วัชระ เพชรทอง เสนอญัตติและเรียกร้องให้ท่านประธานอนุญาตอ่านเอกสารที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเสนอร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรมที่มีข้อความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้สิทธิแห่งรัฐธรรมนูญ โดยเน้นย้ำถึงการนิรโทษกรรมประชาชนที่ชุมนุมทางการเมืองโดยปราศจากอาวุธ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สงวนคําแปรญัตติในมาตรา ๑ ไว้ และในมาตรานี้มีเพื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งสิ้น ๑๒๔ ท่าน ได้สงวนคําแปรญัตติ แต่คงจะไม่อภิปรายครบทุกคน แต่ผู้อภิปรายบุคคลสําคัญที่จะอภิปรายหลังจากผมได้ อภิปรายจบไปนั้น จะมีท่านอาจารย์อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ท่านหัวหน้าพรรค ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๕ ชั่วโมง นั่นคือฉายานะครับ ท่านจะไม่อภิปราย ๕ ชั่วโมง ที่สําคัญครับ ท่านประธานจะมีท่านชวน หลีกภัย ซึ่งผมเห็นชื่อท่านแปรญัตติในมาตรานี้ ผมก็อยากฟัง ท่านชวน หลีกภัย ผมจะอภิปรายไม่นาน ท่านประธานครับ ในกฎหมายฉบับนี้ที่ผมได้ แปรญัตติ แต่ก่อนที่ผมจะอภิปรายนั้นผมได้ทําหนังสือถึงท่านประธานเพื่อขออ่านเอกสาร ประมาณ ๑๐ บรรทัด ส่งไปถึงท่านประธานแล้ว ท่านประธานจะอนุมัติหรือไม่ กรุณาบอก ผมลงมาด้วยนะครับ
อย่างไรก็ตาม ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้อนุมัติภาพจํานวนหนึ่ง ให้ผมได้แสดงภาพต่อที่ประชุมแห่งนี้ และภาพที่ท่านไม่อนุญาตก็อยู่ที่ท่าน ๓ ภาพ ผมก็ไม่ว่า อะไรนะครับ ท่านอนุญาตเท่าไรผมก็แสดงเท่านั้น ขอขอบคุณท่าน ท่านประธานครับ ปรากฏว่าในการพิจารณาของกรรมาธิการ แม้กระทั่งคุณหมอเชิดชัยเองครับ ได้หยิบยก หนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมา ซึ่งเป็นหนังสือที่หนามาก จัดทําโดยรายงานของนักวิชาการที่ใช้นาม ในทํานองที่ว่ากลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อที่จะให้ที่ประชุมได้พิจารณา จนกระทั่งพิจารณาจบครับ หนังสือเล่มดังกล่าวก็ไม่มีการเสนอเข้ามาในที่ประชุมให้ที่ประชุมได้พิจารณา หรือแม้แต่ผม ได้เสนอให้นําหนังสือของสมาคมนักข่าวและหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยที่ชื่อหมายเหตุ ประเทศไทย เล่มนี้ท่านประธานครับ ซึ่งได้รวบรวมเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่เรากําลัง จะออกกฎหมายนิรโทษกรรมนี้ครับ ก็ไม่ปรากฏว่าประธานกรรมาธิการใส่ใจในการที่จะ นํามาให้กับทุกท่านแต่อย่างใด ผมก็เสียดาย ท่านประธานที่เคารพครับ มีรายงานของ คอป. ซึ่งระบุชัดเจนว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นบ้าง และรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ ทั้ง ๒ เล่ม นี้ก็เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสังคม ซึ่งผมจะไม่พูดถึงรายละเอียด แต่อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน มีการระบุว่ามี การวางแผนฆาตกรรมครับ โดยใช้แสงเลเซอร์ (Laser) ท่านประธานครับ ใช้แสงเลเซอร์ชี้เป้า ก่อนที่จะปาระเบิดเข้าไปสังหารพันเอก ร่มเกล้า ธุวธรรม ปรากฏอยู่ในรายงานหน้า ๔๘ ท่านประธานครับ ถึงขั้นที่มีการฆาตกรรมมีการวางแผนโดยใช้อาวุธสงคราม และผมได้ แปรญัตติไว้ดังนี้ครับ ในมาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า พระราชบัญญัตินิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทําความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของ ประชาชน และผมได้เพิ่มเติมข้อความดังต่อไปนี้ ผมได้เพิ่มเติมข้อความว่า การใช้สิทธิแห่ง รัฐธรรมนูญ โดยไม่ใช้อาวุธสงคราม ไม่ปล้น ไม่ฆ่า ไม่เผา ไม่โกง ไม่คืนเงินแผ่นดิน ๔๖,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่ผู้ทุจริตเป็นนิสัยโดยไม่ละอายต่อบาป นี่แหละต้นไม้พิษ ที่แท้จริง ตื่นเถิดชาวไทยอย่าให้โจรปล้นแผ่นดิน พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมจบ คณะนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง ครูบาอาจารย์ผมก็สอนไว้ สามารถแปรญัตติ ชื่อร่างพระราชบัญญัติได้ เพราะยกตัวอย่างเช่น มหาวิทยาลัยรามคําแหงในขณะนั้น ก็มีการเสนอชื่อให้ใช้ชื่อมหาวิทยาลัยรัตนโกสินทร์ และมีการโหวตกัน ท่านประธานครับ ในที่สุดก็ได้ใช้ชื่อมหาวิทยาลัยรามคําแหง เพราะฉะนั้นการแปรชื่อร่างพระราชบัญญัติ จึงได้มีมาโดยตลอดนับแต่สภาแห่งนี้ได้มีขึ้น
ท่านประธานครับ ที่ผมได้แปรญัตติดังกล่าวนี้ด้วยเหตุผลที่ว่าถ้าเราจะ นิรโทษกรรมให้กับพี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ที่ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญตามมาตรา ๖๓ นั้น เราต้องให้กับประชาชนที่ซึ่งมาชุมนุมทางการเมืองโดยปราศจากอาวุธ ซึ่งรัฐธรรมนูญ ได้ให้สิทธินั้นไว้ พี่น้องประชาชนจึงมีสิทธิชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นที่อุรุพงษ์ หรือสามเสน หรือบางสะพาน หรือที่ใดก็ตาม สามเสนก็กําลังจะเปลี่ยนชื่อเป็นสามแสนแล้วครับ ท่านประธาน เพราะคนมากขึ้นเรื่อย ๆ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้อนุญาต ให้ผมแสดงภาพซึ่งท่านประธานก็ไม่ได้อนุญาตทั้งหมด ซึ่งภาพเหล่านี้ก็คือภาพที่ประกอบ ในการอภิปรายในมาตรา ๑ และในมาตราที่เกี่ยวข้องในพระราชบัญญัติฉบับนี้ และผม อยากจะทวงถามท่านประธานว่าที่ผมได้ขออนุญาตอ่านเอกสารประมาณ ๑๐ บรรทัด ไม่ทราบท่านประธานอนุญาตหรือไม่ เพราะที่ผมก็มี ที่ท่านประธานก็มี