รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๔ ปีที่ ๑
ครั้งที่ ๓๙ (สมัยสามัญนิติบัญญัติ) เป็นพิเศษ
วันพฤหัสบดีที่ ๑๔ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๕
ณ ตึกรัฐสภา
เดี๋ยวให้ท่านสมาชิก หารือก่อนนะครับ ท่านแรกท่านสัมพันธ์ ตั้งเบญจผล เชิญครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมพันธ์ ตั้งเบญจผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วันนี้ต้องหารือต่อท่านประธาน เป็นที่ทราบดีว่าน้ําท่วมจังหวัดสุโขทัยเยอะ ก็สืบเนื่องจากว่าตลิ่งที่เลียบริมแม่น้ํานี้พัง ฉะนั้นความจําเป็นซึ่งผมเองนั้นก็ได้หารือ ต่อท่านประธานบ่อยครั้ง อยากให้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดงบในการที่จะทําเขื่อน ป้องกันตลิ่งพัง โดยเฉพาะบริเวณตําบลปากพระ หมู่ที่ ๒ บ้านลัดทรายมูล ซึ่งปัจจุบันจุดนี้ เป็นจุดที่น้ําผ่าน ฉะนั้นในริมแม่น้ําตรงนี้ก็อยากให้ทางกรมเจ้าท่า แล้วกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบทั้ง ๒ ได้ช่วยกันดูแลตรงนี้ด้วยครับ
และอีกที่หนึ่งมีความจําเป็นที่จะต้องทําในเรื่องของเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ก็คือที่ตําบลปากพระ หน้าวัดปากพระเพราะเป็นย่านชุมชน แล้วก็ถูกน้ํากัดเซาะเป็นประจํา แล้วชาวบ้านก็เอาไม้ยูคาลิปตัสไปปักป้องกันตลิ่งพังไว้ตลอดนะครับ แล้วอีกที่หนึ่ง ที่อําเภอกงไกรลาศ หมู่ที่ ๙ บ้านใต้ ตําบลกง อําเภอกงไกรลาศ หมู่ที่ ๙ บ้านใต้มีบ้านอยู่ริมตลิ่ง ยาวทั้งหมดประมาณร่วม ๓๐๐ เมตร เพราะว่าน้ํากัดเซาะริมตลิ่งไปเยอะครับ แล้วต่อไป ก็คงจะเข้าไปถึงบ้านทําให้พี่น้องประชาชนชาวบ้านใต้ หมู่ที่ ๙ ก็หวาดระแวงในการที่บ้านจะพัง ก็อยากให้หน่วยงาน โดยเฉพาะกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ช่วยดูแลในเรื่องของ เขื่อนริมตลิ่ง หมู่ที่ ๙ นี้นะครับ โดยเฉพาะปีงบประมาณ ๒๕๕๕ นี้เลยนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ใคร่ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนนะครับ ขอให้ท่านประธานประสานกับกรมทางหลวงชนบท งบประมาณได้ไปก่อสร้างสะพานข้าม แม่น้ําลําปาว จากอําเภอศรีธาตุ ผ่านไปยังอําเภอท่าคันโท แล้วก็อําเภอกระนวน พี่น้องในชุมชน อําเภอศรีธาตุได้มีไร่นาอยู่ที่เขตอําเภอกระนวนและเขตอําเภอท่าคันโท ได้ทําสะพานข้าม ลําห้วยลําปาวให้หน่อยนะครับ แล้วก็ทําถนนเชื่อมระหว่างตําบลจําปีกับตําบลตาดทอง ถนนตรงนี้จะทะลุออกไปยังอําเภอกุมภวาปีและอําเภอกู่แก้ว อําเภอไชยวาน จากบ้านโคกผักชี ผ่านไปยังบ้านตาดทอง แล้วก็ไปยังบ้านโป่งคอม อําเภอกุมภวาปี นะครับ
แล้วก็ประเด็นสุดท้ายนะครับท่านประธาน เรื่องน้ําประปาในโรงเรียนที่มี นโยบายของรัฐบาลว่าจะทําน้ําสะอาดในโรงเรียนให้เด็กนักเรียนได้มีน้ําดื่มน้ําใช้ที่ใสสะอาด ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ไปสํารวจไว้แล้ว ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยสั่งการให้กรมทรัพยากรน้ําเข้าไปดําเนินการโดยด่วนนะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย เขต ๔ มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานสภา อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลถนน นิคมสหกรณ์ชัยบาดาล สายบ้านบ่อคู่ บ้านเนินหิน ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร นิคมสหกรณ์ ชัยบาดาลได้รับงบประมาณก่อสร้างถนนลูกรังเมื่อปี ๒๕๒๕ และก่อสร้างถนนลาดยาง เมื่อปี ๒๕๔๐ นับตั้งแต่ได้รับการราดยางถนนเส้นนี้มาตกประมาณ ๒๐ กว่าปี งบประมาณ ซ่อมแซมไม่มีเลย ทางเป็นหลุมเป็นบ่อมากมาย แล้วก็เข้าออกลําบากมาก ทางเส้นนี้ เป็นทางที่สัญจรไปมาระหว่างสหกรณ์โคนม ซึ่งมีสหกรณ์อยู่ในทางเส้นนี้มีอยู่ ๓ สหกรณ์นะครับ คือสหกรณ์โคนมชัยบาดาล แล้วก็สหกรณ์นิคมลํานารายณ์ สหกรณ์โคนมท่าหลวง และศูนย์พัฒนาบุคลากรปศุสัตว์ และนิคมสหกรณ์ชัยบาดาล ซึ่งเกษตรกรสามารถนําน้ํานมดิบ แล้วก็สิ่งต่าง ๆ ที่จะมาผ่านสหกรณ์นี้มากมาย ซึ่งการเดินทางจะลําบากมาก เป็นหลุมเป็นบ่อ ตลอดเส้นทาง งบประมาณที่ได้มาลาดยางตกประมาณ ๒๐ ปีแล้ว ถนนเส้นนี้รู้สึกว่าจะถ่ายโอน ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ไม่มีงบประมาณที่จะมาซ่อมแซม คือประชาชนต้องทนสภาพนี้มานาน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดูแลและจัดการ ซ่อมแซมของบประมาณมาเพื่อให้ชาวบ้านที่ต้องการเดินทางในเส้นทางนี้ให้ได้รับ ความสะดวกสบาย กราบเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ กราบขอบพระคุณครับ
ท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย คุณสุนทรี ชัยวิรัตนะ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ
เรื่องแรกที่อยากจะขอหารือกับท่านประธานในวันนี้ ก็คือดิฉันเองได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวอําเภอจัตุรัสว่าตอนนี้พี่น้องชาวบ้านโนนม่วง หมู่ที่ ๒ ตําบลส้มป่อย อําเภอจัตุรัส เขาร้องเรียนมาว่าบ้านเขาอาศัยอยู่ เขาเรียกว่าคุ้มหน้าวัด ตอนนี้ยังขาด เรื่องเกี่ยวกับน้ําประปาที่จะต้องใช้กินใช้อยู่ อยู่เป็นจํานวนประมาณมากกว่า ๑๐ หลังคาเรือน ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลแล้วก็แก้ไขปัญหา เนื่องจากไม่มีน้ําประปาใช้ อาจจะเป็นการขยายเขตประปาออกไปก็ได้ค่ะ เพราะว่าตอนนี้ บ้านอื่น ๆ พี่น้องบ้านเรือนเคียงมีกันหมดค่ะ พี่น้องก็เลยอยากจะขอให้ได้รับการช่วยเหลือค่ะ
เรื่องที่ ๒ ที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ก็คือเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลกระทบ จากการที่หน่วยงานของทางราชการได้ไปยกถนนให้มีระดับสูงขึ้นกว่าที่เคยเป็นอยู่ในอดีต คือช่วงบริเวณหน้า อบต. ส้มป่อยถึงบ้านโนนม่วง หมู่ที่ ๒ และอีกช่วงหนึ่งก็คือช่วงบ้านหนองม่วง หมู่ที่ ๔ ตําบลส้มป่อย ปัญหาที่ผ่านมาก็คือมีการออกไปก่อสร้างถนนยกระดับ ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ว่าเขาไม่ได้ใส่ทางระบายน้ําเอาไว้ให้พี่น้องประชาชน ปีนี้ฝนตกมาเร็วแล้วก็ค่อนข้างตกหนัก ค่ะท่านประธาน ทําให้น้ําเมื่อไม่มีทางระบายน้ําก็ไหลเข้าไปท่วมบ้านเรือนประชาชน ใน ๒ ช่วงที่ดิฉันได้กล่าวมาแล้วเป็นจํานวนค่อนข้างมาก ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดําเนินการในการหาทางระบายน้ําไปช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องด้วยค่ะ
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ก็คือช่วงนี้ค่ะท่านประธาน พี่น้องที่เป็น ส.ส. ทางภาคเหนือเขาฝากดิฉันมาให้ช่วยหารือ ถ้าท่านสถาพรอยู่ ท่านสถาพร คงจะเป็นคนหารือค่ะ ก็คือในช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงเดือนกรกฎาคมนี้ผลผลิตของลําไย จะออกสู่ตลาดค่ะ เขามีความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องราคาของลําไยที่จะออกมาสู่ตลาด ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยดูแลในเรื่องราคาของลําไย ที่จะออกสู่ตลาดด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
ท่านนายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี เขตเลือกตั้งที่ ๔ ท่านประธานครับ ผมมีข้อหารือในปัญหาของพี่น้องประชาชนอยู่ด้วยกันประมาณ ๔ เรื่อง
เรื่องแรก ก็คือที่ว่าการอําเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ซึ่งมีสภาพ ทรุดโทรมมากแล้วก็เก่า น่าจะเป็นหลังสุดท้ายของอําเภอในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ขอให้กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทยตั้งงบประมาณ ซึ่งทางอําเภอได้ขอมาหลายปีแล้ว ยังไม่ได้ดําเนินการ
เรื่องที่ ๒ ก็คือไฟฟ้าดับ หม้อแปลงก็ชํารุด เหตุเกิดจากสถานการณ์ความไม่สงบ ในพื้นที่เขาเรียกว่าตลาดนัดลาซอในหมู่ที่ ๔ ตําบลปากู อําเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี
เรื่องที่ ๓ ก็คือถนนต่างระดับทําให้รถล้มเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ในพื้นที่ทั้งตําบล ก็คือตําบลปากูแล้วก็อําเภอมายอ จังหวัดปัตตานี ขอให้ท่านประธานเร่งรัดในเรื่องนี้ด่วน
เรื่องที่ ๔ ก็คือขอขยายถนน ๔ เลน สายผ่าน อบต. ปากู อําเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ระหว่างหมู่ที่ ๔ ถึงหมู่ที่ ๖ ในพื้นที่อําเภอทุ่งยางแดง จังหวัดปัตตานี ทั้งหมดทั้งปวงนี้คือสิ่งที่ข้าพเจ้าได้ลงไปทําประชาคมในวันศุกร์ที่แล้ว ก็ขอฝากท่านประธาน ในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของกระผม ขอความสันติสุขจงมีแด่ท่าน แล้วก็พี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับท่านประธาน
เชิญท่านประสิทธิ์ วุฒินันชัย
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องครับ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน การสัญจรไปมา ลําบากครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเขต ๕ เขต ๖ จังหวัดเชียงใหม่ เรื่องการสัญจรไปมานั้นหนีไม่พ้นเรื่องถนนหนทางครับ ถนนทางหลวงหมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่-ฝาง มีปัญหาเรื่องการทําถนนทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ทํามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ มาวันนี้ ร่วม ๕ ปีแล้ว ผมได้เอาปัญหานี้มาหารือในสภานี้ในสมัยรัฐบาลที่แล้วได้รับคําตอบเหมือนกันครับ บอกว่าผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง ตรงไหนครับ ถนนทางหลวง หมายเลข ๑๐๗ เชียงใหม่-ฝาง ช่วง กม. ที่ ๖๓-๗๒ ไม่เกิน ๙ กิโลเมตร แต่ทํา ๕ ปีไม่เสร็จ ผมได้หารือในสมัยรัฐบาลที่แล้ว ได้รับคําตอบครับ ยืนยันว่าผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง มารัฐบาลนี้ครับ ผมได้หารือในสภานี้ เรื่องถนนเส้นนี้ทําทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ระยะทางช่วงทําไม่เกิน ๙ กิโลเมตร ได้รับคําตอบเหมือนกันครับ เหมือนกับรัฐบาลที่แล้วครับ รัฐบาลนี้ก็บอกว่าอย่างไรครับ บอกว่าผู้รับเหมาขาดสภาพคล่อง วันนี้ผมมีความจําเป็นที่จะต้องหารือท่านประธาน ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบ เรื่องของถนนทางหลวงแผ่นดินเส้นนี้ว่าจะเสร็จเมื่อไร เดือนไหน ปีไหน ผมอยากทราบคําตอบครับ วันนี้มีความจําเป็นจริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ เพราะถนนเส้นนี้ มีความจําเป็นมาก เพราะพี่น้องต้องขนผลผลิตจากไร่นา ไร่สวนเข้าสู่ตลาดครับ เป็นถนนเศรษฐกิจที่สําคัญครับ ผลผลิตนั้นมหาศาลครับ คําว่ามหาศาลนั้นหมายถึงว่า มันบรรยายไม่ถูกว่ามันมาก มากยิ่งกว่ามากครับ มันมีความจําเป็นครับท่านประธาน ผมถึงต้องขอกราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีที่รับผิดชอบให้รีบเร่งดําเนินการสร้างให้เสร็จครับ เพราะปี ๒๕๕๖ จะต้องขยายเป็น ๔ ช่องจราจรตลอดสายครับ กราบขอบพระคุณครับ
ขนาดบรรยายไม่ถูก บรรยายมาตั้ง ๒ นาทีนะ เชิญท่านรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม รณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ผมมีเรื่องหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจํานวน ๒ เรื่องด้วยกันครับ
เรื่องแรกนั้นเป็นปัญหาการขาดแคลนอาคารเรียนของโรงเรียนในจังหวัดชลบุรี จํานวน ๓ แห่งด้วยกัน ได้แก่ ๑. โรงเรียนบ้านแปลง ตําบลเกาะจันทร์ อําเภอเกาะจันทร์ ๒. โรงเรียนบ้านทรายมูล ตําบลหนองปรือ อําเภอพนัสนิคม และ ๓. โรงเรียนวัดโป่งปากดง ตําบลนาเริก อําเภอพนัสนิคม เนื่องจากว่าอาคารเรียนของโรงเรียนแรกเป็นอาคารของ กศน. ที่ใช้งานมานานแล้วแล้วก็อยู่ที่เชิงเขา อีก ๒ โรงเรียนนั้นเป็นอาคารไม้ซึ่งก็ใช้งานมานานแล้ว เช่นเดียวกันแล้วก็เกิดปัญหาปลวกกินทั้งหลังแทบใช้การไม่ได้ จึงขอเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการขอได้โปรดจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างอาคารเรียน ทั้ง ๓ โรงเรียนให้กับโรงเรียนดังกล่าวด้วย ซึ่งก็คงเป็นไปตามแบบและงบประมาณที่ได้ขอไป ทาง สพฐ. แล้วนะครับ
เรื่องที่ ๒ นั้นเป็นปัญหาเนื่องจากว่าวัดจํานวน ๓ วัดในจังหวัดชลบุรี ประกอบด้วยวัดโป่งตามุข ตําบลหนองหงษ์ อําเภอพานทอง และวัดโคกโพธาวาส ตําบลท่าบุญมี อําเภอเกาะจันทร์ วัดเนินหิน ตําบลหนองเหียง อําเภอพนัสนิคม ซึ่งทั้ง ๓ วัดนี้ อยู่ในจังหวัดชลบุรี ซึ่งก็อยู่ในเขตชุมชนเวลาเผาศพหรือฌาปนกิจศพนั้นก็จะก่อให้เกิดเขม่าควัน ก่อให้เกิดปัญหากับสิ่งแวดล้อมและชุมชน จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ในส่วนของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้โปรดจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างเตาเผาไร้มลพิษ ให้กับวัดทั้ง ๓ แห่งด้วยครับ ขอบคุณครับ
ท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ เรื่องนะครับ
เรื่องแรกพี่น้องชาวปากพญา หมู่ที่ ๖ ตําบลท่าซัก อําเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็งในเรื่องของการอนุรักษ์ธรรมชาติป่าชายเลน มีการรณรงค์ ปลูกป่าชายเลนทุกปีจนกระทั่งสามารถที่จะทําให้แผ่นดินบริเวณชายทะเล บริเวณนั้นงอกขึ้นมา และทําให้เป็นแนวปราการในการกั้นคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งได้เป็นอย่างดี วันนี้ชาวบ้าน ในบริเวณดังกล่าวได้เสนอโครงการก่อสร้างสะพานทางเท้าเพื่อศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลน บ้านปากพญาซึ่งเป็นโครงการในการสร้างทางเท้าในระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร กว้าง ๑.๒๐ เมตร พร้อมกับศาลาพักผ่อนเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้สภาพนิเวศแก่เยาวชน และประชาชน ก็ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จํานวน ๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท ในปีงบประมาณ ๒๕๕๕ แต่ว่าติดขัดปัญหาอยู่ตรงที่ว่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ไม่อนุมัติให้เข้าไปใช้พื้นที่จึงต้อง ขออนุญาตหารือท่านประธานสภาไปยังกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้กรุณาอนุมัติการใช้พื้นที่ โดยเร่งด่วนด้วยนะครับ เพราะว่าเวลาผ่านไปหลายเดือนแล้ว
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหาเงินชดเชยจากอุทกภัยเมื่อปี ๒๕๕๔ เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งทั้ง บ่อเลี้ยงตามธรรมชาติแล้วก็บ่อเลี้ยงพัฒนาในพื้นที่ตําบลท่าไร่ ตําบลปากนคร และตําบลท่าซัก อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช ยังไม่ได้รับเงินชดเชยส่วนนี้นะครับ ซึ่งรัฐบาลประกาศว่า จะให้ไร่ละประมาณ ๑๐,๕๐๐ บาท เพิ่มจากรัฐบาลที่แล้ว ๙,๕๐๐ บาท แต่ว่าบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับ ก็ขอหารือไปยังกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเหลือโดยด่วนด้วยนะครับ
ส่วนเรื่องสุดท้ายครับ พี่น้องชาวตําบลนาเคียน อําเภอเมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพี่น้องชุมชนมุสลิมขนาดใหญ่ของอําเภอเมืองนครศรีธรรมราชไม่สบายใจกับข่าวสาร ที่มีความพยายามที่จะเข้าไปก่อตั้งกลุ่มหมู่บ้านเสื้อสีในพื้นที่ตรงนี้ ก็ก่อให้เกิดความแตกแยก พี่น้องประชาชนในพื้นที่เมื่อได้รับทราบข่าวแล้วก็ไม่สบายใจ ก็อยากกราบเรียนท่านประธาน ฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าให้ช่วยทบทวนในเรื่องนี้ด้วย กราบขอบพระคุณครับ
ดอกเตอร์ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขออนุญาตท่านประธานหารือถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนที่สืบเนื่องจากเมื่อวานนี้ ที่ดิฉันได้หารือเกี่ยวกับสะพานลอยคนข้ามถนนไปในส่วนของหน้าถนนหมู่บ้านวนารมย์ บนถนนฉลองกรุงนะคะ แล้วก็หน้าสนามบินสุวรรณภูมิในส่วนของถนนลาดกระบังที่อยู่ในพื้นที่ ของเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร ดิฉันได้รับการติดต่อจากพี่น้องประชาชนเพิ่มเติมมาว่า ยังมีอีกหลาย ๆ จุดที่เป็นปัญหาอยู่อย่างที่ดิฉันจะขอกล่าวในวันนี้ก็คือตรงหน้าหมู่บ้านเคหะนคร ตรงข้ามกับวัดลาดกระบัง บนถนนลาดกระบัง ซึ่งตรงนี้ดิฉันก็อยากที่จะให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนของกรุงเทพมหานครด้วยนั้นได้ศึกษาถึงความเป็นไปได้ที่จะก่อสร้างสะพานลอย แล้วก็ได้คํานึงถึงผู้สูงอายุที่จะใช้ประโยชน์จากสะพานลอยด้วยนะคะ อย่างที่ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว เมื่อวานนี้ วันนี้ดิฉันได้มาเพิ่มอีกที่หนึ่งก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของกรุงเทพมหานคร ได้ไปดําเนินการจัดการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนด้วย
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก่อนที่สภาจะปิดไปในสมัยนี้นะคะ ดิฉันก็อยากจะติดตาม ถึงความคืบหน้าในเรื่องต่าง ๆ ที่ดิฉันได้เคยหารือกับสภาแห่งนี้ที่ส่งตรงไปถึงกระทรวงต่าง ๆ นั้น ในบางเรื่องดิฉันยังไม่ได้รับการตอบกลับมานะคะ ดิฉันจึงอยากจะทราบว่าหน่วยงาน และกระทรวงที่เกี่ยวข้องนั้นได้ไปแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างไรบ้างแล้วนะคะ ดังที่ดิฉันจะยกตัวอย่างในวันนี้ก็คือในเรื่องของปัญหา ในเรื่องของกระทรวงคมนาคมที่จอดรถ ของผู้ใช้รถไฟฟ้าแอร์พอร์ทลิงค์ สถานีลาดกระบังที่ไม่เพียงพออยู่ ซึ่งดิฉันได้เคยหารือไป แต่ยังไม่ได้รับทราบถึงคําตอบที่กลับมาว่าจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร แล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง ในเรื่องของการสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวในเขตลาดกระบังว่ารัฐบาลมีแนวทาง หรือว่าจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง ที่จะเพิ่มรายได้ให้กับผู้ที่อยู่ในพื้นที่นั้น ๆ ค่ะ ขอขอบพระคุณท่านประธานค่ะ
เชิญคุณหมออุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ก็มีเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่อง เรื่องแรกก็คือเรื่องที่ถนนพัง ก็คือเส้นทางจากแยกบ้านโดนเอาว์ ก็คือจากแยกบ้านผือ ไปบ้านโดนเอาว์ แยกบ้านผือนี่ตําบลเมือง อําเภอกันทรลักษ์ไปถึงแยกบ้านโดนเอาว์ ตําบลรุง อันนี้เป็นเส้นทางที่ว่ามีหลุมมีบ่อมาก แล้วเป็นเส้นทางอพยพด้วย อย่างไรก็ฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดําเนินการช่วยซ่อมแซมถนนเส้นนี้ด้วย
และอีกเรื่องก็คือเส้นทางที่อยากจะให้ขยายชุมชนเพราะว่าเป็นชุมชน ที่ค่อนข้างจะแออัด ขยายชุมชนให้เป็น ๔ เลน โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากทางแยกกันทรลักษ์ กันทรารมย์ ไปทางโรงเรียนมารีย์อุปถัมภ์ ไปถึงแยกบ้านจาน อันนี้คือเส้นแรก เส้นที่สองก็คือ จากแยกกันทรลักษ์ไปถึงเชิงบันไดขึ้นเขาพระวิหาร คือเป็นชุมชนของบ้านภูมิซรอล อีกแยกหนึ่งก็คือแยกการช่างจากศาลกันทรลักษ์ไปถึงอ่างเก็บน้ําห้วยตามาย เป็นบริเวณที่ว่า จําเป็นแล้วก็ยังเป็น ๒ เลนอยู่ เพราะบางครั้งเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงห้วยตามาย มีรถตกลงไปในห้วย เนื่องจากว่ามี ๒ เลนไม่สามารถที่จะสวนทางกันไปได้ ก็ฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องถนนหนทาง หรือว่าขยายการจราจรให้เป็น ๔ ช่องจราจรในชุมชนที่แออัดคือการขยายชุมชน ก็ขอขอบคุณท่านประธานค่ะ ขอบคุณค่ะ
ท่านละออง ติยะไพรัช คุณละอองอยู่ไหมครับ เชิญท่านสหรัฐ กุลศรี ครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สหรัฐ กุลศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ของจังหวัดสุพรรณบุรีโดยเฉพาะเขต ๕ นั้น มีหลายเรื่องด้วยกัน
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่สมยศ หมู่ที่ ๑๐ บ้านเขาชะโอย ตําบลเขาพระ อําเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี ร้องเรียนมาว่าในช่วงที่น้ําท่วมที่ผ่านมา อําเภอเดิมบางนางบวชน้ําท่วม แต่ปรากฏว่าได้มีการแจ้งเกี่ยวกับบ้านที่ถูกน้ําท่วม ทางอําเภอก็ไม่ได้ดําเนินการจัดการช่วยเหลือแต่ประการใด ร้องเรียนผ่านหน่วยงานไหน ก็ไม่รับผิดชอบ จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยไปดําเนินการ เยียวยาช่วยเหลือบ้านที่ถูกน้ําท่วมด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เรื่องขอให้ปิดทางกลับรถ ถนนสาย ๓๔๐ บริเวณใกล้ ๆ แยกตลาดสามชุก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวอยู่ห่างจากสี่แยกไม่เกิน ๒๐ เมตร และมีอุบัติเหตุเป็นประจํา จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ให้ช่วยดําเนินการ ปิดถนนดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีการกลับแยก เนื่องจากมีอุบัติเหตุเป็นประจํา
เรื่องที่ ๓ เรื่องความน้อยเนื้อต่ําใจของชาวจังหวัดสุพรรณบุรีนะครับ โดยเฉพาะเขตอําเภอเดิมบางนางบวช อําเภอด่านช้าง และอําเภอหนองหญ้าไทร เนื่องจาก นับตั้งแต่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีของเรา ไม่เคยไปจังหวัดสุพรรณบุรีเลย อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปเยี่ยมไปเยือนชาวสุพรรณบุรีด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่เกิดมังกรระเบิดนั้นไม่มีไปดูเลย แล้วประชาชนก็ห่วง แล้วก็อยากให้ไป แก้ไขความทุกข์ความยาก เขาอยากร้องเรียนผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีหลาย ๆ สิ่ง แต่เขาก็ไม่รู้จะทําอย่างไร นี่คือเรื่องที่ ๓ ครับ
เรื่องที่ ๔ มีเรื่องฝากมา ผมเคยอภิปรายในสภา ปรึกษาหารือเรื่องการเลือกผู้ใหญ่บ้าน เลือกกํานัน ชาวบ้านบอกว่าถ้าหากให้ชาวบ้านเลือกผู้ใหญ่บ้าน เลือกกํานันโดยตรง เขาอยากให้ผู้ใหญ่บ้านและกํานันมีวาระอยู่แค่ ๕ ปี แค่นั้นครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านยุพราช บัวอินทร์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยุพราช บัวอินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้คณะกรรมาธิการกําลังพิจารณางบประมาณรายจ่าย ประจําปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ เพื่อบริหารราชการแผ่นดิน และดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน ผมขอผลักดันงบประมาณก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก เชื่อมต่อจากหมู่บ้านเหมืองแบ่ง หมู่ที่ ๑๑ เชื่อมต่อบ้านภูทับเบิก หมู่ที่ ๑๖ ตําบลวังบาล อําเภอหล่มเก่า ระยะทาง โดยประมาณ ๖ กิโลเมตร ใช้งบประมาณประมาณไม่เกิน ๑๕ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้จะเป็นถนนเส้นยุทธศาสตร์ที่สําคัญในอนาคต ประโยชน์จะเกิดขึ้นกับพื้นที่ หลายประการ
ประการที่ ๑ ด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นลงที่ภูทับเบิกได้ ๒ ทาง ช่วยระบายการติดขัดของการจราจรในช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยว
ประการที่ ๒ ช่วยร่นระยะทางในการขนส่งประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ช่วยร่นระยะทาง การขนส่งผลผลิตทางการเกษตร ได้แก่กะหล่ําปลี ขิง เผือก หรือพืชเมืองหนาวที่ขนส่ง จากภูทับเบิกมาที่ตลาดกลางผักที่อําเภอหล่มสัก
ประการที่ ๓ การเดินทางเข้าพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบเฝ้าระวัง น้ําป่าไหลหลากและดินโคลนถล่มได้สะดวกขึ้น เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่เสี่ยง
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ขอผลักดันงบประมาณให้พี่น้องบ้านนาสะอุ้ง หมู่ที่ ๑๔ ตําบลวังบาล ขอถนนคอนกรีตเชื่อมต่อบ้านนาสะอุ้ง มาทางบ้านหมากแข้ง อําเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพครับ สําหรับบ้านนาสะอุ้งเองแล้วผมเคยหารือต่อท่านประธานสภาเพื่อขอให้ท่านประธานได้แก้ไข ปัญหาไฟฟ้าครัวเรือนให้พี่น้องบ้านนาสะอุ้ง จํานวน ๘๐ ครัวเรือน ขณะนี้ยังไม่ได้รับ การดูแลจากรัฐบาล
ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายครับ กรณีไฟฟ้าเกษตรที่อําเภอหล่มเก่า และอําเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบได้ชี้แจง ให้ตรงกันว่าขณะนี้
ประการที่ ๑ โครงการนี้ยกเลิกแล้วหรือไม่
ประการที่ ๒ หากโครงการนี้ยังไม่ยกเลิกมีวิธีการดําเนินการต่อไปอย่างไร มีเงื่อนไขเป็นอย่างไร โครงการที่ดีอย่างนี้มีประโยชน์ รัฐบาลควรดําเนินการต่อเนื่อง เพื่อพี่น้องเกษตรกร ขอบพระคุณครับ
ท่านพิสิษฐ์ สันตพันธุ์
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิสิษฐ์ สันตพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบอยู่ ๓ เรื่อง
เรื่องแรก คือเรื่องขยายช่องจราจรถนนลาดยางสาย ๒๐๕๐ ช่วงหน้า โรงเรียนเขมราฐพิทยาคม ผ่านไปหน้าวัดประชาเกษมถึงสะพานข้ามห้วยบังโกย ระยะทาง ๒,๐๐๐ เมตร ซึ่งถนนช่วงนี้ทุกวันจันทร์จะมีตลาดนัดและนักเรียนมาเรียนหนังสือ ทําให้เกิด ความแออัดบนถนนเส้นนี้และเกิดอุบัติเหตุถึงขนาดเสียชีวิตก็หลายคน จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้จัดสรรงบประมาณสร้างถนน ๔ ช่องจราจร ให้แก่พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลตําบลเขมราฐด้วยครับ
เรื่องที่ ๒ เรื่องก่อสร้างสะพานคอนกรีตซึ่งมีขนาดกว้าง ๗.๕๐ เมตร ยาว ๑๕ เมตร ข้ามห้วยดงตาหวัง สภาพของสะพานปัจจุบันนี้เป็นสะพานไม้เก่าชํารุดทรุดโทรม ไม่สามารถ ที่จะนําเอาผลผลิตทางการเกษตรมาเก็บได้ แล้วก็เป็นถนนสายหลักของอําเภอโพธิ์ไทร ผ่านเชื่อมระหว่างตําบลเหล่างามกับตําบลสําโรง อันนี้ก็อยากจะฝากให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบได้จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือเยียวยาอย่างเร่งด่วนนะครับ
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องการขยายเขตไฟฟ้าของบ้านคําสง่า ตําบลหนองนกทา อําเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี ผมได้รับการร้องเรียนของพี่น้องประชาชนชาวบ้าน คําสง่า ตําบลหนองนกทา ไม่มีไฟฟ้าใช้ในการส่องสว่างแล้วก็ทําการเกษตรในฤดูแล้ง ซึ่งก็มี ความจําเป็น เรื่องไฟฟ้านี้ก็ถือว่าเป็นปัจจัยสําคัญในการดํารงชีวิตของพี่น้องประชาชน ไม่เฉพาะบ้านคําสง่านะครับ ก็อยากฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เล็งเห็นความสําคัญ เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้านี้ด้วยครับ แล้วก็จัดสรรงบประมาณให้แก่พี่น้องของผมด้วยครับ ขอบคุณครับ
ดอกเตอร์ศุภชัย ศรีหล้า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ศรีหล้า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยเวทีแห่งนี้ที่กระผมเคยร้องเรียนผ่านท่านประธานกรณีการทําเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง ที่วัดชลทาน อําเภอดอนมดแดง จังหวัดอุบลราชธานี บัดนี้กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ บรรจุเข้าในงบประมาณปีพุทธศักราช ๒๕๕๖ เป็นเงิน ๑๐ ล้านบาท เป็นงบผูกพัน ๒ ปี ปี ๒๕๕๖ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และปี ๒๕๕๗ อีก ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมจึงขอถือโอกาสนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองด้วย และในขณะเดียวกันก็มีกรณีคล้าย ๆ กัน ถ้าเผื่อว่าทางกรมโยธาธิการและผังเมือง จะดําเนินโครงการในลักษณะนี้ที่วัดท่าลาด ตําบลดุมใหญ่ อําเภอม่วงสามสิบ และบริเวณ เชิงสะพานบ้านดุมใหญ่ อําเภอม่วงสามสิบ ก็จะเป็นประโยชน์ ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยภารกิจของกรมโยธาธิการและผังเมืองมีภารกิจสําคัญในเรื่องของการจัดทําผังเมือง และปรับปรุงภูมิทัศน์ มีหลาย ๆ พื้นที่ในประเทศไทยที่กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้จัดงบประมาณในช่วงปีที่ผ่านมา ผมจึงขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กรมโยธาธิการและผังเมืองว่า กรณีของเมืองม่วงสามสิบซึ่งมีการขยายตัวค่อนข้างมาก ถ้าเผื่อว่ามีการวางผังเมืองที่ดีนั่นจะนําไปสู่การวางพื้นฐานสําคัญให้กับการขยายตัวของเมือง ผมจึงขอถือโอกาสนี้กราบเรียนท่านประธานไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองว่า ถ้าเผื่อจะจัดสรรงบประมาณกรณีการวางผังเมืองและปรับปรุงภูมิทัศน์ให้กับเมืองม่วงสามสิบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่เทศบาลตําบลม่วงสามสิบก็จะเป็นประโยชน์
เรื่องสุดท้ายที่จะกราบเรียนท่านประธาน ก็คือเรื่องของพี่น้องประชาชน ที่ฝากผ่านกระผมมาว่าในเดือนมิถุนายน เดือนนี้จะเป็นเดือนแรกที่พี่น้องประชาชน จะต้องชําระค่าไฟฟ้า ถ้าเผื่อว่าใช้ไฟฟ้าเกิน ๕๐ หน่วย ซึ่งกรณีของการใช้ไฟฟ้าฟรีนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ได้เริ่มต้นไว้ดีแล้ว ก็อยากให้ทางรัฐบาลได้ทบทวนนโยบายนี้อีกครั้งหนึ่ง อย่าให้เก็บที่ ๕๐ หน่วย และอย่าได้เพิ่มค่าเอฟที (FT) หน่วยละ ๓๐ บาทเลย เพราะวันนี้ ทุกอย่างพี่น้องประชาชนเดือดร้อนพอสมควรจากภาวะเศรษฐกิจครับท่านประธาน
ท่านสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสัมภาษณ์ อัตถาวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนําความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้ง คืออําเภอครบุรี จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากว่าทางหลวงหมายเลข ๒๒๔ ซึ่งเชื่อมระหว่างอําเภอเมือง นครราชสีมาผ่านอําเภอโชคชัยไปอําเภอครบุรีแล้วก็ไปอําเภอเสิงสางทะลุไปอําเภอประคํา จังหวัดบุรีรัมย์ ช่วงเร่งด่วนจะมีรถยนต์สัญจรไปมาอย่างมาก โดยเฉพาะพี่น้อง ในเขตอําเภอครบุรีช่วงรอยต่อของเทศบาลตําบลแชะ และองค์การบริหารส่วนตําบลแชะ จะเป็นเขตที่มีชุมชนหนาแน่น จะมีพี่น้องประชาชนต้องเดินทางไปทํางานรับส่งลูกหลานไป โรงเรียน และจะมีรถรับส่งนักเรียนเป็นจํานวนมากที่จะต้องสัญจรไปมาผ่านถนนสายนี้ แต่เนื่องจากว่าในพื้นที่ที่ผมกล่าวมานั้นไม่มีสัญญาณไฟแดง ทําให้รถยนต์ที่จะเลี้ยวขวา ช่วงที่มีแยกเลี้ยวขวานั้นด้วยความเร็วของรถบนถนนสาย ๒๒๔ ค่อนข้างจะใช้ความเร็วสูง จะไม่มีจังหวะให้ผู้ใช้รถที่ต้องการจะเลี้ยวด้านขวานั้นไม่มีจังหวะที่จะเลี้ยวได้ ทําให้เสียเวลานาน แล้วทําให้จราจรติดขัด จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังอธิบดีกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมให้ช่วยพิจารณาจัดกําหนดจุดที่จะติดตั้งสัญญาณไฟจราจร คือไฟแดง ไฟเขียว เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนในเขตอําเภอครบุรีนั้นได้บรรเทาความเดือดร้อน ในเรื่องของการสัญจรไปมาในช่วงจราจรเร่งด่วน โดยเฉพาะช่วงเช้าที่จะต้องเดินทางไปทํางาน และนักเรียนจะต้องไปโรงเรียน ลูกหลานของพี่น้องประชาชนในอําเภอครบุรีก็จะได้ไป โรงเรียนทันเวลาที่โรงเรียนกําหนด ก็ขอฝากท่านประธานไปยังส่วนที่เกี่ยวข้องเพียง ๑ เรื่องครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ
คุณวัชระ เพชรทอง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนมีทุกวัน
เรื่องแรกเริ่มจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์โดยกระทรวงพาณิชย์ นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน ประกาศควบคุมราคาข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ราดหน้า หรือแม้กระทั่ง ขนมจีน นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. ๒๔๗๕ รัฐบาลยิ่งลักษณ์ เป็นรัฐบาลแรกที่ควบคุมราคาสินค้าข้าวราดแกง โดยประกาศควบคุมราคาข้าวไข่เจียว ท่านประธานครับ ๑๕-๒๐ บาท ข้าวราดแกง ๒๐-๓๐ บาท ก๋วยเตี๋ยว ๒๕-๓๕ บาท อาหารตามสั่ง ๒๕-๓๕ บาท ควบคุมแม้กระทั่งราดหน้าและผัดซีอิ้ว ข้าวขาหมู ขนมจีน ก็ควบคุม ๒๕ บาทไม่เกิน ๓๕ บาท ไข่ดาว ๑ ฟองห้ามขายเกิน ๕-๖ บาท ท่านประธานครับ ผู้ฝ่าฝืนตามประกาศฉบับนี้มีบทลงโทษตามกฎหมาย มีโทษจําคุกไม่เกิน ๕ ปี หรือปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนขอให้ยกเลิกประกาศดังกล่าว และขอให้ท่านรัฐบาลไปใช้วิธีการอื่นแทน เช่น การลดต้นทุนการผลิต ลดราคาน้ํามัน ราคาแก๊ส หรือแม้แต่การผลักดันให้ได้ค่าแรง ๓๐๐ บาทที่เป็นจริง
ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ เป็นงานของคณะกรรมาธิการการพัฒนา การเมืองครับ ขออนุญาตท่านประธานนะครับ งานของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง จัดการอภิปรายที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีครับ เรื่องปรองดองรัฐธรรมนูญใหม่ ประชาชนได้เสียอะไร โดยมีท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปเป็นประธานเปิด มี ส.ส. บุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส. อรรถพร พลบุตร ในวันอาทิตย์ที่ ๑๗ มิถุนายนนี้เวลา ๐๙.๓๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา ที่โรงแรมสยามธานี ห้องทักษิณาลัย อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี อาหารฟรีนะครับ มีรัฐธรรมนูญแจก รับจํานวนจํากัดเพียง ๓๕๐ ท่าน ขอเชิญพี่น้องชาวสุราษฎร์ธานีเข้าร่วมงาน
สุดท้ายท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องการสอบทุจริตนายสิบโรงเรียนตํารวจ ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ขอให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติรับผิดชอบต่อความเดือดร้อนดังกล่าว และแก้ไขแก๊งการทุจริตดังกล่าว ซึ่งมีตัวการใหญ่อยู่หน้ามหาวิทยาลัยรามคําแหง เป็นติวเตอร์ (Tutor) ครับท่านประธานครับ ขอกราบขอบพระคุณ
แล้วไม่มี ส.ส. วัชระ เพชรทอง ด้วยหรือ เชิญท่านไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์
ท่านประธานที่เคารพครับ มีผมไปอภิปรายด้วยว่าจะเชิญท่านประธานไปเป็นประธานคราวหน้า ขอได้โปรดรับเชิญด้วยนะครับ
เชิญท่านไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ เชิญครับ เดี๋ยวเขาหารือกันอยู่ครับ เดี๋ยวให้ท่านไพโรจน์เสร็จก่อน
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ไพโรจน์ อิสระเสรีพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๙ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากอุบัติเหตุที่เกิดที่ตรงข้ามสี่แยกไฟแดง เขตหนองจอก ที่ทําให้ผู้บริสุทธิ์ต้องเสียชีวิต จบชีวิตลงที่ฟุตปาธ (Footpath) ทางเท้า ซึ่งไม่ได้ประมาทเลย ผู้ตาย ๒ คนเกิดมาจากรถบรรทุกดินที่บรรทุกดินจนเต็มกล่องเลยครับ ภาษาชาวบ้านก็ส่งผลให้การควบคุมยานพาหนะเป็นไปด้วยความยากลําบาก ก็ไถลเข้าไปปีนฟุตปาธ ไปขยี้ประชาชนผู้บริสุทธิ์ตรงนั้น ๒ ศพ ก็อยากจะผ่านท่านประธานไปถึงทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตํารวจก็ดี และเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่จะต้องดูแลในส่วนที่รถบรรทุก น้ําหนักเกินที่จะบรรทุกทุกสิ่งทุกอย่างที่จะถมดินนั้นควรจะต้องดูด้วยนะครับว่า ถ้าเกิดน้ําหนักเกินทําให้ถนนในกรุงเทพมหานครชํารุดก็จะต้องมีการชดใช้ทางแพ่ง ดังนั้นการมีข้อตกลงตรงนี้ก็จะต้องดูด้วยนะครับว่าถ้าเกินไปแล้วเกิดควบคุมไม่ได้ก็จะส่งผลเสียหาย อาจจะมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นกว่านี้นะครับ
อีกประการหนึ่ง ในส่วนที่รถบรรทุกในช่วงนี้เป็นช่วงฤดูฝนแล้วก็มีการบรรทุกดินกัน แล้วก็ไม่ได้ปิดผ้าใบ หรือใช้สแลน (Slan) ที่ไม่มีคุณภาพปกปิดตรงนั้น ดินก็ตกหล่นมาเต็มท้องถนน ส่งผลให้คนที่ขับขี่จักรยานยนต์ลื่นไถลก็เป็นอุบัติเหตุตามมาเช่นกันนะครับ ดังนั้นหน่วยงาน ที่รับผิดชอบโดยตรง คือสํานักงานเขตที่กํากับดูแลโดยกรุงเทพมหานคร แล้วก็ กระทรวงมหาดไทยนั้นดูแลอีกชั้นหนึ่งนะครับ ดังนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังกล่าว ช่วยดูแลเพื่อมิให้อุบัติเหตุเกี่ยวกับการมักง่ายของผู้ประกอบการที่ไม่ได้รับผิดชอบต่อ ประชาชนเลยนะครับ แล้วก็มีดินตกเกลื่อนถนนอย่างนี้นะครับ ก็ทางผมเองในฐานะเป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่หนองจอกก็มีความเป็นห่วงใยอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมาย อย่างจริงจังครับ
ท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ แล้วก็ลําดับต่อไปเป็นท่านรังสิมา รอดรัศมี เชิญท่านวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์
ขอบพระคุณท่านประธานคะ ดิฉัน นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานค่ะ จากภารกิจต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นได้รับโอนไปตาม พ.ร.บ. กระจายอํานาจ โดยเฉพาะเรื่องของถนนเป็นภารกิจซึ่งเกินศักยภาพของท้องถิ่นที่จะรับได้ ดูแล้วมีความเสียหาย มากมายจนไม่สามารถจะหางบประมาณมาซ่อมได้ มีมากมายนะคะ ขออนุญาตที่ยกตัวอย่าง เพื่อจะขอความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเรื่องของถนน ๓ สายนี้นะคะ ถนนสายดงขุย บ้านดงขุย ไปบ้านหนองกลุ่ม ถนนเส้นนี้อยู่ข้างโรงเรียนมัธยมดงขุย เด็ก ๆ ต้องใช้สัญจรไปโรงเรียน
อีกเส้นหนึ่งค่ะ ถนนสายบ้านโคกสําราญ บ้านกล้วย ตําบลดงขุย อําเภอชนแดน จังหวัดเพชรบูรณ์เช่นกัน
อีกเส้นหนึ่งนะคะ ถนนสายวังสาร บ้านดงลึกไปบ้านวังแช่กลอย ตําบลวังสาร อําเภอวังโป่ง จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นตัวอย่าง ๓ สายที่ได้ยกมานะคะ ดูแล้วไม่ไหวจริง ๆ ในการที่จะสัญจรไปมา มองมา ๕-๖ ปีแล้วยังไม่รู้ว่าจะหาหน่วยงานใดที่จะเข้ามารับผิดชอบ ในตรงนี้ได้ ก็เรียนผ่านท่านประธานไปว่ากระทรวงมหาดไทยกับกระทรวงคมนาคมสามารถ ที่จะให้ความช่วยเหลือในตรงนี้ปรึกษาหารือกัน โดยกระทรวงมหาดไทยส่งมอบให้กระทรวงคมนาคม รับโอนไป แล้วก็ทําการซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชนได้คืนอยู่ในสภาพเดิม และจะได้เอามาใช้อีก สัก ๑๐ ปี ๑๕ ปี ขอกราบขอบพระคุณท่านค่ะ
เชิญท่านรังสิมา
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ขอหารือท่านประธานนะคะ
เรื่องแรก ก็คือเรื่องราคามะพร้าวตกต่ํานะคะ ขณะนี้ประชาชนจะเดินขบวน แล้วก็เอามะพร้าวมาเทที่ถนนพระราม ๒ ก็อยากจะเรียนท่านประธานไปถึงรัฐบาลว่าให้ดูแล พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวด้วย เพราะขณะนี้ลูกละ ๑ บาท ยังไม่มีคนซื้อเลย สมัยพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลลูกหนึ่ง ๒๐ กว่าบาท มะพร้าวอ่อนลูกละ ๑๔ บาท ขณะนี้บาทเดียวก็ไม่มีคนไปตัดนะคะ ก็ล้นตลาด แล้วก็ช่วยตอบให้ด่วนด้วยนะคะ ไม่อย่างนั้นจะสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกมะพร้าว แล้วก็เมื่อเขามาปิดถนน รัฐบาลก็จะต้องมาแก้ปัญหาทีหลัง เพราะฉะนั้นตอนนี้รัฐบาลไม่ได้แก้รัฐธรรมนูญแล้วนะคะ ปิดสมัยแล้ว พ.ร.บ. ปรองดองก็ไม่ได้มีปัญหาแล้ว ก็ขอให้ช่วยไปดูแลพี่น้องเกษตรกรด้วยนะคะ
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องการทางพิเศษ ดิฉันเคยอภิปรายแล้วว่าควรเปลี่ยนรัฐมนตรี ให้เป็นผู้หญิงจะได้มีความเป็นระเบียบความสวยงามแล้วก็ความสะอาด ดิฉันพูดมา ๒ หนแล้ว หนนี้เป็นหนที่ ๓ ยังไม่ได้รับการแก้ไขเลย ท่านไปวิ่งดูได้เลย ท่านขึ้นทางด่วนหรือเปล่าคะ ประธานช่วยดูแล้วท่านก็ช่วยมาบอกกับท่านรัฐมนตรีด้วยว่าสกปรกมากเลย แทบจะทุกเส้นเลย แม้กระทั่งต่างจังหวัดก็เช่นกันนะคะ แล้วก็โดยเฉพาะใต้สะพานลอยนี่ ใต้สะพานของกรมทางหลวง จะเป็นที่ขังเพาะพันธุ์ยุง ขอให้ช่วยปรับปรุงตรงนั้นเป็นที่นั่งเล่น เป็นที่พักผ่อนจะได้เกิดประโยชน์
อีกประการหนึ่ง คือบัตรเติมเงิน ดิฉันเติมเงินไว้ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ที่เป็นตัวผ่าน ช่องอีซีบาย (Easy buy) นี่ไป ๖ ช่องทางแล้วยังไม่สามารถที่จะเปลี่ยนให้ดิฉันได้เลย เมื่อคืนดิฉันก็ไปอีก เจ้าหน้าที่บอกว่าช่วยพูดเกี่ยวกับจํานวนเงินด้วยนะคะ เพราะว่าเงิน มันจะไม่ตรงกัน สมมุติดิฉันเหลือ ๓,๕๐๐ บาท แต่พอเวลาเข้าไปแล้วมันเหลือ ๑,๐๐๐ กว่าบาท มันจะไม่ตรงกับตัวเลข เพราะฉะนั้นก็ขอให้ทางรัฐมนตรีช่วยดูแลให้เอาเครื่องชุดใหม่เอาไปเปลี่ยน แล้วก็เอาไปไว้ตามจุดของกรมทางด่านต่าง ๆ ให้ทั่ว เพราะฉะนั้นเวลาเปลี่ยนจะต้องไป เปลี่ยนทางวงแหวนรอบนอก ดิฉันไม่ได้ไปทางด้านโน้น เพราะฉะนั้นไม่ใช่ดิฉันคนเดียว เพราะฉะนั้นขอให้เอาอุปกรณ์นี้ไปไว้ทุกหน่วย ทุกสถานี จะได้สะดวกกับผู้ใช้บริการ ขอบคุณค่ะ
เชิญท่านสมคิด บาลไธสง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด บาลไธสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย พรรคเพื่อไทย ขอหารือ กับท่านประธานดังนี้ครับ
เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากนางปณิตาบ้านนิคมดงบัง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย บอกว่าสายไฟฟ้าผ่านหลังคาบ้านแต่บ้านเขาไม่สามารถจะใช้ไฟฟ้าได้ ก็ไปติดต่อและผมก็ได้เคยส่งตัวแทนไปติดต่อทางไฟฟ้า ผลการตอบให้ชาวบ้านก็คือต้องใช้เงินมา ให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ๑๒๐,๐๐๐ บาท อันนี้ก็เป็นเรื่องความทุกข์ของชาวบ้าน ก็อยากให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดูแลพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ สายไฟฟ้าผ่านหลังคาบ้านด้วย ลูกหลานอ่านหนังสือไม่มีไฟฟ้า อันนี้มันทุกข์ใจจริง ๆ ครับ
เรื่องที่ ๒ ของบประมาณสร้างพนังกั้นตลิ่งปากห้วยหลวงด้านโรงไฟฟ้าโพนพิสัย ระยะทาง ๑ กิโลเมตร ผมเคยหารือมาหลายครั้ง น้ําเคยกัดเซาะตอม่อสะพานพังอย่างแรง เหมือนเสียงระเบิดเลยเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ได้สร้างสะพานขึ้นใหม่แต่ทางตลิ่งยังไม่ทํา ผมกลัวจะเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลด้วยที่ริมตลิ่ง ปากห้วยหลวง
เรื่องที่ ๓ ของบขุดลอกหนองตะเภา หนองแดนเมือง ตําบลวัดหลวง อําเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย โดยผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
เรื่องที่ ๔ ของบสร้างประตูปิดเปิดน้ําสวย น้ําเป อันนี้ผมหารือมาหลายครั้ง เคยตั้งกระทู้ถามมา แต่ก็ไม่มีความก้าวหน้าเลย โครงการทําประตูปิดปากน้ําสวยและน้ําเป ซึ่งเป็นแม่น้ําสายหลักที่ไหลลงสู่แม่น้ําโขงที่เหลืออยู่ของจังหวัดหนองคาย คืออยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมชลประทาน มันมีความเกี่ยวข้องกับประชาชน ตั้ง ๗-๘ อําเภอนะครับ
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องกล้ายางพารา ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องทางโทรศัพท์ เมื่อวานนี้ครับ บ้านหนองกุ้ง ตําบลกุดบง อําเภอโพนพิสัย ว่าได้ไปลงทะเบียนเพื่อจะรับกล้ายางพารา จากทางราชการ บัดนี้เวลาก็ล่วงเลยการเพาะปลูกมาแล้ว เมื่อไรจะได้นะครับ ก็ขอฝากไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้คําตอบแก่พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องชาวบ้านคําไชยวาน หมู่ที่ ๕ ตําบลบ้านต้าย อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน ๒ ต่อด้วยกัน
ต่อแรก ก็คือจากนายสนั่น นนยะโส ผู้ใหญ่บ้าน บ้านคําไชยวาน หมู่ที่ ๕ ตําบลบ้านต้าย อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร
และอีกต่อหนึ่ง ก็คือจากนายวิชัย สีสุพล นายกเทศมนตรีตําบลบ้านต้าย อําเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ถึงความเดือดร้อน ๒ ต่ออีกล่ะคะ ท่านประธานคะ
อันแรก ก็คือไม่มีไฟฟ้าใช้ ขอห้องโสตทัศนูปกรณ์ฉายภาพใกล้ด้วยนะคะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนและได้ภาพจริงมาด้วยค่ะ ท่านประธานคะ คือตามเรือกสวนไร่นา ไม่มีไฟฟ้าค่ะ พอไม่มีไฟฟ้าพี่น้องชาวสวนยางก็นําน้ํายางเข้ามารีดแผ่นยางในหมู่บ้านคําไชยวาน ทําให้กลิ่นเหม็นคละคลุ้งไปหมดเลย เรื่องแรกก็คือ ไม่มีไฟฟ้าค่ะ
เรื่องที่ ๒ ก็คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่นําน้ํายางเข้ามารีดในหมู่บ้าน ยังไม่มีไฟฟ้าเลยเห็นไหมคะ ๖๔ ครอบครัวด้วยกัน แล้วลงชื่อ ดิฉันจะเอาหนังสือร้องเรียน ผ่านท่านประธานให้ทั้งหมดเลยค่ะที่ลงชื่อมา นั่นคือความเดือดร้อนของพี่น้องในเบื้องแรก
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์เป็นจดหมายร้องทุกข์และร้องเรียน เป็นจดหมายผ่านไปรษณีย์ จากนายสุวรรณ ฟ้ากระจ่างชัยสิน นายกองค์การบริหารส่วนตําบลตําบลหนองกวั่ง อําเภอบ้านม่วง จังหวัดสกลนคร ขอให้สนับสนุนงบประมาณราดยางถนนสายบ้านหนองกุงศรี หมู่ที่ ๗ ไปถึงบ้านคําลอดพื้น หมู่ที่ ๔ ตําบลหนองกวั่ง อําเภอบ้านม่วง ถนนนั้นระยะทาง ๕.๒๖๓ กิโลเมตร เดือดร้อนมาก ยิ่งหน้าฝนอย่างนี้ ยิ่งเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ชนบท ไกลปืนเที่ยงก็ต้องการอยู่เยี่ยงคนเมืองค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ
ท่านสมาชิกครับ ท่านที่ลงชื่อไว้ครบทุกท่านแล้วนะครับ อันนี้มีท่านขอเพิ่มเติม มีพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๒ ท่าน ผมขอเอาพรรคละ ๑ ท่าน เพราะว่า เดี๋ยวเรามีเรื่องสําคัญที่จะต้องลงมติอยู่คือกฎหมายการยาง แล้วก็กฎหมายกีฬา จะมีคุณหมอเธียรชัย คุณสมบูรณ์ คุณเกียรติศักดิ์ แล้วก็มาท่านสุรพล คุณวรชัย เอาท่านละ ๑ นาทีแล้วกันนะ ท่านผู้ว่าราชการด้วยหรือครับ ไหวไหมท่านละ ๑ นาที เพราะว่าเดี๋ยวเราจะเปิดแล้วนะครับ เชิญคุณหมอเธียรชัยก่อนครับ คนละ ๑ นาที
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ร้องเรียนมีดังนี้ครับ
๑. การรับจํานําข้าวราษฎรได้ใบประทวนแล้วแต่ผ่านไปเดือนเศษยังไม่ได้รับเงิน
อันที่ ๒ ตลิ่งริมแม่น้ําปิงพังหลายแห่ง ตั้งแต่ตําบลไม้งามจนถึงตําบลวังหิน เนื่องจากเขื่อนภูมิพลปล่อยน้ําครั้งที่แล้วทําให้มีบ้านพังหลายหลังและมีแนวโน้มว่าจะพังอีก หลายหลังต่อมา เนื่องจากมีเกาะแก่งเกิดขึ้นขวางทางน้ําของแม่น้ําปิงเป็นจํานวนมากทําให้ ทิศทางน้ําไหลวิ่งชนตลิ่งครับ
อันที่ ๓ ก็คือเรื่องไฟฟ้า บ้านวังน้ําเย็น บ้านต้นมะม่วง บ้านปางสังกะสี บ้านผาผึ้งต้องการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ทําให้พี่น้องไม่มีไฟฟ้าใช้มาเป็นระยะเวลายาวนาน ไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ก็เสื่อม ก็ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วย นอกจากนี้ชาวบ้านที่อยู่เหนือเขื่อนก็ยังไม่มีไฟฟ้าใช้จากการที่เสียสละ พื้นที่น้ําท่วมก็ยังต้องใช้พลังแสงอาทิตย์อยู่ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือด้วยครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสุรพล เกียรติไชยากร
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรพล เกียรติไชยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องเป็นความห่วงใยขออนุญาตเป็นตัวแทนของ ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ทั้ง ๑๐ เขต และ ส.ส. ภาคเหนือในพื้นที่ที่มีผลผลิตลําไยมากที่สุดในประเทศไทย ท่านประธานครับ ปีนี้ลําไยมีผลผลิตมาก ขณะนี้ลําไยจะออกสู่ตลาดอย่างเต็มที่ในเดือนกรกฎาคมยังมีลําไยค้างอยู่ ในส่วนของเกษตรกร ๔๘๙,๐๐๐ ตัน เป็นความห่วงใยของผู้แทนราษฎร เพราะว่าปีนี้ ต้องกราบเรียนว่าต้องขอกราบขอบพระคุณ ฯพณฯ วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ที่ได้นําบริษัทซีพี เข้าไปชี้แจงและดูผลผลิตที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายนที่ผ่านมา เป็นการให้ทาง บริษัทซีพี หาพ่อค้าจากประเทศจีนเข้ามารับซื้อ
อีกส่วนหนึ่งนั้นต้องขอกราบเรียนขอบพระคุณทางกระทรวงพาณิชย์ โดย ฯพณฯ บุญทรง เตริยาภิรมย์ ที่ได้วางแผนในการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลําไย แต่อย่างไรก็ตามกระผมกราบเรียนว่าเกษตรกรก็ยังมีความวิตกกังวลเป็นอย่างยิ่ง เพราะผลผลิตมากเหลือเกิน ขอหน่วยงานที่รับผิดชอบได้กรุณาให้วางแผนให้เอาใจใส่ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านสมบูรณ์เชิญ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ แน่นอนในยุคของแพงทีวีจอดํา วันนี้เป็นที่แน่ชัดแล้วนะครับ ฟุตบอลยูโร คู่แรกระหว่างแกรมมี่ (Grammy) กับทรูวิชั่น (True Visions) ผลปรากฏว่าผลการแข่งขัน ก็คือพี่น้องประชาชนชาวไทยจะไม่มีโอกาสได้ดูทีวีจนถึงวันที่ ๑ กรกฎาคมครับ ผมอยากถามว่า รัฐบาลทําอย่างไรบ้างครับท่านประธาน จะรอให้ประชาชนไม่ต้องดูทีวีไปจนถึงวันที่ ๑ หรือครับ แก้ปัญหาให้หน่อยครับ หรือต้องแก้รัฐธรรมนูญครับ พี่น้องประชาชนจึงมีโอกาสจะได้ดูฟุตบอล นี่ล่ะครับฟรีทีวี (Free TV) เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ขอให้รัฐบาลรีบแก้ปัญหา เรื่องนี้เป็นการเร่งด่วน ก่อนที่พี่น้องจะลุกฮือ เนื่องจากเสียสิทธิ ท่านประธานครับ เนื่องจากเกิดพายุที่จังหวัดตรัง ทําให้ถนนที่บ้านเกาะมุกด์เสียหาย เขื่อนที่หาดปากเมงเสียหาย แล้วก็ต้นไม้ล้มทับบ้านทําให้พี่น้องเสียชีวิต ขอให้ทางรัฐบาลเข้าไปช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วนนะครับ ท่านประธาน
ถ้าเรื่องทีวีเดี๋ยวท่านพูดใน พ.ร.บ. ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... เดี๋ยวท่านรัฐมนตรี ท่านมาเสนอกฎหมายท่านถามให้ชัดเลยเรื่องนี้ เอาช่วงที่เราสงสัยถามในช่วงนี้ละครับ เชิญท่านวรชัย แล้วต่อมาท่านเกียรติศักดิ์ และสุดท้ายคือท่านสุรเชษฐ์ อย่างนี้นะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ผมขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมได้รับโทรศัพท์ แล้วก็หนังสือร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรสวนยางว่า วันนี้เขาไปขายยาง แล้วก็ไม่มีพ่อค้าซื้อ ร้านซื้อยางปิดหมดครับท่านประธาน ตั้งแต่จังหวัดชุมพรลงไปจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปจนถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ เพราะได้ข่าวว่าในวันที่ ๑๙ นี้ จะมีการประท้วงเรื่องยางพารา เพราะฉะนั้นการที่ร้านค้าทุกร้านปิดเพื่อที่จะให้ พี่น้องประชาชนชาวสวนยางไปชุมนุมปิดถนนครับ นี่คือเงื่อนไข ไม่มีที่ขาย ผมได้ทราบว่า มีนักการเมืองภาคใต้ยุให้ร้านค้ายางปิดครับ นี่เป็นการกระทําที่เหมาะสมหรือไม่ครับ ช่วยให้รัฐมนตรีที่รับผิดชอบลงไปดูหน่อยครับ เพราะเป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
เดี๋ยวประเด็นนี้ท่านพูดใน พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งเป็นฉบับสุดท้าย พูดให้ชัดเลย ท่านรัฐมนตรีจะได้มาชี้แจง ท่านเกียรติศักดิ์ก่อนเชิญครับ ท่านเกียรติศักดิ์ ไม่ได้เกี่ยวกับท่าน เขาหารือนะครับ เดี๋ยวให้ท่านเกียรติศักดิ์ เดี๋ยวผมจะให้ท่าน นั่งก่อน ท่านเกียรติศักดิ์ก่อนตามลําดับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกียรติศักดิ์ ส่องแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๕ อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี พรรคประชาธิปัตย์ เรื่องที่ผมจะหารือกับท่านประธานในวันนี้เพื่อผ่านไปยัง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือเรื่องปัญหาการจราจรของพ่อแม่พี่น้องที่อยู่ในชุมชนฟ้าครามนคร ถนนฟ้าครามเป็นถนนสายสั้น ๆ ๓.๕ กิโลเมตร แต่เป็นถนนที่พาดผ่านเทศบาลสําคัญ ๆ อยู่ ๓ เทศบาล มีประชากรอยู่เรือนแสนคน ก็คือเทศบาลเมืองลําสามแก้ว มีประชากรอยู่กว่า ๖๐,๐๐๐ คน เทศบาลเมืองคูคต มีประชากรอยู่ ๕๕,๐๐๐ คน เทศบาลนครรังสิต มีประชากรอยู่ ๗๐,๐๐๐ คน เท่ากับจังหวัดใหญ่ ๆ จังหวัดหนึ่งที่ใช้ถนนเสมาฟ้าคราม โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่อยู่ในเทศบาลเมืองลําสามแก้วซึ่งอยู่ตรงกลางของถนนสายฟ้าครามเส้นนี้ เป็นถนน ๒ เลน เช้ามา เย็นมา ทั้งวันด้วยนะครับ ปัญหาการจราจรติดขัดมาก ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เนื่องจากว่าเป็นถนนอยู่ในความรับผิดชอบ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมไปที่กรมทางหลวงชนบทแล้วนะครับ ท่านบอกว่าโอนให้ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เพราะฉะนั้นขอฝากไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ดูแลปัญหาการจราจรของพ่อแม่พี่น้องเทศบาลเมืองลําสามแก้ว เมืองคูคต และเทศบาล นครรังสิตด้วยนะครับ ขอบคุณครับ
เหลือท่านสุดท้าย ท่านสุรเชษฐ์ก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะให้ท่านที่จะปรึกษาผมนะครับ เอาให้จบทีละเรื่องก่อน เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ แวอาแซ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะหารือ ผ่านไปถึงผู้รับผิดชอบในกระทรวงศึกษาธิการของ สพฐ. คือโรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคม ตั้งอยู่ที่อําเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส มีอายุการใช้งาน ซึ่งมีอยู่ ๓ หลัง ของอาคารใช้มาแล้ว ๔๐ ปีเศษ แล้วขณะนี้ก็เป็นห่วงว่าอาคารจะชํารุดมากขึ้น คณะกรรมการการศึกษา แล้วก็ผู้บริหารของโรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคม แล้วก็คณะครูอาจารย์ก็ได้ร้องขอให้ผมมาแจ้ง กับท่านประธานผ่านไปถึงผู้รับผิดชอบช่วยสนับสนุนงบประมาณ เพราะว่าเป็นโรงเรียนที่อยู่ อําเภอชายแดนใต้สุดของประเทศไทย ยังไม่ได้รับการดูแล แล้วก็สนับสนุนงบประมาณ ในการสร้างอาคารใหม่เลย เพราะฉะนั้นพื้นที่ตรงนั้นก็เป็นพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในเรื่องของการ เข้าเป็นประชาคมอาเซียน ซึ่งจะมีการสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีระหว่างประเทศสมาชิก เพราะฉะนั้นอยากจะให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สพฐ. ในเรื่องของอาคารเรียน ในระดับมัธยมศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือโรงเรียนเวียงสุวรรณวิทยาคม ในพื้นที่อําเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ขอบคุณครับ
ท่านสาทิตย์ มีอะไรปรึกษาหรือครับ
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงที่เข้ามา ตอนนั้นจะขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิพาดพิงที่สมาชิกลุกขึ้นหารือเรื่องของปัญหาราคา ยางพาราตกต่ํา แล้วก็บอกว่าจะมีการประท้วงกัน แล้วก็กล่าวหาในทํานองว่ามีนักการเมือง ภาคใต้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งผมต้องเรียนท่านประธานว่าผมเป็น ส.ส. จังหวัดตรังนะครับ ก็ได้รับ ความเสียหายด้วย ผมก็ต้องเรียนชี้แจงกับท่านประธานครับว่า ผมทราบว่าใครอยู่เบื้องหลัง เบื้องหลังทั้งหมดมันคือราคายางพาราตกต่ําอย่างมหาศาล ไม่เคยปรากฏมาก่อน และไม่ได้มีแค่ภาคใต้ แต่ไปทั้งประเทศ ยางพาราจาก ๑๕๐ บาท ๑๒๐ บาท เหลือ ๗๐ กว่าบาทตอนนี้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลมีหน้าที่ในการแก้ไขปัญหา แล้วเรื่องนี้เคยรับปากกันมาแล้ว คนปิดถนนมาครั้งหนึ่งแล้วที่จังหวัดสงขลา แล้ววันนี้ชาวบ้านก็พูดกันบอกว่ารัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องด้านกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอาแต่ขึ้นเวทีจะยุบศาลรัฐธรรมนูญ แต่แก้ปัญหายางพาราไม่ทํา นี่คือปัญหาครับ
เอาว่าท่านได้ชี้แจงแล้วละ เมื่อสักครู่ผมก็ฟังอยู่ว่า เขาก็บอกว่านักการเมือง แต่เขาก็ไม่ได้ระบุใคร แต่เมื่อท่านชี้แจงไปแล้วนะครับ ก็ถือว่าพอแล้วนะ ท่านได้ชี้แจงแล้ว
ก็สั้น ๆ เท่านั้นเองครับท่านประธานว่า ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องนี้จะยิ่งหนักขึ้นนะครับ
ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวเรามี พ.ร.บ. การยางอยู่ เราพูดในวาระนั้นให้ชัดเจน
แล้วมันเป็นปัญหาที่รัฐบาลจะต้องไป แก้ไขแล้วก็ต้องลงมือทําทันที ไม่ใช่เที่ยวมากล่าวหาว่าคนนั้นคนนี้อยู่เบื้องหลัง
ขอบคุณมากครับ คืออย่างนี้ เมื่อสักครู่ท่านหารือมาท่านก็บอกว่าขณะนี้ท่านเป็นห่วงว่าจะมีการเคลื่อนไหว แล้วก็ไม่ให้มีการรับซื้อยางพารา ท่านก็ไปพูด แล้วฝั่งนี้ท่านก็อธิบายไปแล้ว ผมว่าพอแล้วละ เดี๋ยวเราจะได้เข้าระเบียบวาระ ท่านจะใช้สิทธิอะไร ท่านลองพูดสิ คือเราหารือกันอยู่ มันไม่ได้ประท้วง มันไม่ได้ใช้ข้อบังคับอะไรหรอก เพียงแต่ ใช้ไมโครโฟนนิดหนึ่ง ท่านว่าอย่างไรนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ อันดับแรกผมต้องขอประท้วงท่านประธานก่อนนะครับ อยู่ในช่วงหารือแล้ว ท่านประธานให้คนอื่นลุกขึ้นมาพูดกล่าวหาว่าเสียหาย สาทิตย์ วงศ์หนองใน เสียหายตรงไหน ท่านประธาน
เดี๋ยวฟังผมพูดก่อนอย่าเพิ่งสวนนะครับ ก็อยู่ลําดับการหารือกันนะครับ ท่านสาทิตย์ก็บอกว่า จะขอหารือผมก็บอกให้รอก่อนนะครับ ให้จบเป็นทีละท่าน ๆ ตามที่ผมได้อ่านรายชื่อไปแล้ว ท่านก็ปฏิบัติ ท่านก็หารือ ผมก็ต้องฟังก่อนว่าเรื่องอะไร ไม่ใช่หารือแล้วผมไม่รู้ ผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าใครหารือเรื่องอะไร ท่านก็ไปบอกว่าท่านวรชัย เหมะ ได้กล่าวถึง เรื่องราคายางพาราแล้วผมก็นั่งฟังอยู่ว่าราคายางในขณะนี้ ท่านบอกว่าวันที่ ๑๙ มีนักการเมืองทางภาคใต้ ท่านพูดอย่างนี้ คล้าย ๆ ทํานองว่า ไปบอกบอกว่าในเรื่องนี้ อย่าให้มีการรับซื้อยางจากประชาชน ท่านสาทิตย์ก็เลยขออธิบายความเรื่องนี้ ผมก็ต้องฟังท่านอยู่ ผมก็คิดว่ามันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องเพียงแต่มีการหยิบยกกันขึ้นมา ผมก็เลยบอกเอาอย่างนี้ เราจะปิดสมัยประชุมแล้ว แล้วก็มีกฎหมายที่พวกเราร้องขอกันมา เรื่องร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งสมัยที่แล้วหลายท่านก็ได้เป็นกรรมาธิการ ผมก็นั่งเป็น กรรมาธิการด้วย มันไม่ผ่าน เรามาพูดในเรื่องนี้ดีไหมให้จบเลย อันนี้เราเพียงแต่อยู่ในวาระหารือกัน
ท่านประธานที่เคารพ ผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ คําวินิจฉัยของท่านประธานผมเข้าใจ แต่ว่านายสาทิตย์บอกว่าเสียหาย เสียหายในฐานะ ที่เป็นนักการเมืองภาคใต้ ผมถามว่านักการเมืองภาคใต้มีกี่ระดับ เขาเอ่ยชื่อ
เอาล่ะครับ เดี๋ยวมันต่อความยาวสาวความยืด ใจเย็น ๆ เดี๋ยวเราค่อยมาพูดในเรื่อง เราเอาหลักการดีกว่าครับว่า ยางมันเป็นอย่างไร เราจะไม่ต่อล้อต่อเถียงเพราะว่ามันจะปิดสมัยประชุมแล้ว อดทนกันนิดหนึ่ง เหลืออีกประมาณไม่กี่เดือนก็เปิดอีกแล้ว ไม่เป็นอะไร ขอบคุณมาก นั่งก่อนครับ ท่านสาทิตย์ครับ ไม่ได้บันทึกกันไว้แล้วพูดกันไป
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย คือประเด็นที่เขาลุกขึ้นมาผมไม่ได้ไปติดใจ แต่ติดใจเฉพาะที่เขาพูดถึงนามสกุลผมเมื่อสักครู่ ผมไม่รู้ว่าท่านประธานฟังทันหรือเปล่า
ไม่ทัน เพราะผมปิดไมโครโฟนแล้วผมก็ไม่รู้
ไม่เป็นอะไร แต่ว่าเสียงมันออกวิทยุไป
ไม่มีครับ พอปิดไมโครโฟนแล้วไม่ออกหรอกครับ
ประเด็นคืออย่างนี้ครับว่าผมอยู่สภานี้ มา ๑๗ ปี
ผมว่าเดี๋ยวเราค่อยคุยกันเรื่องนี้ตอนเข้าร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศ พ.ศ. .... ท่านสาทิตย์ เขาปิดไมโครโฟนไปแล้วเสียงไม่ออกแล้วนะครับ ผมว่างานเราจะเดินได้ มันเรื่องเล็ก
ท่านประธานครับ ผมเข้าใจเรื่องนี้ ไม่มีบันทึกการประชุม เพราะฉะนั้นให้ถอนคําพูดก็คงไม่มีความหมายอะไร ผมเพียงแต่บอก ท่านประธานสั้น ๆ ง่าย ๆ เท่านั้นเองว่าบางทีได้ยินแบบนี้ท่านประธานต้องเตือนเลย ผมอยู่สภา ๑๗ ปี สภาไม่เคยตกต่ําเท่าแก๊งนี้เข้ามา
ท่านถอนแก๊งเถอะครับ ท่านสาทิตย์เราผู้ใหญ่แล้ว ท่านถอนออกไปเถอะครับ
ตระกูลผมไม่ให้ถอนหรือครับ
มันออกไปแล้ว ไม่อย่างนั้นมันจะไม่จบ เชิญท่านสาทิตย์ถอนเถอะ ผมตอนอภิปราย ไม่ไว้วางใจคราวที่แล้วเนื้อหาเขาก็ให้ผมถอน ผมก็ยังถอนเลยเรื่องนี้ เราจะเดินหน้าได้ต่อ อดทนนิดหนึ่ง ขอความกรุณาท่านสาทิตย์
แล้วเวลาเขาพูดถึงผมเมื่อสักครู่ ท่านประธานไม่เตือน
ผมปิดไมโครโฟนแล้วมันไม่ออก
ไม่ครับ ตรงนี้ได้ยินทุกคนครับ
ผมไม่ได้ยินครับ ท่านจะถอนไหมครับ
ท่านให้เขาถอนก่อนครับ
ผมจะให้ท่านถอนก่อนครับ ผมจะต้องถาม
ให้เขาถอนก่อนครับ
ท่านจะไม่ถอนใช่ไหมครับ
ให้เขาถอนก่อนครับ
ผมไม่ได้ยิน อย่างไรครับ
มีใครพาดพิงถึงตระกูลท่านประธาน ท่านประธานโกรธไหม
คือผมไม่ได้ยิน ไม่เป็นอะไรครับ เชิญนั่งลงทุกท่านครับ ขอความกรุณานะครับ บันทึกไว้ว่า ท่านไม่ถอนก็เท่านั้นเองล่ะครับ ผมก็ตักเตือนแล้ว
จํานวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๑ คน
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกได้ลงชื่อแล้ว ๓๐๔ ท่าน ครบองค์ประชุม ผมขอดําเนินการประชุมต่อไปนะครับ
ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องกระทู้ถาม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม
เนื่องจากไม่มีวาระผมขอแจ้งเป็นวาระเพิ่มเติมนะครับ
ได้มีประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง ลงวันที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๕๕ เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จังหวัดเชียงใหม่ เขตเลือกตั้งที่ ๓ ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งได้แก่คุณเกษม นิมมลรัตน์ สังกัดพรรคเพื่อไทย ฉะนั้นผมขอเชิญคุณเกษม นิมมลรัตน์ กรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคําปฏิญาณตนโดยผมจะเป็น ผู้กล่าวนํา เชิญครับ
“ข้าพเจ้า (นายเกษม นิมมลรัตน์) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”
ขอแสดงความยินดีด้วยที่ท่านจะดํารงตําแหน่งแล้วก็เดี๋ยวจะปิดสมัยประชุมแล้วล่ะ เชิญนั่งลงครับ
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ไม่มี
พิจารณาต่อเรื่องที่พิจารณาเมื่อวานนี้ คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓ ฉบับ และร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓ ฉบับ โดยที่การพิจารณา เมื่อวานนี้ได้มีคณะรัฐมนตรีได้เสนอหลักการ เหตุผล พร้อมกับผู้ที่เสนออีก ๒ ฉบับเข้ามา แล้วก็ได้แถลงหลักการ เหตุผล ไปแล้ว แล้วท่านประธานได้ปิดประชุม วันนี้ผมขอจะ ดําเนินการต่อไป มีท่านสมาชิกท่านใดติดใจที่จะอภิปรายร่างกฎหมายทั้ง ๖ ฉบับนี้หรือไม่ เชิญท่านอภิรักษ์ โกษะโยธิน ท่านแรกก่อนนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอใช้โอกาสนี้ในการที่จะอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งทางรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกได้เสนอปรับปรุง แก้ไขจากร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อที่จะส่งเสริม ในเรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ รวมถึงในเรื่องของการเข้าถึงประโยชน์ สิ่งอํานวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่น ๆ และส่งเสริมบทบาทในเรื่องขององค์การของผู้พิการต่าง ๆ ท่านประธานครับ จากการสํารวจ ของสํานักงานสถิติแห่งชาติ ล่าสุดพบว่ามีผู้พิการในปัจจุบันในประเทศไทยอยู่จํานวนถึงประมาณ ๑,๘๗๑,๘๖๐ คน ซึ่งเป็นสัดส่วนถึงประมาณ ๒.๙-๓ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนประชากร แต่ที่สําคัญกว่านั้นก็คือว่าจํานวนผู้พิการที่มีอยู่ในประเทศไทย แม้ว่าจะได้รับโอกาส ในเรื่องของการที่จะลงทะเบียน มีบัตรตามมาตรา ๑๙ ใน พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการ ในปี ๒๕๕๐ แต่ว่าก็ยังมีผู้พิการจํานวนหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในต่างจังหวัดซึ่งถ้าเราดูจากผลของการสํารวจก็จะพบว่าพี่น้องผู้พิการในภาคเหนือมีอยู่ สูงกว่าค่าเฉลี่ยถึงประมาณ ๔.๔ เปอร์เซ็นต์ ผู้พิการในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือ ภาคอีสานสูงกว่าค่าเฉลี่ยคือมีอยู่จํานวนมากถึง ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ผู้พิการในภาคใต้ และภาคกลางจะมีอยู่จํานวนเพียงประมาณ ๒.๒-๒.๓ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นสาระสําคัญที่ผม อยากกราบเรียนผ่านไปยังคณะกรรมาธิการที่จะมีการตั้งขึ้นหลังจากที่ผ่านวาระที่หนึ่งแล้ว ก็คือร่างเนื้อหาต่าง ๆ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ แม้ว่าจะมีเจตนารมณ์ที่ดีในการที่จะปรับปรุงสวัสดิการ ของคนพิการ มีการปรับปรุงในเรื่องของการเข้าถึงสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ แต่ว่า ในจํานวนคนพิการทั้งหมดประมาณเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน จริง ๆ แล้วทางกระทรวง พม. ได้มีการแบ่งผู้พิการออกเป็น ๖ ประเภทด้วยกัน
ประเภทที่ ๑ ที่เรามักจะพบเห็นทั่วไปก็คือผู้พิการทางร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่ก็ มักจะใช้รถเข็นซึ่งโดยปกติในการเดินทาง ในการเข้าถึงสิ่งอํานวยความสะดวกของรัฐบาล หรือของหน่วยงานรัฐก็ดี ภาคเอกชนก็อาจจะมีข้อจํากัดในเรื่องของทางลาด ในเรื่องของ อุปกรณ์ที่จะอํานวยความสะดวก แต่มักจะเป็นประเด็นที่มักจะได้รับการดูแลเพราะว่าเป็นสิ่ง ที่พบเห็นทั่วไป
ประการที่ ๒ ก็จะเป็นกลุ่มของผู้พิการที่มีความบกพร่องทางเรื่องการได้ยิน นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นปัญหาอุปสรรคอีกส่วนหนึ่งในการที่ทาง พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้จะต้อง พิจารณาให้ครอบคลุมถึงผู้พิการที่มีปัญหาบกพร่องในเรื่องของการได้ยิน ในเรื่องการสื่อสาร
กลุ่มที่ ๓ ก็คือผู้พิการทางสายตาที่มีปัญหาในเรื่องของการมองเห็นนะครับ ซึ่งก็จะเป็นประเด็นในเรื่องของการเปิดโอกาสให้คนพิการทางสายตาได้มีโอกาสที่จะได้เรียนรู้ ได้มีโอกาสที่จะได้ใช้สื่อต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นประเด็นที่อยากฝากไว้ แต่ว่าอีก ๓ กลุ่มมักจะเป็น กลุ่มที่ถูกละเลยก็คือกลุ่มคนพิการทางด้านจิตใจ ซึ่งเรามักจะได้ยินที่เรียกกันว่าออทิสติก (Autistic) ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นปัญหาอุปสรรคทั้งในเรื่องของการเข้าถึงสวัสดิการต่าง ๆ ของรัฐนะครับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการรักษาพยาบาล หรือแม้แต่การ เข้าถึงสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ
กลุ่มที่ ๕ ก็คือคนพิการทางด้านสติปัญญา และกลุ่มสุดท้ายก็คือคนพิการ ทางด้านการเรียนรู้ เพราะฉะนั้นใน ๓ กลุ่มหลังนะครับ ผมอยากฝากไปถึงท่านรัฐมนตรี แล้วก็ทางกรรมาธิการในอนาคตว่าในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็อยากให้ครอบคลุมใน ทั้ง ๖ กลุ่มให้มีความเท่าเทียมกันในเรื่องของการเข้าถึงสวัสดิการหรือสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ
แต่ว่าประเด็นต่อไปที่ผมอยากอภิปราย ซึ่งเป็นเรื่องที่ถือว่าจะมีสาระสําคัญ ที่จะช่วยให้คนพิการทั่วทั้งประเทศกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนได้มีโอกาสได้รับประโยชน์จากร่าง พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้ ก็คือประเด็นต่าง ๆ ทั้งหมดประมาณ ๙ ประเด็นด้วยกัน
ประเด็นที่ ๑ ก็คือในเรื่องของการเปิดโอกาสให้คนพิการได้มีส่วนร่วมใน กิจการทางสังคมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเข้าไปเป็นคณะกรรมการที่จะมีส่วนร่วม ในการพิจารณาการแก้ไข หรือแม้แต่ในเรื่องของสวัสดิการ เพราะว่าผู้พิการเองก็จะเป็นผู้ที่ ตระหนักรับทราบถึงปัญหาอุปสรรค ทั้งในเรื่องของการเข้าถึงการอํานวยความสะดวก หรือแม้แต่สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ แต่ว่าที่ผ่านมาก็ต้องขอชื่นชมคนพิการ เพราะว่าจากการ ตรวจสอบในเรื่องข้อมูลเราก็จะพบว่าคนพิการให้ความสําคัญในเรื่องของการใช้สิทธิทางด้าน การเมือง มีการเดินทางไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ซึ่งในหลายพื้นที่ก็อาจจะสูงกว่าคนปกติ ทั่วไปด้วยซ้ําไป
ประเด็นที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการเข้าถึงการใช้ประโยชน์ทางด้านภูมิสถาปัตย์ ซึ่งในช่วงหลังเราจะเห็นคนพิการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านร่างกายออกมารณรงค์ในเรื่อง ของการที่จะให้หน่วยงานของรัฐและเอกชน เวลาจะมีการก่อสร้างสิ่งอํานวยความสะดวก ต่าง ๆ ต้องคํานึงถึงในแนวทางที่เรียกกันว่าอารยะสถาปัตย์ หรือที่เรียกกันว่ายูนิเวอร์ซอล ดีไซน์ (Universal Design) ซึ่งในประเด็นนี้ผมต้องเรียนว่าในประเทศญี่ปุ่นต้องถือว่าเป็น ประเทศที่ให้ความสําคัญ เป็นประเทศในระดับต้น ๆ ของโลกที่ได้ดําเนินการในเรื่องของ ทางลาด ดําเนินการในเรื่องของสิ่งอํานวยความสะดวกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรถโดยสาร รถไฟฟ้า หรือแม้แต่ในเรื่องของการเข้าถึงสถานพยาบาล โรงพยาบาล สถานศึกษาต่าง ๆ หรือแม้แต่การไปติดต่อส่วนราชการ อันนี้ก็อยากฝากเป็นประเด็นที่มีสาระสําคัญเป็น อย่างมากนะครับ
ประเด็นต่อไปก็คือในเรื่องของการเขาถึงสิทธิทางด้านการรักษาพยาบาล และการสาธารณสุข จากจํานวนผู้พิการทั้งหมดเกือบ ๒,๐๐๐,๐๐๐ คนก็จะพบว่ามีผู้พิการ รุนแรงที่จําเป็นจะต้องได้รับการดูแลประมาณ ๒๓๙,๐๐๐ กว่าคน แต่ที่สําคัญมากกว่านั้น ก็คือผู้พิการสามารถเข้าถึงสิทธิตามระบบหลักประกันสุขภาพในปัจจุบันเพียง ๕๕๗,๓๔๕ คน ซึ่งก็แปลว่ายังมีผู้พิการอีกเป็นจํานวนมาก อย่างน้อยเกือบประมาณ ๑,๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงหลักประกันสุขภาพ อันนี้ก็เป็นประเด็นสาระสําคัญนะครับ แม้ว่าอาจจะไม่มีการลงรายละเอียดในร่าง พ.ร.บ. แต่ก็อยากฝากเป็นประเด็นที่ผู้เกี่ยวข้อง หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปดูแล
