จิรายุ ห่วงทรัพย์ หารือเรื่องการสนับสนุนกีฬามอเตอร์สปอร์ต และเรียกร้องการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะการสนับสนุนนักกีฬาอาชีพและพัฒนานักกีฬาของประเทศ พร้อมการจัดการแข่งขันกีฬาที่มีความเท่าเทียมกันและน่าสนใจ และเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มการสนับสนุนกีฬา โดยเฉพาะกีฬาที่ไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๘ คลองสามวา พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานบีบหัวใจด้วยเวลา ๗ นาทีทันทีเลยนะครับ ขออนุญาต ท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมพูดเรื่องนี้เพราะว่าเป็นนักกีฬาโดยตรงแล้วก็เกิดภาวะน้อยเนื้อต่ําใจ เสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาท่านประธานครับ ผมไปแข่งขันที่ประเทศมาเลเซีย เป็นการแข่งขัน ที่เขาเรียกกันว่ามอเตอร์สปอร์ต (Motor sport) การแข่งขันของผมนั้นเริ่มมาเมื่ออายุ ประมาณสัก ๒๓ ปี ปีนี้ก็ ๔๐ กว่าปีครับ แล้วก็ยังคงดํารงการแข่งขันมาโดยตลอด เห็นวิวัฒนาการมากมายหลากหลายครับ และผมเชื่อว่าท่านรัฐมนตรีคงจะรู้ว่าการกีฬาแบบ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลกถือว่าเป็นอันดับ ๒ อันดับ ๓ อันดับ ๔ นะครับท่านประธาน รองจาก ฟุตบอลเท่านั้นครับ เมืองไทยผมย้อนความนิดเดียวครับ การแข่งขันรถยนต์ก็ดี มอเตอร์ไซค์ก็ดี เริ่มมา ๒๐-๓๐ ปีครับ และเราเริ่มก่อนในสมาชิกอาเซียนเสียด้วยซ้ํา ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ท่านประธานครับ เขามีการจัดการแข่งขันที่เรียกกันว่าเซาท์อีสต์ เอเชียน (South East Asian) เซาท์อีสต์ เอเชียน ทัวร์ริ่ง คาร์ (South East Asian Touring Car) เป็นการจัดการแข่งขันใน ๑๐ ประเทศสมาชิกซึ่งรวมทั้งจีนด้วยนะครับ สมัยก่อนมาเก๊าเขายังไม่มีสนามแข่งขัน ที่เรียกว่ามาเก๊ากรังด์ปรีซ์ ท่านประธานครับ เขาไปแข่งขันกันที่จูไห่ จูไห่นี่คือนั่งรถต่อที่ มาเก๊าแล้วข้ามไปครับ ส่วนในประเทศไทยแข่งขันกันที่พัทยาเซอร์กิตครับ หลังจากนั้น ก็เปลี่ยนเป็นชื่อสนามพีระเซอร์กิตพัทยา ที่ผมพูดถึงกีฬามอเตอร์สปอร์ตแล้วบอกว่าน้อยเนื้อต่ําใจ ท่านประธานครับ ดูจากงบประมาณปี ๒๕๕๕ ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าทําต่อเนื่องมาตั้งแต่ ในสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว แล้วต่อเนื่องมารัฐบาลชุดนี้มีการเพิ่มเติมมากน้อยขนาดไหนครับ แต่ว่าดูจากสถิติที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็พูดว่ากีฬาอาชีพในบ้านเราถ้าไม่รวมมวยมีทั้งหมด ๑๒ ประเภทครับ ท่านประธานทราบไหมครับ ฟุตบอลจากยอดทั้งหมด ๑๘๗ ล้านบาท ฟุตบอลได้ไป ๕๘ ล้านบาท ไล่ลงมา กอล์ฟ ๒๙ ล้านบาท วอลเลย์บอล ๑๙ ล้านบาท ไล่ลงมาจนสุดท้ายคือปิงปอง ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทท่านประธานครับ เทเบิลเทนนิสนี่ครับ แต่ว่าในกีฬาอาชีพ บาสเกตบอลก็ไม่ได้สตางค์ครับ เพราะว่าเป็นกีฬาใหม่ที่เพิ่งเริ่ม ส่วนกีฬา มอเตอร์สปอร์ตท่านประธานครับ ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ถามท่านรัฐมนตรีได้เลยนะครับ สลึงเดียวก็ไม่ได้นะครับ ในงบประมาณนี้ทําให้ผมน่าตกใจเพราะอะไรครับ เมื่อวันอาทิตย์ ผมไปเดินดูรอบ ๆ สนามเซปังเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียครับ อยู่ห่างจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประมาณสัก ๔๐ กิโลเมตร การคมนาคมชัดเจนครับ เดินทางได้จากเคแอลแล้วก็ต่อด้วย รถไฟก็ดีนะครับ หรือแม้แต่กระทั่งทางมอเตอร์เวย์เขา ใช้เวลาประมาณสัก ๒๐ นาทีถึงครับ สนามผมว่าใหญ่กว่าสภาเราประมาณ ๑๐ สภาท่านประธานครับ ทําไมรัฐบาลมาเลเซีย ให้การสนับสนุนแล้วก็ยกย่องเป็นกีฬาอาชีพอันดับต้น ๆ ไปเปิดแผนพัฒนาของกีฬาอาชีพ มาเลเซียนะครับ กีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นกีฬาที่ทําเงินเข้าประเทศมาเลเซียมากที่สุดครับ กีฬาอื่น ๆ ฟุตบอลเขาลดระดับลงครับ สมัยก่อนไทยแข่งขันต้องแข่งขันกับญี่ปุ่นครับ แล้วก็ แข่งขันกับเกาหลีใต้ สมัยปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ขออภัยที่เอ่ยนามท่านนะครับ นักฟุตบอลขวัญใจผมครับ อํานาจ เฉลิมชวลิต เขาบอกว่าวันนี้ถ้าจะดูบอลไทย และบอลไทยจะได้รับการพัฒนา จากกีฬาอาชีพ เมื่อไรที่บอลไทยไปบอลโลก คุณโน๊ต อุดม เขาบอกว่าอย่างไรรู้ไหม ท่านประธานครับ เขาบอกว่าเมื่อนั้นบอลโลกจะไปบอลจักรวาล แล้วบอลไทยเป็นอย่างไรครับ หลัง ๆ นี่แทบจะไม่ต้องดูเลยครับ ที่ผมพูดอย่างนี้ท่านประธานครับ กีฬามีหลากหลายชนิดครับ อยู่ที่ว่าท่านจะเลือกกีฬาประเภทไหนเป็นกีฬาแห่งชาติ การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ เรามีเยอะแยะมากมายหลากหลายครับ แต่กีฬาที่เป็นแห่งชาติโดยคนไทยมันคืออะไรบ้างครับ ฟุตบอลท่านเตะอย่างไร ท่านก็สู้ประเทศฮอลแลนด์ สู้ประเทศโปรตุเกสเมื่อคืนนี้เขาไม่ได้อยู่แล้วท่านประธานครับ ร่างมันเล็ก ตัวมันเล็ก เอาแค่อาเซียน เอเชียเท่านั้นนะพอไหว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ แม้จะออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาท่านรัฐมนตรีก็ต้องไปดู ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้าหรืออะไร ก็แล้วแต่ ท่านจะเอาแต่ฟุตบอล ฟุตบอล ฟุตบอล มันไม่ได้ครับ มันต้องดูความจริง