สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระนอง หารือเรื่องร่างกฎหมายที่มีความผิดปกติและขัดกับคําปรารภ และเรียกร้องให้ดำเนินการแก้ไข

นายวิรัช ร่มเย็น กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ วิรัช ร่มเย็ม พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อยครับ ท่านประธานครับ ผมได้ขอสงวนไว้เช่นเดียวกันก็คือว่าในเรื่องของชื่อร่าง คําปรารภ และมาตรา ๑ นะครับ เรื่องชื่อร่างนั้นได้อภิปรายไปแล้ว แต่ว่าการสงวนของกระผมทั้ง ๓ เรื่องนี้ใช้ข้อความเดียวกัน เลยครับ แต่เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับก็ขออนุญาตอภิปรายต่อเติมจากชื่อร่างสักเล็กน้อย ท่านประธานที่เคารพครับ คําปรารภนี้ จริง ๆ แล้วเป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก แต่จะสําคัญ แค่ไหนก็ตามกรรมาธิการที่ไปทํากฎหมายฉบับนี้ต้องคํานึงให้มาก และต้องเข้าใจในคําปรารภ ของกฎหมายในฉบับนี้ ผมเห็นว่าข้อความที่เขียนอยู่ในคําปรารภนี้ โดยที่เป็นการสมควร มีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ฟังดูดีครับ ถ้าคณะกรรมาธิการได้ดําเนิน การประชุม แล้วตีความคําปรารภนี้อย่างตรงไปตรงมาครับ กฎหมายฉบับนี้ก็จะไม่อัปลักษณ์ กฎหมายฉบับนี้ขณะนี้ถือว่าเป็นกฎหมายที่อัปลักษณ์ และอัปยศด้วยซ้ําไป เพราะอะไร เพราะคําปรารภเขาบอกชัดครับ โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่ง กระทําความผิดเนื่องจากภาษาไทยไม่ต้องแปลให้ยากเลยครับ เนื่องจากการชุมนุม ทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน แต่ไปดูเนื้อหาในมาตรา ๓ เถอะครับ ผมเพียงแต่เอ่ยอ้างแค่นั้นยังไม่ได้ลงลึกไปในมาตรา ๓ เพราะเดี๋ยวจะถึงเวลา มาตรา ๓ จะอภิปรายอีก ผมนําเรียนว่ากรณีที่บอกว่ามาตรา ๓ นั้นเขียนก้ําเกินคําปรารภ ไปมากที่เดียวท่านประธาน ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่ากรณีของมาตรา ๓ นี้อย่างที่ ผมพูดเมื่อก่อนหน้านี้ เป็นคณะกรรมาธิการไม่กี่คณะหรือจะเป็นคณะเดียวก็ได้ ที่เวลาแปรญัตติกฎหมายแล้ว แปรญัตติไม่ได้ แปรญัตติไม่เรียบร้อย กรรมาธิการถามต่อไม่ได้จริง ๆ ผมไม่ย้ํามากแล้ว จะไปพูดในมาตรา ๓ อีกครั้งหนึ่ง แต่บอกว่ามันหลายเรื่องครับที่ผู้แปรญัตติหรือคณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากยอมรับแล้วรับเอาคําแปรญัตติของคุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นี้ มาเป็น คําแปรญัตติของคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมรับไม่ได้เลย ท่านประธานครับ หลาย ๆ เรื่องที่ ผมอภิปรายไปแล้ว ผมกราบเรียนเลยว่าหลักสําคัญเรื่องการเผาบ้านเผาเมือง ซึ่งไม่ใช่เป็น คําที่แปลกประหลาด ไม่ใช่เป็นคําที่น่ากลัวเลย ฟังแล้วน่ากลัว แต่ไม่ใช่เป็นคําต้องห้ามว่า อย่างนั้นเถอะ เผาบ้านเผาเมือง ฆ่าประชาชน อันนี้ทําไม่ได้ครับ ตามคําปรารภนี้มันทําไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องของการชุมนุมเท่านั้นนะครับ และชุมนุมนั้นโดยหลักท่านประธานทราบดี มันเป็นเรื่องของการที่ชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ เมื่อไม่มีอาวุธก็ไม่สามารถจะไปก่ออะไร ที่ทําให้บ้านเมืองเสียหายได้ ท่านประธานครับ คําปรารภที่ผมว่านี้ ผมก็ขออนุญาต ตัดเช่นเดียวกันกับชื่อร่าง คือในตอนท้ายของคําปรารภนี่ผมก็ตัดว่ากรณีที่ผมนําเรียนว่า ที่บอกว่าโดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยนิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจาก การชุมนุมทางการเมือง ผมเอาแค่นี้ครับ ส่วนการแสดงออกทางการเมืองของประชาชน ซึ่งผมย้ําเมื่อสักครู่ว่ามีความสําคัญครับ อยู่ที่ไหน ๆ ก็สามารถที่จะพูดผ่านระบบไอที (IT) ได้ แล้วทําให้ผู้ที่ชุมนุมนี้เกิดมีอารมณ์ แล้วก็สามารถจะทําผิดกฎหมายได้ แต่ทั้งหมดทั้งหลาย ท่านประธานครับ วันนี้ผมพูดด้วยความเห็นของผมส่วนตัวนะครับ กรรมาธิการชุดนี้ผม เอ่ยอ้างมาก เพราะผมนั่งประชุมอยู่มากที่สุดนะครับ ทุกครั้งผมพยายามที่จะรับฟังว่า แต่ละท่าน บางท่านก็เป็นนักกฎหมาย บางท่านไม่ได้เป็น แต่จะเป็นนักกฎหมายหรือไม่ก็ตาม วิญญูชนย่อมมีอยู่ในหัวใจของแต่ละท่าน ของทุกคน วิญญูชนคือความเห็นของผู้คนที่ ความเห็นนั้นเป็นความเห็นที่ถูกต้อง เขาเรียกว่าความเห็นวิญญูชน แต่คณะนี้ไม่แกล้ง ก็เหมือนแกล้ง หลายท่านแสดงออกชัดว่าไม่เข้าใจ ทําเป็นไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่หลายท่านนั้น ก็จบกฎหมาย เรียนกฎหมายมา ผมอยากจะนําเรียนว่าแต่ละมาตราที่ได้ผ่านการรับรองของ คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมต้องใช้คําว่าเสียงข้างมาก พวกผมไม่รับรอง ท่านประธานครับ มันบ่งบอกว่าต่อไปนี้ปัจจุบันและในอนาคตประเทศไทยนี้จะเป็นสวรรค์ของคนโกง จะเป็น สวรรค์ของนักฆ่า ใครโกง ใครฆ่า มาอยู่ประเทศไทยพ้นความผิดหมดเลย ท่านลองอ่านดูครับ นี่เป็นการแปรญัตติกฎหมายที่ขัดกับคําปรารภอย่างชัดเจน ผมจะพูดรายละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ในมาตรา ๓ สําหรับเรื่องคําปรารภผมขออนุญาตเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