อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สงวนความเห็นในมาตรา ๒ ของพระราชบัญญัติ และขอให้พิจารณาเรื่องนิรโทษกรรมให้แก่บุคคลที่กระทําความผิดทางการเมือง
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผู้นําฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นในมาตรา ๒ ครับ กระผมได้ สงวนความเห็นในมาตรา ๒ ไว้ดังนี้ครับ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด เก้าสิบวันนับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ซึ่งเป็นความเห็น ที่แตกต่างจากร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับที่ไม่ได้แก้ไขจากร่างที่สภาแห่งนี้ รับหลักการ ที่ต้องการให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป บังเอิญมีท่านกรรมาธิการที่ได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ได้แสดง ความคิดเห็นแล้วก็มีความเห็นที่แตกต่างไปจากกระผมนะครับ ในส่วนของกรรมาธิการ ท่านหนึ่งก็บอกว่าอยากให้กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ทันที ไม่รอแม้แต่วันถัดจากวันประกาศ แต่ในบางท่านก็ทอดเวลายาวนานไปถึง ๑ ปี กระผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าโดยข้อเท็จจริงแล้วความเหมาะสมในการกําหนด ว่าจะให้กฎหมายประกาศและมีผลบังคับใช้เมื่อไรต้องพิจารณาจากบทบัญญัติที่จะต้อง นําไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งตรงนี้จะเกี่ยวพันกับสาระในมาตรา ๓ และมาตรา ๔ โดยเฉพาะ มาตราอื่น ๆ แม้จะมีผลอยู่บ้างก็ไม่ใช่สาระสําคัญนักครับ สาระสําคัญในมาตรา ๓ มาตรา ๔ ก็คือมาตรา ๓ จะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้จะนิรโทษกรรมให้แก่บุคคลหรือความผิดอะไรบ้าง และมาตรา ๔ ก็จะระบุว่าจะต้องปฏิบัติแก่บุคคลซึ่งได้รับการนิรโทษกรรมอย่างไร ผมต้อง กราบเรียนท่านประธานก่อนว่ามีกรรมาธิการทั้งท่านรองประธานที่ได้ชี้แจง และกรรมาธิการ ที่สงวนความเห็นในลักษณะที่บอกว่าต้องเร่งให้มีผลบังคับใช้ทันที โดยพูดประหนึ่งว่าใคร ที่อยากจะให้กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ แล้วมีการทอดเวลาออกไป ดูเหมือนจะไม่ เห็นอกเห็นใจผู้ที่มีปัญหา หรือถูกจําคุกอยู่ในขณะนี้ หรือต้องคุมขังอยู่ในขณะนี้ ผมต้อง แก้ประเด็นนี้เสียก่อนนะครับ ประเด็นแรก ตามที่กระผมได้กราบเรียนท่านประธานไปก่อน หน้านี้ว่า หลักการและเหตุผลของพระราชบัญญัติฉบับนี้อ้างถึงการนิรโทษกรรมให้แก่ ผู้กระทําความผิดในลักษณะที่เรียกกันว่าเป็นความผิดทางการเมือง นั่นคือเกี่ยวข้องกับ การชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมือง คําแปรญัตติของกระผมในมาตรา ๓ ถัดไป จะระบุชัดเจนครับว่าขอบเขตของตรงนี้คืออะไร โดยมีการจําแนกฐานความผิดเอาไว้ ชัดเจนว่า การกระทําความผิดตามกฎหมายใด ฐานความผิดใด ได้รับการนิรโทษกรรม การกระทําความผิดใดในกฎหมายฉบับใดไม่ได้รับการนิรโทษกรรม กรณีที่กระผมได้จําแนก แจกแจงเอาไว้นี้จะเป็นตัวยืนยันครับ ว่าบุคคลที่สมควรได้รับการนิรโทษกรรมนี้ ปัจจุบันนี้ อยู่ในฐานะหรือสถานะอะไร ผมกราบเรียนท่านประธานเลยครับว่า ถ้ายึดความผิดทาง การเมืองคือคนที่ไปใช้สิทธิโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ ข้อมูลที่หลายท่านอ้างถึงที่หน่วยงาน ส่งมา ไม่มีใครถูกคุมขังอยู่ หลายท่านที่ถูกดําเนินคดีไปแล้ว ทําผิด พ.