สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๙ · ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๕

สามารถ มะลูลีม หารือเรื่องการสนับสนุนกีฬาอาชีพ โดยเฉพาะวอลเลย์บอลและกีฬาคนพิการ

นายสามารถ มะลูลีม กรุงเทพมหานคร

สวัสดีครับท่านประธาน ผม สามารถ มะลูลีม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็มีความรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่กีฬาอาชีพจะได้มีพระราชบัญญัติในฐานะที่จะเป็น การส่งเสริมกีฬาซึ่งมีทั้งหมด ๑๒ รายการ ซึ่งก็ต้องเรียนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล วอลเลย์บอล ตะกร้อ มอเตอร์สปอร์ต สนุกเกอร์ บาสเกตบอล ปิงปอง เทนนิส โบว์ลิ่ง มวย ก็เป็นสิ่งที่นักกีฬาของเมืองไทยเรานั้นได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติมาเป็นเวลายาวนาน ในอดีตก็คงมีเฉพาะมวยอย่างเดียวที่คนรู้ว่าเป็นกีฬาอาชีพ ปัจจุบันนี้ก็มีพัฒนาว่า เป็นฟุตบอล แต่หลายคนก็คงยังไม่ทราบว่าอย่างปิงปองนี่ก็มีนักกีฬาของไทย อย่างคุณนันทนาก็มีค่าตัวเป็นหลักแสนบาท บาสเกตบอลก็เริ่มสนับสนุน และโดยเฉพาะ วอลเลย์บอลอาชีพ ผมอยากสนับสนุนท่านชุมพล ศิลปอาชา ว่าวอลเลย์บอล ควรจะเป็นลีกอาชีพ เราพลาดหวังการไปโอลิมปิกอย่างน่าเสียดายอย่างยิ่งนี่ก็ทําให้พี่น้อง ชาวไทยเสียอกเสียใจว่าต้องรออีก ๔ ปี เราก็ไม่รู้ว่าอีก ๔ ปีนั้นนักกีฬาที่ไปแข่งขันครั้งนี้ คุณภาพหรือว่าเด็กรุ่นใหม่ที่ต้องมาแทนคนรุ่นเก่านั้นอีก ๔ ปีจะส่งเสริมกันทันหรือไม่ เพราะฉะนั้นในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น ผมคิดว่าควรจะต้องได้รับการสนับสนุน เป็นส่งเสริมกีฬาอาชีพอย่างแท้จริง ท่านชุมพล ศิลปอาชา นั้น ผมได้อภิปราย เมื่อตอนงบประมาณแล้วครับว่าในเรื่องกีฬาตามที่ท่านสมบูรณ์บอกว่าบางทีรางวัลของ นักกีฬา โดยเฉพาะคนพิการได้ไม่เท่าคนดี คนพิการเมื่อก่อนนี้ที่ผมเรียนให้ทราบว่า กีฬาคนพิการไม่มีใครอยากจะมาเป็นนายกสมาคมกีฬาคนพิการหรอกครับ มันหาเงินยาก จะไปให้ใครสนับสนุน สนับสนุนคนพิการคนไม่สนับสนุน ไม่เหมือนกีฬาฟุตบอล มวยสมัครเล่นมีคนให้การสนับสนุนมาก แต่โดยเฉพาะกีฬาคนพิการนั้นนายกสมาคม หรือใครก็ตามนั้นหามาเป็นได้ยาก จะหาเงินมาส่งนักกีฬาแข่งขันก็ไม่มี อย่างนักกีฬา ชื่อ ประวัติ วะโฮรัมย์ ผมมาทราบตอนหลัง ผมประทับใจเขามากครับ ต้องพูดเป็นเกียรติ อีกครั้งหนึ่งนะครับ บอกว่าเก็บหอมริบเงินไว้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ส่งตัวเองไปควอริไฟ (Qualify) ตามประเทศต่าง ๆ หลายประเทศ จนมีสิทธิได้แข่งขันในนามกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ ในนามของประเทศไทย และท่านบอกว่าไปแข่งขันได้เหรียญเงิน เหรียญทองแดง เหรียญทองได้มา ๘,๐๐๐,๐๐๐ กว่าบาท หักลบกลบหนี้กําไรมา ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วตั้งกองทุนไว้ให้เพื่อนนักกีฬาอีก ๗๐๐,๐๐๐ บาทเพื่อให้รุ่นน้อง ๆ ได้เป็นทุนคัดตัว สําหรับคนพิการต่อ ๆ ไป ตรงนี้ละครับ ผมได้ยินแล้วผมขนลุกครับว่า คนพิการที่มีจิตใจ ประเสริฐงดงามเช่นนี้จะทําให้เขาเป็นคนที่ช่วยเหลือในด้านกีฬาคนพิการของประเทศชาติ ได้เป็นอย่างดี ผมนําความนี้มาเรียนท่านชุมพล ศิลปอาชา ในการยื่นกระทู้ถาม ท่านชุมพล เข้าประชุมนะครับ ท่านตั้งไว้ ๑๐ ล้านบาท ไม่มีใครคัดค้านแม้แต่คนเดียวตามที่ผม ได้รับทราบ ปัจจุบันคนพิการแข่งกีฬาด้วยความสบายใจ ไม่ต้องไปนั่งลุ้นว่าถ้าผมแพ้ แล้วผมจะหมดตัวหรือเปล่า คนพิการเล่นกีฬาแพ้หมดตัว ฟังดูแล้วมันก็เป็นเรื่องตลกมาก ในสังคมการกีฬา เพราะฉะนั้นในเรื่องตรงนี้รัฐจัดให้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งซีเกมส์ คนดี ๆ ได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเหรียญทอง ถ้าของซีเกมส์คนพิการ ก็ได้ ๕๐,๐๐๐ บาท น้อยกว่า ๔ เท่า ท่านชุมพล ศิลปอาชา ท่านรัฐมนตรีได้คุยกับผม เมื่อ ๒-๓ วันนี้ ท่านก็บอกว่าอยากจะให้คนพิการมีโอกาสได้เท่ากับคนดี ๆ นะครับ ผมขอสนับสนุนอย่างเต็มที่เลยนะครับ คนพิการเขาก็เป็นคนที่ร่างกายหรือว่าในส่วนใด ส่วนหนึ่งของร่างกายนั้นก็ทุพพลภาพ ถ้าเขาได้เงินเท่าคนดีเขาก็มีโอกาสที่จะไปแสวงหา ในสิ่งที่ดี ๆ ในการสร้างประโยชน์กับชีวิตของครอบครัว เพราะฉะนั้นเราก็อยากว่า ถ้าคนดี ๆ ได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาท คนพิการได้ ๒๐๐,๐๐๐ บาทเท่ากัน ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง สําหรับกีฬาคนพิการที่ได้รับโอกาสนี้จากรัฐบาลนะครับ อันนี้ต้องเรียนนะครับว่า ขอสนับสนุนอย่างจริงจัง และโดยเฉพาะกีฬาหลาย ๆ อย่าง วอลเลย์บอลอยากให้เป็น ลีกอาชีพ ผมเชื่อมั่นครับว่าคนไทยต้องให้การสนับสนุนไม่น้อยไปกว่ากีฬาหลาย ๆ ชนิด กีฬาในประเทศไทยที่เราติดตามดูนะครับ ผมบอกได้เลยครับว่าที่ใกล้เคียงที่สุดที่จะมีโอกาส ไปโอลิมปิก ก็คือวอลเลย์บอลนะครับ เพราะวอลเลย์บอลเที่ยวที่แล้วนี่นะครับ เราชนะ มาหลายเซ็ท (Set) มาก ผมก็ไม่รู้ว่ามีการสมยอมหรือกลัวประเทศไทยจะเป็นประเทศ ที่ไปในเอเชีย จะเป็นประเทศที่เก่งหรือเปล่านะครับ อย่างประเทศญี่ปุ่น ประเทศไทย แพ้ประเทศญี่ปุ่น ๓ : ๐ แต่ประเทศไทยชนะประเทศเซอร์เบีย ๓ : ๐ แต่ประเทศญี่ปุ่นวันนั้น แพ้ประเทศเซอร์เบีย ๓ : ๒ ซึ่งไม่มีเคส (Case) ใดเลยครับที่ประเทศไทยจะตกรอบ นอกจากประเทศญี่ปุ่นจะแพ้ประเทศเซอร์เบีย ๓ : ๒ เท่านั้น แล้วมันก็เป็น ๓ : ๒ จริง ๆ ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ากังขาสําหรับคนไทยอย่างยิ่ง ต้องเรียนท่านประธานครับว่า เราอยากจะเห็น คนไทยไปกีฬาโอลิมปิกด้วยการแข่งขันกีฬาประเภทเป็นทีมบ้างครับ เรามีมวย เรามี ยกน้ําหนัก เรามียิงปืน เรามีเทควันโด ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นการแข่งขันตัวต่อตัวทั้งนั้นครับ เขาบอกว่าคนไทยเล่นตัวต่อตัวเก่ง