กนก วงษ์ตระหง่าน พูดถึงเรื่องการให้นิรโทษกรรมโดยไม่มีชื่อผู้ได้รับสิทธิเป็นบัญชีแนบท้าย และเรียกร้องให้มีการเตรียมการและตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดเหมือนในกรณีการขอพระราชทานอภัยโทษ
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ที่จะย้อนกลับไปนิดหนึ่งนะครับเพื่อที่จะให้ประเด็นของเนื้อความต่อเนื่องกัน ประเด็นที่ผม คิดว่าเป็นประเด็นที่สําคัญก็คือว่าผมนึกถึงภาพว่าเมื่อกฎหมายนี้มีผลบังคับแล้ว ประกาศใน ราชกิจจารนุเบกษาแล้ว ก็หมายความว่าบุคคลที่พึงจะได้รับสิทธิตามกฎหมายนี้ในการ นิรโทษกรรมเขาควรที่จะต้องได้รับสิทธินั้นทันที แต่ในการปฏิบัตินั้นถ้าทําไม่ได้ คําถามที่ เกิดขึ้นก็คือว่าผู้ที่จะได้รับการนิรโทษกรรมนั้นก็จะถูกรอนสิทธิ และเมื่อเขาถูกรอนสิทธิแล้ว ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อการรอนสิทธิของบุคคลเหล่านั้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างที่จะ เปรียบเทียบให้เราเห็น ประเด็นที่สําคัญหรือจะเปรียบเทียบกันได้โดยอนุโลมก็คือในเรื่อง ของการขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งมีการปฏิบัติเป็นประจําทุกปี หรือในวโรกาสที่สําคัญ ๆ ในขั้นตอนการปฏิบัติที่สําคัญของการให้อภัยโทษนั้น คณะรัฐมนตรีจะต้องมีมติที่จะขอ พระราชทานอภัยโทษ และในมติคณะรัฐมนตรีนั้นจะต้องมีการกําหนดรายชื่อของบุคคล ทุกคนที่จะได้รับการขออภัยโทษนั้นเป็นบัญชีแนบท้ายในมติของคณะรัฐมนตรี และเมื่อ คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบแล้ว ก็จะมีการออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แล้วก็ทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย นั่นหมายความว่าบุคคลที่จะมีรายชื่ออยู่ในบัญชีแนบท้าย ของการขอพระราชทานอภัยโทษนั้นจะต้องได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมราชทัณฑ์และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องที่จะตรวจถึง ความถูกต้อง แล้วก็มีการตรวจกันหลายรอบ และใช้เวลาทํางานกันเป็นปี ประเด็นที่ผม ต้องการจะชี้ตรงนี้ก็คือว่าขณะที่จะให้มีการได้รับพระราชทานอภัยโทษนั้น ยังต้องมีการเตรียมการและตรวจสอบความถูกต้องอย่างละเอียดถึงขนาดนั้น เมื่อจะต้องมา เปรียบเทียบกับการที่จะได้รับนิรโทษกรรม ซึ่งถือว่ามีความสําคัญและมีนัยมากกว่าการขอ พระราชทานอภัยโทษด้วยซ้ําไป เพราะผู้ที่ได้รับสิทธินี้ก็คือไม่มีความผิดอีกต่อไป เมื่อน้ําหนัก ของการให้นิรโทษกรรมมีน้ําหนักมากกว่าการขอพระราชทานอภัยโทษ เมื่อเป็นเช่นนี้ทําไม เราจึงไม่ทําสิ่งนี้ให้รอบคอบ ผมขออนุญาตที่จะถามกับท่านประธานไปยัง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้แทนกฤษฎีกาที่อยู่ในกรรมาธิการ เพราะกฤษฎีกาจะทราบดีว่าเรื่องนี้ขั้นตอนปฏิบัติ กันอย่างไร แต่การที่จะออก พ.ร.บ. นี้ ท่านไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้เลยหรือ แล้วก็ท่านให้ออก กฎหมายนิรโทษกรรมโดยไม่มีชื่อคนเลยด้วยซ้ําไป แล้วก็ให้มีผลบังคับทันที ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ มันขัดกับประเพณีการปฏิบัติในเรื่องที่สําคัญ สําคัญอย่างยิ่ง ผมคิดว่า พ.ร.บ. นี้ ถ้ามีรายชื่อ ของผู้ที่ได้รับสิทธิเป็นบัญชีแนบท้ายการอภิปรายและการพิจารณาเรื่องนี้จะง่ายขึ้นเยอะมาก เพราะทุกอย่างมันจะชัดเจนกันไปหมด แต่ปรากฏว่าเราไม่มี ที่เราไม่มีไม่ใช่เพียงแค่นั้น มันยิ่งไปกว่านั้นอีกก็คือว่าบอกว่าเมื่อ พ.ร.