สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๙ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ หารือเรื่องการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจและเข้าสู่ประชาคมอาเซียน โดยขอเสนอให้คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยมีบทบัญญัติในการรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน และเพิ่มอํานาจในการต่อรองให้กับสมาคมประเทศผู้ผลิตยางพาราธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพูดถึงการวิจัยและการพัฒนายาง และการสร้างเสถียรภาพราคาผลิตภัณฑ์ยางพารา โดยเรียกร้องให้จัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมยางแห่งประเทศไทยและรักษาเสถียรภาพราคายางพารา

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ โดยปกติ ผมคิดว่าท่านประธานคงทราบว่าเวลามีผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติโดยข้อบังคับก็ต้องให้ ผู้เสนอร่างได้พูดก่อน แล้วผมก็ไม่พูดถึงรายละเอียดรายมาตราไปแล้ว กําลังจะตั้งข้อสังเกต แล้วก็มาข้อที่ ๓ นะครับ

ข้อที่ ๓ คือสถาบันเกษตรกรและเกษตรกร วันนี้ต้องยอมรับความเป็นจริง ครับว่าสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพารานั้นเราได้มีการจัดตั้งสถาบันเกษตรกรขึ้นมา ทั้งในรูปของสหกรณ์ที่มาจากโรงรมยางพารา เรียกว่าสหพันธ์สหกรณ์ชาวสวนยาง แห่งประเทศไทย มีความเข้มแข็งมากครับท่านประธาน เราได้มีสมาคมยางพาราแห่งประเทศไทย เราได้มีสมาคมน้ํายางข้น ซึ่งเป็นภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ผมก็อยากเห็นว่ากฎหมายฉบับนี้นอกจากจะมีบทบัญญัติที่ได้พูดถึงเกี่ยวกับการที่จะ ให้รับผลประโยชน์จากเงินกองทุนพัฒนายาง ผมคิดว่าเท่านั้นไม่พอครับ ควรที่จะต้องมี บทบัญญัติที่เข้าไปส่งเสริมในการที่จะพัฒนาสถาบันเกษตรกรให้เขามีความเข้มแข็งต่อไป

ประการที่ ๔ ก็คือการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN) อันนี้มีความสําคัญครับท่านประธาน ผมจะไปพูด ในชั้นคณะกรรมาธิการได้อย่างไรครับ ผมต้องพูดเพื่อต้องการที่จะให้ได้เห็นถึงเจตนารมณ์ ในการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ ประเทศไทยต้องผลักดันในเรื่องนี้ที่จะทํางานร่วมกัน ระหว่างสภาการยางแห่งประเทศไทย ระหว่าง ๓ ประเทศ ที่เรียกว่าอินเตอร์เนชั่นแนล ไทรพาร์ไทท์ รับเบอร์ เคาน์เซิล (International Tripartite Rubber Council) ITRC เพราะนี่คือเป็นความร่วมมือไตรภาคียางพารา ๓ ประเทศหลัก คือประเทศไทย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย เดิมทีเดียวเรามีอินโร (INRO) อินโรคือองค์การยางธรรมชาติ ระหว่างประเทศที่ร่วมมือกันระหว่างประเทศผู้ผลิตยางพารากับผู้บริโภคยางพารา แต่ว่าก็ยกเลิกไปในยุคสมัยที่ท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นท่านอาคม เอ่งฉ้วน เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะว่าองค์การดังกล่าวนั้น ยังไม่มีความสมดุลระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภค แต่วันนี้เรามีความจําเป็นที่จะต้องใช้ สภายางพาราระหว่างประเทศ ๓ ประเทศนี้ในการขับเคลื่อนเพื่อนําไปสู่การรักษาเสถียรภาพ ราคายางพาราร่วมกันกับบริษัทร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศด้วย อันนี้ผมอยากจะฝากว่า จริง ๆ คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยเราต้องมีบทบัญญัติในส่วนนี้เพื่อรองรับ ให้เขามีความคล่องตัว และแน่นอนที่สุด ผมคิดว่าถ้าเราสามารถที่จะส่งเสริมความร่วมมือ ในองค์การค้าระหว่างประเทศว่าด้วยมาตรฐานสินค้ากับสหภาพยุโรปและอเมริกา และเราเพิ่มอํานาจในการต่อรองให้กับสมาคมประเทศผู้ผลิตยางพาราธรรมชาติได้ แต่สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้มันจะเขียนไว้ในเพียงกฎหมายไม่พอ เราจะต้องอภิปรายไว้ เป็นเจตนารมณ์ เพื่อให้คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยต่อไปจะเป็นผู้กําหนด เสถียรภาพราคา ไม่ต้องมาเรียกร้องกับรัฐมนตรี เพราะรัฐมนตรีเดี๋ยวมาเปลี่ยนไป ตามการเมือง บางครั้งได้รัฐมนตรีที่มีความเข้าใจ มีความมุ่งมั่นในเรื่องเกี่ยวกับพืชเศรษฐกิจ ในเรื่องของการเกษตรเป็นวาระแห่งชาติ พี่น้องเกษตรกรก็พลอยที่จะได้รับผลประโยชน์ไป แต่ว่าถ้าได้รัฐมนตรีที่ไม่สนใจก็จะมีปัญหา ผมจึงต้องเรียนเรื่องนี้เอาไว้ครับ นี่เป็นข้อสังเกต ข้อที่ ๔ ของผมครับ