ประเด็นต่อไปก็คือในเรื่องของการเขาถึงสิทธิทางด้านการศึกษา ที่ผ่านมา เรามักจะพบว่าผู้พิการส่วนใหญ่มักจะไม่ได้รับโอกาสในเรื่องของการศึกษาเท่าเทียมกับเด็ก หรือเยาวชนที่ปกติ จากการตรวจสอบในเรื่องของ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติก็ดี พ.ร.บ. การศึกษาสําหรับคนพิการ พบว่าปัจจุบันมีคนพิการที่เข้าถึงการศึกษาเพียงประมาณ ๒๗๖,๐๐๐ กว่าคน โดยเด็กพิการได้รับการศึกษาในศูนย์การศึกษาพิเศษ ๑๓ เขต ศูนย์การศึกษาพิเศษจังหวัด ๖๓ จังหวัด แล้วก็มีโรงเรียนการศึกษาพิเศษ ๔๓ โรงเรียน แต่ว่ารองรับเด็กพิการได้เพียงแค่ประมาณ ๒๗๒,๐๐๐ กว่าคนนะครับ อันนี้ก็เป็นประเด็น ที่อยากฝากไว้ แล้วก็ที่สําคัญในการที่เราจะเปิดโอกาสให้คนพิการมีสิทธิในเรื่องของการได้รับการศึกษา มีสิทธิในเรื่องของการได้รับโอกาสในเรื่องของการทํางานก็จะพบว่า มีนักศึกษาพิการ ในโรงเรียนอาชีวศึกษาอยู่เพียงประมาณ ๑,๖๗๐ คน เมื่อเทียบกับจํานวนนักศึกษา อาชีวศึกษาปกติกับนักศึกษาพิการที่มีโอกาสได้เรียนต่อในระดับอุดมศึกษาอยู่เพียง ๑,๙๕๓ คน อันนี้ก็จะเป็นประเด็นที่อยากฝากไว้
ประเด็นต่อไปก็คือในเรื่องของการครอบคลุมสิทธิและโอกาสในเรื่องของการจ้างงาน และการประกอบอาชีพ พบว่าปัจจุบันคนพิการที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปมีจํานวนถึง ร้อยละ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ที่ไม่มีอาชีพ ส่วนใหญ่เรามักจะเห็นคนพิการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่มาประกอบอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาลที่เราเรียกกันว่าลอตเตอรี่ เราพบคนพิการ เป็นจํานวนมากที่มาเร่รอนอยู่ตามถนน พูดง่าย ๆ ก็คือว่าตั้งใจที่จะมาประกอบอาชีพ แต่ว่าไม่ได้รับโอกาสในเรื่องของการประกอบอาชีพเหมือนคนปกติทั่วไป และที่สําคัญมากกว่านั้น ในฐานะที่รัฐบาลมีแนวทางที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั้งในเรื่องของการยกระดับ ในเรื่องค่าแรงขั้นต่ํา ในเรื่องของการปรับเงินเดือนคนที่จบปริญญาตรี แต่ว่าจากการสํารวจ ก็พบว่ามีผู้พิการส่วนใหญ่ที่ทํางานได้รับรายได้เฉลี่ยต่ํากว่า ๗,๐๐๐ บาทต่อเดือน ซึ่งถ้าเทียบกับ ผู้ใช้แรงงานขั้นต่ําก็ยังถือว่าเป็นรายได้ที่น้อยมากนะครับ เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็อยากฝากท่านประธานไปด้วย
สุดท้ายแม้ว่าทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จะมีความตั้งใจในเรื่องของการส่งเสริมการฝึกอาชีพในศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการ ๙ แห่ง แต่ก็พบว่ามีข้อจํากัดในเรื่องของจํานวนผู้พิการที่สามารถผ่านการอบรมเพียงแค่ ๑,๐๐๐ คน ต่อปี อันนี้ก็เป็นประเด็นที่อยากฝากให้ทางร่าง พ.ร.บ. ได้ครอบคลุม
ประเด็นต่อไป ก็คือในเรื่องสวัสดิการ ปัจจุบันเรามีศูนย์สวัสดิการสงเคราะห์ คนพิการและคนไร้ที่พึ่งเพียง ๒๐ แห่ง สามารถดูแลคนพิการได้ทั้งหมดเพียงประมาณ ๙,๔๐๐ กว่าคน คือพูดง่าย ๆ เมื่อเทียบกับจํานวนคนพิการเป็นหลัก ๑,๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่สามารถดูแลเพียงเล็กน้อยก็จําเป็นที่จะต้องส่งเสริมให้คนพิการสามารถที่จะดูแลตัวเอง แม้ว่าปัจจุบันจะมีจํานวนถึงประมาณเกือบ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพได้ แล้วก็รัฐบาลชุดที่แล้วก็ได้ผลักดันในการที่จะส่งเสริมให้ผู้พิการได้รับสวัสดิการเบี้ยยังชีพ อันนี้เป็นประเด็นที่อย่างน้อยได้แบ่งเบาภาระในเรื่องของการดูแล ในเรื่องของการดํารงชีพ ของคนพิการ
อีก ๒ ประเด็นนะครับ ซึ่งผมถือว่ามีความสําคัญมาก ก็คือในเรื่องของการเข้าถึง การสื่อสารทางด้านเทคโนโลยีสําหรับคนพิการ โดยปกติทั่วไปโดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าจะเป็น ร่าง พ.ร.บ. กฎหมาย การดําเนินการของกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มักจะคํานึงถึง พี่น้องประชาชนที่มีความปกติทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ ทางด้านสายตา ทางด้านการรับฟัง แต่ว่าผู้พิการโดยส่วนใหญ่โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้พิการทางสายตาหรือการรับฟังก็มักจะได้รับ โอกาสในเรื่องของการที่จะเข้าถึงในเรื่องของสื่อเทคโนโลยีต่าง ๆ ประเด็นตรงนี้ แม้ว่าปัจจุบันจะมีสื่อการเรียนการสอนในหลายรูปแบบ เช่นการนําโปรแกรมสปีดวิวเวอร์ (Program speed viewer) ขออนุญาตที่ใช้ภาษาอังกฤษ มาช่วยในการฝึกออกเสียง ฝึกพูด มีการจัดอุปกรณ์สัญญาณเสียง มีการพัฒนาระบบมัลติมีเดีย (Multimedia) หรือแม้แต่ การพัฒนาภาษามืออย่างที่สภาผู้แทนราษฎรเราก็กําลังดําเนินการในทุกครั้งที่มีการประชุม หรือแม้แต่การพัฒนาหนังสือเสียงเพื่อจะเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้มีโอกาสได้เข้าถึงตามสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญเปรียบกับพี่น้องประชาชนทั่วไป
และประเด็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสําคัญ ก็คือในสถานการณ์การเมือง ในปัจจุบันที่เราทราบดี การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารก็เป็นสิ่งที่มีความสําคัญสําหรับพี่น้องประชาชน แต่ส่วนใหญ่เรามักจะไปคํานึงถึงพี่น้องประชาชนที่มีความปกติทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็จะฝากในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ที่จะครอบคลุมในเรื่องของ การที่จะเปิดโอกาสให้พี่น้องผู้พิการในทุกประเภททั้ง ๖ ประเภทได้สามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารทั้งในรูปแบบสาธารณะและบริการต่าง ๆ สําหรับผู้พิการ
สุดท้ายนะครับ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผมอยากฝากให้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ได้มีการครอบคลุมในการที่จะส่งเสริมให้องค์กรเอกชน ส่งเสริมให้องค์กรของผู้พิการได้มีส่วนสําคัญในเรื่องของการผลักดันการปรับปรุงแก้ไข ในเรื่องของสวัสดิการ สิทธิในเรื่องของการส่งเสริมทั้งทางด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล การประกอบอาชีพ และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารให้พี่น้องผู้พิการสามารถที่จะดํารงตน และมีชีวิตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขเหมือนกับพี่น้องประชาชนที่มีความปกติทั่วไป ฉะนั้นก็หวังอย่างยิ่งว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะได้ปรับปรุงในเรื่องของสิทธิประโยชน์ และการอํานวยความสะดวกจาก พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ปี ๒๕๕๐ ผมเองก็ขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อพี่น้องผู้พิการทั่วประเทศทุกท่านครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่าเราจะต้องมีกฎหมายอีก ๒ ฉบับนะครับ ผมจะให้สิทธิทุกท่าน แต่การอภิปรายจะขอกําหนดระยะเวลา แล้วท่านก็ลองลําดับเรื่องของท่านเองแล้วกัน ท่านละ ๗ นาที ต่อไปจะเป็นท่านอาจารย์สุรสาล ผาสุข แล้วก็มาที่คุณหมออุดมลักษณ์ แล้วกลับมาที่อาจารย์รังสิมา เจริญศิริ แล้วก็มาท่านอรรถวิชช์ เอาตามลําดับนี้ก่อน ของคุณหมอวรงค์ของท่านมีอยู่แล้ว เดี๋ยวเอาทีละ ๔ ท่านก่อนนะครับ เชิญอาจารย์สุรสาลก่อน แล้วก็มาที่คุณหมออุดมลักษณ์ แล้วก็กลับมาที่อาจารย์รังสิมา แล้วก็มาท่านอรรถวิชช์ เดี๋ยวของท่านรอนะครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสาล ผาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสิงห์บุรี พรรคเพื่อไทย ต่อความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งได้มีผู้นําเสนอร่างเข้าสู่ที่ประชุมสภาหลายท่านด้วยกัน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ เพื่อแก้ไขปัญหา ในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์สิ่งอํานวยความสะดวกอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการ และความช่วยเหลืออื่นจากรัฐ ซึ่งการที่จะกระทําภารกิจดังกล่าวให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น และมีความคล่องตัวและอยู่ภายใต้การคุ้มครองของกฎหมายจึงสมควรที่จะมีการแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และกําหนดให้สํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติมีฐานะเป็นกรม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการแก้ไขเพิ่มเติมในหลายมาตราด้วยกัน ซึ่งแต่ละมาตรา ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมนั้นก็ล้วนแต่เป็นการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการทั้งสิ้น ยกตัวอย่างเช่นในมาตรา ๑๓/๑ ซึ่งเป็นเรื่องของการตรวจสอบการได้รับสิทธิประโยชน์ ของคนพิการ ถ้าสํานักงานพบว่ามีหน่วยงานของรัฐ องค์กรเอกชนหรือบุคคลใดซึ่งมีหน้าที่ รับผิดชอบฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ให้สํานักงานแจ้งหน่วยงานเหล่านั้น ให้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งเราจะเห็นว่ามาตรานี้ก็เป็นประโยชน์เช่นเดียวกันนะครับ อย่างไรก็ตามแต่กระผมมีข้อห่วงใยบางประการที่อยากจะขออนุญาตให้ข้อเสนอแนะเอาไว้ ในมาตรา ๑๓/๑ นี้ มีการใช้คําซึ่งอาจจะดูแล้วมีความไม่แน่นอนอยู่ในมาตรา ๑๓/๑ คือการใช้คําว่าในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งอยู่ในวรรคสอง หรือการใช้คําว่า ปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า ซึ่งการที่มีคําเหล่านี้อยู่ในกฎหมายนั้นซึ่งอาจจะสามารถใช้ได้นะครับ แต่ว่าคําเหล่านี้จะต้อง เป็นการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่ไม่มีการระบุเวลาที่ชัดเจนไว้นั้นอาจจะก่อให้เกิดปัญหาในการใช้ดุลยพินิจได้ เช่นก่อให้เกิดปัญหาเรื่องความไม่มีมาตรฐานคือมีหลายมาตรฐาน หรืออาจจะนําไปสู่ การกลั่นแกล้ง หรือนําไปสู่การแสวงหาผลประโยชน์อันมิชอบได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ กระผมฝากท่านผู้เกี่ยวข้องในการที่จะพิจารณาต่อไปเอาไว้ด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากมาตรา ๑๓/๑ แล้วยังมีการเพิ่มเติมในมาตรา ๒๐/๑ มาตรา ๒๐/๒ มาตรา ๒๐/๓ และมาตรา ๒๐/๔ ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ และสามารถส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการให้ดีขึ้น จากการศึกษาข้อมูลของกระผมเกี่ยวกับจํานวนผู้พิการในประเทศไทยทราบว่าข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ พบว่าประเทศไทยเรานั้นมีผู้พิการซึ่งพิการในด้านต่าง ๆ เช่น พิการทางด้านการเห็น การได้ยินหรือการสื่อความหมายต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ทั้งสิ้นเบ็ดเสร็จรวมกัน ณ วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ นั้นเป็นจํานวน ๑,๐๐๕,๗๑๑ ท่านด้วยกัน แม้ว่าคุณภาพชีวิตของคนพิการในประเทศไทยเรานั้นจะได้รับการดูแลดีขึ้นภายใต้ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๘ วรรคสอง และมาตรา ๓๐ วรรคสาม รวมถึงพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งทําให้คนพิการ สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่รัฐจัดให้มากขึ้น คนพิการได้รับการยอมรับ และได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกันเฉกเช่นกับคนปกติโดยทั่วไป แต่ก็ยังถือว่าการปฏิบัติ ต่อผู้พิการในประเทศไทยนั้นยังไม่ทัดเทียมกับในอีกหลายประเทศซึ่งมีการพัฒนาไปมากกว่า ประเทศไทยของเรา แม้แต่ในเอเชียด้วยกันก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ ในอนาคตนั้น โครงสร้างของประชากรของไทยจะเปลี่ยนแปลงไปเนื่องจากว่ามีอัตราการเกิดลดต่ําลง ส่งผลให้มีผู้สูงอายุหรือมีคนมีอายุยืนยาวมากขึ้น สังคมไทยจะเป็นสังคมที่ก้าวเข้าสู่สังคม ผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ซึ่งผลที่ตามมานั้นจะก่อให้เกิดโอกาสการเสี่ยงที่ผู้สูงอายุที่มีอยู่ เป็นจํานวนมากนั้นจะเสี่ยงต่อความพิการในด้านต่าง ๆ เช่น พิการทางด้านสายตา สายตาเลือนมองไม่ชัดเจน พิการทางด้านหู หรือเป็นอัมพฤกษ์ หรือทางด้านตาบอด ก็อาจจะเป็นได้นะครับ ซึ่งผู้สูงอายุเหล่านี้ที่จะมีความเสี่ยงที่จะมีความพิการในด้านต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนมานั้นมีแนวโน้มแล้วก็มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นเพิ่มมากขึ้นในสังคมในประเทศไทยเรา ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตที่จะขอบคุณทางรัฐบาลและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่าน ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้าสู่การพิจารณาของสภาในครั้งนี้ กระผมหวังว่าภายใต้ข้อบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติฉบับนี้ และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการยกสถานะ ของสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติขึ้นเป็นกรมส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ ซึ่งจะทําให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่าง มีประสิทธิภาพ มีความคล่องตัว อันจะนําไปสู่การส่งเสริมและการมีคุณภาพชีวิต ของคนพิการที่ดีขึ้น ประกอบกับความตระหนักของบุคคลที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลจะทําให้คน พิการในประเทศไทยได้รับสิทธิ ได้รับการอํานวยความสะดวกตามที่กฎหมายกําหนดไว้ ในฐานะพลเมืองของประเทศไทยเฉกเช่นที่คนทั่วไปได้รับ กระผมจึงขออนุญาตสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของรัฐบาล และของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอื่น ๆ ที่ได้นําเสนอร่างเข้าสู่การพิจารณาของสภา ในวันนี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญคุณหมออุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันเองก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะคะว่า ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ พร้อมคณะ ซึ่งในพรรคภูมิใจไทย พวกเราได้ยื่น พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อที่จะให้ทางสภาบรรจุออกมาพร้อมกับ ฉบับอื่น ๆ แต่เนื่องจากว่าทางข้อมูลรายละเอียดของ พ.ร.บ. ที่ดิฉันได้ยื่นอาจจะมีแนวทาง ที่แตกต่างไปจากทางรัฐบาลแล้วก็คณะผู้จัดทําเสนอ ดิฉันก็คิดว่าในเนื้อหาสาระนั้นก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ดิฉันกับทางพรรคภูมิใจไทยก็เป็นห่วงเป็นใยประชาชนผู้ที่เป็นผู้พิการด้วยอย่างยิ่งนะคะ และในเนื้อหาสาระของทางรัฐบาลและผู้ที่ยื่นกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เข้ามา ดิฉันเองกับพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้ขัดนะคะ หมายถึงว่าเราก็ได้เห็นด้วยในการที่จะเสนอเข้ามาเพื่อที่จะปรับปรุง เพื่อที่จะให้ได้ดูแลผู้พิการอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะคะ ในเนื้อหาสาระที่ทางรัฐบาลแล้วก็ทางคณะที่ได้เสนอร่างมา ดิฉันก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่สําคัญ ที่อยากจะบอกประชาชนแล้วก็ผู้พิการซึ่งในขณะนี้ผู้พิการถือว่ามีจํานวนมาก รวมทั้งสิ้น ในประเทศไทยปัจจุบันนี้ก็มี ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทําให้การดูแลที่จัดเป็นสํานักงาน ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็อาจจะดูแลไม่เป็นเอกภาพเท่าไรนัก ซึ่งถือว่าถ้าเกิดมีการจัดปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ใน พ.ร.บ. ที่ทางรัฐบาลแล้วก็ทางคณะต่าง ๆ ที่เสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นการดีเพื่อที่จะให้ดูแลผู้ที่ด้อยโอกาส ผู้ที่มีความพิการ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ดิฉันเองได้ดูวิวัฒนาการของการที่หน่วยงาน ของการดูแลผู้พิการจากการที่จัดตั้งก่อนหน้านี้ก็คือเป็นการจัดตั้งในกรมประชาสงเคราะห์ ของกระทรวงมหาดไทย จนมาถึงปัจจุบันก็คือสํานักงานส่งเสริมสวัสดิการและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ ผู้สูงอายุของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าเกิดว่าเราได้จัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม ที่เป็นเอกเทศขึ้นมาก็จะทําให้การดูแลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นเอกเทศยิ่งขึ้น ดิฉันเอง ก็ไม่ติดใจที่ว่าร่างพระราชบัญญัติที่ทางตัวดิฉันกับพรรคภูมิใจไทยได้เสนอขึ้นมา ซึ่งมีเนื้อหาสาระว่า รายได้ของผู้พิการปกติก็เป็นรายได้ที่น้อยอยู่แล้ว แล้วยังเป็นภาระกับผู้ที่อยู่กับผู้พิการ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่จะต้องเสียแรงงานไปอีกคนหนึ่ง เพราะว่าผู้พิการบางคนไม่สามารถ ที่จะดํารงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากผู้ดูแลก็จะทําให้ผู้ที่จะต้องดูแลผู้พิการไม่สามารถที่จะไป ทํางานได้ แล้วต้องมาดูแลผู้พิการ จึงทําให้รายได้ที่ทางรัฐบาลสนับสนุนในช่วงรัฐบาลชุด ที่แล้วก็คือ ๕๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ไม่สามารถที่จะดูแลได้อย่างเพียงพอ ดิฉันเอง กับพรรคภูมิใจไทยจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติขึ้นมา เพื่อที่จะเพิ่มให้ผู้พิการจาก ๕๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน แต่เนื่องจากว่าเนื้อหาสาระแล้วก็รายละเอียด ของการที่เสนอร่างนี้อาจจะไม่เข้ากลุ่มกับทางรัฐบาลกับผู้ที่เสนอเป็นคณะต่าง ๆ เหมือนกัน ดิฉันจึงคิดว่าในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนสําคัญเพราะว่าทางเราได้พิจารณาว่าเงินเพียง ๕๐๐ บาท ถือว่าเป็นเงินเพียงน้อยนิดนะคะ ถ้าเกิดว่าจะดูแลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็น่าจะเพิ่มขึ้นนะคะ อันนี้ดิฉันก็ไม่ติดใจนะคะ เพราะว่าจากการที่เราได้เห็นความตั้งใจของทางรัฐบาล แล้วก็ทางคณะต่าง ๆ ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะให้ดูแลให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องของการเข้าถึงสุขภาพ ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่จะทําให้ผู้พิการได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ แล้วก็มีสิ่งต่าง ๆ ที่ทางผู้พิการไม่สามารถ ที่จะเข้าถึงนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบท ดิฉันอยากจะฝากทางรัฐบาลว่าอย่างไร ก็พยายามช่วยดูแลให้ครอบคลุมผู้พิการทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการทางสายตา ผู้พิการ ทางการได้ยินหรือว่าผู้พิการต่าง ๆ ที่ว่าบางครั้งเราไม่สามารถที่จะเข้าถึงเขาจริง ๆ ดิฉันเคยออกตามหมู่บ้านเราจะเห็นผู้พิการ บางครั้งเขาไม่สามารถที่จะมาทําการรักษา หรือเข้าถึงสุขภาพได้อย่างดีนะคะ บางทีก็จะทําให้การดูแลไม่ทั่วถึงก็จึงจะขอฝากรัฐบาลว่า ดิฉันเองกับทางพรรคภูมิใจไทยก็จะสนับสนุนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนผู้พิการ แล้วก็อยากจะฝากให้ทํางานอย่างครอบคลุมในทุกผู้พิการ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณค่ะ
ท่านรังสิมา เจริญศิริ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรังสิมา เจริญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานคะ ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ ๒ ความเสมอภาคและในมาตรา ๓๐ ได้บัญญัติไว้ว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทํามิได้ ท่านประธานคะ ในพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น จึงมีความสําคัญ และสมควรที่จะได้รับการสนับสนุน เพื่อคุณภาพชีวิตของคนพิการซึ่งจะต้องได้รับการดูแล ตั้งแต่แรกเกิด ต้องได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม การพัฒนาผู้พิการ ไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้นั้น ต้องทําอย่างเต็มตามศักยภาพของเขา คือการให้การศึกษา ตั้งแต่เยาว์วัย รัฐจะต้องจัดให้มีการศึกษาพิเศษซึ่งทําการสอนคนพิการ ครู ที่จะมาสอนคนพิการนั้น จะต้องมีวุฒิการศึกษาพิเศษเฉพาะทางและให้เพียงพอด้วย ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้กระทรวงศึกษาธิการ จะจัดให้มีการเรียนร่วมระหว่างเด็กพิการกับเด็กปกติก็ตาม แต่ก็ยังมีปัญหาแล้วก็อุปสรรค อยู่หลาย ๆ ประการ เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้คนพิการนั้นไม่ได้จํากัดอยู่แต่เพียงในบ้านเท่านั้น เขายังได้ออกสู่สังคมได้ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ยกตัวอย่างเช่น การแข่งขันกีฬา คนพิการเป็นต้น เพราะฉะนั้นคนพิการจะต้องได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน ต้องได้รับความช่วยเหลือ ในการดํารงชีวิตขั้นพื้นฐาน การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ การฝึกอาชีพ การจัดหางาน ทําให้คนพิการจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ โดยคํานึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคลของคนพิการ ซึ่งคนพิการนั้นก็จะมีหลาย ๆ ประเภท เช่น ผู้พิการทางสายตา ผู้บกพร่องทางการได้ยิน และผู้บกพร่องทางการพูด นอกจากนั้นแล้วยังมีผู้พิการทางกาย และการเคลื่อนไหว ผู้พิการทางสมองเป็นต้น เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะพิจารณาศักยภาพ ของตนเองนั้นจะต้องทําเพื่อให้ผู้พิการเหล่านั้นได้อยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข การให้การศึกษาอย่างทั่วถึงแก่คนพิการนั้น จําเป็นที่จะต้องกําหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคนพิการ ยกตัวอย่างเช่น ยุทธศาสตร์การขยายโอกาสและบริการทางการศึกษาให้แก่คนพิการอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการให้บริการแก่เด็กพิการ แต่ละประเภท ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความเข้าใจ เจตคติเชิงสร้างสรรค์ ของครอบครัว ชุมชนและสังคม ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการจัดระบบข้อมูลขั้นพื้นฐาน ทางการศึกษา และจัดระบบข้อมูลการให้บริการในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เป็นต้น ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างความพร้อมในด้านการดําเนินชีวิตของคนพิการ คนพิการนั้นจะเกิดศรัทธาในตัวเองขึ้นได้ และเห็นว่าตัวเองนั้นมีความสามารถไร้ขีดจํากัด ที่ผ่านมาผู้ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการทั้งหลาย อาจจะมีเจตคติที่ไม่สร้างสรรค์ต่อคนพิการ กล่าวคือคิดว่าคนพิการนั้น คือเป็นภาระของสังคมไม่สามารถที่จะพัฒนาได้ จึงขาดความเอาใจใส่ เท่าที่ควร ดังนั้นเพื่อให้คนพิการนั้นได้มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอํานวยความสะดวก อันเป็นสาธารณะต่าง ๆ ได้นั้น เช่น อาคารสถานที่ ห้องน้ํา ทางลาดบริเวณต่าง ๆ อุปกรณ์พิเศษ เฉพาะคนพิการ เครื่องช่วยฟัง รถเข็น ไม้เท้า เครื่องพิมพ์ดีดเบรลล์ หรือการมีบุคลากร ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางสําหรับดูแลคนพิการ เช่น นักกายภาพบําบัด นักกิจกรรมบําบัด หรือล่ามเป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจําเป็นสําหรับคนพิการในโลกปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ คนพิการถึงแม้ว่าจะเป็นคนส่วนน้อยของสังคมก็ตาม แต่โดยสิทธิมนุษยชนแล้วเขาต้องได้รับ การดูแล เพราะว่าเขาเลือกเกิดไม่ได้ รัฐบาล นักการศึกษา ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตลอดจนชุมชนในสังคมนั้นจะต้องให้โอกาสผู้พิการได้เรียนรู้ตามศักยภาพที่เขามีอยู่ เพื่อให้เขาสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้ และไม่ให้เป็นภาระต่อส่วนรวมของสังคม การแก้ปัญหาในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์สิ่งอํานวยความสะดวกทั้งหลายอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการต่าง ๆ และความช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐ และองค์กรต่าง ๆ ที่จัดทําโครงการขึ้นมาเพื่อคนพิการนั้น ก็มุ่งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ดิฉันเห็นโครงการดี ๆ หลาย ๆ โครงการที่เพื่อให้คนพิการนั้นได้เข้าถึงเทคโนโลยี ที่สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้จัดให้กับคนพิการก็อย่างเช่น โครงการสนับสนุนขยายบริการห้องสมุดทางโทรศัพท์ระบบเดซี่ (Daisy) ซึ่งได้ทําร่วมกับสมาคมคนตาบอด จุดมุ่งหมายก็คือเพื่อพัฒนาและขยายข้อมูล ข่าวสารแบบครบวงจรให้แก่ผู้พิการทางสายตาและสื่อสิ่งพิมพ์ มีโครงการนําร่องศูนย์บริการ ถ่ายทอดการสื่อสารสําหรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน และผู้บกพร่องทางการพูด ซึ่งเป็นความร่วมมือ กับเนคเทค (NECTEC) เพื่อศึกษาด้านกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ สํารวจความต้องการของผู้บกพร่องการได้ยิน และผู้บกพร่องทางการพูดในประเทศไทย ซึ่งมีข้อจํากัดในการสื่อสารด้วยการพูด โครงการนําร่องเพื่อฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ สําหรับผู้พิการทางกายและการเคลื่อนไหวของ กสทช. นั้น เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ และการดําเนินชีวิตของคนพิการ เป็นต้น เพราะฉะนั้นการกําหนดให้สํานักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการแห่งชาติมีฐานะเป็นกรมในกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ และกําหนดให้มีอํานาจหน้าที่ในการตรวจสอบ ให้คําแนะนํา และช่วยเหลือคนพิการให้ได้รับสิทธิประโยชน์ และอํานวยความสะดวกเพิ่มขึ้น รวมทั้งกําหนดให้ องค์การด้านคนพิการหรือองค์กรอื่น ๆ ที่ให้บริการแก่คนพิการนั้นมีบทบาทในการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการมากขึ้น รวมทั้งการจัดสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐให้เพียงพอต่อการดํารงชีวิตของคนพิการ ซึ่งพวกนี้ก็คือส่วนหนึ่งของสังคมจะต้องได้รับ การดูแล ท่านประธานคะ ดิฉันดีใจค่ะที่รัฐบาลซึ่งนําโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อดูแลคนพิการ ดิฉันจึงขอสนับสนุนค่ะ ขอบคุณค่ะ
ต่อไปท่านอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี หลังจากท่านอรรถวิชช์แล้วจะเป็นคุณหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม แล้วก็คุณสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ผมจะขอปิดการอภิปรายแล้วก็จะลงมติต่อไป เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมมี ๒ ประเด็นที่อยากจะถามท่านประธาน แต่ว่าประเด็นแรก ต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีครับ คือข้างบนคณะรัฐมนตรีไม่มีใครนั่งอยู่ ข้างบนเลยนะครับ แต่ว่าถ้าสังเกตดูในห้องนี้ไม่ทราบมีรัฐมนตรีอยู่หรือเปล่าในชั้นล่างนะครับ ขอให้ท่านช่วยตอบด้วยนะครับ ในประเด็นแรกครับ
ท่านอรรถวิชช์ เมื่อสักครู่ผมประสานไปที่วิปรัฐบาลขอให้ตามท่านรัฐมนตรีมานั่งฟังด้วย
ดีครับ เพราะว่าร่างนี้ ผมมีความสนใจอยู่ว่าอยากให้คณะรัฐมนตรีช่วยตอบให้มีความชัดเจนครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านประธานครับ เมื่อสมัยที่แล้วนั่นหมายความว่าก่อนการเลือกตั้งที่ผ่านมา ก็คือสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ปลายสมัยผมเป็นคนเสนอกฎหมาย ฉบับนี้เข้าสู่การพิจารณา เราคุยกันในชั้นวิปรัฐบาลในขณะนั้นสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้บรรจุเข้าไปอยู่ในระเบียบวาระเรียบร้อยแล้ว เราก็คาดหวังว่ารัฐบาลนี้จะทําการยืนยัน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กลับเข้าสู่การพิจารณาอีกครั้งโดยเร็ว ปรากฏว่าก็ไม่ได้มีการยืนยัน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กลับเข้ามาแต่ประการใด ก็หมายความว่าต้องไปเริ่มต้นแต่ ๐ ใหม่ ก็ทําให้เสียเวลาไป ๗-๘ เดือน ให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ล่าช้าลง ก็เลยอยากจะสอบถามครับ เพราะว่าผมเองได้อ่านในส่วนของร่าง ครม. ของรัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ แล้วก็ร่างของ ส.ส. ที่นําเสนอในการเข้าสู่วาระที่หนึ่งในวันนี้ก็แทบจะเรียกได้ว่าไม่ได้มีความแตกต่างอะไรเลย จากร่างที่กระผมนั้นได้เสนอไปในสมัยที่แล้วที่มีท่านอภิสิทธิ์เป็นนายกรัฐมนตรี คําถามถามว่า ทําไมถึงไม่มีการยืนยันกฎหมายฉบับนี้และปล่อยให้เวลาเนิ่นช้าไปถึงตั้ง ๗-๘ เดือนครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้ท่านคณะรัฐมนตรีต้องส่งตัวแทนขึ้นมาชี้แจงถึงรายละเอียดว่ามันมีความแตกต่าง อย่างไร และส่วนไหนที่ท่านตัดออกที่เป็นสาระสําคัญ ซึ่งไม่สามารถจะยืนยันได้ในคราวแรก ในคราวที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ารับตําแหน่งครับ กฎหมายช้าไป ๗-๘ เดือน เรื่องที่ ๑
เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องนี้ถามท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้แน่นอนครับ ชื่อก็ระบุชัดเจนว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการ ซึ่งตามรัฐธรรมนูญแล้ว มาตรา ๑๕๒ ระบุเอาไว้ว่าตอนที่เราจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ก็หมายความว่า ถ้าเราไม่ผ่านวาระที่หนึ่ง วาระที่สอง วาระที่สามรวดไปเลย ก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างกฎหมาย โดยปกติแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไรครับ เป็นไปตามโควตาสัดส่วน ของพรรคการเมือง แต่เนื่องจากว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นเป็นพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้อง กับคนพิการโดยตรง รัฐธรรมนูญมาตรา ๑๕๒ ก็ระบุเอาไว้ว่าให้มีการตั้งโดยเอาองค์การเอกชน ที่เกี่ยวกับบุคคลประเภทนั้น พูดง่าย ๆ ก็คือเกี่ยวข้องกับคนพิการ มีจํานวนไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของจํานวนกรรมาธิการทั้งหมด แล้วก็ให้คํานึงถึงเรื่องของสัดส่วนหญิงและชายที่ใกล้เคียงกันด้วยครับ ผมเลยจะต้องถามท่านประธานว่า ในตรงนี้ท่านประธานมีเกณฑ์ของสภาของเราในการที่จะ แต่งตั้งกรรมาธิการ โดยคัดสรรผ่านองค์การเอกชนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการอย่างไรครับ โดยแบ่งเป็นกี่องค์การ องค์การใดบ้างที่มีสัดส่วนเข้ามานั่งเป็นกรรมาธิการแก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้นะครับ ท่านประธานช่วยตอบด้วย
และประการต่อมาครับ เรื่องของสัดส่วนหญิงชาย ในขณะนี้ท่านประธานได้มี การประสานงานเพื่อขอดูเรื่องสัดส่วนไหมครับ ว่าจะต้องเป็นไปอย่างเท่าเทียม เพราะรัฐธรรมนูญนั้นกําหนดชัดว่าเที่ยวนี้จะมีผู้ชายเยอะกว่าผู้หญิงนี่ก็คงจะไม่ได้หรอกครับ ต้องมีสัดส่วนที่เท่าเทียมแล้วก็เป็นไปอย่างเที่ยงธรรม เพราะฉะนั้นขอให้ท่านประธานช่วย ตอบในคําถามที่ ๒ ส่วนคําถามที่ ๑ ว่าทําไมไม่หยิบยกร่างนี้ขึ้น เป็นคําถามที่ผมถามไปยัง ครม. ว่าทําไมทําให้กฎหมายช้าไป ๗-๘ เดือน ช่วยชี้แจงกระผมด้วยครับ ขอบพระคุณครับ
คืออย่างนี้ครับ ในสัดส่วนตามรัฐธรรมนูญเราจะตั้งกรรมาธิการในครั้งนี้ ๓๖ ท่าน บุคคลภายนอก ก็จะได้สัดส่วนไป ๑๒ ท่าน ใน ๑๒ ท่านทางสภาได้ประสานไปที่ทุกพรรคการเมืองว่า จะแบ่งสัดส่วนบุคคลภายนอกดังนี้นะครับ ใน ๑๒ คน พรรคเพื่อไทยจะเสนอ ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จะเสนอมา ๔ ท่าน แล้วพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน แล้วพรรคชาติไทย พัฒนา ๑ ท่าน อันนี้ได้ประสานไปแล้วนะครับ แล้วก็รายชื่อของแต่ละพรรคก็ได้ส่งมาแล้วนะครับ ถ้าท่านอรรถวิชช์ติดใจก็เดี๋ยวจะให้เจ้าหน้าที่เอารายชื่อไปให้ดูนะครับ อันนี้เขาส่งมาแล้ว ผมเพิ่งได้รับ เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผมเข้าใจท่านประธานได้แบ่งโควตาตามพรรคการเมือง เพื่อที่จะให้องค์การเอกชนนั้นได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วม มันมีประเด็นอย่างนี้ครับ ผู้แทนองค์การเอกชนที่เกี่ยวกับบุคคลประเภทนั้นนี่ผมเลยต้องถามท่านประธานว่า ในทางปฏิบัติแล้วนี่มันมีการขึ้นทะเบียนองค์การเอกชนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ขึ้นทะเบียน องค์การที่เกี่ยวข้องกับสตรี ขึ้นทะเบียนองค์การที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่เป็นลิสต์ (List) ของสภา หรือไม่ครับ เพราะถ้าเกิดว่ามีแบบนั้นนี่ผมคิดว่าท่านประธานก็คงจะต้องเกลี่ยให้โดยเท่าเทียมกัน ในแต่ละองค์การด้วย เลยถามท่านประธานต่อเนื่องว่ามีการเกลี่ยในเรื่องขององค์การพวกนี้ แล้วขึ้นทะเบียนไว้กับทางท่านหรือเปล่าครับ เพราะว่าในอนาคตอาจจะมีกฎหมายอีกหลายฉบับครับ
แล้วประการต่อมา คือเรื่องของสัดส่วนหญิงชาย ท่านประธานช่วยตอบด้วย ว่าท่านประธานได้เช็กไหมครับว่าแต่ละพรรคการเมืองที่มีการเสนอชื่อขึ้นไป แล้วพลู (Pull) รวมให้ท่านประธานนี่สัดส่วนหญิงชายเป็นอย่างไรครับ
คือหลักในทางปฏิบัติอย่างนี้ท่านอรรถวิชช์ครับ ทางสภาจะเอาหลักเกณฑ์โดยเฉพาะบัญชี รายชื่อขององค์การเอกชนจะมีอยู่แล้วครับ แล้วก็แจ้งให้กับทุกพรรค แต่ละพรรคก็จะดึง รายชื่อจากบัญชีนี้เข้ามา แล้วก็ในสัดส่วนครั้งนี้ที่ได้ดูเบื้องต้นจะมีสุภาพสตรี ที่ส่งมา ๔ ท่าน แล้วผู้ชายก็ประมาณ ๘ ท่าน ดูจากเอกสารเบื้องต้น อันนี้ถามว่ามาได้อย่างไร ก็เป็นสัดส่วน ของแต่ละพรรคที่จะไปดึงรายชื่อจากองค์การเอกชนเข้ามา ซึ่งทางสภาได้จัดให้ กับทุกพรรคการเมืองแล้วนะครับ
กราบเรียนท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องพูดกันหลายครั้ง เพราะผมกังวลใจแบบนี้นะครับ คือผมอยากให้เรามีเกณฑ์ชัดเจน ถ้าเป็นไปได้อยากขอความกรุณาท่านประธานลองคุยเรื่องเกณฑ์กันดูหน่อย เพราะว่า ยกตัวอย่างท่านประธานให้กับพรรคประชาธิปัตย์มานี่ แล้วพรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อไป พรรคประชาธิปัตย์คงคํานวณถึงเรื่องของสัดส่วนครับ แต่ว่าพอมันไปสรุปตัวเลขอยู่ที่ ท่านประธานนี่สัดส่วนมันไม่ลงเป็นไปตามรัฐธรรมนูญนะครับ คือรัฐธรรมนูญให้คํานึงถึง สัดส่วนของหญิงชายที่เท่าเทียมกันที่มาจากองค์การเอกชนนั้น ๆ นี่นะครับ เพราะฉะนั้น เวลามาเสนอชื่อท่านประธานนี่ ท่านประธานได้บอกไปแล้วเมื่อสักครู่มีหญิง ๔ ท่าน ชาย ๘ ท่าน อันนี้ไม่เท่าเทียมนะครับ อันนี้ชายมากกว่าหญิงอย่างเยอะ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรื่องนี้ ถ้าเป็นไปได้ในระหว่างที่เรากําลังรอผู้อภิปรายอีก ๒ ท่านต่อจากผมนี่เป็นไปได้ท่านประธาน ช่วยดูเรื่องนี้หน่อย เพราะผมเกรงว่าจะเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญเรื่องของสัดส่วนหญิงชาย เพราะว่าตัวเลขพอมันไปกองที่ท่านประธานสุดท้ายนี่มันไม่เท่าเทียมกันนะครับ ๘ : ๔ ชาย มากกว่าเยอะครับ แล้วคณะรัฐมนตรีก็ขอให้ตอบด้วยนะครับ มีต่างอย่างไรบ้างครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กับที่ผมเสนอผมว่าเหมือนกันเลยครับ แล้วล่าช้าไปอีก ๗-๘ เดือน ขอบพระคุณ
อย่างนี้ได้ไหมครับคุณหมอ คุณหมออภิปรายไปก่อน เดี๋ยวผมจะประสานไปที่พรรคเพื่อไทยว่า ใน ๖ ท่านของท่าน ท่านเสนอผู้ชายมาทั้งหมดในประชาธิปัตย์ ๔ ท่านนี่ท่านมีผู้หญิง ๓ ท่าน ชาย ๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทยชาย แล้วก็ชาติไทยพัฒนาผู้หญิง ฉะนั้นในสัดส่วนนี้ เดี๋ยวจะประสานไปที่พรรคเพื่อไทยให้ใกล้เคียงกันนะครับ เดี๋ยวรอรัฐมนตรีตอบ ขอให้ท่านอรรถวิชช์ เข้าเนื้อหาเราก่อนเลยนะครับ ผมกําลังประสานท่านรัฐมนตรีมาอยู่นะครับ เชิญครับ ท่านไม่ติดใจ ใช่ไหมครับ อย่างนั้นก็เชิญคุณหมอวรงค์
กราบเรียนท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ผมไม่ได้ติดใจประเด็นอื่นเพิ่มเติมนะครับ เพียงแต่ว่า ๒ ประเด็นนี้เท่านั้นเองครับ
ได้ครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ เดี๋ยวนะคุณหมอวรงค์เดี๋ยวนิดหนึ่ง เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขใช่ไหมครับ เชิญครับ
ผมกราบเรียน ท่านประธานนะครับว่า ผมนั่งฟังอยู่ให้ท่านสบายใจได้ในการอภิปรายนะครับ มีรัฐมนตรี นั่งฟังด้วยครับ
เชิญข้างบนหน่อยได้ไหมครับ นาน ๆ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะได้มานะครับ เชิญข้างบนหน่อยครับ เพราะผมมองไม่เห็นนะครับ แล้วเพื่อนสมาชิกเวลาพูดพูดกับประธาน แล้วท่านจะเสียสมาธิเวลาหันกลับไปกลับมา เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ข้างบนครับ เชิญคุณหมอวรงค์ต่อ
ผมขอเป็นผู้รับฟัง ก่อนครับ
เชิญครับ เดี๋ยวท่านอรรถวิชช์มีอะไร คุณหมอวรงค์นั่งก่อนครับ ทีละท่าน เพื่อความเรียบร้อย เชิญครับ
ท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นนิดเดียวครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ คือท่านรัฐมนตรีรับฟังอยู่แล้ว ผมก็ขอสอบถามท่านครับ ท่านตอบ ตอนจบรายการก็ได้นะครับ ตกลงว่าทําไมร่างที่ผมเสนอเข้าไปท่านถึงไม่หยิบยกและล่าช้ามาตั้ง ๗-๘ เดือน แล้วร่างก็หน้าตาคล้าย ๆ กัน หรือว่ามีอะไรที่แตกต่างครับ ช่วยชี้แจงครับ ขอบพระคุณครับ
หลังจากที่ท่านสมาชิกได้ซักถามหมดแล้วค่อยตอบทีเดียวนะครับ ท่านประธานวิปครับ ช่วยประสานงานเรื่องคณะกรรมาธิการจากบุคคลภายนอกด้วยนะครับ เชิญคุณหมอวรงค์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก อย่างน้อยก็ต้อง ชื่นชมท่านประธาน ตลอดจนเพื่อนสมาชิกพวกเราทุกคน ทุกพรรคการเมืองที่มีส่วนร่วม ในการผลักดันกฎหมายดี ๆ ของพี่น้องประชาชน เพราะผมถือว่า พ.ร.บ. ตัวนี้ เป็น พ.ร.บ. ที่สะท้อนถึงมาตรฐานประเทศนะครับท่านประธาน เพราะว่าพวกเราทุกคนคือตัวแทน ประชาชน แล้วก็พวกเราส่วนหนึ่งไปเป็นรัฐบาล รัฐบาลถ้าเสนอกฎหมายดี ๆ ที่ดูแล ประชาชน มันก็สะท้อนว่าขณะนี้มาตรฐานประเทศเราดีขึ้น เรามีกฎหมายดี ๆ ในการดูแล คุณภาพชีวิตของคนพิการ ก็สะท้อนให้กับคนต่างชาติทุกคนในโลกนี้ได้รับรู้ว่าสังคมไทยดูแล ประชาชนคนไทยดีขึ้น ผมอยากจะเล่าให้กับท่านประธานฟังว่า ผมจําได้เมื่อปี ๒๕๔๐ ตอนนั้นผมยังเป็นข้าราชการอยู่รับทุนจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ไปยังต่างประเทศ คือประเทศอังกฤษ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าผมเข้าไปในโรงพยาบาลของเขา ไปเจอห้องน้ําคนไข้ ห้องน้ําญาติ ผมตกใจท่านประธาน เพราะผมตกใจตรงนี้ทําไมห้องน้ําเขา สะอาดจัง ทําไมห้องน้ําคนป่วยของโรงพยาบาลที่ประเทศอังกฤษมีกระดาษทิชชู มีสิ่งอํานวย ความสะดวกต่าง ๆ ครบ และทําให้ขณะนั้นซึ่งผมยังเป็นข้าราชการอยู่ ผมรู้สึกอ๋อประเทศ ที่เขาเจริญแล้วรัฐบาลเขาต้องดูแลคนของประเทศเขาอย่างดีครับ ซึ่งขณะนั้นเมื่อปี ๒๕๔๐ ๑๕ ปีมาแล้ว ถ้าท่านประธานนึกออกว่าสถานที่ราชการของเราห้องน้ํายังไม่สะอาดครับ ห้องน้ํายังสกปรกมาก จนกระทั่งตอนหลังเรามีการพัฒนามากขึ้นเพื่อจะดูแลคุณภาพ มาตรฐานของคนไทยดีขึ้น ห้องน้ําเราดีขึ้น และยิ่งมาเห็นกฎหมายฉบับนี้ออกมาในการดูแล คนพิการ ผมชื่นชมครับ ผมถือว่าพวกเราทุกคนได้ทําหน้าที่สมกับความเป็นผู้แทน ของประเทศไทยจริง ๆ ในการดูแลประชาชนคนไทยก็คือคนพิการ ซึ่งผมให้เครดิตรัฐบาลครับ ท่านประธาน เครดิตทั้งรัฐบาล ทั้ง ส.ส. ของซีกรัฐบาล และผมก็เชื่อว่าเพื่อนฝ่ายค้าน เหมือนกันครับ เราคิดตรงกันที่ต้องการเห็นรัฐบาลยกมาตรฐานในการดูแลคุณภาพชีวิต ของคนไทยทุกคนตลอดจนคนพิการด้วย อย่างน้อยสิ่งที่สะท้อนออกมาในวันนี้ก็คือ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่มีการยกฐานะ หน่วยงานหน่วยงานหนึ่งขึ้นเป็นระดับกรม ก็สะท้อนให้กับความมั่นใจให้กับพี่น้องคนพิการว่า วันนี้คุณภาพชีวิตของคนพิการมีหน่วยงานที่เป็นมาตรฐานระดับกรมดูแลเขาถึงขนาด ออกเป็น พ.ร.บ. ให้ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากท่านประธานครับ และอย่างน้อยก็เห็นด้วยกับ เพื่อนซีกรัฐบาลที่ได้มีการอภิปราย ก็คือมาตรา ๑๓/๑ ในวรรคสองที่กําหนดไว้ว่า ในกรณีที่ หน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง ภายในระยะอันสมควร ผมฝากเพื่อนสมาชิกที่จะเป็นคณะกรรมาธิการ ประโยคนี้ต้อง แปรญัตติครับ คําว่า ระยะเวลาอันสมควร มันกว้างเกินไป เราไม่แน่ใจว่าคําว่า สมควร ในการดูแลคุณภาพชีวิตคนพิการที่ได้รับการบริการตลอดจนสิ่งอํานวยความสะดวก ที่เหมาะสมภายใต้ระยะเวลาอันสมควร คําว่า สมควร มันแค่ไหน ผมอยากจะฝากเพื่อนทุกคน ที่ไปเป็นคณะกรรมาธิการต้องแปรญัตติไปเลยครับ กําหนดไปเลยว่า ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ให้มีความชัดเจน ไม่อย่างนั้นแล้วเดี๋ยวกฎหมายจะไม่มีผลบังคับใช้
ประเด็นถัดมาที่อยากจะฝากก็คือ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีครับ เนื่องจากว่า ในมาตรา ๘ ได้มีการพูดถึงเรื่องบัตรประจําตัวคนพิการ ผมต้องย้ําว่าขณะนี้ในความเป็น ผู้แทนราษฎรเราก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องคนพิการเยอะว่าการใช้สิทธิขอออกบัตรประจําตัว คนพิการค่อนข้างจะสับสนและยาก ถูกโยนกันไปโยนกันมาระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ กับโรงพยาบาล บางครั้งคนพิการบอกว่าไปติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยงานก็บอก จะต้องไปที่โรงพยาบาล ไปที่โรงพยาบาลเขาก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เขาก็โยนกลับมาที่หน่วยงาน ที่รับผิดชอบ สุดท้ายการออกบัตรประจําตัวคนพิการค่อนข้างจะยากและสับสน ในเมื่อ ในมาตรานี้ได้มีแผนการชัดเจนในการที่จะยกมาตรฐานคุณภาพชีวิตคนพิการ และคนที่จะเป็นคนพิการก็ต้องมีบัตรประจําตัวคนพิการ เป็นไปได้ไหมว่าคณะกรรมการ ที่เกี่ยวข้องพยายามหาเกณฑ์ในการออกบัตรประจําตัวคนพิการที่มันง่ายขึ้นมาเสียหน่อย และอยากจะฝากไปยังรัฐบาลด้วยว่าบัตรประจําตัวคนพิการไหน ๆ ออกแล้วควรจะให้เขาใช้ ตลอดชีวิต เพราะผมได้รับการร้องเรียนจากผู้พิการว่าคือมันต้องต่อบัตร แล้วเวลาต่อบัตร ก็ยุ่งยาก ผู้พิการบางคนก็เดินไม่ได้หามกันทีไปโน้นไปนี่ค่อนข้างจะยุ่งยาก ที่ผมกล้าพูดว่า ถ้าเราจะต้องออกบัตรประจําตัวคนพิการมันคือสิทธิประโยชน์ของเขา ยิ่งช่วงหลังรัฐบาล ตั้งแต่ยุคท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็มีการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับคนพิการ ภาษาชาวบ้านคือ เงินเดือนคนพิการ ดังนั้นเวลาออกบัตรประจําตัวคนพิการรัฐบาลน่าจะกําหนดกฎเกณฑ์ ไปเลยครับว่าให้ใช้ได้ตลอดชีวิต ทําไมผมถึงกล้าบอกว่าให้ใช้ได้ตลอดชีวิต เพราะคําว่า คนพิการ เขาคือการสูญเสียอวัยวะครับ ผมได้เปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ก็ได้เขียนไว้ชัดเจนว่าความพิการก็คือการเสียอวัยวะ เสียไปจากสภาพเดิม ดังนั้นพวกนี้ โอกาสที่เขาแขนขาดไปแล้วที่เขาจะมีแขนเหมือนเดิมมันไม่มีหรอกครับ เพราะฉะนั้น บัตรประจําตัวคนพิการก็ควรจะออกให้เขาเป็นบัตรประจําตัวที่ใช้ตลอดชีวิต ซึ่งฝากเป็น ข้อสังเกตไปยังรัฐบาลตลอดจนบุคคลที่เป็นคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าคนที่จะ สามารถกลับมาใช้อวัยวะเขาได้เหมือนเดิมเขาเรียกว่าผู้ทุพพลภาพตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
ประเด็นถัดมาที่อยากจะฝากก็คือท่านได้มีการพูดถึงศูนย์บริการคนพิการ ในมาตรา ๒๐/๔ ผมต้องย้ําว่าคือวันนี้คนพิการที่ผ่านมาเหมือนเขาได้รับสิทธิในการดูแล ที่น้อยกว่าประชาชนทั่วไป แต่กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เพิ่มสิทธิที่จะดูแลเขาเหมือนกับ ประชาชนปกติ เพิ่มโอกาส เพิ่มมาตรฐานคุณภาพชีวิตของเขา เป็นไปได้ไหมว่าก็ในเมื่อกรมนี้ เป็นกรมที่จะดูแลคนพิการ คนที่เกี่ยวข้องเหมือนกันจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกัน คนดีไปดูแลคนพิการความรู้สึกคนดีอย่างหนึ่งครับ แต่ถ้าท่านเอาคนพิการมาเป็นข้าราชการ ในกรมนี้ผมว่าความรู้สึกเขาจะเข้าใจคนพิการได้มากขึ้น อย่างน้อยก็เลยเรียกร้องให้กรมนี้ ที่จะยกฐานะขึ้นมาเป็นกรม ท่านควรจะกําหนดสัดส่วนเอาคนพิการเข้ามาทําหน้าที่ คือคําว่า คนพิการ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทําอะไรไม่ได้เลย เพราะว่ามันก็จะเหมาะกับลักษณะของ งานเขา บางคนทําคอมพิวเตอร์ได้ก็สามารถเข้ามารับราชการได้ ก็เลยอยากจะเรียกร้องให้ กรมกรมนี้ว่าเป็นไปได้ไหมว่าท่านจะเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้เข้ามาเป็นหน้าที่ในฐานะ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งคนเหล่านี้ความรู้สึกนึกคิดจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนพิการ ได้ดีกว่าคนปกติ ถ้าศูนย์นี้ หน่วยงานนี้ที่มีฐานะเทียบเท่ากรมเปิดตําแหน่งต่าง ๆ ให้คนพิการ ได้เข้ามารับราชการในกรมนี้เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตคนพิการ ผมว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
และสุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานครับ คือลําพังออกกฎหมายอย่างเดียวมันไม่พอ เพราะเราจะเห็นว่าหลาย ๆ ครั้งที่ พ.ร.บ. ออกมามันไม่มีผลบังคับใช้เพราะจิตสํานึกในการ บริการดูแลประชาชนมันยังไม่เต็มที่ก็เลยอยากจะเรียกร้องรัฐบาลว่าเราต้องมีการรณรงค์ บุคคลที่เกี่ยวข้องในการที่จะดูแลคนพิการอย่างจริงจังเถอะครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสมบูรณ์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งทางรัฐบาล ได้นําเสนอต่อสภาในวันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าทางพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพรรคต้นเรื่อง ของเรื่องดังกล่าว ก็คงสนับสนุนร่างดังกล่าว ท่านประธานครับ ก็คงเป็นที่ทราบว่าคนพิการ ในประเทศไทยของเราจํานวน ๑,๘๐๐,๐๐๐ คน วันนี้รัฐจําเป็นที่จะต้องเพิ่มสวัสดิการให้กับ พี่น้องคนพิการ น่ายินดีนะครับ ทุกรัฐบาลพยายามดูแลคนพิการหรือผู้ด้อยโอกาส ไม่ว่าจะเป็น ผู้สูงอายุ ท่านประธานก็คงทราบว่าเงินผู้สูงอายุเริ่มมาตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เริ่มให้กับผู้สูงอายุ ๒๐๐ บาท แล้วก็เพิ่มมาเป็น ๓๐๐ บาท แล้วก็มาเป็น ๕๐๐ บาท ทั่วประเทศในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คนพิการก็เหมือนกัน ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ ๕๐๐ บาท วันนี้รัฐบาลเพิ่มเงินผู้สูงอายุเป็นขั้นบันได แต่ทําไมกลายเป็นลืมคนพิการล่ะครับ ท่านประธานครับ แน่นอนคนพิการจําเป็นที่จะต้อง ได้รับการดูแลจากทางภาครัฐมากกว่าคนปกติ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน บางประเด็น เช่น เรื่องของการจัดทําสถานีให้บริการ เช่น การเดินทางของคนพิการครับ สถานีขนส่งหรือท่ารถ บขส. หรือสนามบินครับท่านประธาน พี่น้องคนพิการยังลําบากอยู่ บางที่เครื่องบินที่ไม่มีทางลาดที่จะเดิน ถ้าเกิดทางรัฐสามารถจัดลิฟต์ยกสําหรับคนพิการ นั่งรถเข็น ก็จะทําให้คนพิการได้มีสวัสดิการที่ดีขึ้น ทางลาดครับ ท่านประธานคงเคยเห็น ทางลาดที่เขาทําเป็นยางสําหรับคนพิการตาบอด เดี๋ยวนี้มีน้อยครับ ผมจําได้ว่าสมัยที่ ท่านนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย เราเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเฟสปิกเกมส์ (FESPIC Games) ตอนนั้นประเทศไทยปรับปรุงหมดครับ ทางเดินทางลาดให้คนพิการตาบอดได้เห็นว่าทางนี้ เป็นทางตรง ตรงนี้เป็นทางแยก ตรงนี้เป็นสวัสดิการที่พี่น้องคนพิการให้การขอบคุณ มาเป็นระยะเวลายาวนาน ท่านประธานที่สาธารณะเรื่องห้องน้ํา ท่านประธานเห็นไหม กลายเป็นรัฐสู้เอกชนไม่ได้ ท่านประธานลองขับรถไปตามต่างจังหวัดครับ แล้วก็เลี้ยวเข้า ปั๊มน้ํามัน เดี๋ยวนี้มีห้องน้ําสาธารณะสําหรับคนพิการ ดูดี ดูสะอาด มีเครื่องช่วยเขา รัฐควรเอาตัวอย่างไปทําในที่สาธารณะในการทําห้องน้ําสําหรับคนพิการ เพราะว่าห้องน้ํา คนพิการต้องกว้างกว่าห้องน้ําคนปกติครับ เนื่องจากเวลาเข็นรถเข้าไปมันต้องใช้พื้นที่มากกว่า ก็ขออนุญาตกราบเรียน
ในเรื่องของอาชีพหรือในเรื่องของรายได้ ท่านประธานก็คงทราบว่า จากข้อจํากัดของร่างกายนี้ทําให้คนพิการเขาไม่สามารถหารายได้ได้ รัฐต้องช่วยเหลือ ในเรื่องเบี้ยยังชีพที่ผมได้พูดถึงแล้ว แต่สิ่งสําคัญก็คือรัฐจะต้องส่งเสริมความรู้ทางด้านอาชีพ ให้กับคนพิการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยีทางด้านคอมพิวเตอร์ ท่านประธานผมมีเพื่อนเป็น คนพิการคนหนึ่ง ตั้งชมรม เขาพิการตั้งแต่ส่วนล่างขึ้นไป ใช้มือก็ไม่ได้ เขาก็ใช้ปากมาวาดภาพ ซึ่งทํารายได้ให้กับกลุ่มเขามีรายได้มากขึ้น ตรงนี้ทางรัฐควรจะส่งเสริมคนพิการให้เขามีช่องทาง หรือมีรายได้มากขึ้น และโดยเฉพาะโรงเรียนเฉพาะครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนคนตาบอด ไม่ว่าโรงเรียนคนหูหนวก หรือออทิสติก ท่านประธาน ควรจะกระจายให้ทั่วประเทศ เป็นการพัฒนาคนพิการของเราให้มีความรู้ เรื่องสุขภาพครับ ตรงนี้โรงพยาบาล ต้องขอขอบคุณตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้วโดยท่านรัฐมนตรี ท่านจุรินทร์ ท่านก็นั่งอยู่ คนพิการ ขอบคุณมาก เดี๋ยวนี้อนามัยทุกแห่งมีห้องข้างล่าง คนพิการเมื่อก่อนอนามัยต้องขึ้นชั้นบน เดี๋ยวนี้ปรับปรุงอนามัยทุกอย่าง เป็นโรงพยาบาลประจําตําบล ซึ่งทั้งคนพิการแล้วก็คนปกติ ก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ฝากรัฐบาลว่าช่วยสนับสนุนไป โครงการที่เป็นโครงการดี ๆ สนับสนุน เพื่อพี่น้องประชาชน ท่านครับ สิ่งที่ผมอยากจะพูดถึงเป็นเรื่องสําคัญ ก็คือเรื่องของ สุขภาพหรือเรื่องกีฬาครับ ต้องยอมรับว่าโอกาสของคนพิการในการดํารงชีวิตแล้ว สิ่งหนึ่งที่สําคัญ ก็คือเขามีโอกาสได้เล่นกีฬา ต้องขอบคุณวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาอยู่ที่นี่ครับ กรมพลศึกษาจัดการแข่งขันกีฬานักเรียนคนพิการทุกปี ก็ต้อง ขอขอบคุณนักเรียนคนพิการมีโอกาสได้แสดงความสามารถกันในโอกาสนี้ ต้องขอบคุณ การกีฬาแห่งประเทศไทยที่มีการแข่งขันกีฬาคนพิการแห่งชาติ ทีมชาติไทย นักกีฬาคนพิการ มีโอกาสติดทีมชาติไทยครับท่านประธานไปแข่งระดับกีฬาโอลิมปิก ไปแข่งกีฬาระดับเอเชียนเกมส์ ไปแข่งกีฬาระดับซีเกมส์ในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ของเรา สิ่งที่นักกีฬาต้องการตอนนี้ก็คือ ๓ เรื่องด้วยกัน
๑. นักกีฬาคนพิการมีความต้องการมากก็คือเรื่องของศูนย์ฝึกกีฬาคนพิการ เป็นการเฉพาะ ท่านประธานจะเห็นว่าโรงยิมธรรมดาเป็นสําหรับนักกีฬาปกติ แต่คนพิการ ต้องไปใช้ร่วมกัน วันนี้ประเทศไทยลองสร้างศูนย์กีฬาคนพิการขึ้นมาสักแห่งครับ เพื่อเป็น ศูนย์นําร่องให้กับประเทศต่าง ๆ ว่าประเทศไทยส่งเสริมกีฬาให้กับคนพิการ
ส่วนที่ ๒ เมื่อปีที่แล้วท่านประธานคงได้ยินข่าวนะครับ ก็คือนักกีฬาตาบอด ตกหอพักนักกีฬา เราไม่มีหอพักเฉพาะคนพิการครับ วันนี้เป็นการเรียกร้องของสมาคมกีฬาคนพิการว่า เขาอยากมีหอพักสําหรับคนพิการเฉพาะของเขา ใช้งบประมาณไม่กี่ล้านบาทครับ รัฐยอมทุ่มไปตรงนี้ ให้กับพี่น้องคนพิการ บางทีเราอาจจะเสียเงินเยียวยาเรื่องอื่น แต่ในการพัฒนาชีวิตของคน ขอให้รัฐส่งเสริมด้วย ผมฝากกราบเรียนว่าหอพักนักกีฬาใช้งบไม่มากครับ ท่านน่าจะให้การ สนับสนุน
เรื่องสุดท้ายครับ ก็คือสวัสดิการเรื่องกองทุน เรามีกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ในกรณีนักกีฬาไปแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ซึ่งจะแข่งขันในอีกไม่กี่วันที่ลอนดอนเกมส์ ถ้านักกีฬา ประเทศไทยได้เหรียญทองนะครับ ผมเรียนว่าเราจะได้รับเงินสนับสนุนจากทางภาครัฐ ๑๐ ล้านบาท แต่ในขณะเดียวกันถ้าเกิดนักกีฬาคนพิการไปแข่งขันกีฬาระดับโอลิมปิก เขาเรียกว่ากีฬาพาราลิมปิกเกมส์ จะได้รับเงินรางวัลเพียงแค่ ๔,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถามว่า ความยากง่ายเท่ากันไหม เท่ากันครับ แต่ท่านอาจจะบอกว่าจํานวนนักกีฬาที่เข้าร่วม การแข่งขันอาจจะไม่เท่ากัน แต่ระดับเท่ากันเลยครับ สุดยอดของโลก ก็คือกีฬาโอลิมปิก สุดยอดของโลกของกีฬาคนพิการก็คือพาราลิมปิก เพราะฉะนั้นอยากให้ทางรัฐบาลได้ปรับ เงินสวัสดิการช่วยเหลือให้เท่ากัน ผมเรียนนะครับท่านประธาน ผมเป็นนายกสมาคมกีฬา จังหวัดตรัง ในการแข่งขันกีฬาแห่งชาตินักกีฬาเหรียญทองของจังหวัดตรังได้รับเงินโบนัส (Bonus) เหรียญทองละ ๓๐,๐๐๐ บาท นักกีฬาคนพิการก็ได้ ๓๐,๐๐๐ บาท นี่เป็น สวัสดิการที่เป็นนโยบายของจังหวัด ผมก็อยากให้ประเทศได้พัฒนาตรงนี้เช่นเดียวกันนะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ
ท่านสมาชิกครับ ผมเห็นท่านอภิปรายหลายท่านแล้วก็จะสนับสนุนในหลักการนะครับ ไม่มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น แต่เนื่องจากว่าผมได้ชี้แจงไปแล้วบอกว่าท่านสมบูรณ์จะเป็น ท่านสุดท้าย แต่ก็ได้มีผู้แจ้งความประสงค์มา อย่างท่านบุณย์ธิดากับท่านอิสสระ สมชัย ไม่รู้ท่านใดจะอภิปรายนะครับ แล้วก็มีชื่อของอาจารย์ผุสดี แล้วก็ท่านคุณหมอเธียรชัย ผมว่าเมื่อสักครู่ก็บอกว่าเหลือท่านสุดท้าย ขออีกสัก ๑ ท่านได้ไหมครับ เพราะว่าเรายังมี กฎหมายสําคัญที่จะต้องพูดกัน โดยเฉพาะเรื่องของร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... แล้วก็ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... อย่างนั้นผมขอความกรุณา อาจารย์ผุสดี แล้วก็คุณหมอ เอาท่านอดีตรัฐมนตรีอิสสระท่านหนึ่ง แล้วก็ผมจะให้รัฐมนตรีตอบ แล้วเราจะขอปิดการอภิปรายแล้วลงมติดีไหมครับ เพราะอาจารย์ผุสดีเป็นกรรมาธิการด้วย ไม่ใช่หรือครับเรื่องนี้ ไม่ได้เป็นใช่ไหมครับ ขอท่านสุดท้ายนะครับ เอาท่านอิสสระ สมชัย แล้วกัน เชิญท่านอิสสระ สมชัย ครับ ถ้าท่านบุณย์ธิดามีอะไรก็ฝากท่านอิสสระ สมชัย ถามแล้วกันนะครับ เชิญท่านอิสสระ สมชัย ท่านสุดท้ายนะครับ
ความจริงน่าจะเป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก แต่ละคนนะครับ ไม่ได้เกี่ยวกับนามสกุลเดียวกันต้องพูด ๑ คน ไม่ใช่นะครับท่านประธาน มุมมองอาจจะแตกต่างกัน เลยอยากจะฝากท่านว่า คงใช้เวลาไม่นานท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์
อันดับแรกผมต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่ท่านได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับคนพิการ โดยเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้เข้ามาสู่ที่ประชุมของสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ อยากจะกราบเรียนว่า ไม่ใช่ว่าเพิ่งจะเริ่มต้นในรัฐบาลชุดนี้ ในรัฐบาลชุดที่ผ่านมาผมก็เป็นคนเสนอ พ.ร.บ. นี้ ผ่านคณะรัฐมนตรี บรรจุในระเบียบวาระมาหลายครั้งแต่ก็ถูกข้ามไปข้ามมา จนในที่สุดสภายุบ ก็เลยไม่ได้พิจารณา เมื่อรัฐบาลนี้นํามาพิจารณาอีกผมก็ต้องขอขอบคุณ เพราะว่าคนพิการนั้น ปัจจุบันนี้มีจํานวนในประเทศไทยทั้งหมด ๑,๙๐๐,๐๐๐ คนนะครับท่านประธาน มีทั้งพิการ ขนาดเบา ขนาดกลาง และขนาดหนัก มีคนพิการซึ่งได้รับเบี้ยความพิการที่เรามักจะเรียกว่า เบี้ยยังชีพ ความจริงเป็นเบี้ยความพิการ อยู่ทั้งหมดประมาณ ๑,๑๐๐,๐๐๐ คน หมายถึง คนพิการซึ่งมีบัตรประจําตัวครับ บัตรประจําตัวคนพิการที่เรากล่าวถึงก็คือบัตรที่ผมถืออยู่นี้ นี่ละครับคือบัตรประจําตัวคนพิการ คนพิการจะได้รับบัตรนี้จะต้องได้รับการตรวจสอบจากหมอ ยืนยันว่าเป็นคนพิการจริง ในตอนรัฐบาลชุดอภิสิทธิ์เข้ามาบริหารงานมีคนพิการได้รับ เบี้ยความพิการไม่ทั่วถึง ได้รับเพียงบางส่วนประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ คน แต่เนื่องจากว่าคนพิการมีทั้งหมดสมัยนั้น ประมาณ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน เป็นนโยบายรัฐบาลชุดที่ผ่านมา บอกว่าในเมื่อให้เบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุแล้วก็ต้องให้คนพิการได้รับอย่างทั่วถึงเช่นเดียวกัน จึงได้เสนองบประมาณเพื่อจ่าย เบี้ยความพิการให้กับคนพิการ ปัจจุบันนี้คนพิการที่มีบัตรประจําตัวลักษณะเช่นนี้จะได้รับ เบี้ยความพิการอย่างทั่วถึงทุกคน เว้นแต่คนพิการซึ่งมีฐานะดีไม่มีความประสงค์จะขอใช้สิทธิ อันนี้ก็มาแจ้ง ก็ไม่ได้จ่ายให้ พระราชบัญญัติที่เสนอเข้ามาสู่ที่ประชุมในสภาวันนี้มีประเด็น หลัก ๆ อยู่ ๓ ประการ
ประการที่ ๑ ก็คือเป็นการยกฐานะสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการแห่งชาติ ผู้บริหารสูงสุดนั้นมีตําแหน่งเป็นเลขาธิการ ท่านประธานครับ ตําแหน่ง และฐานะนั้นผมอยากจะกราบเรียนว่าสํานักงานแห่งนี้แม้จะเป็นสํานักงานซึ่งดูแลคนพิการ โดยเฉพาะ แต่โดยสถานะหน่วยราชการแห่งนี้ไม่ได้มีฐานะเป็นนิติบุคคล เลขาธิการนั้น จะบริหารงานโดยสิทธิเด็ดขาดไม่ได้ จะต้องได้รับมอบหมายจากปลัดกระทรวงเท่านั้น ปลัดกระทรวงเป็นผู้มีอํานาจเต็ม และเป็นการมอบหมายให้เลขาธิการสํานักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติได้มีการเสนอกฎหมายอันนี้เข้ามาตั้งแต่รัฐบาล ชุดที่ผ่านมา เมื่อเสนอเข้ามาในชุดนี้ผมจึงเห็นว่ามีความจําเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกฐานะ อันนี้ขึ้นมา ข้อจํากัด ข้อขัดข้องในการบริหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริหารกองทุนส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านประธานครับ คณะกรรมการคนพิการแห่งชาตินั้น จะเป็นคณะกรรมการคณะใหญ่ และมีคณะอนุกรรมการหลายคณะ อนุกรรมการที่สําคัญนั้น ได้แก่อนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านประธานครับ อํานาจสิทธิขาดตรงนี้มันอยู่ที่ส่วนกลาง คืออยู่ที่กระทรวง อยู่ที่สํานักงานปลัดกระทรวง บริหารงานโดยคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่ในขณะเดียวเรามีคนพิการอยู่ทั่วประเทศ เรามีเงินกองทุนให้ซึ่งจัดให้ทุกปี อยากจะ กราบเรียนว่าในอดีตที่ผ่านมา รัฐบาลชุดที่ผ่านมาได้จัดเงินให้กับกองทุนส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการปีละ ๕๐ ล้านบาท แต่ในปี ๒๕๕๕ รัฐบาลชุดนี้จัดให้เพียง ๒๗ ล้านบาท และในปี ๒๕๕๖ ผมดูใน พ.ร.บ. งบประมาณแล้วจัดให้เพียง ๒๖ ล้านบาท เอาเถอะครับ จะมากจะน้อยไม่เป็นอะไร เพียงแต่ว่าการบริหารของกองทุนนั้นจะต้องเกิดสภาพคล่อง ในการบริหารงาน แล้วทีนี้มีอนุกรรมการคนพิการระดับจังหวัด แต่อนุกรรมการนั้น ไม่สามารถจะบริหารกองทุนนี้ได้เลย จะต้องส่งเข้ามาส่วนกลาง นี่คือความล่าช้า เพราะฉะนั้นจึงมีความจําเป็นเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องยกฐานะสํานักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล เปลี่ยนผู้บริหารสูงสุดจากเลขาธิการ มาเป็นผู้อํานวยการ และในอนาคตผมขอกราบเรียนว่าในรัฐบาลชุดที่ผ่านมานั้นได้เสนอ โครงการปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว โดยให้ยกฐานะสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติมีฐานะเป็นกรม ในอนาคต ใน ครม. ชุดที่แล้วได้พิจารณาเห็นชอบในหลักการนี้แล้ว นั่นคืออันที่ ๑ นะครับ
อันที่ ๒ การบริหารกองทุนผมพูดควบไปเมื่อสักครู่นี้
อันที่ ๓ การคุ้มครองสิทธิของคนพิการ อยากจะกราบเรียนให้ท่านทราบว่า คนพิการนั้นมีทั้งหมดอยู่ ๖ ชนิด คนพิการทางร่างกายมีมากที่สุด ๔๘ เปอร์เซ็นต์ คนพิการ ทางการได้ยินมี ๒๑ เปอร์เซ็นต์ คนพิการทางสติปัญญามีอยู่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ คนพิการ ทางการมองเห็นมีอยู่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คนพิการทางจิตพฤติกรรมและออทิสติก มีอยู่ ๔.๙๖ เปอร์เซ็นต์ และพิการทางการเรียนรู้มีทั้งหมดอยู่ ๑.๘๔ เปอร์เซ็นต์ คนพิการ ทั้ง ๖ ประการนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าความจําเป็นในการที่จะต้องเข้าถึงสิทธินั้นย่อมจะ แตกต่างกันไป ผมขอกราบเรียนท่านประธานแม้ว่าทางรัฐบาลนั้นโดยกฎหมายจะเขียนถึง สิทธิคนพิการไว้ แต่ปรากฏว่าคนพิการนั้นไม่สามารถจะเข้าถึงสิทธินั้นได้อย่างทั่วถึง เช่น การถูกเลือกปฏิบัติ การขจัดเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อคนพิการ ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า คนพิการนั้นได้รับสิทธิไม่เท่าเหมือนกับคนปกติ โดยทั่วไป อย่างคุณสมบูรณ์อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ กรณีคนพิการ ท่านประธานครับ คนพิการ ที่เป็นนักกีฬานะครับแข่ง โอลิมปิกก็ดี เอเชียนเกมส์ก็ดี จะมีการแข่งเฟสปิกเกมส์ต่อ เฟสปิกเกมส์ คือการแข่งขันกีฬาคนพิการต่อเนื่อง ท่านประธานครับ นักกีฬาปกติโดยทั่วไปพอได้เหรียญทองมา ได้รับรางวัลคนละเป็นล้านบาท หลายล้านบาทจากหน่วยราชการ และจากสมาคมต่าง ๆ ให้แล้ว รวมแล้วไม่ต่ํากว่าคนละ ๒๐ ล้านบาท แต่คนพิการได้เหรียญทองมาได้อะไรครับ ได้รับเงินรางวัล ได้รับสิ่งของตอบแทนปลอบใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเอง วันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาอยู่ด้วย อยากจะฝากเรื่องนี้นะครับว่า คนพิการแม้จะร่างกายพิการ แต่ก็ได้ใช้ความอุตสาหะวิริยะไปแข่งขันในระดับโลก ระดับเอเชีย ได้รางวัลเหรียญทองมา เป็นไปได้ไหมครับที่จะตั้งเงินงบประมาณให้ ให้อย่างทั่วถึงหรือว่าให้เท่าเทียมกับนักกีฬา ที่มีร่างกายสมบูรณ์ ยังมีอีกมากนะครับ ท่านประธานครับ ก็อยากจะฝากไว้ว่าสิ่งหนึ่ง ซึ่งผมอยากจะฝากไว้เป็นข้อสุดท้ายก็คือ เรื่องเงินกองทุนสงเคราะห์คนพิการ ท่านประธานครับ ผมไม่อยากให้สังคมนี้มองว่าคนพิการนั้นเป็นภาระกับสังคม เป็นแต่เพียงว่าอยากจะเรียกร้อง ให้สังคมนั้นให้โอกาสคนพิการ โอกาสนั้นมีหลายวิธีครับ เงินกองทุนที่เคยได้ปีละ ๕๐ ล้านบาท นะครับ ผมอยากจะเรียกร้องให้รัฐบาลให้เขาได้มากกว่า ๕๐ ล้านบาทได้ไหม ปีนี้เพียง ๒๖ ล้านบาทแค่นั้นเอง ไม่สามารถที่จะไปทําอะไรที่จะแก้ไขปัญหาชีวิตเขาได้ อย่างน้อย ๆ ถ้าได้เงินกองทุนนี้ไปเขาจะได้กู้ยืมเขาไปประกอบอาชีพนะครับ เลยอยากจะฝากที่ประชุม แห่งนี้ไว้ และขอให้ความเห็นชอบในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้และให้ทางรัฐบาลนั้นได้ให้ความสําคัญ โดยเพิ่มเงินกองทุนสวัสดิการให้กับคนพิการนะครับ ยังมีอีกหลายประเด็นนะครับ ผมขอให้ คุณบุณย์ธิดาอภิปรายต่อจากผมนะครับ ผมมอบไว้อีกครับ
จะให้อีก ๓ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านละ ๕ นาทีนะครับ อาจารย์ผุสดี บุณย์ธิดาแล้วก็คุณหมอเธียรชัย เชิญอาจารย์ผุสดีก่อนนะครับ แล้วก็จะได้ให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผุสดี ตามไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันขอเวลาสั้น ๆ เท่าที่ท่านประธานได้จัดสรรไว้ให้ ก่อนอื่นก็ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าดิฉันเห็นด้วยและสนับสนุนในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการ แต่ว่าดิฉันมีข้ออยากจะฝากไปถึงทุกท่าน ท่านรัฐมนตรีและคณะกรรมาธิการ ที่จะไปพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้
ในประเด็นแรกเลยนี่คือเรื่องของตัวสํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการแห่งชาติ ซึ่งบัดนี้อาจจะไปพัวพันกับอีกฉบับหนึ่ง ยกระดับขึ้นมาเป็นระดับกรมแล้ว แต่สําคัญที่สุดเลยเนื่องจากว่าเป็นหน่วยงานหลักที่จะดูแล ดิฉันก็อยากจะฝากว่าปัญหาหลัก อย่างหนึ่งของการที่จะช่วยส่งเสริมแล้วก็สนับสนุนคนพิการนั้นก็คือทัศนคติต่อคนพิการ และการทํางานกับคนพิการ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าถ้าอย่างไรเสียข้าราชการทั้งหลาย ที่ทํางานอยู่ในหน่วยนี้ท่านอาจจะต้องมีการจัดฝึกอบรมในเรื่องของคุณค่าและศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์ให้เข้มข้นอย่างจริงจัง แล้วก็เป็นระยะ ๆ ไม่ใช่พูดครั้งเดียวแล้วหายกันไป เพราะอันนี้คือตัวหลักที่สุดที่จะทําให้คนเหล่านี้มีจิตวิญญาณในการช่วยแล้วก็ส่งเสริมจริง ๆ
ในประเด็นที่ ๒ ก็อยากจะให้นึกถึงเรื่องของการที่จะส่งเสริมการมีส่วนร่วม ของคนพิการในทุก ๆ กิจกรรมในทุก ๆ ประเภท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการกีฬา เรื่องของ การสัมมนา เสวนา หรืออะไรก็แล้วแต่ หรือง่าย ๆ อย่างนี้ค่ะ ในเรื่องของบนจอโทรทัศน์ วันนี้เราจะเห็นแต่ช่อง ๑๑ เท่านั้น ที่มีล่ามในภาษามือ ในช่องอื่น ๆ ก็ไม่มีเลย เป็นไปได้ไหมคะ ที่เราจะต้องจัดให้ได้ทุกช่อง คือให้คนพิการเขาสามารถเข้าถึงความหลากหลายของการสื่อสาร ทุกประเภทเช่นเดียวกัน
ประเด็นที่ ๓ เรื่องของสิ่งอํานวยความสะดวก ดิฉันยังสังเกตดูว่าลําบากมากเลยค่ะ เดี๋ยวนี้ดีใจนะคะที่ปั๊มน้ํามันต่าง ๆ มีห้องน้ําสําหรับคนพิการ แต่ยังมีอีกหลายที่ เช่น ธนาคารก็ดี อะไรก็ดี คนที่นั่งรถเข็นยังไม่สามารถจะเข้าไปทําธุรกรรมในธนาคารได้
ส่วนประเด็นถัดมาก็คือว่าเรื่องของการส่งเสริมการประกอบอาชีพอย่างจริงจัง ไม่ใช่ให้คนพิการเพียงจะต้องแบมือขอ หรือว่าจัดให้แบบเสียมิได้ แต่เราคงจะต้องใช้กําลัง เป็นพิเศษในการที่จะเสาะแสวงหาและจัดให้เขานั้นได้มีการประกอบวิชาชีพอย่างจริงจังนะคะ
แล้วก็ส่วนประเด็นถัดมาคือเรื่องการมีส่วนร่วมของชุมชน ท่านประธานคะ ดิฉันคิดว่าการดูแลคนพิการอย่างนี้นะคะ ก็เหมือนกับการดูแลเด็กเยาวชน หรือไม่ก็สตรี ปัญหาเยอะมากมาย แล้วก็ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ รวมทั้งความใส่ใจเป็นพิเศษด้วย เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วถ้าเผื่อจะให้ชุมชุนนั้นได้มีส่วนร่วมกันอย่างแข็งขัน ก็จะทําให้ชีวิต ของคนพิการนั้นน่าจะมีความสุขมากขึ้น โดยที่ไม่ต้องทิ้งไว้เป็นภาระของหน่วยราชการหลักใด ๆ แต่เพียงหน่วยเดียว หรือน้อยหน่วยนะคะ
สุดท้ายดิฉันก็อยากจะขออนุญาตฝากท่านประธานไว้อย่างนี้ไปถึงท่านรัฐมนตรี นะคะว่า จริง ๆ วันนี้ถ้าเราดูคนพิการนี่จํานวนไม่น้อยทีเดียวที่พิการมาจากเรื่องสาเหตุของ อุบัติเหตุ วันนี้เราก็มีการรณรงค์กันเยอะนะคะ เรื่องของการเมาไม่ขับบ้างอะไร แต่ดิฉันยังคิดว่า นอกเหนือจากการเมาไม่ขับแล้ว การที่จะมีวินัยในเรื่องของการขับขี่ตามกฎจราจรนั้น เป็นสิ่งสําคัญอย่างยิ่งเลย การสํารวจก็บอกว่าคนไทยนั้นไม่ปฏิบัติตามกฎจราจรถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีทุกท่านที่เกี่ยวข้องให้ช่วยกรุณาเร่งเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะนั่นจะช่วยลด ความเป็นคนพิการไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะ การสร้างวินัยในเรื่องการจราจรนั้นเป็นเรื่องจําเป็น ก็ขออนุญาตฝากไว้ทั้งหมด แล้วก็ขออนุญาตยืนยันกับท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่าดิฉันเห็นด้วย และสนับสนุนต่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบพระคุณค่ะ
ท่านบุณย์ธิดาครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ในเรื่องของ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น ดิฉันมีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งนะคะที่เราจะได้สนับสนุนและส่งเสริมในเรื่อง สวัสดิการต่าง ๆ ของคนพิการ เพียงแต่ว่าดิฉันมีประเด็นที่อยากจะเสริม แล้วก็อยากจะให้ ท่านประธานได้แจ้งให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านประธาน ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ คนพิการนั้นมีหลาย ๆ อย่างที่เราได้ออกกฎหมายมาแล้วว่าบังคับใช้ในสถานที่ต่าง ๆ ในการดูแลคนพิการ ไม่ว่าจะเป็นสถานประกอบการหรือว่าจะเป็นในการบริการของทาง ภาครัฐเองก็ตามแต่ ดิฉันก็เห็นว่าเรานี้มีกฎหมายที่ดูแลเกี่ยวกับด้านนี้มานานแล้ว เพียงแต่ว่า ในบางครั้งดิฉันไม่อยากให้ลักษณะการออกกฎหมายมา หรือว่าการบังคับใช้ต่าง ๆ นี่จะเป็น ลักษณะเหมือนเพียงเสือกระดาษค่ะท่านประธาน เพราะว่าอะไรคะ ถึงแม้กฎหมาย ที่เกี่ยวกับสถานประกอบการที่จะต้องจัดสิ่งอํานวยความสะดวกให้กับคนพิการนี่ ประกอบด้วย ๕ อย่างหลัก ๆ ท่านประธาน ๑. ต้องมีทางลาด ๒. ที่จอดรถ ๓. ห้องน้ํา ของคนพิการ ๔. โต๊ะประชาสัมพันธ์ และ ๕. มีลิฟต์ที่จะบริการให้กับคนพิการได้ เพียงแต่ว่า ดิฉันนี่ไปในหลาย ๆ สถานที่ค่ะ ยังไม่เห็นมีสถานที่ใด ไม่ว่าจะเป็นเอกชน หรือว่า เป็นหน่วยงานของภาครัฐที่จะได้ดูแลตามสิทธิของคนพิการควรจะพึงมีและควรจะพึงได้ ในสถานที่แห่งนั้น ๆ จนถึงขั้นที่ว่าในสมัยรัฐบาลของท่านอภิสิทธิ์ได้มีการจัดประกวด สถานประกอบที่มีสิ่งอํานวยความสะดวกอย่างครบครันให้กับคนพิการ ท่านประธานคะ ในเมื่อของเราได้มีกฎหมายที่ดูแลคนพิการแล้ว ทําไมเราต้องมีการมาจัดเป็นรางวัล เพื่อให้ส่งเสริมว่ามีที่ไหนบ้างที่จะดูแลคนพิการได้ดี ซึ่งก็น่าแปลกใจค่ะว่าที่ผ่านมารางวัลนี้ ได้จัดมาหลายปีค่ะ แต่ก็มีที่เดียวค่ะท่านประธานที่ได้รับรางวัลทุกปี และได้รับรางวัลตลอดมา คือที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ที่ได้รับรางวัลดูแลคนพิการ มีสิ่งอํานวยความสะดวกค่ะ ท่านประธาน ดูแลคนพิการที่ดีที่สุดในประเทศติดต่อกันหลายปีค่ะ แต่ที่เป็นปัญหาก็คือว่า แม้กระทั่งในกรุงเทพมหานครเองค่ะท่านประธาน สถานประกอบการต่าง ๆ โรงแรม ๕ ดาว หลาย ๆ โรงแรมอาจจะมีสิ่งอํานวยความสะดวกครบทั้ง ๕ อย่างที่ทางกฎหมายระบุเอาไว้ แต่ก็มีอีกหลายที่ค่ะท่านประธานที่ยังขาดในเรื่องนี้อยู่ ถึงแม้ว่าเราจะมีในการบังคับใช้แล้ว แล้วก็ในเรื่องสถานประกอบการต่าง ๆ ที่มีกฎหมายบังคับไว้ว่า ถ้าท่านมีคนงาน หรือมีพนักงานในบริษัทท่าน ๑๐๐ คนต้องมีคนพิการ ๑ คน ท่านประธานคะ ประเด็นปัญหานี้ ก็คือว่าหลาย ๆ บริษัทนี่เพียงแค่เห็นเขาเป็นคนพิการก็บ่ายเบี่ยงแล้วก็ไม่อยากยอมรับ ซึ่งจริง ๆ แล้วความสามารถของคนดิฉันว่าบางทีทางด้านร่างกายนี่เขาอาจจะทําอะไรได้ หลาย ๆ อย่างก็ตามแต่นะคะท่านประธาน แล้วก็ถึงแม้ว่าจะบังคับไว้แล้วว่าถ้าท่านไม่รับเงิน จํานวนนั้นที่ท่านจะจ้างคนพิการนี่ต้องส่งเข้าไปสมทบกับกองทุนคนพิการ ท่านประธานคะ ที่ดิฉันได้พูดออกมานั้นดิฉันเกรงว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราออกเป็นกฎหมายไปหรือเราออกเป็น ร่างพระราชบัญญัติออกไปนี่ ปัญหาก็คือว่าเราไม่สามารถจะบังคับให้ผู้ประกอบการหรือว่า สถานที่ต่าง ๆ ของรัฐได้ทําตามอย่างที่สิทธิของคนพิการทุกอย่างได้เสมอมา เพราะฉะนั้น ดิฉันก็อยากฝากไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงแรงงาน หรือแม้กระทั่งกระทรวงสาธารณสุขก็ตาม ขอให้ได้ดูแลในสัดส่วนของคนพิการอย่างเต็มที่ค่ะ ไม่ต้องดูอะไรไกลค่ะ แค่จํานวนของคนพิการที่มีบัตรประจําตัวคนพิการสัดส่วนยังไม่ใกล้เคียงกับ จํานวนที่ได้ลงทะเบียนว่าเป็นคนพิการเอาไว้ตั้งแต่แรก ห่างกันประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าท่านค่ะ นี่ก็เป็นประเด็นที่น่าห่วงว่าในขณะนี้เรารณรงค์เรื่องคนพิการมาหลายปีแล้ว แต่ก็ยังมี คนพิการอีกจํานวนกลุ่มใหญ่ ๆ ที่ยังไม่สามารถจะเข้าถึงในสิทธิต่าง ๆ ของเขาได้ ดิฉันก็อยากจะฝากเอาไว้นะคะประธาน แล้วในส่วนที่เหลือดิฉันก็เป็นหนึ่งในกรรมาธิการ ใน พ.ร.บ. ชุดนี้ก็จะขอพูดในเรื่องกรรมาธิการต่อไป ก็ขอบคุณคะท่านประธาน
เชิญท่านเธียรชัย สุวรรณเพ็ญ ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เธียรชัย สุวรรณเพ็ญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดตาก พรรคประชาธิปัตย์ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมก็คงสนับสนุนนะครับ แต่ที่ลุกขึ้นพูดก็อยากจะเรียนให้ ท่านประธานได้ทราบว่าการที่เรามีสํานักงานส่งเสริมและพัฒนานี่ครับ แล้วต่อไปจะพัฒนา เป็นกรมนะครับ ก็คงจะเหมาะสมเนื่องจากปริมาณงานจะเพิ่มขึ้น เหตุที่คนพิการเพิ่มขึ้น มันก็มีหลายสาเหตุดังที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่คงอยากจะพูดก็คือ ผ่านทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่นั่งอยู่ ณ ที่นี้ ก็คือว่าการป้องกันอุบัติภัย จากพิการเราสามารถที่จะทําได้นะครับ ไม่ว่าจะรณรงค์ในเรื่องของภัยพิบัติทางการจราจร ซึ่งเกิดขึ้นทุกปีในช่วงเทศกาลอันสําคัญของประเทศ นอกจากนี้สิ่งที่จะมีการป้องกันได้ก็คือ ในเรื่องของการป้องกันโรค เช่น โรคไวรัส หัดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับครรภ์มารดานะครับ เราจะต้องให้ความรู้ในเรื่องนี้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดีและทั่วถึงกัน โครงการให้เกลือไอโอดีน แก่มารดาตั้งแต่แรกตั้งครรภ์ ก็เป็นโครงการที่ดีอีกโครงการหนึ่งในการลดการป้องกันโรค พิการจากทางสมองนะครับ นอกจากนี้ที่เป็นเรื่องที่เกิดคนพิการมากก็คือเนื่องจากอายุขัย ของคนไทยมากขึ้น เพราะฉะนั้นโรคจากหลอดเลือดทางสมอง ไม่ว่าจะอุดตันหรือแตก มันก็จะเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ตามลักษณะของอายุที่เพิ่มขึ้น ก็จะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทําให้ คนพิการอาจจะทะลุเกิน ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน หรือเป็น ๓,๐๐๐,๐๐๐ คนต่อไปในอนาคต
ท่านประธานครับ ที่ผมลุกขึ้นมาพูดในวันนี้อยากจะเน้นในเรื่องเกี่ยวกับเรื่องที่ ดูแลคนพิการอย่างคนที่มีศักดิ์ศรี นั่นก็หมายความว่าเราจะมีคนพิการอยู่จํานวนหนึ่ง ซึ่งมีจํานวนมากพอ ก็คือว่ายังสามารถที่จะประกอบอาชีพได้เช่นเดียวกับคนปกตินะครับ อย่างที่เราเคยเห็นก็คือคนที่ขายสลากลอตเตอรี่นี่นะครับ แต่ก็มีโรงงานหลายแห่งครับ ที่สามารถที่จะรับพนักงานเหล่านี้ไปช่วยทํางานได้ เพื่อให้เขามีความสุขกับการทํางาน และเป็นการเพิ่มศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ทําให้รู้จักพึ่งตัวเองนะครับ นั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับ การที่รัฐบาลในที่ผ่าน ๆ มาได้ช่วยออกกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมให้นายจ้างรับคนพิการ เข้าทํางานนะครับ ผลจากการรับคนพิการเข้าทํางานนี้ครับ ก็ทําให้มีสิทธิในเรื่องของ การลดหย่อนภาษีที่จะต้องเสียให้กับรัฐบาลในแต่ละปีนี้นะครับ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าโรงงาน แห่งหนึ่งแห่งใดสามารถที่จะรับคนพิการเข้าทํางานได้มากเกินกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถที่จะ นํารายจ่ายนั้นไปหักเป็น ๓ เท่าของการจ้างคนปกติทํางาน นี่ก็คือสิ่งที่เป็นกฎหมาย ที่จะออกมาในอนาคตซึ่งผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง รวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการ ติดตั้งอุปกรณ์อํานวยความสะดวกอาคารต่าง ๆ ให้กับคนพิการได้เข้าถึงได้เข้าใช้ตามที่ เพื่อนสมาชิกได้พูดมาทั้งหมดนี้ก็สามารถนําไปหักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ ๑๐๐ นะครับ นั่นก็คือ เป็นการเพิ่มการหักค่าใช้จ่ายให้มากขึ้นกว่าปกติ นอกจากนี้ในกรณีที่โรงงานหลายแห่ง ไม่สามารถจะมีลูกจ้างที่เป็นคนพิการได้เกินมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็สามารถที่จะนําเงิน รายจ่ายนี้ไปลดหย่อนค่าใช้จ่ายทางภาษีในกรณีที่ไม่ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ได้อีกประมาณ ๒ เท่า ของค่าใช้จ่ายที่จะต้องเสียภาษีให้กับรัฐ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเชื่อว่ายังไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ ให้กับหน่วยงานที่จะว่าจ้างไม่ว่าจะเป็นทางสภาอุตสาหกรรมก็ตาม หรือสภานายจ้างก็ตาม นะครับ เพราะเหตุว่าขณะนี้อย่างที่ผมเรียนให้ทราบคนพิการมีขีดความสามารถในกรณีที่ พิการทางหูก็ดี หรือทางสายตาก็ดี แต่ถ้ามือไม้ เท้าขานี่ช่วยตัวเองได้ก็จะทําได้ดีอย่างเช่น รับเป็นโอเปอเรเตอร์ (Operator) ของหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่มีคอลล์ เซนเตอร์ (Call center) ตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมงนี่ใช้คนพวกนี้เยอะครับ นอกจากนี้ก็ยังมีงานทางด้าน ฝีมือต่าง ๆ ที่สามารถฝึกหัดได้โดยไม่ต้องใช้ทางสายตามาก ผมเชื่อว่าถ้าเราได้ส่งเสริม ในลักษณะนี้ ปรับปรุงกฎหมายต่าง ๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการให้สิทธิพิเศษต่าง ๆ เพื่อเป็น แรงจูงใจให้กับนายจ้างจ้างคนพิการนี่ก็จะเป็นประโยชน์มาก ก็เหมาะสมกับที่จะส่งเสริมให้ กฎหมายฉบับนี้ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีระหว่างนี้ตอบไปด้วยนะครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตทําหน้าที่แทน คณะรัฐมนตรีในฐานะเสนอกฎหมายให้สภาได้พิจารณา ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ที่ได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง แต่ผมขออนุญาตกราบเรียนนะครับว่าคําอภิปรายของท่าน ประกอบการพิจารณา ในส่วนของกรรมาธิการก็ขอฝากท่านกรรมาธิการไว้ด้วยว่าคําอภิปราย ต่าง ๆ ที่สมาชิกมีข้อท้วงติงก็ดี มีข้อนําเสนอก็ดีนั้นคงจะเป็นประโยชน์ในการพิจารณา ในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็น กฎหมาย ๒ ฉบับที่มีการนําเสนอในครั้งนี้ กับอีกร่างหนึ่งก็คือร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขออนุญาตนําเรียนในส่วนของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านอรรถวิชช์ได้สอบถามว่าร่างที่ท่านเคยเสนอไว้ในสมัยรัฐบาลที่แล้วทําไมรัฐบาล ไม่นํามาประกอบเป็นกฎหมายเสนอในครั้งนี้ด้วยนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้มีการปรับปรุงในรายละเอียด และสาระของกฎหมายที่นําเสนอต่อสภาแห่งนี้ แล้วก็ได้มีการปรับปรุงไว้ค่อนข้างจะสมบูรณ์ แล้วก็ครอบคลุมแล้วในรายละเอียดสาระ ในสิ่งที่หลายท่านมีความวิตกกังวล แต่อย่างไรก็แล้วแต่ คําเสนอของท่านสมาชิกที่จะเป็นกรรมาธิการสามารถไปดูแลและตรวจสอบในรายละเอียด ในสาระที่พวกเรามีความวิตกกังวลหรืออยากจะให้ครอบคลุมอย่างไร ในส่วนร่างของท่าน ที่ได้เสนอนั้น ผมก็ขออนุญาตที่จะนําเรียนท่านอรรถวิชช์ว่าร่างท่านนั้นถ้าดูในรายละเอียด ของรัฐธรรมนูญก็ว่าด้วยการตราพระราชบัญญัติก็ตกไปตามมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง ไม่มีการยืนยัน ก็เลยไม่สามารถที่จะนํามาพิจารณา ก็กราบเรียนให้ทราบนะครับว่าของท่านนั้น บทบัญญัติ รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๑๕๓ วรรคสองได้เขียนไว้ชัดว่าการที่สภาจะพิจารณาก็ต้องมีการยืนยัน เสียก่อน บังเอิญว่าไม่ได้มีการยืนยันในร่างพระราชบัญญัติที่ท่านได้นําเสนอไว้ในรัฐบาลที่แล้ว ก็เลยไม่มีผลที่จะมาพิจารณาร่วมกับร่างฉบับที่รัฐบาลได้นําเสนอ ผมคิดว่าในส่วนที่สมาชิก ได้มีการอภิปรายก็เป็นสาระที่สําคัญ แล้วก็ฝากท่านกรรมาธิการไว้พิจารณา ผมคงไม่มีเหตุผล ใดเพิ่มเติมครับ ก็กราบเรียนท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเอาไว้ ณ โอกาสนี้นะครับ หวังว่ากรรมาธิการคงจะพิจารณาในรายละเอียดร่วมกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านสมาชิกอยู่นอกห้องประชุม เชิญเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ ท่านอรรถวิชช์มีอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ก็พาดพิงนะครับ เนื่องจากว่าผมเองไม่ได้มีเจตจํานงที่จะเอาร่างของผมมาร่วมพิจารณา ในคราวนี้ด้วย เพราะว่าร่างของกระผมเหมือนกับร่างของเพื่อนสมาชิกที่ได้ทําการเสนอ ในขณะนี้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าคําถามของผม คําถามคือว่าทําไมท่านถึงไม่ยืนยันร่างของกระผม ที่ได้เสนอไปแล้ว แล้วปล่อยให้มีการเนิ่นช้า ๗-๘ เดือนแล้วนํามาบรรจุใหม่ ความจริง ร่างฉบับนี้ควรจะทําการพิจารณาให้แล้วเสร็จไปตั้งแต่เมื่อหลายเดือนที่แล้วครับ ถึงบอกว่า เวลาที่จะยืนยันร่าง ถ้าไม่แบ่งแยกว่าเป็นของพรรคไหน อย่างไร การทํางานเพื่อส่วนรวม มันจะเร็วและชัดเจนมากขึ้น ก็เป็นคําถามครับว่าไม่น่าที่จะไปถ่วงเวลาเอาไว้เท่านั้นล่ะครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ
ตรงนี้ เมื่อวานผมได้บอกวิปรัฐบาลไปแล้วนะครับว่าต่อไปกรุณาได้พิจารณาของฝ่ายค้านด้วย จะได้พร้อมกันครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทําการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้าห้องประชุมครับ เตรียมลงมตินะครับ ท่านที่อยู่ใน ห้องประชุมกรุณาเสียบบัตรแสดงตนครับ ผมจะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ กรุณาได้ เสียบบัตรแสดงตนด้วยนะครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
เรียบร้อย ส่งผลคะแนนให้ผมด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๒๘๐ ท่านครับ ครบองค์ประชุมนะครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ เชิญใช้สิทธิ ออกเสียงลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นไม่ควรรับ หลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอผลคะแนนด้วยครับ จํานวนผู้เข้าประชุม ๓๖๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่านครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับร่างหลักการนะครับ
ต่อไปเป็นเรื่องของการตั้งกรรมาธิการครับ ผู้แทนเอกชนเกี่ยวกับผู้พิการ จํานวน ๑๒ ท่าน เป็นของพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ๑ ท่าน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ๙ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๖ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีครับ
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... รัฐบาลขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของรัฐบาลจํานวน ๖ ท่าน ๑. นายวิเชียร ชวลิต ๒. นายอัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ๓. นางเบญจา ชลธาร์นนท์ ๔. นายประหยัด ดีอ่อง ๕. นายสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ๖. นางสุนีย์ สายสุพัฒน์ผล
เชิญผู้แทนเอกชนพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน ท่านสมาชิกครับกรุณาอยู่ในห้องนะครับ เดี๋ยวจะ ลงมติต่อนะครับ พรรคเพื่อไทยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
ท่านพิษณุครับ แป๊บหนึ่งครับ ท่านอรรถวิชช์มีอะไรครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวกับคนพิการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ ท่านประธานจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการให้คํานึงถึงสัดส่วนของหญิงชายอย่างใกล้เคียงกัน นะครับ คราวนี้ผมต้องการก่อนเบื้องต้นว่า ท่านประธานจะต้องตั้งกรรมาธิการที่เป็นสัดส่วน ขององค์การเอกชนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เข้ามามีสัดส่วนร่วมด้วย ๑ ใน ๓ ประเด็นคือว่า สัดส่วนองค์การคนพิการ ท่านประธานมีสัดส่วนโดยคํานึงถึงชายและหญิงอย่างเท่าเทียม หรือไม่ครับ ท่านประธานช่วยประกาศว่าสัดส่วนหญิงชายที่เขาส่งรายชื่อให้ท่านประธาน เบื้องต้นเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ ไหมครับ
คือวิป ได้เสนอมาแล้วทุกพรรค วิปแต่ละพรรคการเมืองส่งมา อย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็มี ๒ ท่าน เชิญหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในข้อหารือเพื่อนสมาชิกเกี่ยวกับสัดส่วนกรรมาธิการ ถ้าภาพรวม ชายหญิงเท่ากันจาก ๓๖ ท่าน มีชาย ๑๘ ท่าน หญิง ๑๘ ท่าน นี่คือภาพรวม ในส่วนของ ตัวแทนขององค์การเอกชนที่เกี่ยวเนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ เราก็คํานึงสัดส่วน ที่ใกล้เคียงกันนะครับ ใกล้เคียงกันหมายความว่าเราได้ประสานกับองค์กรที่จะมาเป็น กรรมาธิการนะครับ ประสานตัวบุคคลไปแล้ว และท่านก็ส่งรายชื่อมา แล้วพวกเราก็มา กระจายให้ไปอยู่ในสัดส่วนของแต่ละพรรคไปนะครับ เพราะฉะนั้นจํานวนทั้งหมด ๑๒ ท่าน มีสัดส่วนของผู้หญิงในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยนี้ พรรคเพื่อไทยได้ ๖ ท่าน จะมีผู้หญิง ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ได้ ๔ ท่านก็มีผู้หญิงอยู่ ๒ ท่านนะครับ ส่วนพรรคอื่นได้พรรคละ ๑ ท่าน เพราะฉะนั้นในส่วนของพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ สัดส่วนของผู้หญิง ผู้ชายก็ใกล้เคียง โดยรวมก็ถือว่าใกล้เคียงท่านประธานครับ
เชิญท่านอรรถวิชช์ครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ มิได้ล่ะครับ ผมคงหมายถึงสัดส่วนที่ต้องมีความใกล้เคียงกันในเรื่องขององค์การเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการครับ เพราะว่ามาตรา ๑๕๒ นั้นระบุแบบนั้น ทีนี้ประเด็นคือว่า ท่านประธานช่วยขานหน่อยสิครับว่าสัดส่วนชายหญิงที่มาจากองค์การเอกชน ตกลงว่า สัดส่วนเท่าไรครับ ชายเท่าไร หญิงเท่าไร ท่านประธานครับ ท่านประธานกําลังจะสร้าง บรรทัดฐานให้กับรัฐสภาในสภาแห่งนี้ครับ ถ้าท่านประธานบอกว่าสัดส่วนชายมี ๗ ท่าน สัดส่วนหญิงมี ๕ ท่าน แล้วท่านประธานเรียกมันว่าเป็นสัดส่วนที่เรียกว่าหญิงชายใกล้เคียงกันนี้ มันจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปว่า ๕ กับ ๗ คือตัวเลขที่ใกล้เคียงกันในอัตราส่วนครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานช่วยขานก่อนได้ไหมครับว่าในขณะนี้ที่วิปประสานไปยังท่าน สัดส่วนเฉพาะในส่วนขององค์การเอกชนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ หญิงชายมีสัดส่วนเท่าไรครับ เรื่องนี้สําคัญนะครับเพราะเป็นบทบาทเรื่องสตรีนะครับ
ฝ่ายละ ๖ ท่าน ทางตัวแทนวิปชี้แจงหน่อยครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ ต่อกรณีที่เพื่อนสมาชิกที่ได้ลุกขึ้นมาเพื่อขอคําชี้แจง ในเรื่องของสัดส่วน ท่านประธานต้องแจ้งอย่างนี้ว่าทางพวกเราเองทั้งวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน ได้มีการหารือกันเรื่องนี้แล้วก็ได้ดูในเงื่อนไขของทางรัฐธรรมนูญ ตลอดจนได้ประสานกับ องค์การผู้แทนเอกชนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ มีการประสานงานกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งปัจจุบัน ตัวเลขที่ได้มา ๑๒ ท่านนี้ เรียนท่านประธานว่าเราได้หารือกันเรียบร้อยแล้ว จะมีผู้ชายอยู่ ๗ ท่าน ผู้หญิงอยู่ ๕ ท่าน ซึ่งเป็นการนําเสนอขององค์การเอกชนจะอยู่ด้านนอก ถ้าหากดู ในแง่ของข้อกฎหมายก็มีสัดส่วนที่จะมีการแตกต่างกันบ้าง แต่ผมก็ถือว่าเมื่อได้ประสานกับ องค์การที่อยู่ด้านนอกแล้ว ๗ : ๕ ก็ไม่เสียหาย แล้วก็ถ้ามองภาพรวมทั้งคณะกรรมาธิการ ๓๖ ท่านก็ใกล้เคียงกัน ท่านประธานจะให้มันเป๊ะ ๆ เลยก็ไม่ได้ คือรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้เขียนไว้ว่า ครึ่ง ๆ ก็ไม่ใช่ ก็คือเป็นสัดส่วนเท่าที่พอจะทําได้ ต้องเรียนท่านประธานว่าองค์การเกี่ยวกับ ผู้พิการก็มีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย เราก็พยายามประสานกับทุกหน่วยงานที่จะเข้ามาแก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้ ซึ่งเป็นกฎหมายที่สําคัญของคนพิการ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าเราได้คุยกันชัดเจนแล้ว ส่วนการเสนอชื่อท่านประธานครับ พวกกระผมแบ่งเป็น ๒ ฝั่ง ก็คือผมจะเสนอ ๖ ท่าน ส่วนซีกพรรคประชาธิปัตย์ก็จะเสนอ ๖ ท่าน คือเสนอแทนของพรรคภูมิใจไทยแล้วก็ของ พรรคชาติไทยพัฒนา ก็แจ้งท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกที่ติดใจอยู่ครับ
ท่านนริศ ทราบไหมครับ ท่านวิปฝ่ายค้าน ท่านกรุณอธิบายหน่อยครับ เชิญท่านนริศครับ ท่านอรรถวิชช์
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เต็มร้อย เพราะผมเรียนกับท่านประธานแล้วว่า ร่างในสมัยที่แล้วผมเป็นคนเสนอเอง แล้วเนื้อหาก็เหมือนกับร่างที่ท่านเสนอวันนี้เป๊ะครับ เพียงแต่ผมติดใจว่าตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๒ ท่านจะต้องเสนอสัดส่วนองค์การอิสระ เกี่ยวกับคนพิการในสัดส่วนผู้หญิงกับผู้ชายอย่างเท่าเทียมครับ ท่านประธานครับ ผมเตือน ท่านประธานตั้งแต่ตอนต้นท่านประธานเจริญนั่งอยู่บนบัลลังก์ตอนนั้นว่า อยากให้สภาเรา มีเกณฑ์ที่ชัดเจนในเรื่องนี้ เพราะว่าถ้าวันนี้ท่านประธานตกลงว่าสัดส่วนผู้ชายมี ๗ ท่าน ผู้หญิงมี ๕ ท่าน แล้วท่านประธานเรียกมันว่าเท่าเทียม ผมเรียกร้องแทนผู้หญิงหลายคนนะครับ ถ้า ๗ : ๕ ผมว่าไม่เท่าเทียมนะครับท่านประธาน ถ้าคูณเป็นตัวเลข ๑๐๐ : ๑๔๐ นะครับ แล้วตรงนี้มันจะเป็นบรรทัดฐานต่อไป สภาเราเพิ่งเริ่มมาตอนต้นเพราะฉะนั้นขอให้ ท่านประธานชัดเจนครับว่า ๕ : ๗ ได้ไหมครับ ถ้าท่านประธานบอกเท่าเทียมผมไม่ติดใจเลยครับ แต่ต้องยืนอันนี้เป็นเรื่องบรรทัดฐานต่อไปในอนาคตนะครับ เท่านั้นละครับ ท่านประธาน ท่านประธานช่วยวินิจฉัยครับ
คืออย่างนี้ ท่านอรรถวิชช์ เขาได้ขอรายชื่อไปจากภาคเอกชนแล้วก็ระบุว่าให้ใกล้เคียง แต่ว่า ทางภาคเอกชนเขาส่งมาตามที่เขาขอมาเขาได้ประสานกันแล้วนะครับ ทางโน้นเขาขอเสนอมา อย่างนี้ แล้วเราถือว่า ๕ กับ ๗ ความจริง ๗ : ๕ ก็ถือว่าใกล้เคียง ก็เป็นที่รับรู้ของทุกฝ่าย ทีนี้เขาก็ยอมรับแล้ว ข้างนอกเสนอมาอย่างนี้เองนะ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์อีกครั้งครับ เมื่อสักครู่ ผมก็คุยกับท่านเจริญเหมือนกันอภิปรายไปแล้วเรื่องเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนองค์การเอกชน ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งท่านก็มีลิสท์อยู่แล้วตามนั้น นั่นแปลว่าองค์การเอกชนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ ทั้งหมดทุกองค์การที่อยู่ในรายการของท่านได้รับการเสนอชื่อถูกต้องไหมครับ ท่านคํานึงจากตรงนั้นด้วยใช่ไหมครับ ผมเองบอกท่านประธานว่าไม่มีธงใด ๆ ทั้งสิ้นเลยครับ ก่อนหน้านี้หลังจากอภิปรายจบไปมีคนโทรมาถามเหมือนกันครับ ว่ามีคนในใจจะเอามา หรือเปล่า ไม่มีหรอกครับ เพียงแต่ว่าผมแค่จะบอกท่านว่าถ้าตรงนี้ ๕ : ๗ เป็นบรรทัดฐานว่า ผู้ชาย ๗ ท่าน ผู้หญิง ๕ ท่าน แล้วเรียกว่าเท่าเทียมมันจะเป็นบรรทัดฐานต่อไปครับ มีการปรับตัวเลขได้ไหมครับ ถ้า ๗ : ๕
ให้ท่านพิษณุตอบดีกว่าครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดหนองบัวลําภู ท่านประธานครับ มาตรา ๑๕๒ ของรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้บรรทัดสุดท้าย ทั้งนี้โดยมีสัดส่วนหญิงและชาย ที่ใกล้เคียงกัน ฟังดี ๆ นะ ไม่ใช่เท่ากันนะ ใกล้เคียงกัน และผมเองตอนประสานเบื้องต้น ก็ได้มีประสานกับทางวิปฝ่ายค้าน โดยเฉพาะท่านดอกเตอร์ผุสดีกับน้องแนนจากจังหวัดอุบลราชธานี ได้คุยกันแล้ว และเราได้ประสานไปที่องค์การเอกชนตามกฎหมายเขาก็เสนอมา ตอนแรกเป็น ๘ : ๔ ด้วยซ้ําไป แต่เราก็กลัวประเด็นตรงนี้ กลัวเพื่อนสมาชิกจะลุกขึ้นมาถกเถียงเราก็ขอให้ เขาลดลงไป ให้เขาปรับจนมาเป็น ๗ : ๕ ซึ่งผมก็ถือว่าเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันแล้ว ท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัยจะได้ไม่เสียเวลาครับ
เอาละครับ ท่านอรรถวิชช์ครับ ผมถือว่าใกล้เคียง ๗ : ๕ เชิญครับ
ท่านประธานครับ อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองล่ะครับเป็นคนอภิปรายคนแรก และระหว่างที่ผมอภิปรายสัดส่วนก็เป็น ๘ : ๔ คือ ชาย ๘ คน หญิง ๔ คน หลังจากอภิปรายจบ ท่านก็มีการปรับลดลงมาเหลืออัตราส่วนที่ ๕ : ๗ คือชาย ๗ คน หญิง ๕ คน คราวนี้อย่างนี้ครับ ท่านประธาน ผมไม่ติดใจอะไรแล้วครับ แต่ว่าผมต้องแสดงจุดยืนให้ท่านประธานเห็นว่า ถ้าท่านประธานบอกว่า ๗ : ๕ คือความเท่าเทียมกันของหญิงชาย คือความใกล้เคียงกัน ตามรัฐธรรมนูญไม่เป็นปัญหาครับ เอาตามนั้นนะครับ แล้วถ้ามีปัญหาข้อถกเถียงในอนาคต สัดส่วนนี้ก็ขอให้ใช้ได้ด้วย ขอบพระคุณครับ
ก็พอใช้ได้ นะครับ เอาเชิญพรรคเพื่อไทยเสนอครับ
ท่านประธานที่เคารพ พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ขอเสนอชื่อผู้แทนองค์การเอกชน เกี่ยวกับผู้พิการที่จะมาเป็นกรรมาธิการในร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพ ชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๖ ท่านดังนี้ครับ ๑. ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ๒. นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ๓. นายศุภชีพ ดิษเทศ ๔. นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล ๕. นางพวงแก้ว กิจธรรม และ ๖. นางขนิษฐา เทวินทรภักติ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของผู้แทนองค์การด้านคนพิการ จํานวน ๖ ท่านดังต่อไปนี้ค่ะ ๑. นายยงยุทธ บริสุทธิ์ ๒. นายพีรพงศ์ จารุสาร ๓. นางดารณี ธนะภูมิ ๔. นายกิติพงศ์ สุทธิ ๕. นางมลิวัลย์ ธรรมแสง ๖. นางสาวอิศวรา ศิริรุ่งเรือง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ดังนี้ค่ะ นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
ในสัดส่วนของสมาชิกพรรคเพื่อไทย ส.ส. นะครับ สัดส่วน เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ดังนี้ ๑. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๒. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๓. นางอนุสรา ยังตรง ๔. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ๕. นางชมภู จันทาทอง ๖. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๗. นางรังสิมา เจริญศิริ ๘. นางสิรินทร รามสูต ๙. นายสมโภช สายเทพ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๖ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๖ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย ๒. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๓. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๔. นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ ๕. นายครรชิต ทับสุวรรณ ๖. นางอรอนงค์ คล้ายนก ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ กรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล จํานวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคพลังชล พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน คือนายรณเทพ อนุวัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ
คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จํานวน ๓๖ ท่าน ๑. นายวิเชียร ชวลิต ๒. นายอัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ๓. นางเบญจา ชลธาร์นนท์ ๔. นายประหยัด ดีอ่อง ๕. นายสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ๖. นางสุนีย์ สายสุพัฒน์ผล ๗. ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ๘. นางพวงแก้ว กิจธรรม ๙. นายชูศักดิ์ จันทยานนท์ ๑๐. นางขนิษฐา เทวินทรภักติ ๑๑. นายศุภชีพ ดิษเทศ ๑๒. นายสุชาติ โอวาทวรรณสกุล ๑๓. นายพีรพงศ์ จารุสาร ๑๔. นางดารณี ธนะภูมิ ๑๕. นายกิติพงศ์ สุทธิ ๑๖. นางมลิวัลย์ ธรรมแสง ๑๗. นางสาวอิศวรา ศิริรุ่งเรือง ๑๘. นายยงยุทธ์ บริสุทธิ์ ๑๙. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๒๐. นายพิษณุ หัตสงเคราะห์ ๒๑. นางอนุสรา ยังตรง ๒๒. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ๒๓. นางชมภู จันทาทอง ๒๔. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๒๕. นางรังสิมา เจริญศิริ ๒๖. นางสิรินทร รามสูตร ๒๗. นายสมโภช สายเทพ ๒๘. นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย ๒๙. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๓๐. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๓๑. นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ ๓๒. นายครรชิต ทับสุวรรณ ๓๓. นางอรอนงค์ คล้ายนก ๓๔. นายสมมุติ เบญจลักษณ์ ๓๕. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล และ ๓๖. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ครับ
ระยะเวลาการแปรญัตติครับ เชิญครับ
๗ วันตามข้อบังคับ ท่านประธานครับ ขอผู้รับรองครับ
ใช้ร่างของใครเป็นหลัก
รัฐบาลครับท่านประธาน
ต่อไป ผมจะขอมตินะครับ เรื่องของพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สมาชิกอยู่ข้างนอกเชิญเข้าข้างในครับ เพื่อลงมติครับ
(นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
ท่านที่อยู่ ภายนอกห้องประชุมนะครับ กรุณาเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติครับ เชิญครับ คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นัดประชุมนัดแรก วันอังคารที่ ๑๙ มิถุนายน เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกานะครับ ณ ห้องประชุม คณะกรรมาธิการ หมายเลข ๓๖๐๑ ชั้น ๖ อาคารรัฐสภา ๓ แล้วก็คณะกรรมาธิการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นัดประชุมวันอังคารที่ ๑๙ มิถุนายน เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการหมายเลข ๓๖๐๑ ชั้น ๖ อาคารรัฐสภา ๓ กรุณาได้เสียบบัตรแสดงตนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ส่งตัวเลขนะครับ ผู้อยู่ในห้องประชุม ๒๘๓ ท่านครับ ครบองค์ประชุมครับ
ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ เชิญท่านสมาชิกออกเสียง ลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย นะครับ ผู้ใดเห็นไม่ควรรับ หลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลคะแนนด้วยนะครับ ผู้เข้าประชุม ๓๖๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับร่างหลักการนะครับ
ต่อไปเป็นการตั้งกรรมาธิการนะครับ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สัดส่วนเป็นเป็นดังนี้ นะครับ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒๖ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ เชิญคณะรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรี เสนอรายชื่อ ๕ ท่านครับ
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา บุรณศิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ทําหน้าที่แทนรัฐมนตรีที่เสนอกฎหมายต่อสภาผู้แทนราษฎร ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กรรมาธิการในสัดส่วนของรัฐบาล จํานวน ๕ ท่าน ๑. นายวิเชียร ชวลิต ๒. นายอัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ๓. นางเบญจา ชลธาร์นนท์ ๔. นายประหยัด ดีอ่อง ๕. นายสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ขอบคุณครับท่านประธาน
พรรคเพื่อไทยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย จํานวน ๑๔ ท่าน ดังนี้ ๑. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๒. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๓. นางสาวอรุณี ชํานาญยา ๔. นางอนุสรา ยังตรง ๕. นางชมภู จันทาทอง ๖. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๗. นางรังสิมา เจริญศิริ ๘. นายสงวน พงษ์มณี ๙. ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ๑๐. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๑. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๒. นายอรรถพล วงษ์ประยูร ๑๓. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๔. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
ผู้รับรอง ถูกต้อง เชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จํานวน ๘ ท่าน มีรายนามดังต่อไปนี้ค่ะ ๑. นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย ๒. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๓. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๔. นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ ๕. นายครรชิต ทับสุวรรณ ๖. นางอรอนงค์ คล้ายนก ๗. นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน และ ๘. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ๒. ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คือ คุณสรชัด สุจิตต์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังชล นายศิโรตม์ มโนพัฒนะ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (สํานักงานส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิต คนพิการแห่งชาติ) จํานวน ๓๑ ท่าน ๑. นายวิเชียร ชวลิต ๒. นายอัครวัฒน์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ๓. นางเบญจา ชลธาร์นนท์ ๔. นายประหยัด ดีอ่อง ๕. นายสุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ ๖. นางนันทนา ทิมสุวรรณ ๗. นายพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ๘. นางสาวอรุณี ชํานาญยา ๙. นางอนุสรา ยังตรง ๑๐. นางชมภู จันทาทอง ๑๑. นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ ๑๒. นางรังสิมา เจริญศิริ ๑๓. นายสงวน พงษ์มณี ๑๔. ร้อยตํารวจเอก นิติภูมิ นวรัตน์ ๑๕. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๖. นางอนุรักษ์ บุญศล ๑๗. นายอรรถพล วงษ์ประยูร ๑๘. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๑๙. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ๒๐. นางสาวบุณย์ธิดา สมชัย ๒๑. นายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว ๒๒. คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ๒๓. นายภิรพล ลาภาโรจน์กิจ ๒๔. นายครรชิต ทับสุวรรณ ๒๕. นางอรอนงค์ คล้ายนก ๒๖. นายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ๒๗. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๒๘. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ๒๙. ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ ๓๐. นายสรชัด สุจิตต์ ๓๑. นายศิโรตม์ มโนพัฒนะ ครับ
เชิญหมอชลน่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องขออนุญาตท่านประธานที่จะเปลี่ยนรายชื่อคณะกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จากนางสาวอรุณี ชํานาญยา เป็นนายสรรพภัญญู ศิริไปล์ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ ระยะเวลาการแปรญัตติครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน แปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับครับ
ใช้ร่างของใครเป็นหลักครับ
ใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลักในการพิจารณาครับ
ต่อไปเป็น ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทํานองเดียวกันอีก ๒ ฉบับคือ ร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... (นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) แล้วก็ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... (นายภราดร ปริศนานันทกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ผมเห็นว่าเป็นเรื่องทํานองเดียวกันน่าจะพิจารณาร่วมกัน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมปฏิบัติตามนี้นะครับ
เชิญคณะรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในนามของคณะรัฐมนตรีขอกราบเรียนเสนอ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ในนามของคณะรัฐมนตรี
บันทึกหลักการและเหตุผลประกอบร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ....
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพ
เหตุผล โดยที่กีฬาอาชีพเป็นกิจกรรมกีฬาที่นานาประเทศให้ความสําคัญ และเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กีฬาอาชีพ อีกทั้งการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาอาชีพ หรือกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬาอาชีพ ยังเป็นปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติภูมิของประเทศ แต่ในปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่ส่งเสริมกีฬาอาชีพให้มีมาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ และได้กําหนดมาตรฐานการคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพที่ชัดเจน จึงสมควรกําหนดให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพเพื่อกําหนดมาตรฐานด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับกีฬาอาชีพ ให้สอดคล้องกับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานการกีฬาอาชีพในประเทศไทยและเพื่อคุ้มครอง ช่วยเหลือ สนับสนุน ส่งเสริม และพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้อง กับกีฬาอาชีพ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณครับ
เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมพร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕ ท่านประธานคงจําได้ว่ากฎหมายฉบับดังกล่าวจะต้องไปผ่าน ท่านนายกรัฐมนตรีเนื่องจากเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเงิน หลายกฎหมายที่แซงไป ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายชื่อปรองดองเข้ามาแซงไปนะครับ วันนี้สภาเราก็มีโอกาสที่จะ ได้พิจารณากฎหมายดังกล่าว ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าในเรื่องของกีฬาอาชีพ ผมถือว่าประเทศไทยของเราได้มีโอกาสวางรากฐานกีฬาอาชีพมาตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ตั้งแต่สมัยชวน ๑ สมัยนั้นมีรัฐมนตรีที่ดูแลทางด้านกีฬาเป็นรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ก็คือท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านได้วางพื้นฐานในกีฬาฟุตบอลมา สมัยนั้นเราเรียกกันว่า ฟุตบอลโปรวินเชียลลีก (Provincial League) พูดง่าย ๆ เป็นการวางพื้นฐานมาจนกระทั่งก็ ขอแสดงความชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านชุมพล ศิลปอาชา ในช่วงสมัยที่ท่านดํารงตําแหน่ง ท่านก็พยายามที่จะพัฒนากีฬาของประเทศของเรา ได้นํากฎหมายเข้ามา ๒-๓ ฉบับด้วยกัน ที่ผ่านมาก็คือร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ การใช้สารต้องห้ามซึ่งเป็นการคุ้มครองนักกีฬา ก็ต้องขอขอบคุณท่าน รวมถึงกฎหมาย สถาบันการพลศึกษาที่ยกระดับการพัฒนาการเรียนการสอนให้กับเยาวชนให้กับคนไทย กฎหมายกีฬาอาชีพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ากีฬาเขาแบ่งกันออกเป็น ๔ ชนิด ๔ ประเภท
ประเภทแรก ก็คือเขาเรียก กีฬาขั้นพื้นฐาน เป็นกีฬาที่เด็กนักเรียนทุกคน หรือว่าเด็กไทยทุกคนควรจะได้รับการเรียนจากครูที่มีความรู้ทางด้านกีฬาเพื่อเป็นฐาน สําหรับในการดํารงชีวิต หรือเอามาใช้สําหรับเป็นอาชีพ ซึ่งกําลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ แต่เป็นที่ น่าเสียดายนิดหนึ่งท่านประธานครับ ประเทศไทยของเรามีโรงเรียนในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา ๓๐,๐๐๐ กว่าโรงเรียน แต่ขณะนี้มีครูประถมศึกษาเพียงแค่ ๑๒,๐๐๐ โรง แค่นั้นครับ และปีนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่า เขาเปิดรับครูพลศึกษาที่มีหน้าที่สอน ทั้งพลศึกษาและสุขศึกษากี่คนครับ ๓๕ คน เพราะฉะนั้นอัตราเด็กไทยจะมีโอกาสได้รับสิทธิ ขั้นพื้นฐานคงจะอีกยาวนานมาก ก็อยากฝากท่านประธานถึงรัฐบาลว่าวันนี้ในการพัฒนา สิ่งสําคัญมันไม่ได้อยู่ที่เศรษฐกิจหรอกครับ มันอยู่ที่การพัฒนาคน กีฬาขั้นพื้นฐานเด็กไทย ควรจะได้รับ
กีฬาชนิดที่ ๒ เขาเรียกว่า กีฬามวลชน หรือกีฬาสุขภาพ เป็นกีฬาที่รัฐจะต้อง จัดให้กับพี่น้องประชาชนได้มีโอกาส ได้ออกกําลังกาย ได้เล่นกีฬา มีแรงจูงใจสําหรับมาเล่น มีสนามกีฬาที่มาตรฐาน มีอุปกรณ์กีฬา แล้วก็มีผู้ฝึกสอน หลายรัฐบาลพยายามที่จะ จัดผู้ฝึกสอนไปอยู่ในตําบล ไปอยู่ในอําเภอในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาเคยมีการจ้าง อกฬ. โดยเอา เด็กนักศึกษา วิทยาลัยพลศึกษาไปเป็นอาจารย์หรือเป็นครูกีฬาประจําตําบล ผมเชื่อว่า ในรัฐบาลนี้ท่านรัฐมนตรีก็คงจะหาช่องทางในการที่จะส่งครูที่มีความรู้ทางด้านกีฬาไปสําหรับ พัฒนาคุณภาพของประชากร ผมเรียนว่าจําเป็นจะต้องมีครูพลศึกษาหรือมีผู้นําทางการกีฬา ที่มีความรู้ แน่นอนถ้าเกิดไปสอนผิดทําให้พี่น้องประชาชนอาจจะเกิดการบาดเจ็บ รวมถึงการเรียน หรือการเล่นกีฬาเป็นสร้างวินัยท่านประธาน เวลาเราแข่งขันกีฬาเราต้องยึดถือตามกติกา ของกีฬาชนิด ๆ นั้น เวลาเรามาอยู่ในสังคม เราก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ตรงนี้ล่ะครับ กีฬามันจะสร้างคน ทําให้คนรู้จักแพ้ รู้จักชนะ รู้จักอภัย วันนี้ท่านประธานครับ ถ้าเกิดพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งหมดเป็นนักกีฬา ไม่มีความแตกแยก ในสังคมหรอกครับ วันนี้พรรคเพื่อไทยของท่านขึ้นเป็นรัฐบาล พรรคฝ่ายค้านที่รู้ว่าเราแพ้ เราก็มีน้ําใจนักกีฬา เราก็มาเป็นฝ่ายค้าน ไม่มีหรอกครับ ถ้าเกิดคนไม่มีน้ําใจนักกีฬา วันหนึ่งฝ่ายอื่นขึ้นเป็นผู้ปกครองประเทศ อีกฝ่ายก็ใช้การก่อการร้ายบ้าง ใช้การประท้วงบ้าง ผมก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ากีฬาเป็นสิ่งสําคัญในการพัฒนาคนนะครับ
กีฬาประเภทที่ ๓ ที่เขาส่งเสริมก็คือกีฬาเพื่อความเป็นเลิศครับท่านประธาน กีฬาโอลิมปิกนี่ละครับ ที่ประเทศไทยกําลังจะส่งไปแข่งขันที่ลอนดอนเกมส์ ตรงนี้จะสร้าง ความภาคภูมิใจให้กับประเทศ ให้กับคนในประเทศ วันใดก็แล้วแต่ที่เราเห็นธงชาติไทย ได้อัญเชิญขึ้นในการแข่งขันกีฬาระดับโลก ก็เป็นความปลาบปลื้มที่เราทุกคนได้เห็นธงชาติ ของเราขึ้นไปสู่ยอดเสานะครับ
กีฬาประเภทที่ ๔ ที่เขาแบ่งออกมาก็คือกีฬาอาชีพ ที่ผมกําลังจะพูดถึง นี่ละครับ กีฬาอาชีพเป็นกีฬาที่สร้างรายได้ให้กับบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับกีฬา ในประเทศไทย มีกีฬาอาชีพไหมครับท่านประธาน ตอนนี้การกีฬาแห่งประเทศไทยมีการสนับสนุนให้มี กีฬาอาชีพอยู่ทั้งหมด ๑๓ ชนิดกีฬาครับ ประกอบไปด้วยกีฬากอล์ฟ กีฬาเทนนิส กีฬาโบว์ลิ่ง กีฬาวอลเลย์บอล กีฬาเซปักตะกร้อ การแข่งขันรถยนต์ การแข่งขันรถจักรยานยนต์ การแข่งขันสนุกเกอร์ ฟุตบอล เทเบิลเทนนิส มวย แบดมินตัน และบาสเกตบอลเป็นกีฬา ล่าสุดครับท่านประธาน ท่านประธานจะเห็นว่าในจํานวน ๑๓ ชนิดกีฬา ในวันนี้ประเทศไทย ของเรากําลังได้รับความนิยมมาก ก็คือกีฬาฟุตบอล มีการแข่งขันในระดับไทยพรีเมียร์ลีก (Thai preemie league) ในระดับดิวิชั่น ๑ (Division 1) แล้วก็ดิวิชั่น ๒ (Division 2) มีบุคลากรที่เกี่ยวข้องนะครับ ทั้งผู้ฝึกสอน ทั้งนักกีฬา ทั้งผู้ควบคุมการแข่งขัน ผู้ตัดสิน ผู้จัดการทีม เยอะมากครับ จํานวนเป็น ๑๐,๐๐๐ คน และสิ่งสําคัญขณะนี้มีแฟนคลับ หรือกองเชียร์ของแต่ละสโมสร ผมคิดว่าเป็นหลายล้านคนด้วยคน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าในกีฬาอาชีพไม่ว่าท่านจะออกกฎหมาย หรือท่านจะให้งบประมาณ สนับสนุนอย่างไรก็แล้วแต่ครับ สิ่งสําคัญก็คือ ทุกคนจะต้องเริ่มจากฐานที่ถูกต้อง ผมขออนุญาต ได้นําเอกสารทางวิชาการที่เขามีการวิจัยว่าเราจะพัฒนากีฬาอาชีพ จะให้ประสบความสําเร็จ อย่างไร เป็นการวิจัยของมหาวิทยาลัยโอไฮโอสเตต ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ เขามีการศึกษา แล้วก็ค้นคว้าจนกระทั่งได้ข้อมูลสั้น ๆ ครับท่านประธาน เพื่อไม่ให้เสียเวลาของสภา เขาบอกว่า ควรจะมีกิจกรรมหลักดังต่อไปนี้ ๑. กีฬาที่เป็นกีฬาอาชีพได้รับความนิยมจะต้องเติบโตมาจาก ท้องถิ่นครับ เราจะสังเกตว่าประเทศไทยของเรากีฬาอาชีพโดยเริ่มฟุตบอลโปรวินเชียลลีก ตั้งแต่รัฐบาลท่านชวนสมัยนั้นเริ่มมาจากกองทัพ ท่านเห็นไหมครับ กองทัพอากาศ กองทัพบก ตํารวจอย่างนี้เขาแข่งขัน แล้วก็เกี่ยวข้องกับเอกชน ก็คือธนาคาร ท่านจะเห็นว่า สมัยนั้นมีธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทยแข่งขันกัน บัดนี้ก็มีองค์กรเอกชนที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องธุรกิจเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นทีมเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลบางกอกกล๊าส สโมสรฟุตบอลโอสถสภา และเริ่มเดินทางถูกครับท่านประธาน ก็คือเริ่มได้รับความนิยม จากท้องถิ่น ก็คือมีสโมสรระดับจังหวัด ท่านจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้จะมีสโมสรทางตรังเอฟซี สโมสรเลยซิตี้ สโมสรสมุทรปราการ ยูไนเต็ด อะไรก็แล้วแต่ หลายสโมสรเกิดจากไหนครับ เกิดจากท้องถิ่นทั้งสิ้น ตอนนี้เรากําลังเริ่มเดินที่ถูกทาง ก็เป็นหลักการข้อแรกที่จัดได้ อย่างถูกต้อง เขาบอกว่าสโมสรกีฬาจะต้องได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษา ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี วันนี้ท่านจะต้องให้สโมสรทั้งหลายไปมีกิจกรรมร่วมกับ สถานศึกษา แน่นอนเยาวชนจะเริ่มรู้จักรักสโมสรของเขาเอง วันใดก็แล้วแต่สโมสร ถึงวันสถาปนาสโมสรจะต้องมีกิจกรรมวันครอบครัว แล้วก็บอกว่าควรจะให้สิทธิพิเศษในการ เข้าชม ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างสโมสรหนึ่งที่ต่างประเทศ วันหนึ่งมีการแข่งขันฟุตบอล ผลปรากฏว่าหิมะตกครับ การแข่งขันจัดไม่ได้ ไม่มีกําลังของบุคลากรที่จะไปทํา ผลปรากฏว่า สโมสรประกาศเชิญชวนให้แฟนบอลทั้งหลายเข้ามาช่วยกวาดหิมะ ท่านประธานครับ คนมากัน เต็มสนามเลยแล้วก็กวาดเสร็จสโมสรให้บัตรพิเศษเข้าชม นี่ล่ะครับ ความร่วมมือจากท้องถิ่น
ข้อที่ ๒ เขาบอกว่าต้องยึดหลักการบริหารกีฬาอาชีพเป็นธุรกิจกีฬาโดยใช้ มืออาชีพเท่านั้น ท่านครับอย่าใช้ระดับสมัครเล่น เพราะวันนี้มันเป็นกีฬาที่เกี่ยวข้องกับอาชีพ มีการกระจายสินค้า มีการทําตลาดกันอย่างไร
ข้อที่ ๓ เขาบอกว่าจะต้องมีกลไกในการสร้างนักกีฬาให้มีขีดความสามารถ สูงที่สุด แน่นอนครับ ขณะนี้เรามีสถาบันการพลศึกษา ๑๗ แห่งทั่วประเทศ จะเป็นสถาบัน สําหรับสอนและพัฒนาทางด้านกีฬา ไม่ว่าจะเป็นวิทยาศาสตร์การกีฬาหรือหลักการฝึกต่าง ๆ เรามีโรงเรียนกีฬา ๑๑ แห่งด้วยกันทั่วประเทศ สิ่งสําคัญต้องได้รับความร่วมมือจากองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เขาบอกว่าต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีการกําหนดเกณฑ์ มาตรฐานออกกฎหมาย ออกระเบียบของแต่ละท้องถิ่นนั้น โดยเฉพาะการลงทุนในการ ก่อสร้างสนามกีฬาหรือการก่อตั้งสโมสรตามท้องถิ่นต่าง ๆ
ข้อที่ ๔ เขาบอกว่าต้องมีการพัฒนารูปแบบและความนิยมในการร่วมชม ร่วมเชียร์ (Cheer) เห็นไหมครับ เขาพูดถึงว่าการมีส่วนร่วม มันไม่ใช่เพียงแค่สโมสร ผู้เล่น หรือโคช (Coach) เท่านั้น เขาพูดถึงพี่น้องประชาชนการมีส่วนร่วม เขาบอกว่าจะต้องมีการอบรม หรือพัฒนาผู้ทําหน้าที่เป็นผู้นําเชียร์ด้วย เป็นสิ่งสําคัญครับ สิ่งนี้ท่านประธานคงเห็น ท่านรัฐมนตรีคงเห็นว่ากองเชียร์สําคัญ นักกีฬาไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไร ผลปรากฏว่ากองเชียร์ ยกทัพตีกันก็มี วันนี้ถ้าเกิดเรามีมาตรฐานหรือมีคุณภาพของการเชียร์ที่ดี แน่นอน มันเป็น ชื่อเสียงของสโมสร เป็นชื่อเสียงของจังหวัดด้วย เขาบอกว่ามีการสร้างเพลงเชียร์ของตนเอง มีการเอาเครื่องดนตรีประกอบการเชียร์ เป็นเครื่องดนตรีของท้องถิ่น สโมสรควรจะมี การประกวดทีมเชียร์ดีเด่น และสิ่งสําคัญก็คือมีฐานข้อมูลสมาชิก
ข้อที่ ๕ เขาบอกว่าต้องมีการบริหารระบบจัดการองค์กรภายในองค์กรอย่างมี ประสิทธิภาพ ก็คือเขาจะเอามาตรฐานไอเอสโอ ๙๐๐๑ (ISO 9001) เข้ามา หรือการพัฒนา และการบริการไอเอสโอ ๑๔๐๐๑ (ISO 14001) แล้วก็การจัดการสิ่งแวดล้อม
ข้อที่ ๖ ต้องมีระบบการบริหารจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐาน วันนี้สมาคมฟุตบอล ของเราจัดการแข่งขันได้มาตรฐานไหมครับ ท่านรัฐมนตรีต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เขาบอกว่าควรจะมีการจัดการแข่งขันอย่างหลากหลาย มีระดับดิวิชั่น มีระบบการแข่งขันแบบ แพ้คัดออก สโมสรมีการขึ้นชั้น ตกชั้นที่ชัดเจน ปีที่ผ่านมามันเป็นจุดบอดของการแข่งขัน อย่างหนึ่ง ก่อนการแข่งขันมีการกําหนดว่าจะต้องตกชั้นแค่นี้ แข่งไปแข่งมาเปลี่ยนระบบการตกชั้น แน่นอนครับ อย่างนี้เราถือว่าไม่ใช่เป็นอาชีพ สิ่งสําคัญก็คือสโมสรควรจะมีสนามแข่ง ของตัวเอง ควรจะเป็นสนามที่มีมาตรฐาน มีรั้วรอบขอบชิด คนไม่สามารถที่จะลงไปทําร้าย นักกีฬา คนไม่สามารถจะลงไปทําร้ายผู้ฝึกสอนได้ ผู้ตัดสินได้ มีห้องพยาบาล มีห้องแต่งตัว มีห้องพักผู้ตัดสินที่มีมาตรฐาน
ข้อที่ ๗ มีการบริหารจัดการสนามให้เกิดมูลค่าสูงสุด ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีคงเคยไปต่างประเทศ เวลาเราไปประเทศสเปนไปที่กรุงมาดริด ไปที่ไหนครับ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งก็คือสนามฟุตบอลของสโมสรเรอัลมาดริด เราไปชมกัน ที่นี่ต้อง พยายามทํา
ข้อที่ ๘ ก็คือมีการพัฒนาสินค้าและการบริการ ผมเชื่อว่าต้องมีร้านที่ พี่น้องประชาชนหรือแฟนคลับสามารถไปซื้อสินค้าได้อย่างชัดเจน
ข้อที่ ๙ จะต้องมีการกําหนดรายการจัดการแข่งขันในแต่ละระดับ ไม่ว่าระดับลีก (League) ระดับเยาวชน ระดับการแข่งขันให้หลากหลายแล้วก็จัดขึ้นให้ทุกเดือนแตกต่างกัน ตามฤดูกาล ท่านประธานครับ สโมสรในต่างประเทศเขามีข้อบังคับครับท่านรัฐมนตรี บังคับว่า ถ้าเกิดคุณส่งสโมสรฟุตบอลอาชีพ เช่นวันนี้ตรังเอฟซีส่งเข้าแข่งขันระดับดิวิชั่น ๒ คุณจะต้อง มีทีมเยาวชนอยู่ด้วย ๑ ทีม เห็นไหมครับ มันเป็นการเสริมสร้างให้กับเยาวชนด้วย
ข้อที่ ๑๐ ก็คือต้องมีระบบการแพร่ภาพการถ่ายทอดสดการแข่งขัน สู่สาธารณะอย่างมีระบบเพื่อสร้างกระแสกีฬา ตรงนี้ล่ะครับประเด็นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตวันนี้ท่านประธานก็คือ ระบบการถ่ายทอดของประเทศไทยโชคดีอย่างหนึ่ง เรามีทีวีกีฬาคงจําได้นะครับตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้วทําให้การกีฬาแห่งประเทศไทย มีทีสปอร์ตขึ้นมาสามารถที่จะถ่ายทอดได้ แต่ท่านประธานครับในช่วงที่ผ่านมาผลปรากฏว่า มันมีเรื่องสปอนเซอร์ (Sponsor) เข้าไปเกี่ยวข้องอย่างไรครับ คนจะได้ดูฟุตบอลฟรี กลายเป็นดูไม่ได้ และโดยเฉพาะวันนี้ท่านประธานก็คงทราบว่าทีวีจอดําจนถึง วันที่ ๑ กรกฎาคม ถ้าเกิดมีการถ่ายทอดฟุตบอลยูโรขึ้นมาเมื่อไรพี่น้องประชาชนไม่มีสิทธิได้ดู ท่านครับ ผมอภิปรายหารือเมื่อช่วงเช้าผมบอกว่าเราจะต้องแก้รัฐธรรมนูญเชียวหรือ พี่น้องประชาชนจึงจะมีโอกาสได้ดูฟุตบอล ต้องออกกฎหมายเชียวหรือ วันนี้รัฐบาลใช้เงิน ไม่เท่าไรหรอกครับ สามารถที่จะไปชดเชยให้กับบริษัทอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่ที่ได้รับลิขสิทธิ์มา ท่านครับ ให้ประโยชน์กับประชาชนให้ความสุขกับประชาชนเพียงแค่นิดเดียว เมื่อก่อน บริษัท ทศภาค จํากัด ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อเขา ท่านครับ เขารับลิขสิทธิ์มาถ่ายทอด ท่านทราบไหมครับว่าเวลาเขาโฆษณาเขาไม่เอาเปรียบประชาชนเลย เขาโฆษณาที่มุมของจอครับ ท่านประธานครับ ถามว่าประชาชนได้รับสิทธิไหม ได้รับสิทธิ อยากดูโฆษณาดูไหม ก็ดู แล้วประชาชนก็เชื่อว่าที่ต้องมีโฆษณาเพราะว่าเพื่อที่เขาจะได้เอาเงินไปซื้อลิขสิทธิ์ ประชาชน ไม่ว่าอะไรหรอกครับ แต่วันนี้ผลปรากฏว่าเป็นการแข่งขันทางธุรกิจแต่ประชาชนกลายเป็น ไม่ได้ชม ไม่ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน ถามว่าถ้าเกิดท่านไม่ไปซื้อกล่องอะไรทั้งหลายท่านไม่ได้ดู ไม่ว่าหรอกครับ แต่รายการในชั่วโมงกว่า สองชั่วโมงตรงนั้นเรากลายเป็นไปไม่ได้สิทธิดูทีวี เป็นเรื่องผลประโยชน์เป็นเรื่องความสุขของประชาชน รัฐบาลอย่าอยู่เฉย ๆ นะครับ รอว่าวันนี้ ผมจะไปปรับบริษัท ทรูวิชั่น ๒๐,๐๐๐ บาท ไม่คุ้มหรอกครับ ประชาชนเป็นล้าน ๆ คนที่ไม่ได้ดู ไม่มีใครทุกคนหรอกครับที่มีหนวดกุ้งหรือมีแผง เดี๋ยวนี้เขาใช้ระบบดาวเทียมแล้วทั้งสิ้น ประเทศไทยกลายเป็นถอยหลังต้องไปแอบดูต่างประเทศแล้วกระมังครับ
ข้อที่ ๑๑ ต้องมีกฎระเบียบ กฎหมายในด้านกีฬาเพื่ออาชีพ ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีจริง ๆ ท่านนํากฎหมายเข้ามาแล้วก็จะต้องมีหน่วยงานที่ดูแลเรื่องกฎหมาย มีหน้าที่ควบคุมนะครับ เขาก็บอกว่าในพื้นที่จะต้องมีการออกประกาศของท้องที่ด้วย ท้องถิ่นด้วย ท่านประธานคงทราบนะครับที่จังหวัดพะเยา เวลานี้เวลาแข่งขันฟุตบอลจะต้องมีตํารวจ มีเจ้าหน้าที่พยาบาล เพราะฉะนั้นจําเป็นนะครับท้องถิ่นจะต้องให้การสนับสนุน การออกกฎหมายตัวนี้จะต้องควบคุมไปถึง
ข้อที่ ๑๒ จะต้องสร้างปริมาณบุคลากรกีฬาให้มากพอเป็นสังคมกีฬานะครับ
ข้อที่ ๑๓ มีระบบบริหารจัดการแฟนคลับ เห็นไหมครับเขาบอกว่าให้แฟนคลับ มาชมกิจกรรมหรือดําเนินการของสโมสรบ้าง
ข้อที่ ๑๔ มีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย มีการถ่ายทอด ทางอินเทอร์เน็ต หลายสโมสรกําลังทํานะครับ แล้วก็สิ่งสําคัญตรงนี้ครับ มีการนําระบบ การตรวจสอบการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคประจําฤดูกาล เห็นไหมครับ วันใดก็แล้วแต่มีไข้หวัดใหญ่ มีโรคอะไรก็แล้วแต่ที่มันเกิดในท้องที่หรือในฤดูกาลต่าง ๆ จะต้องมีการป้องกันนะครับ นี่เป็นการแนะนําจากการวิจัยนะครับ
ข้อที่ ๑๕ มีการบริหารจัดการนักกีฬาให้เป็นซุปเปอร์สตาร์ สิ่งสําคัญล่ะครับ เป็นการสร้างกิจกรรมสร้างรายได้ให้กับสโมสร
ข้อที่ ๑๖ องค์กรภาครัฐให้การสนับสนุนในการเบื้องต้นด้านโครงสร้าง เช่น เรื่องสนาม เรื่องอุปกรณ์ วันนี้ต้องขอบคุณกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานะครับ ถึงแม้ท่านถูกตัดงบประมาณด้านอื่นแต่ท่านก็มาสร้างสนามกีฬาให้กับประเทศของเรา เริ่มมีสนามกีฬาระดับอําเภอด้วยงบประมาณ ๒๔ ล้านบาท มีงบประมาณสนามกีฬาระดับตําบล ระดับ ๑๒ ล้านบาท ต้องขอขอบคุณจริง ๆ แล้วก็สิ่งสําคัญครับฝากถึงท่านรัฐมนตรี ก็คือสนามกีฬาที่มันมีอยู่ขอให้ปรับปรุงพัฒนาให้เป็นสนามกีฬาที่มาตรฐานขึ้นนะครับ และโดยเฉพาะห้องน้ําห้องท่า มันเป็นเอกลักษณ์ของเมืองไทยหรือเปล่าไม่ทราบครับ สนามกีฬาทุกแห่งทั่วประเทศห้องน้ําสกปรกมาก เราลองปรับปรุงให้เป็นภาพสนามกีฬา ที่สะอาด คนไปออกกําลังกายเพื่อรักษาสุขภาพครับ แต่ผลปรากฏว่าไม่มีโอกาสที่จะเข้าไปใช้ ห้องน้ําได้เลย มีเรื่องการใช้มาตรการทางภาษีครับ ลดภาษีให้กับผู้สนับสนุนทางการกีฬา ผมเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้ต่อไปท่านรัฐมนตรีก็อาจจะต้องออกกฎหมายเพื่อที่จะช่วยเหลือ ทางภาครัฐด้วย
ข้อ ๑๗ มีการสร้างความแข็งแรง เข้มแข็งอย่างยั่งยืนในการพัฒนากีฬา เขาบอกว่ามีการดําเนินตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดนะครับ วันนี้ท่านออกกฎหมายไปแล้ว ท่านต้องดําเนินการอย่างเคร่งครัดในกรณีที่มีการล้มบอล ในนี้เขาใช้คําว่าล้มกีฬา ในการใช้ สารต้องห้าม ท่านประธานครับ สิ่งนี้เป็นสิ่งสําคัญมาก กฎหมายที่ออกไปแล้วจะต้องเอามา ควบคุมนะครับ เป็นการทําลายวงการกีฬากันอย่างรุนแรง พ.ร.บ. มวยที่ท่านได้ประกาศใช้ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมาครับ ให้มันมีความเข้มข้นขึ้น แล้วก็ส่งเสริมพัฒนากีฬามวยของเรา
ข้อ ๑๘ การริเริ่มพัฒนาสู่การเป็นกีฬาอาชีพทางภาครัฐให้การสนับสนุน เสร็จแล้วก็บอกว่ากีฬาอาชีพจะต้องนําเงินกลับเข้าสู่รัฐ วันนี้ท่านประธานครับ กองทุนพัฒนา กีฬาชาติยังต้องมาอุดหนุนกีฬาฟุตบอลดิวิชั่น ๒ ปีละ ๑๐๐ ล้านบาท ท่านประธานคงเข้าใจ นะครับว่า จริง ๆ แล้วรัฐควรจะสนับสนุนไปที่สโมสรต่าง ๆ เลย ไม่ควรที่จะไปเอาเงินพัฒนา กีฬาแห่งชาติ เป็นงบประมาณประจําปีให้สําหรับในการพัฒนากีฬาอาชีพไป แต่นี่เราต้องไป ดึงเอาจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติเขาไว้ทําอะไรครับ ท่านประธาน เขาไว้พัฒนากีฬา เขาไว้สําหรับเป็นสวัสดิการให้กับนักกีฬา เป็นโบนัส (Bonus) กับนักกีฬาที่แข่งขันกีฬาโอลิมปิกมา
ข้อ ๑๙ การสร้างความมั่นคงแก่บุคลากรกีฬาอาชีพนะครับ ในกฎหมายฉบับนี้ มีกองทุนแล้ว แล้วก็มีการตั้งสมาคมผู้ฝึกสอน ผู้ตัดสิน และนักกีฬา เป็นความจําเป็นนะครับ
ข้อสุดท้ายครับท่านประธาน สิ่งสําคัญประชาชนในประเทศนั้นต้องมีความสุข กับเกมการแข่งขัน เศรษฐกิจของประเทศก็จะมีความเจริญเติบโต เห็นไหมครับ สรุปสุดท้ายนี่ เขาจะพูดถึงว่าในการจัดกิจกรรมอะไรก็แล้วแต่พี่น้องประชาชนจะต้องมีความสุข ท่านประธานครับ ในกฎหมายทั้งหมดที่ทางรัฐบาลแล้วก็ ๒ พรรคการเมืองได้นําเสนอเข้าไป ก็คือพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทยพัฒนาของท่านรัฐมนตรี ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า มีข้อแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยเฉพาะสาระที่สําคัญที่ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ในทั้งหมด ๗๑ มาตรานะครับ เนื่องจากมันมีบทลงโทษด้วย ต่อไปนี้ใครที่เข้าสู่กระบวนการ กีฬาอาชีพเสร็จแล้ว ถ้าเกิดไปทําผิด เช่น มีการล้มกีฬานะครับ ถ้าพูดง่าย ๆ ก็คือ ล้มบอล หรือล้มวอลเล่ย์บอล หรือล้มอะไรก็แล้วแต่มีโทษจําคุกแล้วก็ปรับนะครับ ก็แน่นอนละครับ ท่านอย่าทําผิดแล้วกัน
ส่วนสําคัญก็คือในการสนับสนุนของผมต่างกับของรัฐบาลนะครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนก็คือ ในร่างรัฐบาลบอกว่า ในกรณีนักกีฬาต่างชาติเข้ามาแข่งขัน หรือเป็นนักกีฬาอาชีพในเมืองไทยนี่ขอให้รัฐได้สนับสนุนช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเรื่องการเข้าเมือง หรือการอยู่ การให้วีซ่า (VISA) ตอนนี้มีนักกีฬาบางคนอยู่ในเมืองไทย ๓ เดือน แล้วก็ กลับเข้าไปประเทศกัมพูชาแล้วค่อยกลับเข้ามา ต่อไปนี้พอมีกฎหมายฉบับนี้เขาบอกว่า ให้รัฐช่วยเหลือ มันขาดอยู่อย่างเดียวครับก็คือการส่งเสริมนักกีฬาไทยไปเป็นนักกีฬาอาชีพ ต่างประเทศ ท่านประธานครับ มีนักกีฬาไทยที่ไปเป็นนักฟุตบอลในลีกต่างประเทศเยอะครับ ถ้าเกิดกฎหมายฉบับนี้ออกมาเสร็จมันกลายเป็นสนับสนุนให้เฉพาะนักกีฬาต่างชาติเข้ามา แต่กลายเป็นไม่สนับสนุนนักกีฬาของเราไปต่างประเทศ ถือว่าผิดอย่างร้ายแรง ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าตั้งแต่ เอกชัย สนธิขันธ์ เป็นนักฟุตบอลคนแรกของประเทศไทย ที่ไปเป็นนักฟุตบอลต่างแดน จนขณะนี้นะครับมีรายชื่อที่ผมมีอยู่ ๙๙ คน รวมทั้งเยาวชนด้วย ก็เฉลี่ยว่าประมาณ ๑๐๐ กว่าคนครับ ท่านต้องหาทางสนับสนุนให้นักกีฬาอาชีพของไทย มีโอกาสพัฒนาไปอยู่สโมสรต่าง ๆ ไม่ว่าจะอยู่ในสโมสรระดับอังกฤษ หรืออิตาลี หรือ เยอรมันอะไรก็แล้วแต่ ก็ฝากไว้ ก็ขออนุญาตว่าสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ แล้วก็ ขออนุญาตได้เพิ่มเติมหรือแก้ไขในบางประเด็นในชั้นกรรมาธิการครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ
เชิญท่านภราดรครับ
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ผมและ เพื่อนสมาชิกจากหลายพรรคการเมืองครับ ทั้งจากพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคเพื่อไทย แล้วก็ อีกหลายพรรคการเมืองครับ ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ
หลักการ คือให้มีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพ
เหตุผล โดยที่กีฬาอาชีพเป็นกิจกรรมกีฬาที่นานาประเทศให้ความสําคัญ และเป็นอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้แก่นักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กีฬาอาชีพ อีกทั้งการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาอาชีพและกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องกับกีฬาอาชีพ ยังเป็นปัจจัยส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเผยแพร่ชื่อเสียงเกียรติภูมิของประเทศ แต่ปัจจุบันไม่มีกฎหมายที่ส่งเสริมกีฬาอาชีพให้มีมาตรฐานทัดเทียมนานาประเทศ และกําหนดมาตรการคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพที่ชัดเจน จึงสมควรกําหนดให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพเพื่อกําหนดมาตรฐานด้านต่าง ๆ เกี่ยวกับกีฬาอาชีพ ให้สอดคล้องกับสากลเพื่อยกระดับมาตรฐานการกีฬาอาชีพในประเทศไทยและเพื่อคุ้มครอง ช่วยเหลือ ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนานักกีฬาอาชีพ บุคลากรกีฬาอาชีพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับ กีฬาอาชีพ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ผมขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสั้น ๆ ไม่เกิน ๕ นาทีเพื่ออภิปรายถึง เหตุผลประกอบการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมคิดว่าวันนี้เป็นนิมิตหมายที่ดี ของวงการกีฬาของประเทศไทยครับ ที่ทางรัฐบาลได้เล็งเห็นถึงความสําคัญของการที่จะ พัฒนาวงการกีฬาให้รุดหน้าต่อไปด้วยการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ผ่านมาเราคงจะเห็น นะครับกีฬาอาชีพในบ้านเราวันนี้มีที่ขึ้นทะเบียนกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามีทั้งสิ้น ๑๓ ประเภทกีฬาครับ แต่มีเพียงประเภทกีฬาเดียวคือกีฬามวยเท่านั้นครับที่มีพระราชบัญญัติ คุ้มครอง แต่กีฬาอื่นที่เหลืออีก ๑๒ ประเภทไม่มีพระราชบัญญัติคุ้มครองเลยครับ ผมกราบเรียนกับ ท่านประธานว่าการที่จะพัฒนากีฬาให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศอารยประเทศได้ จําเป็นครับ ที่จะต้องอาศัยพระราชบัญญัติฉบับนี้ วันนี้เราคงจะเห็นครับกีฬาอาชีพ ผมยกตัวอย่าง กีฬาอาชีพหนึ่งที่เป็นที่สนใจของผู้คนมากในขณะนี้ แล้วผมคิดว่าเป็นกีฬาอาชีพที่กําลัง จะก้าวเข้าสู่การเป็นอาชีพอย่างแท้จริงในประเทศไทย คือกีฬาฟุตบอลครับ ช่วง ๓-๔ ปีให้หลัง ท่านคงจะเห็นครับว่าผู้คนในวงการฟุตบอลตื่นตัวมากกับการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่มีลักษณะ เป็นอาชีพมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน หากจะย้อนอดีตกลับไปสัก ๑๐ ปี หรือ ๒๐ ปีที่แล้ววงการฟุตบอล ของบ้านเราก็เคยมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นครับ สมัยยุคที่คุณปิยะพงษ์ ผิวอ่อน เป็นทีมชาติ ขณะนั้น ยุคที่สมัยมาดาส ทองท้วม เล่นให้ทีมชาติไทยขณะนั้น วงการกีฬาฟุตบอลขณะนั้น กําลังเป็นที่คลั่งไคล้ของพี่น้องประชาชนในประเทศเหมือนกับในขณะนี้ไม่มีผิดครับ พวกเรา ผู้คนทั้งประเทศคาดหวังว่าเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้ววงการกีฬาฟุตบอลจะก้าวไปแล้วก็พัฒนา ทัดเทียมกับอารยประเทศ แต่จนแล้วจนรอดครับ เราไม่สามารถที่จะก้าวไปถึงจุดนั้นได้ จนแล้วจนรอดกีฬาฟุตบอลอาชีพ ที่พวกเราเคยคาดหวังร่วมกันก็ต้องล้มและพังทลายไป ด้วยเหตุผลหลากหลายเหตุผลที่ผมจะ กล่าวอ้าง เหตุผลที่หนีไม่พ้นครับ คือ ๑. เรื่องของการบริหารจัดการที่เหมาะสมในทุก ๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของสโมสร ทั้งในเรื่องของตัวของนักกีฬา ทั้งในเรื่องของแฟนคลับ และที่สําคัญครับ ในเรื่องของวงการของผู้ตัดสินคนที่มีส่วนสําคัญในการที่จะขับเคลื่อนกีฬาไปข้างหน้า คือผู้ตัดสินครับ ช่วง ๒๐ ปีที่แล้วที่ผมบอกว่ากีฬาฟุตบอลเคยเกือบจะประสบความสําเร็จ ครั้งหนึ่งแต่ต้องล้มเหลวก็เพราะว่าเกิดเหตุการณ์หลายอย่างที่พวกเราไม่พึงปรารถนา เหตุการณ์ล้มบอลเราคงจะเห็น เหตุการณ์ของการตัดสินที่ไม่เป็นอาชีพของผู้ตัดสิน เหตุการณ์การบริหารจัดการทีมที่ไม่มีความเป็นมืออาชีพต่าง ๆ เหล่านี้ทําให้ฟุตบอลเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วต้องล่มสลายไป ทําให้ความฝันของคนไทยที่คาดหวังด้วยกันมา ๒๐-๓๐ ปีแล้วว่า บอลไทยจะต้องไปบอลโลก วันนี้ก็ยังเป็นได้แค่ความฝัน วันนี้วงการฟุตบอลกําลังก้าวเข้าสู่ จุดสูงสุดของมันอีกครั้ง ผมไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ํารอยครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ จะเป็นเครื่องมือ ผมย้ําว่าเป็นเครื่องมือ ที่จะช่วยในการที่จะพัฒนาวงการฟุตบอลและวงการ กีฬาอาชีพประเภทอื่นให้พัฒนาทัดเทียมกับนานาอารยประเทศ
ในเรื่องของการบริหารจัดการ เมื่อเป็นอาชีพผมคิดว่าการบริหารจัดการของ ในแต่ละสโมสร ในแต่ละทีมต้องมีความเป็นอาชีพมากกว่านี้ ในเรื่องของนักกีฬา ในเมื่อเป็น นักกีฬาอาชีพมีเงินเดือนซึ่งแตกต่างจากเมื่อก่อนที่เล่นกีฬากันเพียงเพื่อสันทนาการ เล่นเพื่อ ออกกําลังกายหรือเล่นเพื่อความเป็นเลิศเท่านั้น วันนี้มันมีวิวัฒนาการของมันจนเป็นอาชีพขึ้นมา เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นอาชีพจิตวิญญาณของนักกีฬาที่จะเป็นมืออาชีพยังไม่สมบูรณ์แบบครับ เรายังเห็นข่าวอยู่ทั่ว ๆ ไป เมื่อสัก ๒-๓ อาทิตย์ก็มีผู้ฝึกสอนของสโมสรหนึ่งออกมาให้ข่าวว่า มีการล้มบอลเกิดขึ้น การสร้างจิตสํานึกให้กับนักกีฬาในทุก ๆ ประเภทจึงเป็นเรื่องที่สําคัญ ในการที่จะเคารพในอาชีพของตัวเอง ในเรื่องของการตัดสิน ในเรื่องของผู้ตัดสินเช่นเดียวกันครับ เราก็จะเห็นข่าวอยู่ ผมพูดได้เลยครับว่าทุกสัปดาห์ ทุกสัปดาห์ที่มีการแข่งขันฟุตบอล ในทุกดิวิชั่นในประเทศนี้ทั้งในระดับสูงสุดคือไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก (Thailand Premier League) ระดับดิวิชั่น ๑ และในระดับลีกภูมิภาคคือดิวิชั่น ๒ ทุกอาทิตย์หนีไม่พ้นครับ วันจันทร์ทีหนึ่งหลังจากที่ฟุตบอลแข่งเสร็จ หน้าหนังสือพิมพ์ก็จะต้องขึ้นแล้วครับ สโมสรนี้ สโมสรโน้นไม่เห็นด้วยกับคําตัดสินของผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินโกง ผู้ตัดสินเป่าไม่เป็นกลาง ผู้ตัดสิน ไม่เป็นธรรมในการตัดสิน ผมคิดว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีบทลงโทษที่ชัดเจน แล้วผมคิดว่า ในชั้นกรรมาธิการผมอยากจะฝากกรรมาธิการที่กําลังจะตั้งขึ้นให้ไปดูบทลงโทษของ นักฟุตบอลก็ดีที่ล้มบอล ของนักกีฬาก็ดีที่ทําการล้มกีฬา ของโคชก็ดีที่ทําการล้มกีฬา หรือของผู้ตัดสินซึ่งเป็นองค์กรอีกองค์กรหนึ่งที่มีอํานาจมาก ต้องมีบทลงโทษที่ชัดเจนว่า ถ้าหากว่ามีการล้มกีฬา หรือถ้าหากว่ามีการเป่าตัดสินที่เป็นไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้องจะต้อง มีการตรวจสอบที่ชัดเจน ผมดีใจนะครับที่เห็นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เกิดขึ้น เพราะว่า ในร่างฉบับนี้จะมีกรรมการอยู่ชุดหนึ่งซึ่งจะมาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะขณะนี้ การพิจารณาลงโทษเหล่านี้คือสมาคมฟุตบอลครับ คนที่พิจารณาลงโทษคือสมาคมผู้ตัดสินครับ ผมถามบอกว่าในกรณีที่ผู้ตัดสินตัดสินผิดพลาด หรือผู้ตัดสินมีส่วนได้เสียไปรับเงินจากข้างใดข้างหนึ่ง ผมถามครับว่าวงการผู้ตัดสินซึ่งเป็นกรรมการในการที่จะตรวจสอบจะทําร้ายพวกเดียวกัน หรือไม่ จะลงโทษพวกเดียวกันหรือไม่ ไม่มีทางหรอกครับ เขาก็พยายามที่จะปกป้องกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน พยายามที่จะปกป้ององค์กรของตัวเอง ไม่ให้มีความเสื่อมเสียเกิดขึ้นในองค์กร เอาพวกตัวเองมาตัดสินพวกตัวเอง ผมคิดว่า มันไม่ถูกต้องครับ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงได้มีเขียนขึ้นมาแล้วก็ จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อดําเนินการในเรื่องเหล่านี้ ผมจึงฝากท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรี ถึงคณะรัฐมนตรีครับ ผมมั่นใจว่าท่านมีเจตนาและมีวิสัยทัศน์ที่ดีในการที่จะ พัฒนาวงการกีฬาบ้านเราไปสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริง จึงได้ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วก็เป็นกําลังใจให้กับคณะรัฐมนตรีในการที่จะช่วยกันแก้ไขปัญหาในเรื่องของกีฬาให้มีการเป็น มืออาชีพมากขึ้น และช่วยกันพัฒนาวงการของพวกเราให้ก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศอื่น ด้วย เหตุผลเหล่านี้ที่ผมได้เอ่ยมาจึงจําเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัตินี้ครับ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านจิรายุครับ เอาสัก ๗ นาทีนะครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานบีบหัวใจด้วยเวลา ๗ นาทีทันทีเลยนะครับ ขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมพูดเรื่องนี้เพราะว่าเป็นนักกีฬาโดยตรงแล้วก็เกิดภาวะน้อยเนื้อต่ําใจ เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ผมไปแข่งขันที่ประเทศมาเลเซีย เป็นการแข่งขัน ที่เขาเรียกกันว่ามอเตอร์สปอร์ต (Motor sport) การแข่งขันของผมนั้นเริ่มมาเมื่ออายุ ประมาณสัก ๒๓ ปี ปีนี้ก็ ๔๐ กว่าปีครับ แล้วก็ยังคงดํารงการแข่งขันมาโดยตลอด เห็นวิวัฒนาการมากมายหลากหลายครับ และผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีคงจะรู้ว่าการกีฬาแบบ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกถือว่าเป็นอันดับ ๒ อันดับ ๓ อันดับ ๔ นะครับท่านประธาน รองจาก ฟุตบอลเท่านั้นครับ เมืองไทยผมย้อนความนิดเดียวครับ การแข่งขันรถยนต์ก็ดี มอเตอร์ไซค์ก็ดี เริ่มมา ๒๐-๓๐ ปีครับ และเราเริ่มก่อนในสมาชิกอาเซียนเสียด้วยซ้ํา ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ท่านประธานครับ เขามีการจัดการแข่งขันที่เรียกกันว่าเซาท์อีสต์ เอเชียน (South East Asian) เซาท์อีสต์ เอเชียน ทัวร์ริ่ง คาร์ (South East Asian Touring Car) เป็นการจัดการแข่งขันใน ๑๐ ประเทศสมาชิกซึ่งรวมทั้งจีนด้วยนะครับ สมัยก่อนมาเก๊าเขายังไม่มีสนามแข่งขัน ที่เรียกว่ามาเก๊ากรังด์ปรีซ์ ท่านประธานครับ เขาไปแข่งขันกันที่จูไห่ จูไห่นี่คือนั่งรถต่อที่ มาเก๊าแล้วข้ามไปครับ ส่วนในประเทศไทยแข่งขันกันที่พัทยาเซอร์กิตครับ หลังจากนั้น ก็เปลี่ยนเป็นชื่อสนามพีระเซอร์กิตพัทยา ที่ผมพูดถึงกีฬามอเตอร์สปอร์ตแล้วบอกว่าน้อยเนื้อต่ําใจ ท่านประธานครับ ดูจากงบประมาณปี ๒๕๕๕ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าทําต่อเนื่องมาตั้งแต่ ในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว แล้วต่อเนื่องมารัฐบาลชุดนี้มีการเพิ่มเติมมากน้อยขนาดไหนครับ แต่ว่าดูจากสถิติที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดว่ากีฬาอาชีพในบ้านเราถ้าไม่รวมมวยมีทั้งหมด ๑๒ ประเภทครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ฟุตบอลจากยอดทั้งหมด ๑๘๗ ล้านบาท ฟุตบอลได้ไป ๕๘ ล้านบาท ไล่ลงมา กอล์ฟ ๒๙ ล้านบาท วอลเลย์บอล ๑๙ ล้านบาท ไล่ลงมาจนสุดท้ายคือปิงปอง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทท่านประธานครับ เทเบิลเทนนิสนี่ครับ แต่ว่าในกีฬาอาชีพ บาสเกตบอลก็ไม่ได้สตางค์ครับ เพราะว่าเป็นกีฬาใหม่ที่เพิ่งเริ่ม ส่วนกีฬา มอเตอร์สปอร์ตท่านประธานครับ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ถามท่านรัฐมนตรีได้เลยนะครับ สลึงเดียวก็ไม่ได้นะครับ ในงบประมาณนี้ทําให้ผมน่าตกใจเพราะอะไรครับ เมื่อวันอาทิตย์ ผมไปเดินดูรอบ ๆ สนามเซปังเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียครับ อยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประมาณสัก ๔๐ กิโลเมตร การคมนาคมชัดเจนครับ เดินทางได้จากเคแอลแล้วก็ต่อด้วย รถไฟก็ดีนะครับ หรือแม้แต่กระทั่งทางมอเตอร์เวย์เขา ใช้เวลาประมาณสัก ๒๐ นาทีถึงครับ สนามผมว่าใหญ่กว่าสภาเราประมาณ ๑๐ สภาท่านประธานครับ ทําไมรัฐบาลมาเลเซีย ให้การสนับสนุนแล้วก็ยกย่องเป็นกีฬาอาชีพอันดับต้น ๆ ไปเปิดแผนพัฒนาของกีฬาอาชีพ มาเลเซียนะครับ กีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นกีฬาที่ทําเงินเข้าประเทศมาเลเซียมากที่สุดครับ กีฬาอื่น ๆ ฟุตบอลเขาลดระดับลงครับ สมัยก่อนไทยแข่งขันต้องแข่งขันกับญี่ปุ่นครับ แล้วก็ แข่งขันกับเกาหลีใต้ สมัยปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ นักฟุตบอลขวัญใจผมครับ อํานาจ เฉลิมชวลิต เขาบอกว่าวันนี้ถ้าจะดูบอลไทย และบอลไทยจะได้รับการพัฒนา จากกีฬาอาชีพ เมื่อไรที่บอลไทยไปบอลโลก คุณโน๊ต อุดม เขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหม ท่านประธานครับ เขาบอกว่าเมื่อนั้นบอลโลกจะไปบอลจักรวาล แล้วบอลไทยเป็นอย่างไรครับ หลัง ๆ นี่แทบจะไม่ต้องดูเลยครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ท่านประธานครับ กีฬามีหลากหลายชนิดครับ อยู่ที่ว่าท่านจะเลือกกีฬาประเภทไหนเป็นกีฬาแห่งชาติ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ เรามีเยอะแยะมากมายหลากหลายครับ แต่กีฬาที่เป็นแห่งชาติโดยคนไทยมันคืออะไรบ้างครับ ฟุตบอลท่านเตะอย่างไร ท่านก็สู้ประเทศฮอลแลนด์ สู้ประเทศโปรตุเกสเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้อยู่แล้วท่านประธานครับ ร่างมันเล็ก ตัวมันเล็ก เอาแค่อาเซียน เอเชียเท่านั้นนะพอไหว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ แม้จะออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาท่านรัฐมนตรีก็ต้องไปดู ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าหรืออะไร ก็แล้วแต่ ท่านจะเอาแต่ฟุตบอล ฟุตบอล ฟุตบอล มันไม่ได้ครับ มันต้องดูความจริง ส่องกระจกชะโงกดูประเทศก่อนว่าสมรรถนะร่างกายของเรา ประสิทธิภาพของการกีฬา ที่เป็นวิทยาศาสตร์การกีฬาอยู่รอบตัวนักกีฬามันมีอะไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมนั่งอ่าน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่มี ๖๐ กว่ามาตรา เห็นด้วยอย่างยิ่งครับที่เริ่ม แต่ว่ารายละเอียด ที่จะขออนุญาตฝากไปก่อนที่จะไปสู่วาระที่สอง ผมไม่ได้มีโอกาสไปเป็นกรรมาธิการ แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือประเทศมาเลเซียสนับสนุนกีฬาอื่น ๆ ที่เขาคิดว่าชาติของเขาพอสู้ไหว เช่น กีฬามอเตอร์สปอร์ต กีฬาที่เป็นเซปักตะกร้อ เราไปแข่งกันกับใครสู้เขาได้หรือครับ อย่างประเทศพม่าเราเจอเซปักตะกร้อ เขาทุ่มเทเลยท่านประธานครับ บอกว่านี่คือ กีฬาแห่งชาติของเขา เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ มันก็ล้อจากการใช้เงินงบประมาณ ต่าง ๆ ที่ผมพูดไว้ตั้งแต่ต้นนี่นะครับ ไทยก็พยายามจะโชว์เพาเวอร์ (Show power) ครับ ทําตัวเหมือนไทเกอร์ วูดส์ จัดการแข่งขันกอล์ฟหลายครั้งในประเทศไทยแม้จะเป็น รายการดัง แต่ว่าเราก็สู้เขาไม่ได้ครับ ไทเกอร์ วูดส์ บอกว่าอย่างไรครับ คนไทยบอกว่าแหม นี่ลูกครึ่งไทย ไทเกอร์ วูดส์ บอกว่าไม่เกี่ยวกัน กอล์ฟได้เป็นอันดับ ๒ ท่านประธานครับ เกือบ ๓๐ ล้านบาท อันดับ ๓ วอลเลย์บอลครับ สมัยก่อนนี่มันนะท่านประธานจําได้ไหมครับ ดูวอลเลย์บอลไทย ถ้าตบกับประเทศญี่ปุ่นเมื่อไรเชียร์สุดใจขาดดิ้น ต่อมาท่านประธานครับ เทนนิส ถ้าไม่ได้ภราดรมันก็ลําบากครับ เจ้าบอลก็โชว์เพาเวอร์เยอะแยะมากมายให้กับโลกนี้ ว่าเมดอินไทยแลนด์ (Made in Thailand) เป็นลูกหลานไทย ที่ผมพูดอย่างนี้แล้วยกตัวอย่าง ประเทศมาเลเซียแผนพัฒนากีฬาของเขาเขาส่องกระจกอย่างชัดเจนท่านประธานครับ สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียใช้มูลค่าเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการทําสนามครับ เอกชนทําหรือครับ รัฐบาลครับ รัฐบาลส่งเสริมกีฬาเพราะรู้ว่า กีฬาแห่งชาติของเขาที่ทําเงินได้เป็นอย่างไร ในการประชุมหลายครั้งผมพยายามถามสังคม แล้วก็เพื่อนที่อยู่ในวงการกีฬาตลอดว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตกลงจะเอาอย่างไรแน่ จะเที่ยวหรือจะเล่นกีฬา หรือเล่นกีฬาด้วยแล้วเที่ยว ท่านรัฐมนตรีก็คงเข้าใจละครับ บางทีก็ไปดูการท่องเที่ยว ไหน ๆ ดูการท่องเที่ยวแล้วขอไปดูพวกสนามกีฬาตามต่างจังหวัดหน่อย สุดท้ายก็เลยแยกงานกันไม่ออกท่านประธานครับ ว่ากันในอนาคตครับ จะแยกกันเป็น ท่องเที่ยว จะแยกเป็นกีฬา แต่ที่ผมบอกให้ท่านฟังก็เพราะว่าดูจากร่างพระราชบัญญัติ ทิศทางดีหมดอยู่แล้วละครับ กีฬามีหลากหลายประเภทแต่ผมลงรายละเอียดนิดเดียว ท่านประธาน ไม่ใช่วาระที่สองนะครับ แต่จะบอกให้ท่านดูว่าในหมวด ๑ ขอบพระคุณครับ ที่ยกร่างมาลักษณะนี้ ไม่ห้ามนักการเมือง คือผมไม่แน่ใจครับสมัยก่อนเป็นนักข่าวอาชีพ มันน่ากลัวหรืออย่างไร อะไรก็แล้วแต่จะไปเป็นกรรมการชอบห้ามนักการเมือง ดีนะครับ ที่วันนี้นักการเมืองไปสนับสนุนกีฬาฟุตบอลจนทําให้กีฬาฟุตบอลดิวิชั่น ๒ หรือว่า จะไทยพรีเมียร์ลีก หรืออะไรก็แล้วแต่ เริ่มจะดีขึ้นท่านประธานครับ
