วิรัช ร่มเย็น กล่าวถึงการนำเสนอพระราชบัญญัติ และการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒ เพื่อให้พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับตั้งแต่พ้นกําหนด ๑ ปี นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัช ร่มเย็น พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดระนอง ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ทุกครั้งที่ขึ้นมาอภิปรายในวันนี้ ผมก็ต้องมองหน้าประธานกรรมาธิการ มองหน้าเจ้าของผู้แปรญัตติให้เป็นร่างที่ได้แนบมากับรายงานของคณะกรรมาธิการ ผมไม่ลืมจริง ๆ คนชื่อประยุทธ์ ศิริพานิชย์ นี่ลืมยาก ถ้าท่านประธานมาอยู่ในบรรยากาศที่ได้ นั่งประชุมกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เห็นอากัปกริยาของแต่ท่าน แต่ละคน โดยเฉพาะของ ท่านประยุทธ์ ท่านประธานก็จะพูดแบบผมนี่แหละ จะจดแบบผมนี่แหละ จําไปจนวันตาย ในวันที่ท่านแปรญัตติแล้วมีข้อความตามที่ท่านปรารถนาตามที่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากต้องการเสร็จสรรพเรียบร้อย ผมก็บอกท่านว่าพี่เตรียมตัวเลยเดี๋ยวจะมี รางวัลแน่ คุณประยุทธ์บอกกับผมว่าวันไหนที่พี่รับตําแหน่งนะวิรัชพี่เป็นหมาเลย ผมเตือนสติ ให้จําไว้เท่านั้นว่าพูดอะไรกับผมไว้ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ มันมีสิ่งบอกเหตุมีสิ่งผิดปกติมากมายหลายประการพูดคืนนี้ทั้งคืนไม่จบครับ ผมเรียน ท่านประธานนะครับ ยังย้ําอยู่เสมอว่าเรื่องของคณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นประวัติศาสตร์ จริง ๆ ครับ ที่เขาใช้คําบอกว่าลุกลี้ลุกลนสมัยก่อนผมมีความรู้สึกว่าใช้คําเกินไป ใครนะที่ ลุกลี้ลุกลน แต่ไปเจอในคณะกรรมาธิการชุดนี้นะท่านประธาน ผมเชื่อแล้วยิ่งกว่าลุกลี้ลุกลน จะใช้คําอะไรไม่รู้เปิดพจนานุกรมก็ไม่เจอ ท่านประธานครับ ขอให้ผมได้พูดเถอะเรื่องนี้ ท่านกรรมาธิการทุกท่านที่เป็นเสียงข้างมากจะรู้ดี เช่นเดียวกับที่ผมแปรญัตตินี้ เราเตือน นะครับท่านประธาน เตือนว่ากฎหมายถ้าตามปกติแล้วใช้บังคับทันที ผมก็พอทราบ ถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไปอย่างนี้ แต่บอกว่ากฎหมายฉบับนี้ กรรมาธิการเสียงข้างน้อยทุกท่านพยายามจะติง พยายามจะบอกว่าอย่าทําอย่างนั้นเลย เพราะมีปัญหาอีกมากมายหลายประการ การจะปล่อยคนออกไปตามกฎหมายนี้นะครับ ไม่ใช่ของง่ายนะครับ ระเบียบกฎกติกาต่าง ๆ ต้องติดต่อติดประสานงานกับหน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องซึ่งแน่นอนครับ ไม่ใช่มีหน่วยเดียวมีหลายหน่วย แล้วขั้นตอนการดําเนินการ ตามระบบราชการไม่ใช่ของง่าย ๆ เราพยายามเตือน พยายามถาม พยายามบอกว่า ให้กําหนดระยะเวลาไว้เวลาหนึ่งเถอะอย่าถึงกับบอกว่ากฎหมายใช้ในวันรุ่งขึ้นหรือใช้ตั้งแต่ วันประกาศราชกิจจานุเบกษา เช่น กฎหมายทั่วไปเพราะมันพิเศษจริง ๆ เวลานัดประชุม ท่านประธานถึงใช้ คําว่า นัดพิเศษ เห็นไหมครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๒ นี้ ผมได้ แปรญัตติแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒ เดิม ก็บอกว่าพระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป เขียนไว้อย่างนี้ครับ ผมก็ขออนุญาตว่าผมแก้ไข เพิ่มเติมเป็นดังนี้ครับ มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ ขอโทษ ให้ใช้บังคับตั้ง ขอประทานอภัยครับ ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด ๑ ปี นับแต่วันถัดจากวันประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป หลายท่านฟังแล้วตกใจไหมตั้งปีหนึ่ง แต่ท่านประธานครับ กรุณาตามผมมาท่านประธานจะมีความรู้สึกว่ามันก็เป็นไปได้ ที่ต้องใช้ระยะเวลาขนาดนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานนะครับ ผมบอกว่ากรณีที่บอกว่า ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกําหนด ๑ ปี นับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ถ้าหากว่ากฎหมายฉบับนี้มีโอกาสได้ใช้ แต่ผมภาวนาว่าอย่าเป็นเช่นนั้นเลย ท่านประธานครับ วัน เวลา ที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้มีหนังสือไปยังหน่วยราชการงานต่าง ๆ เพื่อขอให้ ส่งเอกสารเข้ามา ท่านประธานครับ ไม่ได้รับการตอบสนอง ที่บอกว่าไม่ได้รับการตอบสนอง นั้นคืออะไรครับ หมายความว่าท่านประธานมีหนังสือไปเขามีหนังสือตอบมาว่าหนังสือ กระชั้นชิด