อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หารือเรื่องกฎหมายฉบับนี้ที่มีผลใช้บังคับ 180 วัน และว่าด้วยเหตุผลที่ต้องใช้เวลานี้ และเรียกร้องให้กรมราชทัณฑ์ และอัยการปฏิบัติตนอย่างไร และมีคำวิจารณ์ต่อการดำเนินการของคณะกรรมาธิการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ผมนั่นได้มีการเสนอคําแปรญัตติในเรื่องของการที่จะให้กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับ ๑๘๐ วัน นับจากวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาครับ ที่ต้องบอกว่าทําไมถึงยึดเวลาเป็น ๑๘๐ วัน ก็มีเหตุผลครับ เหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธาน กฎหมายฉบับนี้เป็นไปด้วย ความเร่งรีบอย่างมาก โดยเฉพาะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ด้วยความเร่งรีบแบบนี้ จึงเกิดปัญหาตามมาว่า เมื่อเร่งรีบเกินไปความสมบูรณ์ของกฎหมายจะไม่เกิด เพราะจาก ประวัติศาสตร์ในอดีตที่ผ่านมา เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังที่ล่ะตัวว่า อดีตนั้นเป็นอย่างไร แต่ปัจจุบันต้องยอมรับว่ากฎหมายฉบับนี้นั้นห้วงเวลาของมันเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ แล้วก็ไป สิ้นสุดเอาในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ ซึ่งเป็นวันที่ได้มีการรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ ในสภาผู้แทนราษฎร และผมก็เชื่อครับถ้ากฎหมายฉบับนี้ท่านดันทุรังจนผ่านได้ก็จะต้องเป็น ห้วงเวลาทั้งหมด ๑๐ ปีด้วยกันที่คนที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ซึ่งจะมีทั้งคนที่เกี่ยวข้องการชุมนุม ทางการเมือง ซึ่งพอแยกแยะได้ แต่กลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตนี่ล่ะครับจะแยกลําบาก ผมถึงเสนอว่าลองดูในประวัติศาสตร์ในอดีตว่ามันเป็นอย่างไรครับ ในสมัยสงครามญี่ปุ่น ซึ่งเป็นร่างที่เขายกความผิดให้กับคนที่ไปร่วมชุมนุม ๒๔๘๙ ซึ่งขณะนั้นเขามีการตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ประธานศาลฎีกาเป็นประธาน มีอธิบดีกรมอัยการ มีบุคคล ที่เกี่ยวข้องจํานวนมากในทางตุลาการ เขากลั่นกรองก่อนว่าคดีใดบ้างที่เข้าข่ายที่จะได้รับ การนิรโทษกรรมแบบนี้ชัดเจน คณะกรรมการชุดนี้พูดง่าย ๆ คือคนที่ไปอิงอํานาจตุลาการ ให้เขาตัดสินใจครับ แต่กฎหมายฉบับนี้มันไม่ได้มีกลไกลแบบนี้เกิดขึ้นเลยทําให้การ ภาคปฏิบัติจริงคงลําบากน่าดูเลยว่าเราจะแยกได้อย่างไรว่าใครเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับ การชุมนุมทางการเมือง ใครเป็นบุคคลที่ทุจริตแล้วไม่ต้องได้รับโทษตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ เพราะท่านประธานต้องนึกสภาพการบังคับใช้ว่า เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์เขาจะ ปฏิบัติตัวอย่างไรครับ อัยการ ตํารวจ ดีเอสไอ ป.ป.