เรื่องต่อมา ผมลงไปดูในหมวด ๒ ท่านประธานครับ เป็นหมวดที่พูดถึงสโมสร แล้วก็กีฬาอาชีพ และสมาคมครับ แน่นอนท่านประธานครับ ตั้งแต่มาตรา ๑๗ ถึงมาตรา ๒๕ พอจดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬาเมื่อไรท่านประธานสงสัยเหมือนผมไหมครับ ผมยกตัวอย่างครับ สมาคมกีฬาเปตองอาชีพแห่งประเทศไทย เมื่อไรก็แล้วแต่ที่มันมีคําว่า แห่งประเทศไทยมันฟังดูน่าเชื่อถือนะท่านประธานครับ ไม่มีประเทศไหนหรอกครับ ก็มันกีฬาประเทศไทยแต่ชอบใส่ตอนท้ายอย่างนี้ มันทําอะไรได้ต่อท่านประธานครับ ขอสปอนเซอร์ โอ้โห พอบอกกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาเป่ากบแห่งประเทศไทย อย่างนี้ท่านประธานนึกออกไหมครับ ไปขอปุ๊บสมาคมนี่ใหญ่แม้จะเป็นกีฬาเป่ากบ ท่านประธานครับ ผมถึงบอกอย่างไรครับว่าหมวด ๒ น่าสนใจ แต่ว่าท่านประธานฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับ ลงไปในวาระที่สองในชั้นคณะกรรมาธิการท่านดูรายละเอียดนะครับ เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วมันจะมีผลประโยชน์ครับ ขออะไรไปโลโก้ (Logo) มีตราห่วงขึ้นมา สนับสนุนโดยการกีฬาแห่งประเทศไทยไปขอที่ไหนก็มีครับ ที่ผมพูดต่อมาท่านประธานครับ ก็คือหมวดที่ ๓ ในหมวดนักกีฬาและบุคลากรอาชีพครับ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ ไม่ได้ลงรายละเอียดเพียงแต่เกริ่นให้ท่านประธานฟังครับ บัตร บัตรประจําตัว ส.ส. มันก็เป็นบัตรราชาการครับ แต่ถ้าบัตรประจําตัวนักกีฬาอาชีพทําอะไรได้บ้างนอกจาก โชว์เท่ห์ ๆ ฉันเป็นนักกีฬาเป่ากบมืออาชีพเท่านั้นหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ท่านต้องเพิ่มหน่อย นะครับว่าสิทธิของบัตรนี้มันเหมือนบัตรเซเรเนด (Serenade) เหมือนบัตรอะไรอย่างนี้ ท่านประธานครับ พอมีบัตรนักกีฬาอาชีพ เช่น ไปใช้โรงพยาบาล ไปตรวจกระดูกได้เข้าคิว อันดับที่ ๑ อย่างนี้ท่านช่วยกรุณาต่อเนื่องนะครับ มันจะเป็นประโยชน์ต่อนักกีฬา ที่มีขวัญกําลังใจ
ในหมวด ๓ เช่นเดียวกันท่านประธานครับ นักกีฬาและบุคลากรอาชีพ ผมถูกฝึกจากนักกีฬาคนหนึ่งเป็นชาวฮ่องกง ตั้งแต่ผมอายุ ๒๐ ปีกว่า ๆ เขาสอนผม ในการขับรถแข่ง แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ บางครั้งผมก็ใช้ครูพักลักจําจากประสบการณ์ แต่ทําให้ผมเรียนรู้ได้ผมถามเขา เขาบอกว่าปีหนึ่งมาประเทศไทยกี่ครั้ง เขาบอกประมาณ ๓-๔ เดือนก็ต้องออกแล้ว แล้วออกไปไหน ออกไปประเทศลาวบ้าง ออกไปปอยเปตบ้าง ออกไปประเทศมาเลเซีย ปาดังเบซาร์บ้าง ไปทําอะไรท่านประธาน จ๊อบ พาสปอร์ต (Job passport) แล้วก็กลับเข้ามาใหม่ เพราะชาวต่างชาติอยู่ได้ ๓๐ วันบ้าง ๖๐ วันบ้าง ๙๐ วันบ้าง ที่ผมพูดในมาตรานี้ในหมวด ๓ โดยรวม ๆ แล้ว คนไทยต้องเรียนรู้จะครูพักลักจํา และใช้ฝึกฝนมันเสียเวลา เด็กสมัยใหม่ของประเทศจีนอยู่ตั้งแต่ ๓-๔ ขวบ ทานอาหาร ฝึกโน้นฝึกนี้ นั่งสมาธิ ฝึกโยนห่วง จนกระทั่งอายุ ๑๘ ปี ตัวสูงเกือบ ๒ เมตร โยนลูกบาสเกตบอลแค่นี้ถึงแล้ว เพราะฉะนั้นเช่นเดียวกันประเทศไทยก็ต้องพึ่งพา นักกีฬาต่างชาติ ในหมวด ๓ ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยไปพิจารณาต่อเนื่องว่า ท่านเขียนมาอย่างนี้แม้จะเป็นหลักการวาระแรกก็ตาม แต่ผมมองว่าอนาคตมีปัญหาแน่นอน เพราะอะไรรู้ไหมท่านประธานครับ เขาเขียนบอกว่านักกีฬาต่างชาติที่จะเข้ามา ในประเทศไทย ในหมวด ๓ รัฐบาลก็ดีหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ท่านจะต้องดูแลเขา ด้วยวิธีการประสานงานไปยังหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ถ้าภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า เวิร์ค พรอมมิส (Work promise) อะไรอย่างนี้ หรือว่า ตม. ใบอนุญาตใช้พาสปอร์ต (Passport) ถ้ามาเป็นนักกีฬามีสัญลักษณ์ชัดเจนอยู่ได้ ๙๐ วัน หรือว่าอยู่ได้ ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี อย่างนี้ท่านต้องมองถึงอนาคตเลยนะครับ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกบอกว่าอันนั้นของคนต่างชาติเข้ามา แต่อันนี้ไทยออกไปก็ผสมกลมเกลียวกัน เป็นการแลกเทคโนโลยีหรือว่าวิทยาศาสตร์ทางด้านการกีฬาท่านประธานครับ
ประเด็นต่อมาในหมวด ๔ ที่ผมลองดู ๓ ร่างนี้คล้าย ๆ กันครับ แนวคิดเดียวกันครับคือสุดยอดเหมือนกันครับ แต่หมวด ๔ คือการจัดการแข่งขันอาชีพ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เป็นนักกีฬาฟุตบอล ผมไม่ได้เป็นนักวอลเลย์บอล ปิงปอง ผมเป็นนักกีฬามอเตอร์สปอร์ต ๑๐ ปีที่ผ่านมาผมจัดการแข่งขัน ขอเวลาท่านประธาน นิดเดียวเป็นสาระ ผมจัดการแข่งขันด้วยและผมก็เป็นนักกีฬาด้วย ผมจัดการแข่งขัน รถยนต์ออฟโรด (Off road) ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ท่านประธานครับ การจัดการแข่งขัน แต่ละครั้งสมัยที่ผมยังไม่เป็นผู้แทนราษฎรควักกระเป๋าตัวเองตลอด ขอไปที่การกีฬา แห่งประเทศไทย ไม่มีหรอกสลึงยังไม่มีกระเด็น เขาบอกว่าเป็นพวกมอเตอร์สปอร์ต ก็จัดกันไปมีสปอนเซอร์เยอะ ไปขอ รยสท. รยสท. โอเคช่วยสนับสนุนทางด้านเชิงวิชาการ แต่เงินเอกชนหาเองหมดครับ ผมจัดสมัยไอทีวีถ่ายทอดสด ค่าถ่ายทอดสดสนามหนึ่ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกิดกรณีร่างพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้น ฝากท่านรัฐมนตรี อะไรที่เป็นกีฬาท่านอย่าไปเลือกในเมื่อท่านกําหนดเป็น ๑๒ ประเภท ซึ่งมีมอเตอร์สปอร์ตอยู่ด้วย ท่านน่าจะให้รัฐบาลส่งเสริมเช่น ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ ช่องไทยพีบีเอส (Thai PBS) ถ้ามีการถ่ายทอดสดกีฬาหรือการแข่งขันที่อยู่ในระบบต่าง ๆ ของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครึ่งราคาได้ไหม แล้วก็สนับสนุนกันไป อันนี้น่าสนใจนะครับ ส่วนการจัดการแข่งขันอาชีพหลายท่านก็เห็นอยู่เวลาไปเชียร์ทีมฮอลแลนด์กังหันสีส้ม ใครจะใส่เสื้อเหลือง สีแดงไปละครับ มันไม่ได้อยู่แล้วมันต้องสีส้ม มันก็ได้การค้าขายเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในหมวด ๔ ชัดเจนท่านประธานครับ นอกจากสถานที่การจัดการแข่งขัน อะไรก็แล้วแต่ท่านต้องช่วยกรุณาดูแลเขาด้วย
เรื่องต่อมาท่านประธานครับ เมื่อมีกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อมีพระราชบัญญัติ อะไรเกิดขึ้นต่อครับ เงินสิครับ กีฬาไม่ใช่แข่งเป่ากบตั้งแต่เด็ก ๆ มันต้องฝึกให้เกิดความเชี่ยวชาญ ขนาดผมพยายามเล่นฟุตบอลเวลามีเตะฟุตบอลกับสื่อมวลชน เตะฟุตบอลกับพรรคเพื่อไทย กลับบ้านไป ๓ วัน ปวดขาแม้ว่าจะวิ่งเป็นประจํา ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าเงินกองทุนสําคัญ กองทุนลักษณะนี้ผมฝากไว้เป็นข้อคิดครับว่า ถ้าท่านสร้างแบรนด์ (Brand) ภาษาอังกฤษเขา เรียกว่าแบรนด์ รอยัลตี้ (Brand royalty) ก็หมายความว่าถ้าเรามีสัญลักษณ์ของการกีฬาอาชีพ โลโก้ตรงนี้ไปติดตรงไหนก็แล้วแต่ของนักกีฬา นอกจากสมาคมเปตอง นอกจาก สมาคมวอลเลย์บอลแล้วมีโลโก้สัญลักษณ์แบบนี้ ท่านเอาไปขายได้แล้ว และเอาเงิน เข้ากองทุนได้ อย่างนี้งบประมาณของประเทศก็เบาลงครับ เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าทํา
เรื่องสุดท้ายที่เกี่ยวเนื่องกันก็คือการยกย่องชูเกียรติ วันนี้ผมไม่เคยเห็นว่า อนุสาวรีย์บ้านเราจะมีนักกีฬาที่ยืนลักษณะนี้บ้าง คือชู้ตบาสบ้างหรือว่าโยนเปตองบ้าง หรือว่าถูกประกาศเป็นสารบบหรือศิลปินแห่งชาติบ้าง ผมฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับว่า การยกย่องเชิดชูเกียรตินั้นไม่ใช่แค่ใบประกาศนียบัตร หรือเหรียญตรา หรืออนุสาวรีย์ครับ มันควรดูแลเขาและครอบครัวเขาด้วย เพราะฉะนั้น ในการดูแลโดยเฉพาะการยกย่องเชิดชูเกียรตินักกีฬาหลายท่านบอกว่ากินไม่ได้ครับ แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ แสนศักดิ์หรืออะไรก็แล้วแต่ท่านก็เห็นใช่ไหมครับ ชีวิตบั้นปลาย ของเขาเป็นอย่างไร วันนี้ผมเห็นนักมวยของผมขวัญใจครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ เขาทราย แกแล็คซี่ สมัยก่อนต่อยมวยเมื่อไรถนนว่างท่านประธานจําได้นะครับ เดี๋ยวนี้ เล่นบทอะไรครับ ขออภัยที่เอ่ยถึงพี่เขานะ เล่นบทกะเทยบ้าง ต๊าย ตายอย่างนี้ ทําอย่างไร ท่านประธานครับ ก็เงินมันไม่มี คนเป็นเขาทราย แกแล็คซี่ ชีวิตก็ไม่อยากไปเล่นบทแบบนั้น เราสมัยก่อนหมัดทะลวงไส้ กลายเป็นอย่างนี้ท่านประธานครับ การยกย่องเชิดชูเกียรติ มันต้องให้สตางค์ด้วย ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ
เรื่องสุดท้าย คือเรื่องโทษ ผมมาดูโทษมันก็หนักพอสมควร จะไปล้มบอล ล้มมวย ล้มอะไรก็แล้วแต่โทษคุก ๕ ปี ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผมว่า เราเหมาเข่งมากเกินไป ถ้าเกิดมีโอกาสเป็นไปได้ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ท่านแยกรายละเอียดได้ไหม โทษลักษณะนี้ เท่านี้ เอาละผมเข้าใจว่าจําคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่บางเรื่องมันหนักหนามากกว่า ๕ ปีท่านประธานครับ ก็ฝากเป็นข้อคิดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นฝากท่านรัฐมนตรีด้วยเลยนะครับ งบประมาณที่ท่านให้ ผมไม่รู้ว่าท่านเลือกปฏิบัติหรือไม่ หรือว่าท่านเขียนกันมาอย่างไร การกีฬาแห่งประเทศไทย สนใจแต่ฟุตบอล กอล์ฟ วอลเลย์บอล เทนนิส ตะกร้อ ตะกร้อลอดห่วง แบดมินตัน โบว์ลิ่ง ปิงปอง บาสเกตบอลนี่ไม่ได้สตางค์นะครับ รถยนต์ รถจักรยานยนต์แข่งกันทุกสัปดาห์ ทุกเดือน เป็นกีฬาที่วัยรุ่นชอบด้วย ท่านประธานถ้ามีลูกชายท่านประธานลองชวนไปดูโบว์ลิ่ง ไปดูตีปิงปองกับไปดูรถแข่งสิครับ เด็กบอกไปดูรถแข่ง เพราะอะไรครับ สนุก เร้าใจ เจอวัยรุ่นรุ่นเดียวกัน อย่างนี้รัฐบาลหรือว่าอนาคตพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าท่านทําเรื่องนี้ ให้ดีประเทศมาเลเซียสนามเซปังก็ใหญ่ครับ ประเทศสิงคโปร์ก็เริ่มแล้วนะครับ หลากหลายประเทศ เขาก็กําลังขยับ ท่านประธาน ประเทศอินโดนีเซียกําลังจะทํานะครับ สนามฟอร์มูล่าวัน ฝากท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีนะครับว่าเมื่อไปชั้นที่ออกพระราชบัญญัติ ไปตั้งคณะกรรมาธิการอะไรต่าง ๆ แล้ว ฝากนักกีฬาที่เขายังหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในสังคมด้วย แต่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ เพียงแต่ว่าเนื้อหาต่างกันนิดหน่อย สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ขอให้ทุกคนมีน้ําใจนักกีฬา แพ้รู้จักแพ้ ชนะก็รู้จักชนะ ขอบพระคุณครับ
เชิญท่านสามารถ มะลูลีม ครับ
สวัสดีครับท่านประธาน ผม สามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็มีความรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่กีฬาอาชีพจะได้มีพระราชบัญญัติในฐานะที่จะเป็น การส่งเสริมกีฬาซึ่งมีทั้งหมด ๑๒ รายการ ซึ่งก็ต้องเรียนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ มอเตอร์สปอร์ต สนุกเกอร์ บาสเกตบอล ปิงปอง เทนนิส โบว์ลิ่ง มวย ก็เป็นสิ่งที่นักกีฬาของเมืองไทยเรานั้นได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติมาเป็นเวลายาวนาน ในอดีตก็คงมีเฉพาะมวยอย่างเดียวที่คนรู้ว่าเป็นกีฬาอาชีพ ปัจจุบันนี้ก็มีพัฒนาว่า เป็นฟุตบอล แต่หลายคนก็คงยังไม่ทราบว่าอย่างปิงปองนี่ก็มีนักกีฬาของไทย อย่างคุณนันทนาก็มีค่าตัวเป็นหลักแสนบาท บาสเกตบอลก็เริ่มสนับสนุน และโดยเฉพาะ วอลเลย์บอลอาชีพ ผมอยากสนับสนุนท่านชุมพล ศิลปอาชา ว่าวอลเลย์บอล ควรจะเป็นลีกอาชีพ เราพลาดหวังการไปโอลิมปิกอย่างน่าเสียดายอย่างยิ่งนี่ก็ทําให้พี่น้อง ชาวไทยเสียอกเสียใจว่าต้องรออีก ๔ ปี เราก็ไม่รู้ว่าอีก ๔ ปีนั้นนักกีฬาที่ไปแข่งขันครั้งนี้ คุณภาพหรือว่าเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องมาแทนคนรุ่นเก่านั้นอีก ๔ ปีจะส่งเสริมกันทันหรือไม่ เพราะฉะนั้นในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ผมคิดว่าควรจะต้องได้รับการสนับสนุน เป็นส่งเสริมกีฬาอาชีพอย่างแท้จริง ท่านชุมพล ศิลปอาชา นั้น ผมได้อภิปราย เมื่อตอนงบประมาณแล้วครับว่าในเรื่องกีฬาตามที่ท่านสมบูรณ์บอกว่าบางทีรางวัลของ นักกีฬา โดยเฉพาะคนพิการได้ไม่เท่าคนดี คนพิการเมื่อก่อนนี้ที่ผมเรียนให้ทราบว่า กีฬาคนพิการไม่มีใครอยากจะมาเป็นนายกสมาคมกีฬาคนพิการหรอกครับ มันหาเงินยาก จะไปให้ใครสนับสนุน สนับสนุนคนพิการคนไม่สนับสนุน ไม่เหมือนกีฬาฟุตบอล มวยสมัครเล่นมีคนให้การสนับสนุนมาก แต่โดยเฉพาะกีฬาคนพิการนั้นนายกสมาคม หรือใครก็ตามนั้นหามาเป็นได้ยาก จะหาเงินมาส่งนักกีฬาแข่งขันก็ไม่มี อย่างนักกีฬา ชื่อ ประวัติ วะโฮรัมย์ ผมมาทราบตอนหลัง ผมประทับใจเขามากครับ ต้องพูดเป็นเกียรติ อีกครั้งหนึ่งนะครับ บอกว่าเก็บหอมริบเงินไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่งตัวเองไปควอริไฟ (Qualify) ตามประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ จนมีสิทธิได้แข่งขันในนามกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ในนามของประเทศไทย และท่านบอกว่าไปแข่งขันได้เหรียญเงิน เหรียญทองแดง เหรียญทองได้มา ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท หักลบกลบหนี้กําไรมา ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วตั้งกองทุนไว้ให้เพื่อนนักกีฬาอีก ๗๐๐,๐๐๐ บาทเพื่อให้รุ่นน้อง ๆ ได้เป็นทุนคัดตัว สําหรับคนพิการต่อ ๆ ไป ตรงนี้ละครับ ผมได้ยินแล้วผมขนลุกครับว่า คนพิการที่มีจิตใจ ประเสริฐงดงามเช่นนี้จะทําให้เขาเป็นคนที่ช่วยเหลือในด้านกีฬาคนพิการของประเทศชาติ ได้เป็นอย่างดี ผมนําความนี้มาเรียนท่านชุมพล ศิลปอาชา ในการยื่นกระทู้ถาม ท่านชุมพล เข้าประชุมนะครับ ท่านตั้งไว้ ๑๐ ล้านบาท ไม่มีใครคัดค้านแม้แต่คนเดียวตามที่ผม ได้รับทราบ ปัจจุบันคนพิการแข่งกีฬาด้วยความสบายใจ ไม่ต้องไปนั่งลุ้นว่าถ้าผมแพ้ แล้วผมจะหมดตัวหรือเปล่า คนพิการเล่นกีฬาแพ้หมดตัว ฟังดูแล้วมันก็เป็นเรื่องตลกมาก ในสังคมการกีฬา เพราะฉะนั้นในเรื่องตรงนี้รัฐจัดให้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีเกมส์ คนดี ๆ ได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเหรียญทอง ถ้าของซีเกมส์คนพิการ ก็ได้ ๕๐,๐๐๐ บาท น้อยกว่า ๔ เท่า ท่านชุมพล ศิลปอาชา ท่านรัฐมนตรีได้คุยกับผม เมื่อ ๒-๓ วันนี้ ท่านก็บอกว่าอยากจะให้คนพิการมีโอกาสได้เท่ากับคนดี ๆ นะครับ ผมขอสนับสนุนอย่างเต็มที่เลยนะครับ คนพิการเขาก็เป็นคนที่ร่างกายหรือว่าในส่วนใด ส่วนหนึ่งของร่างกายนั้นก็ทุพพลภาพ ถ้าเขาได้เงินเท่าคนดีเขาก็มีโอกาสที่จะไปแสวงหา ในสิ่งที่ดี ๆ ในการสร้างประโยชน์กับชีวิตของครอบครัว เพราะฉะนั้นเราก็อยากว่า ถ้าคนดี ๆ ได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท คนพิการได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเท่ากัน ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง สําหรับกีฬาคนพิการที่ได้รับโอกาสนี้จากรัฐบาลนะครับ อันนี้ต้องเรียนนะครับว่า ขอสนับสนุนอย่างจริงจัง และโดยเฉพาะกีฬาหลาย ๆ อย่าง วอลเลย์บอลอยากให้เป็น ลีกอาชีพ ผมเชื่อมั่นครับว่าคนไทยต้องให้การสนับสนุนไม่น้อยไปกว่ากีฬาหลาย ๆ ชนิด กีฬาในประเทศไทยที่เราติดตามดูนะครับ ผมบอกได้เลยครับว่าที่ใกล้เคียงที่สุดที่จะมีโอกาส ไปโอลิมปิก ก็คือวอลเลย์บอลนะครับ เพราะวอลเลย์บอลเที่ยวที่แล้วนี่นะครับ เราชนะ มาหลายเซ็ท (Set) มาก ผมก็ไม่รู้ว่ามีการสมยอมหรือกลัวประเทศไทยจะเป็นประเทศ ที่ไปในเอเชีย จะเป็นประเทศที่เก่งหรือเปล่านะครับ อย่างประเทศญี่ปุ่น ประเทศไทย แพ้ประเทศญี่ปุ่น ๓ : ๐ แต่ประเทศไทยชนะประเทศเซอร์เบีย ๓ : ๐ แต่ประเทศญี่ปุ่นวันนั้น แพ้ประเทศเซอร์เบีย ๓ : ๒ ซึ่งไม่มีเคส (Case) ใดเลยครับที่ประเทศไทยจะตกรอบ นอกจากประเทศญี่ปุ่นจะแพ้ประเทศเซอร์เบีย ๓ : ๒ เท่านั้น แล้วมันก็เป็น ๓ : ๒ จริง ๆ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ากังขาสําหรับคนไทยอย่างยิ่ง ต้องเรียนท่านประธานครับว่า เราอยากจะเห็น คนไทยไปกีฬาโอลิมปิกด้วยการแข่งขันกีฬาประเภทเป็นทีมบ้างครับ เรามีมวย เรามี ยกน้ําหนัก เรามียิงปืน เรามีเทควันโด ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการแข่งขันตัวต่อตัวทั้งนั้นครับ เขาบอกว่าคนไทยเล่นตัวต่อตัวเก่ง ถ้าเล่นเป็นทีมมักจะไม่ได้เรื่อง เพราะฉะนั้นผมเห็นแล้ว ครับว่ากีฬาที่เล่นเป็นทีมสําหรับคนไทยที่มีโอกาสจะไปโอลิมปิกมากที่สุดก็คือวอลเลย์บอล นี่ละครับ กีฬาอื่นยังมองเห็นยาก ถ้าวันนั้นนักกีฬาไทยโชคดีได้ไปเล่นโอลิมปิกเราจะได้มี คณะกรรมการของเจ้าหน้าที่ทีมเข้าไปมาก เพราะกติกาของเขาคือว่าเจ้าหน้าที่ คนที่จะไปช่วยเหลือนักกีฬาหรือเทรนเนอร์ (Trainer) หรือโคช ก็ตามนั้นจะได้ครึ่งหนึ่ง ของนักกีฬาที่เดินทาง เพราะฉะนั้นถ้าเรามีนักกีฬาวอลเลย์บอลเข้าไปอีกทีมหนึ่ง เราก็มีคนที่จะไปช่วยกีฬาทุกชนิดที่มีโอกาสเข้าไปได้มากขึ้น เราพลาดหวังอย่างน่าเสียใจ และเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ผมก็ได้รับทราบข่าวนะครับที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองไทย ก็ยังให้การสนับสนุนนักกีฬาชุดนี้อยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องเรียนครับว่าต้องมีการสนับสนุน ให้ดีนะครับ โดยเฉพาะในกีฬาหลายชนิดจะพูดถึงกีฬาฟุตบอลในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นไทยลีก (Thai League) ดิวิชั่น ๑ ดิวิชั่น ๒ ก็คงมีการสับสนอย่างที่ท่าน ส.ส. ภราดร ปริศนานันทกุล ได้พูด เรื่องกรรมการนี้เป็นส่วนหนึ่งครับที่จะทําให้คนมีปัญหาในเรื่องดูบอลบ้าง มีปัญหา ในด้านการที่ตีกันบ้าง หรือมีปัญหากันถึงหลายสิ่งหลายอย่าง บางครั้งมีบางจังหวัดนะครับ กรรมการไปตัดสิน ไปทานข้าวต้มหลังบอลเลิกถูกยิง คนนี่กลัวกันหมดละครับว่า ถ้ามาแข่งจังหวัดนี้ก็ไม่อยากจะมา กรรมการหลายคนก็กลัวครับว่าจังหวัดนี้น่ากลัว จังหวัดนั้นไปแล้วสบายใจ จังหวัดนี้น่าไปตัดสิน มันกลายเป็นอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นจนทุกวันนี้สมาคมฟุตบอลบอกว่า ๔-๕ ทีมในไทยลีก ทีมดี ๆ จะเอาผู้ตัดสิน นําเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาตัดสินนะครับ โดยเขาอาจจะไม่เชื่อมือผู้ตัดสินในเมืองไทยว่า จะให้ความยุติธรรมหรือเปล่า จะให้ความยุติธรรมดีหรือไม่ ในการแข่งขันที่มีแมช (Match) สําคัญ ๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนนะครับว่ามี ๑๘ ทีม ในไทยลีกก็ต้องเรียนว่าเมื่อก่อน มี ๑๖ ทีม มาเป็น ๑๘ ทีม ส่วนดิวิชั่น ๑ ดิวิชั่น ๒ ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ก็ต้องเรียน นะครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้กล่าวกับผมว่าปีนี้ จะให้งบประมาณทีมละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ถามว่าแล้วท่านจะเอาเงินจากตรงไหนมา ท่านบอกว่าท่านมีจัดการให้ ก็ต้องเท้าความนะครับว่าเมื่อก่อนนี้ปี ๒๕๕๓ งบประมาณ การกีฬาทั้งหมดของกีฬาฟุตบอลดิวิชั่น ๑ ดิวิชั่น ๒ ไทยลีก จะได้รับเพียง ๔๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ ถ้าจําไม่ผิดงบกระทรวงนี้ก็ได้ ๒,๕๕๓ ล้านบาทตามชื่อของ พ.ศ. พอดีครับ ในปี ๒๕๕๓ ได้ ๒,๕๕๓ ล้านบาท ก็บอกว่าฟุตบอลทั้ง ๓ อย่างรวมทั้งฟุตบอลหญิง ฟุตบอลชาย ฟุตซอลหญิง ฟุตซอลชาย ทุกชนิดได้ ๔๐ ล้านบาท รวมหมดได้ ๔๐ ล้านบาท ผมบอกถ้าอย่างนี้สงสัยจะประเทศชาติฟุตบอลหรือว่าฟุตซอลคงไม่ก้าวหน้าแล้วละครับ ปีนั้นผมก็ไปเป็นคณะกรรมาธิการงบประมาณของรัฐสภานะครับ ก็ไปชี้แจงในสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะชี้แจงของกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพ ปีนั้นเราก็ได้รับงบประมาณมาทั้งหมด ๒๐๘ ล้านบาทครับ โดยการที่กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งได้รับงบประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ผมก็สาธยายให้ดูครับว่าในเงิน ๔๐๐ ล้านบาทท่านนี่เงินมันยังเหลือนะครับ ๑๐๐ ล้านบาท ผมขอได้ไหมครับว่าน่าจะไปสนับสนุนกีฬาให้จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั่วประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัด แต่มันก็ไม่ได้แข่งกัน ทั้ง ๗๗ จังหวัดหรอกครับ อย่างจังหวัดชลบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดอีกหลายจังหวัด ที่มีโอกาสมาอยู่ดิวิชั่น ๑ หรืออยู่ไทยลีกไปแล้วก็ไม่ได้นะครับ แต่ว่าควรให้จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือสโมสรละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตที่ได้แข่งขัน ที่ประชุมก็ลงมติว่าได้ขอเรื่องไปทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งขณะนั้นรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ให้การสนับสนุนนะครับ ปี ๒๕๕๓ ก็เอาเงินจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ไปให้ดิวิชั่น ๒ จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วรวมถ้วยรางวัล รวมเงินรางวัล รวมทุกสิ่ง ทุกอย่างเป็น ๑๐๐ ล้านบาท ก็ได้ประสบความสําเร็จอย่างยิ่งครับ ทุกคนชอบมากครับ จาก ๔๐ ล้านบาทขึ้นมาเป็น ๒๐๘ ล้านบาท พอปี ๒๕๕๔ การแข่งขันล่าช้าไป ๑ เดือน ไม่ทราบเหตุผลกลใดครับ ไปให้จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ลดเหลือจังหวัดละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท อย่างผู้แทนราษฎรของเราในที่นี้ขอเอ่ยนามครับ ท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี ดูแลทีมนครราชสีมาบอกว่าพี่ลดเหลือ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็แข่งช้าไป ๑ เดือน นี่เหมือนกับไม่ได้อะไรเลยนะครับ เพราะผมหมดเดือนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทอยู่แล้ว สรุปแล้วปี ๒๕๕๔ บอกได้เลยครับว่ารัฐบาลก็ไม่ได้สนับสนุนนะครับ เพราะลดงบประมาณไป เหลือ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วแข่งช้า แข่งตามเวลาแล้วได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แข่งช้า แล้วได้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท มีที่ไหนครับในประเทศไทย อันนี้ก็ต้องเรียนครับว่าในดิวิชั่น ๒ เป็นอย่างนั้น พอปี ๒๕๕๕ ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับว่านี่เราพิจารณางบ ๒๕๕๖ ไปแล้ว แต่ปี ๒๕๕๕ เงินยังไม่ได้นะครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ยังไม่ได้นะครับ สโมสรทั่วประเทศไทยยังไม่ได้ครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่แข่งขันไปจะจบเลก (Leg) แรกแล้ว ยังไม่ได้ครับ แล้วท่านก็บอกว่า ๒๕๕๖ จะให้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้อง ขอให้ท่านติดตามนะครับ หลายทีมประสบปัญหา หลายทีมสิ้นเลกแรกจะเลิกก็มีครับ เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งทีมสโมสรอย่างทีทีเอ็ม (TTM) นี่นะครับ ทีทีเอ็ม พิจิตร ย้ายไปเป็น ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ บอกกระเป๋าแห้งแล้วครับ ทุกวันนี้อยู่ลําดับสุดท้าย นี่ล่ะครับ ทีมรัฐวิสาหกิจ เราให้ย้ายทีมกันได้ว่ารัฐมนตรีเป็นของพรรคไหน รัฐมนตรีเป็นของใคร ย้ายทีมได้ตามใจชอบครับ เขาเรียกว่าทีมรัฐมนตรีหรืออย่างไรผมไม่ทราบครับ เมื่อก่อน ท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อยู่จังหวัดพิจิตรก็เป็นทีทีเอ็ม พิจิตร ขณะนี้ไปเป็นทีทีเอ็ม เชียงใหม่ เพราะว่านายกรัฐมนตรีอยู่จังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นทีทีเอ็มเชียงใหม่ ต่อไปสมมุติว่า นายกรัฐตรีไปอยู่จังหวัดอุบลราชธานีก็เป็นทีทีเอ็มอุบลราชธานี อย่างนั้นหรือครับ แล้วการบริหารงานกันทุกวันนี้ทีมอยู่ลําดับที่เท่าไรครับ อยู่ลําดับที่ ๑๘ ทีมบ๊วยเลย ของตารางนี่นะครับ นี่รัฐวิสาหกิจให้การสนับสนุนอย่างไร อันนี้ผมต้องเรียนครับว่า เราก็ต้องดูในสถานการณ์แต่ละคน โดยเฉพาะหลายสิ่งหลายอย่างใน สตง. ก็มาตรวจสอบ เรียกเงินคืน อย่างจังหวัดชลบุรีโดนเรียกเงินคืน ๑๐ ล้านบาท บางจังหวัด ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท บางจังหวัด ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่บางจังหวัดผมเห็นว่าเร็ว ๆ นี้ไม่ประสงค์ออกชื่อจังหวัด ก็มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมอบให้ทีมละ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในจังหวัดมี ๒ ทีม เอาไปทีมละ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมบอกนายก อบจ. คนนี้ใจถึงดี สตง. บอกว่าไม่ให้จ่ายแต่ก็ยินดีที่จะจ่ายให้การสนับสนุนอย่างนี้นะครับ ก็ต้องเรียนครับว่านี่คือสิ่งหนึ่งที่นานาจิตตัง แล้วแต่นายก อบจ. ของแต่ละจังหวัด ผมเรียนนะครับว่า ถ้าในส่วนตัวผมนะครับ ดิวิชั่น ๒ ถ้า อบจ. ให้การสนับสนุนผมก็เห็นด้วย แต่ถ้าไทยลีกหรือดิวิชั่น ๑ นั้นก็ควรหาโฆษณาเพราะถือว่าอยู่ในขั้นอาชีพแล้วก็ไม่ควร จะไปใช้งบของรัฐ ไม่ใช่งบของรัฐคุณเอามาซื้อตัวจ่ายเงินเดือนให้คนต่างชาติ อันนี้ก็ต้องเรียนว่า ในการดําเนินงานต่าง ๆ กีฬาแห่งชาติตั้งแต่ฟุตบอลไทยบูม (Boom) ต้องเรียนครับว่าซีเกมส์ ตกรอบไป ๒ ครั้ง ผมก็เป็นส่วนหนึ่งครับ ผมเป็นผู้จัดการทีมซีเกมส์ในการแข่งขัน ที่ประเทศลาวนะครับ ตกรอบแรกครับ ต้องเรียนนะครับว่าเราเห็นเลยครับว่าเพราะประเทศไทย บูมอย่างไร เมื่อก่อนนักกีฬาซีเกมส์เราเก็บตัว ๓ เดือน เก็บตัว ๖ เดือน แต่พอเราจะไป ซีเกมส์สโมสรบอกฉันจ่ายไป ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมจ่ายไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ให้ตัวครับ เพราะฉะนั้นให้เก็บตัวแค่ ๕ วันพอแล้วครับ แล้วคนก็บอกว่าซ้อมกันมานานแล้วมาเล่น ลิงชิงบอลกันก็พอ พอเล่นไปเล่นมาไม่มีแรง ครั้งที่แล้วก็บอกว่าเก็บตัวกันก็ตกรอบอีก เพราะประเทศเรานี่นะครับ เรื่องความเห็นแก่ตัวบางทีอยู่ในวงการกีฬาก็มี อันนี้ก็ต้องเรียน ผมต้องเรียนท่านชุมพลนะครับว่าปีหน้าที่ประเทศพม่า ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีรับอาสาเป็นผู้จัดการทีมนะครับว่า ท่านต้องขอวิงวอนไปตามสโมสร ละครับว่าเก็บตัวเหมือนสมัยก่อนได้ไหมชนะเลิศมา ๘ สมัยซ้อน เก็บตัว ๓ เดือน เก็บตัว ๖ เดือน ไม่ใช่เก็บตัว ๕ วัน มีบางครั้งไปแข่งที่ประเทศอินโดนีเซียเก็บตัววันเดียว มาวันนี้พรุ่งนี้ขึ้นเครื่องบินไปเจอกับประเทศลาว กว่าจะตีเสมอประเทศลาวนาทีที่ ๙๒ ๒ ประตูต่อ ๒ ได้แทบตายครับ เมื่อวานซืนอาทิตย์ที่แล้วไปแข่งที่ประเทศลาวเด็กอายุ ๑๖ ปี ปกติเก่งครับ เจอประเทศลาวแพ้ประเทศลาว เจอประเทศออสเตรเลียแพ้ประเทศออสเตรเลีย เจอประเทศญี่ปุ่นแพ้ประเทศญี่ปุ่น มี ๔ ทีมให้ชิงที่ ๓ กับประเทศลาว ก็แพ้ประเทศลาว ๒ ประตูต่อ ๐ ไปอีกครับ สรุปเราก็ยังบ๊วยอยู่เหมือนเดิมละครับ ตรงนี้ต้องเรียนนะครับ ประเทศลาวมีประชากร ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน เรามีประชากร ๖๕ ล้านคน เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่ การบริหารการจัดการของประเทศว่าดําเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นทุกทีมมันก็มีการพัฒนา กันทั้งนั้น ต้องเรียนว่าศักยภาพของนักกีฬาของประเทศเราไม่เป็นรองใคร ขอให้มีการ ฟิต (Fit) ซ้อมที่ดีครับ และโดยเฉพาะนักกีฬาที่ผมเป็นห่วงที่สุดครับ นักกีฬาไทยไม่มีวินัย ถ้าเราจะให้นักกีฬาไทย ท่านรัฐมนตรีครับ ต้องฝึกฝนไม่ใช่เป็นนักฟุตบอลหรือนักอะไรก็ตาม พกไอแพด (iPad) ไปกันทุกคนครับ ไป ๑๕ คนก็เล่น ๑๕ คน ไม่ว่าจะไปต่างประเทศ ที่ไปเห็นมา อันนี้ไม่มีเวลาหลับนอน ผมเจอโคชประเทศลาวครับ เขาบอกผมเก็บมือถือ ก่อนแข่งขัน ๖ เดือนครับ จะกลับบ้านผมให้ตํารวจคุมไปที่บ้าน ๒ คน นี่คือประเทศลาว ทํางานอย่างนี้ครับ นักกีฬามีระเบียบวินัยมาก เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าบอกถ้ามีเวลาไปพบ ก็พบได้ แต่เอาตํารวจคุมตัวไปคุยกันที่บ้านให้ ๒ ชั่วโมงต่อ ๑ อาทิตย์ ไอแพดเก็บ ๖ เดือน มือถือไม่ให้ใช้ นี่คือนักกีฬาที่แท้จริง มีระเบียบวินัย แต่บ้านเรามันคุมกันยาก เพราะบอกว่า โต ๆ กันแล้ว สอนกันมีเงินเดือนกันเยอะ เพราะฉะนั้นต้องเรียนนะครับว่าเรื่องตรงนี้ ในเรื่องดิวิชั่น ๑ ดิวิชั่น ๒ ไทยลีกต้องฝากรัฐมนตรีนะครับว่าในปีหน้าที่ท่านบอกว่า จะได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท คงไม่เพียงพอนะครับ แต่ว่ายังดีมากที่ท่านได้จัดการเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ เพราะฉะนั้นบทลงโทษต่าง ๆ บอกว่าล้มฟุตบอลจําคุก กรรมการตัดสินจําคุก หลายสิ่งหลายอย่างนี่นะครับ ท่าน พลตํารวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา เอากรรมการ ไปเข้าเครื่องจับเท็จอีก ๒-๓ วันจะทราบครับว่าเป็นอย่างไร ไม่เคยเห็นนะครับ เพิ่งเห็น พลตํารวจเอก วรพงษ์ เป็นประธานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในการพิจารณา เรื่องปราบล้มบอล เอากรรมการไปจับเท็จตรวจคลื่นหัวใจ อีก ๒-๓ วันจะรู้ครับว่า การจับเท็จออกมาจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นกฎหมายมวยออกมาแล้วเมื่อปี ๒๕๔๒ ในสมัยท่านชวน หลีกภัย ยังไม่เคยมีนักมวยคนไหนติดคุกแม้แต่คนเดียวเป็นเวลา ๑๓ ปี เพราะในกฎหมายมวยบอกว่าต้องนักมวยรับสารภาพว่าล้มมวยแล้วได้ตัวผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้าง ก็บอกผมก็เป็นคนจ้างเอง ต้อง ๒ องค์ประกอบด้วยกันถึงจะมีโอกาสติดคุก ถ้าไม่อย่างนั้น ไม่มีโอกาสติดคุก เพราะฉะนั้นก็บอกเลยครับว่าเขียนมาก็เหมือนเขียนเสือให้วัวกลัวครับ ไม่มีใครถูกจําคุกหรอก เพราะว่าคนรับจ้างเขาบอกว่าไม่มี มีแต่นักมวยบอกคนโทรศัพท์มา จะให้เงินผม จะโอนเข้าบัญชีผม ให้ผมล้ม ผมก็ล้ม ผมก็ไม่รู้ผู้ว่าจ้างเป็นใคร แค่นี้ก็ไม่โดนแล้ว เพราะฉะนั้นเราคงเห็นครับว่ามีคําพูดที่สะใจ อย่างบัวขาว ป ประมุก พรุ่งนี้ผมจะติดคุก ก็ยอมถ้าผมชกวันนี้ อันนั้นเป็นคําพูดที่คนกํากับการแสดงให้พูดนะครับ อันนี้ต้องเรียน นะครับว่าไม่เคยมีนักมวยติดคุกในประเทศไทย พูดให้สวยหรูพูดได้ครับ เพราะติดคุก มีกรณีเดียวคือล้มมวย เพราะฉะนั้นการเจรจา พ.ร.บ. มวยต้องเรียนนะครับ ในมาตรา ๓ ไม่ให้เอา พ.ร.บ. มวยเข้ามาเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ส่งเสริมกีฬาอาชีพ เพราะ พ.ร.บ. มวยนั้น แยกตัวออกไปต่างหากแล้ว ซึ่งจะมีกองทุนของเขาโดยเฉพาะกองทุนมวย อันนี้ก็เป็นกองทุน ส่งเสริมกีฬาอาชีพ ผมก็เรียนนะครับว่าปีที่แล้วได้ ๓๖ ล้านบาท ในกองทุนมวย ถ้าพูดถึง เจตนารมณ์ในฐานะที่เป็นคนร่วมร่างกฎหมายมวยมาตอนนั้นบอกว่าเป็นการส่งเสริม สวัสดิการของนักมวยผู้อยู่ในวงการมวย โปรโมเตอร์ (Promoter) หัวหน้าคณะ เทรนเนอร์ เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคไต เป็นโรคอะไรก็ตามเอามาช่วยเหลือตรงนี้ แต่พอคุณได้มา ๓๖ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ นักมวย ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นเอาไปทําอะไรกัน บริหารการจัดการเป็นการอบรม ปีนี้ตั้งเท่าไรรู้ไหมครับ ปีนี้ตั้งไว้ ๙๐ ล้านบาท ผมนึกว่าผมดูผิด ดูกี่เที่ยวก็เป็น ๙๐ ล้านบาท นับจํานวนเลขตรงกันว่า ๙๐ ล้านบาท คุณสตาร์ท (Start) จาก ๓๖ ล้านบาท เป็น ๙๐ ล้านบาทเลยครับปีนี้ เมื่อวานนี้นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทยก็มาพบ มาบอกว่าจะต้อง เอาไปทําตรงนั้นตรงนี้ มีการไปตรวจเยี่ยมค่ายมวยในต่างประเทศ มีการทําตรงนั้นตรงนี้ ก็ต้องเรียนนะครับว่าตรงนี้เราก็ต้องมาดูกันเป็นราย ๆ ไป ถ้าสมเหตุสมผลทําเพื่อประโยชน์ ของวงการก็โอเคนะครับ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์กระทรวงอุตสาหกรรม ของบ ๓๐ ล้านบาทไปจัดมวยไทยไฟท์ (Thai fight) ที่ต่างประเทศ ที่ประเทศอิตาลี ทั้งหมด ๓ ประเทศ โอ้โหวงการกีฬานี้เจริญมากอุตสาหกรรมมวยครับ คําว่าบอกซ์ซิ่ง (Boxing) ก็คือมวย แต่เขานึกว่าอุตสาหกรรมบอกซ์ (Box) เขานึกว่าไปทํากล่องกระดาษ ไปส่งอุตสาหกรรมต่างประเทศหรือเปล่าครับ ท่านรัฐมนตรีชุมพลครับ เป็นไปได้อย่างไรครับ กระทรวงอุตสาหกรรมจัดมวยไทยไฟท์ต่างประเทศ ๓๐ ล้านบาท เข้ามาในงบประมาณ ของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้เป็นเรื่องที่ตลกมาก ข้ามหน้าข้ามตาท่านชุมพลผม เป็นอย่างยิ่ง ผมก็ทราบครับว่าเมื่อก่อนอาจจะคุมรัฐมนตรี คุมพลังงานก็อาจจะใช้งบ ปตท. ตอนนี้มาดูและกระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ ผมต้องเรียกเลยครับว่าถ้าคุณเอามวยไทยไฟท์ ไปจัดในกระทรวงอุตสาหกรรมเขาเรียกอุตส่าห์หากรรมครับ เป็นไปได้อย่างไรครับการกีฬา ไปอยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของท่านชุมพลครับ คุณจะไปโรดโชว์ (Road Show) เอามวยไปต่อยที่ประเทศอิตาลี ไปต่อยที่ประเทศญี่ปุ่น ไปต่อยที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผมเห็นด้วยสนับสนุนครับ แต่ไม่ใช่กระทรวงอุตสาหกรรม เขาเรียกผิดฝาผิดตัวครับอย่างนี้ ข่าวออกมาเมื่อวานนี้เป็นเรื่องเสื่อมเสียมากมีแต่คนหัวเราะกัน อย่างกระทรวงวัฒนธรรมผมก็ว่ายังพอไปได้ อย่างท่านสุกุมล คุณปลื้ม ไปจัดมวยก็บอก วัฒนธรรม มันคือศิลปวัฒนธรรมไทย ต่อไปกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็จะจัด ไทยไฟท์ กระทรวงมหาดไทยก็จะจัดไทยไฟท์ กระทรวงกลาโหมก็ไทยไฟท์ ไทยไฟท์ ไปให้หมดทุกกระทรวงเลยสิครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องเรียนนะครับว่าเราควรจะเอาอะไร ที่มันถูกต้องมาทํากันในการดําเนินการตรงนี้ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ นักกีฬาก็ควรให้โอกาสเขา ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์บ้างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย หรือว่าอะไร ก็ตามก็เป็นประโยชน์ นักมวยถ้ารู้จักเก็บสตางค์ นักมวยโอลิมปิกบางคน ๔๐ ล้านบาท ใช้ปีเดียวหมดไป ๒ คน บางคน ๔๐ ล้านบาทยังไม่ได้เบิกมีอยู่ ร้อยตํารวจเอก วิจารณ์ พลฤทธิ์ ใช้แต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว มันแล้วแต่นานาจิตตัง แล้วแต่บางคนนะครับว่าคนไหน ที่จะใช้วิถีชีวิตอย่างไรในการดําเนินการ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนนะครับว่าผมอยากสนับสนุน การส่งเสริมกีฬาอาชีพตรงนี้อย่างยิ่ง ในการที่ได้มีโอกาสมาพูดตรงนี้ โดยเฉพาะขอเน้น ท่านรัฐมนตรีนะครับว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นอยากให้สนับสนุน วอลเลย์บอลอาชีพ ผมอยากเห็นประเทศไทยไปโอลิมปิกด้วยการแข่งขันกีฬาประเภทเป็นทีม ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ
ท่านดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะคะ ดิฉัน ดอกเตอร์นาที รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ก็ต้องขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ทางรัฐบาล แล้วก็ ผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่านนะคะ เพราะเราทราบแล้วว่ามีหลาย ๆ ร่างวันนี้ที่ส่งร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... เข้ามา ซึ่งตัวดิฉันเองก็เป็นคนหนึ่งนะคะท่านประธาน ที่อยากจะขอมีข้อเสนอแนะ แล้วก็ข้อฝากไปถึงรัฐบาล แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องนะคะ เพราะว่า อย่างน้อยวันนี้ก็ดีใจที่เราเองได้มีร่างซึ่งจะเป็นสิ่งหนึ่งที่การันตี ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องหรือ แม้แต่ในเรื่องมาตรการคุ้มครอง หรือการกําหนดมาตรฐานต่าง ๆ วันนี้เราจะได้มีข้อบ่งบอก ที่ชัดเจนนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันคงจะไม่พูดมากมายเพราะสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดถึง ไปแล้วค่ะท่านประธาน ในเรื่องของวันนี้ถ้าร่างนี้ผ่านไป ประโยชน์จะเกิดอะไรบ้าง แต่อยากจะบอกนิดหนึ่งว่าอย่างน้อยท่านประธาน สิ่งแรกที่เมื่อสักครู่ที่หลาย ๆ ท่านได้พูดถึง แล้วก็ในเรื่องของการสร้างรายได้ อันนี้จะเห็นที่ชัดที่สุด เพราะไม่แม้แต่สร้างรายได้ เฉพาะตัวนักกีฬาเอง แต่อย่างน้อยในเรื่องของสังคม โดยหลักความเป็นจริงเมื่อใดก็แล้วแต่ ถ้าเราหันมาส่งเสริมหรือมาชอบกีฬา ใจเราก็จะมุ่งแต่เรื่องกีฬา เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ตัวเอง ก็ได้ประโยชน์ในเรื่องของสุขภาพกาย ซึ่งเราหาซื้อไม่ได้อยากให้สุขภาพดี เราก็ต้อง ช่วยตัวเอง หรือต้องออกกําลังกายด้วยตัวเอง อันนี้เป็นสิ่งแรก
ส่วนในเรื่องของสังคม พอเรามีกิจกรรมในเรื่องของกีฬาคือสังคม ก็จะได้ประโยชน์ด้วย ก็ในเรื่องของครอบครัว หรือแม้แต่ในชุมชนเองก็จะมีผลได้ตรงนี้ สูงสุดก็คือประเทศชาติที่จะได้ผลประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่องของกีฬาอาชีพ แม้แต่ ความมีชื่อเสียงโด่งดังของตัวเองและสังคม แต่เรายังมีชื่อเสียงถึงประเทศของเราด้วย ซึ่งเป็นชื่อเสียงที่ดี แล้วก็ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะฝาก ท่านรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องว่าวันนี้ทําอย่างไรให้การมีส่วนร่วมมีมากที่สุด เพราะจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่วันนี้ในเรื่องของการมีส่วนร่วมน้อยมาก เพราะจริง ๆ แล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นภาครัฐอย่างเดียว แต่ภาคเอกชนเป็นภาคใหญ่ที่เราทางรัฐบาลเองต้องคิดว่า ทําอย่างไรให้ภาคเอกชนได้เข้ามามีส่วนร่วมเยอะ ๆ เพราะว่าบางครั้งพอพูดถึงเรื่องเมื่อสักครู่ ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่าน ส.ส. สามารถ ท่านก็พูดแล้วว่าในเรื่องของงบประมาณส่วนใหญ่ ก็อ้างอย่างเดียวบอกว่าวันนี้ไม่มีงบประมาณ งบประมาณไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นวันนี้ ทางรัฐบาลเรามีปัจจัยอะไร และจะชักจูงใจอย่างไรให้ฝ่ายภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วม เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่เวลาที่จะมอบรางวัลให้ภาคเอกชนเป็นอีกหนึ่งภาคส่วนที่จะมอบรางวัล เวลานักกีฬาได้รางวัลหรือได้กีฬาดีเด่นมาในระดับประเทศหรือในระดับโลก
ส่วนที่ ๒ ที่จะเน้นในเรื่องของการมีส่วนร่วม ก็คือในเรื่องของสถาบัน มืออาชีพ วันนี้ดิฉันก็เห็นในหลาย ๆ กีฬา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของกีฬาที่เป็นทีมที่เราได้พูดถึง มีทั้งหมด ๔ ชนิด หรือแม้แต่กีฬาที่ส่วนบุคคลซึ่งมี ๘ ชนิด ดังที่สมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้พูดถึง ทําอย่างไรวันนี้สถาบันหรือที่เป็นมืออาชีพมีเยอะแยะ แต่เขาไม่ได้เข้ามา มีส่วนร่วมกับเราเลย เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ขอฝากเป็นข้อคิดว่าทําอย่างไรให้รัฐบาลได้ไปชักจูง ได้ไปนําข้อเสนอแนะที่ดีที่จะให้สถาบันมืออาชีพเข้ามามีส่วนร่วม เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เพราะดิฉันเองจะได้มีโอกาสสัมผัสและได้มีโอกาสพูดคุยกับหลาย ๆ สถาบันที่เขา เป็นมืออาชีพ ถามว่าทางคุณก็เก่ง ทําไมไม่มาช่วยระดับชาติหรือระดับประเทศบ้าง เขาบอกเขาขี้เกียจไม่อยากจะยุ่ง เพราะฉะนั้นทําอย่างไรประเด็นนี้ที่จะให้เขาอยากที่จะ มาช่วยประเทศชาติ ช่วยบ้านเมือง ช่วยให้ชื่อเสียงตรงนี้ของเราขจรกระจายไป ก็ขอฝาก ใน ๒ ประเด็น ก็คือการมีส่วนร่วม แล้วก็จากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชน แล้วก็ สถาบันมืออาชีพ
อีก ๑ เรื่องท่านประธานที่อยากจะฝากไปยังรัฐบาล ก็คือในเรื่องของ การสร้างค่านิยมค่ะท่านประธาน เราจะทําอย่างไรนะคะ วันนี้ให้การสร้างค่านิยมในเรื่องของ การเชียร์ หรือการที่จะมีส่วนร่วมให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจิตใจของพวกเรา วันนี้ดิฉัน ได้มีโอกาสที่พูดคุยกับดิวิชั่น ๒ ว่าวันนี้ทางสมาคมกีฬาเองก็พยายามที่จะส่งเสริม แต่ว่าท่านก็บอกท่านก็ไม่มีงบเหมือนกัน เพราะฉะนั้นวันนี้ในฐานะที่รัฐบาลเป็นส่วนหนึ่ง ที่สามารถที่จะส่งเสริมได้ว่าเวลามีกองเชียร์ดี ๆ มีกองเชียร์ที่ดูแล้วเป็นอัตลักษณ์ ของประเทศไทย ทางรัฐบาลสามารถที่จะส่งเสริม แล้วก็อาจจะให้เป็นถ้วย เป็นเงินรางวัล หรืออะไรก็แล้วแต่ ส่งเสริมไปเยอะ ๆ ดิฉันว่าวันนี้การเชียร์ตั้งแต่ระดับฐานรากก็คือดิวิชั่น ๒ อันนี้ก็จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะเป็นต้นแบบที่ดี ๆ ที่สามารถที่จะสู่การเป็นมืออาชีพในเรื่องของ การเชียร์ในระดับโลกได้ ก็ขอฝากใน ๒ ประเด็นค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ท่านรัฐมนตรีเชิญตอบครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอตอบรวม ๆ แล้วกันนะครับว่า คําอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านเป็นประโยชน์ทั้งสิ้นเลย แล้วบางจุด ก็กําลังดําเนินการอยู่ บางจุดก็ยังมีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณนั้นก็ได้รับ มาพอสมควร ปี ๒๕๕๖ ที่กําลังเสนออยู่ ก็ขอความกรุณาท่านสมาชิก อย่างไรก็อย่าไปตัด ก็แล้วกันนะครับ ก็เพิ่มเติมให้ไม่ว่า แต่กรุณาอย่าตัดนะครับ สําหรับมอเตอร์สปอร์ต มอเตอร์สปอร์ต ปี ๒๕๕๕ เราช่วยไป ๖,๓๐๐,๐๐๐ บาท เงินสโมสร ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ที่ท่าน ส.ส. สามารถได้พูดเมื่อสักครู่นี้ ปีนี้ได้แน่นอนนะครับ ปี ๒๕๕๕ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ให้ไปแล้ว ๕๐ สโมสร อีก ๒๗ สโมสรนั้นเอกสารยังส่งมาไม่ครบก็เลยยังไม่ได้จ่าย ๕๐ สโมสร ไปเรียบร้อยแล้ว ขาด ๒๗ สโมสรเท่านั้นเอง ขอให้ส่งหลักฐานมาให้ครบ แล้วทางกระทรวง จะจ่ายให้ทันทีเลย สําหรับการยกย่องชูเกียรติกําลังคิดว่าจะทําแบบเดียวกับศิลปินแห่งชาติ ก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่เสนอแนะว่าต้องช่วยดูแลเขาไปตลอดชีวิต โดยเฉพาะนักกีฬา ที่มีชื่อเสียง ทําชื่อเสียงให้ประเทศชาติมาก ๆ อันนี้อยู่ในนโยบายที่จะดําเนินการอยู่แล้ว
สําหรับภาคเอกชนที่จะช่วยเหลือในเรื่องการกีฬานะครับ เวลานี้ คณะกรรมการภาครัฐ ภาครัฐ คือราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ตอนนี้ได้รวบรวม เงินช่วยเหลือจากทั้ง ๓ ภาคมาแล้วประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท รางวัลคนพิการกําลังพยายาม ดําเนินการอยู่ อยากจะเรียนว่า พ.ร.บ. ที่จะเข้าสภาชุดนี้จะมีอีก ๒ พ.ร.บ. นะครับ ช่วยกรุณาสนับสนุนด้วย ก็คือ พ.ร.บ. กีฬาแห่งชาติ พ.ศ. .... แล้วก็ พ.ร.บ. กีฬามวย พ.ศ. .... ยังจะตามมาอีก ๒ ฉบับที่เป็นนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ จะดําเนินการพัฒนาด้านการกีฬา ส่วนห้องน้ํารับไปจะไปดูแลให้อย่างเต็มที่นะครับ ห้องน้ําที่พูดเมื่อสักครู่นี้ ภาษีกีฬาเวลานี้ จะมีอย่างนี้ครับ อุปกรณ์กีฬาที่นําเข้าจากต่างประเทศเป็นอุปกรณ์กีฬาที่อยู่ในสหพันธ์ แล้วก็ภาษีจะคิดเป็น ๐ จะให้เป็น ๐ เพื่อมาใช้ประโยชน์ในการกีฬา แต่ต้องเป็นรายการ ที่สหพันธ์เขารับรองนะครับ
ส่วนภาษีบริจาคตอนนี้กระทรวงการคลังให้แล้ว ๒ เท่า ใครบริจาคได้ ๒ เท่าแล้ว แทนที่จะเป็น ๑.๕ เท่า ก็ก้าวหน้าไปพอสมควรนะครับ ก็อยากจะกราบเรียนเป็นเบื้องต้นว่า ภาคเอกชน ภาครัฐวิสาหกิจ และภาคราชการ ตอนนี้ได้งบรวมเบ็ดเสร็จแล้วประมาณ ๘๐๐ ล้านบาท คิดว่าจะถึง ๑,๒๐๐ ล้านบาท ในโอกาสต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ
ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม กรุณาเข้าห้องประชุม เพื่อลงมติครับ
ท่านสมาชิกกรุณาเสียบบัตรแสดงตน ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ
ส่งผลด้วยครับ มีผู้ที่อยู่ในห้องประชุม ๒๘๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ
ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๓ ฉบับหรือไม่ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียงครับ เชิญลงคะแนนครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ขอผลคะแนนด้วยครับ จํานวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๖๗ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๖ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. ....
ท่านประธานขออนุญาตครับ ผม อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๔๖๐ เห็นด้วยครับ
เพิ่มท่านอภิชาตอีก ๑ เสียง เห็นด้วยครับ
ตั้งคณะกรรมาธิการ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคชาติพัฒนาและพรรคพลังชล ๑ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ชุมพล ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอรายชื่อ ดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายชุมพล ศิลปอาชา ๒. นายนิพนธ์ ฮะกีมี ๓. นายสมบัติ คุรุพันธ์ ๔. นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ๕. นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม
พรรคเพื่อไทย ๑๔ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน นางสาวลีลาวดี วัชโรบล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๑๔ ท่าน ๑. นายธเนศ เครือรัตน์ ๒. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ๓. นายเสกสิทธิ์ ไวยนิยมพงษ์ ๔. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ ๕. นายเกษม นิมมลรัตน์ ๖. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๗. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ๘. นายไตรรงค์ ติธรรม ๙. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ๑๐. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๑๑. นายกานต์ กัลป์ตินันท์ ๑๒. นายวรวีร์ มะกูดี ๑๓. นายทศพล เสรีรักษ์ และ ๑๔. นายสุรชาติ เทียนทอง ค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านครับ
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ดังนี้ค่ะ ๑. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๓. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๔. นายนราพัฒน์ แก้วทอง ๕. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๖. นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ๗. นายวุฒิพงศ์ นามบุตร ๘. นายสามารถ มะลูลีม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ได้แก่ นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา และ นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา จํานวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาจํานวน ๑ ท่าน คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติพัฒนา พรรคพลังชล จํานวน ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพันธุ์ศักดิ์ เกตุวัตถา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังชล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... คือ นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ
รายนามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... ๑. นายชุมพล ศิลปอาชา ๒. นายนิพนธ์ ฮะกีมี ๓. นายสมบัติ คุรุพันธ์ ๔. นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ๕. นายทนุเกียรติ จันทร์ชุม ๖. นายธเนศ เครือรัตน์ ๗. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ ๘. นายเศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ ๙. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ ๑๐. นายเกษม นิมมลรัตน์ ๑๑. นายก่อเกียรติ สิริยะเสถียร ๑๒. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ๑๓. นายไตรรงค์ ติธรรม ๑๔. นายสุทธิชัย จรูญเนตร ๑๕. นายกฤษดาภรณ์ เสียมภักดี ๑๖. นายกานต์ กัลป์ตินันท์ ๑๗. นายวรวีร์ มะกูดี ๑๘. นายทศพร เสรีรักษ์ ๑๙. นายสุรชาติ เทียนทอง ๒๐. นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ๒๑. นายนิพนธ์ บุญญามณี ๒๒. นายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ๒๓. นายนราพัฒน์ แก้วทอง ๒๔. นางสาวสุพัชรี ธรรมเพชร ๒๕. นายกุลเดช พัวพัฒนกุล ๒๖. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร ๒๗. นายสามารถ มะลูลีม ๒๘. นายบุญดํารง ประเสริฐโสภา ๒๙. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๓๐. นายภราดร ปริศนานันทกุล และ ๓๑. นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์
ระยะเวลาการแปรญัตติครับ
๗ วันตามข้อบังคับครับ ท่านประธาน
ใช้ร่างของ รัฐบาลเป็นหลักใช่ไหม
รัฐบาลครับ
ต่อไป เป็นร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)
เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทํานองเดียวกันอีก ๓ ฉบับ คือ
๑. ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (นางสาวอรุณี ชํานาญยา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๒. ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
๓. ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... (นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กับคณะ เป็นผู้เสนอ)
ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทํานองเดียวกันน่าจะนํามาพิจารณาร่วมกันได้ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ
(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
ถ้าไม่มี ผมขอดําเนินการตามนี้นะครับ
เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร เนื้อหาสาระกระผมขอสรุป แล้วก็ นําเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ดังนี้ครับ
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการยางแห่งประเทศไทย
เหตุผล โดยที่ยางพาราและผลผลิตจากยางพารามีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ ของประเทศและประชาคมโลกเป็นอย่างมาก การปฏิรูประบบการบริหารจัดการเกี่ยวกับ ยางพารา การวิจัยและพัฒนา การรักษาเสถียรภาพระดับราคายางพารา การดําเนินธุรกิจ และการจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางจึงจําเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ของประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางจึงจําเป็นต้องจัดให้มีองค์กรกลางรับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการ เกี่ยวกับยางพาราของประเทศทั้งระบบอย่างครบวงจร มีเอกภาพ สามารถดําเนินการ ไปได้อย่างเป็นอิสระคล่องตัว และใช้ยางพาราและผลผลิตจากยางพาราให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุด สมควรจัดตั้งการยางแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อทําหน้าที่ส่งเสริม และพัฒนากิจการเกี่ยวกับยางพาราของประเทศ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... แบ่งออกเป็น ๙ หมวด และบทเฉพาะกาลมีทั้งหมด ๗๖ มาตรา โดยมีสาระสําคัญพอสรุปได้ดังนี้
๑. กําหนดให้จัดตั้งการยางขึ้นเรียกว่า การยางแห่งประเทศไทย โดยเรียก ย่อว่า กยท. เป็นนิติบุคคล มีอํานาจหน้าที่รับผิดชอบดูแลการบริหารจัดการยางพารา ของประเทศทั้งระบบอย่างครบวงจร บริหารจัดการเกี่ยวกับการเงินกองทุนพัฒนายางพารา ตลอดจนส่งเสริมและสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม ผลิตภัณฑ์ยางพารา จัดให้มีการศึกษาวิเคราะห์ วิจัยพัฒนา และเผยแพร่ข้อมูล และสารสนเทศเกี่ยวกับยางพารา ส่งเสริมสนับสนุน และให้ความช่วยเหลือเกษตรกร ชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยาง ด้านวิชาการ การเงิน การผลิต การแปรรูป การอุตสาหกรรม การตลาด การประกอบธุรกิจ ดําเนินการให้ระดับราคายางพารา มีเสถียรภาพ และดําเนินการส่งเสริม และสนับสนุนให้มีการปลูกแทนและการปลูกใหม่ ร่างมาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ นะครับ
๒. กําหนดแหล่งที่มาของทุนของ กยท. และแหล่งที่มาของรายได้ กยท. รวมทั้งกําหนดให้รายได้ที่ กยท. ได้รับจากการดําเนินงานให้ตกเป็นของ กยท. สําหรับเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ กําหนดให้ทรัพย์สินของ กยท. และกองทุนไม่อยู่ใน ความรับผิดชอบแห่งการบังคับคดี และ กยท. มีอํานาจในการปกครองดูแล บํารุงรักษา ใช้ จําหน่าย และจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินของ กยท. ตามร่างมาตรา ๑๑ ถึงมาตรา ๑๖
๓. กําหนดให้มีคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย มีอํานาจหน้าที่ วางนโยบายและควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการของ กยท. และให้คณะกรรมการ เป็นผู้แต่งตั้งและกําหนดอัตราเงินเดือนของผู้ว่าการโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี โดยผู้ว่าการมีหน้าที่บริหารกิจการของ กยท. และมีอํานาจบังคับบัญชาพนักงาน และลูกจ้าง ตามร่างมาตรา ๒๒ ถึง มาตรา ๓๓
๔. กําหนดให้ผู้ที่จะได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกแทนตาม พระราชบัญญัตินี้ต้องเป็นเกษตรกรชาวสวนยางที่มีต้นยางอายุกว่า ๒๕ ปีขึ้นไป หรือต้นยาง ทรุดโทรมเสียหาย หรือต้นยางได้ผลน้อยตามหลักเกณฑ์ที่ กยท. กําหนดตามร่างมาตรา ๓๗
๕. กําหนดให้ผู้ที่ไม่มีสวนยางมาก่อนและมีที่ดินเป็นของตนเองไม่น้อยกว่า ๒ ไร่ ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกใหม่ และให้เกษตรกรชาวสวนยางและ ผู้ประกอบกิจการยางที่ประสงค์จะขอรับการส่งเสริม สนับสนุน และความช่วยเหลือในด้าน วิชาการ การเงิน การแปรรูป การอุตสาหกรรม การตลาด และการดําเนินการอื่นที่เกี่ยวข้อง กับยางพารา ขอรับการส่งเสริมตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนดตามร่างมาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๑
๖. กําหนดให้จัดตั้งกองทุนขึ้นใน กยท. เรียกว่ากองทุนพัฒนายางพารา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนายางพารา ตามร่างมาตรา ๔๓ ถึงมาตรา ๔๖
๗. กําหนดให้บุคคลซึ่งส่งยางพาราออกนอกราชอาณาจักรต้องเสีย ค่าธรรมเนียมให้ กยท. การกําหนดอัตราค่าธรรมเนียมและการยกเว้นค่าธรรมเนียม จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อน และหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข และอัตราค่าธรรมเนียมให้เป็นไปตามที่รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามร่างมาตรา ๔๗ และมาตรา ๔๘
๘. กําหนดสัดส่วนในการจัดสรรเงินกองทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ และให้การบริหารและจัดสรรเงินจากกองทุนเป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกําหนด โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามร่างมาตรา ๔๙
๙. กําหนดให้สํานักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี ทําการตรวจสอบ รับรองบัญชีและการเงินทุกประเภทของ กยท. ตามร่างมาตรา ๕๙ ถึงมาตรา ๖๑
๑๐. กําหนดให้รัฐมนตรีมีอํานาจหน้าที่กํากับดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการ ของ กยท. และกําหนดให้ กยท. ทํารายงานปีละครั้งเสนอต่อรัฐมนตรีตามร่างมาตรา ๖๒ ถึงมาตรา ๖๔
๑๑. กําหนดบทเฉพาะกาลเพื่อรองรับกิจการต่าง ๆ ที่ได้มีการดําเนินการ ตามกฎหมายเดิมไปแล้วตามร่างมาตรา ๖๗ ถึงมาตรา ๗๖
กราบเรียนท่านประธานนะครับว่าร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เป็นความต้องการแล้วก็รอคอยของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา เมื่อผมเข้ามารับหน้าที่ได้มีโอกาสสนทนาแลกเปลี่ยนความเห็นกับผู้คนในอุตสาหกรรมยางพารา ทั้งระบบก็พบว่ามีความเป็นเอกภาพในเรื่องความต้องการให้มีพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงได้ดําเนินการนําเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งได้มีการดําเนินการมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ถึงขั้นมีผลบังคับใช้ จึงขอให้ที่ประชุมสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้พิจารณา ให้ความเห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อไป ขอบคุณครับ
ฉบับที่ ๒ เชิญท่าน ส.ส. อรุณี ชํานาญยา กับคณะ เสนอหลักการและเหตุผล ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ดิฉัน พร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งสิ้น ๒๒ คน ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. ....
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้ายการยางแห่งประเทศไทย
เหตุผล โดยที่ยางพาราและผลิตผลจากยางพารามีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ ของประเทศและประชาคมโลกเป็นอย่างมาก การปฏิรูประบบการจัดการเกี่ยวกับยางพารา การวิจัยและพัฒนา การรักษาเสถียรภาพระดับราคายางพารา การดําเนินธุรกิจ และการจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางจึงเป็นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางพาราจําเป็นต้องจัดให้มีองค์กรกลางรับผิดชอบดูแล การบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพาราของประเทศทั้งระบบอย่างครบวงจร และมีเอกภาพ สามารถดําเนินการไปได้อย่างเป็นอิสระ คล่องตัวและใช้ยางพาราและผลิตผลจากยางพารา ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด สมควรจัดตั้งการยางแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อทําหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนากิจการเกี่ยวกับยางพาราของประเทศ จึงจําเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเองวันนี้ต้องนําเรียนต่อที่ประชุมว่าดีใจ เป็นอย่างมากที่ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการยางแห่งประเทศไทยเป็นฉบับสุดท้ายที่จะเข้าสู่ การพิจารณาของสภาแห่งนี้ในวาระการประชุมนิติบัญญัติสมัยนี้นะคะ ถึงแม้จะเป็น ฉบับสุดท้ายแต่เป็นฉบับที่มีความสําคัญยิ่งยวดไม่น้อยกว่าฉบับอื่น ๆ ที่เข้าไปก่อนหน้า ดิฉันเองตั้งแต่เป็น ส.ส. มา ๒ ครั้งแล้วค่ะ ที่ผ่านการเป็นกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไปพิจารณา ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการยางเป็นหมันไปสองครั้งสองครา เนื่องจากว่าได้ผ่าน ในชั้นกรรมาธิการเมื่อสมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และสมัยรัฐบาล ที่ผ่านมา แต่ก็ปรากฏการยุบสภาไปก่อน ดังนั้นจึงขอขอบคุณรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นความสําคัญของร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... แล้วนําขึ้นสู่ ที่ประชุมแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานคะ ยางพาราวันนี้ถือว่าประเทศไทยเรานั้น เป็นอันดับ ๑ ของโลกที่สามารถผลิตและนําสู่ตลาดโลก แล้วนอกจากนั้นรายได้ของยางพารา ถือว่าเป็นอันดับ ๓ ของประเทศไทยที่เราสามารถได้จํานวนเงินมหาศาลและในอนาคต ดิฉันคิดว่ามันควรจะแซงขึ้นไปอันดับ ๒ หรืออันดับ ๑ ด้วยซ้ํา สืบเนื่องจากว่ายางพารานั้น ในอดีตที่ผ่านมาเราก็จะเห็นว่ามันเกิดขึ้นครั้งแรกนี่แน่นอนค่ะ เกิดขึ้นที่ภาคใต้ ๑๑๓ ปี ผ่านไป แล้วก็ที่ผ่านมาการพัฒนาในวงการอุตสาหกรรมยางพาราเราก็เห็นว่าเป็นไป อย่างเชื่องช้า แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อปี ๒๕๔๔ รัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้เข้ามา ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการยางพาราครั้งยิ่งใหญ่ นั่นก็คือได้ออกมติ ครม. เพื่อขยายพื้นที่การปลูกยางพาราไปยังจังหวัดภาคเหนือและภาคอีสาน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ พร้อมกันนั้นยังทําการประสานงานกับประเทศที่ปลูกยางพาราร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศอินโดนีเซียจับมือกันทําให้เสถียรภาพของยางราคาดีขึ้น ณ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จะเห็นได้ว่าสถิติของราคาเฉลี่ยของยางแต่ละปีนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ดิฉันเข้าไปดูในสถิติแล้ว นับวันมีแต่ สูงขึ้น ๆ ตั้งแต่ ๒๐ กว่าบาทเป็นต้นมา จนปัจจุบันนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐ บาท สูงต่ํา อยู่ขณะนี้ขึ้นอยู่กับราคาน้ํามันเป็นหลักด้วย และองค์ประกอบอื่น ๆ เป็นหลักด้วย ท่านประธานที่เคารพ แต่ในอนาคตต่อไปนี่ดิฉันคาดว่าในพื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่ภาคอีสาน ของเราจะเป็นพื้นที่ที่รองรับการขยายตัวของยางพาราอีกจํานวนมาก ปัจจุบันนี้ถ้าตัวเลข อย่างไม่เป็นทางการนี่ดิฉันคิดว่าน่าจะมีถึงประมาณ ๒๐ ล้านไร่จากเดิมพื้นที่จากภาคใต้ แล้วก็ภาคตะวันออกประมาณ ๑๑ ล้านไร่ วันนี้ขยายตัวไปรวดเร็วมาก ถามว่าน่าเป็นห่วงไหม น่าเป็นห่วงเหมือนกัน แต่น่าดีใจไหม ดิฉันก็ว่าน่าดีใจเพราะว่าศักยภาพการผลิต เรื่องยางพารานั้นหลาย ๆ ประเทศที่เขาอยากจะปลูกเขาไม่สามารถปลูกได้เพราะว่า มันมีข้อจํากัดในเรื่องของพื้นที่ ในเรื่องของดินฟ้าอากาศก็นับว่าเป็นโชคดีของประเทศไทยค่ะ ณ วันนี้ยางพาราเป็นรายได้อย่างมหาศาลของพี่น้องคนเหนือ คนอีสาน เป็นอาชีพชนิดใหม่ ที่เกิดขึ้นโดยการให้โอกาสของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ผ่านมา ท่านประธานคะ ในพื้นที่ของดิฉันเองวันนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราเริ่มกรีดกันแล้วค่ะ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ที่ได้รับการสนับสนุนกล้าฟรีจากโครงการของรัฐบาลวันนี้เริ่มกรีดกันแล้ว เริ่มเป็นพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยงกันแล้ว ตรงนี้ล่ะค่ะ ดิฉันเองก็ต้องบอกว่าอดีตที่ผ่านมาพี่น้องชาวใต้มีสวนยางพารา ไม่จนนะคะ ถึงแม้ว่าราคาอยู่ที่ ๒๐-๓๐ บาทก็ไม่จน แต่วันนี้ขึ้นไปถึง ๑๐๐ บาท ยิ่งรวยค่ะ ยิ่งเมื่อปีที่แล้วดิฉันได้ยินว่าพี่น้องชาวใต้ซื้อรถปิกอัพออกใหม่ป้ายแดงกันราคาเงินสดทั้งนั้น ดิฉันก็ยิ่งยินดีแทนด้วย อนาคตพี่น้องภาคเหนือ ภาคอีสานก็คงจะเป็นอย่างนั้น ประเทศไทยเรา ต้องยอมรับนะคะว่าเรามียุทธศาสตร์ที่สําคัญที่เราจะให้ความสําคัญน้อยไม่ได้ก็คือเรื่องของ การเกษตร เรามีข้าวซึ่งส่งออกเป็นอันดับ ๑ เรามียางพาราซึ่งส่งออกนํารายได้มหาศาล เรามีในเรื่องของปาล์มน้ํามัน พี่น้องภาคใต้วันนี้ ก็ปลูกอย่างมหาศาลเหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเรามี ๓ ตัว เราบริหารจัดการให้ดี คิดว่าประเทศไทยเราไม่มีจนค่ะ ไม่มีจน แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องไปทํา ยุทธศาสตร์ของการบริหารจัดการพื้นที่การปลูกให้ดีนะคะ พร้อมกันนั้นจะต้องส่งเสริม อย่างเป็นระบบ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ ก็เป็นฉบับหนึ่งที่ดิฉันอยากเห็น เพราะว่าการยางแห่งประเทศไทยจะเป็นตัวที่ทําให้ กระบวนการครบวงจรของยางสามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา เรามีองค์กรหลายองค์กรที่เกี่ยวข้อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง ไม่ว่าจะเป็น องค์การสวนยาง ซึ่งแต่ละคนต่างทําหน้าที่ การบูรณาการก็ยังน้อย การรักษาเสถียรภาพ ของรัฐบาลในการบริหารจัดการก็ยังทําได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดิฉันว่าโอกาสนี้ละค่ะ ตัวของการยางแห่งประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็สามารถที่จะเข้าไปแก้ปัญหาได้ อย่างเป็นระบบ องค์กรเดียวนะคะ ท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยเรายังมีโอกาส ที่รออยู่ข้างหน้าเยอะมากจากในเรื่องของยางพารา วันนี้เราแค่ส่งออกวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่ แต่เรายังขาดในเรื่องของการส่งเสริมอุตสาหกรรมกลางน้ํา ปลายน้ํา ถ้าเราสามารถ ดันไปถึงตรงนั้นได้ ดิฉันคิดว่าโอกาสก็จะเป็นของประเทศไทยในอนาคต ดังนั้นดิฉันวันนี้ก็คง จะไม่พูดมาก เพราะว่าในสภาแห่งนี้ตอนที่ยื่นกฎหมายฉบับนี้เข้าไป ๒ ครั้งก็มีสมาชิก จากหลายพรรค จากทุกพรรค อภิปรายกันเยอะมากนะคะ แต่คิดว่าในชั้นกรรมาธิการ เราคงจะไปหล่อหลอม ดังนั้นดิฉันจึงขอการสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกในการสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไป นะครับ เป็นฉบับของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ กับคณะเป็นผู้เสนอ เชิญท่านชินวรณ์ แถลงหลักการ เหตุผล
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. ....