ถ้าเล่นเป็นทีมมักจะไม่ได้เรื่อง เพราะฉะนั้นผมเห็นแล้ว ครับว่ากีฬาที่เล่นเป็นทีมสําหรับคนไทยที่มีโอกาสจะไปโอลิมปิกมากที่สุดก็คือวอลเลย์บอล นี่ละครับ กีฬาอื่นยังมองเห็นยาก ถ้าวันนั้นนักกีฬาไทยโชคดีได้ไปเล่นโอลิมปิกเราจะได้มี คณะกรรมการของเจ้าหน้าที่ทีมเข้าไปมาก เพราะกติกาของเขาคือว่าเจ้าหน้าที่ คนที่จะไปช่วยเหลือนักกีฬาหรือเทรนเนอร์ (Trainer) หรือโคช ก็ตามนั้นจะได้ครึ่งหนึ่ง ของนักกีฬาที่เดินทาง เพราะฉะนั้นถ้าเรามีนักกีฬาวอลเลย์บอลเข้าไปอีกทีมหนึ่ง เราก็มีคนที่จะไปช่วยกีฬาทุกชนิดที่มีโอกาสเข้าไปได้มากขึ้น เราพลาดหวังอย่างน่าเสียใจ และเสียดายเป็นอย่างยิ่ง ผมก็ได้รับทราบข่าวนะครับที่ผู้หลักผู้ใหญ่ในเมืองไทย ก็ยังให้การสนับสนุนนักกีฬาชุดนี้อยู่ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องเรียนครับว่าต้องมีการสนับสนุน ให้ดีนะครับ โดยเฉพาะในกีฬาหลายชนิดจะพูดถึงกีฬาฟุตบอลในขณะนี้ ไม่ว่าจะเป็นไทยลีก (Thai League) ดิวิชั่น ๑ ดิวิชั่น ๒ ก็คงมีการสับสนอย่างที่ท่าน ส.ส. ภราดร ปริศนานันทกุล ได้พูด เรื่องกรรมการนี้เป็นส่วนหนึ่งครับที่จะทําให้คนมีปัญหาในเรื่องดูบอลบ้าง มีปัญหา ในด้านการที่ตีกันบ้าง หรือมีปัญหากันถึงหลายสิ่งหลายอย่าง บางครั้งมีบางจังหวัดนะครับ กรรมการไปตัดสิน ไปทานข้าวต้มหลังบอลเลิกถูกยิง คนนี่กลัวกันหมดละครับว่า ถ้ามาแข่งจังหวัดนี้ก็ไม่อยากจะมา กรรมการหลายคนก็กลัวครับว่าจังหวัดนี้น่ากลัว จังหวัดนั้นไปแล้วสบายใจ จังหวัดนี้น่าไปตัดสิน มันกลายเป็นอย่างนี้นะครับ เพราะฉะนั้นจนทุกวันนี้สมาคมฟุตบอลบอกว่า ๔-๕ ทีมในไทยลีก ทีมดี ๆ จะเอาผู้ตัดสิน นําเข้าจากประเทศญี่ปุ่นมาตัดสินนะครับ โดยเขาอาจจะไม่เชื่อมือผู้ตัดสินในเมืองไทยว่า จะให้ความยุติธรรมหรือเปล่า จะให้ความยุติธรรมดีหรือไม่ ในการแข่งขันที่มีแมช (Match) สําคัญ ๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนนะครับว่ามี ๑๘ ทีม ในไทยลีกก็ต้องเรียนว่าเมื่อก่อน มี ๑๖ ทีม มาเป็น ๑๘ ทีม ส่วนดิวิชั่น ๑ ดิวิชั่น ๒ ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ก็ต้องเรียน นะครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็ได้กล่าวกับผมว่าปีนี้ จะให้งบประมาณทีมละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็ถามว่าแล้วท่านจะเอาเงินจากตรงไหนมา ท่านบอกว่าท่านมีจัดการให้ ก็ต้องเท้าความนะครับว่าเมื่อก่อนนี้ปี ๒๕๕๓ งบประมาณ การกีฬาทั้งหมดของกีฬาฟุตบอลดิวิชั่น ๑ ดิวิชั่น ๒ ไทยลีก จะได้รับเพียง ๔๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๕๓ ถ้าจําไม่ผิดงบกระทรวงนี้ก็ได้ ๒,๕๕๓ ล้านบาทตามชื่อของ พ.