท่านนิยมพอแล้วครับ ให้เขาไปสัก ๕ นาที เชิญท่านธนาวาระที่สอง ขอความร่วมมือทุกท่านก็ทราบกันดี ทั้งหมดรู้หมดข้อบังคับในสภา แต่ท่านทั้งหลายก็พยามจะหลีกเลี่ยงทั้งสองฝั่ง
ท่านประธานครับ ความจริงผมมีอีก หลายเอกสารที่จะเอามาอ่าน เอาละครับท่านประธาน ผมจะยกเว้นที่จะไม่อ่านเอกสาร บางฉบับที่อาจจะทําให้ประธานไม่สบายใจ แต่เอกสารของแถลงการณ์ของผู้สูญเสียญาติมิตร จากเหตุการณ์การชุมนุมซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับพวกท่าน ท่านรับฟังเขาไม่ได้แล้วหรือครับวันนี้ เขาเคยยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่าน ต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งระบอบประชาธิปไตยที่ท่านไปบอก เขาว่ามันจอมปลอมอย่างไร ต้องต่อสู้ให้ประเทศนี้ได้ประชาธิปไตยที่แท้จริง เป็นสหายร่วมสู้
ท่านธนาครับ มันเป็นอย่างนี้ละครับ เชิญท่านพายัพ
(นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ไม่มีใครไว้หน้าผมอยู่แล้วครับ ท่านธนาผมว่าพอสมควรแล้วท่าน พอสมควรครับ ท่านต้อง สรุปแล้วครับ ผมดูว่าท่านใช้เวลาตั้ง ๒๐ นาทีแล้วท่านต้องสรุปแล้วครับ ผมไม่อนุญาตให้ นานไปกว่านี้แล้ว ท่านสุรเชษฐ์ประท้วงเรื่องอะไรอีกครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมทนดูและฟัง การประชุมสภาผู้แทนราษฎรวันนี้มาโดยตลอด ผมขอประท้วงตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ของท่านประธานในการทําหน้าที่ ท่านประธานใช้ข้อบังคับควรจะใช้หลักการและเหตุผล การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกที่ต้องใช้เอกสาร ซึ่งเป็นเอกสารของการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการชุดนี้ ซึ่งย่อมที่จะนํามาเป็นหลักฐานและเหตุผลในการชี้นําเพื่อให้ เพื่อนสมาชิกที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการได้รับรู้ กฎหมายฉบับที่เรากําลังพิจารณาไม่ใช่สนใจ เฉพาะแต่ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ วันนี้นอกสภาเขาก็รอฟังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะให้ ความสําคัญกับกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทําความผิด ไม่ใช่เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับ การเมืองหรือชุมนุมเท่านั้น โยงใยไปถึงผลประโยชน์ของคนบางคน เพราะฉะนั้น คนทั้งประเทศกําลังรอฟังเหตุผลการพิจารณาพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าสภาผู้แทนราษฎร กําลังเล่นอะไรกัน เพราะฉะนั้นท่านประธาน วันนี้เกมของฝ่ายซีกอีกฝั่งหนึ่งพยายามที่จะ ขัดขวางการอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในซีกของฝ่ายค้าน
ให้เขาพูดจบแล้วค่อยประท้วง จะให้สวนได้อย่างไรครับ กรุณานั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวให้ผม วินิจฉัยก่อน เขาประท้วงให้ผมวินิจฉัยก่อนท่านประท้วงซ้อนอย่างนี้ ให้ผมเปิดให้พูด ทุกไมโครโฟนไหมครับ นั่งลงก่อน ท่านพหลนั่งลงก่อนครับ นั่งลงก่อน ท่านนั่งลงก่อนครับ ให้เขาพูดให้จบแล้วผมวินิจฉัยก่อนสิครับ เขาไม่ฟัง เดี๋ยวผมก็จะให้เชิญออกหมดใครที่ ประท้วง นั่งลงก่อนครับ ผมไม่ให้พูด มันเสียเวลา เขาประท้วงอยู่ให้เขาประท้วงให้จบ แล้วผมก็จะวินิจฉัยแล้วท่านได้ประท้วงต่อ เชิญครับนั่งลงก่อน เชิญท่านสุรเชษฐ์ประท้วง นานแล้ว ท่านอภิปรายด้วยไม่ได้ ประท้วงอย่างเดียวพอแล้วครับ
ก็ประท้วงท่านประธานนะครับ ในการที่จะตัดสินตามข้อบังคับนั้น ผมคิดว่าควรที่จะยืนบนหลักการและเหตุผลที่เป็นธรรม และถูกต้อง เราจะเห็นได้ว่าในซีกของฝ่ายรัฐบาลพยายามที่จะใช้มติส่วนมาก ก็เราทราบ อยู่แล้วว่าไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนแม้กระทั่งเสียงเดียวที่จะคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้กําลังที่จะเป็นปัญหาของประเทศ กระทบต่อความรู้สึกของคนไทยทั้งประเทศ
ท่านสุรเชษฐ์ท่านประท้วงผมข้อบังคับข้อไหนก็พอแค่นั้นครับ เพราะท่านอภิปรายพอแล้ว ผมว่าพอแล้วครับ ผมจะวินิจฉัยแล้ว
ก็ประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ
ข้อ ๘ พอแล้ว ผมพอเข้าใจ ท่านนั่งลงผมวินิจฉัย นั่งลงครับ คืออย่างนี้ทุกคนก็ประท้วงผม ข้อ ๘ หมดนะครับ อยากให้ประธานใช้อํานาจ พอผมใช้อํานาจท่านก็ไม่เคยพอใจผม ท่านธนาครับ ผมให้เวลาท่านไม่เกิน ๕ นาที ผมใช้ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๒ ผมจะให้ท่านอื่น เพราะหลายสิบท่านมาตราเดียวนะครับ เชิญท่านอภิปรายต่อครับ เกิน ๕ นาทีแล้วครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเพียงแต่ว่า ผมไม่เข้าใจครับว่าสหายร่วมสู้เพื่อนร่วมอุดมการณ์ของท่าน วันนี้แม้แต่แถลงการณ์ที่เขา นําไปให้ท่าน ผมเอามาอ่านให้ท่านฟัง ท่านไม่กล้าแม้แต่จะฟังคําเตือนหรือแถลงการณ์จาก เพื่อนของท่าน แล้วท่านมาหาว่าผมใส่ร้าย ผมไม่มีถ้อยคําของผมแม้แต่คําเดียว นอกเหนือจากแถลงการณ์ที่เขาเขียนถึง และแถลงการณ์ฉบับนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สภานี้ รับหลักการแล้วตั้งกรรมาธิการ เพื่อสมาชิกไม่มีสิทธิรับรู้ว่ามีแถลงการณ์ฉบับนี้อยู่เลย ผมจึงจําเป็นต้องเรียนกับท่านประธาน เอาล่ะครับท่านประธาน วันนี้ผมรู้ว่ามีขบวนการที่จะ ปิดปากเสียงข้างน้อยอย่างพวกผม ไม่เป็นไรครับ แต่ผมอยากจะสะท้อนให้เห็นว่าแม้กระทั่ง แถลงการณ์ที่คนเคยร่วมสู้ท่านยังรับฟังไม่ได้วันนี้ ไม่ต้องพูดเรื่องอื่นครับว่าอุดมการณ์ จะเป็นอย่างไร แต่เขาพูดว่าเขาเป็นเพียงเบี้ยที่ท่านใช้เพื่อบรรลุผลและสมประโยชน์ ทางการเมืองของท่านเท่านั้น สหายร่วมรบกับท่านวันนี้เขาพูดว่า เขาเป็นเพียงเบี้ยตัวหนึ่ง และเขาเห็นว่าการออกนิรโทษกรรมฉบับนี้เป็นการปิดกั้นโอกาสที่เขาจะดําเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง ในศาลอาญาระหว่างประเทศ ซึ่งพวกท่านหลายคนไปบอกเขาครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไป จะเป็นเรื่องที่นําไปสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศนี่คือข้อเท็จจริงที่เสียงข้างน้อยอย่างผม ต้องพูดจาทําความเข้าใจกับสังคมนี้ให้รับรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ใช้บังคับ เขาเรียกร้องท่านครับว่า คนตายหลายคนที่ท่านชอบอ้างครับ ๙๐ กว่าศพครับ วันนี้เขาไม่มีความสําคัญแล้วใช่ไหม วันนี้ให้เขาลืมเพื่อท่านจะได้เดินหน้าต่อไปใช่หรือไม่ และสิ่งที่ผมกราบเรียนท่านประธานก็คือ เขาพูดอยู่คํา ๆ หนึ่งครับว่า วันหนึ่งที่ต่อสู้ท่าน บอกทุกคนที่เสียชีวิตจะต้องได้รับการชดใช้และนําตัวผู้กระทําความผิดมาดําเนินคดี ในแถลงการณ์ฉบับนี้เขาอ้างถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ครับ เขาบอกว่าเป็นที่น่าสังเกตว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย และมีส่วนได้เสียกับเหตุการณ์ครั้งนี้ กลับมีเจตนาที่จะพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งการพูดดังกล่าวเป็นการผูกมัดกับ ประชาสังคมด้วย แต่ในขณะที่คนที่ร่วมสู้กับเขา แล้วอ้างว่ามีคนทําร้ายมวลชนให้เสียชีวิต กับไม่พร้อมที่จะพิสูจน์ความจริงในกระบวนการยุติธรรมถึงเกิดข้อสงสัยในสังคมว่าตกลงใคร อยู่เบื้องหลังการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนและทหารหาร ในขณะที่คนอยู่ถูกดําเนินคดี ขณะนี้พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม แต่คนที่อ้างว่านํามวลชนมาแล้ว มวลชนถูกฆ่าตาย กลับไม่พร้อมที่จะพิสูจน์ความยุติธรรมให้กับมวลชนที่เสียชีวิตเป็นเรื่องที่น่าสงสัยในสังคม เป็นอย่างยิ่ง ไม่ต้องพูดหรอกครับแถลงการณ์ไม่ให้อ่าน ผมเข้าใจครับ เพราะมากกว่านั้น ท่านก็ให้ไม่ได้กับเรื่องแค่นี้ผมไม่ติดใจ สนนท. เขาบอกว่าไม่เห็นด้วยกับ พ.ร.บ. นิรโทษกรรม ที่จะมีผลลบล้างความผิดของผู้สั่งการ องค์การระหว่างประเทศมากมายเขาบอกอย่า ดําเนินการอย่างนี้ เพราะมันขัดต่อหลักมนุษยชน คนที่ทําผิดต่อชีวิตทรัพย์สินของบุคคลอื่น ต้องรับผลแห่งความผิดนั้น ส่วนว่าขบวนการนิรโทษกรรมจะมีหรือไม่ต้องพิสูจน์ชัดให้ทราบ เสียก่อนว่าเหตุการณ์เป็นอย่างไร สิ่งที่ผมอภิปรายกับท่านประธานเพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่า การต่อสู้ทางการเมืองอ้างระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องสวยหรูเป็นเรื่องที่มีศักดิ์ศรีอย่างยิ่ง พี่น้องประชาชนคนไหนฟังก็ภาคภูมิใจอยากเข้ามาร่วมขบวนการกับท่าน แล้วก็ร่วม ขบวนการจนกระทั่งท่านได้ชัยชนะ วันนี้ท่านเป็นรัฐบาล ท่านเป็นอํามาตย์ มีตําแหน่ง ยศถาบรรดาศักดิ์มากมายแล้วท่านก็บอกคนที่เขาเสียชีวิตว่าลืมเสียเถอะอย่าคิดถึง ลืมไปเพื่อที่ประเทศชาติจะได้เดินหน้า ก็มันเดินหน้าเพราะท่านได้ไปทุกอย่างแล้ว แต่ประชาชนที่เขามาร่วมกับท่านเขาเสียทุกอย่างไม่ได้อะไรเหมือนท่านครับ และวันนี้ แม้แต่แถลงการณ์ของคนที่สูญเสียท่านยังไม่ให้พูดในสภาเลยครับ เพราะฉะนั้น ผมเรียนท่านว่าท่านไม่ได้มีความจริงใจในการเสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่อ้างว่าปรองดอง ที่อ้างว่าจะดูแลผู้สูญเสียชีวิตอย่างไรครับ
เชิญท่านวัชระครับ ท่านจะอภิปรายแทนท่านวัชระหรือครับ เชิญครับครึ่งนาที
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมสงวนไว้ในมาตรานี้แต่ผมจะไม่อภิปรายแล้วนะครับ ผมเพียงจะขอความกรุณา ท่านประธานว่าคําแถลงการณ์ของญาติผู้เสียชีวิตที่ได้มีการยื่นต่อคณะกรรมาธิการ เป็นเรื่องสําคัญและกําลังจะเป็นที่พวกเรากําลังจะปกป้อง ผมจะให้ส่งเอกสารท่านประธาน ที่หน้าบัลลังก์เมื่อสักครู่ ถ้าเป็นไปได้เพื่อให้ในสภาแห่งนี้รับรู้พร้อมกัน บางคนอาจจะ ยังไม่ทราบ ท่านประธานช่วยให้เขาซีร็อค (Xerox) ถ่ายเอกสารในส่วนคําแถลงการณ์ของ ญาติผู้เสียเสียชีวิตแล้วก็แจกจ่ายให้ทั่วจะได้รู้ว่าเขาต้องการอะไร ผมคิดว่าแบบนี้จะดีที่สุด ครับท่านประธาน แล้วเราจะได้รู้ว่าเมื่อรู้ข้อความของญาติผู้เสียชีวิตแล้วตอนท่านโหวต ท่านโหวตอย่างไร ท่านประธานขอความกรุณาได้ไหมครับ
คือผมต้องให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบ เชิญท่านวัชระ ท่านบุญยอดเอาอย่างไรครับ ไม่พูดอีกเหมือนกันใช่ไหมครับ นิดข้างหลังท่านก็นิดหมดครับทุกคนครับ เชิญนั่งได้ เชิญท่านบุญยอด จะไม่พูดใช่ไหมครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมตกลงกับท่านวัชระเมื่อสักครู่ เนื่องจากมีความเข้าใจผิดกันเล็กน้อย ท่านวัชระคงคิดว่าขอข้ามลําดับได้ ลําดับผมต่อจาก ท่านธนา ผมยังยืนยันว่าผมขออนุญาตที่จะอภิปรายแล้วผมจะใช้เวลาอย่างกระชับที่สุดครับ
เชิญเลยครับ กระชับที่สุดครับ
ขอบพระคุณครับ บุญยอด สุขถิ่นไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นนะครับผมต้องขออนุญาตท่านประธานว่าต้องจัดการ การประชุมให้เรียบร้อยตามข้อบังคับ ผมอยากจะให้ท่านเชิญกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ขึ้น ไปนั่งบนบัลลังก์เสียก่อน เห็นไหมครับว่าท่านกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่นั่งบนบัลลังก์ ท่านทําหน้าที่ของท่านถูกต้องครับ ท่านไปเพื่อรับฟังท่านก็จะไปไม่ลุกขึ้นมาประท้วง ขอให้ ท่านเชิญครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นายสุนัย จุลพงศธร แถมอีกคนหนึ่ง จิรายุ ห่วงทรัพย์ อย่างน้อย ๔ คนนี้ครับ ช่วยขึ้นไปนั่งข้างบนการประชุมจะราบเรียบครับ เรียบร้อยครับ ผมเข้าสู่ประเด็นนะครับ มาตรา ๑ ที่ผมสงวนไว้ มาตรา ๑ ตามหน้า ๑๐ ครับ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง สิ่งที่ผมตัดออกคือคําว่า การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน แล้วก็เหลือคําว่า พ.ศ. .... เอาไว้ครับ ผมคงจะไม่ต้องอธิบายซ้ําเพราะว่าผมคิดว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สุ่มเสี่ยงเป็นอย่างยิ่งครับ อภิปรายกันไปก็ดูจะไร้ประโยชน์นะครับ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็แทบจะทําให้สภาแห่งนี้เป็นแค่พิธีกรรมธรรมดา ไม่ต้องมาฟังเหตุ มาฟังผลกัน บอกให้สงวนความเห็นเอาไว้มาพูดกันในสภามันก็เหมือนกับในห้องประชุม กรรมาธิการครับ มันก็ทํากันแบบเป็นแค่พิธีกรรมให้มันผ่านไปเพราะพวกท่านได้รับคําสั่งมา ผมเข้าใจทุกท่านครับ แต่ผมต้องขอเตือน ๑. เกินหลักการที่ได้ขอเอาไว้ในวาระที่หนึ่ง ๒. ขัดรัฐธรรมนูญหลายข้อ ๓. นิรโทษกรรมเกินกว่าความรู้สึกของประชาชนก็คือการทุจริต คอร์รัปชันได้รับการยกโทษให้ด้วย ๓-๔ เรื่องใหญ่ ๆ นี้ครับ ถ้าหากว่าท่านจะใช้ใจเป็นกลาง ดูว่าการกระทําของเราเป็นอย่างไรบ้าง ท่านไปเปิดหนังสือพิมพ์ โพสต์ทูเดย์ (Post today) กลาง ๆ นะครับ บางกอกโพสต์ (Bangkok Post) กลาง ๆ เดอะเนชั่น (The Nation) กลาง ๆ แล้วท่านไปเปิดต่อในบทความครับ มติชนครับ มีบทความที่ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการชุดนี้ ที่ได้ทําไปแล้วในการที่จะทําให้เกิดการแปรญัตติหรือว่าการเสนอกฎหมายที่เกินไป ผิดทั้งหลักกระบวนการยุติธรรมแล้วก็ผิดทั้งความรู้สึก มติชนมีหลายบทความครับ ซึ่งในมาตราอื่นเดี๋ยวผมจะเอามาให้รายละเอียดต่อไปนะครับ ข่าวสดก็มีครับ ท่านประธาน ไทยรัฐก็เยอะครับ เดลินิวส์ก็มีครับ และสุดท้ายครับ วอยซ์ทีวี (Voice TV) มีบทความในเว็บไซต์ของวอยซ์ทีวีครับ ผู้ที่เป็นหุ้นส่วนใหญ่ก็คือ พานทองแท้ ชินวัตร ไม่เห็นด้วยกับนิรโทษกรรมครั้งนี้ครับ ผมยังยืนตามที่ผมได้แปรญัตติไว้ ถ้าท่านจะไม่ตัด หรือท่านจะตัดอย่างไรผมเชื่อว่าพระราชบัญญัตินี้ไปไม่รอดครับ จบชั้นสภาผู้แทนราษฎร ไปเถอะครับ ทําไปเลยครับ ทุกคนเตือนท่านแล้ว สังคมนี้เตือนท่านแล้ว แต่ท่านยังทําอยู่ พวกเราก็รู้แล้วว่า พวกท่านทํากันไปเพื่ออะไร มีจุดประสงค์อะไร ทํากันไปทําไม เขารู้ กันหมดแล้วครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านต่อไปครับ ท่านวัชระใช่ไหมครับ เชิญครับ ขอบคุณท่านบุญยอด ใช้เวลาดีมากครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๑ ไว้ และในมาตรานี้มีเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งสิ้น ๑๒๔ ท่าน ได้สงวนคําแปรญัตติ แต่คงจะไม่อภิปรายครบทุกคน แต่ผู้อภิปรายบุคคลสําคัญที่จะอภิปรายหลังจากผมได้ อภิปรายจบไปนั้น จะมีท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านหัวหน้าพรรค ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๕ ชั่วโมง นั่นคือฉายานะครับ ท่านจะไม่อภิปราย ๕ ชั่วโมง ที่สําคัญครับ ท่านประธานจะมีท่านชวน หลีกภัย ซึ่งผมเห็นชื่อท่านแปรญัตติในมาตรานี้ ผมก็อยากฟัง ท่านชวน หลีกภัย ผมจะอภิปรายไม่นาน ท่านประธานครับ ในกฎหมายฉบับนี้ที่ผมได้ แปรญัตติ แต่ก่อนที่ผมจะอภิปรายนั้นผมได้ทําหนังสือถึงท่านประธานเพื่อขออ่านเอกสาร ประมาณ ๑๐ บรรทัด ส่งไปถึงท่านประธานแล้ว ท่านประธานจะอนุมัติหรือไม่ กรุณาบอก ผมลงมาด้วยนะครับ
อย่างไรก็ตาม ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้อนุมัติภาพจํานวนหนึ่ง ให้ผมได้แสดงภาพต่อที่ประชุมแห่งนี้ และภาพที่ท่านไม่อนุญาตก็อยู่ที่ท่าน ๓ ภาพ ผมก็ไม่ว่า อะไรนะครับ ท่านอนุญาตเท่าไรผมก็แสดงเท่านั้น ขอขอบคุณท่าน ท่านประธานครับ ปรากฏว่าในการพิจารณาของกรรมาธิการ แม้กระทั่งคุณหมอเชิดชัยเองครับ ได้หยิบยก หนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นหนังสือที่หนามาก จัดทําโดยรายงานของนักวิชาการที่ใช้นาม ในทํานองที่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อที่จะให้ที่ประชุมได้พิจารณา จนกระทั่งพิจารณาจบครับ หนังสือเล่มดังกล่าวก็ไม่มีการเสนอเข้ามาในที่ประชุมให้ที่ประชุมได้พิจารณา หรือแม้แต่ผม ได้เสนอให้นําหนังสือของสมาคมนักข่าวและหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยที่ชื่อหมายเหตุ ประเทศไทย เล่มนี้ท่านประธานครับ ซึ่งได้รวบรวมเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่เรากําลัง จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมนี้ครับ ก็ไม่ปรากฏว่าประธานกรรมาธิการใส่ใจในการที่จะ นํามาให้กับทุกท่านแต่อย่างใด ผมก็เสียดาย ท่านประธานที่เคารพครับ มีรายงานของ คอป. ซึ่งระบุชัดเจนว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ทั้ง ๒ เล่ม นี้ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสังคม ซึ่งผมจะไม่พูดถึงรายละเอียด แต่อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน มีการระบุว่ามี การวางแผนฆาตกรรมครับ โดยใช้แสงเลเซอร์ (Laser) ท่านประธานครับ ใช้แสงเลเซอร์ชี้เป้า ก่อนที่จะปาระเบิดเข้าไปสังหารพันเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม ปรากฏอยู่ในรายงานหน้า ๔๘ ท่านประธานครับ ถึงขั้นที่มีการฆาตกรรมมีการวางแผนโดยใช้อาวุธสงคราม และผมได้ แปรญัตติไว้ดังนี้ครับ ในมาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของ ประชาชน และผมได้เพิ่มเติมข้อความดังต่อไปนี้ ผมได้เพิ่มเติมข้อความว่า การใช้สิทธิแห่ง รัฐธรรมนูญ โดยไม่ใช้อาวุธสงคราม ไม่ปล้น ไม่ฆ่า ไม่เผา ไม่โกง ไม่คืนเงินแผ่นดิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ทุจริตเป็นนิสัยโดยไม่ละอายต่อบาป นี่แหละต้นไม้พิษ ที่แท้จริง ตื่นเถิดชาวไทยอย่าให้โจรปล้นแผ่นดิน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมจบ คณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง ครูบาอาจารย์ผมก็สอนไว้ สามารถแปรญัตติ ชื่อร่างพระราชบัญญัติได้ เพราะยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยรามคําแหงในขณะนั้น ก็มีการเสนอชื่อให้ใช้ชื่อมหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ และมีการโหวตกัน ท่านประธานครับ ในที่สุดก็ได้ใช้ชื่อมหาวิทยาลัยรามคําแหง เพราะฉะนั้นการแปรชื่อร่างพระราชบัญญัติ จึงได้มีมาโดยตลอดนับแต่สภาแห่งนี้ได้มีขึ้น
ท่านประธานครับ ที่ผมได้แปรญัตติดังกล่าวนี้ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าเราจะ นิรโทษกรรมให้กับพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๖๓ นั้น เราต้องให้กับประชาชนที่ซึ่งมาชุมนุมทางการเมืองโดยปราศจากอาวุธ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ได้ให้สิทธินั้นไว้ พี่น้องประชาชนจึงมีสิทธิชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นที่อุรุพงษ์ หรือสามเสน หรือบางสะพาน หรือที่ใดก็ตาม สามเสนก็กําลังจะเปลี่ยนชื่อเป็นสามแสนแล้วครับ ท่านประธาน เพราะคนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้อนุญาต ให้ผมแสดงภาพซึ่งท่านประธานก็ไม่ได้อนุญาตทั้งหมด ซึ่งภาพเหล่านี้ก็คือภาพที่ประกอบ ในการอภิปรายในมาตรา ๑ และในมาตราที่เกี่ยวข้องในพระราชบัญญัติฉบับนี้ และผม อยากจะทวงถามท่านประธานว่าที่ผมได้ขออนุญาตอ่านเอกสารประมาณ ๑๐ บรรทัด ไม่ทราบท่านประธานอนุญาตหรือไม่ เพราะที่ผมก็มี ที่ท่านประธานก็มี
ผมยังไม่ได้รับครับ เจ้าหน้าที่เอาไปตรวจสอบยังไม่ได้ส่งผม
ถ้าเจ้าหน้าที่สภาจะได้กรุณา ดําเนินการไวกว่านี้ก็จะเป็นพระคุณยิ่งนะครับ ผมก็ยังไม่อ่านครับ แต่ขออนุญาตแสดงภาพ ที่ท่านประธานได้อนุญาตไว้ก่อน ท่านประธานครับ นี่คือภาพแรก ภาพนี้ถ้าท่านประธาน จําได้ ก็คือพี่น้อง ผมไม่เอ่ยสีเสื้อครับ ที่บุกเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร แล้วตํารวจ ปราบจลาจลล้มลงระเนระนาด ใครอยู่บนรถเครื่องเสียงผมไม่เอ่ยชื่อครับ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานที่มีใจเป็นธรรมให้แสดงภาพนี้ ท่านประธานครับ วันนี้ไม่มีครับ ไม่มีใคร มาบุกสภา ไม่มีใครมาทําร้ายท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ท่านประธานครับเรากําลัง นิรโทษให้กับพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุมโดยสงบครับ แต่พี่น้องที่บุกรุกสถานที่ราชการ ถ้าด้วยความจําเป็นผมก็คิดว่าถ้าจะอนุโลมก็อนุโลมได้ครับ ผมไม่ติดใจแต่ประการใด แต่ไม่ควรทําลายทรัพย์สินของทางราชการ แต่ถ้าเป็นทรัพย์สินเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมก็ ไม่ติดใจครับ แต่ถ้าหากเป็นศาลากลางจังหวัดคงไม่เหมาะสม ถ้าเป็นเสาไฟฟ้าแรงสูงก็คง ไม่เหมาะสมเช่นเดียวกัน
ท่านประธานครับ ภาพถัดมานี่ครับท่านประธาน เป็นภาพที่มีการวางระเบิด ด้วยระเบิดซีโฟร์ที่สถานีเสาไฟฟ้าแรงสูงที่อําเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาของ ท่านวิทยา บุรณศิริ มีการวางระเบิดในคืนวันที่ ๑๐ เมษายน คืนเดียวกับที่มีการเกิดการจลาจล
ท่านวัชระ มีผู้ประท้วง เชิญท่านประสิทธิ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ผมต้อง ประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ นําเอกสารแล้วก็มาพูดอภิปรายใส่ร้ายบุคคลอื่น ภาพตรงนี้ มันเห็นชัดเจนอยู่แล้วว่าเป็นใคร แล้วกล่าวว่าเขาเป็นหน้าซาลาเปาอย่างนี้มันไม่ได้ครับ บางทีอาจจะเป็นภาพตัดต่อด้วยซ้ําไป ประกอบกับในการสงวนคําแปรญัตติของผู้อภิปราย ท่านประธานลองดูสิครับ คนจบกฎหมายเขาบอกว่าเขาจบ
ไม่ต้องไปบอกเขาจบอะไรหรอก ประท้วงเขาเรื่องอะไรบอกมา
ประท้วงตามข้อ ๖๑ แล้วเขาบอกว่าเขาจบกฎหมายและการสงวนคําแปรญัตติแบบนี้มันเป็นนักกฎหมายไม่ได้ ขนาดแม้แต่ข้อบังคับ
เอาละท่านไม่ต้องไปพูดตําหนิท่านอื่นครับ ท่านประท้วงเดี๋ยวผมวินิจฉัยครับ นั่งลงครับ จะได้ไปต่อ ท่านประท้วงแล้วใช่ไหม
ยังครับ
ประท้วงแล้วข้อ ๖๑
ท่านไม่ให้ผมอธิบายเหตุผล ในการประท้วง
ไม่ต้อง ๆ รู้แล้ว คืออย่างนี้คือรูปพวกนี้มีในสื่อซึ่งคนเห็นทั่วไปในทางหนังสือพิมพ์นะครับ ทีนี้เรื่องวินิจฉัยภาพผมต้องบอกท่านนะว่าบางรูปบางท่านก็เข้าใจว่าไม่ได้ออก ผมไม่ได้ พิจารณาเอง ผมเซ็น แต่ผ่านฝ่ายกฎหมายของสภามาก็อนุมัติตามนั้นนะครับ ท่านวัชระครับ ผมก็อะลุ่มอล่วยท่านเต็มที่นะครับ เอาพอสมควรนะครับ ขอความร่วมมือ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอขอบคุณ ท่านประธานและกราบเรียนท่านประธานว่าภาพทั้งหมดที่ผมนํามาแสดงนี้ได้รับอนุญาต จากฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ อยากให้กล้อง ได้ซูม (Zoom) ภาพนี้อีกสักนิดครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าการชุมนุมประท้วง ของพี่น้องประชาชนมีแต่เสียงหัวเราะ มีแต่ความสุขผมขอสนับสนุนครับ เพราะเสียงหัวเราะ รอยยิ้มและความสุขนั้นควรมีกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ครอบครัวใดครอบครัวหนึ่ง ท่านประธานครับ ที่ผมได้อภิปรายและให้ท่านประธานได้เห็นภาพทั้งหมดนั้น เพราะ สอดคล้องกับการแปรญัตติในมาตรา ๑ ของผมที่บอกว่า การใช้สิทธิแห่งรัฐธรรมนูญ โดยไม่ใช้อาวุธสงคราม ท่านประธานก็ได้เห็นอาวุธสงครามและพี่น้องประชาชนก็ได้เห็น อาวุธสงคราม ไม่ปล้น ไม่ฆ่า ไม่เผา ไม่โกง ไม่คืนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย ให้แก่ผู้ทุจริตเป็นนิสัยโดยไม่ละอายต่อบาป
ท่านพายัพประท้วงเชิญครับ
ขออภัยท่านผู้กําลังอภิปราย ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานและผู้อภิปรายตามมาตรา ๘ และมาตรา ๖๑ การที่ท่านประธานได้ อนุญาตให้สมาชิกโดยผ่านคณะกรรมการวินิจฉัยเป็นการวินิจฉัยให้ผ่านรูป แต่ผู้อภิปราย ได้พยายามจะชี้นําไปว่าผู้ชุมนุมมีอาวุธ เห็นไหมละถ้าเป็นการชุมนุมอย่างนี้โดยมีอาวุธ โดยประชาชนมีอาวุธ ถามว่าอันนั้นเป็นใคร มันพิสูจน์ได้หรือยัง ว่าคนที่มันถือปืนมันคนหรือ มันสัตว์ที่ส่งมา มันต้องดูประเด็นนั้นด้วยเหมือนกัน และมีอีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ ลักษณะการอภิปรายเจตนาเสียดสี ซึ่งโดยส่วนบุคคลเราเข้าใจลักษณะการอภิปราย ของบุคคล แต่ว่าลักษณะการอภิปรายที่เสียดสี ใส่ร้ายให้คนอื่นเข้าใจผิด ผมว่ามันผิด ข้อบังคับการประชุมสภาอยู่แล้ว
ประการที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพ มาตรา ๑๒๙ ท่านประธานดูสิครับ เล่มเดียวกันนี่ ท่านประธานเห็นไหม เดี๋ยวผมเอาไปให้อ่าน ๑๒๙ ระบุไว้ชัดเจนว่าสงวน คําไหนก็แปรคํานั้น เนื้อหาว่าอย่างไรก็ว่าไปตามที่สงวน ตั้งแต่ชื่ออะไรต่อมิอะไรก็ว่ากันไป แต่นี่ลักษณะการเขียน เอาละถือว่ากรรมาธิการผ่านมาแล้วนะครับ แต่ว่าลักษณะการ อภิปรายยังแสดงเจตนาที่ผิดมาตรา ๑๒๙ อยู่ ท่านประธานครับ วินิจฉัยเถอะครับ และ เพื่อนสมาชิกจะอภิปรายต่อก็ไม่ขัดข้อง ก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาฟังได้ ถึงแม้จะไม่ชอบใจเท่าไร นักก็ฟังไป อดทนฟังได้ครับ
ก็อดทนหน่อยแล้วกัน ผมไม่ทราบที่ท่านวัชระพูดจริงหรือเท็จ ผมไม่รู้ครับ แล้วก็พอดี ท่านประธานกรรมาธิการก็ให้ผ่านมาผมก็ต้องไปว่าตามเนื้อผ้า ตามที่เห็นนั้นละ ท่านวัชระ ก็ใช้เวลาอีกไม่นานแล้ว ผมต้องใช้ข้อ ๖๒ นะครับ เห็นผู้ใหญ่คุยกันแล้ว พอสมควรนะครับ ผมจะต้องตัดเวลาท่านแล้ว
ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่เคยบุก โรงพยาบาลจุฬาครับ
เอาละครับ เอาประเด็นนี้เดี๋ยวก็จะเป็นเรื่องกัน
ผมสงสัยพระสังฆราชที่ท่าน
ก็เอาเป็นอย่างนี้ เชิญ อย่าใช้อารมณ์ ค่อย ๆ ครับ เบา ๆ หน่อย
ผมไม่มีน้องชายค้ายาเสพติดนะครับ
พอแล้ว ๆ อย่างนี้ ก็ใส่กันไป ก็เอาเรื่องที่ท่านเสียหาย อย่าไปว่ากัน ทั้งคู่เป็นผู้ใหญ่แล้วทั้งคู่ ผมตําหนิทั้งคู่ครับ ก็ใส่กันไปใส่กันมาอย่างนี้ ท่านก็แก้ของท่านที่เสียหายมา
เปิดไมค์สิครับ ถ้าไม่เปิดผมจะพูด เสียงดัง ผม พายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมไม่ ค่อยเป็นคนที่ชอบต่อล้อต่อเถียงกับใครในสภาแห่งนี้หรอกครับ แล้วก็ไม่นิยมที่จะต่อล้อ ต่อเถียงเพื่อเอาคะแนนเสียง หรือออกทีวีใด ๆ ทั้งสิ้นครับ แต่ท่านกล่าวหาอย่างนี้ให้สิทธิผม พาดพิงผมไหมล่ะครับ ผมจะพูดเหมือนกัน ให้นายวัชระพูดต่อเลยอ้ายหน้าดํานี่พูดเลย พูดต่อเหมือนกัน ท่านประธานฟังผมไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ เวลาผมจะพูดข้อเท็จจริง แล้วทําไม ฟังนายวัชระพูดได้ ฟังคนอย่างนายพายัพพูดไม่ได้หรืออย่างไร
ท่านก็ใช้เฉพาะสิทธิที่ท่านเสียหาย ไม่ใช่ผมไม่ให้ท่านพูด ผมก็ให้ท่านพูดนี่ไง แต่ว่าท่านต้อง ใช้สิทธิพาดพิงเฉพาะเสียหายก็ทั้งคู่ครับ ก็ใส่กันไปใส่กันมาอย่างนี้
ผมไม่เคยใส่ ผมไม่เคยลุกขึ้นมาใส่เขา ผมกลับเป็นคนตั้งใจฟังเขาต่างหาก และฟังเขาตั้งแต่เริ่มต้นทุกมาตรา ทุกคําพูดที่เขาหารือ ในสภาแห่งนี้ ผมยังว่าเด็กคนนี้มันขยัน ยังคิดอย่างนั้นเลย ผมไม่ว่าอะไรท่านประธานครับ ผมเห็นว่าการอภิปรายของนายวัชระและผู้อภิปรายในขณะนี้ครบถ้วนกระบวนความแล้ว
ท่านประธานจะให้เขาพูดอย่างนั้นได้
ก็แย่งกันพูด คืออย่างนี้ ท่านมาขอใช้สิทธิพาดพิง ท่านจะมาเสนอปิดอภิปรายไม่ได้ ตามข้อบังคับ ไม่ครับคนละตอน ท่านพายัพนั่งลงก่อนครับ
ผม นายพายัพ ปั้นเกตุ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมเสนอคนละตอนท่านฟัง ไม่เข้าใจหรืออย่างไร
ผมเข้าใจ นั่งลงก่อนครับ เมื่อกี้ขอใช้สิทธิพาดพิง นั่งลงก่อนท่านพายัพ สักครู่ครับ ท่านจุฤทธิ์ อย่าเพิ่งประท้วง ท่านวัชระผมให้เวลาไม่เกิน ๕ นาที พอแล้วครับ อย่าพาดพิงกันไปมา ไม่เอาแล้ว
ท่านประธานวินิจฉัยไปแล้วนะครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ
อย่างนี้ครับ ขอความร่วมมือกัน อย่าไปใช้อารมณ์ ท่านพิเชษฐ์นั่งลงก่อน ท่านพายัพนั่งลงก่อน ใจเย็น ๆ กําลังเดินมาด้วยดีก็อย่างนี้ครับ อย่าใช้อารมณ์ครับ เอาอย่างนี้ทั้งคู่ ผมไม่ให้พูดทั้งคู่ ไม่อนุญาต จะไม่อนุญาตทั้งคู่ คือท่านยังใช้อารมณ์กันอย่างนี้ผมไม่พูดทั้งคู่ ตะโกนใส่กัน ได้อย่างไร ผมทําหน้าที่
(นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านจุลพันธ์ครับ
(จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
จ่าประสิทธิ์อย่าเพิ่ง จุลพันธ์ยกมือประท้วงเรื่องอะไร ท่านประสิทธิ์นั่งลงก่อน
ท่านประธานครับ ด้วยสภาพ การอภิปรายแบบนี้ เนื้อหาสาระเช่นนี้ผมเห็นว่าควรจะใช้ข้อบังคับในการปิดอภิปรายครับ ข้อ ๔๗ วรรคหก ขอเสนอปิดอภิปราย ขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ นี่เป็นครั้งที่ ๒ ครับ ผมเรียนท่านประธานแล้วครับ เมื่อสักครู่ก็มีสมาชิกลุกขึ้นยืนยกมือขึ้นตามข้อบังคับ ข้อ ๖๓ คือเป็นการยืนลุกขึ้นประท้วง ท่านประธานก็วินิจฉัยแล้วว่าลุกขึ้นประท้วงขอปิดอภิปรายทําไม่ได้ นั่นท่านแรก มาท่านที่ ๒ ลักษณะเดียวกันครับ ลุกขึ้นยืนยกมือขึ้นเหนือศีรษะตามข้อ ๖๓ เพื่อขอประท้วง ที่สุด เป็นการขอปิดอภิปรายอีกแล้ว ท่านก็วินิจฉัยได้เลยครับว่าทําไม่ได้ เมื่อสักครู่กระผมเอง ก็ลุกขึ้นยืนยกมือประท้วง ท่านประธานบอกให้นั่งลงก่อน กระผมก็นั่งลงด้วยเคารพ ท่านประธาน แล้วก็เห็นใจในการทําหน้าที่ของท่านประธาน แต่เมื่อท่านประธานไม่สามารถ ควบคุมการประชุมได้ ผมคิดว่าบรรยากาศก็เป็นอย่างนี้ตลอด แล้วเมื่อสักครู่ผมจะขอยกมือขึ้น เตือนท่านประธานแล้วครับ ถ้าทางซีกฝ่ายโน้นแค่ทําท่าจะยกมือ ยกแขนขึ้นเกาศีรษะท่านก็ชี้ ให้พูดแล้ว มันก็เป็นอย่างนี้ครับ ก็มีการประท้วงกันไม่เลิก จ่าประสิทธิ์ทําท่าเกาหลัง เกาศีรษะ ท่านชี้ให้พูดแล้ว มันก็เดินหน้าไม่ได้ ท่านวัชระก็ไม่สามารถอภิปรายอยู่ในกรอบได้ เพราะมัวแต่ต้องคอยดูคนที่ประท้วงอยู่ ปัญหาตอนนี้เกิดจากตัวท่านประธานเองแล้วครับ ผมเห็นใจท่านครับ ท่านทําหน้าที่ตรงนี้ แต่ปัญหาเกิดจากตัวท่านแล้วครับ ท่านต้องวินิจฉัย แล้วต้องเด็ดขาดครับ ไม่ใช่ท่านวัชระพูดคําเขาประท้วงคํา ท่านวัชระพูดคําเขาประท้วงคํา ถ้าอย่างนั้นก็เดินหน้าไม่ได้ ที่สําคัญที่สุดผมแปรญัตติในมาตรา ๑ ไว้ด้วยครับ ผมขอยืนยัน ตรงนี้ว่าผมสงวนสิทธิที่จะอภิปรายตรงนี้ด้วย พวกผมรออยู่เยอะนะครับ ท่านวัชระเพิ่งพูด ได้คนที่เท่าไรครับ คนที่ ๒ คนที่ ๓ ของกรรมาธิการ พวกผมยังไม่ได้อภิปรายเลยครับ ผู้ที่แปรญัตติแล้วไม่ได้เป็นกรรมาธิการยังไม่ได้อภิปรายแม้แต่ท่านเดียวครับตอนนี้ ท่านประธานต้องเด็ดขาดครับ เมื่อสักครู่ตามข้อ ๖๓ ลุกขึ้นยืนเป็นการขอประท้วงครับ ไม่ใช่ ขอเพื่ออภิปราย ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิพนธ์ วิสิษฐยุทธศาสตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คือก็เป็นปัญหาอีกนะครับท่านประธาน คือท่านจุลพันธ์เองเมื่อกี้มีคนขอปิดอภิปราย ท่านก็ลุกขึ้นบอกว่ายังมีผู้แปรญัตติอยู่ยังไม่ได้พูดปิดไม่ได้ แต่นี่ตัวเองกําลังเสนอปิด ผมว่าสภานี้มันเล่นกายกรรมหรืออย่างไรครับ เล่นกล ชักเข้าชักออกมันไม่มีมาตรฐานเลย การประชุม แล้วผมก็ถามกรรมาธิการทุกท่านที่นั่งตรงนี้ เชิญผมไปแปรญัตติทําไม ผมในฐานะผู้แปรญัตติ สงวนคําแปรญัตติเชิญไปทําไมครับ เชิญไปโก้ ๆ หรือกรรมาธิการ ผมถามท่าน แล้วก็มาเล่นตัดสิทธิกันอย่างนี้ ซึ่งมันไม่ชอบด้วยกฎหมายข้อบังคับ และกระบวนการพิจารณากฎหมาย ผมว่าทําอะไรให้มันถูกต้องเป็นมาตรฐานของสภาหน่อย นี่สภาระดับชาตินะครับท่านประธาน ท่านประธานนี้ทําหน้าที่ดีแล้ว ผมไม่เคยตําหนิท่าน แต่ว่าเราเล่นอะไรกันไม่พอใจก็เอาตัวเองเข้าว่า เอาประโยชน์ตัวเองเข้าว่า มาตรฐานสิครับ การประชุมสภาเป็นสภาระดับชาติให้ท้องถิ่นเขาดูเป็นตัวอย่างบ้าง ผมถามกรรมาธิการ เชิญผมไปแปรญัตติทําไม ให้ผมไปทําไม ผมมาพูดในสภานี้ไม่ได้เลยถูกตัดสิทธิหมด ผมในฐานะตัวแทนประชาชน ผมอยู่สภามา ๒๗-๒๘ ปี ผมไม่เคยเจอเหตุการณ์อย่างนี้ ผู้แปรญัตติเป็นเจ้าของญัตติเป็นตัวแทนประชาชนไม่สามารถชี้แจงเหตุผลในการแปรญัตติ ของตัวเองได้ ผมถามตอบผมสิครับเชิญผมไปทําไม ไปแปรญัตติ กรรมาธิการ
ท่านจุลพันธ์ ท่านยกมือก่อนเชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอใช้สิทธิ ในการพาดพิงด้วยความเคารพท่านผู้อาวุโส ท่านนิพนธ์นะครับ เมื่อก่อนหน้านี้สักประมาณ ๒ ชั่วโมงมีการเสนอให้มีการปิดอภิปรายเป็นรายบุคคล ซึ่งผมกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า ผมนี้เป็นผู้ลุกขึ้นแล้วก็บอกว่ากระทําไม่ได้ เพราะการปิดอภิปรายนั้น สามารถปิดตามญัตติ ซึ่งในขณะนั้นก็คือญัตติของร่างคําปรารภซึ่งไม่มีการแก้ไข และมี ผู้สงวนคําแปรญัตติก็ลงมติ แต่ในขณะที่ตอนนี้เรากําลังพูดถึงญัตติของมาตรา ๑ ซึ่งสามารถปฏิบัติได้ครับ เพราะเราไม่ได้ปิดเป็นรายบุคคล ผมไม่ได้ขอเสนอปิดเพียงแค่ ท่านวัชระ เพชรทอง เพียงท่านเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นผมเสนอตามข้อบังคับการประชุม ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสาเหตุที่เสนอปิดนี้เห็นได้ชัดเลยครับจะมาโทษฝั่งนี้ ฝั่งผมไม่ได้ ท่านอภิปรายให้อยู่ในกรอบในประเด็นและไม่พาดพิงผู้อื่น ไม่มีใครประท้วง หรอกครับ แต่เมื่อไม่มีการอภิปรายในลักษณะที่เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เห็นได้ชัดว่า วัตถุประสงค์ของท่านไม่ได้ต้องการจะเข้าสู่เนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติในมาตรา ๑ เลย กระผมก็เลยจําเป็นต้องใช้สิทธิตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๔๗ (๖) ในการเสนอปิดอภิปราย ขอบคุณครับ ยังยืนยันครับ
ท่านนิพนธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเรียนอย่างนี้ครับความจริงอํานาจประธานสามารถที่จะดูการอภิปรายได้ว่า อยู่ในประเด็นหรือไม่ หรือไม่อยู่ในประเด็น สามารถตัด สามารถที่จะยุติการอภิปราย ของผู้อภิปรายได้อยู่แล้ว เป็นหน้าที่ประธาน แต่การตัดสิทธิของผู้แปรญัตตินั้น ทําไม่ได้ ผมยืนยันอย่างนี้ครับ แล้วผมก็ถามกรรมาธิการไม่สามารถตอบสักคํา ลุกขึ้นตอบสิครับ นัดให้ผมไปแปรญัตติทําไม แล้วกฎหมายให้ผมมาแปรญัตติทําไม ภายใน ๗ วัน ๑๕ วันนี้ ทําไปเพื่ออะไรครับ หลอกกันหรือครับ นี่คือสภาหลอกลวงหรือ ผมก็อยากจะถามอย่างนี้ ตอบสิครับให้ผมไปแปรญัตตินี้แล้วมาเล่นกันอย่างนี้ มันไม่ถูก มันไมใช่ครับ แล้วไม่เคย มีมาหรอกครับสภาผมอยู่มา ๒๗ ปี ชุดนี้ละครับที่ตัดสิทธิตัวแทนประชาชนในฐานะเจ้า ของญัตติที่จะต้องแสดงเหตุแสดงผล คุณชนะวันยังค้ํา คุณเสียงข้างมาก เช้าวันหนึ่งกฎหมาย ก็ออก ๒ วันก็ออก คุณจะใช้อํานาจอะไรมากมายนักหนาที่มาตัดสิทธิตัวแทนประชาชน อย่างผม ผมไม่ได้แสดงเหตุผลไรเลย ผมมีเหตุผลมากมายครับ แล้วไม่ซ้ํากับใคร แล้วไม่ นอกประเด็นด้วยแต่ไม่มีสิทธิที่จะพูดในสภาแห่งนี้ ให้ผมเป็นผู้แทนไปหาวิมานอะไรครับ ตัวแทนประชาชน ผมอยากถามสภาแห่งนี้
ท่านนิยมครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน ประท้วงผู้อภิปราย ความจริงผมต้องยกย่องท่านประธานนะครับ ความจริงในมาตรา ๑ ขออนุญาตท่านวัชระ ผมประท้วงตั้งแต่แรกแล้วว่าอภิปรายไม่ได้ ไม่เป็นมาตรฐานสภานี้ต้องบอกกัน ท่านประธานวินิจฉัยว่าไม่เข้ากับเนื้อหาของพระราชบัญญัติ ก็ขอให้หยุดการอภิปรายตอนนั้น แต่วันนี้มันก็โผล่ขึ้นมาอีกมาตราหนึ่ง ที่จริงผมก็ให้โอกาส นั่งฟังตลอด แต่ก็วกไปวนมาอยู่ครับ ที่จริงน่าจะสิ้นสุดการอภิปรายแล้วละ ท่านผู้อาวุโส ก็ถามหาว่าสภานี้ไม่มาตรฐาน ท่านดูไหม มาตรา ๑ มาตรฐานไหมนี่ ความจริงตอนนี้ไม่น่า จะมาพูดกันเลยในมาตรา ๑ เป็นการตั้งชื่อใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นหมดเลยครับ อันนี้ถามถึง มาตรฐานครับท่านประธาน
เยอะแยะไปหมด ผมไม่รู้จะชี้ใคร สักท่านนะครับ ท่านยกมือเยอะผมก็ตัดสินใจไม่ได้
เอาประเด็นผมให้จบก่อนครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่ที่กระผมยืนยันว่าผู้เสนอปิดอภิปรายนี้ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านประธานท่านดู อย่างนี้ครับ ถามว่าอยู่ดี ๆ ทําไมมีการปิดอภิปรายระหว่างที่กําลังมีผู้อภิปรายอยู่ได้ถึง ครั้งที่ ๓ แล้ว ณ ตอนนี้ ก็เพราะว่าเขายกมือขอประท้วง ท่านประธานถึงให้สิทธิ แต่เมื่อ ให้สิทธิเสร็จปรากฏว่าแทนที่จะประท้วงอย่างเดียว กลับขอปิดอภิปรายด้วย กลายเป็นว่า ท่านวัชระยังอภิปรายไม่เสร็จเลยโดนตัดสิทธิกลางคัน ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยเกิดขึ้น แต่วันนี้ เกิดขึ้นเพราะผู้ขอเสนอปิดอภิปรายใช้สิทธิผิด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ผมจึงเรียนว่าท่านประธาน ใช้สิทธิของท่านได้ ว่าญัตติเสนอปิดอภิปรายดังกล่าวมิชอบ เพราะถ้าสมมุติว่าท่านวัชระ อภิปรายจบแล้วนั่งลง มีผู้ที่นั่งแล้วยกมือขออภิปรายท่านก็จะชี้ตอนนั้นเอง แล้วก็จะไม่ค้างคา ว่ามีการขอปิดอภิปรายระหว่างที่มีผู้อภิปรายอยู่ เหตุผลของผมเท่านี้ครับ แล้วท่านประธาน ก็ใช้สิทธิของท่านตามข้อ ๘ ได้เลยครับ ท่านไม่ต้องลังเลครับ ผมคิดว่าสิทธิของท่านยังมีอยู่ และผมหาทางออกให้ท่านแล้ว แล้วก็เป็นไปตามข้อบังคับทุกอย่างครับ ขอบพระคุณมาก ครับท่านประธาน
คืออย่างนี้ท่านจุฤทธิ์ เมื่อกี้ท่านก็ได้ยินผมวินิจฉัย ว่าการจะเสนอปิดอภิปรายนี้ประท้วง เลยการเสนอปิดไม่ได้ ผมก็บอก ทุกคนก็ได้ยินใช่ไหมครับ ท่านก็ได้ยิน ผมก็บอกประท้วง ก็ประท้วง ลุกขึ้นมาประท้วงแล้วขอปิดอภิปรายมันไม่ได้ ผมก็บอก ท่านก็ได้ยินอยู่ ทุกคน ตรงนี้ก็ได้ยิน บันทึกการประชุมก็มี ผมถือว่าท่านได้ยินนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นเรียนว่าก็ถือว่าญัตติดังกล่าวตกไป เป็นการเสนอโดยมิชอบ โดยการขัดข้อบังคับ และถามว่าถ้าอย่างนั้น ๒ ครั้งแรกทําไมมีการโหวตตามญัตติที่เขาเสนอ แล้วคิดว่าเป็นญัตติโดยชอบครับ ผมจึงเรียนว่ากระบวนการแค่เริ่มต้นจะเสนอญัตติขอ ปิดอภิปรายก็มิชอบแล้ว ถึงได้ค้างคาว่าอภิปรายอยู่ยังไม่จบ กําลังพูดอยู่มีการเสนอ ปิดอภิปรายได้ เพราะฉะนั้นคําวินิจฉัยของท่านประธานชอบแล้วครับ ก็ถือว่าญัตติดังกล่าวไป ขอบพระคุณครับ
ท่านครูมานิตย์ เดี๋ยวท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร สลับข้าง
จะให้ท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรก่อนนะครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านก่อนครับ เชิญครับ แล้วเดี๋ยวผม ขอคิวต่อครับท่านประธาน
ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณท่านประธานครับ ที่กรุณาชี้ให้เห็นว่าการเสนอปิดอภิปรายในระหว่างที่มีการอภิปรายไม่สามารถกระทําได้ ทีนี้ผมก็คิดว่าเราเสียเวลาแบบนี้อยู่บ่อยนะครับ อยากจะเสนอแนะว่าที่จริงเมื่อท่านประธาน วินิจฉัยอย่างนี้ประเด็นก็อยู่ที่อํานาจของท่านประธานว่าคําอภิปรายของคุณวัชระที่กําลัง อภิปรายอยู่นี่ท่านประธานจะกําหนดขอบเขตอย่างไร เป็นดุลยพินิจของท่านประธาน ตามข้อบังคับนะครับ แล้วก็ที่ผ่านมาท่านประธานวินิจฉัยทุกคนก็ต้องเคารพคําวินิจฉัยนั้น แต่ผมคิดว่าการที่เพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลอาจจะมองเห็นว่าคําอภิปรายของผู้ใดผู้หนึ่ง มีความไม่เหมาะสมหรือเกินเลยขอบเขตก็ตาม มันไม่เป็นเหตุผลที่จะมาตัดสิทธิคนอื่น ที่เขาแปรญัตติครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านประธานเคร่งครัดกับตรงนี้นะครับว่า ถ้าเพื่อนสมาชิกฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าสมาชิกท่านใดอภิปรายเกินขอบเขตท่านก็ใช้สิทธิของท่าน ในการประท้วง ท่านประธานก็จะเป็นผู้ใช้อํานาจใช้ดุลยพินิจในการตัดสินว่าการอภิปรายนั้น สามารถดําเนินการต่อไปได้หรือไม่ แต่ไม่ใช่วิธีที่บอกว่าใครอภิปรายไม่ถูกใจหรือเห็นว่า ผิดข้อบังคับ ก็มาบอกว่าคนอื่นไม่มีสิทธิอภิปรายครับ มันเป็นปัญหาที่ทําให้การวินิจฉัย ของท่านประธานก็จะมีประเด็นต่อไปว่ากระบวนการการตรากฎหมายนี้มันไม่ชอบ ครั้งนี้ก็มาถูกทางแล้วครับ ผมว่าท่านประธานก็ดําเนินการต่อครับ พูดกันในชัดว่าท่านวัชระ นี่ท่านจะให้สิทธิหรือไม่ให้สิทธิในขอบเขตอะไร อย่างไร แล้วก็เดินหน้าต่อครับ ส่วนใคร มีปัญหาท่านก็ใช้อํานาจในการตัดประเด็นที่ท่านเห็นว่าไม่เหมาะสมออกไป
ท่านครูมานิตย์ครับ
ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ผมก็เกรงใจ ท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้ ผมลุกขึ้นหลายครั้งมีความรู้สึกทั้งอาย ตัวเองแล้วก็อายลูกที่บ้านครับ เพราะลูกโทรมาตลอดลูกดูอยู่ ๒ ช่องครับ ท่านประธานครับ ช่องทีวีกับช่องสามเสน อย่างนี้ครับท่านประธานครับ จริง ๆ ผมเป็นคนขอถอนครับ และผมบอกท่านประธานแล้วผมไม่เคยขอปิดเลยนี่ผมก็ไม่ใช่ขอปิด แต่ผมอยากเห็น การอภิปรายมันราบรื่นฟังแล้วสละสลวย ผมคิดว่าคืนนี้พวกเขานี่ได้เปรียบผมครับ ผมนี่มีเวทีเดียวคือที่นี่ พวกเขานี่มี ๒ เวทีครับ ถ้าอันไหนควรใช้อีกเวทีก็ไปใช้อีกเวที อันไหนควรใช้เวทีตรงนี้ก็ใช้เวทีตรงนี้ ผมคิดว่าอย่างนั้นดีกว่า เพราะไม่อย่างนั้นมันจะเกิด บรรยากาศอย่างนี้ผมบอกแล้วว่าผมอยากรับฟังการอภิปรายผมอยากรับฟังจริง ๆ ท่านประธาน แต่ว่าคําว่าผมไม่ถูกใจ ไม่มีครับ แต่ว่าก็ใช้ดุลยพินิจก็อยากเห็นความราบรื่น อยากเห็นการสละสลวยในการอภิปราย อยากเห็นคําแปรญัตติที่ฟังแล้วมันไปได้ แล้วพวกผม ก็ให้เกียรติครับให้ท่านวัชระขึ้นก่อน เพราะอย่างน้อย ๆ น้องผมก็ได้ทําแต้มแล้วก็เห็นใจแล้ว ผมก็กราบเรียนท่านประธานอีกเรื่องหนึ่ง นี่ผมตําหนิท่านประธานต่อไปเลย รูปภาพท่านให้ อนุญาตรูปนี่ จริง ๆ แล้วต้องถามด้วย ไม่ใช่ว่าให้รูปมาแล้วไม่รู้อภิปรายอย่างไร ตัวรูปนี่ เอาเป็นดําก็ได้ ขาวก็ได้ ผมยืนยันอย่างนั้นเพราะผมดูมาหลายครั้งแล้วท่านประธานครับ ฉะนั้นผมเห็นใจท่านประธานครับ วันนี้ท่านประธานขึ้นก็เจ็บ ลงก็เจ็บ ผมเข้าใจในการ ทําหน้าที่ประธาน ผมบอกแล้วชีวิตผมให้เป็นกรรมการนี่ผมเลิก ผมก็เลยบอกว่าท่านประธาน หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างนี้นอกจากว่าคุณจุลพันธ์จะถอน ถ้าคุณจุลพันธ์ไม่ถอนญัตติมันก็ไปไม่ได้ หรอกครับ แล้วถ้าเป็นอย่างนี้อีกผมก็คิดว่ามันจะเกิดอะไรก็มันต้องเกิด ประเด็นที่ ๑
