วรงค์ เดชกิจวิกรม ระบุว่า พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นกฎหมายที่สะท้อนถึงมาตรฐานของประเทศ แต่กังวลว่ามาตรา ๑๓/๑ มีการกำหนดระยะเวลาที่ไม่ชัดเจน วรงค์ เดชกิจวิกรม เสนอแนะให้คณะกรรมการกำหนดเกณฑ์ในการออกบัตรประจําตัวคนพิการที่ง่ายขึ้น และให้ใช้ตลอดชีวิต นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้กรมดูแลคนพิการ ยกฐานะเป็นกรม และเปิดโอกาสให้ผู้พิการเข้ามาเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตคนพิการ
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์วรงค์ เดชกิจวิกรม พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพิษณุโลก อย่างน้อยก็ต้อง ชื่นชมท่านประธาน ตลอดจนเพื่อนสมาชิกพวกเราทุกคน ทุกพรรคการเมืองที่มีส่วนร่วม ในการผลักดันกฎหมายดี ๆ ของพี่น้องประชาชน เพราะผมถือว่า พ.ร.บ. ตัวนี้ เป็น พ.ร.บ. ที่สะท้อนถึงมาตรฐานประเทศนะครับท่านประธาน เพราะว่าพวกเราทุกคนคือตัวแทน ประชาชน แล้วก็พวกเราส่วนหนึ่งไปเป็นรัฐบาล รัฐบาลถ้าเสนอกฎหมายดี ๆ ที่ดูแล ประชาชน มันก็สะท้อนว่าขณะนี้มาตรฐานประเทศเราดีขึ้น เรามีกฎหมายดี ๆ ในการดูแล คุณภาพชีวิตของคนพิการ ก็สะท้อนให้กับคนต่างชาติทุกคนในโลกนี้ได้รับรู้ว่าสังคมไทยดูแล ประชาชนคนไทยดีขึ้น ผมอยากจะเล่าให้กับท่านประธานฟังว่า ผมจําได้เมื่อปี ๒๕๔๐ ตอนนั้นผมยังเป็นข้าราชการอยู่รับทุนจากคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร ไปยังต่างประเทศ คือประเทศอังกฤษ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าผมเข้าไปในโรงพยาบาลของเขา ไปเจอห้องน้ําคนไข้ ห้องน้ําญาติ ผมตกใจท่านประธาน เพราะผมตกใจตรงนี้ทําไมห้องน้ําเขา สะอาดจัง ทําไมห้องน้ําคนป่วยของโรงพยาบาลที่ประเทศอังกฤษมีกระดาษทิชชู มีสิ่งอํานวย ความสะดวกต่าง ๆ ครบ และทําให้ขณะนั้นซึ่งผมยังเป็นข้าราชการอยู่ ผมรู้สึกอ๋อประเทศ ที่เขาเจริญแล้วรัฐบาลเขาต้องดูแลคนของประเทศเขาอย่างดีครับ ซึ่งขณะนั้นเมื่อปี ๒๕๔๐ ๑๕ ปีมาแล้ว ถ้าท่านประธานนึกออกว่าสถานที่ราชการของเราห้องน้ํายังไม่สะอาดครับ ห้องน้ํายังสกปรกมาก จนกระทั่งตอนหลังเรามีการพัฒนามากขึ้นเพื่อจะดูแลคุณภาพ มาตรฐานของคนไทยดีขึ้น ห้องน้ําเราดีขึ้น และยิ่งมาเห็นกฎหมายฉบับนี้ออกมาในการดูแล คนพิการ ผมชื่นชมครับ ผมถือว่าพวกเราทุกคนได้ทําหน้าที่สมกับความเป็นผู้แทน ของประเทศไทยจริง ๆ ในการดูแลประชาชนคนไทยก็คือคนพิการ ซึ่งผมให้เครดิตรัฐบาลครับ ท่านประธาน เครดิตทั้งรัฐบาล ทั้ง ส.ส. ของซีกรัฐบาล และผมก็เชื่อว่าเพื่อนฝ่ายค้าน เหมือนกันครับ เราคิดตรงกันที่ต้องการเห็นรัฐบาลยกมาตรฐานในการดูแลคุณภาพชีวิต ของคนไทยทุกคนตลอดจนคนพิการด้วย อย่างน้อยสิ่งที่สะท้อนออกมาในวันนี้ก็คือ พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ที่มีการยกฐานะ หน่วยงานหน่วยงานหนึ่งขึ้นเป็นระดับกรม ก็สะท้อนให้กับความมั่นใจให้กับพี่น้องคนพิการว่า วันนี้คุณภาพชีวิตของคนพิการมีหน่วยงานที่เป็นมาตรฐานระดับกรมดูแลเขาถึงขนาด ออกเป็น พ.