นิพนธ์ ฮะกีมี เสนอแนะว่าร่างกฎหมายที่เสนอไม่เหมาะสม เนื่องจากไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง และไม่สามารถให้นักโทษหลุดออกจากคุกได้ทันที นอกจากนี้ยังอธิบายว่ากฎหมายอภัยโทษและกฎหมายนิรโทษกรรมมีความแตกต่างกัน และเรียกร้องให้กรรมาธิการเสียงข้างมากยืนยันร่างมาตรา 2 ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายนิพนธ์ ฮะกีมี รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และในฐานะชี้แจงแทนคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอยืนยันร่างของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้
ผมสรุปแล้วกันนะครับ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยบอกว่าร่างมาตรา ๒ ของกรรมาธิการเสียงข้างมากร่างผิด หรือปฏิบัติไม่ได้ หรือเมื่อประกาศใช้บังคับแล้ว ไม่สามารถทําให้นักโทษในคุกหลุดออกมาได้ทันที กระผมกราบเรียนดังนี้ว่า การทํากฎหมาย นิรโทษกรรมแตกต่างกับกฎหมายอภัยโทษตามที่กรรมาธิการเสียงข้างน้อยและสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้กล่าวอ้างนะครับ กฎหมายอภัยโทษที่บอกว่ามีการให้ใส่รายชื่อของคน ที่ได้รับการอภัยโทษไว้ท้ายมติ ครม. กฎหมายอภัยโทษจะเป็นกฎหมายหนึ่งเขียนกว้าง ๆ เท่านั้นเองว่านักโทษชั้นใด โทษใดที่จะได้รับการอภัยโทษ แล้วก็จะบอกว่านักโทษชั้นเด็ดขาด ชั้น ก ชั้น ข ซึ่งเป็นเรื่องกรมราชทัณฑ์ที่จะทําต่อไป แต่จะไม่มีกําหนดลงไปชัดเจนว่า นาย ก นาย ข นาย ค ได้รับอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกานี้นะครับ อันนั้นตกไปนะครับ เรื่องอภัยโทษ
ทีนี้ผมกราบเรียนเรื่องกฎหมายนิรโทษกรรมที่เป็นประเด็นอยู่ในห้องประชุมนี้ โดยพิจารณาจากกฎหมายนิรโทษกรรมที่เมืองไทยประกาศใช้มาทั้งหมด ๒๓ ฉบับ ๒๔ ฉบับ ก็จะมีกฎหมายใช้บังคับทันทีนับแต่วันประกาศ มีอยู่ ๒ อย่าง หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือ ห่างไปประมาณ ๑๐ กว่าวัน ๒๐ กว่าวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ดูสถิติแล้ว กฎหมายใช้บังคับทันทีมีจํานวน ๒๐ ฉบับ และ ๒๐ ฉบับนี้ก็เป็นที่มาของกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยตั้งข้อสงสัยกับกระผมแล้วก็ท่านอธิบดีกรมบังคับคดีว่าเขาปฏิบัติกันอย่างไร ซึ่งเป็นที่มาที่ผมไปถามหาจากกรมราชทัณฑ์ แล้วก็ไปถามหาจากหลายที่ว่าเขาปฏิบัติ กันอย่างไร
- ๑๘๙ เนื่องจากกฎหมายนิรโทษกรรมจะกําหนดระยะเวลากําหนดเหตุการณ์ไว้ ก็ประกาศใช้บังคับแล้ว มันจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่จะปรากฏอยู่ในเอกสารที่ทางสํานักงานศาลยุติธรรมส่งมาให้ว่า เป็นคดีอยู่ หรือที่สถานีตํารวจที่เป็นคดีอยู่ และที่เป็นคดีนี้หรืออยู่ในชั้นของการพิจารณาคดี ของศาล หรืออยู่ในการจองจําอยู่ในราชทัณฑ์มันจะชัดเจนว่าเป็นผู้กระทําความผิดที่จะ พิจารณาต่อไปในมาตรา ๓ ซึ่งมาตรา ๔ บอกว่าถ้าเผื่อระหว่างการสอบสวน ระหว่างถูกฟ้อง ระหว่างการพิจารณาคดี หรือคําพิพากษาถึงที่สุดก็ให้ปล่อยไป ดังนั้นกฎหมายนิรโทษกรรม ที่ปรากฏอยู่ในมือของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ เมื่อประกาศใช้ คนกลุ่มนี้จะได้รับ อานิสงส์ทันที ถามว่ามีไหมที่จะต้องมีการตรวจสอบ กรรมาธิการเสียงข้างมากก็บอกว่ามี แต่ถามว่ามีจํานวนเท่าไร เราก็ไม่ทราบว่ามีจํานวนเท่าไร แต่ที่แน่ ๆ ว่า จํานวนประมาณ ๖๐๐ กว่าคดี ที่อยู่ในการพิจารณาของศาล และที่เป็นนักโทษที่ได้รับการประกันตัว อีกประมาณ ๒๐๐ กว่าคน และที่อยู่ในการกําลังดําเนินการสอบสวนพนักงานสอบสวนอีก ๒๐๐ กว่าคน จะได้รับอานิสงส์ทันที โดยมาตรา ๒ ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังไม่ชัดเจน ที่ยังไม่เข้ามาสู่การดําเนินการคดี โดยพนักงานสอบสวนก็ดี อัยการก็ดี หรือศาลก็ดี หรือยังไม่ได้จองจําในราชทัณฑ์ ยังไม่ชัดเจน ยอมรับ เมื่อไม่ชัดเจน ทําอย่างไร กระบวนการที่ทํากันอยู่ในกฎหมาย ๒๒ ฉบับ ที่ผมกราบเรียน เดี๋ยวผม จะกราบเรียนอีกทีใน ๒๒ ฉบับ มันมี ๒-๓ ฉบับที่ลักษณะคล้ายเคียงใกล้เคียง กับกฎหมายนิรโทษกรรมที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถืออยู่นะครับ เมื่อมีกลุ่มคนที่ไม่ชัดเจน ยังไม่ได้เข้ามากระบวนการพิจารณาของพนักงานสอบสวน อัยการ และก็ศาล หรือราชทัณฑ์ ใน วิ.อาญา เองก็มีมาตรา ๗๕ มาตรา ๙๐ ก็ไม่ผิดนะครับ ที่ท่าน ผมจําชื่อท่านไม่ได้ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อยบอกว่าต้องไต่สวน ใช่ ต้องไต่สวน แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างต้อง ไต่สวนครับ เมื่อมีความชัดเจนอยู่ ๒๐๐ กว่าคน ที่ผมกราบเรียนอยู่ในฝ่ายพนักงานสอบสวน และอยู่ ๖๐๐ กว่าคน ที่กําลังดําเนินคดีอยู่นี้ มันชัดเจนอยู่แล้ว คดีข้อหาอะไร อันนั้น ก็จะได้รับอานิสงส์ไป อย่างนั้นเมื่อกรรมาธิการคิดดู และกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ฟัง ฝ่ายข้างน้อยแล้ว ก็เห็นได้ว่าในเมื่อเราจะได้ให้อานิสงส์คนกว่าพันคนไป เมื่อประกาศใช้ทันที นะครับ กับอีกจํานวนคนที่เรายังไม่รู้แน่นอน เราก็คงจะให้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน ตามมาตรา ๗๕ กับมาตรา ๙๐ ของ ป.วิ.อาญา ต่อไป เพราะฉะนั้นกรรมาธิการเสียงข้างมาก จึงขอยืนยันร่างมาตรา ๒ ของกรรมาธิการเสียงข้างมาก ขอบคุณครับ