ส่องกระจกชะโงกดูประเทศก่อนว่าสมรรถนะร่างกายของเรา ประสิทธิภาพของการกีฬา ที่เป็นวิทยาศาสตร์การกีฬาอยู่รอบตัวนักกีฬามันมีอะไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมนั่งอ่าน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่มี ๖๐ กว่ามาตรา เห็นด้วยอย่างยิ่งครับที่เริ่ม แต่ว่ารายละเอียด ที่จะขออนุญาตฝากไปก่อนที่จะไปสู่วาระที่สอง ผมไม่ได้มีโอกาสไปเป็นกรรมาธิการ แต่ที่ผมเห็นชัดเจนก็คือประเทศมาเลเซียสนับสนุนกีฬาอื่น ๆ ที่เขาคิดว่าชาติของเขาพอสู้ไหว เช่น กีฬามอเตอร์สปอร์ต กีฬาที่เป็นเซปักตะกร้อ เราไปแข่งกันกับใครสู้เขาได้หรือครับ อย่างประเทศพม่าเราเจอเซปักตะกร้อ เขาทุ่มเทเลยท่านประธานครับ บอกว่านี่คือ กีฬาแห่งชาติของเขา เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ มันก็ล้อจากการใช้เงินงบประมาณ ต่าง ๆ ที่ผมพูดไว้ตั้งแต่ต้นนี่นะครับ ไทยก็พยายามจะโชว์เพาเวอร์ (Show power) ครับ ทําตัวเหมือนไทเกอร์ วูดส์ จัดการแข่งขันกอล์ฟหลายครั้งในประเทศไทยแม้จะเป็น รายการดัง แต่ว่าเราก็สู้เขาไม่ได้ครับ ไทเกอร์ วูดส์ บอกว่าอย่างไรครับ คนไทยบอกว่าแหม นี่ลูกครึ่งไทย ไทเกอร์ วูดส์ บอกว่าไม่เกี่ยวกัน กอล์ฟได้เป็นอันดับ ๒ ท่านประธานครับ เกือบ ๓๐ ล้านบาท อันดับ ๓ วอลเลย์บอลครับ สมัยก่อนนี่มันนะท่านประธานจําได้ไหมครับ ดูวอลเลย์บอลไทย ถ้าตบกับประเทศญี่ปุ่นเมื่อไรเชียร์สุดใจขาดดิ้น ต่อมาท่านประธานครับ เทนนิส ถ้าไม่ได้ภราดรมันก็ลําบากครับ เจ้าบอลก็โชว์เพาเวอร์เยอะแยะมากมายให้กับโลกนี้ ว่าเมดอินไทยแลนด์ (Made in Thailand) เป็นลูกหลานไทย ที่ผมพูดอย่างนี้แล้วยกตัวอย่าง ประเทศมาเลเซียแผนพัฒนากีฬาของเขาเขาส่องกระจกอย่างชัดเจนท่านประธานครับ สนามเซปังอินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต ประเทศมาเลเซียใช้มูลค่าเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการทําสนามครับ เอกชนทําหรือครับ รัฐบาลครับ รัฐบาลส่งเสริมกีฬาเพราะรู้ว่า กีฬาแห่งชาติของเขาที่ทําเงินได้เป็นอย่างไร ในการประชุมหลายครั้งผมพยายามถามสังคม แล้วก็เพื่อนที่อยู่ในวงการกีฬาตลอดว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตกลงจะเอาอย่างไรแน่ จะเที่ยวหรือจะเล่นกีฬา หรือเล่นกีฬาด้วยแล้วเที่ยว ท่านรัฐมนตรีก็คงเข้าใจละครับ บางทีก็ไปดูการท่องเที่ยว ไหน ๆ ดูการท่องเที่ยวแล้วขอไปดูพวกสนามกีฬาตามต่างจังหวัดหน่อย สุดท้ายก็เลยแยกงานกันไม่ออกท่านประธานครับ ว่ากันในอนาคตครับ จะแยกกันเป็น ท่องเที่ยว จะแยกเป็นกีฬา แต่ที่ผมบอกให้ท่านฟังก็เพราะว่าดูจากร่างพระราชบัญญัติ ทิศทางดีหมดอยู่แล้วละครับ กีฬามีหลากหลายประเภทแต่ผมลงรายละเอียดนิดเดียว ท่านประธาน ไม่ใช่วาระที่สองนะครับ แต่จะบอกให้ท่านดูว่าในหมวด ๑ ขอบพระคุณครับ ที่ยกร่างมาลักษณะนี้ ไม่ห้ามนักการเมือง คือผมไม่แน่ใจครับสมัยก่อนเป็นนักข่าวอาชีพ มันน่ากลัวหรืออย่างไร อะไรก็แล้วแต่จะไปเป็นกรรมการชอบห้ามนักการเมือง ดีนะครับ ที่วันนี้นักการเมืองไปสนับสนุนกีฬาฟุตบอลจนทําให้กีฬาฟุตบอลดิวิชั่น ๒ หรือว่า จะไทยพรีเมียร์ลีก หรืออะไรก็แล้วแต่ เริ่มจะดีขึ้นท่านประธานครับ
เรื่องต่อมา ผมลงไปดูในหมวด ๒ ท่านประธานครับ เป็นหมวดที่พูดถึงสโมสร แล้วก็กีฬาอาชีพ และสมาคมครับ แน่นอนท่านประธานครับ ตั้งแต่มาตรา ๑๗ ถึงมาตรา ๒๕ พอจดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬาเมื่อไรท่านประธานสงสัยเหมือนผมไหมครับ ผมยกตัวอย่างครับ สมาคมกีฬาเปตองอาชีพแห่งประเทศไทย เมื่อไรก็แล้วแต่ที่มันมีคําว่า แห่งประเทศไทยมันฟังดูน่าเชื่อถือนะท่านประธานครับ ไม่มีประเทศไหนหรอกครับ ก็มันกีฬาประเทศไทยแต่ชอบใส่ตอนท้ายอย่างนี้ มันทําอะไรได้ต่อท่านประธานครับ ขอสปอนเซอร์ โอ้โห พอบอกกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมกีฬาเป่ากบแห่งประเทศไทย อย่างนี้ท่านประธานนึกออกไหมครับ ไปขอปุ๊บสมาคมนี่ใหญ่แม้จะเป็นกีฬาเป่ากบ ท่านประธานครับ ผมถึงบอกอย่างไรครับว่าหมวด ๒ น่าสนใจ แต่ว่าท่านประธานฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับ ลงไปในวาระที่สองในชั้นคณะกรรมาธิการท่านดูรายละเอียดนะครับ เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วมันจะมีผลประโยชน์ครับ ขออะไรไปโลโก้ (Logo) มีตราห่วงขึ้นมา สนับสนุนโดยการกีฬาแห่งประเทศไทยไปขอที่ไหนก็มีครับ ที่ผมพูดต่อมาท่านประธานครับ ก็คือหมวดที่ ๓ ในหมวดนักกีฬาและบุคลากรอาชีพครับ มาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ ไม่ได้ลงรายละเอียดเพียงแต่เกริ่นให้ท่านประธานฟังครับ บัตร บัตรประจําตัว ส.ส. มันก็เป็นบัตรราชาการครับ แต่ถ้าบัตรประจําตัวนักกีฬาอาชีพทําอะไรได้บ้างนอกจาก โชว์เท่ห์ ๆ ฉันเป็นนักกีฬาเป่ากบมืออาชีพเท่านั้นหรือเปล่าครับ ถ้าไม่ใช่ท่านต้องเพิ่มหน่อย นะครับว่าสิทธิของบัตรนี้มันเหมือนบัตรเซเรเนด (Serenade) เหมือนบัตรอะไรอย่างนี้ ท่านประธานครับ พอมีบัตรนักกีฬาอาชีพ เช่น ไปใช้โรงพยาบาล ไปตรวจกระดูกได้เข้าคิว อันดับที่ ๑ อย่างนี้ท่านช่วยกรุณาต่อเนื่องนะครับ มันจะเป็นประโยชน์ต่อนักกีฬา ที่มีขวัญกําลังใจ