ศ. พอดีครับ ในปี ๒๕๕๓ ได้ ๒,๕๕๓ ล้านบาท ก็บอกว่าฟุตบอลทั้ง ๓ อย่างรวมทั้งฟุตบอลหญิง ฟุตบอลชาย ฟุตซอลหญิง ฟุตซอลชาย ทุกชนิดได้ ๔๐ ล้านบาท รวมหมดได้ ๔๐ ล้านบาท ผมบอกถ้าอย่างนี้สงสัยจะประเทศชาติฟุตบอลหรือว่าฟุตซอลคงไม่ก้าวหน้าแล้วละครับ ปีนั้นผมก็ไปเป็นคณะกรรมาธิการงบประมาณของรัฐสภานะครับ ก็ไปชี้แจงในสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะชี้แจงของกองทุนพัฒนากีฬาอาชีพ ปีนั้นเราก็ได้รับงบประมาณมาทั้งหมด ๒๐๘ ล้านบาทครับ โดยการที่กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ซึ่งได้รับงบประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท ผมก็สาธยายให้ดูครับว่าในเงิน ๔๐๐ ล้านบาทท่านนี่เงินมันยังเหลือนะครับ ๑๐๐ ล้านบาท ผมขอได้ไหมครับว่าน่าจะไปสนับสนุนกีฬาให้จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทั่วประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัด แต่มันก็ไม่ได้แข่งกัน ทั้ง ๗๗ จังหวัดหรอกครับ อย่างจังหวัดชลบุรี จังหวัดนครปฐม จังหวัดอีกหลายจังหวัด ที่มีโอกาสมาอยู่ดิวิชั่น ๑ หรืออยู่ไทยลีกไปแล้วก็ไม่ได้นะครับ แต่ว่าควรให้จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท หรือสโมสรละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท เช่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิตที่ได้แข่งขัน ที่ประชุมก็ลงมติว่าได้ขอเรื่องไปทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งขณะนั้นรองนายกรัฐมนตรี พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ ให้การสนับสนุนนะครับ ปี ๒๕๕๓ ก็เอาเงินจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ ไปให้ดิวิชั่น ๒ จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แล้วรวมถ้วยรางวัล รวมเงินรางวัล รวมทุกสิ่ง ทุกอย่างเป็น ๑๐๐ ล้านบาท ก็ได้ประสบความสําเร็จอย่างยิ่งครับ ทุกคนชอบมากครับ จาก ๔๐ ล้านบาทขึ้นมาเป็น ๒๐๘ ล้านบาท พอปี ๒๕๕๔ การแข่งขันล่าช้าไป ๑ เดือน ไม่ทราบเหตุผลกลใดครับ ไปให้จังหวัดละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท ลดเหลือจังหวัดละ ๕๐๐,๐๐๐ บาท อย่างผู้แทนราษฎรของเราในที่นี้ขอเอ่ยนามครับ ท่านพลพีร์ สุวรรณฉวี ดูแลทีมนครราชสีมาบอกว่าพี่ลดเหลือ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็แข่งช้าไป ๑ เดือน นี่เหมือนกับไม่ได้อะไรเลยนะครับ เพราะผมหมดเดือนละ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทอยู่แล้ว สรุปแล้วปี ๒๕๕๔ บอกได้เลยครับว่ารัฐบาลก็ไม่ได้สนับสนุนนะครับ เพราะลดงบประมาณไป เหลือ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วแข่งช้า แข่งตามเวลาแล้วได้ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท แข่งช้า แล้วได้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท มีที่ไหนครับในประเทศไทย อันนี้ก็ต้องเรียนครับว่าในดิวิชั่น ๒ เป็นอย่างนั้น พอปี ๒๕๕๕ ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับว่านี่เราพิจารณางบ ๒๕๕๖ ไปแล้ว แต่ปี ๒๕๕๕ เงินยังไม่ได้นะครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ยังไม่ได้นะครับ สโมสรทั่วประเทศไทยยังไม่ได้ครับ ๑,๐๐๐,๐๐๐ บาท นี่แข่งขันไปจะจบเลก (Leg) แรกแล้ว ยังไม่ได้ครับ แล้วท่านก็บอกว่า ๒๕๕๖ จะให้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้อง ขอให้ท่านติดตามนะครับ หลายทีมประสบปัญหา หลายทีมสิ้นเลกแรกจะเลิกก็มีครับ เพราะฉะนั้นแม้กระทั่งทีมสโมสรอย่างทีทีเอ็ม (TTM) นี่นะครับ ทีทีเอ็ม พิจิตร ย้ายไปเป็น ทีทีเอ็ม เชียงใหม่ บอกกระเป๋าแห้งแล้วครับ ทุกวันนี้อยู่ลําดับสุดท้าย นี่ล่ะครับ ทีมรัฐวิสาหกิจ เราให้ย้ายทีมกันได้ว่ารัฐมนตรีเป็นของพรรคไหน รัฐมนตรีเป็นของใคร ย้ายทีมได้ตามใจชอบครับ เขาเรียกว่าทีมรัฐมนตรีหรืออย่างไรผมไม่ทราบครับ เมื่อก่อน ท่านประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ อยู่จังหวัดพิจิตรก็เป็นทีทีเอ็ม พิจิตร ขณะนี้ไปเป็นทีทีเอ็ม เชียงใหม่ เพราะว่านายกรัฐมนตรีอยู่จังหวัดเชียงใหม่ก็เป็นทีทีเอ็มเชียงใหม่ ต่อไปสมมุติว่า นายกรัฐตรีไปอยู่จังหวัดอุบลราชธานีก็เป็นทีทีเอ็มอุบลราชธานี อย่างนั้นหรือครับ แล้วการบริหารงานกันทุกวันนี้ทีมอยู่ลําดับที่เท่าไรครับ อยู่ลําดับที่ ๑๘ ทีมบ๊วยเลย ของตารางนี่นะครับ นี่รัฐวิสาหกิจให้การสนับสนุนอย่างไร อันนี้ผมต้องเรียนครับว่า เราก็ต้องดูในสถานการณ์แต่ละคน โดยเฉพาะหลายสิ่งหลายอย่างใน สตง. ก็มาตรวจสอบ เรียกเงินคืน อย่างจังหวัดชลบุรีโดนเรียกเงินคืน ๑๐ ล้านบาท บางจังหวัด ๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท บางจังหวัด ๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท แต่บางจังหวัดผมเห็นว่าเร็ว ๆ นี้ไม่ประสงค์ออกชื่อจังหวัด ก็มีนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมอบให้ทีมละ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ในจังหวัดมี ๒ ทีม เอาไปทีมละ ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๙,๐๐๐,๐๐๐ บาท ผมบอกนายก อบจ. คนนี้ใจถึงดี สตง. บอกว่าไม่ให้จ่ายแต่ก็ยินดีที่จะจ่ายให้การสนับสนุนอย่างนี้นะครับ ก็ต้องเรียนครับว่านี่คือสิ่งหนึ่งที่นานาจิตตัง แล้วแต่นายก อบจ. ของแต่ละจังหวัด ผมเรียนนะครับว่า ถ้าในส่วนตัวผมนะครับ ดิวิชั่น ๒ ถ้า อบจ. ให้การสนับสนุนผมก็เห็นด้วย แต่ถ้าไทยลีกหรือดิวิชั่น ๑ นั้นก็ควรหาโฆษณาเพราะถือว่าอยู่ในขั้นอาชีพแล้วก็ไม่ควร จะไปใช้งบของรัฐ ไม่ใช่งบของรัฐคุณเอามาซื้อตัวจ่ายเงินเดือนให้คนต่างชาติ อันนี้ก็ต้องเรียนว่า ในการดําเนินงานต่าง ๆ กีฬาแห่งชาติตั้งแต่ฟุตบอลไทยบูม (Boom) ต้องเรียนครับว่าซีเกมส์ ตกรอบไป ๒ ครั้ง ผมก็เป็นส่วนหนึ่งครับ ผมเป็นผู้จัดการทีมซีเกมส์ในการแข่งขัน ที่ประเทศลาวนะครับ ตกรอบแรกครับ ต้องเรียนนะครับว่าเราเห็นเลยครับว่าเพราะประเทศไทย บูมอย่างไร เมื่อก่อนนักกีฬาซีเกมส์เราเก็บตัว ๓ เดือน เก็บตัว ๖ เดือน แต่พอเราจะไป ซีเกมส์สโมสรบอกฉันจ่ายไป ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมจ่ายไป ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ให้ตัวครับ เพราะฉะนั้นให้เก็บตัวแค่ ๕ วันพอแล้วครับ แล้วคนก็บอกว่าซ้อมกันมานานแล้วมาเล่น ลิงชิงบอลกันก็พอ พอเล่นไปเล่นมาไม่มีแรง ครั้งที่แล้วก็บอกว่าเก็บตัวกันก็ตกรอบอีก เพราะประเทศเรานี่นะครับ เรื่องความเห็นแก่ตัวบางทีอยู่ในวงการกีฬาก็มี อันนี้ก็ต้องเรียน ผมต้องเรียนท่านชุมพลนะครับว่าปีหน้าที่ประเทศพม่า ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีรับอาสาเป็นผู้จัดการทีมนะครับว่า ท่านต้องขอวิงวอนไปตามสโมสร ละครับว่าเก็บตัวเหมือนสมัยก่อนได้ไหมชนะเลิศมา ๘ สมัยซ้อน เก็บตัว ๓ เดือน เก็บตัว ๖ เดือน ไม่ใช่เก็บตัว ๕ วัน มีบางครั้งไปแข่งที่ประเทศอินโดนีเซียเก็บตัววันเดียว มาวันนี้พรุ่งนี้ขึ้นเครื่องบินไปเจอกับประเทศลาว กว่าจะตีเสมอประเทศลาวนาทีที่ ๙๒ ๒ ประตูต่อ ๒ ได้แทบตายครับ เมื่อวานซืนอาทิตย์ที่แล้วไปแข่งที่ประเทศลาวเด็กอายุ ๑๖ ปี ปกติเก่งครับ เจอประเทศลาวแพ้ประเทศลาว เจอประเทศออสเตรเลียแพ้ประเทศออสเตรเลีย เจอประเทศญี่ปุ่นแพ้ประเทศญี่ปุ่น มี ๔ ทีมให้ชิงที่ ๓ กับประเทศลาว ก็แพ้ประเทศลาว ๒ ประตูต่อ ๐ ไปอีกครับ สรุปเราก็ยังบ๊วยอยู่เหมือนเดิมละครับ ตรงนี้ต้องเรียนนะครับ ประเทศลาวมีประชากร ๕,๐๐๐,๐๐๐ คน เรามีประชากร ๖๕ ล้านคน เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่ การบริหารการจัดการของประเทศว่าดําเนินการอย่างไร เพราะฉะนั้นทุกทีมมันก็มีการพัฒนา กันทั้งนั้น ต้องเรียนว่าศักยภาพของนักกีฬาของประเทศเราไม่เป็นรองใคร ขอให้มีการ ฟิต (Fit) ซ้อมที่ดีครับ และโดยเฉพาะนักกีฬาที่ผมเป็นห่วงที่สุดครับ นักกีฬาไทยไม่มีวินัย ถ้าเราจะให้นักกีฬาไทย ท่านรัฐมนตรีครับ ต้องฝึกฝนไม่ใช่เป็นนักฟุตบอลหรือนักอะไรก็ตาม พกไอแพด (iPad) ไปกันทุกคนครับ ไป ๑๕ คนก็เล่น ๑๕ คน ไม่ว่าจะไปต่างประเทศ ที่ไปเห็นมา อันนี้ไม่มีเวลาหลับนอน ผมเจอโคชประเทศลาวครับ เขาบอกผมเก็บมือถือ ก่อนแข่งขัน ๖ เดือนครับ จะกลับบ้านผมให้ตํารวจคุมไปที่บ้าน ๒ คน นี่คือประเทศลาว ทํางานอย่างนี้ครับ นักกีฬามีระเบียบวินัยมาก เพราะฉะนั้นต้องเรียนว่าบอกถ้ามีเวลาไปพบ ก็พบได้ แต่เอาตํารวจคุมตัวไปคุยกันที่บ้านให้ ๒ ชั่วโมงต่อ ๑ อาทิตย์ ไอแพดเก็บ ๖ เดือน มือถือไม่ให้ใช้ นี่คือนักกีฬาที่แท้จริง มีระเบียบวินัย แต่บ้านเรามันคุมกันยาก เพราะบอกว่า โต ๆ กันแล้ว สอนกันมีเงินเดือนกันเยอะ เพราะฉะนั้นต้องเรียนนะครับว่าเรื่องตรงนี้ ในเรื่องดิวิชั่น ๑ ดิวิชั่น ๒ ไทยลีกต้องฝากรัฐมนตรีนะครับว่าในปีหน้าที่ท่านบอกว่า จะได้ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท คงไม่เพียงพอนะครับ แต่ว่ายังดีมากที่ท่านได้จัดการเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ไว้ เพราะฉะนั้นบทลงโทษต่าง ๆ บอกว่าล้มฟุตบอลจําคุก