สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ หารือเรื่องกฎหมายและอธิบายว่าไม่สามารถหลอกคนได้ตลอดเวลา และเรียกร้องให้ประชาชนลุกขึ้นสู้ตามรัฐธรรมนูญ

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ กรรมาธิการ

ทราบแล้วครับ ผมขออนุญาต ยกคํากล่าวของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ประธานาธิบดีคนที่ ๑๖ ของประเทศ สหรัฐอเมริกานะครับ ประธานาธิบดีลินคอล์นได้กล่าวไว้ว่า คุณอาจจะหลอกคนทุกคน ได้บางเวลา คุณอาจจะหลอกคนบางคนได้ตลอดเวลา แต่คุณไม่สามารถหลอกคนทุกคน ได้ตลอดเวลา ทําไมผมต้องยกคํากล่าวของประธานาธิบดีอับราฮัม ลินคอล์น ขึ้นมาพูดครับ ก็เพราะผมบอกท่านประธานว่าต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งไม่ยอมรับ กฎหมายฉบับนี้ เมื่อเขาไม่ยอมรับกฎหมายฉบับนี้แสดงว่าวันนี้เขาไม่ยอมถูกหลอกแล้ว แสดงว่าวันนี้คนเสื้อแดงส่วนหนึ่งดวงตามองเห็นธรรมแล้ว แต่ว่าในความเป็นจริงของ โลกมนุษย์ในโลกียะครับ คนที่มีดวงตาเห็นธรรมนั้นมันน้อยกว่าคนที่ไม่บรรลุธรรม ผมเชื่อว่า คนเสื้อแดงที่เป็นปัญญาชน คนเสื้อแดงที่ดวงตาเห็นธรรม แล้วมีความรู้สึกว่าตัวเองถูกหลอกนั้น ยังมีจํานวนน้อยครับ แต่ว่ามีคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ที่พร้อมจะเดินให้เขาหลอกต่อไป ผมเรียน ท่านประธานว่าผมต้องพาดพิงนะครับ อ้อมค้อมไม่ได้ครับกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่มีความสําคัญ ท่านจําได้ไหมครับเวลาท่านเชิญเขามาชุมนุมปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ท่านบอกว่า มาเรียกร้องประชาธิปไตย มาโค่นอํามาตย์ ท่านบอกว่าท่านนี่ละเป็นประชาธิปไตย เป็นนักประชาธิปไตยมาชุมนุมโดยสงบ ปราศจากอาวุธ เชิญชวนคนทั้งประเทศมาชุมนุม บอกว่าท่านเป็นนักประชาธิปไตย ในขณะที่ปากท่านบอกประชาชนว่าท่านเป็นนักประชาธิปไตย ท่านบอกประชาชนที่หน้าเวที ที่มานั่งมานอนหน้าเวทีว่าท่านทั้งหลายที่อยู่หน้าเวที พวกคุณ เป็นไพร่ แกนนําบอกประชาชนว่ามาชุมนุมเถอะพี่น้องโค่นอํามาตย์ พวกเรานี่เป็น นักประชาธิปไตย แต่บอกผู้อยู่ข้างเวทีว่าท่านทั้งหลายที่มานั่งอยู่ท่านเป็นพวกไพร่ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นทฤษฎีในทางการเมือง ไพร่กับประชาธิปไตยมันไปกันไม่ได้ เริ่มหลอกเขาตั้งแต่วันนั้นแล้วครับ บอกว่ามาโค่นอํามาตย์ ประชาชนก็บอกว่าต้นไม้ที่เป็น อํามาตย์มันต้นอะไร มันโค่นไม่ล้มสักทีหนึ่ง