สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๙ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

ชินวรณ์ บุณยเกียรติ อภิปรายเรื่องการแทรกแซงราคายางพารา โดยชี้ว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่เข้าใจกระบวนการในการแก้ไขปัญหา และส่งสัญญาณที่ผิดในการบริหารราชการแผ่นดิน และเรียกร้องให้รัฐมนตรีกลับไปทบทวนมติคณะรัฐมนตรี และขับเคลื่อนโครงการแทรกแซงเพื่อลดอุปทานยางพาราและราคารับซื้อยางพาราให้อยู่ที่ระดับประมาณ 120 บาทต่อกิโลกรัม

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขอใช้สิทธิ อภิปรายสรุปตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ตามจริงผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมได้ คุยกับประธานวิปรัฐบาลว่าพวกเรายินดีที่จะให้ความร่วมมือในการลงมติกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าตามที่ท่านประธานเองก็เคยเป็นกรรมาธิการว่ากฎหมายฉบับนี้เราได้นําเข้าสู่ การพิจารณาของสภาถึง ๓ ครั้งแล้ว แล้วก็พร้อมที่จะลงมติให้ความเห็นชอบเพื่อเห็นกับ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางพาราที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้ และผมก็ตั้งใจว่าจะไม่ใช้สิทธิในการ อภิปรายสรุป แต่บังเอิญว่าท่านรัฐมนตรีได้อภิปรายก่อนหน้านี้ ผมคิดว่าถ้าผมไม่ใช้สิทธิ ในการอภิปรายสรุปก็จะมีความเสียหายในการที่ท่านได้ส่งสัญญาณที่ผิดในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ท่านรับผิดชอบในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ประการแรก ที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เสียหาย ผมคิดว่าท่านไม่เข้าใจกระบวนการ ในการแทรกแซง แต่ท่านกลับมาอธิบายพวกผมว่าผมไม่เข้าใจว่าหลังจากมีมติคณะรัฐมนตรี แล้วจะต้องมีกระบวนการในการที่จะให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องและสถาบันเกษตรกรไป เตรียมการตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างไร ผมคิดว่าสิ่งที่พวกผมอภิปรายพวกผมเข้าใจและเคยทํา ในโครงการแทรกแซงดังกล่าวมาแล้ว แล้วก็ได้ผลที่จะยกระดับราคายางพาราให้มีเสถียรภาพ แต่วันนี้เวลาล่วงเลยไป ๔-๕ เดือน แต่รัฐมนตรีกลับมาตอบในเรื่องของกระบวนการที่แสดงว่า ยังไม่เข้าใจว่าการที่จะแทรกแซงราคายางพารานั้น นอกจากผลของกระบวนการแล้วจะมีผล โดยตรงต่อจิตวิทยา จิตวิทยาการตลาดท่านรัฐมนตรีเข้าใจไหมครับเรื่องยางพารา เมื่อท่านส่งสัญญาณ ว่าสภาแห่งนี้คาดคั้นให้ท่านตอบว่าราคาเท่าใดภายในระยะเวลาเดือน ๒ เดือน ท่านตอบไม่ได้ ท่านไม่ใช่หมอดู ก็ที่พวกผมอภิปรายในสภาเพราะพวกผมให้เกียรติท่านว่าท่านไม่ใช่หมอดู แต่บังเอิญสิ่งที่ท่านตอบอหังการแล้วก็แสดงถึงว่าไม่เข้าใจในกระบวนการ ผมคิดว่า คงแตกต่างกันนะครับท่านรัฐมนตรี ในการที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องราคายางพารา นี่คือเรื่อง ที่เสียหายประการแรก

