สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ขัตติยา สวัสดิผล หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมและเรียกร้องความยุติธรรมให้กับครอบครัวที่เสียชีวิตจากการความรุนแรงในอดีต

นางสาวขัตติยา สวัสดิผล บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวขัตติยา สวัสดิผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคเพื่อไทย ใจจริงแล้วดิฉันตั้งใจที่จะอภิปรายในมาตรา ๓ เนื่องจากกรรมาธิการเสียงข้างมากมีการแก้ไข เพิ่มเติม แต่ในเมื่อผ่านมาตรา ๓ มาแล้วดิฉันก็ขอใช้สิทธิมาตรา ๔ ที่ได้มีการแก้ไข โดยดิฉัน จะขอย้อนกลับไปถึงมาตรา ๓ นิดหนึ่ง ดิฉันเข้าใจถึงสาเหตุของการออกร่างพระราชบัญญัติ นิรโทษกรรมฉบับนี้ และทางกรรมาธิการเสียงข้างมากก็แปรญัตติ ดิฉันก็ขอยอมรับตรง ๆ ว่า ดิฉันไม่ได้มีความพอใจในมติเสียงข้างมากของกรรมาธิการ เนื่องจากดิฉันได้สูญเสียบุพการีไป จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้น และไม่ว่าใครจะเป็นคนสั่งไม่ว่าใครจะเป็นผู้บงการ หรือว่าใครจะเป็นคนทํา นั่นหมายความว่ามือของท่านได้เปื้อนเลือดไปแล้ว และไม่ว่าท่าน จะทําความดีความชอบให้กับประเทศนี้มากมายขนาดไหน สิ่งความดีเหล่านี้ไม่สามารถ มากลบเกลื่อนรอยเลือดที่เปื้อนมือของท่านไปได้ ดิฉันไม่คิดเลยนะคะว่า ส.ส. พรรคฝ่ายค้าน จะไม่มีสามัญสํานึกขนาดนี้ พ่อเขาไม่ได้ตาย ลูกเขาไม่ได้ตาย พ่อเขาไม่ได้โดนยิงตาย ในเหตุการณ์ทางการเมืองเหมือนดิฉัน และอีก ๙๐ กว่าศพที่อยู่นอกสภาแห่งนี้ ดิฉันขอ เป็นคนเดียวในสภาแห่งนี้ ท่านประธานสมศักดิ์ ท่านรองประธานเจริญ ท่านรองประธาน วิสุทธิ์ไม่ใช่ผู้สูญเสีย ประธานกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมไม่ใช่ผู้สูญเสีย กรรมาธิการเสียงข้างมากไม่ใช่ผู้สูญเสีย กรรมาธิการเสียงข้างน้อยไม่ใช่ผู้สูญเสีย และ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านที่ตอนนี้อยากจะออกมาปกป้องเสื้อแดงกันนักก็ไม่ใช่ผู้สูญเสีย ส.ส. ที่นั่งอยู่ ในสภาแห่งนี้อีก ๔๙๐ กว่าคนก็ไม่ใช่ผู้สูญเสีย มีดิฉันคนเดียวที่อยู่ในสภาแห่งนี้ที่เป็น ผู้สูญเสียที่แท้จริง ท่านโห่กัน ดิฉันถามหน่อยค่ะ พ่อท่านถูกยิงตายหรือเปล่า ถ้าพ่อท่าน ถูกยิงตาย แล้วดิฉันบอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรือท่านรองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เป็นคนฆ่าพ่อท่าน ท่านจะเชื่อไหมคะ ดิฉันขอใช้โอกาสเดียว โอกาสสุดท้ายที่ดิฉันมีในสภา แห่งนี้ที่จะทําหน้าที่ลูกกตัญญูที่จะเรียกร้องหาผู้ที่ฆ่าพ่อฉัน ดิฉันฝากไปยังกรรมาธิการว่า