บอกครับว่าตัวเองเป็นประชาธิปไตย แล้วบอก คนข้างเวทีว่าพวกท่านเป็นไพร่ ไม่มีโลกไหนหรอกครับที่เป็นประชาธิปไตยแล้วมีไพร่ สังคมที่เป็นประชาธิปไตยมันต้องมีอิสระชนหรือเสรีชนไม่ใช่ไพร่ แต่บังเอิญคําว่า ไพร่ มันเป็นวาทะที่ก่อให้เกิดความสะเทือนใจ เหมือนกับความรักนี่ละครับ ความรักคืออารมณ์ สะเทือนใจในด้านบวก ความเศร้าโศกเสียใจ คือความสะเทือนใจในด้านลบ บังเอิญคําว่า ไพร่ มันสร้างความสะเทือนใจกับคนขึ้นมา คนก็เลยยอมเป็นไพร่ วันที่ท่านบอกประชาชน คนครึ่งแผ่นดินนี้ให้ร่วมกระบวนการไพร่ คนตื่นขึ้นมา ใส่เสื้อคอกลม เขียนคําว่า ไพร่ หน้าอก ตอนนั้นตํารวจกลัวไพร่ และผมเชื่อว่าวันนี้ตํารวจยังกลัวไพร่อยู่เลยครับ ใส่เสื้อคอกลม มีคําว่า ไพร่ หน้าอก ขับรถฝ่าไฟแดงตํารวจไม่กล้าจับ หลอกคนว่าประชาธิปไตยกับไพร่ มันไปด้วยกันได้ ซึ่งไม่จริง ผมเริ่มต้นบอกกับท่านประธานว่าท่านไม่สามารถหลอกคน ทุกคนได้ตลอดเวลา วันนี้คนบางส่วนเริ่มเห็นสัจธรรมแล้วแต่ยังไม่มากพอ ท่านนั่งสบาย ๆ เถอะครับ ผมไม่ชนะท่าน ท่านยังเป็นรัฐบาลอีกนาน คนที่มีจิตใจฝักใฝ่ผู้มีอํานาจ ใฝ่สูง โดยลืมจริยธรรมของนักกฎหมาย ท่านยังไปได้ ท่านยังอยู่ได้กับรัฐบาลนี้ ผมไม่ชนะ ท่านหรอก แต่นี่คือสัจจะในทางการเมือง ไม่มีทาง วิธีคิดของท่าน วิธีการทําของท่าน ต่อประเทศนี้ไม่มีทางที่ท่านจะชนะคนในแผ่นดินนี้ สักวันหนึ่งท่านจะพบกับหายนะ และผม จะสู้กับท่าน ท่านประธานครับ ผมกําลังบอกคนทั้งประเทศว่า ถ้าไม่ต้องการกฎหมายฉบับนี้ ให้ลุกขึ้นสู้ ผมกําลังบอกว่าให้ลุกขึ้นสู้ตามรัฐธรรมนูญ แต่ไม่ได้สู้เหมือนท่าน ไม่มีการฆ่า ไม่มีการเผา โดยสงบและไม่มีอาวุธ คนลืมไป ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เรียนกฎหมาย ผมจะขออนุญาตท่านประธานอ่านสักนิดหนึ่งครับ คําประกาศอิสรภาพของประเทศ สหรัฐอเมริกา วันนี้ท่านประธานอาจจะสงสัยว่าผมยกคําพูดของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และยกคําประกาศอิสรภาพของสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ปี ค.ศ. ๑๗๗๖ หรือปี พ.ศ ๒๕๑๙ ขึ้นมาอีกทําไม เพราะอะไรครับ เพราะเรายึดถือสหรัฐอเมริกา เวลาพูดถึง ประชาธิปไตยต้องบอกดูประเทศสหรัฐอเมริกาสิ ดูประเทศอังกฤษสิ ดูประเทศฝรั่งเศสสิ แต่เอามาไม่หมดหรอกครับ เอามาไม่หมดแล้วมาพูดว่าให้ดูประเทศสหรัฐอเมริกา คําประกาศ อิสรภาพของประเทศอเมริกาเมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม ปี ค.ศ ๑๗๗๖ หรือ ปี พ.ศ.๒๕๑๙