ในหมวด ๓ เช่นเดียวกันท่านประธานครับ นักกีฬาและบุคลากรอาชีพ ผมถูกฝึกจากนักกีฬาคนหนึ่งเป็นชาวฮ่องกง ตั้งแต่ผมอายุ ๒๐ ปีกว่า ๆ เขาสอนผม ในการขับรถแข่ง แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับ บางครั้งผมก็ใช้ครูพักลักจําจากประสบการณ์ แต่ทําให้ผมเรียนรู้ได้ผมถามเขา เขาบอกว่าปีหนึ่งมาประเทศไทยกี่ครั้ง เขาบอกประมาณ ๓-๔ เดือนก็ต้องออกแล้ว แล้วออกไปไหน ออกไปประเทศลาวบ้าง ออกไปปอยเปตบ้าง ออกไปประเทศมาเลเซีย ปาดังเบซาร์บ้าง ไปทําอะไรท่านประธาน จ๊อบ พาสปอร์ต (Job passport) แล้วก็กลับเข้ามาใหม่ เพราะชาวต่างชาติอยู่ได้ ๓๐ วันบ้าง ๖๐ วันบ้าง ๙๐ วันบ้าง ที่ผมพูดในมาตรานี้ในหมวด ๓ โดยรวม ๆ แล้ว คนไทยต้องเรียนรู้จะครูพักลักจํา และใช้ฝึกฝนมันเสียเวลา เด็กสมัยใหม่ของประเทศจีนอยู่ตั้งแต่ ๓-๔ ขวบ ทานอาหาร ฝึกโน้นฝึกนี้ นั่งสมาธิ ฝึกโยนห่วง จนกระทั่งอายุ ๑๘ ปี ตัวสูงเกือบ ๒ เมตร โยนลูกบาสเกตบอลแค่นี้ถึงแล้ว เพราะฉะนั้นเช่นเดียวกันประเทศไทยก็ต้องพึ่งพา นักกีฬาต่างชาติ ในหมวด ๓ ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยไปพิจารณาต่อเนื่องว่า ท่านเขียนมาอย่างนี้แม้จะเป็นหลักการวาระแรกก็ตาม แต่ผมมองว่าอนาคตมีปัญหาแน่นอน เพราะอะไรรู้ไหมท่านประธานครับ เขาเขียนบอกว่านักกีฬาต่างชาติที่จะเข้ามา ในประเทศไทย ในหมวด ๓ รัฐบาลก็ดีหรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ท่านจะต้องดูแลเขา ด้วยวิธีการประสานงานไปยังหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ถ้าภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า เวิร์ค พรอมมิส (Work promise) อะไรอย่างนี้ หรือว่า ตม. ใบอนุญาตใช้พาสปอร์ต (Passport) ถ้ามาเป็นนักกีฬามีสัญลักษณ์ชัดเจนอยู่ได้ ๙๐ วัน หรือว่าอยู่ได้ ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี อย่างนี้ท่านต้องมองถึงอนาคตเลยนะครับ เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิกบอกว่าอันนั้นของคนต่างชาติเข้ามา แต่อันนี้ไทยออกไปก็ผสมกลมเกลียวกัน เป็นการแลกเทคโนโลยีหรือว่าวิทยาศาสตร์ทางด้านการกีฬาท่านประธานครับ
ประเด็นต่อมาในหมวด ๔ ที่ผมลองดู ๓ ร่างนี้คล้าย ๆ กันครับ แนวคิดเดียวกันครับคือสุดยอดเหมือนกันครับ แต่หมวด ๔ คือการจัดการแข่งขันอาชีพ ท่านประธานครับ ผมไม่ได้เป็นนักกีฬาฟุตบอล ผมไม่ได้เป็นนักวอลเลย์บอล ปิงปอง ผมเป็นนักกีฬามอเตอร์สปอร์ต ๑๐ ปีที่ผ่านมาผมจัดการแข่งขัน ขอเวลาท่านประธาน นิดเดียวเป็นสาระ ผมจัดการแข่งขันด้วยและผมก็เป็นนักกีฬาด้วย ผมจัดการแข่งขัน รถยนต์ออฟโรด (Off road) ชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยประทานพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ท่านประธานครับ การจัดการแข่งขัน แต่ละครั้งสมัยที่ผมยังไม่เป็นผู้แทนราษฎรควักกระเป๋าตัวเองตลอด