ข้อที่ ๕ ของผมครับ ย้ําอีกครั้งหนึ่งคือเรื่องการวิจัยและการพัฒนายาง ผมคิดว่ารัฐมนตรีต้องไปคุยกับทางสถาบันวิจัยยางและกรมวิชาการเกษตรให้ชัดเจนครับ ว่าวันนี้เราจะต้องมีบทบัญญัติในเรื่องของการดําเนินการจัดสรรเงินค่าธรรมเนียมให้สําหรับ การวิจัยโดยเฉพาะ ข้าราชการเราให้เลือกได้ครับ ท่านจะเป็นข้าราชการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ต่อไปหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่งานวิจัยและพัฒนาต้องมาอยู่ที่การยางแห่งประเทศไทย ทางตลาดกลางยางพาราต้องมาอยู่ที่การยางแห่งประเทศไทย

ข้อสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าหัวใจสําคัญ ในการสร้างเสถียรภาพราคา คือการส่งเสริมการใช้ยางภายในประเทศ เรื่องนี้ถกเถียงกันมานาน ในปีนั้นคือปี ๒๕๔๐ ผมเป็นคณะกรรมการนโยบายยาง ท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายยาง เราได้หยิบยกในเรื่องของการจัดตั้ง นิคมอุตสาหกรรมยางเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ยางพารา แต่ว่าพอเปลี่ยนรัฐบาลก็พาไปรวม กับนิคมอุตสาหกรรมอื่นที่สงขลา ผลงานที่ออกมาผมเห็นมีอย่างเดียวคือรีดยางแผ่นยาวที่สุด ในประเทศไทย หลังจากนั้นก็เงียบหายไป ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า ถ้าเราต้องการจะส่งเสริมให้มีการใช้ผลิตภัณฑ์ยางพาราภายในประเทศไทยและเพิ่มมูลค่า ยางพารา เราต้องจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมยางแห่งประเทศไทย และเรื่องนี้ก็ไม่ยากอะไรครับ ท่านประธาน ได้มีการศึกษาไว้เรียบร้อยแล้วผ่านคณะกรรมการนโยบายยางแล้ว ใช้พื้นที่ ขององค์การสวนยางครับ เพราะว่าอุตสาหกรรมยางพาราไม่ว่าจะทําล้อรถยนต์ ทําถุงมือแพทย์ หรือทําอะไรก็แล้วแต่จะมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมและมลพิษ เพราะฉะนั้นถ้าจะตั้งนิคมอุตสาหกรรมยางไปสร้างไว้ที่องค์การสวนยาง ซึ่งเรามีพื้นที่ ปลูกยางพาราขององค์การสวนยาง ๔๐,๐๐๐ ไร่ครับ ถ้าท่านไปดําเนินการสัก ๑,๐๐๐ ไร่ มาทํานิคมอุตสาหกรรมยาง ผมคิดว่าเราสามารถดึงนักลงทุนจากประเทศจีนหรือนักลงทุน จากประเทศอื่น แม้แต่นักลงทุนภายในประเทศมาดําเนินการในการที่จะส่งเสริม ผลิตภัณฑ์ยางพาราให้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้มีหัวใจ ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้วก็คือการที่เราจะต้องรักษาเสถียรภาพราคายางพารา และเราจะต้องดําเนินการในการที่จะทําให้การบริหารจัดการยางพารามีเอกภาพ เราจะต้อง ดําเนินการในการวิจัยและพัฒนายางพารา อันนี้เป็นเรื่องที่เป็นหัวใจสําคัญ ผมจึงขออนุญาต ที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าอย่างน้อยที่สุดผมก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกที่จะไปเป็น คณะกรรมาธิการครับ เราจะต้องใช้เวลาในการที่จะไปปรึกษาหารือแล้วก็อาจจะ มีความจําเป็นที่จะต้องมาทําประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะผมคิดว่า เราต้องเปิดกว้างให้ตัวแทนของพี่น้องกลุ่มเกษตรกร และพี่น้องจากภาคเอกชนที่มีส่วนร่วม ในเรื่องยางพาราได้เข้ามาในการทํากฎหมายฉบับนี้เพื่อให้เป็นกฎหมายที่มีประสิทธิภาพ สูงสุดต่อไป ขอบคุณครับ