สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

บุญยอด สุขถิ่นไทย เสนอการขอถอนการเสนอร่างพระราชบัญญัติ เนื่องจากมีข้อผิดพลาดในการส่งรายงาน และขอให้ประธานกรรมาธิการถอนเรื่องนี้ออกไปปรึกษาหารือกันก่อน

นายบุญยอด สุขถิ่นไทย กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายบุญยอด สุขถิ่นไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ผมจําเป็นต้องลุกขึ้นมาทักท้วงต่อ ท่านประธานและประธานกรรมาธิการนะครับ ตามรายงานที่ส่งเข้ามาในที่ประชุมนี้ มีจุดที่ ผิดพลาดในการส่งรายงานในขณะนี้หลายจุดครับ ผมขออนุญาตร่วมกับเพื่อนที่เป็น กรรมาธิการและเพื่อนสมาชิกที่ตรวจพบนะครับ จะได้รายงานต่อท่านประธาน และขอให้ ประธานกรรมาธิการถอนเรื่องนี้ออกไปปรึกษาหารือกันก่อนหน้าที่จะมีการพิจารณา เรียงมาตราต่อไป หน้าแรก หน้า ๒๔ ครับ ขอท่านเปิดตามเลยนะครับ หน้า ๒๔ เป็นการ ขอสงวนความเห็นของกรรมาธิการชาดา ไทยเศรษฐ์ ครับ ในการสงวนความเห็นนั้น มีการระบุชื่อบุคคลในตัวของการสงวนความเห็นเอาไว้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้ประธานกรรมาธิการ และกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้มีการลงมติแล้วว่าไม่เห็นด้วยกับการเขียนในลักษณะที่ ไประบุชื่อบุคคลหรือเป็นคําเสียดสีต่าง ๆ เช่น กรณีของ นายสาธิต ปิตุเตชะ ก็ตัดทิ้ง ไม่ระบุ ในรายงานแต่อย่างใด แต่ในคําแปรญัตติของนายชาดา ไทยเศรษฐ์ นั้นผมเชื่อว่าเป็น การเขียนกฎหมายที่ผิดต่อวิธีการในการบัญญัติบทบัญญัติในกฎหมาย โดยการระบุว่า กฎหมายฉบับนี้จะไปมีผลบังคับต่อบุคคล โดยการระบุชื่อลงไป อย่างนี้ผมเชื่อว่าไม่ถูกต้อง ตามวิธีการในการเขียนกฎหมายครับ นี่เป็นจุดที่ ๑ นะครับ

จุดที่ ๒ นะครับ จุดที่ ๒ ผมขออนุญาตท่านประธานและประธานกรรมาธิการ และกรรมาธิการเปิดไปหน้า ๘๐ และหน้า ๘๑ ครับ การขอสงวนคําแปรญัตตินั้นผมเชื่อว่า โดยหลักการก็คือ ๑ คนจะต้องมีการขอสงวนคําแปรญัตติได้เพียงแค่ ๑ คําแปรเท่านั้น ไม่อย่างนั้นเราคงพิจารณาต่อไม่ได้ว่าตกลงว่าคน ๆ นั้นสงวนคําแปรอย่างไร ซึ่งในที่ประชุม กรรมาธิการก็ได้พูดถึงประเด็นนี้และพูดกันชัดเจนแล้วนะครับว่าจะให้แต่ละคนนั้นสามารถ สงวนคําแปรญัตติได้เพียง ๑ เสียงเท่านั้น เช่น กรณีของคุณหมอเชิดชัย ขออนุญาตเอ่ยนาม เพราะว่าในขณะนั้นท่านกําลังจะสงวนคําแปรญัตติของหลายต่อหลายคน และมีคําแปรญัตติ ที่ซ้ํากัน ท่านก็บอกต่อที่ประชุมว่าท่านจะไปทําความตกลงกับบรรดาผู้ที่ขอสงวนคําแปรญัตติ ให้เหลือคําแปรญัตติเพียงคําแปรญัตติเดียว แต่ท่านประธานดูในรายงานหน้า ๘๐ นะครับ มีกลุ่มของ ขออนุญาตต้องเอ่ยนามนะครับ ไม่มีผลกระทบ เพราะมันเป็นรายงานจริงนะครับ หน้า ๘๐ มีกลุ่มของ พลเรือเอก สุรพล จันทร์แดง นายธวัชชัย สุทธิบงกช นายพหล วรปัญญา นายสุชาติ ภิญโญ นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย แก้ไขในมาตรา ๔ ครับที่แปรญัตติไว้ และผู้แปรญัตตินั้นขอสงวนนะครับ ผมไม่ต้องอ่าน คําแปรญัตติในหน้านี้ครับ ส่วนหน้า ๘๑ มาตรา ๔ เช่นเดียวกัน ตอนท้ายท่านเห็นไหมครับ ร่วมไปจนถึงหน้า ๘๒ เป็นคําแปรญัตติในมาตรา ๔ เช่นเดียวกัน ชื่อซ้ํากันคือ พลเรือเอก สุรพล จันทร์แดง นายธวัชชัย สุทธิบงกช นายพหล วรปัญญา นายสุชาติ ภิญโญ นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ และ ว่าที่ร้อยตรี พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ครับ คําแปรญัตติที่สงวนนี้ไม่ตรงกัน เป็น ๒ กลุ่มของการแปรญัตตินะครับ ดังนั้น ๒ จุดนี้ที่ผมนําเสนอต่อท่านประธานว่า กรรมาธิการต้องออกไปแก้รายงานนี้กันใหม่ก่อนจึงจะเป็นรายงานที่สมบูรณ์และไม่ผิดพลาด นะครับ จึงจะประชุมกันต่อได้ครับ อันนี้เป็นเรื่องของความผิดพลาดนะครับ ที่เกิดขึ้นจาก การเร่งร้อน รวบรัด และนอกจากนั้นครับท่านประธาน พวกผมก็สงวนความเห็นเอาไว้ นะครับ เพื่อที่จะให้กรรมาธิการนี้ได้ระบุไว้ในรายงานว่า อย่างเช่นผมนะครับ บอกว่าขอให้ บันทึกไว้เลยว่าผมเห็นว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน สุดท้ายแล้วนะครับ ท่านก็ไม่ระบุ ใด ๆ ในรายงานฉบับนี้ รวมทั้งข้อสังเกตของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ซึ่งปกติก็จะมีข้อสังเกต กรรมาธิการ ท่านก็รวบรัดนะครับว่า ไม่มีข้อสังเกตใด ๆ ไม่ต้องเอาแล้ว ไม่ต้องฟังกันแล้ว นะครับ แล้วก็สรุปจบไปเลย โดยไม่ได้ขอมติด้วยซ้ํานะครับว่าจะไม่มีข้อสังเกตหรือไม่ นี่ผมรายงานตามข้อเท็จจริงจากห้องประชุมกรรมาธิการซึ่งประชุมกันเพียง ๑๔ ครั้ง ในลักษณะเร่งรัด รวบรัด ซึ่งจริง ๆ สัปดาห์นี้ควรจะเป็นแค่แปรญัตติเท่านั้นเองนะครับ กลับกลายเป็นว่าเข้าสู่วาระสองในสภาในวันนี้ครับ ก็รายงานต่อพี่น้องประชาชนให้ทราบ ข้อเท็จจริงครับ