ให้ลองทบทวนอีกครั้งหนึ่ง ดิฉันรู้ว่าการพูดในวินาทีสุดท้ายอาจจะไม่ช่วยอะไรได้ แต่อย่างน้อย ดิฉันขอใช้สถานที่แห่งนี้เรียกความยุติธรรมและต่อต้านความอยุติธรรมที่เกิดขึ้น ถ้าท่านประธานยังรู้ถึงเหตุการณ์เมื่อปี ๒๕๑๘ และปี ๒๕๑๙ ได้มีครอบครัวของดอกเตอร์ บุญสนอง บุณโยทยาน ท่านก็ถูกยิงตายเหมือนคุณพ่อดิฉัน และสุดท้ายก็มีการนิรโทษกรรม ให้กับคนที่ฆ่าเขา ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของเขาเต็มที่แล้วค่ะ ดิฉันเข้าใจความรู้สึกของ ครอบครัวเขาแล้วว่ารู้สึกอย่างไร เพราะดิฉันในตอนนี้ก็ยังตกอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น ดิฉันขอให้ครอบครัวของฉันเป็นเหยื่อในเหตุการณ์อย่างนี้เป็นครั้งสุดท้าย ขอให้เรื่องของ ครอบครัวดิฉันเป็นอุทาหรณ์ให้ทั้งพรรคฝ่ายรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน และดิฉันหวังว่า ถ้ากฎหมายนิรโทษกรรมฉบับนี้มันมีผลได้จริง ทําให้ประชาชนหันหน้าเข้าหากันและมีความ ปรองดองเกิดขึ้นอย่างแท้จริง เสียงดิฉันเสียงเดียวในสภาคงไม่สามารถที่จะสู้เสียงข้างมากได้ แต่อย่างน้อยในวันนี้ค่ะดิฉันได้ทําหน้าที่ลูกที่จะปกป้องสิทธิของพ่อและเป็นตัวแทนของ อีก ๙๐ กว่าศพที่อยู่นอกสภาแล้ว ที่ได้เรียกร้องความเป็นธรรมและที่จะต่อต้านความ อยุติธรรมในสภาแห่งนี้ การจะนิรโทษกรรม ท่านกรรมาธิการคะ เราไม่ควรจะทิ้งคําถามไว้ ในใจประชาชนว่าใครเป็นคนฆ่า ถึงแม้ทุก ๆ คนจะรู้อยู่เต็มอกว่าสถานการณ์เช่นนั้นใครเป็น คนฆ่าเขา ดิฉันจะไม่ขอต่อล้อต่อเถียงนะคะกับเสียงนกเสียงกาฝ่ายค้านที่พูดอยู่ตอนนี้ เพราะอย่างที่ดิฉันบอกไปค่ะ เขาไม่ได้สูญเสียพ่อ ไม่ได้สูญเสียลูก ไม่ได้สูญเสียบุพการี หรือสมาชิกในครอบครัวของเขาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเขามาเป็นดิฉันมันไม่ง่ายเลย ดิฉันต้องถูกตราหน้าว่าเหยียบศพพ่อขึ้นมายืนอยู่ในสภาแห่งนี้ แต่ถ้าเกิดท่านเป็นดิฉัน ท่านเลือกได้ท่านไม่มีทางอยากสูญเสียบิดาไปเป็นแน่นอนค่ะ และท่านไม่มีทางรู้ค่ะว่า การอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ที่จะต้องยืนอย่างโดดเดี่ยวโดยไม่มีพ่อและแม่มันลําบาก ขนาดไหน ท่านลองโดนพ่อยิงตายดูสิคะแล้วท่านจะรู้ว่ามันรู้สึกอย่างไร ดิฉันอยากหาคนที่ ฆ่าพ่อของดิฉันต่อไปค่ะ และฉันขอสาปแช่งผู้ที่บงการ ผู้ที่สั่งการ และคนที่ฆ่าพ่อของดิฉันว่า ถึงแม้ดิฉันตายไปในชาตินี้จะไม่สามารถหาคนที่ทําพ่อของดิฉันได้ แต่เชื่อว่าบาปกรรม จะสามารถตามทันทําให้คนที่ทําไม่มีความสุขค่ะ ดิฉันขอฝากไว้แค่นี้ และขอพูดแทนญาติ ผู้เสียชีวิตอีก ๙๐ กว่าศพค่ะ ขอบคุณค่ะ