เรื่องที่เสียหายประการที่ ๒ ก็คือผมอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับว่า มติของคณะรัฐมนตรีในวันนี้กลุ่มพ่อค้าเขารู้ทันหมดว่ามติคณะรัฐมนตรีดังกล่าวนั้นจะไม่มีผล ต่อเชิงการตลาดทันที นั่นละครับที่ราคายางพาราไม่ขึ้นแล้วเขาก็ไม่เชื่อถือท่านด้วย จึงไม่มีผล ต่อจิตวิทยาทางการตลาด ท่านต้องกลับไปทบทวน ผมพูดด้วยความจริงใจครับ เพราะผม อยากเห็นพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยางได้ราคายางพาราที่ดีขึ้น ท่านอย่าเอาการเมือง มาเกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาราคายางพารา ตัวท่านเองล่ะครับ นี่เขาพูดมาอย่างนี้

ประการที่ ๒ ท่านต้องเร่งรัดในฐานะท่านรัฐมนตรีท่านต้องไปเร่งรัดให้ ธ.ก.ส. ปล่อยเงินกู้มาให้องค์การสวนยางแห่งประเทศไทยเข้าไปแทรกแซง วันนี้องค์การสวนยาง แห่งประเทศไทยเขาอยากจะช่วยเหลือท่าน แต่เขาไม่มีเงินไปแทรกแซง เขาไปใช้เงินของ องค์การสวนยางแห่งประเทศไทยเอง วันนี้ท่านรู้หรือเปล่าพนักงานองค์การสวนยาง แห่งประเทศไทยกําลังจะประท้วงอยู่ เพราะแทนที่จะได้เงินก้อนนั้นมาเป็นค่าตอบแทน เป็นค่าโบนัสของเขา กลับต้องเอามาเข้าโครงการนี้ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ท่านรัฐมนตรีต้องไปดูอย่างครบกระบวนการ ยังมีเวลาอยู่ครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ขับเคลื่อนโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางพารา ตามที่มติคณะรัฐมนตรีครับ ผมเข้าใจดีครับว่าท่านรัฐมนตรีไม่มีสิทธิที่จะคิดเอาเอง และผม เชื่อว่าท่านก็คงไม่มีปัญญาพอที่จะคิดเอาเอง เพราะมันเป็นเรื่องที่เขียนเอาไว้ในมติ ครม. ว่า เป้าหมายลดอุปทานยางพาราเพื่อให้มีราคารับซื้อที่เหมาะสมและยั่งยืนอยู่ที่ระดับประมาณ ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม ที่ผมพูดเช่นนี้ผมก็เชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เชิญผู้อํานวยการองค์การสวนยาง เชิญผู้อํานวยการกองทุนสงเคราะห์การทําสวนยาง เชิญ นายกสมาคมภาคเอกชนเกี่ยวกับยางพารามาทั้งหมดที่คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ เขาก็ยืนยันเช่นเดียวกันว่าถ้ารัฐบาลเอาจริง และรัฐมนตรีสามารถขับเคลื่อนโครงการแทรกแซงได้ ราคายางพาราจะไปอยู่จุดที่เหมาะสมคือ ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัมครับ แต่วันนี้มันไม่ขึ้น เพราะกระบวนการของท่านผิดตามที่ท่านตอบนั่นล่ะ แสดงว่าความคิดของท่านไม่ถูก ถ้าท่านยังเชื่อว่าความคิดของท่านถูกก็แสดงว่าความคิดของท่านไม่สามารถแก้ปัญหาได้ นี่คือ เรื่องที่เสียหายครับ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมจะต้องใช้สิทธิสรุปก็คือว่าท่านรัฐมนตรีได้เปิดประเด็นใหม่ครับ ความจริงที่ผมคุยกับท่านประธานวิปว่าท่านรัฐมนตรีคงจะขึ้นกล่าวขอบคุณท่านชวน หลีกภัย และเพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อคิดเห็นและจะรับเรื่องนี้ไปปรับปรุง แทรกแซง ยกระดับราคายางพารา