สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

วิรัช ร่มเย็น หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ..... และวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินการของคณะกรรมาธิการ วิรัช ร่มเย็น สนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แต่ไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมผู้ที่ไม่ได้ชุมนุมแต่มาชี้แจงผ่านสื่อต่าง ๆ

นายวิรัช ร่มเย็น กรรมาธิการ

ประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย น้อยจริง ๆ ท่านประธาน ยกทีไรก็แพ้ทุกครั้ง ท่านประธานครับ ผมขอเรียนท่านประธานเหมือนเช่นสมาชิกท่านอื่น ที่อย่างน้อยต้องตั้งข้อสังเกตไว้ การกระทําใดของคณะกรรมาธิการท่านใดที่ไม่เหมาะสม ประการใดนั้น บางครั้งก็ต้องพูดกันไว้ท่านประธาน เพราะสภานี้ยังอยู่อีกยาวนาน ท่านประธานครับ ผมนําเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ชื่อเต็ม ๆ ที่ผู้ร่างเขาได้นําเสนอ สภาผู้แทนราษฎรนี้ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... ผมนําเรียน ท่านประธานครับ ว่าบรรยากาศนี้เมื่อแรกเริ่มเข้าไปเลือกประธานคณะกรรมาธิการ ผมเรียน ท่านประธานว่าบรรยากาศนี้สวยหรูมาก พวกเรามีความหวังว่าเมื่อคณะกรรมาธิการสมาชิก คือกรรมาธิการได้เลือกประธานแล้วเรามีความรู้สึกว่าประเทศมีความหวังครับ เพราะ ประธานคณะกรรมาธิการต้องเอ่ยชื่อท่านประธาน ท่านสามารถ แก้วมีชัย โดยหลักทั่วไป ก็ต้องบอกขอประทานอภัย ผมขอประทานอภัยครั้งเดียวพอ ครั้งต่อไปนี้ไม่ต้องอภัยแล้ว ขอครั้งแรก ท่านประธานครับ ท่านสามารถให้ความหวังกับคณะกรรมาธิการอย่างมาก ทุกท่านมีความรู้สึกว่าท่านสามารถมาเป็นประธานคิดอยู่ในใจว่าอย่าให้เหมือนกับ คณะกรรมาธิการซึ่งท่านเป็นประธานเหมือนกัน คือที่มาของสมาชิกวุฒิสภา มาตรา ๑๑๑ ที่เราพิจารณากันแล้วในกรณีร่างรัฐธรรมนูญ เพราะครั้งนั้นผมมองท่านประธานสามารถ ในแง่ลบ แต่เมื่อเข้ามาสู่คณะกรรมาธิการชุดนี้ แล้ววันแรกที่มีการอารัมภบทหรือจะเรียกว่า ปรารภก็ได้ จะเรียกอะไรก็แล้วแต่ แต่ว่าประโยคแรก ๆ วันแรก ๆ คือวันแรกมีความรู้สึกว่า ประเทศเรามีโอกาสที่จะมีการแก้ไขปัญหาได้อย่างดี ทุกท่านในคณะกรรมาธิการไม่ว่า ฝ่ายค้านหรือรัฐบาลต่างก็ให้กําลังใจ มีกําลังใจกัน ผมก็เคลิ้มไปเหมือนกัน แต่ท่านประธานครับ ผมนําเรียนท่านประธานว่าเรื่องแบบนี้ที่เกิดขึ้นในคณะกรรมาธิการชุดนี้นะครับ ปัญหาที่ เกิดขึ้นและก็มีปัญหามาจนกระทั่งวันอภิปรายนี้ก็คือการไม่พูดความจริง ผู้นําเสนอกฎหมาย ขอประทานอภัยครั้งแรก และครั้งต่อไปไม่ขอประทานอภัยแล้ว คือท่านประยุทธ์ ศิริพานิชย์ เสนอได้ เขียนได้ พิมพ์มาได้ เอ่ยปากพูดได้ว่าขอแปรญัตติมาตรานั้นอย่างนั้น ผมไม่บอกว่ามาตราไหน เพราะท่านประธานบอกเดี๋ยวไปพูดมาตรานั้นอีก เพราะว่า ท่านประยุทธ์เสนอท่านประธาน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือท่านอธิบายไม่ได้ พวกผมถามว่า ขอบเขตมันแค่ไหนที่ท่านเสนอมา ที่แปรญัตติมา ตอบไม่ได้ พยายามจะตอบครับท่าน พยายามจะตอบเพราะนั่งติดกัน รองประธานคนที่หนึ่ง กับท่านประธานสามารถนั่งติดกัน บรรยากาศผมเล่าให้ฟัง ท่านก็พยายามยกมือจะตอบ แต่ว่าบรรดากรรมาธิการหลายท่าน ไม่เอ่ยชื่อ หลายท่านพยายามโบกไม้โบกมืออย่าตอบ เสียงไม่ได้พูดมานะ แต่อ่านปากเอาว่า อย่าตอบ ไม่ให้ตอบครับ เราสงสัยมากว่าที่ท่านแปรญัตติมันขอบเขตแค่ไหน นี่ที่ผมจะ อภิปรายต่อไปว่าผมตัดขอสงวนชื่อร่างนี่เพราะอะไร ก็เพราะว่าการที่ท่านประยุทธ์ไม่ยอม ที่จะอธิบายเลย วันนี้ผมบอกเลยท่านประธาน ที่เขาส่งร่างให้ท่านประธาน และท่านประธาน ก็ลงนามขอบรรจุวาระนี้ด้วยความเร่งรีบ ผมเรียนเลยว่ามาแบบมึน ๆ มาแบบงง ๆ ทุกครั้ง ที่จะมีการตัดบทท่านประธานสามารถมีความสามารถในเรื่องนี้มาก มานั่งปั๊บ กดไมโครโฟน ไฟแดงขึ้นพูดทันที และจบ เรายังไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง ผมก็อาย อายบรรดาสมาชิกเพื่อน ทั้งหลายว่าถ้าเขาถามแล้วจะตอบอย่างไร ว่าคดีนั้นเกี่ยวไหม คดีนี้เกี่ยวไหม นี่ประการที่ ๑