ช. เขาจะปฏิบัติตนอย่างไรครับ พอมาดู เหตุการณ์อื่นครับที่เกี่ยวข้องกับผู้ชุมนุมถัดมา อย่างเช่น ของเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ และตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ในช่วงตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ เขาเป็นการนิรโทษกรรมให้กับ การกระทํา ซึ่งอยู่ในห้วงเวลาไม่เกิน ๘ วัน คือวันที่ ๘-๑๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๖ ช่วงเวลา มันสั้นครับ แต่กฎหมายฉบับนี้ช่วงเวลามัน ๑๐ ปี หรือจะเป็นเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๑๙ ที่ห้วงเวลานั้น จํากัดเพียงแค่ ๓ วัน ตั้งแต่วันที่ ๔-๖ ตุลาคม อย่างนี้ห้วงเวลาก็สั้นอีกเช่นเดียวกัน พอดูต่อมาพฤษภาทมิฬก็เป็นห้วงเวลาสั้น ๆ เหมือนกัน ไม่เจอปัญหาครับ แต่กฎหมาย ฉบับนี้ล่ะจะเจอปัญหาหนักเพราะเป็นห้วงเวลาถึง ๑๐ ปีด้วยกัน พอมาดูตัวสุดท้ายคือ การกระทํามันเป็นคอมมิวนิสต์ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่นานที่สุด แต่ไม่ยาก เพราะว่ากฎหมาย เรื่องการที่เราจะโทษกรรมให้กับกระทําเป็นคอมมิวนิสต์ ฉบับนี้ไม่นิรโทษกรรมให้กับคนที่ กระทําความผิดทางอาญา ฆ่า ปล้น ลักทรัพย์ ยิง ไม่ได้นิรโทษกรรม ซึ่งก็ไม่ได้มี ความยากเย็นอะไรนัก นี่คือสิ่งที่ผมบอกว่าทําไมต้องเป็น ๑๘๐ วัน เพราะไม่อย่างนั้นแล้ว แนวทางในการปฏิบัติงานของคณะทํางานต่อไปในอนาคต เดินทางลําบากเหลือเกินครับ ไม่รู้ว่าคดีใดบ้าง พอมาดูคดีเรื่องเกี่ยวกับการชุมนุมในห้องกรรมาธิการนั้นก็พยายามที่จะ เอาแฟ้มเอกสารมาแสดงว่าคดีใดที่เข้าข่ายบ้าง จริง ๆ ผมเรียนท่านประธานว่าบรรยากาศ ในห้องกรรมาธิการ ถ้าไม่มีฟ้าฝ่ามา อย่าบอกว่าใครสั่งดีกว่าครับ ถ้าไม่มีฟ้าฝ่ามาโดย ท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ มันจูนกันเกือบลงตัวแล้วครับ ไม่รู้ว่าใครไปรายงานนายครับ รีบไปหน่อยครับ จะรีบกันถึงขนาดว่าพวกผมจะไปรดน้ําพระศพพระสังฆราช ยังต้อง โหวตกัน เสียงข้างน้อยแพ้ ๑๗ เสียง ต่อ ๕ เสียง อย่างนี้เป็นต้น ที่บอกว่ารีบครับ มันเกือบ ลงตัวจริง ๆ เพราะว่าเวลาที่นําเอกสารมาแจกให้กับพวกกระผม แจกชัดเลยว่าคดีนั้น อยู่ในระหว่างชั้นตํารวจกี่คดี แบ่งเป็นกี่ประเภท ไปอยู่ในชั้นของเรือนจํา ราชทัณฑ์ มีกี่คดี เป็นคดีอะไรบ้าง ดีเอสไอมีอะไรบ้าง ป.ป.ช. มีอะไรบ้าง แจงมาเสร็จศัพท์ ป.ป.ช. ไม่แจง ขอประทานโทษ ป.ป.ช. เขาส่งจดหมายมาบอกเป็นแต่เพียงว่ามีอยู่ในความรับผิดชอบเขา แต่ที่อื่นเขาแจงมาหมด เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าคดีในสัดส่วนของการเกี่ยวข้องกับการชุมนุม พอแยกเยอะได้ แต่คดีเกี่ยวข้องกับการทุจริตคอร์รัปชัน ไม่เคยส่งสํานวนมาให้พวกเราดูเลย ป.ป.ช. ไม่เคยส่งมาเลย ซึ่งผมก็ได้วอนขอไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการสามารถ แก้วมีชัย ว่าให้ถาม ป.ป.ช. ว่ามีคดีอะไรบ้าง จะนิรโทษกรรมกันอย่างไร วันนี้ยังไม่รู้เลยว่า คดีไหนที่เป็นคดีทุจริตและเข้าข่ายบ้าง ท่านประธานครับ บางคดีทุจริตมีคนเกี่ยวพัน จํานวนมาก เอาล่ะประเด็นไหนที่ คตส. เขาฟันธงมาชัด ๆ แบบนี้ก็บ่งชี้ได้ว่าคือคดีอะไร แต่คดีไหนที่มันไม่ได้เสร็จที่ คตส. เขาส่งต่อไปยัง ป.ป.ช. คดีอะไรบ้าง ยกตัวอย่างโครงการ บ้านเอื้ออาทร บ้านเอื้ออาทรนโยบายของเดิมเขา เวลาเขาทําบ้านให้คนจน เขาใช้ที่ราชพัสดุ แล้วให้การเคหะแห่งชาติสร้าง คนจนมาอยู่ ปรากฏว่ารัฐบาลในขณะนั้นมีความคิดที่จะ ช่วยประชาชน แต่สุดท้ายแล้วก็เป็นการคอร์รัปชันโดยนโยบาย คือโครงการบ้านเอื้ออาทร ประกาศว่าจะมีการทําบ้านให้กับประชาชน คนยากไร้ จํานวน ๒๐๐,๐๐๐ หลัง แล้วก็ให้ ผู้รับเหมามาแบ่งงานกันไปทําให้ได้หลังละ ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อยูนิต สุดท้ายแล้วผลสอบ คตส. เขาก็ระบุชัดเหลือเกินว่ามีการจ่ายเงินให้กับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ๑.