สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

ชวน หลีกภัย เสนอแนะให้พิจารณาคำแปรญัตติในกฎหมายพิเศษ โดยให้ผู้แปรญัตติมีสิทธิ์พูดและชี้แจงคำแปรญัตติของตนเอง และเรียกร้องการปฏิบัติตามหลักการที่ถูกต้องในการประชุม เพื่อให้สมาชิกสภาได้รับสิทธิในการพูดในสภาอย่างเท่าเทียมกัน

นายชวน หลีกภัย บัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นเล็กน้อย สิ่งแรกก็คือเห็นใจท่านประธานทั้ง ๒ ท่าน เพราะว่าท่านก็อาจจะไม่เคยพบกระบวนการบางอย่าง ที่เราประชุมสภากันมาหลายสมัย แต่ว่าอย่างไรก็ตามสิ่งที่เราผิดพลาด ซึ่งผมเชื่อว่า ท่านประธานก็มองเห็น คือเราไปตัดสิทธิคนแปรญัตติ แต่เรื่องนี้ต้องขออนุญาตท่านประธาน ที่จะทําความเข้าใจก่อนว่ากฎหมายแต่ละฉบับนั้นผู้แปรญัตติจะมีไม่เท่ากัน อย่าไปกังวลว่า ทําไมผู้แปรญัตติมากมันจะต้องพิจารณาใช้เวลาหลายวัน ความจริงแล้วกระผมเองไม่ค่อย แปรญัตติ แต่กฎหมายฉบับนี้กระผมก็ขอแปรญัตติเพราะว่าเป็นกฎหมายพิเศษที่มีความสําคัญ ดังนั้นไม่ได้แปลกอะไรที่ผู้แปรญัตติเป็นร้อย ซึ่งถ้ากรณีเช่นนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่า คงจะใช้เวลามากกว่ากฎหมายธรรมดา กฎหมายบางฉบับท่านประธานจะเห็นว่ามีผู้แปรญัตติ ไม่กี่คนครับ ๔-๕ คน พิจารณารวดเดียว ๑๐ มาตราก็บางทีไม่ถึงชั่วโมงก็จบไปแล้ว แต่กฎหมายบางฉบับ ๑ มาตราใช้เวลากันเป็นวัน อันนี้คือสิ่งแรกที่ต้องทําความเข้าใจว่า มันไม่เหมือนกันแต่ละฉบับ แล้วแต่เราจะให้ความสําคัญ ฉบับนี้ประธานก็เห็นได้ชัดว่ารัฐบาล และสภาก็ให้ความสําคัญถึงขนาดนัดประชุมเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นสมาชิกก็แปรญัตติมาก สมาชิกเหล่านั้นถ้าเขาติดใจเขาต้องมีสิทธิครับ ท่านประธานครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องอภิปราย ในวาระที่หนึ่ง กรณีเช่นนั้นอย่างที่ท่านประธานเคยพูดว่าไม่ใช่หมายความว่าทุกคนจะได้พูด ถูกต้องครับ ยกมือ ๑๐๐ คนอาจจะได้พูดสัก ๓๐ คน ๔๐ คนก็เป็นไปได้ ปิดอภิปรายก็เป็น สิทธิ แต่กรณีที่เป็นการแปรญัตติเราตัดเขาไม่ได้นะครับท่านประธานครับ เราตัดเขาไม่ได้ ถ้าเขาติดใจ เพราะเขาเป็นผู้แปรญัตติ และกรรมาธิการไม่เห็นด้วย และบอกให้เขาสงวนไว้ สงวนเพื่ออะไร สงวนมาเพื่อไม่ให้พูด ไม่ใช่วัตถุประสงค์อันนั้น สงวนเพื่อเขาจะได้มีสิทธิ กลับมาชี้แจงว่าคําแปรญัตติของเขามีน้ําหนักอย่างนี้ครับ ขอที่ประชุมสภาส่วนใหญ่พิจารณาว่าคําแปรญัตติเขามีเหตุผลพอไหมที่สภาจะเปลี่ยนจาก ความคิดกรรมาธิการมาเป็นของสภาที่แท้จริง เพราะฉะนั้นหลักอันนี้เป็นสิ่งแรกที่ผมต้อง กราบเรียนย้อนกลับว่า เราพลาดเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น ความจริงผมฟังเสียงท่านประธาน ทั้ง ๒ ท่าน ผมก็รู้ว่าท่านรู้สึกว่ามันไม่ค่อยเหมือนที่เราเคยเห็นมา อันนั้นสิ่งแรกคือสิ่งที่เรา ผิดพลาด เพราะฉะนั้นกระผมขอเสนอแนะว่า

๑. ผู้แปรญัตติต้องมีสิทธิได้พูดครับ ถึงมันจะเสียเวลาไปบ้างแต่นั่นเป็นสิทธิ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญหรือตามข้อบังคับ เขาไม่ติดใจกระผมเชื่อบางคนเขาไม่ติดใจ เช่น มีผู้แปรญัตติ ๑๐ คน อาจจะมีคนพูด ๕ คน ที่เหลืออาจจะได้คิดว่าประเด็นตัวเองซ้ําแล้ว เขาไม่อยากพูดก็เป็นได้ อย่างนั้นก็ไม่มีปัญหา แต่เขายังติดใจยังไม่ได้พูดเขาต้องมีสิทธิได้พูด คุณไชยวัฒน์เขาเสียสิทธิไปโดยการปิดอภิปราย เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนว่านอกจาก ประเด็นนี้แล้ว ประเด็นต่อไปที่แนวทางปฏิบัติของเราเราจะไม่ทําก็คือระหว่างที่เพื่อน อภิปรายเรายกมือขึ้นขอปิดการอภิปราย อันนี้ไม่มี ทําไม่ได้ครับ อย่างที่ท่านประธานวิสุทธิ์ พูดถูกต้องแล้วว่าทําไม่ได้ เพราะระหว่างที่อภิปรายอยู่แล้วยกมือขึ้นปิด เพื่อนยังอภิปราย ไม่เสร็จ ไม่ได้ครับ หรือยกมือประท้วง แล้วปิดอภิปรายก็ไม่ได้ครับ จะปิดอภิปรายได้ต่อเมื่อ ประธานชี้ให้ลุกขึ้นมาเพื่อเสนอญัตติ ไม่ใช่เขาประท้วงแล้วปิดอภิปรายจะเป็นคนละเรื่องกัน อันนั้นกระผมคิดว่าลําดับประมาณ ๓-๔ เรื่องนี้ครับ ถ้าเราทบทวนยึดแนวหลักที่ถูกต้อง ปัญหามันก็จะจบลง แต่ว่าถ้าเราไม่ยุติในแนวทางที่ถูกต้องปัญหาก็จะติดตามมาตลอดเวลา แล้วในที่สุดก็จะไม่จบสิ้นจะมีผู้แปรญัตติ แล้วทําไมคนอื่นอภิปรายแล้วมีผู้ปิดอภิปรายทําได้ คนอื่นก็เอาบ้าง เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่าแนวที่เราจะทําให้การประชุมของเราเป็นไปโดย ราบรื่นก็คือยึดหลักการที่ถูกต้อง แล้วให้สิทธิที่ถูกต้อง อาจจะรู้สึกว่าพูดซ้ํา อันนี้เป็นอํานาจ ประธานแล้วครับท่านครับ ถ้าเห็นว่าบางท่านพูดซ้ําประเด็นมากเกินไปประธานจะตัดอันนี้ ก็เป็นสิทธิท่านประธานที่จะวินิจฉัย อันนี้ไม่ใครไปล่วงละเมิดท่านได้แต่ว่ากรณีที่เขามีสิทธิ แล้วประธานเกรงใจ แล้วไปตัดสิทธิเขาโดยเกรงใจอีกฝ่ายหนึ่งว่าเขาขอเสนอปิด ความจริง กระผมเห็นว่าท่านประธานมีความเห็นและถูกต้องว่ามันไม่ควรจะทําได้ แต่อาจจะด้วยว่า เกรงใจว่าเมื่อมีผู้เสนอปิดแล้วก็ต้องปิดก็เลยทําให้สิทธิอันนั้นเสียไปแล้วก็จะมีปัญหาต่อ กฎหมายฉบับนั้นว่ากระบวนการพิจารณากฎหมายฉบับนั้นถูกต้องหรือไม่ อันนี้เป็น อีกประเด็นที่อยากจะขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อทําความเข้าใจ กระผมคิดว่ามีเวลาที่จะ ทบทวนเพื่อให้เกิดความราบรื่นในการประชุม อย่าไปกังวลเรื่องเวลาครับท่าน กระผมคิดว่า เวลานั้นเราสามารถที่จะให้ได้กับกฎหมายที่มีความสําคัญฉบับนี้ เพียงแต่เรายึดหลักการ ที่ถูกต้องก็แล้วกัน แล้วประธานจะต้องไม่มาติดกับอยู่กับสิ่งที่ไปสักพักหนึ่งก็ย้อนกลับมา ที่เดิม ไปสักช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ย้อนกลับมาที่เดิม เพราะมันไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้น เพราะฉะนั้นอยากจะให้กลับไปทําสิ่งที่ถูกต้อง กระผมเห็นใจท่านประธานทั้ง ๒ ที่พยายาม ทําหน้าที่ครับ ขอบพระคุณครับ