ร.ก. ทําผิดกฎหมาย ความมั่นคงจะรับโทษครบถ้วนไปแล้วครับ กระผมไม่ได้บอกว่าคนเหล่านั้นไม่สมควรได้รับ การนิรโทษกรรมครับ ยังสมควรได้รับการนิรโทษกรรม เพราะจะไปช่วยเขาในเรื่องของ ประวัติของเขาครับ แต่ถามว่าจําเป็นเร่งด่วนไหม ไม่ครับ ทอดเวลาไป ๙๐ วันอย่างที่กระผม เสนอนี้ เขาไม่ได้ต้องมารับโทษถูกคุมขัง ถูกจําคุกอยู่ อีกจํานวนมากขณะนี้อยู่ในขั้นตอน ที่ถูกดําเนินคดี อาจจะเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยก็ต้องสู้คดีกันไป บางความผิดศาลอาจจะยกฟ้อง ก็ไม่มีประเด็นที่จะต้องนิรโทษกรรมอยู่ด้วยซ้ําในขณะนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว ผู้กระทําความผิด ที่เป็นความผิดทางการเมืองที่แท้จริง ไม่ได้มีประเด็นรีบร้อนที่บอกว่ากฎหมายต้องบังคับใช้ ทันที ไม่มีครับ กลุ่มคนที่อาจจะถูกคุมขัง ถูกจําคุกอยู่ในขณะนี้ กระผมกราบเรียนนะครับ ตั้งแต่รัฐบาลที่แล้วเมื่อมีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อค้นหาความจริงเพื่อความปรองดอง แห่งชาติขึ้นมา และเมื่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้เข้าไปเยี่ยมบุคคลที่ถูกจําคุกอยู่ มีข้อเสนอมายังรัฐบาลในขณะนั้นว่าให้ไปช่วยดูแลสิทธิในการได้รับการประกันตัว รัฐบาล ที่แล้วดําเนินการครับ ท่านครับ รัฐบาลที่แล้วก็มอบหมายให้กรมส่งเสริมสิทธิ กระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีกองทุนอยู่เข้าไปช่วย ดําเนินการให้ นี่พูดในเชิงหลักสิทธิมนุษยธรรม ผมไม่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ด้วยซ้ําครับว่าในช่วงหลังนี้ต่างหากที่ผมได้พบกับคนทํางานด้านสิทธิมนุษยชน ที่เขาบอกว่า หน่วยงานที่ควรจะเข้าไปช่วยในเรื่องการประกันตัว หลัง ๆ ไม่ค่อยทําครับ ไปบอกกับ ผู้ถูกคุมขังอย่างเดียวว่าให้รอกฎหมายนิรโทษกรรม ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่า นี่คือข้อเท็จจริงครับ เพราะฉะนั้นถ้าเราพูดถึงหลักมนุษยธรรม พูดถึงหลักการในเรื่องของ การกระทําความผิดทางการเมือง ความเร่งด่วนตรงนี้ไม่มี และถ้ามีใครที่ถูกคุมขังอยู่ควรจะ ช่วยเหลือในลักษณะของการเข้าไปช่วยดูแลเรื่องการประกันตัว ประเด็นถัดมาก็คือว่า เมื่อไม่มีความจําเป็นเร่งด่วนมีปัญหาไหมถ้าเราบอกว่ากฎหมายนี้บังคับใช้ทันที หรือวัน ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา กระผมก็กราบเรียนว่าในร่างที่ปรากฏอยู่เป็นร่าง ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากมีแน่นอน ถ้าเป็นร่างที่มีการจําแนกแจกแจงความผิด จะไม่ยากครับท่านประธาน เพราะคดีทุกคดีที่มีการดําเนินคดีอยู่มันจะมีฐานความผิดชัดเจน ถ้ากฎหมายระบุฐานความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคงให้ได้รับการนิรโทษกรรมเจ้าหน้าที่ ปฏิบัติได้เลยครับ คดีนี้ตรงตามกฎหมายที่ระบุไว้นิรโทษกรรม ถูกควบคุมตัวอยู่ปล่อยตัว คดีนี้เป็นคดีก่อการร้ายไม่ได้รับการนิรโทษกรรมก็ไม่ต้องดําเนินการ แต่กฎหมายที่ท่านเขียน อยู่ขณะนี้ครับท่านบัญญัติว่าอย่างไรครับ ท่านบัญญัติว่า ให้บรรดาการกระทําทั้งหลายทั้งสิ้น ของบุคคลหรือประชาชนที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมือง ถ้าได้กระทําขึ้นในระหว่างปี ๒๕๔๗ ถึงวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๖ ให้พ้นจากความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง ด้วยความเคารพครับ กฎหมายนิรโทษกรรม ในอดีตรวมทั้งที่ท่านรองประธานได้อ้างถึงในการชี้แจงเมื่อสักครู่ แม้อาจจะไม่ได้จําแนก แจกแจงฐานความผิดก็ไม่ซับซ้อนครับ เช่น ในอดีตคณะรัฐประหารเขานิรโทษกรรมตัวเอง เหตุการณ์ขอบเขตระยะเวลาสั้นมากครับ อาจจะไม่กี่วันไม่กี่ชั่วโมงจบ วันที่ ๑๔ ตุลาคม วันที่ ๖ ตุลาคม ท่านไปดูกฎหมายสิครับ ขอบเขตเหตุการณ์ที่จะต้องมีการนิรโทษกรรม ระยะเวลาไม่กี่วัน ที่ยาวนานก็คือกรณีคอมมิวนิสต์ซึ่งก็ง่ายอีกครับ เพราะเขาไม่นิรโทษกรรม ความผิดทางอาญาในการกระทําต่าง ๆ นิรโทษกรรมเฉพาะความผิดฐานความมั่นคง และความผิดที่ไปปฏิบัติขัดต่อกฎหมายคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น ปฏิบัติได้หมดครับ แต่ฉบับนี้ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง ความขัดแย้งทางการเมือง เราพูดถึงเหตุการณ์ ๑๐ ปีครับท่านประธาน โดยประมาณ แล้วเจ้าหน้าที่ใครเป็นคนวินิจฉัย ว่าคดีนี้ใช่หรือไม่ใช่ เอาอาวุธมายิงกระทรวงกลาโหมหรือวัดพระแก้วแล้วแต่กรณี ใช่ไหมครับ เพราะถ้าใช่ต้องปฏิบัติอย่างหนึ่ง ถ้าไม่ใช่ต้องปฏิบัติอีกอย่างหนึ่ง ถ้าสมควรปล่อยไม่ปล่อย ก็ไม่เป็นธรรม ถ้าไม่สมควรปล่อยแล้วปล่อยไปเจ้าหน้าที่ก็ผิดครับ ผมจะสามารถอภิปราย ได้ทั้งคืนเลยนะครับที่จะยกตัวอย่างว่าอย่างนี้ผิดไหม อย่างนั้นผิดไหม เพราะกฎหมาย ไม่ได้เขียนเอาไว้อย่างที่กําหนดไว้ในเหตุผลและหลักการอย่างไรครับ ผมจึงบอกว่าระยะเวลา ผมว่า ๑ ปี มันก็อาจจะนานไป เพราะเราก็ต้องการให้สิทธิคนเหล่านี้เร็วที่สุดครับ แต่เราก็ต้องให้เวลาในการที่จะทําให้การปฏิบัติตามกฎหมายเป็นไปได้และเป็นธรรม ผมว่า ๙๐ วันเป็นเวลาที่เป็นไปได้ครับ ด้วยความไม่ชัดเจนอย่างที่กระผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าท่านประธานเองจะบอกได้ไหมครับ คนทะเลาะกันถ้าเกิดอ้างขึ้นมาในคดีล่ะครับว่า ที่ทะเลาะกันทะเลาะกันเรื่องการเมืองจึงเกิดการทําร้ายร่างกายกัน จึงเกิดการกระทําละเมิด สิทธิต่อกัน มีความผิดเดียวเท่านั้นครับที่กฎหมายตามกรรมาธิการเสียงข้างมากที่เขียนชัดว่า คดีไหน คือคดีที่ถูกกล่าวหาโดย คตส. ครับ มีเท่านั้นครับที่มันชัดเจนมากและปฏิบัติได้ทันที ผมจึงยืนยันครับว่าที่กรรมาธิการหลายท่านที่สงวนความเห็นแล้วก็อภิปรายเอาไว้ก่อนหน้านี้ ที่บอกตกลงกฎหมายฉบับนี้ตั้งใจจะช่วยใครกันแน่น เหมือนเมื่อเช้าที่ถามท่านประธาน วาระหนึ่งเข้ามาบอกว่าจะช่วยคนติดคุกไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน ไม่ใช่เรื่องพิเศษ วาระสอง ช่วยคน หนีคุก เป็นวาระพิเศษ เร่งด่วน ปฏิบัติได้ชัดเจนมีอยู่กรณีเดียวครับ เพราะลงทุนเขียน ถึงขั้นว่าเป็นความผิดที่ถูกกล่าวหาโดยใคร แต่เหตุการณ์ ๑๐ ปีที่มีคดีเป็นร้อยเป็นพัน เจ้าหน้าที่จะปฏิบัติอย่างไรความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นหรือไม่ เรากลับไม่ให้ความสําคัญตรงนี้ ผมจึงยืนยันครับว่ามีความจําเป็นที่จะต้องมีระยะเวลานับตั้งแต่วันที่กฎหมายประกาศใช้ ให้มีกระบวนการวิธีการซึ่งบางท่านก็เสนอให้มีคณะกรรมการ แต่ผมก็ไม่ได้ติดใจตรงนั้น เป็นหน้าที่ฝ่ายบริหารที่ใช้เวลา ๙๐ วันตามที่กระผมเสนอให้เป็นประโยชน์ ให้เกิด ความเป็นธรรมจริง ๆ ว่าใครจะต้องถูกปฏิบัติอย่างไรเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายฉบับนี้ ขอขอบคุณครับ