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานมีแต่คนอ้างว่าในอดีตไม่เคยเห็น ๆ บางเอิญ ผมเป็นผู้แทนมาปี ๒๕๔๔ หลังจากปี ๒๕๔๔ บรรยากาศการเมืองอย่างนี้ไม่เคยเห็น ประวัติศาสตร์ในสภาที่ทํากันมาก่อน ๆ เคยเห็นกันไหม ข้างนอกเคยเห็นกันไหม ก็มาเห็นกันตอนหลัง ๆ นี่ล่ะครับ แล้วมาสั่งสอนเด็กเมื่อวานว่าเด็กเมื่อวานเกิดมาไม่เคยมี ๆ
พอสมควรแล้วครับ พอสมควรแล้ว พอสมควรแล้วท่านครูมานิตย์
ท่านประธานนิดเดียวผมจะจบ จะลงอยู่แล้วท่านประธานครับ ฉะนั้นท่านประธานต้องควบคุมข้อบังคับให้มันชัดเจน ถ้าไม่อย่างนั้นเดินไม่ได้ครับ เขา ๒ ชั่วโมง เรา ๑๐ นาที
ผมควบคุมท่านนั่งลงครับ ผมควบคุมแล้วท่านนั่งลงหน่อย ไม่เอาแล้วครับ ตอบโต้กันไปมา ไม่เอาแล้วครับ ให้ท่านเดียวครับท่านนิพนธ์ครับ เชิญใช้สิทธิพาดพิงครับ
ท่านประธานครับ ผมไม่บังอาจไปสอนใครหรอกครับ โดยเฉพาะครูมานิตย์ผมไม่บังอาจเลยที่ไปสอนเขา เขามีความรู้เหลือล้นนะครับ แต่ทีนี้ผมพูดถึงความเป็นความถูกต้องในสภาแห่งนี้ ในเมื่อ อยู่ไม่ทันก็ฟังสิครับ ผมไม่เอาเรื่องโกหกมาพูด ในชีวิตผมไม่เคยพูดเรื่องโกหกแม้แต่คําเดียว ตั้งแต่เป็นนักการเมืองมาไปสืบประวัติได้ทั้ง ๒ สภา
พอสมควรแล้วครับ พอแล้ว เดี๋ยวประท้วงกันไปมาครับ
(นายพิเชษฐ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านพิเชษฐ์ประท้วงอะไรอีกครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ มีญัตติคาอยู่ท่านต้องดําเนินการตามที่มีผู้เสนอญัตติ แล้วผมถามในข้อ ๒ ว่าท่านเป็นอะไรกับท่านนิพนธ์ เป็นญาติกันหรือไม่ มีเส้นอะไร มีข้อตกลง อะไรกัน พูดได้ตลอดเวลา คนอื่นเขายกมือก็ไม่ให้พูดให้ท่านนิพนธ์พูดคนเดียวหลายรอบ
ท่านพิเชษฐ์ เขาถูกพาดพิงก็ต้องฟังว่าเขาใช้สิทธิพาดพิงก็ต้องให้พูดครับ ผมทําตามข้อบังคับ ท่านอย่าไปใส่ร้ายผมนะครับ พอแล้วครับท่านนิพนธ์ ท่านไม่ได้เป็นญาติอะไรผมหรอกครับ เดี๋ยวผมก็โดนอีกท่านนิพนธ์ ผมขอร้องให้นั่ง พอแล้วครับ เชิญอาจารย์รัชฎาภรณ์ เชิญครับ
ขอบคุณค่ะท่านประธาน อุตส่าห์ เติมชื่อให้นะคะ ท่านประธานค่ะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท
เขาว่าผมไม่ได้ว่าท่านครับ ก็ท่านไม่เป็นไร เขาว่าผม เขาไม่ได้ประท้วงท่าน ประท้วงประธาน ผมเสียหาย ท่านไม่เสียหายเลยนะครับ ท่านเสียตรงไหนครับอย่างนี้
ท่านประธานฟังก่อน ว่าผมเสียอย่างไร ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่มีอภิสิทธิ์อะไร ผมเป็นฝ่ายค้าน ก็พาดพิงผม ผมก็ต้องใช้สิทธิพาดพิง ผมพูดในสภาน้อยกว่าพวกท่านครับ ท่านพูดทุกวัน ผมนาน ๆ พูดที แต่ผมพูดด้วยเหตุด้วยผลนะครับ
ท่านไม่เสียหาย ผมเสียหายครับ พอแล้วครับท่านนิพนธ์ ไม่ได้เป็นญาติครับ ถ้าเป็นญาติ ผมจะยืมสตางค์ท่าน เชิญท่านอาจารย์รัชฎาภรณ์ครับ เดี๋ยวผมจะไปต่อแล้วครับ
ท่านประธานค่ะ รัชฎาภรณ์ แก้วสนิท ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกาฬสินธุ์นะคะ ท่านโมโห คนอื่นท่านอย่ามาเสียงดังใส่ดิฉันสิคะ ดิฉันตกใจ ท่านประธานคะ ดิฉันฟังอภิปราย อายผู้หญิงอย่างดิฉันบ้างไหมคะ ทะเลาะกันไปทะเลาะกันมา ดิฉันอยากจะกราบเรียนท่านว่า รู้สึกว่าสภาช่วงหลัง ๆ ถ้าเป็นกฎหมายที่สําคัญต้องให้ได้อย่างใจ แล้วมันเคยตัวนะคะ ที่จะอภิปราย ปิดอภิปรายอยู่เรื่อย ถ้าไม่ถูกใจก็ปิดอภิปราย รําคาญใจก็ปิดอภิปราย การจะ เสียดสี จะบอกว่าใครเสียดสีผิดข้อบังคับ เสนอท่านประธาน แล้วท่านประธานวินิจฉัย ดิฉันว่าก็ชอบแล้ว แล้วถ้าใครพูดนอกประเด็นก็ท่านประธานนี่ละค่ะที่จะต้องใช้อํานาจของ ท่านเองนะคะ เพราะฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่าอย่างท่านนิพนธ์ ดิฉันเห็นท่านถาม หลายครั้งด้วยความคับข้องใจว่ากรรมาธิการเชิญไปทําไม ไปแปรญัตติ ไปพอเป็นพิธีใช่ไหม ดิฉันอยู่ในกรรมาธิการ ดิฉันตอบเลยว่าใช่ เพราะว่าเวลาใครอภิปราย ไปแปรญัตติ จะถูกตัดบทอยู่ตลอดเวลา แล้วสุดท้ายมาใช้เวลากํากับแทนที่จะใช้คนเป็นเครื่องกํากับว่า มีกี่คนแล้วอภิปรายแปรญัตติครบหรือยัง ใช้เวลากํากับว่า ๒ วัน พอครบเที่ยงคืน พอแล้ว ทั้ง ๆ ที่มีเหลือเป็นปึกเลย เพราะฉะนั้นตอบคําถามของท่านนิพนธ์แทนคณะกรรมาธิการ
ท่านนิพนธ์ไม่ถามอาจารย์รัชฎาภรณ์
อะไรนะคะ
ท่านไม่ได้ถามอาจารย์รัชฎาภรณ์นะครับ
ก็ถามกรรมาธิการแล้วไม่มี ใครตอบ ดิฉันเป็นกรรมาธิการดิฉันก็ตอบอย่างไรคะท่านประธาน
พอแล้ว ท่านสุรเชษฐ์ ท่านจุลพันธ์ครับ ท่านเมื่อสักครู่ที่เสนอญัตติ ถอนได้ไหม ผมไม่ให้ ท่านวัชระพูดแล้วจะให้ท่านอื่นต่อ
ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมเสนอยืนตาม ข้อเสนอของผมครับ ให้ปิดการอภิปราย
ท่านจุลพันธ์ เมื่อสักครู่นี้ท่านประท้วงแล้วก็เสนอผมว่ามันผิด เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านประท้วง แล้วลุกขึ้นมายกมือผมถือว่าประท้วง แล้วท่านก็เสนอถือว่าผิดข้อบังคับครับ
ผม จุลพันธ์ ครับ ผมยกมือขึ้นนั่ง นะครับ ท่านประธานเรียกผม ผมก็ลุกขึ้นครับ ผมไม่ได้ใช้สิทธิประท้วงครับ แล้วผมก็ไม่ได้ พูดว่าผมประท้วงตามข้อบังคับใด ผมบอกว่าผมใช้สิทธิปิดการอภิปรายตามข้อ ๔๗ (๖) ไม่ได้ ขัดข้อบังคับ ข้อ ๔๘ ด้วย เพราะว่าผมไม่ได้อภิปรายเพิ่มเติมเลย ผมทําถูกต้องข้อบังคับ การประชุมนะครับท่านประธาน
ท่านจุลพันธ์ ขอสัก ๒-๓ ท่านได้ไหม ท่านถอนก่อนแล้วผมจะได้ดําเนินการต่อ ท่านวัชระ ก็พอสมควรแล้ว ผมจะใช้สิทธิประธานนะครับ เชิญท่านจุฤทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าคําวินิจฉัยของท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ชอบแล้วครับ เมื่อท่าน วินิจฉัยชอบแล้วผู้เสนอญัตติขอปิดอภิปรายขอปิดอภิปรายผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ท่านวินิจฉัย ชอบแล้ว เพราะฉะนั้นวิธีเสนอญัตติขอปิดอภิปรายถือว่าตกไป ท่านก็ไม่ต้องถามท่านจุลพันธ์แล้ว เพราะถือว่าญัตติดังกล่าวมิชอบตั้งแต่ข้อบังคับ ข้อ ๖๓ ที่เริ่มต้นด้วยการลุกขึ้นยืนยกมือขึ้น เหนือศีรษะซึ่งเป็นลักษณะการประท้วงหรือขอใช้สิทธิพาดพิง เท่านี้เองครับท่านประธาน ท่านใช้สิทธิชอบแล้วและท่านให้ดําเนินการการประชุมต่อไปได้เลย ที่สําคัญครับท่านอย่า โลเลอีกว่าขออีก ๒-๓ คน ไม่ใช่ครับ ผมเป็นหนึ่งในนั้นที่ขออภิปราย ขอสงวนสิทธิอยู่ครับ แล้วก็ไม่ได้เป็นกรรมาธิการด้วยครับ วันนี้ผู้ที่ไม่ได้เป็นกรรมาธิการคณะนี้ยังไม่มีใคร ได้อภิปรายแม้แต่คนเดียวท่านครับ เป็นไปได้อย่างไรครับ กฎหมายที่จะนิรโทษกรรม ระยะเวลา ๑๐ ปี ของคนกระทําความผิด ยังไม่มีสมาชิกที่ไม่ใช่กรรมาธิการได้อภิปราย แม้แต่คนเดียว เป็นไปได้อย่างไรครับ ผมขอสงวนสิทธิในการจะอภิปรายมาตรา ๑ ต่อไป และขอให้ท่านดําเนินการให้ท่านวัชระได้อภิปรายต่อไปได้เลย ขอบพระคุณครับ
ท่านวัชระผมว่าพอสมควรแล้ว ผมให้ผู้นําฝ่ายค้าน ที่เสนอมาเมื่อสักครู่นี้ผมถือว่าเสนอ เรื่องไม่ชอบนะครับ ท่านลุกขึ้นประท้วง ท่านวัชระ พอสมควรแล้ว ผมใช้ข้อ ๖๒ จะให้ อํานาจประธานครับ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเลยครับ
ท่านประธานครับ มาตรา ๑ ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปก่อนหน้านี้ครับว่าผมไม่ใช่สิทธิครับเพราะว่าเป็นประเด็น ซ้ํากับที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ครับ
ท่านพิเชษฐ์ มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนั่งยกมือแล้วก็อยู่เหนือศีรษะ ผมขอปิดอภิปรายในมาตรา ๑ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
ถูกต้องตามระเบียบใช่ไหมครับ ท่านประธานครับ
ก็ยกมือหลายคน ผมไม่รู้จะชี้ใคร เชิญท่านสุรเชษฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมยืนประท้วง ก่อนคนที่นั่งยกมือแล้วท่านประธานชี้ด้วยซ้ําไป ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธาน เหมือนเดิม ข้อ ๘ สภาวันนี้ท่านประธานถ้าวินิจฉัยจริง ๆ แล้ว เรากําลังทําหน้าที่ที่จะต้อง อภิปรายให้เหตุผล เพราะขณะนี้คนนอกสภาเป็นเรือนแสนที่รอฟังเหตุผลที่จะให้ผ่าน หรือไม่ผ่านพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมอันนี้ แต่ในซีกโน้นไม่อภิปรายคัดค้านหรือสนับสนุน เพียงจะรอยกมือสนับสนุนอย่างเดียว ไม่มีเหตุผล แต่เมื่อเราชี้ด้วยเหตุผลยืนยันด้วยหลักฐาน ข้อดี ข้อเสีย ประท้วง ไม่ประท้วงก็ขอปิดการอภิปราย ท่านประธานขณะผู้ที่กําลังอภิปราย ยังไม่จบขอมติให้ปิดอภิปรายมีที่ไหนในสภา ผมว่าไม่มีในโลกนี้ นี่กําลังเกิดขึ้นที่ประเทศไทย เพราะกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานใช้อํานาจสักนิดสิ เมื่อควบคุมไม่ได้ สภาไม่เป็นปกติ ปิดเสีย ไม่ต้องประชุม และก็ค่อยว่ากันอาทิตย์หน้า เพราะวันนี้เราทราบดีว่าสถานการณ์ ข้างนอกสภาขณะนี้มีพี่น้องคนไทยที่ไม่ปรารถนาที่จะให้กฎหมายฉบับนี้ผ่าน มีแต่สมาชิก ที่จะใช้อํานาจเสียงข้างมากลากไป เราไม่ยอมที่จะให้สภาแห่งนี้เป็นขี้ข้าของใคร เพราะฉะนั้น ท่านประธานเมื่อการอภิปรายวันนี้แน่นอนจะไม่ราบรื่น ผมก็มีการสงวนคําแปรญัตติ ดูแล้วไม่มีสิทธิที่จะได้อภิปรายแน่นอนคืนนี้ พูดผ่านไปคน ๒ คนก็มีผู้เสนอปิดอภิปราย แล้วอย่างนี้จะอภิปรายไปทําไม เพราะฉะนั้นท่านประธานครับผมอยากจะให้ท่านประธาน ใช้ดุลยพินิจตามอํานาจที่ท่านประธานมี อย่าให้ซีกของฝ่ายรัฐบาลนั้นดูถูกดูแคลน ท่านประธานที่เคารพของผม ท่านประธานต้องมีศักดิ์ศรี เพราะฉะนั้นท่านประธานต้อง ดูพฤติกรรมคนที่ขึ้นมาประท้วงมีเหตุผลหรือไม่ ตามข้อบังคับหรือไม่ เพราะฉะนั้น ท่านประธานครับใช้อํานาจให้เด็ดขาดเลยครับ ขอบคุณครับ
ฟังท่านเกียรติสักท่านนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นคนหนึ่งที่มี การสงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๑ ไว้ด้วย ทีนี้ผมคิดว่าที่มันวุ่นวายอย่างนี้นะครับ ท่านประธานต้องหาข้อยุติว่ามันมีประชาธิปไตยในโลกไหนหรือปรัชญาของประชาธิปไตย ในโลกไหนที่ให้สิทธิเสียงข้างมากรอนสิทธิของเสียงข้างน้อยครับ เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเรื่อง เป็นทางเลือกของเสียงข้างมากนะครับ เป็นการรอนสิทธิอย่างชัดเจน และผมไม่เชื่อว่า มีสภาแห่งไหนหรือประชาธิปไตยโลกไหนที่ยอมให้มีการรอนสิทธิ เพราะถ้าเป็นนั้น เขาไม่เรียกประชาธิปไตย สภาครับมาจากคําว่า ปาเล (Parlay) แปลว่าให้มาพูดครับ แล้วอยู่ดี ๆ พวกเราลงชื่อตามกติกาทั้งหมดให้มาแสดงความเห็นว่าทําไมผมไม่เห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก มาถึงแล้วใช้เสียงข้างมากบอกผมรอนสิทธิคุณ ผมไม่ให้คุณพูดก็ได้ มีหรือครับท่านประธาน นี่จิตวิญญาณหรือสปิริต (Spirit) ของประชาธิปไตยแบบไหนครับ ผมคิดว่าถ้าท่านประธานยังไม่ได้ข้อยุติในเรื่องนี้มันไม่สามารถเดินต่อได้ครับ และนักกฎหมาย เรียนวิชากฎหมายมาไม่ใช่ให้ตีความเข้าข้างตัวเองครับ ตีความเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม แต่การตีความคําพูดหรือข้อบังคับ หรือรัฐธรรมนูญเพื่อเข้าข้างแนวทางที่ตัวเองอยากได้ ไม่เรียกประชาธิปไตยครับ ไม่เรียกจิตวิญญาณของนักกฎหมายครับท่านประธาน ถ้าวันนี้ ไม่ได้ข้อยุติตรงนี้ผมคิดว่าเราเดินไม่ได้ครับท่านประธาน และผมยังยืนยันผมสงวนสิทธิ และมีสภาแบบเดียวที่ใช้เสียงข้างมากรอนสิทธิเสียงข้างน้อยก็คือสภาที่เป็นสภาเผด็จการ ขอบคุณครับ
ท่านเจือครับ ยกมือหลายครั้งแล้ว
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เป็นผู้หนึ่งครับท่านประธานที่ได้แปรญัตติเอาไว้ในมาตรา ๑ นี้ เพราะว่าผมเองก็ได้เสนอ เป็นญัตติตามข้อ ๓๗ นะครับท่านประธาน การเสนอญัตติของผมในการแปรผมก็มีผู้รับรอง ไม่น้อยกว่า ๕ คน ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นสิทธิของผม และก็เพื่อนสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้แปรเช่นเดียวกัน และก็มีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๕ คน ผมคิดว่าการประชุมของเราวันนี้ เราเดินมาผิดพลาดครับท่านประธาน ผมเห็นใจท่านประธานครับเมื่อสักครู่ท่านประธาน จําได้ว่าก่อนหน้านี้ประมาณ ๒ ชั่วโมง เราพักการประชุมไปเกือบชั่วโมงท่านประธานครับ เพราะว่าเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน เกิดเพราะว่าเพื่อนของผมได้เสนอญัตติปิด การอภิปรายอันนั้นก็เป็นปัญหากับการทํางานของเราในสภา จนกระทั่งท่านประธาน มาขอร้องให้ท่านไชยวัฒน์สมาชิกในสภาของเราเป็นผู้ถอนญัตติแล้วก็ท่านประธานวิป ฝ่ายค้านก็ได้ถามท่านประธานว่าเราจะวินิจฉัยว่าการเสนอปิดประชุมไม่ได้ใช่ไหม แต่ว่า ท่านประธานก่อนที่ท่านจะมานั่งก็ไม่ได้รับปากกับที่ประชุมนะครับ แต่ว่าผมคิดว่าวันนี้ที่เรา เดินมาผิดพลาดท่านอย่าทําให้ผิดต่อไปเลยครับท่านประธานครับ สิทธิของผมควรที่จะมี ในการชี้แจงเหตุผลในญัตติของผม ท่านต้องเคารพของเพื่อนผู้เสนอญัตติทุกท่านตอนที่เรา ประชุมที่ผ่านมา ท่านประธานสมศักดิ์มีกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่งท่านประธานสมศักดิ์ได้ถามมติ ทีละวรรค ถามว่าในขณะนั้นเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ถามมติทีละวรรคเพราะว่าแต่ละ วรรคของเพื่อนก็คือเป็นผู้เสนอญัตติเข้ามา ฉะนั้นเราไม่มีทางที่จะปิดการอภิปรายได้ครับ ท่านทําไม่ชอบ เพราะเราเดินไปเดี๋ยวก็สะดุดเดี๋ยวก็สะดุด เป็นเพราะว่าเราไปเลือกใช้ข้อบังคับ เพื่อให้ถูกใจตัวเองเท่านั้น แต่ข้อบังคับได้เขียนไว้ชัดเจนครับในมาตรา ๔๗ ท่านประธานครับ ซึ่งญัตติตาม (๓) (๕) (๖) หรือ (๗) นั้น อันนั้นคือได้เขียนรับรองสิทธิเอาไว้ให้กับผู้เสนอญัตติ
ท่านเจือครับมีผู้ประท้วง
ผม รังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน ประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานต้องเคร่งครัดในข้อบังคับ ข้อ ๘ เพราะว่า ผู้อภิปรายยกมือเหนือศีรษะยืนขึ้นต้องประท้วงครับ ไม่ใช่อภิปรายครับ ตอนนี้เขาอภิปราย ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วย ขอบพระคุณครับ
ท่านเจือต้องสรุปแล้วครับ ประท้วงผมเรื่องอะไรครับ
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ต้องขออนุญาต ผู้ประท้วงด้วย เมื่อกี้ผมนั่งอยู่นะครับ แล้วผมก็ยกมือ แล้วท่านประธานก็เรียกผมครับ เวลาประท้วงก็ช่วยดูด้วยนะครับว่าใครสะกิดให้ประท้วงหรือเปล่านะครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธานได้ใช้คําวินิจฉัยที่เป็นบรรทัดฐานให้ถูกต้อง ถ้าอย่างนั้นแล้วเรา เดินไปไม่ได้ครับท่านประธาน เดินไปสะดุดเดี๋ยวถ้ามีฝ่ายของรัฐบาลอภิปรายแล้วมีฝ่ายทางนี้ เสนอญัตติปิดการอภิปรายมันก็วนกันอยู่อย่างนี้ครับท่านประธาน มันก็ไม่มีข้อยุติ
ท่านเจือสักครู่ครับ เชิญท่านรังสรรค์ ประท้วงเรื่องอะไรอีก
ท่านประธานครับ ช่วยวินิจฉัยด้วย เมื่อกี้ท่านผู้อภิปรายยืนและยกมือ ต้องเป็นการประท้วงครับผม ไม่ได้นั่ง ผมมองอยู่ครับผม อย่าใส่ร้ายกันเสียดสีกัน ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับเพื่อให้ความร่วมมือ กับท่านประธานผมอยากจะให้ท่านประธานได้วินิจฉัยนิดเดียวครับว่า คําแปรญัตติของเพื่อน ทั้งหมดที่เสนอมาร่วมทั้งของผมด้วยในมาตรา ๑ เป็นญัตติหรือไม่ครับ ผมอยากให้ ท่านประธานได้วินิจฉัยครับท่านประธาน
ท่านจุลพันธ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขณะนี้มีญัตติ ที่ค้างคาอยู่ของท่านพิเชษฐ์ในการเสนอให้มีการปิดอภิปรายนะครับ
ประเด็นแรก ผมอยากให้ท่านประธานได้ถามว่ามีผู้เห็นเป็นอื่นหรือไม่ แล้วก็ ดําเนินการตามข้อบังคับการประชุม ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนในญัตติของท่านพิเชษฐ์ ครับท่านประธาน ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาเกือบ ๔ ทุ่ม ใช้เวลามาประมาณ ๑๓ ชั่วโมง เราพิจารณาตั้งแต่เช้าขณะนี้อยู่ในมาตรา ๑ มีการลงมติ ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติไป ๒ ครั้ง นี่จะเป็นครั้งที่ ๓ ครับ ๒ ครั้งที่ผ่านมาคือชื่อร่าง คําปรารภ ขณะนี้พิจารณามาตรา ๑ ชื่อร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทํา ความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน คําปรารภโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน มาตรา ๑ ซึ่งกําลังพิจารณากันอยู่ มาตรา ๑ บอกว่าพระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออก ทางการเมืองของประชาชน นี่เราไม่ไปไหนเลยครับ ๑๓ ชั่วโมง ยังพูดอยู่แค่นี้ครับ เนื้อหา ที่ฟังมาทั้งหมดตั้งแต่เช้า ซ้ําไปซ้ํามามีการอภิปรายในลักษณะที่พาดพิงจนกระทั่งบุคคลอื่น บุคคลภายนอกเสียหาย สิ่งที่ผ่านทั้งหมดนี้ผมมองเจตนารมณ์ได้เพียงแค่อย่างเดียวว่า เราต้องการดึงเวลาหรือเปล่ามันทําให้เกิดข้อสงสัย เพราะฉะนั้นข้อเสนอของท่านพิเชษฐ์ จึงชอบด้วยเหตุผลทั้งปวง ผมกราบเรียนกับท่านประธานครับ เนื้อหาสาระของร่าง พระราชบัญญัติจริง ๆ มันอยู่ที่มาตรา ๓ มีการแก้ไขด้วย เราไปต่อสู้กันในเนื้อหาดีกว่า เราไปพูดกันในมาตรา ๓ ว่าดีไม่ดีอย่างไร แล้วมันจะแก้อย่างไร จะเป็นประโยชน์ หรือท่าน มองว่าไม่ดีอย่างไรก็ว่ามา ไม่ใช่มาตีวนอยู่ในอ่างแค่ชื่อร่างพระราชบัญญัติยังไม่ไปไหน ใช้เวลาของสภาให้มีค่าดีกว่าครับ ท่านประธานครับผมสนับสนุนการเสนอปิดอภิปราย ของท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านประธานโปรดดําเนินการต่อครับ ให้มีการลงมติในเรื่อง ของการปิดอภิปรายครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านอภิสิทธิ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กระผมยืนยันที่จะประท้วงว่า ญัตติที่มีผู้เสนอนั้นไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ แล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า อยากจะลําดับให้เห็นภาพชัด ๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ รวมทั้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับ การพิจารณากฎหมายฉบับนี้แล้วก็การแปรญัตติ ประการแรก มีผู้อาวุโสหลายท่านที่ได้ กราบเรียนท่านประธานว่าการพิจารณาในวาระที่สองไม่เหมือนกับการพิจารณาในวาระ รับหลักการ ซึ่งมีญัตติที่มีผู้สามารถที่จะขออภิปรายและมีการปิดอภิปรายได้ เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เพราะข้อบังคับและรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นการพิจารณาเฉพาะตัวหลักการ เท่านั้น และข้อบังคับและรัฐธรรมนูญก็กําหนดว่าเมื่อรับหลักการไปแล้วสมาชิกทุกคนมีสิทธิ ในการที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่สภารับหลักการมา ตราบเท่าที่การแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่ขัดต่อหลักการครับ เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกทุกคน ข้อบังคับในหมวดที่เกี่ยวข้องกับ การพิจารณาของกรรมาธิการและวาระที่สองจึงเขียนในลักษณะที่รองรับสิทธิเอาไว้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้พิเศษยิ่งกว่านั้นอีกครับ ที่มีการปฏิบัติกัน ก็คือว่าในชั้นกรรมาธิการซึ่งกระผมเป็นกรรมาธิการด้วย เดิมทีกรรมาธิการมีมติว่าจะให้ ผู้แปรญัตติมาเสนอคําแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ ๓๐ กับวันที่ ๓๑ ก็คือเมื่อวาน กับวันนี้ เนื่องจากในสัปดาห์ที่แล้วท่านประธานสภางดประชุมครับ เมื่อปรากฏข่าวออกไป ปรากฏว่าท่านประธานกรรมาธิการใช้อํานาจของท่านในการเปลี่ยนแปลงนัดให้ผู้แปรญัตติ ไปแปรญัตติในวันที่ ๒๔ กับวันที่ ๒๕ ทําให้มีสมาชิกจํานวนมากครับ ซึ่งหลังจากทราบว่า มีการงดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ติดภารกิจในพื้นที่บ้าง หรือไปต่างประเทศบ้าง สุดท้ายก็ไม่สามารถมาแปรญัตติได้ก็ต้องใช้วิธีการมอบหมาย ปรากฏว่าในการพิจารณา คําแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ เมื่อถึงเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๒๕ ยังมีผู้ที่ไม่มีโอกาส เสนอคําแปรญัตติของตนเอง ไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือไม่ว่าจะด้วยการมอบหมายกรรมาธิการ ให้ดําเนินการการแปรญัตติแทนยังไม่ได้มีโอกาสนําเสนอหลายสิบท่านครับ หลายสิบท่าน ท่านประธานกรรมาธิการปิดการประชุมกรรมาธิการแล้วบอกว่าการพิจารณาของกรรมาธิการ ในการให้แปรญัตติสิ้นสุดแล้ว แต่บอกว่าไม่เป็นไร ทุกคนที่ยังไม่ได้มาให้สงวนเพื่อมีโอกาสมาพูดในสภา แล้วเป็นอย่างไร พอเข้ามาในสภาวันนี้ยังไม่มีผู้แปรญัตติแม้แต่คนเดียวได้สิทธิในการอภิปราย ท่านประธานเจริญ ในช่วงที่ลงไปหารือ บังเอิญพบกับผม ก็มาปรารภกับผมครับบอกว่าจะทําอย่างไร เพราะ มันไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้ ผมก็ได้กราบเรียนท่านประธานไปว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน ท่านก็ให้คําแนะนําไปแล้วว่าหลักปฏิบัติเดิมมันเป็นอย่างไร ท่านประธานคงนึกออกนะครับ เปรียบเทียบง่าย ๆ กฎหมายงบประมาณครับ มีคําแปรญัตติจํานวนมากมายมากกว่านี้ มหาศาลเลยครับ แต่ในที่สุดทุกปีจะมีการปรึกษาหารือกันละว่าจะดําเนินการกันอย่างไร ก็ไม่มีการปิดอภิปรายครับ สมัยผมเป็นนายกรัฐมนตรีมีบางครั้ง ๔ วัน ๕ วัน ประชุมกัน ทั้งคืนก็ต้องยอมครับ เพราะถือว่ารักษาสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามข้อบังคับ หลังจากนั้นก็มาปรึกษาผมอีก บอกว่าการอภิปรายบางท่านดูจะนอกขอบเขต ผมก็บอกว่า ผมก็กราบเรียนท่านประธานก็อ้างอิงเมื่อสักครู่ครับ จะเอ่ยชื่อผมหรือไม่ก็ตาม ท่านก็บอกว่า ได้ปรึกษากันแล้ว ก็บอกว่าจะให้อํานาจประธานเป็นผู้วินิจฉัย เพราะฉะนั้นข้ออ้างเมื่อสักครู่ มันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะพอปฏิบัติตามแนวทางนั้น เมื่อสักครู่ท่านประธานให้คุณวัชระ ยุติการอภิปรายนะครับ คุณวัชระก็ปฏิบัติตามที่ท่านประธานวินิจฉัย ท่านประธานเรียกผม ว่ามีชื่อผมอยู่ ผมยังกราบเรียนท่านประธานเลยว่าผมพูดไปแล้วว่าเนื้อหาซ้ํา ผมก็ไม่ใช้สิทธิ เพื่อโอกาสให้คนอื่นใช้สิทธิ แล้วไหนละครับ ที่บอกว่าเจตนาจะถ่วงเวลา วกวนไม่เคารพ ท่านประธาน แต่กลับเสนอญัตติซึ่งยังเป็นการเสนอญัตติที่ขัดต่อข้อบังคับครับ สภาพนี้จะ ไม่มีทางหมดไปถ้าเราไม่กลับไปใช้ข้อบังคับและรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ผมอยากให้ ท่านประธานต้องตัดสินใจด้วยความกล้าหาญครับ พวกผมให้ความร่วมมือครับ ว่าการรักษา สิทธิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะยุคไหนใครเป็นฝ่ายค้าน ใครเป็นรัฐบาล เราจะวางกติกาไหมครับ แล้วจะช่วยกันดูแล และเราจะเคารพท่านประธาน ในการใช้ดุลยพินิจครับ เมื่อสักครู่นี้พิสูจน์แล้วนะครับ ข้ออ้างที่บอกว่าต้องปิดเพราะอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ใช่ครับ คุณวัชระถูกให้หยุดการอภิปราย หยุดทันที ท่านประธานให้สิทธิผม ผมให้ ความร่วมมือว่าถ้าผมพูดผมก็พูดซ้ํา ซ้ําจากที่ผมพูดคําปรารภ ซ้ําจากที่ผมพูดในเรื่องของ ชื่อร่าง ผมก็ไม่อภิปราย แต่กลับอ้างสิ่งเหล่านี้มาปิดอภิปราย ไม่ใช่ละครับ วันนี้ผมว่า ท่านประธานต้องยืนหลักเพื่ออนาคตของสภานะครับ สภาชุดไหนในอนาคต ใครเป็น ฝ่ายค้าน ใครเป็นฝ่ายรัฐบาล สมาชิกต้องมีสิทธิตรงนี้ ถ้าใช้สิทธิเกินขอบเขตผิดข้อบังคับ ท่านประธานเป็นผู้ตัดสินตามข้อบังคับครับ ไม่ใช่ให้เสียงข้างมากมาบอกว่าใครจะมีสิทธิพูด ใครจะมีสิทธิไม่พูด นั่นไม่ใช่สภา ถ้าท่านประธานยังตัดสินใจไม่ได้ ผมว่าให้ท่านพักการประชุม ก็ได้ครับ เพราะผมเห็นว่าขณะนี้ก็กราบเรียนท่านประธานตรง ๆ นะครับ ดูจากกิริยาอาการ ของท่านประธานแล้วก็เครียดมาก ผมก็เห็นใจครับ ฉะนั้นผมว่าดีที่สุดก็คือเดินตามข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญอย่างที่ควรจะเป็น พวกผมก็ให้ความร่วมมือ ท่านมาหารือผม ผมก็ให้ ความร่วมมือ แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น มันก็คิดเป็นอื่นไม่ได้ละครับ แสดงว่าก็มีธงว่าจะต้อง เป็นอย่างนี้ใช่หรือไม่ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านประสิทธิ์จะประท้วงอะไรครับ
ผมใช้สิทธิผมครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมต้องประท้วงผู้อภิปรายที่นั่งลงไปเมื่อกี้นี้ อภิปรายพูด มองแต่คนอื่นผิด ท่านชวนท่านก็พูดไปแล้ว
เอาละ ท่านประสิทธิ์ไม่ต้องแล้วครับ บรรยากาศกําลังจะดีขึ้นแล้วครับ นั่งลงครับ ไม่ต้อง ประท้วงหรอกครับ เชิญกรรมาธิการครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม วิชาญ มีนชัยนันท์ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิก ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเอง ได้กล่าวถึงการแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกที่เข้ามาแปรญัตติต่อกรรมาธิการ
ผมขออนุญาตชี้แจงนะครับ ผู้ที่แปรญัตติทั้งหมด ๑๙๗ ราย การแปรญัตติ มีการกําหนดเวลา ทุกท่านทราบนะครับ ตามข้อบังคับ แต่การให้บุคคลเข้ามาทําการ แปรญัตตินั้นเราเองได้มีการจัดลําดับต่าง ๆ คนที่มาแปรญัตติเข้ามาแล้วก็ได้รับการแปรญัตติ ทุกท่าน ผมต้องใช้คําว่า ทุกท่าน เนื่องจากว่าคนที่เป็นเพื่อนสมาชิก ยกเว้นเพื่อนกรรมาธิการ ก็สามารถที่จะแปรญัตติได้ตลอด ในวันนั้นเราก็มีการแปรญัตติจากเพื่อนสมาชิกตั้งแต่ ท่านแรก คุณองอาจ คล้ามไพบูลย์ ใช้เวลาในการแปรญัตติ ๒ ชั่วโมงเศษ แล้วก็ตามมา เรื่อย ๆ ครับ จนกระทั่งถึงช่วงสุดท้ายของเพื่อนสมาชิกทุกคนที่มีการต่อคิวการแปรญัตติ นายแพทย์สามารถ ม่วงศิริ เป็นคนสุดท้าย ต่อจากนั้นก็เป็นการแปรญัตติของเพื่อนสมาชิก ที่รับคําแปรญัตติจากเพื่อนสมาชิกต่าง ๆ เข้ามา ก็มีการสงวนคําแปรญัตติกันไว้ เพราะว่า บางท่านประสงค์อยากจะขอมาใช้อภิปรายของสภา ดังนั้นก็ไม่เป็นเรื่องแปลก เป็นธรรมเนียม ปฏิบัติกันมาโดยตลอด แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าการแปรญัตตินั้นช่วงเวลา มีการกําหนดเวลา การแปรญัตติเราแปรวันที่ ๒๔ วันที่ ๒๕ ๒ วันที่เราแจ้งตามส่วนที่ ท่านประธานสามารถได้ส่งออกจากเลขาออกไปแจ้งให้เพื่อนสมาชิกได้มาทําการแปรญัตติ พอถึงช่วงเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา มันก็คือข้ามวันของวันที่ ๒๕ ก็ได้มีการพูดคุยกันแล้วก็ มีการเสนอเป็นญัตติว่าจะให้มีการแปรญัตติกันต่อหรือไม่อย่างไร สุดท้ายก็มีมติออกมาว่า คงไม่อนุญาต เมื่อไม่อนุญาตมันก็ต้องข้อบังคับครับเพราะว่าเป็นการลงมติ แต่ส่วนที่เหลือ ก็ให้เพื่อนที่สมาชิกที่รับคําแปรญัตติมาก็เอามาสงวนไว้อย่างที่ท่านเห็นละครับในคําแปรญัตติ ต่าง ๆ ต่อสภา ผมขออนุญาตกราบเรียนครับเรื่องการพิจารณาตรงนี้เป็นเรื่องของข้อบังคับ หลังจากที่ท่านประธานสามารถเองได้สรุปเรื่องและนําสู่สภา ก็เป็นหน้าที่ของสมาชิกแห่งนี้ ที่จะมีความเห็นอย่างไรในเรื่องของการที่จะอภิปรายของคําสงวนของเพื่อนสมาชิก
ผมกราบเรียนท่านประธานครับ สิ่งที่เกิดขึ้น ณ วันนี้ถ้าจะบอกว่าข้างไหนถูก ข้างไหนผิดคงบอกไม่ได้ แต่ถ้าจะบอกว่าการกระทําบางส่วนของเพื่อนสมาชิกที่ประสงค์ อย่างไรนั้นก็พอที่จะตอบลึก ๆ ได้ว่ามีความประสงค์ที่จะให้มีการอภิปรายยืดยาวหรือเปล่า หรือต้องการให้มีการอภิปรายในลักษณะกระชับเพื่อให้จบก็ทําได้ เรามีการตกลงกัน หลายเรื่องครับท่านประธาน ท่านประธานจําได้ไหมครับ มีบางครั้งเราประชุมงบประมาณ ยาวเลย แต่พอให้ความร่วมมือกันปุ๊บเดียวจบ ไม่น่าเชื่อครับ เกือบ ๒๐ มาตรา เราก็ทํากันได้ แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกกําลังพูดกัน ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเพื่อนสมาชิก ฝ่ายที่อภิปราย ผมไม่ทราบว่าจะพูดว่าจะดึงเวลาหรือไม่ดึงเวลา หรือมีวัตถุประสงค์อย่างไร ก็ตาม แต่อีกซีกหนึ่งนั้นก็อยากให้กระชับเวลาเพื่อบริหารเวลาให้รู้ว่าจะสามารถจบได้เมื่อไร ก็เลยต้องมีการปิดอภิปรายกันที่จะต้องตามข้อบังคับ สิ่งหนึ่งท่านประธานครับถ้าปล่อย ผมจําได้ว่าตอนที่แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๙๑ ใช้เวลาไป ๑๕ วัน ผมนั่งอยู่บนนี้ครับ เพราะเป็นกรรมาธิการ มาตรา ๑๑๑ ใช้เวลาไป ๑๓ วัน ท่านประธานครับ ถ้าจะไปบอกว่า คนโน้นอาวุโส คนนี้อาวุโสแล้วมาบอกว่าธรรมเนียมปฏิบัติอย่างไร ผมก็อยู่สภาแห่งนี้มา แต่มีนี่ละครับ สมัยที่ผ่านมามันเริ่มมีสิ่งที่บ่งบอกว่าให้ใช้เวลาออกไปยืดออกไปเพื่อ วัตถุประสงค์อย่างไรก็ไม่ตาม ไม่ทราบ แต่ถ้ามีการอภิปรายที่มันออกไปสู่การวกวน ซ้ําซาก พาดพิง มันก็สู่การใช้ข้อบังคับ แล้วท้ายที่สุดมันก็จบโดยการเสนอเป็นญัตติว่าขอปิดอภิปราย มันต้องข้อบังคับหรือเปล่า ถ้าต้องข้อบังคับ ท่านประธานก็คงจะต้องใช้ข้อบังคับและเดินไปตามส่วนซึ่งไม่มีส่วนไหน ที่ท่านประธานจะไปบอกว่าท่านประธานห้ามหรือใช้สิทธิของท่านประธานเองในฐานะ ประธานคงไม่ได้หรอกครับ ต้องอาศัยข้อบังคับ และข้อบังคับนี่ครับทุกคนต้องเคารพกติกา ผมเข้าใจว่าสิ่งที่เพื่อนสมาชิกบางทีอภิปรายไปแล้วมันมีหลายส่วนซึ่งคงไม่ชอบข้อบังคับ แล้วก็ไม่ถูกใจก็เลยต้องมีการประท้วงหรืออาจจะต้องมีการพาดพิงหรือท้ายที่สุดนั้น พอสมควรก็อาจจะมีการเสนอปิดอภิปราย ดังนั้นท่านประธานครับ ในฐานะกรรมาธิการ ก็คงจะต้องขออนุญาตชี้แจงจากหลายครั้งที่เพื่อนสมาชิกได้พาดพิงถึงกรรมาธิการ ซึ่งผมเอง ก็คงไม่อยากจะขึ้นมาชี้แจงนะครับ แต่ขออนุญาตใช้โอกาสชี้แจงแทนกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านอํานวยในฐานะประธานวิปท่านลองไปเจรจากับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ผมขอพักเข้าห้องน้ําสัก ๕ นาที ท่านไปคุยกันหน่อยเดี๋ยวกลับมาตอบผมภายใน ๕ นาที เชิญครับ
พักประชุมเวลา ๒๒.๐๗ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๒๒.๒๖ นาฬิกา
เมื่อสักครู่นี้ประเด็นยังค้างคาอยู่เรื่องของท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ เดี๋ยวผมจะ ขอให้ท่านพิเชษฐ์ได้ถอนข้อเสนอหรือญัตติออกไปก่อน แล้วก็จะให้พวกเราอภิปรายต่อ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านประธานมีข้อตกลงกันอย่างไรครับที่ไปเจรจากันมา ผมยังไม่รับทราบ ท่านประธานครับ
คืออย่างนี้ขอความร่วมมือหน่อย เพราะว่าได้ปรึกษาหารือกันหลายครั้งนะครับ แล้วทาง อีกซีกหนึ่งเขาจะขอพูดอีกสัก ๔ ท่านนะครับ ท่านต้องถอนออกไปครับ แล้วเราก็จะได้ลงมติ
๔ ท่านแล้วอย่างไรครับ
อะไรนะครับ
๔ ท่าน ท่านละ ๑ ชั่วโมง หรืออย่างไรครับ
คือผมจะให้ท่านละ ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ การอภิปรายในวาระสองเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๔๐ เกี่ยวข้องกับข้อบังคับของ สภาผู้แทนราษฎร ในข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ข้อ ๖๕ ข้อ ๑๒๙ เท่านั้นเอง ท่านประธานที่เคารพ การอภิปรายตามรายมาตรานั้นคนที่ชื่ออยู่ข้างหน้าเหมือนท่านสมาชิกบางท่านบอกว่า เสียดายที่พ่อแม่ตั้งชื่อให้
ผมว่าเอาอย่างนี้ได้ไหมครับ ขอความร่วมมือเถอะครับ ก็ดึกแล้ว ๔ ทุ่มครึ่งแล้ว ถ้าท่านถอน เดี๋ยวผมก็จะให้ท่านอภิปรายนะครับ
ท่านประธานครับ ท่านใจเย็น ๆ ท่านต้องให้ผมพูดหน่อย ผมก็ทนมาอยู่ ๑๐ กว่าชั่วโมงนะครับ ให้ผมพูดหน่อยท่านประธาน คนที่อยู่ข้างหน้านะครับ ถ้าจะอภิปรายเห็นใจคนข้างหลัง ท่านต้องอภิปรายอยู่ในกรอบ อยู่ในข้อบังคับ คนข้างหลังเขาจะมีโอกาสพูด แต่ถ้าพูดเสียดสีใส่ร้ายบุคคลอื่น ท่านจะ อภิปรายอย่างไร แก้ไขอย่างไร ท่านก็พูดสิครับ แต่ท่านอยู่ข้างหน้าแล้วท่านตีรวน ท่านใส่ร้าย เสียดสีบุคคลอื่นก่อน คนข้างหลังเขาก็ไม่มีโอกาส ทุกคนมีมือมีปากทั้งนั้นท่านประธานครับ ผมอยากจะฝากทางฝ่ายอีกฝากหนึ่งว่าช่วยอยู่ในข้อบังคับด้วยนะครับ ขอร้องเถอะครับ
อย่างนี้ครับ ผมได้หารือวิป ๒ ฝ่ายแล้ว เดี๋ยวจะช่วยกันประคับประคอง ผมจะปฏิบัติตาม ข้อบังคับนะครับ แล้วก็ผู้อภิปรายก็ต้องอยู่ในกรอบที่ตัวเองขอสงวนคําแปรญัตตินะครับ
เพื่อท่านผมถอนครับ
เชิญท่านผู้จะอภิปราย
(นายวัชระ เพชรทอง ได้ยืนและยกมือขึ้น )
ท่านประท้วงอะไร เอาข้อประเด็นประท้วงก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอ ใช้สิทธิในการถูกพาดพิง ท่านประธานครับ และขอใช้สิทธิในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ในการที่จะอธิบายให้ท่านประธานฟังรวม ๒ ประเด็น
พาดพิงประเด็นก่อนนะครับ
พาดพิงโดยท่านนิยม เวชกามา ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้กล่าวหาว่าในคําแปรญัตติของกระผมในมาตรา ๑ นั้น เป็นการใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งถ้าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีจริง ท่านสามารถ แก้วมีชัย ประธานกรรมาธิการ
ท่านอธิบายว่าที่ท่านเสียหายแล้วผมอนุญาต เชิญครับ
ก็คือผมไม่ได้ใส่ร้ายป้ายสี ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติไปตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏแล้วต้องการให้พี่น้องประชาชน เข้าใจได้โดยง่าย และจากการที่ท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ลุกขึ้นชี้แจงในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างมากบอกว่าในเวลาเที่ยงคืนได้มีการพูดคุยกันแล้วปิดอภิปราย แล้วปิดการประชุมนั้น ผมขอยืนยันในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยว่าไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีการพูดคุยกัน แต่ประการใด โดยในขณะนั้นผมได้อภิปรายในมาตรา ๖ อยู่ ซึ่งผมขอแปรญัตติเอาไว้ แล้วท่านวิชาญ มีนชัยนันท์ นั่งเป็นประธาน แล้วท่านสามารถเข้ามาในเวลา ๒๔.๐๕ นาฬิกา แล้วหลังจากนั้นท่านสามารถ แก้วมีชัย พูดเสร็จก็ปิดประชุมแล้วเดินหนีออกจากห้องประชุม ผมจึงขอชี้แจงให้ท่านประธานรับทราบ และท่านสามารถยังชี้แจงในที่ประชุมอีกว่าให้ผู้ที่ สงวนคําแปรญัตติทุกคนได้ไปอภิปรายในสภาใหญ่ต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านผู้ที่สงวนไว้ ท่านเชนเชิญครับ ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานนิดหนึ่ง ท่านประธาน ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ ผมได้เสนอ คําแปรญัตติแก้ไขข้อความในมาตรา ๑ โดยมีข้อความดังนี้ครับ มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ เรียกว่า พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองของประชาชนที่เป็น การฝ่าฝืนต่อกฎหมาย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ การอภิปรายในมาตรานี้ผมคิดว่าคงจะต้อง ผูกพันกับมาตรา ๓ ในชื่อเรื่องนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าที่จริงผมได้แปรญัตติ ในมาตรา ๓ ไว้ด้วย แต่ว่าผมจะขออนุญาตอภิปรายทีเดียวจะผูกพันไปถึงมาตรา ๓ ด้วย ท่านประธานกรุณาอนุญาตไหมครับ
ไม่อนุญาตครับ เพราะมีผู้ทักท้วง เอาเฉพาะมาตรานี้ก็แล้วกัน เจ้าหน้าที่จับเวลาเลย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ที่ผมได้แก้ไข ข้อความในมาตรา ๑ เรื่องพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมให้แก่ผู้ซึ่งเข้าร่วมการชุมนุมทาง การเมืองของประชาชนที่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย พ.ศ. .... ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ได้แปรญัตติอย่างนี้เพราะว่ากระผมถือว่าการชุมนุมทางการเมืองที่เป็นการชุมนุมตาม รัฐธรรมนูญนี้ไม่ได้ผิดกฎหมาย เพราะฉะนั้นคนที่ชุมนุมทางการเมืองไม่จําเป็นต้องออก กฎหมายนิรโทษกรรม ถ้ายังอยู่ในกรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ แต่ว่าเหตุต่อเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองของพี่น้องประชาชนมันจะมีเหตุบางเรื่องที่ไป ผูกพัน ไปเกี่ยวพันด้วย อย่างเช่นพระราชบัญญัติจราจรบ้าง เป็นเรื่องของการกีดขวาง การจราจร หรือเรื่องที่เมื่อมีมูลเหตุของการจลาจลเกิดขึ้น สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือว่าโดยกฎหมาย บอกว่าบุคคลที่เข้าร่วมอยู่ในการจลาจลซึ่งไม่สามารถหาผู้กระทําความผิดได้ถือว่าเป็นผู้ที่ ร่วมการกระทําความผิด คือเป็นผู้ถูกกล่าวหาก่อน เรื่องอย่างนี้เป็นเหตุเป็นผลเกิดจาก การชุมนุม ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ได้แก้ไขในมาตรา ๓ มันเกินเลยไป จากการชุมนุมทางการเมือง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ที่โดยไปอ้างในเรื่องของการปฏิวัติ รัฐประหาร แล้วก็มีการแต่งตั้งคณะบุคคล บุคคลที่จัดขึ้นภายหลังการรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ ปี ๒๕๔๙ เป็นการเฉพาะเจาะจง แล้วก็ออกเลยเถิดไปจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งผมคิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมเลยเพิ่มเติมเพียงแค่ข้อความว่าพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แก่ผู้ชุมนุมทางการเมืองของประชาชนที่เป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย กฎหมายที่ผมพูดถึงนี้ ก็คือต่อเนื่องจากการชุมนุมเท่านั้น ท่านประธานครับหัวข้อนี้ที่เป็นหัวข้อที่ผมแปรญัตติ การที่แปรญัตติอย่างนี้ท่านประธานลองคิดดูนะครับ ถ้าคนชุมนุมทางการเมืองโดยสงบ ปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายอยู่แล้ว แล้วไม่มีความจําเป็น ใด ๆ เลยที่เราต้องออกกฎหมายนิรโทษกรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่แล้วขณะนี้ เป็นปัญหาที่การชุมนุมได้บานปลาย แล้วเกิดเหตุการณ์ที่รุนแรง มีเหตุการณ์จลาจลที่หา ผู้กระทําความผิดไม่ได้ในบางเรื่องในบางราวที่เป็นการกระทําที่ผิดกฎหมาย ผมเห็นชอบด้วย ในการออกกฎหมายนิรโทษกรรมในประเด็นนี้ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นแล้วผมคิดว่า มีความจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องแก้ไขชื่อในมาตรา ๑ นี้ท่านครับ พระราชบัญญัติในฉบับนี้ ว่าให้เป็นพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองของประชาชนที่เป็น การฝ่าฝืนต่อกฎหมาย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่เจตนาบอกว่าเราจะแก้ไขในเรื่องของการชุมนุมทางการเมือง แต่ในมาตรา ๓ นี้ครับที่คณะกรรมาธิการไปแก้ไขมานี้ออกไปเลยเถิดมากครับ เรื่องการไปพูด ถึงบุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทําความผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งภายหลัง การรัฐประหาร ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองเลย ท่านประธานสิ่งเหล่านี้ที่ผม เห็นว่ามีเจตนาที่แอบแฝงอยู่เพื่อจะช่วยเหลือให้บุคคลบางคนได้พ้นผิด แต่ว่าเหตุการณ์ เดียวกันนี้ทําให้หลายคนนั้นมาพิจารณาว่ามีหลายปัญหา มีหลายคดีมากที่พลอยได้อานิสงส์ ไปที่เจตนากระทําความผิด แม้กระทั่งฉ้อโกง แม้กระทั่งการคดโกง การหลบเลี่ยงภาษี การดําเนินการต่าง ๆ นะครับ กระผมไม่แน่ใจว่าถ้าพูดอย่างนี้แล้วมันจะคลุมไปถึงไหนอีกบ้าง เพราะว่าขณะนั้นเรียนท่านประธานว่ามีตัวการที่ถูกแต่งตั้งขึ้นมาเปลี่ยนจากตัวการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผมจําชื่อไม่ได้ แต่ว่าเปลี่ยนชื่อซึ่งก็ออกมาจากคณะรัฐประหารในขณะนั้น ซึ่งผมคิดว่าหลายคดีนั้นมีคดีที่ไปเกี่ยวพันด้วย แล้วเขาจะได้อานิสงส์ไปด้วย ผมคิดว่า เรื่องอย่างนี้คณะกรรมาธิการไม่ควรที่จะเลยเถิดไปผิดวัตถุประสงค์ของการที่จะนิรโทษกรรม แก่ผู้ชุมนุมทางการเมืองตามเป้าหมายเดิม ถ้าเป็นเพียงแค่การชุมนุมทางการเมือง แล้วก็ มีเหตุที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองจริง ๆ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่บุคคลจะต้อง ผิดกฎหมาย อย่างเช่น พระราชบัญญัติการใช้เครื่องขยายเสียง การปิดกีดขวางการจราจร เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง รวมทั้งมีการจลาจลที่เกิดขึ้น แล้วก็โดยกฎหมายนี้มันจะคลุมไปถึงว่า ถ้าหาตัวผู้กระทําความผิดไม่ได้ คนที่เข้าร่วมการจลาจลนั้นจะต้องมีส่วนรับผิดด้วยนั้น ผมคิดว่าอย่างนี้เราอภัยโทษกันได้ เรานิรโทษกรรมให้แก่กันได้ ท่านประธานคงเห็นกับผมว่า เรื่องอย่างนี้มันควรจะทําอย่างตรงไปตรงมาที่ให้ประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนผู้ที่เขาไม่เจตนา แต่ต้องรับผิดเพราะว่าได้กระทําไปหรือเลยเถิดไปจากการชุมนุมทางการเมือง แต่ว่าผม ไม่เห็นด้วยอย่างแท้จริง ถ้าว่าตามที่คณะกรรมาธิการได้แก้ไขมานะครับ เพราะฉะนั้นการแก้ไข พระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยการแปรญัตติผมจึงแปรญัตติว่าให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทนนะครับ พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองของประชาชนที่เป็นการฝ่าฝืน ต่อกฎหมาย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ โดยเหตุผลเช่นที่ว่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านผู้ขอสงวนความเห็นไว้ท่านที่ ๒ เชิญท่านเกียรติก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ผมได้สงวน คําแปรญัตติในมาตรา ๑ ไว้ครับ ที่เดิมเขียนไว้ว่าพระราชบัญญัตินี้เรียกว่าพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออก ทางการเมือง ผมเติมเข้าไปครับ เติมว่า เว้นการนิรโทษกรรมโทษทางอาญา โทษทางการทุจริต โกงกิน และโทษทางการดูหมิ่นสถาบัน อาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. .... เหตุผล ที่ผมแปรญัตติไว้อย่างนั้น ผมก็ต้องตั้งคําถามกรรมาธิการนะครับ แล้วผมต้องการคําตอบด้วย ครับว่า เวลากรรมาธิการเองเสียงข้างมากนี้ไปปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ผ่าน วาระหนึ่งไปแล้ว พอมีการปรับปรุงไปแล้วท่านได้มีการศึกษาไหมครับว่า ประเทศไทยนี้ มีข้อผูกพันระหว่างประเทศกับใครบ้าง และผูกพันเรื่องอะไรบ้าง การที่ท่านจะนิรโทษกรรม โทษทางอาญานั้นทําได้หรือเปล่า การที่ท่านจะนิรโทษกรรมทุจริตการโกงกินนั้นทําได้ หรือเปล่า การหมิ่นพระบรมเดชานุภาพอันนี้คงไม่ต้องพูดถึงนะครับ ทีนี้ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าประเทศไทยนี้เป็นภาคีอย่างต่ําที่สุดมี ๓ ฉบับครับ มี ๓ ฉบับที่ประเทศไทย เป็นภาคีอยู่ แล้วเท่าที่ผมได้รับฟังจากกรรมาธิการเสียงข้างน้อย พวกท่านไม่ได้พิจารณา เรื่องนี้เลย แล้วตอนนี้ในร่าง ในรูปร่างที่เราเห็นอยู่ในขณะนี้ตั้งแต่ชื่อไปเลย มาตรา ๑ นี้ ท่านกําลังจะละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างร้ายแรงครับ และจะมีผลต่อภาพลักษณ์ ไม่ใช่เฉพาะภาพลักษณะนะครับ ผลกระทบกับประเทศไทยอย่างร้ายแรงมาก ที่ผมพูดถึงนี้ อย่างต่ํามี ๓ ความตกลงหรือสนธิสัญญานะครับ