โดยมีหลักการเพื่อให้มีพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย
และมีเหตุผลก็คือว่ายางพาราและผลิตผลจากยางพารานั้นมีความสําคัญ ต่อเศรษฐกิจของประเทศและประชาคมโลกเป็นอย่างมาก ตลอดระยะเวลาที่เรามียางพารา ขึ้นมาในประเทศไทย ๑๑๓ ปี เราก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบในเรื่อง ยางพารา หน่วยงานหลักก็คือสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง ซึ่งมีหน้าที่ ในการที่จะส่งเสริมการปลูกและผลิตภัณฑ์ยาง เรามีองค์การสวนยางซึ่งเป็นหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจที่จะมาดูแลในเรื่องของการแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่ม การขายยางพารา กับต่างประเทศ เรามีสถาบันวิจัยยางของกรมวิชาการเกษตรซึ่งทําหน้าที่ในการวิจัยยางพารา พัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพารา ตลอดถึงมีหน้าที่ในการจัดตั้งตลาดกลางยางพารา ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าเราจะมาดูกฎหมายเรื่องยางพาราเราก็จะพบความเป็นจริงว่ากฎหมาย เรื่องยางพารานั้นได้มีพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางตั้งแต่ปี ๒๕๐๓ เราได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การสวนยางตั้งแต่ปี ๒๕๐๔ เราได้มีประกาศคณะปฏิวัติ ที่มีการจัดตั้งสถาบันวิจัยยางตั้งแต่ปี ๒๕๑๕ และแน่นอนที่สุดครับ วันนี้จึงเป็นวันสําคัญ อีกวันหนึ่งที่เราเห็นว่าจะต้อง
ท่านชินวรณ์ครับ ขอรบกวนท่านนิดหนึ่ง ท่านแถลงหลักการ เหตุผลก่อนแล้วท่าน ค่อยอธิบาย เพิ่มเติมเหตุผลของท่านก่อนได้ไหมครับ
นี่คือเหตุผลนะครับ เราจึงต้องมีการเสนอร่าง ผมกําลังจะสรุปเป็นเหตุผลแล้วครับ เราจึงจําเป็นต้องมีการเสนอร่าง เพื่อให้การบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบอย่างมีเอกภาพและครบวงจร จึงได้มีการ ตราพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยขึ้นเพื่อทําหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนา กิจการเกี่ยวกับยางพาราของประเทศ
เพราะฉะนั้นวันนี้ผมพร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาธิปัตย์จึงได้ร่วมกันเสนอกฎหมายฉบับนี้ ตามจริงถ้าท่านประธานคงจําได้ พวกผมได้มีการศึกษาและได้ดําเนินการในการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เมื่อปี ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ ในสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีได้กําหนด ยุทธศาสตร์ในการพัฒนายางพาราครบวงจร ถ้าท่านประธานจําได้เราจะพูดถึงเรื่องการผลิต เราได้พูดถึงการแปรรูป เราได้พูดถึงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยาง และส่งเสริมการใช้ยาง ภายในประเทศ
และประการที่ ๔ คือได้พูดถึงการบริหารจัดการเรื่องยางพาราอย่างมีเอกภาพ ปี ๒๕๔๘ พวกผมก็ได้เสนอพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยครั้งแรกครับ ในปีนั้น ผมจําได้ว่ามีเพื่อนสมาชิกร่วมกันไปศึกษาดูงานที่ประเทศมาเลเซีย แต่ว่าเกิดเหตุการณ์ทาง การเมืองยุบสภาไปก่อนและในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้มีการเสนอพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... จนเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ในวาระรับหลักการและเข้าสู่ ในชั้นคณะกรรมาธิการเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ แต่ปรากฏว่าก็มีเหตุการณ์ทางการเมือง ยุบสภาไปก่อน จริง ๆ โดยข้อบังคับรัฐบาลก็สามารถที่จะนํากฎหมายฉบับนี้มายืนยัน เพื่อพิจารณาในสภาอย่างต่อเนื่องต่อไป แต่ด้วยเหตุว่ารัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี อาจจะไม่ให้ความสําคัญหรือเห็นว่ายังไม่ได้ติดตามในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดจึงไม่ได้เสนอ กฎหมายฉบับนี้ยืนยันเข้ามา แล้วก็ได้มาเสนอในขณะนี้เป็นฉบับสุดท้ายของสภานี้ ก็ยังถือว่า เป็นเรื่องที่น่าดีใจครับ ยังได้หยิบยกขึ้นมาจึงทําให้พวกผมต้องขอเวลาท่านประธานเป็นพิเศษ ที่จะได้กราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสําคัญอย่างไรครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ยางพารานั้นเป็นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญของโลกไปแล้วในวันนี้ โดยเฉพาะ ในเรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ เราต้องยอมรับความเป็นจริงครับตามตัวเลขขององค์การยาง สภายางนานาชาติวันนี้เรามีพื้นที่ปลูกยางพารารวมของโลกประมาณ ๗๐ ล้านไร่ มีผลผลิตยางพารารวมไม่ต่ํากว่า ๑๑ ล้านตัน สําหรับในประเทศไทยในขณะนี้เรามีตัวเลข พื้นที่การปลูกยางพารา ๑๘ ล้านไร่ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกทางภาคเหนือบอกว่า ๒๐ ล้านไร่ ก็คงใกล้เคียงครับ เพราะมีการขยายพื้นที่โดยพี่น้องเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น เรามีผลผลิต ยางพารา ๓.๕ ล้านตัน ๓๕ พันล้านกิโลกรัม ทํารายได้ให้กับประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา ๔๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะกราบเรียนข้อเท็จจริงนิดหนึ่งท่านประธานครับว่า สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้ทําการศึกษาเรื่องยางพาราอย่างละเอียดว่ามีพื้นที่ ที่เหมาะสมที่จะปลูกในพื้นที่ใดบ้าง รัฐบาลในสมัยท่านชวน หลีกภัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง มาตรา ๒๑ ครับ ท่านประธาน ที่ให้โอกาสกับพี่น้องเกษตรกรที่ไม่มีสวนยางมาก่อนสามารถที่จะขอการปลูกแทน ขอเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางได้ครับ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เรา ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าพี่น้องในภาคอีสาน ในภาคเหนือได้เริ่มมีการปลูกยางพารา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาในสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย นี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นประวัติศาสตร์ ที่ผมอยากจะพูดในสภานี้อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็มีการขยายพื้นที่ปลูก ในหลายจังหวัดผมเองก็เคยไปดูครับ ไม่ว่าจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี หลายจังหวัดรวมทั้งในภาคเหนือด้วย และวันนี้ก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า เรามียางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ครอบคลุมพี่น้อง ๑ ใน ๖ ของกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติก็คือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่เป็นเกษตรกรชาวสวนยางพารา เพราะฉะนั้น จุดแรงบันดาลใจหรือจุดสําคัญที่สุดที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า การที่เราพยายามจะแก้ไขกฎหมายนั้นเหตุผลที่สําคัญที่สุด ที่ผมอยากสนับสนุนเหตุผลในการเสนอร่างก็คือ ในเรื่องราคา อันนี้เป็นเหตุผลที่สําคัญที่สุด ปี ๒๕๔๐ สมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ราคายางพาราตกต่ําเราก็มียุทธศาสตร์ในการพัฒนา ราคายางพาราในขณะนั้นได้มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เป็นครั้งแรกที่ได้มีการจัดตั้ง งบประมาณเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีโรงรมยางพารา โดยท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านได้รับรางวัลเป็นผู้ริเริ่มในการดําเนินการแปรรูปยางพาราจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และจากองค์การยาง สมาคมยางแห่งประเทศไทย ในวันนี้โรงรมยางพาราเรามีทั่วประเทศ เดิมตั้งเป้าหมายว่าจะให้มี ๑,๕๐๐ โรง ในขณะนี้เรามี ๗๕๐ โรง ที่กําลังดําเนินการอยู่ และได้มีการรวมตัวกันเป็นสมาคมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และในขณะนี้ ในภาคเอกชนเราก็มีสมาคมยางแห่งประเทศไทย และเราก็มีสมาพันธ์เกษตรกรชาวสวนยาง แห่งประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นจากยุทธศาสตร์ดังกล่าวในปี ๒๕๔๐ ที่จะดําเนินการ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องยางพาราเริ่มมีเอกภาพและไปส่งเสริมสถาบันภาคเอกชน และภาคเกษตรกรให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังและอย่างเป็นระบบ และวันนี้ผมอยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานเพื่อเป็นการชื่นชมครับว่านายกสมาคมยางพาราทั้ง ๓ สมาคมนี้ อยู่ที่บ้านผมครับ นายกสมาคมยางแห่งประเทศไทยคือคุณประภาส เอื้อนนทัช นายกสมาคม น้ํายางข้นแห่งประเทศไทย คือ คุณอภิชาติ ตันพิพัฒน์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยาง แห่งประเทศไทยก็อยู่บ้านผมเช่นเดียวกัน คือคุณคํานึง ชูพงศ์ นี่แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้า ของกระบวนการในการพัฒนาพืชเศรษฐกิจเรื่องยางพารา เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เราหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาพูดในสภาไม่ว่าจะเป็นญัตติก็ดี หรือเสนอกฎหมายก็ดี สิ่งแรกที่ผมอยากกราบเรียน กับท่านประธานก็คือว่า ผมคิดว่าแรงบันดาลใจที่สําคัญคือเรื่องราคายางพารา เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้าผมไม่พูดถึงกฎหมายฉบับนี้ที่เราเสนอให้มีคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย และอย่างน้อยอํานาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ของการตั้งคณะกรรมการยางที่สําคัญ ในหัวข้อหนึ่งก็คือว่า ให้ดําเนินการให้ระดับราคายางพารามีเสถียรภาพ นั่นคือสิ่งที่เรา มองมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ว่า ถ้าเราต้องการให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่เรียกว่า เป็นแชมป์เปี้ยน โปรดักท์ (Champion product) ในการทํารายได้ให้กับประเทศ ในอนาคต เราจะต้องมีคณะกรรมการยางขึ้นมา เราต้องมีองค์การยางที่เป็นเอกภาพขึ้นมารับผิดชอบ และในพระราชบัญญัติฉบับนี้เราต้องมีการส่งเสริมสถาบันเกษตรกรและพี่น้องเกษตรกร ให้มีความเข้มแข็ง ท่านประธานครับ วันนี้จึงมาเข้าจังหวะอีกครั้งหนึ่งที่ผมคิดว่ารัฐบาล ก็ต้องรีบร้อนที่เสนอมาเป็นฉบับสุดท้าย เพราะวันนี้เสถียรภาพราคายางพารา ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรี นี่คือตัวเลขหลังสุดวันนี้ วันนี้ราคายางแผ่นดิบท้องถิ่นอยู่ที่กิโลกรัมละ ๘๕ บาท ราคาน้ํายางสด ๘๗ บาท ราคาประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา อําเภอหาดใหญ่ ยางแผ่นดิบ ๙๐.๙๘ บาท ยางแผ่นรมควัน ๙๔.๕๙ บาท ที่ตลาดกลางยางพารา จังหวัดนครศรีธรรมราช ยางแผ่นดิบ ๙๑ บาท ยางแผ่นรมควัน ๙๕ บาท เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกมองตัวเลขนี้ก็บอกว่าได้เพิ่มขึ้นมา เป็นกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาทแล้ววันนี้ ท่านจะไปเปรียบเทียบกับตัวเลขในปีไหนละครับ ถ้าในปี ๒๕๔๐ นั้น วันนั้นค่าเงินบาทเป็นอย่างไร ภาวะค่าครองชีพเป็นอย่างไร สินค้าแพง ทั้งแผ่นดินอย่างไร แต่วันนี้ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องนี้เพื่อจะได้เป็น เจตนารมณ์บันทึกไว้ในการเสนอกฎหมาย หลังจากกฎหมายนี้ผ่านแล้ว คณะกรรมการยาง จะได้ตระหนักว่าเจตนารมณ์ในการเสนอกฎหมายฉบับนี้เรื่องสําคัญเรื่องแรกก็คือเรื่อง ราคายาง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาดูมติของคณะรัฐมนตรี ผมจําได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ หลังจากมติคณะรัฐมนตรีออกมาท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดูแลเรื่องยางพาราก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าพี่น้องเกษตรกร ไม่ต้องเป็นห่วงวันนี้เรามีมติคณะรัฐมนตรีที่จะรักษาเสถียรภาพราคายางพารา เราจะทําราคายางพาราให้ได้ในราคาเป้าหมายนํากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ท่านให้สัมภาษณ์เอง ท่านประธานที่เคารพ วันนั้นมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้มีสาระสําคัญก็คือว่าเห็นชอบ การดําเนินงานตามโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพ ราคายางพารา และแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะสั้นสําหรับยางแผ่นรมควันของ สถาบันเกษตรกรที่ยังไม่สามารถขายได้ ก็คือหมายถึงว่ายางพาราของเพื่อนสหกรณ์ โรงรมยางพาราที่ผมพูดถึงอนุมัติให้ใช้เงินในการดําเนินการโครงการแทรกแซงราคายางพารา โดยใช้วงเงินสินเชื่อ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เงินจากงบช่วยเหลือโครงการรับจํานําข้าว ซึ่งจะจัดสรรให้สถาบันเกษตรกร ๕,๐๐๐ ล้านบาท ให้องค์การสวนยาง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็อนุมัติงบค่าใช้จ่ายโครงการซึ่งขอรับการสนับสนุนจากงบกลางประจําปี ๒๕๕๕ ๑,๓๒๒ ล้านบาท วันที่ ๒๔ มกราคมครับ นี่วันนี้เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ที่ท่านบอกว่าได้กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท วันนี้กิโลกรัมละ ๘๕ บาท เอาเถอะครับเพื่อให้ท่านได้สบายใจผมก็คิดว่ากิโลกรัมละ ๙๐ บาทก็แล้วกัน ลดลงไป ๓๐ บาทต่อ ๑ กิโลกรัมท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ๓๐ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม เมื่อสักครู่ผมเรียนแล้วว่าเราผลิตยางพาราได้ ๓.๕ ล้านตัน คือ ๓,๕๐๐ ล้านกิโลกรัม เท่ากับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศต้องขาดทุน เงินจากกระเป๋าของตัวเองภายใต้การบริหารตามมติคณะรัฐมนตรีนี้ลงไป ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทําเงินของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราหายไปในช่วง ๔ เดือนที่ผ่านมาเท่าไร ท่านลองไปคํานวณดูเอาเองครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียนว่าเราตั้งการยางแห่งประเทศไทย ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ในข้อ ๔ คือให้ดําเนินการให้ระดับราคายางพารามีเสถียรภาพ ผมอยากย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ การที่เราจะทําราคายางพาราให้มีเสถียรภาพนั้นผมยอมรับ ความเป็นจริงครับว่าในขณะนี้เราก็มีปัญหากระทบจากปัญหายูโรโซน ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรป แต่นั่นไม่น่าจะลดลงไปต่ํากว่ากิโลกรัมถึง ๘๕ บาทวันนี้ จนพี่น้องประชาชนเดือดร้อนไปทั่วประเทศ และกําลังจะมีข้อเรียกร้อง และเขาบอกผมว่า เขาไม่เรียกร้องกับรัฐมนตรีแล้วครับ เขาจะเรียกร้องกับนายกรัฐมนตรี และผมกําลังจะบอก พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราว่าถ้าต่อไปเรามีการยางแห่งประเทศไทย เรามีคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบตามที่พวกผมได้เสนอยกร่างให้มีตัวแทนเกษตรกร เข้ามาเพิ่มมากขึ้นมากกว่าที่รัฐบาลเสนอเข้ามา ผมคิดว่าพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ก็จะได้มีปากเสียงในการที่จะนําเสนอนโยบายในเรื่องราคายางพารา ในเรื่องของการกําหนด เสถียรภาพราคายาง ท่านจะเอาตัวเลขมาจากไหนก็แล้วแต่ครับ แต่วันนี้ท่านไปถามพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราดูครับว่า ถ้ากิโลกรัมละ ๘๕ บาท เขาอยู่ได้หรือไม่ในภาวะที่ของแพงทั้งแผ่นดินอย่างนี้ การขนส่งแพง ค่าปุ๋ยท่านไม่เคยพูดถึงเลย ค่าสารเคมีท่านไม่เคยพูดถึงเลย เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นหน้าที่ที่สําคัญที่วันนี้เรา ต้องยกร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้มี พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้บริหารจัดการ อย่างน้อย ๓ หน่วยงานหลัก ๓ หน่วยงานหลักนี้ให้มีเอกภาพก่อน ก็คือกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง องค์การสวนยาง ท่านประธานครับ องค์การสวนยางสํานักงานใหญ่ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเดียวที่ผมอาศัยอยู่ บ้านเกิดของผมนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็เป็นคน จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านคงเข้าใจเรื่องยางพาราดี แต่ว่าท่านคงมีภาระเรื่องอื่นมากกว่า นอกจากองค์การสวนยางแล้ว เรามีกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง เรามีสถาบันวิจัยยาง โดยเฉพาะในเรื่องของตลาดกลางยางพารา ผมคิดว่าอย่างน้อยภารกิจเหล่านี้ต้องมารวมอยู่ ภายใต้ พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้บริหารจัดการได้อย่างมีเอกภาพ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าเราต้องไปปรึกษาหารือในชั้นกรรมาธิการว่าเราจะทําอย่างไร เรื่องยางพารานี้ให้มีการบูรณาการอย่างจริงจัง เพราะว่าเรื่องยางพารายังเกี่ยวข้องกับ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สถาบันวิจัยศูนย์เทคโนโลยีวัสดุแห่งชาติ สํานักงานส่งเสริมการลงทุนและยังมี สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่ต้องมาร่วมวิจัยด้วย ผมคิดว่าถ้ารัฐมนตรีมองเห็นภาพองค์รวม เหล่านี้ ก็จะทําให้เรามองเห็นภาพในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องราคายางพารา ได้อย่างชัดเจน ผมไม่อยากจะเอาเรื่องของราคายางพารามาเป็นประเด็นทางการเมืองล่ะครับ แต่วันนี้อยากจะให้บันทึกเอาไว้ในสภานี้ว่าเป็นเจตนารมณ์ข้อแรกในการที่เป็นแรงจูงใจ ที่ให้มีการเสนอพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่เรียกร้องว่าให้รัฐมนตรีหรือรัฐบาลไปดูแล เพียงแต่ขอร้องว่าท่านมีมติคณะรัฐมนตรีเอง วันนี้ท่านจะทําให้ได้กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท วันไหนครับ ท่านตอบในสภาเพื่อให้พี่น้องประชาชน จะได้สบายใจว่าเราจะร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยขึ้นมาแล้ว แต่เรื่องหัวใจ ของเรื่องยางพาราคือเรื่องเสถียรภาพราคา ท่านประธานครับ ผมคงไม่ลงรายละเอียดไปในแต่ละ มาตรา ซึ่งมีทั้งหมด ๑๑ สาระสําคัญที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ผมจะตามไปดูในชั้นกรรมาธิการกับเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ทุกฝ่าย เพราะผมคิดว่า เรื่องนี้เราจะต้องร่วมมือกันในการที่จะทําพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ให้มีประสิทธิภาพ ให้มีเอกภาพ และให้สนองตอบต่อวัตถุประสงค์ที่ได้มีการพูดกันไว้ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ที่ผมได้กราบเรียนไปในเบื้องต้นในเรื่องของการดําเนินการให้ราคายาง มีเสถียรภาพ ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตที่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน ๖ เรื่อง สั้น ๆ ว่าเราจะต้องไปพูดคุยกันต่อในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็ผ่านจากท่านประธานไปยังท่าน รัฐมนตรีด้วย
เรื่องแรกคือเรื่องความเป็นเอกภาพ แน่นอนที่สุดครับ การบริหารจัดการ เรื่องยางพารานั้น ถ้าหากว่ายังไม่มีเอกภาพ ผมคิดว่ากระบวนการในการที่จะดูแล พืชเศรษฐกิจหลักตัวนี้ก็จะมีปัญหาต่อไปในอนาคต เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานหนึ่งดูแล เรื่องการผลิต การส่งเสริมการปลูก การสงเคราะห์การทําสวนยางพารา จนมีบางท่านในที่นี้ กลับมาพูดว่าส่งเสริมให้มีการปลูกในภาคเหนือ ภาคอีสาน ความจริงก็เริ่มต้นมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๗ พี่น้องภาคอีสานได้มีการพัฒนาเกิดกระบวนการเรียนรู้ และวันนี้พื้นที่ก็ขยายเพิ่ม ไปทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นเราต้องมาพูดคุยกันชัดเจนนะครับว่า เมื่อเรามี การยางแห่งประเทศไทยแล้ว ภารกิจหลักของสถาบันวิจัยยาง ซึ่งวันนี้ผมกลับให้ความสําคัญ ว่าเป็นหัวใจสําคัญที่เราต้องเน้นเรื่องการวิจัยและพัฒนา เพราะถ้าเราต้องการจะรักษาเสถียรภาพราคายางพาราครับท่านประธาน ไม่มีทาง ที่จะทําเรื่องอื่น มีเรื่องเดียวเท่านั้นคือเราจะต้องทําให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เราจะสามารถ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยการแทรกแซง ถ้าหากวันนี้รัฐบาลมีความจริงใจเพียงแต่ใช้เงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทดึงยางพาราที่อยู่ในตลาดออกมาลดดีมานด์ (Demand) ลงไป ผมคิดว่า ก็ทําให้ราคายางพาราขึ้นมาอยู่ในจุดที่มีเสถียรภาพ คือกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาททันที แต่ ๔ เดือนพบแต่ความล้มเหลว แต่ผมคิดว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดครับ เพราะว่า พี่น้องเกษตรกรเขาก็ได้มีการปรับปรุงตัวเองเหมือนกัน แต่ว่าจุดอ่อนก็คือการวิจัย และการพัฒนาของเรานั้นสถาบันวิจัยยางบทบาทที่ผ่านมาก็ยังไม่มีความชัดเจน เพราะเป็นระบบราชการอยู่ในกรมวิชาการเกษตร ผมอยากเห็นการดําเนินการในเรื่องของ สถาบันวิจัยยางให้สอดรับครอบคลุมทุกด้านครับ คือวิจัยตั้งแต่การผลิต วิจัยเรื่องไม้ยางพารา ทําอย่างไรให้มีไม้ยางที่โตได้ขนาดมีราคาที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะนําไม้ยางไปขายได้ และวิจัยในการที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยางพาราภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการทําร่วมกัน ในการที่จะทําอุปกรณ์ต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ล้อรถยนต์เพิ่มมากขึ้น หรือไปผสมกับ ยางแอสฟัลต์ (Asphalt) ในการทํายางมะตอยเหล่านี้เป็นต้นครับ ผมคิดว่านี้คือจุดเริ่มต้น ที่เราจะต้องมาพูด แล้วก็อาจจะต้องไปเพิ่มบทบัญญัติให้เกิดความชัดเจนขึ้นมา และต้องสร้างความร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาในการดําเนินการในเรื่องนี้ให้มีเอกภาพ
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้แล้วคิดว่าก็คงจะไปพูดกันต่อ เพราะยังไม่ได้มีความชัดเจน ก็คือในขณะนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าไม้ยางพารานั้น เป็นรายได้ต้นน้ําให้กับพี่น้องประชาชน เป็นเงินออมก้อนใหญ่ของพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางพารา ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่มีแนวทางในการส่งเสริมที่ชัดเจน เช่น ต้องเริ่มต้น ตั้งแต่การส่งเสริมการปลูก เราจะทําอย่างไรได้พันธุ์ไม้ยางพาราที่มีขนาด ที่มีราคาที่ดี เราจะ ทําอย่างไรที่ไม่เปิดกรีดก่อนเวลาอันสมควร เพราะถ้าไปเปิดกรีดก่อนต้นยางพารา ก็จะเล็กครับ และเมื่อเปิดกรีดแล้วทําอย่างไรที่จะรักษาเนื้อไม้ของต้นยางพาราที่ดี โดยไม่ไปใช้สารเคมีอื่นที่ทําให้ไม้ยางพารามีขนาดเล็กลง สิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการ ที่จะต้องพูดไว้ในตัวพระราชบัญญัติ และบังเอิญตัวพระราชบัญญัติก็พูดไว้ไม่ชัดเจน เพียงแต่ไปรวมไว้กับคํานิยามในเรื่องยางพารา ซึ่งถ้ารวมไว้อย่างนี้ก็จะมีผลต่อไปว่า ในอนาคตแสดงว่าท่านต้องการที่จะให้การส่งออกไม้ยางพาราต้องเสียค่าธรรมเนียมในการ ส่งออกด้วยหรือไม่ ผมเรียนกับท่านประธานไว้เลยตรงนี้นะครับ ว่าผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะราคาไม้ยางพาราเป็นรายได้ต้นน้ําของพี่น้องประชาชน และเป็นเงินออมก้อนสําคัญ ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง
ท่านชินวรณ์ ครับ ขอความกรุณาท่านนิดหนึ่ง เนื่องจากมีท่านสมาชิกลงชื่อจะอภิปราย ประมาณเกือบ ๑๕ ท่าน ท่านให้ข้อสังเกตดีมาก แต่ข้อสังเกตในรายละเอียดน่าจะไปพูดคุย กันในห้องคณะกรรมาธิการ ขอสรุปสั้น ๆ หน่อยนะครับ
ท่านประธานครับ โดยปกติ ผมคิดว่าท่านประธานคงทราบว่าเวลามีผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติโดยข้อบังคับก็ต้องให้ ผู้เสนอร่างได้พูดก่อน แล้วผมก็ไม่พูดถึงรายละเอียดรายมาตราไปแล้ว กําลังจะตั้งข้อสังเกต แล้วก็มาข้อที่ ๓ นะครับ
ข้อที่ ๓ คือสถาบันเกษตรกรและเกษตรกร วันนี้ต้องยอมรับความเป็นจริง ครับว่าสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพารานั้นเราได้มีการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรขึ้นมา ทั้งในรูปของสหกรณ์ที่มาจากโรงรมยางพารา เรียกว่าสหพันธ์สหกรณ์ชาวสวนยาง แห่งประเทศไทย มีความเข้มแข็งมากครับท่านประธาน เราได้มีสมาคมยางพาราแห่งประเทศไทย เราได้มีสมาคมน้ํายางข้น ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ผมก็อยากเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้นอกจากจะมีบทบัญญัติที่ได้พูดถึงเกี่ยวกับการที่จะ ให้รับผลประโยชน์จากเงินกองทุนพัฒนายาง ผมคิดว่าเท่านั้นไม่พอครับ ควรที่จะต้องมี บทบัญญัติที่เข้าไปส่งเสริมในการที่จะพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เขามีความเข้มแข็งต่อไป
ประการที่ ๔ ก็คือการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN) อันนี้มีความสําคัญครับท่านประธาน ผมจะไปพูด ในชั้นคณะกรรมาธิการได้อย่างไรครับ ผมต้องพูดเพื่อต้องการที่จะให้ได้เห็นถึงเจตนารมณ์ ในการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ประเทศไทยต้องผลักดันในเรื่องนี้ที่จะทํางานร่วมกัน ระหว่างสภาการยางแห่งประเทศไทย ระหว่าง ๓ ประเทศ ที่เรียกว่าอินเตอร์เนชั่นแนล ไทรพาร์ไทท์ รับเบอร์ เคาน์เซิล (International Tripartite Rubber Council) ITRC เพราะนี่คือเป็นความร่วมมือไตรภาคียางพารา ๓ ประเทศหลัก คือประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย เดิมทีเดียวเรามีอินโร (INRO) อินโรคือองค์การยางธรรมชาติ ระหว่างประเทศที่ร่วมมือกันระหว่างประเทศผู้ผลิตยางพารากับผู้บริโภคยางพารา แต่ว่าก็ยกเลิกไปในยุคสมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นท่านอาคม เอ่งฉ้วน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะว่าองค์การดังกล่าวนั้น ยังไม่มีความสมดุลระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค แต่วันนี้เรามีความจําเป็นที่จะต้องใช้ สภายางพาราระหว่างประเทศ ๓ ประเทศนี้ในการขับเคลื่อนเพื่อนําไปสู่การรักษาเสถียรภาพ ราคายางพาราร่วมกันกับบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศด้วย อันนี้ผมอยากจะฝากว่า จริง ๆ คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยเราต้องมีบทบัญญัติในส่วนนี้เพื่อรองรับ ให้เขามีความคล่องตัว และแน่นอนที่สุด ผมคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะส่งเสริมความร่วมมือ ในองค์การค้าระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสินค้ากับสหภาพยุโรปและอเมริกา และเราเพิ่มอํานาจในการต่อรองให้กับสมาคมประเทศผู้ผลิตยางพาราธรรมชาติได้ แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้มันจะเขียนไว้ในเพียงกฎหมายไม่พอ เราจะต้องอภิปรายไว้ เป็นเจตนารมณ์ เพื่อให้คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยต่อไปจะเป็นผู้กําหนด เสถียรภาพราคา ไม่ต้องมาเรียกร้องกับรัฐมนตรี เพราะรัฐมนตรีเดี๋ยวมาเปลี่ยนไป ตามการเมือง บางครั้งได้รัฐมนตรีที่มีความเข้าใจ มีความมุ่งมั่นในเรื่องเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ ในเรื่องของการเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ พี่น้องเกษตรกรก็พลอยที่จะได้รับผลประโยชน์ไป แต่ว่าถ้าได้รัฐมนตรีที่ไม่สนใจก็จะมีปัญหา ผมจึงต้องเรียนเรื่องนี้เอาไว้ครับ นี่เป็นข้อสังเกต ข้อที่ ๔ ของผมครับ
ข้อที่ ๕ ของผมครับ ย้ําอีกครั้งหนึ่งคือเรื่องการวิจัยและการพัฒนายาง ผมคิดว่ารัฐมนตรีต้องไปคุยกับทางสถาบันวิจัยยางและกรมวิชาการเกษตรให้ชัดเจนครับ ว่าวันนี้เราจะต้องมีบทบัญญัติในเรื่องของการดําเนินการจัดสรรเงินค่าธรรมเนียมให้สําหรับ การวิจัยโดยเฉพาะ ข้าราชการเราให้เลือกได้ครับ ท่านจะเป็นข้าราชการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ต่อไปหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่งานวิจัยและพัฒนาต้องมาอยู่ที่การยางแห่งประเทศไทย ทางตลาดกลางยางพาราต้องมาอยู่ที่การยางแห่งประเทศไทย
ข้อสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าหัวใจสําคัญ ในการสร้างเสถียรภาพราคา คือการส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ เรื่องนี้ถกเถียงกันมานาน ในปีนั้นคือปี ๒๕๔๐ ผมเป็นคณะกรรมการนโยบายยาง ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายยาง เราได้หยิบยกในเรื่องของการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมยางเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยางพารา แต่ว่าพอเปลี่ยนรัฐบาลก็พาไปรวม กับนิคมอุตสาหกรรมอื่นที่สงขลา ผลงานที่ออกมาผมเห็นมีอย่างเดียวคือรีดยางแผ่นยาวที่สุด ในประเทศไทย หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า ถ้าเราต้องการจะส่งเสริมให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราภายในประเทศไทยและเพิ่มมูลค่า ยางพารา เราต้องจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมยางแห่งประเทศไทย และเรื่องนี้ก็ไม่ยากอะไรครับ ท่านประธาน ได้มีการศึกษาไว้เรียบร้อยแล้วผ่านคณะกรรมการนโยบายยางแล้ว ใช้พื้นที่ ขององค์การสวนยางครับ เพราะว่าอุตสาหกรรมยางพาราไม่ว่าจะทําล้อรถยนต์ ทําถุงมือแพทย์ หรือทําอะไรก็แล้วแต่จะมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษ เพราะฉะนั้นถ้าจะตั้งนิคมอุตสาหกรรมยางไปสร้างไว้ที่องค์การสวนยาง ซึ่งเรามีพื้นที่ ปลูกยางพาราขององค์การสวนยาง ๔๐,๐๐๐ ไร่ครับ ถ้าท่านไปดําเนินการสัก ๑,๐๐๐ ไร่ มาทํานิคมอุตสาหกรรมยาง ผมคิดว่าเราสามารถดึงนักลงทุนจากประเทศจีนหรือนักลงทุน จากประเทศอื่น แม้แต่นักลงทุนภายในประเทศมาดําเนินการในการที่จะส่งเสริม ผลิตภัณฑ์ยางพาราให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้มีหัวใจ ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วก็คือการที่เราจะต้องรักษาเสถียรภาพราคายางพารา และเราจะต้องดําเนินการในการที่จะทําให้การบริหารจัดการยางพารามีเอกภาพ เราจะต้อง ดําเนินการในการวิจัยและพัฒนายางพารา อันนี้เป็นเรื่องที่เป็นหัวใจสําคัญ ผมจึงขออนุญาต ที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าอย่างน้อยที่สุดผมก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกที่จะไปเป็น คณะกรรมาธิการครับ เราจะต้องใช้เวลาในการที่จะไปปรึกษาหารือแล้วก็อาจจะ มีความจําเป็นที่จะต้องมาทําประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะผมคิดว่า เราต้องเปิดกว้างให้ตัวแทนของพี่น้องกลุ่มเกษตรกร และพี่น้องจากภาคเอกชนที่มีส่วนร่วม ในเรื่องยางพาราได้เข้ามาในการทํากฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เป็นกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ สูงสุดต่อไป ขอบคุณครับ
ฉบับที่ ๔ นะครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมัยที่แล้วท่านก็เป็นกรรมาธิการด้วยนะครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งมีหลักการและเหตุผลดังนี้นะครับ
โดยที่ยางพาราและผลิตผลจากยางพารามีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ ของประเทศ และของประชากรโลกเป็นอย่างมาก ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออก ยางพาราเป็นอันดับ ๑ ของโลก การปฏิรูประบอบการบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพารา การวิจัยและการพัฒนา การรักษาเสถียรภาพระดับราคายางพารา การดําเนินธุรกิจ และการจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ชาวสวนยางพาราและผู้ประกอบกิจการยางพาราจึงเป็นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยางพารา และผู้ประกอบกิจการยางพาราบนพื้นฐานของสภาพการณ์ที่ตรงต่อความเป็นจริง จําเป็นต้องจัดให้มีองค์กรสําหรับรับผิดชอบและดูแลการบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพารา ของประเทศอย่างครบวงจร มีเอกภาพสามารถดําเนินการไปได้อย่างเป็นอิสระคล่องตัว และใช้ยางพารา ผลิตภัณฑ์ยางพาราให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด สมควรจัดตั้ง การยางแห่งประเทศไทยขึ้นเพื่อทําหน้าที่ส่งเสริมพัฒนากิจการเกี่ยวกับยางพาราของประเทศ จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้
ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ผมตั้งชื่อว่าเป็นพระราชบัญญัติ ป้องกันไฟป่า มีต้นยางพาราอยู่ที่ไหนไฟไม่ไหม้ครับ มันเหมือนปาฏิหาริย์ครับ ที่บ้านผม เวลาเห็นไฟไหม้นี่คือไม่มีสวนยางพารา อันนี้ผมเลยตั้งว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ป้องกันไฟป่า โดยไม่ต้องใช้เงินของกรมป่าไม้หรือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ เป็นพระราชบัญญัติรักษาความชื้นให้กับประเทศไทย เป็นพระราชบัญญัติ สําหรับขายคาร์บอนเครดิต (Carbon credit) วันนี้คนที่มีสวนยางพาราที่หลายร้อยไร่ ก็ได้รับเงินพิเศษคือขายคาร์บอนไดออกไซด์ การแก้การตกงานและการแก้จน นี่คือ ผลประโยชน์ที่คนไทยและประเทศไทยจะได้รับ ท่านประธานครับ ยางพารามันไม่ใช่ของบ้านเรา ถิ่นกําเนิดมันอยู่ลุ่มแม่น้ําอะเมซอนที่อเมริกาใต้โน้นนะครับ แล้วก็นํามาปลูกที่ประเทศมาเลเซีย และต้นยางพาราต้นแรกก็อยู่ที่จังหวัดตรังของท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล นั่นละครับ ต่อมา ก็เอามาปลูกที่ภาคตะวันออก จากภาคตะวันออก จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด ก็เข้าสู่ภาคอีสาน พอเข้าสู่ภาคอีสานพี่น้องชาวอีสานก็เริ่มจะมีเงินใช้เป็นกอบเป็นกํา ท่านประธานครับ เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วผมเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ผมได้มีโอกาสได้ไปตรวจงาน ไปดูงาน ในส่วนของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปที่จังหวัดน่านครับ มีศูนย์วิจัยยางอยู่ที่จังหวัดน่าน ปรากฏว่า ที่จังหวัดน่านนั้นยางพาราได้ผลเป็นอย่างมาก น้ํายางพาราก็เยอะ ปริมาณยางพารา แล้วก็ คุณภาพเป็นที่ ๑ เจ้าหน้าที่ของสถาบันวิจัยยางที่อยู่จังหวัดน่านได้ให้รายงานผมมา ๑ ฉบับ และบอกผมว่าเขาเป็นแค่นักวิจัยไม่มีอํานาจ ไม่มีปัญญาที่จะไปเสนอให้รัฐบาลได้รับการ ส่งเสริมอย่างในภาคเหนือ ผมก็นํารายงานฉบับนั้นไปส่งให้ท่านชูชีพ หาญสวัสดิ์ ซึ่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสมัยนั้นได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ายางพารา ผลผลิตดีที่สุด คุณภาพดีที่สุด และระยะเวลากรีดยางพารา ก็คือ ๘ เดือน ในภาคใต้กรีดได้ ๔ เดือน ทําไมไม่มีการส่งเสริมการปลูกยางพาราในภาคเหนือ ท่านประธานครับ ผมก็ได้มีโอกาส ไปที่สิบสองปันนา ที่ประเทศจีน ปรากฏว่าที่สิบสองปันนามีต้นยางเต็มภูเขาเลยครับ ไปที่ไหนก็มีแต่ต้นยางพารา ผมก็มาแปลกใจว่าทําไมต้นยางพารามันข้ามจากภาคใต้ไปที่ คุนหมิง แล้วจังหวัดเชียงรายหรือภาคเหนือทําไมไม่มีต้นยางพารา ๒ เรื่องนี้ทําให้เกิด การสัมมนาครั้งใหญ่ที่จังหวัดเชียงราย ที่โรงแรมลิตเติ้ลดัก ประธานในที่สัมมนาก็คือ ท่านลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ ในขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้ไปเปิดสัมมนาว่า ทําไมภาคเหนือถึงไม่มีต้นยางพารา เมื่อได้รับคําตอบแล้วก็ทําให้เกิดต้นยางพาราต้นแรก ที่ได้รับการส่งเสริมในภาคเหนือ ท่านประธานครับ กฎกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เขียนไว้ว่ายางพาราสงวนไว้เฉพาะการปลูกในภาคใต้เท่านั้น อันนี้ละครับทําให้ยางพารา ไม่สามารถที่ได้รับการส่งเสริมไปในภาคเหนือ แต่ท่านชูชีพ หาญสวัสดิ์ ท่านก็ได้แก้ไข กฎกระทรวงอันนี้ทําให้มีการส่งเสริมยางพาราในภาคเหนือจนถึงทุกวันนี้ ท่านประธานครับ เราผลิตและส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลกนะครับ วันนี้ต้องรักษาอันดับนี้ไว้ ทําอย่างไร เราจะต้องรักษาความเป็นหนึ่งได้ ข้าวเราก็เสียอันดับไปแล้ว เสียอันดับให้ประเทศเวียดนาม บางทีก็เสียอันดับให้ประเทศอินเดียไป ดังนั้นการที่จะทําให้ยางพาราเป็นพืชอันดับหนึ่ง ของประเทศไทยและของโลกต่อไปนั้นจําเป็นจะต้องดูแลเรื่องการผลิต เรื่องการอุตสาหกรรม เรื่องการตลาดและเรื่องการส่งออก ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้เรายกเลิก พระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องถึง ๘ ฉบับ ดังนั้นสําคัญมากสําหรับความรอบคอบและการจัดการ ที่เราจะต้องพิจารณาในวาระที่สอง และวาระที่สาม คราวที่แล้วก็ได้ไปดูงานถึงประเทศจีน ไปดูตลาด ไปดูอุตสาหกรรมของประเทศจีน ปรากฏว่าวันนี้คนจีนมีปัญหา มีปัญหาว่า มีอุตสาหกรรมเกี่ยวกับยางพาราขนาดใหญ่ในหลายมณฑลต้องใช้ยางพาราปีหนึ่ง หลายล้านตัน แต่ว่าเขาไม่มีต้นยางพารา ดังนั้นวันนี้อุตสาหกรรมยางพาราได้เคลื่อนย้าย จากประเทศจีนมาสู่ภาคอีสาน มาสู่ภาคใต้ มาสู่ภาคเหนือของประเทศไทย ขณะนี้นักลงทุน ของประเทศจีนก็ได้เริ่มติดต่อ แล้วก็จะขอบีโอไอ (BOI) ในการส่งเสริมการลงทุนขนาดใหญ่ เกี่ยวกับยางพารา ท่านประธานครับ การยางแห่งประเทศไทยหรือการยางแห่งชาติเป็นผลดี ที่จะทําให้องค์กรต่าง ๆ ที่ไม่สามัคคีกัน ที่ต่างคนต่างทํา ต่างคนต่างอยู่มาเป็น ๕๐-๖๐ ปีนั้น ได้มาหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวคือสถาบันวิจัยยาง องค์การสวนยาง กองทุนสงเคราะห์สวนยาง เมื่อมารวมเป็นหนึ่งเดียวแล้ว เรื่องของงบประมาณ เรื่องของบุคลากร เรื่องของการขยับ ขับเคลื่อนในการต่อสู้ เรื่องราคา เรื่องกลยุทธ์ในตลาดโลกจะทําให้เราคล่องตัวมากขึ้น เกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกร ผู้ยากไร้ ท่านประธานครับ วันนี้ไม่มีแรงงานที่จะไปรับจ้าง ปรากฏว่าเมื่อฝึกกรีดยางพาราแล้ว รายได้วันหนึ่ง ๓๐๐ บาท ๔๐๐ บาท ๕๐๐ บาท ถึง ๘๐๐ บาทต่อวันต่อคน ทําให้คนที่ไม่มีอันจะกิน ไม่มีที่นอน ไม่มีที่ทํามาหากินก็เป็นคน ที่ลืมตาอ้าปากได้ สามารถมีมอเตอร์ไซค์ขับ สามารถที่จะมีคู่ชีวิตได้ นี่คือประชากรร่วม ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ในประเทศเราได้รับผลประโยชน์ตรงนี้ เรื่องที่สําคัญที่สุดที่เราจะต้องเร่งช่วยเหลือพี่น้อง ชาวสวนยางพาราก็คือ เรื่องของถนนหนทางที่จะเข้าสู่สวนยางพารายากลําบากมากนะครับ เรื่องของไฟฟ้า เรื่องของน้ําประปา ถ้ามี ๓ สิ่งนี้จะทําให้การผลิตยางพาราของประเทศไทย มีประสิทธิภาพ และได้ปริมาณมากขึ้น ท่านประธานครับ ตลาดกลางยางพาราวันนี้รัฐบาล ต้องส่งเสริมให้มากกว่านี้นะครับ ต้องให้ประชาชน ให้สหกรณ์ยางพาราเข้าถึงแหล่งทุน ให้มากขึ้น เพื่อรักษาเสถียรภาพราคา เพื่อซื้อยางพาราเก็บไว้ในสต็อก (Stock) แล้วจําเป็น จะต้องให้แต่ละภูมิภาคมีโกดังเก็บยางพารา อันนั้นรัฐบาลจะต้องช่วยส่งเสริม ช่วยให้เงินกู้ สําหรับพ่อค้าที่จะซื้อยางพาราไปเก็บ ตลาดซื้อขายล่วงหน้าของประเทศไทย วันนี้ตลาดซื้อขายล่วงหน้าของประเทศไทยยังไม่ก้าวหน้านะครับ ดังนั้นขอให้รัฐบาล ท่านยิ่งลักษณ์ช่วยสนับสนุน ส่งเสริมตลาดซื้อขายล่วงหน้ายางพารานะครับ ท่านประธานครับ ประเทศสิงคโปร์ไม่มีต้นยางพารานะครับ ไม่มีการกรีดยางพาราสักต้นเลย แต่ปรากฏว่าประเทศสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางค้ายางพาราของโลก ประเทศญี่ปุ่น ไม่มีต้นยางพาราสักต้นครับ แต่ประเทศญี่ปุ่นก็เป็นอีกตลาดหนึ่งซึ่งเป็นศูนย์กลาง ค้ายางพาราของโลกเหมือนกัน ที่เซี่ยงไฮ้ก็เป็นตลาดศูนย์กลางค้ายางพาราอีกแห่งหนึ่ง ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีวัตถุดิบ อันนี้เรื่องสําคัญ เรามีวัตถุดิบ แต่การซื้อขายล่วงหน้า หรือตลาดกลางยางพาราเรายังไม่ถึงระดับโลก ดังนั้นเมื่อมีพระราชบัญญัติการยาง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... แล้ว เรามีเงินทุน เรามีกองทุน เรามีการเก็บเงินที่จะบํารุงองค์กร ของเรา จะทําให้ความฝันของประเทศไทยที่จะเป็นตลาดกลางยางพาราของโลก สามารถที่จะเกิดขึ้นได้ ท่านประธานครับ สุดท้ายนี้ต้องกราบขอบพระคุณท่านณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ซึ่งเป็นคนเสื้อแดง แต่ไม่ได้คิดว่าเป็นใคร เป็นฝ่ายโน้น ฝ่ายนี้ ได้ผลักดัน หยิบยก เอาพระราชบัญญัติฉบับนี้กลับคืนมาสู่สภาผู้แทนราษฎร และต้องกราบขอบพระคุณ ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งมองการณ์ไกล ได้บอกให้กับสภาว่าต้องเอาพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เข้ามาให้ได้ เพราะพี่น้องเกษตรกรเรียกร้องเหลือเกิน ผมจึงต้องกราบขอบพระคุณทางรัฐบาล ทางท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มา ณ บัดนี้ ขอให้ท่าน เป็นรัฐบาลนาน ๆ ครับ ขอบคุณครับ
เดี๋ยวนะครับ มีท่านสมาชิกมีความประสงค์ที่จะอภิปรายอยู่ประมาณ ๑๔ ท่าน ผมจะขอความกรุณา จะกําหนดเวลาท่านละ ๗ นาทีนะครับ แล้วผมจะลําดับทีละ ๗ ท่านก่อน ท่านจะได้ เตรียมตัวได้นะครับ ท่านแรกจะเป็นท่านเชน เทือกสุบรรณ ท่านที่ ๒ จะเป็นท่านวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ท่านที่ ๓ ชะวรลัทธ์ ชินธรรมมิตร ท่านที่ ๔ ท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ท่านที่ ๕ ท่านวรชัย เหมะ ท่านที่ ๖ ท่านเจะอามิง โตะตาหยง ท่านที่ ๗ คือท่านอนุรักษ์ บุญศล ตามลําดับอย่างนี้ไปก่อน ส่วนท่านอิสสระ สมชัย ท่านอภิชาต ท่านชุมพล ท่านอาคม ท่านวัชระ เพชรทอง ท่านเจือ เดี๋ยวรอผมจะได้เรียงลําดับเป็นตอน ๆ ไปนะครับ เชิญท่านเชน ก่อนนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ ผม เชน เทือกสุบรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมลุกขึ้นมาพูดเพื่อสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ซึ่งรัฐบาลและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีก ๔ ท่านได้ร่วมเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่ได้ถูกนําเสนอต่อสภานี้มาหลายวาระ แล้วก็เป็นที่คาดหวังว่าน่าจะเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีผลบังคับใช้ไปนานแล้วเพื่อจะแก้ไข ปัญหาของพี่น้องประชาชนเกษตรกรชาวสวนยางพารา รวมทั้งพี่น้องประชาชนต่าง ๆ เพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพของยางพารา ขณะเดียวกันก็เพื่อให้การทํางานบูรณาการเข้าด้วยกัน ท่านประธานครับ ว่าที่จริงแล้วผมให้ความสําคัญสําหรับร่างพระราชบัญญัติการยาง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เพราะหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการยางแห่งประเทศไทยที่จะเกิดขึ้น ตามร่างพระราชบัญญัตินี้จะช่วยสนับสนุนให้พี่น้องเกษตรกร ซึ่งโดยเฉพาะวันนี้ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านอาจจะมาพูดเรื่องราคายางพารา ตกต่ําเป็นระยะเวลาที่นานพอสมควร พวกผมก็มีความอดทนที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า ตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดินเป็นเวลา ๘ เดือนเศษ เราก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า รัฐบาลจะได้หยิบฉวยแล้วเข้ามาแก้ไขปัญหาราคายางพาราที่ทยอยตกต่ํามา จากราคา ยางพาราที่เคยสูงสุดเมื่อรัฐบาลที่แล้วซึ่งมีราคายางพาราอยู่ประมาณเกือบ ๑๙๐ บาท ต่อกิโลกรัม ท่านประธานครับ ระยะเวลาเพียงไม่นานเพราะโดยความรู้สึกว่าพี่น้องประชาชน ก็คงไม่กระทบกระเทือนมากนัก เพราะยางพาราในช่วงที่ผ่านมาเป็นราคายางพารา ที่ดีพอสมควร แต่ว่าผมเรียนท่านประธานครับ ผลผลิตยางพาราในประเทศไทยเรา จํานวน ๓,๕๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี ท่านประธานครับ ราคายางพาราที่หายไปวันนี้ก็จะเหลืออยู่ สักประมาณ ๘๐ กว่าบาทเศษ ๆ ราคาที่เป็นน้ํายางพาราดิบ น้ํายางพาราที่คํานวณเป็น ยางพาราแห้งแล้วขายกันที่ศูนย์รับซื้อน้ํายางพาราก็จะอยู่สักประมาณ ๘๐ บาทต้น ๆ หรือ ๘๐ บาท แต่ผมเกรงว่าในวันพรุ่งนี้เป็นต้นไปจะไม่มีราคายางพารา เพราะว่าวันนี้ มีพี่น้องเกษตรกรหลายแห่ง ที่จริงท่านรัฐมนตรีคงทราบดีว่ามีการพยายามที่ประชุม แล้วก็นัดชุมนุมกัน วันนี้ก็มีการชุมนุมที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีกลุ่มพ่อค้า และชาวสวนยางพารา ๒ กลุ่มเข้าไปยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านถึงนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เข้าแก้ไขราคายางพาราที่ตกต่ํา ผมเชื่อว่าถ้าโดยการสื่อสาร ที่ทันสมัยวันนี้ท่านรัฐมนตรีคงมีหนังสือที่ผู้ร้องเรียนได้ร้องเรียนว่าให้รัฐบาลเข้าดําเนินการแก้ไข ถึงมือของท่านเรียบร้อยแล้ว และมีข่าวว่าวันที่ ๑๙ เขาจะมีชุมนุมเพื่อรับคําตอบ พวกผมเอง พยายามประสานเพื่อขอไม่ให้มีเหตุการณ์ที่ลุกลามออกไปอีกในหลาย ๆ จังหวัด เพื่อให้การรับซื้อยางพารา พี่น้องชาวสวนยางพาราจะมีทางออกในเรื่องของยางพารา แต่ผมทราบว่ามีพ่อค้ายางพาราในหลายจังหวัดประกาศที่จะยุติการซื้อยางพาราตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป อันนี้จะเป็นผลกระทบอย่างรุนแรง ผมอยากให้ท่านประธานได้ทราบว่าในจํานวน ยางพารา ๓,๕๐๐,๐๐๐ ตันที่เป็นผลผลิตของยางพาราในประเทศไทย ราคาที่หายไป ประมาณกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ท่านประธานครับ มันจะเป็นเงินถึง ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปีที่เงินเหล่านั้นที่หายไปจากกระเป๋าของชาวสวนยางพาราพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งรายได้ ของประเทศไทย วันนี้ผมดีใจที่รัฐบาลได้หยิบยกร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... กลับเข้ามาสู่การพิจารณาของสภานี้อีกครั้งหนึ่ง ผมจําได้ว่าในสภานี้เราให้ความเห็นชอบ ด้วยกันทั้งสิ้นและร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อีกฉบับหนึ่งซึ่งผมเชื่อว่าวันนี้จะเป็นเอกฉันท์มติ ของสภาแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับพระราชบัญญัติหลายฉบับที่ผ่านไปว่าเรามีความเห็นพ้อง ต้องกันเพราะมันเป็นความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนจริง ๆ โดยเฉพาะเกษตรกร ชาวสวนยางพารา ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าผมมีประเด็นนิดเดียว เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ทุกมาตราก็จะตรงกับร่างพระราชบัญญัติที่เคยเสนอสู่สภานี้ทั้ง ๒ ครั้งที่ผ่านมา กระผมมีประเด็นที่อยากจะฝากเพื่อให้ทางคณะรัฐมนตรีได้พิจารณา โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบ ท่านณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งท่านได้นั่งอยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ด้วย ท่านประธานครับ จากมาตรา ๔๗ ก็ดี เรื่องของการเก็บเงินรวมทั้งกองทุนพัฒนายางพารา ต้องกราบเรียนว่า พี่น้องชาวสวนยางพาราเขาช่วยตัวเองมาตลอดนะครับ เงินที่จะเป็นกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยางก็ดี เงินในเรื่องต่าง ๆ ก็ดี เป็นเงินที่เก็บมาจากชาวสวนยางพาราทั้งสิ้น เงินเซสส์ (CESS) ที่รัฐบาลได้เก็บไว้ ที่หน่วยงานได้เก็บไว้จากค่าธรรมเนียมการส่งออก ค่าธรรมเนียมตามกฎหมายซึ่งเป็นเงินที่หักมาจากราคายางพาราของเกษตรกร ผมแปลกใจ ในมาตรา ๔๗ ที่ว่านี่ ท่านรัฐมนตรีก็คงเห็น ท่านประธานคงเห็นเหมือนพวกเราว่า ขณะที่ราคายางพาราตก วันนี้ถ้ารัฐบาลประสงค์ที่จะให้ราคายางพารามันมีลักษณะ มีภาพพจน์ที่เห็นได้ชัดว่าราคายางพาราที่เปลี่ยนแปลงไปมันกําหนดไว้ในวรรคสองว่า ในกรณีที่มีความจําเป็นรัฐมนตรีอาจจะประกาศกําหนดให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมให้แก่บุคคล ตามวรรคหนึ่งก็ได้ ทันทีครับ ผมว่าการเงินเซสส์ที่เก็บอยู่ประมาณ ๕ บาทขณะนี้จะทําให้ ราคายางพาราในตลาดมันกระเตื้องขึ้นทันที แต่ผมแปลกใจท่านประธาน รัฐบาลยังได้ทํางาน อยู่โดยความคํานึงคล้าย ๆ กับการที่มีผู้ประท้วงเอามันสําปะหลังมาเทอยู่ตามถนน แล้วก็รัฐบาลแทรกแซงที หรือผลผลิตอย่างอื่น ผมไม่อยากเห็นพี่น้องชาวเกษตรกรของผม หรือชาวสวนยางพาราของผมมาทําอย่างนั้นด้วย เพราะเป็นความสูญเสีย สูญเสียทั้งของ ประเทศไทย สูญเสียทั้งเงินในกระเป๋าของเกษตรกรเอง แต่ผมอยากเห็นความสํานึก ของรัฐบาลว่าชาวสวนยางพาราอดทน อดกลั้น และพยายามที่จะให้โอกาสรัฐบาล ได้บริหารประเทศ ได้เข้ามาแก้ไขแทรกแซง แต่ระยะเวลาล่วงเลยมาถึง ๘ เดือน ผมเห็นว่า ค่อนข้างที่จะเพิกเฉย ผมเห็นการแถลงการณ์ของรัฐบาลในกรณีที่ใช้เงินประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เข้าไปแทรกแซงยางพารา โดยซื้อจากองค์กรสถาบันของเกษตรกรต่าง ๆ ผมว่าเป็นความเข้าใจผิดสิ้นเชิงที่รัฐบาลไม่ได้ทราบว่าในตลาดของยางพาราเป็นตลาด ที่เป็นตลาดสากลของระดับโลก เป็นเรื่องของความเคลื่อนไหวในกลุ่มหนึ่ง มันกระทบกระเทือนไปถึงหมดละครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนจริง ๆ ว่าวันนี้ไม่สายที่รัฐบาลจะดําเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อพยุงและยกระดับราคายางพารา ผมไม่ประสงค์ที่จะให้พี่น้องเกษตรกรต้องมาเรียกร้องมาปิดถนน มาดําเนินการอื่น ๆ เพื่อจะทําให้ราคายางพาราของเรามีราคาที่ดีขึ้น เพราะฉะนั้นผมถือโอกาสนี้เป็นข้อสังเกต ที่เรียนท่านประธานผ่านถึงรัฐบาลว่าวันนี้ในสถานการณ์ที่เป็นเรื่องที่ค่อนข้างวิกฤติ ของพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งรีบแก้ไขปัญหาเลยท่าน เพราะว่าวันนี้มีประกาศของ สมาคมพ่อค้ายางพาราแห่งประเทศไทย ประกาศที่จะหยุดการซื้อยางพาราตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นผลกระทบอย่างรุนแรง และพรุ่งนี้ผมคิดว่าไม่แน่ใจว่ามันจะมีอะไร เกิดขึ้นอีก ผมถือโอกาสเรียนผ่านท่านประธานไปถึงทางรัฐบาลด้วย ท่านประธานครับ อีกประการหนึ่งนะครับ เราคอยกันมานานพอสมควร
กระชับหน่อยนะครับ มันเลยเวลาแล้ว
ได้ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากฝากนิดเดียวครับ ยางพาราของประเทศไทยเราส่วนใหญ่เราผลิตแล้วก็เพื่อส่งออก มียางพาราเพียงน้อยนิดที่เราใช้ภายในประเทศ แต่ว่าการพัฒนาของอุตสาหกรรมยาง ในประเทศไทยเราถือว่าด้อยมากจริง ๆ ในการพัฒนา รวมทั้งการศึกษาวิจัยจะเป็น พันธุ์ยางพาราก็ดี ผลิตภัณฑ์ยางพาราที่ไปใช้ประโยชน์ก็ดี เราเคยพูดถึงเรื่องการเอายางพารา มาใช้ในการทําถนนลาดยางในเวลาที่ยางพาราตกต่ําก็ดี หรือการทําฝายยางก็ดี แต่ทั้งหมด เป็นเพียงการทดลองในห้องทดลองแล้วก็ไม่เคยมีเป็นรูปธรรม และที่สามารถที่จะทําให้เกิด ประโยชน์ เอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างจริงจัง ท่านประธานครับผมต้องขอบคุณ ท่านประธานอีกครั้งหนึ่ง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะรีบแก้ไขปัญหาที่พี่น้องประชาชน ชาวสวนยางพาราในภาคใต้กําลังคุกรุ่นอยู่ขณะนี้ครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่านวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ ทําไมจึงต้องสนับสนุน ท่านประธานครับ ก็มาดูสภาพยางพาราในประเทศไทย ในเรื่องต่อไปนี้เป็นพื้นฐานก่อนครับ
ในเรื่องของการผลิตยางพาราในประเทศไทยเราต้องยอมรับความจริงว่า ประเทศไทยเป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกยางพาราธรรมชาตินี่เป็นอันดับ ๑ ของโลกครับ ท่านประธาน ศักยภาพการผลิตยางพาราของไทยประมาณปีละ ๓,๐๒๔ ล้านตันครับ ท่านประธาน คิดเป็น ๑ ใน ๓ ของการผลิตยางพาราของโลก แล้วก็มีอัตราการเพิ่ม อยู่ที่ประมาณ ๕-๘ ต่อปี แล้วก็ผลผลิตข้างต้นนี่ได้จากสวนยางพาราอยู่ประมาณ สถิติวันนี้ ประมาณ ๑๖.๘๙ ล้านไร่ครับท่านประธานที่เคารพ เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ชาวสวน ส่วนใหญ่ในประเทศไทยเป็นชาวสวนขนาดเล็ก ๑๓-๒๕ ไร่ ประมาณ ๙๓ เปอร์เซ็นต์ เป็นชาวสวนขนาดเล็ก แต่ตัวเลขที่น่าสนใจอีกตัวหนึ่งท่านประธานที่เคารพ นั่นก็คือมีคนไทย ร่วม ๖,๐๐๐,๐๐๐ คนอยู่ในอาชีพเป็นเกษตรกรทําสวนยางพาราครับ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์แล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของจํานวนประชากรของประเทศนี้ นี่คือสภาพความเป็นจริงที่ดํารงอยู่ ในขณะนี้ ฉะนั้นวันนี้การที่รัฐบาลได้เสนอ พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เข้ามา ก็ถือว่าต้องขอบคุณและเป็นความรับผิดชอบและตระหนักถึงความสําคัญของเกษตรกร ที่อยู่ในภาคส่วนที่เรียกว่าเป็นชาวสวนยางพาราครับ ท่านประธานครับ มาดูถึงการใช้ การใช้ยางพาราในประเทศไทย เมื่อปี ๒๕๕๓ มีประมาณ ๔๕๘,๖๓๗ เมตริกตัน เพิ่มขึ้น จากปี ๒๕๔๙ เหลือที่จะส่งไปขายต่างประเทศติดอับโลกเช่นเดียวกันครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ยางพาราของเราส่งออกเป็นอันดับ ๑ ของโลก ประเทศไทยเป็นประเทศที่ ส่งออกยางพาราธรรมชาติมากที่สุดในโลกครับ ในปี ๒๕๕๓ ปริมาณการส่งออกยางพารา ของไทยมีทั้งสิ้น ๒,๘๖๖,๔๔๗ เมตริกตัน เพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๔๙ ประเทศไทยถือสัดส่วนอยู่ที่ ๓๙.๖๑ เปอร์เซ็นต์ของการส่งออก ฉะนั้นก็แสดงว่ายางพารามีความสําคัญของเศรษฐกิจ ประเทศไทย และมีความสําคัญของเศรษฐกิจของประชาคมโลก ฉะนั้นผมจึงเห็นด้วย สนับสนุน พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ถือว่ารัฐบาลได้ตระหนักถึงความสําคัญ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมชื่นชมเป็นพิเศษครับท่านประธานที่เคารพ นั่นก็คือการที่ พ.ร.บ. การยาง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ได้ให้ความสําคัญต่องานการวิจัย ต่องานการศึกษา และต่องานการพัฒนา ที่เราเรียกว่าอาร์ แอนด์ดี (R&D) ในบริษัทระดับโลกที่สําคัญ ๆ นี่เขาจะทุ่มเทในเรื่องของอาร์แอนด์ดี คือ รีเซิร์ท แอนด์ ดีวีลอปเม้นท์ (Research and Development) ก็คือการวิจัยพัฒนา ซึ่งประเทศของเราให้ความสําคัญในส่วนนี้น้อยมาก ฉะนั้นวันนี้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีวัตถุประสงค์ชัดเจนที่บัญญัติอยู่ในกฎหมายว่า จะให้ความสําคัญกับงานวิจัยและการพัฒนา ผมคิดว่าสมควรอย่างยิ่งที่จะต้องสนับสนุน กับร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ที่รัฐบาลเสนอเข้ามาเพื่อให้พิจารณา นอกจากนั้น ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ตระหนักถึงความสําคัญของการรักษาเสถียรภาพของ ราคายางพาราครับ เราต้องยอมรับความจริงครับท่านประธาน วันนี้ผมไม่อยากให้เอาประเด็นยางพารามาเป็นประเด็นทางการเมือง ไม่ว่าเรื่องของยางพารา เรื่องของการทํามาหากินของประชาชน ความมั่นคงของประเทศ หรือเรื่องการต่างประเทศ เราต้องยอมรับความจริงก่อนว่ารัฐบาลทุกรัฐบาลไม่มีรัฐบาลไหนที่จะประสงค์ให้ราคายางพารา มันตกต่ําหรอกครับ แต่มันขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัยหลายตัว ถ้าราคายางพาราจะขึ้นมันต้องเป็น ปัจจัยบวกแต่มันก็มีปัจจัยลบอยู่เช่นเดียวกัน แม้แต่ท่านนักการเมืองใหญ่ในภาคใต้ของผม หลาย ๆ ท่านเคยท้อแท้ เคยสิ้นหวังกับราคายางพาราที่ตกต่ําถึงกับเชิญชวนให้ประชาชน ไปปลูกจําปาดะก็ยังเคยมีครับท่านประธานที่เคารพรักครับ ไม่ใช่เป็นความผิดของท่าน แต่มันท้อแท้และสิ้นหวังด้วยสภาพในขณะนั้น ๆ อาจจะไม่เห็นลําแสงที่ปลายอุโมงค์ แต่ถามว่าผิดไหม ไม่ได้ผิดครับ ผมเชื่อไม่ว่านายกรัฐมนตรีท่านใด รัฐมนตรีท่านใดก็ตาม ต้องการให้ราคายางพาราราคาดีทั้งนั้นละครับ เพราะรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ของประชาชนไม่มีรัฐบาลไหนที่บริหารประเทศและประชาชนผิดหวังครับ เพราะรัฐบาล ต้องสร้างความสมหวังให้กับประชาชนทุกรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ เราวิเคราะห์ ราคายางพารากันตรงไปตรงมา ราคายางพาราตลาดกลางยางพาราจังหวัดสงขลา ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ จนถึงกลางปี ๒๕๑๑ เพราะมีแรงหนุนจากอัตรา การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เราเรียกว่าจีดีพีนะครับท่านประธาน ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศจีนมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจถึงร้อยละ ๙ แล้วก็ ปรับตัวลดลงมาในปี ๒๕๕๑ จนถึงปี ๒๕๕๒ อันเนื่องจากวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ํา ในประเทศสหรัฐอเมริกา สิ่งเหล่านี้เป็นตัวแปรอยู่ตลอดเวลา แต่จะอย่างไรก็ตามรัฐบาล ก็ต้องคิดหาวิธีการ กฎหมายรัฐบาลมีหน้าที่ใช้ รัฐสภามีหน้าที่ตราหรือบัญญัติกฎหมาย รัฐบาลก็นําไปใช้ ฉะนั้นการที่รัฐบาลได้นํากฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่สภาให้สภาพิจารณา อันนี้ก็ถือว่าเป็นเจตนาที่จะแก้ปัญหาเรื่องราคายางพาราครับท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้นวันนี้ต้องยอมรับความจริงนะครับท่านประธานว่าการบริหารจัดการของเรา มันยังไม่เป็นเอกภาพ เมื่อได้ดูในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วเห็นชัดเจนว่า วัตถุประสงค์หลักของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็อีกประมาณ ๑ นาที ได้มีวัตถุประสงค์หลักก็คือ ต้องการที่จะวางระบบการบริหารจัดการให้เป็นเอกภาพ วันนี้ประเทศของเราไม่ใช่ผิด กันที่คนครับ ให้ ลด ละ เลิก ในการที่ทําลายล้างกัน เราสร้างความหวังกันให้ประชาชนดีกว่า วันนี้เรามีปัญหาที่ระบบ แล้วร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มุ่งแก้ปัญหาระบบ ต้องการให้การแก้ไขปัญหา ราคายางพาราเป็นระบบและเป็นเอกภาพ ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมสนับสนุน และเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ที่มุ่งแก้ปัญหาระบบครับ ขอบคุณมากครับ
ต่อไป ท่านชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ชะวรลัทธิ์ ชินธรรมมิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรีนะคะ วันนี้ ร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ได้นําเสนอเข้าสภานะคะ โดยมีหลายฉบับร่วมกัน แล้วหลักการก็คือต้องการที่จะใช้กฎหมายที่ว่าด้วย การยางแห่งประเทศไทย ส่วนเหตุผลนั้นแต่ละ พ.ร.บ. ก็คงจะมีไม่ต่างกันเท่าไร โดยเฉพาะ ในการปฏิรูประบบการบริหารจัดการที่เกี่ยวกับยางพารา การวิจัยพัฒนารักษาระดับราคา การสนับสนุนเกษตรกรสวนยางพารา และผู้ประกอบกิจการยางพารา การจัดตั้งการยาง แห่งประเทศไทยครั้งนี้ ดิฉันเองก็ขออวยพรให้สิ่งที่เป็นเหตุผลทั้งหลายนี้ทําให้สําเร็จลุล่วงได้ ท่านประธานที่เคารพไม่ว่าจะมีภารกิจของการยางแห่งประเทศไทยตรงนี้ตั้งแต่ต้นยางพารา น้ํายางพารา ไม้ยางพารา ล้วนแต่ทําเงินได้ทั้งหมด และในขณะเดียวกันที่ไปถึงขณะที่ มีการรีดน้ํายางพาราเมื่อขายยางพาราได้แล้วนี่ยังมีเรื่องของยางพาราก้นถ้วย ก้นถ้วยที่ติดอยู่ ในขอบก้นถ้วยสกปรก สกปรกอย่างนั้นเป็นเศษยางพาราก็ยังทําเงินให้เกษตรกรพี่น้องของเราได้ ในขณะที่ต้นยางพาราเวลานี้ประเทศไทยเองต้องบอกว่าเป็นประเทศที่ส่งออกยางพารา เป็นอันดับ ๑ ของโลก รักษาสัดส่วนด้วยความเรียกว่าเป็นผลผลิตที่ยิ่งใหญ่เป็นอันดับต้นเลย ของโลกนี้ ในขณะปัจจุบันนี้มีเกษตรกรที่เรียกว่าปลูกยางพารากันมาก ขณะเดียวกันก็ไม่ได้จํากัดกันไปเฉพาะภาคใต้ก็มีด้วยกันทั่วประเทศไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน การปรับปรุงหน้าดินต่าง ๆ การขยายพืชผลตรงนี้ก็ทําได้จํานวนเยอะมาก ภาคตะวันออก ก็สามารถผลิตผลยางพาราที่ได้ดีพอสมควร แล้วก็แม้กระทั่งภาคกลางเองจังหวัดกาญจนบุรี หรือจังหวัดราชบุรีที่พื้นที่ดิฉันเองก็ได้มีการเริ่มต้นที่จะปลูกยางพารากันจะไม่มากไม่น้อยก็ได้ เรียกว่าดําเนินการทั่วประเทศ สิ่งที่ยังเป็นกังวลก็คือเกษตรกรที่มีความคิดริเริ่มที่จะปลูก ยางพาราเพื่อใช้เป็นอาชีพของตัวเองก็ยังหาต้นยางที่มีพันธุ์ดีไม่ได้ง่ายนัก และใน ขณะเดียวกันที่เรียกว่าเวลาที่มีการสนับสนุนให้มีการปลูกยางพารามากขึ้นนั้น ต้นยางพาราพันธุ์ดี ๆ ก็จะขาดแคลน แล้วก็จะมีการเรียกว่าสร้างราคาซึ่งเป็นราคาที่สูง เกินมาตรฐานทั่วไป สิ่งตรงนี้ดิฉันเองก็ยังคงจะต้องขอฝากให้ทางรัฐบาลช่วยรับไปด้วย แล้วในขณะที่เรียกว่าการส่งออกยางพาราของประเทศไทยที่มีเป็นลําดับสูงเหลือเกินเวลานี้ เราก็เจอคู่แข่งนะคะ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเวียดนามหรือว่าประเทศจีน ซึ่งมีพื้นที่เรียกว่า พื้นดินที่จะสามารถอํานวยการปลูกยางพาราได้มากมายก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวทีเดียว ประเทศไทยยังคงรักษาแชมป์ได้ดีพอสมควรแต่ว่าคู่แข่งก็ดําเนินการปลูกได้ไม่น้อย ในขณะที่ การปลูกยางพารานั้นจะต้องใช้เวลาตั้งแต่เริ่มต้นไม่ได้ต่ํากว่า ๕ ปี ถึง ๗ ปี ถึงจะเริ่ม กรีดน้ํายางพาราได้ แล้วก็จะเห็นได้ว่ายางพารา ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ในอดีตที่ผ่านมา เรียกว่า การพัฒนาซึ่งเกษตรกรให้ความสนใจได้ปลูกกันจํานวน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ตอนนี้เริ่ม กรีดได้แล้วนะคะ แล้วก็ทําให้ชีวิตของเกษตรกรดีขึ้น ในสมัยเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนี้ราคา น้ํายางพาราหรือยางพาราแผ่นรมควันก็ดีได้ดําเนินการเรียกว่าทําราคาให้สูงขึ้นได้ ไปถึงที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดว่าถึงเกือบ ๒๐๐ บาท นั่นเป็นเรื่องจริง ในขณะที่ในอดีต ดิฉันเองได้ดํารงตําแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มา ราคายางพาราตอนนั้นไปถึงเกือบ ๒๐๐ บาทจริง ๆ ดีดมาตั้งแต่ยังไม่ถึง ๑๐๐ บาท ในขณะที่วันนี้ระดับราคายางพาราประมาณ ๘๐ กว่าบาทปลาย ๆ ไล่กันมาจนถึง ๙๐ บาท ระยะนั้นทําได้ ในขณะที่ก็ตั้งองค์กรที่จะดูแลแล้วก็แทรกแซงการควบคุมราคายางพารา ดิฉันก็ขอฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านนั่งอยู่ตรงนี้ว่ายุคนั้นเป็นยุคที่ราคายางพาราไปได้โด่ง ยุคนี้ก็ขอร้องท่านให้ช่วยทํา ราคายางพาราให้อย่างน้อยใกล้เคียงเพื่อรักษาเสถียรภาพสําหรับราคายางพาราที่ พ.ร.บ. แห่งนี้กําลังจะคลอดออกมานะคะ แล้วก็สิ่งที่เป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งก็คือเรียกว่า ยางพาราแผ่นรมควันนี้ต้องบอกว่าประเทศไทยนี่ส่งออกเป็นรายใหญ่ที่สุดของประเทศ แล้วก็ มีโรงอบยางพาราที่นับวันจะขยายขึ้นเรื่อย ๆ ก็ขอฝากรัฐบาลให้ช่วยดูแลโรงอบยางพาราตรงนี้ ดูให้น้ําหนักและสัดส่วนได้เปรียบเทียบกันแล้วกับผลิตผลที่ออกมาให้ได้มีความสมดุลด้วย
ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่คงจะต้องขอฝากไว้แม้ว่าประเทศเราจะเป็นประเทศที่ส่ง ยางพาราออกมากที่สุด ใหญ่ที่สุดลําดับ ๑ ของโลก แต่ในขณะเดียวกันเราส่งออกเป็น ในสัดส่วนของเรื่องน้ํายางพารานี่เยอะ แล้วก็เรื่องยางแผ่นรมควันนี่ก็มาก แต่ขณะที่ท่าน ทั้งหลายจะได้เห็นว่าผลิตภัณฑ์การใช้ยางพารานี่มักจะเห็นในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเป็นของสําเร็จรูป เห็นง่าย ๆ ยกตัวอย่างก็คือยางรถยนต์ซึ่งเปรียบเทียบว่าถ้าเกิดว่าเป็นยางแผ่นรมควันกับ ยางรถยนต์นั้นวันนี้บอกว่ากิโลกรัมละเท่าไร กิโลกรัมละเกือบ ๑๐๐ บาท แต่ขณะที่เรียกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ออกมานั้นยางรถยนต์เส้นหนึ่งราคาหลายพันบาท ประเทศไทยสิ่งที่ยังขาดอยู่ ณ เวลานี้ก็คือการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากวัตถุดิบไปถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นเรื่องของสําเร็จรูป เพื่อที่จะใช้ในกิจการต่าง ๆ ตรงนี้ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลด้วย เพราะว่าเป็น การเพิ่มมูลค่า เพราะประเทศไทยตระหนักดีกับการส่งออกวัตถุดิบต่าง ๆ แต่ว่าเมื่อแปรรูป แล้วนี่ราคาเพิ่มเติมเป็นร้อยเป็นพันเท่า ซึ่งจะทําให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศสูงขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ถ้าเรามีการพัฒนาปรับปรุงในด้านนี้ แล้วโครงสร้างของประเทศเองนี่ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเกษตรกรรายย่อย ซึ่งจริง ๆ แล้วความสําคัญตรงนี้ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะว่าเรื่องของสัดส่วนของการปลูกยางพาราที่เพิ่มขึ้นและใช้เวลายาวนาน ๕ ปีถึง ๗ ปี กว่าจะกรีดได้ แต่ก่อนนี้พี่น้องเกษตรกรอาจจะเป็นชาวอีสานต้องไปรับจ้างกรีดยางพารา ที่ภาคใต้ แล้วก็ได้ราคาค่าแรงเป็นรายวัน ในขณะที่การกรีดยางพารานั้นต้องใช้วิชาชีพพอสมควร เนื่องจากมันจะไม่ใช่อาชีพปกติ เพราะว่ากรีดยางพารานั้นจะต้องตื่นมาตอนตีสอง ตีสาม น้ํายางพาราถึงจะออก ไหลได้ดี ปัจจุบันเกษตรกรสามารถกลับบ้านได้ แล้วก็สามารถที่จะมีไร่หรือว่ามีส่วนตัวที่สามารถจะ ปลูกยางพาราได้ ก็ขอฝาก เรียกว่าชีวิตเกษตรกรเป็นรูปแบบที่ทางรัฐบาล กระทรวงเกษตร และสหกรณ์จะต้องให้ความสําคัญตรงนี้ด้วย สําหรับเงินที่ส่งออกที่เราเรียกว่าค่าธรรมเนียม หรือเงินเซสส์นะคะ ดิฉันเองอยากฝากไว้ว่าเงินตรงนี้ถ้าเป็นไปได้ขอให้ความสําคัญกับสิ่งที่จะ เรียกว่าย้อนกลับมาสู่ชีวิตของพี่น้องเกษตรกรตรงนี้มากกว่าที่จะไปทําการก่อสร้าง อะไรต่าง ๆ ที่จะทําให้เป็นสิ่งสําเร็จรูป เพราะว่าเกษตรกรยังคงเป็นพื้นฐานสําหรับ เรื่องการปลูกยางพาราตรงนี้ค่ะ และองค์กรกลางที่จะเกิดขึ้นเพื่อดูแลอุตสาหกรรมหรือดูแล กิจการที่รัฐบาลได้สร้างขึ้นนั่นก็คือการยางแห่งประเทศไทยฉบับนี้จะมีองค์กรกลาง ที่จะต้องดูแล ดิฉันก็ขออวยพรให้งานชิ้นนี้สําเร็จลุล่วงได้ เพราะท่านได้ยกเลิก พระราชบัญญัติไปถึง ๘ พ.ร.บ. ด้วยกันนะคะ ที่จะรวมตัวกันให้เป็นแค่เหลือเพียง ๑ เท่านั้น เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ขอให้ทางรัฐบาลช่วย เรียกว่าฝากไปยังท่านรัฐมนตรีให้ดูแลกัน อย่างใกล้ชิดว่าองค์กรนี้ที่เกิดขึ้นมีเงินที่จะเข้าสู่องค์กรนั้นจํานวนมากเพราะรวมอยู่ เป็นแห่งเดียวกัน เพราะฉะนั้นขอความโปร่งใสนะคะ และช่วยกําจัดการทุจริตในองค์กร ที่ใหญ่ ๆ แล้วก็เงินมาก ๆ ในส่วนงานตรงนี้ด้วย ก็ขอให้งานชิ้นนี้สําเร็จและทําลุล่วง ได้อย่างมีประสิทธิภาพสมอย่างที่เกษตรกรรอคอยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ
เชิญท่านสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล ครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๔๔ ล่ะครับที่จังหวัดตรัง ยางพาราต้นแรก จนกระทั่ง ๑๐๐ กว่าปีนี้ อย่างน้อยทําให้เศรษฐกิจของประเทศ พี่น้องประชาชนชาวไทยมีชีวิต ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นด้วยยางพารา ท่านประธานครับ หลายคนบอกว่ายางพาราทําท่า จะเป็นพืชทางการเมืองครับ รัฐบาลใดก็แล้วแต่ที่สามารถทําให้ราคายางพาราสูงจะได้รับ ความนิยมจากพี่น้องประชาชน เดิมเขาก็บอกว่าทําไมพรรคประชาธิปัตย์ได้ผู้แทนราษฎร จากภาคใต้มาเยอะ สาเหตุหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าพี่น้องชาวภาคใต้จะปลูกยางพาราโดยส่วนใหญ่ ท่านประธานครับ แต่ในจํานวน ๑๘ ล้านไร่วันนี้ไม่เพียงแค่ภาคใต้แล้วครับ ไปกันทั่วประเทศแล้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บ้านท่านประธานครับ แน่นอนนโยบายจากพรรคประชาธิปัตย์ ทั้งนั้นละครับ ตั้งแต่สมัยท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ไปขยายพื้นที่การปลูกยางพาราริมแม่น้ําโขงครับท่านประธาน หลังจากนั้น ยางพาราก็เริ่มเป็นพืชเศรษฐกิจให้กับพี่น้องทั่วทั้งประเทศ วันนี้ก็ไปถึงภาคเหนือ เนื่องจาก สภาพภูมิอากาศที่เหมาะสําหรับการปลูกยางพารา ท่านประธานครับ กฎหมายยางพาราฉบับนี้ ฉบับที่แล้วท่านประธานกับผมก็เป็นคณะกรรมาธิการร่วมกัน เป็นความแปลกนะครับ ผมอยากเรียนว่ากฎหมายการเอาองค์กรยางทั้งหลายมารวมกัน เริ่ม ๆ มาก็ตั้งแต่สมัย ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณโน่นล่ะครับ เอา พ.ร.บ. การยางเข้ามา ถูกปฏิวัติเลยครับ กฎหมายไม่ทันทําเสร็จ ฉบับที่ ๒ ในสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ท่านก็ยุบสภาเนื่องจาก มันมีปัญหาทางด้านการเมือง เนื่องจากมีการก่อกวน มีการประท้วงกันอยู่ด้านนอกนะครับ กฎหมายฉบับนี้สมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์นําเข้ามา ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนวันนี้ ที่เกี่ยวข้องกับยางพารา ที่หลายท่านบอกว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน ผมบอกว่ามีจํานวน มากกว่านั้น เพราะว่าเป็นธุรกิจที่ต่อเนื่อง ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนคงรอว่าราคายางพารา น่าจะดีดตัวสูงขึ้น ๑๐๐ กว่าบาทแน่นอน รัฐบาลเข้ามา ผมให้โอกาสนะครับ วันที่ ๒๓ สิงหาคม ที่ท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์เข้ามา ท่านประธานจําได้นะครับ ราคายางพารา วันนั้น ๑๒๐ บาท จากเดือนสิงหาคมจนถึงวันนี้ครับ ราคายางพาราลงต่ําจนกระทั่งต่ํากว่า ๑๐๐ บาทครับ เป็นสิ่งที่ทุกคนกลัว หลายคนที่เป็นรัฐมนตรีเข้ามาก็บอกว่ารอสักครู่ เดี๋ยวราคายางพาราจะขึ้นมา ๑๒๐ บาท เราไม่ได้คาดหวังเหมือนสมัยท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์หรอกครับว่าราคายางขึ้นไป ๑๘๐ บาท ๑๙๐ บาท ไม่ได้คาดหวังละครับ แต่กําลังหวังว่าแค่ ๑๒๐ บาท ตามที่รัฐมนตรี ทั้งหลายได้ประกาศไว้ ขอเถอะครับอย่าดีแต่โม้ วันนี้ถ้าเกิดท่านสามารถเอากฎหมายฉบับนี้ เข้ามาแล้วทําให้ราคายางพาราดีขึ้นเราจะชื่นชมท่าน แต่แน่นอนครับการออกกฎหมาย มันไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาเรื่องราคายางพาราได้ทั้งหมด แต่ก็คิดว่ามันน่าจะดีขึ้น แต่ถ้าเกิดท่านเอากฎหมายฉบับนี้เข้ามาเพื่อทางการเมืองนะครับท่านประธาน ผมบอกแล้วว่า กฎหมายฉบับนี้มันมีบางอย่างซ่อนอยู่ครับ และโดยเฉพาะสิ่งที่ซ่อนก็คือเรื่องของเงิน เพื่อจะไปทําประชานิยม ท่านประธานครับ พี่น้องชาวสวนยางพาราของผมมันเป็นเกษตรกร ชนิดเดียวละครับ ก็คือยางพารา ที่พี่น้องกรีดยางพารา ตัดยางพาราเสร็จแล้วเอาไปขาย เวลาจะส่งออกเขาเก็บเงินภาษีท่านประธานก็คงทราบ เขาเรียกกันว่าเงินเซสส์ ถ้าราคา ยางพาราเกิน ๑๐๐ กว่าบาทต่อกิโลกรัม ก็เก็บไว้ ๕ บาท วันนี้ประเทศไทยส่งออกยางพารา ประมาณ ๓,๐๐๐,๐๐๐ ตันต่อปี ท่านครับเอา ๕ คูณไปจะได้เงินเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ เดิมเงินเซสส์ในทุกรัฐบาลที่ผ่านมาเขาเอามาไว้สําหรับให้ สกย. หรือสํานักงานสงเคราะห์การทําสวนยางไว้ร้อยละ ๑๐ เพื่อเอาไปบริหารจัดการ ให้ร้อยละ ๕ ไปสําหรับการวิจัยเรื่องยางพารา ท่านประธานก็คงทราบตั้งแต่ปี ๒๔๔๔ ยางพาราสมัยนั้น ผลผลิตมันต่ํา ต่อไร่มันได้ ๑๐๐ กว่ากิโลกรัมต่อไร่ต่อปีแค่นั้นเอง วันนี้สํานักงานวิจัยการยาง เขาก็ไปพัฒนาพันธุ์ยางจนกระทั่งยางพาราขณะนี้เราได้ผลผลิตสูงที่สุด ๒๐๐ กว่ากิโลกรัม ต่อกรัมต่อไร่ ท่านประธานครับ อีก ๘๕ เปอร์เซ็นต์เขาไปไหนครับ เขาเอาไว้คืนกับเกษตรกร เช่นเดียวกัน หมายถึงว่าถ้าเกิดวันใดก็แล้วแต่ที่สวนยางพาราของเรายางพาราแก่แล้ว เช่น อายุ ๒๕ ปีขึ้นไปผลผลิตมันไม่ค่อยดีแล้วเขาก็ให้โค่นเสีย พอโค่นแล้วท่านประธานครับ ๖-๗ ปีมันก็จะไม่มีรายได้ตรงนี้ เป็นอย่างไรครับ ผลผลิตมันก็น้อยลง ผลผลิตมวลรวม ของประเทศ แต่วันนี้ทําท่าว่ากองทุนดังกล่าวท่านจะเอาไว้สําหรับการปลูกใหม่เพื่อขยาย พื้นที่ปลูก ท่านประธานครับ ผมบอกนะครับว่าราคายางพาราอยู่ที่ผลผลิตกับความต้องการ วันนี้การผลิตยางพาราเพิ่มขึ้นร้อยละ ๕.๕ นะครับ แต่ในขณะที่ความต้องการใช้ยางพารา เพิ่มเพียงแค่ร้อยละ ๑.๔ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นถ้าเกิดท่านยิ่งเพิ่มขยายพื้นที่ปลูก เพื่อประชานิยมสุดท้ายชาวสวนยางพาราจะเดือดร้อนเอง และนี่เป็นเงินของเกษตรกร และผมเรียนท่านรัฐมนตรีแล้วก็ทุกท่านนะครับว่าราคายางพาราตก ๑ บาท เป็นเงินของ เกษตรกรหายไป ๓,๐๐๐ ล้านบาทครับ วันนี้ท่านทําราคายางพาราตกมาตั้งแต่ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ ๑๐๐ บาท เงินพี่น้องเกษตรกรหายไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ท่านประธาน ปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือเงินประชาชนทั้งนั้น และสุดท้ายครับ ท่านประธานขออนุญาตเรียนพี่ชายนิดหนึ่งเนื่องจากเมื่อสักครู่ได้ปราศรัยว่าอาจจะมี นายกรัฐมนตรีบางท่านไปปลูกจําปาดะ ไปปลูกขนุน ผมเรียนท่านประธานครับว่าสมัยก่อน เวลาเราสงเคราะห์การทําสวนยาง สกย. เขาจะให้โค่นไม้ยืนต้นทั้งหมดนะครับจึงจะให้ทุนไป ตอนนี้เขาให้ทุนไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาท ต้องโค่นหมด พี่น้องชาวสวนยางพาราบ้านผมก็คือ มีแต่ต้นยางพารา ถามว่าจะเอาอะไรกินถ้าเกิดกรณียางพารามันไม่มีราคาหรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีสมัยนั้นนะครับ ผมขอเรียนว่าท่านชวน หลีกภัย ท่านก็แนะนําว่า พี่น้องประชาชนมันมีที่หัวไร่ปลายนา ริม ๆ แดน พยายามลงพืชที่มันกินได้ไม่ว่าจะเป็น มะม่วง จําปาดะ ขนุน ทุเรียน ทําให้เกิดประโยชน์เป็นคล้าย ๆ เหมือนสวนผสม ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าบางทีพี่อาจจะเอาไปให้ร้ายบนเวทีด้านนอก แต่วันนี้เอามาพูดในสภาผมถือว่าเป็นการกล่าวเท็จในสภา ก็ขออนุญาตได้กราบเรียน พี่น้องประชาชนว่านี่คือเป็นความปรารถนาดีของอดีตท่านนายกรัฐมนตรีต่อพี่น้องประชาชน ก็ขออนุญาตขอบคุณท่านประธานมากครับ
ต่อไป ท่านวรชัย เหมะ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วรชัย เหมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ท่านประธานสภาครับ ยางพารานั้นเป็นพืชเศรษฐกิจ ในยุคก่อนปี ๒๕๔๐ มีไม่ถึง ๑๐ ล้านไร่ มีเฉพาะจังหวัดภาคใต้ครับ แล้วก็ต่อมาหลังจากรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ก็มีความเห็นว่า ยางพารานั้นน่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจ น่าจะเป็นพืชที่ปลูกได้ภายในประเทศทุกจังหวัด ก็ให้มีการส่งเสริมปลูกยางพาราทั่วทุกภาคในประเทศไทย จนยางพาราในประเทศไทยวันนี้ มีทั้งหมด ๑๘ ล้านกว่าไร่ เพราะฉะนั้นจากการที่มียางพาราเพิ่มขึ้นปริมาณที่ปลูกทั้งหมด ๑๘ ล้านกว่าไร่ ภาคอีสานมี ๓,๓๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ รองลงมาเป็นอันดับ ๒ ภาคใต้มีมากที่สุด ๑๑,๗๐๐,๐๐๐ กว่าไร่ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสามารถนํายางพาราเข้ามาในการ นําเงินตราต่างประเทศเข้ามา ท่านประธานทราบไหมครับว่าตลาดยางพารานั้น ตัวกําหนดราคาไม่ได้อยู่ในประเทศไทย วันนี้เราต้องยอมรับว่าปัจจัยภายนอกเป็นตัวกําหนด ราคายางพารา เราจะเห็นว่าวันนี้มีตลาดกลางที่ซื้อขายล่วงหน้าในประเทศญี่ปุ่นที่เขาเรียกว่า ทีอาร์อี (TRE) และในตลาดเซี่ยงไฮ้มีการปั่นราคายางพาราขึ้นลง อยู่ที่ตลาดกลางซื้อขาย ล่วงหน้า เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะเห็นว่าการส่งออกยางพาราของประเทศไทยนั้น มีหลายประเทศ ประเทศที่รับซื้อยางพารามากที่สุด ในสมัยปี ๒๕๓๖ คือประเทศญี่ปุ่น ที่ ๒ ประเทศจีน ประเทศที่ ๓ คือประเทศสหรัฐอเมริกา พอมาปี ๒๕๕๐ ประเทศจีน สามารถนําเข้ามากกว่าเพื่อน จนถึงปี ๒๕๕๔ ประเทศจีนนําเข้ายางพาราถึง ๑,๒๗๔,๐๐๐ กว่าตัน นําเข้ามากกว่าประเทศญี่ปุ่น ประเทศญี่ปุ่นนําเข้าแค่ ๓๓๓,๖๖๙ ตัน เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะเห็นว่าการนําเข้าของประเทศจีนเป็นอันดับหนึ่ง เราจะเห็นว่า ในขณะที่เศรษฐกิจของโลกวันนี้เราก็เป็นที่ทราบครับว่า วิกฤติเศรษฐกิจในยุโรปมีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นความเชื่อมั่นในการผลิตสินค้าที่นําวัตถุดิบคือยางพารามาผลิตนั้น ราคาจึงไม่สามารถที่จะขึ้นได้ครับ วันนี้ตลาดกลางที่ประเทศญี่ปุ่นราคาอยู่ที่ ๑๐๓ บาท นี่คือตลาดกลางของโลกในวันนี้ ท่านคงเห็นว่าในยุคก่อนปี ๒๕๔๐ นั้น ยางพาราในประเทศไทย กิโลกรัมหนึ่งเท่าไร ท่านทราบไหมครับ ๒๐ บาทในสมัยนั้น เพราะอะไรครับ ราคายางพารา ในสมัยนั้นราคาที่ถูกเพราะอะไรครับ เพราะมีบริษัทผูกขาดซื้อแค่ ๓-๔ บริษัทครับ เพราะฉะนั้นจึงมีฮั้วราคากัน ฮั้วซื้อครับ ทําให้ยางพาราราคาถูกกดราคาเกษตรกรอยู่ที่ ๒๐ บาท และรัฐบาลในยุคนั้นวิธีแก้ปัญหาก็คือการแทรกแซงราคายางพารา โดยรัฐบาล ลงไปซื้อเองครับ แล้วเกษตรกรเอาไปขายในราคาที่แทรกแซง ในราคากิโลกรัมละ ๒๐ บาท ปัญหาตามมาก็คือว่าพ่อค้าเอาเปรียบ องค์กรสวนยางตอนนั้นเอาเปรียบครับ เกษตรกร เอามาขายท่านประธานครับ มีปัญหาเรื่องเชื้อรา ความชื้น มีการตุกติกในการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรของ กองทุนสวนยางในยุคนั้น ทําให้เกษตรกรลําบากครับ ต้องไปขายพ่อค้าที่รับซื้อในราคาถูก ในราคาที่ ๔๘ บาท ผลที่สุดพ่อค้าเหล่านั้นก็เอาไปขายกับกองทุนสวนยางในราคาที่ ๒๐ บาทครับ ผลที่สุดคนที่เสียโอกาสคือเกษตรกร หลังจากนั้นท่านทราบไหมครับว่า เขาเอาไปทําอะไร ก็เอาไปเข้าโรงรมในราคาต้นทุน ๓ บาท ผลที่สุดต้นทุนยางพาราในยุคนั้น เท่าไร ท่านทราบไหมครับ ๒๓ บาท แล้วผลที่สุดพ่อค้ายักษ์ใหญ่ ๓-๔ บริษัท ท่านทราบ ไหมครับว่าสบายเลยครับ ไปซื้อจากกองทุนสวนยางหรือรัฐบาลในสมัยนั้นในราคา ๑๙ บาท ทั้ง ๆ ที่ต้นทุนทั้งหมดของรัฐบาลในยุคนั้น ๒๓ บาท ไปขายในราคา ๑๙ บาท รวยเละเลย นี่คือสภาพที่เกิดขึ้นจากสภาพในปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๑ เหตุการณ์อย่างนั้นผมอยู่ในยุคนั้น ผมรู้ดีครับ นี่คือเรื่องจริงผมไม่ได้เอาเรื่องเท็จมาพูดเลยแม้แต่นิดเดียว นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นวันนี้ราคายางอยู่ที่ตลาดผู้รับซื้อในประเทศไทย พ่อค้าซื้อในราคาที่ ๙๐ บาท ในขณะนี้ ตอนนี้ด้วยครับ ตอนนี้มีคนซื้ออยู่ที่ราคา ๙๐ บาท แล้วท่านทราบไหมครับว่า มีพ่อค้าซื้อยางพาราซื้อแค่ไม่กี่ร้านเองในปักษ์ใต้ครับ ผมได้ข่าวว่ามีการสั่งให้ปิด ขอร้องกัน บอกว่าให้หยุดรับซื้อยางพาราในวันนี้ทั่วปักษ์ใต้ครับ มีการออกหนังสือเวียนไปที่พ่อค้า เกือบทุกร้าน ขอร้องว่าหยุดซื้อครับ แล้วในวันที่ ๑๙ จะมีการชุมนุมของชาวสวนยางพารา ที่โคออฟจังหวัดสุราษฎร์ธานีเรื่องราคายางพาราครับ ยุให้ชาวสวนยางพาราออกมาประท้วง เรื่องนี้ครับ อาจจะมีการปิดถนนในวันที่ ๑๙ ก็ขอร้องกันเถอะครับว่าสถานการณ์วันนี้ มันเป็นเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ เพราะว่า ๙๐ บาท ชาวสวนยางพารา อยู่ได้อย่างแน่นอนครับท่านประธาน
อยากจะให้ท่านพูดให้จบ เดี๋ยวท่านชินวรณ์ค่อยต่อ
อย่าเพิ่งประท้วงได้ไหมครับ อีกนิดเดียวครับ
ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวเชิญผู้ประท้วง
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จริง ๆ ผมไม่อยากประท้วง แต่ว่าผู้อภิปรายกําลังกล่าวถ้อยคําอันเป็นเท็จ ทําให้พี่น้อง พ่อค้ายางพาราท้องถิ่นในภาคใต้เสียหาย ซึ่งกําลังฟังรายการวิทยุอยู่ว่ามีการ ออกหนังสือเวียนให้พ่อค้าไม่รับซื้อยางพารา ซึ่งเป็นการกล่าวคําเท็จในสภาครับ เพราะว่า พ่อค้ายางพาราเขาไม่สามารถที่จะซื้อในราคาที่สูงกว่าราคาตลาดได้ และที่สําคัญก็คือว่า รัฐบาลไปประกาศเองว่ากิโลกรัม
คืออย่างนี้ท่านชินวรณ์จะประท้วงเรื่องไหนครับ
ผมประท้วงว่าผู้อภิปราย กล่าวถ้อยคําอันเป็นเท็จทําให้ผู้อื่นเสียหาย ๒ ประเด็น ประเด็นแรกก็คือไปบอกว่า พ่อค้าท้องถิ่นได้ออกหนังสือเวียนเพื่อไม่ให้มีการรับซื้อยางพาราอันนี้เป็นเท็จแน่นอน เพราะว่าพี่น้องพ่อค้าท้องถิ่นในภาคใต้เป็นอาชีพที่สุจริตแล้วก็ทําอย่างตรงไปตรงมา
ประเด็นเดียวใช่ไหมครับ
ประเด็นที่ ๒ ครับ ประเด็นที่ ๒ คือท่านพูดนอกจากเท็จแล้วก็กลับกันเองด้วย ท่านบอกว่าในยุคปี ๒๕๔๑ ปี ๒๕๔๐ นั้น มีการแทรกแซงแล้วก็มีการซื้อในราคาที่ต่ํากว่าราคาท้องตลาด ซึ่งไม่จริงครับ จริง ๆ นั้น ก็คือว่าจะมีคณะกรรมการในการกําหนดราคายางพารา
คืออย่างนี้ ท่านประท้วงก็ประท้วงก่อนนะครับ อันนี้ท่านพยายามจะชี้แจง ผมให้ท่าน ประท้วงก่อนครับ
ก็ท่านประธานถามผมว่า ประท้วงเรื่องอะไร ผมกําลังจะชี้แจงว่าที่เขาพูดไม่จริงคืออะไร แล้วท่านประธานจะอนุญาต ไหมครับ
คืออย่างนี้เดี๋ยวท่านนั่งลงก่อนครับ คือประท้วงมันต้องประท้วงผู้อภิปรายว่าผิดข้อบังคับ เรื่องอะไร ท่านกําลังประท้วงว่าผู้อภิปรายกล่าวไม่ตรงความจริง ซึ่งมันไม่ปรากฏในข้อบังคับ ข้อเท็จจริงมันยังไม่ปรากฏว่า ผมนั่งฟังอยู่นี่นะครับ เขาก็บอกว่าจะมีการชักชวนหรือเชิญชวน ไม่ให้มีการซื้อยางพารา ทีนี้ข้อเท็จจริงผมก็ยังไม่ทราบเหมือนกัน เพียงแต่เขาเข้าใจอย่างนี้ ฉะนั้นประเด็นมันจึงไม่ได้อยู่ที่ประเด็นประท้วง ถ้าท่านใช้สิทธิพาดพิง มันก็ไม่ได้ถึงท่าน อันนี้ ผมวินิจฉัยนะครับ เชิญต่อ
ท่านประธานครับ ผมขอประท้วง ที่ผู้อภิปรายกล่าวถ้อยคําอันเป็นเท็จในสภา
ก็ผมวินิจฉัยแล้วอย่างไรครับว่า ขณะนี้ข้อเท็จจริง อันนี้เป็นความเข้าใจของผู้อภิปราย
ก็ท่านประธานบอกผมว่า ท่านประธานไม่ทราบข้อเท็จจริง ผมกําลังจะอธิบายว่าเขากล่าวถ้อยคําอันเป็นเท็จ ๒ ประเด็น
ก็ความไม่จริง มันยังไม่ทราบอย่างไรท่านครับ
เพราะผมยังอธิบายไม่จบเลย ท่านประธานฟังผมให้จบก่อนสิครับว่า ที่ผมประท้วงด้วยเหตุผลอะไร เหตุผลแรก คือเขากล่าวหาว่าพ่อค้าท้องถิ่นในภาคใต้ออกหนังสือเวียนกันว่าไม่รับซื้อ อันนี้เป็นเท็จ นะครับ วันนี้ยังมีการรับซื้อตามปกติ
ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวผมถามท่านชินวรณ์ ไม่อย่างนั้นผมจะวินิจฉัยไม่ได้ ถ้าท่านประท้วงแล้วก็ท่านไปบอกว่า มันเป็นเท็จ คือผู้อภิปรายผิดข้อบังคับข้อไหนก่อนครับ ผมจะได้วินิจฉัยตามข้อบังคับนั้นได้
ท่านประธานครับ ผู้อภิปราย ผิดข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ครับ ใส่ร้ายและกล่าวถ้อยคําอันเป็นเท็จในสภา ประเด็นแรก ผมไม่ทบทวนแล้วนะครับ เอาประเด็นที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าไปกําหนดราคากลางในกิโลกรัมละ ๑๙ บาท และมาซื้อในราคาที่ขาดทุนนั้นเป็นเท็จ เพราะว่าการกําหนดราคากลางนั้น เขากําหนดราคาจาก ๓ ตลาดครับ คือจากตลาดไซคอม (SICOM) จากตลาดโตคอม (TOCOM) และตลาดกลางหาดใหญ่ คือจากตลาดกลางของประเทศสิงคโปร์ ของประเทศญี่ปุ่น และของอําเภอหาดใหญ่ จึงจะมากําหนดราคากลาง และต้องประกาศโดยกรมวิชาการ เพราะฉะนั้นถ้อยคําดังกล่าวนั้นเป็นเท็จ แต่ผมไม่ให้ถอนหรอกครับ เพราะโดยปกติ ผมก็ไม่เชื่อถืออยู่แล้ว ขอบคุณครับ
คืออย่างนี้นะครับ ผมฟังผู้อภิปราย เขากําลังลําดับเหตุการณ์ข้อเปรียบเทียบกันขึ้นมาว่า ในสมัย ปี ๒๕๔๐ มีการซื้อยางพารา ท่านอธิบายไม่ทั้งหมดก็คือยางพาราชั้น ๓ ของท่าน รัฐบาลซื้อในขณะนั้นราคา ๒๓ บาทต่อกิโลกรัม แล้วก็มาที่กองทุนก็ซื้อจากพ่อค้าราคา ๑๙ บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้นเอง ท่านเปรียบเทียบให้เห็น ซึ่งไม่เป็นอย่างที่ ผมนั่งฟัง อยู่ในประเด็นนี้นะครับ ฉะนั้นเชิญท่านสรุป หมดเวลาแล้วนะครับ เชิญท่านสรุป ท่านอื่น รออภิปรายอยู่
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรชัย เหมะ พรรคเพื่อไทย จังหวัดสมุทรปราการ ผมนั้นในการอภิปราย ผมต้องการช่วยเหลือ เกษตรกรครับ ผมไม่ได้โกหก ไม่ได้เอาข้อมูลเท็จครับ แล้วท่านประธานครับ
คือขอความกรุณาเถอะครับ เอาเข้าเรื่องของท่าน
เพราะฉะนั้นการที่รัฐบาลออก พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นั้นเพื่อความชัดเจนในการแก้ปัญหาให้เกษตรกร ระยะยาวครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นความจําเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะฉะนั้นการที่ คุณณัฐวุฒิ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีดูแลเรื่องยางพาราที่เห็นความสําคัญเป็นคนแรกที่ออก พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นั้น ถือว่าเป็นการเริ่มต้นของการทํางานที่มีแนวทาง ที่ถูกต้องครับท่านประธาน และมีกฎหมายรองรับครับ เพราะฉะนั้นสําคัญอย่างยิ่งครับ ท่านประธาน ก็ขอร้องกันเถอะครับ อย่าเอาเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เรื่องยางพารา เป็นเรื่องที่มาเกี่ยวพันกับการเมืองครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ
ต่อไป เชิญท่านเจะอามิง โตะตาหยง เชิญครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ตามที่รัฐบาลได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... และพรรคฝ่ายค้าน คือพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้เสนอกฎหมายว่าด้วยร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นําเสนอพร้อมกับคณะ ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ด้วย ท่านประธานครับ เราต้องยอมว่าวันนี้ปัญหาวิกฤติอีกส่วนหนึ่งของประเทศโดยเฉพาะ ชาวสวนยางพารา ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้ชาวสวนยางพาราเขาด่ารัฐบาลนะ เขาบอกว่าสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ สมัยที่รัฐบาลท่านอภิสิทธิ์เป็นรัฐบาล เป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหา ยางพารา ช่วงแรกนี่ท่านประธานถ้าตามเหตุการณ์เรื่องราคายางพาราความชัดเจนก็คือว่า สมัยก่อนที่ท่านอภิสิทธิ์จะมาเป็นรัฐบาลนั้นยางพาราก็ตกต่ํา แต่ด้วยชํานาญในการทํางาน และนโยบายที่รัฐบาลได้ทํางานอย่างชัดเจน และมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ทําให้ราคายางพาราถีบตัวขึ้นมาจนถึงราคา ๑๘๐ บาท ๑๙๐ บาท ท่านประธานครับ แต่พอมาถึงรัฐบาลภายใต้การนําของรัฐบาลยิ่งลักษณ์นี่ครับ เขาบอกว่าราคายางพารา วันนี้มันยิ่งเละ จาก ๑๘๐ บาท ๑๙๐ บาท วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่า ราคายางพาราที่ชาวสวนเขาซื้อขายกันที่ตลาดกันจริง ๆ คือ ๘๓ บาท อย่างที่ดีหน่อย นะครับ อย่างรองลงมาคือ ๗๘ บาท น้ํายาง ๓๘ บาท ผมโทรศัพท์ไปถามเมื่อสักครู่เอง ที่พื้นที่รือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วคนเขาก็บ่น เขาบอกว่า รัฐมนตรีณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยประกาศว่าอย่างน้อยที่สุด ๑๒๐ บาท ๑๒๐ บาท พี่น้องไม่ต้องห่วง ให้รอเวลาไว้หน่อยหนึ่ง วันนี้เท่าไร วันนี้ ๘๐ บาท ถามรัฐมนตรีที่นั่งอยู่นี่ ชาวบ้านเขาด่าเขาบ่นเลยครับเขาบอกว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนนี้ไม่สามารถที่จะไปแก้ปัญหา ราคายางพาราได้ เพราะมัวแต่ไปยุ่งกับการประท้วงไล่ศาลรัฐธรรมนูญ
เดี๋ยวนะครับ ท่านเจะอามิงครับ ผมขอความกรุณาท่านที่จะอภิปรายอย่างนี้นะครับว่าขณะนี้เรากําลัง พิจารณาร่างกฎหมายการยางแห่งประเทศไทยนะครับ มีเนื้อหาสาระประเด็นต่าง ๆ นี่นะครับ ผมนั่งฟังแล้วก็จดประเด็นของท่านผู้อภิปรายมานี่ส่วนมากจะอภิปรายในเรื่องของ ราคายางพารานะครับ ท่านนั้นก็บอกราคาสมัยนี้ราคาเท่านี้ สมัยนั้นราคาเท่านี้ อันนั้น เป็นเรื่องของราคายางพารา แต่ผมอยากจะให้ท่านเข้าสู่ในประเด็นของหลักการและเหตุผล ได้ไหมครับ คือถ้าจะมาทักท้วงกันว่าคนนั้นมาสมัยนั้นราคาเท่านั้นเท่านี้ท่านก็พยายาม ที่จะเสนอกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับที่ผมดูนะครับ ส่วนมากจะอยู่ในหน้า ๑๑ ในหมวด ๔ ว่าด้วยกองทุนที่ท่านทั้งหลายพยายามที่จะออกแบบกฎหมายฉบับนี้นะครับ เพื่อที่จะมารักษาเสถียรภาพเรื่องของยางพาราไว้ทั้งหมดนี่ ผมก็เป็นห่วงว่าถ้าพวกเรา อภิปรายอยู่ในประเด็นกรอบของกฎหมายฉบับนี้นะครับ มันก็จะไปด้วยความราบรื่น แล้วก็ดูดีด้วยนะครับ แต่ถ้าจะมาบอกว่าสมัยใครแล้วก็ราคาเท่าไรมันจะไม่จบ เดี๋ยวก็จะ ประท้วงกันไปประท้วงกันมา ขอความกรุณานะครับ ขอให้อยู่ในกรอบนี้แล้วกัน เชิญท่านเจะอามิงต่อครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ที่กระผมจําเป็นที่จะต้องเกริ่นออกไปเพราะว่านี่เป็นการสะท้อนจากพี่น้องประชาชน ผมจะได้สะท้อนกับท่านรัฐมนตรีอย่างไร ท่านประธานไปกลัวอะไร ไปกลัวอะไรกันนักกันหนา ปัญหาราคายางพาราที่ผมพูดความจริงอย่างไร
คืออย่างนี้เรื่องกลัวไม่กลัวอีกเรื่องหนึ่ง แต่หมายความว่าผมต้องควบคุมการประชุม ให้อยู่ในกรอบในประเด็นนะครับ ส่วนเรื่องการที่ท่านจะใช้สิทธิในการอภิปรายแบบ กระทู้ถามนี่นะครับ ผมก็อยากขอร้องว่าให้อยู่ในกรอบที่พวกเรากําลังเสนอกฎหมายฉบับนี้ เนื้อหาของเราก็คือกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับนะครับ ขอร้องให้ท่านทั้งหลายได้อภิปราย อยู่ในกรอบเท่านั้นเองนะครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เจะอามิง โตะตาหยง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาธิปัตย์ ที่กระผมจําเป็นที่จะต้องพูดเป็นการเกริ่น เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นร่างพระราชบัญญัติซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้อง จะเป็นเครื่องมืออีกฉบับหนึ่งไปสู่แนวทาง ในการแก้ไขปัญหาราคายางพารา แต่สิ่งที่ผมจะต้องโยงไปถึงท่านรัฐมนตรีก็เพราะว่า คนที่จะต้องมาดูแลในเรื่องการกํากับการดูแลเรื่องพระราชบัญญัติอันนี้ก็คือท่านรัฐมนตรี ในเมื่อท่านรัฐมนตรีไม่มีศักยภาพ ได้ให้คํามั่นสัญญากับพี่น้องประชาชนว่า ๑๒๐ บาท ยางพาราอย่างน้อยที่สุด ๑๒๐ บาท ถามว่าวันนี้ ๘๐ กว่าบาท กฎหมายตัวนี้จะไปแก้ได้ไหม และพูดก็ยังชัดเจนครับ ท่านรัฐมนตรีก็บอกว่าวันนี้สมัยรัฐบาลได้ให้เงินงบประมาณไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อไปแทรกแซงในการแก้ไขปัญหายางพารา ๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อทําธุรกิจในการซื้อยางเพื่อแก้ไขปัญหายางพาราให้ราคาขึ้น และอีก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้องค์การสวนยางพาราเพื่อซื้อยางพารากับชาวสวน ถามว่ากระบวนการทั้งหลายที่ท่านพูด กับแนวในการปฏิบัติซึ่งมีในเนื้อหาสาระ ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับงบประมาณอยู่นี่นะครับ ถ้าท่านทํางานกันอยู่อย่างนี้แล้วก็มี พ.ร.บ. ออกไป และท่านไม่มีประสิทธิภาพอย่างนี้ มันก็ไม่ทําอะไรให้ชาวสวนได้ดีขึ้นละครับ วันนี้สิ่งที่ชาวสวนเขาบอกว่า วันนี้เรื่อง พ.ร.บ. กับการแก้ไขปัญหายางพารา ให้ท่านรัฐมนตรีไปดูแลเรื่องยางพาราก่อนได้ไหม พ.ร.บ. ตั้งไว้ก่อนได้ไหม เขาบอกว่าสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์สามารถซื้อรถ สร้างบ้านช่อง ส่งลูกเรียนได้สบาย มาวันนี้เขาติดหนี้ ราคายางพาราตก สินค้าแพง คนที่เป็นชาวสวนยางพารา เขาบอกว่า ๒ เด้ง ถูก ๒ เด้ง ทําให้เศรษฐกิจส่วนตัวเขามีปัญหา ท่านประธานที่เคารพครับ พอไปดูในเนื้อหาสาระของกฎหมายที่ได้ร่างไว้นี้เราก็ต้องยอมรับครับว่ามันมีส่วนเกี่ยวข้อง กับการเงิน ท่านประธานครับ สิ่งที่สําคัญเขาบอกว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหายางพารา กระบวนการทั้งหลาย กรอบความคิดมันต้องอิงอยู่อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูด ในสภาผู้แทนราษฎร อิงอยู่ในตลาดโลก อิงทุกอย่าง แต่กระบวนการทั้งหลายลองไปดูนี่ครับ สมัยท่านอภิสิทธิ์ สมัยท่านสุเทพ แนวทางในการแก้ไขปัญหาที่รัฐบาลก่อนหน้านี้เขาแก้ไข ปัญหาราคายางพาราอย่างไร ลองไปศึกษาดูสิครับ วันนี้ ๙ เดือนราคายางพาราตกต่ํา อย่างสุด ๆ ใน ๒ ปีนี้ วันนี้ราคายางพาราสุดหู่จริง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ผมถามรัฐมนตรี ที่นั่งหน่อยว่ากระบวนการในการผ่านกฎหมายที่เราทํากฎหมายในขณะนี้ความเร่งด่วน ในการออกกฎหมายกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ซึ่งเป็นชาวสวนยางพารา ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง อันไหนที่ท่าน จะต้องรีบไปทําก่อน และการที่ท่านได้ให้สัญญาต่อพี่น้องประชาชนว่า ๑๒๐ บาท วันนี้ ๘๓ บาท ท่านจะว่าอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วเขาให้ผมมาสะท้อนถึง รัฐมนตรีว่าการที่ท่านพูด ท่านอย่าดีแต่พูด อย่าดีแต่โม้ ท่านพูดแล้วท่านทําให้จริงสิครับ ผมขออนุญาตนิดเดียว ขออนุญาตเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการบริหารบ้านเมืองมันไม่ง่ายหรอก มันไม่ง่ายอย่างที่ท่านได้เคยไปปลุกปั่นยุยงคนให้มีการเผาบ้านเผาเมือง
เดี๋ยวนะครับ ท่านเจะอามิงครับ เอาประเด็นของท่านที่ท่านไปบอกว่าท่านอย่าดีแต่พูด ไปปลุกปั่นยุยง ให้เผาบ้านเผาเมืองนั้น ผมว่าเอาในประเด็น ขอให้ท่านถอนเถอะครับ ท่านจะได้อภิปรายต่อไป อันนี้เป็นการใส่ความเขานะครับ ให้ท่านถอนครับ ท่านจะได้เดินหน้าต่อ
ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณี ที่บอกว่าเผาบ้านเผาเมือง ถามท่านรัฐมนตรีสิครับ
ผมให้ท่านถอนครับ
ท่านพูดจริงไหมครับ
ผมได้วินิจฉัยแล้วให้ท่านถอนครับ เรากําลังพูดกันไปด้วยความราบรื่นเรื่องการออกกฎหมาย เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาในขณะนี้ ท่านถอนก่อนครับ ผมจะให้พูดต่อ
ท่านประธานที่เคารพ เพื่อความราบรื่น ของการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สิ่งที่สําคัญก่อนที่ผมจะพูดต่อไปผมขอเรียนยืนยันว่า
ให้ท่านถอนก่อนแล้วผมจะให้ท่านพูดต่อไป
มันเป็นข้อเท็จจริงนะท่านประธาน
ผมให้ถอนแล้วครับ ผมวินิจฉัยให้ถอนครับ
แล้วไฟไหม้จริงไหม แล้วมีการสั่ง ท่านลองถามท่านรัฐมนตรี
ผมให้ท่านถอนแล้วก็จะได้พูดต่อไป ท่านจะถอนไหมครับ
ท่านประธานฟังผมก่อนสิครับ
ไม่ฟังครับ ผมจะให้ท่านถอนครับ ถ้าท่านไม่ถอนเชิญนั่งลง ผมจะให้ท่านอื่นอภิปรายต่อ นะครับ เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญต่อครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ วันนี้นั้นต้องบอกว่าเครื่องมือก็คือ ร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นั้น สําหรับพี่น้องประชาชนคนที่ปลูกยางพาราทั้งประเทศนะคะ เดี๋ยวนี้นั้นการปลูกยางพารานั้น ต้องบอกว่าแพร่ออกไปอย่างมากเลยทีเดียว ไม่เฉพาะที่ภาคใต้ซึ่งเป็นอู่ยาง เมื่อสมัยก่อน ต้องบอกว่าเป็นเหมือนกับอู่ข้าวอู่น้ําเป็นอู่ยาง ซึ่งในปัจจุบันนี้ต้องบอกว่า ๑๐ กว่าล้านไร่ เฉพาะในภาคใต้นั้นก็ยังมากมายมหาศาลอยู่ แล้วเดี๋ยวนี้ก็ยังลุกลามไปที่ภาคอีสานด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมากเลยค่ะ ดิฉันถามพี่น้องเกษตรกรบ้านดิฉันว่าถ้ามียางพาราสัก ๑๐ ไร่ ทําเองหมดเลยตั้งแต่ใส่ปุ๋ย กรีดยางพารา ทําอะไรหมดเลยค่ะท่านประธาน ได้ประมาณ เดือนละเท่าไร เขาก็บอกว่าแค่ ๑๐ ไร่ ได้เดือนละประมาณ ๒๕,๐๐๐ บาท ถึง ๓๐,๐๐๐ บาท ได้เยอะนะคะ ถ้าทางภาคอีสานบ้านดิฉัน แล้วก็คงจะเป็นที่มา ขอย้อนไป สักหน่อยค่ะท่านประธานที่เคารพ คงจะเป็นที่มาว่ายางพารานี้เป็นมาอย่างไร ต้นยางพารา เป็นต้นไม้ยืนต้นมีถิ่นกําเนิดบริเวณลุ่มน้ําอะเมซอน ดิฉันว่ามันประกอบกันหลาย ๆ อย่างค่ะ ท่านประธาน ก็เลยอยากจะอภิปรายในเรื่องนี้ด้วย อยู่ที่ลุ่มน้ําอะเมซอน ประเทศบราซิล และประเทศเปรู ทวีปอเมริกาใต้ โดยชาวพื้นเมืองเรียกว่าคาอุท์ชุค (Caoutchouc) แปลว่า ต้นไม้ร้องไห้ แต่วันนี้ต้นไม้ยางพาราจะไม่มีน้ําตาไหลที่นี่นะคะ จะมีแต่เงินแต่ทองเท่านั้น จนถึงปี ๒๓๑๓ เมื่อ ๒๔๒ ปีที่แล้วโจเซฟ พรีสต์ลีย์ จึงรู้ว่ายางพาราสามารถลบรอยดํา ของดินสอได้เมื่อ ๒๔๒ ปีที่แล้ว ขนาดนั้นเลยทีเดียว รู้คุณค่าของยางพาราตั้งแต่ ๒๔๒ ปีที่แล้ว ทีนี้ในอเมริกาใต้มีศูนย์กลางการซื้อขายยางอยู่ที่เมืองท่าที่ชื่อว่าพารา จึงมีชื่อเรียกว่า ยางพารานับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา ต้นไม้ร้องไห้จะนําความชุ่มชื้นสําหรับเศรษฐกิจ ทั้งประเทศ เมื่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์แล้วยางพาราตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา และปลายน้ําจะเป็นประโยชน์ที่สุดแก่ผืนแผ่นดินไทย เพราะว่าอย่างนี้ค่ะท่านประธาน ที่เคารพ เพราะว่าเหลือพื้นที่ปลูกยางพาราอยู่อีกประมาณกว่า ๕๕ ล้านไร่ ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีคะ มากขนาดนั้น ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นเครื่องมืออย่างดีเลย เดี๋ยวนี้นั้น ๑๖.๘ ล้านไร่ แค่นั้นเองทั้งประเทศ แต่ประเทศไทยสามารถที่จะปลูกได้ถึงกว่า ๕๕ ล้านไร่เลยทีเดียว มากขนาดนั้น ถ้าเป็นมากขนาดนั้นประชาชนคนไทยทั้งประเทศ จะอยู่ดีกินดีขนาดไหน โดยเครื่องมือร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทยฉบับนี้ แล้วการหักเงินเซสส์ ที่ ๕ เปอร์เซ็นต์นี้จากการขายยางไปต่างประเทศ แล้วก็เก็บไว้ เก็บไว้ เก็บไว้ ดิฉันว่าเดี๋ยวนี้หลายหมื่นล้านบาทแล้ว พ.ร.บ. ฉบับนี้อยู่ในมาตรา ที่เท่าไร ดิฉันจํามาตราไม่ได้ แต่มีบอกว่านําเงินตัวนี้เพื่อเกษตรกรด้วย สําหรับคนที่ ปลูกยางพาราใหม่ตั้งแต่ ๑ ไร่ขึ้นไป นี่ค่ะเป็นประโยชน์มากเลยทีเดียว เกษตรกรที่ไม่มีทุน ในการปลูกยางพาราก็จะได้รับกล้ายางพาราฟรีจากการบริหารการจัดการเงินเซสส์ตัวนี้ ไปจนถึง ๑๕ ไร่ แล้วก็ให้ดูแลไร่ละเท่าไรนั้นเป็นการบริหารจัดการที่ดีค่ะ ๑๖.๘ ล้านไร่ ทั้งประเทศที่มีอยู่ ณ เดี๋ยวนี้เป็นของพี่น้องชาวปักษ์ใต้ ๑๑ ล้านกว่าไร่ ของภาคกลาง ๑.๗ ล้านกว่าไร่ ภาคอีสานกว่า ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เลยทีเดียว ภาคเหนือเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ แล้วค่ะ แล้วทีนี้นั้นดิฉันนําเสนอวันนี้ว่าท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีด้วยความเคารพว่า ภาคอีสานนั้นกําลังปลูกยางพาราอย่างถล่มทลาย แต่ว่าไม่มีความรู้เลย ต้องบอกว่า ไม่มีความรู้ ยางพาราชุดที่ ๒ กําลังจะกรีดได้แล้วแต่ไม่มีความรู้ ความรู้ในที่นี้หมายความว่า ต้นเล็ก ๆ ที่วัดรอบยังไม่ถึง สูงยังไม่ถึง กรีดแล้วค่ะ เป็นการขืนใจกรีด ทําให้สูญเสีย ทางเศรษฐกิจปีละกว่าแสนล้านบาทเฉพาะภาคอีสาน แล้วก็ภาคอีสานนั้นเมื่อมีผลวิจัยตัวนี้ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เครื่องมือกฎหมายฉบับนี้ของรัฐบาลถ้าออกไปแล้ว ท่านประธานคะ เมื่อทําการวิจัยจะทําให้รู้ว่าน้ํายางพาราของภาคใต้ที่เป็นต้นกําเนิดยางพาราของประเทศไทย กับภาคอีสานนั้นคุณภาพยางพาราไม่แตกต่างกันเลย ต้องเรียนให้ทราบว่าไม่แตกต่างกันเลย นั่นก็คือความสมบูรณ์ก็จะเกิด ทีนี้ถ้ามีเงินวิจัยตัวนี้จากเงินเซสส์หรือการบริหารจัดการ เป็นเครื่องมือของรัฐบาล คุณจะทําอย่างไร ท่านจะทําอย่างไรให้มีพันธุ์ยางที่ทนแล้ง ในภาคอีสาน เห็นไหมคะ ถ้ามันเต็มพื้นที่ไปหมด ท่านประธานที่เคารพคะ จะไม่มีแล้ง ๗ เดือน ดิฉันจะต้องไม่มาได้กล่าวในสภาแห่งนี้กล่าวซ้ําแล้วซ้ําอีกว่า ขอแหล่งน้ํา ขอน้ํา ๗ เดือน เพราะว่ามันจะเกิดความสมดุลทางธรรมชาติและนิเวศวิทยาเองเป็นไปโดยดีค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ภาคอีสานนั้นยังไม่มีความชํานาญในเรื่องของการปลูกยางพารา การใส่ปุ๋ย เทคนิควิธีการ และแม้กระทั่งการกรีดยางพารา ฉะนั้นการบริหารการจัดการที่ดีนั้น ขอความกรุณาเป็นอย่างยิ่งว่า เครื่องมือตัวนี้จะช่วยให้เกษตรกรภาคอีสานนั้นอยู่ดีกินดี ยางพาราอีสานนั้นมีประโยชน์นับล้านโกฏิกองสินค้าค่ามหาศาล พ.ร.บ. การยางนั้น ค่าเอนกอนันต์ กฎหมายที่สร้างสรรค์สวรรค์ของเกษตรกร ขอบพระคุณค่ะ
ต่อไป เป็นชุดที่ ๒ เดี๋ยวผมจะลําดับชื่อ มีท่านอิสสระ สมชัย แล้วท่านอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ แล้วกลับมาที่ท่านจ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ แล้วมาที่ท่านชุมพล จุลใส ท่านอาคม เอ่งฉ้วน แล้วก็ท่านปาริชาต ชาลีเครือ ใน ๖ ท่านนี้ก่อนนะครับ ส่วนท่านชวน หลีกภัย ท่านเจือ ราชสีห์ ท่านวัชระ ท่านฮอชาลี เดี๋ยวรอรอบต่อไป เดี๋ยวนะท่านอิสสระ มีอะไรครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ์อุดม เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี วันนี้ผมคิดว่าที่รัฐบาลได้เสนอร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เข้าเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน เพราะรัฐบาลที่แล้วก็ได้เสนอมา ผมคิดว่าการอภิปราย ล้วนแล้วแต่มีคนสนับสนุน เพราะฉะนั้นผมอยากจะหารือท่านประธานว่า การอภิปราย หมายถึงว่าอภิปรายก็มีแต่สนับสนุน แล้วส่วนใหญ่ก็จะเป็นการพาดพิง แล้วก็มีการให้ร้ายกันบ้าง ก็มีอย่างนี้นะครับ ผมคิดว่าสมควรที่จะให้ท่านรัฐมนตรีชี้แจง แล้วก็สมควรแก่เวลา ควรจะปิดการอภิปรายนะครับท่านประธาน หารือนะครับ
คืออย่างนี้ครับ เดี๋ยวนั่งลงก่อนครับ ท่านสมาชิกท่านจะขอใช้สิทธิในการออกความเห็น เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นกฎหมายที่สําคัญ ในสมัยที่ผ่านมาในที่ประชุมแห่งนี้ ก็เห็นพ้องต้องกันทุกพรรค แล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการเสร็จกลับเข้ามาสู่ที่สภา ก็มีการทักท้วงกัน ในห้องประชุมนี้จนออกไป แล้วก็มีการยุบสภา ฉะนั้นเรื่องนี้กระทบกับประชาชนนะครับ ขอให้ท่านเกียรติ์อุดมอดทนฟังข้อแนะนํา ข้อทักท้วง ข้อแนะนําหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งจะนําไปสู่ การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่เรากําลังพิจารณานี้อยู่ ซึ่งผมเองก็เห็นว่าเรื่องนี้ก็เรื่องสําคัญ ท่านลองไปดูในหมวด ๔ ซึ่งการรักษาเสถียรภาพเรื่องยางพาราเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งท่านสมาชิกเอง ที่ได้ทักท้วง แล้วถามท่านรัฐมนตรีก็เรื่องราคายางพารา ก็คือจุดมุ่งหมายเดียวกัน ก็คือ อยากจะให้เกษตรกรขายยางพาราได้ราคาดี ฉะนั้นข้อห่วงใยของท่านสมาชิกก็น่ารับฟัง อดทนไว้สักนิดหนึ่งนะครับ เชิญท่านอิสสระ สมชัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายอิสสระ สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างพระราชบัญญัติที่เรากําลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ เพื่อนสมาชิก หลายท่านเป็นห่วงเรื่องการอภิปรายว่าจะมีการพูดพาดพิงกันไปพาดพิงกันมา การประท้วง จะไม่เกิดขึ้นครับถ้าหากว่าไม่พูดผิดไปจากข้อเท็จจริง อย่างเช่น กรณีที่ว่าร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เป็นความริเริ่มของรัฐบาลชุดนี้ ผมอยากจะกราบเรียนว่าผมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาล ชุดที่ผ่านมาครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้บรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม สภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่คราวที่ผ่านมาแล้วครับ แต่ว่าไม่มีโอกาสได้พิจารณา เพราะฉะนั้น ผมเลยไม่อยากให้พูดลักษณะเอาดีใส่ตัวอย่างเดียว ต้องคํานึงถึงข้อเท็จจริงด้วย ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง จะเป็นรัฐบาลชุดไหนก็แล้วแต่ ถ้าหากว่าทําเพื่อประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ไม่อยากให้พูดในลักษณะเอาดีใส่ตัว และนอกจากนั้นแล้วนะครับ ก็มีการพูดกันไปว่าในภาคอีสานนั้น ภาคเหนือนั้นเป็นรัฐบาล ท่านพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร เป็นผู้นํายางพาราไปเผยแพร่ที่ภาคอีสาน ผมจะกราบเรียน ให้ทราบว่าอันนี้ก็ไม่ใช่ความจริงครับ ผมเป็นคนปลูกยางพาราคนหนึ่งครับท่านประธาน
ท่านครับ เอาเข้าประเด็นของพวกเราได้ไหมครับ
ก็กําลังจะพูดอย่างไรครับ ท่านกลัวอะไรครับ ท่านประธานจะพูดเรื่องนี้
คือไม่ได้กลัว หรอกครับ ผมอยากจะให้เอาเข้าในสาระที่เรากําลังประชุมกันอยู่
ก็กําลังจะเข้า ผมเป็นคนปลูกยางพาราคนหนึ่ง ปลูกมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ผมเป็นผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ ในระหว่างนั้น พลเอก เปรม ก็มีความคิดที่จะเอายางพาราไปปลูก แต่เนื่องจากว่าไม่มั่นใจว่าภาคอีสาน จะปลูกยางพาราได้หรือไม่ ผมยังร่วมไปปลูกด้วย แต่ที่มีการปลูกกันอย่างจริงจังในสมัย รัฐบาลนายชวน หลีกภัย ตั้งแต่ปี ๒๕๓๖ เป็นต้นมา ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า ประชาชนก็ยังไม่มั่นใจในการปลูกยางพาราที่ภาคอีสาน เป็นอย่างไรครับ รัฐบาลชุดนั้น ต้องสนับสนุนโดยเงินกองทุนสงเคราะห์ที่เรากําลังพิจารณาอยู่นี่ล่ะครับ ไปให้เกษตรกร ให้เปล่าด้วยนะครับ ปีละ ๓,๐๐๐ บาท ให้เปล่าเพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับพี่น้องภาคอีสาน ได้หันมาปลูกยางพารา เนื่องจากว่าคนภาคอีสานนั้นส่วนใหญ่ไปปลูกยางพารา ไปรับจ้าง ปลูกยางพาราที่ภาคใต้เยอะนะครับ แรงจูงใจที่จะช่วยเหลือสนับสนุนการปลูกยางพารา ให้ไร่ละ ๓,๐๐๐ บาทนะครับ ในขณะนั้นนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันนี้ผมพูดให้ชัดเจนเลย เพราะแรงจูงใจนี้จึงได้เริ่มมีการ ปลูกยางพารา เดี๋ยวนี้ยางพาราทางภาคอีสานเริ่มจะเป็นรุ่นที่ ๒ แล้วครับ จะเป็นรุ่นที่ ๒ แล้ว ท่านประธานครับ ผมก็ไม่ปฏิเสธสมัยรัฐบาลพันตํารวจโท ทักษิณที่ส่งเสริมการปลูกยางพารา จําได้ไหมครับ กล้ายางพารา ๙๐ ล้านต้น งบประมาณ ๑,๔๐๐ ล้านบาท ถูก ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบถึงขั้นฟ้องร้องในศาล นั่นละครับ คือยางพาราสมัยพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ไปเปิดในภาคอีสานและภาคเหนือ นี่คือข้อเท็จจริงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมเป็นห่วงก็เนื่องจากว่าในภาคอีสานนั้นเดี๋ยวนี้มีพื้นที่ปลูกยางพารารองจากภาคใต้ แค่นั้นเอง ภาคใต้ปลูกทั้งหมด ๑๑ ล้านไร่ แต่ภาคอีสานเดี๋ยวนี้มีทั้งหมด ๓,๔๗๗,๐๐๐ กว่าไร่ กําลังกรีดเกินครึ่งแล้วครับ แต่สิ่งซึ่งพี่น้องภาคอีสานได้ฝากความหวังไว้ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมขอให้กําลังใจท่าน แม้ว่ายางพาราจะเหลือ ๘๐-๙๐ บาทก็แล้วแต่อยากให้ท่าน ใช้ความพยายาม พยายามว่าทําอย่างไรจะทําให้ราคายางพารายกระดับขึ้นมาเป็น ๑๒๐ บาทอย่างที่ท่านพูดไว้ พี่น้องทางภาคอีสานจะอนุโมทนาสาธุเลย เพราะคือความหวัง เดี๋ยวนี้คนภาคอีสานก็เนื้อที่ ๕ ไร่ ๑๐ ไร่ ๓ ไร่ ๒ ไร่ เขาปลูกยางพาราทั้งนั้น แต่เนื่องจากว่า ยังขาดการส่งเสริมจากภาครัฐเท่าที่ควร เชื่อไหมครับท่านประธานในภาคอีสานนั้น โรงอบยางพาราที่ได้มาตรฐานไม่มี ชาวเกษตรกรสวนยางพาราหรือแม้กระทั่งผมเองนี่ละครับ ต้องทําแบบใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านทํา ทําโรงอบยางพาราเพื่อให้ได้มา แต่ในที่สุดเวลาเอามาขาย เขาไม่ได้ตีให้เป็นยางพาราชั้นหนึ่งหรอกครับ ได้เป็นชั้น ๒ ชั้น ๓ ราคาก็เป็นอีกราคาหนึ่ง นี่คือความเป็นห่วงเป็นใยทางภาคอีสาน ผมจึงอยากจะกราบเรียนว่าทางรัฐบาลนั้นถ้าหากว่า ท่านมีความตั้งใจ ผมก็ขอให้กําลังใจว่าท่านพยายามต่อไปเพื่อเป็นการให้พี่น้องประชาชน ได้มีรายได้ เดี๋ยวนี้ภาคอีสานเดิมนั้นเขามีรายได้หลักจากการทํานา เดี๋ยวนี้เกินครึ่งครับ เกินครึ่ง เดี๋ยวนี้ได้ประโยชน์จากการทําสวนยางพารา เพราะฉะนั้นเนื้อหาสาระ ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่บอกเรื่องสาระสําคัญมีอยู่ ๒-๓ เรื่องที่ผมจะกล่าวถึง เช่น การส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรสวนยางพาราและผู้ประกอบกิจการยางพารา การสนับสนุนการส่งเสริมเกษตรกรสวนยางพาราไม่มีอะไรดีไปกว่าทําให้ราคายางพารา มันดีขึ้น ไม่มีอะไรดีกว่าให้ความรู้ทางวิชาการกับเขา เพราะการที่ทางภาคอีสานยังไม่สันทัด ในการปลูกยางพาราอย่างเต็มที่ จึงถูกบรรดานักฉวยโอกาสเอายางพาราที่ไม่ได้มาตรฐาน เอายางพาราที่ไม่ได้เป็นพันธุ์ที่จะให้ผลผลิตได้จริง ๆ นั้นไปหลอกขายก็มีค่อนข้างจะเยอะ เมื่อผลิตยางพาราได้แล้วราคามันก็ไม่ได้อย่างที่เขาคาดหวัง นี่ล่ะครับผมจึงคิดว่า การสนับสนุนการส่งเสริมให้เกษตรกรสวนยางพารามีรายได้พออยู่ได้นั้นก็คือ
๑. พันธุ์ยางพาราจะต้องเป็นพันธุ์ที่ดี การปลูกจะต้องถูกวิธีด้วย
๒. กองทุนพัฒนายางพารา ท่านประธานครับ อันนี้มีความจําเป็นเป็นอย่างยิ่ง สําหรับกองทุนนี้ เนื่องจากว่ามันมีผลประโยชน์อยู่ตรงนั้นค่อนข้างจะมาก ผมไม่อยากให้ผู้ใด ที่มีอํานาจแล้วจะส่งพรรคพวกตัวเองเข้าเป็นกรรมการที่นั่น เมื่อมีพรรคพวกตัวเอง ไปเป็นกรรมการที่นั่นแล้วการบริหารกองทุนก็จะประสบปัญหา ในที่สุดก็จะส่งผลเสีย ต่อเกษตรกร
๓. คืองานวิจัยและงานพัฒนา ท่านประธานครับ ปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ผมเป็นกรรมาธิการคณะนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง ได้มีโอกาสเดินทางไปดูสวนยางพารา ที่ประเทศมาเลเซีย ที่นั่นเขาให้ความสําคัญเรื่องงานวิจัยค่อนข้างจะมาก งานวิจัยซึ่งเขา ได้วิจัยออกมานั้นแม้กระทั่งกรมวิชาการเกษตรก็ยอมรับว่าเขาวิจัยได้ก้าวหน้ามากกว่าเรามาก ผลการวิจัยของเขานั้นจะไม่บอกเราเลย เราจึงตามหลังเขาอยู่ตลอดเวลา ผมจึงกราบเรียนว่า ถ้าร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน อยากจะให้ทําอย่างหนึ่งซึ่งสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ท่านเคยทําไว้ กรณีการเปลี่ยนยางพารา กองทุนสงเคราะห์การปลูกยางพาราทดแทน ทางภาคอีสาน เริ่มจะมีการเปลี่ยนยางพาราแล้ว เดิมทีเดียวได้มีเงินชดเชยให้ในอัตราไร่ละ ๖,๘๐๐ บาท สุดท้ายของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จ่ายเงินกองทุนสงเคราะห์ปลูกยางทดแทนให้ถึงไร่ละ ๑๔,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นกองทุนตัวนี้ผมอยากจะให้มีเงินส่วนนี้ยังคงไว้เพื่อจะสนับสนุน ให้เกษตรกรได้ปลูกยางพาราที่มีกําไรและจะได้มีรายได้เสริมให้กับครอบครัวต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน
เชิญท่านอภิชาตครับ
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอแสดงความคิดเห็นในเบื้องต้นเพื่อที่จะให้การสนับสนุน กับร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ที่ท่านประธานได้บรรจุ ระเบียบวาระเข้าสู่การพิจารณาในวันนี้ เป็นความจริงตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณากล่าวนํา ในตอนต้นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นความเห็นพ้องต้องกันของหลายฝ่ายที่อยากจะเห็น เป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ แต่ว่าเป็นความจริงเช่นเดียวกันก็คือว่าบนความเห็นพ้องนั้น ก็ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างแล้วก็หลากหลายกันอยู่ในการจัดทํากฎหมายนี้เพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร ผมรู้สึกเสียดายที่รัฐบาลไม่ได้นําเอาร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับที่คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาชุดที่แล้ว ได้ทําการศึกษาและได้มีการปรับแต่งแก้ไขจนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ยืนยันว่าทุกฝ่าย เพราะได้มีการนําข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ มาถกเถียงแล้วก็ผ่านการประชาพิจารณ์ สอบถามความคิดเห็นของผู้คนที่เกี่ยวข้องหลากหลายมาก เสียดายที่ไม่ได้นําข้อสรุปเหล่านั้น มาบรรจุในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังเป็นร่างเดิม ที่เคยนําเสนอกับสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปี ๒๕๕๑ มา ไม่ได้มีส่วนใดที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขเลย นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ผมอยากจะนําเสนอในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้เน้นย้ําลงไป ประเด็นที่ยังมีความขัดแย้ง ที่ยังต้องการความเห็นพ้องในเรื่องกฎหมายฉบับนี้อยู่ก็คือ เรื่องของนิยามครับ เราถกเถียงกันมากว่ายางพารานี้มันหมายถึงอะไร ในร่างที่รัฐบาล เสนอมาก็ยังคงให้มีไม้ยางพาราอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อยู่ในนิยามของคําว่า ยางพารา ซึ่งผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไม้ยางพาราได้มาแสดงความคิดเห็น กับคณะกรรมาธิการที่เราศึกษากันว่าขอให้ถอนออกไปได้หรือไม่ เพราะมันไม่ได้สนองตอบ กับเจตนารมณ์ของการมีการยางแห่งประเทศไทยขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าในชั้นของ กรรมาธิการคงจะต้องถกเถียงกันต่อไป
เรื่องของวัตถุประสงค์ของการยางแห่งประเทศไทย ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าการจัดตั้งกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาไม่ใช่เพียงแค่การจะให้รวมเอา ๓ หน่วยงาน ก็คือองค์การสวนยาง กองทุนสงเคราะห์สวนยางและสถาบันวิจัยการยางเข้ามารวมกัน เป็นหน่วยเดียวเท่านั้น แค่นั้นไม่พอครับ เพราะนั่นเป็นเรื่องของทางธุรการที่จะต้อง ดําเนินการ แต่ว่าการรวมหน่วยงานมาเป็นการยางแห่งประเทศไทยนั้น เป็นความคาดหวัง ของเกษตรกรไทยที่ปลูกสวนยางพาราอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ เวลานี้ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าประชาชนที่มีอาชีพปลูกยางพาราเขามีความหวาดวิตกกับปัญหาอยู่ ๒-๓ เรื่องใหญ่ ๆ ๑. ก็คือเรื่องของภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อการทําอาชีพของเขาอย่างรุนแรง เวลานี้คนที่มีสวนยางพาราที่กรีดได้ แต่ละเดือนอย่างมากที่สุด ๑๕-๑๖ วันเท่านั้นล่ะครับที่สามารถกรีดยางพาราได้ นอกนั้น ฝนตกกรีดไม่ได้หรือสภาพอากาศแห้งแล้ง กรีดยางพาราไม่ได้ ๒. หวั่นวิตกกับปัญหา โรคระบาดที่เกิดขึ้นกับยางพารา โรคใบดํา โรคใบร่วงต่าง ๆ ส่งผลกระทบกับพวกเขา และสุดท้ายก็คือหวั่นวิตกกับปัญหาความผันผวนของราคายางพารา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล จะเข้ามาแล้วก็จะตั้งราคาไว้จํานวนเท่าใดก็ตามนะครับ แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้ว เขาไม่สามารถที่จะทนรอกับตัวเลขเหล่านั้นได้ ถ้าสภาพตลาดยังคงผันผวนไม่แน่นอน เขาต้องการราคาที่มีเสถียรภาพ เพราะฉะนั้นการจัดตั้งการยางแห่งประเทศไทยขึ้นมานี่เขาถึงมีความหวังว่าการยาง แห่งประเทศไทยนี่ล่ะจะเป็นตัวทําให้เสถียรภาพราคายางพาราเป็นจริงขึ้นมา แน่นอนครับ ประเด็นที่จะทําให้ความคาดหวังของเขาเหล่านั้นเป็นจริงได้นี่ผมคิดว่าองค์ประกอบของ คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยก็มีความสําคัญ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ร่างที่ ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการในสภาชุดที่แล้วก็ยังเห็นว่าคณะกรรมการการยาง แห่งประเทศไทยน่าจะมีความเป็นอิสระในระดับหนึ่ง ซึ่งก็เห็นชอบด้วยที่จะไม่ให้มีรัฐมนตรี หรือคนของรัฐบาลที่มีตําแหน่งในคณะรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการ ก็เอาผู้ที่มี ความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริงมาทํางานทางด้านนี้ ซึ่งในร่างฉบับนี้ก็ยังคงยืนยันในสิ่งนี้อยู่ ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมว่าไม่ได้ไปแก้ไขนะครับ
ประเด็นต่อมานะครับ เนื่องจากเวลาจํากัด ประเด็นที่มีการถกเถียงแล้วก็ยัง หาข้อสรุปกันไม่ได้ก็คือ เรื่องของการใช้เงินเซสส์ก็คือเงินค่าธรรมเนียมที่เก็บจากการส่งออก ยางพารานี่ละครับ เงินเหล่านี้มันมา เจ้าของเงินจริง ๆ ก็คือเจ้าของสวนยาง เจ้าของ ยางพาราที่ให้ผลผลิตแล้ว แต่ว่าในร่างที่รัฐบาลนําเสนอมานี่ต้องการจะใช้เงินส่วนนี้ไป สนับสนุนการปลูกยางใหม่ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรรายเก่าอย่างแน่นอน ถ้าหากว่า รัฐบาลต้องการจะสนับสนุนการปลูกยางใหม่ต้องเป็นนโยบายของรัฐบาล และใช้เงิน งบประมาณหรือเงินอุดหนุนอย่างอื่นให้กับเกษตรกร ไม่ใช่เอาเงินเซสส์หรือเงินที่เจ้าของเงิน ก็คือเกษตรกรรายเก่านี่ไปสนับสนุน เงินส่วนนี้สนับสนุนเอาไปใช้ในการปลูกยางพารา ทดแทนอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป นี่ก็ยังเป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมคิดว่าจะทําให้ข้อถกเถียงใน คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนี่ยังคงจะต้องเป็นความเห็นต่างกันอยู่ ก็ขอให้ คณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นได้หยิบยกประเด็นเหล่านี้ไปพิจารณากันอย่างกว้างขวางต่อไป กราบขอบพระคุณครับ
ท่านประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ครับ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จ่าสิบตํารวจ ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ ท่านประธานครับ ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ พูดกระชับ ๆ ตรงไปตรงมาตามปัญหา ที่เกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบพระคุณรัฐบาลที่นําโดยคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และต้องขอขอบคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ที่ท่านได้เล็งเห็น ความสําคัญถึงปัญหาของเกษตรกรชาวสวนยางพารา โดยเฉพาะพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ผมเชื่อว่าถ้าได้นําเข้าสู่สภา แล้วก็ได้รับการรับรองมันจะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนชาว เกษตรกรสวนยางพารา มันก็จะเป็นเอกภาพที่จะนําไปใช้ให้เกษตรกรนําไปสู่การอยู่ดี กินดี แล้วก็ที่สําคัญที่สุดต้องพูดกันตามตรงว่าในอดีตที่ผ่านมาการปลูกยางพารานี่ รัฐบาลจํากัดให้มีขึ้นเฉพาะในภาคใต้ของประเทศไทยนะครับ มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ โดยสภาพและข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่หลังจากมีรัฐบาลของพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี แล้วก็ได้มาบริหารประเทศ รัฐบาลพันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร ก็ได้มีการศึกษาแนวทางที่จะให้มีการปลูกยางพาราในพื้นที่ภาคต่าง ๆ ของประเทศ ไทย หลังจากที่ได้ศึกษาแล้วก็เป็นประโยชน์ว่ายางพารานี่สามารถปลูกได้ ในทุกพื้นที่ของประเทศไทยนี่ ปรากฏว่าก็มีนโยบายที่มีการนําเสนอการปลูกยางพารา ไปทุกพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะผมเองเป็นคนภาคอีสาน ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่ก็เป็น ที่ราบสูง และมันก็เป็นพื้นที่ที่เหมาะในการปลูกยางพารา ปรากฏว่าหลังจากนั้นทางภาคอีสาน มีการปลูกยางพารานี่ปรากฏว่ามันได้ผล และที่สําคัญที่สุดมันทําให้พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะชาวไร่ ชาวนา ที่เดิมแต่ก่อน โดยเฉพาะทางภาคอีสานของผมนี่ต้องมีรายได้ จากการทํานาเพียงอย่างเดียว พืชผลทางการเกษตรอย่างอื่นก็แค่ส่วนประกอบน้อยนิดนะครับ ทําให้การดํารงชีวิตนี่อยู่ยาก มีรายได้น้อย หลังจากรัฐบาลยุคนั้นมีการสนับสนุนในการที่จะมีการปลูกยางพาราในทุกพื้นที่ ของประเทศไทยโดยเฉพาะทางภาคอีสาน ท่านไปดูเถอะครับตอนนี้ภาคอีสานของผม โดยเฉพาะจังหวัดสุรินทร์ของผม ไปตรงไหนมีแต่ต้นยางพาราเต็มไปหมด และพี่น้องเกษตรกร มีความสุขที่มีรายได้เพิ่มขึ้นนอกจากต้องอาศัยการทํานาเพียงอย่างเดียว ดังนั้นในเมื่อ ร่างพระราชบัญญัติอันนี้มีการนําเข้าสู่สภาโดยการสนับสนุนของรัฐบาล โดยความตั้งใจ ของคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ซึ่งผมเองก็สนิทสนมกันและเท่าที่ทราบท่านก็ทํางานเป็นระบบ มีการทําการบ้าน มีการวางแผน มีการตรวจสอบ มีการศึกษาอย่างแท้จริง ก็อยากจะนําเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ว่าที่สําคัญที่สุดการทําสวนยางพาราโดยเฉพาะ ทางภาคอีสานและภาคอื่นยังขาดความรู้ในการที่จะนําไปปฏิบัติในการดูแลต้นยางพารา โดยเฉพาะอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการใช้ หรือระยะเวลาในการที่จะกรีดยางพารา อย่างที่ผู้อภิปราย หลายท่านได้พูดไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ว่าบางครั้งข่มขืนจิตใจยางพารา ยางพาราต้นเล็กนิดเดียว โดยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ไปกรีดก่อนเวลา ทําให้ยางพาราเกิดการแคระแกรน โตไม่เต็มที่ และให้ผลผลิตไม่เต็มที่ ตรงนี้ถ้าเป็นไปได้รัฐบาลมีการสัมมนาจัดวิทยากรไปให้การศึกษา เรียนรู้ถึงวิธีการต่าง ๆ ก็จะได้ประโยชน์ดีขึ้น และที่สําคัญที่สุดที่เป็นอุปสรรคของเรื่องเกษตรกร ไม่ว่าเกษตรกรด้านไหน เรื่องพ่อค้าคนกลาง รัฐบาลต้องดูแลอย่างจริงจังว่าอย่าให้พ่อค้าคนกลาง ไปเอาเปรียบเกษตรกร ไปกดราคาของเกษตรกรนะครับ
อีกอันหนึ่งที่สําคัญเรื่องราคาปุ๋ยนะครับ ไม่ว่าเกษตรกรที่ไหนจะทําพืชผล ชนิดใดก็ช่างหนีไม่พ้นต้องใช้ปุ๋ยในการบํารุงรักษา ดังนั้นรัฐบาลต้องมีความจริงใจในการที่จะ ควบคุมดูแลเรื่องปุ๋ยโดยเฉพาะเรื่องราคา อย่าให้เถ้าแก่ อย่าให้กลุ่มพ่อค้าไปเอาเปรียบ เรื่องราคาปุ๋ยกับเกษตรกรตรงนี้นะครับ
อีกอันหนึ่งการปลูกยางพาราโดยเฉพาะทางภาคอีสานอย่างที่ผมพูด เมื่อสักครู่นี้ว่ากลับบ้านเที่ยวนี้ลงพื้นที่เห็นพี่น้องประชาชนมีความสุขกับการมีรายได้เพิ่มขึ้น ที่สําคัญที่สุดทําให้ภาคอีสานร่มรื่น รัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลเคยรณรงค์ให้พี่น้องประชาชนปลูกป่า หลายที่ทําด้วยความยากลําบาก โดยเฉพาะหลังจากปลูกแล้วไม่มีใครดูแลบํารุงรักษา แต่ถ้ารัฐบาลต้องการจะปลูกป่าลองให้เกษตรกรไปปลูกยางพาราสิครับ ถ้าเกิดเกษตรกร ไม่มีเงินทุน รัฐบาลช่วยดูแลเรื่องเงินทุนหน่อยอาจจะกู้ดอกเบี้ยต่ํา เสร็จแล้วผลผลิตที่ออกมา มันเป็นป่าโดยธรรมชาติ มันได้ป่าโดยธรรมชาติจริง ๆ ครับท่านประธานที่เคารพ มีคนดูแล ให้ด้วย มีคนบํารุงรักษาด้วยนะครับ อย่างที่ผมพูดเมื่อสักครู่ว่ามันมีความสุขและเห็นต้นไม้ ร่มรื่น เห็นเกษตรกรมีรายได้ ดังนั้นการปลูกยางพาราเท่ากับเป็นการปลูกป่าโดยในตัวไปเลย ตรงนี้รัฐบาลต้องให้ความสําคัญด้วย ดังนั้นขอฝากท่านประธานไปยังคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ถ้ามีเวลาและโอกาสเกิดร่างพระราชบัญญัตินี้ผ่านจริง ๆ ระบบที่ท่านได้วางไว้และผมเชื่อ ในความสามารถของท่าน เชื่อในองคาพยพที่ท่านได้บูรณาการตรงนี้เอาอย่างจริงจัง และจริงใจ ทําให้พี่น้องประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก อย่าทํางานแค่เพียงหวังเพื่อว่าจะสร้างสถิติ ราคายางพารา เสร็จแล้วจะได้พูดทั้งชีวิตว่ารัฐบาลฉันบริหารประเทศ แล้วราคายางพารา ของฉันอยู่ที่ราคาเท่าโน้นเท่านี้ เหมือนรัฐบาลบางรัฐบาลที่เขาทํามา ให้มันเป็นไปตามกลไก ของตลาดตามความเป็นจริง ให้มันเป็นไปตามกลไกของตลาดราคาตามความเป็นจริง อย่าไปหลอกตัวเอง อย่าไปหลอกเกษตรกร ดังนั้นการที่มีพระราชบัญญัติอันนี้เข้ามาในสภา ผมเองในฐานะที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนก็รู้สึกภาคภูมิใจและดีใจที่รัฐบาลตั้งใจ ในการที่จะทําหน้าที่ตรงนี้ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ฝากท่านประธานไปยัง รัฐมนตรีและรัฐบาลที่ดูแลเรื่องนี้ว่าให้ความสําคัญกับเกษตรกรอย่างนี้ ผมและเกษตรกร เชื่อว่ามีความสุขและภาคภูมิใจครับ ขอบคุณครับ
ท่านชุมพล จุลใส ครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชุมพล จุลใส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชุมพร พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมอภิปรายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้นั้นเป็นการรวม ผู้รับผิดชอบยางพาราทั้งหมดไว้ด้วยกันไม่ว่าองค์กรสงเคราะห์การทําสวนยางหรือ สกย. องค์การสวนยาง สถาบันวิจัยยางเป็นการยางแห่งประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าคนเรานั้นไม่ควรปฏิเสธข้อเท็จจริงในเสถียรภาพเรื่องราคายางพาราเหมือนเพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่ได้พูดไปนะครับ ท่านประธานครับ เราไม่ได้ยกตัวโอ้อวดหรือพูดเกินจากความเป็นจริง เพราะสมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์ตอนที่ท่านเข้ามานั้น เสถียรภาพของราคายางพารานั้น อยู่สูงสุด ถึง ๑๘๐ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่พี่น้องประชาชนทุกคนทราบได้ ในสมัยนั้นผมเห็นครับ รถยนต์ก็ขายดี มอเตอร์ไซค์ก็ขายดี ทุกสิ่งทุกอย่างขายดีหมด พี่น้องคนไทยทั้งประเทศที่ปลูกยางพาราก็ได้รับประโยชน์จากผลที่ท่านอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ในขณะนั้น ผมบอกว่าร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นั้นเป็นสิ่งที่ดีครับท่านประธาน แต่เป็นที่น่าเสียดายเราไม่คาดคิดนะครับว่าราคา เสถียรภาพ เรื่องราคาไม่คาดคิดว่ามันจะตกต่ําจนถึงขนาดนี้ จู่ ๆ พวกผมก็มีความหวังครับ พอรัฐบาล คุณยิ่งลักษณ์ขึ้นมาและตั้งรัฐมนตรีซึ่งเป็นคนภาคใต้ แต่ตั้งอย่างไรไม่ทราบครับ ฯพณฯ เป็นคนขี้ตกใจ แถวราชประสงค์ท่านก็พูดอยู่ ท่านตกใจไปตกใจมาจากที่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ เข้ามาราคายางพาราตั้งแต่ ๑๒๐ บาท ตกใจไปตกใจมาเหลือ ๘๓ บาทครับ ผมไม่ทราบว่า ตอนนี้ท่านตั้งสติได้หรือยังที่จะแก้ปัญหาราคายางพาราให้มีเสถียรภาพเหมือนดังเช่น รัฐบาลชุดก่อน ท่านประธานครับ หลาย ๆ คนบอกว่ารัฐบาลอภิสิทธิ์ดีแต่โม้ เก่งแต่พูด ผมถามว่า ณ วันนี้ตามที่ท่านได้ประกาศ ฯพณฯ ขี้ตกใจคนนี้ขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีใหม่ ๆ ได้ประกาศบอกว่าราคายางพาราจะมีเสถียรภาพที่กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท แต่วันนี้ เป็นอย่างไรครับ เหลือ ๘๓ บาท นี่หรือครับ ผมบอกว่าถ้าท่านดีแต่โม้นี่ผมกล้าพูดนะครับ แล้วก็ไม่เกินเลยจากความเป็นจริง ท่านประธานที่เคารพครับ ร่าง พ.ร.บ. การยาง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ทําให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราได้ประโยชน์ ประโยชน์ในเรื่องอะไรครับ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงพันธุ์ยางพารา ไม่ว่าจะเป็นการดูแล บํารุงรักษา อันนี้เกิดประโยชน์ครับ ผมขออนุญาตเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะรัฐบาล ชุดนี้ว่าถ้าท่านตั้งใจแก้ไขราคายางพาราให้มีเสถียรภาพเหมือนกับที่ท่านตั้งใจที่จะ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมว่าพี่น้องประชาชนคนไทยก็คงจะดีใจแล้วก็เกิดประโยชน์ ท่านประธานครับ ในปัจจุบันนี้นั้นตั้งแต่ ฯพณฯ ขี้ตกใจมาเป็นรัฐมนตรีนี่นะครับ ผมไม่สบายใจครับ เพราะพืชเกษตรทุกอย่างตกต่ําไปหมด ผมขออนุญาตพูดนอกเรื่องสักนิด ครับท่านประธาน แต่ว่าเกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร พี่น้องชาวสวนมะพร้าวครับท่านประธาน พี่น้องชาวสวนมะพร้าว ณ วันนี้มะพร้าวขายไม่ได้เลยครับ สมัยรัฐบาลท่านอภิสิทธิ์อีกละครับ มะพร้าวดี ๆ ลูกหนึ่งตั้ง ๑๕ บาท ๑๘ บาท ณ วันนี้ ๓ บาทยังไม่มีคนซื้อ ลิงตกงานครับท่านประธาน นี่ครับ ผมพูดย้ํานะครับ ลิงตกงาน ไม่ใช่คนตกงาน ลิงตกงานครับ บ้านผมมะพร้าวเยอะ เหมือนกันครับ จังหวัดชุมพร ผมว่าไม่ใช่เฉพาะบ้านผมครับ บ้าน ฯพณฯ ขี้ตกใจ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชก็มีมะพร้าวเยอะนะครับ
จ่าประสิทธิ์ ไม่ต้องประท้วงหรอกครับ วันสุดท้ายแล้ว จะจบแล้วครับ จะจบแล้ว ไม่ต้องประท้วง นั่งลง เชื่อประธานเถอะครับ นั่งลง เอานะครับ ผมไม่อนุญาตให้ประท้วงแล้ว เดี๋ยวจะปรับเวลา จนวันสุดท้ายแล้วครับ เชิญต่อ
ท่านประธานครับ ผมก็ฝากถึงท่านรัฐมนตรี ด้วยความเคารพเลยนะครับ ที่ผมพูดนั้นเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ ไม่ว่าพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา พี่น้องเกษตรกรชาวสวนมะพร้าว และใหม่ ๆ สด ๆ อีกไม่กี่วันนี้ท่านประธาน มังคุดก็จะออกอีก และเที่ยวนี้ผลผลิตเยอะนะครับ ท่านประธาน ผมบอกท่านประธานเรียนผ่าน ฯพณฯ นะครับว่าท่านอย่าดีแต่พูด อย่าดีแต่โม้ ผมบอกไว้นะครับท่านประธาน มังคุดปีนี้ภาคใต้ออกมาเยอะ แล้วถ้าไม่มีการบริหารจัดการที่ดี เดี๋ยวพี่น้องชาวสวนจะเดือดร้อน ผมเลยเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ขอให้ดูแลพี่น้องประชาชน ดูแลให้เหมือนกับที่ท่านขึ้นเวทีปลุกระดมที่ผ่านมานะครับ ท่านประธานครับ
สุดท้ายท้ายสุดนะครับ ผมขอฝากว่าให้รัฐบาลนั้นอย่ามัวแต่แก้ปัญหา ให้กับพวกพ้องตัวเอง ช่วยแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรคนส่วนใหญ่ของประเทศ ร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้นั้นถ้าหากจะได้ให้เกิดประโยชน์ ถึงที่สุดขอให้ราคามีเสถียรภาพ ขอให้พี่น้องชาวสวนยางพาราในขณะนี้สามารถที่จะลืมตา อ้าปากได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ
ท่านปาริชาติ คืออย่างนี้นะครับ ท่านปาริชาติครับ ครูมานิตย์ ก็ยังเหลือผู้ขออภิปรายอีกประมาณ ๑๐ ท่านนะครับ เอาอย่างนี้ไหมครับท่านปาริชาติ ผมว่าทุกคนก็อยากให้ตั้งร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... หมดครับ ขอสัก ๕ นาที แต่ว่าท่านอาคมเคยเป็นประธาน คณะกรรมาธิการเรื่องนี้ ท่านเจือก็เคยเป็น ท่านประกอบก็เคยเป็น แต่ว่าขอท่านอาคม กับท่านชวนไม่จํากัดเวลา แต่คนอื่นผมขอ ๕ นาทีพอแล้วครับ เชิญท่านปาริชาติครับ
ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ครับ ผมหารือนิดเดียว ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผม มานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ครับ คือผมไม่อยากเห็นบรรยากาศอย่างนี้มันเกิดขึ้นท่านประธาน นี่ไม่ได้เกเรนะครับ ไม่ได้เกเรจริง ๆ ท่านประธานบอกว่าถ้า ๕ นาทีก็ ๕ นาทีเท่ากันเถอะ การนําเสนอเรื่องปัญหาเศรษฐกิจผมเข้าใจว่าโหวตเสียง เสียงละ ๑ เสียงครับ ผมไม่ติดใจนะครับ ถ้าท่านประธานให้เขา ๒๐ นาที ส่วนผมจะได้สัก ๑๘-๑๙ นาที แต่ว่าท่านประธานพูดว่า คนนั้นเคยเป็นประธานอันนี้ คนนี้เคยเป็นประธานอันนี้ ผมก็เกิดในสวนยางพารานะครับ ท่านประธาน
ผมรู้ครับ ท่านครูมานิตย์ก็มาจากปักษ์ใต้นะครับ เราก็รู้เหมือนกัน เคยเป็นกรรมาธิการมาด้วยกันครับ รุ่นเดียวกันนะครับ ทีนี้อย่างท่านชวนก็ให้เกียรติท่านในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรีนะครับ ท่านครูมานิตย์พอแล้วครับ เพราะว่าสมาชิก
ท่านประธานครับคําเดียว ถ้าหากว่า ท่านประธานจะให้ ฯพณฯ ชวน ได้ผมยินดีด้วยความเต็มใจเลย และไม่ได้พูดจากระแนะกระแหน เพราะว่าด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านเป็นอดีตนายกรัฐมนตรี แต่ว่าถ้าเอาคนโน้นมาอ้าง คนนี้มาอ้างอีกไม่ได้นะครับ ขอให้เป็นท่านชวน ผมเข้าใจตรงนี้ มาตรฐานของสภาแห่งนี้ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านวรชัย ผมไม่ให้ประท้วง คืออย่างนี้ ผมเล่าว่าเขาเคยเป็นกรรมาธิการมาพร้อมกับผม นี่มันเข้าสภา มา ๓ รอบแล้ว ท่านวรชัยครับ ก็มาพูดเรื่องเก่า เราพูดกันมา ๓ ครั้งแล้วครับ ที่จะรวม การยาง วันนี้เป็นรอบที่ ๓ นะครับ นั่งลงครับ ผมเชิญคุณปาริชาติ ไม่เอาแล้วครับ อย่าประท้วง เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวปาริชาติ ชาลีเครือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งที่ให้โอกาสนะคะ ดิฉันเห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับ โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็น ร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเสนอโดย ฯพณฯ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ก็ดี ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย โดยท่านอรุณี ชํานาญยา และคณะ ซึ่งดิฉัน ก็อยู่ในส่วนนี้ด้วย รวมทั้งร่างของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ของพรรคประชาธิปัตย์ และของท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ของพรรคเพื่อไทย ทั้ง ๔ ฉบับนั้นดีทุกท่านเลยค่ะ แล้วก็ สนับสนุนอย่างยิ่ง ดิฉันเห็นด้วย เพราะว่าถ้าหากร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ได้ออกมันจะส่งคุณค่ามหาศาลให้กับทุกภาคส่วน ซึ่งจริง ๆ เมื่อคราวที่แล้ว ดิฉันก็มั่นใจว่าจะผ่านวาระที่สาม เสียดายจริง ๆ ที่สภายุบไปก่อน ท่านประธานคะ เนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ๔ ฉบับดังกล่าว สาระสําคัญก็คือการยกเลิกพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางเพื่อจัดตั้ง การยางแห่งประเทศไทยที่เรียกอักษรที่ย่อว่า กยท. เป็นองค์กรกลางรับผิดชอบดูแล ยางพาราทั้งประเทศให้ครบวงจรทั้งระบบ รายได้ที่เกิดขึ้นเมื่อหักค่าใช้จ่ายต้องนําส่งเข้ารัฐ โดยมีคณะกรรมการการยางดูแลรับผิดชอบกําหนดนโยบาย และมีคณะกรรมการ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างน้อยก็คือกระทรวงการคลัง สํานักงานคณะกรรมการ พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สํานักงบประมาณ และตัวแทนกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ดํารงตําแหน่งไม่ต่ํากว่าคราวละ ๓ ปี ส่วนผู้ว่าการก็ประมาณไม่เกิน ๑๐ ปี ซึ่งถือว่าลักษณะนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะเป็นการตั้งกองทุนยางพาราขึ้นมาเพื่อดูแล ราคายางพาราทั้งระบบ และสนับสนุนการวิจัยด้านต่าง ๆ ซึ่งรัฐบาลคาดว่าถ้าพัฒนา ส่งเสริมได้ในลักษณะนี้จะสามารถทําให้เกิดรายได้จากการยางนี้ถึงปีละ ๖๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมถ้าเป็นไปได้ และขณะเดียวกันถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นอีกไม่กี่ปี ก็จะสามารถเพิ่มรายได้ในเรื่องยางพารานี้ถึง ๑,๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และสนับสนุนอย่างยิ่ง ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นี้ ถือว่า เป็นการตอบโจทย์เรื่องการบริหารจัดการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จเพื่อรวมศูนย์ข้อมูล และนําข้อมูลเกี่ยวกับยางพาราจับหมวดหมู่เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการนโยบายยางพารา อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นเอกภาพอย่างยิ่ง ส่งผลกับอุตสาหกรรมยางพาราทั้งระบบ รวมทั้งเชื่อมโยงสะท้อนถึงยางพาราในตลาดทั้งในและต่างประเทศ ถือว่าเป็นเรื่องที่ ชาวสวนยางพารา เกษตรกรทั้งหลายก็ดี ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมด้านยางพารารอคอย มานานทีเดียว ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยนะคะถ้าหากร่างฉบับนี้ออกมาเร็วที่สุด จะแก้ปัญหาการผกผันราคายางพาราในประเทศอย่างมาก ซึ่งตอนนี้ก็ราคา ๑๐๐ บาทเศษ นิด ๆ นะคะ แล้วทุกคนก็กังวล ทุกคนก็ห่วงใยเรื่องนี้ ดิฉันเองก็ยินดีนะคะ
