ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติที่บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในวันนี้ โดยอ้างถึงบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ เพื่อชี้แจงว่ากรรมาธิการไม่สามารถแก้ไขร่างที่เกี่ยวข้องกับการเงินโดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ และขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้เร่งดำเนินการ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะให้เหตุผลประกอบกับ ญัตติของเพื่อนสมาชิกที่ขอให้คงระเบียบวาระการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ท่านประธาน ได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระในวันนี้ เหตุที่ผมจําเป็นต้องลุกยืนนี่ก็เกรงว่าท่านประธานจะไม่ให้ โอกาส ก็จะขอใช้สิทธิพาดพิง เพราะเพื่อนสมาชิกได้เอ่ยถึงชื่อกระผมในเรื่องของการพิจารณา เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ ที่ท่านประธานได้เป็นผู้วินิจฉัยไป ท่านประธานที่เคารพ ผมมีเหตุผล ๓ ประการที่เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะต้องได้รับการพิจารณาในวันนี้เลย
ประการแรกสุด เป็นข้อความเห็นเกี่ยวกับที่เพื่อนสมาชิกได้ยกขึ้นว่า เห็นควร จะต้องเลื่อนออกไป เนื่องจากว่ามีข้อสงสัยว่าการแก้ไขของกรรมาธิการจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ การเงิน จริงอยู่ครับท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าท่านประธานดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๔ ก็เขียนชัด เขาให้สิทธิด้วย เพราะร่างนี้เป็นร่างที่เพื่อนสมาชิกเป็นผู้เสนอ ส.ส. เป็นผู้เสนอ ในชั้นรับหลักการ แน่นอนครับ ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ ว่าร่างนี้จะเป็นร่างเกี่ยวกับการเงิน หรือมีข้อสงสัยเราก็มีการทําความเข้าใจ เขาดูถ้อยคําดูสาระบัญญัติทั้งหมดแล้วไม่เกี่ยวกับ การเงินก็เข้าสู่การพิจารณา แต่ถ้าการพิจารณาในวาระที่สองมีการแก้ไข และมีสารบัญญัติ ที่บ่งเป็นลักษณะการเงิน ท่านประธานครับผมกราบขอบคุณท่านประธานที่กรุณาวินิจฉัย ได้ชัดเจนว่า การพิจารณาตรงนั้นไม่ใช่กรรมาธิการนะครับ ไม่ใช่กรรมาธิการไปแก้ไขแล้ว จะตีว่าเป็นการเงิน เพราะบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใช้คําว่า สภาผู้แทนราษฎรแก้ไขเพิ่มเติม นั่นหมายความว่าต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาแห่งนี้ก่อนว่าสิ่งที่กรรมาธิการได้ไป แก้ไขมานี่ สภาผู้แทนราษฎรเราเห็นด้วยกับกรรมาธิการหรือไม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประธาน ได้วินิจฉัยไว้ว่าต้องให้จบกระบวนการของการวินิจฉัยของสภาให้เรียบร้อยก่อน แต่ผมยัง ยืนยันนะครับ ท่านประธานครับ แม้ว่าสภาแห่งนี้จะเห็นชอบกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ถ้อยคําที่เพื่อนสมาชิก ได้ยกขึ้นมาแล้วไปกล่าวอ้างว่าเป็นการเงิน ในมุมของผมเองก็เห็นว่า ไม่เกี่ยวกับการเงิน แต่ถ้ามีข้อสงสัยก็ปฏิบัติตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไป ด้วยเหตุนี้ประเด็น นี้ไม่เป็นเหตุผลที่จะต้องเลื่อนการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ออกไปในวันนี้
ประการที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ได้ยกประเด็นเอาว่า ถ้าพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะมีข้อขัดแย้งเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ ผมเองเคารพความเห็น ของเพื่อนสมาชิกครับ พวกเรามีความเห็นต่างกันได้ ในขณะที่ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะเป็นตัวแก้ปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองแห่งนี้ เราเห็นขาวกับดําครับ เมื่อมี ขาวกับดําแล้ว โดยหลักของประชาธิปไตยก็ต้องอาศัยเสียงข้างมากมาตัดสิน ท่านอย่า กล่าวหาเสียงข้างมากเป็นเผด็จการ มันเป็นหลักการในหลักประชาธิปไตยพื้นฐาน ๕ หลัก ต้องยอมรับครับ แล้วที่สําคัญเราได้รับอาณัติมาจากพี่น้องประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศด้วย แล้วเรื่องนี้ไม่ได้เพิ่งจะมาพูดกันตอนนี้ที่จําเป็นเร่งด่วน เราพูดตั้งแต่ก่อนที่จะเข้ามาทํางาน กระบวนการก็มีความต่อเนื่องกันไป ถามว่าจําเป็นเร่งด่วนไหม ถามตั้งแต่ต้นแล้วครับ มาถึงปัจจุบันนี้ก็ถือว่าจําเป็นเร่งด่วนนั้นเป็นเหตุผลที่ผมคิดว่าการอ้างความขัดแย้ง เพื่อเลื่อนกฎหมายฉบับนี้ออกไปความเห็นของผมคิดว่าไม่น่าจะเป็นเหตุผลที่ถูกต้อง แล้วความขัดแย้งที่เกิดขึ้นเกิดจากอะไร ก็เกิดจากความเห็นต่างอย่างไรครับ พวกผมอยากให้สงบ แต่ท่านบอกว่าเกิดความขัดแย้ง พี่น้องประชาชนหลายฝ่ายเข้ามาสนับสนุนความเห็นท่าน พี่น้องหลายฝ่ายก็สนับสนุนความเห็นของพวกผมเช่นกัน เพราะฉะนั้นสิ่งสําคัญถ้าท่านตัดสิน โดยใช้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ละครับ ใช้สภาแห่งนี้
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้าย ท่านพยายามดึงเอาเหตุการณ์ สถานการณ์ซึ่งไม่บังควรอย่างยิ่งที่จะต้องพูดในสภาแห่งนี้เกี่ยวกับเรื่องของการไว้ทุกข์ให้ สมเด็จพระสังฆราช มิบังควรหรอกครับ ที่จะมากล่าวอ้างว่าเราต้องเลื่อนการทําหน้าที่ เพราะเป็นฤดูกาลไว้ทุกข์ มีหรือครับที่ประกาศขอให้เป็นทางการห้ามรื่นเริงครับ การทํา หน้าที่ การทํางานเพื่อบ้านเพื่อเมืองยิ่งต้องทําครับ เพื่อถวายแก่พระองค์ท่านให้บ้านเมืองนี้ สงบ เพราะฉะนั้นด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนอย่างนี้สมควร ท่านประธานครับ ที่ท่านจะ ขอมติสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้ต่อไป กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