อรุณี ชํานาญยา หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ..... และหวังว่าร่างกฎหมายฉบับนี้จะช่วยให้การผลิตและนําสู่ตลาดโลกของยางพาราของประเทศไทยจะเพิ่มขึ้น
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอรุณี ชํานาญยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ดิฉัน พร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทย รวมทั้งสิ้น ๒๒ คน ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. ....
หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้ายการยางแห่งประเทศไทย
เหตุผล โดยที่ยางพาราและผลิตผลจากยางพารามีความสําคัญต่อเศรษฐกิจ ของประเทศและประชาคมโลกเป็นอย่างมาก การปฏิรูประบบการจัดการเกี่ยวกับยางพารา การวิจัยและพัฒนา การรักษาเสถียรภาพระดับราคายางพารา การดําเนินธุรกิจ และการจัดสรรประโยชน์อย่างเป็นธรรมและยั่งยืนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ชาวสวนยางและผู้ประกอบกิจการยางจึงเป็นสิ่งจําเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ ดังนั้น เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนยาง และผู้ประกอบกิจการยางพาราจําเป็นต้องจัดให้มีองค์กรกลางรับผิดชอบดูแล การบริหารจัดการเกี่ยวกับยางพาราของประเทศทั้งระบบอย่างครบวงจร และมีเอกภาพ สามารถดําเนินการไปได้อย่างเป็นอิสระ คล่องตัวและใช้ยางพาราและผลิตผลจากยางพารา ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด สมควรจัดตั้งการยางแห่งประเทศไทยขึ้น เพื่อทําหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนากิจการเกี่ยวกับยางพาราของประเทศ จึงจําเป็นต้องตรา พระราชบัญญัตินี้
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเองวันนี้ต้องนําเรียนต่อที่ประชุมว่าดีใจ เป็นอย่างมากที่ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการยางแห่งประเทศไทยเป็นฉบับสุดท้ายที่จะเข้าสู่ การพิจารณาของสภาแห่งนี้ในวาระการประชุมนิติบัญญัติสมัยนี้นะคะ ถึงแม้จะเป็น ฉบับสุดท้ายแต่เป็นฉบับที่มีความสําคัญยิ่งยวดไม่น้อยกว่าฉบับอื่น ๆ ที่เข้าไปก่อนหน้า ดิฉันเองตั้งแต่เป็น ส.ส. มา ๒ ครั้งแล้วค่ะ ที่ผ่านการเป็นกรรมาธิการวิสามัญเพื่อไปพิจารณา ร่างกฎหมายเกี่ยวกับการยางเป็นหมันไปสองครั้งสองครา เนื่องจากว่าได้ผ่าน ในชั้นกรรมาธิการเมื่อสมัยรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และสมัยรัฐบาล ที่ผ่านมา แต่ก็ปรากฏการยุบสภาไปก่อน ดังนั้นจึงขอขอบคุณรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เห็นความสําคัญของร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... แล้วนําขึ้นสู่ ที่ประชุมแห่งนี้อีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานคะ ยางพาราวันนี้ถือว่าประเทศไทยเรานั้น เป็นอันดับ ๑ ของโลกที่สามารถผลิตและนําสู่ตลาดโลก แล้วนอกจากนั้นรายได้ของยางพารา ถือว่าเป็นอันดับ ๓ ของประเทศไทยที่เราสามารถได้จํานวนเงินมหาศาลและในอนาคต ดิฉันคิดว่ามันควรจะแซงขึ้นไปอันดับ ๒ หรืออันดับ ๑ ด้วยซ้ํา สืบเนื่องจากว่ายางพารานั้น ในอดีตที่ผ่านมาเราก็จะเห็นว่ามันเกิดขึ้นครั้งแรกนี่แน่นอนค่ะ เกิดขึ้นที่ภาคใต้ ๑๑๓ ปี ผ่านไป แล้วก็ที่ผ่านมาการพัฒนาในวงการอุตสาหกรรมยางพาราเราก็เห็นว่าเป็นไป อย่างเชื่องช้า แต่ก็ต้องยอมรับว่าเมื่อปี ๒๕๔๔ รัฐบาลอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณได้เข้ามา ทําให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการยางพาราครั้งยิ่งใหญ่ นั่นก็คือได้ออกมติ ครม. เพื่อขยายพื้นที่การปลูกยางพาราไปยังจังหวัดภาคเหนือและภาคอีสาน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ พร้อมกันนั้นยังทําการประสานงานกับประเทศที่ปลูกยางพาราร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็น ประเทศมาเลเซีย หรือประเทศอินโดนีเซียจับมือกันทําให้เสถียรภาพของยางราคาดีขึ้น ณ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จะเห็นได้ว่าสถิติของราคาเฉลี่ยของยางแต่ละปีนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ดิฉันเข้าไปดูในสถิติแล้ว