สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๑ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อ้างว่าญัตติที่มีผู้เสนอนั้นไม่ชอบด้วยข้อบังคับ และขอให้ท่านประธานตัดสินใจด้วยความกล้าหาญเพื่อรักษาสิทธิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นําฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กระผมยืนยันที่จะประท้วงว่า ญัตติที่มีผู้เสนอนั้นไม่ชอบด้วยข้อบังคับ ข้อ ๑๒๙ แล้วผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า อยากจะลําดับให้เห็นภาพชัด ๆ อีกครั้งหนึ่งนะครับ รวมทั้งข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับ การพิจารณากฎหมายฉบับนี้แล้วก็การแปรญัตติ ประการแรก มีผู้อาวุโสหลายท่านที่ได้ กราบเรียนท่านประธานว่าการพิจารณาในวาระที่สองไม่เหมือนกับการพิจารณาในวาระ รับหลักการ ซึ่งมีญัตติที่มีผู้สามารถที่จะขออภิปรายและมีการปิดอภิปรายได้ เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เพราะข้อบังคับและรัฐธรรมนูญถือว่าเป็นการพิจารณาเฉพาะตัวหลักการ เท่านั้น และข้อบังคับและรัฐธรรมนูญก็กําหนดว่าเมื่อรับหลักการไปแล้วสมาชิกทุกคนมีสิทธิ ในการที่จะขอแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่สภารับหลักการมา ตราบเท่าที่การแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ไม่ขัดต่อหลักการครับ เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิกทุกคน ข้อบังคับในหมวดที่เกี่ยวข้องกับ การพิจารณาของกรรมาธิการและวาระที่สองจึงเขียนในลักษณะที่รองรับสิทธิเอาไว้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้พิเศษยิ่งกว่านั้นอีกครับ ที่มีการปฏิบัติกัน ก็คือว่าในชั้นกรรมาธิการซึ่งกระผมเป็นกรรมาธิการด้วย เดิมทีกรรมาธิการมีมติว่าจะให้ ผู้แปรญัตติมาเสนอคําแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการในวันที่ ๓๐ กับวันที่ ๓๑ ก็คือเมื่อวาน กับวันนี้ เนื่องจากในสัปดาห์ที่แล้วท่านประธานสภางดประชุมครับ เมื่อปรากฏข่าวออกไป ปรากฏว่าท่านประธานกรรมาธิการใช้อํานาจของท่านในการเปลี่ยนแปลงนัดให้ผู้แปรญัตติ ไปแปรญัตติในวันที่ ๒๔ กับวันที่ ๒๕ ทําให้มีสมาชิกจํานวนมากครับ ซึ่งหลังจากทราบว่า มีการงดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ติดภารกิจในพื้นที่บ้าง หรือไปต่างประเทศบ้าง สุดท้ายก็ไม่สามารถมาแปรญัตติได้ก็ต้องใช้วิธีการมอบหมาย ปรากฏว่าในการพิจารณา คําแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการ เมื่อถึงเวลา ๒๔.๐๐ นาฬิกาของวันที่ ๒๕ ยังมีผู้ที่ไม่มีโอกาส เสนอคําแปรญัตติของตนเอง ไม่ว่าจะด้วยตนเองหรือไม่ว่าจะด้วยการมอบหมายกรรมาธิการ ให้ดําเนินการการแปรญัตติแทนยังไม่ได้มีโอกาสนําเสนอหลายสิบท่านครับ หลายสิบท่าน ท่านประธานกรรมาธิการปิดการประชุมกรรมาธิการแล้วบอกว่าการพิจารณาของกรรมาธิการ ในการให้แปรญัตติสิ้นสุดแล้ว แต่บอกว่าไม่เป็นไร ทุกคนที่ยังไม่ได้มาให้สงวนเพื่อมีโอกาสมาพูดในสภา แล้วเป็นอย่างไร พอเข้ามาในสภาวันนี้ยังไม่มีผู้แปรญัตติแม้แต่คนเดียวได้สิทธิในการอภิปราย ท่านประธานเจริญ ในช่วงที่ลงไปหารือ บังเอิญพบกับผม ก็มาปรารภกับผมครับบอกว่าจะทําอย่างไร