๔๐๐ ล้านบาท เงินจํานวน ๑,๔๐๐ ล้านบาท ไปเข้าหลายบัญชีกับคนที่เกี่ยวข้องหลายคนจริง ๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งคนดังช่วงนี้ คืออ้ายเปี๋ยง เสี่ยเปี๋ยงเกี่ยวข้องกับวงการข้าว วงการจํานํา ถูกนํามาแฉ แล้วในสภาซ้ําแล้วซ้ําอีกว่าอ้ายเปี๋ยงเข้ามาเกี่ยวข้องกับบุคคลที่สําคัญในรัฐบาลนี้ แต่พอย้อนกลับไปปรากฏว่าเสี่ยเปี๋ยงคนเดียวกันและบัญชีที่เกี่ยวข้องจากผลสอบ คตส. ก็ไปเชื่อมโยงกับโครงการบ้านเอื้ออาทรที่โกงกันอยู่ แบบนี้ทําอย่างไรครับ ลูกน้องไอ้เบี๋ยงที่เกี่ยวข้องเงินเข้าบัญชีมันไปเรียบร้อยแล้ว มีการสั่งฟ้องกันไปแล้วบางส่วน อย่างนี้เป็นต้น เราจะมาแบ่งแยกกันอย่างไรว่าคดีที่เกิดขึ้น จากการทุจริตมีคดีอะไรบ้าง ที่พวกเราจะต้องนิรโทษกรรมให้ในสภาแห่งนี้ ผมพูดแบบนี้ เพื่อให้เข้าใจว่า มันมีอีกหลายคดีหลายเรื่องที่ยังไม่ได้นํามาถกแถลงกันในห้องกรรมาธิการ ผมยอมรับว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมนั้นได้มีการนํามาถกแถลงในห้อง ผมถึงบอก ท่านประธานไปแล้วจากการอภิปรายผมว่า ผมเริ่มเข้าใจคนเสื้อแดงพอสมควร ผมถึงยังแปลกใจว่าทําไมหลายคนที่เป็น ส.ส. ได้เพราะคนเสื้อแดงไม่ช่วยคนเสื้อแดง คนที่ฆ่าคนเสื้อแดงท่านละเลยไปได้อย่างไร นี่คือความแปลกใจของผมอยู่ แต่ผมจะได้ใช้สิทธิ อภิปรายอย่างเต็มที่ในมาตรา ๓ ท่านประธานไม่ต้องห่วงครับ วันนี้เพียงแค่อยากจะแสดง ให้ท่านในที่ประชุมแห่งนี้เห็นว่า คดีชุมนุมพอเข้าใจได้ เพราะว่าได้ส่งเอกสารมาให้ พวกกระผมแล้ว แต่คดีทุจริตไม่เคยส่งเอกสารใด ๆ มาให้ผมเลย สิ่งที่พอรู้บ้างในคดี บ้านเอื้ออาทร เพราะว่ามันโอนจาก คตส. ต่อไป ป.ป.ช. และได้รู้ได้ก็ได้จากเอกสารของ คตส. ที่มีการเปิดเผย หลังจากที่เขาได้ปิดตัวลง แต่มันมีกี่คนครับที่จะได้รับประโยชน์ จากการคราวนี้ เพราะผมย้ําอีกครั้งว่าเซตซีโร่ (Set Zero) มันก็ดีสิครับ ถ้าเซตซีโร่ แล้วให้ ป.ป.ช. กลับมาดําเนินคดีได้ไหม แต่เซตซีโรของคุณผู้ที่ผมไม่อยากเอ่ยนาม มันคือเซตซีโรแล้วโนรีเทิร์น (No Return) หมายความว่าอะไรครับ หมายความว่าทุกคดี ที่เรากําลังจะนิรโทษกรรมจากนี้เป็นต้นไป มันจะไม่ถูกย้อนกลับมาพิจารณาอีกเลย เพราะ เมื่อคดีชุมนุมถือว่าความผิดไม่มีแล้ว ความรับผิดไม่มีแล้ว คดีคอร์รับชันความผิด ไม่มีแล้ว ความรับผิดไม่มีแล้ว มันย้อนกลับไปไม่ได้ มันไม่ใช่แค่เซตซีโร่ แต่มันเป็นเซตซีโร่ แบบโนรีเทิร์น แล้วไม่มีรัฐบาลไหนในโลกเสรีนิยมเขาทํากันแบบนี้ ยกเว้นรัฐบาลที่มาจาก การเผด็จการ ท่านประธานครับ จําเป็นต้องมีการเตรียมตัวบอกให้ชัด คดีใดอย่างไร กระผม เสนอคําแปรญัตติของกระผมให้กฎหมายฉบับนี้มีผลใช้บังคับหลังจากวันประกาศ ๑๘๐ วัน เพื่อให้มีการเตรียมตัวว่า คดีใดบ้าง และนี่คือคําแปรญัตติของกระผม และจะได้มี การอภิปรายอีกครั้งเพื่ออธิบายในแต่ละถ้อยความให้มันครบถ้วนไปมากกว่านี้ในมาตรา ๓ ที่จะอภิปรายกันต่อไป ขอบพระคุณครับ