ไม่สามารถจะส่งเอกสารตามที่คณะกรรมาธิการขอได้ ซึ่งขอไปในนามของ ประธานคณะกรรมาธิการ ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ต้องขอไปทําให้โอกาสเขา เขาบอกระยะเวลา ที่ส่งหนังสือมานี่มันกระชั้นชิดเหลือเกิน ก็ตอบมานะครับ แต่ว่าตัวท่านประธานก็ดี ตัวกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ดี ท่านมีความรู้สึกว่าเมื่อไม่ส่งมาตามกําหนดก็เลยไม่สนใจ ผมใช้คํานี้ครับ เพราะผมติดตามอยู่ตลอด ท่านประธานครับ หน่วยงานต่าง ๆ ที่ ท่านประธานได้มีหนังสือหรือขอไปนี่นะครับท่านประธาน ผมกราบเรียนเลยครับ ไม่ได้ ให้ความสนใจ ไม่ได้ให้ความสนใจเพราะอะไรครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วผมกราบเรียน ได้เลยครับ คณะรัฐมนตรีทําตัวเหมือนท่านนายกรัฐมนตรีเปี๊ยบ นั่นก็คือไม่สนใจที่จะมา รับฟัง เขาบอกว่าผู้ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้มาชี้แจงแสดงความคิดเห็นมีใครครับ พลตํารวจเอก ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี คุณวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรี ประจําสํานักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการ คณะกรรมการกฤษฎีกา จริงอยู่ครับ ท่านอาจจะอ้างว่ามีกฤษฎีกาบางท่านอยู่ใน คณะกรรมาธิการแล้ว แต่ก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์เท่าเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ท่านเหล่านี้ ไม่ได้ให้ความสนใจ เราจะได้ถามถ้าให้ความสนใจกฎหมายฉบับนี้มันจะกระจ่างขึ้น ท่านประธาน จะเห็นชัดว่าเราจะบังคับที่ผมแปรญัตติว่าต้อง ๑ ปีแล้วนี่นะครับ หลังจากนั้น ๑ ปีถึงจะบังคับ จะมีเหตุมีผลมารองรับให้ท่านได้เห็นเป็นประจักษ์ แต่อย่างไรก็ตาม ผมขออธิบายท่านประธานครับ ท่านประธานครับ มีหลายคดีครับท่านประธาน ที่ผมจะต้อง กราบเรียนท่านประธานว่าในกรณีที่ถ้าเป็นคดีที่จะต้องติดตามหรือพิสูจน์ทราบก่อนที่จะ ปล่อยผู้ต้องหาหรือจําเลยไปนี่ ท่านประธานครับ ขออนุญาตนะครับ สมมุติว่าเป็นความผิด เกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายตามประมวล กฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ และมาตรา ๑๓๕/๔ หรือความผิดเกี่ยวกับการก่อให้เกิดภยันตรายต่อประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๑๗ มาตรา ๒๑๘ มาตรา ๒๑๙ มาตรา ๒๒๐ มาตรา ๒๒๑ มาตรา ๒๒๒ มาตรา ๒๒๓ มาตรา ๒๒๔ และมาตรา ๒๒๕ และ มาตรา ๒๒๖ ความผิดเกี่ยวกับชีวิต และร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๑ ความผิดต่อชีวิตมาตรา ๒๘๑ ถึง มาตรา ๒๙๔ และหมวด ๒ ความผิดต่อร่างกาย มาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา ๓๐๐ อย่างนี้ครับ อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา ความผิด ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๔๒ ความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ ๒๕๔๒ ความผิดเกี่ยวกับการปกครองประมวลกฎหมายอาญา หมวด ๒ ต่อตําแหน่งหน้าที่ราชการ มาตรา ๑๔๗ ถึงมาตรา ๑๖๖ และความผิดตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ๒๕๕๐ ที่ผมเอ่ยอย่างนี้นี่ท่านไปดูร่างมาตรา ๓ สิครับ เขาบอกว่าองค์กรที่จัดตั้งโดย คมช. ก็แล้วกัน เอาคําง่าย ๆ นี่เป็นคําพูด นี่เป็น ข้อความที่คุณประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ได้ประดิษฐ์ขึ้น แล้วคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก สอดรับประสานเสียงกันเห็นชอบ เราค้านแล้ว เสียงข้างน้อยทุกท่านพยายามอธิบายเหตุผล ชี้แจงแสดงเหตุผล แต่สิ่งที่เราได้รับคําพูดจากคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากคืออะไร รู้ไหมครับ ท่านบอกว่า เอาละ ไม่ต้องพูดกันมาก ไปพูดในสภาผู้แทนราษฎรก็แล้วกัน ผมก็ขออนุญาตพาดพิงคุณธนานิดหนึ่ง ที่ท่านพูดนั้นถูกแล้ว คุณธนาพยายามจะอธิบาย อย่างไรครับ พยายามอธิบาย พยายามจะแสดงเหตุ แสดงผลตามที่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากแนะนํา เวลาเราจะอธิบายในคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการก็จะบอกเลย แต่ละคนจะช่วยกันพูด หมายถึงฝ่ายเสียงข้างมาก พอแล้ว ไปพูดในสภาผู้แทนราษฎร แต่พอเข้าสภาผู้แทนราษฎรท่านประธานเห็นไหมครับ ท่านประธานคนเมื่อกี้ที่ลงไปนี่ แล้วตัวท่านประธานเองก็เห็นประจักษ์อยู่แล้ว ก็พยายามอีกครับ บอกว่านี่มันวาระที่สองนะ