เพราะ มันไม่เคยเกิดเหตุแบบนี้ ผมก็ได้กราบเรียนท่านประธานไปว่า ท่านอดีตนายกรัฐมนตรีชวน ท่านก็ให้คําแนะนําไปแล้วว่าหลักปฏิบัติเดิมมันเป็นอย่างไร ท่านประธานคงนึกออกนะครับ เปรียบเทียบง่าย ๆ กฎหมายงบประมาณครับ มีคําแปรญัตติจํานวนมากมายมากกว่านี้ มหาศาลเลยครับ แต่ในที่สุดทุกปีจะมีการปรึกษาหารือกันละว่าจะดําเนินการกันอย่างไร ก็ไม่มีการปิดอภิปรายครับ สมัยผมเป็นนายกรัฐมนตรีมีบางครั้ง ๔ วัน ๕ วัน ประชุมกัน ทั้งคืนก็ต้องยอมครับ เพราะถือว่ารักษาสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามข้อบังคับ หลังจากนั้นก็มาปรึกษาผมอีก บอกว่าการอภิปรายบางท่านดูจะนอกขอบเขต ผมก็บอกว่า ผมก็กราบเรียนท่านประธานก็อ้างอิงเมื่อสักครู่ครับ จะเอ่ยชื่อผมหรือไม่ก็ตาม ท่านก็บอกว่า ได้ปรึกษากันแล้ว ก็บอกว่าจะให้อํานาจประธานเป็นผู้วินิจฉัย เพราะฉะนั้นข้ออ้างเมื่อสักครู่ มันไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะพอปฏิบัติตามแนวทางนั้น เมื่อสักครู่ท่านประธานให้คุณวัชระ ยุติการอภิปรายนะครับ คุณวัชระก็ปฏิบัติตามที่ท่านประธานวินิจฉัย ท่านประธานเรียกผม ว่ามีชื่อผมอยู่ ผมยังกราบเรียนท่านประธานเลยว่าผมพูดไปแล้วว่าเนื้อหาซ้ํา ผมก็ไม่ใช้สิทธิ เพื่อโอกาสให้คนอื่นใช้สิทธิ แล้วไหนละครับ ที่บอกว่าเจตนาจะถ่วงเวลา วกวนไม่เคารพ ท่านประธาน แต่กลับเสนอญัตติซึ่งยังเป็นการเสนอญัตติที่ขัดต่อข้อบังคับครับ สภาพนี้จะ ไม่มีทางหมดไปถ้าเราไม่กลับไปใช้ข้อบังคับและรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ผมอยากให้ ท่านประธานต้องตัดสินใจด้วยความกล้าหาญครับ พวกผมให้ความร่วมมือครับ ว่าการรักษา สิทธิสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ไม่ว่าจะยุคไหนใครเป็นฝ่ายค้าน ใครเป็นรัฐบาล เราจะวางกติกาไหมครับ แล้วจะช่วยกันดูแล และเราจะเคารพท่านประธาน ในการใช้ดุลยพินิจครับ เมื่อสักครู่นี้พิสูจน์แล้วนะครับ ข้ออ้างที่บอกว่าต้องปิดเพราะอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ใช่ครับ คุณวัชระถูกให้หยุดการอภิปราย หยุดทันที ท่านประธานให้สิทธิผม ผมให้ ความร่วมมือว่าถ้าผมพูดผมก็พูดซ้ํา ซ้ําจากที่ผมพูดคําปรารภ ซ้ําจากที่ผมพูดในเรื่องของ ชื่อร่าง ผมก็ไม่อภิปราย แต่กลับอ้างสิ่งเหล่านี้มาปิดอภิปราย ไม่ใช่ละครับ วันนี้ผมว่า ท่านประธานต้องยืนหลักเพื่ออนาคตของสภานะครับ สภาชุดไหนในอนาคต ใครเป็น ฝ่ายค้าน ใครเป็นฝ่ายรัฐบาล สมาชิกต้องมีสิทธิตรงนี้ ถ้าใช้สิทธิเกินขอบเขตผิดข้อบังคับ ท่านประธานเป็นผู้ตัดสินตามข้อบังคับครับ ไม่ใช่ให้เสียงข้างมากมาบอกว่าใครจะมีสิทธิพูด ใครจะมีสิทธิไม่พูด นั่นไม่ใช่สภา ถ้าท่านประธานยังตัดสินใจไม่ได้ ผมว่าให้ท่านพักการประชุม ก็ได้ครับ เพราะผมเห็นว่าขณะนี้ก็กราบเรียนท่านประธานตรง ๆ นะครับ ดูจากกิริยาอาการ ของท่านประธานแล้วก็เครียดมาก ผมก็เห็นใจครับ ฉะนั้นผมว่าดีที่สุดก็คือเดินตามข้อบังคับ และรัฐธรรมนูญอย่างที่ควรจะเป็น พวกผมก็ให้ความร่วมมือ ท่านมาหารือผม ผมก็ให้ ความร่วมมือ แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น มันก็คิดเป็นอื่นไม่ได้ละครับ แสดงว่าก็มีธงว่าจะต้อง เป็นอย่างนี้ใช่หรือไม่ ท่านประธานช่วยวินิจฉัยด้วยครับ