ประการแรกประเทศไทยเป็นภาคีธรรมนูญกรุงโรมว่าด้วยศาลอาญาระหว่าง ประเทศ ใช่ครับ เรายังไม่ได้ให้สัตยาบัน แต่เราลงนามสนับสนุนให้หลักการของธรรมนูญ กรุงโรมนะครับ ข้อนี้เขียนไว้ในหน้าแรกเลยนะครับท่านประธาน ในหน้าแรกเขียนไว้เลยว่า ต้องให้ผู้ทําความผิดทางอาญาร้ายแรงได้รับการลงโทษ เขียนไว้เลยนะครับ อีกประการหนึ่ง ที่เขียนไว้ในหน้าแรก ก็คือการป้องปราม ป้องกันที่ดีที่สุดคือการลงโทษผู้กระทําผิด เพราะฉะนั้นการที่อยู่ดี ๆ จะไปให้มีการนิรโทษกรรมความผิดทางอาญานั้น ท่านพิจารณา เรื่องนี้แล้วหรือยัง ถี่ถ้วนแล้วหรือยัง
อีกข้อตกลงหนึ่ง จริง ๆ แล้วอันนี้เป็นเรื่องของกติการะหว่างประเทศว่า ด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ท่านเคยเห็นไหมครับของสหประชาชาติ ประเทศไทย เข้าเป็นภาคีวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๓๙ ปี ๒๕๓๙ นะครับ และมีผลผูกพันกับประเทศไทย ในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๔๐ ปฏิญญานี้ กติกานี้มีรายละเอียดผูกพันชัดเจนนะครับ ว่าสิ่งที่ ท่านทําไม่ได้คือการนิรโทษกรรมผู้กระทําความผิดทางอาญา ท่านตอบผมให้ชัดนะครับว่า ท่านได้ไปทําหรือยัง และทุกประเทศที่เป็นภาคี ที่เป็นสมาชิก ต้องให้มีมาตรการและ กฎหมายภายในประเทศที่ให้แน่ใจว่าบุคคลที่ถูกละเมิดมีสิทธิได้รับการเยียวยา และสิทธิ การได้รับการเยียวยาไม่ได้พูดถึงเฉพาะเงินนะครับ พูดถึงการที่ให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับ ผู้ที่ถูกละเมิด ซึ่งหมายถึงต้องเอาผู้ผิดไปลงโทษ โดยผ่านกระบวนการยุติธรรม เขียนไว้ชัดเจน กติกาตรงนี้ประเทศไทยเป็นภาคี ท่านละเมิด ท่านทําได้หรือครับ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ดูแล้วหรือครับ ตอบผมทีนะครับ นอกจากนั้นมีการปรับปรุงกติกาเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง มาโดยตลอด และมีมติมีข้อมติออกมาจากคณะกรรมการ และมีการยกตัวอย่างหลายกรณี ที่บางประเทศเลือกที่จะทําอย่างนี้ แล้วโดนประณามโดยสหประชาชาติว่ามีการนิรโทษกรรม โทษทางอาญาและกระทบต่อความตกลงที่ประเทศไทยมีกับสหประชาชาติทําได้หรือครับ ในข้อกติกานี้เขียนไว้ชัดเจนในบทความมาตรา ๒ และมาตรา ๓ ว่าผู้ถูกละเมิดต้องได้รับ การเยียวยานั่นหลักข้อแรก
หลักข้อที่ ๒ สิทธิผู้ถูกละเมิดในการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและไปไกล กว่านั้นนะครับ ไม่ใช่แค่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมนะครับ เมื่อมีการตัดสินแล้วต้องมี การบังคับคดี นี่ครับกติกาครับ ท่านจะเอากี่หน้าครับ มีหมดเลยครับ แล้วท่านอยู่ดี ๆ กําลัง ออกกฎหมายที่ละเมิดสนธิสัญญาระหว่างประเทศทําได้หรือครับ นี่ครับผมมีตัวอย่างประเทศ ที่ถูกประจานครับ ประเทศเลบานอนเคยมีการทําแบบนี้เลยครับ ถูกประณาม ถูกดําเนินการ โดยสหประชาชาติ ท่านบอกผมทีสิครับว่าสิ่งเหล่านี้ที่ท่านกําลังทํามันสอดคล้องกับสนธิสัญญา ระหว่างประเทศหรือเปล่า นี่คือส่วนของคดีอาญา ในส่วนของคอร์รัปชัน ประเทศไทย เป็นภาคีอนุสัญญาขององค์การสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริตและรัฐบาลให้สัตยาบัน ไว้ด้วย ประเทศไทยให้สัตยาบันไว้แล้วแล้วก็มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ ให้สัตยาบันไว้ ๑ มีนาคม ๒๕๕๔ รัฐบาลต้องจัดให้มีมาตรการที่จําเป็นรวมทั้งมาตรการ ทางกฎหมายและทางบริหารเพื่อให้มีการปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันเป็นรูปธรร มอย่างจริงจังและน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นคดีความที่เกี่ยวกับเรื่องคอร์รัปชันนั้นอยู่ดี ๆ ท่านจะไปออกกฎหมายยกเว้นการทําความผิด ยกเว้นการลงโทษไม่ได้หรือยุติกระบวนการ ยุติธรรมในคดีที่เกี่ยวกับการทําความผิดเรื่องคอร์รัปชันไม่ได้นะครับ ตรงนี้ผมอยากได้คําตอบ เพื่อความชัดเจนนะครับ นอกจากนั้นผมอยากจะชี้ครับท่านประธานไม่ใช่เฉพาะข้อตกลง สนธิสัญญาระหว่างประเทศ มาตรา ๘๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยเขียนไว้ ชัดเจนไม่ทราบท่านดูกันหรือเปล่า มาตรา ๘๒ วรรคแรก เขียนไว้ชัดนะครับว่า รัฐต้อง ส่งเสริมสัมพันธไมตรีและความร่วมมือกับนานาประเทศ และพึงถือหลักในการปฏิบัติต่อกัน อย่างเสมอภาค ตลอดจนต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทย เป็นภาคี คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้เตือนประเทศไทยแล้วนะครับ เตือนประเทศไทย ตั้งแต่เดือนสิงหาคมแล้วครับว่าการออกพระราชบัญญัตินี้จะไปนิรโทษกรรมผู้กระทํา ความผิดทางอาญาและคดีความที่เกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชันไม่ได้ท่านเอามาพิจารณา หรือเปล่า ตอบให้ชัดนะครับ
ท่านครับ หมดเวลาแล้วครับ
อีกนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ นิดเดียวจริง ๆ ครับ อันนี้เวลาคงเป็นแนวทางผมอีกนาที ๒ นาทีจบแล้วครับ
คือได้เป็นข้อตกลงกันเบื้องต้นแล้วท่านละ ๗ นาทีนะครับ ขอความร่วมมือเถอะครับ
ครับท่านประธาน ผมอีกประมาณ ไม่เกิน ๒ นาทีครับ ท่านประธานนิดเดียวครับ ขอบคุณครับ คือสํานักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนได้เตือนแล้ว ทีนี้ร่างของกรรมาธิการเสียงข้างมากเขาวิจารณ์แล้วว่ากฎหมายนี้ ถ้าออกมานี่ไม่ใช่ส่งเสริมการไม่ให้มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่กลับกัน กฎหมายฉบับอย่างนี้ คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนและมีการสนับสนุนให้มีการทําคอร์รัปชันเพิ่มขึ้นไปอีกครับ คือจริง ๆ ในกรรมาธิการหลายท่านเสียงข้างมากนักกฎหมายมือฉมังทั้งนั้นละครับ ผมว่า ท่านรู้ครับ แต่ท่านตั้งใจจะบอกไม่รู้ไม่ได้ แล้วจะบอกว่ากรรมาธิการไม่ถี่ถ้วนก็ไม่ได้ เพราะ ท่านต้องรู้ว่าประเทศไทยมีสนธิสัญญามีความตกลงกับประเทศใดบ้าง กับองค์กรใดบ้าง แล้วต้องดําเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๘๒ คดีความที่ตัดสินแล้วมีทั้งหมด ๑๓ คดี ที่เกี่ยวกับการฉ้อโกง ๑๓ คดีครับ หลุดได้อย่างไรครับ แล้วประเทศไทยจะไปยืนตรงไหนครับ ในเรื่องของการปราบปรามคอร์รัปชันยืนตรงไหนครับถ้าออกกฎหมายกันแบบนี้ครับ แล้วก็ ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศอย่างรุนแรงมากนะครับ นอกจากนั้นจริง ๆ แล้วเรากําลัง ถูกเฝ้าดูครับ ผมอาจจะไปอภิปรายในรายละเอียดในมาตรา ๓ ต่อไป แต่ตอนนี้ในเรื่องของชื่อ ผมถือว่าชื่อก็ไม่สอดคล้องกับกติการะหว่างประเทศ และผมขอคําตอบจากกรรมาธิการ ชัดเจนครับว่าท่านออกร่างพระราชบัญญัติที่ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศได้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ
ท่านองอาจครับเชิญครับ
(นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
จะประท้วงอะไรท่านจุฤทธิ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานครับ เรื่องเกี่ยวกับการกําหนดเวลา ๗ นาที ผมเรียนถามท่านประธานครับว่าเป็นข้อตกลงระหว่างใครกับใคร ฉะนั้นช่วยให้คําตอบด้วย เพราะว่าเมื่อสักครู่ท่านพยายามกดดันท่านผู้อภิปราย แล้วเมื่อสักครู่ท่านเชนอภิปราย ๑. อยู่ในประเด็น ๒. ไม่ซ้ําประเด็น ท่านพยายามกดดันตลอดว่าท่านต้องพูดได้เท่านี้ ๆ
คืออย่างนี้ครับ ถ้าไปบอกว่าผมกดดัน ไม่ใช่นะครับ ท่านต้องถามผู้อภิปรายนะครับ เพียงแต่ ตอนพักประชุม มีการปรึกษาหารือกันระหว่างท่านรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านที่สอง กับท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็มาแจ้งผม บอกว่าจะมีการอภิปรายอีก ๔ ท่าน ท่านละ ๗ นาที แล้วก็ขอให้ผมขอให้ทางผู้ที่เสนอญัตติถอน ผมขอให้เขาถอนแล้วก็ ให้มีการอภิปรายนะครับ ท่านก็สอบถามทางท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรแล้วกัน นะครับ เดี๋ยวผมให้ท่านองอาจต่อนะครับ ๗ นาทีนะครับ เชิญครับ ไม่ละครับ พอแล้วครับ ท่านประท้วงแล้ว ผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญท่านองอาจครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตทําความเข้าใจ กับท่านประธานก่อนเป็นเบื้องต้นนะครับว่าผมไม่ทราบว่าในวันที่ผมไปเสนอความคิดเห็น ในการแปรญัตติของผมนั้นนะครับ แล้วทางที่ประชุมกรรมาธิการก็ให้ผมมาสงวนความเห็น เพราะกรรมาธิการเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอความคิดเห็นของผม และวันนี้ก็ให้ผม มาเสนอความเห็นแล้วก็อภิปรายในสภา ผมนั่งรอมาตั้งแต่เช้านะครับเพื่อที่ถึงเวลาที่จะพูด ในมาตรา ๑ ตั้งแต่ ๙ โมงครึ่งจนขณะนี้จะถึงเวลา ๕ ทุ่ม ท่านประธานบอกว่าให้ผมพูด ๗ นาที ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเรียนท่านประธาน ณ บัดนี้ครับ ผมจะไม่พูด ๗ นาที ท่านประธานจะไปตกลงกับใคร อย่างไร ประธานคนที่ ๑ คนที่ ๒ คนที่ ๓ จะตกลงอย่างไร ผมไม่รับฟังข้อตกลงอะไรที่ท่านไปตกลงกันมา เพราะเหตุผลของผมก็คือว่าสิทธิ ของผมทั้งตามรัฐธรรมนูญและตามข้อบังคับ เมื่อผมสงวนคําแปรญัตติ ผมเรียนในที่ประชุม กรรมาธิการแล้วนะครับว่าตั้งแต่เป็น ส.ส. มา ๑๕-๑๖ ปี ผมแปรญัตติกฎหมายหลายฉบับ ไม่เคยไปแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมกรรมาธิการครับ ตอนผมไปแสดงความคิดเห็น ในที่ประชุม กรรมาธิการเสียงข้างมากก็จะไม่ให้ผมพูดหลายครั้ง ผมบอกทั้งชีวิตที่เป็น ส.ส. มา ไม่เคยมาแสดงความเห็นเลยในที่ประชุมกรรมาธิการ ทําไมท่านจะปิดโอกาสไม่ให้ผมพูด ในเรื่องที่ผมตั้งใจและอยากจะทําหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุดเพราะผมมองว่ากฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายสําคัญของประเทศไทยที่อาจจะนําไปสู่ความสงบสุขหรืออาจจะนําไปสู่ปัญหา ต่าง ๆ ที่บานปลายออกไปเรื่อย ๆ ถึงแม้ผู้เสนอกฎหมายจะบอกว่าเป็นการเสนอกฎหมาย เพื่อการปรองดอง แต่พอการพิจารณากฎหมายเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร ความปรองดองก็เริ่ม ไม่เกิดขึ้น วันนี้วันที่ผมตั้งใจจะมาทําหน้าที่ของผมอีกครั้งหนึ่ง เพราะกรรมาธิการไม่ยอมรับ ฟังเสียงของผม ฟังเสียงของข้างน้อย แล้วท่านก็บอกให้สงวนความเห็น ผมก็เตรียมตัวที่จะมา เสนอความเห็น เตรียมตัวทําการบ้านเพื่อที่จะมาพูดกับท่านตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้ เสร็จแล้ว ท่านประธานก็บอกว่าผมมีเวลาพูด ๗ นาที เพราะฉะนั้นขณะที่ผมเริ่มอภิปราย ผมเรียนท่านประธานก่อนเป็นเบื้องต้นเพื่อผมกับ ท่านประธานจะได้ไม่ต้องมาถกเถียงเรื่องระยะเวลาในการพูด เพราะผมกําลังทําหน้าที่ ตามสิทธิของผม ผมไม่ได้มาร้องขอ ผมไม่ใช่ขอทานที่จะต้องมานั่งพูดขอท่านแล้วเพื่อที่จะ ได้พูด ผมพูดตามสิทธิของผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเรื่องนี้ก็เป็น เรื่องสําคัญ ท่านประธานสมศักดิ์บอกต้องมาประชุมวันนี้เพราะเป็นเรื่องสําคัญ เป็นเรื่อง เร่งด่วน เพราะมันมีความสําคัญอย่างไรครับว่าพวกผมจํานวนมากถึงรอพร้อมที่จะทําหน้าที่ แต่ไม่ใช่ ๗ นาทีแน่นอนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมทําความเข้าใจกับท่านประธาน เป็นเบื้องต้นว่าผมจะอภิปรายไปตามที่ผมได้ตระเตรียมมาเพื่อที่จะทําความเข้าใจกับ คณะกรรมาธิการและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอื่น ๆ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่าวันที่ผมเสนอขอแปรญัตติร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง และการแสดงออกทางการเมือง ของประชาชน พ.ศ. .... นั้น ผมเสนอคําแปรญัตติไปเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ วันนั้น เมื่อผมพิจารณาดูในร่างพระราชบัญญัติตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ หลักการและเหตุผล มาตรา ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ ไปเรื่อย ผมก็ไปทําการบ้าน เพื่อที่จะแปรญัตติ วันที่ผมแปรญัตติเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ ในมาตรา ๑ นั้น รวมทั้ง มาตราอื่น ๆ มาตรา ๒ มาตรา ๓ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ ต่อไปซึ่งผมได้มีการแปรญัตติ แก้ไขเพิ่มเติมในหลายประเด็น ในหลายประการนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการแปรญัตติ ที่สอดคล้องกันซึ่งในวันที่ผมไปเสนอความคิดเห็นในที่ประชุมกรรมาธิการนั้นก็ใช้เวลา พอสมควรท่านประธาน แล้วเป็นการใช้เวลาพอสมควรที่ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากก็คง ยอมรับว่าสิ่งที่ผมนําเสนอในที่ประชุมนั้นไม่ได้เป็นการวกวน ซ้ําซาก แต่เป็นความพยายาม ที่จะทําให้ที่ประชุมกรรมาธิการเห็นคล้อยตามผม และเป็นความตั้งใจของผมที่จะทําหน้าที่ ที่มีเกียรติในครั้งนี้ เพื่อที่จะทําให้ผมจะเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันสําคัญของ การเมืองไทยในการที่จะพยายามทําหน้าที่ให้สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ผมจะทําได้ แต่พอมาดู รายละเอียดตามร่างของผู้เสนอตั้งแต่ต้น วันที่ไปที่กรรมาธิการเราก็พบว่ามีการแก้ไขของ กรรมาธิการเปลี่ยนแปลงไปยังอื่นในหลายมาตรา ถึงแม้มาตรานี้ในมาตรา ๑ กรรมาธิการจะไม่มี การเปลี่ยนแปลงแก้ไขอะไรก็ตาม ผมได้เสนอคําแปรญัตติในการขอแปรญัตติในมาตรา ๑ ไว้ว่า มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่าพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิดในการ ชุมนุมทางการเมือง พ.ศ. .... ผมตัด และการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ออก วันผมแปรญัตติวันที่ ๑๔ สิงหาคม หลังจากผมเสนอคําแปรญัตติในวันนั้น มีเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลายท่านถามผมว่าทําไมคุณไปตัดคําว่า การแสดงออกทางการเมืองของ ประชาชนออก ทําไมคุณให้เฉพาะนิรโทษกรรม เฉพาะผู้กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุม ทางการเมือง เพื่อนสมาชิกหลายท่านถามผม ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าผมเป็นหมอดู สิ่งที่ผมแปรญัตตินั่นก็คือคําทํานายของผมว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคตข้างหน้าในการ พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ถ้าผมเป็นหมอดูในวันที่ ๑๔ สิงหาคม คําทํานายของผมนั้นคงเป็น คํานายที่ถูกต้องเกือบหมด เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะผมตัดข้อความในมาตรา ๑ ที่บอกว่าพระราชบัญญัตินี้เรียกว่าพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิดในการ ชุมนุมทางการเมือง แล้วก็ตัดคําว่า การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ออก เพราะ ผมต้องการป้องกันไม่ให้คนจะเอาข้ออ้างว่าแสดงออกทางการเมืองในฐานะเป็นประชาชน แล้วก็มาหาประโยชน์จากกฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมจึงมุ่งประเด็นไปยังผู้กระทําความผิดที่เขาเข้ามามีส่วนร่วมในการชุมนุม ทางการเมือง และถ้าท่านประธานจะได้พิจารณาต่อนะครับว่า ในมาตราถัด ๆ ไป ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๒ และมาตรา ๓ หรือมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้น ผมได้แปรญัตติ เพื่อจะให้สอดคล้องกับคําแปรญัตติในมาตราที่ ๑ ของผม ก็คือผมมีความเห็นว่า ผู้ชุมนุมทางการเมืองซึ่งเข้ามาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ อาจจะมาด้วยความคิด จิตวิญญาณ อุดมการณ์ ที่ตนเองเชื่อ ตนเองศรัทธา ตนเองมีความหวังที่จะเห็นสิ่งนั้นสิ่งนี้เกิดขึ้น ในบ้านเมือง หรือบางท่านอาจจะมาชุมนุมเพราะความเชื่อถือเชื่อมั่นในผู้นําการชุมนุม หลายท่านอาจจะมีจุดประสงค์ที่มาจากการชุมนุมแตกต่างกัน แต่สําหรับใครก็ตามที่มาร่วม การชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่อาจจะกระทําการใด ๆ ในการชุมนุมทางการเมืองที่อาจจะ ก่อให้เกิดผลกระทบต่อตัวเขาเองก็ดี ต่อทรัพย์สินต่ออะไรต่าง ๆ ก็ดี ซึ่งอาจจะไม่ได้ตั้งใจ อาจจะไม่ได้เจตนา แต่ด้วยเหตุผลหลายประการนั้นทําให้เขาจะต้องไปมีความผิด ซึ่งผมก็ บัญญัติไว้ชัดเจน ยกตัวอย่างเช่น ในมาตรา ๓ ผมก็เน้นว่าคนที่กระทําการความผิดลหุโทษ หรือให้บรรดาการกระทําใด ๆ ของบุคคลที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองโดยสงบและ ปราศจากอาวุธ อันเป็นความผิดตามกฎหมายจากการฝ่าฝืนข้อกําหนด ประกาศ หรือคําสั่ง ที่ออกตามพระราชบัญญัติ ออกตามพระราชกําหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ หรือความผิดตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายใน ราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑ ซึ่งได้ประกาศอันเนื่องมาจากการชุมนุมทางการเมืองหรือ การกระทําความผิดลหุโทษตามประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ได้เกิดขึ้น ในการชุมนุมทางการเมือง แล้วก็มีรายละเอียดต่อไป เพราะฉะนั้นท่านประธานจะเห็นได้ว่า ผมมุ่งหวังที่จะให้กฎหมายฉบับนี้นิรโทษกรรมกับผู้กระทําความผิดในการชุมนุมทางการเมือง ที่เป็นพี่น้องประชาชนทั่วไป เจตนาของผมคล้าย ๆ กับเจตนาของร่างกฎหมายนิรโทษกรรม ของญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ปี ๒๕๕๓ ก็เพราะเห็นว่าผู้ที่มีส่วนร่วมในการที่ทําให้เกิด การเสียชีวิต ทําลายทรัพย์สินอาคารสถานที่ต่าง ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตามเขาไม่ควร ได้รับการนิรโทษกรรม แต่เขาควรที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อพิสูจน์ความจริง พิสูจน์ความผิดความถูกที่มันจะเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ต่อไปได้ และจะได้เป็นบรรทัดฐานว่า ต่อไปใครที่เข้ามาร่วมชุมนุมทางการเมือง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผล วัตถุประสงค์ ความมุ่งหวัง ทางการเมืองใด ๆ ก็ตาม เขาไม่ควรที่จะใช้วิธีการที่รุนแรงหรือเป็นวิธีการที่อยู่นอกเหนือ รัฐธรรมนูญ เขาควรจะชุมนุมโดยสงบ สันติและปราศจากอาวุธ เขาไม่ควรจะมีการชุมนุม ที่เตรียมการ ซึ่งได้มีการพิสูจน์กันพอสมควรแล้วว่าได้มีการเตรียมการที่จะไม่เป็นการชุมนุม ที่เป็นไปด้วยความสงบ หรือไม่ได้เป็นการชุมนุมที่ปราศจากอาวุธ แต่เราพบว่าเป็นการชุมนุม ที่นอกจากไม่สงบไม่สันติแล้ว ยังมีอาวุธที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการชุมนุม ผมจึงได้แยกบุคคล เหล่านั้นออกไปนะครับ และก็ให้โอกาสกับพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์จริง ๆ ที่เขาจะได้ มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ แต่ที่ผม ตัดคําว่าการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน เพราะผมไม่อยากเห็นคนที่ไม่ได้เข้าไป ร่วมชุมนุมทางการเมือง แต่แสดงออกทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกที่ไหนก็ตาม จะเป็นการแสดงออกที่บ้าน การแสดงออกผ่านโซเชียลมีเดีย (Social Media) การแสดงออก ในประเทศไทย หรือไปนั่งบัญชาการแสดงออกอยู่ในต่างประเทศ ผมกราบเรียนท่านประธาน ตรงไปตรงมาครับ ผมไม่ต้องการนิรโทษกรรมให้กับคนเหล่านั้น เพราะผมเชื่อว่าถ้าไม่มี คนเหล่านั้นเข้ามาเกี่ยวข้องกับการชุมนุมโดยบริสุทธิ์ของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน ที่เขามาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์เขาก็คงไม่บาดเจ็บล้มตาย เขาก็คงไม่ถูกชักจูงที่ไปกระทําการ โดยไม่สมควรที่จะกระทํา ไม่ว่าจะเป็นการไปทําให้ผู้อื่นเสียชีวิตหรือไปกระทําการในการเผา อาคารสถานที่ราชการ หรือเขาคงไม่เข้าไปบุกในสถานที่ที่ไม่ควรบุกเข้าไป เช่น โรงพยาบาล อย่างนี้เป็นต้น เพราะแม้แต่สงครามโรงพยาบาลเขายังละเว้นว่าคู่กรณีของสงครามนั้นก็จะ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสถานที่ซึ่งจะเป็นที่ของการรักษาพยาบาล เช่น โรงพยาบาล หรือสถานพยาบาลต่าง ๆ เป็นต้น เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ คนเหล่านั้น เขาอาจจะไม่กระทําการใด ๆ ที่เป็นการทําให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตหรือทรัพย์สินอาคาร บ้านเรือนของพี่น้องประชาชน
เดี๋ยวนะครับ มีผู้ประท้วง เดี๋ยวนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานได้ขอร้องกับผมว่ายังเหลือ ผู้อภิปรายอีก ๔ ท่าน แล้วจะใช้เวลาท่านละ ๗ นาที ท่านประธานครับ ท่านบอกว่าท่านไป เจรจากับท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรมาเรียบร้อยแล้ว แล้วท่านก็ขอร้องว่าขอให้พูดอีก ๔ ท่าน ในเวลาท่านละ ๗ นาที แต่ท่านผู้อภิปรายบอกว่า ท่านไม่สนใจในข้อตกลงใด ๆ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าคําพูดของท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร น่าจะมีความหมายอยู่เหมือนเดิม อยากจะให้ท่านประธานได้วินิจฉัยว่าผู้อภิปรายสมควร จะหยุดอภิปรายหรือยัง เพราะว่าไม่ตรงกับข้อตกลงที่ได้ตกลงไว้ เฉพาะมาตรานี้นะครับ ขอให้ประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านอภิสิทธิ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ใช้สิทธิพาดพิงนิดเดียวครับ ที่จริงแล้วอาจจะเกิดการสื่อสาร ผิดพลาดขั้นตอนไหนไม่ทราบครับ ผมกราบเรียนว่าท่านประธานวิสุทธิ์พบกับผม หลังจากที่มีการพักการประชุม แล้วก็สอบถามผมว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมก็ถาม ท่านประธานว่าท่านจะดําเนินการอย่างไร ท่านก็บอกว่าท่านจะลองไปคุยกับท่าน ส.ส. พิเชษฐ์นะครับ ประทานโทษเอ่ยนามท่านที่เสนอญัตติ แต่ว่าก็อยากจะทราบว่าในมาตรา ๑ จะมีผู้อภิปรายกี่ท่าน เพราะว่าตามเอกสารยังมีผู้ที่สงวนคําแปรญัตติจํานวนมาก ๑๐๐ กว่าท่านนะครับ ผมก็บอกว่า ขอผมสอบถามสักนิดหนึ่งว่าจะพูดคุยกันภายในอย่างไร สุดท้ายก็สรุปกันว่าเป็น ๔ ท่าน แต่ว่าเรื่อง ๗ นาที ผมไม่ทราบจริง ๆ ว่ามาจากไหน เพียงแต่ผมสอบถามกลับไปว่าท่านมีความตั้งใจว่าจะเลิกการประชุมวันนี้ในเวลาเท่าไร ท่านประธานวิสุทธิ์ก็บอกว่าตรงนี้ท่านตอบไม่ได้ เพราะว่าท่านประธานเจริญจะมาทําหน้าที่แทน ก็ขอให้มาพูดคุยกันต่อไป หลังจากนั้นก็ไม่มีการติดต่อกลับมาอีกครับ ผมก็เลยสันนิษฐานว่า เป็นเรื่องว่า ๔ ท่านแล้วก็จบมาตราที่ ๑ ส่วนหลังจากนั้นก็เป็นดุลยพินิจของท่านประธานว่า จะดําเนินการต่ออย่างไร อันนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายได้ทราบว่า ตอนที่มาคุยกับผมคุยกันไว้อย่างนี้ แต่ว่าการสื่อสารจะผิดพลาดอย่างไรผมไม่ทราบ แล้วก็ ๔ ท่าน ก็ ๔ ท่านจริง ๆ นะครับ เพราะหลังจากที่ผมพูดไปแล้วปรากฏว่ามีสมาชิกท่านอื่นที่บอกว่าจะประสงค์จะอภิปรายผม ก็บอกว่าคุยกับทางโน้น ๔ คนก็ ๔ คนครับไม่มีเพิ่มครับ
เชิญท่านองอาจครับ ขอกระชับหน่อยนะครับ เพราะท่านแปรเหมือนกับท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ขอบคุณท่านประธานครับที่ให้ผมได้มีโอกาสทําหน้าที่ต่อ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมตั้งใจมาทําหน้าที่เพราะกฎหมายนี้เป็นฉบับสําคัญและ ผมไม่ทําหน้าที่ที่จะก่อให้เกิดปัญหาต่อท่านประธานและต่อที่ประชุมนี้ เพราะท่านประธาน ก็คงทราบดีว่า ผมได้แปรญัตติไว้หลายมาตราถ้ามันไปเกี่ยวข้องกับมาตราอื่น ๆ ผมก็จะรอไป อภิปรายในมาตรานั้น ๆ แต่มันเฉพาะมาตรานี้ที่จะต้องทําความเข้าใจ ผมก็จะขอทําความ เข้าใจตามที่ผมได้เตรียมตัวที่จะทําความเข้าใจกับที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะฉะนั้นต้องขอบคุณท่านประธานนะครับว่า เมื่อได้ฟังท่านผู้นําฝ่ายค้านก็คงชัดเจน นะครับว่า และขอความกรุณาว่าอย่าไปกําหนดเลยครับ ๗ นาที กฎหมายสําคัญอย่างนี้ ๗ นาทีพูดอะไรไม่ได้ครับท่านประธาน
คืออย่างนี้ท่านองอาจครับ ก็เป็นดุลยพินิจของประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๖๒ เหมือนกันครับ ว่าการอภิปรายต้องอยู่ในประเด็นที่ตัวเองขอแปรญัตติไว้นะครับ อันนี้เป็นวาระที่สอง ส่วนท่านมาตราอื่นค่อยว่ากัน เอาเฉพาะชื่อร่างที่ท่านขอตัดออกไปท่านก็เอาเหตุผลมา อันนี้ผมก็ดูแล้วท่านใช้เวลาไปตั้ง ๑๕ นาที เชิญครับ เอาเฉพาะประเด็นที่ท่านตัดไว้นะครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมขออนุญาตต่อนะครับ ก็คือผมพยายามอธิบายชี้ให้เห็นว่าทําไมผมถึงตัดในชื่อร่าง พระราชบัญญัติฉบับเต็มที่บอกว่า ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ทําไมผมถึงตัดการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน เมื่อกี้ผมอภิปรายค้างไว้ก็คือว่า ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนที่มาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนที่อาจมา ชุมนุมด้วยความตั้งใจดีจริง ๆ ที่อยากจะเห็นบ้านเมืองเดินหน้าไปด้วยดีตามความเชื่อ ความศรัทธาความหวังของเขา ผมไม่ซ้ําข้อความทั้งหมดที่ผมอภิปรายทั้งหมด แต่ผม ไม่เห็นด้วยกับที่จะไปนิรโทษกรรมกับการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนถ้อยคํานี้ เพราะจะมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งอ้างคําว่า ประชาชน และอ้างคําว่า การแสดงออกทางการเมือง เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์ด้วย ผมได้บอกท่านประธานไปแล้วครับ เช่น ตอนนั้นผมไม่รู้ว่า กรรมาธิการจะแปรญัตติ จะมีใครเสนออะไร อย่างไร ร่างสุดท้ายของกรรมาธิการจะเป็น อย่างไร ตอนนั้นผมนึกถึงหลายประเด็นครับ ท่านประธาน ผมนึกถึงประเด็นเรื่องการหมิ่น บรมเดชานุภาพ ผมนึกถึงคนที่ทําความผิดมาตรา ๑๑๒ คนเหล่านั้นหลายคนไม่ได้ไปชุมนุม ทางการเมือง ไม่ได้เข้าไปอยู่บนเวทีการชุมนุม ไม่ได้เข้าไปร่วมชุมนุมแต่เขาอยู่ที่บ้านครับ แล้วเราก็ใช้โซเชียลมีเดีย ในการแสดงออกทางการเมือง หลายกรรมหลายวาระ จับไม่ได้ ไล่ไม่ทันก็ทําไปเรื่อย ๆ จับได้ไล่ทันก็เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนพาสเวิร์ด (Password) เปลี่ยนอะไร ไปเรื่อย ๆ คนเหล่านี้ละครับที่ผมมีความเห็นและมีความรู้สึก มีความเชื่อส่วนตัวว่าเขาไม่ควร ที่จะได้รับการนิรโทษกรรม ท่านประธานครับ กลุ่มคนที่ ๒ ที่ผมเห็นว่าไม่ควรอ้างคําว่า ประชาชน หรือ การแสดงออกทางการเมือง มาใช้ในการได้รับผลพวงของการนิรโทษกรรม ก็คือกลุ่มคนที่ทําความผิดกฎหมายอาญาหลายมาตราด้วยกันซึ่งผมจะไปพูดรายละเอียด ในมาตรา ๓ และมาตราอื่น ๆ ต่อไป ผมอธิบายไปแล้วเบื้องต้นเมื่อสักครู่นี้ว่าผมเห็นด้วย กับบางคนที่จะทําความผิดโดยประมาทเลินเล่อ โดยไม่ตั้งใจ แล้วก็โดยความรู้เท่าไม่ถึงกาล แต่สําหรับคนที่ตั้งใจ คนที่เป็นตัวการเป็นคนสั่งการเป็นคนวางแผนนั่งปรึกษาหารือแล้วก็ ไปสั่งให้คนทําอย่างนั้นอย่างนี้ ผมไม่อยากให้คนเหล่านี้มาใช้คําว่า ประชาชน มาใช้คําว่า การแสดงออกทางการเมือง แล้วก็ถูกตีความว่าเขาคือคนอีกจํานวนหนึ่งที่ควรจะได้รับ การนิรโทษกรรมซึ่งผมไม่เห็นด้วย นี่คือคนกลุ่มที่ ๒ นั่นคือเหตุผลว่าทําไมผมจึงต้องตัดคําว่า การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ออกไป เพื่อให้คนกลุ่มนี้ไม่ได้รับประโยชน์ จากกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานก็คงจะเห็นด้วยกับผมว่าการเสนอตัดข้อความนี้ ของผมนั้นเป็นไปด้วยเหตุและผล ไม่ใช่นึกอยากจะเอาคําไหนใส่อยากจะคําไหนออกก็ทํากันไป โดยไม่มีเหตุไม่มีผลอะไรประกอบ คนกลุ่มที่ ๓ ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ที่ผม ไม่อยากให้เขามาสมอ้างเป็นประชาชนแล้วก็มาสมอ้างว่าแสดงออกทางการเมืองของ ประชาชน แล้วก็ได้ประโยชน์จากกฎหมายนี้คือใครครับท่านประธาน ก็คือคนที่ทําทุจริต คิดไม่ชอบต่าง ๆ ในบ้านเมืองนี้ ท่านประธานก็คงทราบดีว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ในบ้านเรานั้นมันเป็นปัญหาที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งในประเทศและนอกประเทศ การจัดอันดับ ประเทศที่ทุจริตนั้นประเทศไทยเราอยู่ในอันดับที่เราไม่ควรพึงพอใจเลยครับท่านประธาน และบ้านเมืองนี้ก็กําลังเดินไปในทิศทางที่จะไปมีส่วนส่งเสริมให้ประชาชนเห็นคล้อยตามว่า การทุจริตเป็นเรื่องปกติ เห็นคล้อยตามว่าการทุจริตคอร์รัปชันนั้นสามารถยกเลิกความผิด ต่าง ๆ ได้ ตรงนั้นท่านประธานจะเห็นได้ว่าตอนผมแปรญัตติเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ นั้น ตอนนั้นผมไม่รู้เลยครับว่ากฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้จะแปรญัตติรูปร่างเป็นอย่างไร แต่ผมสันนิษฐานว่า กฎหมายฉบับนี้คงไม่ตรงไปตรงมาแน่นอน มีความไม่ชอบมาพากล แอบแฝงอยู่ และนั่นคือทําไมเหตุผลว่าวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ ผมจึงได้แปรญัตติ เหมือนกับเป็นดักเอาไว้เลย เมื่อกี้ที่ผมบอกตอนต้น ถ้าเป็นหมอดูก็ท้ายถูกหมดเลย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมแปรญัตติจึงไปป้องกันเหล่านั้น ผมจึงบอกว่าคนทุจริตที่ท่านประธานครับ ผมจะไว้พูดในมาตรา ๓ ว่าทุจริตเรื่องอะไรกันบ้าง เอกสารเป็นปึ้งอยู่ในมือพวกเรา ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานเห็นครับว่า หลายเรื่องที่ทุจริตเหล่านี้มาเกี่ยวข้องอะไรครับ กับการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน เช่น คดีทุจริตปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ํา ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ (Exim Bank) ให้กับรัฐบาลนี้ว่า
เดี๋ยวค่อยไปว่าในมาตรา ๓
มูลค่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างคดีเดียว ผมไม่มีรายละเอียดจะบอก
คืออย่างนี้ครับ ท่านก็ใช้เวลามานาน แล้วก็ผมก็เห็นว่าท่านอธิบายและก็แสดงเหตุผล พอสมควรแล้วนะครับ ขอความร่วมมือเถอะครับ กระชับนะครับ เหลืออีกหลายท่าน และท่านก็ใช้เวลาพอสมควร และผมก็เห็นว่าท่านอภิปรายพอสมควรแล้ว
ท่านประธานครับ ผมคง ใช้เวลาอีกไม่นาน แต่ถ้าไม่ให้ผมพูดเลย แล้วคนจะรู้ได้อย่างไรครับว่ามันทุจริตกันอย่างไร
ท่านขอแปรญัตติในมาตรา ๑ นี้นะครับ ท่านตัดคําว่า แสดงออกทางการเมือง ท่านอธิบาย เหตุผลของท่านไปหมดแล้ว ผมนั่งฟัง คราวนี้ผมก็อยากให้ท่านสรุปเถอะครับ และผมเห็นว่า การนําเสนอเหตุผลของท่านมันพอสมควรแล้ว
ท่านประธานครับ ผมชี้ ให้เห็นว่ามีคน ๓ กลุ่ม ผมพูดไปแล้ว ๒ กลุ่ม คือกลุ่มที่ทําความผิดตามมาตรา ๑๑๒ ตอนผมแปรญัตติ ๑๔ สิงหาคม ผมไม่รู้ว่ากรรมาธิการ
มีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วง
ท่านประธานครับ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลําพูน ขอประท้วงท่านประธานข้อ ๘ และประท้วง ผู้อภิปรายข้อ ๖๑ ครับ เพราะว่าท่านอภิปรายนอกประเด็น ท่านแปรญัตติแค่ว่า มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทําความผิดในการชุมนุม ทางการเมือง พ.ศ. .... เท่านั้นนะครับ แต่ตอนนี้ท่านอธิบายเลยเถิดไปอย่างอื่นแล้วครับ ขอท่านประธานได้โปรดพิจารณาให้ผู้อภิปรายหยุดอภิปรายได้แล้วครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่า คนที่ฟังเรื่อง
เขาประท้วงผมและก็ประท้วงท่าน ฉะนั้นผมขอให้ท่านสรุปแล้วกัน ท่านองอาจครับ เชิญครับ ท่านจะไม่พูดใช่ไหม ผมจะให้คนอื่นต่อ
มีคนเขาประท้วงผมอยู่ ข้างหลังครับท่านประธาน
เชิญท่านฉัตรพันธ์ครับ
ท่านประธานครับ ผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงท่านผู้ใช้สิทธิประท้วงเมื่อสักครู่นะครับ ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ท่านได้ใช้ สิทธิอภิปรายในสิ่งที่ท่านได้สงวนคําแปรญัตติไว้ แล้วการที่ท่านจะโน้มน้าวให้สมาชิก ในสภาแห่งนี้ได้มีความคิดเห็นคล้อยตามกับท่าน ท่านก็ต้องยกเหตุผลที่มาที่ไปประกอบ ดังนั้นท่านจะให้ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ อภิปรายเฉพาะถ้อยคําที่ท่านสงวนคําแปรไว้ว่า การแสดงออกทางการเมืองอย่างเดียว และผมจะไปเข้าใจที่มาที่ไปเหตุผลได้อย่างไรครับ แล้วเราก็ตกลงกันไว้ว่า ๔ ท่าน
คืออย่างนี้ครับ ตกลงนะครับ แต่หมายความว่าท่านประท้วง ท่านประท้วงอะไรครับ
ผมประท้วงท่านผู้ประท้วง เมื่อสักครู่
นั่นสิว่าท่านฝ่าฝืนอะไรครับ ข้อบังคับเรื่องอะไร
ท่านขัดขวางการทําหน้าที่ของ สมาชิก
เอาละครับ ท่านนั่งลงครับ ผมจะวินิจฉัยครับ ท่านใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ท่านบอกว่า เรื่องที่ท่านได้อภิปรายนี้ท่านได้ชี้แจงเหตุผลแล้ว และผมก็อาศัยอํานาจตามข้อบังคับ ข้อ ๖๒ และได้ทักท้วงท่าน ผมจึงให้ท่านสรุปครับ เพราะว่าเดี๋ยวมีผู้ประท้วงผมอีกนะครับ เชิญครับ ขอให้สรุปนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ถ้าไม่ประท้วงผมก็อาจจะจบไปแล้ว ผมพยายามชี้ให้ท่านประธานและเพื่อน สมาชิกได้เห็นว่าที่ผมแปรญัตติตัดคําว่า การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ออก และนิรโทษเฉพาะผู้กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองเพราะอะไร ผมก็ได้ แสดงให้เห็นไปแล้วว่าผมไม่ต้องการให้คนอยู่ ๓ กลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แล้วก็มาบอกว่าผมบอกว่าแปรญัตติเฉพาะให้ผู้กระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุม ทางการเมืองทําไมไปพูดเรื่องอื่น ผมก็อธิบายว่าผมตัดข้อความในร่างเดิมของผู้เสนอ กฎหมายเพราะอะไร เพราะวันที่ ๑๔ สิงหาคมนั้นผมยังไม่รู้ว่ากรรมาธิการเขาจะไปแก้ไข อะไรกันเป็นอย่างไร ผมก็ต้องแปรญัตติอย่างนั้น แต่วันนี้นะครับกรรมาธิการเขาก็แก้ไข เปลี่ยนแปลงไปพอสมควร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมไม่อภิปรายก็ยังไม่ได้ไปนอกเรื่องอื่น ผมชี้แจง คนกลุ่มแรกไปแล้ว ผมชี้แจงคนกลุ่มที่ ๒ ไปแล้ว ผมกําลังชี้แจงคนกลุ่มที่ ๓
คืออย่างนี้ครับ ท่านองอาจครับ ผมขอใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๖๒ นะครับ ผมนั่งฟังผม เข้าใจนะครับ และท่านก็เดี๋ยวมันก็เข้าไปตามข้อ ๖๑ เดี๋ยวก็ซ้ําประเด็นเดิมของท่าน ผมจึง ขอความร่วมมือนะครับ สรุปเถอะครับ รู้กันอยู่นะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ คนกลุ่มที่ ๓ ที่ผมกล่าวถึงก็คือกลุ่มคนที่ทําทุจริต ซึ่งผมไม่เห็นว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกับการเป็น การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนที่เขาจะได้รับ คนกลุ่มนี้ไม่ได้ไม่ได้มากระทํา ความผิดต่อการชุมนุมทางการเมืองอะไรเลยครับท่านประธาน คนกลุ่มนี้ทุจริตตั้งแต่ สมัยรัฐบาลชุดหนึ่งในอดีต และท่านประธานจะเห็นว่าผมพยายามหลีกเลี่ยงที่จะไม่ให้มี ปัญหา แต่ถ้าผมไม่บอกว่าเขาทุจริตอะไรอย่างไรบ้าง ผมก็ยกตัวอย่างเพียงเรื่องเดียวเมื่อกี้ ที่ผมยกขึ้นมา ก็อยากอ่านให้จบเท่านั้นเองครับข้อความ คือคดีทุจริตปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยต่ํา ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย หรือเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ให้กับรัฐบาลพม่ามูลค่า ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีจําเลยคืออดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ซึ่งศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้ หรือคดีทุจริตออกพระราชกําหนดแปลงค่าภาษีสัมปทาน กิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิตเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ธุรกิจที่มีจําเลยคือท่านทักษิณ ชินวัตร ซึ่งศาลฎีกาได้ออกหมายจับไว้ ผมถามท่านประธานว่าคดีอย่างนี้ครับมันเกี่ยวอะไร กับการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนครับ
สรุปได้ไหมครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญผู้ประท้วงครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงผู้อภิปรายตามข้อ ๖๑ อภิปรายนอกประเด็นตามข้อที่ตัวเอง ได้สงวนคําแปรญัตติไว้ และที่สําคัญที่สุดเวลาได้เกินคนอื่นจนมหาศาลแล้ว ไม่เคารพคนอื่น ก็ให้เกียรติกับตัวเองบ้างครับท่าน วินิจฉัยด้วยครับ
คือเวลาประท้วงนะครับ ถ้าไม่อยากให้มีเรื่องกัน ท่านก็บอกว่าฝ่าฝืนอะไรท่านก็ว่ามานะครับ ท่านต้องเห็นใจคนนั่งอยู่ข้างบนเขาด้วยนะครับ มันไม่สามารถบริหารความรู้สึกของคน อยู่ข้างล่างได้นะครับ
ผมประท้วงตามข้อ ๖๑
นั่งลงครับ ท่านองอาจครับ ผมจะให้ท่านอีก ๒ นาทีนะครับตามข้อบังคับ ข้อ ๖๒ นะครับ ผมขอใช้อํานาจ เชิญครับ
(นายอรรถพร พลบุตร ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงใช่ไหมครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานข้อ ๘ ในเรื่องการใช้อํานาจควบคุมการประชุม เราในสภาแห่งนี้ ก็รับฟังการอภิปรายของท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ มาพร้อมกันครับ และผมยังไม่เห็น ประเด็นเลยว่าท่านองอาจได้อภิปรายเกินเลยจากประเด็นที่แปรญัตติไปอย่างไร ท่านได้ ยกตัวอย่างว่าการตัดคําว่า การแสดงออกทางการเมือง มีคนอาจจะ ๓ กลุ่ม ๑ ตัว หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ได้ประโยชน์ ก็เป็นสิทธิของท่านที่จะอธิบายครับ ไม่ได้มีนอกประเด็น ตรงไหน และมีสาระในการอภิปรายที่ผมเชื่อว่าคนฟังทั้งประเทศก็เห็น
เอาละครับ คือผมใช้ข้อบังคับข้อ ๖๒ นะครับ ผมเห็นว่าผู้อภิปรายอภิปรายพอสมควรแล้ว ผมจึงให้โอกาสท่าน เตือนท่าน ๓ ครั้งแล้วนะครับ แล้วก็ท่านอธิบายแล้ว ก็เพียงแต่ ตัดถ้อยคํา แล้วก็ท่านประกอบเหตุผลแล้วนะครับ ฉะนั้นให้อีก ๒ นาทีนะครับ ผมก็จะให้ ท่านอื่นต่อไป เชิญ
