รังสิมา เจริญศิริ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๙ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

รังสิมา เจริญศิริ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม โดยชี้แจงความสำคัญตามรัฐธรรมนูญที่รับรองสิทธิและความเสมอภาค เน้นย้ำว่ารัฐต้องจัดระบบการศึกษาพิเศษและโอกาสในการเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะอย่างทั่วถึง เพื่อให้ผู้พิการได้รับการพัฒนาทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม และมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์

นางรังสิมา เจริญศิริ บัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางรังสิมา เจริญศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ดิฉันขอมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น และขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานคะ ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ หมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ ๒ ความเสมอภาคและในมาตรา ๓๐ ได้บัญญัติไว้ว่าบุคคลย่อมเสมอกันในกฎหมาย และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน ชายและหญิงมีสิทธิเท่าเทียมกัน การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องถิ่นกําเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ความเชื่อทางศาสนา การศึกษาอบรม หรือความคิดทางการเมือง อันไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญจะกระทํามิได้ ท่านประธานคะ ในพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น จึงมีความสําคัญ และสมควรที่จะได้รับการสนับสนุน เพื่อคุณภาพชีวิตของคนพิการซึ่งจะต้องได้รับการดูแล ตั้งแต่แรกเกิด ต้องได้รับการพัฒนาทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม การพัฒนาผู้พิการ ไปสู่เป้าหมายดังกล่าวได้นั้น ต้องทําอย่างเต็มตามศักยภาพของเขา คือการให้การศึกษา ตั้งแต่เยาว์วัย รัฐจะต้องจัดให้มีการศึกษาพิเศษซึ่งทําการสอนคนพิการ ครู ที่จะมาสอนคนพิการนั้น จะต้องมีวุฒิการศึกษาพิเศษเฉพาะทางและให้เพียงพอด้วย ถึงแม้ว่าปัจจุบันนี้กระทรวงศึกษาธิการ จะจัดให้มีการเรียนร่วมระหว่างเด็กพิการกับเด็กปกติก็ตาม แต่ก็ยังมีปัญหาแล้วก็อุปสรรค อยู่หลาย ๆ ประการ เพราะฉะนั้นปัจจุบันนี้คนพิการนั้นไม่ได้จํากัดอยู่แต่เพียงในบ้านเท่านั้น เขายังได้ออกสู่สังคมได้ไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ ยกตัวอย่างเช่น การแข่งขันกีฬา คนพิการเป็นต้น เพราะฉะนั้นคนพิการจะต้องได้รับสิทธิขั้นพื้นฐาน ต้องได้รับความช่วยเหลือ ในการดํารงชีวิตขั้นพื้นฐาน การฟื้นฟูสมรรถภาพด้านอาชีพ การฝึกอาชีพ การจัดหางาน ทําให้คนพิการจะต้องได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ โดยคํานึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคลของคนพิการ ซึ่งคนพิการนั้นก็จะมีหลาย ๆ ประเภท เช่น ผู้พิการทางสายตา ผู้บกพร่องทางการได้ยิน และผู้บกพร่องทางการพูด นอกจากนั้นแล้วยังมีผู้พิการทางกาย และการเคลื่อนไหว ผู้พิการทางสมองเป็นต้น เพราะฉะนั้นโอกาสที่จะพิจารณาศักยภาพ ของตนเองนั้นจะต้องทําเพื่อให้ผู้พิการเหล่านั้นได้อยู่ร่วมในสังคมได้อย่างมีความสุข การให้การศึกษาอย่างทั่วถึงแก่คนพิการนั้น จําเป็นที่จะต้องกําหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาคนพิการ ยกตัวอย่างเช่น ยุทธศาสตร์การขยายโอกาสและบริการทางการศึกษาให้แก่คนพิการอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการให้บริการแก่เด็กพิการ แต่ละประเภท ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการมีส่วนร่วม ความเข้าใจ เจตคติเชิงสร้างสรรค์ ของครอบครัว ชุมชนและสังคม ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการจัดระบบข้อมูลขั้นพื้นฐาน