นับวันมีแต่ สูงขึ้น ๆ ตั้งแต่ ๒๐ กว่าบาทเป็นต้นมา จนปัจจุบันนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ ๑๐๐ บาท สูงต่ํา อยู่ขณะนี้ขึ้นอยู่กับราคาน้ํามันเป็นหลักด้วย และองค์ประกอบอื่น ๆ เป็นหลักด้วย ท่านประธานที่เคารพ แต่ในอนาคตต่อไปนี่ดิฉันคาดว่าในพื้นที่ภาคเหนือ พื้นที่ภาคอีสาน ของเราจะเป็นพื้นที่ที่รองรับการขยายตัวของยางพาราอีกจํานวนมาก ปัจจุบันนี้ถ้าตัวเลข อย่างไม่เป็นทางการนี่ดิฉันคิดว่าน่าจะมีถึงประมาณ ๒๐ ล้านไร่จากเดิมพื้นที่จากภาคใต้ แล้วก็ภาคตะวันออกประมาณ ๑๑ ล้านไร่ วันนี้ขยายตัวไปรวดเร็วมาก ถามว่าน่าเป็นห่วงไหม น่าเป็นห่วงเหมือนกัน แต่น่าดีใจไหม ดิฉันก็ว่าน่าดีใจเพราะว่าศักยภาพการผลิต เรื่องยางพารานั้นหลาย ๆ ประเทศที่เขาอยากจะปลูกเขาไม่สามารถปลูกได้เพราะว่า มันมีข้อจํากัดในเรื่องของพื้นที่ ในเรื่องของดินฟ้าอากาศก็นับว่าเป็นโชคดีของประเทศไทยค่ะ ณ วันนี้ยางพาราเป็นรายได้อย่างมหาศาลของพี่น้องคนเหนือ คนอีสาน เป็นอาชีพชนิดใหม่ ที่เกิดขึ้นโดยการให้โอกาสของรัฐบาลนายกรัฐมนตรีทักษิณที่ผ่านมา ท่านประธานคะ ในพื้นที่ของดิฉันเองวันนี้เกษตรกรชาวสวนยางพาราเริ่มกรีดกันแล้วค่ะ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ ที่ได้รับการสนับสนุนกล้าฟรีจากโครงการของรัฐบาลวันนี้เริ่มกรีดกันแล้ว เริ่มเป็นพ่อเลี้ยง แม่เลี้ยงกันแล้ว ตรงนี้ล่ะค่ะ ดิฉันเองก็ต้องบอกว่าอดีตที่ผ่านมาพี่น้องชาวใต้มีสวนยางพารา ไม่จนนะคะ ถึงแม้ว่าราคาอยู่ที่ ๒๐-๓๐ บาทก็ไม่จน แต่วันนี้ขึ้นไปถึง ๑๐๐ บาท ยิ่งรวยค่ะ ยิ่งเมื่อปีที่แล้วดิฉันได้ยินว่าพี่น้องชาวใต้ซื้อรถปิกอัพออกใหม่ป้ายแดงกันราคาเงินสดทั้งนั้น ดิฉันก็ยิ่งยินดีแทนด้วย อนาคตพี่น้องภาคเหนือ ภาคอีสานก็คงจะเป็นอย่างนั้น ประเทศไทยเรา ต้องยอมรับนะคะว่าเรามียุทธศาสตร์ที่สําคัญที่เราจะให้ความสําคัญน้อยไม่ได้ก็คือเรื่องของ การเกษตร เรามีข้าวซึ่งส่งออกเป็นอันดับ ๑ เรามียางพาราซึ่งส่งออกนํารายได้มหาศาล เรามีในเรื่องของปาล์มน้ํามัน พี่น้องภาคใต้วันนี้ ก็ปลูกอย่างมหาศาลเหมือนกันนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าเรามี ๓ ตัว เราบริหารจัดการให้ดี คิดว่าประเทศไทยเราไม่มีจนค่ะ ไม่มีจน แต่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องไปทํา ยุทธศาสตร์ของการบริหารจัดการพื้นที่การปลูกให้ดีนะคะ พร้อมกันนั้นจะต้องส่งเสริม อย่างเป็นระบบ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ ก็เป็นฉบับหนึ่งที่ดิฉันอยากเห็น เพราะว่าการยางแห่งประเทศไทยจะเป็นตัวที่ทําให้ กระบวนการครบวงจรของยางสามารถดําเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ผ่านมา เรามีองค์กรหลายองค์กรที่เกี่ยวข้อง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสํานักงานกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง ไม่ว่าจะเป็น องค์การสวนยาง ซึ่งแต่ละคนต่างทําหน้าที่ การบูรณาการก็ยังน้อย การรักษาเสถียรภาพ ของรัฐบาลในการบริหารจัดการก็ยังทําได้ไม่ดีเท่าที่ควร ดิฉันว่าโอกาสนี้ละค่ะ ตัวของการยางแห่งประเทศไทยที่จะเกิดขึ้นในอนาคตก็สามารถที่จะเข้าไปแก้ปัญหาได้ อย่างเป็นระบบ องค์กรเดียวนะคะ ท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยเรายังมีโอกาส ที่รออยู่ข้างหน้าเยอะมากจากในเรื่องของยางพารา วันนี้เราแค่ส่งออกวัตถุดิบเป็นส่วนใหญ่ แต่เรายังขาดในเรื่องของการส่งเสริมอุตสาหกรรมกลางน้ํา ปลายน้ํา ถ้าเราสามารถ ดันไปถึงตรงนั้นได้ ดิฉันคิดว่าโอกาสก็จะเป็นของประเทศไทยในอนาคต ดังนั้นดิฉันวันนี้ก็คง จะไม่พูดมาก เพราะว่าในสภาแห่งนี้ตอนที่ยื่นกฎหมายฉบับนี้เข้าไป ๒ ครั้งก็มีสมาชิก จากหลายพรรค จากทุกพรรค อภิปรายกันเยอะมากนะคะ แต่คิดว่าในชั้นกรรมาธิการ เราคงจะไปหล่อหลอม ดังนั้นดิฉันจึงขอการสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกในการสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับนี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