ท่านประธานครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ นั่นคือตัวอย่าง ๒ คดี ที่ผมยกมาให้ท่านประธานและ ที่ประชุมนี้เห็น แต่ยังมีอีกเป็น ๑๐ กว่าคดี ที่เป็นเรื่องทุจริตซึ่งผมเห็นว่าไม่เกี่ยวข้องกับ การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนอะไรเลยทั้งสิ้น แต่คนเหล่านี้กําลังจะได้รับ ประโยชน์จากกฎหมายฉบับนี้ท่านลองปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไป ผมถามท่านประธานว่า สิ่งที่ผมแปรญัตติไปเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๕๖ ตอนนั้นร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ เข้าสู่สภาไม่มีเรื่องเกี่ยวกับไปล้างผิดให้คนทุจริตอะไรเลยทําไมวันนั้น ผมจึงแปรญัตติดักคอ สิ่งเหล่านี้ไว้ เพราะผมไม่เชื่ออย่างไรครับ ท่านประธาน ว่ากฎหมายฉบับนี้จะตรงไปตรงมา วันนี้มันก็พิสูจน์แล้วว่ามันไม่ได้ตรงไปตรงมา มันมีความไม่ชอบมาพากล มันมีความพยายาม ที่จะทําให้ความไม่ถูกต้องกลายเป็นความถูกต้องในบ้านเมืองนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งที่ผมแปรญัตติเอาไว้ในการตัดข้อความในมาตรา ๑ จึงไม่ใช่เป็นการแปรญัตติตัดข้อความ เพียงเฉพาะที่จะมาสงวนความเห็นในที่ประชุมนี้เท่านั้น แต่ผมคิดว่าผมก็กําลังทําหน้าที่ที่จะ บอกกับท่านประธานและที่ประชุมนี้ รวมทั้งพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศว่าเราไม่ควร ปล่อยให้คนจํานวนหนึ่งซึ่งเขาไม่ควรจะได้รับอานิสงส์จากการนิรโทษกรรมจากกฎหมายฉบับนี้ ให้เขาได้รับสิ่งเหล่านั้น เพราะข้ออ้างของคําว่าการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ซึ่งมันกว้างมาก แล้วคนเหล่านั้นก็จะถูกตีความว่าได้รับอานิสงส์ไปด้วย เพราะฉะนั้นหลังจากนี้ เมื่อเราอภิปรายไปถึงมาตรา ๒ มาตรา ๓ และมาตราอื่น ๆ ผมจะกราบเรียนรายละเอียด เพิ่มเติมซึ่งขออนุญาตท่านประธานว่า เมื่อถึงเวลานั้นแล้วท่านประธานไม่ควรกําหนด ระยะเวลาในการอภิปรายอย่างเด็ดขาดครับ เพราะฉะนั้นนั่นคือเหตุผลว่าทําไมผมจึงตัด ข้อความในมาตรา ๑ ที่คําว่า การแสดงออกทางการเมืองของประชาชนให้มีเพียง ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง ส่วนรายละเอียดว่าทําไมถึงตัดออกเพิ่มเติมในรายละเอียดว่าคนกลุ่มแรก คนกลุ่มที่ ๒
เอาละครับ พอแล้วครับ
คนกลุ่มแรกหมิ่นพระบรม คนกลุ่มที่ ๒ คดีอาญา และคนกลุ่มที่ ๓
พอแล้วครับ ผมให้เกินแล้ว เชิญท่านที่ ๓ ครับ ท่านเจือครับ
เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาต
ไม่ละครับ พอแล้วครับ ท่านเจือครับเชิญ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ มาตรา ๑ ผมได้แปรญัตติไว้อย่างนี้นะครับ ผมให้ตัดเนื่องจากการชุมนุม ทางการเมืองการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนออกนะครับ แล้วก็เพิ่มข้อความ ดังนี้ว่า อันเกิดมาจากการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายโดยตรง พ.ศ. .... ก็คือว่ามาตรา ๑ ที่ผม ได้แปรญัตติไว้ก็คือว่าพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดอันเกิดมาจาก การชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายโดยตรง พ.ศ. .... โดยผมจะมีเหตุผลที่สนับสนุนคําแปรญัตติ ของผม ดังต่อไปนี้
ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผมได้ระบุอย่างนี้ เพราะคิดว่าถ้าเราจะขยายความ ไปมากกว่านี้จะไม่มีทางสิ้นสุดนะครับ ก็เลยต้องจํากัดให้นิรโทษกรรมเฉพาะผู้ที่กระทํา ความผิดอันเกิดจากการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายโดยตรง เช่นอะไรบ้างครับ ท่านประธานครับ เช่น พระราชบัญญัติจราจร หรือร่างพระราชบัญญัติ หรือกฎหมายที่ฝ่าฝืนพระราชกําหนด การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้น ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ ถ้าเราออกไปไกลมากกว่านี้แล้วมันจะเกินหลักการ แล้วมันจะเกินวัตถุประสงค์ แล้วมันจะ ไม่ได้ผลตามที่ทางผู้เสนอต้องการ แล้วจะไม่ได้เกิดการปรองดองตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ต้องการ ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ประกาศตั้งแต่วันแรกครับ ตอนที่เป็น นายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าท่านจะมาปรองดอง ตอนแรกท่านก็ตั้งท่านอาจารย์คณิต ณ นคร เป็นประธานในการพิจารณา หรือคณะทํางาน คอป. ต่อจากท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้ตั้งไว้ แล้วท่านก็บอกว่าอยากจะให้ทําเรื่องปรองดอง แต่ว่าพอท่านอาจารย์คณิต เสนอความเห็นมาเรื่องนิรโทษกรรมท่านเสนอมา ๕ ข้อนะครับ ให้เป็นข้อสังเขปเท่านั้น ผมอยากจะเรียนกับท่านประธานว่าที่ท่านอาจารย์คณิตเสนอมา ๕ ข้อ รัฐบาลไม่ได้ ทําเลยครับ ท่านก็บอกว่าท่านให้ความเห็นย้ําไปเลยว่าต่อการนิรโทษกรรมนี่ท่านบอกว่า แม้การนิรโทษกรรมจะเป็นกลไกลหนึ่งที่จะนําไปสู่การปรองดอง แต่การนํามาใช้จะต้อง คํานึงถึงความเหมาะสม ทั้งในแง่ของเวลา สถานการณ์ และกระบวนการ โดยเฉพาะ การเร่งรัดให้เกิดนิรโทษกรรม นอกจากจะไม่ส่งผลให้เกิดการปรองดองแล้ว ยังอาจเป็น การสร้างประเด็นความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ได้ นั่นคือข้อเสนอของอาจารย์คณิต ณ นคร ซึ่งเป็นคณะที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เป็นคนตั้งไว้ และก็เสนอมาอีกตั้งหลายประเด็น การนิรโทษกรรมไม่ใช่เป้าหมาย แต่ว่าขณะนี้เป็นที่น่าผิดหวังครับ สภาของเราเสียงข้างมาก เป็นของรัฐบาล เรามารวบรัดตัดตอนเอามาเป็นการเสนอกฎหมายนิรโทษกรรม แล้วกําลังจะ กลายพันธุ์ กําลังจะขยายผลไปกว้างขวางมากครับ ผมก็เลยขอแปรญัตติว่าไม่ได้ มันต้อง เกิดจากการชุมนุมที่ฝ่าฝืนกฎหมายโดยตรงเท่านั้น ไม่ใช่ว่าตอนแรกดูดีครับ ดูเป็นลําไม้ไผ่ แต่พอเหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชาชัด ๆ นะครับ ตอนนี้กลายพันธุ์กันไปใหญ่โตแล้วครับ รัฐบาลไปให้สถาบันพระปกเกล้าเสนอก็ไม่เอาตามนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ เป็นอย่างยิ่งที่กฎหมายฉบับนี้กําลังจะไปไกล จนกระทั่งคดีทุจริตที่พวกเรากังวลกันอยู่ กฎหมายฉบับนี้ก็ไปควบคุมถึงครับ ท่านประธานคงจะเห็นนะครับว่าเครือข่ายภาคประชาชน เครือข่ายต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชันเขาเองตกใจมากครับ เขาบอกว่าประเทศไทยจะเป็น ประเทศที่เสียหายในสายตาของคนทั้งโลก เพราะถ้ากระทําการทุจริตได้แล้วก็ยกโทษ ความผิดให้ ไม่มีหรอกครับ ประธานเครือข่ายการต่อต้านการทุจริตไปทําหนังสือไปยื่นถึง ยูเอ็น (UN) ครับ เพราะว่าขณะนี้รัฐบาลไปไกลมาก ฉะนั้นผมเองผมแปรญัตติไว้ ผมเห็นด้วย นะครับ ต้องให้ความเป็นธรรม ต้องใช้กฎหมายตรงไปตรงมาอย่าเลือกปฏิบัติ ผมไปนั่ง รวบรวมเล่น ๆ ท่านประธานครับว่าขณะนี้คดีที่ได้รับประโยชน์ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ ออกไปแล้วนี่ถ้ามองสัก ๓ กลุ่ม ที่ คตส. ได้ดําเนินการไปแล้ว ทั้งหมด ๑๓ คดี จะได้รับ อานิสงค์ไปหมดเลยนะครับ ส่วนใหญ่เป็นคดีทุจริตคอร์รัปชันล้วน ๆ ครับ กลุ่มแรกคือ คดีที่ศาลตัดสินแล้ว ๖ คดี ยกตัวอย่างคือคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินรัชฎาภิเษก มีจําเลยคือ พันตํารวจโท ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร นั่นคือคดีที่จะได้รับผลประโยชน์ แล้วก็ มีคดีอีกเป็นจํานวนมากครับที่ผมเองจะต้องขอสงวนความเห็นของผม
ท่านเจือครับ เอาไปพูดมาตรา ๓ ได้ไหมครับประเด็นนี้
ผมให้ความร่วมมือกับท่านประธานครับ
ขอบคุณมากครับ
ท่านประธานครับ เรื่องเวลาที่จํากัดก็ต้อง เรียนกับท่านประธานว่าการพิจารณากฎหมายฉบับนี้ในวันนี้ที่ท่านทําหนังสือแจ้งสมาชิก เป็นกรณีพิเศษนั้น จริง ๆ กรณีพิเศษนิดเดียวครับ ที่ท่านทําอยู่ขณะนี้คือรวบรัดตัดตอน เพื่อให้เสียงข้างมากได้รับผลประโยชน์เท่านั้นละครับ ไม่ได้เป็นกรณีพิเศษกับพี่น้อง ประชาชนอะไรเลย พี่น้องบ้านผมรออยู่ที่จะให้แก้ปัญหาของเขา เขาไม่ได้รับประโยชน์ครับ กฎหมายฉบับนี้ ท่านนัดการประชุมเป็นกรณีพิเศษ ขณะนี้เที่ยงคืนแล้วครับเพื่อจะรวบรัด ตัดความให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านไปเพื่อให้กับประโยชน์กับบางคนเท่านั้นละครับ ผมเลยต้อง ขออนุญาตใช้สิทธิในโอกาสที่ผมมี แล้วก็อย่าให้ใครเสนอปิดอภิปรายเสียก่อนอีกนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ขอบคุณมากครับ หมดแล้วนะครับ เชิญกรรมาธิการตอบครับ กรรมาธิการตอบไหมครับ เชิญท่านกรรมาธิการวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ สําหรับในประเด็นของมาตรา ๑ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่า ตามข้อแปรญัตติโดยส่วนใหญ่แล้วเป็นการเสนอที่จะขอปรับตัดถ้อยคําในตัวชื่อร่าง พระราชบัญญัติ ซึ่งความจริงชื่อร่างพระราชบัญญัตินี้ก็เป็นไปตามหลักการที่สภาได้รับ แล้วก็ส่งให้กรรมาธิการ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเห็นว่าในส่วนของตัวร่างจะคงอยู่ในกรอบ ที่คงตัวภาษาที่เต็มไว้ไม่มีการตัดทอนเพื่อไม่ให้เนื้อความถูกตัดทอนลดลงจากหลักการ
สําหรับข้อซักถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบางท่านเกี่ยวกับกฎหมาย ต่างประเทศ ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ ในกฎหมายบางส่วนเป็นกฎหมายที่ประเทศไทย ยังไม่ได้เข้าเป็นภาคี แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นอนุสัญญาเกี่ยวกับเรื่องกรุงโรม เรื่องไอซีซี (ICC) เรื่องคอร์รัปชัน หรือเรื่องของสิทธิทางการเมืองได้มีการตรวจสอบแล้ว เราพบว่าไม่มีการขัด ในทางกลับกันเรายังพบว่ามีกฎหมายระหว่างประเทศหลายฉบับ ซึ่งจะมีผลตอบสนองกับเรื่องการนิรโทษกรรมซึ่งจะขออนุญาตนําเสนอในการพิจารณา มาตรา ๓ ครับ ขอบพระคุณครับ
ต่อไปผมขอมตินะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านเกียรติมีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ เกียรติ สิทธีอมร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ที่ท่านบอกว่าท่านตรวจสอบแล้ว ไม่มีการขัด พูดง่ายครับ ลงรายละเอียดเลยดีไหมครับ เพราะว่าแต่ละมาตราที่ผมหยิบยก ขึ้นมานี้ผมสามารถลงได้ในแต่ละมาตราเลยนะครับว่าเจตนารมณ์เขาเขียนไว้ว่าอย่างไร แล้วท่านบอกว่าที่เราไม่ได้เป็นภาคี ไม่จริงครับ เป็นภาคีอย่างต่ํา ๒ ฉบับเรื่องคอร์รัปชัน และเรื่องกติกา
เอาอย่างนี้ได้ไหม ท่านเกียรติครับ ให้เข้าไปเนื้อหามาตรา ๓ ก่อน เพราะว่าอันนี้เป็นชื่อร่าง พอเข้าไปเนื้อหามาตรา ๓ จะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เราวิพากษ์ได้เต็มที่นะครับ
ได้ครับ แต่ผมสรุปว่าท่านยืนยัน นะครับว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมตินะครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข แต่มีกรรมาธิการสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ ฉะนั้น ก่อนจะลงมติว่าเห็นด้วยกับร่างเดิมหรือเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ สงวนคําแปรญัตติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ เมื่อท่านเข้ามาแล้วช่วยแสดงตน เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ในตึกต่าง ๆ เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติในมาตรา ๑ นะครับ เมื่อท่าน เข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนก่อนนะครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
แสดงตนทุกท่านแล้วนะครับ ช่วยกรุณาส่งผลครับ ๓๑๕ ท่านนะครับ
ผมจะถามมตินะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับร่างคณะกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไข ให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย หมายเลข ๓ ท่านใดงดออกเสียงให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยทุกท่านนะครับ ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับ ร่างกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไข ๓๑๗ คะแนน เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ ๗๔ คะแนน งดออกเสียง ๑ คะแนน ถือว่าที่ประชุมเห็น ด้วยกับร่างกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไขนะครับ
ต่อไปเชิญมาตรา ๒
มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญท่านธนาครับ จะให้ท่านธนาก่อนครับ เพราะท่านธนาตัดออกทั้งมาตรานี้นะครับ ท่านจะพูดไหมครับ เพราะว่าในมาตรา ๑ เขาก็ผ่านไปแล้ว
ท่านประธานครับ เรียงจากท่านจิรายุครับ
ท่านให้ทางนี้ก่อนนะครับ
ปกติแล้วจะเป็นอย่างนั้นนะครับ ท่านประธาน
เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๒ โดยตัดคําว่า ตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผมตัดออกครับ โดยเฉพาะคําว่า ตั้งแต่วันถัดจาก โดยให้ใช้คําว่า ทันทีในวันประกาศราชกิจจานุเบกษา เหตุผลที่ผมแปรญัตติเช่นนี้ ท่านประธานครับ เนื่องจากหลายวันมานี้ผมได้รับโทรศัพท์จากญาติของผู้ต้องขัง และญาติ ของผู้ที่ออกมาจากการคุมขังแล้วหลังจากที่ที่ได้รับโทษทัณฑ์ไปเป็นที่เรียบร้อย เขาบอกมา ท่านประธานครับบอกว่าไปร่วมชุมนุมเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ได้ดูโทรทัศน์ ไม่ได้ทราบประกาศของ ศอฉ. หรือคณะกรรมการที่ออกเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ หรือพระราชกําหนดในขณะนั้น หลายท่านถูกจับกุมในขณะขับรถท่านประธานครับ ในการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญนิรโทษกรรมในฉบับนี้นะครับ ก็มีการเรียกข้อมูลมาครับว่า ผู้ที่ติดคุกอยู่นี่มีจํานวนเท่าไร เป็นผู้ใหญ่เท่าไร เป็นเด็กเท่าไร ท่านประธานครับ น่าตกใจครับ เหตุผลที่ผมแปรว่าต้องบังคับใช้ทันทีนะครับ อยากจะให้ เพื่อนสมาชิกลองนั่งอยู่ในบ้านสัก ๓ วัน ไม่ออกไปไหน วันเดียวก็จะแย่แล้วท่านประธานครับ แต่นี่ถ้าเกิดพี่น้องประชาชนผู้มีความคิดเห็นต่างต้องไปติดคุกเป็นปี ๆ ขีดบนผนังเป็นขีด เป็นขีด ๕ ขีด ขีด ๆ ๑๐ นับวันนับเดือนครับว่า เมื่อไรประเทศไทยจะให้อภัยกันเสียที ท่านประธานที่เคารพครับ ในรายละเอียดของสํานักงานศาลยุติธรรม ซึ่งได้ส่งข้อมูลให้กับ คณะกรรมาธิการคณะที่นั่งอยู่บนนี้นะครับ ที่ปรากฏอยู่นี่ประมาณเกือบ ๗๐๐ คดี ท่านประธานครับ มีเยาวชนคนหนึ่งอายุ ๑๔ ปี โดนคดีวางเพลิงเผาทรัพย์ ญาติมาบอกครับ บอกว่าวันนั้นแค่เดินเฉี่ยว ๆ ไป แล้วก็ถูกอุ้มไปหมด เนื่องจากทหารเข้าเคลียร์ (Clear) พื้นที่ กระชับวงล้อมด้วยกระสุนจริง จึงต้องวิ่งไปหลบ แล้วก็ถูกกวาดรวมไปพร้อมกับประชาชน ที่ไปร่วมชุมนุม นี่เป็นหนึ่งตัวอย่างในคดีท่านประธานครับ หลักการที่ผมแปรนะครับ หลายท่านบอกว่าแปรทันทีก็ดีครับ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาช่วงเช้า ท่านประธานครับ ๑๐ โมงประกาศ ๑๑ โมง อย่างช้าคนเหล่านี้ต้องได้รับการปล่อยตัว ท่านประธานครับ ถ้ารอไปอีกวันหนึ่งจะเกิดอะไรขึ้น
ประเด็นต่อมาท่านประธานครับ มีคดีที่ผมหยิบออกมาจําแนกได้ ๖๐๐ กว่าคดี ท่านประธานครับ เป็นคดีที่พี่น้องประชาชน ท่านฟังไว้ให้ดี หลายคนไม่ทราบมาก่อนครับ ความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน และความผิดพระราชบัญญัติทางหลวง จําคุก ๒ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ ๓๐ กว่าคนครับ โดนคดีในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ที่ออกประกาศ พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. ข้อหาออกนอกเคหะสถานในเวลาที่กําหนด ก็หมายความว่ารัฐบาลที่แล้วประกาศเคอร์ฟิว (Curfew) ชาวบ้าน ตลาด ร้าน ช่อง ไม่ได้ดูโทรทัศน์ ไม่ได้ฟังวิทยุ ตื่นขึ้นมาหิวข้าว ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป โดนตํารวจจับ ท่านประธานครับ มีประมาณ ๓๐ กว่าคนครับที่ถูกคดีออกนอกเคหะสถานในเวลาที่กําหนด เป็นการฝ่าฝืนกฎหมายและขับรถขณะเมาสุรา งง ๆ เหมือนกันท่านประธานครับ แต่ไม่ว่ากัน ตํารวจบันทึกการจับกุม ทหารบันทึกการจับกุม ส่งสํานวนฟ้องอัยการขึ้นไปสู่ศาล ลงโทษ จําคุก ๙ เดือน ปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท นี่เหตุเพราะไม่ได้ดูโทรทัศน์ ไม่รู้การประกาศของ ศอฉ. ไม่รู้การประกาศของ พ.ร.ก. และ พ.ร.บ. แต่ก็ไม่อาจที่จะไปโต้แย้งได้ ท่านประธานครับ เนื่องจากกฎหมายของประเทศนี้บอกว่าทุกคนต้องรู้กฎหมาย จะอ้างความไม่รู้กฎหมาย ในการโต้แย้งในศาลมิได้ แต่ท่านประธานที่เคารพ นอกจากนี้ยังมีความผิดต่อพระราชกําหนด ในสถานการณ์ฉุกเฉินอีกจํานวนมากเป็นร้อยคนท่านประธานครับ ศาลได้ลงโทษจําคุก ๑ ปี ๖ เดือน ปรับ ๑๕,๐๐๐ บาท ถามว่าสํานึกไหมครับ ก็ต้องสํานึกครับเมื่อศาลตัดสิน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ทราบความดีใช่ไหมครับว่า เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองนี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากกมลสันดานที่จะออกไปชุมนุมครับ เกิดจากสิ่งเร้า เกิดจากการแก้ไขปัญหา ไม่ได้ในสังคมไทยจึงออกไปชุมนุม แต่เมื่อเขาได้รับโทษทัณฑ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ได้ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมฉบับนี้ ท่านนึกภาพดูครับ ถ้าเป็นลูกหลานของใครบางคนในห้องประชุมสภาแห่งนี้ อายุ ๑๙-๒๐ ปี อยากจะรับราชการ ไปสมัครรับราชการท่านก็ทราบดีครับ มีใบแดงแจ้งโทษ ไม่สามารถที่จะรับราชการ เป็นเจ้าหน้าที่ประจําของรัฐได้ หนําซ้ําร้ายไปกว่านั้นท่านประธานครับ บริษัทในประเทศไทย จํานวนมากกว่าร้อยละ ๙๐ ถ้าท่านไปกรอกใบสมัครท่านจะเห็นครับว่าเคยต้องโทษ มาหรือไม่ ถ้าติ๊กในช่องไม่เคยต้องโทษมา แล้วไปตรวจพบทีหลัง ทํางานในหน้าที่การงาน อาชีพก้าวหน้า เป็นคนที่ช่วยสังคม ช่วยบริหารประเทศได้ แต่สุดท้ายมีใบแดงแจ้งโทษ ถูกไล่ออกจากการทํางานในบริษัทเอกชน นี่เป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาอย่างร้าวฉานครับ ฝ่ายค้านหลายท่านอภิปรายเดี๋ยวเรื่องการเงินต้องคืนอย่างโน่นอย่างนี้ ทั้ง ๆ ที่กรรมาธิการ ที่เป็นกฤษฎีกาก็ดี กรมบังคับคดีก็อธิบายหลายครั้ง ทําไมเราไม่ยกเรื่องของคน ๆ เดียว ออกไปก่อนละครับ เราพูดถึงพี่น้องประชาชนทั่วไปได้ไหม เพราะฉะนั้นเวลาแบบนี้จึงต้อง บอกว่าประกาศทันที ท่านประธานที่เคารพครับ ผมดูในเอกสารฉบับนี้รายชื่อบางคนคุ้น ๆ เนื่องจากเหตุการณ์ชุมนุมการเมืองในพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมของเราที่กําลังจะให้อภัย แล้วก็พัฒนาชาติไทยให้ก้าวไปแข่งกับเออีซี (AEC) มัวแต่ทะเลาะกันอยู่นี่ เดี๋ยวก็มีเหลือง เดี๋ยวก็มีแดง ประเทศไทยมันถึงแข่งขันใครเขาไม่ได้ครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า นี่นับเพียงแค่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ถึงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ที่เขารวบรวมมาได้ เกือบ ๗๐๐ กว่าคดีนี่นะครับ ยังไม่นับถอยหลังลงไปจากนั้นที่พระราชบัญญัติฉบับนี้ เราระบุไว้ว่าเริ่มในปี ๒๕๔๗ แล้วก็จบ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ ท่านประธานครับ ก็หมายความ รวมว่ามีคนที่ต้องการรอคอยว่าสภาผู้แทนราษฎรอันมาจากพี่น้องประชาชนแห่งนี้ จะทําอย่างไรกับพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมบอกท่านประธานอย่างนี้ครับว่า หลายรายชื่อผมไม่กล้าเอ่ยครับ เป็นดาราศิลปินชื่อดัง คุณแม่ผมบอกว่าถ้าเกิดครอบครัวไหน เห็นต่างให้ดูศิลปินท่านหนึ่ง แต่ถ้าเกิดท่านใดเห็นต่างก็ชอบอีกศิลปินท่านหนึ่ง ก็ฟังเพลง อีกศิลปินท่านหนึ่ง ไม่ต้องเอ่ยชื่อหรอกครับ แต่ที่แน่ ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ดารา ศิลปินมากมายหลากหลายวันนี้ก็ไปอยู่เหลืองบ้าง แดงบ้าง ไม่ว่ากันครับเป็นสีสันของระบอบ ประชาธิปไตย แต่ที่แน่ ๆ พระราชกําหนดฉบับนี้ทําไมเราวนกันแต่เรื่องไม่พอใจพรรคนั้น ไม่พอใจคนนี้ ฉันเกลียดคนนั้น ฉันโกรธคนนี้ ทําไมเราไม่มองถึงคนหลายคนในเล่มนี้ละครับ ท่านประธานครับ ตัวอย่างน่าตกใจมากเลยครับ ท่านประธานครับ ฝ่าฝืนคําสั่งเจ้าพนักงาน ตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ฝ่าฝืนพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเคอร์ฟิว ภาษาอังกฤษเคอร์ฟิว คือท่านออกกําหนดบอกห้ามออกบ้านเที่ยงคืน ออกเที่ยงคืนครึ่งตํารวจจับ ทั้ง ๆ ที่อาจจะ ปวดท้องไปหาก๋วยเตี๋ยวกิน ไปหาบะหมี่กิน หลายท่านโดนกรณีบุกรุกทําให้เสียทรัพย์ ทั้ง ๆ ที่วันนั้นไม่รู้ทหารยิงปั๊บ ๆ วิ่งเข้าไปหลบในร้านค้าเขามีกล้องวงจรปิด กล้องวงจรปิด บันทึกได้แล้วก็ไปแจ้งบอกว่าเข้าไปขโมยของเขาก็ต่อสู้กันอยู่ในศาลเยอะแยะ อย่างนี้หรือครับ ท่านประธานครับคือความเป็นธรรม คนเหล่านี้เป็นโจรโดนกมลสันดานไหมครับ หลายคดี ความถูกกล่าวหาว่าเผา ถูกกล่าวหาว่าวางเพลิง สุดท้ายเข้าสู่กระบวนการศาลก็ยกฟ้อง แต่เขามีชนักติดตัวไปแล้วทั้ง ๆ ที่อายุ ๑๗-๑๘ ปี พร้อมที่จะพัฒนาชาติไทยและให้อภัย ซึ่งกันและกันได้ครับ
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมจะอภิปรายต่อในมาตรา ๓ ท่านประธานครับ มาตรา ๒ ที่ผมแปรญัตติไว้ก็คือต้องบังคับใช้ทันที เรานั่งกันในห้องแอร์ทั้งหลายท่าน ผู้มีเกียรติทั้งหลายท่านไม่รู้หรอกครับว่าการติดคุกมันเจ็บปวดรวดร้าวขนาดไหน ผมไม่เคย ติดครับ แต่ผมเคยโดนกักบริเวณที่บ้านภรรยาไม่ให้ออกจากบ้าน ๒ วัน ยังหงุดหงิดเลย ท่านประธานครับ นับประสาอะไรกับคนที่ต้องติดคุกคดีแค่ออกไปชุมนุม ไปเรียกร้อง ประชาธิปไตยให้อภัยกันได้ไหมละครับ ให้อภัยกันได้ประเทศนี้มันก็ขับเคลื่อนได้ครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายปลายทางผมขอเรียกร้องให้ประเทศนี้หันหน้าเข้าหากัน ตบหลังกัน เบา ๆ เราขอโทษนายอย่าโกรธเรานานนะ บ้านเมืองมันต้องเดินหน้าไปได้ เรารักนายนะ นายก็เป็นคนไทยเหมือนกับเราเป็นสยามเมืองยิ้มเหมือนกับเรานะ ว่าง ๆ เราจะไปเที่ยวเกาะ ที่ภาคใต้บ้านนาย ว่าง ๆ นายก็ไปแอ่วไปดูแม้วที่ภาคเหนือ มันก็อยู่กันได้ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมจึงขอแสดงความคิดเห็นเพื่อบันทึกไว้เพื่อเรียกร้องให้รีบออกกฎหมายฉบับนี้ โดยเร็ว มีคนอีกหลายพันคนกําลังรอพวกเราอยู่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ที่จริงภรรยาน่าจะกักนาน ๆ นะ ท่านธนาหรือท่านวิรัตน์ ท่านธนาก่อนนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธนา ชีรวินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ในมาตรา ๒ ครับท่านประธาน พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผมเสนอคําแปรญัตติขอตัดออกทั้งมาตรา เหตุผล ก็เป็น เหตุผลเดียวกับที่ได้อภิปรายมาในมาตรา ๑ แล้วก็ในชื่อร่างแล้วก็คําปรารภ เพราะผมเห็นว่า การออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะช่วยเหลือผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมโดยบริสุทธิ์ใจ และชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ พี่น้องประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อแสดงออกทางการเมืองถูกชักนํา ผมเห็นด้วยครับท่านประธาน ว่าควรที่จะได้รับสิทธิ ในการที่จะนิรโทษกรรม เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกได้ลุกขึ้นอภิปรายว่ามีพี่น้องที่มาชุมนุม อย่างบริสุทธิ์แล้วยังถูกจําคุกอยู่ สมควรที่จะได้ออกมา ติดคุกวันหนึ่งก็เป็นการทรมานนั้น ผมก็อยากที่จะกราบเรียนข้อเท็จจริงให้กับท่านประธานได้ทราบตรงนี้ครับ ได้มีการประมวล กลุ่มความผิดของผู้ที่ถูกจับกุมในคดีที่เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมืองทั้งหมดด้วยกัน ๑๗ กลุ่มครับ ๑๗ กลุ่มนี้กลุ่มที่ถ้าเราจะมาพิจารณา กลุ่มที่มาชุมนุมโดยผิดต่อกฎหมาย เช่น พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พุทธศักราช ๒๕๒๒ ก็ดี กลุ่มความผิดต่อ พ.ร.บ. ทางหลวงก็ดี ไปปิดถนน ไปขัดขวางการใช้ทางหลวงโดยปกติ กลุ่มที่ผิดต่อ พ.ร.ก. การบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘ ก็ดี ที่ห้ามฝ่าฝืนโดยเข้าไปชุมนุมในพื้นที่ที่ห้าม ฝ่าฝืนของทางราชการ กลุ่มที่ผิดตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกก็ดี กลุ่มเหล่านี้เชื่อมั่นเลยครับ ท่านประธาน ว่ามาร่วมชุมนุมโดยเจตนาอันบริสุทธิ์เพื่อใช้สิทธิของตัวเองทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ กลุ่มคนเหล่านี้พ้นโทษหมดแล้วครับ ไม่มีใครเลยครับที่ยัง ถูกจับกุมคุมขังอยู่ แต่ขณะนี้ยังมีบ้างที่อาจจะถูกจับกุมคุมขัง แต่ส่วนหนึ่งนั้นได้รับ การประกันตัวมาสู้คดี ตั้งแต่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่ได้ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ ถูกจับกุม ว่าเขาควรที่จะได้รับสิทธิในการต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม การได้รับการประกันตัว โดยกระทรวงยุติธรรมในสมัยนั้น เป็นช่องทางหนึ่งที่ทําให้บุคคลเหล่านี้ออกมาจากสถานที่ จับกุมคุมขังและมาใช้ชีวิตปกติและสู้คดีตามกระบวนการยุติธรรม แต่มีอีกส่วนหนึ่งครับ ที่ศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เพราะฉะนั้นเมื่อจะอภิปรายก็ต้องอภิปรายกันให้ครบถ้วนครับ ว่าใครบ้างที่ยังถูกพิพากษาจําคุก มีกลุ่มที่ ๑ ครับ กลุ่มความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ๑. ดูหมิ่นสถาบัน มีเจตนาที่จะล้มล้างรัฐธรรมนูญ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มความผิดเกี่ยวกับการก่อ การร้าย ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ (๒) ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ระบบ การขนส่งสาธารณะ กลุ่มที่ ๓ ผิดเกี่ยวกับการปกครอง ข่มขืนใจเจ้าพนักงาน ต่อสู้ขัดขวาง เจ้าพนักงาน กลุ่มที่ ๔ เกี่ยวกับการยุติธรรม ทําพยานหลักฐานเป็นเท็จช่วยเหลือผู้ต้องหา ไม่ให้ถูกจับคุม กลุ่มที่ ๕ เกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน และกลุ่มที่ ๖ ความผิด ที่เกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชน เช่น การวางเพลิง การก่อให้เกิดระเบิด การทําให้สิ่งป้องกันอันตรายจนน่าจะเกิดอันตรายแก่บุคคลอื่น ผิดประมวลกฎหมายอาญา หลายมาตรา หลายความผิด กลุ่มที่ผิดกับความผิดเกี่ยวกับชีวิตและร่างกาย ฆ่าคนอื่น ทําร้ายร่างกาย ผิดเกี่ยวกับเสรีภาพและชื่อเสียง ข่มขืนใจ หน่วงเหนี่ยว กักขัง เป็นต้น กลุ่มที่เกี่ยวกับความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ ลักทรัพย์ ร่วมกันลักทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ ลักของโจร ทําให้เสียทรัพย์ บุกรุก และกลุ่มที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ผลิตอาวุธปืน อาวุธ วัตถุระเบิด มีวัตถุระเบิด ไว้ในครอบครอง มีเครื่องกระสุนปืนที่นายทะเบียนไม่อาจออกใบอนุญาตได้ มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน จําหน่ายอาวุธปืนและวัสถุระเบิด ท่านประธานเห็นไหมครับว่า มีกลุ่มความผิดหลายกลุ่ม ที่บุคคลที่ถูกดําเนินคดี แต่ก็มีเพียงส่วนเดียวไม่มากครับ ที่ยังถูกจําคุกอยู่ เนื่องจากศาล ไม่ให้ประกันตัว เนื่องจากข้อหาในการดําเนินการนั้นผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง และโดยปกติ ถ้าศาลไม่ให้ประกันตัวนั้นมักจะเป็นผู้ต้องหาที่ปรากฏชัดเจนว่าได้กระทําความผิด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรามาพูดกันว่าวินาทีเดียวพี่น้องที่ออกมาชุมนุมโดยสุจริตปราศจากอาวุธ และเพื่อแสดงออกทางการเมือง ไม่สมควรที่จะถูกจับกุม คุมขังนั้น ผมเรียนท่านประธานว่า บุคคลเหล่านี้ออกมาหมดแล้วครับ พ้นโทษหมดแล้วครับ แต่ที่ยังติดก็คือพวกคดีวัตถุระเบิด พบวัตถุระเบิด เครื่องยิงวัตถุระเบิดมายิงสถานที่ราชการ เผาสถานที่ราชการ ปล้นทรัพย์ ชิงทรัพย์ ฆ่าคนตาย คนเหล่านี้ยังเป็นเครื่องหมายคําถามในสังคมว่าสมควรจะได้รับ การนิรโทษกรรมจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ นอกจากนั้นบุคคลที่ประพฤติทุจริตคอร์รัปชัน ทําให้บ้านเมืองและราชการเสียหาย ถูกศาลพิพากษาจําคุก ซึ่งจะได้รับนิรโทษกรรมจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมาตรา ๓ และโดยส่วนใหญ่คนเหล่านี้ไม่ได้ถูกจองจําครับท่านประธาน เพราะเป็นคนที่มีอํานาจ เป็นคนที่มีบารมี เป็นคนที่มีสถานะทางสังคม คนเหล่านี้ไม่ได้ ถูกจองจําด้วย แต่จะได้รับอานิสงส์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะฉะนั้นในหลักการที่ผมได้ กราบเรียนเบื้องต้นว่า พวกเราไม่ปฏิเสธครับ ถ้าพี่น้องประชาชนที่เขาออกมาใช้สิทธิทาง การเมืองของเขาโดยสุจริต สมควรได้รับการนิรโทษกรรม เพราะฉะนั้นการนิรโทษกรรมวันนี้
ท่านธนาครับ เดี๋ยวขอถามท่านนิดหนึ่ง ในมาตรา ๒ นี้ท่านขอตัดออกทั้งมาตรา แล้วท่านก็ ขอใช้เหตุผลตามมาตรา ๑ แล้วก็ที่ท่านอภิปรายในเรื่องของชื่อร่างแล้วก็ไหลตลอดนะครับ ท่านเริ่มต้นมาอย่างนั้นนะครับ แล้วท่านก็บอกว่าท่านไม่ต้องการให้มีกฎหมายฉบับนี้ ฉะนั้น ประเด็นที่ผมจะถามท่านก็คือว่า เมื่อท่านไม่ประสงค์ที่จะให้มีกฎหมายฉบับนี้แล้ว ท่านจะ ไปอภิปรายเพื่อสนับสนุนแบ่งแยกประเภท เพื่อที่จะได้รับอานิสงส์จากพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับนี้อย่างไร เมื่อท่านไม่ต้องการแล้ว คือผมฟังผมก็ไม่รู้ว่าท่านจะเอาอย่างไร เพราะว่าท่านขอตัดออกทั้งหมด แล้วท่านก็บอกว่าท่านไม่ต้องการให้มีกฎหมายฉบับนี้ แต่ท่านกําลังอธิบายถึงเรื่องของแยกแยะลักษณะและประเภทของความผิด แล้วท่านก็ บอกว่าอย่างนี้น่าจะได้ อย่างนี้ไม่น่าจะได้ ทั้ง ๆ ที่ท่านไม่ประสงค์ที่จะให้มีกฎหมายฉบับนี้ ท่านจะเอาอย่างไรท่านพูดให้ชัดเจนหน่อยครับ เชิญครับ
ท่านประธานต้องฟังให้ดีครับ ที่ ผมอภิปรายก็คือว่าเพื่อสมาชิกที่เป็นเสียงข้างมาก ลุกขึ้นมาบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ คนที่ได้รับอานิสงส์ คนที่เขาติดคุกวันเดียวก็มีความหมาย ผมก็เรียนท่านว่าคนที่ท่านพูดนั้น ปัจจุบันนี้เขาออกจากคุกหมดแล้ว
คืออย่างนี้ครับ ท่านขอตัดออกมาตรา ๒ ออกนะครับ ท่านก็บอกว่าขอใช้เหตุผลในเรื่อง มาตรา ๑ และชื่อ และคําปรารภมาประกอบ ผมก็นั่งฟังนะครับ ผมดูแล้วมันจะไม่เป็นไป ตามข้อ ๖๑ ผมจึงถามท่านก่อนว่าเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ของท่านจริง ๆ ท่านต้องการ อภิปรายเพื่ออะไร เพื่อที่จะโน้มน้าวให้ท่านสมาชิกลงมติตามท่านว่าจะไม่เอามาตรา ๒ เพราะอะไร อันนี้ท่านกําลังไปอภิปรายเหตุผลในเรื่องอื่นอยู่ ฉะนั้นผมขออย่างนี้แล้วกัน อาศัยตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ นะครับ ขอให้ท่านเข้าประเด็นของท่านนะครับ เดี๋ยวมีผู้อื่น ประท้วงผม เดี๋ยวท่านสมาชิกประท้วงผมนะครับ หาว่าผมไม่ควบคุมประเด็น เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผมอยู่ในประเด็นครับ ผมให้ตัดมาตรานี้ออก เพราะผมเห็นว่าการออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้บรรเทาหรือลดความ เสียหายกับผู้ที่มาชุมนุมทางการเมือง เมื่อมันไม่สามารถบรรเทาความเสียหายได้ เพราะเขาออกจากคุกมาแล้วก็ไม่จําเป็นจะต้องออก แต่ว่าคนที่ยังติดอยู่นั้นส่วนใหญ่เป็นคดี ที่มีความผิดร้ายแรงต่อชีวิต ต่อทรัพย์สิน แล้วก็ทําร้ายทางราชการ พกวัตถุระเบิดมา มีเครื่องยิงวัตถุระเบิดอย่างนี้เป็นต้น แต่ท่านประธานครับผมยังมีอีกเหตุผลหนึ่งท่านประธาน ใจเย็น ๆ นะครับ มีเหตุผลที่ผมจะบอกท่านประธานว่าทําไมมาตรา ๒ ถึงต้องตัดทิ้ง
คืออย่างนี้ครับ ถ้าท่านไม่อภิปรายในเหตุผลที่ท่านตัดเดี๋ยวท่านนิยมจะประท้วงผม เชิญท่าน ประท้วงก่อนครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงผู้อภิปราย ท่านประธานครับท่านดูสิ ท่านบอกขอสงวนความเห็นตัดออกทั้งมาตรา คือไม่มีโอกาส ได้ใช้เลยกฎหมายฉบับนี้พูดง่าย ๆ แต่ท่านก็บอกว่า ๑. ติดคุกประเภทนั้นประเภทนี้ ซึ่งไม่ได้ เกี่ยวกับข้อนี้เลยครับ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วย ควรยุติการอภิปรายเลยครับ
เมื่อกี้ผมได้ตักเตือนท่านแล้วนะครับ เชิญครับ เอาอยู่ในประเด็นนะครับ ให้สรุปสั้น ๆ ๑ นาทีนะครับท่าน
ท่านประธานครับ คงจะไม่ได้ ๑ นาที
อย่างนั้นผมจะใช้อํานาจของผมเองนะครับ
ก็ไม่เป็นอะไรท่านประธานก็ใช้ไปสิครับ
อย่างนั้นผมขอเตือนท่านนะครับ ว่าท่านอภิปรายพอสมควรแล้วนะครับ ให้ท่านสรุปนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ประเทศนี้ ก็เป็นประเทศผมเหมือนกันนะครับ แล้วอภิปรายกันวันนี้ทําหน้าที่กันเรื่องของบ้านเมือง พูดกันไม่ได้เลยหรือครับ
เดี๋ยวนะครับ คือถ้าท่านไม่เข้าใจถึงประเด็นมันก็ทําให้คนควบคุมการประชุมนะครับ ท่านอย่าเถียงสิครับ ท่านนั่งฟังก่อนนะครับ ต่างครับ เดี๋ยวผมจะอธิบายให้ฟัง ของท่านจิรายุ ท่านขอแปรญัตติเพื่อที่จะให้กฎหมายฉบับนี้มีผลทันทีนะครับ ท่านก็อ้างเหตุผลว่าทันที เพราะอะไร แต่ของท่านตัดมาตรา ๒ ออกไป ท่านไม่ต้องการให้กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่บังคับใช้
ก็มันไม่มีผลแล้วอย่างไรครับ ท่านประธาน ก็สิ่งที่เขาบอก
ผมจะไม่ต่อล้อต่อเถียงนะครับ ถ้าท่านอภิปรายอยู่ในประเด็นที่ท่านขอสงวนคําแปรญัตติไว้ ผมก็ให้ครับ บอกตั้งแต่ต้นแล้วท่านก็ไปพูดเรื่องอื่นนะครับ เอาละครับผมเตือนท่านนะครับ ไม่ต้องท้าทายหรอกครับ ท่านไม่ยอมรับฟังแล้วท่านจะเอาแต่อารมณ์ของท่านนะครับ ผมเป็นประธานที่ประชุมนะครับ ถ้าท่านไม่ฟังประธานใช่ไหมครับ หรืออย่างไรครับ ไม่พูดได้อย่างไรครับ ท่านใช้เวลาไปเกือบ ๑๐ นาทีแล้วไม่ได้พูดได้อย่างไรครับ เอาละครับ ผมต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ก็ผมใช้อํานาจผมจึงเตือนท่านอย่างไรครับ ก็ใช้แล้วครับ ผมขอให้ท่านสรุปเชิญครับ ให้เวลา ๒ นาที เชิญครับ
แล้วบ้านเมืองมันจะเดินอย่างไรครับ ท่านประธาน ใครสั่งท่านมาต้องรีบพิจารณาขนาดนี้
ให้ท่านถอนคําพูดครับ
มันไม่ใช่ครับท่านประธาน
ท่านจะถอนคําพูดไหมครับว่าใครสั่งมา
ผมถามท่านประธานตอบผมสิครับ
ให้ถอนคําพูดครับ ดูถูกประธานอย่างนี้ไม่ได้ครับ ท่านจะถอนไม่ถอนครับ
ผมถาม
ท่านจะถอนไม่ถอนครับ
ถอนตรงไหนล่ะ
ให้ถอนคําพูดที่ใครสั่งประธานมาครับ
ผมถามท่านประธานไม่ได้หรือครับ
ทําไมต้องดูถูกครับ ผมถือว่าคําไม่เหมาะสมให้ถอนครับ สั่งให้ท่านถอน ท่านจะถอนไหมครับ
ผมจะถอนทําไม ในเมื่อผมถาม ท่านประธานไม่ได้หรือครับ ก็บอกให้ใช้อํานาจของตัวเอง ถามไม่ได้เลยหรือครับ
ท่านไม่ได้บอกว่าถามนะครับ ท่านบอกใครสั่งประธานครับ
ผมถามว่าใครสั่งมา
ท่านจะถอนไหมครับ ท่านหลายครั้งแล้วนะครับของท่านที่ดําเนินการอย่างนี้ครับ
ผมลุกขึ้นมาอภิปราย
ผมให้ท่าน ๒ นาทีนะครับ ท่านจะอภิปรายหรือไม่อภิปรายก็สุดแล้วแต่ เชิญครับ ตกลงท่าน ไม่อภิปรายนะครับ
มีคนประท้วงครับท่านประธาน
ผมให้ท่านอภิปราย ท่านจะอภิปรายไหมครับ
ก็มีคนประท้วงอยู่
เป็นหน้าที่ของผมเองครับ ถ้าท่านไม่อภิปรายท่านนั่งลงครับ
ก็ผมอภิปรายไง
ผมให้ท่าน ๒ นาที เชิญครับ
แล้วผมจะอภิปราย ๒ นาทีได้อย่างไร ครับท่านประธาน ท่านประธานมาจํากัดสิทธิผมแบบนี้ได้อย่างไร
ถ้าอย่างนั้นผมอาศัยข้อบังคับ
ก็ใช้ไปอยากใช้ ใช้ไป ผมก็อยากจะรู้ ผมจะอภิปรายเรื่องของบ้านของเมืองผลประโยชน์ประเทศชาติ อภิปรายไม่ได้
ทําไมอภิปรายไม่ได้ครับ อภิปรายได้ แต่ประธานเตือนท่านบอกว่าขอให้อยู่ในประเด็นของท่าน
มันไม่อยู่ตรงไหนครับ
ก็ท่านไม่ฟังประธานครับ ท่านจุฤทธิ์ประท้วงก่อนครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมนายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ ทราบดีว่าท่านมีอํานาจ ในการควบคุมการประชุมสภา แต่ผมคิดว่าตอนนี้บรรยากาศขณะนี้ผมคิดว่าสภาพร่างกาย ท่านประธานไม่พร้อมที่จะเป็นประธานในที่ประชุมแล้วนะครับ ที่สําคัญครับท่าน
คืออย่างนี้ครับ การควบคุมการประชุม ผมเป็นคนเตือนท่านผู้อภิปรายครับ ท่านต้องดูว่า ท่านขอสงวนเรื่องอะไร ท่านต้องอ่านก่อนว่าท่านขอตัดทั้งมาตรา มาตรา ๒ ท่านก็อธิบาย เหตุผลของท่าน ผมก็เป็นคนเตือนท่านบอกว่าขอให้อยู่ในประเด็นที่ท่านขอตัดเท่านั้นเองครับ ถ้าท่านฟังผมก็ให้โอกาส ท่านก็บอกว่านี่เป็นเรื่องของความเห็น ก็อยู่ในประเด็น ผมก็ไม่ว่า ประธานก็เตือนตามข้อ ๖๒ อย่างไรครับ เชิญนั่งลงครับ ไม่ต่อแล้วครับ ผมวินิจฉัยแล้วครับ เชิญท่านอรรถพรครับ เชิญท่านอรรถพรท่านจะประท้วงไหมครับ นั่งลงครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ นะครับ เพื่อใช้โอกาสในประท้วงเพื่อให้ท่านประธาน ได้ตั้งสติครับ ท่านประธานอาจจะตากตําทําหน้าที่มานานพอสมควร แล้วก็เกิดอารมณ์ ความรู้สึก ผมยังฟังด้วยความสุจริตว่าท่านธนาไม่ได้มีการพูดจาในเชิงดูถูกดูแคลน ท่านประธาน เพียงแต่เป็นการตั้งคําถาม ฉะนั้นผมคิดว่าท่านประธานครับ ท่านอาจจะต้อง พักในช่วงนี้
เชิญต่อครับ ท่านธนาเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ มีคนประท้วงครับ
เชิญท่านธนาผมวินิจฉัยแล้วนะครับ ท่านจะใช้สิทธิอภิปรายต่อไหมครับ ถ้าจะใช้ก็เชิญครับ
ท่านประธานครับ กรรมาธิการผมเป็น เสียงข้างน้อย เราพูดกันในกรรมาธิการมากเลยครับว่าถ้าออกพระราชบัญญัติตามมาตรา ๒ ไปแบบนี้ปัญหามันจะเกิดครับ เพราะเวลาเราถามในกรรมาธิการว่ากลุ่มความผิด ๑๗ กลุ่มนี้ มันมีใครบ้างที่ถูกจําคุกถูกจําขังหรืออยู่ในชั้นพนักงานสอบสวนหรืออยู่ในชั้นอัยการ แล้วพระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้ปุ๊บวันรุ่งขึ้นเขากลายเป็นผู้บริสุทธิ์ทันที ไม่มีมลทินทันที นั่นหมายถึงว่าเขาถูกจําคุกจําขังที่ไหนต้องปล่อยตัวเขาทันที แล้วเขาใช้สิทธิ์นั้นร้องต่อ ผู้ควบคุมใครจะเป็นคนปล่อยครับ ในเมื่อมันไม่มีการพิสูจน์กันเลยว่ากฎหมายฉบับนี้ มันออกไปแล้วจะครอบคลุมใครบ้างอย่างไร แล้วท้ายที่สุดมันก็จะเป็นปัญหาสําหรับผู้ปฏิบัติ อย่างไรครับ ข้าราชการอย่างไรครับ บอกให้กรรมาธิการไปรวบรวมมาก่อนว่ากฎหมายฉบับนี้ ออกแล้วคุมใครบ้าง แล้วก็ปรากฏกันให้ชัดเจน วันที่กฎหมายใช้บังคับมันจะได้เดินหน้าได้ คนที่เราอยากให้เขาพ้นโทษเขาก็พ้นโทษได้เลยในวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา แต่รีบครับอยากจะทําให้เสร็จให้เร็ว พอขอข้อมูลมาตรวจสอบก็ไม่เอา บอกไม่เอาเลยจะออกกฎหมายจะให้เสร็จวันนี้ ๆ แล้วถามว่าพอประกาศในราชกิจจานุเบกษา คนที่ได้รับอานิสงส์จากพระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้ออกไหมครับท่านประธาน ก็ไม่ได้ออก เพราะถ้าเขาอยู่จําขังในเรือนจําเขาก็ต้องร้องต่อ ผบ. เรือนจําว่าเขาได้รับสิทธิจาก พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ต้องปล่อยตัวเขาทันที ผมถามสิ ผบ. เรือนจําคนไหนกล้าปล่อยตัว ก็มันยังไม่พิสูจน์ว่าตัวผู้กระทําความผิดนั้นอยู่ในอานิสงส์แห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ก็ต้องส่งศาลไปอีกไปพิจารณาอีก ตีความว่าเข้าหรือไม่เข้า ถ้าหวังดีกับผู้ถูกดําเนินคดี ในข้อหา พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ทําไมไม่ใช้เวลาพิสูจน์ข้อเท็จจริงทั้งหมดเสียก่อน วันที่กฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับเขาได้รับอานิสงส์ทันที ก็ไม่ทํา แล้วผมถึงบอกว่าออกกฎหมาย แบบนี้ท้ายที่สุดมันใช้บังคับไม่ได้ แต่หรือว่าท่านไม่สนใจคนที่ถูกจําคุก ท่านไม่สนว่า คนเหล่านี้จะได้รับโทษพ้นโทษในวันรุ่งขึ้นหรือไม่ หรือว่าท่านไม่สนใจ แต่ท่านสนใจเป้าหมาย อื่นครับ ที่มันสําคัญกว่านั้นครับ ท่านถึงไม่สนใจรายละเอียดปลีกย่อยพวกนี้ ก็ไหนบอก จะนิรโทษกรรมพี่น้องประชาชนอย่างไรครับ เราก็ตั้งขอสังเกตว่าถ้าออกอย่างนี้จริง ๆ ประชาชนก็ไม่ได้นิรโทษกรรมวันที่ พ.ร.บ. นี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ก็ไม่ฟังกัน แล้วผมจะตีความอย่างไรครับ ก็ต้องตีความว่าท้ายที่สุด พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้ให้ความสําคัญ กับประชาชนที่เขาต้องโทษอย่างไรครับ แต่ต้องการเป้าหมายหลักที่เป็นเป้าหมายสําคัญ สุดซอยของท่านอย่างไรครับ พวกผมมีสิทธิตั้งข้อสังเกตไหมครับ แล้วพวกผมต้องพูดไหมครับ เรื่องอย่างนี้มันสําคัญไหมครับ อยู่ ๆ ผมพูด ๕ นาทีก็มาตัดสิทธิผม มาบอกผมพูดไม่อยู่ ในประเด็น แล้วสิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดอยู่ในประเด็นไหมครับ กฎหมายอย่างนี้ออกไปได้ หรือครับ กรรมาธิการไม่ดูกันเลยว่ามีคดีอะไรบ้าง ข้อความที่เขียนมันจะคุมความผิด มาตรฐาน มาตราไหน ความผิดของใคร กลุ่มไหน ตอบกันไม่ได้ครับ แต่จะออกครับ แล้วบอกไม่เป็นไรให้ผู้ปฏิบัติเขาไปพิจารณาเองว่าจะไปครอบคลุมถึงใคร เหมาเข่งเอาใคร ก็ได้ พูดได้แต่วิธีปฏิบัติมันเกิดไหมละครับ คนที่ไปทําความผิดอย่างอื่น แต่ว่าอยู่ในช่วงของ การชุมนุมไปฆ่าคนตายอยู่ในช่วงชุมนุมเขาอ้างสิทธิได้ไหมครับ ก็อ้างสิทธิได้ก็ต้องไปพิสูจน์ สิทธิกันอีก เห็นไหมละครับ เพราะว่ามันไม่มีการมาพิจารณาแยกแยะว่าใครบ้างจะได้รับ อานิสงส์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ที่ท่านต้องเขียนคุม ก็เพราะว่าท่านไม่ต้องการให้เป้าหมายหลักของท่านเป็นจุดเด่น อย่างไรครับ ยอมรับกันหรือยังละครับ ว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกเพื่อใคร ก็พูดกันมาตรง ๆ สิครับ แต่พวกผมจะอภิปรายก็ไม่ยอมให้ผมอภิปราย บอกว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับ ประโยชน์ พวกผมบอกว่าออกไปอย่างนี้ไม่ได้รับประโยชน์ อีก ๕-๖ เดือน ๓ เดือน จะได้รับประโยชน์หรือเปล่ายังไม่รู้เลย เพราะต้องไปสู้ไปพิสูจน์กันในศาลอีกว่าได้รับอานิสงค์ จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ แต่ว่าคนที่ไม่ติดคุกสิครับ มันได้ไปเลยครับ ใช่ไหมท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมถึงกราบเรียนท่านประธานว่า อย่าข่มเหงน้ําใจกันมาก พวกผมก็ทํางาน เพื่อรักษาผลประโยชน์ ท่านจะมีความคิดอย่างไรพวกผมก็เคารพ แต่สิ่งที่พวกผมลุกขึ้นมา อภิปราย มันเป็นผลประโยชน์ของบ้านเมือง เป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติ ก็ต้องรับฟัง กัน ไม่ใช่ว่าจะรีบ ๆ พวกผมก็คนนะท่านประธาน ประชุมกันมาตั้งแต่เก้าโมงจนถึงเที่ยงคืน เนื้อหาสาระก็ต้องเตรียมตัว ไม่ใช่เครื่องจักรนะท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่าน ประธานว่า มันต้องใช้สมาธิ