อีกประการหนึ่งที่อยากจะส่งเสริมเรื่องนี้ก็คือ ถ้าหากว่าร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ออกนะคะ ดิฉันอยากจะให้ท่านแก้ไขเกี่ยวกับ เรื่องการบํารุงรักษา ส่งเสริมเกษตรกร เรื่องการกรีดยางพารายังไม่ได้คุณภาพ ตอนนี้แรงงาน ส่วนใหญ่เป็นแรงงานภาคอีสาน ถ้าภาคอีสานนี้ทางรัฐบาลได้หันกลับมาว่า ดิฉันได้ไปดูงาน ในต่างประเทศ ทั้ง ๆ ที่ยางพาราเราส่งออกมากที่สุดของประเทศจีน ตอนนี้ถ้าหาก ทางรัฐบาลได้ส่งเสริมทางด้านวิชาชีพ ซึ่งอาจจะเป็นวิทยาลัยก็ได้ มหาวิทยาลัยก็ได้ ส่งเสริมด้านยางพาราโดยตรงตั้งแต่ต้นน้ํา ปลายน้ํา เป็นเรื่องการศึกษาด้านนี้โดยตรง จนถึงหลักสูตร ถึงดอกเตอร์ได้ก็จะสร้างแรงงานที่มีทักษะ และจะทําให้ตรงนี้มาทํางาน ด้านยางพาราครบวงจรได้หมดเลย ตรงนี้ขอฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะคะ ไม่ว่าจะเป็นด้าน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ฯพณฯ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ด้วย เพราะว่าคนอีสานตอนนี้ ย้ายกลับถิ่นภาคอีสานแล้วมาทํายางพาราที่บ้านตัวเอง อย่างจังหวัดชัยภูมิของดิฉันตอนนี้ ปลูกกันทุกอําเภอเลยค่ะ แล้วก็ตอนนี้ก็ยังมีศูนย์รับซื้อยางพาราแห่งแรกของจังหวัดชัยภูมิ แล้วก็อยากจะให้ตรงนี้นั้นมีปัญหาในเรื่องพื้นที่ปลูกค่ะ เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย ปัญหาที่ดินทํากินมีปัญหามากค่ะ เพราะว่าบางที่ดินนั้นไม่มีเอกสารสิทธิพอปลูกยางพารา ก็ถูกเจ้าหน้าที่ เวลาจะใช้รถ เครื่องมือ เครื่องจักรไปปรับพื้นที่ ตรงนี้ก็ฝากด้วย ดิฉันเห็นด้วย อย่างยิ่งค่ะ เสียดายเวลาจํากัดท่านประธานบอกว่าขอ ๕ นาที ก็ไม่เป็นอะไรค่ะ แต่ก็พูด ตรง ๆ ว่าขอรบกวนท่านสมาชิกทุกท่านให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการยาง แห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ครั้งนี้เพราะว่าเป็นเรื่องที่สําคัญเป็นกลไกสําคัญของประเทศ ขอขอบพระคุณมากค่ะ
ผมหารือ นะครับว่า ผมขออนุญาตเอาท่านนายกรัฐมนตรีชวนไปไว้เป็นคนสุดท้ายนะครับ เพราะผม ไม่จํากัดเวลาท่าน ท่านอื่นผมขออนุญาตใช้ตามที่ตกลงกัน ๕ นาที เชิญท่านอาคม อดีตประธานคณะกรรมาธิการครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อาคม เอ่งฉ้วน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอใช้เวลา ตามที่ท่านประธานท่านก่อนได้อนุญาตไว้คือ ๗ นาที สําหรับความเมตตาของท่านประธาน คนใหม่ผมก็เกรงใจนะครับ และผมก็จะพยายามรักษาเวลา เพื่อประโยชน์แห่งสภานี้ และพี่น้องเกษตรกรชาวไทยที่ปลูกยางพาราและเกษตรกรหรือพี่น้องที่เป็นธุรกิจเอกชน ที่เกี่ยวข้องกับยางพาราจะได้ทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการทํางานของสภานี้ร่วมกัน ก็คือว่า การที่รัฐบาลนํากฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่สภาเป็นครั้งที่ ๒ ผมคิดว่านั่น เป็นความก้าวหน้าเพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาครั้งที่ผมรับผิดชอบเรื่องยางพาราในรัฐบาล ของ ฯพณฯ ชวนก็เคยดําเนินการเรื่องนี้อยู่ แต่ว่าในช่วงนั้นเวลามันไม่พอเพราะเนื่องจาก การรวมองค์กรทั้งหลายท่านประธานก็คงทราบ องค์กรสํานักงานกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง องค์การสวนยางซึ่งมีพนักงานเป็นพันคน และยังเอาสถาบันวิจัยยาง ซึ่งเป็นข้าราชการประจําเข้าไปรวมอีก มันเป็นเรื่องยากมาก แม้กระทั่งที่มาของบุคลากร ก็มาต่างกัน บางองค์กรมาจากปริญญาตรี ปวส. ปวช. บางองค์กรมาจาก ป. ๔ ก็มี เพราะฉะนั้นไปรวมกันเป็นองค์กรเดียวที่เรียกว่าการยางแห่งประเทศไทยมันยากมาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็จึงดําเนินการนําเข้าสู่สภาสําเร็จ แต่ว่ามันอาถรรพ์ยุบสภาไปก่อน รัฐบาลนี้ก็นําเข้ามาอีกผมก็หวังว่าน่าจะได้ผ่านประกาศใช้ เป็นกฎหมายได้ สาระสําคัญก็คือว่าเนื่องจากว่าในช่วงรัฐบาลของท่านชวนราคายางพารา มันตกต่ํา คือราคายางพาราของประเทศไทยต้องยอมรับว่าไม่ได้หมายความว่าจะต้อง ดีตลอดไป พี่น้องเกษตรกรที่ปลูกยางพาราโปรดทราบครับ คือความต้องการของโลก มากเท่าไรยางพาราก็จะขายได้ดีเท่านั้น และเมื่อความต้องการของโลกมากแสดงว่าเศรษฐกิจ ของโลกต้องดีด้วย เพราะยางพาราส่วนมากเอาไปทําล้อรถยนต์ อุตสาหกรรมรถยนต์ แล้วก็ถุงมือแพทย์ ระยะหลังนี้ถุงมือแพทย์ใช้มาก ถ้าเศรษฐกิจโลกไม่ดีอุตสาหกรรมรถยนต์ ก็ไม่ดีอีก ราคายางพาราก็ย่ําแย่ เพราะฉะนั้นใครจะปลูกยางพาราตรงไหนในประเทศไทย ผมไม่อิจฉานะครับ แต่ว่าผมขออนุญาตให้ข้อมูลอย่างนี้ท่านประธานครับ ยางพาราได้ทดลองปลูก ในภาคอีสาน เป็นพระราชดําริขององค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ท่านอยากจะให้ ภาคอีสานมันมีความเขียวขจี แต่เนื่องจากว่ายางพาราเป็นพืชที่ต้องปลูกในพื้นที่ที่มีน้ําฝน ปริมาณไม่ต่ํากว่า ๑,๐๐๐ มิลลิเมตรต่อปี พูดง่าย ๆ ว่าต้องมีความชื้นด้วยมันถึงปลูกได้ แล้วก็ดินร่วน ดินเหนียวปลูกไม่ได้ เพราะฉะนั้นใครที่ปลูกยางพาราในนาเตรียมตัวขาดทุนได้ ไม่สําเร็จ ในจังหวัดพัทลุงเป็นต้นท่านไปดู คนที่มาจากจังหวัดพัทลุงจะรู้ดีว่ายางพารา ในจังหวัดพัทลุงไม่สําเร็จปลูกในนาข้าวไม่ได้ผล เพราะฉะนั้นเมื่อองค์สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ ท่านลองให้กรมวิชาการทดลองปลูกอันนี้อธิบดี ฉกรรจ์ แสงรักษาวงศ์ เป็นคนให้ข้อมูลกับผมว่าปลูกได้ไหมในภาคอีสานกรมวิชาการก็ไปทดลองปลูก แต่การปลูก ในระยะแรกไม่ได้ปลูกในเชิงธุรกิจ เพราะฉะนั้นกิ่งมันจึงไม่ได้มีการลิดกิ่งไม่ได้ตัดกิ่ง เพราะฉะนั้นยางพารารุ่นแรก ๆ ในภาคอีสานเราจึงเห็นว่าต้นเตี้ยแล้วก็กิ่งเยอะ เพราะว่า มันไม่ได้ตัดเหมือนปัจจุบันนี้ ปัจจุบันนี้คนอีสานก็เก่งแล้วเหมือนคนภาคใต้ สามารถลิดรอน กิ่งที่เราตัดถึงได้ที่เราเอื้อมถึงได้ พอเราตัดกิ่งตรงนี้ได้มันก็ชะลูดขึ้นต้นยางพาราก็เลย ต้นสวย ๆ และหลังจากนั้นเป็นต้นมาเมื่อเห็นว่าปริมาณน้ําฝนมันเพียงพอก็สามารถ นําไปปลูกได้ในภาคอีสาน ครั้งที่กระผมได้มีหน้าที่รับผิดชอบ ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เสนอกฎหมายเข้ามาแก้ในสภาให้คนที่ไม่เคยปลูกยางพารามาก่อนปลูกยางพาราได้ อันนี้สําคัญนะครับ ที่มันระบาดไปที่ภาคอีสานก็เพราะว่าเมื่อก่อนสํานักงาน กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางเขาจะเก็บจากชาวสวนยางพารา ไม่ได้เก็บจากรัฐบาล เก็บจากชาวสวนยางพาราเวลาผลิตออกมาเป็นยางแผ่นดิบแล้วก็แปรรูปเป็นยางแผ่นรมควัน พอยางแผ่นรมควันส่งออกไปในต่างประเทศเก็บกิโลกรัมละ ๒ บาท ๑.๕๐ บาท ๒ บาท ๓ บาท ปัจจุบันนี้ ฯพณฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ แก้หลังจากยางพารากิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท ให้เก็บไม่ต่ํากว่า ๕ บาท ใน ๓ ปีที่ผ่านมารัฐบาลตั้งแต่ ฯพณฯ สุเทพ จนปัจจุบันนี้ กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางมีเงินเก็บ ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท นี่เป็นเงินของเกษตรกร ชาวสวนยางพาราล้วน ๆ ทุกต้นที่ปลูกยางพาราเก็บเงินไว้ที่ที่เรียกกันว่าเงินเซสส์ เมื่อสักครู่ นะครับ ที่หลายคนพูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นเงิน ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไม่ใช่เงินของรัฐบาล มันเป็นเงินของเกษตรกร มันจึงเป็นพืชตัวเดียวที่เกษตรกรมีเงินเก็บด้วยตัวเอง ปัจจุบันนี้ มันมีอ้อยและน้ําตาล แต่อ้อยและน้ําตาลก็ไม่ได้หักเงินจากเกษตรกรผู้ปลูกอ้อย ไม่เหมือน ยางพารา ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ที่ผมพูดว่า ฯพณฯ ชวน แก้กฎหมาย ขณะนั้น มีการแก้กฎหมายพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางพาราให้พี่น้องที่ไม่ได้ ปลูกยางพารามีที่ดิน ๕ ไร่ ๘ ไร่ ๑๐ ไร่ หัวไร่ปลายนา ถ้าเขาจะปลูกยางพาราให้สามารถ รับเงินสงเคราะห์การทําสวนยางพาราได้ เพราะในอดีตถ้าไม่แก้กฎหมายรับไม่ได้ เพราะเงินนี้ เป็นเงินของคนที่ปลูกยางพารา เมื่อเงินของคุณปลูกยางพาราเวลาโค่นยางพารา โค่นยางพาราก็ได้ค่าโค่น ค่าต้นยางพาราตอนหลังก็ขายได้ ค่าโค่นก็ได้ เพราะฉะนั้นกองทุน สงเคราะห์การทําสวนยางเวลาเราเปลี่ยนยางพาราใหม่เมื่ออายุ ๒๕ ปี ก็อนุมัติเงินให้ตั้งแต่ ๕,๐๐๐ บาท ๘,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท ปัจจุบันนี้ ๑๖,๐๐๐ ต่อไร่ให้กับเกษตรกรไปเลย ๑๖,๐๐๐ บาท และต้นยางพารายังเป็นของเกษตรกรอีก ไปขายได้อีกไร่ละ ๔๐,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทําให้เกษตรกรมีเงินสําหรับที่จะปลูกแทนได้ แต่ในภาคอีสาน ทําอย่างนั้นไม่ได้ เพราะว่าชาวภาคอีสานยังไม่มีต้นยางพารามาก่อน เงินยังไม่ได้เก็บ เพราะฉะนั้นเมื่อไม่แก้กฎหมายก็ให้สงเคราะห์ไม่ได้ เมื่อเราแก้กฎหมายเราจึงบอกว่าคนที่ ไม่ปลูกยางพาราอนุมัติได้ไม่เกิน ๑๕ ไร่ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงบัดนี้ พี่น้องภาคอีสานจึงมีเงิน สงเคราะห์การทําสวนยางเข้าไปทดแทนให้ได้ ท่านประธานครับ ในกฎหมายฉบับนี้ หลังจากที่มีการรวมแล้วนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ที่นั่งฟังอยู่คนเดียวในรัฐบาลนี้ก็คือว่าตัวอย่างของกฎหมายฉบับนี้ที่เรียกว่าการยาง แห่งประเทศไทย ต่อไปเขาจะไม่เรียกผู้อํานวยการ หัวหน้าสูงสุดของการยางแห่งประเทศไทย เขาก็จะเรียกว่าผู้ว่าการการยางแห่งประเทศไทย ถามว่าทําไมต้องมีการจัดตั้งการยาง แห่งประเทศไทย เพราะว่าในช่วงใดก็ตามที่ราคายางพาราตกต่ํารัฐบาลไม่ต้องไปเอาเงินกู้ ธนาคารกรุงไทย รัฐบาลไม่ต้องหาเงินมาสนับสนุน ให้เขาบริหารได้ครบวงจร ทั้งผลิต ทั้งแปรรูปและส่งออก และในเรื่องของตลาดได้ด้วย นี่คือที่มาของการตั้งกฎหมายนี้ ซึ่งท่านประธานก็เคยเป็นกรรมาธิการกับผม ท่านก็ทราบเรื่องนี้ดี ท่านจะเห็นว่า ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สาระสําคัญเขาบอกว่าให้ดําเนินการให้ระดับราคายางพารา มีเสถียรภาพ นี่ละสําคัญที่สุดก็คือว่าจะต้องมีเสถียรภาพ เพราะฉะนั้นกฎหมายนี้ เข้ามาในช่วงที่ราคายางพารามันตกต่ํา ราคายางพาราตกต่ําคือเปรียบเทียบกับรัฐบาลที่แล้ว นะครับ ผมเชื่อว่าเกษตรกรฟังอยู่ ถ้ารัฐมนตรีตอบในสภาวันนี้อย่างมีสาระ อย่างมีวิสัยทัศน์ อย่างมีแนวทาง ผมว่าเผลอ ๆ พรุ่งนี้ยางพาราราคาขึ้น ถามว่าทําไมจึงเป็นเช่นนั้นครับ เพราะยางพารามันเป็นสินค้าที่ขายล่วงหน้า ชื่อภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า ฟอร์เวิร์ด (Forward) คือสามารถกําหนดราคาล่วงหน้าได้เลยไม่ว่าจะขายประเทศจีน ขายประเทศเยอรมนี ขายประเทศสหรัฐเมริกา ขายประเทศแคนาดา พ่อค้าผู้ส่งออกในประเทศไทยเขาส่ง ไปขายล่วงหน้า พอขายล่วงหน้าเสร็จเขาก็เอาราคาที่ขายล่วงหน้ามากําหนดซื้อในประเทศ ถ้าเขาขายล่วงหน้าได้ในราคาแพง เขาก็ต้องกลับมาซื้อในราคาสูงแน่นอน และถ้ามีการแข่งขันกันมาก แน่นอนที่สุด ถ้ามีการแข่งขันกันมากราคายางพาราก็ตกต่ํา เพราะฉะนั้นในรัฐบาลในอดีตที่พวกผมได้ดําเนินการก็คือว่าต้องไปเจรจากับประเทศมาเลเซีย ต้องไปเจรจากับประเทศอินโดนีเซียว่าอย่าแข่งกันนะ ถ้าเราแข่งกันเท่าไรเกษตรกร แต่ละประเทศที่ปลูกยางพาราจะแย่เท่านั้น นี่คือที่มาของการไม่ตัดราคากัน ซึ่งที่เรียกกันว่า ๓ ประเทศร่วมกัน
ทีนี้ผมจะพูดในประเด็นสุดท้าย เพราะเวลาใกล้หมด ก็คือว่าวันนี้ ที่มีการห่วงกันมากในภาคใต้ก็คือว่าพ่อค้ามีแนวโน้มจะไม่รับซื้อ ไม่มีใครไปยุยง ครับท่านประธาน แต่เนื่องจากว่าท่านรัฐมนตรีไปที่บ้านผมก็ไปประกาศว่า ไม่กี่วัน ราคายางพาราจะ ๑๒๐ บาท ยางพารารัฐบาลจะดูแลไม่ให้ต่ํากว่า ๑๒๐ บาท ถามว่า ๑๒๐ บาทมาจากไหน มาจากเกษตรกรปิดถนนที่จังหวัดสงขลา เกษตรกรเขาปิดถนน ที่จังหวัดสงขลาและเขาเรียกร้องราคายางพารา ๑๒๐ บาท ทีนี้พอรัฐมนตรีเรา เข้ามารับผิดชอบเป็นคนภาคใต้ คนก็เกิดความหวัง และพอท่านไปพูดว่าแน่นอนที่สุดรัฐบาล มีเงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลจะแทรกแซงแน่นอน ยางพาราจะไม่ต่ํากว่า ๑๒๐ บาท พอพูดอย่างนี้ปั๊บ พ่อค้ายางพาราในประเทศไทยที่อยู่ภาคใต้ เขาก็ต้องซื้อยางพาราสิครับ เขาซื้อ ๘๐ บาท ๙๐ บาท ๑๐๐ บาท แล้วแต่ เพราะเขาหวังว่าเมื่อรัฐบาลแทรกแซง ๑๒๐ บาท เขาจะได้ขาย ๑๒๐ บาท ซึ่งเขาจะกําไร เราไปโทษพ่อค้าไม่ได้ เพราะรัฐบาล ส่งสัญญาณเอง เมื่อเขาซื้อไปซื้อมาวันนี้สายป่านมันขาด เงินหมดสิครับ เพราะยางพารา กิโลกรัมละ ๑๐๐ กว่าบาท เงิน ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท มันซื้อได้ ไม่กี่กิโลกรัม พอวันนี้สายป่านมันหมด รัฐบาลก็ไม่ได้ช่วยอะไร ที่ท่านพูดว่า ๑๒๐ บาท มันก็ไม่ขึ้นสักทีหนึ่ง ผมหมายถึงตลาดโลกนะครับ มันก็ไม่ขึ้น พวกนี้ก็ขายไม่ได้ พอขายไม่ได้ แนวโน้มหลายคนก็หยุด ทุนหมด ธนาคารไม่ให้สินเชื่อ ก็ซื้อไม่ได้ พอซื้อไม่ได้ นี่ละครับ คือที่มาบอกว่า เมื่อพ่อค้าหยุดซื้อ เห็นไหมครับ เมื่อพ่อค้าหยุดซื้อ ผมว่ายางพาราจะต้อง ดิ่งลงไปอีก เพราะฉะนั้นรัฐบาลท่านณัฐวุฒิต้องรีบดําเนินการ ท่านจะแถลงนโยบาย หรือท่านจะพูดในสภานี้อย่างไรก็ตาม ให้เสถียรภาพราคายางพารามันมี ให้พ่อค้า มีความมั่นใจและออกมาซื้อตามกลไกตลาด ผมไม่มีเวลาที่จะพูดให้ท่านเข้าใจว่า ทําอย่างไรถึงจะทําให้เราราคามีเสถียรภาพ เพราะว่าอันนี้มันเป็นเรื่องของอุปสงค์ อุปทาน ธรรมดาอยู่แล้ว ถ้าวันใดก็ตามที่เราผลิตยางพาราออกมาได้มากรับรองราคามันต้องถูก เราต้องเก็บยางพาราไว้ที่เราเรียกว่าเก็บสต็อก การเก็บสต็อกนี่นะครับ ถ้าพ่อค้า ไม่ร่วมเก็บกับเรา เราต้องเก็บเอง แต่ว่าในรัฐบาลของ ฯพณฯ อภิสิทธิ์ ท่านสุเทพ มีความสามารถในการเจรจาให้กับพ่อค้าเก็บสต็อกได้ และพ่อค้าเขาบอกว่าถ้ายางพารา ตกต่ําลงเมื่อไร เขาจะเก็บ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน เขาพูดอย่างนี้ครับ ก็ส่งสัญญาณไปทั่วโลก ๗-๘ บริษัทบอกว่าจะช่วยกันเก็บคนละ ๑๐,๐๐๐ ตัน ๒๐,๐๐๐ ตัน ๓๐,๐๐๐ ตัน บอกว่า พ่อค้าจะเก็บสต็อก ๓๐๐,๐๐๐ ตัน พอเก็บก็เป็นประโยชน์กับเขาอย่างไร พอยางพาราขึ้น เขาก็กําไร พอเขาส่งสัญญาณไปอย่างนี้ ท่านสุเทพก็บอกว่าผมก็มีสตางค์ด้วย รัฐบาลมีอยู่ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็จะเก็บอีก ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ส่งสัญญาณไป ๒ ทางเท่านั้น พ่อค้าเก็บ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านสุเทพบอกจะเก็บ ๓๐๐,๐๐๐ ตัน ๖๐๐,๐๐๐ ตัน ราคายางพารา มันก็พรวดเข้าไป ๑๘๐ บาทสิครับ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นในรัฐบาลที่แล้ว เป็นปัญหา ในเชิงบวก แต่ว่าปัจจุบันนี้ท่านณัฐวุฒิก็เจตนาดี เพราะว่าเป็นคนภาคใต้ ก็บอกว่าเอาล่ะ จะทําไม่ให้ต่ํากว่า ๑๒๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ราคายางพารามันขึ้นมันลง ตามเศรษฐกิจโลกอย่างที่ผมว่า แต่ว่าอย่างน้อย ๆ นะครับ นโยบายต้องมีส่วนด้วย สําคัญที่สุดก็คือว่าคณะกรรมการนโยบายยางแห่งประเทศไทยจะต้องกําหนดนโยบาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ส่งออกยางพารา ผู้ส่งออกยางพาราเขาจะได้ซื้อยางพารา แล้วก็เก็บมาแปรรูปเป็นยางแผ่นรมควันหรือเป็นน้ํายางสดก็สุดแล้วแต่ นี่สําคัญที่สุดนะครับ ราคายางพาราก็จะปรับตัวทันที ทีนี้ที่มีการพูดกันว่า เมื่อสักครู่ ผมนั่งฟังอยู่ ท่านพูดไม่จริง ผู้เสนอร่างกฎหมายเอ่ยชื่อท่านหน่อยนะครับ ท่านอรุณี ชํานาญยา ท่านบอกว่าเวลานี้ ยางพาราราคา ๑๐๐ บาท ท่านพูดไม่จริง ไม่มีหรอกครับ ยางพารา ๑๐๐ บาท ตอนนี้ มัน ๘๐ กว่าบาท ท่านไปเช็กที่ไหนได้ กดเข้าไปในกูเกิล (Google) นี่ก็ได้ กดที่ไหนก็ได้ มันไม่ถึง ๑๐๐ บาท หรือแม้กระทั่งตลาดกลางหาดใหญ่ก็ไม่ถึง เพราะถ้าท่านพูดว่า ๑๐๐ บาท เกษตรกรที่เขาฟังอยู่เขาจะเดือดร้อน เวลาเขาจะพาไปขาย ถามว่าขายที่ไหน ๑๐๐ บาท เขาจะไปขาย ไม่ใช่ เวลานี้มันตกต่ําจริง ๆ เพราะฉะนั้นที่รัฐบาลไปเก็บเขา กิโลกรัมละ ๕ บาทเวลาส่งออก ท่านณัฐวุฒิลองไปเจรจากับรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีดูว่า เวลานี้ช่วยผ่อนปรนลงมาหน่อย ลดลงมาเหลือ ๒ บาท ๓ บาทได้ไหม พอมันขึ้น ๑๒๐ บาท ๑๔๐ บาท ก็เก็บอีกก็ได้ เพราะวันนี้มันมีตั้ง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทเอามาแทรกแซงไม่ได้นะ เอามาซื้อยางพาราไม่ได้ เพราะว่ามันเป็นเรื่องของ การปลูกแทน มันเป็นสตางค์ของเกษตรที่เอาไว้สําหรับปลูกแทน พัฒนายางพารา เพราะฉะนั้นไม่ใช่คิดจะเอามาแทรกแซงในเรื่องราคาไม่ได้ แต่ว่าผมได้ข่าวว่า หลายครั้ง ที่ท่านไปพูด ท่านบอกว่าท่านจะไปแก้ไขมติบอร์ด คือว่าประชุมบอร์ด ปัจจุบันนี้ชดเชย ให้ไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาท ท่านบอกว่าถ้าเงินมันมาก ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มีความเป็นไปได้ อันนี้จริงไม่จริง เดี๋ยวท่านต้องแก้ตัวนะ ท่านบอกว่าต่อไปนี้ชาวสวนยางพารา เวลาโค่น ยางพาราท่านจะให้ ๒๖,๐๐๐ บาท นี่ท่านพูดอย่างนี้ อันนี้มันประชานิยมอีกแล้วนะครับ เอาเงินเกษตรกรเขามาที่เขาเก็บสะสมมา ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอามาให้กับ ชาวสวนยางพาราก็จริง แต่ว่ามันเพิ่มทีเดียวจาก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาทเป็น ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท มันมากเกินไป ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งสิ้นนะครับพูดความจริงกับประชาชน พูดความจริง กับเกษตรกร ผมเข้าใจว่าเกษตรกรรับได้ ไม่จําเป็น เวลานี้อาจจะไม่ถึง ๑๘๐ บาทนะ แต่ถ้ามันมากกว่า ๑๐๐ บาท ผมคิดว่าตัวเลขมันดูดี แต่วันนี้มันต่ํากว่า ๑๐๐ บาท เกษตรกรก็คงแย่ครับ เพื่อรักษาเวลาครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ
เชิญท่าน ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จากจังหวัดสุรินทร์ โดยข้อเท็จจริงแล้ววันนี้ถ้าพูดถึงยางพารา คุยกันมาหลายชั่วโมง แล้วก่อนหน้านี้ เรื่องยางพาราก็คุยกันมาบ่อย เพราะว่ายางพาราเวลาเอามาเข้าในสภาแห่งนี้ถือว่าเป็นทั้ง พืชเศรษฐกิจแล้วก็เป็นพืชการเมือง ท่านประธานอยู่ในสภานี้ก็พอประมาณแล้ว วันนี้ก็เหมือนกันส่วนใหญ่แล้วถ้าฟังเป็นสาระบ้างก็มีมาก แต่ว่าถ้าฟังเป็นการเมือง แล้วก็มีเยอะ ไปเชียร์กันไปบอกกันว่ารัฐบาลสมัยนั้นราคายางพารามันทําได้ดี มันแพง จริง ๆ แล้วเหมือนผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี่ท่านพูดได้ดีมาก ผมพยายามนั่งฟัง ท่านเอาข้อเท็จจริงมาพูดตลอด เพียงแต่ว่าเสียไปนิดเดียวท่านอาคมท่านไม่ยอมบอกเลยว่า รัฐบาลไทยรักไทยในสมัยนั้นก็มีความตั้งใจสูง วันก่อนสมัยผมเด็ก ๆ ผมเรียนหนังสือ เราจะท่องกันตลอดว่าพืชเศรษฐกิจ สินค้าเศรษฐกิจของไทยก็มีข้าว มีดีบุก แล้วก็มียางพารา บังเอิญยางพาราในอดีตนั้นมันเป็นยางพาราที่เกิดขึ้นอยู่ในเฉพาะทางใต้ ฉะนั้นแน่นอนที่สุด ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาจะมาพูดเพื่อให้คนเห็นใจและให้คนเข้าใจก็ต้องพูด เพื่อให้ได้คะแนนเสียง อันนี้เป็นเรื่องปกติของนักการเมือง แต่ถ้าท่านประธานย้อนกลับไป แล้วผมก็เป็นคนที่เกิดอยู่ที่จังหวัดพัทลุง เหมือนกับท่านรัฐมนตรีเกิดอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ยางพารามันเพิ่งมามีราคาเมื่อคนชื่อ พันตํารวจโท ดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร เป็นคนคิด แล้วคนกล้าตัดสินใจที่ตัดสินใจนอกกรอบเพื่อที่จะยกฐานะของคนที่ปลูกยางพาราและสินค้า ทางการเกษตรทุกตัว สมัยก่อนคนที่กําหนดราคายางพาราเป็นเจ้าของตลาด คือ ประเทศสิงคโปร์ ท่านประธานก็เป็นผู้แทนราษฎรอยู่วันนั้นผมก็เป็นผู้แทนราษฎรอยู่ แต่ก่อนหน้านั้นเคยเป็นนายกรัฐมนตรี เคยเป็นรัฐบาล ผมไม่ทราบ ที่เขาจะทําเรื่องยางพารา มาขนาดไหน แต่วันที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรผมรู้ ประเทศสิงคโปร์ท่านประธานครับ ต้นยางพาราไม่มีสักต้นหนึ่ง ใบยางพาราไม่มีสักใบหนึ่ง แต่เป็นคนกําหนดราคายางพารา นี่เขาเรียกว่าพ่อค้าคนกลางเฉย ๆ ยางพาราวันนั้นกิโลกรัมละ ๑๘ บาท ๑๗ บาท หลังบ้านผมผมเกิดในสวนยางพาราครับ ยางพาราขณะนั้นชาวสวนยางพารายังอยู่ได้ พี่น้องชาวยางพารายังอยู่ได้ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเห็นช่องว่าง เพราะท่าน เป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านเศรษฐกิจ ท่านก็เลยหาวิธีการใหม่ว่าจริง ๆ แล้วในโลกนี้ ประเทศไหนบ้างที่มันปลูกยางพารากันมาก มันก็มีประเทศไทย มีประเทศอินโดนีเซีย แล้วก็ มีประเทศมาเลเซีย ก็เรียก ๓ ประเทศนี้ว่าพวกเรามาตกลงกัน แล้วก็กําหนดกลไกเรื่องของ ราคาทางการตลาดของยางพารา โดยการตัดพ่อค้าคนกลางมันก็เลยกระโดดขึ้นมาจาก ๑๗ บาท ๑๘ บาท มาเป็น ๗๐ บาท ๘๐ บาทขึ้นทุกวันพี่น้องผมก็ดีใจกัน แต่พอเลือกตั้ง เมื่อไรพรรคไทยรักไทยก็แพ้ทุกครั้งที่ทางภาคใต้ แต่เราต้องยอมรับว่าตั้งแต่วันนั้นมา แล้วช่วงนั้นล่ะครับ ช่วงพวกผมเป็นรัฐบาลนี่ละครับ ที่โตโยต้า มาสด้า จองกันแล้วจองกันอีก จองกันไม่ค่อยทัน แต่พอหลังจากนั้นก็มีคนมาบอกว่าคนนั้นเก่งคนนี้เก่ง ไม่หรอกครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็สโลแกน (Slogan) เขาเขียนไว้แล้วว่าเศรษฐกิจแย่คนแก้ก็ต้อง พรรคเพื่อไทย เขารู้นี่ว่ารัฐบาลไหนคิดปัญหาแก้เรื่องเศรษฐกิจเป็น รัฐบาลไหนเก่งกฎหมาย รัฐบาลไหนเก่งอภิปราย วันนี้รู้กันหมดล่ะครับ แต่ก็ต้องบอกกันบ้างสิครับความจริงว่าใคร แล้วเรื่องยางพาราอย่าไปโทษ ผมไม่ได้โทษรัฐมนตรีณัฐวุฒิ แน่นอนที่สุดเขาเป็นคนภาคใต้ ยางพาราเกิดขึ้นที่ภาคใต้ เมื่อกลับไปแล้วเขาก็อยากให้ยางพารามันแพง แล้ววันนี้ที่อีสาน โน่นสวนของ ส.ส. ชูวิทย์ กุ่ย อยู่จังหวัดอุบลราชธานี นอกจากปลูกเองแล้ว ก็พาพี่น้องแถวตระการพืชผล พาพี่น้องในเขตเลือกตั้งปลูกเต็มไปหมด เพราะอยากเห็น พี่น้องมีความอยู่ดีกินดี ไม่มีผู้แทนราษฎรคนไหนหรอกครับ ท่าน ส.ส. สมคิด บาลไธสง จังหวัดหนองคาย บอกว่าเที่ยวหน้าจะสนับสนุนส่งเสริมการปลูกยางพาราเต็มที่ให้มันเต็ม จังหวัดหนองคาย แต่จริง ๆ แล้วจังหวัดหนองคายมันเต็มไปหมดแล้ว วันนี้จังหวัดหนองคาย ฝนตกเพราะว่าความชื้นในอากาศมันสูงแล้วมันไหลมาสู่อีสาน มันไหลมาสู่ภาคกลาง ผมให้ กําลังใจ แต่สิ่งที่ผมลุกขึ้นมาพูด ผมพูด ๒ ประเด็น เพราะด้วยเวลาจํากัด ผมก็ไม่อยากฝืน ท่านประธาน อยากเอาความจริงมาพูด ๑. ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีส่งเสริมสนับสนุน โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีสวนยางแต่มีที่ดิน แต่ไม่มีทุนครับ ท่านครับ ตรงนี้ต้องไปคิด ท่านจะไปแก้ กฎหมายจาก ๑๖,๐๐๐ เป็นอะไร ถ้าท่านมีอํานาจท่านทําไปเถอะครับ เพราะมันเป็น พี่น้องประชาชนคนไทย ถ้าสินค้าทางเศรษฐกิจมันดี พืชทางเศรษฐกิจมันดี รายได้น้ํายางพารา มันค่อนข้างจะถาวร ผมสนับสนุนท่าน ส่วนการพูดของท่านมันไม่ใช่ประเด็น ท่านไปพูด ๒๘๐ ก็ไม่เห็นจะเสียหายอะไรมากมาย และท่านคิดว่าท่านอยากจะทําให้มันได้ แต่ว่า มันไม่ได้วันนี้ มันก็เป็นไปตามกลไกตลาดโลกใคร ๆ เขาก็รู้ แต่หลังจากที่ท่านพูดแล้วก็มีคนอื่น ไปบิดเบือนอีกปัญหามันเลยเกิด เพราะวันนี้ผมบอกแล้วว่ายางพารานั้นเป็นทั้งสินค้า ทางการเกษตร เป็นสินค้าเศรษฐกิจ แล้วก็เป็นสินค้าทางการเมือง แต่ผมอยากฝากย้ํานะครับ ท่านต้องไปดูแลโดยเฉพาะพี่น้องในอีสานบ้านผม วันนี้มีที่ดินจํานวนมากมายมหาศาล แต่ขาดทุน ขาดทุนนะครับ ไม่ใช่ขาดทุนกับการขาย ขาดทุนรอนในการดําเนินการ เพราะยังมี ที่ว่างเปล่าเยอะ เมื่อก่อนเขาปลูกยูคาลิปตัส แต่วันนี้จะปรับปรุงกลับมาปลูกยางพารา แต่ว่า ไม่มีทุนรอน ท่านต้องไปแก้ครับ ท่านเป็นคนหนุ่ม วันนี้ภาคเหนือ ภาคอีสาน ถ้าเรามีสินค้า ทางด้านยางพาราพืชเศรษฐกิจอย่างนี้ ผมคิดว่าลืมตาอ้าปากเจริญไปข้างหน้า ท่านทักษิณ ก็ทําไว้แล้ว ท่านพยายามรวบรวม ท่านพยายามคิด วันนี้มาน้องสาวท่าน ท่านยิ่งลักษณ์เขาก็คิด อยู่ตลอดเวลาว่าทําอย่างไรให้พี่น้องลืมตาอ้าปากได้ ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ขยายโอกาส นี่คือ คอนเซพท์ (Concept) ของรัฐบาลนี้ ผมก็คงที่จะไม่รบกวนเวลามาก เพราะว่าท่านประธาน ให้ผม ๕ นาที ก็ให้กําลังใจท่านรัฐมนตรีคนหนุ่มที่คิดว่าในอนาคตข้างหน้าท่านมีสมอง ท่านมีสติ ส่วนในเรื่องของการพูดบ้าง อะไรบ้าง ผิด ๆ พลาด ๆ ถึงแม้ว่าบางคนอาจจะบอกว่าอ้ายครูมานิตย์ มันอภิปรายมันไม่รู้คําพูดของรัฐมนตรีมันกระทบไปทางเศรษฐกิจ ผมเข้าใจครับ แต่คนมาเป็นผู้นํา มาเป็นรัฐมนตรี ถ้าไม่สร้างความเชื่อมั่นแล้วคนมันอยากจะปลูกหรือครับ นี่บ้านผมก็อยากจะปลูกเพราะเขาเกิดความเชื่อมั่น ก็กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ
ท่านอรุณี
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตพาดพิงนิดหนึ่ง ต่อท่านผู้อาวุโสที่พูดถึงชื่อดิฉันในเรื่องของราคายางเมื่อกี้ ดิฉันพูดจริงว่า ๑๐๐ กว่าบาท แต่ว่าเป็นการพูดในลักษณะพูดรวมว่าราคาได้เริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ และราคาก็ได้เพิ่มขึ้นเป็น ลําดับถึง ๑๐๐ กว่าบาท ณ วันนี้ คือพูดในภาพรวมนะคะ ไม่ใช่พูด ณ เวลานี้ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าเราดูข้อเท็จจริงเราไม่ได้เอาเรื่องนี้มาเป็นการเมือง ก็จะเห็นจริง ๆ เป็นอย่างนั้น ปี ๒๕๔๔ เฉลี่ย ๒๐ บาท ปี ๒๕๔๕ ๒๙ บาท ต่อมาก็ ๓๖ บาท ๔๖ บาท ๕๕ บาท ๗๒ บาท มันคือลําดับ แต่ดิฉันพูดโดยรวมนะคะ ดิฉันไม่ได้พูดเอาเรื่องเล็กมาพูด ขอบคุณมากค่ะ
เชิญท่านฮอชาลี ม่าเหร็ม ๕ นาที เรียงกันครับคุณวัชระ เดี๋ยวผมให้เรียง เหลือไม่กี่คนแล้วครับ ๒-๓ คนแล้วครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายฮอชาลี ม่าเหร็ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอใช้เวลาในช่วง ตรงนี้ในการอภิปรายในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยาง ซึ่งทางรัฐบาลได้เสนอเข้ามาอีกครั้งหนึ่ง ในคราวนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าหากว่าเราได้เล็งเห็นถึงความตั้งใจแล้วก็ความจริงใจ ของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาราคายางพารานั้น รัฐบาลน่าจะหยิบยกตั้งแต่ท่านเข้ามาเป็น รัฐบาลในช่วง ๒ เดือนที่แล้ว ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความสําคัญ แล้วก็เป็นกฎหมายที่สามารถ ที่จะเสริมสร้างเสถียรภาพแล้วก็รายได้ การอยู่ดีกินดีของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนทั่วทุกภูมิภาคที่ได้ปลูกยางพารา ท่านประธานที่เคารพครับ ในหลักการของกฎหมายฉบับนี้นั้นผมขออภิปรายที่เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของเสถียรภาพ เรื่องของเศรษฐกิจเพราะท่านได้เสนอกฎหมายนี้เข้ามา ท่านได้อ้างอิงถึงว่าการที่มีกฎหมาย ฉบับนี้นั้นสามารถที่จะทําให้เกิดเสถียรภาพทางด้านเศรษฐกิจ แล้วก็เกิดการมีรายได้ของ พี่น้องประชาชนขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ ในการอภิปรายในกฎหมายฉบับนี้นั้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องสะท้อนถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ปลูกยางพารา ทั้งหมด ๑๐ กว่าล้านไร่ทั่วประเทศ ณ ขณะนี้รวมถึงพี่น้องประชาชนซึ่งอยู่ในภูมิภาคต่าง ๆ จะเป็นภาคเหนือ ภาคอีสานที่เขาเพิ่งเริ่มกรีดได้ในช่วงเดือน ๒ เดือนที่ผ่านมา แล้วก็เพิ่งเริ่มกรีด ในช่วง ๕ เดือนที่ผ่านมานั้น ความหวังที่จะได้เห็นราคายางที่มีเสถียรภาพเหมือนกับในสมัย ช่วง ๑ ปี หรือ ๒ ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นราคาที่ทางตลาดโลกได้มีการซื้อขายกันนั้น แต่มาถึงช่วง ณ ขณะนี้ ณ วันนี้นั้นเหลือเพียงแค่ ๗๐ กว่าบาท ๘๐ กว่าบาท มันทําให้ความรู้สึกของ ชาวบ้านเกิดความหดหู่ สิ่งที่ผมอยากจะต้องอภิปรายนั่นก็คือว่าเรื่องของการแก้ไข เรื่องของ การสร้างราคายางพาราให้เกิดมีความเสถียรภาพนั้น นอกเหนือจากการที่เราจะดูตาม กฎหมายแล้ว นอกเหนือจากเรามีการบูรณาการกฎหมาย แล้วก็มีกฎหมายที่เป็นองค์กรกลาง ของยางพาราแล้วนั้น นโยบาย แล้วก็ทิศทางตลอดจนแนวปฏิบัติ แล้วก็มาตรการของ รัฐบาลเป็นสิ่งที่มีความสําคัญ ผมอยากจะชี้ให้ท่านประธานได้เห็นว่าในสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ ใน ๒ ปีที่แล้วเราเป็นรัฐบาล เราได้ใช้เงินประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาทแค่นั้นเองในการ ที่จะให้งบประมาณลงไปยังองค์กรที่มีอํานาจ องค์กรที่มีมาตรการในการที่จะแทรกแซงแล้วก็ ซื้อยางพาราเข้ามาทําสต็อกขึ้นมาในประเทศ แล้วก็เปรียบเทียบกับมติ ครม. ซึ่งรัฐบาลออกมา ในเดือนมกราคม ในช่วง ๕ เดือนที่แล้ว แล้วก็ใช้เงินมากกว่า ใช้เงินตั้ง ๑๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในการที่จะไปซื้อยางพาราเพื่อที่จะทําให้ราคายางมันขึ้น แต่ทําไมในยุคที่แล้วมันขึ้นถึง ๑๘๐ บาท แต่มาตอนนี้มันไม่ขยับเลยนะครับ รัฐบาลก็ประกาศว่า ๑๒๐ บาท แต่มันขึ้นได้ เพียงแค่ ๘๐ กว่าบาท หรือไม่ก็ ๘๕ บาท ๘๖ บาท เศษยางหรือขี้ยางนั้นก็เหลือเพียงแค่ ๓๐ บาท ๔๐ บาท หรือ ๒๐ บาทในบางพื้นที่ ตรงนี้คือสิ่งที่มันเป็นเรื่องของ ไม่ใช่เรื่อง การเมือง มันเป็นเรื่องของความรู้สึกของพี่น้องประชาชนว่าเงินของเขามันหายไปจากกระเป๋า มันส่งผลทําให้การซื้อขายการจับจ่าย ท่านประธานลองไปเดินดูตามตลาดนัดในทั่ว ทุกภูมิภาคแม่ค้าก็จะบ่นว่าขายของไม่ดี นั่นคือพี่น้องประชาชนขาดเงินในกระเป๋า ตรงนี้เป็นเรื่อง ผมอยากจะถาม อยากให้ทางท่านรัฐมนตรีตอบว่ามันติดขัดตรงไหน ในคราวที่แล้วใช้ไป ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ราคายางขึ้น แต่ท่านใช้ไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ขยับเลยมันติดขัด ตรงไหน มันเป็นเรื่องของบารมี หรือมันเป็นเรื่องของความเชื่อมั่น หรือเป็นเรื่องของจิตวิทยา ในการบริหารในเรื่องนี้นะครับ อยากจะให้ผู้ที่รับผิดชอบในเรื่องของทิศทางนโยบายได้ตอบ พี่น้องประชาชนผ่านสภาผู้แทนราษฎรตรงนี้ด้วยนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน
ท่านวัชระครับ อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ เชิญเลยครับ เดี๋ยวก็มาคุณเจือครับ เหลือ ๓ ท่านเองครับ จะถึง ท่านชวนแล้ว เชิญเลยครับ คุณวัชระเอาเลยหรือเปล่า เชิญเลยครับ
ขอบคุณครับท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมก็ขออนุญาตใช้เวลาอาจจะเกิน ๕ นาทีสักเล็กน้อยเนื่องจากว่า ได้เตรียมเนื้อหาในการอภิปรายไว้ตั้งแต่ประธานท่านที่แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็น ส.ส. บัญชีรายชื่อซึ่งได้เดินทางไปทั่วประเทศ และได้เห็นพี่น้องเกษตรกรปลูกยางพารา เป็นจํานวนมาก ปู่ของผมนั้นก็เป็นชาวสวนยางพารา พ่อได้เรียนหนังสือก็เพราะเงินจากสวนยาง แล้วพ่อก็ส่งเงินให้ผมก็คือเงินจากสวนยางได้เรียนหนังสือ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นความทุกข์ยากของพี่น้องชาวสวนทั่วประเทศ โดยเฉพาะ ชาวสวนยางพาราเป็นปัญหาที่ต้องอภิปรายและต้องได้รับการแก้ไขจากรัฐบาลชุดนี้ จึงกราบเรียน ท่านประธานว่าในวันจันทร์ที่ ๑๘ ที่จะถึงนี้พี่น้องชาวสวนยางใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้จะมี การประชุมเพื่อที่จะเรียกร้องต่อรัฐบาลที่โรงแรมร้อยเกาะ อําเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางตกต่ํา ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ที่รัฐบาลและเพื่อนสมาชิกเสนอเข้ามานั้น ผมเห็นด้วยแต่มีข้อสังเกตบางประการ ทั้ง ๗๖ มาตรา ซึ่งอยากกราบเรียนท่านประธานว่า โดยเฉพาะในมาตรา ๙ ซึ่งบัญญัติให้องค์กร คือ กยท. การยางแห่งประเทศไทยนี้มีอํานาจ กระทํากิจการต่าง ๆ ภายใต้กรอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๘ ดังต่อไปนี้ ผมขอเน้น เฉพาะ (๒) ก็คือประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา ท่านประธานครับ ถ้าองค์กรนี้จะประกอบธุรกิจ เกี่ยวกับยางพารา ผมก็มีความวิตกห่วงใยว่าเงินของพี่น้องเกษตรกร เงินที่องค์กรนี้มีจํานวน นับหลายหมื่นล้านบาท จะหายไปหรือไม่ และถ้าประกอบธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา บริษัท ทีพี กรุ๊ป จะเข้ามาฮั้วประมูลอีกหรือไม่ ท่านประธานครับ บริษัท ทีพี กรุ๊ป เอ่ยอย่างนี้ท่านประธาน อาจจะสงสัยไม่เข้าใจ ผมอยากจะอธิบายสักเล็กน้อยก็คือ บริษัท แมสมีเดีย บริษัท แอคทีฟ บริษัท ไทยคอนซัลแตนท์ ซึ่งทั้ง ๓ บริษัทเป็นบริษัทที่ฮั้วประมูลกับ ปตท. ผมจึงอยากกราบเรียน ท่านประธานเพื่อถามไปยังรัฐมนตรีซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับทั้ง ๓ บริษัทโดยตรง บริษัทเหล่านี้ จะมาเกี่ยวข้องกับองค์กรที่ว่านี้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานครับ นอกจากนี้ท่านรัฐมนตรี ก็ไปโม้ในเทศกาลสงกรานต์ ตําบลหัวสะพาน อําเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปบอกพี่น้องชาวสวนยาง จังหวัดนครศรีธรรมราชว่าต่อไปนี้ราคายางจะได้กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท คือถ้าพูดภาษาบ้านผมก็ต้องบอกว่า ได้กิโลกรัมละร้อยยี่สิบบาทครับพี่น้อง แล้วเสียงปรบมือ ก็ดังกระหึ่ม และนอกจากนี้ยังไปงานศพในอําเภอต่าง ๆ เช่น ที่ตําบลเปลี่ยน อําเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช แม้แต่งานศพเล็ก ๆ ก็ยังไปประกาศว่ายางจะได้กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ๑๒๐ บาทครับพี่น้อง แต่ตอนนี้กิโลกรัมละเท่าไร ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีท่านจะมี ความรู้สึกอย่างไร ที่ไม่สามารถทําตามคําพูดได้ แต่ถ้าหากเป็นผมพูดไปอย่างนั้น ผมมียางอาย ผมมียางอาย ผมไม่กล้าอยู่ในตําแหน่งต่อไปหรอกครับ ผมทราบดีว่าท่านมาเป็นรัฐมนตรี เพราะท่านมาจากล้อยางรถยนต์ที่ท่านเคยประกาศให้ระดมเอาไว้ในกรุงเทพมหานคร เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ท่านประธานครับ ฟังเหตุผลผมสักเล็กน้อย
ท่านวัชระ มีผู้ประท้วงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดหนองบัวลําภู ผมคิดว่าบรรยากาศวันนี้ก็เดินมาดีแล้ว ท่านประธานช่วยตักเตือนให้อยู่ในประเด็นด้วยครับ
ท่านวัชระ ท่านก็บรรยากาศดี ก็พูดดีมาหลายครั้ง ท่านต้องเอาท่านอาคมเป็นตัวอย่างครับ เอาเฉพาะสาระ ของการรวมองค์การสวนยางกับกองทุนสงเคราะห์สวนยางดีกว่าครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกพิษณุ หัตถสงเคราะห์ ที่ลุกขึ้นมาท้วงติง แต่กราบเรียนท่านประธานว่าล้อยางรถยนต์มาจากยางพาราใช่ไหมครับ มาจากยางพาราครับ เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับกันว่าผลิตภัณฑ์มาจากยางมีหลายชนิดมาก และนี่คือผลประโยชน์ของพี่น้องชาวสวนยาง ท่านระดมล้อรถยนต์อย่างที่ท่านทําก็ทําไปเถอะครับ แต่ส่งผลอานิสงส์ให้ท่านมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือมาดูแล ยางพาราอีกชั้นหนึ่ง แล้วเมื่อยางพาราราคาตกต่ํา ท่านไปบอกกับสื่อมวลชน บอกกับพี่น้อง เกษตรกรว่าอย่างไรครับ ท่านจะรณรงค์ให้สวมถุงยางอนามัยถึง ๓ ชั้น เพื่อที่จะให้ยางพารา ราคาดีขึ้นมา ผมจึงต้องการคําตอบจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่บอกว่ามีวิสัยทัศน์กว้างไกล และท่านวีระกานต์ มุสิกพงษ์ ก็ชื่นชมว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี ในอนาคต ก็ได้โปรดบอกพี่น้องประชาชนชาวสวนยางพาราทั้งประเทศหน่อยครับว่า วิสัยทัศน์ของท่านรัฐมนตรีที่บอกว่าให้รณรงค์ให้สวมถุงยางอนามัยถึง ๓ ชั้น เพื่อให้ยางพารา ราคาดีขึ้น ท่านคิดได้อย่างไร เป็นนโยบายของรัฐบาลยิ่งลักษณ์หรือไม่ ท่านประธานครับ นั่นคือปัญหาพี่น้องชาวสวนยางพารา แต่ผมมีอีก ๒ มาตราที่อยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรี และอยากจะท้วงติงไว้ ณ ที่นี้ท่านประธานครับ และผมจะอภิปรายสั้น ๆ ก็คือในเรื่องของ มาตรา ๓๙ ตรงนี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศครับ ที่ไม่มีสวนยางพารามาก่อน ผมนี่ท่านประธานครับ คุณพ่อมีสวนยางพาราเป็นร้อยไร่ แต่พอพ่อจะแบ่งมรดกให้ผม บอกผมไม่เอาเลยสักไร่หนึ่ง ยกให้น้องหมด ผมจึงไม่ได้มีอาชีพเรื่องการทําสวนยางพารา แต่กําลังจะบอกกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศว่าต่อไปนี้พี่น้องที่ไม่มีสวนยางพารามาก่อน ตามมาตรา ๓๙ ที่กฎหมายนี้กําลังจะผ่านสภา เขียนบอกว่า ผู้ใดไม่มีสวนยางพารามาก่อน และมีที่ดินเป็นของตนเองไม่น้อยกว่า ๒ ไร่ มีความประสงค์จะขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน ให้มีการปลูกใหม่ ให้ยื่นคําขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนต่อ กยท. คือการยางแห่งประเทศไทย ตามแบบและวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด
ในการดําเนินการส่งเสริมและสนับสนุนตามวรรคหนึ่งให้ใช้เงินอุดหนุน เงินจากงบประมาณประจําปี เงินกู้ที่รัฐบาลจัดให้ และเงินที่จัดสรรจากกองทุนตามมาตรา ๔๙
ให้คณะกรรมการมีอํานาจจัดสรรเงินให้แก่ผู้ขอรับการส่งเสริม และสนับสนุน ตามวรรคหนึ่งได้รายละไม่เกิน ๑๕ ไร่ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด ท่านประธานครับ จึงกราบเรียนท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ที่ท่านมีที่ดิน ไม่น้อยกว่า ๒ ไร่ ต่อไปนี้ท่านต้องการจะปลูกยางพารา ท่านเตรียมที่ดินเพื่อที่จะขอส่งเสริม และสนับสนุน และได้เงินในการปลูกยางพาราได้ ท่านประธานครับ นี่เป็นประโยชน์ ผมขอสนับสนุน แต่ท่านประธานครับมีกฎหมายที่เตรียมร่างอีกข้อหนึ่งที่ผมคิดว่าต่อไป อาจจะเป็นปัญหากับพี่น้องชาวสวนยางพารา
ท่านวัชระ สรุปได้แล้วครับ เกินมา ๓ นาทีแล้ว
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ในมาตรา ๕๒ ครับ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ ให้กรรมการ พนักงานบุคคลที่รับมอบหมายเป็นหนังสือจากการยางแห่งประเทศไทยมีอํานาจดังต่อไปนี้ ๑. เข้าไปในสวนยางพาราที่เกษตรกรชาวสวนยางพารา หรือผู้ประกอบกิจการยางพารา ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุน และที่ดินต่อเนื่องกับสวนยางพารานั้นเพื่อทําการสํารวจ ตรวจสอบ และรังวัด ท่านประธานครับ ถ้าเจ้าของสวนยางพาราไม่ยอมก็จะมีโทษตาม มาตรา ๖๖ คือปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ตรงนี้ละครับคือปัญหา ปัญหาจากเจ้าของสวนยางพารานั้น ถ้าไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่จากการยางแห่งประเทศไทยเข้าไปก็จะต้องถูกปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ทําอย่างไรที่สามารถที่จะคุยกับเจ้าของสวนยางพาราเพื่อที่จะไม่ให้มีปัญหาในการที่จะเข้าไปรังวัด เข้าไปตรวจสอบต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้วกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่ดี และที่ท่านบอกว่าจะเพิ่มเงินให้กับพี่น้องชาวสวนยางพาราที่จะโค่นยางพารา แล้วเดิมได้ไร่ละ ๑๖,๐๐๐ บาท เป็น ๒๖,๐๐๐ บาท โดยท่านเตรียมเงินไว้ถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ถามว่าท่านจะแจกเมื่อไร อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ โดยรวมทั้งหมดผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าที่ท่านบอกต้องการให้ชาวสวนยางพารา โค่นยางพารานั้นถูกต้องแล้ว เพราะท่านไม่ได้บอกให้พี่น้องชาวสวนยางพาราไปเผา คือนัดจะเผา สวนยางพารา อย่างนี้ไม่ดี ขอขอบคุณ
เชิญท่าน เจือ ราชสีห์ ท่านประกอบ และท่านชวนเลยครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมเองก็เป็นผู้หนึ่งที่ได้เป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เมื่อรัฐบาลที่แล้ว ซึ่งผมเองก็ได้ให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าก่อนที่จะลงไปใน รายละเอียดร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ผมขออนุญาตเรียนกับท่านประธานเพื่อไม่อยากให้ผู้อภิปรายได้ไปบิดเบือน ไปพูดในสิ่งที่ไม่ ตรงกับข้อเท็จจริง จริง ๆ เรื่องยางพารานั้นเป็นอาชีพหลักของพี่น้องภาคใต้มาตั้งแต่เดิม แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคประชาธิปัตย์พวกเราดูแลอย่างใกล้ชิด ได้รับรู้ปัญหา เรื่องนี้กันมาเป็นอย่างดี ได้ช่วยกันประคับประคองจนอาชีพนี้เป็นอาชีพที่มีความมั่นคงขึ้น เป็นลําดับ จนขณะนี้ได้ปลูกกันทั่วประเทศ แต่ว่ากว่าจะถึงขนาดนี้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์หลายช่วงซึ่งได้เสนอแนวทางที่เป็นยุทธศาสตร์ ที่ชัดเจน อย่างเช่นในสมัยรัฐบาลนายชวน ๒ คณะรัฐมนตรีได้ขออนุมัติยุทธศาสตร์การพัฒนา ยางพาราครบวงจรระหว่างปี ๒๕๔๒-๒๕๔๖ เป็นครั้งแรก จะบอกว่าเป็นรอบ ๑๐๐ ปีก็ว่าได้ ที่ได้วางยุทธศาสตร์อันนี้เอาไว้ ถามว่าวางยุทธศาสตร์อันนี้ทําอย่างไร แล้วทําให้มันดีขึ้นอย่างไร ก็คือทําให้การบริหารพืชเศรษฐกิจตัวนี้มีความสําคัญแล้วก็ครบวงจรทุกด้าน จนกระทั่งเราได้ อานิสงส์จากการที่ราคายางพาราดีขึ้นเป็นลําดับ ๆ แต่ว่าราคายางพาราจะขึ้นดีอย่างไรก็ตาม หรือไม่ดีอย่างไรก็ตาม การบริหารของรัฐมนตรีก็มีส่วนสําคัญมากในการที่ทําให้กลไกตลาดดีขึ้น ขณะนี้เป็นที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่งนะครับท่านประธานครับ ราคายางพาราของเรายังไม่ดีเลย ๘๐ บาท ตามที่ผู้อภิปรายทุกท่านได้อภิปรายมาแล้ว พี่น้องภาคใต้ พี่น้องจังหวัดสงขลา บ้านผมคงได้รับทราบกันอยู่แล้ว ได้รวมตัวกันเรียกร้องราคายางพาราแล้วก็มีการบาดเจ็บ กันไปเกือบ ๑๐ ท่านแล้วครับ เป็นที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง แต่ว่าทางรัฐบาลก็ได้รับปากเอาไว้ว่า จะแก้ปัญหาราคายางพาราให้ดีขึ้น ไปบอกค่อนข้างจะชัดเจน พี่น้องชาวจังหวัดสงขลา เจอพวกผมก็บอกว่าให้ไปถามรัฐบาลด้วยว่าราคายางพาราเมื่อไรจะขึ้นตามที่ได้บอกเอาไว้ นั่นคือสิ่งที่ผมต้องมาบอกกับทางประธานเพื่อจะแจ้งไปยังทางรัฐบาลซึ่งรัฐมนตรีนั่งอยู่ในที่นี้ด้วย ผมจะต้องทําหน้าที่แทนพี่น้อง แต่เมื่อเราคาดหวังว่ารัฐบาลไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ รัฐมนตรีไม่สามารถจะแก้ปัญหาได้ ผมยังคิดว่าการเสนอกฎหมายคราวนี้เราน่าจะช่วยได้บ้าง ผมเองสนับสนุนเป็นอย่างยิ่งในรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทย ซึ่งผมเองเป็นผู้เสนอในคราวที่แล้วว่าเราต้องเอาผู้ที่มีความรู้หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มีความเข้าใจทางด้านอุตสาหกรรม อย่างน้อย ๆ ตัวแทนจากกระทรวงอุตสาหกรรมเข้ามาอยู่ ในคณะกรรมการชุดนี้ ผมได้ต่อสู้แล้วก็เป็นที่น่าดีใจในตัวร่างของรัฐบาลก็มีตัวแทนของทาง อุตสาหกรรมเข้ามาถามว่ามีประโยชน์อะไรครับ มีประโยชน์เพราะว่าอุตสาหกรรมยางพารา เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก ๆ สามารถที่จะให้เกิดอุตสาหกรรมที่มีความชัดเจน แปรรูปยางพารา ภายในประเทศของเราเอง เราไม่ต้องไปอาศัย เราจะขายยางแผ่นอย่างเดียว หรือขายน้ํายาง อย่างเดียวแบบเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว ผมเองเคยยื่นกระทู้ถามสด ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมในสภาแห่งนี้ บอกว่านิคมอุตสาหกรรมซึ่งว่าง ๆ ที่จังหวัดสงขลาก็มี นิคมอุตสาหกรรมฉลุง ถ้ารัฐบาลตั้งใจจริง ๆ ทําเป็นเมืองยางได้ เชิญนักลงทุนลงไป เพื่อที่จะให้ทําเป็นอุตสาหกรรมยาง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะทําให้เกิดความยั่งยืน มูลค่าเพิ่มสูงสุด ให้กับพี่น้องสวนยางพาราของเราได้ ฉะนั้นผมมีเวลาสั้น ๆ ครับ ขอสนับสนุนแล้วก็ฝาก ข้อสังเกตไปยังกรรมาธิการเพื่อที่จะร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อที่จะได้มีกฎหมายเพื่อประกาศใช้ เราไม่ได้คาดหวังจากฝ่ายบริหารอย่างเดียว ขอบคุณครับ
เชิญท่าน อาจารย์ประกอบครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ต่อร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ผมกราบเรียนว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีความสําคัญต่อพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางอย่างมาก แล้วก็เป็นที่ สนใจของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งคนที่อยู่ในพื้นที่ปลูกยางและไม่อยู่พื้นที่ปลูกยาง เพราะว่าความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นต้องรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน ในภาพรวมทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่าร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... นี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่เป็นอาถรรพ์ ที่ผมกราบเรียนที่อาถรรพ์เพราะว่าเราได้ พิจารณากลั่นกรองในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญมา ๒ ยุค ๒ สมัยแล้วครับ ในที่สุดก็ไม่ สามารถที่จะนํามาใช้ตราเป็นกฎหมายเพื่อจะให้เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องชาวสวนยางพาราได้ ในสมัยที่แล้วท่านประธานเอง และตัวกระผมและเพื่อนสมาชิกหลายคนที่อยู่ที่นี่ครับ เราได้ ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... แล้วก็มีหลายประเด็น หลายปัญหาหลายเรื่องที่เราถกกัน ผมเข้าใจว่าคงใช้งบประมาณในการดูแลเรื่องนี้ไม่ต่ํากว่า ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่สิ่งที่ผมผิดหวังมาก ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีซึ่งท่านรับผิดชอบเรื่องยางนี้ ท่านไม่ได้เหลียวแล ไม่ได้ดู ไม่ได้ศึกษาว่าคราวที่แล้วคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เขาคิด อย่างไรกัน เขาเปลี่ยนแปลงในตัวบทกฎหมาย มาถก มาพิจารณากันมากน้อยแค่ไหน อะไรที่เป็น ปัญหา อะไรที่เพิ่มเติมขึ้นมา เสียดายมากครับท่านประธานครับ ท่านไม่ได้ให้ความสนใจ แม้แต่นิดเดียว ผมเสียใจมาก ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านประธานเอง ก็เป็นผู้หนึ่งที่เอาใจใส่เรื่องนี้มากนะครับ ได้ถกกันเกือบทุกมาตรา ทุกประเด็น ทุกเรื่อง และเรายังกังวลต้องไปศึกษาดูงานต่างประเทศเพื่อสร้างความมั่นใจว่าถ้าประเทศไทยเรา ขยายพื้นที่ในการปลูกยางพาราแล้วจะกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้ปลูกยางพาราหรือไม่ แต่น่าเสียดายครับว่าทุกอย่างที่เราทุ่มเทกัน ท่านรัฐมนตรีและรัฐบาลชุดนี้ไม่นํามาเป็นสาระ อะไรเลยแม้แต่นิดเดียว นั่นหมายความว่ารัฐบาลไม่เอาใจใส่เรื่องนี้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ในร่าง พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... เราได้ถกกันหลายเรื่อง ตั้งแต่เริ่มต้นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้น่าจะรวมส่วนราชการอย่างไร เพราะเดิมทีองค์กร ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการยางนั้นเราแยกกันอยู่นะครับ องค์การสวนยาง กองทุน สงเคราะห์การทําสวนยาง ศูนย์วิจัยการยาง แต่เมื่อเราร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ เราเอาองค์กรทั้ง ของส่วนราชการ ทั้งของรัฐวิสาหกิจมาเข้าด้วยกัน และวันนั้นท่านจะเห็นว่ามีการถกประเด็นนี้ กันอย่างหลากหลายอย่างเข้มข้นว่าเราควรที่จะเอาศูนย์วิจัยการยางซึ่งมีหน้าที่ในการวิจัย พัฒนายางมารวมเข้ากับกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง องค์การสวนยาง ซึ่งเรียกว่า การยางแห่งประเทศไทย หรือไม่ แต่ไม่ครับ ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีเองก็ไม่ได้คิดเลย ไม่ได้ ถามเลยนะครับว่า ในที่สุดแล้วกรรมาธิการชุดที่แล้วเขาคิดอย่างไรนะครับ ท่านก็ยังคงเอามารวมกัน ด้วยเหตุผลอะไร ผมไม่แน่ใจ
ในส่วนที่ ๒ ผมเองต่อสู้ ท่านประธานคงจําได้ เรื่องของการให้โอกาสพี่น้อง ชาวสวนยางที่ยังคงพื้นที่ในการทําสวนยางว่าเราเริ่มต้นจากเท่าไร ในกฎหมายฉบับที่แล้ว เริ่มต้นที่ ๒ ไร่ เหมือนที่ท่านเสนอนี้ล่ะครับ ผมเป็นคนพูดในที่นี้ และในที่สุดผมก็ไปชนะ ในชั้นกรรมาธิการวิสามัญว่าเราควรเริ่มจาก ๑ ไร่ ไม่ใช่ ๒ ไร่ ผมถามว่า ๒ ไร่ คุณเอาอะไรมา ก็ตอบไม่ได้เลยครับ ตอบไม่ได้เลยจริง ๆ ท่านประธานก็คงทราบ ในที่สุดคณะกรรมาธิการเรา ก็ลงมาที่ ๑ ไร่ ๑ ไร่ ๖๖ ต้น ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ถ้าราคาในสมัยท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นรัฐบาลก็ได้ประมาณ ๖๐๐ บาทต่อวัน ถ้ายุคนี้ก็ประมาณสัก ๘ คูณ ๓ เท่ากับ ๒๔ ๒๔๐ บาท ผมกราบเรียนว่าแล้วทําไมเราไม่ช่วย คนจนล่ะครับ คนที่เขาถือครองพื้นที่ ๑ ไร่เขาไม่มีสิทธิที่จะใช้โอกาสนี้เลยหรือครับ เงินเซสส์ จากพี่น้องเกษตรกรที่มีต้นยางพาราประมาณสัก ๕๐ ต้น ๑๐๐ ต้นนี่เอาไปขายรัฐก็เก็บ เก็บมาใส่เซสส์เหมือนกันนะครับ แต่วันที่พี่น้องคนยากจนถือครองพื้นที่ ๑ ไร่นี่รัฐบาลไม่ให้โอกาส ผมเสียใจมากท่านประธานครับ ก็กราบเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าท่านไม่คิดถึงคนจนหรือ คนจนบ้านเราที่มีที่โคก ที่นา ที่สูง ๑ ไร่ปลูกยางพาราได้ ท่านไม่ช่วยเหลือเขาหรือครับ แต่ถ้า เผื่อเขาลงทุนเอง ปลูกเองนี่ท่านเก็บภาษีอย่างนี้ก็เป็นเรื่องที่เราถกกัน
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคงจําได้ครับ เราพูดถึงเรื่องว่ากองทุนเซสส์ ซึ่งเก็บ มาจากพี่น้องชาวสวนยาง จะใช้ประโยชน์ให้กับใคร ในที่สุดเราตกลงกันว่าควรให้ประโยชน์ กับคนที่เราเก็บภาษี คือชาวสวนยางพาราเก่า ไม่ควรเอาเงินก้อนนี้ไปส่งเสริมขยายพื้นที่ การปลูกสวนยางพาราของรายใหม่ แต่ในฐานะที่เราเป็นคนของพี่น้องประชาชน ในฐานะ รัฐบาลดูแลประชาชนก็เป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลนี่ชอบที่จะเอาเงินส่วนอื่น ตั้งงบประมาณส่วนอื่น มาส่งเสริมให้พี่น้องเกษตรกรปลูกยางพาราได้ แต่ไม่ควรเอาเงินของพี่น้องชาวสวนยางพารา ไปให้กับรายใหม่ ตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่ชัดเจนที่เราถกกัน แต่ก็น่าเสียดาย ท่านรัฐมนตรีก็ไม่ ฟังเสียงใคร ยังคงร่างเดิมขึ้นมาทั้งดุ้นเลย
ประเด็นที่สําคัญอีกประเด็นหนึ่งท่านประธานครับ เราพูดคุยกันว่า เรื่องยางพารานี่ภายใต้กฎหมายฉบับนี้เราจะเอาเฉพาะน้ํายาง ยางเครพ (Crepe Rubber) ยางก้อน ผลิตภัณฑ์ยาง ร่วมกับไม้ยางหรือไม่ ประเด็นนี้ใหญ่มากครับ เพราะว่านายกสมาคม ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบกิจการไม้ยางแห่งประเทศไทยมาถกถึงผลดี ผลเสีย ในที่สุดมีบทสรุปว่าถ้าเอาไม้ยางเข้ามาสู่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นี่พี่น้องชาวสวนยางจะเสียโอกาส วันนี้พี่น้องชาวสวนยางนี่ขายไม้ยางได้ในราคาดี เพราะพ่อค้าแย่งกันซื้อ ไม่มีอะไรไปบังคับ เปิดเสรีนะครับ ถ้าเราเอาไม้ยางพาราเข้ามาสู่ร่าง พ.ร.บ. นี้มันจะมีปัญหา มันจะไปกระทบ กับรายได้ของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นเรื่องที่เราถกเถียงกันมาก แต่ท่านรัฐมนตรี รัฐบาลนี้ ไม่ฟังเสียงนะครับ
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องที่มีความสําคัญ และเราก็คิดว่า เรื่องนี้มีความจําเป็น คือการคุ้มครองแรงงานกรีดยางพารา เราถกกัน และในที่สุดบทสรุป ของคณะกรรมาธิการชุดที่แล้วบอกว่า กฎหมายฉบับนี้ควรจะคุ้มครองแรงงานปลูกยางพารา แต่ในที่สุดท่านก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ อย่าลืมว่าแรงงานกรีดยางพารานั้นเราต้องพัฒนาเขาให้เป็นระบบ และต้องมีหลักประกันนะครับ เพราะวันนี้ท่านประธานครับ หน้าฝน วันหนึ่ง เดือนหนึ่ง กรีดยางพาราได้กี่วัน และผมถามว่าคนกรีดยางพาราเอาอะไรกิน ข้าวยากหมากแพง ราคา ยางพาราตกต่ํา ซึ่งไม่คาดคิดว่าต่ําถึงขนาดนี้ ถ้าท่านประธานจําได้สมัยที่พรรคประชาธิปัตย์ เป็นรัฐบาล ท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ดูแลยางพารา ท่านกล้าประกาศเลยนะครับว่า อย่างน้อยที่สุดยางพาราต้องราคากิโลกรัมละไม่ต่ํากว่า ๑๒๐ บาท ประกาศล่วงหน้าเลยครับ เราประกาศในขณะนี้ที่ยางพาราเฉียด ๒๐๐ บาทต่อกิโลกรัม แต่เราแน่ใจนะครับว่ากลไก ตลาดเรื่องของเศรษฐกิจโลกมีผลกระทบกระเทือน แต่ความเป็นรัฐบาลท่านประธานครับ ต้องมีมันสมอง ไม่ใช่เราปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาดทั้งหมดไม่ได้ ความเป็นรัฐบาลนี่ จะต้องมีกึ๋นในการบริหารจัดการดึงราคาขึ้นมานะครับ ตามที่ควรจะเป็นไปได้ ถ้าท่านบอกว่า ก็ราคายางพาราเป็นไปตามกลไกของตลาด ผมถามว่าราคาข้าวล่ะครับ ราคาข้าวเปลือก ท่านปล่อยให้เป็นไปตามกลไกการตลาดหรือไม่ ทําไมท่านต้องรับจํานํา ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเกวียน แต่ยางพารานี่ท่านให้คํามั่นสัญญากับพี่น้องชาวสวนยางพาราว่าราคายางพาราจะถูกดึงขึ้นไป ไม่ต่ํากว่า ๑๒๐ บาท ต่อกิโลกรัม วันนี้ท่านทําอะไรครับ ท่านปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด อย่างนั้นหรือ
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ เรื่องน่าสังเกตราคายางวันนี้นะครับ เพราะผมได้รับ รายงานราคายางประจําทุกวัน ราคายางวันนี้แผ่นดิบราคาตลาดท้องถิ่นประมาณ ๘๐ บาท เศษ ๆ เพราะมันไม่เท่ากันหรอกครับ ราคาตลาดกลาง ๙๑ บาท ๒๐ กว่าสตางค์ ราคาตลาด ท่าเรือกรุงเทพฯ ท่านประธานครับ มีตัวเลขชัด ๆ เลยนะครับ วันนี้อยู่ที่ราคา ๑๐๖.๖๕ บาท ท่านประธานครับทําไมผมเอาตัวเลขนี้ขึ้นมา ราคาตลาดกลางกับราคากรุงเทพฯ ต่างกัน ๑๐ กว่าบาทครับ ราคาตลาดท้องถิ่นต่างกับราคาตลาดกลาง ๕ บาทครับ ถามว่าเกษตรกร ส่วนใหญ่เขาขายตลาดไหนครับ ตลาดกรุงเทพฯ ตลาดกลาง หรือตลาดท้องถิ่น ท่านประธาน คงเข้าใจดีเพราะท่านประธานเป็นเจ้าของสวนยางด้วย เขาขายตลาดท้องถิ่นครับ แต่รัฐบาล ไม่บริหารจัดการเลย ราคาตลาดกรุงเทพฯ ๑๐๖ บาท พี่น้องเกษตรกรขายได้ ๘๐ บาท ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพไปยังท่านรัฐมนตรีเพราะท่านเป็นคน จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นคนที่รู้จักคุ้นเคยกัน ถ้าท่านรักพี่น้องชาวสวนยางทั้งคนใต้ คนเหนือ คนอีสาน คนภาคกลาง ท่านขันอาสามาดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และท่านบอกว่าท่านลูกชาวสวนยางจะดูแลยาง ถามว่าท่านอย่าปล่อยให้เป็นไปตามกลไก ของตลาด ท่านต้องมาบริหารจัดการดึงราคายางให้ได้ตามที่ท่านให้คํามั่นสัญญา ผมเรียน สุดท้ายเลยจริง ๆ ท่านประธานครับ ถามว่าทําไมยางพารามันตกมากขนาดนี้ ท่านจําได้ไหมครับ นายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร วันที่ยางกําลังดิ่งราคาจากที่พรรคประชาธิปัตย์เคยทําเฉียด ๒๐๐ บาท ลงเหลือ ๘๐ บาท กําลังลง ๕๐ บาท ท่านส่งสัญญาณเลยนะครับ บอกว่า ยางพาราราคากิโลกรัมละ ๕๐ บาท เจ้าของสวนกําไรแล้ว ส่งสัญญาณผิด ๆ และอันตรายมาก ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณมากครับ
เชิญท่าน นายรัฐมนตรีชวน หลีกภัย ครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้โอกาสแม้จะไม่จํากัดเวลาแต่ว่าเข้าใจดีครับว่าผมก็มีสิทธิเท่ากับคนอื่น เดิมทีเดียวนั้นได้ ขออนุญาตท่านเจือไว้ครับว่าจะขอรบกวนเวลาท่านเจือเผื่อไว้เล็กน้อย เผื่อว่าคําอภิปราย มันจะเกินเวลา แต่เมื่อท่านประธานกรุณากระผมก็ขอกราบขอบพระคุณนะครับ