ขอไปที่การกีฬา แห่งประเทศไทย ไม่มีหรอกสลึงยังไม่มีกระเด็น เขาบอกว่าเป็นพวกมอเตอร์สปอร์ต ก็จัดกันไปมีสปอนเซอร์เยอะ ไปขอ รยสท. รยสท. โอเคช่วยสนับสนุนทางด้านเชิงวิชาการ แต่เงินเอกชนหาเองหมดครับ ผมจัดสมัยไอทีวีถ่ายทอดสด ค่าถ่ายทอดสดสนามหนึ่ง ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกิดกรณีร่างพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้น ฝากท่านรัฐมนตรี อะไรที่เป็นกีฬาท่านอย่าไปเลือกในเมื่อท่านกําหนดเป็น ๑๒ ประเภท ซึ่งมีมอเตอร์สปอร์ตอยู่ด้วย ท่านน่าจะให้รัฐบาลส่งเสริมเช่น ช่อง ๙ ช่อง ๑๑ ช่องไทยพีบีเอส (Thai PBS) ถ้ามีการถ่ายทอดสดกีฬาหรือการแข่งขันที่อยู่ในระบบต่าง ๆ ของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครึ่งราคาได้ไหม แล้วก็สนับสนุนกันไป อันนี้น่าสนใจนะครับ ส่วนการจัดการแข่งขันอาชีพหลายท่านก็เห็นอยู่เวลาไปเชียร์ทีมฮอลแลนด์กังหันสีส้ม ใครจะใส่เสื้อเหลือง สีแดงไปละครับ มันไม่ได้อยู่แล้วมันต้องสีส้ม มันก็ได้การค้าขายเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในหมวด ๔ ชัดเจนท่านประธานครับ นอกจากสถานที่การจัดการแข่งขัน อะไรก็แล้วแต่ท่านต้องช่วยกรุณาดูแลเขาด้วย
เรื่องต่อมาท่านประธานครับ เมื่อมีกิจกรรมต่าง ๆ เมื่อมีพระราชบัญญัติ อะไรเกิดขึ้นต่อครับ เงินสิครับ กีฬาไม่ใช่แข่งเป่ากบตั้งแต่เด็ก ๆ มันต้องฝึกให้เกิดความเชี่ยวชาญ ขนาดผมพยายามเล่นฟุตบอลเวลามีเตะฟุตบอลกับสื่อมวลชน เตะฟุตบอลกับพรรคเพื่อไทย กลับบ้านไป ๓ วัน ปวดขาแม้ว่าจะวิ่งเป็นประจํา ที่ผมพูดอย่างนี้ก็เพราะว่าเงินกองทุนสําคัญ กองทุนลักษณะนี้ผมฝากไว้เป็นข้อคิดครับว่า ถ้าท่านสร้างแบรนด์ (Brand) ภาษาอังกฤษเขา เรียกว่าแบรนด์ รอยัลตี้ (Brand royalty) ก็หมายความว่าถ้าเรามีสัญลักษณ์ของการกีฬาอาชีพ โลโก้ตรงนี้ไปติดตรงไหนก็แล้วแต่ของนักกีฬา นอกจากสมาคมเปตอง นอกจาก สมาคมวอลเลย์บอลแล้วมีโลโก้สัญลักษณ์แบบนี้ ท่านเอาไปขายได้แล้ว และเอาเงิน เข้ากองทุนได้ อย่างนี้งบประมาณของประเทศก็เบาลงครับ เพราะฉะนั้นประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่น่าทํา
เรื่องสุดท้ายที่เกี่ยวเนื่องกันก็คือการยกย่องชูเกียรติ วันนี้ผมไม่เคยเห็นว่า อนุสาวรีย์บ้านเราจะมีนักกีฬาที่ยืนลักษณะนี้บ้าง คือชู้ตบาสบ้างหรือว่าโยนเปตองบ้าง หรือว่าถูกประกาศเป็นสารบบหรือศิลปินแห่งชาติบ้าง ผมฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีนะครับว่า การยกย่องเชิดชูเกียรตินั้นไม่ใช่แค่ใบประกาศนียบัตร หรือเหรียญตรา หรืออนุสาวรีย์ครับ มันควรดูแลเขาและครอบครัวเขาด้วย เพราะฉะนั้น