ท่านเดี๋ยวสักครู่ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อ ๘ ครับ ท่านประธานปล่อยให้ผู้อภิปราย อภิปรายเกินเวลา แล้วท่านก็กําหนดว่า ๒ นาที ก็เลยไม่มีที่สิ้นสุดครับ และวกวนซ้ําซาก อยู่นี่ละครับ ท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
ผมกําลังขึ้นมาแล้วก็ฟัง ท่านธนาอย่างไรก็ช่วยผมบริหารเวลาครับ ขอความกรุณาท่านครับ
ท่านประธานครับ มาตรา ๑ ท่านประธาน ขอผม ผมก็ลงอภิปรายให้ ผมไม่หยิบประเด็นอื่น ๆ ที่จะพาดพิงทําให้ที่ประชุมเสียหาย หรือว่ามาประท้วงกัน ผมก็ลงให้ท่านประธาน เห็นไหมครับ แต่ว่าพอผมอภิปรายยังไม่ทัน จะพูดอะไรท่านก็บอกไม่อยู่ในประเด็น ต้องฟังสิครับ ให้เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายบ้าง ทํางาน เราก็ทํางานกันอย่างเต็มที่ ถ้าคําอภิปรายผมมันไม่มีสาระมันไม่มีเนื้อหาผมก็ฆ่าตัวตาย เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนท่านประธานว่า จะเร่งรัดกันไปถึงไหน ตั้งแต่เข้ารับหลักการ ตั้งแต่ไปกรรมาธิการ หลักการที่เคยแปรญัตติ กรรมาธิการชุดนี้ เคยตีความรัฐธรรมนูญว่า แปรญัตติขัดหลักการ วันนี้ทําเองเลย ไม่ต้องให้ใครดูท่านประธาน พระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมแก่ผู้ชุมนุมความผิดเนื่องจากชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง ของประชาชน มันเกี่ยวอะไรกับการทุจริตคอรับชัน ผมถามท่านประธานแค่นี้ ในหลักการ เหตุผลก็เขียนไว้เฉพาะเรื่องของการใช้สิทธิของประชาชนทางการเมือง แล้วจู่ ๆ ไปลักไก่ แปรญัตติเข้ามา เอาคนทุจริตคอรับชันได้ผลประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย ขัดหลัก ไหมครับ แต่เขาทําอย่างไรครับ พวกผมจะแปรญัตติ จะอภิปรายคําแปรญัตติ เพราะเป็น สิทธิของพวกผม ท่านจะได้รับฟังบ้างว่าพวกผมคิดอะไร เผื่อท่านจะได้เปลี่ยนใจว่า ผลประโยชน์ของประเทศชาติมันอยู่ตรงไหน ก็ไม่ฟังอย่างไรครับ ๒ วันเสร็จปิดประชุม ออกจากห้องประชุมไม่ฟังเสียงใครเลย มันผิดปกติไหมครับในการออกกฎหมายของประเทศ อย่างนี้ ตรวจรายงานวันจันทร์ตอนเช้า ตอนสาย ๆ บ่าย ๆ เสร็จ วันอังคารเข้าสู่สภา สภาพิจารณาวาระด่วนวันพฤหัสบดี มีไหมครับท่านประธาน และพวกผมมีสิทธิที่จะอภิปราย ความผิดปกติเหล่านี้ไหมครับ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจครับ ผมอ่านแถลงการณ์ของญาติ ผู้เสียชีวิต กลุ่มเสื้อแดงของท่าน ยืนเคียงข้างกันมา ท่านยังไม่ได้อ่านเลย เพราะฉะนั้น พวกผมมันไม่ได้ร่วมขบวนการกับท่านอยู่แล้ว ความสําคัญมันไม่มีอยู่แล้ว แต่พวกผมมีหน้าที่ ต้องปกป้องผลประโยชน์ของประเทศชาติเหมือนกัน
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมขอประท้วง ท่านประธานในข้อ ๘ ท่านต้องควบคุมการประชุมให้เป็นไปอย่างราบรื่น และขอประท้วง ท่านผู้อภิปรายทั้งข้อ ๖๑ ข้อ ๖๓ นะครับ พูดจาวกวน ท่านมาระบายความรู้สึกของท่าน แล้วกรรมาธิการเราก็ให้โอกาสที่จะพูดอยู่แล้ว มาตรา ๓ ครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ ท่านประธานควบคุมนะครับ ขอให้ปิด ขอให้ท่านยุติการอภิปรายของสมาชิก แล้วให้ท่าน ไปอภิปรายในมาตรา ๓ อย่างเต็มที่ครับ เพราะว่ากรรมาธิการได้ให้โอกาสได้อภิปรายอยู่แล้ว แต่ที่ท่านกําลังพูด ซ้ําอีกทีนะครับ วกวน ระบายความในใจ ความคับแค้นใจครับ เอาไปไว้ อยู่ในมาตรา ๓ ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านธนา ผมว่าต้องสรุปแล้วครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ท่านประธานก็พูด หลายครั้งนะครับว่าเอาไปพูดมาตรา ๓ เอาให้เต็มที่ ผมก็บอกท่านประธานมาตลอดว่าผมก็ แตะบางประเด็น แล้วผมจะไปพูดมาตรา ๓ เต็มที่ ท่านประธานลูกผู้ชาย ผมก็ลูกผู้ชาย ผมไม่รู้ว่าเป็นกลอะไรหรือเปล่า พยายามบอกไปมาตรา ๓ เอาให้เต็มที่ ท่านประธาน ก็ลูกผู้ชาย ผมก็ลูกผู้ชาย ถึงมาตรา ๓ เมื่อไรอย่าใช้วิธีการอย่างนี้ พวกผมก็มีสิทธิที่จะทํา หน้าที่ พวกผมไม่ต้องร้องขอท่านเพื่อมาอภิปราย ท่านประธานต้องเป็นหลักประกันให้ พวกผม ถึงมาตรา ๓ คนที่ลุกขึ้นมาพูดเมื่อสักครู่นี้อย่าได้ทําหน้าที่อย่างนี้ก็แล้วกัน ท่านประธานฝากไว้นะครับ ถ้าอย่างนั้นผมจะยุติการอภิปรายในมาตรา ๒ แต่ผมชี้ให้ ท่านประธานเห็นว่าการออกพระราชบัญญัติแบบนี้ไม่ได้มีผลดีกับคนที่ท่านต้องการ ไปช่วยเหลือเขาเลย เพราะส่วนหนึ่งออกมาหมดแล้ว ส่วนที่ออกไม่ได้เป็นความผิดร้ายแรง และกฎหมายนี้ออกไปคนเหล่านั้นก็ออกไม่ได้ทันที เพราะมันยังไม่สามารถชี้ชัดว่าเขาอยู่ ในกระบวนการของ พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมจะ อภิปรายเรื่องนี้อย่างเต็มที่ในมาตรา ๓ และผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกก็จะใช้สิทธิในการอภิปราย อย่างเต็มที่ในมาตรา ๓ ด้วย ขอบพระคุณครับ
ท่านวิรัชครับ ตามรายชื่อ นายแพทย์สุกิจ เชิญท่านวิรัตน์ก่อนครับ ท่านประท้วงหรือครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ไม่ทราบว่า ท่านประธานทําไมจะต้องมาประชุมกันดึกดื่นอย่างนี้ครับ ท่านประธานช่วยตอบผม หน่อยครับ พรุ่งนี้มันไม่มีแล้วหรืออย่างไรครับ คืนนี้โลกจะแตกหรืออย่างไรครับ มีความ จําเป็นอะไรท่านช่วยตอบหน่อยครับว่ากฎหมายนี้พรุ่งนี้เราก็พิจารณาต่อได้ ผมดู ท่านประธานก็เหนื่อยนะครับ ท่านช่วยตอบผมหน่อยครับ
คืออย่างนี้ครับท่านนายแพทย์สุกิจครับ ผมบอกว่าอยากให้วิปไปคุยกัน ประธานท่านก็รู้ ท่านเคยอยู่ฝ่ายรัฐบาลมาก็ต้องฟังวิปนะครับ ทุกคนก็เหมือนกัน เชิญท่านวิรัชครับ ถึงเวลา ของท่านวิรัชแล้วครับ เชิญครับ พูดแทนใช่ไหมครับ ท่านวิรัชครับ นายแพทย์สุกิจติดใจ อะไรอีกครับ
ท่านประธานครับ ถ้าฟังวิป ไม่เห็นท่านฟัง พวกผมเลย ท่านถามพวกผมพรรคฝ่ายค้านหรือยังครับว่าเราต้องการประชุมถึงตอนไหน
คือนายแพทย์สุกิจท่านก็ทราบนะครับ ท่านจะมาคาดคั้นเอากับผมไม่ได้ ทุกท่านก็ทราบดี อยู่แก่ใจครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องให้คุยกัน เอาถึงเวลาเท่าไรผมก็พร้อมเสมอ เชิญท่านวิรัช เชิญครับ ท่านวิรัชครับ
(นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ท่านประธานครับ ผมรู้ว่ายังไม่ถึงกําหนดเวลาของผมที่จะอภิปราย ในมาตรา ๒ แต่ผมอยากจะกราบเรียนหารือท่านประธานไว้ในเบื้องนี้ว่า ผมจะนั่งฟังสมาชิก ทุกท่านที่อภิปรายในมาตรา ๒ อย่างไม่ออกไปจากห้องประชุมเลย เพื่อจะยืนยันว่าผมจะ ใช้สิทธิอภิปรายในมาตรา ๒ ที่ผมสงวนคําแปรญัตติไว้ ผมเสียโอกาสในชั้นชื่อร่างมาแล้ว ในมาตรา ๑ มาแล้ว ในมาตรา ๒ ผมยืนยันกับท่านประธานว่าถ้าผมอภิปรายซ้ํากับท่าน ผู้อภิปรายคนอื่น ท่านประธานมีสิทธิใช้อํานาจตามข้อ ๖๒ ตัดไม่ให้ผมอภิปรายได้ ฉะนั้นผมต้องยืนขึ้นพูดกับท่านประธานก่อนว่าท่านจะสังเกตเห็นว่าตลอดเวลาในมาตรา ๒ ผมจะไม่ลุกไปไหนเลย แล้วถ้าผมพูดซ้ําท่านตัดได้ครับ
ผมฟังอยู่ครับ ถ้าปวดฉี่ก็ไปห้องน้ําได้ไม่ว่าอะไรนะครับ เชิญท่านวิรัชครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ทุกครั้งที่ขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ ผมก็ต้องมองหน้าประธานกรรมาธิการ มองหน้าเจ้าของผู้แปรญัตติให้เป็นร่างที่ได้แนบมากับรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมไม่ลืมจริง ๆ คนชื่อประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นี่ลืมยาก ถ้าท่านประธานมาอยู่ในบรรยากาศที่ได้ นั่งประชุมกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เห็นอากัปกริยาของแต่ท่าน แต่ละคน โดยเฉพาะของ ท่านประยุทธ์ ท่านประธานก็จะพูดแบบผมนี่แหละ จะจดแบบผมนี่แหละ จําไปจนวันตาย ในวันที่ท่านแปรญัตติแล้วมีข้อความตามที่ท่านปรารถนาตามที่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากต้องการเสร็จสรรพเรียบร้อย ผมก็บอกท่านว่าพี่เตรียมตัวเลยเดี๋ยวจะมี รางวัลแน่ คุณประยุทธ์บอกกับผมว่าวันไหนที่พี่รับตําแหน่งนะวิรัชพี่เป็นหมาเลย ผมเตือนสติ ให้จําไว้เท่านั้นว่าพูดอะไรกับผมไว้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ มันมีสิ่งบอกเหตุมีสิ่งผิดปกติมากมายหลายประการพูดคืนนี้ทั้งคืนไม่จบครับ ผมเรียน ท่านประธานนะครับ ยังย้ําอยู่เสมอว่าเรื่องของคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นประวัติศาสตร์ จริง ๆ ครับ ที่เขาใช้คําบอกว่าลุกลี้ลุกลนสมัยก่อนผมมีความรู้สึกว่าใช้คําเกินไป ใครนะที่ ลุกลี้ลุกลน แต่ไปเจอในคณะกรรมาธิการชุดนี้นะท่านประธาน ผมเชื่อแล้วยิ่งกว่าลุกลี้ลุกลน จะใช้คําอะไรไม่รู้เปิดพจนานุกรมก็ไม่เจอ ท่านประธานครับ ขอให้ผมได้พูดเถอะเรื่องนี้ ท่านกรรมาธิการทุกท่านที่เป็นเสียงข้างมากจะรู้ดี เช่นเดียวกับที่ผมแปรญัตตินี้ เราเตือน นะครับท่านประธาน เตือนว่ากฎหมายถ้าตามปกติแล้วใช้บังคับทันที ผมก็พอทราบ ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปอย่างนี้ แต่บอกว่ากฎหมายฉบับนี้ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยทุกท่านพยายามจะติง พยายามจะบอกว่าอย่าทําอย่างนั้นเลย เพราะมีปัญหาอีกมากมายหลายประการ การจะปล่อยคนออกไปตามกฎหมายนี้นะครับ ไม่ใช่ของง่ายนะครับ ระเบียบกฎกติกาต่าง ๆ ต้องติดต่อติดประสานงานกับหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องซึ่งแน่นอนครับ ไม่ใช่มีหน่วยเดียวมีหลายหน่วย แล้วขั้นตอนการดําเนินการ ตามระบบราชการไม่ใช่ของง่าย ๆ เราพยายามเตือน พยายามถาม พยายามบอกว่า ให้กําหนดระยะเวลาไว้เวลาหนึ่งเถอะอย่าถึงกับบอกว่ากฎหมายใช้ในวันรุ่งขึ้นหรือใช้ตั้งแต่ วันประกาศราชกิจจานุเบกษา เช่น กฎหมายทั่วไปเพราะมันพิเศษจริง ๆ เวลานัดประชุม ท่านประธานถึงใช้ คําว่า นัดพิเศษ เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒ นี้ ผมได้ แปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒ เดิม ก็บอกว่าพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เขียนไว้อย่างนี้ครับ ผมก็ขออนุญาตว่าผมแก้ไข เพิ่มเติมเป็นดังนี้ครับ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ ขอโทษ ให้ใช้บังคับตั้ง ขอประทานอภัยครับ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด ๑ ปี นับแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป หลายท่านฟังแล้วตกใจไหมตั้งปีหนึ่ง แต่ท่านประธานครับ กรุณาตามผมมาท่านประธานจะมีความรู้สึกว่ามันก็เป็นไปได้ ที่ต้องใช้ระยะเวลาขนาดนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมบอกว่ากรณีที่บอกว่า ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด ๑ ปี นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ถ้าหากว่ากฎหมายฉบับนี้มีโอกาสได้ใช้ แต่ผมภาวนาว่าอย่าเป็นเช่นนั้นเลย ท่านประธานครับ วัน เวลา ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้มีหนังสือไปยังหน่วยราชการงานต่าง ๆ เพื่อขอให้ ส่งเอกสารเข้ามา ท่านประธานครับ ไม่ได้รับการตอบสนอง ที่บอกว่าไม่ได้รับการตอบสนอง นั้นคืออะไรครับ หมายความว่าท่านประธานมีหนังสือไปเขามีหนังสือตอบมาว่าหนังสือ กระชั้นชิด ไม่สามารถจะส่งเอกสารตามที่คณะกรรมาธิการขอได้ ซึ่งขอไปในนามของ ประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ต้องขอไปทําให้โอกาสเขา เขาบอกระยะเวลา ที่ส่งหนังสือมานี่มันกระชั้นชิดเหลือเกิน ก็ตอบมานะครับ แต่ว่าตัวท่านประธานก็ดี ตัวกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ดี ท่านมีความรู้สึกว่าเมื่อไม่ส่งมาตามกําหนดก็เลยไม่สนใจ ผมใช้คํานี้ครับ เพราะผมติดตามอยู่ตลอด ท่านประธานครับ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ ท่านประธานได้มีหนังสือหรือขอไปนี่นะครับท่านประธาน ผมกราบเรียนเลยครับ ไม่ได้ ให้ความสนใจ ไม่ได้ให้ความสนใจเพราะอะไรครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วผมกราบเรียน ได้เลยครับ คณะรัฐมนตรีทําตัวเหมือนท่านนายกรัฐมนตรีเปี๊ยบ นั่นก็คือไม่สนใจที่จะมา รับฟัง เขาบอกว่าผู้ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มาชี้แจงแสดงความคิดเห็นมีใครครับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี คุณวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกา จริงอยู่ครับ ท่านอาจจะอ้างว่ามีกฤษฎีกาบางท่านอยู่ใน คณะกรรมาธิการแล้ว แต่ก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านเหล่านี้ ไม่ได้ให้ความสนใจ เราจะได้ถามถ้าให้ความสนใจกฎหมายฉบับนี้มันจะกระจ่างขึ้น ท่านประธาน จะเห็นชัดว่าเราจะบังคับที่ผมแปรญัตติว่าต้อง ๑ ปีแล้วนี่นะครับ หลังจากนั้น ๑ ปีถึงจะบังคับ จะมีเหตุมีผลมารองรับให้ท่านได้เห็นเป็นประจักษ์ แต่อย่างไรก็ตาม ผมขออธิบายท่านประธานครับ ท่านประธานครับ มีหลายคดีครับท่านประธาน ที่ผมจะต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าในกรณีที่ถ้าเป็นคดีที่จะต้องติดตามหรือพิสูจน์ทราบก่อนที่จะ ปล่อยผู้ต้องหาหรือจําเลยไปนี่ ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ สมมุติว่าเป็นความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ และมาตรา ๑๓๕/๔ หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๗ มาตรา ๒๑๘ มาตรา ๒๑๙ มาตรา ๒๒๐ มาตรา ๒๒๑ มาตรา ๒๒๒ มาตรา ๒๒๓ มาตรา ๒๒๔ และมาตรา ๒๒๕ และ มาตรา ๒๒๖ ความผิดเกี่ยวกับชีวิต และร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๑ ความผิดต่อชีวิตมาตรา ๒๘๑ ถึง มาตรา ๒๙๔ และหมวด ๒ ความผิดต่อร่างกาย มาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา ๓๐๐ อย่างนี้ครับ อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ ๒๕๔๒ ความผิดเกี่ยวกับการปกครองประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๒ ต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา ๑๔๗ ถึงมาตรา ๑๖๖ และความผิดตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ๒๕๕๐ ที่ผมเอ่ยอย่างนี้นี่ท่านไปดูร่างมาตรา ๓ สิครับ เขาบอกว่าองค์กรที่จัดตั้งโดย คมช. ก็แล้วกัน เอาคําง่าย ๆ นี่เป็นคําพูด นี่เป็น ข้อความที่คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ได้ประดิษฐ์ขึ้น แล้วคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก สอดรับประสานเสียงกันเห็นชอบ เราค้านแล้ว เสียงข้างน้อยทุกท่านพยายามอธิบายเหตุผล ชี้แจงแสดงเหตุผล แต่สิ่งที่เราได้รับคําพูดจากคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากคืออะไร รู้ไหมครับ ท่านบอกว่า เอาละ ไม่ต้องพูดกันมาก ไปพูดในสภาผู้แทนราษฎรก็แล้วกัน ผมก็ขออนุญาตพาดพิงคุณธนานิดหนึ่ง ที่ท่านพูดนั้นถูกแล้ว คุณธนาพยายามจะอธิบาย อย่างไรครับ พยายามอธิบาย พยายามจะแสดงเหตุ แสดงผลตามที่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากแนะนํา เวลาเราจะอธิบายในคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการก็จะบอกเลย แต่ละคนจะช่วยกันพูด หมายถึงฝ่ายเสียงข้างมาก พอแล้ว ไปพูดในสภาผู้แทนราษฎร แต่พอเข้าสภาผู้แทนราษฎรท่านประธานเห็นไหมครับ ท่านประธานคนเมื่อกี้ที่ลงไปนี่ แล้วตัวท่านประธานเองก็เห็นประจักษ์อยู่แล้ว ก็พยายามอีกครับ บอกว่านี่มันวาระที่สองนะ
มีผู้ประท้วง เชิญครับ
ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอประท้วงท่านผู้ที่กําลังอภิปรายอยู่ด้วยความเคารพอย่างสูงเลยนะคะ ท่านผู้อาวุโส แต่ว่าดิฉันก็ได้ทราบประเด็นที่ท่านได้แปรญัตติไว้แล้วว่าต้องการที่จะให้ วันบังคับใช้นี้ถัดไปจาก ๑ ปี เนื่องจากท่านเห็นว่ามีความซับซ้อน ซึ่งก็ได้ใจความครบถ้วน ก็อยากที่จะขอให้ท่านนั้นได้ยุติการอภิปรายในส่วนของท่าน แล้วก็ต้องขออนุญาตประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๘ ให้ใช้ข้อบังคับอย่างเคร่งครัดด้วยที่จะควบคุมองค์ประชุม เนื่องจากว่าท่านผู้อภิปรายนั้นอภิปรายเกินเวลาที่กําหนดมาพอสมควรแล้วค่ะ ขอให้ ท่านประธานได้โปรดพิจารณาด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านวิรัช เอาสั้น ๆ อยู่แล้ว ใกล้จะจบแล้ว ปกติเขาไม่พูดยาวอยู่แล้ว เชิญครับ
ใช่ แต่ว่าเป็นความจําเป็นนะครับ แล้วก็ ขอเรียนท่านประธานว่าที่ผมพูดมานี้ถามประธานจริง ๆ เถอะ นอกประเด็นหรือเปล่า นี่ผมพูดในประเด็นเลย บรรยากาศในการประชุมคณะกรรมาธิการจะเรียกว่าอย่างไรดี น้องสาวไม่ทราบ ไม่เห็นหรอก เพราะฉะนั้นจะมารู้ดีได้อย่างไร นี่พี่ชายถ่ายทอดให้นี่ จะขอบพระคุณสักคํา ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ นอกจาก ข้อกฎหมายมาตราต่าง ๆ ความผิดต่าง ๆ ซึ่งผมจะประมวลให้เห็นว่ากว่าจะปล่อยสักคนหนึ่ง ถ้าเป็นความผิดเหล่านี้จะทําอย่างไร ต่อไปครับท่านประธาน ผมกราบเรียนท่านประธาน เอกสารจริง ๆ เขาก็ส่งมาในบางหน่วยนะครับ เราต้องถามใครบ้าง ก็ถามหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง มีคนอภิปรายไปแล้ว แต่ย้ําให้เห็นเป็นประจักษ์ ต้องถามตํารวจ ถามราชทัณฑ์ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ อันนี้ไม่มีใครที่จะ แย้งผมได้ ไม่ว่าอยู่ข้างล่างหรือข้างบนเพราะว่าเป็นเอกสารที่เขาส่งมาให้ชัดเจนนะครับ อาจจะต้องประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษไหม ดีเอสไอ (DSI) ในขณะเดียวกัน ท่านประธานครับ นอกจากนั้นแล้วก็มีจํานวนคดี กลุ่มคดีอีกมากมาย ยกตัวอย่างเป็นสังเขป ท่านประธานครับ คดีอาญาที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยถูกดําเนินคดี จํานวน ๑๕๒ คดี ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๕๑ ถึงปลายปี ๒๕๕๑ คดีอาญาที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ขับไล่เผด็จการถูกกล่าวหาช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี ๒๕๕๒ จํานวน ๑๒๔ คดี คดีอาญาทั่วไป ที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการถูกกล่าวหาตอนจัดการชุมนุมบริเวณ แยกราชประสงค์ ปี ๒๕๕๓ จํานวน ๔๗๘ คดี เหล่านี้เป็นข้อมูลที่ผมคิดว่าหลายท่าน ไม่ทราบ คดีอาญาเกี่ยวกับเหตุระเบิดที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการถูกกล่าวหา ตอนจัดการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ ปี ๒๕๕๓ จํานวน ๑๑๓ คดี ผมไม่แน่ใจ ท่านประธานว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากได้เคยเปิดอ่านไหม เพราะสนใจอยู่ข้อเดียวว่า คุณประยุทธ์เขาจะแปรญัตติอย่างไร แล้วฉันก็จะเห็นด้วย เห็นชอบ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพื่อให้เห็นว่าที่ต้องเป็น ๑ ปีนี้เพราะอะไร ผู้ต้องหา ในคดีพิเศษเกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ปี ๒๕๕๓ เฉพาะที่รู้ตัวผู้กระทําผิด จํานวน ๓๑๔ คน นี่เป็นตัวอย่างท่านประธาน ข้อมูลความคืบหน้าการดําเนินคดีพิเศษ เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองปี ๒๕๕๓ กลุ่มคดีเกี่ยวกับการก่อการร้าย กลุ่มคดีเกี่ยวกับการขู่บังคับให้รัฐบาลกระทําการใด ๆ กลุ่มคดีเกี่ยวกับการทําร้ายประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ กลุ่มคดีเกี่ยวกับการกระทําต่ออาวุธยุทธภัณฑ์ของทางราชการ เหล่านี้ท่านประธานต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ปล่อยได้ทันทีทันใด ผมจึงได้แปรญัตติ ท่านประธาน แปรญัตติอย่างที่ผมกราบเรียนไว้เมื่อกี้นะครับ อีกครั้งหนึ่งก่อนจะจบ ก็คือมาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด ๑ ปี นับแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้ท่านประธาน ได้มีความรู้สึกว่า ผมดื้อดึงแต่ประการใด แต่อย่างไรก็ตามท่านประธาน ผมกราบเรียน นะครับว่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องจําเป็นและตั้งอยู่บนความเป็นจริงไม่ได้เสแสร้งแกล้งพูด แต่ประการใด ถ้ากรรมาธิการเสียงข้างมาก ถ้าท่านไม่มีความละอายแก่ใจท่านต้องยอมรับว่า สิ่งที่ผมพูดนั้นเป็นจริง ย้ําอีกครั้งครับ การต่อสู้ในคณะกรรมาธิการ ผมใช้คําว่า ต่อสู้ เพราะบรรยากาศมันเหมือนในสภานี้เลยท่านประธาน ผมจะเล่าให้ฟังสั้น ๆ บรรยากาศ มีการนั่งกัน ๒ ฝ่ายนะครับ เรียกกันว่ากระพริบตาไม่ได้ ถ้าเป็นมวยเขาบอกกระพริบตาไม่ได้ แล้วจริง ๆ มีการวางมวยกันท่านประธานรู้หรือเปล่า อันนี้เป็นข่าวใหม่ ผมไม่บอกว่าใคร ไปสืบเอาเองเถอะกรรมาธิการเสียงข้างมาก สังเกตดี ๆ ก็จะรู้ว่ามีการวางมวย
อันนี้ไม่ต้องเล่าก็ได้ครับ
อะไรครับ
ไม่ต้องเล่าหรอกครับ ท่านไม่ต้องเล่าให้ผมฟัง
ก็บอกให้ท่านประธานได้รับทราบว่า คนพรรคเดียวกับท่านประธานเขาขัดแย้งกันนะครับท่านประธาน
พอแล้วครับ
ผมจบเท่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านประยุทธ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ประยุทธ์ ศิริพาณิชย์ กรรมาธิการ ก่อนอื่นกระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า กระผมขอบพระคุณจริง ๆ ท่านสมาชิกได้อภิปราย ไม่มีอะไรขัดใจผม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณวิรัช ร่มเย็น ที่เน้นชื่อผมบอกว่าจะจําจนวันตาย ผมก็ยืนยันกับท่านเหมือนกัน ผมจะจําชื่อท่านจนวันตาย แต่ในทางที่ดี แต่ส่วนท่านจะคิดในทางลบ กระผมไม่ขัดข้อง เป็นเรื่องของท่าน เป็นสิทธิของท่าน ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒ นั้น ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าการที่ท่านวิรัชได้พูดถึงจะให้มีสภาพบังคับเมื่อพ้น ๑ ปีไปแล้ว ๑ วัน สําหรับในคุกนั้น ก็ไม่มีใครประสงค์ที่จะอยู่ ท่านอาจจะท้วงติงในเรื่องของเทคนิค เรื่องวิธีการ ผมกราบเรียนว่าทางราชการเขาก็ต้องมีวิธีการแน่นอน วันนี้ได้รับนิรโทษกรรม คนผู้นั้นจะเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ว่าคนนั้นยังจะอยู่ในคุกหรือไม่ก็ตาม ท่านประธานครับ ผมต้องขอประทานโทษท่านประธาน วันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผมมีโอกาสเข้าไปนอนในคุก วันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๑๙ เป็นวันที่ออกกฎหมายนิรโทษกรรม ผมก็เดินออกมาจากคุก วันที่ ๒๕ ธันวาคม ๒๕๑๙ เมื่อพ้น ๑ วัน ผมไม่อยากเล่าประสบการณ์ตรงให้กับ ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ แต่ผมเพียงแต่เปรียบเทียบว่าท่านจะทรมานเขา ไปทําไมละครับ จะรอไว้อีก ๑ ปีทําไม นี่ผมกราบเรียนเปรียบเทียบให้ กระผมไม่ได้คัดค้าน จากท่าน แนวคิดของท่าน ข้อเสนอแนะของท่านไม่ได้ละเลยครับ ผมจดไว้ทุกประเด็น ทุกท่าน แต่บางประเด็นผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่ามันล้ําเข้าไปในมาตรา ๓ ซึ่งกระผมจะใช้ โอกาสตรงนั้นได้อธิบายให้กับท่านประธาน แก่ท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่งครับท่านประธาน
ท่านวัชระครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ยุติธรรมวันนี้ อยู่ที่ไหน มันซุกอยู่ที่ใด ใครรู้บ้าง แผ่นดินจะย่อยยับและอับปาง ถ้าเมืองร้างบริสุทธิ์ยุติธรรม ท่านประธานครับ มันเป็นไปได้อย่างไร เมื่อท่านอดีตประธานรัฐสภา ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ สมัยได้แปรญัตติไว้ แล้วไม่ได้อภิปรายตามสิทธิในรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ มันเป็นไปได้ อย่างไรครับ ในขณะที่ท่านประธานนั่งเป็นประธาน แล้วเพื่อนสมาชิกถูกตัดสิทธิตามที่ บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ท่านประธานที่เคารพ สภาผู้แทนราษฎรต้องเป็น สภาผู้แทนราษฎร ไม่ใช่สภาของครอบครัวหนึ่งครอบครัวใด หรือคนหนึ่งคนใดจะมาสั่งการ ประการใดประการหนึ่งได้ ที่ผมได้สงวนคําแปรญัตติเอาไว้ ท่านประธานครับ ผมก็อยากจะ อภิปรายต่อท่านประธานและกรรมาธิการ รวมทั้งพี่น้องประชาชนได้กรุณาเข้าใจว่า สิ่งที่ ท่านกรรมาธิการวิรัช ร่มเย็น และท่านกรรมาธิการธนา ซึ่งเป็นกรรมาธิการเสียงข้างน้อย เช่นเดียวกับกระผม ท่านได้อภิปรายไปแล้วนั้นเป็นความจริงทุกประการครับ แม้กระทั่ง การแปรญัตติในกรรมาธิการ ซึ่งมีนายสามารถ แก้วมีชัย ทําหน้าที่เป็นประธาน สมาชิก ผู้แปรญัตติก็จะถูกเร่งเร้าให้ยุติการอภิปราย แล้วบอกว่าให้มาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร แล้วเมื่อมาถึงที่นี่ท่านประธานก็คงได้เห็นวิธีการบางอย่าง ซึ่งผมไม่คาดคิดมาก่อนว่า จะเกิดขึ้นในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ ท่านประธานที่เคารพ ในการพิจารณา ของกรรมาธิการ เจ้าหน้าที่เขาเขียนกลุ่มความผิดมาอย่างชัดเจนว่า ผู้ที่กระทําความผิด เนื่องจากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองนั้นมี ๑๘ กลุ่มความผิด มี ๑๘ ฐานความผิด แต่ท่านประธานครับ กรรมาธิการกลับเขียนกฎหมายเกิน ไปนิรโทษความผิดที่ ๑๙ คือ การทุจริตคอร์รัปชันและมันก็เกิดขึ้นแล้ว ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้ที่ออกไปแล้ว จะส่งผลให้ต้องคืนเงิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย ผมจึงได้แปรญัตติเอาไว้ ในมาตรา ๒ เพื่อที่จะให้มีการบังคับใช้เมื่อครบ ๑ ปีหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะไปทรมานผู้หนึ่งผู้ใด เพราะพี่น้องประชาชนที่ฝ่าฝืนพระราชกําหนด และเข้าร่วมชุมนุมนั้นได้หลุดพ้นจากคดีความไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่นักโทษที่เหลืออยู่ ในขณะนี้ท่านประธานครับ เป็นความผิดที่เผาศาลากลาง เป็นความผิดที่เกี่ยวกับวัตถุระเบิด และอาวุธสงคราม ซึ่งมีอยู่เพียงจํานวนหนึ่งเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติ เอาไว้ในมาตรา ๒ ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาครบ ๑ ปี เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาครบ ๓ เดือน ภายในเวลา ๓ เดือนนี้รัฐบาลต้องเผยแพร่กฎหมายฉบับนี้พร้อมคําอภิปรายแต่ละมาตราต่อประชาชน ให้รู้โดยถ่องแท้ทุกครัวเรือนทั้งประเทศ จากนั้นรัฐบาลต้องทําประชามติจากประชาชน ทั้งประเทศให้เสร็จภายใน ๖ เดือน ผลจากประชามติหากมีเสียงเกินกึ่งหนึ่งจากผู้มีสิทธิ เลือกตั้งของประชาชนทั้งประเทศ กฎหมายนี้จึงมีผลบังคับใช้ต่อไป ทั้งนี้พระราชบัญญัตินี้ ต้องไม่ขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และนโยบายแห่งสหประชาชาติในการกําหนด ระเบียบด้านการนิรโทษกรรมของสํานักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การ สหประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ระเบียบดังกล่าวขององค์การสหประชาชาติ ผมจะไม่อ่านโดยละเอียด แต่อยากจะสรุปให้ท่านประธานฟังว่าองค์การสหประชาชาตินั้น เขาไม่นิรโทษกรรมในคดีที่มีการฆาตกรรม ท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้อภิปรายไปแล้วว่า ในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ระบุอย่างชัดเจนว่ามีการใช้แสงเลเซอร์ยิงไปที่ พันเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม ก่อนที่จะถึงแก่ความตาย นั่นคือการฆาตกรรมโดยมีการวางแผน เอาไว้ก่อน และผมยังได้อภิปรายในกรรมาธิการชุดนี้ต่อหน้า พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ซึ่งบอกว่าลูกน้องของท่านตายจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แล้วท่านจะนิรโทษกรรมให้กับคนที่ ฆ่าลูกน้องของท่านได้อย่างไร ท่านพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน ไม่พูดจาอะไรสักคํา นั่งยิ้ม แล้วก้มหน้า ท่านประธานครับ นี่หรือครับคือพลเอกผู้ซึ่งทํารัฐประหาร ท่านประธานที่เคารพ เมื่อผมได้ถามท่านไม่ตอบผมก็ไม่ว่ากระไร แล้วท่านประธานสามารถ แก้วมีชัย ท่านก็บอกว่า อย่าไปรุกเร้าให้ ท่านพลเอก สนธิ ได้ตอบ ท่านประธานครับ ผมถามถึงขนาดที่ว่าแล้วท่าน เป็นหัวหน้าคณะรัฐประหารท่านทํารัฐประหารรัฐบาลทักษิณทําไม แล้วท่านทํารัฐประหาร แล้วได้ผลตามที่ท่านต้องการหรือไม่ พลเอก สนธิ ตอบครับ ท่านตอบว่าโดยสรุปสั้น ๆ
ท่านวัชระครับ ขอความร่วมมือเอาเฉพาะมาตรา ๒ นี้ครับ เรื่องที่ท่านแปรญัตติไว้นี้ครับ
ใช่ครับ ท่านประธานครับ
เอาอันนี้ครับ ขอความร่วมมือท่าน
ผมอธิบายท่านประธานสั้น ๆ ด้วยความเคารพในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านตอบสั้น ๆ ผมอธิบายท่านสั้น ๆ พลเอก สนธิ พูดในทํานองที่ว่าให้มันแล้ว ๆ ไป ท่านประธานสามารถก็ขึ้นมาย้ําครับ ให้มันแล้ว ๆ ไป ลืมได้ลืมไป ผมก็ไม่เข้าใจว่าท่านทํารัฐประหารทําไม ท่านประธานครับ ผมได้แปรญัตติเอาไว้ในมาตรา ๒ เพื่อที่จะบอกสมาชิกว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นมีความสําคัญ อย่างยิ่งที่ท่านควรจะต้องไปทําประชามติสอบถามจากพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่า เห็นด้วยหรือไม่ เพราะเกี่ยวพันกับเงินในกระเป๋าของพี่น้องทุกคน ท่านประธานครับ ที่ผมจําเป็นต้องอภิปรายต่อท่านประธานอย่างนี้ก็เพราะว่าก่อนหน้านี้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยให้กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับผิดชอบจ่ายให้กับพี่น้องเสื้อแดงและพี่น้องที่ติดคุกก็ได้คนละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท คนที่ตายได้มากถึง ๗,๙๕๐,๐๐๐ บาท ขาด ๕๐,๐๐๐ บาท ครบ ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ได้ทุกศพ ท่านประธานครับแล้วถามว่า บรรดาเพื่อนนักโทษคนอื่นละครับ ทําไมเขาไม่ได้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง และสุดท้ายท่านประธานภายใน ๑ นาที ท่านประธานครับ ผู้แปรญัตติโดยท่านวิรัตน์ กัลยาศิริ ได้เข้ามาสอบถามต่อกรรมาธิการในที่ประชุมครับ ถามท่านนิพนธ์ ฮะกีมี ตัวแทนกฤษฎีกาถามต่อหน้าต่อตาเลยครับว่าใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ถ้าออกไปแล้วคุณทักษิณจะได้หลุดพ้นจากคดีทุจริตที่ดินรัชดาหรือไม่ เพราะศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองตัดสินจําคุก ๒ ปี คุณนิพนธ์ ฮะกีมี บอกว่าคุณทักษิณ ชินวัตร หลุดจากคดีนี้ ท่านประธานครับ หลังจากนั้นท่านประธาน สามารถ แก้วมีชัย ก็ยังพูดตําหนิคุณนิพนธ์ในทํานองว่าพูดมากไป ขอขอบคุณ
ไม่ต้องประท้วงแล้วครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพายัพ ปั้นเกตุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ผมประท้วงท่านประธานใน ข้อ ๘ และ ข้อ ๑๒๙ นี่ผมฟังจบเลยนะนี่โดยไม่ประท้วง ระหว่างกลางคัน ในเวลาที่ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๒๙ เขียนไว้ระบุไว้ชัดเจนครับว่า อภิปรายได้แค่ไหนในวาระที่สอง ท่านประธานก็รู้ เพื่อนสมาชิกก็รู้ในสภานี้ แล้วเนื้อหา การอภิปรายของเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ก็อภิปรายอย่างที่เห็นนี่ละครับ ต้องออกมา ยิ่งพูดกันหลายครั้งต้องประท้วงกันหลายครั้ง ผมไม่ได้ว่าหยุดเรื่องประท้วงเขา เลยประท้วง ท่านประธานแทน ก็ขอความกรุณาอย่าได้มีอย่างนี้อีกได้ไหม ถ้าไม่รู้จะพูดอะไรก็บอกมา เราไม่ได้ขัดข้องอะไรเลย ขอบคุณท่านประธานครับ
เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรครับ พอแล้วครับ เดี๋ยวเป็นการตอบโต้ ไม่ดี เชื่อผมเถอะ ท่านวัชระพอแล้วครับ ผมก็พยายามควบคุมอยู่ ผมตักเตือนอยู่ ท่านไม่มีอะไร เสียหาย ผมฟังแล้วท่านไม่เสียหาย เขาประท้วงผม ไม่ได้ประท้วงท่าน เขาไม่ว่าท่าน เขาว่าผม ไม่ได้ว่าท่าน ท่านนั่งลงเถอะ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เชื่อผมเถอะ เชิญท่านวัชระ เฉพาะประเด็นเสียหาย ไม่เสียหายไม่ให้พูด
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอประท้วงนายพายัพ ปั้นเกตุ ท่านประธานครับ เขาได้พูดเสียดสีกระผมในทํานองว่ากระผมนั้นอภิปรายไม่อยู่ในประเด็น และก่อนหน้านี้นายพายัพยังได้อภิปรายกล่าวหาน้องชายกระผม
ไม่เอาละครับ เมื่อสักครู่มันจบไปแล้วครับ เรื่องเก่าจบไปแล้ว ไม่เอาละครับ ท่านวัชระ เดี๋ยวก็จะมีปัญหาอีก เชื่อผมเถอะ เขาประท้วงผม เขาต่อว่าผม ผมก็บอกผมตักเตือนอยู่ ผมทําหน้าที่ผมพยายามควบคุม พอแล้วครับ ๆ ท่านวัชระ เชื่อผมนะครับ ดีที่สุดแล้วครับ ผมเชื่อผมละดีไม่เสียหาย ท่านวัชระครับ ผมเป็นคนวินิจฉัยไม่ใช่ท่านวินิจฉัย เขาประท้วงผม ไม่ใช่ประท้วงท่าน ว่าผมไม่ควบคุมท่าน แต่ผมก็พยายามตักเตือนท่าน แล้วก็ท่านช่วยให้ ความร่วมมือแล้วก็ไม่มีอะไรเกินเลยไปมากนัก ผมถึงเชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านพอแล้วครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์นะครับ ท่านไม่เสียหายนะครับ ไม่เอา ไม่ตอบโต้แล้ว ไม่ ๆ ครับ ให้ประธานวินิจฉัย ท่านวัชระเดี๋ยวจะมีประเด็นอื่นตามมาอีก เมื่อสักครู่ก็ได้พูด เรื่องนี้ให้มันจบไปตอนก่อนแล้ว ไม่เอานะครับ ไม่ ๆ เรื่องเมื่อสักครู่จบไปแล้วครับ ก็ต่อว่ากันทั้งคู่ ไม่เอา ไม่ตอบโต้กันครับ ไม่เอาครับ ตอบโต้กันไม่เอาครับ เมื่อสักครู่ก็ต่างคน ต่างว่ากันไปกันมาก็เป็นปัญหาประเด็นที่เคยเห็นกันนั่นละ ผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์ นั่นอีก ผมเชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านวัชระ ขอร้องให้นั่งลงครับ รอบแรกทั้ง ๒ ฝ่ายก็กล่าวหากันทั้งคู่ เลยเกิดเป็นประเด็น พอแล้วครับ ๆ เดี๋ยวก็ เป็นประเด็นอีกละครับ พอแล้วครับท่านวัชระผมไม่อนุญาต ท่านวัชระผมไม่ได้เรียกบุญยอด ผมจําท่านได้ ไม่เห็นท่าน ผมเห็นเงาผมก็รู้แล้ว เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านวัชระนั่งลง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นในมาตรา ๒ ครับ กระผมได้ สงวนความเห็นในมาตรา ๒ ไว้ดังนี้ครับ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด เก้าสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งเป็นความเห็น ที่แตกต่างจากร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับที่ไม่ได้แก้ไขจากร่างที่สภาแห่งนี้ รับหลักการ ที่ต้องการให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป บังเอิญมีท่านกรรมาธิการที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ได้แสดง ความคิดเห็นแล้วก็มีความเห็นที่แตกต่างไปจากกระผมนะครับ ในส่วนของกรรมาธิการ ท่านหนึ่งก็บอกว่าอยากให้กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ทันที ไม่รอแม้แต่วันถัดจากวันประกาศ แต่ในบางท่านก็ทอดเวลายาวนานไปถึง ๑ ปี กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วความเหมาะสมในการกําหนด ว่าจะให้กฎหมายประกาศและมีผลบังคับใช้เมื่อไรต้องพิจารณาจากบทบัญญัติที่จะต้อง นําไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งตรงนี้จะเกี่ยวพันกับสาระในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ โดยเฉพาะ มาตราอื่น ๆ แม้จะมีผลอยู่บ้างก็ไม่ใช่สาระสําคัญนักครับ สาระสําคัญในมาตรา ๓ มาตรา ๔ ก็คือมาตรา ๓ จะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้จะนิรโทษกรรมให้แก่บุคคลหรือความผิดอะไรบ้าง และมาตรา ๔ ก็จะระบุว่าจะต้องปฏิบัติแก่บุคคลซึ่งได้รับการนิรโทษกรรมอย่างไร ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานก่อนว่ามีกรรมาธิการทั้งท่านรองประธานที่ได้ชี้แจง และกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นในลักษณะที่บอกว่าต้องเร่งให้มีผลบังคับใช้ทันที โดยพูดประหนึ่งว่าใคร ที่อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ แล้วมีการทอดเวลาออกไป ดูเหมือนจะไม่ เห็นอกเห็นใจผู้ที่มีปัญหา หรือถูกจําคุกอยู่ในขณะนี้ หรือต้องคุมขังอยู่ในขณะนี้ ผมต้อง แก้ประเด็นนี้เสียก่อนนะครับ ประเด็นแรก ตามที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานไปก่อน หน้านี้ว่า หลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติฉบับนี้อ้างถึงการนิรโทษกรรมให้แก่ ผู้กระทําความผิดในลักษณะที่เรียกกันว่าเป็นความผิดทางการเมือง นั่นคือเกี่ยวข้องกับ การชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมือง คําแปรญัตติของกระผมในมาตรา ๓ ถัดไป จะระบุชัดเจนครับว่าขอบเขตของตรงนี้คืออะไร โดยมีการจําแนกฐานความผิดเอาไว้ ชัดเจนว่า การกระทําความผิดตามกฎหมายใด ฐานความผิดใด ได้รับการนิรโทษกรรม การกระทําความผิดใดในกฎหมายฉบับใดไม่ได้รับการนิรโทษกรรม กรณีที่กระผมได้จําแนก แจกแจงเอาไว้นี้จะเป็นตัวยืนยันครับ ว่าบุคคลที่สมควรได้รับการนิรโทษกรรมนี้ ปัจจุบันนี้ อยู่ในฐานะหรือสถานะอะไร ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับว่า ถ้ายึดความผิดทาง การเมืองคือคนที่ไปใช้สิทธิโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ ข้อมูลที่หลายท่านอ้างถึงที่หน่วยงาน ส่งมา ไม่มีใครถูกคุมขังอยู่ หลายท่านที่ถูกดําเนินคดีไปแล้ว ทําผิด พ.ร.ก. ทําผิดกฎหมาย ความมั่นคงจะรับโทษครบถ้วนไปแล้วครับ กระผมไม่ได้บอกว่าคนเหล่านั้นไม่สมควรได้รับ การนิรโทษกรรมครับ ยังสมควรได้รับการนิรโทษกรรม เพราะจะไปช่วยเขาในเรื่องของ ประวัติของเขาครับ แต่ถามว่าจําเป็นเร่งด่วนไหม ไม่ครับ ทอดเวลาไป ๙๐ วันอย่างที่กระผม เสนอนี้ เขาไม่ได้ต้องมารับโทษถูกคุมขัง ถูกจําคุกอยู่ อีกจํานวนมากขณะนี้อยู่ในขั้นตอน ที่ถูกดําเนินคดี อาจจะเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ต้องสู้คดีกันไป บางความผิดศาลอาจจะยกฟ้อง ก็ไม่มีประเด็นที่จะต้องนิรโทษกรรมอยู่ด้วยซ้ําในขณะนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว ผู้กระทําความผิด ที่เป็นความผิดทางการเมืองที่แท้จริง ไม่ได้มีประเด็นรีบร้อนที่บอกว่ากฎหมายต้องบังคับใช้ ทันที ไม่มีครับ กลุ่มคนที่อาจจะถูกคุมขัง ถูกจําคุกอยู่ในขณะนี้ กระผมกราบเรียนนะครับ ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อค้นหาความจริงเพื่อความปรองดอง แห่งชาติขึ้นมา และเมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้เข้าไปเยี่ยมบุคคลที่ถูกจําคุกอยู่ มีข้อเสนอมายังรัฐบาลในขณะนั้นว่าให้ไปช่วยดูแลสิทธิในการได้รับการประกันตัว รัฐบาล ที่แล้วดําเนินการครับ ท่านครับ รัฐบาลที่แล้วก็มอบหมายให้กรมส่งเสริมสิทธิ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีกองทุนอยู่เข้าไปช่วย ดําเนินการให้ นี่พูดในเชิงหลักสิทธิมนุษยธรรม ผมไม่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยซ้ําครับว่าในช่วงหลังนี้ต่างหากที่ผมได้พบกับคนทํางานด้านสิทธิมนุษยชน ที่เขาบอกว่า หน่วยงานที่ควรจะเข้าไปช่วยในเรื่องการประกันตัว หลัง ๆ ไม่ค่อยทําครับ ไปบอกกับ ผู้ถูกคุมขังอย่างเดียวว่าให้รอกฎหมายนิรโทษกรรม ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่คือข้อเท็จจริงครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราพูดถึงหลักมนุษยธรรม พูดถึงหลักการในเรื่องของ การกระทําความผิดทางการเมือง ความเร่งด่วนตรงนี้ไม่มี และถ้ามีใครที่ถูกคุมขังอยู่ควรจะ ช่วยเหลือในลักษณะของการเข้าไปช่วยดูแลเรื่องการประกันตัว ประเด็นถัดมาก็คือว่า เมื่อไม่มีความจําเป็นเร่งด่วนมีปัญหาไหมถ้าเราบอกว่ากฎหมายนี้บังคับใช้ทันที หรือวัน ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา กระผมก็กราบเรียนว่าในร่างที่ปรากฏอยู่เป็นร่าง ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีแน่นอน ถ้าเป็นร่างที่มีการจําแนกแจกแจงความผิด จะไม่ยากครับท่านประธาน เพราะคดีทุกคดีที่มีการดําเนินคดีอยู่มันจะมีฐานความผิดชัดเจน ถ้ากฎหมายระบุฐานความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคงให้ได้รับการนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติได้เลยครับ คดีนี้ตรงตามกฎหมายที่ระบุไว้นิรโทษกรรม ถูกควบคุมตัวอยู่ปล่อยตัว คดีนี้เป็นคดีก่อการร้ายไม่ได้รับการนิรโทษกรรมก็ไม่ต้องดําเนินการ แต่กฎหมายที่ท่านเขียน อยู่ขณะนี้ครับท่านบัญญัติว่าอย่างไรครับ ท่านบัญญัติว่า ให้บรรดาการกระทําทั้งหลายทั้งสิ้น ของบุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมือง ถ้าได้กระทําขึ้นในระหว่างปี ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ ให้พ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง ด้วยความเคารพครับ กฎหมายนิรโทษกรรม ในอดีตรวมทั้งที่ท่านรองประธานได้อ้างถึงในการชี้แจงเมื่อสักครู่ แม้อาจจะไม่ได้จําแนก แจกแจงฐานความผิดก็ไม่ซับซ้อนครับ เช่น ในอดีตคณะรัฐประหารเขานิรโทษกรรมตัวเอง เหตุการณ์ขอบเขตระยะเวลาสั้นมากครับ อาจจะไม่กี่วันไม่กี่ชั่วโมงจบ วันที่ ๑๔ ตุลาคม วันที่ ๖ ตุลาคม ท่านไปดูกฎหมายสิครับ ขอบเขตเหตุการณ์ที่จะต้องมีการนิรโทษกรรม ระยะเวลาไม่กี่วัน ที่ยาวนานก็คือกรณีคอมมิวนิสต์ซึ่งก็ง่ายอีกครับ เพราะเขาไม่นิรโทษกรรม ความผิดทางอาญาในการกระทําต่าง ๆ นิรโทษกรรมเฉพาะความผิดฐานความมั่นคง และความผิดที่ไปปฏิบัติขัดต่อกฎหมายคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น ปฏิบัติได้หมดครับ แต่ฉบับนี้ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมือง เราพูดถึงเหตุการณ์ ๑๐ ปีครับท่านประธาน โดยประมาณ แล้วเจ้าหน้าที่ใครเป็นคนวินิจฉัย ว่าคดีนี้ใช่หรือไม่ใช่ เอาอาวุธมายิงกระทรวงกลาโหมหรือวัดพระแก้วแล้วแต่กรณี ใช่ไหมครับ เพราะถ้าใช่ต้องปฏิบัติอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ใช่ต้องปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง ถ้าสมควรปล่อยไม่ปล่อย ก็ไม่เป็นธรรม ถ้าไม่สมควรปล่อยแล้วปล่อยไปเจ้าหน้าที่ก็ผิดครับ ผมจะสามารถอภิปราย ได้ทั้งคืนเลยนะครับที่จะยกตัวอย่างว่าอย่างนี้ผิดไหม อย่างนั้นผิดไหม เพราะกฎหมาย ไม่ได้เขียนเอาไว้อย่างที่กําหนดไว้ในเหตุผลและหลักการอย่างไรครับ ผมจึงบอกว่าระยะเวลา ผมว่า ๑ ปี มันก็อาจจะนานไป เพราะเราก็ต้องการให้สิทธิคนเหล่านี้เร็วที่สุดครับ แต่เราก็ต้องให้เวลาในการที่จะทําให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปได้และเป็นธรรม ผมว่า ๙๐ วันเป็นเวลาที่เป็นไปได้ครับ ด้วยความไม่ชัดเจนอย่างที่กระผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าท่านประธานเองจะบอกได้ไหมครับ คนทะเลาะกันถ้าเกิดอ้างขึ้นมาในคดีล่ะครับว่า ที่ทะเลาะกันทะเลาะกันเรื่องการเมืองจึงเกิดการทําร้ายร่างกายกัน จึงเกิดการกระทําละเมิด สิทธิต่อกัน มีความผิดเดียวเท่านั้นครับที่กฎหมายตามกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เขียนชัดว่า คดีไหน คือคดีที่ถูกกล่าวหาโดย คตส. ครับ มีเท่านั้นครับที่มันชัดเจนมากและปฏิบัติได้ทันที ผมจึงยืนยันครับว่าที่กรรมาธิการหลายท่านที่สงวนความเห็นแล้วก็อภิปรายเอาไว้ก่อนหน้านี้ ที่บอกตกลงกฎหมายฉบับนี้ตั้งใจจะช่วยใครกันแน่น เหมือนเมื่อเช้าที่ถามท่านประธาน วาระหนึ่งเข้ามาบอกว่าจะช่วยคนติดคุกไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่องพิเศษ วาระสอง ช่วยคน หนีคุก เป็นวาระพิเศษ เร่งด่วน ปฏิบัติได้ชัดเจนมีอยู่กรณีเดียวครับ เพราะลงทุนเขียน ถึงขั้นว่าเป็นความผิดที่ถูกกล่าวหาโดยใคร แต่เหตุการณ์ ๑๐ ปีที่มีคดีเป็นร้อยเป็นพัน เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติอย่างไรความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นหรือไม่ เรากลับไม่ให้ความสําคัญตรงนี้ ผมจึงยืนยันครับว่ามีความจําเป็นที่จะต้องมีระยะเวลานับตั้งแต่วันที่กฎหมายประกาศใช้ ให้มีกระบวนการวิธีการซึ่งบางท่านก็เสนอให้มีคณะกรรมการ แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจตรงนั้น เป็นหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ใช้เวลา ๙๐ วันตามที่กระผมเสนอให้เป็นประโยชน์ ให้เกิด ความเป็นธรรมจริง ๆ ว่าใครจะต้องถูกปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ ขอขอบคุณครับ
ท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมนั่นได้มีการเสนอคําแปรญัตติในเรื่องของการที่จะให้กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ๑๘๐ วัน นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาครับ ที่ต้องบอกว่าทําไมถึงยึดเวลาเป็น ๑๘๐ วัน ก็มีเหตุผลครับ เหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้เป็นไปด้วย ความเร่งรีบอย่างมาก โดยเฉพาะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ด้วยความเร่งรีบแบบนี้ จึงเกิดปัญหาตามมาว่า เมื่อเร่งรีบเกินไปความสมบูรณ์ของกฎหมายจะไม่เกิด เพราะจาก ประวัติศาสตร์ในอดีตที่ผ่านมา เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังที่ล่ะตัวว่า อดีตนั้นเป็นอย่างไร แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นห้วงเวลาของมันเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ แล้วก็ไป สิ้นสุดเอาในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันที่ได้มีการรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ ในสภาผู้แทนราษฎร และผมก็เชื่อครับถ้ากฎหมายฉบับนี้ท่านดันทุรังจนผ่านได้ก็จะต้องเป็น ห้วงเวลาทั้งหมด ๑๐ ปีด้วยกันที่คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ซึ่งจะมีทั้งคนที่เกี่ยวข้องการชุมนุม ทางการเมือง ซึ่งพอแยกแยะได้ แต่กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตนี่ล่ะครับจะแยกลําบาก ผมถึงเสนอว่าลองดูในประวัติศาสตร์ในอดีตว่ามันเป็นอย่างไรครับ ในสมัยสงครามญี่ปุ่น ซึ่งเป็นร่างที่เขายกความผิดให้กับคนที่ไปร่วมชุมนุม ๒๔๘๙ ซึ่งขณะนั้นเขามีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน มีอธิบดีกรมอัยการ มีบุคคล ที่เกี่ยวข้องจํานวนมากในทางตุลาการ เขากลั่นกรองก่อนว่าคดีใดบ้างที่เข้าข่ายที่จะได้รับ การนิรโทษกรรมแบบนี้ชัดเจน คณะกรรมการชุดนี้พูดง่าย ๆ คือคนที่ไปอิงอํานาจตุลาการ ให้เขาตัดสินใจครับ แต่กฎหมายฉบับนี้มันไม่ได้มีกลไกลแบบนี้เกิดขึ้นเลยทําให้การ ภาคปฏิบัติจริงคงลําบากน่าดูเลยว่าเราจะแยกได้อย่างไรว่าใครเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับ การชุมนุมทางการเมือง ใครเป็นบุคคลที่ทุจริตแล้วไม่ต้องได้รับโทษตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เพราะท่านประธานต้องนึกสภาพการบังคับใช้ว่า เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เขาจะ ปฏิบัติตัวอย่างไรครับ อัยการ ตํารวจ ดีเอสไอ ป.ป.ช. เขาจะปฏิบัติตนอย่างไรครับ พอมาดู เหตุการณ์อื่นครับที่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมถัดมา อย่างเช่น ของเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ และตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ในช่วงตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ เขาเป็นการนิรโทษกรรมให้กับ การกระทํา ซึ่งอยู่ในห้วงเวลาไม่เกิน ๘ วัน คือวันที่ ๘-๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ช่วงเวลา มันสั้นครับ แต่กฎหมายฉบับนี้ช่วงเวลามัน ๑๐ ปี หรือจะเป็นเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ที่ห้วงเวลานั้น จํากัดเพียงแค่ ๓ วัน ตั้งแต่วันที่ ๔-๖ ตุลาคม อย่างนี้ห้วงเวลาก็สั้นอีกเช่นเดียวกัน พอดูต่อมาพฤษภาทมิฬก็เป็นห้วงเวลาสั้น ๆ เหมือนกัน ไม่เจอปัญหาครับ แต่กฎหมาย ฉบับนี้ล่ะจะเจอปัญหาหนักเพราะเป็นห้วงเวลาถึง ๑๐ ปีด้วยกัน พอมาดูตัวสุดท้ายคือ การกระทํามันเป็นคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่นานที่สุด แต่ไม่ยาก เพราะว่ากฎหมาย เรื่องการที่เราจะโทษกรรมให้กับกระทําเป็นคอมมิวนิสต์ ฉบับนี้ไม่นิรโทษกรรมให้กับคนที่ กระทําความผิดทางอาญา ฆ่า ปล้น ลักทรัพย์ ยิง ไม่ได้นิรโทษกรรม ซึ่งก็ไม่ได้มี ความยากเย็นอะไรนัก นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่าทําไมต้องเป็น ๑๘๐ วัน เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว แนวทางในการปฏิบัติงานของคณะทํางานต่อไปในอนาคต เดินทางลําบากเหลือเกินครับ ไม่รู้ว่าคดีใดบ้าง พอมาดูคดีเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมในห้องกรรมาธิการนั้นก็พยายามที่จะ เอาแฟ้มเอกสารมาแสดงว่าคดีใดที่เข้าข่ายบ้าง จริง ๆ ผมเรียนท่านประธานว่าบรรยากาศ ในห้องกรรมาธิการ ถ้าไม่มีฟ้าฝ่ามา อย่าบอกว่าใครสั่งดีกว่าครับ ถ้าไม่มีฟ้าฝ่ามาโดย ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มันจูนกันเกือบลงตัวแล้วครับ ไม่รู้ว่าใครไปรายงานนายครับ รีบไปหน่อยครับ จะรีบกันถึงขนาดว่าพวกผมจะไปรดน้ําพระศพพระสังฆราช ยังต้อง โหวตกัน เสียงข้างน้อยแพ้ ๑๗ เสียง ต่อ ๕ เสียง อย่างนี้เป็นต้น ที่บอกว่ารีบครับ มันเกือบ ลงตัวจริง ๆ เพราะว่าเวลาที่นําเอกสารมาแจกให้กับพวกกระผม แจกชัดเลยว่าคดีนั้น อยู่ในระหว่างชั้นตํารวจกี่คดี แบ่งเป็นกี่ประเภท ไปอยู่ในชั้นของเรือนจํา ราชทัณฑ์ มีกี่คดี เป็นคดีอะไรบ้าง ดีเอสไอมีอะไรบ้าง ป.ป.ช. มีอะไรบ้าง แจงมาเสร็จศัพท์ ป.ป.ช. ไม่แจง ขอประทานโทษ ป.ป.ช. เขาส่งจดหมายมาบอกเป็นแต่เพียงว่ามีอยู่ในความรับผิดชอบเขา แต่ที่อื่นเขาแจงมาหมด เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าคดีในสัดส่วนของการเกี่ยวข้องกับการชุมนุม พอแยกเยอะได้ แต่คดีเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เคยส่งสํานวนมาให้พวกเราดูเลย ป.ป.ช. ไม่เคยส่งมาเลย ซึ่งผมก็ได้วอนขอไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการสามารถ แก้วมีชัย ว่าให้ถาม ป.ป.ช. ว่ามีคดีอะไรบ้าง จะนิรโทษกรรมกันอย่างไร วันนี้ยังไม่รู้เลยว่า คดีไหนที่เป็นคดีทุจริตและเข้าข่ายบ้าง ท่านประธานครับ บางคดีทุจริตมีคนเกี่ยวพัน จํานวนมาก เอาล่ะประเด็นไหนที่ คตส. เขาฟันธงมาชัด ๆ แบบนี้ก็บ่งชี้ได้ว่าคือคดีอะไร แต่คดีไหนที่มันไม่ได้เสร็จที่ คตส. เขาส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. คดีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างโครงการ บ้านเอื้ออาทร บ้านเอื้ออาทรนโยบายของเดิมเขา เวลาเขาทําบ้านให้คนจน เขาใช้ที่ราชพัสดุ แล้วให้การเคหะแห่งชาติสร้าง คนจนมาอยู่ ปรากฏว่ารัฐบาลในขณะนั้นมีความคิดที่จะ ช่วยประชาชน แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นการคอร์รัปชันโดยนโยบาย คือโครงการบ้านเอื้ออาทร ประกาศว่าจะมีการทําบ้านให้กับประชาชน คนยากไร้ จํานวน ๒๐๐,๐๐๐ หลัง แล้วก็ให้ ผู้รับเหมามาแบ่งงานกันไปทําให้ได้หลังละ ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อยูนิต สุดท้ายแล้วผลสอบ คตส. เขาก็ระบุชัดเหลือเกินว่ามีการจ่ายเงินให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ๑.๔๐๐ ล้านบาท เงินจํานวน ๑,๔๐๐ ล้านบาท ไปเข้าหลายบัญชีกับคนที่เกี่ยวข้องหลายคนจริง ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งคนดังช่วงนี้ คืออ้ายเปี๋ยง เสี่ยเปี๋ยงเกี่ยวข้องกับวงการข้าว วงการจํานํา ถูกนํามาแฉ แล้วในสภาซ้ําแล้วซ้ําอีกว่าอ้ายเปี๋ยงเข้ามาเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สําคัญในรัฐบาลนี้ แต่พอย้อนกลับไปปรากฏว่าเสี่ยเปี๋ยงคนเดียวกันและบัญชีที่เกี่ยวข้องจากผลสอบ คตส. ก็ไปเชื่อมโยงกับโครงการบ้านเอื้ออาทรที่โกงกันอยู่ แบบนี้ทําอย่างไรครับ ลูกน้องไอ้เบี๋ยงที่เกี่ยวข้องเงินเข้าบัญชีมันไปเรียบร้อยแล้ว มีการสั่งฟ้องกันไปแล้วบางส่วน อย่างนี้เป็นต้น เราจะมาแบ่งแยกกันอย่างไรว่าคดีที่เกิดขึ้น จากการทุจริตมีคดีอะไรบ้าง ที่พวกเราจะต้องนิรโทษกรรมให้ในสภาแห่งนี้ ผมพูดแบบนี้ เพื่อให้เข้าใจว่า มันมีอีกหลายคดีหลายเรื่องที่ยังไม่ได้นํามาถกแถลงกันในห้องกรรมาธิการ ผมยอมรับว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมนั้นได้มีการนํามาถกแถลงในห้อง ผมถึงบอก ท่านประธานไปแล้วจากการอภิปรายผมว่า ผมเริ่มเข้าใจคนเสื้อแดงพอสมควร ผมถึงยังแปลกใจว่าทําไมหลายคนที่เป็น ส.ส. ได้เพราะคนเสื้อแดงไม่ช่วยคนเสื้อแดง คนที่ฆ่าคนเสื้อแดงท่านละเลยไปได้อย่างไร นี่คือความแปลกใจของผมอยู่ แต่ผมจะได้ใช้สิทธิ อภิปรายอย่างเต็มที่ในมาตรา ๓ ท่านประธานไม่ต้องห่วงครับ วันนี้เพียงแค่อยากจะแสดง ให้ท่านในที่ประชุมแห่งนี้เห็นว่า คดีชุมนุมพอเข้าใจได้ เพราะว่าได้ส่งเอกสารมาให้ พวกกระผมแล้ว แต่คดีทุจริตไม่เคยส่งเอกสารใด ๆ มาให้ผมเลย สิ่งที่พอรู้บ้างในคดี บ้านเอื้ออาทร เพราะว่ามันโอนจาก คตส. ต่อไป ป.ป.ช. และได้รู้ได้ก็ได้จากเอกสารของ คตส. ที่มีการเปิดเผย หลังจากที่เขาได้ปิดตัวลง แต่มันมีกี่คนครับที่จะได้รับประโยชน์ จากการคราวนี้ เพราะผมย้ําอีกครั้งว่าเซตซีโร่ (Set Zero) มันก็ดีสิครับ ถ้าเซตซีโร่ แล้วให้ ป.ป.ช. กลับมาดําเนินคดีได้ไหม แต่เซตซีโรของคุณผู้ที่ผมไม่อยากเอ่ยนาม มันคือเซตซีโรแล้วโนรีเทิร์น (No Return) หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าทุกคดี ที่เรากําลังจะนิรโทษกรรมจากนี้เป็นต้นไป มันจะไม่ถูกย้อนกลับมาพิจารณาอีกเลย เพราะ เมื่อคดีชุมนุมถือว่าความผิดไม่มีแล้ว ความรับผิดไม่มีแล้ว คดีคอร์รับชันความผิด ไม่มีแล้ว ความรับผิดไม่มีแล้ว มันย้อนกลับไปไม่ได้ มันไม่ใช่แค่เซตซีโร่ แต่มันเป็นเซตซีโร่ แบบโนรีเทิร์น แล้วไม่มีรัฐบาลไหนในโลกเสรีนิยมเขาทํากันแบบนี้ ยกเว้นรัฐบาลที่มาจาก การเผด็จการ ท่านประธานครับ จําเป็นต้องมีการเตรียมตัวบอกให้ชัด คดีใดอย่างไร กระผม เสนอคําแปรญัตติของกระผมให้กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับหลังจากวันประกาศ ๑๘๐ วัน เพื่อให้มีการเตรียมตัวว่า คดีใดบ้าง และนี่คือคําแปรญัตติของกระผม และจะได้มี การอภิปรายอีกครั้งเพื่ออธิบายในแต่ละถ้อยความให้มันครบถ้วนไปมากกว่านี้ในมาตรา ๓ ที่จะอภิปรายกันต่อไป ขอบพระคุณครับ
ท่านอาจารย์กนกครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม กนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตที่จะ แปรญัตติในมาตรา ๒ ในเรื่องของการมีผลบังคับใช้ภายใน ๙๐ วัน หลังจากที่ได้มี การประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผมขออนุญาตที่จะขออภิปรายในประเด็นที่จะสนับสนุน ความคิดดังกล่าว
ท่านบุญยอดประท้วงเรื่องอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านดอกเตอร์กนกด้วยนะครับ ผมต้องลุกขึ้นทักท้วงสักนิดเดียวท่านประธานว่า ผมเป็นกรรมาธิการสงวนความเห็น ผมก็เข้ามาอยู่ในห้องประชุมอยู่นานพอสมควร ขณะนี้ ผมไม่ทราบว่า หมายความว่าอย่างไร หมายความจะให้กลับมาอีกรอบหนึ่ง เชิญดอกเตอร์กนก ก่อนก็ได้นะครับ ไม่ขัดข้อง แต่ผมก็ยังสงวนสิทธิในการที่จะอภิปรายต่อไปนะครับ
คือเมื่อกี้มันอย่างนี้ ผมก็ไล่ตามรายชื่อมา แต่ท่านบุญยอดไม่อยู่ เข้ามาทีหลัง มันเลยจาก ท่านวัชระไปท่านอภิสิทธิ์แล้ว ถ้าท่านจะขอใช้เป็นคนสุดท้ายผมจะอนุญาตให้นะครับ เชิญท่านอาจารย์กนก เดี๋ยวผมไปต่อสุดท้ายให้ท่านก็แล้วกัน เชิญครับ
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ประเด็นที่ผมอยากจะขออนุญาตให้เหตุผลที่ผมได้เสนอแปรญัตติให้เป็น ๙๐ วัน หลังจาก การที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษานะครับ ประการแรกที่สําคัญก็คือว่าที่มีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายในบางส่วนที่เป็นปัญหาในการปฏิบัติว่าถ้าเราไม่สามารถที่จะ ผมขออนุญาต ใช้คําง่าย ๆ นะครับ ปล่อยตัวบุคคลที่จะได้รับนิรโทษกรรมนี้ถ้าเราไม่สามารถปล่อยตัวบุคคล เหล่านั้นได้นะครับก็เท่ากับว่าบุคคลที่จะได้รับสิทธิในการนิรโทษกรรมนั้นก็จะยังคงไม่ได้รับ อิสรภาพ เพราะว่ายังคงจะต้องอยู่ในสถานะที่มีคดีติดตัวอยู่ เท่ากับว่าคนที่กําลังติดคุกอยู่ ถ้าเรียกกันง่าย ๆ นะครับ หรือยู่ในคดีนั้นก็จะถูกรอนสิทธิของตนเอง หรือเสียสิทธิของ ตนเอง เพราะว่าเมื่อมีกฎหมายนี้ผ่านแล้ว มีผลบังคับใช้ได้ทันที ความหมายก็คือว่าเขาควร ที่จะต้องได้รับสิทธิในเรื่องนั้นทันที คําถามที่เกิดขึ้นก็คือว่าเมื่อเราไม่สามารถปฏิบัติได้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อกรณีนี้
ท่านพิเชษฐ์ว่าอย่างไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านประธานนะครับ ท่านประธานกรุณานั่งตรง ๆ แล้วก็ หันหน้ามาทางนี้บ้าง ท่านประธานครับ หันมาทางผมบ้าง อย่าหันไปแต่ทางโน้น เขาคุยอะไร เขาดูอะไร ไม่ได้ดูทางนี้บ้างเลย ช่วยนั่งตรง ๆ และหันมาทางนี้บ้างนะครับ อย่าหันแต่ ทางโน้น นี่ผมพูดตรง ๆ นะครับ ผมสังเกตท่านประธานมาตั้งแต่ขึ้นมา หันมาทางนี้บ้างครับ
ไม่ต้องประท้วง ประเด็นนี้ไม่มี ผมอ่านรายชื่อคนที่อภิปรายและคนที่อยู่ในห้อง ผมพยายาม จะช่วยให้ประหยัดเวลาท่านที่ไม่อยู่ ผมก็ไม่ได้เรียก ก็อ่านรายชื่อ ผมกําลังเช็คอยู่ตลอดว่า ท่านไหนอยู่บ้าง ผมทําหน้าที่นะครับ ไม่ต้องถึงขนาดนี้หรอกครับ ให้ผมได้ทําหน้าที่ ท่านไม่ต้องไปถึงขนาดนั้นหรอกครับ ไม่มีในข้อบังคับ เชิญท่านกนกครับ ไม่เอา เสียเวลา
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะย้อนกลับไปนิดหนึ่งนะครับเพื่อที่จะให้ประเด็นของเนื้อความต่อเนื่องกัน ประเด็นที่ผม คิดว่าเป็นประเด็นที่สําคัญก็คือว่าผมนึกถึงภาพว่าเมื่อกฎหมายนี้มีผลบังคับแล้ว ประกาศใน ราชกิจจารนุเบกษาแล้ว ก็หมายความว่าบุคคลที่พึงจะได้รับสิทธิตามกฎหมายนี้ในการ นิรโทษกรรมเขาควรที่จะต้องได้รับสิทธินั้นทันที แต่ในการปฏิบัตินั้นถ้าทําไม่ได้ คําถามที่ เกิดขึ้นก็คือว่าผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมนั้นก็จะถูกรอนสิทธิ และเมื่อเขาถูกรอนสิทธิแล้ว ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการรอนสิทธิของบุคคลเหล่านั้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่จะ เปรียบเทียบให้เราเห็น ประเด็นที่สําคัญหรือจะเปรียบเทียบกันได้โดยอนุโลมก็คือในเรื่อง ของการขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งมีการปฏิบัติเป็นประจําทุกปี หรือในวโรกาสที่สําคัญ ๆ ในขั้นตอนการปฏิบัติที่สําคัญของการให้อภัยโทษนั้น คณะรัฐมนตรีจะต้องมีมติที่จะขอ พระราชทานอภัยโทษ และในมติคณะรัฐมนตรีนั้นจะต้องมีการกําหนดรายชื่อของบุคคล ทุกคนที่จะได้รับการขออภัยโทษนั้นเป็นบัญชีแนบท้ายในมติของคณะรัฐมนตรี และเมื่อ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ก็จะมีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แล้วก็ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย นั่นหมายความว่าบุคคลที่จะมีรายชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้าย ของการขอพระราชทานอภัยโทษนั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะตรวจถึง ความถูกต้อง แล้วก็มีการตรวจกันหลายรอบ และใช้เวลาทํางานกันเป็นปี ประเด็นที่ผม ต้องการจะชี้ตรงนี้ก็คือว่าขณะที่จะให้มีการได้รับพระราชทานอภัยโทษนั้น ยังต้องมีการเตรียมการและตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดถึงขนาดนั้น เมื่อจะต้องมา เปรียบเทียบกับการที่จะได้รับนิรโทษกรรม ซึ่งถือว่ามีความสําคัญและมีนัยมากกว่าการขอ พระราชทานอภัยโทษด้วยซ้ําไป เพราะผู้ที่ได้รับสิทธินี้ก็คือไม่มีความผิดอีกต่อไป เมื่อน้ําหนัก ของการให้นิรโทษกรรมมีน้ําหนักมากกว่าการขอพระราชทานอภัยโทษ เมื่อเป็นเช่นนี้ทําไม เราจึงไม่ทําสิ่งนี้ให้รอบคอบ ผมขออนุญาตที่จะถามกับท่านประธานไปยัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้แทนกฤษฎีกาที่อยู่ในกรรมาธิการ เพราะกฤษฎีกาจะทราบดีว่าเรื่องนี้ขั้นตอนปฏิบัติ กันอย่างไร แต่การที่จะออก พ.ร.บ. นี้ ท่านไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยหรือ แล้วก็ท่านให้ออก กฎหมายนิรโทษกรรมโดยไม่มีชื่อคนเลยด้วยซ้ําไป แล้วก็ให้มีผลบังคับทันที ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ มันขัดกับประเพณีการปฏิบัติในเรื่องที่สําคัญ สําคัญอย่างยิ่ง ผมคิดว่า พ.ร.บ. นี้ ถ้ามีรายชื่อ ของผู้ที่ได้รับสิทธิเป็นบัญชีแนบท้ายการอภิปรายและการพิจารณาเรื่องนี้จะง่ายขึ้นเยอะมาก เพราะทุกอย่างมันจะชัดเจนกันไปหมด แต่ปรากฏว่าเราไม่มี ที่เราไม่มีไม่ใช่เพียงแค่นั้น มันยิ่งไปกว่านั้นอีกก็คือว่าบอกว่าเมื่อ พ.ร.บ. นี้ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้มีผลบังคับทันที คําถามก็คือว่าแล้วจะปฏิบัติกันอย่างไร ผมคงจะไม่ต้องไปพูดถึง หน่วยราชการต่าง ๆ ดีเอสไอ ตํารวจ ป.ป.ช. ราชทัณฑ์อะไรก็ตาม ผมคงจะไม่พูด ในรายละเอียดของหน่วยงานเหล่านั้น เพราะมีบางท่านได้พูดแล้ว แต่สิ่งที่ผมต้องการ ที่จะบอกก็คือว่ามันไม่มีทางเลย และที่จะเป็นไปได้ที่จะทําให้เกิดการบังคับทันทีเมื่อเรา ไม่สามารถทําให้เกิดการบังคับได้ทันที เพราะเราไม่มีรายชื่อของบุคคลที่จะได้รับการ นิรโทษกรรมในครั้งนี้ เท่ากับว่าคนที่ได้รับสิทธิที่จะนิรโทษกรรมเมื่อ พ.ร.บ. นี้ออกแล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นับตั้งแต่วันแรกเขาจะเป็นผู้ที่ถูกรอนสิทธิทันที ตรงนี้ เป็นคนละตอนกันนะครับ นิรโทษอันนี้นิรโทษไปแล้ว แต่เขาได้รับสิทธิแล้วเมื่อได้รับ นิรโทษตาม พ.ร.บ. นี้ ที่จะต้องเป็นอิสระอย่างไม่มีโทษทันที แต่เขาไม่ได้ครับ เมื่อเขาไม่ได้ คําถามก็คือว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อผมไปดูในมาตรา ๗ นะครับ ท่านได้เขียนไว้ชัดว่า นายกรัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.บ. นี้ ผมก็เข้าใจโดยอัตโนมัติว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบครับ เพราะว่านายกรัฐมนตรีกําลังรอนสิทธิของคนที่จะ ได้รับนิรโทษกรรมให้เขาไม่ได้รับโทษ และในมาตราแรก ๆ ที่ผมถูกรอนสิทธิไม่ได้รับ การอภิปรายนั้น ท่านประธานสมศักดิ์ได้บอกว่าเราต้องรีบ เพราะว่าคนที่อยู่ในคุกเขาเสีย สิทธิและเขาต้องได้รับความทนทุกข์ทรมานที่อยู่ที่นั่น เราจะต้องรีบทํา แต่สิ่งที่ท่านทําตรงนี้คนที่อยู่ในคุกที่ท่านประธานสมศักดิ์ได้พูดนั้น ไม่ได้รับประโยชน์ทันที หรอกครับแล้วผมแน่ใจว่าไม่มีผู้บังคับบัญชาที่เรือนจําคนใดที่จะปล่อยทันทีถึงแม้ว่าอยากจะ ปล่อยมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ด้วยเหตุผลตรงนี้เองครับ ผมจึงมีคําถามกับท่านประธานไปยัง ท่านประธานกรรมาธิการว่าถ้าเราไม่สามารถปล่อยตัวหรือไม่สามารถที่จะยกเลิกความผิด ของบุคคลที่พึงจะได้รับนิรโทษกรรมนั้นได้ทันที นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ใช่หรือไม่ ถ้าใช่กรุณาตอบให้ชัดเจน เพื่อเราจะได้รู้ว่า และเราจะได้บอกกับคนที่พึงจะได้รับ สิทธิจากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ว่าท่านต้องไปตามทวงสิทธิของท่านจากการที่ไม่สามารถ ปฏิบัติตาม พ.ร.บ นี้ได้กับนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นการรอนสิทธิ์ครั้งนี้มันก็เป็นเรื่องที่ เท่ากับว่าท่านนิพิฏฐ์ได้พูดตอนต้น เรากําลังรอคนที่พึงจะได้รับสิทธิในการนิรโทษกรรมนี้ หรือไม่ ว่าเขาจะได้ทันที ทุกคนก็ดีใจละครับ จากที่ผิดแล้วก็ต่อไปนี้ไม่ต้องผิด ถ้าผมเป็นเขา ผมก็จะรู้สึกว่าผมดีใจ แต่ในที่สุดแล้วผมก็ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าผมต้องรอ เพราะฉะนั้น ผมจึงได้แปรญัตติว่าอย่างน้อยที่สุดนี่คือ ๙๐ วัน เพราะผมคิดว่าจะทําให้เสร็จก่อน ๙๐ วันนั้นคงจะยากมาก เร็วที่สุดนี่คือ ๙๐ วัน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เราจําเป็น นะครับที่จะต้องทําเรื่องนี้ให้ถูกต้อง เมื่อท่านเริ่มต้นมาแบบนี้ไม่มีบัญชีรายชื่อแนบท้าย ต่อผู้ที่จะได้รับนิรโทษกรรมมาผนวกในร่าง พ.ร.บ. นี้ ผมคิดว่าเรากําลังสร้างปัญหาใหม่ ให้กับคนที่กําลังจะได้รับนิรโทษกรรมว่าท่านกําลังรอนสิทธิ์ของเขา และนายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ ท่านไชยวัฒน์ครับ ท่านองอาจข้ามท่านไป เดี๋ยวท่านไปต่อท้าย ท่านมาทีหลัง เชิญท่านไชยวัฒน์ก่อนครับ ท่านองอาจท่านต้องไปต่อทีหลัง เมื่อสักครู่นี้เหมือนกับ ท่านบุญยอดครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านไม่อยู่ในห้องผมเรียกตามรายชื่อ เชิญท่านไชยวัฒน์ ก่อนครับ เมื่อสักครู่นี้ผมได้วินิจฉัยให้ท่านบุญยอดไปต่อท้าย ท่านมาต่อท่านบุญยอด อีกทีหนึ่ง ผมเห็นแล้วครับ ทีนี้ผมดูว่าจะเหลืออีก ๒ ท่าน ก็พอแล้วครับ พอสมควรแล้ว เชิญท่านไชยวัฒน์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ผมแปรญัตติไว้ตั้งแต่ชื่อร่าง แต่ไม่ได้มีโอกาสอภิปรายมาถึง มาตรา ๒ ได้อภิปรายก็ต้องขอขอบพระคุณท่านประธาน ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า การแปรญัตติของกระผมนั้น กฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาในวาระที่หนึ่งตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๕๖ กรรมาธิการนัดแปรญัตติในวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๖ เป็นเวลาหลายเดือน เป็นเรื่องที่น่าแปลกครับว่าเมื่อผมไปถึงที่ประชุมกรรมาธิการ ปรากฏว่าคณะกรรมการ เสียงข้างมากอยู่กันประมาณ ๑๖ เสียง คณะกรรมการเสียงข้างน้อยมีอยู่ประมาณ ๖-๗ เสียง ผมอภิปรายขอแปรญัตติตั้งแต่ชื่อร่าง แล้วก็ขอให้ลงมติเป็นรายมาตรา ปรากฏว่าการลงมติ ทั้งหมดที่ผมได้แปรญัตติรายมาตรา ทุกคนยกมือยืนร่างเดิมของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมก็เรียนท่านประธานว่าอย่างนี้ครับ เป็นเรื่องแปลกที่ว่ากรรมาธิการเดินเข้าเดินออก โดยไม่ต้องฟังคําอภิปรายของผู้แปรญัตติ แล้วถึงเวลาลงมติก็เดินมาลงมติ ผมจึงบอกว่า กรรมาธิการในวันนี้ท่านไม่ได้ใช้สมองแล้ว ท่านใช้แต่มือ เหตุผมที่ผมกราบเรียนอย่างนั้น เพราะผมเห็นว่าท่านประธานกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการทั้งหมดนั้นได้พิจารณา ได้ข้อยุติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ฉะนั้นการเชิญสมาชิกมาอภิปรายในการแปรญัตติก็เป็นเพียงแต่ กรรมวิธีเท่านั้น เป็นเรื่องที่แปลกมากที่จํานวนกรรมาธิการ ๓๕ คน ตัดสินร่างกฎหมาย ฉบับนี้ทั้งฉบับ รวมทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลมี ๓๕ คนเท่านั้นที่ตัดสินกฎหมายนี้ทั้งฉบับ หลังจากรับหลักการในวาระที่หนึ่งไปแล้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๕๐๐ คน เพียง ๑๖ ใน ๓๕ เสียงก็สามารถวินิจฉัยกฎหมายฉบับนี้โดยไม่ยอมฟังความเห็นของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่ได้ยื่นคําแปรญัตติไว้ ท่านประธานครับ มันจะเป็นกฎหมายที่สมบูรณ์ ไปไม่ได้ ที่เป็นอย่างนั้นผมมาทราบภายหลังว่า ๑ ในคณะกรรมาธิการซึ่งเป็นผู้เสนอ ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ยอมรับความจริงกับสื่อมวลชนว่าเขาพบกับ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร แล้วพันตํารวจโท ทักษิณ พูดว่า พี่ ผมอยากกลับบ้าน
ท่านไชยวัฒน์ครับ ด้วยความเคารพ ผมว่าเอามาตราเลยนะครับ เพราะเหลืออีกหลายท่าน ไม่เอาประเด็นอื่นครับ ที่ท่านแปรญัตติไว้กี่วันพอแล้วครับ
มาตรา ๒ ครับท่านประธาน รับรองว่าไม่ออกนอกมาตรา ๒ เด็ดขาด แล้วผมจะเห็นว่ามันผิด พระราชบัญญัติฉบับนี้ มันผิดที่มาตรา ๒ ให้มีผลบังคับใช้นับแต่วันรุ่งขึ้นจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ด้วยเหตุผลที่ว่าผู้เสนอร่างคนหนึ่งซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วยได้ร่างตามอําเภอใจ เพื่อเอาใจกับ พันตํารวจโท ทักษิณ เพราะท่านบอกกับสื่อมวลชนว่า ทักษิณบอกกับท่านว่า พี่ ผมอยากกลับบ้าน ท่านจึงร่างกฎหมายฉบับนี้มา ๔ เวอร์ชัน (Version) แล้วนําไปให้กับ พันตํารวจโท ทักษิณ กับบุคคลที่เป็นผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยตรวจดูว่าจะเอาฉบับไหน แล้วมี คําว่า สุดซอย มาตั้งแต่ในอดีตแล้ว คําว่า สุดซอย กลางซอย มีมาแล้วครับท่านประธาน
ท่านไชยวัฒน์ครับ มีผู้ประท้วง เชิญครับ
ผม รังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลําพูน พรรคเพื่อไทย ประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ และท่านผู้อภิปรายครับ ท่านอภิปราย นอกประเด็น ผิดข้อ ๖๑ ท่านแปรญัตติว่าให้พระราชบัญญัติบังคับใช้เมื่อพ้น ๑ ปี ท่านต้อง ให้เหตุผลว่าทําไมต้องประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้เมื่อพ้น ๑ ปี ไม่ใช่กล่าวถึง บุคคลภายนอก นอกประเด็นครับ ขอท่านประธานวินิจฉัยด้วยครับ
ท่านไชยวัฒน์ครับ เมื่อกี้ผมก็เตือนท่านแล้วครับ ขอความร่วมมือครับ มันเป็นไปด้วยดี นะครับ อยากให้บรรยากาศเป็นด้วยดี ท่านเอาประเด็นนี้พอ ประเด็นอื่นไม่อนุญาตครับ
พูดกันด้วยเหตุด้วยผลครับว่า ทําไมจึงต้องมีผลบังคับใช้ทันทีนับแต่วันประกาศ ก็เพราะเหตุที่จะเอาทักษิณกลับบ้านครับ ท่านประธาน มันมีหลักฐานบอกชัดเจนว่าร่าง ๔ เวอร์ชันแล้วไปเสนอให้ทักษิณกับผู้ใหญ่ ในพรรคเพื่อไทยตรวจสอบจะเอาเวอร์ชันไหน ในที่สุดเอาเวอร์ชันของท่านวรชัย เหมะ ท่านปฏิเสธไหมครับ ท่านผู้นั้นก็คือท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ รองประธานกรรมาธิการ วิสามัญคณะนี้ครับ ท่านพูดกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๖ ผมจะยุให้ท่านฟ้อง หนังสือพิมพ์ฉบับนี้ครับ หนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก บอกว่า ประยุทธ์ ศิริพานิชย์ พบทักษิณ แล้วก็ได้โทรศัพท์คุยกันเป็นประจํา บางครั้งทักษิณโทรมา บางครั้งท่านประยุทธ์โทร ผมไม่ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะเอ่ยชื่อท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ท่านประท้วงสิครับว่า ไม่เป็นความจริง และท่านควรจะฟ้องสื่อมวลชนด้วยว่าหนังสือพิมพ์ลงข่าวเท็จ ถ้าท่าน ไม่ฟ้องแสดงว่าท่านพูดจริงครับ แล้วยอมรับไหมครับว่ากฎหมายฉบับนี้ที่ต้องเร่งประกาศใช้ บังคับทันทีเพราะเหตุที่จะให้ทักษิณกลับบ้านอย่างเท่ ๆ อย่างที่ทักษิณได้พูดไว้ในสื่อมวลชน หลายครั้งครับ ผมแปรญัตติไว้ให้ตั้งคณะกรรมการ ๕ คน ใช้เวลา ๑ ปีนับแต่วันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้กรรมการ ๕ คนนั้นพิจารณาเสียก่อน ท่านพูดว่ากฎหมาย นิรโทษกรรมก็ดี กฎหมายอภัยโทษก็ดี เขาเตรียมการไว้ล่วงหน้า ท่านพูดมาเองว่าเมื่อ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ท่านถูกควบคุมตัวแล้วได้ปล่อยตัวเพราะกฎหมายนิรโทษกรรม ท่านพูด ให้หมดครับ ผมเกิดทันครับ ผมต่อสู้ในเหตุการณ์ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๑๖ แล้วก็ต่อสู้ ในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ด้วย ผมเป็นผู้แทนราษฎรในขณะนั้น ไม่ใช่เรื่องนํามาโกหก กันกลางสภา กฎหมายอภัยโทษเขาเตรียมการไว้ล่วงหน้าให้พัศดีเรือนจํา ให้ศาล ให้อัยการ ให้ตํารวจทําบัญชีรายชื่อผู้ที่ได้รับการอภัยโทษ เพราะการอภัยโทษคือการยกโทษให้แก่ผู้ที่ โดนลงโทษแล้ว เรือนจําจะทําบัญชีไว้ล่วงหน้าเป็นเวลาหลายเดือนว่าใครบ้างที่ได้รับอานิสงส์ จากกฎหมายอภัยโทษ ส่วนกฎหมายนิรโทษกรรมที่ท่านประยุทธ์อ้างถึงนั้นเขาไม่ได้เจาะจง เอาคนกระทําความผิดอาญาในเรื่องอื่น ๆ มารับผลจากการนิรโทษกรรมครับ อย่าพูดให้คนอื่นเข้าใจผิด เป็นผู้ใหญ่แล้วอย่าหลอกเด็กครับ ผมถามกรรมาธิการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งกรรมาธิการที่เป็นตัวแทนของกฤษฎีกา ท่านยอมรับความจริงสิครับว่า ท่านส่ายหน้า แล้วคิดไม่ออกว่าจะทําอย่างไรในการปล่อยตัวผู้ได้รับนิรโทษกรรมนะครับ ถ้ากฎหมายออกไป ในร่างอย่างที่กรรมาธิการพิจารณามานี้ วันรุ่งขึ้นจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว เขาต้องได้รับสิทธิที่จะออกจากเรือนจํา ออกจากห้องควบคุมตัวในโรงพัก ออกจากราชทัณฑ์ ออกจากโรงพัก ออกจากการควบคุมตัวโดยคําร้องของพนักงานอัยการ ผมเป็นทนายความ มาตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ คนที่อยู่ในเรือนจําจะออกได้ต้องมีหมายปล่อยจากศาลครับ ผู้ถูกควบคุม ในเรือนจําอยู่ระหว่างพิจารณาคดีถูกฟ้องคดีทําร้ายร่างกาย คดีชิงทรัพย์ คดีปล้นทรัพย์ คดีวิ่งราวทรัพย์ คดีอะไรก็ตามที่เขาร้องว่าเขาได้รับผลจากกฎหมายนิรโทษกรรม ยื่นคําร้อง ต่อศาลครับ พระราชบัญญัติใช้บังคับวันนี้ เขาไม่ได้รับการปล่อยตัวในวันพรุ่งนี้ เขาให้ทนาย ยื่นคําร้องต่อศาลว่าเขาเป็นคนหนึ่งที่ได้รับนิรโทษกรรม ถามว่าใครเป็นผู้พิพากษา หัวหน้าศาลในจังหวัดที่เกี่ยวข้องกับการประท้วง ใครเป็นผู้พิพากษาหัวหน้าศาลที่เกี่ยวข้อง กับเหตุการณ์ที่รัชดา เหตุการณ์ที่ราชประสงค์ เหตุการณ์ที่เชียงใหม่ เหตุการณ์ที่พิษณุโลก เหตุการณ์ที่ภาคอีสาน ใครกล้าปล่อยตัวผู้ต้องหา หรือจําเลยที่ถูกฟ้องร้อง
ท่านไชยวัฒน์ครับ ท่านต้องสรุปแล้วครับ ผมควบคุมเวลา
ถ้าไม่มีสาระผมยินดีครับ
ท่านมีสาระละครับ แต่ว่าจะซ้ําประเด็นกันละครับ ผมว่าประเด็นมันมีนิดเดียวเรื่องนี้
ไม่ข้ามประเด็นหรอกครับ ผมจะให้กรรมาธิการที่เป็นกฤษฎีกาตอบว่าถ้าท่านเป็นหัวหน้าศาล ท่านเป็นอธิบดีศาลอาญา ผมเป็นคนหนึ่งที่บอกว่าผมกระทําความผิดที่เกิดขึ้นนั้นในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ผมไปขโมยทรัพย์ในห้างสรรพสินค้า ผมไปตีหัวคนเพื่อชิงรถมอเตอร์ไซค์ แล้วถูกจับที่บริเวณ ราชประสงค์ ผมบอกว่าผมเป็นผู้ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายนิรโทษกรรม ท่านเป็นอธิบดี ผู้พิพากษา ท่านจะปล่อยตัวผมโดยวิธีไหนครับถ้าไม่มีการไต่สวนเสียก่อนว่าเป็นความจริง ตามที่ผมร้องเรียนหรือไม่ ท่านใช้เวลาไต่สวนผม ๓ วัน ผมฟ้องท่าน เพราะผมได้รับสิทธิ ตามกฎหมาย ผมต้องได้รับอิสรภาพในวันรุ่งขึ้นจากวันที่กฎหมายใช้บังคับ มันเป็นไปไม่ได้ ไม่มีใครเตรียมพยานหลักฐานมาสืบได้ในวันนั้น แล้วคําพิพากษาของท่านเป็นข้อยุติไหมว่า ผมได้รับการปล่อยตัวตามกฎหมายนิรโทษกรรมหรือไม่ ถ้าท่านว่าไม่ ผมอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ว่าไม่ ผมฎีกา แล้วถ้าศาลฎีกาบอกว่าผมได้รับการปล่อยตัวตามกฎหมาย นิรโทษกรรมใครรับผิดชอบครับ ความเสียหายที่ผมได้รับจากการพิจารณาของศาลชั้นต้น ไปถึงศาลฎีกาอาจจะ ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี เรารู้ว่ากระบวนการยุติธรรมของเราล่าช้า เราจะต้อง ฟ้องร้องทางราชการว่าควบคุมตัวเราโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย ครับท่านประธาน เอาละ ๑ ปีอาจจะนานเกินไป ผมตั้งกรรมการขึ้นมา ๕ คนครับ คนหนึ่ง คือตัวแทนกระทรวงยุติธรรม คนหนึ่งคือตัวแทนศาล คนหนึ่งคือตัวแทนพนักงานอัยการ อีกคนหนึ่งคือตัวแทนพนักงานสอบสวน อีกคนหนึ่งคือตัวแทนกฤษฎีกา ให้สํานักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีเป็นสํานักงานเลขานุการของคณะกรรมการพิจารณาให้ท่องแท้ว่าใครได้รับ การปลดปล่อยตัวตามกฎหมายฉบับนี้บ้าง ถ้าเขาได้รับการปล่อยตัวออกหมายปล่อย ถ้าไม่ได้ สั่งเด็ดขาดไปเลยว่าไม่มีอํานาจ ไม่มีสิทธิตามกฎหมายฉบับนี้ ผมแปรญัตติไว้กําหนดไว้ ด้วยว่าท้ายกฎหมายฉบับนี้มีรายการกฎหมายที่ไม่ได้รับการนิรโทษกรรม เช่น การกระทําผิด กฎหมายอาญาว่าด้วยฉ้อราชบังหลวง นี่ปรากฏว่าชื่อร่างผมไม่ได้แปรญัตติท่านประธานครับ ชื่อร่างบอกว่า นิรโทษกรรมผู้ชุมนุมทางการเมือง แต่เนื่องหากลายเป็นปล่อยตัวคนที่ทุจริต ต่อหน้าที่ราชการ มันได้อย่างไรครับ ผมกล่าวไปในตอนต้นเล็กน้อยแล้วครับ ว่ากฎหมาย อาวุธปืน เครื่องกระสุน วัตถุระเบิดและดอกไม้เพลิง
พอแล้วครับ เหลืออีกหลายท่าน ผมพยายามควบคุมเวลา ท่านใช้เวลาไป ๑๐ กว่านาทีแล้ว ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวท่านไปว่ามาตราอื่นครับ ท่านใช้เวลาไป ๑๐ กว่านาทีแล้ว ต้องให้ท่านอื่น เข้าใจครับ ผมก็ฟังท่าน เป็นนักกฎหมายผมก็อ่านประวัติท่านมานานแล้วครับ พอแล้วครับ ผมเข้าใจท่านครับ นั่งลงครับ ขอบคุณครับท่าน ผมฟังอยู่ครับ พอสมควรแล้วครับ ท่านไชยวัฒน์ครับ ด้วยความเคารพนะครับ ต้องมีเหตุผลครับ ผมฟังท่านแล้วผมพอเข้าใจ แล้วครับ ท่านสรุป ๑ นาทีครับ
เมื่อเป็นอย่างนี้แล้วนะครับ ผมเห็นได้ชัดเจนว่าไม่มีทางที่จะปฏิบัติตามกฎหมายได้ถูกต้องตามกฎหมายครับ ขอให้ ท่านกรรมาธิการที่ผมเอ่ยนามถึงทั้ง ๒ ท่าน ด้วยความไม่เกรงใจได้กรุณาตอบข้อซักถาม ให้ประชาชนทั้งประเทศเขาหายข้องใจครับว่า ที่ท่านร่างขึ้นมาเพื่อ พันตํารวจโท ทักษิณ จริงหรือไม่ แล้วกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับกฤษฎีกาท่านคิดว่าอย่างไรในการที่จะปล่อยตัว ผู้ต้องหา จําเลยผู้ถูกฟ้อง หรือผู้ที่ได้รับโทษทางอาญาแล้ว ว่าใครได้รับการปลดปล่อยตัว ด้วยกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านเกียรติ์อุดมมีอะไรครับ ยกมือตั้งนานแล้ว จะประท้วงอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมไม่ได้ประท้วงนะครับท่านประธาน ผมยกมือขึ้นนะครับ ผมได้นั่งฟัง ผู้อภิปรายทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล และกระทั่งท่านคณะกรรมาธิการนะครับ ได้พูดแล้ว ก็ได้อภิปรายเป็นที่พอเข้าใจนะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นว่าการอภิปรายมาพอสมควรแล้ว จึงขอใช้เอกสิทธิ์ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ขอปิดอภิปราย มาตรา ๒ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ท่านสุรเชษฐ์ว่าอย่างไรครับ ประท้วง
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมนั่งรอที่จะอภิปราย ผมนึกแล้วว่าจะรออย่างไร วันนี้อย่างมากก็อภิปรายได้แค่ ๒-๓ คน ผมแปลกใจครับว่ากฎหมายฉบับพิเศษนี้ทําไมจะต้องเร่งรีบ รวบรัด ผมมีเหตุผล ท่านประธานครับ ที่รอที่จะอภิปรายมาตรานี้ เพราะผมได้สงวนคําแปรไว้ ๓๒๐ วัน ผมแปลกใจที่ทําไมกฎหมายฉบับนี้รวบรัด ผมต้องขอใช้เวลา ๓๒๐ วันนั้น เนื่องจากว่าผม ไม่มั่นใจว่ากฎหมายฉบับนี้ครอบคลุมไปยังพี่น้องที่เกี่ยวข้องที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ จากกฎหมายนี้ทั่วประเทศหรือเปล่า หรือว่าเฉพาะแต่ในส่วนกลางเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีตากใบนี่มีส่วนไหม และทันทีทันใดที่จะไปสอบโดยที่เราไม่รู้ว่าจํานวนของผู้ที่ได้รับประโยชน์ จากตรงนี้ คณะกรรมาธิการทราบหรือไม่ นี่คือเหตุผลที่ผมจะต้องรอเพื่อที่จะชี้แจง ให้คณะกรรมาธิการได้ทราบว่า สิ่งที่ผมได้แปรญัตตินั้นมีเหตุผลสมควรหรือไม่ ไม่ใช่ใช้สิทธิ ตามเอกสิทธิ์อภิปราย ๓ คนขอปิด โดยใช้เผด็จการรัฐสภาเสียงข้างมากลากไป อย่างนี้ มันเห็นชัดว่าสภานี้จะเป็นสภาทาสขี้ข้าของใครล่ะ
ท่าน ขี้ข้าไม่เอา คืออย่างนี้ผมก็ฟังอยู่นะครับ ไป ๘ ท่านแล้ว แล้วประเด็น มาตรา ๒ ส่วนมากก็จะคล้ายคลึงกันนะครับ
ไม่คล้ายครับท่านประธาน ของผมนี่ ๑๐ ปีเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
คืออย่างนี้ ท่านฟังผมก่อนสิครับ ท่านสุรเชษฐ์ครับผมก็พยายามเต็มที่นะครับ ก็จนโดนด่าว่า ไม่มองฝ่ายซีกรัฐบาล ท่านก็ได้ยินอยู่ ผมนั่งทําหน้าที่ผมพยายามทําเต็มที่ คืออย่างนี้ ท่านให้ผมได้พูดก่อนครับ ผมพยายามเต็มที่ เอาอย่างนี้ไหมท่านเกียรติ์อุดมขออีกสัก ๒-๓ ท่านได้ไหม เอาอย่างนั้นได้ไหมครับ เพราะประเด็นใกล้เคียงกันแล้วไปมาตรา ๓ คืออย่างนี้เขาเสนอถูกต้อง ผมก็ไม่รู้จะทําอย่างไร แล้วเมื่อสักครู่นี้ก็เป็นการเจรจากันดี ๆ ผมไม่อยากให้มีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นมันเสียเวลา ก็มันดีขึ้นท่านจุติครับ ก็ดีขึ้นมา ตั้งเยอะแล้วที่ผ่านมามาตรานี้ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ท่านลองจัดดูสิครับว่าถ้าทั้งหมดนี้ก็คง จะใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงครับ สัก ๒-๓ ท่านได้ไหมครับ ผมจะได้ขอทางนี้ถอนได้ไหมครับ ท่านจุฤทธิ์ลองคุยครับ ท่านจุติช่วยเจรจาหน่อยครับ ท่านอภิรักษ์ในฐานะผู้ใหญ่ของพรรค ลองเจรจาสิครับ คือผมนี่เจรจาให้นะครับ ผมไม่ได้หักด้ามพร้าด้วยเข่าทางโน่นเสนอปิด แล้วผมจะเอาด้วย ผมก็พยายามเจรจาทุกครั้งแล้วผมก็โดนด่าทางนี้ซีกนี้ก็ด่าผมทุกครั้ง ท่านก็ได้เห็นผมอยู่นะครับ ผมก็ไม่ได้สบายใจอะไรนะครับ ก็โดนมาเยอะแล้ววันนี้ทั้งวัน ออกบ้านไม่ถูกเวลาครับ ก็เจรจากันหน่อยนะครับ ลดลงได้ไหมก็ประเด็นนี้เดี๋ยวไปว่า มาตรา ๓ นี้ซึ่งทุกคนจะอภิปราย ท่านจุติว่าอย่างไรดีครับ
กฎหมายสําคัญอย่างนี้จะต้องไปเจรจา ขอร้องกันหรือ
