สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๙ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย แต่ยังมีความขัดแย้งเกี่ยวกับนิยามยางพารา อภิชาต ศักดิเศรษฐ์ เสนอแนวทางในการจัดตั้งการยางแห่งประเทศไทย เพื่อควบคุมราคายางพาราและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของตลาด

นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์ ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอแสดงความคิดเห็นในเบื้องต้นเพื่อที่จะให้การสนับสนุน กับร่างพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ที่ท่านประธานได้บรรจุ ระเบียบวาระเข้าสู่การพิจารณาในวันนี้ เป็นความจริงตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณากล่าวนํา ในตอนต้นว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นความเห็นพ้องต้องกันของหลายฝ่ายที่อยากจะเห็น เป็นกฎหมายออกมาบังคับใช้ แต่ว่าเป็นความจริงเช่นเดียวกันก็คือว่าบนความเห็นพ้องนั้น ก็ยังคงมีความเห็นที่แตกต่างแล้วก็หลากหลายกันอยู่ในการจัดทํากฎหมายนี้เพื่อให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับเกษตรกร ผมรู้สึกเสียดายที่รัฐบาลไม่ได้นําเอาร่างพระราชบัญญัติ การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. .... ฉบับที่คณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาชุดที่แล้ว ได้ทําการศึกษาและได้มีการปรับแต่งแก้ไขจนเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ยืนยันว่าทุกฝ่าย เพราะได้มีการนําข้อมูล ข้อเท็จจริงต่าง ๆ มาถกเถียงแล้วก็ผ่านการประชาพิจารณ์ สอบถามความคิดเห็นของผู้คนที่เกี่ยวข้องหลากหลายมาก เสียดายที่ไม่ได้นําข้อสรุปเหล่านั้น มาบรรจุในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ยังเป็นร่างเดิม ที่เคยนําเสนอกับสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปี ๒๕๕๑ มา ไม่ได้มีส่วนใดที่เปลี่ยนแปลงแก้ไขเลย นี่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ผมอยากจะนําเสนอในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้เน้นย้ําลงไป ประเด็นที่ยังมีความขัดแย้ง ที่ยังต้องการความเห็นพ้องในเรื่องกฎหมายฉบับนี้อยู่ก็คือ เรื่องของนิยามครับ เราถกเถียงกันมากว่ายางพารานี้มันหมายถึงอะไร ในร่างที่รัฐบาล เสนอมาก็ยังคงให้มีไม้ยางพาราอยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อยู่ในนิยามของคําว่า ยางพารา ซึ่งผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมไม้ยางพาราได้มาแสดงความคิดเห็น กับคณะกรรมาธิการที่เราศึกษากันว่าขอให้ถอนออกไปได้หรือไม่ เพราะมันไม่ได้สนองตอบ กับเจตนารมณ์ของการมีการยางแห่งประเทศไทยขึ้นมา ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าในชั้นของ กรรมาธิการคงจะต้องถกเถียงกันต่อไป