ในการดูแลโดยเฉพาะการยกย่องเชิดชูเกียรตินักกีฬาหลายท่านบอกว่ากินไม่ได้ครับ แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ แสนศักดิ์หรืออะไรก็แล้วแต่ท่านก็เห็นใช่ไหมครับ ชีวิตบั้นปลาย ของเขาเป็นอย่างไร วันนี้ผมเห็นนักมวยของผมขวัญใจครับ ท่านประธานจําได้ไหมครับ เขาทราย แกแล็คซี่ สมัยก่อนต่อยมวยเมื่อไรถนนว่างท่านประธานจําได้นะครับ เดี๋ยวนี้ เล่นบทอะไรครับ ขออภัยที่เอ่ยถึงพี่เขานะ เล่นบทกะเทยบ้าง ต๊าย ตายอย่างนี้ ทําอย่างไร ท่านประธานครับ ก็เงินมันไม่มี คนเป็นเขาทราย แกแล็คซี่ ชีวิตก็ไม่อยากไปเล่นบทแบบนั้น เราสมัยก่อนหมัดทะลวงไส้ กลายเป็นอย่างนี้ท่านประธานครับ การยกย่องเชิดชูเกียรติ มันต้องให้สตางค์ด้วย ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ
เรื่องสุดท้าย คือเรื่องโทษ ผมมาดูโทษมันก็หนักพอสมควร จะไปล้มบอล ล้มมวย ล้มอะไรก็แล้วแต่โทษคุก ๕ ปี ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ผมว่า เราเหมาเข่งมากเกินไป ถ้าเกิดมีโอกาสเป็นไปได้ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ท่านแยกรายละเอียดได้ไหม โทษลักษณะนี้ เท่านี้ เอาละผมเข้าใจว่าจําคุกไม่เกิน ๕ ปี ปรับไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แต่บางเรื่องมันหนักหนามากกว่า ๕ ปีท่านประธานครับ ก็ฝากเป็นข้อคิดนะครับ ทั้งนี้ทั้งนั้นฝากท่านรัฐมนตรีด้วยเลยนะครับ งบประมาณที่ท่านให้ ผมไม่รู้ว่าท่านเลือกปฏิบัติหรือไม่ หรือว่าท่านเขียนกันมาอย่างไร การกีฬาแห่งประเทศไทย สนใจแต่ฟุตบอล กอล์ฟ วอลเลย์บอล เทนนิส ตะกร้อ ตะกร้อลอดห่วง แบดมินตัน โบว์ลิ่ง ปิงปอง บาสเกตบอลนี่ไม่ได้สตางค์นะครับ รถยนต์ รถจักรยานยนต์แข่งกันทุกสัปดาห์ ทุกเดือน เป็นกีฬาที่วัยรุ่นชอบด้วย ท่านประธานถ้ามีลูกชายท่านประธานลองชวนไปดูโบว์ลิ่ง ไปดูตีปิงปองกับไปดูรถแข่งสิครับ เด็กบอกไปดูรถแข่ง เพราะอะไรครับ สนุก เร้าใจ เจอวัยรุ่นรุ่นเดียวกัน อย่างนี้รัฐบาลหรือว่าอนาคตพระราชบัญญัติฉบับนี้ถ้าท่านทําเรื่องนี้ ให้ดีประเทศมาเลเซียสนามเซปังก็ใหญ่ครับ ประเทศสิงคโปร์ก็เริ่มแล้วนะครับ หลากหลายประเทศ เขาก็กําลังขยับ ท่านประธาน ประเทศอินโดนีเซียกําลังจะทํานะครับ สนามฟอร์มูล่าวัน ฝากท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรีนะครับว่าเมื่อไปชั้นที่ออกพระราชบัญญัติ ไปตั้งคณะกรรมาธิการอะไรต่าง ๆ แล้ว ฝากนักกีฬาที่เขายังหลบ ๆ ซ่อน ๆ อยู่ในสังคมด้วย แต่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ เพียงแต่ว่าเนื้อหาต่างกันนิดหน่อย สุดท้ายปลายทางท่านประธานครับ ขอให้ทุกคนมีน้ําใจนักกีฬา แพ้รู้จักแพ้ ชนะก็รู้จักชนะ ขอบพระคุณครับ