ทางการศึกษา และจัดระบบข้อมูลการให้บริการในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เป็นต้น ท่านประธานที่เคารพคะ สิ่งเหล่านี้จะเป็นการสร้างความพร้อมในด้านการดําเนินชีวิตของคนพิการ คนพิการนั้นจะเกิดศรัทธาในตัวเองขึ้นได้ และเห็นว่าตัวเองนั้นมีความสามารถไร้ขีดจํากัด ที่ผ่านมาผู้ที่เกี่ยวข้องกับคนพิการทั้งหลาย อาจจะมีเจตคติที่ไม่สร้างสรรค์ต่อคนพิการ กล่าวคือคิดว่าคนพิการนั้น คือเป็นภาระของสังคมไม่สามารถที่จะพัฒนาได้ จึงขาดความเอาใจใส่ เท่าที่ควร ดังนั้นเพื่อให้คนพิการนั้นได้มีสิทธิเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากสิ่งอํานวยความสะดวก อันเป็นสาธารณะต่าง ๆ ได้นั้น เช่น อาคารสถานที่ ห้องน้ํา ทางลาดบริเวณต่าง ๆ อุปกรณ์พิเศษ เฉพาะคนพิการ เครื่องช่วยฟัง รถเข็น ไม้เท้า เครื่องพิมพ์ดีดเบรลล์ หรือการมีบุคลากร ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทางสําหรับดูแลคนพิการ เช่น นักกายภาพบําบัด นักกิจกรรมบําบัด หรือล่ามเป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องจําเป็นสําหรับคนพิการในโลกปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ คนพิการถึงแม้ว่าจะเป็นคนส่วนน้อยของสังคมก็ตาม แต่โดยสิทธิมนุษยชนแล้วเขาต้องได้รับ การดูแล เพราะว่าเขาเลือกเกิดไม่ได้ รัฐบาล นักการศึกษา ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตลอดจนชุมชนในสังคมนั้นจะต้องให้โอกาสผู้พิการได้เรียนรู้ตามศักยภาพที่เขามีอยู่ เพื่อให้เขาสามารถที่จะพัฒนาตนเองได้ และไม่ให้เป็นภาระต่อส่วนรวมของสังคม การแก้ปัญหาในการเข้าถึงและใช้ประโยชน์สิ่งอํานวยความสะดวกทั้งหลายอันเป็นสาธารณะ ตลอดจนสวัสดิการต่าง ๆ และความช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐ และองค์กรต่าง ๆ ที่จัดทําโครงการขึ้นมาเพื่อคนพิการนั้น ก็มุ่งเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการ ดิฉันเห็นโครงการดี ๆ หลาย ๆ โครงการที่เพื่อให้คนพิการนั้นได้เข้าถึงเทคโนโลยี ที่สํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ได้จัดให้กับคนพิการก็อย่างเช่น โครงการสนับสนุนขยายบริการห้องสมุดทางโทรศัพท์ระบบเดซี่ (Daisy) ซึ่งได้ทําร่วมกับสมาคมคนตาบอด จุดมุ่งหมายก็คือเพื่อพัฒนาและขยายข้อมูล ข่าวสารแบบครบวงจรให้แก่ผู้พิการทางสายตาและสื่อสิ่งพิมพ์ มีโครงการนําร่องศูนย์บริการ ถ่ายทอดการสื่อสารสําหรับผู้บกพร่องทางการได้ยิน และผู้บกพร่องทางการพูด ซึ่งเป็นความร่วมมือ กับเนคเทค (NECTEC) เพื่อศึกษาด้านกฎหมายและนโยบายที่เกี่ยวข้องในต่างประเทศ สํารวจความต้องการของผู้บกพร่องการได้ยิน และผู้บกพร่องทางการพูดในประเทศไทย ซึ่งมีข้อจํากัดในการสื่อสารด้วยการพูด โครงการนําร่องเพื่อฝึกอบรมคอมพิวเตอร์ สําหรับผู้พิการทางกายและการเคลื่อนไหวของ กสทช. นั้น เป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพ และการดําเนินชีวิตของคนพิการ เป็นต้น เพราะฉะนั้นการกําหนดให้สํานักงานส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการแห่งชาติมีฐานะเป็นกรมในกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ และกําหนดให้มีอํานาจหน้าที่ในการตรวจสอบ ให้คําแนะนํา และช่วยเหลือคนพิการให้ได้รับสิทธิประโยชน์ และอํานวยความสะดวกเพิ่มขึ้น รวมทั้งกําหนดให้ องค์การด้านคนพิการหรือองค์กรอื่น ๆ ที่ให้บริการแก่คนพิการนั้นมีบทบาทในการส่งเสริม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนพิการมากขึ้น รวมทั้งการจัดสวัสดิการและความช่วยเหลืออื่น ๆ จากรัฐให้เพียงพอต่อการดํารงชีวิตของคนพิการ ซึ่งพวกนี้ก็คือส่วนหนึ่งของสังคมจะต้องได้รับ การดูแล ท่านประธานคะ ดิฉันดีใจค่ะที่รัฐบาลซึ่งนําโดย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เพื่อดูแลคนพิการ ดิฉันจึงขอสนับสนุนค่ะ ขอบคุณค่ะ