ให้ดีขึ้น จะเอาข้อมูลทั้งหมดนี้ไปเข้ากรรมาธิการเพื่อช่วยกันดูแลปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ให้ดีที่สุด ภายใต้การดูแลของรัฐมนตรี แต่รัฐมนตรีกลับตอบไป ในส่วนที่ชี้ให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะนึกว่าเวทีสภานี้เป็นเวทีมวลชนหรือครับ ไม่ใช่ นะครับท่านรัฐมนตรี ผมอยากจะกราบเรียนว่าท่านเปิดประเด็นใหม่ ๒ เรื่อง เพราะฉะนั้น ผมในฐานะผู้เสนอร่างต้องใช้สิทธิตรงนี้ แต่ว่าสั้น ๆ นะครับท่านประธานครับ

ประเด็นแรก ท่านรัฐมนตรีได้เปิดประเด็นในเรื่องที่ท่านรัฐมนตรีไปพูดคุยกับ ท่านรัฐมนตรีประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งท่านรัฐมนตรีคงไม่เข้าใจนะครับว่าโพรโตคอล (Protocol) ในการที่เราจะเจรจากับผู้นําของแต่ละกระทรวงที่เข้ามาประชุมและท่านไปพบ นอกรอบนั้นผลในการเจรจาเป็นอย่างไร ท่านเข้าใจหรือยังครับ ถ้าท่านเข้าใจท่านต้องรู้สิครับว่า นั่นไม่ใช่กระบวนการที่ท่านจะแสวงหาความร่วมมือที่จะนํามาสู่การแก้ไขปัญหา เพราะการแก้ไข ปัญหาราคายางของสภาการยางระหว่างประเทศนั้นเป็นเรื่องที่ต้องมีกระบวนการที่มีการประชุม ในแต่ละระดับ คือการประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ การประชุมระหว่างเจ้าหน้าที่ชั้นสูง กับเจ้าหน้าที่ชั้นสูง และการประชุมในระดับรัฐมนตรีเพื่อลงนามในความร่วมมือหรือเอ็มโอยู (MOU) ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มาเกิดขึ้นในสมัยรัฐมนตรีครับ เกิดขึ้นมา ก่อนตั้งแต่รัฐบาลที่แล้ว และโดยเฉพาะบริษัทการค้ายางระหว่างประเทศก็เกิดขึ้นมาก่อน แต่ว่าสิ่งที่รัฐมนตรีตอบแสดงว่าท่านยังไม่เข้าใจกระบวนการขับเคลื่อนเพื่อแสวงหา ความร่วมมือระหว่างประเทศผู้ผลิตยางพาราทั้งหมดยังไม่ได้เกิดขึ้น ผมเรียนด้วยความปรารถนาดี ครับท่านรัฐมนตรี ท่านเรียกอธิบดีกรมวิชาการมาแล้วบอกนี่เกิดวิกฤติแล้ว ถ้าท่านมองเห็นว่า เป็นวิกฤติเป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรท่านก็ต้องให้เจ้าหน้าที่ระดับ เจ้าหน้าที่มาทําข้อตกลงแล้วเอาข้อมูลเหมือน ฯพณฯ ชวนแนะนําได้ไหมครับ ว่าวันนี้ ประเทศในเครือข่ายอาเซียนของเรามีปริมาณยางพาราเท่าไร ไม่ใช่ว่าท่านพูดเอาตาม ความรู้สึกของท่านว่าโค่นยางเก่าแก่ออกไป ผมอยากจะกราบเรียนสิครับ พี่น้องเกษตรกรรายย่อย เขามี ๑๕ ไร่ ท่านจะให้โค่นวันนี้แล้วเขาไปกินอะไร ท่านมีมาตรการอะไรครับ นี่คือประเด็นใหม่ ที่ท่านเปิดออกมา และเป็นประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวกับตัวพระราชบัญญัติด้วย ผมจึงกราบเรียน กับท่านประธานครับว่าเราอย่าดีแต่พูดเลยครับ ผมอยากให้รัฐมนตรีได้ลงมือทําตามกระบวนการ ท่านรัฐมนตรีอาจจะดีแต่โม้แล้วชี้นําบนเวทีต่าง ๆ เป็นสิทธิของรัฐมนตรี ผมไม่เคยตําหนิ ท่านรัฐมนตรีเลยครับ ผมให้เกียรติด้วยซ้ําไป ผมถือว่าต่างคนต่างทํางาน แต่ว่านี่เป็นเรื่องของ ปัญหาพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง ผมต้องลุกขึ้นมาพูดในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยว่า กระบวนการที่รัฐมนตรีชี้แจงไม่ตรงเลย ผมนี่ยังขัดใจตั้งแต่ท่านมาชี้แจงตอบกระทู้ถาม เรื่องมะพร้าว ราคามะพร้าวที่ท่านให้นําเข้ามา แต่ท่านกลับมาพูดเรื่องท่านไปคุยกับรัฐมนตรี ประเทศอินโดนีเซีย เหมือนกับเป็นสิ่งสุดยอดที่ท่านไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน แล้วท่านคิดว่า นั่นคือกระบวนการในการแก้ปัญหา

ท่านประธานที่เคารพครับ ประการที่ ๒ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวพระราชบัญญัติ ตัวพระราชบัญญัตินี้ครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านรัฐมนตรียกร่างมา ผมยกร่างมา ผมก็เปลี่ยนแปลงของท่านรัฐมนตรีก็ไม่มากครับ เพราะผมอยากจะให้ไปใน ทิศทางเดียวกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนยาง เพียงแต่ผมไปเพิ่ม องค์ประกอบของคณะกรรมการให้มีเกษตรกรเข้ามา ไปเพิ่มองค์ประกอบของคณะกรรมการ ให้มีสัดส่วนที่มีความสมดุลกัน คือ ๗ คน ๗ คนเท่ากันระหว่างโดยตําแหน่ง และโดยที่มาจาก การเลือกตั้งของรัฐมนตรี และผมไปดูในเรื่องของการจัดสรรรายได้ของกองทุนพัฒนายางพารา ที่จะเพิ่มเรื่องการวิจัยยางพารา แต่ผมได้ฝากข้อสังเกต แทนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบว่า ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายและฝากข้อสังเกตไว้เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ไหมละครับ ผมก็เคยคุยกับ รัฐมนตรีว่าอยากจะแก้ไขปัญหาราคายางพาราต้องดําเนินการทําอย่างไร และผมเสนอแนะ ในเรื่องนิคมอุตสาหกรรมยาง ผมเรียนด้วยความบริสุทธิ์ใจนะครับ ผมอยากจะให้เกิดขึ้นจริง ๆ แต่ว่ารัฐมนตรีกลับไปพูดเอาประเด็นเล็กน้อยที่รัฐมนตรีก็บอกว่าเล็กน้อย แต่ท่านอาจจะติด จากเวทีอื่น ท่านก็มาบอกเรื่องอนามัยสวมหัว ผมขออนุญาตพูดว่าตอนนี้ท่านปิดอภิปรายแล้ว ผมเป็นคนสรุป เพราะฉะนั้นผมจึงพูดเป็นคนสุดท้าย ผมจึงจําเป็นที่ต้องใช้โอกาสนี้เรียนกับ รัฐมนตรี และอยากให้รัฐมนตรีนั่งฟังอย่างมีวุฒิภาวะทางการเมืองในสภาแห่งนี้ ท่านจะใช้ วิธีการมาตอบเหมือนเดิม และวิธีการเดิมไม่ได้ครับท่านประธาน ต้องใช้ข้อบังคับกันอย่างชัดเจน ผมอยากจะฝากรัฐมนตรีไปด้วยความปรารถนาดีอีกเรื่องเดียวครับ ในช่วงของการเปลี่ยนผ่านนี้ ถึงแม้ว่ากฎหมายยังต้องใช้เวลากันพอสมควรนะครับ แต่ว่าผมอยากจะให้ท่านไปเร่งรัดทั้ง ๓ หน่วยงานนี้ได้เตรียมกระบวนการในการบูรณาการที่จะทํางานร่วมกันในการแก้ไขปัญหา ราคายางพาราต่อไป ยกเว้นว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะคิดว่าอยู่ไม่นานแล้ว อาจจะถูกปรับออกเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ อันนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าท่านคิดว่าท่านยังสามารถ อยู่ในตําแหน่งนี้ ท่านต้องคิดในเชิงการบริหารจัดการภายใต้การเตรียมพร้อมในตัว พระราชบัญญัตินี้ต่อไป ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน