สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๙ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ เสนอร่างพระราชบัญญัติยางพาราแห่งประเทศไทย และเรียกร้องให้รัฐบาลสนับสนุนและให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับยางพารา โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศ และเรียกร้องการสร้างความร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาในการพัฒนายางพาราให้มีเอกภาพ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

นี่คือเหตุผลนะครับ เราจึงต้องมีการเสนอร่าง ผมกําลังจะสรุปเป็นเหตุผลแล้วครับ เราจึงจําเป็นต้องมีการเสนอร่าง เพื่อให้การบริหารจัดการยางพาราทั้งระบบอย่างมีเอกภาพและครบวงจร จึงได้มีการ ตราพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยขึ้นเพื่อทําหน้าที่ส่งเสริมและพัฒนา กิจการเกี่ยวกับยางพาราของประเทศ

เพราะฉะนั้นวันนี้ผมพร้อมด้วยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาธิปัตย์จึงได้ร่วมกันเสนอกฎหมายฉบับนี้ ตามจริงถ้าท่านประธานคงจําได้ พวกผมได้มีการศึกษาและได้ดําเนินการในการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ เมื่อปี ๒๕๔๐ ท่านประธานครับ ในสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรีได้กําหนด ยุทธศาสตร์ในการพัฒนายางพาราครบวงจร ถ้าท่านประธานจําได้เราจะพูดถึงเรื่องการผลิต เราได้พูดถึงการแปรรูป เราได้พูดถึงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยาง และส่งเสริมการใช้ยาง ภายในประเทศ

และประการที่ ๔ คือได้พูดถึงการบริหารจัดการเรื่องยางพาราอย่างมีเอกภาพ ปี ๒๕๔๘ พวกผมก็ได้เสนอพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยครั้งแรกครับ ในปีนั้น ผมจําได้ว่ามีเพื่อนสมาชิกร่วมกันไปศึกษาดูงานที่ประเทศมาเลเซีย แต่ว่าเกิดเหตุการณ์ทาง การเมืองยุบสภาไปก่อนและในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาก็ได้มีการเสนอพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... จนเข้ามาสู่สภาแห่งนี้ในวาระรับหลักการและเข้าสู่ ในชั้นคณะกรรมาธิการเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ แต่ปรากฏว่าก็มีเหตุการณ์ทางการเมือง ยุบสภาไปก่อน จริง ๆ โดยข้อบังคับรัฐบาลก็สามารถที่จะนํากฎหมายฉบับนี้มายืนยัน เพื่อพิจารณาในสภาอย่างต่อเนื่องต่อไป แต่ด้วยเหตุว่ารัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี อาจจะไม่ให้ความสําคัญหรือเห็นว่ายังไม่ได้ติดตามในเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดจึงไม่ได้เสนอ กฎหมายฉบับนี้ยืนยันเข้ามา แล้วก็ได้มาเสนอในขณะนี้เป็นฉบับสุดท้ายของสภานี้ ก็ยังถือว่า เป็นเรื่องที่น่าดีใจครับ ยังได้หยิบยกขึ้นมาจึงทําให้พวกผมต้องขอเวลาท่านประธานเป็นพิเศษ ที่จะได้กราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสําคัญอย่างไรครับท่านประธาน ท่านประธาน ที่เคารพครับ ยางพารานั้นเป็นพืชเศรษฐกิจที่สําคัญของโลกไปแล้วในวันนี้ โดยเฉพาะ ในเรื่องของอุตสาหกรรมยานยนต์ เราต้องยอมรับความเป็นจริงครับตามตัวเลขขององค์การยาง สภายางนานาชาติวันนี้เรามีพื้นที่ปลูกยางพารารวมของโลกประมาณ ๗๐ ล้านไร่ มีผลผลิตยางพารารวมไม่ต่ํากว่า ๑๑ ล้านตัน สําหรับในประเทศไทยในขณะนี้เรามีตัวเลข พื้นที่การปลูกยางพารา ๑๘ ล้านไร่ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกทางภาคเหนือบอกว่า ๒๐ ล้านไร่ ก็คงใกล้เคียงครับ เพราะมีการขยายพื้นที่โดยพี่น้องเกษตรกรเพิ่มมากขึ้น เรามีผลผลิต ยางพารา ๓.