เรื่องของวัตถุประสงค์ของการยางแห่งประเทศไทย ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าการจัดตั้งกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาไม่ใช่เพียงแค่การจะให้รวมเอา ๓ หน่วยงาน ก็คือองค์การสวนยาง กองทุนสงเคราะห์สวนยางและสถาบันวิจัยการยางเข้ามารวมกัน เป็นหน่วยเดียวเท่านั้น แค่นั้นไม่พอครับ เพราะนั่นเป็นเรื่องของทางธุรการที่จะต้อง ดําเนินการ แต่ว่าการรวมหน่วยงานมาเป็นการยางแห่งประเทศไทยนั้น เป็นความคาดหวัง ของเกษตรกรไทยที่ปลูกสวนยางพาราอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ เวลานี้ต้องเรียนกับ ท่านประธานว่าประชาชนที่มีอาชีพปลูกยางพาราเขามีความหวาดวิตกกับปัญหาอยู่ ๒-๓ เรื่องใหญ่ ๆ ๑. ก็คือเรื่องของภัยพิบัติทางธรรมชาติ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ส่งผลกระทบต่อการทําอาชีพของเขาอย่างรุนแรง เวลานี้คนที่มีสวนยางพาราที่กรีดได้ แต่ละเดือนอย่างมากที่สุด ๑๕-๑๖ วันเท่านั้นล่ะครับที่สามารถกรีดยางพาราได้ นอกนั้น ฝนตกกรีดไม่ได้หรือสภาพอากาศแห้งแล้ง กรีดยางพาราไม่ได้ ๒. หวั่นวิตกกับปัญหา โรคระบาดที่เกิดขึ้นกับยางพารา โรคใบดํา โรคใบร่วงต่าง ๆ ส่งผลกระทบกับพวกเขา และสุดท้ายก็คือหวั่นวิตกกับปัญหาความผันผวนของราคายางพารา ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล จะเข้ามาแล้วก็จะตั้งราคาไว้จํานวนเท่าใดก็ตามนะครับ แต่ในสภาพความเป็นจริงแล้ว เขาไม่สามารถที่จะทนรอกับตัวเลขเหล่านั้นได้ ถ้าสภาพตลาดยังคงผันผวนไม่แน่นอน เขาต้องการราคาที่มีเสถียรภาพ เพราะฉะนั้นการจัดตั้งการยางแห่งประเทศไทยขึ้นมานี่เขาถึงมีความหวังว่าการยาง แห่งประเทศไทยนี่ล่ะจะเป็นตัวทําให้เสถียรภาพราคายางพาราเป็นจริงขึ้นมา แน่นอนครับ ประเด็นที่จะทําให้ความคาดหวังของเขาเหล่านั้นเป็นจริงได้นี่ผมคิดว่าองค์ประกอบของ คณะกรรมการการยางแห่งประเทศไทยก็มีความสําคัญ ในร่างกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ร่างที่ ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมาธิการในสภาชุดที่แล้วก็ยังเห็นว่าคณะกรรมการการยาง แห่งประเทศไทยน่าจะมีความเป็นอิสระในระดับหนึ่ง ซึ่งก็เห็นชอบด้วยที่จะไม่ให้มีรัฐมนตรี หรือคนของรัฐบาลที่มีตําแหน่งในคณะรัฐมนตรีเข้ามาเป็นประธานคณะกรรมการ ก็เอาผู้ที่มี ความรู้ความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริงมาทํางานทางด้านนี้ ซึ่งในร่างฉบับนี้ก็ยังคงยืนยันในสิ่งนี้อยู่ ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมว่าไม่ได้ไปแก้ไขนะครับ

ประเด็นต่อมานะครับ เนื่องจากเวลาจํากัด ประเด็นที่มีการถกเถียงแล้วก็ยัง หาข้อสรุปกันไม่ได้ก็คือ เรื่องของการใช้เงินเซสส์ก็คือเงินค่าธรรมเนียมที่เก็บจากการส่งออก ยางพารานี่ละครับ เงินเหล่านี้มันมา เจ้าของเงินจริง ๆ ก็คือเจ้าของสวนยาง เจ้าของ ยางพาราที่ให้ผลผลิตแล้ว แต่ว่าในร่างที่รัฐบาลนําเสนอมานี่ต้องการจะใช้เงินส่วนนี้ไป สนับสนุนการปลูกยางใหม่ ซึ่งไม่เป็นธรรมกับเกษตรกรรายเก่าอย่างแน่นอน ถ้าหากว่า รัฐบาลต้องการจะสนับสนุนการปลูกยางใหม่ต้องเป็นนโยบายของรัฐบาล และใช้เงิน งบประมาณหรือเงินอุดหนุนอย่างอื่นให้กับเกษตรกร ไม่ใช่เอาเงินเซสส์หรือเงินที่เจ้าของเงิน ก็คือเกษตรกรรายเก่านี่ไปสนับสนุน เงินส่วนนี้สนับสนุนเอาไปใช้ในการปลูกยางพารา ทดแทนอะไรต่าง ๆ ก็ว่าไป นี่ก็ยังเป็นอีกประเด็นหนึ่งซึ่งผมคิดว่าจะทําให้ข้อถกเถียงใน คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนี่ยังคงจะต้องเป็นความเห็นต่างกันอยู่ ก็ขอให้ คณะกรรมาธิการที่จะจัดตั้งขึ้นได้หยิบยกประเด็นเหล่านี้ไปพิจารณากันอย่างกว้างขวางต่อไป กราบขอบพระคุณครับ