กรรมการตัดสินจําคุก หลายสิ่งหลายอย่างนี่นะครับ ท่าน พลตํารวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา เอากรรมการ ไปเข้าเครื่องจับเท็จอีก ๒-๓ วันจะทราบครับว่าเป็นอย่างไร ไม่เคยเห็นนะครับ เพิ่งเห็น พลตํารวจเอก วรพงษ์ เป็นประธานของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยในการพิจารณา เรื่องปราบล้มบอล เอากรรมการไปจับเท็จตรวจคลื่นหัวใจ อีก ๒-๓ วันจะรู้ครับว่า การจับเท็จออกมาจะเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นกฎหมายมวยออกมาแล้วเมื่อปี ๒๕๔๒ ในสมัยท่านชวน หลีกภัย ยังไม่เคยมีนักมวยคนไหนติดคุกแม้แต่คนเดียวเป็นเวลา ๑๓ ปี เพราะในกฎหมายมวยบอกว่าต้องนักมวยรับสารภาพว่าล้มมวยแล้วได้ตัวผู้ว่าจ้าง ผู้ว่าจ้าง ก็บอกผมก็เป็นคนจ้างเอง ต้อง ๒ องค์ประกอบด้วยกันถึงจะมีโอกาสติดคุก ถ้าไม่อย่างนั้น ไม่มีโอกาสติดคุก เพราะฉะนั้นก็บอกเลยครับว่าเขียนมาก็เหมือนเขียนเสือให้วัวกลัวครับ ไม่มีใครถูกจําคุกหรอก เพราะว่าคนรับจ้างเขาบอกว่าไม่มี มีแต่นักมวยบอกคนโทรศัพท์มา จะให้เงินผม จะโอนเข้าบัญชีผม ให้ผมล้ม ผมก็ล้ม ผมก็ไม่รู้ผู้ว่าจ้างเป็นใคร แค่นี้ก็ไม่โดนแล้ว เพราะฉะนั้นเราคงเห็นครับว่ามีคําพูดที่สะใจ อย่างบัวขาว ป ประมุก พรุ่งนี้ผมจะติดคุก ก็ยอมถ้าผมชกวันนี้ อันนั้นเป็นคําพูดที่คนกํากับการแสดงให้พูดนะครับ อันนี้ต้องเรียน นะครับว่าไม่เคยมีนักมวยติดคุกในประเทศไทย พูดให้สวยหรูพูดได้ครับ เพราะติดคุก มีกรณีเดียวคือล้มมวย เพราะฉะนั้นการเจรจา พ.ร.บ. มวยต้องเรียนนะครับ ในมาตรา ๓ ไม่ให้เอา พ.ร.บ. มวยเข้ามาเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ส่งเสริมกีฬาอาชีพ เพราะ พ.ร.บ. มวยนั้น แยกตัวออกไปต่างหากแล้ว ซึ่งจะมีกองทุนของเขาโดยเฉพาะกองทุนมวย อันนี้ก็เป็นกองทุน ส่งเสริมกีฬาอาชีพ ผมก็เรียนนะครับว่าปีที่แล้วได้ ๓๖ ล้านบาท ในกองทุนมวย ถ้าพูดถึง เจตนารมณ์ในฐานะที่เป็นคนร่วมร่างกฎหมายมวยมาตอนนั้นบอกว่าเป็นการส่งเสริม สวัสดิการของนักมวยผู้อยู่ในวงการมวย โปรโมเตอร์ (Promoter) หัวหน้าคณะ เทรนเนอร์ เจ็บไข้ได้ป่วยเป็นโรคเบาหวาน เป็นโรคไต เป็นโรคอะไรก็ตามเอามาช่วยเหลือตรงนี้ แต่พอคุณได้มา ๓๖ ล้านบาท ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ นักมวย ๖,๐๐๐,๐๐๐ บาท นอกนั้นเอาไปทําอะไรกัน บริหารการจัดการเป็นการอบรม ปีนี้ตั้งเท่าไรรู้ไหมครับ ปีนี้ตั้งไว้ ๙๐ ล้านบาท ผมนึกว่าผมดูผิด ดูกี่เที่ยวก็เป็น ๙๐ ล้านบาท นับจํานวนเลขตรงกันว่า ๙๐ ล้านบาท คุณสตาร์ท (Start) จาก ๓๖ ล้านบาท เป็น ๙๐ ล้านบาทเลยครับปีนี้ เมื่อวานนี้นายกสมาคมกีฬามวยอาชีพแห่งประเทศไทยก็มาพบ มาบอกว่าจะต้อง เอาไปทําตรงนั้นตรงนี้ มีการไปตรวจเยี่ยมค่ายมวยในต่างประเทศ มีการทําตรงนั้นตรงนี้ ก็ต้องเรียนนะครับว่าตรงนี้เราก็ต้องมาดูกันเป็นราย ๆ ไป ถ้าสมเหตุสมผลทําเพื่อประโยชน์ ของวงการก็โอเคนะครับ โดยเฉพาะเมื่อวานนี้วันนี้อ่านหนังสือพิมพ์กระทรวงอุตสาหกรรม ของบ ๓๐ ล้านบาทไปจัดมวยไทยไฟท์ (Thai fight) ที่ต่างประเทศ ที่ประเทศอิตาลี ทั้งหมด ๓ ประเทศ โอ้โหวงการกีฬานี้เจริญมากอุตสาหกรรมมวยครับ คําว่าบอกซ์ซิ่ง (Boxing) ก็คือมวย แต่เขานึกว่าอุตสาหกรรมบอกซ์ (Box) เขานึกว่าไปทํากล่องกระดาษ ไปส่งอุตสาหกรรมต่างประเทศหรือเปล่าครับ ท่านรัฐมนตรีชุมพลครับ เป็นไปได้อย่างไรครับ กระทรวงอุตสาหกรรมจัดมวยไทยไฟท์ต่างประเทศ ๓๐ ล้านบาท เข้ามาในงบประมาณ ของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวานนี้เป็นเรื่องที่ตลกมาก ข้ามหน้าข้ามตาท่านชุมพลผม เป็นอย่างยิ่ง ผมก็ทราบครับว่าเมื่อก่อนอาจจะคุมรัฐมนตรี คุมพลังงานก็อาจจะใช้งบ ปตท. ตอนนี้มาดูและกระทรวงอุตสาหกรรมนะครับ ผมต้องเรียกเลยครับว่าถ้าคุณเอามวยไทยไฟท์ ไปจัดในกระทรวงอุตสาหกรรมเขาเรียกอุตส่าห์หากรรมครับ เป็นไปได้อย่างไรครับการกีฬา ไปอยู่กับกระทรวงอุตสาหกรรม ต้องกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของท่านชุมพลครับ คุณจะไปโรดโชว์ (Road Show) เอามวยไปต่อยที่ประเทศอิตาลี ไปต่อยที่ประเทศญี่ปุ่น ไปต่อยที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ผมเห็นด้วยสนับสนุนครับ แต่ไม่ใช่กระทรวงอุตสาหกรรม เขาเรียกผิดฝาผิดตัวครับอย่างนี้ ข่าวออกมาเมื่อวานนี้เป็นเรื่องเสื่อมเสียมากมีแต่คนหัวเราะกัน อย่างกระทรวงวัฒนธรรมผมก็ว่ายังพอไปได้ อย่างท่านสุกุมล คุณปลื้ม ไปจัดมวยก็บอก วัฒนธรรม มันคือศิลปวัฒนธรรมไทย ต่อไปกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็จะจัด ไทยไฟท์ กระทรวงมหาดไทยก็จะจัดไทยไฟท์ กระทรวงกลาโหมก็ไทยไฟท์ ไทยไฟท์ ไปให้หมดทุกกระทรวงเลยสิครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ต้องเรียนนะครับว่าเราควรจะเอาอะไร ที่มันถูกต้องมาทํากันในการดําเนินการตรงนี้ ส่งเสริมกีฬาอาชีพ นักกีฬาก็ควรให้โอกาสเขา ได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์บ้างนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเบญจมาภรณ์มงกุฎไทย หรือว่าอะไร ก็ตามก็เป็นประโยชน์ นักมวยถ้ารู้จักเก็บสตางค์ นักมวยโอลิมปิกบางคน ๔๐ ล้านบาท ใช้ปีเดียวหมดไป ๒ คน บางคน ๔๐ ล้านบาทยังไม่ได้เบิกมีอยู่ ร้อยตํารวจเอก วิจารณ์ พลฤทธิ์ ใช้แต่ดอกเบี้ยอย่างเดียว มันแล้วแต่นานาจิตตัง แล้วแต่บางคนนะครับว่าคนไหน ที่จะใช้วิถีชีวิตอย่างไรในการดําเนินการ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนนะครับว่าผมอยากสนับสนุน การส่งเสริมกีฬาอาชีพตรงนี้อย่างยิ่ง ในการที่ได้มีโอกาสมาพูดตรงนี้ โดยเฉพาะขอเน้น ท่านรัฐมนตรีนะครับว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬานั้นอยากให้สนับสนุน วอลเลย์บอลอาชีพ ผมอยากเห็นประเทศไทยไปโอลิมปิกด้วยการแข่งขันกีฬาประเภทเป็นทีม ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