อุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ หารือเรื่องร่างพระราชบัญญัติเรื่องผู้พิการ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มรายได้ให้ผู้พิการจาก 500 บาท เป็น 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน และขอฝากให้รัฐบาลดูแลผู้พิการทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการทางสายตา ผู้พิการทางการได้ยิน หรือผู้พิการต่าง ๆ ที่ไม่สามารถเข้าถึงสุขภาพได้อย่างดี
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ดิฉันเองก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานนะคะว่า ดิฉัน นางอุดมลักษณ์ เพ็งนรพัฒน์ พร้อมคณะ ซึ่งในพรรคภูมิใจไทย พวกเราได้ยื่น พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อที่จะให้ทางสภาบรรจุออกมาพร้อมกับ ฉบับอื่น ๆ แต่เนื่องจากว่าทางข้อมูลรายละเอียดของ พ.ร.บ. ที่ดิฉันได้ยื่นอาจจะมีแนวทาง ที่แตกต่างไปจากทางรัฐบาลแล้วก็คณะผู้จัดทําเสนอ ดิฉันก็คิดว่าในเนื้อหาสาระนั้นก็ถือว่า เป็นสิ่งที่ดิฉันกับทางพรรคภูมิใจไทยก็เป็นห่วงเป็นใยประชาชนผู้ที่เป็นผู้พิการด้วยอย่างยิ่งนะคะ และในเนื้อหาสาระของทางรัฐบาลและผู้ที่ยื่นกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เข้ามา ดิฉันเองกับพรรคภูมิใจไทย ก็ไม่ได้ขัดนะคะ หมายถึงว่าเราก็ได้เห็นด้วยในการที่จะเสนอเข้ามาเพื่อที่จะปรับปรุง เพื่อที่จะให้ได้ดูแลผู้พิการอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะคะ ในเนื้อหาสาระที่ทางรัฐบาลแล้วก็ทางคณะที่ได้เสนอร่างมา ดิฉันก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่สําคัญ ที่อยากจะบอกประชาชนแล้วก็ผู้พิการซึ่งในขณะนี้ผู้พิการถือว่ามีจํานวนมาก รวมทั้งสิ้น ในประเทศไทยปัจจุบันนี้ก็มี ๑,๐๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทําให้การดูแลที่จัดเป็นสํานักงาน ในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็อาจจะดูแลไม่เป็นเอกภาพเท่าไรนัก ซึ่งถือว่าถ้าเกิดมีการจัดปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ใน พ.ร.บ. ที่ทางรัฐบาลแล้วก็ทางคณะต่าง ๆ ที่เสนอ พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมา ดิฉันคิดว่าน่าจะเป็นการดีเพื่อที่จะให้ดูแลผู้ที่ด้อยโอกาส ผู้ที่มีความพิการ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ดิฉันเองได้ดูวิวัฒนาการของการที่หน่วยงาน ของการดูแลผู้พิการจากการที่จัดตั้งก่อนหน้านี้ก็คือเป็นการจัดตั้งในกรมประชาสงเคราะห์ ของกระทรวงมหาดไทย จนมาถึงปัจจุบันก็คือสํานักงานส่งเสริมสวัสดิการและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ ผู้สูงอายุของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็ถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง แต่ถ้าเกิดว่าเราได้จัดตั้งกระทรวง ทบวง กรม ที่เป็นเอกเทศขึ้นมาก็จะทําให้การดูแลมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เป็นเอกเทศยิ่งขึ้น ดิฉันเอง ก็ไม่ติดใจที่ว่าร่างพระราชบัญญัติที่ทางตัวดิฉันกับพรรคภูมิใจไทยได้เสนอขึ้นมา ซึ่งมีเนื้อหาสาระว่า รายได้ของผู้พิการปกติก็เป็นรายได้ที่น้อยอยู่แล้ว แล้วยังเป็นภาระกับผู้ที่อยู่กับผู้พิการ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่จะต้องเสียแรงงานไปอีกคนหนึ่ง เพราะว่าผู้พิการบางคนไม่สามารถ ที่จะดํารงชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากผู้ดูแลก็จะทําให้ผู้ที่จะต้องดูแลผู้พิการไม่สามารถที่จะไป ทํางานได้ แล้วต้องมาดูแลผู้พิการ จึงทําให้รายได้ที่ทางรัฐบาลสนับสนุนในช่วงรัฐบาลชุด ที่แล้วก็คือ ๕๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ไม่สามารถที่จะดูแลได้อย่างเพียงพอ ดิฉันเอง กับพรรคภูมิใจไทยจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติขึ้นมา เพื่อที่จะเพิ่มให้ผู้พิการจาก ๕๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน แต่เนื่องจากว่าเนื้อหาสาระแล้วก็รายละเอียด ของการที่เสนอร่างนี้อาจจะไม่เข้ากลุ่มกับทางรัฐบาลกับผู้ที่เสนอเป็นคณะต่าง ๆ เหมือนกัน ดิฉันจึงคิดว่าในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนสําคัญเพราะว่าทางเราได้พิจารณาว่าเงินเพียง ๕๐๐ บาท ถือว่าเป็นเงินเพียงน้อยนิดนะคะ ถ้าเกิดว่าจะดูแลให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นก็น่าจะเพิ่มขึ้นนะคะ อันนี้ดิฉันก็ไม่ติดใจนะคะ เพราะว่าจากการที่เราได้เห็นความตั้งใจของทางรัฐบาล แล้วก็ทางคณะต่าง ๆ ที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อที่จะให้ดูแลให้ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการศึกษา ในเรื่องของการเข้าถึงสุขภาพ ในเรื่องของสิ่งต่าง ๆ ที่จะทําให้ผู้พิการได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ แล้วก็มีสิ่งต่าง ๆ ที่ทางผู้พิการไม่สามารถ ที่จะเข้าถึงนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในชนบท ดิฉันอยากจะฝากทางรัฐบาลว่าอย่างไร ก็พยายามช่วยดูแลให้ครอบคลุมผู้พิการทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้พิการทางสายตา ผู้พิการ ทางการได้ยินหรือว่าผู้พิการต่าง ๆ ที่ว่าบางครั้งเราไม่สามารถที่จะเข้าถึงเขาจริง ๆ ดิฉันเคยออกตามหมู่บ้านเราจะเห็นผู้พิการ บางครั้งเขาไม่สามารถที่จะมาทําการรักษา หรือเข้าถึงสุขภาพได้อย่างดีนะคะ บางทีก็จะทําให้การดูแลไม่ทั่วถึงก็จึงจะขอฝากรัฐบาลว่า ดิฉันเองกับทางพรรคภูมิใจไทยก็จะสนับสนุนในสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนผู้พิการ แล้วก็อยากจะฝากให้ทํางานอย่างครอบคลุมในทุกผู้พิการ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณค่ะ