บ. นี้ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้มีผลบังคับทันที คําถามก็คือว่าแล้วจะปฏิบัติกันอย่างไร ผมคงจะไม่ต้องไปพูดถึง หน่วยราชการต่าง ๆ ดีเอสไอ ตํารวจ ป.ป.ช. ราชทัณฑ์อะไรก็ตาม ผมคงจะไม่พูด ในรายละเอียดของหน่วยงานเหล่านั้น เพราะมีบางท่านได้พูดแล้ว แต่สิ่งที่ผมต้องการ ที่จะบอกก็คือว่ามันไม่มีทางเลย และที่จะเป็นไปได้ที่จะทําให้เกิดการบังคับทันทีเมื่อเรา ไม่สามารถทําให้เกิดการบังคับได้ทันที เพราะเราไม่มีรายชื่อของบุคคลที่จะได้รับการ นิรโทษกรรมในครั้งนี้ เท่ากับว่าคนที่ได้รับสิทธิที่จะนิรโทษกรรมเมื่อ พ.ร.บ. นี้ออกแล้ว และประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นับตั้งแต่วันแรกเขาจะเป็นผู้ที่ถูกรอนสิทธิทันที ตรงนี้ เป็นคนละตอนกันนะครับ นิรโทษอันนี้นิรโทษไปแล้ว แต่เขาได้รับสิทธิแล้วเมื่อได้รับ นิรโทษตาม พ.ร.บ. นี้ ที่จะต้องเป็นอิสระอย่างไม่มีโทษทันที แต่เขาไม่ได้ครับ เมื่อเขาไม่ได้ คําถามก็คือว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น เมื่อผมไปดูในมาตรา ๗ นะครับ ท่านได้เขียนไว้ชัดว่า นายกรัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.บ. นี้ ผมก็เข้าใจโดยอัตโนมัติว่า นายกรัฐมนตรีจะต้องรับผิดชอบครับ เพราะว่านายกรัฐมนตรีกําลังรอนสิทธิของคนที่จะ ได้รับนิรโทษกรรมให้เขาไม่ได้รับโทษ และในมาตราแรก ๆ ที่ผมถูกรอนสิทธิไม่ได้รับ การอภิปรายนั้น ท่านประธานสมศักดิ์ได้บอกว่าเราต้องรีบ เพราะว่าคนที่อยู่ในคุกเขาเสีย สิทธิและเขาต้องได้รับความทนทุกข์ทรมานที่อยู่ที่นั่น เราจะต้องรีบทํา แต่สิ่งที่ท่านทําตรงนี้คนที่อยู่ในคุกที่ท่านประธานสมศักดิ์ได้พูดนั้น ไม่ได้รับประโยชน์ทันที หรอกครับแล้วผมแน่ใจว่าไม่มีผู้บังคับบัญชาที่เรือนจําคนใดที่จะปล่อยทันทีถึงแม้ว่าอยากจะ ปล่อยมากน้อยแค่ไหนก็ตาม ด้วยเหตุผลตรงนี้เองครับ ผมจึงมีคําถามกับท่านประธานไปยัง ท่านประธานกรรมาธิการว่าถ้าเราไม่สามารถปล่อยตัวหรือไม่สามารถที่จะยกเลิกความผิด ของบุคคลที่พึงจะได้รับนิรโทษกรรมนั้นได้ทันที นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ ใช่หรือไม่ ถ้าใช่กรุณาตอบให้ชัดเจน เพื่อเราจะได้รู้ว่า และเราจะได้บอกกับคนที่พึงจะได้รับ สิทธิจากการนิรโทษกรรมครั้งนี้ว่าท่านต้องไปตามทวงสิทธิของท่านจากการที่ไม่สามารถ ปฏิบัติตาม พ.ร.บ นี้ได้กับนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นการรอนสิทธิ์ครั้งนี้มันก็เป็นเรื่องที่ เท่ากับว่าท่านนิพิฏฐ์ได้พูดตอนต้น เรากําลังรอคนที่พึงจะได้รับสิทธิในการนิรโทษกรรมนี้ หรือไม่ ว่าเขาจะได้ทันที ทุกคนก็ดีใจละครับ จากที่ผิดแล้วก็ต่อไปนี้ไม่ต้องผิด ถ้าผมเป็นเขา ผมก็จะรู้สึกว่าผมดีใจ แต่ในที่สุดแล้วผมก็ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าผมต้องรอ เพราะฉะนั้น ผมจึงได้แปรญัตติว่าอย่างน้อยที่สุดนี่คือ ๙๐ วัน เพราะผมคิดว่าจะทําให้เสร็จก่อน ๙๐ วันนั้นคงจะยากมาก เร็วที่สุดนี่คือ ๙๐ วัน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ เราจําเป็น นะครับที่จะต้องทําเรื่องนี้ให้ถูกต้อง เมื่อท่านเริ่มต้นมาแบบนี้ไม่มีบัญชีรายชื่อแนบท้าย ต่อผู้ที่จะได้รับนิรโทษกรรมมาผนวกในร่าง พ.ร.บ. นี้ ผมคิดว่าเรากําลังสร้างปัญหาใหม่ ให้กับคนที่กําลังจะได้รับนิรโทษกรรมว่าท่านกําลังรอนสิทธิ์ของเขา และนายกรัฐมนตรี จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อสิ่งที่กําลังจะเกิดขึ้นครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