ประเด็นที่กระผมอยากจะกราบเรียน ประการแรกก็คือว่าสนับสนุนครับ เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ทุกฉบับ ยังเสียดายด้วยซ้ําไป ที่ควรจะออกตั้งแต่รัฐบาลชุดที่แล้ว เพราะว่าได้เตรียมตัวมานานพอสมควร แต่ก็ไม่เป็นอะไรครับ แม้จะช้าไปหน่อยแต่ว่าเราก็ควรจะสนับสนุนรวมกัน อย่างไรก็ตามอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ว่าเท่าที่ฟังเพื่อนสมาชิกอภิปรายก็เป็นที่น่าดีใจว่าส่วนใหญ่ก็มองภาพในทางสนับสนุน แล้วก็ มองความหวังของกฎหมายฉบับนี้ไว้ในทางบวกมาก ๆ จนบางเรื่องกระผมก็เป็นห่วง เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ในบางประเด็นกระผมกราบเรียนท่านประธานว่าก็จะให้ข้อสังเกตในฐานะ ที่ได้ทํางานเกี่ยวกับเรื่องยางพารามาตั้งแต่เด็กนะครับ ท่านประธานมีสวนยางแต่ว่ากระผม อยู่ในสวนยางตั้งแต่เล็ก ๆ และเมื่อตอนเด็ก ๆ ก็มีหน้าที่ก็คือเก็บยางที่แม่กรีด แต่ว่ายางในสมัยนั้น คือยางพันธุ์เก่าครับ กรีดทั้งวันนะครับท่านประธานที่เคารพครับ ตั้งแต่ตีหนึ่งจนถึงสิบเอ็ดโมงเช้า และกว่าจะลับมีดเสร็จก็คือห้าโมงเย็น ได้วันละ ๙ กิโลกรัม อันนี้คือสภาพในสมัยก่อน เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดถึงสภาพสวนยางขณะนี้เราจะไปเทียบสมัยก่อนไม่ได้ ฉะนั้นพวกเรา บางคนอาจจะคิดกันว่าชาวสวนยางภาคใต้คงจะรวยมาจากอดีตมากมาย ไม่ใช่เลยครับ สิ่งที่ เป็นบวกอย่างเดียวก็คือว่ามันทําได้ทุกวัน แม้ราคาจะตกอย่างไรก็ตาม มันก็เก็บได้ทุกวัน อันนี้ก็ทําให้บางประเทศต้องเปลี่ยนอาชีพของเกษตรกรของเขา ผมทราบบางประเทศนี่ เขาปลูกชา ชานี่สัปดาห์หนึ่งเขาเก็บ ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง แต่เขาบอกว่ายางมันเก็บได้มากกว่า บางประเทศก็ถึงขนาดโค่นชาทิ้งแล้วก็หันมาปลูกยาง แต่ว่าของเรานั้นพัฒนายางเมื่อ ๑๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา เมื่อต้นแรกปลูกที่จังหวัดตรัง โดยพระยารัษฎานุประดิษฐ์ คอซิมบี้ได้นํามา แล้วก็พัฒนาในจังหวัดตรังเรื่อยมาจนขยายออกไปนอกพื้นที่คือยางพันธุ์เดิมละครับ แล้วก็ ต่อมาทางฝั่งตะวันออกของเรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี ก็มียางเข้าไปปลูกมากขึ้น สภาพมันต่างกันแล้วก็ไม่เหมือนกันกับพวกเราที่อยู่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือขณะนี้นะครับ คือยางในภาคใต้นั้นส่วนใหญ่จะเป็นแปลงเล็ก อันนี้เราต้องเข้าใจนะครับว่าในอดีตสมมุติเขามี ๔๐ ไร่ มีลูกสมมุติน้อยที่สุด ๔ คน พ่อแม่ ก็ต้องแบ่งให้ลูกคนละ ๑๐ ไร่ ท่านคิดดูสิครับว่ากี่ชั่วคนที่มาถึงวันนี้นับแต่ยางชุดแรกปลูก เพราะฉะนั้นวันนี้ในภาคใต้ส่วนใหญ่ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าคือแปลงเล็ก ไม่ใช่มี ๕๐ ไร่ ๑๐๐ ไร่ ๒๐๐ ไร่ ๕๐๐ ไร่ อย่างที่เราเห็นทางฝั่งตะวันออก หรือภาคเหนือ หรือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือในบางจังหวัดขณะนี้ซึ่งปลูกตอนหลัง เพราะฉะนั้นประสบการณ์ ของพี่น้องชาวสวนยางในอดีตนั้นเป็นเรื่องที่ทุกข์ลําเค็ญมาก แล้วผมกราบเรียนท่านประธาน ว่าผมก็เป็นคนหนึ่งที่พยายามอย่างยิ่งที่จะมีบทบาทช่วยพี่น้องของเรา เพราะผมมาจากเขา แล้วผมก็เป็นคนแรกที่เสนอให้ลดภาษีส่งออกยางเมื่อปี ๒๕๒๔ ครับ ลดได้ ๒ บาท นับแต่นั้นมีผล จนทุกวันนี้ครับ ก็กราบเรียนท่านประธานว่าอันนี้คือสภาพความเป็นจริงของปัญหาที่มีมาในอดีต ราคานั้นแน่นอนครับ ที่ท่านอาคมพูดนั้นถูกต้องว่ามันไม่สามารถสั่งได้ครับ ปัจจัยนอกจาก นโยบายที่ถูกต้องแล้ว สภาพเศรษฐกิจโลกต้องเอื้ออํานวยด้วย แล้วต้องมีเหตุการณ์บางเรื่อง ที่เราพูดกันมาว่าขึ้นเฉพาะสมัยนั้น ตกสมัยนั้น อันนี้ต้องย้อนกลับไปดูดี ๆ นะครับ บางครั้ง ตัวเศรษฐกิจไม่เกี่ยวมันเป็นปัญหาของอุปสงค์อุปทาน เช่นตอนโรคเอดส์ (AIDS) ระบาด อันนี้ผมจําได้แม่นยําเพราะกระผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขอยู่ รับผลพวงอันนี้อยู่ ขณะนั้นการใช้ถุงมือยาง ถุงยางอนามัยสูงขึ้นหลายเท่าตัว ไม่น่าเชื่อท่านประธานที่เคารพครับ ราคายางสูงขึ้นมาทั้งที่ความจริงเศรษฐกิจโลกไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยครับ แต่ว่าเป็นช่วง ระยะเวลาหนึ่ง เพราะอุปสงค์อุปทานเปลี่ยนแปลงไป อันนี้ก็คือสิ่งที่เราต้องยอมรับ หลายช่วงที่มีความพยายามของรัฐบาลทุกชุดนะครับ ผมถือว่ารัฐบาลทุกชุดมีคุณูปการใน การสร้างประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวสวนยาง ยังนึกชื่นชมพวกเราด้วยซ้ําไปครับ วันนี้ไม่มีใคร พูดตําหนิ เมื่อก่อนนี้เสนออะไรที่เกี่ยวกับชาวสวนยางก็จะมีคนกลุ่มหนึ่งวิจารณ์ตําหนิเสมอ แต่วันนี้ยางมันเผยแพร่ออกไปทั่วทุกภูมิภาค เพราะฉะนั้นพวกเราก็เห็นความสําคัญเรื่องนี้ ขึ้นมามากขึ้นกว่าในอดีต ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานต่อไปก็คือว่าด้วยสภาพการณ์ ที่เป็นเช่นนี้ครับ การที่จะกําหนดนโยบายของยางนั้นเราจําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความเป็น เอกภาพในหน่วยงานทั้งหลาย เพราะฉะนั้นผมจึงได้เห็นด้วยตั้งแต่แรกว่าองค์การสวนยางก็ดี กองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางก็ดี ถ้ารวมกันได้ก็จะเป็นประโยชน์ ทรัพยากรที่เราใช้จะได้ ไม่สิ้นเปลือง พูดง่าย ๆ ถ้าเราทําวิจัยหน่วยงานเดียวกันไม่ซ้ําซ้อนกันก็จะใช้งบประมาณก้อนเดียว ได้ผลมากกว่าที่เราไปใช้ ๒ หน่วยงานทํา แล้วผลออกมาไม่ดีเท่าที่ควร ลงทุนก็ไม่มาก เท่าที่ควร เพราะฉะนั้นในข้อสังเกตของกฎหมายบางมาตราจึงเป็นเรื่องที่กระผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานเพื่อพวกเราในชั้นกรรมาธิการจะได้ศึกษาเพิ่มเติม แต่ว่าเนื่องจาก สภาพขณะนี้เราก็รู้ว่าปัญหาที่เผชิญหน้าเราขณะนี้คือเรื่องราคา เพราะฉะนั้นที่สมาชิกเรา ทุกคนลุกขึ้นมาพูดเรื่องราคานี้ กระผมคิดว่าประธานเข้าใจครับว่ามันเป็นความเดือดร้อนจริง ๆ กระผมไม่ใช่เป็น ส.ส. เขตแล้วครับ แต่ว่ากลับบ้านหรือลงใต้ทุกครั้งก็จะมีคําถามจนตัวเอง ต้องตามราคายางเกือบทุกสัปดาห์ว่าตอนนี้มันเท่าไร ตอนนี้ราคาก็ตกจริง ๆ ถ้าเราเทียบกับ เมื่อตอนก่อนหน้านี้ โดยเฉพาะเทียบกับรัฐบาลชุดที่แล้ว แต่กระผมก็ไม่คิดว่ารัฐบาลชุดนี้ จะแกล้งชาวสวนยาง เพียงแต่ว่า ๑. นโยบายอาจจะต้องทบทวนว่าที่ดําเนินไปแล้วมันมีอะไรไหม ที่เกิดจุดอ่อนบกพร่อง คําพูดท่านรัฐมนตรีที่ส่งสัญญาณไปนั้นทําให้เกิดความเข้าใจผิดอะไร อันนี้ต้องไปทบทวนนะครับ อย่าไปคิดแต่จะให้ร้าย กล่าวร้ายคนอื่น อันนี้ต้องกราบเรียนนะครับ ผมทราบว่ามีบางท่านก็ไปพูดว่าสมัยนายชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี แนะนําชาวบ้าน ให้โค่นยางทิ้ง ปลูกจําปาดะ อันนี้โกหกครับ ไม่มีหรอกครับ มีคือสอนให้ชาวบ้านปลูกผลไม้ไว้กินหัวสวน ท้ายสวนครับ กระผมอยู่ในสวนยางพารา กระผมรู้ดีครับ ถ้าไม่มีมังคุดสักต้นหนึ่ง ไม่มีเงาะสักต้นหนึ่ง กินน้ํายางก็ไม่ได้ แล้วผมแนะเขา เสียด้วยซ้ําว่าปลูกสะตอไว้สักต้นนะ ลูกเนียงไว้สักต้น ๒ ต้น หัวสวน ท้ายสวน รู้ไหมสะตอ เวลาหน้ามันขาดแคลนฝักมัน ๑๐ กว่าบาท คิดแล้วเม็ดหนึ่งบาทกว่า ที่จังหวัดตรังของ กระผมจึงได้ขอให้หน่วยงานพิเศษคือศูนย์พืชสวนครับ เพาะสะตอที่คิดว่าดีที่สุดในโลกเอามาผสม กราบเรียนท่านประธานครับ เผื่อท่านประธานสนใจวันหนึ่งไปดู เพื่อให้ชาวบ้านได้ปลูกหัวสวน ท้ายสวน แล้วไม่ต้องเดือดร้อนว่ายางพาราราคาตกหรือขึ้น สะตอมันไม่เกี่ยว มันก็ออกฝักของมัน เราก็กินได้โดยไม่ต้องไปซื้อ ผัก ปลาเหล่านี้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่าคนที่ไปพูดอะไรที่ไม่จริงนะครับ ขอให้รู้ความจริง ผมเป็นเด็ก สวนยางพารา ผมรู้ว่าอะไรคืออะไรครับ อะไรคือสิ่งที่ควรจะแนะนํา อะไรคือสิ่งที่ไม่ควรแนะนํา เวลาราคาเขาดี ผมไม่เคยประมาทเลยครับ ผมบอกพี่น้องระวังนะ มันไม่แน่นอนตลอดนะ เก็บเงินเก็บทองไว้บ้าง ไม่ใช่ไปซื้อสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์แล้ววันหนึ่งมันจะย้อนกลับมา ทุกคนรู้ว่า กระผมจะแนะนําชาวบ้านในลักษณะนี้อย่างเสมอ เพราะผมรู้ว่าในชีวิตความเป็นจริง ชั่วชีวิต ที่ผ่านมานั้น ผมไม่เคยเห็นยางพาราราคามีเสถียรภาพตลอดยาวนาน ๑๐ ปี ราคาดีตลอด มันไม่มีครับ แต่เราต้องศึกษาว่ามันมีกระบวนการที่เราทําให้เกิดความมั่นใจว่าอนาคต ยางพาราน่าจะดีกว่านี้ กระผมอ่านวัตถุประสงค์ในข้อ ๘ ให้ท่านประธานได้ฟังว่าผมสนใจเรื่องนี้ ให้ กยท. มีวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ข้อ ๒ จัดให้มีการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา และเผยแพร่ข้อมูลและสารสนเทศเกี่ยวกับยางพารา ท่านประธานที่เคารพครับ เราอาจจะติดกับยาง ทํายางรถยนต์ เราอาจจะติดกับยางไปทําถุงยางอนามัย ยางทําถุงมือ ยางทําอะไรก็ตาม แต่จริง ๆ แล้วขณะนี้ผลจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ได้นําเปลือก ยางพาราบางส่วนไปศึกษาวิเคราะห์ ผลออกมาว่ามีประโยชน์ในการทําเครื่องสําอาง เนื่องจากกระผมเคยเป็นกรรมการของมหาวิทยาลัย ได้ติดตามเรื่องนี้ด้วยความสนใจ เพราะมันคืออนาคตของเรา ถ้าชิ้นส่วนเพียงนิดเดียวของยางพาราสามารถเป็นมูลค่าเพิ่ม มาได้มากมาย และเป็นเครื่องสําอางประเภทที่ผู้คนเขานิยมใช้ เช่น ใบหน้าหรือใช้ในส่วนใด ของผิวหนังดีขึ้น ขณะนี้เขาเริ่มผลิตจําหน่าย เป็นต้น อันนี้ผมกราบเรียนเป็นตัวอย่างครับ ท่านประธาน และกําลังมีความคิดตั้งสถาบันยางพาราขึ้นในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ท่านประธานที่เคารพครับ การศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนานั้นกระผมคิดว่าเพื่อที่เราจะดึง ทรัพยากรที่เรามีอยู่ขณะนี้ให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น วันนี้ต้องยอมรับว่าเราทุกคนเห็นร่วมกันว่า ยางที่เราผลิตมา ๑๐๐ เราใช้ภายในประเทศจริง ๆ คงไม่เกินร้อยละ ๑๐ กว่า ๆ เท่านั้นเอง ที่เหลือเราก็ส่งออกเป็นวัตถุดิบ มูลค่าเพิ่มมีน้อย ทําอย่างไรให้อุตสาหกรรมเกิดขึ้น อันนี้ผมเข้าใจ ทุกรัฐบาล แม้กระทั่งเมื่อกระผมเป็นนายกรัฐมนตรีก็พยายามอย่างยิ่งให้สร้างโรงงานทํายางรถยนต์ เชิญอุตสาหกรรม ขอให้สํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนจูงใจให้เขามาลงทุนในบ้านเรา แต่ว่าแน่นอนครับ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะทําได้สําเร็จได้ง่าย ๆ แต่ก็ต้องพยายามต่อไป ก็อยากให้ ผู้บริหารปัจจุบันนี้ให้ความสําคัญกับเรื่องนี้ สิ่งที่กระผมเห็นภาพของความเป็นจริงและเป็นห่วง ในอนาคต ในขณะที่เรามองภาพบวกว่ากฎหมายนี้ออกมา ต่อไปนี้พี่น้องของเราจะสุขสบาย ผมขอเตือนไว้ให้พวกเราได้คิดถึงความเป็นจริงนะครับ วันนี้ยางพาราปลูกขึ้นในประเทศไทย เพิ่มเท่าไรครับ ภาคใต้ก็ปลูก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็ปลูกเพิ่ม ภาคเหนือก็ปลูกเพิ่ม ภาคกลางก็ปลูกเพิ่ม อยากกราบเรียนท่านว่าจริง ๆ แล้วคนที่เขาปลูกเขาก็ทดลองมาตั้งแต่ หลายสิบปีมาแล้วครับ ผมเห็น ส.ส. คนหนึ่งในสภานี้ครับ ท่านอนงค์ ตงศิริ ส.ส. สกลนคร ในสมัยโน้นครับ ๒๐-๓๐ ปีมาแล้ว ก็ไปปลูกที่จังหวัดเลย ตอนนั้นก็ยังไม่มีการส่งเสริม แต่รัฐบาลติดตามเรื่องนี้ ที่ท่านอาคมพูดนั้นเป็นเรื่องจริงครับ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ท่านสนพระทัย แล้วรัฐบาลก็เอาใจใส่ทุกชุดละครับ แต่เราต้องรับผิดชอบว่าเราจะแนะนําให้ใครทําอาชีพอะไรที่จะเป็นผูกพัน ผูกมัดเขาในระยะยาว เราแน่ใจไหมว่าสิ่งนั้นถูกต้อง มันมีตัวอย่างเราเคยแนะนําพี่น้องภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปลูกมะม่วงหิมพานต์ มีปัญหาเม็ดไม่มี เป็นปัญหากับพี่น้องต้องมาแก้ปัญหากันด้วยความยากลําบาก เพราะฉะนั้นการที่จะให้เขาปลูกพืชเศรษฐกิจซึ่งจะผูกพันเขาอีกยาวนาน ยางพารากว่าจะได้ผล ๗ ปี แล้วจะอยู่ต่อไปอีกหลายสิบปีกว่าจะตัดไม้ขายได้ก็อาจจะ ๒๕ ปี ๓๐ ปี ช่วงนั้นถ้ามันเกิด ปัญหาขึ้นมาใครรับผิดชอบ ดังนั้นจึงต้องมีการให้หน่วยงานที่เขามีความรู้คือกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ศึกษาครับว่าพื้นที่เหมาะสําหรับการปลูกยางนั้นต้องอยู่เหนือกว่าระดับน้ําทะเลเท่าไร และต้องมีปริมาณฝนปีละกี่มิลลิเมตร อันนี้คือสิ่งที่ต้องพูด แล้วก็มีกําหนดจังหวัดนะครับ ในที่สุดเขาประกาศเป็นผลออกมาการสํารวจว่าจังหวัดที่สามารถปลูกได้คืออะไร แน่นอนทุกภาค ก็ปลูกได้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมให้ข้อสังเกตถึงความปรารถนาพวกเราที่จะเห็น พี่น้องเกษตรกรของเรามีความสุขและทําสวนยางเป็นประโยชน์อย่างที่เรามองภาพดีนั้น ก็เป็นเรื่องดีที่เรามองในทางที่ดี แต่ว่าเราจะไม่ประมาทไปหรือ ถ้าเราไม่ตั้งข้อสังเกตบางเรื่องว่าแล้ว มันจะดีอย่างนี้จริงตลอดไปไหม เราประเทศเดียวหรือที่เห็นคุณค่าว่ายางมันน่าปลูกรายได้ดี คนอื่นเขาไม่รู้หรือในโลกนี้ เขารู้เหมือนกับเรา ดังนั้นวันนี้ประเทศจีนตอนใต้ปลูกยางครับ วันนี้ ประเทศเวียดนามปลูกยาง กระผมนั่งรถจากประเทศเวียดนามข้ามมาที่แขวงอัตปือของ ประเทศลาว กระผมว่าเนื้อที่นับเป็นหลายพันเป็นหมื่นไร่ ถางเตียนเลยครับ ถามคนที่นั่นว่า ทําอะไร ปลูกยาง ถามว่าใครปลูก เขาบอกคนประเทศเวียดนามมาปลูก ยังพูดรายละเอียด ด้วยซ้ําไปว่าเจ้าของทีมฟุตบอลที่ประเทศเวียดนามจะมาปลูกที่นี่ ขออภัยท่านประธานให้ รายละเอียด ท่านประธานครับ ประเทศพม่าไม่สันทัดจัดเจนเรื่องนี้ แต่ท่านประธานซึ่งอยู่ แถวนั้นท่านข้ามไปที่เชียงตุงเถอะครับ กระผมข้ามไปหลายครั้งแล้วครับ เชียงตุงบริเวณทาง ที่จะเข้าเมืองเชียงตุงเก่าแก่นั้นที่เป็นเนินไม่ควรจะปลูกยางเลยครับ แต่วันนี้ยางปลูกไปแล้ว ประมาณ ๒-๓ ปีครับ กระผมก็หยุดดูแล้วสังเกตว่าทําไมเขามาปลูกยาง เขาบอกว่าทุก ประเทศเหมือนกันหมดก็คือรู้ว่ายางราคาดี มันเป็นอนาคตของเขา ทุกประเทศก็ปลูกยาง มากขึ้น ๆ ผมจึงให้ข้อสังเกตกับกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง ได้มีโอกาสพบเจ้าหน้าที่ นะครับ แล้วก็บอกเขาว่าช่วยศึกษาหน่อยได้ไหม ๗ ปีข้างหน้าประเทศไทยปริมาณยางจะ เพิ่มเท่าไร ๗ ปี ข้างหน้าเพื่อนบ้านของเราประเทศลาว ประเทศพม่า ประเทศเวียดนาม ประเทศเขมร ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย เฉพาะส่วนนี้จะปลูกยางเพิ่มเท่าไร ไม่คิดถึงประเทศศรีลังกา ไม่คิดถึงอเมริกาใต้ซึ่งเป็นต้นกําเนิดต้นยางพาราที่ย้อนกลับไปคิด เรื่องนี้เพราะเศรษฐกิจเขาก็จะดีขึ้น ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อเห็นด้วยตาตัวเอง เช่นนี้ก็เอามาทบทวนว่าวันนี้อุปสงค์อุปทานอยู่ในเกณฑ์ที่ยังทํารายได้ให้กับเราแม้ว่าราคา จะตกลงไปมากในวันนี้ก็ตาม แต่ ๗ ปีข้างหน้าแน่ใจไหมว่าอุปสงค์อุปทานยังอยู่อย่างนี้ ความต้องการยังมากกว่าผลผลิตเป็นไปได้ไหม กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าราคายาง ที่ดีขึ้นในช่วงหลังนั้นเราจะอ้างเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ความเป็นจริงก็คือว่าประเทศจีนผู้ซื้อ รายใหญ่ที่สุดของเรานั้นเศรษฐกิจเขาเติบโตมาก ผมเชื่อว่าท่านประธานอยู่แถวนั้น จะตระหนักดี ดังนั้นรถยนต์ของเขาผลิตมาก รถยนต์ประเทศจีนผลิตแซงประเทศเยอรมัน แล้วต่อมาไม่นานก็แซงประเทศญี่ปุ่น แล้วก็แซงประเทศสหรัฐอเมริกา รถยนต์ ๑ คัน คือยางรถยนต์ ๕ เส้น ๔ ล้อ อะไหล่ ๑ เส้น ความต้องการยางจึงสูงมาก ประเทศจีนเขามอง การณ์ไกลเขาไม่ยืมจมูกเราหายใจตลอดละครับ ดังนั้นเขาจึงมีนโยบายคือปลูกยางใน ประเทศต่าง ๆ ผมเคยไปดูสวนยางที่มณฑลยูนนานในสมัยหลายปีมาแล้วเขาปลูกได้ แต่ทําเลไม่เป็นที่ราบ ไม่ค่อยเหมาะ แต่รู้ว่าประเทศจีนเขารู้ว่าวันหนึ่งถ้าเขาพึ่งจมูกประเทศไทย จมูกประเทศเวียดนาม จมูกประเทศลาว จมูกประเทศเขมร จมูกประเทศมาเลเซีย จมูกประเทศอินโดนีเซีย วันหนึ่งเขาอาจจะเกิดปัญหาประเทศผู้ผลิตเกี่ยงราคา เขาก็จะมีปัญหา ดังนั้นเราจึงได้ยินว่าประเทศจีนมาปลูกยางพาราในประเทศเพื่อนบ้านเราหลายประเทศ และผมให้ข้อสังเกตท่านประธานว่าประเทศอินโดนีเซียที่เราเห็นเผาป่าทุกวันนี้ ภาคใต้ของเรา ทุกจังหวัดละครับ จังหวัดตรังของกระผม จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล เหล่านี้ได้รับผลพวง จากหมอกควันที่เผาป่า ท่านประธานคงทราบว่าประเทศที่ปลูกยางพารามากที่สุดในอดีต คือประเทศมาเลเซียครับ แล้วเรานี่แซงเขาเข้ามา เรากลายเป็นที่ ๑ ประเทศมาเลเซีย กลายเป็นที่ ๒ ไป แล้วต่อมาประเทศอินโดนีเซียก็แซงครับ ประเทศที่ปลูกปาล์มมากที่สุดในโลก ก็คือประเทศมาเลเซียครับ เราก็ติดอันดับหลังนะครับ แต่ว่าประเทศอินโดนีเซียเขาปลูก อันดับ ๒ เมื่อปีที่แล้วท่านประธานที่เคารพครับ ผลจากการเผาป่านั้นประเทศอินโดนีเซียได้ ปลูกปาล์มแซงประเทศมาเลเซียแล้วครับ ส่วนที่ยางพารานั้นยังไม่แซงเรา แต่นี่ไม่ใช่ สาระสําคัญมากนักว่าเราจะต้องเป็นหนึ่งอยู่ตลอดไป ไม่เป็นอะไรครับ เราจะผลิตเป็นที่ ๑ ที่ ๒ ก็ขอให้พี่น้องเกษตรกรของเราอยู่ได้ดี แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าผลผลิตออกมา ทั่วโลกเป็นอย่างนี้ ๗ ปีข้างหน้าที่ยางพาราได้ผล อุปสงค์อุปทานจะเป็นอย่างไร อันนี้ไม่ใช่คิด ไปเอง หรือเป็นอุปทาน แต่มองจากเหตุผลของตัวเลขแล้ว ถ้าเศรษฐกิจประเทศจีน ซึ่งขณะนี้ กําลังชะลอตัว ถ้ารถยนต์ประเทศจีนผลิตไม่เพิ่มขึ้น ผลผลิตยางพาราของเราที่ขายประเทศจีน ก็อาจจะมีปัญหา ประเทศจีนอาจจะไม่รีบซื้อเข้าเก็บสะสมมากนัก เพราะเห็นว่าผลผลิตทั่วโลก มันมีมาก กระทบแน่ ผมก็ยังหวัง คุยกับท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์สมัยโน้นว่าพยายามผูกพัน ประเทศอินเดียไว้สิ ประเทศอินเดียประชากรไม่นานก็จะแซงประเทศจีนแล้ว ถ้าเขาขยายตัว ทางเศรษฐกิจรถยนต์ในประเทศอินเดียผลิตเพิ่มขึ้นก็อาจจะเป็นอีกประเทศหนึ่งที่รองรับ ยางพาราของเราได้ เพราะประเทศอินเดียไม่ได้ปลูกยางพาราเหมือนอย่างประเทศเรา เขามี ความพยายามที่จะปลูกยางพารา ผมกราบเรียนท่านประธานว่าด้วยข้อสังเกตเรื่องของ อุปสงค์อุปทานก็ทําให้คิดว่าเราจะไม่เตรียมตัวอนาคตหรือ กระผมสอบถามเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้อง เขาบอกว่าเขายังไม่ได้ศึกษาเรื่องนี้โดยถ่องแท้ชัดเจนนะครับ ก็กราบเรียน ท่านประธานว่าอันนี้เป็นสิ่งสําคัญที่รัฐบาลจะต้องลองไปทบทวนดูนะครับ รัฐมนตรีก็อาจจะ เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถามก็ได้ว่ามีตัวเลขไหม ประเทศลาวปลูกเพิ่มเท่าไร แขวงอัตปือที่ผมยกตัวอย่าง ที่ผมไปเห็นด้วยตัวเองมา ดูสิเขมรปลูกเพิ่มเท่าไร ประเทศเวียดนาม ปลูกเพิ่มเท่าไร เขาคือเจ้าพ่อกาแฟ แต่วันนี้เขาก็รู้ว่ายางพาราจูงใจเขาให้หันมาทํายางอีกส่วนหนึ่ง ดูที่ประเทศมาเลเซียเขาโค่นยางพาราทิ้งเพื่อปลูกปาล์มน้ํามัน เขาหันกลับมาปลูกยางพารา เพิ่มอีกเท่าไร และดูให้ละเอียดว่าประเทศอินโดนีเซียที่เผาป่าทุกวันนี้ เขาจะปลูกยางพารา เพิ่มอีกเท่าไร ๕ ปีข้างหน้า ถ้าปลูกมา ๒ ปีแล้ว ๕ ปีข้างหน้าปริมาณยางพาราจะเพิ่มเท่าไร ๗ ปีข้างหน้าถ้านับแต่วันนี้ กระผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งที่จะทําให้พวกเราได้เข้าใจ เพราะฉะนั้นในประเด็น (๒) ของมาตรา ๘ ที่ให้ กยท. มีวัตถุประสงค์จัดให้มีการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย พัฒนา และเผยแพร่ข้อมูล และสารสนเทศเกี่ยวกับยางพารา กระผมคิดว่า ถ้ามันไม่รวมในสิ่งที่กระผมตั้งข้อสังเกตกรรมาธิการกรุณาช่วยดูนะครับ เพราะมันจะเป็น ส่วนสําคัญยิ่งที่เราจะเตรียมตัวรับกับสถานการณ์ในวันข้างหน้า ผมไม่อยากให้เราตั้งความหวัง หรือให้ความหวังกับพี่น้องจนกระทั่งเขาประมาท แล้วกลายเป็นว่า ๗ ปีข้างหน้ามีปัญหา เขาก็ย้อนกลับมาเปิดที่เราอภิปรายกัน ทําไมพูดให้เราเชื่อว่ามันดีแน่นอน ดีตลอด ผมเชื่อ กฎหมายนี้จะเป็นประโยชน์ครับ เพราะจะเป็นเครื่องมือในการบริหาร แต่มิใช่ว่ากฎหมายฉบับนี้ จะทําให้ยางพาราราคาดีขึ้น ถ้าหากว่าเราไม่เตรียมตัว และไม่สนใจเรื่องอุปสงค์อุปทาน ความจริงแล้ว (๔) ก็บอกว่าดําเนินการให้ระดับราคายางพารามีเสถียรภาพ แต่ไม่ได้พูดถึง เรื่องราคานะครับ เพียงแต่ว่าให้มันมั่นคง ก็แสดงว่าผู้เขียนกฎหมายก็คงรู้ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ บันดาลได้เสมอไป ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับว่า ผมไม่อยากรบกวนเวลา เพื่อนมาก เพราะว่าเราก็เหนื่อยมามากพอสมควรตลอดระยะเวลาสมัยประชุมที่ผ่านมานี้ วันนี้ ผมก็กราบขอบพระคุณท่านประธานแล้วก็ดีใจครับที่มีโอกาสได้ให้ความเห็นในฐานะเป็นคนที่ ไม่ใช่รอบรู้ครับ แต่รู้ด้วยอยู่ในนั้น ทํามาด้วยมือ เป็นคนทํานโยบาย เป็นคนที่เห็นอนาคตแล้วก็รู้ว่าชีวิตจริงของพี่น้องสวนยางเราอยู่ในสภาพอย่างไร ก็อยากจะให้ความคิดความเห็นที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลในการนําสิ่งเหล่านี้ไปแก้ปัญหาต่อไป แต่ว่าเฉพาะหน้าผมเชื่อว่ารัฐมนตรีคงตระหนักว่าการทําให้ยางพาราราคาดีนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ บันดาลได้ มันประกอบไปด้วยหลายอย่าง และแน่นอนที่สุดว่านโยบายจะเป็นส่วนหนึ่งนะครับ ไม่ว่าภาวะเศรษฐกิจของโลกเป็นส่วนสําคัญ แต่ว่านโยบายถ้าหากว่าผิดพลาดส่วนนั้นอาจจะ ไม่ทําให้เราได้ดังประสงค์ สมัยที่ประเทศมาเลเซียเขาเป็นที่หนึ่งในโลก ยางพาราเราก็ไม่ได้ ขึ้นราคาสูงหรอกครับ เพราะว่าในขณะนั้นสถานการณ์อาจจะไม่เอื้ออํานวย แต่ว่าในสมัยนั้น ที่เราอยู่ได้เพราะว่าเศรษฐกิจประชาชนไม่ได้มีรายจ่ายสูงมากมายนัก แต่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าสมัยนั้นข้าวของก็ไม่แพงอย่างนี้ เพราะฉะนั้นรายได้กิโลกรัมละ ๔ บาท เขายังพออยู่ได้ กระผมกราบเรียนท่านประธานว่าแม่ผมเลิกกรีดยาง เพราะว่าท่านรับเรื่องนี้ ไม่ไหว เหนื่อยตลอดทั้งวัน แต่ว่าเลี้ยงครอบครัวไม่ไหว เพราะมันมีช่วงหนึ่งยางราคาตกมาก แต่ว่าในที่สุดความผันแปรของราคานี้มันก็หวนไปกลับคืนมามันก็ไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่า วัตถุประสงค์ในข้อ ๔ เป็นไปได้จริง คือดําเนินการให้ระดับราคายางพารามีเสถียรภาพก็จะ เป็นสิ่งสําคัญยิ่ง
ท่านประธานที่เคารพครับ ข้อสังเกตสุดท้ายก็คือว่าองค์กรที่มีอยู่ขณะนี้ ผมไม่อยากให้เขารอ ไม่อยากให้เขารอกฎหมายฉบับนี้เสร็จ แล้วเขาจะเริ่มทําอะไร ก็อยาก ให้เขาทําภารกิจของเขาในขณะนี้ เพราะผมไม่แน่ใจกฎหมายนี้จะออกมาใช้เวลาอีกกี่เดือน เวลาทุกนาทีมีค่ามากกับพี่น้องชาวสวนยาง ก็ฝากหน่วยงานเหล่านั้นให้ศึกษาดูปัญหาเฉพาะ หน้าที่เผชิญอยู่ขณะนี้เพื่อแบ่งเบาบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสวนยางพารา ขอบพระคุณท่านประธานครับ
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอขอบคุณท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกที่ได้กรุณาแสดงความเห็น ตั้งข้อสังเกต ให้ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อการเดินหน้าของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับ เนื่องจากว่านี่เป็นวันสุดท้ายก่อนที่จะปิดสมัยประชุมนี้ แล้วนี่เป็นร่างพระราชบัญญัติฉบับสุดท้ายก็เลยคงจะขออนุญาตใช้เวลาอธิบายความในข้อคําถาม ในข้อห่วงใยของเพื่อนสมาชิกโดยกระชับ เท่าที่ผมนั่งสดับตรับฟังนี่ก็พบว่าตลอดเวลา หลายชั่วโมงที่เรามีการพูดจากันในสภานี้ ก็มีสาระหลักจัดเป็นหมวดหมู่ได้ ๓ ประเด็นใหญ่ ๆ ครับ
ประเด็นที่ ๑ ในเนื้อหาที่ว่าด้วยสาระของตัวบทกฎหมาย ข้อห่วงใย ข้อสังเกต ประวัติศาสตร์ความเป็นมาของกฎหมายฉบับนี้ ผมขอน้อมรับทุกข้อห่วงใย ทุกข้อสังเกต ทุกข้อแนะนําด้วยความยินดี แล้วก็ขอเรียนเชิญเพื่อนสมาชิกได้กรุณาร่วมกันแสดงความเห็น ในชั้นกรรมาธิการเพื่อให้ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ออกมาบังคับใช้ โดยเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง
เนื้อหาในส่วนที่ ๒ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมหมายถึงกรณีที่ อาจจะมีการเบียดเสียด หาเศษหาเลย รุกรานกันทางการเมืองบ้าง ผมเรียนพี่น้องประชาชน ที่ติดตามการถ่ายทอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราไม่ต้องกังวลนะครับ วันนี้ผมทําหน้าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วันนี้ผมทําหน้าที่หอบเอา ความหวังของคนสวนยางพาราทั้งประเทศในการนําเอาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่ กระบวนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นอะไรก็ตามที่เป็นมิติทางการเมือง ผมรับเอาไว้เอง จะไม่มีการตอบโต้ ไม่มีการราวีใด ๆ ครับ ผมมีหน้าที่มาประคับประคอง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้เข้าสู่ขั้นตอนของกรรมาธิการอย่างปลอดโปร่งและสง่างามที่สุด เพื่อให้ความต้องการของพี่น้องชาวสวนยางสมหวังถึงฝั่งฝัน แล้วเราจะข้ามพ้นอาถรรพ์ ถ้ามันมีของกฎหมายฉบับนี้ไปด้วยกัน
ส่วนเนื้อหาในส่วนที่ ๓ นี่ละครับ ที่ผมเห็นว่ามีความจําเป็นที่จะต้องใช้เวลา ของสภาอธิบายความให้กับเพื่อนสมาชิกได้กรุณาเข้าใจมาตรการหรือแนวปฏิบัติที่กําลัง พยายามผลักดันสถานการณ์ราคาเฉพาะหน้าให้ถีบตัวสูงขึ้น แล้วก็รักษาเสถียรภาพราคา ยางพารา ไม่ให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องเกษตรกร ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาเราจะ แก้ปัญหา ถ้าเราไม่วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริง มันแก้ปัญหาไม่ได้ ทันทีที่เกิดปรากฏการณ์ วิกฤติราคายางพารา ผมก็ได้พูดคุยกับคนทุกกลุ่มที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยางพารา ทั้งระบบครับ ผมพูดคุยกับส่วนราชการกับรัฐวิสาหกิจที่เกี่ยวข้อง ผมเชิญผู้ประกอบการธุรกิจ ด้านยางพารา สมาคมยักษ์ใหญ่ของประเทศ ที่เดี๋ยวนี้ ๒-๓ สมาคมเป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นนายกนี่ครับ ก็ได้มาพูดคุยปรึกษาหารือกันอย่างมิตร ผมได้เชิญตัวแทนสถาบันเกษตรกร ชาวสวนยางพาราจากทั่วประเทศมาปรึกษาหารือประเมินสถานการณ์แล้วก็กําหนดมาตรการร่วมกัน ภายใต้วิธีคิดในการทํางานคือต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้มีส่วนร่วม ได้สะท้อนสภาพปัญหาแล้วก็เสนอแนวทางแก้ไข ก็เรียนว่ามีการวิเคราะห์ประเมินสาเหตุ ของสถานการณ์ราคายางพาราในขณะนี้ สรุปได้ตรงกันชัดเจนประการหนึ่ง ก็คือเหตุปัจจัย สําคัญที่สุดที่ส่งผลกับสภาพราคาเป็นปัจจัยภายนอก นั่นคือสภาพเศรษฐกิจในภูมิภาคยุโรป สถานการณ์ในประเทศกรีซ สถานการณ์ในประเทศสเปนหรือตลาดหุ้นยักษ์ใหญ่ต่าง ๆ เท่านั้นไม่พอท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสเข้าพบและหารือกับ ฯพณฯ รัฐมนตรี ด้านการค้าของประเทศอินโดนีเซีย เมื่อคราวท่านเดินทางมาประชุมเวิลด์ อีคอนอมิค ฟอรัม (World Economic Forum) ที่กรุงเทพมหานคร หารือกันท่านก็เห็นตรงกันว่าสถานการณ์ ราคายางพารา เหตุปัจจัยสําคัญคือเรื่องนี้ ผมได้ประสานนัดหมายกับ ฯพณฯ รัฐมนตรี ที่รับผิดชอบเรื่องยางพาราของประเทศมาเลเซียจะเดินทางไปพบ แต่ยังจัดเวลาสอดคล้อง ต้องกันไม่ได้ แต่ได้พยายามดําเนินการในทุกกลไก ในทุกขั้นตอน เพื่อประเมินแล้วก็วิเคราะห์ สถานการณ์ที่เป็นจริง ท่านประธานครับ ราคายางพารามันเกิดสภาพตกต่ําทั่วโลกนะครับ ไม่ใช่ประเทศจีนขึ้น ประเทศญี่ปุ่นขึ้น ประเทศอินโดนีเซียขึ้น ประเทศมาเลเซียขึ้น แล้วก็มา ตกเอาที่ประเทศไทย ไม่ใช่ครับ มันเป็นอย่างนี้ทั้งโลก เพราะว่าสถานการณ์ที่เป็นปัจจัย ภายนอกมันมีอิทธิพล เมื่อปรากฏการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น ผมก็มาวิเคราะห์ปัจจัยภายใน ว่าเรามี เครื่องมือกลไกหรือมาตรการใดบ้างที่จะประคับประคองสถานการณ์ไม่ให้เกิดผลกระทบมาก ไปกว่านี้ ท่านประธานครับ ผมเข้าประชุม ครม. นัดแรก วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ ในวัน เดียวกันนั้นละครับ คณะรัฐมนตรีก็มีมติเห็นชอบดําเนินโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบัน เกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพารา อนุมัติวงเงินกู้จาก ธ.ก.ส. ๕,๐๐๐ ล้านบาทให้ สถาบันเกษตรกร ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทให้องค์การสวนยางกู้ไม่มีดอกเบี้ย เพื่อเอามาซื้อยางนําราคาในตลาดให้ ราคาถีบตัวสูงขึ้นแล้วให้ราคามีเสถียรภาพ มตินี้มันมาจากไหนครับ มาจากพี่น้องชาวสวนยางพารา เขาเดือดร้อน เขาชุมนุมที่อําเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา เข้าประชุมคณะกรรมการนโยบาย ยางธรรมชาติ แล้วก็เสนอกันในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ นําเข้าสู่ ครม. ครม. อนุมัติ ใส่ในมือผมในวันแรกที่ปฏิบัติหน้าที่ผมก็ดําเนินการ ตัวเลข ๑๒๐ บาทที่พูดนี่ครับ มาจากไหนครับ ก็มาจากเป้าหมายของโครงการนี้ที่มีการหารือร่วมกันระหว่างรัฐ รัฐวิสาหกิจ เอกชน แล้วก็ประชาชนผู้ปลูกยางพาราบอกว่าถ้าเดินหน้าโครงการนี้ต้องมีเป้าหมายที่ ๑๒๐ บาท ไม่ใช่ว่าผมเดินเข้ามาเป็นรัฐมนตรี แล้วอยู่ ๆ หลับหูหลับตาเอาตัวเลขมาประกาศ ไม่ใช่ครับ มันเป็นเป้าหมายของโครงการซึ่งมีงบประมาณทั้งสิ้น ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็พูดแล้ว ก็ประกาศ แล้ววันนี้ก็ประกาศครับ ว่าเป้าหมายของโครงการนี้ก็จะซื้อยางนําราคาในตลาด ไปถึง ๑๒๐ บาท เพราะมันเป็นเป้าหมายที่เขาตกลงกันไว้ตั้งแต่ต้น ท่านประธานที่เคารพครับ มีเพื่อนสมาชิกขออนุญาตไม่ต้องเอ่ยนามนะครับ เพราะว่าเราพูดกันเรื่องงานครับ ไม่ได้พูดกัน ในมิติทางการเมือง เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งบอกว่าคราวก่อนโน้นในรัฐบาลชุดที่แล้วได้มีการ อนุมัติงบประมาณในลักษณะคล้ายคลึงกันกับ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทนี่ครับ วงเงิน ๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ปรากฏว่าใช้เงินไปเกิดประโยชน์โพดผล โครงการบรรลุเป้าหมาย ท่านที่เคารพครับ ผมไม่โต้แย้งด้วยครับ เพียงแต่ว่าข้อเท็จจริงที่ท่านลืมอธิบายก็คือเป้าหมายในวันนั้น เมื่อปี ๒๕๕๒ นี่ครับ ต้องการผลักดันราคายางพาราให้ขึ้นไปที่ ๘๐ บาทต่อกิโลกรัม แต่เป้าหมายของโครงการวันนี้ ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ถ้าเอาเป้าหมายเดิมของปี ๒๕๕๒ นี่ ผมยังไม่ต้องทําอะไรเลยนะครับ เพราะขณะนี้ราคายางแผ่นดิบชั้น ๓ ตัวเลข ๙๑ บาทเศษ ราคาตลาดกลาง ท่านที่เคารพครับ นี่เป็นข้อเท็จจริงครับ แล้วผมมาผมก็เดินหน้าโครงการนี้ ทําอะไรไปแล้วบ้างครับ ท่านบอกว่าโครงการอนุมัติมาตั้งแต่ ๒๔ มกราคม ใช่ครับ นี่มิถุนายน ๕-๖ เดือนเข้าไปแล้ว ก็ถูกครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าโครงการอนุมัติ ๒๔ แล้วเงิน ธ.ก.ส. มา ๒๕ นี่ครับ ท่านไม่เข้าใจจริง ๆ หรือครับว่าพอโครงการผ่าน ครม. นี่มันยังต้องมีการเวียนมติ มันยังต้องมีขั้นตอนมาตรการต่าง ๆ ของทางราชการ มันยังเกี่ยวข้องกับหน่วยงานของ กระทรวงการคลัง สํานักบริหารหนี้สาธารณะต่าง ๆ นานา จนกว่าเม็ดเงินจาก ธ.ก.ส. มาถึง มือองค์การสวนยาง มาถึงมือสถาบันเกษตรกร มันต้องใช้เวลา แล้วผมพยายามเร่งรัด ทุกขั้นตอนที่ทําได้ ผมยืนยัน เราได้ใช้เม็ดเงินในโครงการนี้ล่วงเข้าเกือบจะกลางเดือนพฤษภาคม ท่านประธานที่เคารพ จนถึงขณะนี้ สถาบันเกษตรกรหลายแห่งได้รับสินเชื่อ บางแห่งยังรอคิวอยู่ ผมเห็นสถานการณ์มันล่าช้ามีปัญหา ก็ได้ประสานงานโดยตรงกับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละ จังหวัดที่อยู่ในโครงการในฐานะประธานอนุกรรมการระดับจังหวัด ผมคุยเองครับ ขอความกรุณา ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัดได้ช่วยผลักดันโครงการนี้ให้เดินหน้าให้สถาบันเกษตรกร เข้าร่วมโครงการมาก ๆ ประชาชนเขาจะได้ประโยชน์ นี่ทําครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้บอกไปยังสถาบันเกษตรกรที่ผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการแล้ว แต่รอเงินสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. อยู่ พอไม่มีเงินสินเชื่อก็เลยยังไม่มีเงินไปซื้อยางพาราจากสมาชิก เอามาขายต่อให้องค์การสวนยาง ก็บอกไปว่าสถาบันเกษตรกรที่ผ่านหลักเกณฑ์แล้วไปเอา ยางพารามาเลยครับ จากสมาชิกแล้วก็มาขายตรงกับองค์การสวนยาง องค์การสวนยางก็จะ จ่ายเงินโดยเร็ว วันต่อวัน ขายเช้าจ่ายเที่ยง ขายเที่ยงจ่ายบ่าย ให้จบภายในวันนั้น เพื่อตัดขั้นตอน เพื่อทําให้โครงการมันถึงมือพี่น้องประชาชนได้เร็วและง่ายขึ้น นี่ก็ดําเนินการครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พอเดินหน้าโครงการนี้มาได้สักระยะปรากฏว่าพี่น้องเกษตรกร ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ หมายความว่าเขาไม่ได้เป็นสถาบันเกษตรกร เป็นวิสาหกิจชุมชนก็ดี เป็นเกษตรกรรายย่อยก็ดี ซึ่งไม่เข้าหลักเกณฑ์นี่ เขาก็ตัดพ้อต่อว่า ว่าเอ๊ะถ้าทําแบบนี้ ก็เท่ากับว่ารัฐบาลไปดูแลแต่สถาบันเกษตรกร ไม่ได้ดูแลเกษตรกรรายย่อยอื่น เวลาซื้อราคา จึงต่างกัน เพราะองค์การสวนยางซื้อได้แต่จากสถาบันเกษตรกร แต่ไม่สามารถเข้าไปซื้อในตลาดกลางได้ เพราะหลักเกณฑ์ของโครงการไม่เปิดเอาไว้ให้เช่นนั้น เขาก็เรียกร้องครับ มีการชุมนุมอย่างวันนี้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีก็มีครับ ผมก็พูดคุยทันที สอบถามไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ผู้ว่าแฟกซ์ (Fax) เอกสารข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกรมา ส่งตัวแทนขององค์การสวนยางไปชี้แจงอธิบายความ แล้วข้อเสนอข้อเรียกร้องของพี่น้องเกษตรกร ผมก็นัดคณะกรรมการบริหารโครงการ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ประชุมเพื่อพิจารณากันในบ่าย วันจันทร์ที่จะถึง ถามว่าทําไมต้องเป็นบ่ายวันจันทร์ ท่านที่เคารพครับ ภารกิจต่าง ๆ มันก็มี อยู่หลายอย่าง หลายเรื่อง ภารกิจของพี่น้องชาวสวนยางก็สําคัญ ผมก็เร่งรัดประชุมโดยเร็วที่สุด โดยสื่อสารผ่านตัวแทนสถาบันเกษตรกรต่าง ๆ ว่ารับฟัง แล้วอะไรที่เป็นปัญหาผมแก้ให้ ผมจะพยายามเอาไปทบทวนแล้วก็นําเสนอ ครม. เพื่อทําให้ตอบโจทย์ความต้องการให้ สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริงมากขึ้น ท่านที่เคารพครับ มีเพื่อนสมาชิกบอกว่าแล้ว ทําไมไม่ใช้กลไกความร่วมมือของ ๓ ประเทศ ประเทศไทย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ใช้ครับ ผมคุยกับรัฐมนตรีของประเทศอินโดนีเซียติดต่อรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ขณะที่พูดคุยกันอยู่นี่ ก็มอบหมายให้ตัวแทนฝ่ายไทยที่ไปอยู่ในบริษัทที่เกิดจากความร่วมมือ ของ ๓ ชาติร่วมทุนกันนี่ครับ เขาเรียกเออโค (IRCO) ก็ให้ไปประชุมกัน มีการประชุมกันของ เออโคเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายนที่ผ่านมาครับ ท่านประธานครับ แล้วในที่ประชุมของเออโค หมายความว่าตัวแทนจาก ๓ ชาติเขามานั่งคุยกัน เขาก็วิเคราะห์ว่าปัจจัยเศรษฐกิจในยุโรป ในอเมริกา ในภาพรวมของเวทีโลกเป็นผลกระทบหลักของสถานการณ์ราคายาง ไม่ใช่เรา วิเคราะห์กันเอาเองครับ ประเทศอินโดนีเซียก็วิเคราะห์เช่นนั้น ประเทศมาเลเซียก็วิเคราะห์ เช่นนั้น แล้วก็มีการพูดคุยกันต่อว่าถ้าหากสถานการณ์ราคายังไม่กระเตื้องขึ้นก็จะมีการ กําหนดมาตรการสํารองไว้ นี่หมายความว่าที่ประชุมของเออโค เขาเตรียมมาตรการ ออกมาเสนอแล้วครับ แล้วก็เป็นหน้าที่ที่ผมจะต้องไปคุยกับทางประเทศอินโดนีเซีย ทางประเทศมาเลเซีย ในสถานการณ์ที่มันยังไม่ดีขึ้น เขาบอกว่าถ้าจําเป็นก็ต้องกําหนด มาตรการลดการส่งออกชั่วคราว นี่ก็ต้องคุยกัน ๓ ประเทศ เขาบอกว่าถ้าจําเป็นก็อาจจะต้อง มีมาตรการในการเร่งรัดการโค่นสวนยางพาราที่หมดอายุให้ผลผลิตต่ํา แล้วก็เสนอบอกว่า ๓ ประเทศควรจับมือกันแล้วก็ไปคุยกับเวียดนามซึ่งเป็นประเทศอันดับ ๔ ในการปลูกยางพารา เวลานี้ นี่ก็ได้ดําเนินการ สถานการณ์มันมีปัญหา ผมไม่ได้อยู่เฉยครับ ก็ต้องวอร์ลรูม (Wall room) ติดตามสถานการณ์ยางพารา มีส่วนราชการรัฐวิสาหกิจ มีนักเศรษฐศาสตร์ นักการเงินการคลังเข้ามาระดมสมอง วอร์ลรูมขับเคลื่อนอาทิตย์หน้าครับ แล้วก็จะเชิญ เอาสมาคม เอาองค์กรธุรกิจ เอาตัวแทนเกษตรกรเข้ามามีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนข้อมูล แลกเปลี่ยนความเห็น ถามว่าทําทั้งหมดนี่ราคามันจะขยับขึ้นหรือไม่ ผมไม่ใช่หมอดูครับ ผมไม่มีไสยศาสตร์ แต่ผมมีหัวใจ ผมตั้งใจทํา ผมเป็นคนปักษ์ใต้ แต่บ้านผมอยู่โซนทะเล ไม่มี สวนยางสักต้น แต่มีหัวใจครับ และผมมีพลัง ผมมีความคิด แล้วผมพร้อมที่จะสู้ แล้วประกาศ กับพี่น้องชาวสวนยางพาราภาคใต้ว่าไม่ต้องหวังเหวิดพี่น้อง ผมจะพยายามทําดีที่สุด ทุ่มเทที่สุด เพื่อให้ราคายางพาราเงยหัวขึ้นอย่างเร็วที่สุด ก็ต้องพูดกันแบบนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมกราบเรียนท่านประธานต่อนะครับว่า เรื่องประวัติศาสตร์ของยางพาราพูดกันมาก เอาชัด ๆ เถอะ ปี ๒๕๔๔ เดือนธันวาคม ราคายางพารา ๑๖ บาทกว่า พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร คุยกับ ประเทศอินโดนีเซีย คุยกับประเทศมาเลเซีย ลงนามทําความตกลงร่วมกันในความตกลงบาหลี แล้วราคายางพาราก็ถีบตัวสูงขึ้น หลังจากนั้นเป็นประวัติการณ์จนปัจจุบัน วันนี้ราคายางพาราแผ่นดิบ ๙๐ บาทกว่า แน่นอนครับ พี่น้องวิตกกังวล ผมก็วิตกกังวล
ท่าน รัฐมนตรีครับ ท่านนิพิฏฐ์ประท้วง เรื่องอะไรครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดพัทลุง ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘ ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาบอกว่าวันนี้ก็น่าจะเป็นวันสุดท้ายสําหรับสมัยประชุมนี้ แล้วท่าน ก็อภิปรายยืดยาว ที่ท่านอภิปรายมาทั้งหมดนี่ครับ สมาชิกได้ถามว่ายางพาราจะมีเสถียรภาพ แล้วก็จะมีราคา ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัมเมื่อไร ท่านบอกว่ายางพาราวันนี้มันมีปัญหา ๓ ประการ ผมนั่งฟังอยู่ ท่านยังไม่ได้เข้าประเด็นเลยนะครับ
ประการที่ ๑ ท่านบอกว่าอย่าตกใจไปเลยครับ ยางมันตกทั่วโลกมันไม่ได้ ตกเฉพาะเมืองไทย ทั่วโลกราคามันตกต่ําทั้งนั้น นั่นข้อที่ ๑ ครับ
ข้อที่ ๒ ท่านว่าท่านได้มีการอนุมัติเงินกู้ ธ.ก.ส. ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท
ข้อที่ ๓ ท่านได้เสนอแนะว่าควรมีการโค่นยางพาราคุณภาพต่ํา
ผมจับได้ ๓ ข้อ ที่ท่านตอบมานี้ครับ แต่ว่าที่สําคัญที่สุดบอกเวลาหน่อยสิครับ นอกจากโค่นสวนยางพาราที่ท่านพูดแล้ว ยางพาราจะขึ้นกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ตามที่ท่าน ประกาศนโยบายไว้เมื่อไรครับ ขอบพระคุณครับ
ท่านที่เคารพครับ ผมคิดว่านี่ไม่ใช่วิธีการที่จะมาหาคําตอบกันในสภานี้ เพราะว่าสถานการณ์ ราคายางพารา
ท่านวัชระ อย่าเพิ่งประท้วงครับ ให้รัฐมนตรีอธิบายก่อนครับ ซึ่งท่านนิพิฏฐ์ได้ประท้วงไปแล้ว ท่านนั่งลง บรรยากาศดีนะครับ วันสุดท้ายแล้วจะได้ให้สรุป ท่านนั่งลงพอแล้วครับ เดี๋ยวผมจะอนุญาต ท่านชินวรณ์ซึ่งยกมือก่อนท่านอีกครับ นั่งลงก่อนครับ เชิญรัฐมนตรีต่อเลยครับ สรุปได้แล้วนะครับ
ขออนุญาตนะครับ ผมก็คงใช้เวลาไม่นาน เข้าใจว่าเพื่อนสมาชิกก็คงจะเมื่อยล้ากันพอสมควร แต่ผมเรียนว่าสิ่งที่ผมพูดคือสิ่งที่กําลังทํา สิ่งที่กําลังพยายามแล้วจะไปบอกว่าเวลานั้น เวลานี้ ผมให้คําตอบแบบนี้ไม่ได้นะครับ เพราะคําตอบแบบนี้มันเป็นคําถามที่คาดคั้นในสิ่งที่ใคร จะอธิบายได้ว่าเดือน ๒ เดือน ๓ เดือนข้างหน้า แต่ยืนยันว่าเดินหน้าเต็มที่ ขับเคลื่อนเต็มตัว นี่คือสิ่งที่ผมยืนยันได้
ไม่ประท้วงแล้ว เอาอย่างนี้ ผมอนุญาตสัก ๒ คนพอนะครับ มีท่านยกมือ คนแรกก็คือท่านชินวรณ์ และท่านสมบูรณ์ ท่านวัชระพอแล้วครับ ผมว่าเอาสัก ๒ คน ท่านวัชระนั่งลงก่อนครับ เชิญท่านชินวรณ์ก่อนครับ ท่านยกมือก่อนแล้วจะได้สรุปสั้น ๆ นะครับ ผมก็ไม่อยากให้ถกเถียงเพราะว่าเป็นนัดสุดท้าย แล้วครับ ขอให้บรรยากาศเป็นไปด้วยดี
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเห็นท่าน รัฐมนตรียังไม่นั่งลงนะครับท่านประธาน เพราะผมจะใช้สิทธิในการอภิปรายสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ครับที่ยกมือ
ถ้าอย่างนั้น ท่านนั่งลงก่อนก็แล้วกันท่านชินวรณ์ เชิญท่านรัฐมนตรีสรุปนะครับ เดี๋ยวให้ท่านชินวรณ์ต่อ ท่านวัชระอย่าเพิ่งประท้วงนะครับ เดี๋ยวให้ท่านรัฐมนตรีอธิบายก่อนจบแล้วค่อยว่ากันอีกที เดี๋ยวจะเชิญท่าน ท่านเชื่อผมเถอะครับ นัดสุดท้ายแล้วครับ ขอให้บรรยากาศจบด้วยดีครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อรักษาบรรยากาศของการประชุมวันนี้ให้การปิดสมัยประชุม เป็นไปด้วยความเรียบร้อยสบายใจกันทุกฝ่าย พรรคพวกก็บอกผมละครับว่าการอธิบายความ ก็ตามสมควร เสร็จแล้วการที่จะอธิบายอะไรต่อก็ขอให้ไปดูกันเรื่องของการกระทํา เรื่องของ การดําเนินการ ผมก็ยืนยันนะครับว่าทุกอย่างที่รัฐบาลประกาศมาเราก็จะเดินหน้าต่อไป เราก็จะทํางานกันอย่างมีส่วนร่วมอย่างเปิดเผยโปร่งใสกับพี่น้องชาวเกษตรกรสวนยาง ปี ๒๕๕๕ ครึ่งปีราคายางพาราเฉลี่ย ๖ เดือนที่ผ่านมา ราคายางพาราแผ่นดิบยังอยู่ที่ ๑๐๐ บาทเศษ ในปี ๒๕๕๒ ทั้งปีตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนธันวาคมราคายางพาราอยู่ที่ ๘๐ บาทเศษ เท่านั้นเอง แต่ก็เอาล่ะครับ ถ้าท่านบอกว่าวันนี้ปี ๒๕๕๕ มันยังสูงกว่าปี ๒๕๕๒ อยู่ แต่ต้อง เป็นเรื่องที่ผมต้องเดินหน้าผมน้อมรับ แล้วก็เป็นหน้าที่ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบ ผมชอบใจ เพื่อนสมาชิกที่พูดเมื่อสักครู่ว่าอย่าดีแต่พูด อย่าดีแต่โม้นี่เตือนใจผมครับ ขอบคุณครับ ผมจะ พยายามทํางานอย่างดีที่สุด ผมเห็นด้วยที่ท่านบอกว่าใครก็ตามที่ดีแต่พูดแล้วทํางานไม่ได้ เรื่องประชาชนเขาก็จะไม่ให้การสนับสนุน นี่ก็ถูกต้อง ถ้าใครทํางานดี บริหารดีเลือกตั้งกี่ที ประชาชนก็เลือกครับ แต่ถ้าใครทํางานไม่ได้เรื่องเลือกกี่ทีประชาชนก็ไม่เลือก นี่ครับเป็น วิถีทางของระบอบประชาธิปไตย นิดเดียวนะครับ ผมไม่เคยไปพูดกับผู้สื่อข่าวที่ไหนว่ารณรงค์ ให้ใส่ถุงยางอนามัย ๓ ชั้น ถ้าผู้สื่อข่าวเขากระเซ้าเย้าแหย่อันนั้นก็ว่ากันครับ แต่ผมยืนยันว่าไม่ได้ ไปพูด ต้องชี้แจงทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องไม่มีประเด็นครับ แต่เสียหายครับ ไม่มีครับ แต่ผมเคยเห็น อดีตนายกรัฐมนตรีบางคนเอาถุงยางอนามัยสวมหัว มีครับ
เชิญอาจารย์ ประกอบครับ
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีสัก ๒ เรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง เพราะผมเข้าใจว่าท่านไม่เข้าใจยางพาราจริง ๆ ครับ เพราะว่าที่บ้านของท่านไม่ปลูกยางพารา อย่างพวกผมเติบโตกับยางพารา เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริง ๒ เรื่องที่ผมอยากกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี
เรื่องที่ ๑ เรื่องของราคานําในปี ๒๕๒๒ ที่ ๘๐ บาท และวันนี้ราคานํา ๑๒๐ บาท ท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ วันนั้นท่านคงทราบว่ายางพารามันดิ่งหัวลง เหลือกิโลกรัมละอยู่ประมาณ ๔๐ บาทเศษ แต่ว่าในพรรคประชาธิปัตย์เราตระหนักดีเพราะเราเข้าใจว่าราคานี้พี่น้องชาวสวนยาง อยู่ไม่ได้ เพราะของมันแพง พรรคประชาธิปัตย์เลยกําหนดเป้าหมายที่ ๘๐ บาท เรากระชาก ราคา ๓๐ กว่าบาท แล้วในที่สุดด้วยการบริหารจัดการของพรรคประชาธิปัตย์เราทําได้ครับ แต่วันนี้ผมกราบเรียนว่าราคากําลังอยู่ที่เกือบ ๒๐๐ บาท แน่นอนครับมันต้องลงไปบ้างเป็น เรื่องปกติเหมือนที่ ฯพณฯ ชวนได้กราบเรียนว่าราคามันก็คงจะไม่อยู่ระดับเดียวกันตลอด ขึ้น ๆ ลง ๆ แต่มันลงน่าใจหายครับ จาก ๒๐๐ บาท เหลือร้อยบาทเศษ ๆ ว่าเหลือร้อยบาทเศษ ๆ นั้น เราก็ส่งสัญญาณมายังรัฐบาลบอกว่าราคาที่เสถียรภาพและพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา อยู่ได้ต้อง ๑๒๐ บาท เพราะอะไรครับ ปุ๋ยแพง ค่าบริหารจัดการแพง ยาฆ่าแมลงแพง อะไร แพงหมดเลยครับ ค่าจ้างแพง ๑๒๐ บาทพออยู่ได้ แต่ว่ารัฐบาลทําไม่ได้ครับ อันนี้ไม่ใช่ กระชากราคาขึ้น มันกระชากราคาลง จาก ๑๕๐ บาท เหลือ ๑๒๐ บาท และวันที่ต่ํากว่า ๑๒๐ บาท เราบอกรีบทําเสียนะ อย่าให้ต่ํากว่า ๑๒๐ บาทจะมีปัญหาก็ทําไม่ได้ และวันนี้ พี่น้องชาวสวนยางพาราว้าเหว่ครับ เพราะว่ารัฐบาลได้ประกาศว่ารัฐบาลพยายามที่จะ บริหารจัดการไปบริหารราคาชี้นําให้อยู่ที่ ๑๒๐ บาทเป็นอย่างต่ํา แต่ยังทําไม่ได้ ก็เป็นเรื่องที่ ผมขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช ถึงแม้บ้าน ของท่านเองไม่ปลูกยางพารา แต่พี่น้องชาวใต้ ชาวเหนือ ชาวอีสาน วันนี้ปลูกยางพารา ท่านต้องช่วยดูแล
เรื่องที่ ๒ เป็นข้อเท็จจริง และท่านประธานคงตระหนักและคงมีข้อมูล เหมือนกับกระผม ยางพาราที่ใช้ไปสู่อุตสาหกรรมมันมาจาก ๓ เขตใหญ่ ๆ ๑. ประเทศไทย ๒. ในโซนของประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย แล้วก็ ๓ ที่เป็นหลักจากอเมริกาใต้ ท่านประธานครับ คุณภาพยางพาราไทยวันนี้เอส ๓ (S 3) ก็คือรมควันชั้น ๓ ราคาทั่วไป เป็น ยางชั้นดีที่สุด ราคาควรจะดีที่สุด ประเทศจีนนิยมยางพารา ยางรมควันจากประเทศไทย มากกว่าประเทศอินโดนีเซีย มากกว่าประเทศมาเลเซีย ถ้าไปเทียบกับโซนอเมริกาใต้อันนั้น ตกต่ําไปเลย เพราะฉะนั้นการที่ท่านรัฐมนตรีจะเอาราคายางในประเทศไทยเทียบกับ ประเทศอินโดนีเซีย ไปเทียบกับอเมริกาใต้ไม่ใช่ครับ เหมือนท่านขายข้าวหอมมะลิในราคา เดียวกับข้าวแข็ง ข้าวขาวมันคนละเรื่องกัน ยางพาราบ้านเราข้าวหอมมะลิครับ แต่ประเทศอเมริกาใต้ ข้าวขาว ข้าวแข็ง ข้าวเล็บนกคนละราคากัน เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีคิดใหม่นะครับ ถ้าท่านเปรียบเทียบราคายางพาราบ้านเรากับต่างประเทศ ท่านบอกไม่ต้องตกใจ ตกทั่วโลก อย่างนี้ไม่ได้ครับ ราคาปัจจัยการผลิตของประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ทางโซน อเมริกาใต้ ประเทศไทยต่างกันมาก บ้านเราแพงทุกอย่างครับ แต่บ้านเขาถูกกว่าและเราจะ ทําอย่างไรก็เป็นการบ้านฝากท่านรัฐมนตรีช่วยคิดด้วย ด้วยความเคารพ ขอบคุณมากครับ
เชิญท่านจุรินทร์ อภิปรายปิด
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงไม่ได้ ตั้งใจจะอภิปรายเลยครับ แต่ว่าเมื่อฟังท่านรัฐมนตรีตอบแล้วนี่มีอยู่ประเด็น ๒ ประเด็น เท่านั้นที่ขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นและทําความเข้าใจสั้นที่สุดเลยครับ
ประเด็นแรก ผมเศร้าใจครับกับคําตอบของท่านรัฐมนตรีที่บอกว่าสมาชิก ๒-๓ เดือนจะมาคาดคั้นได้อย่างไรว่าราคามันจะดีขึ้นหรือไม่ อย่างไร ท่านไม่ใช่หมอดู ผมคิดว่า ถ้าตอบแบบนี้ไม่ทราบว่าประเทศนี้จะมีรัฐมนตรีไว้ทําอะไร ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านประธาน คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติโครงการแทรกแซงราคายางพาราตั้งแต่วันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ ตั้งราคาเป้าหมายนําไว้ ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม อนุมัติเงินงบประมาณ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท มาถึงบัดนี้เกือบครึ่งปีราคายางพารายังอยู่ที่ ๘๐ บาท ถามว่าสําเร็จหรือล้มเหลว มันมีคําตอบ ในตัวของมันชัดเจนอยู่แล้วครับ ส่วนท่านจะทําอะไร หรือไม่ อย่างไร เป็นรายละเอียด แต่ผลสัมฤทธิ์มันชัดเจนว่ามันไม่เกิด ผมยังให้กําลังใจท่านครับ ท่านบอกว่าท่านจะทําให้ราคา ยางพาราโงหัวขึ้น ผมหวังว่าท่านจะทําแล้วก็ขอให้ทําสําเร็จ ไม่ใช่เพื่อพวกกระผม แต่เพื่อเกษตรกร แต่สําคัญยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ท่านทําให้เสียงในสภาโงหัวขึ้นเสียก่อน ผมเป็นห่วงว่าเสียงในสภา ถ้าท่านตอบแบบนี้มันจะไม่ครบ แล้วก็กฎหมายนี้ซึ่งรัฐบาลบอกว่าเป็นกฎหมายสําคัญมันจะ ไม่ผ่านสภา แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมกราบเรียนกับท่านประธานเบื้องต้นครับว่าพวกกระผม ยินดีที่จะให้ความร่วมมือ แล้วจะลงมติให้เพื่อเห็นแก่เกษตรกร ไม่ใช่เห็นเพื่อรัฐมนตรี และเพื่อให้กฎหมายนี้มันผ่านไปได้ แต่ถ้าพวกกระผมไม่ให้ความร่วมมือผมยืนยันเลยครับว่า เสียงของรัฐบาลวันนี้ไม่ครบ แล้วกฎหมายฉบับนี้จะไม่ผ่าน ขอบคุณครับท่านประธานครับ
เชิญท่านชินวรณ์ ท่านวัชระผมไม่ให้อภิปรายต่อ เดี๋ยวทุกคนก็อยากอภิปรายหมดครับ เชิญท่านชินวรณ์ อภิปรายปิดครับ ประท้วงเรื่องอะไรครับ จบไปแล้วครับ เชิญประท้วงว่าก่อน
ท่านประธานที่เคารพ ผม วัชระ เพชรทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นับประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง ท่านประธานครับ ผมประท้วงท่านรัฐมนตรีณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ตามข้อบังคับ ข้อ ๔๓ วรรคสอง เสียดสีครับ ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าท่านรัฐมนตรีขี้หกทั้งเพครับ ขี้หกทั้งเพ ท่านรัฐมนตรี
ท่านก็ไป กล่าวหาเขาอีกแล้วครับ ท่านประท้วงทางโน้นเสียดสีท่านก็ไปว่าโกหก มันก็ไม่ได้ท่านครับ พอแล้วครับท่านวัชระ คนละที พอแล้วครับ คนบ้านเดียวกันพอแล้วครับ ท่านก็ไปกล่าวหา ท่านรัฐมนตรีอีกละ ผมก็พอฟังเข้าใจแล้วครับ ท่านพูดอะไรก็เข้าใจกันอยู่ พอแล้วครับ ทางท่านก็บอกเสียดสี ท่านก็ไปกล่าวหาว่าเขาขี้หกมันก็ไม่ถูกแล้วครับ ก็ไม่กล่าวหากันนะครับ พอแล้วครับ ผมจะให้ท่านชินวรณ์บรรยายสรุป ท่านเชื่อเถอะครับ ท่านประท้วงไปแล้ว อย่างไรครับ ท่านประท้วง เอาเรื่องที่กล่าว ท่านจะไปกล่าวหาเรื่องอื่นผมไม่ให้พูดแล้ว
ท่านประธานครับ ผม วัชระ เพชรทอง บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่ท่านรัฐมนตรีปฏิเสธว่าไม่เคยรณรงค์ให้สวมถุงยางอนามัย ๓ ชั้น เพื่อแก้ไขปัญหาราคายางพารา ราคาตกต่ํา ท่านปฏิเสธว่าท่านไม่ได้พูด แต่ข้อเท็จจริงท่านพูด และมีสื่อมวลชนนํามาลง ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีจะพูดจาโกหกกลางสภาได้อย่างไร แล้วท่านบอกว่าวันนี้ ท่านสู้เต็มที่ ท่านประธานครับท่านสู้เต็มที่ แต่สภานี้มีแห่งเดียวครับ ท่านประธานเตรียม รถดับเพลิงไว้หรือยัง
เอาละ ไม่ต้องประท้วงแล้ว อย่างนี้ไม่ให้พูด ท่านบุญยอดก็ไม่เอาแล้วครับ ท่านสมบูรณ์ไม่ให้แล้ว ผมเชิญท่านชินวรณ์พอแล้วครับ ก็เสียดสีกันไปมาแล้ว ท่านบุญยอดเรื่องอะไรครับ ไม่มีใคร กล่าวหาท่านนะครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ บุญยอด สุขถิ่นไทย พรรคประชาธิปัตย์ บัญชีรายชื่อ เมื่อสักครู่นี้จากคําอภิปรายของท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่าเราพูดไม่ครบ ท่านก็บอกว่าท่านก็ต้องพูดให้ครบ ก็คือจากราคามันจาก ๔๐ บาท ไปเป็น ๘๐ บาท ของรัฐบาลที่แล้ว ใช้เงินไป ๘,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็อยากเรียนถามท่านต่อว่าขณะนี้ ๙๑ บาทที่ท่านพูด เป้าหมายไปอยู่ที่ ๑๒๐ บาท ท่านใช้เงิน ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเข้าใจไหมครับ ๔๐ บาท ไป ๘๐ บาท มัน ๔๐ บาท เขาใช้ ๘,๐๐๐ ล้านบาท โจทย์ของท่าน ๙๑ บาท ไป ๑๒๐ บาทมัน ๓๐ บาทเองครับ ถ้าท่านทําไม่ได้ด้วยหัวใจอย่างที่ท่านพูด ท่านควรจะมีความเป็นลูกผู้ชายพอที่จะลาออกนะครับ
พอแล้วครับ อย่าถึงกลับไปไล่ให้ลาออก เดี๋ยวจะให้เขาตอบ พอแล้วครับท่านบุญยอด ท่านจ่าประสิทธิ์ อย่าประท้วง พอแล้วครับ นาทีสุดท้ายแล้วผมขอร้องครับ นั่งลงครับ ผมไม่อนุญาตครับ เดี๋ยวท่านไม่นั่งผมจะลุกนะครับ ท่านต้องนั่งครับ ไม่แล้วครับ พอครับ เชิญท่านชินวรณ์ครับ คนอื่นผมไม่อนุญาตแล้ว
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอใช้สิทธิ อภิปรายสรุปตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ตามจริงผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมได้ คุยกับประธานวิปรัฐบาลว่าพวกเรายินดีที่จะให้ความร่วมมือในการลงมติกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าตามที่ท่านประธานเองก็เคยเป็นกรรมาธิการว่ากฎหมายฉบับนี้เราได้นําเข้าสู่ การพิจารณาของสภาถึง ๓ ครั้งแล้ว แล้วก็พร้อมที่จะลงมติให้ความเห็นชอบเพื่อเห็นกับ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ และผมก็ตั้งใจว่าจะไม่ใช้สิทธิในการ อภิปรายสรุป แต่บังเอิญว่าท่านรัฐมนตรีได้อภิปรายก่อนหน้านี้ ผมคิดว่าถ้าผมไม่ใช้สิทธิ ในการอภิปรายสรุปก็จะมีความเสียหายในการที่ท่านได้ส่งสัญญาณที่ผิดในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ท่านรับผิดชอบในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประการแรก ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เสียหาย ผมคิดว่าท่านไม่เข้าใจกระบวนการ ในการแทรกแซง แต่ท่านกลับมาอธิบายพวกผมว่าผมไม่เข้าใจว่าหลังจากมีมติคณะรัฐมนตรี แล้วจะต้องมีกระบวนการในการที่จะให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและสถาบันเกษตรกรไป เตรียมการตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างไร ผมคิดว่าสิ่งที่พวกผมอภิปรายพวกผมเข้าใจและเคยทํา ในโครงการแทรกแซงดังกล่าวมาแล้ว แล้วก็ได้ผลที่จะยกระดับราคายางพาราให้มีเสถียรภาพ แต่วันนี้เวลาล่วงเลยไป ๔-๕ เดือน แต่รัฐมนตรีกลับมาตอบในเรื่องของกระบวนการที่แสดงว่า ยังไม่เข้าใจว่าการที่จะแทรกแซงราคายางพารานั้น นอกจากผลของกระบวนการแล้วจะมีผล โดยตรงต่อจิตวิทยา จิตวิทยาการตลาดท่านรัฐมนตรีเข้าใจไหมครับเรื่องยางพารา เมื่อท่านส่งสัญญาณ ว่าสภาแห่งนี้คาดคั้นให้ท่านตอบว่าราคาเท่าใดภายในระยะเวลาเดือน ๒ เดือน ท่านตอบไม่ได้ ท่านไม่ใช่หมอดู ก็ที่พวกผมอภิปรายในสภาเพราะพวกผมให้เกียรติท่านว่าท่านไม่ใช่หมอดู แต่บังเอิญสิ่งที่ท่านตอบอหังการแล้วก็แสดงถึงว่าไม่เข้าใจในกระบวนการ ผมคิดว่า คงแตกต่างกันนะครับท่านรัฐมนตรี ในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องราคายางพารา นี่คือเรื่อง ที่เสียหายประการแรก
เรื่องที่เสียหายประการที่ ๒ ก็คือผมอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับว่า มติของคณะรัฐมนตรีในวันนี้กลุ่มพ่อค้าเขารู้ทันหมดว่ามติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวนั้นจะไม่มีผล ต่อเชิงการตลาดทันที นั่นละครับที่ราคายางพาราไม่ขึ้นแล้วเขาก็ไม่เชื่อถือท่านด้วย จึงไม่มีผล ต่อจิตวิทยาทางการตลาด ท่านต้องกลับไปทบทวน ผมพูดด้วยความจริงใจครับ เพราะผม อยากเห็นพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้ราคายางพาราที่ดีขึ้น ท่านอย่าเอาการเมือง มาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาราคายางพารา ตัวท่านเองล่ะครับ นี่เขาพูดมาอย่างนี้
ประการที่ ๒ ท่านต้องเร่งรัดในฐานะท่านรัฐมนตรีท่านต้องไปเร่งรัดให้ ธ.ก.ส. ปล่อยเงินกู้มาให้องค์การสวนยางแห่งประเทศไทยเข้าไปแทรกแซง วันนี้องค์การสวนยาง แห่งประเทศไทยเขาอยากจะช่วยเหลือท่าน แต่เขาไม่มีเงินไปแทรกแซง เขาไปใช้เงินของ องค์การสวนยางแห่งประเทศไทยเอง วันนี้ท่านรู้หรือเปล่าพนักงานองค์การสวนยาง แห่งประเทศไทยกําลังจะประท้วงอยู่ เพราะแทนที่จะได้เงินก้อนนั้นมาเป็นค่าตอบแทน เป็นค่าโบนัสของเขา กลับต้องเอามาเข้าโครงการนี้ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ท่านรัฐมนตรีต้องไปดูอย่างครบกระบวนการ ยังมีเวลาอยู่ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ขับเคลื่อนโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ตามที่มติคณะรัฐมนตรีครับ ผมเข้าใจดีครับว่าท่านรัฐมนตรีไม่มีสิทธิที่จะคิดเอาเอง และผม เชื่อว่าท่านก็คงไม่มีปัญญาพอที่จะคิดเอาเอง เพราะมันเป็นเรื่องที่เขียนเอาไว้ในมติ ครม. ว่า เป้าหมายลดอุปทานยางพาราเพื่อให้มีราคารับซื้อที่เหมาะสมและยั่งยืนอยู่ที่ระดับประมาณ ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ที่ผมพูดเช่นนี้ผมก็เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญผู้อํานวยการองค์การสวนยาง เชิญผู้อํานวยการกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง เชิญ นายกสมาคมภาคเอกชนเกี่ยวกับยางพารามาทั้งหมดที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เขาก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่าถ้ารัฐบาลเอาจริง และรัฐมนตรีสามารถขับเคลื่อนโครงการแทรกแซงได้ ราคายางพาราจะไปอยู่จุดที่เหมาะสมคือ ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัมครับ แต่วันนี้มันไม่ขึ้น เพราะกระบวนการของท่านผิดตามที่ท่านตอบนั่นล่ะ แสดงว่าความคิดของท่านไม่ถูก ถ้าท่านยังเชื่อว่าความคิดของท่านถูกก็แสดงว่าความคิดของท่านไม่สามารถแก้ปัญหาได้ นี่คือ เรื่องที่เสียหายครับ
เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะต้องใช้สิทธิสรุปก็คือว่าท่านรัฐมนตรีได้เปิดประเด็นใหม่ครับ ความจริงที่ผมคุยกับท่านประธานวิปว่าท่านรัฐมนตรีคงจะขึ้นกล่าวขอบคุณท่านชวน หลีกภัย และเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อคิดเห็นและจะรับเรื่องนี้ไปปรับปรุง แทรกแซง ยกระดับราคายางพารา ให้ดีขึ้น จะเอาข้อมูลทั้งหมดนี้ไปเข้ากรรมาธิการเพื่อช่วยกันดูแลปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ให้ดีที่สุด ภายใต้การดูแลของรัฐมนตรี แต่รัฐมนตรีกลับตอบไป ในส่วนที่ชี้ให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะนึกว่าเวทีสภานี้เป็นเวทีมวลชนหรือครับ ไม่ใช่ นะครับท่านรัฐมนตรี ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านเปิดประเด็นใหม่ ๒ เรื่อง เพราะฉะนั้น ผมในฐานะผู้เสนอร่างต้องใช้สิทธิตรงนี้ แต่ว่าสั้น ๆ นะครับท่านประธานครับ
ประเด็นแรก ท่านรัฐมนตรีได้เปิดประเด็นในเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีไปพูดคุยกับ ท่านรัฐมนตรีประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งท่านรัฐมนตรีคงไม่เข้าใจนะครับว่าโพรโตคอล (Protocol) ในการที่เราจะเจรจากับผู้นําของแต่ละกระทรวงที่เข้ามาประชุมและท่านไปพบ นอกรอบนั้นผลในการเจรจาเป็นอย่างไร ท่านเข้าใจหรือยังครับ ถ้าท่านเข้าใจท่านต้องรู้สิครับว่า นั่นไม่ใช่กระบวนการที่ท่านจะแสวงหาความร่วมมือที่จะนํามาสู่การแก้ไขปัญหา เพราะการแก้ไข ปัญหาราคายางของสภาการยางระหว่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ต้องมีกระบวนการที่มีการประชุม ในแต่ละระดับ คือการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ชั้นสูง กับเจ้าหน้าที่ชั้นสูง และการประชุมในระดับรัฐมนตรีเพื่อลงนามในความร่วมมือหรือเอ็มโอยู (MOU) ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาเกิดขึ้นในสมัยรัฐมนตรีครับ เกิดขึ้นมา ก่อนตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว และโดยเฉพาะบริษัทการค้ายางระหว่างประเทศก็เกิดขึ้นมาก่อน แต่ว่าสิ่งที่รัฐมนตรีตอบแสดงว่าท่านยังไม่เข้าใจกระบวนการขับเคลื่อนเพื่อแสวงหา ความร่วมมือระหว่างประเทศผู้ผลิตยางพาราทั้งหมดยังไม่ได้เกิดขึ้น ผมเรียนด้วยความปรารถนาดี ครับท่านรัฐมนตรี ท่านเรียกอธิบดีกรมวิชาการมาแล้วบอกนี่เกิดวิกฤติแล้ว ถ้าท่านมองเห็นว่า เป็นวิกฤติเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรท่านก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ระดับ เจ้าหน้าที่มาทําข้อตกลงแล้วเอาข้อมูลเหมือน ฯพณฯ ชวนแนะนําได้ไหมครับ ว่าวันนี้ ประเทศในเครือข่ายอาเซียนของเรามีปริมาณยางพาราเท่าไร ไม่ใช่ว่าท่านพูดเอาตาม ความรู้สึกของท่านว่าโค่นยางเก่าแก่ออกไป ผมอยากจะกราบเรียนสิครับ พี่น้องเกษตรกรรายย่อย เขามี ๑๕ ไร่ ท่านจะให้โค่นวันนี้แล้วเขาไปกินอะไร ท่านมีมาตรการอะไรครับ นี่คือประเด็นใหม่ ที่ท่านเปิดออกมา และเป็นประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับตัวพระราชบัญญัติด้วย ผมจึงกราบเรียน กับท่านประธานครับว่าเราอย่าดีแต่พูดเลยครับ ผมอยากให้รัฐมนตรีได้ลงมือทําตามกระบวนการ ท่านรัฐมนตรีอาจจะดีแต่โม้แล้วชี้นําบนเวทีต่าง ๆ เป็นสิทธิของรัฐมนตรี ผมไม่เคยตําหนิ ท่านรัฐมนตรีเลยครับ ผมให้เกียรติด้วยซ้ําไป ผมถือว่าต่างคนต่างทํางาน แต่ว่านี่เป็นเรื่องของ ปัญหาพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ผมต้องลุกขึ้นมาพูดในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยว่า กระบวนการที่รัฐมนตรีชี้แจงไม่ตรงเลย ผมนี่ยังขัดใจตั้งแต่ท่านมาชี้แจงตอบกระทู้ถาม เรื่องมะพร้าว ราคามะพร้าวที่ท่านให้นําเข้ามา แต่ท่านกลับมาพูดเรื่องท่านไปคุยกับรัฐมนตรี ประเทศอินโดนีเซีย เหมือนกับเป็นสิ่งสุดยอดที่ท่านไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน แล้วท่านคิดว่า นั่นคือกระบวนการในการแก้ปัญหา
ท่านประธานที่เคารพครับ ประการที่ ๒ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวพระราชบัญญัติ ตัวพระราชบัญญัตินี้ครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรียกร่างมา ผมยกร่างมา ผมก็เปลี่ยนแปลงของท่านรัฐมนตรีก็ไม่มากครับ เพราะผมอยากจะให้ไปใน ทิศทางเดียวกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง เพียงแต่ผมไปเพิ่ม องค์ประกอบของคณะกรรมการให้มีเกษตรกรเข้ามา ไปเพิ่มองค์ประกอบของคณะกรรมการ ให้มีสัดส่วนที่มีความสมดุลกัน คือ ๗ คน ๗ คนเท่ากันระหว่างโดยตําแหน่ง และโดยที่มาจาก การเลือกตั้งของรัฐมนตรี และผมไปดูในเรื่องของการจัดสรรรายได้ของกองทุนพัฒนายางพารา ที่จะเพิ่มเรื่องการวิจัยยางพารา แต่ผมได้ฝากข้อสังเกต แทนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบว่า ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายและฝากข้อสังเกตไว้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ไหมละครับ ผมก็เคยคุยกับ รัฐมนตรีว่าอยากจะแก้ไขปัญหาราคายางพาราต้องดําเนินการทําอย่างไร และผมเสนอแนะ ในเรื่องนิคมอุตสาหกรรมยาง ผมเรียนด้วยความบริสุทธิ์ใจนะครับ ผมอยากจะให้เกิดขึ้นจริง ๆ แต่ว่ารัฐมนตรีกลับไปพูดเอาประเด็นเล็กน้อยที่รัฐมนตรีก็บอกว่าเล็กน้อย แต่ท่านอาจจะติด จากเวทีอื่น ท่านก็มาบอกเรื่องอนามัยสวมหัว ผมขออนุญาตพูดว่าตอนนี้ท่านปิดอภิปรายแล้ว ผมเป็นคนสรุป เพราะฉะนั้นผมจึงพูดเป็นคนสุดท้าย ผมจึงจําเป็นที่ต้องใช้โอกาสนี้เรียนกับ รัฐมนตรี และอยากให้รัฐมนตรีนั่งฟังอย่างมีวุฒิภาวะทางการเมืองในสภาแห่งนี้ ท่านจะใช้ วิธีการมาตอบเหมือนเดิม และวิธีการเดิมไม่ได้ครับท่านประธาน ต้องใช้ข้อบังคับกันอย่างชัดเจน ผมอยากจะฝากรัฐมนตรีไปด้วยความปรารถนาดีอีกเรื่องเดียวครับ ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้ ถึงแม้ว่ากฎหมายยังต้องใช้เวลากันพอสมควรนะครับ แต่ว่าผมอยากจะให้ท่านไปเร่งรัดทั้ง ๓ หน่วยงานนี้ได้เตรียมกระบวนการในการบูรณาการที่จะทํางานร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ราคายางพาราต่อไป ยกเว้นว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะคิดว่าอยู่ไม่นานแล้ว อาจจะถูกปรับออกเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าท่านคิดว่าท่านยังสามารถ อยู่ในตําแหน่งนี้ ท่านต้องคิดในเชิงการบริหารจัดการภายใต้การเตรียมพร้อมในตัว พระราชบัญญัตินี้ต่อไป ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน
ท่านอรุณีครับ ให้อภิปรายปิดแล้วครับ ท่านรัฐมนตรีไม่ต้องตอบโต้ละครับ
ท่านประธานครับ คือด้วยความเคารพนะครับ ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีเจตนาจะตอบโต้อะไร สั้น ๆ ใช้เวลาครึ่งนาทีครับ มันมีข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง แล้วเดี๋ยวจะเกิดความเสียหาย
ประการแรก เรื่องเงินองค์การสวนยางนี่ท่านเข้าใจผิดนะครับ เงินสินเชื่อจาก ธ.ก.ส. อนุมัติเรียบร้อยนะครับ พร้อมในวงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วที่ใช้ในโครงการ เป็นการใช้เงินส่วนนี้ทั้งสิ้น ส่วนเงินที่ท่านว่านี้เป็นเงินที่องค์การสวนยางนี่ไปซื้อยางพารา ในตลาดกลางเพื่อพยายามจะอุดช่องว่างที่พี่น้องเกษตรกรที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการ เขาร้องเรียนมา แล้วนี่ละครับ นําไปสู่การประชุมเพื่อพิจารณาปรับหลักการนี้ในที่สุด อันนี้ ยืนยันชัดเจนนะครับ
ประการที่ ๒ ผมไปคุยกับรัฐมนตรีประเทศอินโดนีเซียนี่เป็นการหารือนอกรอบ ไม่ได้มีโพรโตคอล ไม่ได้มีพิธีการอย่างที่ท่านว่าจริงครับ แต่ว่าผมเห็นว่ามาแล้วก็หารือ แลกเปลี่ยนความเห็นกัน แล้วทางโน้นก็เข้าใจเช่นนั้น แต่กลไกที่เป็นทางการผมให้เออโค บริษัทร่วมทุน ๓ ประเทศเขาทํา ที่เขาประชุมกันเมื่อวันที่ ๕ มิถุนายนนั่นละครับ ใช่ครับ นั่นเป็นกระบวนการเริ่มต้นอย่างเป็นทางการเพื่อหามาตรการ แล้วก็ระดับบริหารจะได้ไปคุยกัน อีกครั้งหนึ่ง ขอ ๒ เรื่องเท่านั้นนะครับ เรื่องอื่น ๆ ก็ด้วยความเคารพครับ
ท่านอรุณี ใช้สิทธิอภิปราย
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต อภิปรายสรุปสั้น ๆ นิดเดียวนะคะว่า จากร่างกฎหมายการยางแห่งประเทศไทยที่ดิฉันเป็นผู้หนึ่ง ที่ได้นําเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้นั้น ณ ขณะเดียวกันดิฉันก็ได้ฟังเพื่อนสมาชิกทั้งซีกฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายทั้งหมดก็ด้วยความเป็นห่วงว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ เป็นเจตนารมณ์ที่ดีเพื่อที่จะไปแก้ปัญหา แล้วก็ทําให้วงการยางพาราตั้งแต่ต้นน้ํา กลางน้ํา แล้วก็ ปลายน้ําของประเทศไทยเรามีเสถียรภาพ มีการพัฒนาอย่างยั่งยืน แต่พูดถึงการอภิปราย ในวันนี้แล้วด้วยความเป็นห่วงค่ะท่านประธานคะ ว่าต้องฝากถึงรัฐมนตรีว่ากฎหมายฉบับนี้ ก็จะเป็นกฎหมายที่จะสามารถไปแก้ปัญหาทั้งหมดทั้งปวงที่ท่านสมาชิกได้นําเสนอต่อที่ ประชุมแห่งนี้ได้นะคะ เราหวังว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่ล่มกลางคันแค่นั้นเองนะคะ แต่ที่อยากจะขอร้องสมาชิกโดยเฉพาะในซีกที่จะเข้าไปเป็นกรรมาธิการว่าความเห็น ทุกความเห็นของเพื่อนสมาชิกนั้นเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ฝากว่าอย่าให้มีการเมือง มาเกี่ยวข้องแล้วประโยชน์จะเกิดขึ้นกับประเทศชาติแห่งนี้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ
ผมขอบคุณ ท่านจุรินทร์ในฐานะวิปฝ่ายค้านที่จะกรุณาช่วยเรื่องให้ผ่านในวันนี้นะครับ ท่านสมบูรณ์ ไม่อภิปรายแล้วครับ ท่านสมบูรณ์ครับพอแล้วครับ สุดท้ายแล้วท่าน ท่านไปเป็นกรรมาธิการ ดีกว่าครับ เดี๋ยวไปเจอกันข้างใน ท่านที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเลยนะครับ กรุณาเสียบบัตร แสดงตนด้วยนะครับ เข้าในห้องประชุมเสียบบัตรแสดงตนด้วยครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
ขอบคุณ ทางซีกฝ่ายค้านที่ช่วยเรื่ององค์ประชุมครับ ส่งผลนะครับ ผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๒๓ ท่าน กราบขอบคุณทุกท่านนะครับที่ให้ความร่วมมือ
ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิในการลงคะแนนครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ ขอบคุณครับ
(สมาชิกทําการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ส่งผลคะแนนด้วย จํานวนผู้อยู่ในห้องประชุม ๓๔๐ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๐ ท่านนะครับ ผลคะแนนเป็นว่ามีมติ เห็นควรตามร่างหลักการนะครับ
จะตั้งกรรมาธิการจํานวน ๓๑ ท่านนะครับ รัฐบาล ๕ พรรคเพื่อไทย ๑๔ พรรคประชาธิปัตย์ ๘ พรรคภูมิใจไทย ๒ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน และพรรคพลังชล ๑ เชิญรัฐบาลครับ ๕ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการนะครับ ๑. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ๒. นายจิรกร โกสัยเสวี ๓. นายประภาส เอื้อนนทัช ๔. นายพัชโรดม ลิมปัษเฐียร์ ๕. นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ขอผู้รับรองครับ
ไม่ต้องรับรอง ท่านสมาชิกครับ กรุณาอย่าเพิ่งไปไหนครับ เดี๋ยวมีเรื่องอื่น ๆ อีกนิดหนึ่งนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทย กรุณาเพราะว่าวันสุดท้ายแล้วครับ จะไม่เห็นหน้ากันอีกหลายวันนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทย เสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุนทรี ชัยวิรัตนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทย จํานวน ๑๔ ท่าน ดังต่อไปนี้ค่ะ ๑. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๒. นางสาวอรุณี ชํานาญยา ๓. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๔. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ๕. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๖. นายไพจิต ศรีวรขาน ๗. นางปานหทัย เสรีรักษ์ ๘. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ๙. นายรส มะลิผล ๑๐. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ๑๑. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ๑๒. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๑๓. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๑๔. นายประเสริฐ บุญเรือง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคประชาธิปัตย์ ๘ ท่านครับ
ท่านประธานที่เคารพ บุณย์ธิดา สมชัย พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดอุบลราชธานี ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ดังนี้ค่ะ ๑. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒. นายณรงค์ ดูดิง ๓. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๔. นายเชน เทือกสุบรรณ ๕. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ๖. นายอิสสระ สมชัย ๗. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๘. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยดังนี้ค่ะ ๑. นายศุภชัย โพธิ์สุ ๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายธานินทร์ ใจสมุทร ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล ๑ ท่านครับ
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสาท ตันประเสริฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน พรรคพลังชล คือนายยศพงศ์ นาทันรีบ ขอผู้รับรองครับ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ๑. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ๒. นายจิรกร โกสัยเสวี ๓. นายประภาส เอื้อนนทัช ๔. นายพัชโรดม ลิมปัษเฐียร์ ๕. นายวิทย์ ประทักษ์ใจ ๖. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๗. นางสาวอรุณี ชํานาญยา ๘. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๙. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ ๑๐. นายพีรพันธุ์ พาลุสุข ๑๑. นายไพจิต ศรีวรขาน ๑๒. นางปานหทัย เสรีรักษ์ ๑๓. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ๑๔. นายรส มะลิผล ๑๕. พลเรือเอก สุรพล จันทน์แดง ๑๖. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท ๑๗. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๑๘. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๑๙. นายประเสริฐ บุญเรือง ๒๐. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๒๑. นายณรงค์ ดูดิง ๒๒. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๓. นายเชน เทือกสุบรรณ ๒๔. นายฮอชาลี ม่าเหร็ม ๒๕. นายอิสสระ สมชัย ๒๖. นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ๒๗. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ๒๘. นายศุภชัย โพธิ์สุ ๒๙. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓๐. นายธานินทร์ ใจสมุทร และ ๓๑. นายยศพงศ์ นาทันรีบ
ระยะเวลา การแปรญัตติกี่วันครับ
ท่านประธานครับ ๑๕ วันครับ
ใช้ร่างของ รัฐบาลเป็นหลักนะครับ
ร่างรัฐบาลครับ ขอบคุณครับ
ครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ นะครับ
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ
ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการต่างประเทศแทนตําแหน่งที่ว่างลง ๑ ตําแหน่ง เนื่องจาก ว่าที่ร้อยตรี สุเมธ ฤทธาคนี ได้ลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทําให้สภาพสิ้นสุดลง จึงเป็นอันพ้นจากกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๙๙ (๓) นะครับ ตําแหน่งที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอเชิญเสนอชื่อครับ เชิญครับ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิษณุ หัตถสงเคราะห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดหนองบัวลําภู พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เพื่อประโยชน์ของรัฐสภาเอง เรายังมีตําแหน่งอื่นที่ว่างอยู่อีกหลายตําแหน่ง ผมขออนุญาตท่านประธานและสภาแห่งนี้เสนอชื่อไปในคราวเดียวกันได้เลยไหมครับ
ได้ครับ
ขออนุญาตตั้งกรรมาธิการซ่อม แทนตําแหน่งที่ว่างลง ดังนี้ ๑. นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เป็นกรรมาธิการการปกครอง ๒. นายสรรพภัญญู ศิริไปล์ เป็นกรรมาธิการการปกครอง ๓. นายเกษม นิมมลรัตน์ เป็น กรรมาธิการการป้องกันบรรเทาสาธารณภัย ๔. นางสาวธีรรัตน์ สําเร็จวาณิชย์ เป็นกรรมาธิการการต่างประเทศ ๕. นายธวัชชัย สุทธิบงกช เป็นกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร
ท่านประธานครับ นอกจากนั้นขออนุญาตแก้ไขในส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่าง พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (สํานักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติ) เพื่อยกฐานะสํานักงานส่งเสริมและพัฒนา คุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติเป็นกรม ขอแก้ไขจาก นางวราภรณ์ ตั้งภากรณ์ เป็น นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ ขอผู้รับรองด้วยครับ
มีผู้รับรองถูกต้อง กรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร แทนท่านสงวน มีหรือเปล่าครับ เมื่อสักครู่เสนอไหมครับ เสนอแล้วใช่ไหมครับ เชิญท่านเชนครับ
ท่านประธานที่เคารพคะ บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานได้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการแทนท่านสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ ที่ได้ลาออก จากคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม เป็น นายกิตติศักดิ์ ส่องแสง ค่ะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ท่านรองนายกรัฐมนตรีชุมพล ได้ขอแจ้งที่ประชุมว่าร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. .... นัดประชุมกรรมาธิการนัดแรกในวันพุธที่ ๒๐ มิถุนายน เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ที่ห้อง ๓๗๐๑ นะครับ ไม่มีอะไรใช่ไหมครับ ผมว่าสมัยนี้พอสมควร แล้วครับ ขอปิดการประชุมครับ ทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยสวัสดิภาพครับ เรื่องที่แล้ว ๆ มา ขอให้ลืมไปนะครับ พบกันใหม่สมัยหน้า