ท่านสุรเชษฐ์ครับ ผมอนุญาตท่านจุติ ประเด็นท่านผมฟังแล้วครับ เชิญท่านจุติครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผมก็อึดอัดที่จะต้องประท้วงท่านประธานนะครับ แต่ตามข้อบังคับนั้นไม่มีทางเลือก ผมต้องใช้สิทธิประท้วงท่านประธาน เหตุผลผมประท้วงท่านประธานข้อที่ ๑ ก็คือ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็ต้องทําตามข้อบังคับผมเข้าใจครับ แต่ประเด็นก็คือว่า พวกผมยอมจนไม่รู้จะยอมอย่างไรแล้วท่านประธานครับ เวลาก็จํากัด เรื่องที่พูดเรื่องไหน ที่ไม่เข้าหูก็ไม่ให้พูด และเสร็จ แล้วก็ตัดคนอภิปรายอีกท่านประธานครับ แล้วกฎหมายฉบับนี้ สําคัญถ้าเผื่อเราจริงใจกันบอกว่าอยากให้สร้างความปรองดอง ทําแบบนี้มันไม่ปรองดองครับ ท่านประธานครับ สร้างความอึดอัดแล้วความแตกแยกคาใจมันก็มีอยู่ แล้วผมกราบเรียน ท่านประธานจริง ๆ ว่าผมดูกรรมาธิการหลายครั้งที่มีคําถามถามถึงครับ ก็เร่งปิดอภิปราย แล้วไม่ให้กรรมาธิการตอบ พวกผมไม่ใช่ตรายางครับ ท่านประธานครับ จึงอยากจะพูดบันทึก ไว้ในห้องประชุมนี้ว่าถ้าเผื่อจริง ๆ แล้วมันจะคุยจริง ๆ ก็พอตกลงแล้วก็เปลี่ยนทุกที ตกลงแล้วก็เปลี่ยนทุกที ผมมันเสียงข้างน้อยผมก็เจียมตัวครับ ท่านประธานครับ แต่ผมคิดว่า คนเรามันต้องมีหลักการมีเกียรติยศที่จะรักษาคําพูดเท่านั้นละครับ ผมอยากจะกราบเรียน บันทึกท่านประธานไว้ผมไม่อยากประท้วงโดยไม่จําเป็นละครับ
ท่านเกียรติ์อุดมว่าอย่างไรครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผมนายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ การอภิปรายมาตรา ๒ นั้นเพียงคําว่า เมื่อมี พระราชกฤษฎีกาแล้ว กรรมาธิการก็บอกว่าให้ปล่อยตัว แต่มีคณะกรรมาธิการหลายท่าน ผู้สงวนความเห็นอภิปรายไปเลยไปถึงมาตรา ๓ มาตรา ๔ เพราะว่าไม่ได้จํากัดสิทธิผู้อภิปราย เพราะยังมีอีกหลายมาตราที่จะอภิปรายนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่า การอภิปรายคงพอสมควรแล้วครับ ขอยืนนะครับ ขอให้ท่านประธานทําตามข้อบังคับข้อ ๘ อย่างเคร่งครัดนะครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านอภิรักษ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเองได้ติดตามการอภิปรายมาตั้งแต่เช้าแล้วก็รอที่จะอภิปราย ตั้งแต่ ๑๐ โมง ผมเองและเพื่อนสมาชิกหลายท่านถูกตัดสิทธิตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ โดยส่วนตัวของผมนี่ถูกตัดสิทธิมาแล้ว ๑ มาตรา ก็คือมาตรา ๑ เมื่อสักครู่นี้ผมเดินไปที่ หน้าบัลลังก์ท่านประธานแล้วก็ได้ขอตรวจสอบรายชื่อ แล้วก็รอที่จะอภิปรายต่อจาก ท่านไชยวัฒน์ซึ่งก็เป็นสิทธิที่ผมเองได้สงวนคําแปรญัตติไว้ แล้วที่ผ่านมาท่านประธานก็ทราบ นะครับได้มีการดําเนินการในลักษณะนี้มาหลายครั้ง ได้มีการพยายามที่จะอภิปรายชี้แจง ให้เห็นถึงคําแปรญัตติของเพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้สงวนคําแปรญัตติไว้แล้วก็ถูกตัดสิทธิ โดยการเสนอให้ปิดอภิปราย เพราะฉะนั้นผมขอกราบเรียนท่านประธานอีกครั้งหนึ่งนะครับ อยากให้ท่านประธานได้ทบทวนการทําหน้าที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการเสนอปิดอภิปราย เพื่อไม่ให้เพื่อนสมาชิกที่ได้มีการแปรญัตติไว้ในมาตรา ๒ ได้อภิปราย ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการพูดกัน หลายครั้งแล้ว เพราะถ้าไม่อย่างนั้นก็จะเป็นบรรทัดฐานในการที่จะดําเนินการต่อไปในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๓ ท่านประธานทราบดีครับ จะมีเนื้อหาสาระ ที่เข้มข้นเพราะว่าร่าง พ.ร.บ. นิรโทษกรรมฉบับนี้ที่ได้มีการรับหลักการในวาระที่หนึ่งไป ได้มีการแก้ไขสาระสําคัญในมาตรา ๓ แล้วก็เป็นประเด็นที่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ ไปครอบคลุมถึงคดีที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน และผมเชื่อว่าถ้ายังดําเนินการ ในลักษณะนี้ พอไปถึงมาตรา ๓ ก็จะมีการเสนอที่จะปิดอภิปรายอีกครั้งหนึ่ง ก็ขอให้ ท่านประธานได้ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ
คือผมพยายามอะลุ่มอล่วยตลอดนะครับ เจรจาเรื่องนี้หลายรอบหลายครั้งครับ ความจริง ผมก็อยากให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายไปเจรจากัน สุดท้ายผมต้องลงไปพูดคุยเองก็หลายรอบนะครับ ท่านที่เป็นวิปฝ่ายค้านก็เห็นอยู่ ผมก็พยายามเต็มที่นะครับ ก็ทราบว่าทุกคนก็เหนื่อยด้วยกัน หมดละครับ ทีนี้ขอปรับลงบ้างได้ไหมครับแล้วทางนี้เดี๋ยวจะเจรจาขอทางท่านเกียรติ์อุดม ถอนได้ไหม ท่านจุรินทร์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงพวกกระผมแปรญัตติไว้ทั้งหมด ๑๑๗ ท่านนะครับ แต่แน่นอนครับ ไม่ได้หมายความว่าจะพูดทั้ง ๑๑๗ ท่าน แล้วก็เพิ่งพูดไป ได้แค่ ๖ ท่านเท่านั้นเองครับ สําหรับมาตรา ๒
๘ ท่านนะครับ
๘ ท่านครับ สิ่งที่ขออนุญาต ที่จะกราบเรียนผ่านท่านประธานก็คือว่า วันนี้เราจะยุติกันเมื่อไรละครับ อย่างน้อยก็จะ ประกอบการตัดสินใจพิจารณาที่จะได้พูดคุยกับเพื่อนสมาชิกที่สงวนคําแปรญัตติไว้ พวกกระผมขอคําตอบหน่อยครับท่านประธานครับ
ท่านอํานวย คลังผา อยู่ไหมครับ ท่านไปคุยกับท่านจุรินทร์หน่อยเถอะครับ ท่านอํานวยครับ ลองไปคุยกันหน่อยนะครับ ถ้าจะให้ประธานตอบนี่ตอบไม่ได้หรอก ท่านต้องคุยกันดูนะครับ เพื่อจะได้จบลงได้ง่าย เชิญท่านอํานวยครับ เชิญครับ เดี๋ยวให้ท่านคุยกันก่อนครับแล้วค่อย มาบอกผม ท่านสุรเชษฐ์ครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เห็นใจ ท่านประธานครับ นี่เราพิจารณากันถึงตีสองนะครับ ผมเชื่อว่าทุกคนที่เตรียมที่จะอภิปรายนี่ ก็เบลอ เพราะฉะนั้นการที่จะพิจารณากฎหมายในการบังคับใช้ ซึ่งเป็นกติกาของประเทศ ถ้าเราใช้โดยไม่ใช้สติปัญญาคิดหรือพิจารณาอย่างรอบคอบ กฎหมายก็ไม่มีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมเห็นว่าท่านประธานไม่สามารถที่จะควบคุมได้ เพราะฉะนั้นด้วยอาการแล้วก็เวลา ถ้าเห็นว่าไม่เหมาะสม ไม่สมควร ท่านประธานก็ใช้อํานาจ เลื่อนการประชุมสิครับ เป็นอํานาจของท่านประธานครับ อย่าใช้โดยที่สมาชิกที่อยู่ข้างล่าง โดยใช้คําสั่งจากข้างนอกมาก่อกวนหรือมาทําลายสมาธิของการที่จะ
ท่านสุรเชษฐ์ครับ มีผู้ประท้วงนะครับ เชิญท่านเกียรติ์อุดมครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ ท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานได้ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านประธานที่เคารพ ดังที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ท่านได้บอกว่ามาตรา ๓ นี้เป็นมาตราที่สําคัญ เพราะฉะนั้นมาตรา ๒ ผมก็มาฟัง ผมจะอ่านนะครับ ผู้ที่แปรญัตตินะครับล้วนแล้วแต่ก็แปรญัตติไปในทางเดียวกันบ้าง แล้วก็แปรญัตติไปหลายอย่างบ้าง ก็ฟังแล้วผมเห็นว่าควรจะไปอภิปรายมาตรา ๓ นะครับ มาตรา ๓ มาตรา ๔ สําคัญมาก เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ท่านต้องใช้ดุลยพินิจ แล้วก็ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านทําอย่างอื่นไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ
ท่านจุฤทธิ์ครับ ว่าอย่างไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมกําลังจะบอกว่าเรากําลังจะทําผิดรัฐธรรมนูญ อย่างน้อย ๒ มาตรา มาตรา ๑ คือมาตรา ๑๓๐ ท่านประธานเปิดดูนะครับ ในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร ที่ประชุมวุฒิสภา หรือที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา สมาชิกผู้ใดจะ กล่าวถ้อยคําใดในการแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็น ย่อมเป็นเอกสิทธิ์โดยเด็ดขาด คําว่าแสดงความคิดเห็นในที่นี้หมายถึงการสงวนคําแปรญัตติไว้ในเล่มนี้ครับ เพราะฉะนั้น ผู้ที่เสนอปิดอภิปรายจะไม่มีสิทธิมาวินิจฉัยแทนกระผม ว่าผมจะสงวนคําแปรญัตติว่าอย่างไร ผู้เสนอขอปิดอภิปรายไม่มีสิทธิมาก้าวล่วงพวกกระผมที่สงวนคําแปรญัตติไว้ครับ ไม่ว่าผมจะ สงวนว่าให้พ้นกําหนดไป ๑๑๐ วัน ผมยังไม่มีโอกาสชี้แจงเหตุผลเลยครับ ว่า ๑๑๐ วัน ของผมนี้ เพราะผมจะให้ตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งก่อน มาช่วยพิจารณาว่าคนไหนจะได้รับ การนิรโทษกรรมบ้าง เป็นสิทธิของผมครับ ผมยังไม่มีโอกาสได้พูดเลยครับ นั่นคือข้อที่ ๑ ในมาตรา ๑๓๐ สําคัญที่สุดคือเมื่อมาตรา ๑๓๐ กําหนดสิทธิไว้ให้ผมแล้ว ในมาตรา ๒๙ ได้เขียนไว้อีกว่า ในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ในมาตรา ๒๙ เป็นการจํากัดสิทธิ และเสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้จะกระทําไม่ได้ หมายความว่าผมมีสิทธิแล้ว ท่านจะมาจํากัดโดยการให้ปิดอภิปรายจะกระทําไม่ได้ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนครับ ตอนนี้ ท่านกําลังบอกว่าท่านทําตามข้อบังคับ ข้อ ๔๗ ผมก็บอกว่าตอนนี้ ข้อ ๔๗ ที่ท่านกําลังเสนอ ปิดอภิปรายกําลังจะมาขัดกับรัฐธรรมนูญเล่มนี้อย่างน้อยในมาตรา ๑๓๐ และมาตรา ๒๙ ที่กระผมได้ยกตัวอย่างขึ้นมา สําคัญที่สุดผมต้องการและบันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ครับ เพราะไม่ใช่ครั้งแรกที่กระผมโดนจํากัดสิทธิตั้งแต่ชื่อร่าง คําปรารภ มาตรา ๑ มาถึงมาตรา ๒ ที่ผมใคร่อภิปรายเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็รอคิวตามที่ท่านประธานบอกว่าจะเรียกไปตามคิว เรื่อย ๆ กระทั่งเมื่อสักครู่ท่านประธานได้บอกว่าท่านบุญยอดจะมีสิทธิอภิปราย ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ จะมีสิทธิอภิปราย แต่จะวนมาต่อทีหลัง เนื่องจากเมื่อสักครู่ไม่ได้นั่งอยู่ ในห้องประชุม เพราะออกไปทานน้ํา ท่านประธานได้เอ่ยชื่อไว้เองครับ และท่านก็มานับด้วยว่า จาก ๖ คน อภิปรายไปแล้ว ท่านบวก ๒ ท่านนี้ไปด้วย อ้างว่าอภิปรายไปแล้ว ๘ คน จริง ๆ เพิ่ง ๖ คนอีก ๒ ท่านนี้ยังไม่ได้อภิปรายเลยครับ แต่ท่านประธานเรียกชื่อให้สิทธิ ไว้แล้ว โดยเป็นอํานาจของท่านประธานในการให้สิทธิไว้ด้วย เพราะฉะนั้นท่านจะขัดข้อบังคับ และขัดรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจนในตอนนี้ ท่านต้องวินิจฉัยครับ ขอบพระคุณมากครับ
มีผู้ใช้สิทธิอภิปรายไปแล้ว ๘ ท่านนะครับ นี่ให้เจ้าหน้าที่เช็ก ไม่ใช่ผมเช็กเองครับ คืออย่างนี้ ผมก็พยายามอะลุ่มอล่วยเต็มที่นะครับ ท่านจุฤทธิ์ก็ทํางานด้วยกันมา ผมก็มีความตั้งใจ แต่ว่าเมื่อมีผู้เสนอผมก็อ้างข้อบังคับตามที่ท่านว่านะครับ ความจริงผมพยายามฟังท่านชวน หลีกภัย เขาแนะนําเมื่อเช้า ผมก็เห็นว่ามันเป็นลู่ทางที่ดี ก็อยากให้เจรจากัน แต่ทางนี้ มาเสนออย่างนี้ แล้วก็เสนอถูกต้อง ผมก็ไปไม่ได้อีก ท่านต้องเห็นใจผมนะครับ ผมก็ฟัง ผมก็ให้เกียรติผู้ใหญ่ทางท่านแนะนํา แต่ถ้าทางโน้นก็ถอย ทางนี้ก็ถอยกันบ้าง ในสภามันก็ ไปได้นะครับ เชิญท่านชวนครับ ท่านอื่นนั่งลงครับ ผมไม่อนุญาตท่านอื่น
ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาต เรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับว่า กรณีของผู้ขอแปรญัตตินี้เขาต้องมีสิทธิครับ เขาต้องมีสิทธิ ได้อภิปราย เพียงแต่ว่ามีผู้ที่แสดงความจํานงกี่รายก็ไปเท่านั้น ผู้ที่ไม่มีความประสงค์ จะอภิปรายก็ไม่ต้องอภิปราย ผมแปรญัตติไว้ด้วยครับ ท่านประธานครับ แต่ว่ากระผมจะ ไม่อภิปรายในมาตรานี้ แต่คนอื่นที่ขออภิปรายเขาต้องมีสิทธิครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่อ้อนวอน อะไร แต่ว่าต้องให้สิทธิเขา เราถือเรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ แล้วอยากขอความกรุณา ท่านประธานได้ใช้อํานาจของท่านประธานในการพิจารณาเรื่องนี้ ความจริงเวลาก็ไม่ค่อย เหมาะเท่าไรหรอกครับ ถ้าเราจะหวังผลประสิทธิภาพการประชุม และหวังคุณภาพของ การประชุมก็ต้องให้สมาชิกได้มีโอกาสได้ประชุมโดยมีความพร้อม ซึ่งเวลาที่เราประชุมกันมา ทั้งวันนั้นผมคิดว่าท่านประธานก็เหนื่อย เหนื่อยกับพวกผมด้วยความเห็นใจครับ แต่ว่า หลักของความถูกต้องในการปฏิบัตินั้นผมคิดว่าเราต้องยึดอันนี้ไว้ครับ
คือผมก็พยายามฟังท่านนะครับท่านแนะนํามา ท่านอภิสิทธิ์ก็พูดมาก็เหมือนกันนะครับ ผมก็ เคารพและฟัง และเหตุการณ์ผ่านมาก็ด้วยดี แต่ทีนี้มาตรานี้ท่านผู้นําฝ่ายค้านเขาอภิปรายไป ๘ ท่าน ก็จะเป็นประเด็นคล้าย ๆ กันนะครับ ทีนี้ก็ยังมีผู้เสนออภิปรายเป็นสิบ ทางนี้ก็เสนอ ถูกต้องขอให้ปิดการอภิปราย แต่ผมก็ยังขอให้มีการเจรจากันว่าลดลงได้ไหม ทางนี้ขอถอน ก่อนได้ไหม ก็จะได้ไปได้นะครับ เมื่อกี้ปรึกษาท่านท่านก็ออกไปข้างนอก ก็เรียนหารือ ท่านผู้นําฝ่ายค้าน มันน่าจะมีทางออกร่วมกันที่ดีนะครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ ผม นายฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอชี้แจง ข้อเท็จจริงเพื่อบันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ครับ พรรคประชาธิปัตย์ได้ผู้สงวนความเห็นรวมทั้ง ผู้สงวนคําแปรญัตติมีทั้งสิ้น ๑๑๗ คน และผู้ที่ได้ใช้สิทธิอภิปรายไปแล้วมีเพียง ๗ คน ไม่ใช่ ๘ คน ขอบันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วยครับ อีก ๑ ท่านเป็นฝ่ายพรรคเพื่อไทยครับท่านประธาน ข้อเท็จจริงตามนี้ครับท่านประธาน
ขอหารือท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อหาทางออก เชิญครับ ท่านพิเชษฐ์สักครู่ เดี๋ยวผมขอฟังก่อนครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในเมื่อข้อบังคับของสภาผู้แทนมีอยู่ท่านต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ไม่มีใครอาวุโสกว่าใคร ละครับ คนละสมัยครับ เลือกตั้งผ่านเข้ามาคนละสมัยไม่มีใครอาวุโสกว่าใคร สิทธิเท่าเทียมกัน ๑ คะแนนเท่ากัน ไม่ยึดกฎข้อบังคับของสภาผู้แทนแล้วจะยึดอะไร ท่านประธานต้องปฏิบัติ ตามข้อบังคับสิครับ เปลี่ยนกันครับ เมื่อก่อนผมก็เป็นฝ่ายค้าน วันนี้ผมก็เป็นฝ่ายรัฐบาล มันก็เป็นอย่างนี้ละครับท่านประธาน ท่านต้องตัดสินใจนะครับ ไม่ใช่ว่าใครมาพูดหวาน ๆ แล้วท่านก็ต้องทําตามไม่ใช่ครับ ท่านต้องปฏิบัติตามข้อบังคับครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
คืออย่างนี้ผมก็ฟังหลายฝ่ายครับ ผมไม่มีทางออก ผมก็พยายามเต็มที่ เชิญท่านผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ
ท่านประธานที่เคารพ อยากจะเรียนว่า ไม่เคยอ้างอาวุโสหรืออย่างอื่นไม่เคยอ้างเลยครับ กระผมจะไม่เคยพูดว่าเป็นผู้แทนมากี่สมัย อาวุโสไม่เคยครับ แล้วไม่เคยใช้สิทธิอะไรพิเศษ ข้อเสนอนั้นเป็นข้อเสนอของคนที่เป็นผู้แทน คนหนึ่ง แล้วไม่ใช่เป็นข้อเสนอเพื่อให้ประธานทําตามสิ่งที่ผมต้องการโดยผิดหลักการ อันนี้เป็นเรื่องหลักการครับ ผู้แปรญัตติต้องมีสิทธิได้พูด อันนี้เป็นหลักการไม่ใช่เป็นเรื่องของ การอ้อนวอน หรือเป็นเรื่องผิดแนวทางข้อบังคับไม่ใช่ครับ แล้วขออย่าไปเข้าใจว่าผมเป็น คนประเภทขี้อวดขี้คุยนะครับ ถึงจะเป็นผู้แทนมานานกว่าคนอื่นแต่ไม่เคยพูดเลยครับ เพราะว่ามีคนอาวุโสกว่าผมในห้องนี้อีกหลายท่านถ้าพูดอายุครับ เพราะฉะนั้นผมไม่เคย ใช้สิ่งเหล่านี้มาพูดกับคนอื่น สมาชิกที่พูดขอให้เข้าใจผมไม่ใช่คนที่เป็นประเภทอย่างนั้นครับ
คืออย่างนี้ท่านพิเชษฐ์ ท่านชวนท่านไม่ได้บอกท่านอาวุโส แต่ผมเรียกท่านเป็นผู้อาวุโส ผมก็เคารพคนที่อยู่มานานกว่าผม ท่านไม่ว่า แต่ผมเป็นคนว่าเอง ประธานพูดเองครับ
เดี๋ยวจบครับ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เอ่ยชื่อท่านใด ผมไม่ได้เอ่ยชื่อนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าให้ทําตาม ข้อบังคับ ข้อ ๘ มีข้อบังคับอยู่ท่านต้องปฏิบัติในฐานะท่านประธานในที่ประชุม ผมไม่ได้ เอ่ยชื่อท่านอาวุโสท่านใด และจะทําอย่างไรครับท่านปรึกษาไปเรื่อย ๆ จนสว่างหรืออย่างไร ครับท่านประธาน ในเมื่อมีญัตติคาอยู่ท่านก็ต้องปฏิบัติตามมันไม่เป็นไรครับ มันมีข้อบังคับ อยู่แล้วถ้าผิดอย่างไรก็ให้ศาลรัฐธรรมนูญเขาตีความ ท่านต้องปฏิบัติตามนะครับท่านประธาน ขอบคุณท่านประธานครับ
จะเอาทางนี้ก็แล้วแต่ครับ เชิญเข้าห้องประชุมครับ เชิญท่านอภิสิทธิ์ครับ
ประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าที่พวกกระผมพูดก็อ้างข้อบังคับ และอ้างรัฐธรรมนูญด้วยครับ แล้วก็ได้พยายามอธิบายหลายครั้งครับว่า สิทธิของผู้แปรญัตติ เป็นอย่างไร แล้วก็ได้กราบเรียนท่านประธานไปก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่งว่า ถ้าท่านประธาน ไม่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ครับว่าสิทธิของผู้แปรญัตตินั้นมีอยู่ปัญหานี้จะไม่จบ ขณะเดียวกัน เมื่อสักครู่พาดพิงนะครับ บอกว่าเคยสลับสับเปลี่ยนพวกผมก็เคยเป็นฝ่ายค้าน พวกผมก็เคย เป็นรัฐบาล ใช่ครับ ผมก็ยอมรับว่าสมัยเป็นรัฐบาลหลายครั้ง เมื่อฝ่ายค้านต้องการอภิปราย กันมาก ๆ บางทีพวกผมก็ไม่อยากจะต้องประชุม แต่ไม่เคยนะครับในการที่จะเสนอ ปิดอภิปรายในวาระที่สอง เพราะเราเห็นว่ามันขัดข้อบังคับ มันรอนสิทธิ เพราะฉะนั้นถ้าท่าน จะอ้างว่าเคยสลับสับเปลี่ยนกันเป็น สลับสับเปลี่ยนกันเป็นจริงครับ แต่ว่าพวกผมไม่เคย ปฏิบัติอย่างนี้ เพราะพวกผมถือว่าเราต้องช่วยกันรักษาระบบครับ ช่วยกันรักษาสิทธิของ สมาชิกสภาครับ รัฐบาลผลัดกันเป็นครับ แต่ถ้าเป็นสมาชิกสภาเราอยากจะรักษาสิทธิของ สภา ท่านต้องดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับครับ แล้วก็ในวาระที่สองยืนยันครับ ว่าเป็นสิทธิของผู้แปรญัตติที่จะใช้สิทธินั้นครับ
พอแล้วครับ ผู้ใหญ่ได้พูดกันหมดแล้วครับ ผมก็ไม่มีทางออก เดี๋ยวผมกดออดสักครู่ เชิญท่านบุญยอดครับ
กราบขอบคุณท่านประธานสภา นะครับ ผม บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ ผมได้เป็นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยที่ได้ขอสงวนความเห็นไว้และแตกต่างจากคนอื่นโดยสิ้นเชิง มาตรา ๒ ผมสงวนไว้อย่างนี้นะครับ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในวันถัดจากวันที่ร่างพระราชบัญญัติ ผ่านการเห็นชอบของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร และที่ประชุมวุฒิสภาชุดถัดไปครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ เสียดายที่ท่านรองประธานสภาลงไปจากบัลลังก์ ผมจะพูดกับท่าน ท่านคงฟังอยู่นะครับ สมาชิกทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านรบเร้าให้ท่านใช้อํานาจตามข้อบังคับ ท่านจุรินทร์วิปฝ่ายค้านได้ขอให้ท่านประธานวิสุทธิ์ตอบว่าจะประชุมไปถึงเวลาเท่าไร ท่านประธานบอกว่าขอให้คุณอํานวย คลังผา ผมไม่จําเป็นต้องขออภัยที่จะเอ่ยนาม เพราะจําเป็นต้องเอ่ย ท่านบอกว่าขอให้คุณอํานวย คลังผา ไปคุยกับท่านวิปฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ แล้วแปลว่าเรายกย่องประธานสภาผู้แทนราษฎรทําหน้าที่เป็นประธาน รัฐสภาด้วย เราเรียกว่าผู้นําฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ปรากฏว่าท่านให้ไปถามคุณอํานวย คลังผา แล้วผมบอกว่าผมเคารพท่านประธาน ผมควรจะเคารพคุณอํานวย คลังผา หรือควรเคารพ ท่านประธานครับ ใครเป็นผู้นําฝ่ายนิติบัญญัติกันแน่ครับประเทศไทยเรา ขอคําตอบจาก ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวผมกําลังหาทางเจรจากันอยู่เมื่อกี้นี้นะครับ เดี๋ยวผมขอลงมติก่อนแล้วกันนะครับ
(นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
เมื่อท่านสมาชิกเข้ามาแล้วช่วยกรุณาแสดงตนนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เมื่อแสดงตนแล้ว เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ มีสมาชิกในที่ประชุม ๓๑๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ
ผมถามมติอย่างนี้นะครับ เนื่องจากมาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไขนะครับ แต่มีกรรมาธิการสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติสงวนคําแปรญัตติ ผมจะถามว่าท่านใด เห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไข ผมถามมติก่อนนะครับว่าเห็นด้วยกับ การที่จะปิดการอภิปรายหรือไม่นะครับ ท่านใดเห็นด้วยกับการปิดอภิปรายให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านไม่เห็นด้วยให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย เชิญออกเสียงลงคะแนนได้นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นควรให้ปิดการอภิปราย ๓๑๓ ท่าน ให้เปิด อภิปราย ๖๕ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ที่ประชุมให้มีการปิดอภิปรายนะครับ
เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ ท่านกรรมาธิการจากกฤษฎีกาเชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายนิพนธ์ ฮะกีมี รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และในฐานะชี้แจงแทนคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอยืนยันร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
ผมสรุปแล้วกันนะครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยบอกว่าร่างมาตรา ๒ ของกรรมาธิการเสียงข้างมากร่างผิด หรือปฏิบัติไม่ได้ หรือเมื่อประกาศใช้บังคับแล้ว ไม่สามารถทําให้นักโทษในคุกหลุดออกมาได้ทันที กระผมกราบเรียนดังนี้ว่า การทํากฎหมาย นิรโทษกรรมแตกต่างกับกฎหมายอภัยโทษตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยและสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวอ้างนะครับ กฎหมายอภัยโทษที่บอกว่ามีการให้ใส่รายชื่อของคน ที่ได้รับการอภัยโทษไว้ท้ายมติ ครม. กฎหมายอภัยโทษจะเป็นกฎหมายหนึ่งเขียนกว้าง ๆ เท่านั้นเองว่านักโทษชั้นใด โทษใดที่จะได้รับการอภัยโทษ แล้วก็จะบอกว่านักโทษชั้นเด็ดขาด ชั้น ก ชั้น ข ซึ่งเป็นเรื่องกรมราชทัณฑ์ที่จะทําต่อไป แต่จะไม่มีกําหนดลงไปชัดเจนว่า นาย ก นาย ข นาย ค ได้รับอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกานี้นะครับ อันนั้นตกไปนะครับ เรื่องอภัยโทษ
ทีนี้ผมกราบเรียนเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมที่เป็นประเด็นอยู่ในห้องประชุมนี้ โดยพิจารณาจากกฎหมายนิรโทษกรรมที่เมืองไทยประกาศใช้มาทั้งหมด ๒๓ ฉบับ ๒๔ ฉบับ ก็จะมีกฎหมายใช้บังคับทันทีนับแต่วันประกาศ มีอยู่ ๒ อย่าง หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือ ห่างไปประมาณ ๑๐ กว่าวัน ๒๐ กว่าวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดูสถิติแล้ว กฎหมายใช้บังคับทันทีมีจํานวน ๒๐ ฉบับ และ ๒๐ ฉบับนี้ก็เป็นที่มาของกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยตั้งข้อสงสัยกับกระผมแล้วก็ท่านอธิบดีกรมบังคับคดีว่าเขาปฏิบัติกันอย่างไร ซึ่งเป็นที่มาที่ผมไปถามหาจากกรมราชทัณฑ์ แล้วก็ไปถามหาจากหลายที่ว่าเขาปฏิบัติ กันอย่างไร
- ๑๘๙ เนื่องจากกฎหมายนิรโทษกรรมจะกําหนดระยะเวลากําหนดเหตุการณ์ไว้ ก็ประกาศใช้บังคับแล้ว มันจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่จะปรากฏอยู่ในเอกสารที่ทางสํานักงานศาลยุติธรรมส่งมาให้ว่า เป็นคดีอยู่ หรือที่สถานีตํารวจที่เป็นคดีอยู่ และที่เป็นคดีนี้หรืออยู่ในชั้นของการพิจารณาคดี ของศาล หรืออยู่ในการจองจําอยู่ในราชทัณฑ์มันจะชัดเจนว่าเป็นผู้กระทําความผิดที่จะ พิจารณาต่อไปในมาตรา ๓ ซึ่งมาตรา ๔ บอกว่าถ้าเผื่อระหว่างการสอบสวน ระหว่างถูกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาคดี หรือคําพิพากษาถึงที่สุดก็ให้ปล่อยไป ดังนั้นกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ปรากฏอยู่ในมือของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ เมื่อประกาศใช้ คนกลุ่มนี้จะได้รับ อานิสงส์ทันที ถามว่ามีไหมที่จะต้องมีการตรวจสอบ กรรมาธิการเสียงข้างมากก็บอกว่ามี แต่ถามว่ามีจํานวนเท่าไร เราก็ไม่ทราบว่ามีจํานวนเท่าไร แต่ที่แน่ ๆ ว่า จํานวนประมาณ ๖๐๐ กว่าคดี ที่อยู่ในการพิจารณาของศาล และที่เป็นนักโทษที่ได้รับการประกันตัว อีกประมาณ ๒๐๐ กว่าคน และที่อยู่ในการกําลังดําเนินการสอบสวนพนักงานสอบสวนอีก ๒๐๐ กว่าคน จะได้รับอานิสงส์ทันที โดยมาตรา ๒ ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจน ที่ยังไม่เข้ามาสู่การดําเนินการคดี โดยพนักงานสอบสวนก็ดี อัยการก็ดี หรือศาลก็ดี หรือยังไม่ได้จองจําในราชทัณฑ์ ยังไม่ชัดเจน ยอมรับ เมื่อไม่ชัดเจน ทําอย่างไร กระบวนการที่ทํากันอยู่ในกฎหมาย ๒๒ ฉบับ ที่ผมกราบเรียน เดี๋ยวผม จะกราบเรียนอีกทีใน ๒๒ ฉบับ มันมี ๒-๓ ฉบับที่ลักษณะคล้ายเคียงใกล้เคียง กับกฎหมายนิรโทษกรรมที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถืออยู่นะครับ เมื่อมีกลุ่มคนที่ไม่ชัดเจน ยังไม่ได้เข้ามากระบวนการพิจารณาของพนักงานสอบสวน อัยการ และก็ศาล หรือราชทัณฑ์ ใน วิ.อาญา เองก็มีมาตรา ๗๕ มาตรา ๙๐ ก็ไม่ผิดนะครับ ที่ท่าน ผมจําชื่อท่านไม่ได้ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยบอกว่าต้องไต่สวน ใช่ ต้องไต่สวน แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างต้อง ไต่สวนครับ เมื่อมีความชัดเจนอยู่ ๒๐๐ กว่าคน ที่ผมกราบเรียนอยู่ในฝ่ายพนักงานสอบสวน และอยู่ ๖๐๐ กว่าคน ที่กําลังดําเนินคดีอยู่นี้ มันชัดเจนอยู่แล้ว คดีข้อหาอะไร อันนั้น ก็จะได้รับอานิสงส์ไป อย่างนั้นเมื่อกรรมาธิการคิดดู และกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ฟัง ฝ่ายข้างน้อยแล้ว ก็เห็นได้ว่าในเมื่อเราจะได้ให้อานิสงส์คนกว่าพันคนไป เมื่อประกาศใช้ทันที นะครับ กับอีกจํานวนคนที่เรายังไม่รู้แน่นอน เราก็คงจะให้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน ตามมาตรา ๗๕ กับมาตรา ๙๐ ของ ป.วิ.อาญา ต่อไป เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงขอยืนยันร่างมาตรา ๒ ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอบคุณครับ
ต่อไปจะขอถามมติจากที่ประชุมนะครับ ไม่มีพาดพิงนะครับ เดี๋ยวท่านพูดก่อนนะครับ เชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ขอบคุณท่านรองเลขาธิการกฤษฎีกาที่กรุณาลุกขึ้นชี้แจงทั้ง ๆ ที่ ท่านไม่มีข้อมูลที่ถูกต้องเลย ท่านบอกว่าท่านยอมรับว่ามีบางคนนอกเหนือจากที่ท่าน กล่าวไปแล้วคือ ๖๐๐ คน บวก ๒๐๐ คน ยังมีอีกจํานวนเท่าไรไม่ทราบ คําว่า จํานวนเท่าไร ไม่ทราบ ถ้าคนในจํานวนไม่ทราบนั้นเป็นญาติพี่น้องของท่านหรือญาติพี่น้องของผม เราจะไม่ยอม ถ้าผมจะต้องยื่นคําร้องต่อศาลให้ปล่อยตัวผม
ท่านไชยวัฒน์ครับ ประเด็นที่ท่านใช้สิทธิพาดพิง พาดพิงประเด็นอะไร ท่านเสียหายอย่างไร อันนั้นเป็นเรื่องของ ป.วิ.อาญา ที่เขาจะต้องปฏิบัติต่อไป
นั่นละครับ ประเด็นนี้ละครับ ผมเสียหาย เพราะผมอภิปรายไม่ถูกต้อง ผมก็เสียเกียรติภูมิของผม ผมเป็นทนายความ มาเกิน ๔๕ ปี ผมมีประสบการณ์กับคดีอาญามานับพันคดี ผมต้องใช้ประสบการณ์อันนั้น ให้เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ถ้าคนใดคนหนึ่งในกลุ่มที่ไม่ได้ทราบว่าเป็นใคร แล้วไม่ได้รับ การปล่อยตัวทันทีตามกฎหมายฉบับนี้ เป็นบิดามารดาของใคร ใครยอมบ้าง จะต้องยื่น คําร้องต่อศาลเพื่อไต่สวน ไต่สวนแล้วถ้าศาลชั้นต้นไม่ปล่อย ศาลอุทธรณ์ไม่ปล่อย จนถึง ศาลฎีกาใช้เวลา ๓ ปี
เอาละครับ อันนั้นเป็นเรื่องวิธีปฏิบัติที่เขาชี้แจงนะครับ เดี๋ยวผมขอมติจากที่ประชุมเลย นะครับ นั่นเป็นเรื่องวิธีปฏิบัติที่เขาชี้แจงนะครับ
มันไม่ได้ครับท่านประธาน
เดี๋ยวผมขอมติจากที่ประชุมเลยนะครับ ผมจะถามมติว่าท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากให้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็น และผู้แปรญัตติที่สงวนคําแปรญัตติให้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ ท่านใดงดออกเสียง ให้กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญออกเสียงลงคะแนนได้ครับ
ท่านหันไปดูท่านกรรมาธิการ สิครับ นั่งหน้าเศร้าเลยครับ คิดไม่ออกครับ ผ่านไม่ได้ครับ
เดี๋ยวนะครับ
เอาหลักฐานมาแสดงสิครับ
เรียบร้อยนะครับ ขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ส่งผลครับ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ๓๑๔ เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนคําแปรญัตติและผู้สงวนคําแปรญัตติ ๔๐ งดออกเสียง ไม่มีนะครับ ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่สงวนไว้ ตามร่างเดิมนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการ มาตราต่อไปครับ
มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติ ขอสงวนคําแปรญัตติ
ช่วยกรุณานั่งลงครับ มันผ่านไปแล้วนะครับ เชิญมาตรา ๓ ครับ
ผมประท้วงครับ
เชิญประท้วงครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ครับ คําตอบของคณะกรรมาธิการไม่สามารถชี้ชัดพอที่จะลงมติได้ เพราะท่านอย่าบอกว่ามีจํานวนหนึ่งที่ไม่ทราบว่ากี่คน
คือเวลาท่านประท้วงท่านต้องบอกว่าใครฝ่าฝืนข้อบังคับอะไรนะครับ ส่วนข้อชี้แจงนะครับ จะถูกต้องพอใจท่านประเด็นอย่างไรหรือไม่นะครับเป็นเรื่องของดุลยพินิจของท่านสมาชิก ที่จะใช้ดุลยพินิจในการวินิจฉัยและตัดสินใจครับ ฉะนั้นท่านจะใช้สิทธิประท้วงท่านก็ต้อง บอกว่าฝ่าฝืนข้อบังคับเรื่องอะไรครับ เชิญครับ
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ครับ ผมประท้วงเพราะว่ามาพาดพิงผมครับ มาว่าผมอภิปราย ไม่ถูกต้องตามข้อเท็จจริงครับ ไม่สามารถปล่อยคนออกได้ตามที่ผมได้อภิปรายไว้จริง แล้วท่านจะมาชี้แจงอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ
มาตรา ๓ นะครับ เชิญท่านกรรมาธิการสงวนความเห็นนะครับ
(นายสุรเชษฐ์ แวอาแซ ได้ยืนและยกมือขึ้น)
ท่านประท้วงอะไรครับ เชิญครับ
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ขอประท้วงท่านประธานในข้อ ๘ การทําหน้าที่ของท่านประธานซึ่งจะต้องใช้ดุลยพินิจของ ท่านประธานทรงด้วยความยุติธรรม ชัดเจนว่าคณะกรรมาธิการส่วนใหญ่ทีได้แถลง หรือได้ชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ไม่มีความชัดเจนในการที่จะตัดสินใจได้ มีแค่บางกลุ่ม ผมถึงได้มี ข้อสงสัยที่ผมได้แปรญัตติว่ากรณีตากใบกับกรือเซะรวมอยู่ด้วยหรือไม่ เพราะฉะนั้นตรงนี้เอง ถ้าสามารถจะชี้แจงตรงนี้ได้ผมก็สามารถที่จะตัดสินใจในการลงมติได้ ผมถึงได้แปรญัตติไว้ ๓๒๐ วัน เพราะเนื่องจากว่าทันทีทันใดนี่ไม่ทัน ไม่มีคณะกรรมการจะพิจารณาว่าขณะนี้ บุคคลที่หลบหนี บุคคลที่ไปเกี่ยวข้อง ไปถูกกล่าวหาในการชุมนุมที่ตากใบ
คือท่านครับ ท่านประท้วงเรื่องอะไรครับ
ผมประท้วงท่านประธาน ผมยกมือ ประท้วงเพื่อต้องการที่จะให้ท่านประธานนั้นใช้ดุลยพินิจว่าการแถลงของคณะกรรมาธิการ เมื่อสักครู่นี้ไม่ชัดเจน ขอความยุติธรรมจากท่านประธาน แต่ท่านประธานก็ปิดปากร่วมกับ สมาชิกซีกโน้น
คืออย่างนี้ครับ เมื่อท่านสมาชิกใช้สิทธิในการอภิปรายนะครับ ท่านกรรมาธิการก็ชี้แจง ผมมองแล้วว่าท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้ก็สามารถใช้ดุลยพินิจวิจารณญาณในการที่จะ วินิจฉัยได้ว่าจะลงมติประการใดอย่างไรนะครับ ก็เป็นเรื่องดุลยพินิจของผม ผมมองแล้ว ไม่ละครับ ผมชี้แจงแล้วนะครับ วินิจฉัยแล้ว เชิญอรรถพรครับ
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อรรถพร พลบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ครับ ท่านประธานใช้อํานาจทําให้ผมเสียสิทธิ ในการลงคะแนน ผมเรียนท่านประธานว่าในขณะที่มีการชี้แจงจากกรรมาธิการที่มาจาก กฤษฎีกาชี้แจงอย่างเคลือบคลุมไม่กระจ่างแจ้งเรากําลังจะใช้สิทธิประท้วงเพื่อให้เกิด การโต้ตอบซักถามให้เกิดความกระจ่างแจ้งประกอบการลงมติ แต่ท่านประธานไม่หันมา มองพวกเรานะครับ เราพยายามจะประท้วงเพื่อจะใช้สิทธิตรงนี้ ในที่สุดก็ลงคะแนนผ่านไป โดยพวกเราตั้งหลายคนไม่ได้ ไม่มีโอกาสได้ลงคะแนนครับ อย่างนี้มันสภาทาสครับ รับใบสั่ง จากใคร สภาทาสครับ
ใจเย็นครับ เอานะครับ ผมขอดําเนินการตามมาตรา ๓ ต่อไปนะครับ เชิญอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ กรรมาธิการสงวน เชิญอาจารย์แก้วสรรก่อนครับ เชิญคุณหมอครับ
ท่านประธานครับ ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ มันผิดปกติแล้วนะครับ ท่านประธานจะเร่งรีบไปไหนกฎหมายพรุ่งนี้ยังมี ผมบอกแล้วท่านรับใบสั่งมาจริง ๆ ท่ านบอกมาสิว่าใครสั่งท่าน
เอานะครับ คืออย่างนี้ครับ ก็ไม่มีใครสั่งหรอกครับ เมื่อสักครู่ผมก็ได้ ท่านก็ฟังก่อนสิครับ นั่งก่อนครับ เชิญท่านสุนัยครับ
ท่านประธานครับ ผม สุนัย จุลพงศธร ขอใช้สิทธิประท้วงครับ โดยประท้วงท่านที่กล่าวถ้อยคําที่ไม่ถูกต้องตาม ข้อ ๖๑ ครับ มีการใส่ร้ายท่านประธาน ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานใช้เวลาสั้น ๆ ครับ ผมคิดว่า ท่านประธานได้ทําตามข้อบังคับถูกต้องแล้ว พอท่านวิสุทธิ์ลงท่านก็ขึ้นมา ท่านก็ทําอย่างอื่น ไม่ได้ก็ดําเนินการตรวจสอบเรื่องของกระบวนการว่าปิดอภิปราย ดังนั้นท่านครับ เมื่อท่าน เข้ามาตรา ๓ แล้ว ผมกราบเรียนท่านประธานครับ ผมว่าว่ากันจริง ๆ แล้วครับ มาตรา ๑ กับมาตรา ๒ เราเสียเวลาไปมากจริง ๆ ผมเป็นคนหนึ่งครับที่พูดบอกว่าเราควรจะรีบเข้า มาตรา ๓ เถอะ เพราะหัวใจอยู่ที่นั่น ท่านประธานครับ การที่ท่านประธานบอกให้ ท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อ่านมาตรา ๓ นั้น แล้วก็เรียกชื่อบุคคลอภิปราย ผมคิดว่า ถูกต้องแล้วครับ ท่านประธานครับ แล้วเพื่อน ส.ส. ฝ่ายค้านไม่เสียสิทธิเลยครับ เพราะว่า การอภิปรายมาตรา ๓ มันจะครอบคลุมมาก แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านประธานครับ เราไม่ได้ บริหารเวลาในช่วงต้นทําให้เราเสียเวลาไปกับมาตรา ๑ มาตรา ๒ ซึ่งค่อนข้างจะไม่มี ความสําคัญมาก ดังนั้นท่านประธานครับ อยากให้ท่านดําเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ในมาตรา ๓ และผมกราบเรียนว่าอยากจะเห็นเพื่อน ส.ส. ฝ่ายค้านนี้นะครับ ได้ดําเนินการ อภิปรายตรงนี้เถอะครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ
เดี๋ยวครับ ทีละท่านเดี๋ยว ๆ เอาท่านจุฤทธิ์ก่อนครับ เมื่อสักครู่ยืนขึ้น เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ อํานาจในการพักการประชุมท่านประธานทํามาแล้ว ๒ ครั้งครับ ไม่ใช่ท่าน ไม่เคยทําครับ อํานาจเป็นของท่าน ท่านทําได้ตอนนี้เลยครับ นั่นคือเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ อํานาจในการปิดการประชุมก็เป็นอํานาจของท่านประธานครับ ไม่ต้องปรึกษาวิปรัฐบาล หรือปรึกษาใครทังสิ้นในสภานี้ เป็นอํานาจของท่านโดยตรงครับ ตอนนี้ท่านประธานก็ ไม่สามารถจะมีสติทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในการทําหน้าที่ควบคุมองค์ประชุมได้แล้ว สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านก็อ่อนล้า เหนื่อยล้าครับ ท่านประธานครับ สําคัญที่สุด คือเราสามารถเร่งรีบได้ถ้ามีประชาชน ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คน มาชุมนุมเพื่อรอให้เรารีบ นิรโทษกรรม แต่วันนี้ไม่ใช่ครับ ประชาชนเริ่มต้นจาก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คนมาคัดค้าน การนิรโทษกรรม เพราะฉะนั้นเราจะเร่งรีบเพื่ออะไรครับ เราต้องมีเวลาพิจารณาครับ ท่านประธานครับ ถ้าคน ๕๐,๐๐๐ คนที่มารอวันนี้เพื่อมารอนิรโทษกรรมผมจะไม่ว่าเลยครับ รีบได้เลยครับ ให้เสร็จตอนนี้ก็ได้ แต่นี่มันไม่ใช่ครับ ท่านต้องฟังเสียงประชาชนด้วยครับ สําคัญที่สุดฟังเสียงหัวใจท่านประธานเองครับว่าท่านกําลังทํางานเพื่อใครอยู่ ขอบคุณครับ
เอาอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะให้ท่านอาจารย์แก้วสรรได้มีโอกาสได้พูดก่อน เพราะท่าน ก็นั่งรอตั้งนานแล้ว แล้วก็ในช่วงที่พูด ท่านฟังก่อนสิครับ แล้วก็จะให้ทางวิปรัฐบาลปรึกษากัน เชิญท่านวิทยาครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมประท้วงท่านประธานในฐานะผู้กํากับดูแลกิจการของสภาผู้แทนราษฎรครับ ผมสงสัย เหมือนเพื่อนสมาชิกทั้งหมดครับ ประธานดูนาฬิกาเป็น ผมก็ดูนาฬิกาเป็น สภาผู้แทนราษฎร มันรีบเรื่องอะไรครับ ท่านจั่วหัวว่าท่านเรียกประชุมเรื่องเรื่องสําคัญ ถ้าสําคัญจริง ๆ สภาผู้แทนราษฎรพร้อมจะพิจารณาให้ความสําคัญมันโดยความรอบคอบหรือเปล่า เฉพาะข้อชี้แจงสักครู่ของคณะกรรมาธิการฟังไม่ได้เลยครับ ออกกฎหมายฉบับนี้ไปจะบังคับ ถึงใครขนาดไหนยังไม่รู้ครับ แล้วผมบอกได้เลยครับ ตีความตามเนื้อกฎหมายทั้งหมดที่ไป จับมาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้วางระเบิดก็ดี ยิงทหารตายก็ดี ทั้งหมดครับ ปล่อย
เดี๋ยวครับ ท่านประท้วงประเด็นอะไรครับ
ผมบอกว่าท่านในฐานะ ประธานต้องกํากับการดําเนินกิจการของสภา ตีสองครึ่งแล้วท่านจะทําอะไรครับ จะเอาให้ จบวันนี้เลยหรือ แล้วฟังผมนะครับท่าน ไม่ต้องให้วิปหารือกัน คนเป็นประธานถ้าไม่รู้จัก วินิจฉัยเสียว่าอันไหนควรทํา อันไหนไม่ควรทํา อย่าทําหน้าที่ประธานครับ ท่านพร้อมจะ วินิจฉัยหรือยังครับ
ขอบคุณมากครับ เชิญครับนั่งลงครับ คุณหมอสุกิจก่อนครับ
ท่านประธาน ผม สุกิจ อัถโถปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านวินิจฉัยของท่านวิทยาก่อนครับ
คือการจะปิดประชุมหรือดําเนินการเป็นอํานาจของประธานนะครับ ผมดําเนินการอยู่ครับ เป็นเรื่องของประธานนะครับ เชิญคุณหมอสุกิจท่านจะพูดไหมครับ ผมจะให้ท่านสมบูรณ์
ท่านประธานครับ ถ้าให้ผมก็คือผมยืนยันว่า ท่านประธานควรจะเลื่อนประชุมตอนนี้เลยครับ
เอาละครับ ท่านนั่งลงครับ หลายท่านยืนประท้วงอยู่
ท่านไม่ฟังเสียงของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใช่ไหม
คืออย่างนี้ครับ ท่านก็ประท้วงหลายท่าน ผมก็จะให้ท่านประท้วงก่อน เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ท่านประธานจําชื่อตัวเองได้ไหมครับ ท่านเป็นผู้นําของผมนะครับ ท่านเป็นประมุขของผมนะครับ มีศักดิ์ศรีหน่อยครับ ใบสั่งทั้งหลายท่านอย่าไปฟังเลยครับ รักศักดิ์ศรีของเราหน่อย ท่านประธานเห็นไหมครับ กฎหมายฉบับนี้วาระแรกคนที่นําเสนอ หลักการและเหตุผลยังกับพ่นออกมาเลยครับ มีการประท้วงอยู่ แต่พยายามพูดอย่างไร ให้จบกระบวนความให้ได้ แล้ววันนี้ศักดิ์ศรีของสภาท่านเห็นไหมครับ ประธานกรรมาธิการ ท่านสามารถพูดอย่างเดียว ขอให้จบ ขอผ่านไปวันนี้ประธานผมทั้ง ๆ ที่ผมศรัทธา แต่ท่าน กําลังทําให้สภาเรายิ่งดิ่งลงไป ท่านมีศักดิ์ศรีครับ วันนี้ตีสามแล้ว มาตรา ๓ ว่ากันพรุ่งนี้ก็ได้ มาตรา ๔ มาตรา ๕ มาตรา ๖ มาตรา ๗ เดี๋ยวก็จบแล้ว ใบสั่งทั้งหลายทุกคนก็รู้แล้ว ตอนนี้ ดูไบก็ฟังอยู่
คืออย่างนี้ ท่านสมบูรณ์ประท้วงอะไรก่อนครับ เพราะว่าเห็นยืนหลายท่าน
ประท้วงว่าท่านประธานควรจะใช้ วิจารณญาณในการปิดหรือเลื่อนการประชุมไปได้
นั่งลงครับ
ท่านรักศักดิ์ศรีเราหน่อยครับ
เชิญท่านรังสิมาครับ
กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัด สมุทรสงคราม ดิฉันประท้วงท่านประธาน ข้อ ๘ การทําหน้าที่ของท่านประธาน ปกติ การประชุมท่านก็บอกว่ามันไม่ได้เร่งด่วน รีบร้อนอะไร เป็นกฎหมายปกติปกติมันเชิญประชุม ๙ โมงครึ่ง เรื่องกฎหมายจะไม่เกิน ๓ ทุ่ม นี่จะตีสามแล้ว ถ้าเป็นกฎหมายปกติไม่เร่งรีบ นี่จะตีสาม ทําไม่ท่านประธานไม่ปิดประชุมหรือพักประชุมนะคะ ประการที่ ๑
ประการที่ ๒ จากการแปรญัตตินี้ธรรมดาให้แปรญัตติอาทิตย์นี้ และเมื่อ อาทิตย์ที่แล้วท่านประธานสั่งงดประชุมเพราะว่าให้ไปลงพื้นที่บอกว่าให้ไปดูแลน้ําท่วม เนื่องจากน้ําท่วม แต่พอถึงเวลาให้มาแปรญัตติ ดิฉันขับรถมา มาจะถึงแล้ว ท่านวัชระ บอกว่าไม่ต้องมาแล้ว ผมแปรญัตติ เป็นกรรมาธิการเขายังไม่ฟังผมเลย เขาปิด ดิฉันก็ต้อง ขับรถกลับไป พอกลับไปบอกให้มาสงวนเอาไว้ไปพูดในสภา พอจะพูดนี่ ดิฉัน ร. เรือ ดิฉัน ยังคิดเหมือนท่านอรรถวิชช์เลย ต้องไปเปลี่ยนชื่อแล้ว ต้องมาใช้ ก. ไก่ ถึงจะได้พูด ก. ไก่ ก็ไม่ได้พูดอีก กัลยายังไม่ได้พูดเลย แล้วดิฉันจะเปลี่ยนเป็นอะไร จะต้องเปลี่ยนนามสกุลไหม เป็นจรรย์โกมลไหมถึงจะได้พูด
อย่าเพิ่งเลยครับ อันเก่าดีแล้วครับ
ไม่ใช่ รอดรัศมีไม่ได้พูด ถ้าเป็น จรรย์โกมลอาจจะได้เรียกใช่ไหมคะ
อันเก่าดีแล้วครับ
ท่านประธานฟังดิฉันนะ เมื่อกี้นี้ดิฉันฟังกรรมาธิการเสียงข้างมาก อธิบายนี้ดิฉันยังตัดสินใจไม่ถูกเลย ท่านก็ ให้ลงคะแนนดิฉันก็ไม่ได้ลงอีก เดี๋ยวคนอยู่ทางบ้านบอกมาประชุมสภาทําไมไม่ลงคะแนน ก็ท่านประธานไม่ฟังเลย ดิฉันตะโกนท่านก็ไม่ได้ยิน นี่ขนาดดิฉันเสียงดังแล้ว ดิฉันอยากจะ เรียนท่านประธานว่ามันมีความผิดปกติมากเลย ปกติท่านประธานเป็นโรคกระดูกดิฉันรู้ เพราะเคยอยู่กรรมาธิการด้วยกัน แต่ไม่ได้เคยอยู่ด้วยกันนะคะ ต้องบอกก่อน ท่านประธาน นั่งนานไม่ได้ จะไปดูงานต่างประเทศท่านประธานบอกว่าไปไกลไม่ได้เพราะผมนั่งนานไม่ได้ แต่วันนี้จะตีสามนั่งได้ แต่ลุกไว้เดี๋ยวจะเป็นอัมพาต เพราะมันนั่งนานเกินไป ท่านประธานคะ นี่ไม่ใช่เครื่องจักรนะคะ คนนะ ถ้าเกิดว่าทํางานแบบนี้มันจะได้ประโยชน์อะไรกับประชาชน ประชาชนได้กี่คน ก็ได้แต่ไอ้หน้าเหลี่ยมอย่างเดียว เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องมีสมอง ไว้สําหรับคิดว่านี่มันเป็นไปได้ไหม นี่ตีสามแล้วท่านจะเลิกกี่โมงท่านบอกมาเลยดีกว่า หรือว่า ต้องถามทางไกลก่อนว่าจะให้เลิกกี่โมง ท่านต้องมีหัวของท่านเองสิ อย่าเอาศักดิ์ศรีของ ความเป็นประธานเอาไปไว้ที่คนอื่น
เอาละครับ พอแล้วครับ มีผู้ประท้วง เชิญผู้ประท้วง
กระผม ก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตประท้วงผู้ที่กําลังประท้วง ก่อนหน้านี้ที่ได้กล่าวหาท่านประธานต่าง ๆ นานา ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียน ท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสําคัญและเร่งด่วนเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่ามีพี่น้อง ประชาชนจํานวนมากที่ถูกขังอยู่ในเรือนจําเขาได้เฝ้ารอการนิรโทษกรรมนะครับ บางคน ถูกขังมา ๓ ปีกว่าแล้วครับ ถูกขังด้วยข้อหาเพียงแค่ว่าไปหยุดทหารไม่ให้นําอาวุธเข้ามา ทําการสลายผู้ชุมนุมเท่านั้นเองนะครับ แต่ว่าเขาก็ถูกขังมา ๓ ปีกว่าแล้วครับ แล้วไม่รู้จะ ถูกขังอีกนานเท่าไร เพราะฉะนั้นคนเหล่านั้นเขาควรได้รับการปล่อยตัวได้เร็วที่สุด เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้ก็ควรจะได้รับกรุณาอย่างเร่งด่วนครับท่านประธาน ยิ่งรอนานก็ยิ่งทําให้เขา ต้องเจ็บปวด ต้องทุกข์ทรมานอีกนาน ชีวิตเขาไม่ได้อยู่สุขสบายเหมือนเราไม่ได้อยู่ห้องแอร์ เหมือนเรา ไม่ได้กินอาหารดี ๆ เหมือนพวกเรา เพราะฉะนั้นท่านประธาน ขอกราบเรียน ท่านประธาน
พอแล้วครับ คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวนะครับท่านสมาชิกครับ คือเวลาฝั่งนี้พูดเขาก็นั่งฟัง ก็ให้ฟัง ก่อนนะครับใจเย็น ๆ นะครับ ก็เหมือนกับเมื่อกี้นี้ละครับ ผมก็นั่งฟังอยู่
ท่านประธานขอนิดเดี๋ยวครับ เมื่อกี้ผมได้ประท้วงผู้ที่ประท้วงท่านประธานที่กล่าวหาท่านประธานต่าง ๆ นานาครับ ผมพยายามอธิบายเหตุผลเพิ่มเติมเท่านั้นเองว่าเราควรจะเดินหน้าพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ต่อไปจนกว่าจะเสร็จสิ้นนะครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้เวทีที่สามเสนก็ยังไม่หยุด ที่สภา ก็ไม่ควรหยุดครับ ท่านประธานเดินหน้าต่อไป
ท่านฉัตรพันธ์ครับ
ท่านประธานครับ ผม ฉัตรพันธ์ เดชกิจสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอประท้วงท่านประธานเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับพวกผมไม่ใช่ทาสคนที่หนีคดี คนที่ทุจริตคอร์รัปชันนะครับ
ประท้วงผมก่อนครับ
ก็นี่อย่างไรครับ ผมประท้วง ผมไม่เข้าใจว่าประมุขรัฐสภาแห่งนี้ทําไมทําตัวเช่นนี้ครับ เสียแรงที่ผมให้ความเคารพรัก ต่อท่านประธาน ผมไม่คิดเลยครับวันนี้ประธานสภาจะตกเป็นทาสของนักโทษที่หนีคดีครับ นี่ประเทศไทยนะครับท่านจะเอาอะไรอีกครับ
เอาละครับ คือท่านไม่ได้ประท้วงแต่ทํากําลังกล่าวหาผมครับ ผมไม่ได้เป็นทาสใครหรอกครับ ก็ผมทําตามหน้าที่ ทําตามข้อบังคับนะครับ เชิญนั่งลงก่อนครับ ก็ผมวินิจฉัยแล้วท่านก็ไม่ได้ ประท้วงผมว่าผิดข้อบังคับข้อไหนเพียงแต่บอกว่ากล่าวหาผม ผมไม่ให้ถอนคําพูดก็ต้อง ขอบคุณผมด้วยซ้ําไปนะครับ เชิญท่านชาดาครับ
ท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของชาวจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ผมไม่ได้ ประท้วง ผมจะขอพูดผมไม่อะไรเลยครับ ผมรอมานานแล้วด้วยความเคารพทุกท่านจริง ๆ นะครับ คิดว่าผมได้ทําหน้าที่ของผม ก็มีม็อบรออยู่เหมือนกันที่จังหวัดอุทัยธานีนะครับ แต่มันม็อบฟลัดเวย์เท่านั้นครับ ก็เรียนด้วยความเคารพครับ ผมขอแปรญัตติในมาตรา ๓ ไว้ เพราะเห็นท่านอาจารย์แก้วสรร ผมเลยขอท่านประธานอภิปรายเลยนะครับ ในมาตรา ๓ นั้น ผมได้ขอแปรญัตติไว้ครับ ก็ผมขอเฉย ๆ ไม่ได้อะไร ก็เขาไม่ปิดอยู่แล้วพี่เชื่อผมเถอะอย่างไร เขาก็ไม่ปิด นี่พูดเรื่องจริงนะครับ
เชิญท่านวิรัชครับ
ประธานที่เคารพ วิรัช ร่มเย็น สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระนอง พรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่าคุณชาดาท่านเป็นกรรมาธิการท่านก็ได้พูดในกรรมาธิการ มากแล้ว แต่ก็เป็นสิทธิของท่านที่จะพูด แต่ขณะนี้เรากําลังบอกว่าท่านประธานฟัง ท่านสมาชิกทุกท่านที่ขึ้นมานี้ในซีกฝ่ายค้านให้ท่านประธานวินิจฉัย แล้วเราบอกขณะนี้ ๓ นาฬิกาแล้ว ท่านเคยทําอย่างนี้ไหม ท่านบอกนี่เป็นกฎหมายธรรมดา ท่านทําอย่างนี้ เพื่ออะไร ท่านต้องมีศักดิ์ศรีอย่างที่สมาชิกเขาพูดนี่ล่ะ ผมรู้จักกับท่านมานานแล้ว แต่วันนี้ ไม่ใช่ประธานคนเดิม ไม่ใช่เจริญ จรรย์โกมล ท่านคือใครล่ะ ท่านคือใคร ท่านอ้างนักอ้างหนา ว่าเป็นผู้แทนรุ่นเดียวกับผม ๒๑ ปีแล้ว ท่านต้องตัดสินใจครับ
เดี๋ยวนะครับ นั่งลงก่อนครับ ท่านต้องเห็นใจประธานนะครับ วันนี้ประธานถูกด่าทุกฝ่ายเลย นะครับ ขอบคุณมากครับ เชิญท่าน ส.ส. ครูมานิตย์ก่อนครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมเข้าใจว่า ท่านประธานคงจะเหนื่อยใจมากกว่าเหนื่อยกาย ท่านกรุณาให้เกียรติทางอีกซีกหนึ่งหารือกัน เยอะแล้ว แล้วก็ได้กรุณาให้กรรมาธิการอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ขออภัยที่เอ่ยนามท่านครับ ไม่เสียหาย ได้ลุกขึ้นอภิปรายที่ท่านสงวนคําแปรญัตติไว้ พอสักครู่ได้มีการหารือ ผมคิดว่า เมื่อกี้นี้บังเอิญท่านอาจารย์แก้วสรรลุกแล้วก็นั่งกลับไป โดยไม่ทราบว่าจะสละสิทธิอภิปราย หรือจังหวะ อันนี้ผมก็ไม่ทราบ ทายใจท่านไม่ได้ แต่ที่เห็นชัดเจนก็คือท่านกรรมาธิการชาดา ซึ่งท่านขอสงวนคําแปรญัตติไว้ ท่านก็ขอกันอย่างแบบลูกผู้ชายที่ชื่อชาดานี่ละครับ แล้วก็ เป็นพรรคกลาง ๆ ด้วย ผมคิดว่ามีเหตุผลมากครับที่เขาขอคําแปรญัตติ ผมว่าท่านประธาน ต้องเดินหน้าแล้วครับ ถ้าไม่เดินหน้าท่านประธานก็ต้องสั่งพัก สั่งเลื่อนเท่านั้นเองครับ ถ้าปล่อยกันอย่างนี้ก็เถียงกันจนสว่างครับ
เอาอย่างนี้นะครับ ผมขอพักการประชุม ๑๐ นาทีนะครับ
พักการประชุมเวลา ๐๓.๐๓ นาฬิกา
เริ่มประชุมต่อเวลา ๐๓.๒๒ นาฬิกา
ท่านสมาชิกครับ เข้าใจแล้วเห็นใจพวกเรานะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับเอาให้จบไม่ต้องหยุดครับ เอาให้จบทีเดียว เมื่อสักครู่นี้หารือกับสมาชิก สมาชิกบอกขอเอาให้จบทีเดียวครับ ก็จะขอให้จบเลยครับ เอาอย่างนี้ครับ ถ้าผมไม่โดนฝั่งนี้ด่า ก็โดนฝั่งนี้ด่า เพราะฉะนั้น ก็เอาให้จบก็ตัดสินใจเอาให้จบทีเดียวนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านแก้วสรรเชิญครับ เชิญท่านแก้วสรรครับ เชิญครับ อาจารย์แก้วสรรไม่อภิปรายนะครับ ถ้าอย่างนั้น เชิญท่านชาดา เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ขอแปรญัตติในมาตรา ๓ ไว้ดังนี้ นับจากปี พ.ศ. ๒๕๕๗ มีการชุมนุมทางการเมือง มีการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนทําให้เกิดเหตุการณ์ ต่าง ๆ การปฏิวัติรัฐประหารของรัฐบาลทักษิณ การขัดขืนการดําเนินการของรัฐ การปฏิบัติ เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ว่าจะเป็นกับการป้องกันตนที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องจากการชุมนุม ความขัดแย้งทางการเมืองไม่ว่าจะเป็นรูปธรรมในฐานะตัวการ ผู้สนับสนุน ผู้ใช้ ผู้ถูกใช้จาก การกระทํานั้นผิดต่อกฎหมายให้ความผิดนั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ความผิดพ้น และความรับผิด โดยสิ้นเชิง ยกเว้นการกระทํานั้นเป็นความผิดต่อกฎหมายในมาตรา ๑๑๒
ท่านสมาชิกครับ มันเป็นอํานาจของประธานนะครับที่จะปิดหรือเปิด เชิญเลยครับท่านชาดา เชิญครับ ก็สมาชิกฝั่งนี้เขาจะขอประชุมต่อ แล้วฝั่งนี้ไม่ประชุม แล้วก็เป็นอํานาจของประธานที่จะใช้ วินิจฉัย ผมใช้ดุลยพินิจในการที่จะขอประชุมต่อครับ เชิญท่านชาดาครับ เชิญต่อเลยครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านก็คงจะวินิจฉัยได้แล้วนะครับ จะอย่างไรนะครับ แต่ว่าไม่ปิดประชุมก็บอกเขาไปเลยครับ ว่าไม่ปิดแล้วนะครับ ท่านขอความกรุณาครับผมจะได้อภิปรายต่อ
เชิญท่านชาดา เชิญครับ
ขอบคุณมากครับ เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ที่ผมแปรญัตติอย่างนี้เนื่องจากผมเห็นว่าบ้านเมืองนี้มันจะเดินต่อไปไม่ได้ วันนี้ ท่านก็เห็นอยู่แล้ว สภาผู้แทนราษฎรไม่ใช่ที่แก้ปัญหาของประเทศ แต่สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่ สร้างปัญหาของประเทศนะครับ แล้วสิ่งที่สําคัญก็คือว่าวันนี้สิ่งที่ท่านเห็นอยู่ ผมเรียน ด้วยความเคารพว่าเราต้องยอมรับความเป็นจริง ถ้าเราทุกคนยังอาศัยทิฐิ ยังอาศัยตัวกูเป็น ที่ตั้ง บ้านเมืองนี้ก็จะพังอีกเหมือนกัน ผมเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ ผมขอพูดหน่อยนะครับพ่อฝ่ายค้านที่รักทั้งหลาย ผมขอพูดหน่อยเดียว ผมขอพูดผมจบแล้ว ผมจะกลับบ้าน รอมาวันหนึ่งแล้ว เมื่อสักครู่ว่าพูดมาก ในสภาในที่กรรมาธิการก็พูดครั้งเดียว จริง ๆ ชักขึ้นเหมือนกันไม่ใช่ไม่ขึ้นนะนี่ รอมาวันหนึ่งแล้วจะกลับบ้าน มติก็จะไม่ลง ขอพูด หน่อยให้ไหว้เลย ท่านประธานครับ ชีวิตผมนี่นะครับผ่านมา อย่างที่พวกคุณเจอนี่มันน้อยนัก ผมนี่ให้อภัยได้ ถามว่าวันนี้ถ้าไม่ให้อภัยกัน ไม่ยอมรับกันมันจะเกิดอะไร มันกําลังจะวิบัติ มันกําลังจะวิบัติครับ ผมไม่ว่านักการเมือง วันนี้แม้แต่ระบบราชการมันก็เจ๊งไปแล้ว กับประเทศนี้ ไม่ต้องอะไรมากครับท่านอภิสิทธิ์ ท่านสุเทพ โดนดําเนินคดี มันตลกบัดซบ นี่คือตัวอย่าง ถามว่าคนทําเขาผิดไหม เขาไม่ผิดหรอก เพราะเขาก็เคยโดนกระทํามานะครับ วันนี้ผมถึงบอกว่าหลักของประเทศมันกําลังพัง ก็คือข้าราชการ กระบวนการยุติธรรม มันกําลังจะพังแล้วต่อไปมันก็จะพังหมด ปัญหาคือว่าเพราะพวกเราครับ ไม่ใช่เกิดจากใคร เพราะพวกเรานี่ละครับท่าน มันทําให้ปัญหามันไม่จบ ผมถามว่าในเมื่อไม่จบใครได้ประโยชน์หรือมีคนได้ประโยชน์จากความขัดแย้ง ผมแปรญัตติมา มีถามว่าทําไมใช้ชื่อ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ผมไม่ทราบว่ากฎหมายห้าม หรือเปล่า แต่ผมเปิดดูก็ไม่มี แต่ผมรับความจริงครับ ผมรับความจริงปัญหามันเกิดตรงนี้ เขาอยู่ในระบอบประชาธิปไตยเขาโดนปฏิวัติ เขาก็ต้องต่อสู้ของเขา ผมก็บอกว่าแต่ผมให้ เฉพาะทักษิณ อ้ายคดีต่อเนื่องนั่นไม่เอานะครับ ผมก็บอกอย่างนี้ เรียนด้วยความเคารพว่า ผมเองเห็นสภาพม็อบเมื่อไม่นาน ผมก็ทุเรศลูกตา เจ้าหน้าที่ตํารวจยืนไม่อยากมอง ม็อบก้มลงกราบขอไปเอาข้าว สภาพแบบนี้มันเกิดขึ้นกับประเทศนี้บ่อยเกินไป ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งม็อบ ต่างคนก็ต่างทําหน้าที่ ผมเลยเสนอให้รัฐจัดสถานที่ในการชุมนุม ถ้าไม่อย่างนั้น ประเทศนี้เดี๋ยวก็ พ.ร.บ. ความมั่นคง มันก็ไม่จบ ผมเรียนด้วยความเคารพ วันนี้ผมเคยพูด บอกตลอดเวลาว่า ถ้าบ้านนี้มันเกิดอะไรขึ้น คนที่รับผิดชอบและต้องรับผิดชอบโดยตรง คือนักการเมืองทุกคน ที่ผมพูดวันนี้ผมไม่ได้ไปเอาใจนายกรัฐมนตรีทักษิณ นายกรัฐมนตรีทักษิณ ให้ผมติดคุกนะครับแต่ผมถือว่าหลักการให้อภัย ผมเองชีวิตผม พ่อผมถูกฆ่าตาย แม่ผมก็ ถูกฆ่าตาย พี่ชายผมก็ถูกฆ่าตาย เมื่อไม่นานนี้ลูกก็ถูกฆ่าตาย แต่ผมไม่คิดอะไรครับ ผมตามหาคนฆ่าพ่อผมด้วยความโกรธแค้น ก็ไปเจอ เจอก็แก่สภาพดูไม่ได้ ผมก็อภัย จิตผม ก็สบาย ถ้าเรายังไม่มีจิตของความอภัย เรื่องลูกชายผม คดีชนะ เขาขีดให้แพ้ครับ ผมยัง รับสภาพเลย เพราะผมไม่อยากเป็นทุกข์ ผมโตมาด้วยคติที่ว่าใครคิดฆ่ากู กูต้องฆ่ามึง ชีวิตผมก็ไม่เคยมีความสุข ผมเห็นกับตาเมื่อผม ๗ ขวบ มีคนมาบอกพ่อผมว่าเขาจะฆ่ามึง พ่อผมบอกลูกเขายังเล็ก แต่พ่อผมลืมไปครับว่าลูกแกก็ยังเล็ก แล้วพ่อผมก็ถูกฆ่าตาย นั่นคืออคติในหัวใจผม ผมถือว่าใครก็ตามที่เข้ามายุ่งกับชีวิตผม ผมสู้ทั้งนั้น แต่วันหนึ่งผ่านไป ผมก็รู้ว่านั่นมันไม่ใช่สิ่งที่ทําให้ แล้วเรายังมีแบบนี้ในสังคมนี้อีกมากมาย เรายังมีลูกทหาร ตํารวจ เรายังมีคนเสื้อนั้น เสื้อนี้ที่ตาย แล้วพี่น้องเขา ลูกหลานเขามีความอาฆาตแค้น ด้วยหัวใจ ผมพูดได้เลยครับแม่ผมเลี้ยงผมมาดี ถ้าไม่อย่างนั้นชีวิตคงไม่มาเป็นผู้แทน หรอกครับ คงจะอยู่ในคุกหรือจบที่ไหนสักแห่ง ผมเรียนด้วยความเคารพว่า แล้วเด็กพวกนั้น หรือปัญหาพวกนั้นที่มันก่ออยู่ในลูกหลานที่พวกเรามองไม่เห็นนี้ มันจะมีผลกระทบกับสังคม อีกมากมาย ผมถึงบอกว่าพอเถอะครับ หยุดเถอะครับ มันช้ํามาแล้วพอสมควร วันนี้มันอยู่ที่ ผมเคยพูดตลอดว่าอย่าถามว่าเรื่องนี้จะจบอย่างไร ถามว่าเราจะทําให้เรื่องนี้จบอย่างไร แค่นั้นเอง เราต้องยอมรับความจริงครับ ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อถึงท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ใครก็อยากกลับบ้าน ผมเคยหนีคดีครับ ฝันที่สุดคือบ้าน มีพันล้าน หมื่นล้าน ไม่มีความสุข เท่าที่เจอลูกที่บ้านตัวเองหรอก ผมเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้ผมอยากเห็นจริง ๆ ครับ อยากเห็นพวกเราทําความเข้าใจ กันนะครับ ผมเองไม่เคยเห็นด้วยกับการปิดอภิปราย แต่วันนี้มันก็เหลือเกินจริง ๆ ครับ ผมก็พูดด้วยความเคารพ ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง ผมพยายามอยู่ตรงกลาง แล้วก็รักและเคารพทุกคน ผมไปคุยกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านก็เข้าใจ ผมก็ยังภูมิใจว่าท่านเป็นคนที่มีเหตุผลครับ ผมเรียนว่า ผมอยากเห็นสิ่งต่าง ๆ มันจบ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับท่านประธาน วันนี้ผมทําหน้าที่แล้ว และขออนุญาตไม่ลงมติครับ ม็อบรออยู่ที่บ้านเหมือนกันครับ ด้วยความเคารพครับ
ท่านสมาชิกครับ ทําไมเราถึงหันหน้ามาคุยกันไม่ได้ ผมไม่ได้นอน ผมนั่งดูตลอดไม่ได้นอนเลย ผมขออนุญาต พักเพื่อที่จะหารือกับจุรินทร์และท่านผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ถ้าอย่างนั้น ก็ขออนุญาตประชุมต่อครับ มีผู้อภิปรายต่อหรือเปล่าครับ เชิญท่านจิรายุครับ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ผมได้สงวนความคิดเห็น ในมาตรา ๓ ไว้ดังต่อไปนี้
ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ตามที่เพื่อนสมาชิกในชั้นกรรมาธิการได้มี การแปรญัตติไว้นะครับ ผมเห็นด้วยเกือบทั้งหมด แต่ว่าในบรรทัดต่อมาท่านประธานครับ ในประเด็นที่หรือผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้กระทําผิด โดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้น ผมเติมคําว่าอย่างมีอคติด้วยหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ ในภายหลังการรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ รวมทั้งองค์กรและหน่วยงานที่ดําเนินงานในเรื่องดังกล่าว สืบเนื่องต่อมาที่เกิดขึ้นระหว่างปี ๒๕๔๗ ไปจนถึงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ ไม่ว่าผู้กระทํา จะทําในฐานะตัวการสนับสนุนผู้ใช้ให้กระทํา หรือผู้ถูกใช้ หากการกระทํานั้นผิดต่อกฎหมาย ให้ผู้กระทําความผิดพ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง ท่านประธานครับ การกระทําตามวรรคหนึ่งนี้ผมแปรญัตติไว้ว่า ไม่รวมถึงการกระทําใด ๆ ที่เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๑๒ และการกระทําของเจ้าหน้าที่รัฐผู้ออกคําสั่งอันเป็น เหตุให้ประชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บในปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ ท่านประธานครับ ด้วยหลักการและเหตุผลที่ผมได้แปรญัตติเช่นนี้ เป้าประสงค์สําคัญก็คืออยากจะให้ บ้านเมืองนี้ลดทิฐิกันบ้าง อะไรยอมความกันบ้าง ถ้าเป็นเด็กสมัยก่อนนี้ยอมโดนตบหัวสัก ๒ ทีแล้วคบกันใหม่ได้ ผมเชื่อว่าคนไทยก็ยอม ท่านประธานครับ บ้านเมืองมันล่มจมวุ่นวาย กันมา ๗- ๘ ปีก็เพราะว่าความขัดแย้งที่มันเกิดขึ้นในสังคมไทยอย่างนี้แหละครับ ทั้งนี้ทั้งนั้น ท่านประธานครับ ผมนี่ได้แปรญัตติอย่างมีอคติเพิ่มเติมเข้าไปนี้เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า หลังการปฏิวัติรัฐประหารวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ ท่านประธานจําได้ใช่ไหมครับ โปรดฟัง อีกครั้ง ในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ หรือ คมช. ซึ่งแน่นอนครับ ผู้นําปฏิวัติขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน วันนี้ท่านไปนั่งเป็นหัวหน้าพรรคการเมือง เคารพในระบอบประชาธิปไตย ก็คือพลเอก สนธิ บุณยรัตกลิน ท่านประธานที่เคารพครับ องค์กรที่ผมบอกว่ามีการจัดตั้ง อย่างมีอคตินี้คือองค์กรสําคัญองค์กรหนึ่งครับ ก็คือคณะกรรมการติดตามตรวจสอบ การกระทําให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ท่านประธานครับ ท่านดู คตส. หลายท่านบอกว่า คตส. นี้เกิดขึ้นได้อย่างไร คตส. นี้เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติ ๑๑ วันครับ โดยประกาศของคณะ คปค. (ฉบับที่ ๓๐) ปฏิวัติ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ คตส. เกิดขึ้น ๓๐ กันยายน ๒๕๔๙ หลังการปฏิวัติรัฐประหาร ๑๑ วัน ท่านประธานครับ ก็หมายความว่า ๑๑ วันนี้ได้มีการเตรียมการกันมาใช่หรือไม่ แต่ที่น่าแปลกใจไปกว่านั้นครับ ผลพวงของ การปฏิวัติรัฐประหารได้มา ๒ อย่าง ท่านประธานครับ คือรัฐธรรมนูญฉบับ ๒๕๕๐ และคดีอาญาของคตส. หลายคนบอกว่านิรโทษกรรมแล้วผลของ คตส. เป็นคดีอาญา จะยอมรับได้หรือไม่ ท่านประธานเห็นเปาบุ้นจิ้นไหมครับ เปาบุ้นจิ้นเวลาตัดสินคดีลงโทษ ลงทัณฑ์หวังเฉา หม่าฮั่น ตัดหัวแล้วนี่ ผู้ที่ถูกตัดสินนี่ยอมรับครับ แต่วันนี้ผมพูดบันทึกไว้ เป็นคําสุดท้ายว่า แล้วเราจะยอมรับเปาบุ้นจิ้นได้อย่างไรว่าเปาบุ้นจิ้นที่ใส่ชุดตัดสินคดี โดย คตส. นั้นมันไม่ใช่โจร ถ้า คตส. มาโดยชอบกฎหมายทําไมไม่ไปใช้ ป.ป.ช. ทําไมไม่ไปใช้ หน่วยงานอื่น ๆ เปาบุ้นจิ้นที่ใส่อยู่ข้างในคือโจรหรือเปล่า แล้วเราจะต้องยอมรับผลของ เปาบุ้นจิ้นซึ่งเป็นร่างของโจรด้านในหรือท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นนี่คือนัยสําคัญที่ผม แปรญัตตินะครับ ส่วนผู้สั่งการแน่นอนท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วย ก็ขอสงวนความเห็น ไว้เท่านี้ครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ผมขอ เสนอปิดการอภิปรายครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้ขอ ปิดอภิปรายนะครับ ผู้รับรองถูกต้องครับ ผมขอมติเลยนะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ก่อนขอมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ใช้สิทธิได้เลยนะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมครับ เชิญใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ใช้สิทธิเรียบร้อย นะครับ ส่งผลได้เลยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๑๐ ท่าน ครบองค์ประชุม
มีผู้ขอปิดการอภิปรายนะครับ ผมขอถามมติที่ประชุมครับ เห็นด้วยกับ การขอปิดอภิปรายหรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ใช้สิทธิเรียบร้อย นะครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลได้เลยครับ มติครับ เห็นด้วย ๓๐๙ คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ปิดการอภิปรายนะครับ
ถ้าอย่างนั้นผมขอถามมติในมาตรา ๓ เลยนะครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมากหรือไม่ครับ ลงคะแนนได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ลงคะแนน เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลได้เลยครับ มตินะครับ เห็นด้วย ๓๐๗ คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการดําเนินการต่อครับ
มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นและผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
เชิญครับ ท่านจิรายุเชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ไม่ทราบว่า ใครขายหมูสับในสภาครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานมุขเดิมอีกแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ตะโกนในโรงหนัง ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในมาตรา ๔ ผมได้แปรญัตติไว้ในบรรทัดที่ ๕ โดยแปรญัตติคําว่า ให้ศาลยกฟ้อง เพิ่มคําว่า ยก เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน เมื่อพิพากษาแล้วมันต้องยกฟ้อง ส่วนวรรคสุดท้ายท่านประธานครับ ในระหว่างที่ความผิด ที่ผู้นั้นอยู่ระหว่างการรับโทษ ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลง และปล่อยตัวผู้นั้นทันที และให้ หน่วยงานราชการออกประกาศว่า บุคคลนั้นไม่มีความผิดเป็นผู้พัฒนาชาติไทยต่อไป เหตุผลท่านประธานครับ เนื่องจากประชาชนคนไทยบอบช้ํากับความขัดแย้งมานานแล้ว ด้วยแรงเกลียดชังของคนบางกลุ่ม เพราะฉะนั้นการอภัยโทษหรือการนิรโทษกรรมในครั้งนี้ จึงจําเป็นต้องแก้ไขตามมาตรา ๔ ผมขอสงวนความคิดเห็นไว้ครับ เนื่องจากประชาชนคนไทย หันทางซ้าย หันทางขวา หันข้างหน้า หันข้างหลัง ก็เป็นคนไทยเช่นเดียวกันครับ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตขอสงวนคําแปรญัตติไว้ในมาตรา ๔ นะครับ เพื่อให้ประเทศไทยได้พัฒนา แข่งขันกับสมาชิกอาเซียนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านขัตติยา ครับ
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ใจจริงแล้วดิฉันตั้งใจที่จะอภิปรายในมาตรา ๓ เนื่องจากกรรมาธิการเสียงข้างมากมีการแก้ไข เพิ่มเติม แต่ในเมื่อผ่านมาตรา ๓ มาแล้วดิฉันก็ขอใช้สิทธิมาตรา ๔ ที่ได้มีการแก้ไข โดยดิฉัน จะขอย้อนกลับไปถึงมาตรา ๓ นิดหนึ่ง ดิฉันเข้าใจถึงสาเหตุของการออกร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับนี้ และทางกรรมาธิการเสียงข้างมากก็แปรญัตติ ดิฉันก็ขอยอมรับตรง ๆ ว่า ดิฉันไม่ได้มีความพอใจในมติเสียงข้างมากของกรรมาธิการ เนื่องจากดิฉันได้สูญเสียบุพการีไป จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และไม่ว่าใครจะเป็นคนสั่งไม่ว่าใครจะเป็นผู้บงการ หรือว่าใครจะเป็นคนทํา นั่นหมายความว่ามือของท่านได้เปื้อนเลือดไปแล้ว และไม่ว่าท่าน จะทําความดีความชอบให้กับประเทศนี้มากมายขนาดไหน สิ่งความดีเหล่านี้ไม่สามารถ มากลบเกลื่อนรอยเลือดที่เปื้อนมือของท่านไปได้ ดิฉันไม่คิดเลยนะคะว่า ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน จะไม่มีสามัญสํานึกขนาดนี้ พ่อเขาไม่ได้ตาย ลูกเขาไม่ได้ตาย พ่อเขาไม่ได้โดนยิงตาย ในเหตุการณ์ทางการเมืองเหมือนดิฉัน และอีก ๙๐ กว่าศพที่อยู่นอกสภาแห่งนี้ ดิฉันขอ เป็นคนเดียวในสภาแห่งนี้ ท่านประธานสมศักดิ์ ท่านรองประธานเจริญ ท่านรองประธาน วิสุทธิ์ไม่ใช่ผู้สูญเสีย ประธานกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมไม่ใช่ผู้สูญเสีย กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่ใช่ผู้สูญเสีย กรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่ใช่ผู้สูญเสีย และ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านที่ตอนนี้อยากจะออกมาปกป้องเสื้อแดงกันนักก็ไม่ใช่ผู้สูญเสีย ส.ส. ที่นั่งอยู่ ในสภาแห่งนี้อีก ๔๙๐ กว่าคนก็ไม่ใช่ผู้สูญเสีย มีดิฉันคนเดียวที่อยู่ในสภาแห่งนี้ที่เป็น ผู้สูญเสียที่แท้จริง ท่านโห่กัน ดิฉันถามหน่อยค่ะ พ่อท่านถูกยิงตายหรือเปล่า ถ้าพ่อท่าน ถูกยิงตาย แล้วดิฉันบอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เป็นคนฆ่าพ่อท่าน ท่านจะเชื่อไหมคะ ดิฉันขอใช้โอกาสเดียว โอกาสสุดท้ายที่ดิฉันมีในสภา แห่งนี้ที่จะทําหน้าที่ลูกกตัญญูที่จะเรียกร้องหาผู้ที่ฆ่าพ่อฉัน ดิฉันฝากไปยังกรรมาธิการว่า ให้ลองทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันรู้ว่าการพูดในวินาทีสุดท้ายอาจจะไม่ช่วยอะไรได้ แต่อย่างน้อย ดิฉันขอใช้สถานที่แห่งนี้เรียกความยุติธรรมและต่อต้านความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ถ้าท่านประธานยังรู้ถึงเหตุการณ์เมื่อปี ๒๕๑๘ และปี ๒๕๑๙ ได้มีครอบครัวของดอกเตอร์ บุญสนอง บุณโยทยาน ท่านก็ถูกยิงตายเหมือนคุณพ่อดิฉัน และสุดท้ายก็มีการนิรโทษกรรม ให้กับคนที่ฆ่าเขา ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของเขาเต็มที่แล้วค่ะ ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของ ครอบครัวเขาแล้วว่ารู้สึกอย่างไร เพราะดิฉันในตอนนี้ก็ยังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ดิฉันขอให้ครอบครัวของฉันเป็นเหยื่อในเหตุการณ์อย่างนี้เป็นครั้งสุดท้าย ขอให้เรื่องของ ครอบครัวดิฉันเป็นอุทาหรณ์ให้ทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน และดิฉันหวังว่า ถ้ากฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้มันมีผลได้จริง ทําให้ประชาชนหันหน้าเข้าหากันและมีความ ปรองดองเกิดขึ้นอย่างแท้จริง เสียงดิฉันเสียงเดียวในสภาคงไม่สามารถที่จะสู้เสียงข้างมากได้ แต่อย่างน้อยในวันนี้ค่ะดิฉันได้ทําหน้าที่ลูกที่จะปกป้องสิทธิของพ่อและเป็นตัวแทนของ อีก ๙๐ กว่าศพที่อยู่นอกสภาแล้ว ที่ได้เรียกร้องความเป็นธรรมและที่จะต่อต้านความ อยุติธรรมในสภาแห่งนี้ การจะนิรโทษกรรม ท่านกรรมาธิการคะ เราไม่ควรจะทิ้งคําถามไว้ ในใจประชาชนว่าใครเป็นคนฆ่า ถึงแม้ทุก ๆ คนจะรู้อยู่เต็มอกว่าสถานการณ์เช่นนั้นใครเป็น คนฆ่าเขา ดิฉันจะไม่ขอต่อล้อต่อเถียงนะคะกับเสียงนกเสียงกาฝ่ายค้านที่พูดอยู่ตอนนี้ เพราะอย่างที่ดิฉันบอกไปค่ะ เขาไม่ได้สูญเสียพ่อ ไม่ได้สูญเสียลูก ไม่ได้สูญเสียบุพการี หรือสมาชิกในครอบครัวของเขาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเขามาเป็นดิฉันมันไม่ง่ายเลย ดิฉันต้องถูกตราหน้าว่าเหยียบศพพ่อขึ้นมายืนอยู่ในสภาแห่งนี้ แต่ถ้าเกิดท่านเป็นดิฉัน ท่านเลือกได้ท่านไม่มีทางอยากสูญเสียบิดาไปเป็นแน่นอนค่ะ และท่านไม่มีทางรู้ค่ะว่า การอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ที่จะต้องยืนอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีพ่อและแม่มันลําบาก ขนาดไหน ท่านลองโดนพ่อยิงตายดูสิคะแล้วท่านจะรู้ว่ามันรู้สึกอย่างไร ดิฉันอยากหาคนที่ ฆ่าพ่อของดิฉันต่อไปค่ะ และฉันขอสาปแช่งผู้ที่บงการ ผู้ที่สั่งการ และคนที่ฆ่าพ่อของดิฉันว่า ถึงแม้ดิฉันตายไปในชาตินี้จะไม่สามารถหาคนที่ทําพ่อของดิฉันได้ แต่เชื่อว่าบาปกรรม จะสามารถตามทันทําให้คนที่ทําไม่มีความสุขค่ะ ดิฉันขอฝากไว้แค่นี้ และขอพูดแทนญาติ ผู้เสียชีวิตอีก ๙๐ กว่าศพค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านแก้วสรร อติโพธิ เชิญครับ ท่านถาวร เสนเนียม ครับ ท่านธนา ชีรวินิจ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ไม่มีผู้อภิปราย นะครับ เชิญท่านพหล เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สุชาติ ภิญโญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตปิดการอภิปรายครับท่านประธาน ขอผู้รับรองครับ
ผมขอมติเลย นะครับ คงไม่จําเป็นต้องตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ มติครับ เห็นด้วยกับที่จะให้มี การปิดอภิปรายหรือไม่ครับ เห็นด้วยที่จะให้มีการปิดอภิปรายหรือไม่ครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ มติครับ ๓๐๘ ท่าน เห็นด้วยครับ ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุม มีมติให้ปิดการอภิปรายครับ
ผมขอมติในมาตรา ๔ เลยนะครับ เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือไม่ครับ ใช้สิทธิได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ปิดการลงคะแนน ส่งผลได้เลยครับ มติครับ เห็นด้วย ๓๐๙ ท่านนะครับ ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ
เชิญท่านเลขาธิการต่อครับ
มาตรา ๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ท่านจิรายุครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ขออภัยท่านประธานครับ ที่มาบ่อย เพราะว่าแปรเป็นคนแรกเนื่องจากอักษร จ อนาคตเป็นไปได้อาจจะเปลี่ยนเป็นอภิสุทธิ์ ไปอยู่ตอนท้าย ๆ บ้าง ท่านที่เคารพครับ ผมได้ขอสงวนความเห็นโดยขอแก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา ๕ เป็นดังนี้ครับ การนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่ ประชาชนผู้ได้รับนิรโทษกรรมในอันที่จะเรียกร้องสิทธิและประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น วรรคหนึ่ง ไม่น่าตื่นเต้นท่านประธานครับ วรรคสองนี้ตื่นเต้นเร้าใจความในวรรคหนึ่งไม่นับรวมผู้ที่ออก ข้อกําหนด ประกาศ คําสั่งที่ออกตามพระราชกําหนดในการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน พุทธศักราช ๒๕๔๘ หรือข้อกําหนดที่ออกตามพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคง ภายในราชอาณาจักร พุทธศักราช ๒๕๕๑ อันเป็นเหตุให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่เสียชีวิต และบาดเจ็บ ในช่วงพุทธศักราช ๒๕๕๓ นัยสําคัญ ท่านประธานครับ ถ้าวันนั้นไม่มีคําสั่ง เหล่านี้ออกมา ทหารไม่เอาสไนเปอร์ (Sniper) ออกมา ทหารไม่เอาปืนทราโว่ออกมา ทหาร ไม่เอารถหุ้มเกราะออกมา ทหารไม่เอาเฮลิคอปเตอร์บินโปรยแก๊สน้ําตาออกมาจากผู้ที่สั่งให้ ทหารออกมาก็ไม่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น แม้ว่าจะมีผู้ก่อการร้ายกองกําลังติดอาวุธอะไร ตามที่ท่านอ้างกันก็แล้วแต่นี้นะครับ แต่ผมยังเชื่อมันในฝ่ายปกครองของประเทศนี้ครับ ดูหนังฝรั่งมาเยอะครับ แค่ปลอมตัวเข้าไปล็อกคออุ้มขึ้นรถก็สามารถทําได้ ไม่มีความจําเป็น จะต้องใช้อาวุธหนักและใช้กองทัพขนาดใหญ่เข้าไปควบคุมฝูงชนครับ ผมจึงแปรญัตติ ในมาตรา ๕ ไว้ดังนี้ครับ เพื่อจะได้บันทึกไว้ในสภาผู้แทนราษฎร สภาของประชาชนว่าอนาคต ไม่ว่าหน้าตาดี หน้าตาขี้เหร่ใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรีห้ามเอาทหารไปควบคุมฝูงชน ให้ตํารวจหน่วยปราบจลาจลเท่านั้นจะได้บันทึกไว้ท่านประธานครับ ผมจึงขอสงวนความเห็น ตามมาตรา ๕ ดังที่ปรากฏในเอกสาร ขอบพระคุณท่านประธานทั้ง ๓ ท่าน ตีสี่แล้วครับ ท่านประธานครับ
ท่านอรรถวิชช์ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมยังยืนยันใช้สิทธิของกระผมอยู่ครับ สาเหตุเพราะมาตรา ๓ ที่ท่านประธานได้ลงมติไปแล้ว มีข้อความที่เป็นการเพิ่มเติมแล้วขัดกับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วจําเป็นต้องพูด เพื่อบันทึกเอาไว้ว่าสิ่งที่สภากําลังทําอัปยศอยู่ในขณะนี้มันขัดกับหลักการ ท่านประธานครับ มันไม่ได้ผ่านไปหรอกครับ เพราะท่านประธานเองเป็นคนพูดกับพวกกระผมเอาไว้ว่ารอให้ถึง มาตรา ๓ ผ่านไปแล้วมีการโหวตก่อน ก็ได้มีการโหวตมาตรา ๓ ผ่านไปแล้ว ผมจําเป็นต้อง พูดเพื่อทักท้วงว่าร่างพระราชบัญญัตินี้ โดยเฉพาะการโหวตในมาตรา ๓ ที่ผ่านมาเป็นการ ขัดต่อหลักการ เพราะหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นมีเพียงแต่การยกเว้นความผิด ทางการชุมนุมทางการเมือง และการแสดงออกทางการเมืองของประชาชนเท่านั้น เมื่อมาตรา ๓ นั้นมีการเพิ่มข้อความมาว่าให้นิรโทษกรรมถึงความผิด ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่า เป็นผู้กระทําความผิดโดยคณะบุคคลหรือองค์กรที่จัดตั้งขึ้นภายหลังรัฐประหารเมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ รวมทั้งองค์กรหรือหน่วยงานที่ดําเนินการในเรื่องดังกล่าวสืบเนื่องต่อมา นี่เป็นบ่งชี้ได้ชัดว่าเป็นการสอดมาว่าให้เอาเรื่องของคดีทุจริตนั้นเข้ามานิรโทษกรรมด้วย กระผมคงจะไม่ร่วมสังฆกรรมกับท่านโดยใช้เวลานานนัก แต่ขอใช้สิทธิในการโต้แย้งว่า เป็นการขัดหลักการ และขอให้ประธานสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้ทําการวินิจฉัยว่ามันขัด หลักการหรือไม่ครับ เพราะว่าในขณะที่ผมได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ คดีของ การชุมนุมทางการเมืองส่งให้ดูหมด แต่ไม่เคยส่งคดีเรื่องการทุจริตเลยครับ ผมจําเป็นต้องพูด เพื่อทักท้วง ตอบผมมาก่อน ผมมีประเด็นแค่นี้ อย่างไรก็ต้องพูดให้มีการบันทึกเรื่องนี้ครับ ท่านประธานโปรดวินิจฉัย
เชิญประธาน กรรมาธิการ เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม กรรมาธิการ ต่อประเด็นความเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีความเห็นว่า คณะกรรมาธิการแปรญัตติผิดหลักการนั้น ขอยืนยันกับท่านประธานว่าการแปรญัตติของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่ได้เปลี่ยนแปลงหลักการ เพราะหลักการการทํากฎหมาย การดูกฎหมายต้องดูที่ตัวอักษร ในหลักการนั้นบอกว่าให้มีกฎหมายนิรโทษกรรมแก่ผู้ กระทําผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง แล้วก็วรรค เนื่องจากการแสดงออกทางการเมือง ของประชาชน เมื่อให้หลักการอย่างนี้พวกกระผมก็รับหลักการนี้ไป ให้ไปดูในรายละเอียด เมื่อไปดูในมาตรา ๓ วรรคแรกถ้าท่านผู้มีเกียรติได้อ่านก็จะหมายถึงการนิรโทษกรรมแก่ ผู้อยู่ในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมืองทั้งหมดในวรรคแรกของมาตรา ๓ ก็จะเขียนข้อความว่า ความผิดตามปรากฏในมาตรา ๓ วรรคแรกนั้นไม่รวมไปถึงผู้มีอํานาจตัดสินใจ หรือผู้สั่งการ เคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงเวลานั้น คําพูดว่า ผู้มีอํานาจตัดสินใจสั่งการ หรือผู้สั่ง เคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงเวลานั้น เป็นข้อความที่ไม่สามารถวินิจฉัยได้ แล้วก็ไม่สามารถ นิรโทษกรรม
ท่านขจิตครับ มีผู้ประท้วงครับ คุณหมอเชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตประท้วงท่านสมาชิกผู้ที่อภิปรายไป เมื่อสักครู่และประท้วงกรรมาธิการทําผิดข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ ครับ ท่านประธานครับ เราพิจารณาไปถึงมาตรา ๕ แล้วนะครับ เราลงมติมาตรา ๔ ไป จะย้อนกลับมาพิจารณา ในมาตรา ๓ อีกก็ถือว่าขัดกับข้อบังคับอย่างชัดเจน ท่านประธานโปรดวินิจฉัยเถอะ ถ้าย้อนกลับมาอย่างนี้ใช้มาตรา ๑๒๙ ได้ครับ แต่สภาต้องมีมติให้ย้อนกลับมา สภาไม่ได้มีมติ โปรดวินิจฉัยครับ
ขอบคุณครับ มาตรา ๕ มีผู้อภิปรายหรือเปล่าครับ ขอมาตรา ๕ เลยครับ เชิญครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมไม่ยอมหรอกครับ คุณหมอชลน่านเป็นหมอครับ ไม่ได้เป็นหมอความ ท่านประธานฟังผมให้ชัดนะครับ มาตรา ๕ มีสาระสําคัญแบบนี้ครับ มันเกี่ยวโยงกับมาตรา ๓ เพราะว่ามาตรา ๓ เป็นเรื่องของการยุติซึ่งคดีอาญา มาตรา ๕ เป็นการยุติซึ่งคดีทางแพ่ง ซึ่งสิทธิเรียกร้อง ก็คดีในเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุม มาตรา ๕ นี้ไปบอกว่าไม่เกิดสิทธิ แต่คดี ทุจริตมันเกิดสิทธิในมาตรา ๕ คือมันคืนเงินได้ ผมเลยย้อนถามว่าในกรณีที่มีการเติมคดี ทุจริตเข้ามาด้วยมันเกินจากหลักการ เพราะว่าบอกกันแล้วว่ากฎหมายฉบับนี้มันพูดจํากัดแค่ แต่เพียงการชุมนุมทางการเมือง มันไม่รวมถึงการกินบ้านกินเมืองด้วย เพราะฉะนั้นผมถึง ถามท่านประธานว่าให้ตอบผมมาว่ามันขัดกับหลักการหรือไม่ ตอบกันให้จบว่าวินิจฉัย แบบไหน บันทึกกันให้เรียบร้อย ไม่ต้องเสียเวลาสภาแห่งนี้ ความผิดสําเร็จเมื่อไร ตอบผม ให้จบแค่นั้นครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวิศิษฏ์ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ในประเด็นเรื่องเกี่ยวกับมาตรา ๕ แล้วก็เรื่องหลักการได้มีการพูดคุยกัน ในกรรมาธิการโดยตลอด ผมกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าในกรณีของหลักการ คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้พิจารณาจากถ้อยคําในหลักการและเหตุผล แล้วก็ได้เคยได้ชี้แจงในชั้น กรรมาธิการไปแล้วว่าในกรณีของเรื่องหลักการนี้ เนื่องจากเหตุผลมุ่งเน้นในเรื่องของ การสร้างความปรองดอง เนื่องจากว่าประเด็นในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ทําให้เกิดความแตกแยกในสังคม การเพิ่มเติมในส่วนที่ ๒ ของมาตรา ๓ นี้เป็นส่วนที่เติม เข้ามาเพื่อจะให้สอดรับกับหลักการหรือเหตุผลที่มีอยู่ สําหรับในเรื่องประเด็นของหลักการ ที่อยู่ในมาตรา ๓ นั้นผมกราบเรียนอย่างนี้ครับ ไม่ได้มีเรื่องประเด็นทุจริต ข้อความที่เพิ่มเติม ขึ้นมานี้เป็นการมุ่งเน้นว่ากระบวนการในการดําเนินการเริ่มต้นอาจจะขัดต่อหลักนิติธรรม เพราะว่ากรณีที่ได้มีการตั้งหน่วยงานโดยเฉพาะเจาะจงเพื่อดําเนินคดีอาญากับบุคคลใด ๆ โดยหลักการของรูล ออฟ ลอว์ (Rule of law) หรือนิติธรรมแล้วทําไม่ได้ อันนี้เป็นเหตุผล ที่ทางคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้รับมาแล้วก็ดําเนินการด้วยเรื่องนี้ครับ ขออนุญาต ขอบคุณครับ
คุณหมอเชิญ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องกราบขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกด้วยครับที่ได้กรุณาให้โอกาส ผมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งที่บอกว่าผมเป็นหมอ ประเด็นของผมก็คือว่าถ้าเพื่อนสมาชิกบอกว่า อภิปรายในมาตรา ๕ โยงไปถึงมาตรา ๓ ผมไม่ประท้วงแน่นอนครับ พูดได้ครับ เชื่อมโยง ไม่ได้ แต่ต้องอยู่ในประเด็นมาตรา ๕ และเวลาลงคะแนนก็ต้องลงมาตรา ๕ เท่านั้นเอง เท้าความไปได้ครับ ไม่ได้ผิดกฎหมายใด ๆ ไม่ผิดข้อบังคับใด ๆ แต่ต้องยืนยันว่าขณะนี้ เรากําลังพิจารณาในมาตรา ๕ ครับ
เชิญท่านพหลครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และเพื่อนสมาชิก กระผม นายพหล วรปัญญา จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขอเสนอ ปิดการอภิปรายในมาตรา ๕ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผมขอมติเลย นะครับ
(นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
พร้อมก็กดบัตร แสดงตนได้เลยนะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อยนะครับ เรียบร้อยส่งผลได้เลยครับ ผู้เข้าประชุม ๓๑๔ ท่านครบองค์ประชุมนะครับ
ถ้าอย่างนั้นขอมติครับ เห็นด้วยกับการให้ปิดอภิปรายหรือไม่ครับ ใช้สิทธิ ได้เลยครับ เห็นด้วยหรือไม่ เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
มติเห็นด้วย ๓๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ปิดการอภิปรายครับ
ผมขอมติในมาตรา ๕ เลยนะครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือไม่ครับ ลงคะแนนได้เลยครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ เห็นด้วย ๓๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมาก
มีผู้ติดใจมาตรา ๕/๑ มาตรา ๕/๒ มาตรา ๕/๓ มีไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านเลขาธิการต่อเลยครับ
มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
ไม่มี ผู้ขออภิปราย ถือว่าปิดอภิปรายครับ ผมขอมติเลยครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือไม่นะครับ ในมาตรา ๖ ใช้สิทธิได้เลยครับ เห็นด้วยหรือไม่นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยส่งผล ได้เลยครับ มติเห็นด้วย ๓๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ
เชิญ มาตรา ๖/๑ มาตรา ๖/๒ มาตรา ๖/๓ มีติดใจไหมครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีนะครับ เชิญท่านเลขาธิการต่อเลยนะครับ
มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคําแปรญัตติ
มีผู้อภิปราย หรือเปล่าครับ
(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
ไม่มีนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอมติเลยนะครับ มติครับ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือไม่ครับ เห็นด้วยหรือไม่ครับ เชิญครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ปิดการ ลงคะแนนครับ ส่งผลครับ มติเห็นด้วย ๓๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ ถือว่าที่ประชุม มีมติเห็นด้วยกับกรรมาธิการนะครับ
ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ มาตรา ๗ ไม่มีท่านใดติดใจนะครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ไม่มีครับ จบการ พิจารณาเรียงตามลําดับมาตราแล้วนะครับ
ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งครับ จะมีแก้ไขถ้อยคํา หรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกขอแก้ไข)
ไม่มีนะครับ ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองนะครับ ไม่มีท่านใดติดใจอะไรนะครับ เพราะฉะนั้นผมขอ มติวาระที่สามเลยนะครับ มติครับ เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้หรือไม่ครับ เห็นด้วย หรือไม่นะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
เรียบร้อยนะครับ ส่งผลได้เลยครับ เห็นด้วย ๓๑๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีครับ ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบครับ
ปิดประชุมครับ
เลิกประชุมเวลา ๐๔.๒๔ นาฬิกา
ของวันศุกร์ที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๖