๕ ล้านตัน ๓๕ พันล้านกิโลกรัม ทํารายได้ให้กับประเทศในช่วงปีที่ผ่านมา ๔๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมอยากจะกราบเรียนข้อเท็จจริงนิดหนึ่งท่านประธานครับว่า สถาบันวิจัยยาง กรมวิชาการเกษตร ได้ทําการศึกษาเรื่องยางพาราอย่างละเอียดว่ามีพื้นที่ ที่เหมาะสมที่จะปลูกในพื้นที่ใดบ้าง รัฐบาลในสมัยท่านชวน หลีกภัย เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗ จึงได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง มาตรา ๒๑ ครับ ท่านประธาน ที่ให้โอกาสกับพี่น้องเกษตรกรที่ไม่มีสวนยางมาก่อนสามารถที่จะขอการปลูกแทน ขอเงินสงเคราะห์จากกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยางได้ครับ นั่นคือจุดเริ่มต้นที่เรา ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าพี่น้องในภาคอีสาน ในภาคเหนือได้เริ่มมีการปลูกยางพารา นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาในสมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย นี่คือข้อเท็จจริงที่เป็นประวัติศาสตร์ ที่ผมอยากจะพูดในสภานี้อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็มีการขยายพื้นที่ปลูก ในหลายจังหวัดผมเองก็เคยไปดูครับ ไม่ว่าจังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี หลายจังหวัดรวมทั้งในภาคเหนือด้วย และวันนี้ก็สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า เรามียางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก ที่ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ครอบคลุมพี่น้อง ๑ ใน ๖ ของกลุ่มเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติก็คือ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ครอบครัว ๖,๐๐๐,๐๐๐ คน ที่เป็นเกษตรกรชาวสวนยางพารา เพราะฉะนั้น จุดแรงบันดาลใจหรือจุดสําคัญที่สุดที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี เพื่อให้เข้าใจตรงกันว่า การที่เราพยายามจะแก้ไขกฎหมายนั้นเหตุผลที่สําคัญที่สุด ที่ผมอยากสนับสนุนเหตุผลในการเสนอร่างก็คือ ในเรื่องราคา อันนี้เป็นเหตุผลที่สําคัญที่สุด ปี ๒๕๔๐ สมัย ฯพณฯ ชวน หลีกภัย ราคายางพาราตกต่ําเราก็มียุทธศาสตร์ในการพัฒนา ราคายางพาราในขณะนั้นได้มีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ เป็นครั้งแรกที่ได้มีการจัดตั้ง งบประมาณเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้มีโรงรมยางพารา โดยท่านสุเทพ เทือกสุบรรณ ท่านได้รับรางวัลเป็นผู้ริเริ่มในการดําเนินการแปรรูปยางพาราจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และจากองค์การยาง สมาคมยางแห่งประเทศไทย ในวันนี้โรงรมยางพาราเรามีทั่วประเทศ เดิมตั้งเป้าหมายว่าจะให้มี ๑,๕๐๐ โรง ในขณะนี้เรามี ๗๕๐ โรง ที่กําลังดําเนินการอยู่ และได้มีการรวมตัวกันเป็นสมาคมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย และในขณะนี้ ในภาคเอกชนเราก็มีสมาคมยางแห่งประเทศไทย และเราก็มีสมาพันธ์เกษตรกรชาวสวนยาง แห่งประเทศไทย ซึ่งถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นจากยุทธศาสตร์ดังกล่าวในปี ๒๕๔๐ ที่จะดําเนินการ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องยางพาราเริ่มมีเอกภาพและไปส่งเสริมสถาบันภาคเอกชน และภาคเกษตรกรให้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างจริงจังและอย่างเป็นระบบ และวันนี้ผมอยากจะ กราบเรียนกับท่านประธานเพื่อเป็นการชื่นชมครับว่านายกสมาคมยางพาราทั้ง ๓ สมาคมนี้ อยู่ที่บ้านผมครับ นายกสมาคมยางแห่งประเทศไทยคือคุณประภาส เอื้อนนทัช นายกสมาคม น้ํายางข้นแห่งประเทศไทย คือ คุณอภิชาติ ตันพิพัฒน์ นายกสมาคมสหพันธ์ชาวสวนยาง แห่งประเทศไทยก็อยู่บ้านผมเช่นเดียวกัน คือคุณคํานึง ชูพงศ์ นี่แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้า ของกระบวนการในการพัฒนาพืชเศรษฐกิจเรื่องยางพารา เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่เราหยิบยก เรื่องนี้ขึ้นมาพูดในสภาไม่ว่าจะเป็นญัตติก็ดี หรือเสนอกฎหมายก็ดี สิ่งแรกที่ผมอยากกราบเรียน กับท่านประธานก็คือว่า ผมคิดว่าแรงบันดาลใจที่สําคัญคือเรื่องราคายางพารา เพราะฉะนั้น วันนี้ถ้าผมไม่พูดถึงกฎหมายฉบับนี้ที่เราเสนอให้มีคณะกรรมการยางแห่งประเทศไทย และอย่างน้อยอํานาจหน้าที่หรือวัตถุประสงค์ของการตั้งคณะกรรมการยางที่สําคัญ ในหัวข้อหนึ่งก็คือว่า ให้ดําเนินการให้ระดับราคายางพารามีเสถียรภาพ นั่นคือสิ่งที่เรา มองมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ว่า ถ้าเราต้องการให้ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจหลักที่เรียกว่า เป็นแชมป์เปี้ยน โปรดักท์ (Champion product) ในการทํารายได้ให้กับประเทศ ในอนาคต เราจะต้องมีคณะกรรมการยางขึ้นมา เราต้องมีองค์การยางที่เป็นเอกภาพขึ้นมารับผิดชอบ และในพระราชบัญญัติฉบับนี้เราต้องมีการส่งเสริมสถาบันเกษตรกรและพี่น้องเกษตรกร ให้มีความเข้มแข็ง ท่านประธานครับ วันนี้จึงมาเข้าจังหวะอีกครั้งหนึ่งที่ผมคิดว่ารัฐบาล ก็ต้องรีบร้อนที่เสนอมาเป็นฉบับสุดท้าย เพราะวันนี้เสถียรภาพราคายางพารา ผมอยากจะกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรี นี่คือตัวเลขหลังสุดวันนี้ วันนี้ราคายางแผ่นดิบท้องถิ่นอยู่ที่กิโลกรัมละ ๘๕ บาท ราคาน้ํายางสด ๘๗ บาท ราคาประมูล ณ ตลาดกลางยางพารา อําเภอหาดใหญ่ ยางแผ่นดิบ ๙๐.๙๘ บาท ยางแผ่นรมควัน ๙๔.๕๙ บาท ที่ตลาดกลางยางพารา จังหวัดนครศรีธรรมราช ยางแผ่นดิบ ๙๑ บาท ยางแผ่นรมควัน ๙๕ บาท เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกมองตัวเลขนี้ก็บอกว่าได้เพิ่มขึ้นมา เป็นกิโลกรัมละ ๑๐๐ บาทแล้ววันนี้ ท่านจะไปเปรียบเทียบกับตัวเลขในปีไหนละครับ ถ้าในปี ๒๕๔๐ นั้น วันนั้นค่าเงินบาทเป็นอย่างไร ภาวะค่าครองชีพเป็นอย่างไร สินค้าแพง ทั้งแผ่นดินอย่างไร แต่วันนี้ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนในเรื่องนี้เพื่อจะได้เป็น เจตนารมณ์บันทึกไว้ในการเสนอกฎหมาย หลังจากกฎหมายนี้ผ่านแล้ว คณะกรรมการยาง จะได้ตระหนักว่าเจตนารมณ์ในการเสนอกฎหมายฉบับนี้เรื่องสําคัญเรื่องแรกก็คือเรื่อง ราคายาง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมาดูมติของคณะรัฐมนตรี ผมจําได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๕๕ หลังจากมติคณะรัฐมนตรีออกมาท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดูแลเรื่องยางพาราก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าพี่น้องเกษตรกร ไม่ต้องเป็นห่วงวันนี้เรามีมติคณะรัฐมนตรีที่จะรักษาเสถียรภาพราคายางพารา เราจะทําราคายางพาราให้ได้ในราคาเป้าหมายนํากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท ท่านให้สัมภาษณ์เอง ท่านประธานที่เคารพ วันนั้นมติคณะรัฐมนตรีในเรื่องนี้มีสาระสําคัญก็คือว่าเห็นชอบ การดําเนินงานตามโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพ ราคายางพารา