ประการที่ ๒ ไม่น่าเชื่อผมจริง ๆ กับทหารนี่ไม่ได้โกรธเคืองเลย แต่ขอ อนุญาตสักนิดเถอะ ท่านแสดงบทบาทจะเรียกว่าแสดงบทบาทบางทีก็เกินความจริง ท่านไม่ได้แสดงบทบาทเลย ท่านพลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน นี่ขอประทานอภัยจริง ๆ ถ้าไม่เอ่ยคนก็จะไม่รู้ว่าท่าน พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นกรรมาธิการคนหนึ่งผมเลย ต้องเอ่ย เอ่ยแล้วก็บอกท่านตรง ๆ เลย ท่านไม่มีบทบาทจริง ๆ ทั้งหมดทั้งหลายที่เสนอ กฎหมายกันมาเพื่อจะขอนิรโทษกรรมเพื่ออะไร มูลเหตุมันมาจากไหน อย่างไร ให้แสดง ความเห็นหน่อย ไม่เลยครับ นี่เป็นที่น่าน้อยใจมากสําหรับกรรมาธิการชื่อวิรัช ร่มเย็น คนนี้ ให้ท่านรับรู้ไว้ด้วย ท่านประธานครับ เมื่อผมบอกว่าการที่แสดงความเห็นของกรรมาธิการนี้ ไม่ชัด ผมยืนยัน ใครจะเถียงก็เถียง ไม่ชัดเจน เรื่องพวกมากลากไปเป็นอยู่แล้ว แต่ว่าผม นําเรียนท่านประธานว่ากรณีที่ผมแปรญัตติในชื่อร่าง พ.ร.บ. มีผลเหมือนกัน ร่างเต็ม ๆ เมื่อสักครู่อ่านให้ฟังแล้ว ผมแปรญัตติอย่างนี้ครับ เอาอีกครั้งก็ได้ครับท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. .... การชุมนุมคือเจตนาครับ ผมรับได้ครับ คนไปชุมนุมนี่ไปด้วยหลายสาเหตุ หลายประการ เขาขอให้ไป แล้วเขาเชิญไป แล้วผู้ชุมนุม ก็เห็นใจ เห็นว่ามีการชุมนุม มีการอภิปรายกัน ไฮด์ปาร์ก (Hyde park) กันไปฟังหน่อย สรุปแล้วผู้มาชุมนุมนั่งหรือยืนก็ตาม หรือจะอยู่อากัปกิริยาใดก็ตาม หลายท่านเขาไม่มีเจตนา เขาอยากจะมาฟังการพูดจา ผมไม่พูดนะครับ เท็จบ้าง จริงบ้าง บางคณะก็เท็จมากกว่าจริง บางคณะไม่มีความจริง บางคณะก็มีความจริง แต่ผมนําเรียนว่าที่เขามานั่งฟังด้วยความสนใจ ถือว่าเป็นประโยชน์ในทางการเมือง คนที่สนใจการเมือง แล้วมาสนใจ มานั่งฟังนักการเมืองก็ดี ผู้ที่อภิปราย ผู้ที่ปราศรัย ซึ่งในทางการเมืองเขาเรียกไฮด์ปาร์ก ก็ถือว่ามีประโยชน์ เพราะฉะนั้น คนเหล่านี้ผมรับได้ถ้าจะต้องนิรโทษกรรมให้ รับได้ แต่ท่านประธานครับ มีคนอีกจําพวกหนึ่ง ประเภทหนึ่ง ประเภทไม่ได้มาชุมนุม มาได้แต่ไม่มา อาศัยสื่อต่าง ๆ อาศัยหนังสือพิมพ์ อาศัยสื่อมวลชน อาศัยเทคโนโลยีระบบไอที (IT) ท่านประธานคงเข้าใจนะครับ แปลว่าไม่ว่า จะอยู่ในตําบลไหน อําเภอใด จังหวัดใด ประเทศใด ก็สามารถแสดงความเห็นมาได้ แล้วผลจาก การแสดงความเห็นของคนบางคน ท่านประธานต้องเข้าใจ มันมีผลต่อการชุมนุม มีผลต่อ การยั่วยุให้ผู้ที่ชุมนุมดําเนินการกระทําผิดกฎหมาย ท่านประธาน บางคนไม่ได้อยู่ในประเทศ อยู่ต่างประเทศ ไม่ต้องบอกว่าอยู่ในประเทศไหน ก็ไม่ต้องบอกอีกว่าเป็นใคร แต่เป็นที่รู้ใจกัน ถามว่าใครไม่รู้บ้างในที่นี้ กรรมาธิการก็รู้ ท่านสมาชิกทุกท่านก็รู้ อย่างนี้ครับ มีอีกหลายท่าน