ร.บ. ให้ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะฝากท่านประธานครับ และอย่างน้อยก็เห็นด้วยกับ เพื่อนซีกรัฐบาลที่ได้มีการอภิปราย ก็คือมาตรา ๑๓/๑ ในวรรคสองที่กําหนดไว้ว่า ในกรณีที่ หน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน หรือบุคคลใดที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ปฏิบัติให้ถูกต้อง ภายในระยะอันสมควร ผมฝากเพื่อนสมาชิกที่จะเป็นคณะกรรมาธิการ ประโยคนี้ต้อง แปรญัตติครับ คําว่า ระยะเวลาอันสมควร มันกว้างเกินไป เราไม่แน่ใจว่าคําว่า สมควร ในการดูแลคุณภาพชีวิตคนพิการที่ได้รับการบริการตลอดจนสิ่งอํานวยความสะดวก ที่เหมาะสมภายใต้ระยะเวลาอันสมควร คําว่า สมควร มันแค่ไหน ผมอยากจะฝากเพื่อนทุกคน ที่ไปเป็นคณะกรรมาธิการต้องแปรญัตติไปเลยครับ กําหนดไปเลยว่า ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ให้มีความชัดเจน ไม่อย่างนั้นแล้วเดี๋ยวกฎหมายจะไม่มีผลบังคับใช้
ประเด็นถัดมาที่อยากจะฝากก็คือ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีครับ เนื่องจากว่า ในมาตรา ๘ ได้มีการพูดถึงเรื่องบัตรประจําตัวคนพิการ ผมต้องย้ําว่าขณะนี้ในความเป็น ผู้แทนราษฎรเราก็ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องคนพิการเยอะว่าการใช้สิทธิขอออกบัตรประจําตัว คนพิการค่อนข้างจะสับสนและยาก ถูกโยนกันไปโยนกันมาระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ กับโรงพยาบาล บางครั้งคนพิการบอกว่าไปติดต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ หน่วยงานก็บอก จะต้องไปที่โรงพยาบาล ไปที่โรงพยาบาลเขาก็ไม่รู้อีโหน่อีเหน่เขาก็โยนกลับมาที่หน่วยงาน ที่รับผิดชอบ สุดท้ายการออกบัตรประจําตัวคนพิการค่อนข้างจะยากและสับสน ในเมื่อ ในมาตรานี้ได้มีแผนการชัดเจนในการที่จะยกมาตรฐานคุณภาพชีวิตคนพิการ และคนที่จะเป็นคนพิการก็ต้องมีบัตรประจําตัวคนพิการ เป็นไปได้ไหมว่าคณะกรรมการ ที่เกี่ยวข้องพยายามหาเกณฑ์ในการออกบัตรประจําตัวคนพิการที่มันง่ายขึ้นมาเสียหน่อย และอยากจะฝากไปยังรัฐบาลด้วยว่าบัตรประจําตัวคนพิการไหน ๆ ออกแล้วควรจะให้เขาใช้ ตลอดชีวิต เพราะผมได้รับการร้องเรียนจากผู้พิการว่าคือมันต้องต่อบัตร แล้วเวลาต่อบัตร ก็ยุ่งยาก ผู้พิการบางคนก็เดินไม่ได้หามกันทีไปโน้นไปนี่ค่อนข้างจะยุ่งยาก ที่ผมกล้าพูดว่า ถ้าเราจะต้องออกบัตรประจําตัวคนพิการมันคือสิทธิประโยชน์ของเขา ยิ่งช่วงหลังรัฐบาล ตั้งแต่ยุคท่านนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ก็มีการจ่ายเบี้ยยังชีพให้กับคนพิการ ภาษาชาวบ้านคือ เงินเดือนคนพิการ ดังนั้นเวลาออกบัตรประจําตัวคนพิการรัฐบาลน่าจะกําหนดกฎเกณฑ์ ไปเลยครับว่าให้ใช้ได้ตลอดชีวิต ทําไมผมถึงกล้าบอกว่าให้ใช้ได้ตลอดชีวิต เพราะคําว่า คนพิการ เขาคือการสูญเสียอวัยวะครับ ผมได้เปิดพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ก็ได้เขียนไว้ชัดเจนว่าความพิการก็คือการเสียอวัยวะ เสียไปจากสภาพเดิม ดังนั้นพวกนี้ โอกาสที่เขาแขนขาดไปแล้วที่เขาจะมีแขนเหมือนเดิมมันไม่มีหรอกครับ เพราะฉะนั้น บัตรประจําตัวคนพิการก็ควรจะออกให้เขาเป็นบัตรประจําตัวที่ใช้ตลอดชีวิต ซึ่งฝากเป็น ข้อสังเกตไปยังรัฐบาลตลอดจนบุคคลที่เป็นคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าคนที่จะ สามารถกลับมาใช้อวัยวะเขาได้เหมือนเดิมเขาเรียกว่าผู้ทุพพลภาพตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน
ประเด็นถัดมาที่อยากจะฝากก็คือท่านได้มีการพูดถึงศูนย์บริการคนพิการ ในมาตรา ๒๐/๔ ผมต้องย้ําว่าคือวันนี้คนพิการที่ผ่านมาเหมือนเขาได้รับสิทธิในการดูแล ที่น้อยกว่าประชาชนทั่วไป แต่กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่เพิ่มสิทธิที่จะดูแลเขาเหมือนกับ ประชาชนปกติ เพิ่มโอกาส เพิ่มมาตรฐานคุณภาพชีวิตของเขา เป็นไปได้ไหมว่าก็ในเมื่อกรมนี้ เป็นกรมที่จะดูแลคนพิการ คนที่เกี่ยวข้องเหมือนกันจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกัน คนดีไปดูแลคนพิการความรู้สึกคนดีอย่างหนึ่งครับ แต่ถ้าท่านเอาคนพิการมาเป็นข้าราชการ ในกรมนี้ผมว่าความรู้สึกเขาจะเข้าใจคนพิการได้มากขึ้น อย่างน้อยก็เลยเรียกร้องให้กรมนี้ ที่จะยกฐานะขึ้นมาเป็นกรม ท่านควรจะกําหนดสัดส่วนเอาคนพิการเข้ามาทําหน้าที่ คือคําว่า คนพิการ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทําอะไรไม่ได้เลย เพราะว่ามันก็จะเหมาะกับลักษณะของ งานเขา บางคนทําคอมพิวเตอร์ได้ก็สามารถเข้ามารับราชการได้ ก็เลยอยากจะเรียกร้องให้ กรมกรมนี้ว่าเป็นไปได้ไหมว่าท่านจะเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้เข้ามาเป็นหน้าที่ในฐานะ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งคนเหล่านี้ความรู้สึกนึกคิดจะเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนพิการ ได้ดีกว่าคนปกติ ถ้าศูนย์นี้ หน่วยงานนี้ที่มีฐานะเทียบเท่ากรมเปิดตําแหน่งต่าง ๆ ให้คนพิการ ได้เข้ามารับราชการในกรมนี้เพื่อดูแลคุณภาพชีวิตคนพิการ ผมว่าจะเป็นประโยชน์มากกว่า
และสุดท้ายจริง ๆ ท่านประธานครับ คือลําพังออกกฎหมายอย่างเดียวมันไม่พอ เพราะเราจะเห็นว่าหลาย ๆ ครั้งที่ พ.ร.บ. ออกมามันไม่มีผลบังคับใช้เพราะจิตสํานึกในการ บริการดูแลประชาชนมันยังไม่เต็มที่ก็เลยอยากจะเรียกร้องรัฐบาลว่าเราต้องมีการรณรงค์ บุคคลที่เกี่ยวข้องในการที่จะดูแลคนพิการอย่างจริงจังเถอะครับ ขอบคุณครับ