และแนวทางการแก้ไขปัญหาระยะสั้นสําหรับยางแผ่นรมควันของ สถาบันเกษตรกรที่ยังไม่สามารถขายได้ ก็คือหมายถึงว่ายางพาราของเพื่อนสหกรณ์ โรงรมยางพาราที่ผมพูดถึงอนุมัติให้ใช้เงินในการดําเนินการโครงการแทรกแซงราคายางพารา โดยใช้วงเงินสินเชื่อ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ใช้เงินจากงบช่วยเหลือโครงการรับจํานําข้าว ซึ่งจะจัดสรรให้สถาบันเกษตรกร ๕,๐๐๐ ล้านบาท ให้องค์การสวนยาง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็อนุมัติงบค่าใช้จ่ายโครงการซึ่งขอรับการสนับสนุนจากงบกลางประจําปี ๒๕๕๕ ๑,๓๒๒ ล้านบาท วันที่ ๒๔ มกราคมครับ นี่วันนี้เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนมีนาคม เดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม ที่ท่านบอกว่าได้กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท วันนี้กิโลกรัมละ ๘๕ บาท เอาเถอะครับเพื่อให้ท่านได้สบายใจผมก็คิดว่ากิโลกรัมละ ๙๐ บาทก็แล้วกัน ลดลงไป ๓๐ บาทต่อ ๑ กิโลกรัมท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ๓๐ บาทต่อ ๑ กิโลกรัม เมื่อสักครู่ผมเรียนแล้วว่าเราผลิตยางพาราได้ ๓.๕ ล้านตัน คือ ๓,๕๐๐ ล้านกิโลกรัม เท่ากับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราทั่วประเทศต้องขาดทุน เงินจากกระเป๋าของตัวเองภายใต้การบริหารตามมติคณะรัฐมนตรีนี้ลงไป ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านทําเงินของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราหายไปในช่วง ๔ เดือนที่ผ่านมาเท่าไร ท่านลองไปคํานวณดูเอาเองครับ เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียนว่าเราตั้งการยางแห่งประเทศไทย ขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์ในข้อ ๔ คือให้ดําเนินการให้ระดับราคายางพารามีเสถียรภาพ ผมอยากย้ําอีกครั้งหนึ่งครับ การที่เราจะทําราคายางพาราให้มีเสถียรภาพนั้นผมยอมรับ ความเป็นจริงครับว่าในขณะนี้เราก็มีปัญหากระทบจากปัญหายูโรโซน ปัญหาที่เกิดขึ้น ทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศยุโรป แต่นั่นไม่น่าจะลดลงไปต่ํากว่ากิโลกรัมถึง ๘๕ บาทวันนี้ จนพี่น้องประชาชนเดือดร้อนไปทั่วประเทศ และกําลังจะมีข้อเรียกร้อง และเขาบอกผมว่า เขาไม่เรียกร้องกับรัฐมนตรีแล้วครับ เขาจะเรียกร้องกับนายกรัฐมนตรี และผมกําลังจะบอก พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราว่าถ้าต่อไปเรามีการยางแห่งประเทศไทย เรามีคณะกรรมการที่มีองค์ประกอบตามที่พวกผมได้เสนอยกร่างให้มีตัวแทนเกษตรกร เข้ามาเพิ่มมากขึ้นมากกว่าที่รัฐบาลเสนอเข้ามา ผมคิดว่าพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพารา ก็จะได้มีปากเสียงในการที่จะนําเสนอนโยบายในเรื่องราคายางพารา ในเรื่องของการกําหนด เสถียรภาพราคายาง ท่านจะเอาตัวเลขมาจากไหนก็แล้วแต่ครับ แต่วันนี้ท่านไปถามพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราดูครับว่า ถ้ากิโลกรัมละ ๘๕ บาท เขาอยู่ได้หรือไม่ในภาวะที่ของแพงทั้งแผ่นดินอย่างนี้ การขนส่งแพง ค่าปุ๋ยท่านไม่เคยพูดถึงเลย ค่าสารเคมีท่านไม่เคยพูดถึงเลย เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นหน้าที่ที่สําคัญที่วันนี้เรา ต้องยกร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้มี พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้บริหารจัดการ อย่างน้อย ๓ หน่วยงานหลัก ๓ หน่วยงานหลักนี้ให้มีเอกภาพก่อน ก็คือกองทุนสงเคราะห์ การทําสวนยาง องค์การสวนยาง ท่านประธานครับ องค์การสวนยางสํานักงานใหญ่ ตั้งอยู่ในหมู่บ้านเดียวที่ผมอาศัยอยู่ บ้านเกิดของผมนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็เป็นคน จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านคงเข้าใจเรื่องยางพาราดี แต่ว่าท่านคงมีภาระเรื่องอื่นมากกว่า นอกจากองค์การสวนยางแล้ว เรามีกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง เรามีสถาบันวิจัยยาง โดยเฉพาะในเรื่องของตลาดกลางยางพารา ผมคิดว่าอย่างน้อยภารกิจเหล่านี้ต้องมารวมอยู่ ภายใต้ พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย เพื่อให้บริหารจัดการได้อย่างมีเอกภาพ แต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าเราต้องไปปรึกษาหารือในชั้นกรรมาธิการว่าเราจะทําอย่างไร เรื่องยางพารานี้ให้มีการบูรณาการอย่างจริงจัง เพราะว่าเรื่องยางพารายังเกี่ยวข้องกับ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สถาบันวิจัยศูนย์เทคโนโลยีวัสดุแห่งชาติ สํานักงานส่งเสริมการลงทุนและยังมี สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ที่ต้องมาร่วมวิจัยด้วย ผมคิดว่าถ้ารัฐมนตรีมองเห็นภาพองค์รวม เหล่านี้ ก็จะทําให้เรามองเห็นภาพในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องราคายางพารา ได้อย่างชัดเจน ผมไม่อยากจะเอาเรื่องของราคายางพารามาเป็นประเด็นทางการเมืองล่ะครับ แต่วันนี้อยากจะให้บันทึกเอาไว้ในสภานี้ว่าเป็นเจตนารมณ์ข้อแรกในการที่เป็นแรงจูงใจ ที่ให้มีการเสนอพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ ผมไม่เรียกร้องว่าให้รัฐมนตรีหรือรัฐบาลไปดูแล เพียงแต่ขอร้องว่าท่านมีมติคณะรัฐมนตรีเอง วันนี้ท่านจะทําให้ได้กิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท วันไหนครับ ท่านตอบในสภาเพื่อให้พี่น้องประชาชน จะได้สบายใจว่าเราจะร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทยขึ้นมาแล้ว แต่เรื่องหัวใจ ของเรื่องยางพาราคือเรื่องเสถียรภาพราคา ท่านประธานครับ ผมคงไม่ลงรายละเอียดไปในแต่ละ มาตรา ซึ่งมีทั้งหมด ๑๑ สาระสําคัญที่เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ผมจะตามไปดูในชั้นกรรมาธิการกับเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ทุกฝ่าย เพราะผมคิดว่า เรื่องนี้เราจะต้องร่วมมือกันในการที่จะทําพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ให้มีประสิทธิภาพ ให้มีเอกภาพ และให้สนองตอบต่อวัตถุประสงค์ที่ได้มีการพูดกันไว้ โดยเฉพาะวัตถุประสงค์ที่ผมได้กราบเรียนไปในเบื้องต้นในเรื่องของการดําเนินการให้ราคายาง มีเสถียรภาพ ท่านประธานครับ ผมมีข้อสังเกตที่อยากจะกราบเรียนกับท่านประธาน ๖ เรื่อง สั้น ๆ ว่าเราจะต้องไปพูดคุยกันต่อในชั้นกรรมาธิการ แล้วก็ผ่านจากท่านประธานไปยังท่าน รัฐมนตรีด้วย

เรื่องแรกคือเรื่องความเป็นเอกภาพ แน่นอนที่สุดครับ การบริหารจัดการ เรื่องยางพารานั้น ถ้าหากว่ายังไม่มีเอกภาพ ผมคิดว่ากระบวนการในการที่จะดูแล พืชเศรษฐกิจหลักตัวนี้ก็จะมีปัญหาต่อไปในอนาคต เพราะที่ผ่านมาหน่วยงานหนึ่งดูแล เรื่องการผลิต การส่งเสริมการปลูก การสงเคราะห์การทําสวนยางพารา จนมีบางท่านในที่นี้ กลับมาพูดว่าส่งเสริมให้มีการปลูกในภาคเหนือ ภาคอีสาน ความจริงก็เริ่มต้นมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๗ พี่น้องภาคอีสานได้มีการพัฒนาเกิดกระบวนการเรียนรู้ และวันนี้พื้นที่ก็ขยายเพิ่ม ไปทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นเราต้องมาพูดคุยกันชัดเจนนะครับว่า เมื่อเรามี การยางแห่งประเทศไทยแล้ว ภารกิจหลักของสถาบันวิจัยยาง ซึ่งวันนี้ผมกลับให้ความสําคัญ ว่าเป็นหัวใจสําคัญที่เราต้องเน้นเรื่องการวิจัยและพัฒนา เพราะถ้าเราต้องการจะรักษาเสถียรภาพราคายางพาราครับท่านประธาน ไม่มีทาง ที่จะทําเรื่องอื่น มีเรื่องเดียวเท่านั้นคือเราจะต้องทําให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น เราจะสามารถ แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้โดยการแทรกแซง ถ้าหากวันนี้รัฐบาลมีความจริงใจเพียงแต่ใช้เงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาทดึงยางพาราที่อยู่ในตลาดออกมาลดดีมานด์ (Demand) ลงไป ผมคิดว่า ก็ทําให้ราคายางพาราขึ้นมาอยู่ในจุดที่มีเสถียรภาพ คือกิโลกรัมละ ๑๒๐ บาททันที แต่ ๔ เดือนพบแต่ความล้มเหลว แต่ผมคิดว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดครับ เพราะว่า พี่น้องเกษตรกรเขาก็ได้มีการปรับปรุงตัวเองเหมือนกัน แต่ว่าจุดอ่อนก็คือการวิจัย และการพัฒนาของเรานั้นสถาบันวิจัยยางบทบาทที่ผ่านมาก็ยังไม่มีความชัดเจน เพราะเป็นระบบราชการอยู่ในกรมวิชาการเกษตร ผมอยากเห็นการดําเนินการในเรื่องของ สถาบันวิจัยยางให้สอดรับครอบคลุมทุกด้านครับ คือวิจัยตั้งแต่การผลิต วิจัยเรื่องไม้ยางพารา ทําอย่างไรให้มีไม้ยางที่โตได้ขนาดมีราคาที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะนําไม้ยางไปขายได้ และวิจัยในการที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยางพาราภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการทําร่วมกัน ในการที่จะทําอุปกรณ์ต่าง ๆ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ล้อรถยนต์เพิ่มมากขึ้น หรือไปผสมกับ ยางแอสฟัลต์ (Asphalt) ในการทํายางมะตอยเหล่านี้เป็นต้นครับ ผมคิดว่านี้คือจุดเริ่มต้น ที่เราจะต้องมาพูด แล้วก็อาจจะต้องไปเพิ่มบทบัญญัติให้เกิดความชัดเจนขึ้นมา และต้องสร้างความร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาในการดําเนินการในเรื่องนี้ให้มีเอกภาพ

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกตไว้แล้วคิดว่าก็คงจะไปพูดกันต่อ เพราะยังไม่ได้มีความชัดเจน ก็คือในขณะนี้ต้องยอมรับความเป็นจริงว่าไม้ยางพารานั้น เป็นรายได้ต้นน้ําให้กับพี่น้องประชาชน เป็นเงินออมก้อนใหญ่ของพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนยางพารา ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่มีแนวทางในการส่งเสริมที่ชัดเจน เช่น ต้องเริ่มต้น ตั้งแต่การส่งเสริมการปลูก เราจะทําอย่างไรได้พันธุ์ไม้ยางพาราที่มีขนาด ที่มีราคาที่ดี เราจะ ทําอย่างไรที่ไม่เปิดกรีดก่อนเวลาอันสมควร เพราะถ้าไปเปิดกรีดก่อนต้นยางพารา ก็จะเล็กครับ และเมื่อเปิดกรีดแล้วทําอย่างไรที่จะรักษาเนื้อไม้ของต้นยางพาราที่ดี โดยไม่ไปใช้สารเคมีอื่นที่ทําให้ไม้ยางพารามีขนาดเล็กลง สิ่งเหล่านี้เป็นกระบวนการ ที่จะต้องพูดไว้ในตัวพระราชบัญญัติ และบังเอิญตัวพระราชบัญญัติก็พูดไว้ไม่ชัดเจน เพียงแต่ไปรวมไว้กับคํานิยามในเรื่องยางพารา ซึ่งถ้ารวมไว้อย่างนี้ก็จะมีผลต่อไปว่า ในอนาคตแสดงว่าท่านต้องการที่จะให้การส่งออกไม้ยางพาราต้องเสียค่าธรรมเนียมในการ ส่งออกด้วยหรือไม่ ผมเรียนกับท่านประธานไว้เลยตรงนี้นะครับ ว่าผมไม่เห็นด้วยครับ เพราะราคาไม้ยางพาราเป็นรายได้ต้นน้ําของพี่น้องประชาชน และเป็นเงินออมก้อนสําคัญ ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง